Essential Idioms

Essential Idioms (ตอนที่ 4)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

1. “Make friends ”  -  ผูกมิตร, คบหาสมาคม, เป็นเพื่อน

  • Mrs. Jones invited Bobby to her home to play with Don.  She hoped that they would make friends with each other.

(มิสซิสโจนส์เชิญบ๊อบบี้ไปที่บ้านของเธอเพื่อเล่นกับดอน  เธอหวังว่าพวกเขาจะผูกมิตรกัน)  (เธอเชิญบ๊อบบี้ไปที่บ้านเพื่อเล่นกับลูกชายของเธอ (ดอน)  เพื่อว่าทั้งคู่จะได้คบหาเป็นเพื่อนกัน)

  • You can make friends with an elephant by giving him peanuts.

(คุณสามารถผูกมิตรกับช้างโดยให้ถั่วมันกิน)

  • Nobody wants to make friends with Cindy because she is so arrogant.

(ไม่มีใครต้องการคบหากับซินดี้  เพราะว่าเธอหยิ่งยโสมาก)

 

2. “Make believe”  -  แสร้งทำ, ทำประหนึ่งว่าบางอย่างเป็นเรื่องจริง  ทั้งๆที่รู้ว่าไม่จริง

  • Let’s make believe (that) we have a million dollars.

(เรามาแกล้งทำเป็นว่าเรามีเงิน  ๑  ล้านดอลลาร์กันเถอะ)  (เรามาแกล้งทำเป็นว่า  เราเป็นเศรษฐี  ทั้งๆที่เป็นไปไม่ได้)

  • Jim made believe (that) he didn’t hear his mother calling.

(จิมแสร้งทำเป็นว่าเขาไม่ได้ยินแม่เรียก)  (จริงๆแล้วเขาได้ยิน  แต่แกล้งทำเป็นไม่ได้ยิน)

  • Kim made believe (that) she was sick so that she wouldn’t have to do the work.

(คิมแสร้งทำเป็นป่วย  เพื่อที่ว่าเธอจะได้ไม่ต้องทำงาน)  (แกล้งทำเป็นป่วยเพื่อเลี่ยงงาน)

 

3. “Make up one’s mind”  -  ตัดสินใจ

  • They made up their minds to sell the house.

(พวกเขาตัดสินใจขายบ้าน)

  • Tom couldn’t make up his mind whether he should tell his mother about the broken window, or let her find it herself.

(ทอมไม่สามารถตัดสินใจว่าเขาควรจะบอกแม่เกี่ยวกับกระจกที่แตก  หรือปล่อยให้เธอพบมันเอง)  (ทอมตัดสินใจไม่ถูกว่าควรทำอย่างไรดี)

  • She has made up her mind that she is going to be a doctor.

(เธอได้ตัดสินใจแล้วว่าเธอจะเป็นหมอ)

  • I made up my mind to apply for a scholarship.

(ผมได้ตัดสินใจสมัครรับทุนการศึกษา)

  • He can’t make up his mind which car to buy.

(เขาไม่สามารถตัดสินใจว่าจะซื้อรถคันไหนดี)

 

4. “Up in the air”  (= In midair)  -  ยังไม่ได้ตัดสินใจ, ยังตกลงกันไม่ได้, ยังไม่ยุติ, ไม่แน่นอน  (แปลตรงตัว  คือ  “อยู่สูงในอากาศ”)  (= ในกลางอากาศ)

  • Our plans this summer are still up in the air.  We don’t know where to go.

(แผนของเราสำหรับหน้าร้อนนี้ยังคงไม่แน่นอน (ไม่ได้ตัดสินใจ  หรือยังตกลงกันไม่ได้)  เรายังไม่รู้ว่าจะไปที่ไหนดี)

  • I don’t know what Sally plans to do.  Things were up in the air the last time we talked.

(ผมไม่รู้ว่าแซลลี่มีแผนจะทำอะไร  สิ่งต่างๆยังไม่แน่นอน (ไม่ได้ตัดสินใจ  หรือยังตกลงกันไม่ได้) ครั้งสุดท้ายที่เราคุยกัน)

  • Let’s leave this question up in the air till next week.

(เราอย่าเพิ่งไปตัดสินใจในปัญหานี้  จนกระทั่งสัปดาห์หน้า)  (ปล่อยปัญหานี้ไปก่อน  ค่อยมาตัดสินใจอาทิตย์หน้า)

  • Plans for the next meeting have been left up in the air until Jane gets better.

(แผนสำหรับการประชุมคราวหน้ายังไม่แน่นอน  จนกว่าเจนจะอาการดีขึ้น)  (ยังไม่รู้ว่าจะประชุมครั้งหน้าที่ไหน  เมื่อไร หรือ จะได้ประชุมหรือเปล่า  จนกว่าเจนจะอาการดีขึ้น)

  • The result of the game was left hanging in midair because it rained before the finish.

(ผลการแข่งขันยังไม่แน่นอน  เพราะว่าฝนตกก่อนการแข่งขันจะจบ)  (เกมยังไม่จบ  และจะต้องดำเนินต่อไปหลังฝนหยุด  ก่อนที่จะรู้ว่าใครเป็นผู้ชนะ)

 

5. “Get away with murder”  -  ทำผิด  หรือทำอะไรเลวๆอย่างมากโดยไม่ถูกจับหรือถูกลงโทษ  (แปลตรงตัว  คือ  “หนีไปกับการฆาตกรรม”)

  • I don’t understand Mrs. Black.  She’s so strict with her daughter but her son gets away with murder all the time.

(ผมไม่เข้าใจมิสซิสแบล็ค  เธอเข้มงวดมากกับลูกสาวของเธอ  แต่ลูกชายทำอะไรผิดโดยไม่ถูกลงโทษตลอดเวลาเลย) 

  • John is scolded if he is late with his homework, but Robert gets away with murder.

(จอห์นถูก (ครู) ด่าถ้าเขาส่งการบ้านล่าช้า  แต่โรเบิร์ตไม่ถูกลงโทษเลย)  (โรเบิร์ตส่งการบ้านล่าช้ากว่าจอห์น  หรือไม่ทำการบ้านเลย  แต่ครูไม่เคยจับได้ หรือลงโทษเขาเลย)

  • Mrs. Smith lets her children get away with murder.

(มิสซิสสมิธยอมให้ลูกๆของเธอทำผิดโดยไม่มีการลงโทษ)  (แม้ลูกจะทำผิดหรือประพฤติตัวไม่ดี  แต่เธอไม่ลงโทษพวกเขา)

 

6. “Get away with”  -  หลีกเลี่ยงการถูกลงโทษ, ทำผิดหรือเลวโดยไม่ถูกจับหรือลงโทษ  (คล้ายๆกับ  “Get away with murder”)

  • He is so charming that he can insult people and get away with it.

(เขามีเสน่ห์มากจนกระทั่งเขาสามารถดูถูก-สบประมาทผู้คนโดยไม่ต้องถูกลงโทษ)

  • Some students get away without doing their homework.

(นักเรียนบางคนไม่ถูกลงโทษ (หรือถูกจับได้) ทั้งๆที่ไม่ทำการบ้าน)

 

7. “Tighten one’s belt  -  ประหยัดเพื่อเตรียมพร้อมรับช่วงเวลาลำบากหรือขัดสน,  บริหารเงิน หรือใช้เงินน้อยลง, ดำรงชีวิตด้วยเงินที่น้อยกว่าปกติ, กินอาหารและใช้สิ่งต่างๆน้อยลง  (แปลตรงตัว  คือ  “รัดเข็มขัดของตนให้แน่น”)

  • Due to the oil price rise and increasing cost of living, most people had to tighten their belts to cope with the situation.

(เนื่องมาจากการขึ้นราคาน้ำมันและค่าครองชีพที่สูงขึ้น  คนส่วนใหญ่จำเป็นต้องประหยัดมากขึ้น (กินน้อยใช้น้อยกว่าปกติ) เพื่อรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว)

  • Things are beginning to cost more and more.  It looks like we’ll all have to tighten our belts.

(สิ่งต่างๆกำลังแพงขึ้นและแพงขึ้น  มันดูเหมือนว่า  เราทุกคนจำเป็นต้องประหยัดเพิ่มขึ้น)

  • Times are hard, and prices are high.  I can tighten my belt for so long.

(ช่วงเวลายากลำบากและราคาสินค้าสูงขึ้น  ผมสามารถกินน้อยใช้น้อยลงอีกเป็นเวลานาน)

  • When father lost his job, we had to tighten our belts.

(เมื่อพ่อตกงาน  เราจำเป็นต้องประหยัดมากขึ้น  หรือใช้ชีวิตด้วยเงินที่น้อยกว่าปกติ)

 

8. “Throw the book at”  -  ลงโทษในอัตราสูงสุดเพราะทำผิดกฎหมาย หรือกฎระเบียบ  (แปลตรงตัว  คือ  “ขว้างตำรา (กฎหมาย) ใส่”

  • The judge was angry and threw the book at the criminal.

(ผู้พิพากษาโกรธ  และลงโทษเจ้าอาชญากรด้วยอัตราโทษสูงสุด)

  • Because it was the third time he had been caught speeding that month, the judge threw the book at him.

(เพราะว่ามันเป็นครั้งที่  ๓  ที่เขาถูกจับเพราะขับรถเร็วในเดือนนั้น  ผู้พิพากษาจึงลงโทษเขาในอัตราสูงสุด)  (เขาได้รับโทษสูงสุด  เพราะถูกจับเนื่องจากขับรถเร็ว  ๓  หนในเดือนเดียวกัน)

 

9. “Strike while the iron is hot”  -  รีบฉวยโอกาสหรือลงมือทำขณะที่มีโอกาส, น้ำขึ้นให้รีบตัก  (แปลตรงตัว  คือ  “ตีเหล็กขณะที่มันยังร้อนอยู่”)

  • As soon as Phil heard that his father had won in the lottery, he struck while the iron was hot and asked for an increase in his allowance.

(ในทันทีที่ฟิลได้ยินว่าพ่อของเขาถูกลอตเตอรี่  เขารีบฉวยโอกาสทันที  และขอเพิ่มเงินค่าเบี้ยเลี้ยงของตน)

 

10. “Sold out”  -  ถูกขายไปจนหมดเกลี้ยง

  • All the tickets for the concert have been sold out.

(ตั๋วสำหรับดูคอนเสิร์ตถูกขายไปจนเกลี้ยงแล้ว)

  • That shop is never sold out of bread.

(ร้านนั้นมีขนมปังขายอยู่ตลอด)  (ไม่เคยขายไปจนเกลี้ยงร้าน)

  • We don’t have sun cream now because we’ve sold it out.

(เราไม่มีครีมทากันแดดในขณะนี้  เพราะว่าเราได้ขายมันไปหมดแล้ว)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้

 

 

 

 

Essential Idioms (ตอนที่ 3)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

1. “Make up for”  -  ชดเชยสำหรับ

  • He was too ill to go to the children’s party, so we bought him a toy to make up for it.

(เขาป่วยเกินไปที่จะไปงานเลี้ยงของเด็กๆ  ดังนั้น  เราเลยซื้อของเล่นให้เขาเพื่อชดเชยสำหรับสิ่งนี้)

  • We made up for lost time by taking an airplane instead of a train.

(เราชดเชยเวลาที่เสียไปโดยการนั่งเครื่องบินแทนที่จะไปทางรถไฟ)

  • Saying you are sorry won’t make up for the damage of breaking the window.

(การพูดว่าคุณเสียใจ  จะไม่สามารถชดเชยความเสียหายจากการทำกระจกหน้าต่างแตก)  (คุณจ่ายค่ากระจกมาเสียจะดีกว่า)

  • Susan had to make up for the time she missed in school when she was sick, by studying very hard.

(ซูซานจำเป็นต้องชดเชยเวลาที่เธอขาดเรียนเมื่อตอนเธอป่วย  โดยการเรียนอย่างหนัก)  (คือ  เรียนหนักกว่าปกติเป็น  ๒  เท่า  เพื่อให้ทันเพื่อน เช่น  อาจนอนดึกกว่าปกติเพื่ออ่านหนังสือ  หรือทบทวนบทเรียนแทนที่จะออกไปเที่ยวในวันหยุด)

  • The beautiful view at the top of the mountain makes up for the hard climb to get there.

(ทิวทัศน์ที่สวยงามบนยอดเขา  ชดเชยการปีนไต่เขาที่ยากลำบากเพื่อไปให้ถึงที่นั่น)  (ความงดงามบนยอดเขา  ทำให้ลืมความเหน็ดเหนื่อยในการปีน  และทำให้รู้สึกว่า  การปีนครั้งนี้คุ้มค่า)

 

2. “In case of” (= In the event of)  -  ในกรณีที่อาจเกิด..........., เผื่อไว้สำหรับเกิดหรือมี..........      

  • There is a fire extinguisher on every floor in case of (in the event of) fire.

(มีเครื่องดับเพลิงอยู่ทุกชั้น (ของอพาร์ตเม้นต์, โรงแรม) ในกรณีที่เกิดไฟไหม้)  (คือมีเตรียมไว้เผื่อเกิดไฟไหม้)

  • In case of (In the event of) fire, take an emergency exit.

(ในกรณีที่เกิดไฟไหม้  ให้ใช้ทางออกฉุกเฉิน)

  • Take your umbrellas in case of rain.

(เอาร่มของคุณติดไปด้วยนะ  เผื่อฝนตก)

  • The wall was built along the river in case of floods.

(กำแพงถูกสร้างขึ้นตามฝั่งแม่น้ำเพื่อป้องกัน (หรือในกรณีที่เกิด) น้ำท่วม)

 

3. “In spite of” (= Despite = Notwithstanding)  -  ทั้งๆที่

  • He hasn’t been able to get a good job in spite of (= despite = notwithstanding) his having had an expensive education.

(เขาไม่สามารถหางานดีๆทำได้  ทั้งๆที่มีการศึกษาที่แพง)  (ไม่สามารถหางานดีได้  ทั้งๆมีการศึกษาหรือ เสียค่าเรียนราคาแพง)

  • He went on doing it in spite of (despite) our protests.

(เขาทำมันต่อไป  ทั้งๆที่การคัดค้าน-ประท้วงของเรา)

  • In spite of (despite) the bad storm John delivered his papers on time.  

(ทั้งๆที่มีพายุเลวร้าย  ทอมก็ยังไปส่งหนังสือพิมพ์ได้ตรงเวลา)  (ทอมเป็นเด็กส่งหนังสือพิมพ์)

  • In spite of (despite) all their differences, Mary and Ann remain friends.  

(ทั้งๆที่แตกต่างกันอย่างมากมายอย่างนั้น  แมรี่และแอนยังคงเป็นเพื่อนกันได้)

  • They went out in spite of (despite) the heavy rain.

(พวกเขาออกไปข้างนอกทั้งๆที่ฝนตกหนัก)

 

4. “In one’s name”  -  โดยใช้ชื่อของเขา,  ในนามของเขา  (เช่น  เช่ารถยนต์  หรือบริจาคเงิน

  • The car was rented in his name

(รถถูกเช่าในนามของเขา)

 

5. “Instead of” (= In lieu (ลู) of  =  In place of)  -  แทน,  แทนที่จะ

  • Instead of going home to his wife, he took his secretary to the cinema.

(แทนที่จะกลับบ้านไปหาภรรยา  เขาพาเลขาฯ ของเขาไปดูหนัง)

  • I wore mittens instead of (= in place of = in lieu (ลู) of) gloves.

(ผมสวมถุงมือแบบปล่อยให้นิ้วโผล่ออกมา  แทนถุงมือแบบคลุมนิ้ว)

  • The grown-ups had coffee but the children wanted milk instead of (= in place of = in lieu of) coffee.

(ผู้ใหญ่ดื่มกาแฟ  แต่เด็กๆต้องการนมแทนกาแฟ)

  • The boys went fishing instead of (= in place of = in lieu of) going to school.

(พวกเด็กผู้ชายไปตกปลาแทนที่จะไปโรงเรียน)

  • The Vice-President talked at the meeting instead of (= in place of = in lieu of) the President, because the President was sick.

(รองประธานาธิบดีกล่าวในที่ประชุมแทนท่านประธานาธิบดี  เพราะว่าท่านประธานาธิบดีป่วย)

  • The magician appeared on the program instead of (= in place of = in lieu of) a singer.

(นักมายากลปรากฏตัวในรายการแทนนักร้อง)  (เนื่องจากนักร้องป่วยหรือติดภารกิจ)

  • You ought to do some work, instead of sitting there reading the paper.

(คุณควรจะทำงาน  แทนที่จะนั่งอยู่ตรงนั้น (และ) อ่านหนังสือพิมพ์)

 

6. “Because of (= Due to = On account of = Owing to = By reason of = As a result of)  -  เนื่องมาจาก, เพราะว่า

  • The train arrived late because of (as a result of) the snowstorm.

(รถไฟล่าช้าเนื่องมาจากพายุหิมะ)

  • Because of (Due to) her friendly personality, she is admired by all her friends.

(เนื่องมาจากบุคลิกที่เป็นมิตรของเธอ  เธอได้รับการยกย่องโดยเพื่อนๆ ทุกคน)

  • Because of (On account of) his poor health, he could not work in a tropical country.

(เนื่องมาจากสุขภาพที่แย่ของเขา  เขาไม่สามารถทำงานในประเทศในเขตร้อน)

  • His injury was due to (because of) his careless use of the shot gun.

(บาดแผลของเขาเนื่องมาจากการใช้ปืนที่ลั่นออกมาอย่างไม่ระวัง)

  • Joe’s application to the university was not accepted due to (as a result of) his failing English.

(การสมัครเข้ามหาวิทยาลัยของโจมิได้รับการยอมรับ  เนื่องมาจากเขาสอบภาษาอังกฤษตก)

 

7. “Make fun of”  -  หัวเราะเยาะ, เยาะเย้ย, เย้ยหยัน, ล้อเลียน

  • Jim made fun of the new student because her speech was not like that of the other students.

(จิมหัวเราะเยาะ (ล้อเลียน) นักเรียนใหม่  เพราะว่าการพูดของเธอไม่เหมือนกับการพูดของนักเรียนคนอื่นๆในชั้น)  (จิมล้อเลียนเพื่อนใหม่ของเขา  เพราะเธอพูดสำเนียงแปลกๆ  เหน่อๆ)

  • We sometimes make fun of the fancy dress people wear at the party.

(เราบางครั้งก็หัวเราะเยาะชุดแฟนซีที่ผู้คนใส่ไปที่งานเลี้ยง)

  • We should not make fun of our friend in front of other people because he or she may feel ashamed.

(เราไม่ควรหัวเราะเยาะ (ล้อเลียน) เพื่อนของเราต่อหน้าคนอื่น  เพราะเขาหรือเธออาจรู้สึกอับอาย-กระดาก)

 

8. “A wet blanket”  -  คนที่ทำให้ผู้อื่นหมดสนุก  (แปลตรงตัว  คือ  “ผ้าห่มเปียก”)

  • Everyone wanted the party to go on, but Ronnie, the wet blanket, decided to go home to bed.

(ทุกคนต้องการให้งานเลี้ยงดำเนินต่อไป  แต่รอนนี่,  เจ้าคนที่ชอบทำให้คนอื่นหมดสนุก, ตัดสินใจกลับบ้านไปนอน)

 

9. “Feel no pain”  -  เมา  (แปลตรงๆ ตัว  คือ  “ไม่รู้สึกเจ็บปวด”)

  • Although the party had just begun, after his first drink, Bill was feeling no pain.

(แม้ว่างานเลี้ยงเพิ่งจะเริ่มต้น, หลังจากดื่มแก้วแรก, บิลกำลังเมา)

  • After a few drinks, the man felt no pain and began to act foolishly.

(หลังจากดื่มเข้าไปสองสามแก้ว  ชายคนนั้นเมาและเริ่มทำอะไรโง่ๆ)

 

10. “Eat humble pie”  -  ยอมรับผิดและขออภัย, ยอมรับการดูหมิ่นหรือความอับอาย, ถูกทำให้ต่ำต้อย  (แปลตรงตัว  คือ  “กินขนมพายที่ต่ำต้อย”)

  • After his candidate had lost the election, the boastful campaign manager had to eat humble pie.

(หลังจากผู้สมัคร (รับเลือกตั้ง) ของเขาแพ้การเลือกตั้ง  ผู้จัดการรณรงค์ (เลือกตั้ง) ที่ขี้โม้  จำต้องยอมรับผิดและขออภัย)  (ยอมรับว่าวางแผนหาเสียงไม่ดี  ทำให้พ่ายแพ้)

  • Tom told a lie about George, and when he was found out, he had to eat humble pie.

(ทอมพูดโกหกเกี่ยวกับจอร์ช  และเมื่อเขาถูกพบว่าทำเช่นนั้น  เขาจำเป็นต้องยอมรับผิดและขออภัย)  (จำต้องยอมสารภาพว่าพูดโกหก  และขอโทษจอร์ช)

  • In some old stories a boy with a stepfather has to eat humble pie.

(ในนิทานเก่าๆบางเรื่อง  เด็กชายที่มีพ่อเลี้ยง  จำต้องยอมรับการดูหมิ่นจากพ่อฯ)  (เนื่องจากเขาต้องพึ่งพาอาศัยพ่อเลี้ยง  จึงยอมรับการดูหมิ่นเหยียดหยามจากพ่อฯ)

 

11. “Easy money”  -  เงินที่ได้มาอย่างง่ายๆ โดยไม่ต้องทำงานหนัก, เงินที่ได้มาโดยไม่ต้องใช้ความพยายาม หรือออกเรี่ยวออกแรง  (แปลตรงตัว  คือ  “เงินง่าย”)

  • Young people who look for easy money are usually disappointed.

(คนหนุ่มสาวผู้ซึ่งมองหาเงินง่ายๆ (ได้มาโดยไม่ต้องทำงานหนัก) มักจะผิดหวังอยู่เสมอ)  (เพราะยากที่จะได้เงินมาโดยไม่ต้องทำงานหนัก)

  • The movie rights to a successful play mean easy money to the writer of the play.

(ค่าลิขสิทธิ์ภาพยนตร์จากละครที่ประสบความสำเร็จ (มีคนดูเยอะ) หมายถึงเงินง่ายสำหรับผู้เขียนบทละคร)  (เพราะผู้เขียนบทละครจะได้เงินจากค่าลิขสิทธิ์การนำไปสร้างภาพยนตร์ฟรีๆ  โดยไม่ต้องลงทุนลงแรงอะไรเพิ่ม)

 

12. “Get (Be) used to”  -  คุ้นเคย, เคยชิน  

{ต้องตามด้วย คำนาม หรือ  “Gerund” (Verb + ing)   เพราะในที่นี้   “To”  เป็น“Preposition”   สำหรับ  “Get used to”  หรือ  “Be used to  จะใช้กับเหตุ การณ์ในอดีต   หรือ ปัจจุบัน  หรือ อนาคต  ก็ได้}

  • We got used to playing football when we were in college.

(เราเคยชินกับการเล่นฟุตบอล เมื่อตอนเราเรียนมหาวิทยาลัย)  (ปัจจุบันไม่ได้เล่นแล้ว)

  • They get used to eating out because they are not good at cooking.

(พวกเขาคุ้นเคยกับการกินอาหารนอกบ้าน  (ในปัจจุบัน) เพราะปรุงอาหารไม่เก่ง)

           - He is used to getting up late.

(เขาคุ้นเคยกับการตื่นสาย) (ปัจจุบัน)

  • She was used to watching TV late at night.

(เธอคุ้นเคยกับการดูทีวีจนดึกเวลากลางคืน) (เป็นอดีต)  (ปัจจุบันไม่ได้ทำเช่นนั้นแล้ว)

  • They are used to cold weather.

(พวกเขาคุ้นเคยกับอากาศเย็น) (ปัจจุบัน)

  • You will be used to living in hot weather very soon.

(คุณจะคุ้นเคย-เคยชินกับการอาศัยอยู่ใน (เขต) อากาศร้อนในเร็วๆนี้) (เป็นอนาคต)

  • My friend doesn’t like being without any servants because she has never been used to cooking her meals.

(เพื่อนของผมไม่ชอบอยู่โดยไม่มีคนรับใช้  เพราะว่าเธอไม่เคยคุ้นเคย-เคยชินกับการปรุงอาหารของเธอ)  (ไม่คุ้นเคยตั้งแต่ในอดีต  มาจนถึงปัจจุบัน)

  • He is used to living in Bangkok and so doesn’t mind the noise and the crowded conditions. 

(เขาคุ้นเคย-เคยชินกับการอาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ  และ ดังนั้น  จึงไม่รังเกียจเสียงดังและสภาพที่แออัด)  (เป็นปัจจุบัน)

  • They will get used to reading English newspapers.

(พวกเขาจะคุ้นเคย-เคยชินกับการอ่านหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษ)  (ในอนาคต)

  • He got used to living in an apartment.

(เขาคุ้นเคยหรือเคยชินกับการอาศัยอยู่ในอพาร์ตเม้นต์)  (ในอดีต)  (ปัจจุบันไม่ได้อยู่แล้ว)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้

 

 

 

 

 

Essential Idioms (ตอนที่ 2)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

1. “Hand in glove” (Hand and glove)  =  (ในทางการเมือง, ธุรกิจ, ฯลฯ) มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับ, เป็นพันธมิตรกัน, ใกล้ชิดกัน หรือเป็นมิตรอย่างมาก, ทำงานร่วมกัน, เห็นพ้องต้องกัน หรือร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดมาก  โดยเฉพาะเพื่อวัตถุประสงค์ที่เลวร้าย, เข้ากันได้ดีแบบเป็นปี่เป็นขลุ่ย  (แปลตรงตัว  คือ  มือในถุงมือ  หรือ  มือและถุงมือ)

  • He has obtained some good contracts from the Government.  Of course, he is hand in glove with the people at the Ministry.

(เขาได้รับสัญญาจ้างงานดีๆจากรัฐบาล  แน่ละ  เขามีความสัมพันธ์อันดีกับผู้คน (ข้าราชการ) ในกระทรวง)  (คือ  มีเส้นสายอยู่ในกระทรวง  ทำให้ประมูลงานได้)

  • The Navy and the Coast Guard work hand and glove, especially in war time.

(กองทัพเรือและหน่วยงานยามรักษาฝั่ง (ในสหรัฐฯ) ทำงานเข้าขากันเป็นอย่างดี  โดยเฉพาะในช่วงเวลาสงคราม)  (พวกเขาร่วมมือกันเพื่อชนะสงคราม)

  • Judges and others in high office sometimes are hand in glove with gangsters to cheat and steal.

(ผู้พิพากษาและข้าราชการในตำแหน่งสูง  บางครั้งร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดกับสมาชิกของแก๊งอาชญากร  เพื่อหลอกลวงต้มตุ๋นและลักขโมย)  (พวกเขาช่วยเหลือซึ่งกันและกันเพื่อทำสิ่งเลวๆ)

 

2. “Live from hand to mouth”  =  (เกี่ยวกับชีวิต  หรือ  สถานการณ์ทางการเงิน)ดำรงชีวิตด้วยเงินเพียงเล็กน้อย  และใช้จ่ายเงินออกไปในทันทีที่ได้มา  ทำให้ไม่มีเงินออม;  ดำรงชีวิตโดยมิได้เก็บออมเงินไว้สำหรับอนาคต; หาเช้ากินค่ำ; ดำรงชีวิตแบบปากกัดตีนถีบ; กินอยู่อย่างฝืดเคือง  แบบหากินไปวันๆ   (แปลตรงตัว  คือ  ดำรงชีวิตจากมือถึงปาก  หมายถึง  หาเงินมาได้ด้วยมือ  คือ ทำงานได้เงิน  เสร็จแล้วก็ซื้ออาหารใส่ปากโดยทันที  ไม่มีเงินเหลือเก็บ  กล่าวคือ  มีชีวิตแบบวันต่อวัน  ไม่มีสตางค์เหลือไว้ใช้สำหรับวันพรุ่งนี้)

  • I’m tired of living from hand to mouth.  I want a job where I can save money.

(ผมเบื่อหน่ายการมีชีวิตแบบหาเช้ากินค่ำ  ผมต้องการได้งานซึ่งผมสามารถเก็บออมเงินได้)

  • Frank got very little pay, and the family lived from hand to mouth when he had no job.

(แฟร้งค์ได้เงินเดือนน้อยมาก  และครอบครัวของเขามีชีวิตแบบฝืดเคือง  เมื่อเขาไม่มีงานทำ)  (ครอบครัวต้องอาศัยเงินของแฟร้งค์  พอเขาตกงาน  ทุกคนเลยอดมื้อกินมื้อ)

  • These Indians live from hand to mouth on berries, nuts, and roots.

(อินเดียนแดงเหล่านี้มีชีวิตแบบหาเช้ากินค่ำ โดยกินพวกเบอรี่  ลูกนัท  และ หน่อพืชต่างๆ)  (คือ  คนเหล่านี้ไม่ได้ประกอบอาชีพอะไร  และอยู่ได้โดยการกินพืช-ผลไม้ที่พบเจอในป่า)

                          สำหรับ  “Hand-to-mouth”  เป็นคุณศัพท์  ใช้ขยายหน้าคำนาม  หมายถึง  “ซึ่งฝืดเคือง, ซึ่งปากกัดตีนถีบ  ไม่มีเงินออมไว้ใช้ในอนาคต”

  • Bill is not a saving boy; he spends his money without thought for the future, and lives a hand-to-mouth life

(บิลมิใช่เด็กที่เก็บออมเงิน  เขาใช้จ่ายเงินโดยไม่คิดถึงอนาคต  และดำรงชีวิตแบบหาเช้ากินค่ำ)  (เขาไม่วิตกกังวลกับอนาคต  และมีชีวิตแบบอยู่ไปวันๆ)

 

3. “At large”  =  ๑. (โจร, ผู้ร้าย) ยังลอยนวล, ยังจับตัวไม่ได้, (สัตว์) มิได้ถูกกักขังไว้ในคอก  หรือรั้ว-กำแพง  หรือพื้นที่ๆจัดไว้ให้โดยเฉพาะ  ๒. (ของกลุ่ม) โดยทั่วไป, โดยส่วนใหญ่

  • Since the dangerous criminal was at large, all the town people began to buy dogs for protection.

(เพราะว่าอาชญากรอันตรายยังลอยนวล (จับตัวไม่ได้)  ผู้คนทั้งหมดในเมืองเริ่มซื้อหมาสำหรับการคุ้มครองตนเอง)

  • The murderer is still at large.

(เจ้าฆาตกรยังคงจับตัวไม่ได้)

  • The killer remained at large for weeks.

(ฆาตกรยังลอยนวลอยู่เป็นเวลาหลายสัปดาห์แล้ว)

  • Cattle and sheep roamed at large on the big ranch.

(วัวควายและแกะท่องเที่ยว (ตระเวน) ไปอย่างเสรี  ในทุ่งเลี้ยงปศุสัตว์กว้างใหญ่ที่มิได้ล้อมรั้ว)

  • I don’t think the public at large would support such a scheme.

(ผมไม่คิดว่าสาธารณชนโดยทั่วไป (ส่วนใหญ่) จะสนับสนุนโครงการเช่นนั้น)

  • The junior class at large was not interested in a senior yearbook.

(ชั้นเรียนของนักศึกษาปี  ๓  โดยทั่วไป (ส่วนใหญ่) ไม่สนใจในหนังสือประจำปีของนักศึกษาปี  ๔)

 

4. “Show one’s hand”  =  เปิดเผยความตั้งใจ, พูดออกมาในแบบเปิดเผย  (แปลตรงตัว  คือ  แสดงมือของตน  หรือชูมือของตนขึ้นมา)

  • Anyone who seeks to join the club is required to show his hand.

(ใครก็ตามที่พยายามเข้าร่วมกับ (เป็นสมาชิกของ) ชมรม  จะต้อง (ถูกกำหนดให้) เปิดเผยความตั้งใจของเขาออกมา)  (คือ  แสดงตัวออกมาอย่างเปิดเผย)

 

5. “Fair-weather friend”  =  เพื่อนที่พึ่งไม่ได้ในยามยาก (เพื่อนกิน), บุคคลที่เป็นมิตรเฉพาะตอนที่คุณประสบความสำเร็จ  (แปลตรงตัว  คือ  เพื่อนในยามอากาศดี)

  • The general regretted to learn that so many of his supposed supporters were actually fair-weather friends.

(ท่านนายพลเสียใจที่รู้ว่า  ผู้ที่เขาคิดว่าจะสนับสนุนเขาจำนวนมาก  จริงๆแล้วเป็นเพื่อนกินทั้งนั้น)  (ถีบหัวส่ง  เมื่อรู้ว่าท่านนายพลกำลังจะรบแพ้)

  • Everyone knows that Dick is only a fair-weather friend.

(ทุกคนรู้ว่าดิ๊คเป็นเพียงเพื่อนกินเท่านั้น)   (คือ  รู้ว่าเป็นมิตรเฉพาะกับผู้ที่ประสบความสำเร็จเท่านั้น  เขาจะไม่เป็นมิตรด้วยเลยถ้าผู้นั้นประสบกับโชคร้าย)

 

6. “Pay the piper”  (จ่ายเงินให้คนเป่าปี่)  =  “Pay the fiddler”  (จ่ายเงินให้คนสีซอ)   =  ๑. ใช้หนี้กรรม, รับผลแห่งการกระทำของตน,   ๒. เสียค่าโง่, รับผลแห่งความโง่หรือสะเพร่าของตน, จ่ายเงินหรือเป็นทุกข์เพราะการกระทำโง่ๆ  หรือเพราะใช้จ่ายเงินแบบฟุ่มเฟือยของตัวเอง  (มีที่มา  คือ  สมัยโบราณ  ชาวบ้านจ้างคนเป่าปี่ให้ขึ้นไปนั่งบนหลังคาบ้านของตน  และคอยเป่าปี่เตือน  เมื่อหมาป่า-หมาจิ้งจอกจะเข้ามาขโมยกินแกะหรือสัตว์เลี้ยงของตน  และชาวบ้านต้องจ่ายค่าจ้างให้คนเป่าปี่พวกนี้   หรือ  ชาวบ้านบางแห่งนิยมจ้างคนสีซอพเนจรให้สีซอ  เพื่อที่พวกตนจะได้เต้นรำสนุกสนาน  และสุดท้ายก็ต้องจ่ายค่าจ้างให้คนสีซอเหล่านี้

  • The cruel leader was doing well at the present time, but he knew that one day he might have to pay the piper.

(ผู้นำที่โหดร้ายคนนั้นกำลังไปได้สวยในปัจจุบัน  แต่เขารู้ว่า  สักวันหนึ่ง  เขาอาจจะต้องใช้หนี้กรรมที่เขาได้ก่อไว้)

  • Bob had spent all his money and got into debt, so now he must pay the piper.

(บ๊อบใช้เงินของตนเสียหมดเกลี้ยง และต้องเป็นหนี้  ดังนั้น  ตอนนี้  เขาต้องใช้กรรมของเขาแล้ว)  (คือ  เขาต้องทำงาน  และเดือดร้อนในเรื่องต้องใช้หนี้  เพราะเขาไม่ระวังเรื่องการใช้เงิน  และทำอะไรโง่ๆ มาก่อนหน้านี้)

  • Fred had a fight, broke a window, and quarreled with his boss, so now he must pay the fiddler.

(เฟรดวิวาท-ชกต่อย  ทำกระจกหน้าต่างแตก  และทะเลาะกับเจ้านายของตนเอง  ดังนั้น  ขณะนี้  เขาจะต้องรับผลกรรมแล้ว)  (คือ  จะถูกลงโทษ  เพราะการกระทำของเขาเอง)

 

7. “Save face”  =  รักษาหน้า หรือ หลีกเลี่ยงการเสียชื่อเสียงหรือความอับอาย, รักษาชื่อเสียง หรือ เกียรติเอาไว้  เมื่อมีบางสิ่งเกิดขึ้น และอาจทำความเสื่อมเสียให้กับมัน, ซ่อนอะไรบางอย่างที่อาจก่อให้เกิดความอับอายแก่ตนเอง

  • Instead of firing the corrupt executive, they allowed him to resign in order that he might save face.

(แทนที่จะไล่ออกผู้บริหารที่ทุจริต  พวกเขาอนุญาตให้เขาลาออก  เพื่อที่เขาจะได้รักษาหน้าไว้ได้)

  • They managed to save their faces by saying that they had been let down by their advisers.

(พวกเขาสามารถรักษาหน้าของตัวเองไว้ได้  โดยกล่าวว่าที่ปรึกษาทำให้พวกเขาผิดหวัง)  (คือ  อ้างว่าความล้มเหลวของพวกเขามีสาเหตุมาจากทำตามคำแนะนำของที่ปรึกษา)

  • The policeman was caught accepting a bribe; he tried to save face by claiming it was money owed to him.

(ตำรวจถูกจับได้ในขณะกำลังรับสินบน  (และ) เขาพยายามรักษาหน้าโดยอ้างว่า  มันเป็นเงินที่คนอื่นเป็นหนี้เขา)  (เขาพยายามซ่อนความอายโดยบอกว่า  จริงๆแล้วมันเป็นการชำระหนี้ให้กับเขา  เขามิได้ไถเงินนายคนนั้น)

  • Bill would not play in the game because he knew he could not do well and he wanted to save face.

(บิลจะไม่ลงเล่นในการแข่งขัน  เพราะเขารู้ว่าเขาไม่สามารถเล่นได้ดี  และเขาต้องการรักษาหน้าของตนเอง)  (เขาไม่ต้องการอับอายจากความพ่ายแพ้  ถ้าเขาเข้าแข่งขัน)

 

8. “Have (Get) cold feet”  =  เกิดความกลัวขึ้นมาในทันทีทันใด, รู้สึกปอดโดยฉับพลัน  (แปลตรงตัว  คือ  มีเท้าเย็น)

  • My cousin was ready to join the army, but at the last moment he got cold feet.

(ลูกพี่ลูกน้อง (ญาติห่างๆ) ของผมพร้อมที่จะเข้าทำงานในกองทัพอยู่แล้ว  แต่ในนาทีสุดท้าย  เขาเกิดอาการปอดขึ้นมาโดยทันทีทันใด)  (และอาจยกเลิกความคิดที่จะเป็นทหาร)

 

9. “Red-letter day”  =  วันสำคัญ, วันแห่งความสุขหรือความทรงจำ  (แปลตรงตัว  คือ  “วันตัวอักษรสีแดง”  คือ  วันสำคัญต่างๆในปฏิทิน  ที่จะพิมพ์ด้วยตัวอักษรสีแดง  เพื่อให้มองเห็นได้เด่นชัด)

  • My red-letter day came when I was chosen as senior class president.

(วันแห่งความสุข-ความทรงจำของผมมาถึง  เมื่อผมได้รับเลือกให้เป็นประธานนักศึกษาชั้นปีที่  ๔)

 

10. “Spill the beans”  =  เปิดเผยความลับ  (แปลตรงตัว  คือ  ทำให้ถั่วกระจาย หรือหกล้น)

  • Although he was naturally reticent when the felon was intimidated by the members of the rival gang, he spilled the beans.

(แม้ว่าเขาจะเงียบขรึม-พูดน้อยโดยธรรมชาติ  เมื่อเจ้าอาชญากร (คนชั่วช้า) ถูกทำให้ตกใจกลัวโดยสมาชิกของแก๊งศัตรู  เขาก็เปิดเผยความลับออกมา)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้

 

 

 

 

Essential Idioms (ตอนที่ 1)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

1. “No picnic”  =  ไม่ใช่งานที่ง่าย, ไม่ใช่สถานการณ์ที่ง่าย

  • We had to rescue the people from the burning house.  It was no picnic.

(เราจำเป็นต้องช่วยชีวิตผู้คนจากบ้านที่กำลังไฟไหม้  มันไม่ใช่งานที่ง่ายเลย)

 

2. “The next man”  =  คนอื่นๆ

  • In normal circumstances I’m as honest as the next man, but I avoid paying taxes if I can.

(ในสถานการณ์ปกติ  ผมก็ซื่อสัตย์เหมือนคนอื่นๆ นั่นแหละ  แต่ผมจะเลี่ยง (จ่าย) ภาษี  ถ้าผมสามารถทำได้)

 

3. “Give (Lend) someone a hand”  =  ช่วยเหลือผู้นั้น

  • Give me a hand with this case, will you?

(ช่วยผมยกลัง-หีบนี้หน่อย  ได้ไหมครับ)

  • My mother asked me to lend a hand with the cleaning

(แม่ของผมขอให้ผมช่วยเธอทำความสะอาด)

  • Jack saw a woman with a flat tire and offered to give her a hand with it.

(แจ๊คเห็นผู้หญิงที่รถยางแบน  และเสนอจะช่วยเปลี่ยนยางให้)

 

4. “Out of hand”  =  บานปลาย, ควบคุมไม่อยู่

  • You must be firm with the boys or they will get out of hand.

(คุณจะต้องเด็ดขาดกับเด็กพวกนั้นนะ  มิฉะนั้นพวกเขาจะควบคุมไม่อยู่)

  • Jimmy’s birthday party got out of hand and the children were naughty.

(งานเลี้ยงวันเกิดของจิมมี่ควบคุมไม่ได้  และเด็กๆเลยไม่เชื่อฟัง-ซุกซน)  (คือ  เด็กๆควบคุมไม่อยู่)

  • Small puppies often get out of hand.

(ลูกหมาตัวเล็กๆ มักควบคุมไม่ได้อยู่บ่อยๆ)  (คือ  มันมักทำสิ่งไม่ดี  และไม่เชื่อฟังเจ้าของ)

 

5. “End up”  =  ลงเอย, จบสิ้นลง, ตาย, ถูกสังหาร, ทำให้ยุติ, ทำให้จบสิ้น, หยุด

  • If you go on in this way, you’ll end up in prison.

(ถ้าคุณยังดำเนินต่อไปในแบบนี้  คุณจะลงเอยในตะราง)  (ถ้ายังไม่เลิกทำ  สุดท้ายจะติดคุก)

  • How does the story end up?

(เรื่องนั้นจบลงยังไง)

  • We lost our way and ended up miles away from home.

(เราหลงทาง  และลงเอยด้วยอยู่ห่างจากบ้านหลายไมล์)  (กว่าจะรู้ว่าหลงทาง  ก็อยู่ห่างจากบ้านไกลโข)

  • The gangster ended up in the electric chair.

(เจ้าสมาชิกของแก๊งอาชญากรถูกประหารโดยเก้าอี้ไฟฟ้า)

  • The politician finally ended up his speech.

(นักการเมืองคนนั้นยุติ (พูดจบ) สุนทรพจน์ของตนในที่สุด)

 

6. “No end of”  “No end to”  =  จำนวนมาก, มากมาย, ไม่จบไม่สิ้น

  • We’ve had no end of complaints since the new system was installed.

(เราได้รับการร้องเรียนมากมาย (ไม่จบไม่สิ้น) ตั้งแต่ระบบใหม่ถูกติดตั้ง)

  • There was no end to the letters pouring into the post office.

(มีจดหมายจำนวนมากหลั่งไหลเข้ามายังสำนักงานไปรษณีย์)  (จนดูเหมือนว่าไม่จบไม่สิ้น)

  • Bob and Bill became close friends, and had no end of fun together.

(บ๊อบและบิลกลายเป็นเพื่อนสนิทกัน  และสนุกด้วยกันมากมาย)

 

7. “At last” (= Finally)  =  ในที่สุด

  • At last he saw the opportunity he had been waiting for.

(ในที่สุด  เขามองเห็นโอกาสที่เขากำลังรอคอยมานาน)

  • The war had been long and hard, but now there was peace at last.

(สงครามยืดเยื้อและดุเดือด  แต่ขณะนี้ได้มีสันติภาพในที่สุด)

  • The boy saved his money until at last he had enough for a bicycle.

(เด็กคนนั้นออมเงินของตน  จนกระทั่งในที่สุดก็มีเงินเพียงพอซื้อรถจักรยาน)

 

8. “Last but not least”  =  มาถึงหรือกล่าวถึงเป็นคนสุดท้าย  แต่ไม่ได้สำคัญน้อยที่สุด

  • Last but not least I must thank my parents, who have helped us so much.

(ขอกล่าวถึงเป็นคนสุดท้าย  แต่มิได้สำคัญน้อยสุด   ผมต้องขอบคุณพ่อแม่ของผม  ผู้ซึ่งช่วยเหลือเรา (ผมและภรรยา) มากมายเหลือเกิน)

  • Billy will bring sandwiches, Alice will bring cake, Susan will bring cookies, John will bring potato chips, and last but not least, Sally will bring the lemonade.

(บิลลี่จะเอาแซนวิชมา  อลิซจะเอาเค้กมา  ซูซานจะเอาคุกกี้มา  จอห์นจะเอามันฝรั่งทอดมา  และท้ายสุดแต่มิได้สำคัญน้อยสุด  แซลลี่จะเอาน้ำมะนาวมา)  (แซลลี่ถูกพูดถึงเป็นคนสุดท้าย  แต่น้ำมะนาวของเธอก็มีความสำคัญกับการปิกนิก  เท่าๆกับ (พอๆกับ) ของที่คนอื่นๆจะนำมา)

 

9. “A drop in the ocean”  =  ปริมาณเล็กน้อยมาก หรือจิ๊บจ๊อยมาก (โดยเปรียบ เทียบ)  (แปลตรงตัว คือ  น้ำ  ๑  หยดในมหาสมุทร)

  • The amount of money I waste is a drop in the ocean compared to what the Government spends on projects which achieve nothing.

(จำนวนเงินที่ผมใช้สิ้นเปลืองไป  นับเป็นเงินที่เล็กน้อยเหลือเกิน  เมื่อเปรียบเทียบกับเงินที่รัฐบาลใช้จ่ายไปกับโครงการต่างๆที่ไม่ได้บรรลุผลสำเร็จอะไรเลย)

 

10. “Go to the dogs”  =  เสื่อมลง, แย่ลง

  • The newspapers are always telling us that the country is going to the dogs.

(หนังสือพิมพ์กำลังบอก (พูดกรอกหู) เราอยู่เสมอว่า  ประเทศ (ของเรา) กำลังแย่ลง)  (เช่น  เศรษฐกิจตกต่ำ  โจรผู้ร้ายชุกชุม  ผู้บริหารประเทศทุจริต  ข้าวของแพง  ฯลฯ)

 

11. “As a rule”  =  ตามปกติ  (แปลตรงตัว  คือ  ตามกฎ-ระเบียบ)

  • As a rule I catch an earlier train, but I got up late this morning.

(ตามปกติแล้ว  ผมมารถไฟเที่ยวเร็วกว่านี้  แต่ผมตื่นสายเมื่อเช้านี้)  (เลยต้องมารถไฟเที่ยวช้ากว่าปกติ)

  • As a rule  a secretary must be punctual.

(โดยปกติแล้ว  เลขานุการจะต้องตรงต่อเวลา)

 

12.Make do (with)”  =   ใช้ของเลวแทนไปพลางก่อน  ในเมื่อยังหาของที่ดีกว่าไม่ได้, อยู่แบบถูไถ หรือ ใช้ (เงิน, สิ่งของ) เท่าที่มีไปพลางๆก่อน หรือแก้ขัดไปก่อน  เพราะยังหาของที่ดีกว่าไม่ได้

  • I have only Baht 100.  It is not much but I have to make do with it.) 

 (ผมมีเงินแค่  ๑๐๐  เดียว มันไม่มาก แต่ผมก็ต้องถูไถไปกับเงินจำนวนนี้)

  • He had no hammer to use with the nails but he could make do with this stone.)  

(เขาไม่มีค้อนที่จะใช้ตีตะปู   แต่เขาสามารถใช้หินก้อนนี้  (ตอก)  แทนค้อนแก้ขัดไปก่อน)

  • We have not time to cook a proper meal.  We’ll have to make do with sandwiches.

(เราไม่มีเวลาที่จะปรุงอาหารที่เหมาะสม  เราจำเป็นต้องกินแซนวิชแก้ขัดไปก่อน)

  • This motel isn’t what we want, but we must make do.

(นี่ไม่ใช่โรงแรมนอกเมืองที่เราต้องการพัก  แต่เราจะต้องนอน (พัก) แก้ขัดไปก่อน)

  • Many families manage to make do on (หรือ “With”) very little income.

(ครอบครัวจำนวนมากสามารถอยู่แบบถูไถกับรายได้ที่น้อยมาก)  (คือ  มีชีวิตอยู่ได้กับเงินเพียงนิดเดียว)

 

13. “A feather in one’s cap”  =  สิ่งที่ภาคภูมิใจ  (แปลตรงตัว  คือ  ขนนกที่เสียบอยู่ที่หมวกของคน)  (ใช้กับทหารที่รบชนะในสมัยโบราณ)

  • If she could get the movie star’s autograph, she knew it would be a feather in her cap.

(ถ้าเธอสามารถได้ลายเซ็นของดาราหนังคนนั้น  เธอรู้ว่ามันจะเป็นสิ่งที่เธอภาคภูมิใจ)

 

14. “Rock the boat”  =  ก่อกวนหรือสร้างปัญหา, สร้างความปั่นป่วนซึ่งอาจทำให้แผนเสีย  (แปลตรงตัว  คือ  เขย่าเรือ หรือโคลงเรือ)

  • Politicians don’t like to rock the boat around election time.

(นักการเมืองไม่ชอบที่จะสร้างปัญหาใกล้เวลาเลือกตั้ง)  (คือ  ไม่อยากพูดหรือทำอะไรที่จะทำให้ผู้ลงคะแนนไม่พอใจ  หรือไม่เลือกตน)

  • The other boys said that Henry was rocking the boat by wanting to let girls into their club.

(เด็กชายคนอื่นๆกล่าวว่า  เฮนรี่กำลังสร้างปัญหาโดยต้องการให้เด็กผู้หญิงเข้ามา (เป็นสมาชิก) ของชมรม)  (เพราะเด็กพวกนั้นกลัวว่า  เด็กหญิงจะทำให้ชมรมแตก)

 

15. “Once in a blue moon”  =  น้อยครั้งมาก, นานๆมากสักครั้งหนึ่ง

  • His wife complained that they went out to dinner and a show once in blue moon.

(ภรรยาของเขาบ่น-คร่ำครวญว่า  พวกเขา (เธอและสามี) ออกไปกินอาหารเย็นนอกบ้านและดูการแสดงน้อยครั้งมาก)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้

 

 

 

Pages

Subscribe to RSS - Essential Idioms