Essential Idioms

Essential Idioms (ตอนที่ 14)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน

 

1. Take place”  -  เกิดขึ้น

  • When did the accident take place?

(อุบัติเหตุเกิดขึ้นเมื่อไร)

 

2. “Take aback  ทำให้ช็อค, ทำให้งงงวย หรือตกใจในทันทีทันใด, ทำให้ประหลาดใจแบบไม่สบายใจ  (มักใช้ในรูป  “Passive voice”  คือ  “Be taken aback”  =  ช็อค, งงงวย หรือตกใจอย่างมาก, ประหลาดใจแบบไม่สบายใจ)

  • She was taken aback by the straightforward question.

(เธอตกใจมากกับคำถามที่ตรงไปตรงมานั้น)

  • When he came to pay for his dinner, he was taken aback to find that he had left his wallet at home.

(เมื่อเขาเดินมาจ่ายค่าอาหารมื้อเย็น  เขางงงวยและตกใจมาก (รวมทั้งกระดากอาย) ที่ได้พบว่า  เขาได้ลืมกระเป๋าสตางค์ไว้ที่บ้าน)

  • That news really took us aback.

(ข่าวนั้นทำให้พวกเราช็อคไปเลย)

 

3. “Take turns”  -  ผลัดกัน, เปลี่ยนเวร, สลับกันทำ

  • In class we should not talk all at the same time; we should take turns.

(ในห้องเรียน  เราทุกคนไม่ควรพูดพร้อมๆกัน  เราควรผลัดกันพูด)  (คือ  พูดทีละคน)

  • Tom and Tim took turns on the swing.

(ทอมและทิมสลับกันเล่นชิงช้า)  (คือ  ทอมเล่นฯก่อน  แล้วทิมเล่น  แล้วก็ทอม และทิมสลับกันไปเรื่อยๆ)

  • The two boys took turns at digging the hole.

(เด็กชาย  ๒  คนนั้นผลัดกันขุดหลุม)  (คือ  คนแรกขุด  แล้วต่อมาคนที่  ๒  ขุด  แล้วคนแรกขุดอีก  ตามมาด้วยคนที่  ๒  สลับกันไปเรื่อยๆ)

  • The three men took turns driving; so one would not be too tired.

(ชาย  ๓  คนนั้นผลัดกันขับรถ  ดังนั้น  แต่ละคนไม่เหนื่อยเกินไป)

 

4. “Keep track of  หรือ  Keep track”  -  ติดตาม, ตามเรื่อง, รู้ความเปลี่ยนแปลง, รับทราบข่าวสาร หรือทันเหตุการณ์  (แปลตรงตัว  คือ  “ตามรอยเท้า  หรือตามรอยทาง เดินของ)  (ความหมายบางส่วน  เหมือนกับ  “Keep up with”)

  • I read the newspaper every day to keep track of current events.

(ผมอ่านหนังสือพิมพ์ทุกวัน  เพื่อติดตามเหตุการณ์ปัจจุบัน)

  • What day of the week is it?  I can’t keep track.

(วันนี้เป็นวันอะไรของสัปดาห์  ผมตามไม่ทัน)  (ผมจำไม่ได้ว่าเป็นวันอะไร)

  • Mr. Stevens kept track of his business by telephone when he was in the hospital.

(มิสเตอร์สตีเวนส์ติดตาม (รับทราบข่าวสาร) ธุรกิจของเขาทางโทรศัพท์  เมื่อเขาป่วยอยู่ในโรงพยาบาล)

  • The farmer has so many chickens that he can hardly keep track of them all.

(ชาวนาคนนั้นมีไก่มาก  จนกระทั่งเขาแทบจะไม่สามารถติดตามมันได้ทั้งหมด)  (เขาจำไม่ใคร่จะได้ว่ามันมีจำนวนเท่าใด  และมันอยู่ที่ไหนกันบ้าง)

 

5. “Keep up with  หรือ  Keep up”  -  มีความหมายหลายอย่าง  เช่น

                         ๑. ทราบข่าวทันเหตุการณ์, เดินตามทัน, ก้าวทัน, ยังคงติดต่อกับ, ยังคงสนใจใน, รักษาประเพณี หรือการติดต่อเอาไว้

  • If you read newspapers every day, you will keep up with the world.

(ถ้าคุณอ่านหนังสือพิมพ์ทุกวัน  คุณจะก้าวทันโลก)

  • They kept up a lively correspondence for several years.

(พวกเขาติดต่อกันทางจดหมายอย่างมีชีวิตชีวาเป็นเวลาหลายปี)

  • Have you kept up with your English since you returned to your own country?

(คุณยังคงสนใจภาษาอังกฤษอยู่หรือเปล่า  ตั้งแต่คุณกลับไปประเทศของคุณ)

  • We kept up with them while they were abroad by writing to them every Christmas.

(เรายังคงติดต่อกับพวกเขาในขณะที่พวกเขาอยู่ต่างประเทศ  โดยการเขียนจดหมายถึงพวกเขาทุกคริสต์มาส)

                    ๒. ทำให้จิตใจสบายขึ้น, เพิ่มขวัญกำลังใจ-ความกล้าหาญ

  • Have a drink of brandy.  It will keep your spirits up.

(ดื่มบรั่นดีเสียหน่อยซิ  มันจะทำให้จิตใจคุณสบายขึ้น)

                    ๓. ก้าวทันแฟชั่น หรือขนบธรรมเนียมประเพณี

  • It is very expensive to keep up with the fashion.

(มันแพงมากที่จะก้าวให้ทันแฟชั่น)

                   ๔. ไม่ล้าหลัง, เรียนทันเพื่อน, (เดิน) ตามทัน

  • He should not be in this class.  He can’t keep up with the rest.

(เขาไม่ควรอยู่ในชั้นเรียนนี้  เขาเรียนไม่ทันเพื่อนที่เหลือทั้งชั้น)

  • Don’t walk so fast.  I can’t keep up with you.

(อย่าเดินให้เร็วมากนัก  ผมตามคุณไม่ทัน)

                    ๕. (ทรัพย์สิน) บำรุงรักษาให้อยู่ในสภาพดี

  • It costs more and more to keep up the house.

(มันราคาสูงขึ้นเรื่อยๆที่จะบำรุงรักษาบ้านให้อยู่ในสภาพดี)

                    ๖. (ผู้คน) ขัดขวางมิให้เข้านอน

  • I won’t keep you up any longer.  You look tired.

(ผมจะไม่ดึงคุณไว้มิให้เข้านอนอีกต่อไป  คุณดูมีท่าทางเหนื่อยนะ)  (คุณไปนอนได้แล้ว  ผมจะไม่ชวนคุณคุยต่อไปอีก)

 

6. “Keep up with the Joneses”  - พยายามแข่งขันกับเพื่อนบ้านในการซื้อเสื้อผ้า, รถยนต์ ฯลฯ  (สื่อความหมายว่า  ใช้จ่ายเงินอย่างฟุ่มเฟือยในความพยายามที่จะมีหน้ามีตาในสังคม), ทำตามเพื่อนบ้านอย่างไม่ลืมหูลืมตา  หรือแข่งกับเพื่อนบ้านในเรื่องการอวดร่ำอวดรวย  (แปลตรงตัว  คือ  “ก้าวให้ทันครอบครัวโจนส์”  ซึ่งในอังกฤษ หรืออเมริกา  มีชื่อครอบครัวนี้อยู่มากมาย  หรือทุกหมู่บ้าน-ตำบล  เนื่องจากเป็นนามสกุลโหล)  

  • The Smiths were deeply in debt after they had tried to keep up with the Joneses.

(ครอบครัวสมิธเป็นหนี้อย่างหนัก  หลังจากที่พวกเขาพยายามทำตัวให้ทัดเทียมกับเพื่อนบ้านทางด้านวัตถุ)

 

7. “Roll up one’s sleeves”  -  เตรียมพร้อมสำหรับงานหนัก, เตรียมทำงานหนักหรืออย่างจริงจัง  (แปลตรงตัว  คือ  “ม้วนแขนเสื้อขึ้นมา  หรือ พับแขนเสื้อ)

  • When Paul took his science exam, he saw how little he knew about science.  So, he rolled up his sleeves and went to work.

(เมื่อพอลจะสอบวิชาวิทยาศาสตร์  เขาพบว่าเขารู้เกี่ยวกับวิชานี้น้อยเพียงใด  ดังนั้น  เขาจึงเตรียมพร้อมสำหรับงานหนัก  และลงมือทำงาน)  (คือ  ศึกษาวิชาวิทยาศาสตร์อย่างเข้มข้นเพื่อเตรียมสอบ)

 

8. “From time to time”  -  เป็นครั้งคราว, เป็นบางโอกาส

  • They go to the movies from time to time.

(พวกเขาไปดูหนังเป็นครั้งคราว)

 

9. “Break silence”  -  ทำลายความเงียบ

  • After a wait of two hours, she broke silence.

(หลังจากรอคอยอยู่    ชั่วโมง  เธอก็ทำลายความเงียบขึ้น)  (โดยการพูดหรือโวยวายขึ้นมา)

 

10. “Tooth and nail”  -  สุดกำลัง  (แปลตรงตัว  คือ  “ฟันและตะปู”

  • The mother fought tooth and nail to retain the custody of the child.

(แม่คนนั้นต่อสู้อย่างสุดกำลังเพื่อรักษาไว้ซึ่งสิทธิที่จะได้ปกครองลูก)

 

11. “From cover to cover”  -  ตลอดเล่ม (หนังสือ)  (แปลตรงตัว  คือ  “จากปกหน้าถึงปกหลัง”)

  • I’ve read the book you gave me from cover to cover.

(ผมอ่านหนังสือที่คุณให้ผมจบแล้ว)

 

12. “Lose patience”  -  หมดความอดทน

  • I lost patience when I saw them beat the girl cruelly. 

(ผมหมดความอดทนเมื่อเห็นพวกเขาตีเด็กหญิงคนนั้นอย่างทารุณ)

 

13. “In mourning (ม้อร์น-นิ่ง)”  -  ไว้อาลัย, ไว้ทุกข์

  • Jenny is in mourning for her mother.

(เจนนี่กำลังอยู่ระหว่างไว้ทุกข์ให้กับแม่ของเธอ)

 

14. “A fly in the ointment”  -  ส่วนที่ไม่น่าเพลิดเพลิน (ยินดี) ของสิ่งที่น่าเพลิดเพลิน (ยินดี), สิ่งเล็กๆน้อยๆที่ทำลายความเพลิดเพลิน  หรือทำให้ความสนุกลดลง  (แปลตรงตัว  คือ  “แมลงวันในครีม หรือยาขี้ผึ้ง”)

  • He was offered a lucrative position with the firm, but the fly in the ointment was that he would have to work on Saturday and Sunday.

(เขาได้รับการเสนอตำแหน่งที่ให้ผลตอบแทนสูงกับบริษัท  แต่ส่วนที่ไม่น่ายินดีของสิ่งที่น่ายินดีนี้ก็คือ  เขาจำเป็นจะต้องทำงานในวันเสาร์และอาทิตย์)

  • We had a lot of fun at the beach; the only fly in the ointment was Bryan’s cutting his foot on a piece of glass.

(เราสนุกสนานกันมากที่ชายหาด  (แต่) มีเรื่องเล็กน้อยที่ทำให้ความสนุกลดลง  คือ  เท้าของไบรอันโดนเศษแก้วบาด)

  • Your new job sounds too good to be true – interesting work, high pay, short hours.  Isn’t there any fly in the ointment?

(งานใหม่ของคุณฟังดูแล้วดีเกินไปกว่าที่จะเป็นจริง  (กล่าวคือ)  งานน่าสนใจ, ค่าจ้างสูง, ชั่วโมงทำงานน้อย  มีอะไรที่ไม่ดีบ้างไหม)  (มีอะไรเกี่ยวกับงานที่คุณไม่ชอบบ้างไหม)

 

15. “Take up arms”  -  จับอาวุธ

  • Every Thai man is required to take up arms in defence of the country if needed.

(ชายไทยทุกคนจะต้องจับอาวุธขึ้นเพื่อป้องกันประเทศถ้าจำเป็น)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                         ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป

 

 

 

 

Essential Idioms (ตอนที่ 13)

1. “At enmity with”  -  เป็นศัตรูกันกับ, เป็นปฏิปักษ์กับ, ขัดเคืองกันกับ, ต่อต้าน, เกลียดชัง

  • Before President Trump had a talk with North Korea’s leaders, the United States was at enmity with North Korea.

(ก่อนที่ประธานาธิบดีทรัมพ์ได้พูดคุยกับผู้นำของเกาหลีเหนือ  สหรัฐฯ เป็นศัตรูกับเกาหลีเหนือ)

 

2. “At home in”  -  ชำนิชำนาญใน, เชี่ยวชาญ (เป็นบ้านของตนเอง) ใน, มีความรู้ความสามารถในเรื่อง หรือวิชาเป็นอย่างดี, ใช้..................ได้อย่างคล่องแคล่ว

  • She is quite at home in English.

(เธอรู้วิชาภาษาอังกฤษเป็นอย่างดี)  (เธอใช้ภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่ว)

  • He is at home in any city in German.

(เขาชำนิชำนาญในเมืองทุกเมืองในเยอรมันราวกับว่าเป็นบ้านของตัวเอง)

  • Whatever subject is introduced in conversation, my cousin shows himself at home in it.

(ไม่ว่าเรื่องใดๆ จะถูกนำเข้ามาในการสนทนา  ลูกพี่ลูกน้องของผมแสดงว่าเข้าใจมันเป็นอย่างดี)

  • They are quite at home in any branch of mathematics.

(พวกเขาชำนิชำนาญในวิชาคณิตศาสตร์ทุกสาขาทีเดียว)

 

3. “As to”  -  ๑. เกี่ยวกับ,  ๒. สอดคล้องกับ, ตาม

                                      ๑. เกี่ยวกับ

  • There is no doubt as to his honesty.

(ไม่มีข้อสงสัยเลยเกี่ยวกับความซื่อสัตย์ของเขา)

  • As to your final grade, that depends on your final examination.

(เกี่ยวกับคะแนนสุดท้ายของคุณ  นั่นขึ้นอยู่กับ (ผล) การสอบไล่ของคุณ)

  • I will inquire again as to what your reasons are.

(ผมจะถามอีกครั้งว่า  อะไรบ้างที่เป็นเหตุผลของคุณ)

                                      ๒. สอดคล้องกับ, ตาม

  • They sorted the eggs as to size and color.

(พวกเขาแยกประเภทไข่ตามขนาดและสี)

 

4. “As for”  -  ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ.........., สำหรับ......... (มักแสดงเป็นนัยถึงความดูหมิ่นดูแคลน)

  • The others are too young to know any better, but as for you, John, you should be ashamed of yourself.

(คนอื่นยังเด็กเกินไปที่จะรู้ดีกว่าที่แล้วมา  แต่สำหรับแกนะจอห์น  แกควรมีความละอายตัวเอง)

 

5. “If you ask me  -  ในความเห็นของผม  (แสดงเป็นนัยว่า  “ถ้าคุณถามผม  ผมก็จะพูดแบบนี้”)

  • He is very bad-mannered, if you ask me.

(เขามารยาททรามมาก, ในความเห็นของผม)

 

6. “At (On) the point of”  -  มาถึงเรื่อง, มาถึงช่วง

  • We were at the point of discussing your proposal when the meeting was adjourned.

(เรากำลังมาถึงการอภิปรายข้อเสนอของคุณ  ก็พอดีการประชุมถูกเลื่อนออกไป)

 

7. “By dint of”  -  โดยวิธี, โดยการใช้  (Dint เป็นคำนาม  =  แรง, อำนาจ, กำลัง, การตี, รอยบุ๋ม)

  • He gained the prize by dint of steady application.

(เขาได้รางวัลโดยวิธีสมัครเข้าแข่งขันเป็นประจำ)

  • At last, we succeeded by dint of hard labor.

(ในที่สุด  พวกเราก็ประสบความสำเร็จโดยวิธีทำงานหนัก)

  • The project was completed by dint of much effort.

(โครงการเสร็จสิ้นลงด้วยการใช้ความพยายามอย่างมาก)

  • His success in college was largely by dint of hard study.

(ความสำเร็จของเขาในมหาวิทยาลัย  ใช้วิธีการศึกษาอย่างหนักเป็นส่วนใหญ่)

  • By dint of sheer toughness and real courage, they lived through the jungle difficulties and dangers.

(โดยการใช้ความทรหดอดทนเต็มที่และความกล้าหาญอย่างแท้จริง  พวกเขารอดชีวิตจากความยากลำบากและภัยอันตรายของป่าดงดิบ)

 

8. “By means of”  -  โดยอาศัย, โดยวิธี, โดยการใช้, ด้วยความช่วยเหลือของ  (= By dint of)

  • She recovered her health by means of sea-air and sea-bathing.

(เธอได้สุขภาพกลับคืนดีดังเดิม  โดยอาศัยอากาศทะเลและการอาบน้ำทะเล)

  • The fisherman saved himself by means of a floating log.

(ชาวประมงรักษาชีวิตตนเองไว้ได้โดยอาศัยท่อนไม้ลอยน้ำ)  (เกาะท่อนไม้ลอยคอในทะเล  จนมีคนมาช่วย)

  • By means of monthly payments, people can buy more than in the past.

(โดยวิธีชำระเงินเป็นรายเดือน  ผู้คนสามารถซื้อ (สินค้า) ได้มากกว่าในอดีต))

 

9. Be on the make”  -   ๑. มีความมุ่งหมาย หรือความตั้งใจอยู่ที่ผลประโยชน์ (ผลกำไร) ของตนเอง, เห็นแก่ได้ หรือ หวังผลกำไร, วิ่งเต้น (ผลักดันตนเอง) เพื่อความ ก้าวหน้าในอาชีพ, ทำทุกอย่างเพื่อความสำเร็จ (แม้ปราศจากศีลธรรม)

  • It was clear to me that the girl wasn’t in love with him.  She was on the make.

(มันชัดเจนสำหรับผมว่า  เด็กสาวคนนั้นมิได้รักเขา  เธอมุ่งหมายจะหาประโยชน์ (ปอกลอก) จากเขาต่างหาก)

  • The new department head is a young man on the make, who expects to be company president in ten years.

(หัวหน้าแผนกคนใหม่เป็นคนหนุ่ม  ที่ผลักดันตนเองเพื่อความก้าวหน้า, ผู้ซึ่งคาดหวังจะเป็นประธานบริษัทในอีก  ๑๐  ปีข้างหน้า)  (เขาทำทุกอย่าง  เพื่อให้ตัวเองได้เลื่อนตำ แหน่ง)

                                        ๒. สำส่อน หรือก้าวร้าวในการรุกคืบหน้าทางเพศ  (โดยเฉพาะเมื่อต้องการให้ได้ผู้หญิงมา)

  • I can’t stand Billy; he is always on the make.

(ผมทนบิลลี่ไม่ได้  เขารุกคืบหน้าทางเพศแบบก้าวร้าวอยู่เสมอ)  (เขาจีบผู้หญิงแบบก้าวร้าว  ตื๊อหนักโดยไม่แคร์ว่าผู้หญิงจะคิดอย่างไร  และทำทุกรูปแบบเพื่อเอาชนะผู้ชายคนอื่น)

 

10. “Dressed to kill”  -  (ใช้กับผู้หญิง)  แต่งตัวในแบบที่เรียกร้องความสนใจจากผู้ชาย  (เช่น แต่งตัวโป๊  หรือยั่วยวน)  (แปลตรงตัว  คือ  “แต่งตัวเพื่อฆ่า”)

  • Jennifer was dressed to kill at the party last night.

(เจนนิเฟอร์แต่งตัวยั่วยวนที่งานเลี้ยงเมื่อคืนที่ผ่านมา)

 

11. “Down-to-earth”  -  ตรงไปตรงมา, ซื่อตรง, มองโลกตามความเป็นจริง, สามารถใช้ได้จริง

  • He’s a down-to-earth sort of man.  He always says what he means.

(เขาเป็นคนประเภทตรงไปตรงมา  เขาพูดในสิ่งที่เขาหมายความถึงเสมอ)  (คิดอย่างไรก็พูดอย่างนั้น)

  • Jim is a down-to-earth guy.  Everyone loves to work with him.

(จิมเป็นคนมองโลกตามความเป็นจริง  ทุกคนชอบทำงานกับเขา)

  • The President suggested a very down-to-earth plan to move the peace talks forward.

(ท่านประธานาธิบดีเสนอแผนที่สามารถใช้ได้จริงอย่างยิ่ง  เพื่อผลักดันการเจรจาสันติภาพให้ก้าวต่อไป)

 

12. “At the top of the ladder”  -  มีตำแหน่งหรือฐานะสูงกว่าผู้อื่น, สุดยอด  (“Ladder”  =  บันไดลิง)

  • He is at the top of the ladder in his profession.

(เขาอยู่สุดยอดในอาชีพของเขา)

 

13. “At work”  -  กำลังทำงาน

  • My father is always at work before daybreak.

(พ่อของผมทำงานก่อนรุ่งสางเสมอ)

 

14. “Set to work”  -  เริ่มต้นทำงาน

  • All employees must set to work as soon as they reach the office.

(พนักงานทุกคนจะต้องเริ่มต้นทำงาน  ในทันทีที่พวกเขาไปถึงสำนักงาน)

 

15. “Live from hand to mouth”  -  หาเช้ากินค่ำ

  • A poor worker has to live from hand to mouth and cannot afford luxuries.

(คนงานยากจนจำต้องหาเช้ากินค่ำ  และไม่สามารถหาสิ่งหรูหราฟุ่มเฟือย (บำเรอความสุข) ได้เลย)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                         ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป

 

 

Essential Idioms (ตอนที่ 12)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

1. “Under construction”  -  กำลังได้รับการก่อสร้าง

  • The new building is under construction.

(อาคารใหม่อยู่ในระหว่างการก่อสร้าง)

 

2. “Under repair”  -  กำลังได้รับการซ่อมแซม

  • The bridge is under repair.

(สะพานอยู่ในระหว่างการซ่อมแซม)

 

3. “Under pressure”  -  ภายใต้ความกดดัน

  • You can’t do a good job if you do it under pressure

(คุณทำงานไม่ได้ดี   ถ้าคุณทำมันภายใต้ความกดดัน)

 

4. “Under control”  -  ภายใต้การควบคุม

The manager is quite capable of keeping his staff members under control.

(ผู้จัดการมีความสามารถอย่างมาก  ในการทำให้พนักงานของตนอยู่ภายใต้การควบคุม)

 

5. “On the rise”  -  เพิ่มขึ้น

  • The oil prices are on the rise

(ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น)

 

6. Put the blame on”  -  ตำหนิ

  • When things go wrong, he puts the blame on somebody else.

(เมื่อสิ่งต่างๆ เกิดผิดพลาดขึ้น   เขามักตำหนิผู้อื่น)

 

7. “Put an emphasis on”  -  เน้นย้ำ หรือ มุ่งความสนใจในเรื่อง

  • The government puts an emphasis on the infrastructural development. 

(รัฐบาลมุ่งเน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน)

 

8. On request”  -  เมื่อมีการร้องขอ

  • I will lend you my car on request

(ผมจะให้คุณยืมรถเมื่อมีการร้องขอ)

 

9. “On business”  -  ด้วยเรื่องธุรกิจ

  • He went to New York on business.

(เขาไปนิวยอร์คด้วยเรื่องธุรกิจ)

 

10. “Keep on”  -  ๑. ดำเนินต่อไป  ๒. สวมใส่ต่อไป

  • They kept on working.

(พวกเขาทำงานต่อไป)

  • He kept on talking all the time.

(เขาพูดไม่หยุดตลอดเวลา)

  • The traveler would not stop; he kept on his way.

(นักเดินทางไม่ยอมหยุด  เขาเดินทางต่อไป)

  • Don’t keep you hat on in the temple.

(อย่าสวมหมวก (ถอดหมวกออก) ในวัด)

 

11. “Keep an eye on”  -  เฝ้าดู, ดูแล

  • Please keep an eye on my suitcase while I go to buy a ticket.

(โปรดเฝ้าดูกระเป๋าของผมด้วย  ขณะที่ผมไปซื้อตั๋ว)

 

12. “Keep up with” (= Catch up with)  -  ตามทัน, ไล่ทัน, แข่งขันกับ, ไม่ล้าหลัง

  • They are trying to keep (catch) up with the advances of science.

(พวกเขากำลังพยายามที่จะตามทัน (ไล่ทัน, แข่งขันกับ) ความก้าวหน้าทางด้านวิทยา ศาสตร์)

 

13. “Carry on with” (= Go on with)  -  ดำเนินต่อไปกับ, ทำต่อไป

  • In spite of the problems, the engineers are going to carry (go) on with the project. 

(ทั้งๆที่มีปัญหา  วิศวกรก็จะดำเนินต่อไปกับโครงการ)  (คือ  ดำเนินโครงการต่อไป) 

  • She carried (went) on with her work until very late at night.

(เธอทำงานต่อไปจนกระทั่งดึกดื่นมาก)

 

14. “At a distance (= In the distance)  -  ไกลออกไป, อยู่ห่างไกลออกไป

  • We saw him at a distance.

(เราเห็นเขาอยู่ไกลออกไป)

  • From my window I could see the mountain in the distance.

(จากหน้าต่างของผม  ผมสามารถมองเห็นภูเขาที่อยู่ห่างไกลออกไป)

 

15. “Before long”  -  เร็วๆนี้, ไม่นานนี้, ในไม่ช้า

  • We’ll be seeing you again before long.

(เราจะมาเยี่ยมคุณอีกในเร็วๆนี้)

  • They’ll complete the project before long.

(พวกเขาจะทำโครงการเสร็จในไม่ช้า)

  • Class will be over before long.

(ชั้นเรียนจะเลิกอีกในไม่ช้านี้)

  • We were tired of waiting and hoped the bus would come before long.

(เราเบื่อหน่ายในการรอคอย  และหวังว่ารถประจำทางจะมาในไม่ช้า)

 

16. “Beat about the bush (= Beat around the bush)  -  พูดอ้อมค้อม  (แปลตรงตัว คือ “ตีพุ่มไม้อยู่ไปมา”  หรือ  “ตีรอบๆพุ่มไม้”)

  • Instead of telling me the truth, he began to beat about the bush and tell me only other things.

(แทนที่จะบอกความจริงแก่ผม  เขาเริ่มพูดอ้อมค้อมและบอกผมแค่เรื่องอื่นๆเท่านั้น)

  • Stop beating around the bush and answer my question.

(เลิกพูดอ้อมค้อม  และตอบคำถามผมเสียที)

  • Let’s stop beating about the bush and discuss this matter.

(เรามาหยุดพูดอ้อมค้อมกันเถอะ  และปรึกษาหารือเรื่องนี้กัน)

 

17. “Answer for”  -  รับผิดชอบต่อ

  • If you don’t tell the truth now, you may have to answer for it later.

(ถ้าคุณไม่พูดความจริงเสียเดี๋ยวนี้  คุณอาจต้องรับผิดชอบต่อเรื่องนี้ในภายหลัง)

  • I will come myself, but I can’t answer for the rest of the family.

(ผมจะมาด้วยตนเอง  แต่ผมไม่สามารถรับผิดชอบต่อคนอื่นๆที่เหลือในครอบครัว)  (คือ  พูดแทนคนอื่นไม่ได้  ว่าพวกเขาจะมาหรือไม่)

  • It was his advice that caused all the trouble.  He has a lot to answer for.

(คำแนะนำของเขาก่อให้เกิดปัญหาทั้งหลายแหล่เหล่านี้  (ดังนั้น)  เขามีอะไรเยอะแยะที่จะต้องรับผิดชอบ)  (ต่อปัญหาทั้งหลายที่เกิดขึ้น)

 

18. “Behind the times”  -  ล้าสมัย  (แปลตรงตัว  คือ  “อยู่หลังยุคสมัย”)

  • Their ways of approaching the problem are very much behind the times.

(วิธีการเข้าสู่ปัญหาของพวกเขาล้าสมัยมาก)

 

19. “Behind time”  -  ๑. (นาฬิกา) เดินช้า, สายหรือล่าช้ากว่ากำหนด   ๒. ไม่ทันเวลา, มิได้อยู่ในเวลาที่เหมาะสม, ค้างชำระ

  • That clock is behind time.

(นาฬิกาเรือนนั้นเดินช้า)

  • The train is running behind time today.

(รถไฟวิ่งช้ากว่ากำหนดวันนี้)

  • Your lessons are good, buy why are you behind time?

(บทเรียนของคุณดี  แต่ทำไมคุณช้าล่ะ)  (ทำไมคุณเรียนไม่ทันคนอื่น)

  • We are behind time in paying the rent.

(เราล่าช้าในการจ่ายค่าเช่า)  (เราจ่ายค่าเช่าไม่ทันตามกำหนด)

 

20. “At a loss”  -  งุนงง, สงสัย, ไม่มีความคิด, งงจนทำอะไรไม่ถูก

  • We are at a loss as to why he has not answered our invitation.

(เรางุนงงเกี่ยวกับว่าทำไมเขาจึงยังไม่ตอบคำเชิญของเรา)

  • A good salesman is never at a loss for words.

(พนักงานขายที่ดีไม่เคยเลยที่จะงงจนพูดไม่ออก)  (คือ  มีเรื่องคุยให้ลูกค้าฟังเสมอ)

  • When Tom missed the last bus, he was at a loss to know what to do.

(เมื่อทอมตกรถคันสุดท้าย  เขางุนงงเกินกว่าที่จะรู้ว่าจะทำอย่างไรดี)  (ไม่รู้ว่าจะหาทางกลับบ้านได้อย่างไร)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้

 

 

 

Essential Idioms (ตอนที่ 11)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

1. “Beat about the bush”  -  พูดอ้อมค้อม  (แปลตรงตัว คือ “ตีพุ่มไม้อยู่ไปมา)

  • Don’t beat about the bush!  I have no time for you.

(อย่าพูดอ้อมค้อม  ผมไม่มีเวลาให้คุณนะ)

  • Don’t beat about the bush no matter how embarrassed you are.

(อย่าพูดอ้อมค้อม  ไม่ว่าคุณจะรู้สึกกระดากอาย-เคอะเขินอย่างไรก็ตาม)

 

2. “Above all”  -  สิ่งที่สำคัญที่สุด, ข้อสำคัญ, เหนือสิ่งอื่นใด, ก่อนอื่น, มากกว่าสิ่งอื่น

  • Above all, you must be punctual.

(สิ่งที่สำคัญที่สุด  คือ  คุณจะต้องตรงต่อเวลา)

  • I like this above all.

(ผมชอบสิ่งนี้มากกว่าสิ่งอื่น)

  • Thailand is distinguished for its agricultural products, above all for rice and teak.

(ประเทศไทยมีชื่อเสียงในด้านผลิตผลทางการเกษตร  เหนือสิ่งอื่นใด คือ ข้าวและไม้สัก)

  • Be honest, above all with yourself.

(จงซื่อสัตย์  เหนือสิ่งอื่นใดกับตัวเอง)

 

3. “Come into being”  -  เริ่มต้น, เริ่มมีขึ้น, เกิดขึ้น

  • The practice came into being in the 17th century.

(ประเพณีนี้เริ่มต้นในศตวรรษที่  ๑๗)

  • Since antiquity there have been many attempts, some quite fanciful, to explain how the cosmos came into being.

(ตั้งแต่สมัยโบราณ  มีความพยายามมากมาย  -  บางความพยายามเพ้อฝัน-เต็มไปด้วย   จินตนาการอย่างมาก  -  ที่จะอธิบายว่าจักรวาลเกิดขึ้นมาได้อย่างไร)

 

4. “Came into”  -  ได้รับ (โดยเฉพาะเป็นมรดก), ได้ครอบครอง, เข้าไปข้างใน

  • He came into a fortune when his aunt died.

(เขาได้รับทรัพย์สมบัติจำนวนมากเมื่อป้าตาย)

  • She came into a lot of money when her father died.

(เธอได้รับเงินจำนวนมากเมื่อพ่อตาย)

  • He came into possession of the farm after his uncle died.

(เขาได้ครอบครองไร่นาหลังจากลุงตาย)

  • Judy came into a million dollars when her parents died in a plane crash.

(จูดี้ได้รับเงินล้านดอลลาร์เมื่อพ่อแม่ของเธอตายในอุบัติเหตุเครื่องบินตก)

  • The guest came into the room and sat down.

(แขกเข้ามาในห้องและนั่งลง)

 

5. “Let down”  -  ทำให้ผิดหวัง, ไม่สามารถทำได้ตามที่ถูกคาดหวัง

  • The boy let down his teacher.

(เด็กคนนั้นทำให้ครูของเขาผิดหวัง)

  • He let her down when he could not keep his promise.

(เขาทำให้เธอผิดหวัง  เมื่อเขาไม่สามารถทำตามสัญญา)

  • You can trust me to help you.  I won’t let you down.

(คุณไว้ใจผมได้ว่าจะช่วยเหลือคุณ  ผมจะไม่ทำให้คุณผิดหวัง)

  • The team felt they had let the coach down.

(สมาชิกในทีมรู้สึกว่า  พวกเขาทำให้ผู้ฝึกสอนผิดหวัง)  (คือ เล่นได้ไม่ดีตามที่โค้ชคาดหวังไว้)

 

6. “Let alone”  -  ไม่ต้องไปกล่าวถึง  เพราะ........ไม่ได้อย่างแน่นอน (ในกรณีนี้  จะใช้ตามหลังประโยคปฏิเสธ

  • The man can’t drive a car, let alone a truck.

(ชายคนนั้นขับรถยนต์ไม่เป็น  ไม่ต้องไปพูดถึงรถบรรทุก)  (คือ ขับรถบรรทุกไม่เป็นอย่างแน่นอน  เพราะขนาดรถยนต์ง่ายๆยังขับไม่ได้)

  • I can’t add two and two, let alone do fractions.

(ผมบวกเลขสองบวกสองไม่เป็น  ไม่ต้องไปพูดถึงเลขเศษส่วน)  (ผมทำเลขง่ายๆไม่เป็น  ดังนั้น  ทำเลขเศษส่วนไม่เป็นอย่างแน่นอน)

  • They don’t have enough to eat, let alone amusement.

(เขามีไม่พอที่จะกิน  ไม่ต้องไปพูดถึงความบันเทิง)  (เขาจะกินเข้าไปยังไม่ค่อยมี  จะไปหาความบันเทิงสนุกสนานไม่ได้อย่างแน่นอน)

 

7. “Let alone” (= Leave alone)  -  อย่าไปรบกวน (คือ  ปล่อยให้อยู่ตามลำพัง), อยู่ให้ห่างจาก, อย่าเอามือไปแตะ (โดน)

  • Let (Leave) him alone when he gets angry.

(อย่าไปกวนเขา  เมื่อเขาโมโห)

  • When Jack gets mad, just let (leave) him alone.

(เมื่อแจ๊คโกรธ  จงปล่อยให้เขาอยู่ตามลำพัง)  (อยู่ห่างๆเขาจนกระทั่งเขาอารมณ์ดีขึ้น)

  • Little Cindy was warned to leave the birthday cake alone.

(หนูน้อยซินดี้ได้รับการเตือนมิให้แตะต้องเค้กวันเกิด)  (มิให้แตะต้องเค้ก  เพราะจะทำให้มันเละ)

 

8. “Jump to a conclusion”  -  สรุปเร็วเกินไป, รีบสรุป, ตัดสินใจอย่างเร่งรีบโดยมิได้คิดให้รอบคอบ  (แปลตรงตัว  คือ  “กระโดดไปสู่ข้อสรุป”)

  • We should think twice rather than jump to a conclusion.

(เราควรจะคิดให้รอบคอบ  มากกว่าที่จะตัดสินใจอย่างเร่งรีบ  -  หรือสรุปเร็วเกินไป)

  • Fred jumped to a conclusion that Mike loved Mary just because he was polite to her.

(เฟร็ดสรุปเร็วเกินไปว่า  ไมค์รักแมรี่เพียงเพราะว่าเขาสุภาพต่อเธอ)

  • As soon as I mentioned your name, Phil jumped to the conclusion that we had been talking about him.

(ในทันทีที่ผมเอ่ยชื่อคุณ  ฟิลรีบสรุปเลยว่า  (ก่อนหน้านี้) เรา (ผมและคุณ) กำลังพูดคุยเกี่ยวกับตัวเขา)

  • Jerry saw his dog limping on a bloody leg and jumped to the conclusion that it had been shot.

(เจอรี่เห็นสุนัขเดินกะเผลกด้วยขาที่เลือดไหล  และด่วนสรุปว่า  มันถูกยิง)  (เขาเห็นเลือดและหมาเดินขากะเผลก  เลยรีบสรุปว่ามันโดนยิง  ทั้งๆที่จริงๆแล้ว อาจโดนรถชนก็ได้)

 

9. “No joke”  -  เรื่องร้ายแรง, มิใช่เรื่องสนุก, ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ  (แปลตรงตัว  คือ  “มิใช่เรื่องตลก”)

  • The car broke down miles from the nearest town.  It was no joke, I promise you.

(รถยนต์เสียตอนเราอยู่ห่างจากเมืองที่ใกล้ที่สุดหลายไมล์  มันไม่ใช่เรื่องสนุกเลย  ผมสัญญาได้)

 

10. “A put-up job”  -  เรื่องที่ถูกจัดฉากขึ้นมา (เพื่อให้เกิดความเข้าใจผิด), เรื่องแหกตา

  • The house appeared to have been burgled, but the police believe it was a put-up job.

(บ้านนั้นดูเหมือนว่าได้ถูกย่องเบา  แต่ตำรวจเชื่อว่ามันเป็นเรื่องที่ถูกจัดฉากขึ้นมา)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้

 

 

 

Essential Idioms (ตอนที่ 10)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

1. “All over”  -  ๑. ทุกหนทุกแห่ง, ในทุกๆส่วน  ๒. สิ้นสุดลง, จบลง

  • That news was broadcast all over the world.

(ข่าวนั้นถูกถ่ายทอด (กระจายเสียง) ไปทั่วโลก)

  • I’ve looked all over for my glasses.

(ผมได้ค้นหาแว่นตา (ที่หายไป) ทุกแห่งหน)

  • He has a fever and aches all over

(เขาเป็นไข้  และเจ็บปวดไปทั่วทั้งตัว)

  • By the time we arrived, the party was all over.

(เมื่อตอนที่เรามาถึง  งานเลี้ยงจบสิ้นไปแล้ว)

 

2. “Come down with”  -  ป่วย, เป็นไข้

  • I’m feeling feverish; I think I’m going to come down with flu.

(ผมกำลังรู้สึกเป็นไข้  ผมคิดว่าผมจะเป็นไข้หวัดใหญ่)

  • We all came down with the mumps.

(เราเป็นโรคคางทูมกันทุกคน)

  • After being out in the rain, Susan came down with a cold.

(หลังจากออกไปตากฝน  ซูซานเป็นไข้หวัด)

 

3. “Time of one’s life”  -  เวลาที่มีความสุขสนุกสนาน, ช่วงเวลาที่เบิกบานใจและยอดเยี่ยมอย่างมาก

  • John had the time of his life at the party last night.

(จอห์นมีความสุขอย่างมากที่งานเลี้ยงเมื่อคืนวาน)

  • I could see that she was having the time of her life.

(ผมสามารถเห็นได้ว่า  เธอกำลังสนุกสนานกับชีวิตอย่างมาก)

 

4. “Think the world of”  -  ยกย่องชื่นชม

  • Now, not all Chinese people think the world of the late Chairman Mao.

(ปัจจุบันนี้  มิใช่ชาวจีนทุกคนยกย่องท่านประธานเหมาผู้ล่วงลับ)

  • I think the world of my boss.  He is always very kind and helpful to me.

(ผมยกย่องชื่นชมเจ้านายผมมาก  เขาใจดีและช่วยเหลือผมมากมายเสมอ)

 

5. “Time and again” (= Time and time again = Time after time)  -  หลายครั้ง, ซ้ำซาก, บ่อยมาก

  • I’ve told you time and again to take off your dirty boots before you come in.

(ผมได้บอกคุณหลายครั้งแล้วว่าให้ถอดรองเท้าบูทที่สกปรกของคุณออก  ก่อนเข้ามาข้างใน)

  • She’s told her maid time and time again not to touch the vase.

(เธอได้บอกสาวใช้หลายครั้งหลายหน  ว่ามิให้แตะต้องแจกันใบนั้น)

  • Children are forgetful and must be told time and time again how to behave.

(เด็กๆมักขี้ลืม  และจะต้องได้รับการบอกซ้ำซากว่าควรประพฤติตนอย่างไร)

 

6. “From time to time” (= At times, Once in a while, (Every) now and then)  -  ไม่บ่อย, มิได้ทำเป็นประจำ, เป็นบางครั้ง, เป็นบางโอกาส

  • Even though the Smiths have moved, we still see them from time to time.

(แม้ว่าครอบครัวสมิธได้ย้ายออกไป (จากบ้าน หรือเมือง) แล้ว  เรายังคงเห็น (พบ) พวกเขาเป็นบางโอกาส)

  • Mother tries new recipes from time to time, but the children never like them.

(แม่ทดลองตำรากับข้าว (วิธีปรุงอาหาร) ใหม่ๆ เป็นครั้งคราว  แต่ลูกๆไม่เคยชอบมันเลย)

  • We go to the movies once in a while.

(เราไปดูหนังไม่บ่อยนัก)

  • They don’t have much income, so they go shopping (every) now and then.

(พวกเขามีรายได้ไม่มาก  ดังนั้น  จึงไปช้อปปิ้งเป็นบางโอกาส)  (คือ  ไม่บ่อยนัก)

 

7. “From the bottom of one’s heart” (= From the heart)  -  อย่างจริงใจ, ด้วยความรู้สึกอย่างแรงกล้า,  ด้วยความสัตย์  (แปลตรงตัว  คือ  “จากก้นบึ้งของหัวใจ”  “จากหัวใจ”)

  • When I returned the lost kitten to Mrs. Brown, she thanked me from the bottom of her heart.

(เมื่อผมเอาลูกแมวที่หายไป  ไปคืนมิสซิสบราวน์  เธอขอบคุณผมอย่างจริงใจ)

  • Oh, thank you!  I’m grateful from the bottom of my heart.

(โอ้  ขอบคุณมาก  ผมขอขอบคุณอย่างจริงใจ)

  • Jim always speaks from the heart.

(จิมพูดด้วยความจริงใจ-ความสัตย์เสมอ)

  • A mother loves a baby from the bottom of her heart.

(แม่รักลูกน้อยอย่างจริงใจ  และด้วยความรู้สึกอย่างแรงกล้า)

  • John thanked his rescuers from the bottom of his heart.

(จอห์นขอบคุณผู้ช่วยชีวิตเขาอย่างจริงใจ และด้วยความรู้สึกแรงกล้า)

  • The people welcomed the returning soldiers from the bottom of their hearts.

(ผู้คนต้อนรับทหารที่กลับมา (จากสงคราม) ด้วยความจริงใจ  และความรู้สึกอย่างแรงกล้า)

 

8. “That’s your funeral (ฟิ้ว-เนอะ-เริ่ล)”  คุณเองนั่นแหละจะเป็นผู้เดือดร้อน มิใช่คนอื่น  (แปลตรงตัว  คือ  “นั่นเป็นงานศพ หรือ พิธีฝังศพของคุณ”)

  • I’ve given you my advice and if you won’t take it, that’s your funeral (not mine).

(ผมได้ให้คำแนะนำแก่คุณไปแล้ว  และถ้าคุณไม่ฟังมัน  คุณเองนั่นแหละจะเดือดร้อน) (ไม่ใช่ผม)

 

9. “A square peg in a round hole”  -  คนเก่งที่ไม่เหมาะสมกับงาน หรือตำแหน่งที่ได้รับมอบหมาย  (แปลตรงตัว  คือ  “หมุดสี่เหลี่ยมในรูกลม”)

  • George is a square peg in a round hole when he is playing football.

(จอร์ชเป็นนักกีฬาที่เก่งแต่ไม่เหมาะสมเลย  เมื่อเขาเล่นฟุตบอล)  (เขาเป็นแชมป์เทนนิส)

  • Jim likes to work with his hands.  When it comes to books, he’s a square peg in a round hole.

(จิมชอบทำงานด้วยมือ  (แต่) เมื่อพูดถึงหนังสือแล้ว  เขาไม่เหมาะสมกับงานพวกนี้เลย)  (จิมชอบงานโยธา (ใช้มือทำ)  ที่ไม่ต้องใช้สมอง  เช่น งานที่ไม่เกี่ยวข้องกับหนังสือ หรือการศึกษา)

 

10. “Set the world on fire”  -  ทำอะไรได้อย่างดีเด่นหรือประสบความสำเร็จอย่างมาก,   ทำเรื่องที่น่าตื่นเต้น ซึ่งนำชื่อเสียงและความรุ่งโรจน์มาให้,  ทำอะไรในแบบที่สามารถดึงดูดความสนใจได้มาก  หรือทำให้ตัวเองโด่งดัง  (แปลตรงตัว  คือ  “ทำให้โลกลุกเป็นไฟ”)

  • Bill works hard but he’ll never set the world on fire.

(บิลขยันทำงาน  แต่เขาไม่มีทางที่จะประสบความสำเร็จโด่งดังในงานของตน)

  • I’m not very ambitious.  I don’t want to set the world on fire.

(ผมมิได้ทะเยอทะยานอะไรมากนัก  ผมไม่ต้องการที่จะทำอะไรดีเด่น หรือประสบความสำเร็จอย่างมากมาย)  (ผมขอเป็นเพียงคนธรรมดาก็พอ)

  • You don’t have to set the world on fire.  Just do a good job.

(คุณไม่จำเป็นต้องทำอะไรที่น่าตื่นเต้น หรือนำชื่อเสียง-ความโด่งดังมาให้หรอก)  (ทำงานให้มันดีก็พอแล้ว)

  • Mary could set the world on fire with her piano playing.

(แมรี่สามารถทำให้ตัวเธอเองมีชื่อเสียงโด่งดังด้วยการเล่นเปียโน)  (เธอเป็นนักเปียโนที่มีชื่อเสียง)

  • The new musical band will set the world on fire when it comes to play in our town next week.

(วงดนตรีวงใหม่จะประสบความสำเร็จ  หรือดึงดูดความสนใจผู้คนได้มาก  เมื่อพวกเขามาแสดงที่เมืองของเราในสัปดาห์หน้า)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้

 

 

 

Essential Idioms (ตอนที่ 9)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

1. “A piece of cake”  -  ง่ายมาก, เป็นเรื่องหมูๆ  (แปลตรงตัว  คือ  “เค้ก  ๑  ชิ้น”)

  • The final exam was a piece of cake.

(การสอบไล่ง่ายมาก)

  • Writing an essay is a piece of cake for Jimmy.

(การเขียนเรียงความเป็นเรื่องหมูๆสำหรับจิมมี่)

 

2. “Come across” (= Run across)  -  พบโดยบังเอิญ, เจอโดยบังเอิญ

  • I’m going to the mall and if I come across a good pair of shoes, I’ll buy them for you.

(ผมกำลังจะไปห้างสรรพสินค้า  และถ้าผมพบโรงเท้าดีๆสักคู่โดยบังเอิญ  ผมจะซื้อมาให้คุณ)

  • I came across this old diary in my desk.

(ผมพบบันทึกเก่าๆเล่มนี้โดยบังเอิญในโต๊ะทำงานของผม)

  • The other day I ran across a book that you might like.

(เมื่อวันก่อน  ผมพบหนังสือเล่มหนึ่งโดยบังเอิญ  ซึ่งคุณอาจจะชอบมัน)

  • I came across George at a party last week; it was the first time I had seen him in months.

(ผมพบจอร์ชโดยบังเอิญที่งานเลี้ยงแห่งหนึ่งเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว  มันเป็นครั้งแรกที่ผมได้เจอเขาในรอบหลายๆเดือน)

  • He came across a dollar bill in the suit he was sending to the cleaner.

(เขาพบธนบัตร  ๑  ดอลลาร์โดยบังเอิญ  ในสูทที่เขากำลังจะส่งไปร้านทำความสะอาด)  (เขาพบธนบัตรที่เขาลืมไว้ในสูทที่เขากำลังจะส่งไปที่ร้านซักผ้า)

 

3. “Catch cold” (= Take cold)  -  ๑. เป็นหวัด   ๒. ทำให้มิได้เตรียมตัว หรือไม่พร้อมสำหรับคำถาม  หรือเหตุการณ์ที่มิได้คาดฝัน

  • If I sit in a draft, I always catch cold.

(ถ้าผมนั่งตากลม  ผมเป็นหวัดทุกที)

  • Please close the window, or we’ll all catch cold.

(กรุณาปิดหน้าต่าง  มิฉะนั้นเราจะเป็นหวัดกันทั้งหมด)

  • I take cold every year at this time.

(ผมเป็นหวัดทุกปี  ณ  ช่วงเวลานี้)

  • Don’t get your feet wet or you’ll catch cold.

(อย่าให้เท้าของคุณเปียกนะ  มิฉะนั้นคุณจะเป็นหวัด)

  • I had not studied my lesson carefully, and the teacher’s question caught me cold.

(ผมมิได้ศึกษาบทเรียนอย่างรอบคอบ  และคำถามของอาจารย์ทำให้ผมตอบไม่ได้)  (ผมไม่พร้อมสำหรับคำถามของอาจารย์  เลยตอบไม่ได้)

 

4. “See someone off”  -  ไปส่งคน, ไปเพื่อกล่าวคำอำลา  (ที่สนามบิน, สถานี  ฯลฯ)

  • I’m going to see him off at the airport.

(ผมจะไปส่งเขาที่สนามบิน)

  • We saw our friends off at the railway station last night.

(เราไปส่งเพื่อนที่สถานีรถไฟเมื่อคืนที่ผ่านมา)

  • When Judy flew to New York, Jack saw her off at the airport.

(เมื่อจูดี้บินไปนิวยอร์ค  แจ๊คไปส่งเธอที่สนามบิน)  (แจ๊คไปสนามบินกับจูดี้  เพื่อกล่าวคำอำลากับเธอ)

 

5. “Put in order”  -  จัดให้เป็นระเบียบ

  • Please put these folders in alphabetical order.

(กรุณาจัดแฟ้มเหล่านี้ให้เรียงตามลำดับอักษร)

 

6. “Eat one’s words” (= Swallow one’s words)  -  จำต้องถอนคำพูดของตัวเอง, ยอมสารภาพว่าคำทำนายของตนเองผิด, ขออภัยอย่างสุภาพ, ยอมรับว่าบางอย่างไม่เป็นความจริง  {แปลตรงตัว  คือ  “กินคำพูดของตัวเอง” (กลืนคำพูดของตัวเอง)}

  • You shouldn’t say that to me.  I’ll make you eat your words.

(คุณไม่ควรพูดแบบนั้นกับผมนะ  ผมจะทำให้คุณถอนคำพูดให้ได้)

  • Peter was wrong about the election and had to eat his words.

(ปีเตอร์ทายผิดเกี่ยวกับ (ผล) การเลือกตั้ง  และต้องขอโทษอย่างสุภาพ)  (หรือ ยอมรับว่าคำทำนายของตนผิด)

  • When confronted with such a clear evidence, the President was forced to eat his words in public.

(เมื่อถูกเผชิญกับพยานหลักฐานที่ชัดเจนเช่นนั้น  ท่านประธานาธิบดีก็ถูกบังคับให้ต้องขออภัยอย่างสุภาพต่อหน้าสาธารณชน)

  • Bill had called Jim a coward, but the boys made him eat his words after Jim bravely fought a big bully.

(บิลเรียกจิมว่าคนขี้ขลาด  แต่พวกเด็กผู้ชายทำให้เขา (บิล) ต้องถอนคำพูด  หลังจากจิมต่อสู้อย่างกล้าหาญกับเจ้าคนขี้รังแกตัวใหญ่)  (พวกเด็กผู้ชายทำให้บิลยอมรับว่าจิมมิได้เป็นคนขี้ขลาด  เมื่อเขาสู้กับคนเกเรตัวใหญ่)

 

7. “Eat out”  -  ๑. กินอาหารในภัตตาคาร, กินไกลจากบ้าน   ๒. ขึ้นสนิม,  ผุ, ผุพัง หรือถูกทำลายไปตามกาลเวลา

  • Fred ate out often even when he wasn’t out of town.

(เฟรดกินข้าวนอกบ้านบ่อย  แม้กระทั่งเมื่อเขามิได้ออกไปนอกเมือง)  (เฟรดกินข้าวที่ร้านอาหารบ่อย  แม้กระทั่งเมื่อเวลาที่เขามิได้เดินทาง)  (เป็นเรื่องในอดีต)

  • Rust had eaten out the gun barrel.

(สนิมได้ทำให้ลูกโม่ของปืนผุ)  (สนิมทำให้ด้านในของลูกโม่ปืนเสียหาย  และทำให้มันใช้การไม่ได้)

  • I don’t eat out very often after I got married.

(ผมไม่ได้ออกไปกินข้าวนอกบ้านบ่อยนัก  หลังจากผมแต่งงาน)

 

8. “Have a good command of”  -  มีความชำนาญในเรื่อง...........

  • He has a good command of English.

(เขามีความชำนาญในด้านภาษาอังกฤษ)

  • The company has a good command of international trade.

(บริษัทมีความชำนาญในเรื่องการค้าระหว่างประเทศ)

 

9. “Be concerned with”  -  เกี่ยวข้องกับ

  • We are more concerned with efficiency than expansion.

(เราเกี่ยวข้องกับเรื่องประสิทธิภาพมากกว่าเรื่องการขยายตัว)  (เช่น  ด้านธุรกิจ  การศึกษา การประกันภัย  ฯลฯ)

  • I don’t like to be concerned with such unimportant issues.

(ผมไม่อยากที่จะเกี่ยวข้องกับประเด็นที่ไม่มีความสำคัญแบบนั้น)

  • The secretary’s work is concerned with typing and correspondence.

(งานของเลขานุการเกี่ยวข้องกับการพิมพ์ดีดและการโต้ตอบจดหมาย)

 

10. “Be concerned about”  -  วิตกกังวลเกี่ยวกับ, วิตกกังวลในเรื่อง

  • He is very much concerned about his wife’s health.

(เขาวิตกกังวลอย่างมากเกี่ยวกับสุขภาพของภรรยา)

  • The government was concerned about the rise in vandalism.

(รัฐบาลวิตกกังวลกับการเพิ่มขึ้นของการทำลายข้าวของสาธารณะ)  (โดยคนมือบอน  ที่มีเจตนาจะทำให้ทรัพย์สินสาธารณะเสียหาย)

  • The prime minister was concerned about the level of unemployment in the country.

(ท่านนายกรัฐมนตรีวิตกกังวลกับระดับของการว่างงานในประเทศ)

  • There were lots of letters from concerned parents.

(มีจดหมายมากมายจากพ่อแม่ที่มีความวิตกกังวล-ห่วงใย)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้

 

 

Essential Idioms (ตอนที่ 8)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

1. “Beyond question”  -  (อย่าง) แน่นอน, (อย่าง) ไม่ต้องสงสัย  (แปลตรงตัว  คือ  “เหนือปัญหา”)

  • He is beyond question the greatest leader this country has ever had.

(เขาเป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่ที่สุด  -  อย่างไม่ต้องสงสัยเลย  -  ที่ประเทศนี้เคยมีมา)  (เขาเป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอย่างแน่นอน)

  • People always believe anything that Mark says; his honesty is beyond question

(ผู้คนเชื่อเสมอในสิ่งใดๆที่มาร์คพูด  ความซื่อสัตย์ของเขาไม่ต้องสงสัยเลย)  (ผู้คนรู้ว่ามาร์คซื่อสัตย์  ไม่มีใครสงสัยในความซื่อสัตย์ของเขา)

 

2. “Smell a rat”  -  สงสัย (ว่าจะมีอะไรไม่ชอบมาพากล), รู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างผิดปกติ หรือ มีพิรุธ  (แปลตรงตัว  คือ  ได้กลิ่นหนู)

  • When he refused to answer my question, I smelt (smelled) a rat.

(เมื่อเขาปฏิเสธที่จะตอบคำถามของผม  ผมเริ่มสงสัย)  (ว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากล)

  • Every time Dick visits me, one of my ash trays disappears.  I’m beginning to smell a rat.

(ทุกครั้งที่ดิ๊กมาเยี่ยมผม  ที่เขี่ยบุหรี่ของผมจะหายไปอันหนึ่ง  ผมเริ่มสงสัยแล้ว)  (ว่าดิ๊ก ต้องขโมยมันไป)

  • When the policeman saw a light go on in the store at midnight, he smelled (smelt) a rat.

(เมื่อตำรวจเห็นแสงไฟเปิดอยู่ในร้านตอนเที่ยงคืน  เขาสงสัย)  (ว่ามีอะไรบางอย่างผิดปกติเกิดขึ้นในร้าน)

 

3. “In the dark”  -  ไม่รู้ข้อมูลข่าวสาร, มืดแปดด้าน (ไม่รู้เรื่องราวอะไร), ถูกปิดหูปิดตา ไม่ให้รู้อะไร  (แปลตรงตัว  คือ  (อยู่) ในความมืด)

  • Peter was in the dark about the job he was being sent to.

(ปีเตอร์มืดแปดด้านเกี่ยวกับงานที่เขากำลังถูกส่งไปทำ)  (เขาไม่รู้ว่าเขาจะไปเจอกับอะไรบ้างที่นั่น)

  • If the government controls the news, it can keep people in the dark on any topic it chooses.

(ถ้ารัฐบาลควบคุมข่าว  มันสามารถปิดหูปิดตาประชาชนในเรื่องใดๆที่รัฐบาลเลือก)  (คือ  ไม่ให้ข้อมูล-ข่าวสารกับประชาชนในเรื่องนั้นๆ)

  • Mary had a letter from Cindy yesterday, but she was left in the dark about Cindy’s plans to visit her.

(แมรี่ได้รับจดหมายจากซินดี้เมื่อวานนี้  แต่เธอ (แมรี่) ถูกปล่อยให้มืดแปดด้าน  เกี่ยวกับแผนการของซินดี้ที่จะมาเยือนเธอ)  (ซินดี้ไม่ได้บอกว่าเธอจะมาเมื่อใด  หรือ จะพักอยู่กับแมรี่นานเท่าใด)

 

4. “Skin and bones”  -  คนหรือสัตว์ที่ผอมมาก,  คนที่ผอมเหลือแต่กระดูก  หรือมีแต่หนังหุ้มกระดูก  (แปลตรงตัว  คือ  “หนังและกระดูก”)

  • The puppy is healthy now, but when we found him he was just skin and bones.

(ลูกหมาแข็งแรงแล้วในขณะนี้  แต่ตอนที่เราพบมัน  มันผอมมาก)  (มีแต่หนังหุ้มกระดูก)

  • “Have you been dieting?  You’re nothing but skin and bones.”

(คุณกำลังลดน้ำหนัก (กินอาหารพิเศษ) ใช่ไหม  คุณไม่เหลืออะไรเลย นอกจากหนังหุ้มกระดูก)

 

5. “A fish out of water”  -  คนที่ตกอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ตนไม่คุ้นเคย  หรือไม่เหมาะสมสำหรับตน,  คนที่รู้สึกว่าตัวเองแปลกถิ่น,  คนที่รู้สึกเปิ่น,  คนที่ไม่เหมาะสมกับตำแหน่ง หรือ งาน หรืออื่นๆ  (โดยเฉพาะเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงในด้านความรับผิดชอบ หรือ สภาพแวดล้อม)  (แปลตรงตัว  คือ  “ปลานอกน้ำ”)

  • Jim felt like a fish out of water at the party last night.

(จิมรู้สึกเหมือนปลานอกน้ำที่งานเลี้ยงเมื่อคืนที่ผ่านมา)  (จิมเต้นรำไม่เป็นเหมือนคนอื่น  หรือคุยกับใครไม่รู้เรื่องเพราะคนละอาชีพกัน  หรือเขาไม่รู้จักใครเลยที่งานเลี้ยง  เหมือนกับตัวเองเป็นคนแปลกถิ่น)

  • He has been like a fish out of water since he was transferred to another department.

(เขาเหมือนกับคนที่รู้สึกว่าอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ตนไม่คุ้นเคย  ตั้งแต่ที่เขาถูกย้ายไปอยู่อีกแผนกหนึ่ง)  (เพราะเขาไม่มีประสบการณ์ในแผนกใหม่  หรือ ไม่รู้จักใครเลย  หรือ งานในแผนกใหม่ไม่เหมาะสมกับเขา)

  • At a formal dance, John is like a fish out of water.

(ที่งานเต้นรำอย่างเป็นทางการ  จอห์นเหมือนกับปลานอกน้ำ)  (จอห์นรู้สึกเขินเพราะเขาเต้นรำไม่เป็นเหมือนกับคนอื่นๆ  หรือเต้นเป็นแต่เพลงแร็พ)

  • Mary was like a fish out of water at the bowling tournament.

(แมรี่เหมือนปลานอกน้ำที่การแข่งขันโบว์ลิ่ง)  (เธอไม่ถนัดกีฬาประเภทนี้  จึงเก้งก้างเวลาโยนโบว์)

  • Because Mark could not swim, he felt like a fish out of water at the beach.

(เพราะว่ามาร์คว่ายน้ำไม่เป็น  เขารู้สึกเหมือนอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ตนไม่คุ้นที่ชายหาด)  (เขารู้สึกไม่สบายใจ  เพราะเขาว่ายน้ำไม่เป็น  ในขณะที่คนอื่นๆกำลังว่ายน้ำกันอยู่)

  • She was the only girl at the party not in a formal dress and she felt like a fish out of water.

(เธอเป็นเพียงเด็กหญิงคนเดียวที่งานเลี้ยงที่มิได้อยู่ในชุดที่เป็นทางการ (ชุดที่คนนิยมใส่เมื่อไปงานเลี้ยง)  และเธอรู้สึกเหมือนคนแปลกถิ่น)  (เธอรู้สึกเคอะเขิน  เพราะเด็กหญิงอื่นๆใส่ชุดตามประเพณีนิยม  ยกเว้นเธอคนเดียว)

 

6. “Be snowed under (with)”  -  ถูกท่วมท้นไปด้วยงาน-จดหมาย-หรืออื่นๆ, มีงานมากจนล้นมือ  หรือมากมายจนทำแทบไม่ทัน  {แปลตรงตัว  คือ  ทำให้ท่วมท้นไปด้วย (งาน-จดหมาย-หรืออื่นๆ) เหมือนกับหิมะตกท่วมทับ} (มักใช้ในรูป “Passive voice”)

  • The factory received so many orders that it was snowed under with work.

(โรงงานได้รับการสั่งซื้อมากมายจนกระทั่งมันมีงานล้นมือ)  (ส่งสินค้าตามสั่งให้ลูกค้าแทบไม่ทัน)

  • Since we advertised our new product on television, we have been snowed under with orders.

(ตั้งแต่เราโฆษณาผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ของเราทางทีวี  เราถูกท่วมท้นไปด้วยการสั่งซื้อ)  (มีการสั่งซื้อเข้ามามากมาย  จนจัดส่งสินค้าให้ลูกค้าแทบไม่ทัน)

  • The crippled girl was snowed under with Christmas letters.

(เด็กหญิงพิการคนนั้นถูกท่วมทับไปด้วยจดหมายคริสต์มาสเหมือนหิมะตกทับ)  (จดหมายถูกส่งมาที่เธอมากมายจนล้นช่วงคริสต์มาส  จนเธออ่านมันไม่ทันในแต่ละวันที่จดหมายเข้ามา)

 

7. “Catch fire”  -  ๑. ไหม้ไฟ, เริ่มไฟไหม้   ๒. ตื่นเต้น

  • The straw catches fire easily.

(ฟางไหม้ไฟได้ง่าย)

  • When he dropped a match in the leaves, they caught fire.

(เมื่อเขาทำไม้ขีดไฟหล่นลงไปที่ใบไม้  มันเริ่มไหม้ไฟ)

  • The audience caught fire at the speaker’s words and began to cheer.

(ผู้ฟังตื่นเต้นกับคำพูดของผู้พูด  และเริ่มส่งเสียงเชียร์)

  • His imagination caught fire as he read.

(จินตนาการของเขาตื่นเต้นไปกับกิจกรรมสำคัญ  ในขณะที่เขาอ่าน  -  จดหมายหรือรายงาน ฯลฯ)

 

8. “Clear the table”  -  เก็บจานบนโต๊ะ  (หลังกินอาหารเสร็จ)

  • Clear the table, please.

(ช่วยเก็บจานบนโต๊ะหน่อย)

  • Will you please help clear the table?

(กรุณาช่วยเก็บจานบนโต๊ะได้ไหมครับ)

  • After you clear the table, we’ll play cards.

(หลังจากคุณเก็บจานบนโต๊ะแล้ว  เราจะเล่นไพ่กัน)

 

9. “Carry on”  -  ดำเนินการต่อไป, บริหาร, ทำงานที่, ดำเนินธุรกิจ

  • We have carried on a correspondence for years.

(เราดำเนินการติดต่อกันทางจดหมายไปเรื่อยๆ เป็นเวลาหลายปี)

  • He carried on working although he was tired.

(เขาทำงานต่อไปแม้ว่าจะเหน็ดเหนื่อย)

  • After his father died, Bill carried on with the business.

(หลังจากพ่อของเขาตาย  บิลดำเนินธุรกิจต่อไป)  (เขาบริหารร้านต่อไป)

  • Though tired and hungry, the scouts carried on until they reached camps.

(แม้จะเหน็ดเหนื่อยและหิว  พวกลูกเสือเดินต่อไป  จนกระทั่งพวกเขาไปถึงค่ายพักแรม)

  • Carry on reading from where you left off.

(อ่านหนังสือต่อไป  จากที่คุณอ่านค้างไว้)

  • He carried on a profitable business as a butcher.

(เขาดำเนินธุรกิจที่มีกำไร  ในฐานะพ่อค้าเนื้อ)

  • Bill and his father carried on a hotel business.

(บิลและพ่อของเขาบริหารและทำงานในโรงแรม)

 

10. “Call to mind”  -  ทำให้ระลึกถึง  (แปลตรงตัว  คือ  "เรียกมาที่ใจ")

  • Your story calls to mind something similar which happed to me some time ago.

(เรื่องของคุณทำให้ระลึกถึงเรื่องบางอย่างที่คล้ายกัน  ซึ่งเกิดขึ้นกับผมเมื่อนานมาแล้ว)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้

 

 

 

 

 

Essential Idioms (ตอนที่ 7)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

1. “On (the) grounds of”  -  ด้วยเหตุผลเกี่ยวกับ, ด้วยเหตุผลในเรื่อง

  • Under US equal opportunity laws, an employee can’t be discriminated against on grounds of race, religion or gender.

(ภายใต้กฎหมายโอกาสเท่าเทียมกันของสหรัฐฯ  ลูกจ้างไม่สามารถถูกแบ่งแยก (หรือถูกเลือกที่รักมักที่ชัง) ด้วยเหตุผลในด้านเชื้อชาติ  ศาสนา  หรือเพศ)  (คือ  นายจ้างต้องไม่แบ่งแยกลูกจ้างในเรื่องดังกล่าว)

  • He was always declining their invitations on (the) grounds of ill health.

(เขาปฏิเสธคำเชิญของคนพวกนั้นเสมอ  ด้วยเหตุผลในเรื่องสุขภาพไม่ดี)

  • They refused to publish the report on (the) grounds of cost.

(พวกเขาปฏิเสธที่จะตีพิมพ์รายงาน  ด้วยเหตุผลในเรื่องค่าใช้จ่าย)

  • Those children cannot attend school on (the) grounds of poverty.

(เด็กๆเหล่านั้นไม่สามารถเข้าโรงเรียน  ด้วยเหตุผลเกี่ยวกับความยากจน)

 

2. “On the grounds that”  -  ด้วยเหตุผลที่ว่า

  • They refused to participate on the grounds that broader issues should be discussed.

(พวกเขาปฏิเสธที่จะเข้าร่วม  ด้วยเหตุผลที่ว่า  ควรจะได้หารือในประเด็นที่กว้างขวางยิ่งขึ้น)  (ไม่เข้าร่วมประชุม  เพราะประเด็นแคบเกินไป)

  • Those children cannot attend school on the grounds that they are poor.

(เด็กๆเหล่านั้นไม่สามารถเข้าโรงเรียน  ด้วยเหตุผลที่ว่าพวกเขายากจน)

  • The officials were fired on the grounds that they were corrupt.

(เจ้าหน้าที่ถูกไล่ออก  ด้วยเหตุผลที่ว่าพวกเขาทุจริต)

 

3. “Give rise to”  -  ก่อให้เกิด, เป็นสาเหตุของ

  • Her strange behavior gives rise to unpleasant gossip.

(ความประพฤติแปลกๆของเธอก่อให้เกิดการซุบซิบนินทาที่ไม่สบายใจ – ไม่สนุก)

  • John’s black eye gave rise to rumors that he had been in a fight.

(ตาที่ดำคล้ำของจอห์นก่อให้เกิดข่าวลือ (เรื่องซุบซิบนินทา, เรื่องโจษจัน) ว่าเขามีเรื่องทะเลาะวิวาท-ชกต่อย)  (ตาที่ดำคล้ำของเขาทำให้คนอื่นคิดไปแบบนั้น)

  • A branch floating in the water gave rise to Columbus’s hopes that land was near.

(กิ่งไม้ที่ลอยน้ำ (ในมหาสมุทร) ก่อให้เกิดความหวังของ (คริสโตเฟอร์) โคลัมบัส ว่าพื้นดินอยู่ใกล้ๆ)  (เขาเดินเรือมาจากยุโรป  ข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก  เมื่อเห็นกิ่งไม้ลอยน้ำมา  ทำให้มีความหวังว่า  ต้องมีพื้นดินอยู่ใกล้ๆ  ซึ่งต่อมาเขาก็มาพบทวีปอเมริกา)

 

4. “Sleep on”  -  เลื่อนการตัดสินใจออกไปจนกระทั่งวันถัดไป  เพื่อที่จะได้มีเวลาไตร่ตรอง, เลื่อนการตัดสินใจออกไปเกี่ยวกับ  (แปลตรงตัว  คือ  “นอนทับ”)

  • He didn’t want to reveal his intentions immediately, so he agreed to sleep on it a few more days.

(เขาไม่ต้องการเปิดเผยความตั้งใจในทันทีทันใด  ดังนั้น  เขาจึงตกลงที่จะเลื่อนการตัดสินใจออกไปอีกสองสามวัน)  (เพื่อจะได้มีเวลาไตร่ตรอง)

  • I’ll sleep on it and let you know in the morning.

(ผมจะเลื่อนการตัดสินใจออกไปเกี่ยวกับมัน  และบอกให้คุณรู้ในตอนเช้า)  (ของวันถัดไป)

  • I slept on it, and I’ve decided to accept your offer.

(ผมเลื่อนการตัดสินใจออกไปเกี่ยวกับมัน  และได้ตัดสินใจแล้วที่จะรับข้อเสนอของคุณ) 

  • I don’t know whether I agree to do it.  Let me sleep on it.

(ผมยังไม่รู้เลยว่าจะตกลงทำมันหรือไม่  ให้ผมเลื่อนเวลาการตัดสินใจออกไปก่อน)

  • We asked Judy if she would join our club and she answered that she would sleep on it.

(เราถามจูดี้ว่าเธอจะเข้าร่วมกับชมรมของเราหรือไม่  และเธอตอบว่าเธอจะเลื่อนการตัดสินใจออกไปเกี่ยวกับมัน)  (ขอเวลาคิดก่อน)

  • We will have to sleep on your invitation until we know whether we will be free Monday night.

(เราจำเป็นต้องเลื่อนการตัดสินใจเกี่ยวกับคำเชิญของคุณ  จนกระทั่งเรารู้ว่าเราจะว่างในคืนวันจันทร์หรือไม่)  (ต้องให้เรารู้แน่ก่อนว่าเราว่างในคืนวันจันทร์ เราจึงจะยอมรับคำเชิญฯ  ขอเวลาพิจารณาก่อน)

 

5. “Red tape”  -  กฎระเบียบของทางราชการซึ่งใช้เวลานานในการปฏิบัติ  ซึ่งมักจะเกินความจำเป็น, ระเบียบปฏิบัติทางการที่ซับซ้อนเกินความจำเป็น และทำให้อะไรๆช้ากว่าที่ควรจะเป็น  (แปลตรงตัว  คือ  “เทปสีแดง”)

  • Applying for the grant involves a great deal of red tape.

(การสมัครขอรับทุน (เงินช่วยเหลือ) เกี่ยวข้องกับระเบียบราชการที่ล่าช้ามากมาย)

  • I hate all this red tape.  Is there a quicker way to complete the process?

(ผมเกลียดระเบียบราชการที่ล่าช้าและเกินความจำเป็นพวกนี้  มีวิธีที่รวดเร็วกว่าในการทำกระบวนการนี้ให้แล้วเสร็จหรือไม่)

  • Long time ago, starting business in Thailand was such red tape that it took several months.

(นานมาแล้ว  การเริ่มต้นธุรกิจในประเทศไทยมีระเบียบปฏิบัติของทางราชการที่ล่าช้าอยู่มากมาย  จนกระทั่งมันต้องใช้เวลาหลายเดือน)

 

6. “Pay through the (หรือ one’s) nose”  จ่ายเงินแพงลิ่ว, จ่ายแพงเกินไป  (แปลตรงตัว  คือ  “จ่ายผ่านทะลุจมูก”  (คือจ่ายสูงถึงจมูก)

  • He had to pay through the (หรือ his) nose for his new car.

(เขาจำต้องจ่ายเงินแพงลิ่วสำหรับรถยนต์คันใหม่

  • I hate to pay through the (my) nose for a tank of gas.

(ผมเกลียดที่ต้องจ่ายแพงลิบลิ่วสำหรับค่าแกส  ๑  ถัง)

  • There was a shortage of cars; if you found one for sale, you had to pay through the nose.

(มีการขาดแคลนรถยนต์  ถ้าคุณพบรถคันหนึ่งสำหรับขาย  คุณจำเป็นต้องจ่ายเงินสูงมาก)  (รถราคาแพงมากในยามที่รถขาดตลาด)

 

7. “Hope against (all) hope”  -  หวังลมๆแล้งๆ, มีความหวังแม้จะดูริบหรี่เต็มทน, หวังทั้งๆที่รู้ว่ามีโอกาสน้อยมากที่จะเป็นดังหวัง, มีความหวังแม้สถานการณ์ดูเหมือนว่าจะสิ้นหวัง

  • Jane hoped against hope that Joe would call her.

(เธอหวังลมๆแล้งๆว่าโจจะโทรมา)  (แต่คงจะไม่โทรเสียมากกว่า)

  • The mother continued to hope against hope although the plane was hours late.

(แม่ยังคงหวังลมๆแล้ง  แม้เครื่องบินจะล่าช้าไปหลายชั่วโมง)  (แม่ยังคงหวังว่าเครื่องบินจะมา  ทั้งๆที่ความจริงคงจะตกไปแล้ว)

  • He went on hoping against hope that his wallet would be found.

(เขาหวังลมๆแล้งๆต่อไป  ว่าจะพบกระเป๋าสตางค์ที่หายไป)

  • We hope against all hope that she’ll see the right thing to do and do it.

(เราหวังลมๆแล้งๆว่า  เธอจะมองเห็นในสิ่งที่ถูกต้องและทำมัน)  (แต่ก็คงไม่เป็นดังหวังเสียมากกว่า)

  • There is little point in hoping against all hope, except that it makes you feel better.

(มีสาระน้อยมากในการหวังลมๆแล้งๆ  ยกเว้นแต่ว่ามันทำให้คุณรู้สึกดีขึ้น)  (หวังลมๆแล้งๆไม่มีประโยชน์  แต่มันอาจทำให้คนเรารู้สึกดีกว่าที่จะไม่หวังเอาเสียเลย)

  

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้

 

 

 

 

 

 

Essential Idioms (ตอนที่ 6)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

1. “Get out of hand”  -  บานปลายจนควบคุมไม่อยู่, ไม่สามารถจัดการหรือควบคุมได้  (แปลตรงตัว  คือ  หลุดออกจากมือ)

  • When the government used force, the angry mob got out of hand and set fire to the building.

(เมื่อรัฐบาลใช้กำลัง  ฝูงชนที่โกรธแค้นก็ควบคุมไม่อยู่  และจุดไฟเผาอาคาร)

 

2. “Hit the nail on the head”  -  บอกได้ถูกเผง, พูดหรือทำในแบบที่เหมาะสมหรือได้ผลมากที่สุด, พูดในสิ่งที่ถูกต้องหรือเหมาะสมกับสถานการณ์อย่างยิ่ง  (แปลตรงตัว  คือ  “ตอกลงบนหัวตะปูพอดิบพอดี”)

  • When Jack said there were 250 beans in that jar, he hit the nail on the head.

(เมื่อแจ๊คพูดว่ามีถั่วอยู่  ๒๕๐  เม็ดในเหยือกใบนั้น  เขาบอกได้ถูกเผงเลย)

  • The mayor’s talk on race relations hit the nail on the head.

(การสนทนาของนายกเทศมนตรีในเรื่องความสัมพันธ์ทางเชื้อชาติถูกต้องอย่างยิ่ง)  (เป็นสิ่งที่สมควรพูดอย่างยิ่ง หรือเหมาะกับกาลเทศะมาก)

 

3. “Above all”  -  สำคัญที่สุด, เหนือสิ่งอื่นใด

  • You must, above all, be loyal to your country.

(คุณจะต้อง, เหนือสิ่งอื่นใด, จงรักภักดีกับประเทศของคุณ)

  • Be honest, above all with yourself.

(จงซื่อสัตย์, เหนือสิ่งอื่นใดกับตัวคุณเอง)

  • Children need many things, but above all they need love.

(เด็กๆต้องการสิ่งต่างๆมากมาย, แต่เหนือสิ่งอื่นใด  พวกเขาต้องการความรัก)  (ต้องการความรักมากที่สุด)

 

4. “Take advantage of”  -  ใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่จาก, ฉวยโอกาสหากำไรจาก, เอารัดเอาเปรียบ

  • Cathy took advantage of the lunch hour to finish her homework.

(เคธี่ใช้ประโยชน์จากชั่วโมงอาหารกลางวัน  เพื่อทำการบ้านของเธอให้เสร็จ)  (เธอใช้ประโยชน์เวลา)

  • The cat took advantage of the high grass to creep up on the bird.

(แมวตัวนั้นใช้ประโยชน์จากหญ้าสูง  เพื่อจะคืบคลานไปจับนก)  (แมวซ่อนตัวในหญ้าสูง  เมื่อมันคืบคลานเข้าไปหานก)

  • Many people take advantage of a fool by selling him worthless things.

(คนจำนวนมากฉวยโอกาสหากำไรจากคนโง่  โดยการขายของไม่มีค่าให้กับเขา)  (หลอกขายของให้คนโง่)

  • He took advantage of his friend’s kindness.

(เขาหาประโยชน์-ฉวยโอกาสจากความใจดีของเพื่อน)  (เขาขอความช่วยเหลือมากกว่าที่ควรขอ  เพราะเห็นเพื่อนใจดี)

  • The little children did not know how much to pay for the candy, and Ralph took advantage of them.

(เด็กเล็กๆพวกนั้นไม่รู้ว่าจะจ่ายเงินค่าลูกอมเท่าไรดี  และราล์ฟหาประโยชน์-ฉวยโอกาสจากพวกเขา)  (ราล์ฟขายลูกอมให้เด็กแพงกว่าราคาจริงของมัน)

 

4. “Bear in mind”  -  จำไว้ในใจ

  • Bear in mind the rules of safety when you swim.

(จงจำกฎความปลอดภัยไว้  เมื่อคุณว่ายน้ำ)  (ปฏิบัติตามกฎแล้วคุณจะไม่จมน้ำ)

  • Jim’s father told him to bear in mind that his allowance had to last all week.

(พ่อของจิมบอกเขาให้จำไว้ว่า  เบี้ยเลี้ยงของเขาจะต้องใช้ไปตลอดทั้งสัปดาห์)  (คือ  อย่าใช้จ่ายเสียหมดในคราวเดียว  ให้เก็บไว้ใช้ตลอดทั้งสัปดาห์)

  • Bear in mind that I am not so young as I used to be.

(จำไว้ด้วยว่า  ผมไม่ได้เป็นเด็กเหมือนอย่างแต่ก่อน)  (อย่างที่เคยเป็น)

 

5. “Leave no stone unturned”  -  ค้นหาทุกหนทุกแห่งเท่าที่จะทำได้, พยายามอย่างเต็มที่, พยายามอย่างสุดกำลัง, พยายามทุกรูปแบบ, ทำทุกสิ่งทุกอย่างเท่าที่เป็นได้  (แปลตรงตัว  คือ  “ไม่ปล่อยให้หินก้อนไหนไม่ถูกพลิกหรือหงายดู)  (พลิกหินดูทุกก้อน  ราวกับว่าจะพบอะไรอยู่ใต้หิน)

  • Because you don’t believe what I told you, I’ll leave no stone unturned to convince you.

(เพราะว่าคุณไม่เชื่อในสิ่งที่ผมบอกคุณ  ผมจะทำทุกสิ่งทุกอย่างเท่าที่เป็นได้  เพื่อทำให้คุณเชื่อ)

  • Don’t worry.  We’ll find your stolen car.  We’ll leave no stone unturned.

(ไม่ต้องวิตกหรอก  เราจะหารถของคุณที่ถูกขโมยไป  เราจะค้นหาทุกหนทุกแห่งเท่าที่จะทำได้)

  • In searching for a nice place to live, we left no stone unturned.

(ในการค้นหาที่ดีๆเพื่ออยู่อาศัย  เราจะพยายามอย่างเต็มที่)  (หรือ  ค้นหาทุกหนทุกแห่งเท่าที่จะทำได้) 

  • The police will leave no stone unturned in their search for the bank robbers.

(ตำรวจจะทำทุกสิ่งทุกอย่างเท่าที่เป็นได้  ในการค้นหาโจรปล้นธนาคาร)  (จะพยายามอย่างสุดกำลังเพื่อค้นหาโจร)

 

6. “Ring a bell”  -  ทำให้นึกถึงอะไรบางอย่าง, ทำให้จำอะไรบางอย่างได้, ฟังดูคุ้นๆหู  (แปลตรงตัว  คือ  “สั่นกระดิ่ง หรือ สั่นระฆัง”)

  • Not even the cat’s meowing seemed to ring a bell with Judy.  She still forgot to feed him.

(แม้กระทั่งเสียงร้องเหมียวของแมวก็ดูเหมือนว่าไม่ทำให้จูดี้นึกถึงอะไรบางอย่าง  เธอยังคงลืมที่จะให้อาหารแมว)  (แม้กระทั่งเสียงร้องของแมวก็ไม่ทำให้จูดี้จำได้ว่า  ถึงเวลาที่จะต้องให้อาหารมันแล้ว)

  • When Ann told Father the name of the new teacher, it rang a bell, and Father said “James Carson!  I went to school with a James Carson.”

(เมื่อแอนบอกชื่อคุณครูคนใหม่แก่พ่อของเธอ  มันทำให้ (พ่อ) จำอะไรบางอย่างได้ (มันคุ้นๆหูพ่อ)  และพ่อพูดว่า  “เจมส์ คาร์สัน  ฉันไปโรงเรียนกับคนๆหนึ่ง ชื่อ  เจมส์ คาร์สัน”)  (ชื่อ เจมส์ คาร์สัน  ทำให้พ่อจำได้ว่าเขา (เคย) ไปโรงเรียนกับบางคน ที่ชื่อ เจมส์  คาร์สัน  คือ  เคยมีเพื่อนร่วมชั้นที่ชื่อนี้)

 

7. “Be about to”  -  ใกล้จะ, จวนจะ, เกือบจะ, พร้อมที่จะ

  • I am about to die.

(ผมใกล้จะ (จวนจะ) ตายอยู่แล้ว)

  • The man was about to leave when he noticed a large packing-case lying on the floor.

(ชายผู้นั้นจวนจะจากไป  เมื่อเขาสังเกตเห็นลังสำหรับบรรจุหีบห่อขนาดใหญ่วางอยู่บนพื้น)

  • His father is about to retire.

(พ่อของเขาจวนจะเกษียณอายุงานแล้ว)

  • She was just about to go on stage again.

(เธอพร้อมที่จะขึ้นแสดงบนเวทีอีกครั้ง)

  • It is about to rain very soon.

(ฝนจวนจะตกแล้วเร็วๆนี้)

  • We were about to leave when the snow began.

(เรากำลังจะจากไปเมื่อหิมะเริ่มตก)

  • I haven’t gone yet, but I’m about to.

(ผมยังไม่ได้ไปเลย  แต่ผมพร้อมจะไปแล้ว)

 

8. “By accident”  -  โดยบังเอิญ, โดยไม่เจตนา

  • I met him by accident in London last year.

(ผมพบเขาโดยบังเอิญ  ในลอนดอนเมื่อปีที่แล้ว)

  • She found out the truth about her husband by accident.

(เธอค้นพบความจริงเกี่ยวกับสามีของเธอโดยบังเอิญ)

 

9. “By mistake”  -  โดยเข้าใจผิด

  • She sent it to the wrong address by mistake.

(เธอส่งมันไปยังที่อยู่ที่ไม่ถูกต้อง  โดยเข้าใจผิด)

  • He picked up the wrong hat by mistake.

(เขาหยิบหมวกผิดใบไป  โดยเข้าใจผิด)

 

10. “Burn the candle at both ends”  -  ทำงานหนักมากและนอนดึกมากเวลากลางคืน, สำบุกสำบันร่างกายมากเกินไป, ทำงานและเล่นอย่างหนักเท่าๆกัน, ทำงานหรือเล่นหนักเกินไป  โดยพักผ่อนไม่เพียงพอ, เหน็ดเหนื่อยมากเกินไป  (แปลตรงตัว  คือ  จุดเทียนทั้ง  ๒  ปลาย  หรือทั้งหัวท้าย)  (เป็นวิธีที่จะใช้ประโยชน์อย่างสูงสุดจากเทียน  หรือ (โดยอุปมา) จากตนเอง)

  • To work all day and go out to parties every night is simply burning the candle at both ends.

(การทำงานตลอดวัน และออกไปงานเลี้ยงทุกคืน  เป็นการสำบุกสำบันร่างกายจนเกินไป

  • No wonder Mary is ill.  She has been burning the candle at both ends for a long time.

(ไม่ต้องประหลาดใจเลยที่แมรี่ป่วย  เธอได้สำบุกสมบันกับร่างกาย  โดยพักผ่อนไม่เพียงพอมาเป็นเวลานานแล้ว)

  • You can’t keep on burning the candle at both ends.

(คุณไม่สามารถที่จะสำบุกสำบันร่างกายมากเกินไปต่อไปเรื่อยๆ)  (ต้องเลิกเสีย และพักผ่อนให้เพียงพอ)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้

 

 

 

 

 

Essential Idioms (ตอนที่ 5)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

1. “Consist of”  -  ประกอบด้วย, สร้างขึ้นมาจาก

  • PWA’s Board of Directors consists of 10 members.

(คณะกรรมการการประปาส่วนภูมิภาคประกอบด้วยสมาชิก  ๑๐  คน)

  • Water consists of hydrogen and oxygen.

(น้ำประกอบด้วยไฮโดรเจนและออกซิเจน)

  • The committee consists of scientists and engineers.

(คณะกรรมการประกอบด้วยนักวิทยาศาสตร์และวิศวกร)

  • Each convoy consisted of ten ships.

(กองเรือแต่ละกองประกอบด้วยเรือ  ๑๐  ลำ)

  • The remainder of the island consists largely of swamps.

(ส่วนที่เหลือของเกาะประกอบด้วยหนอง-บึงเป็นส่วนใหญ่)

 

2. “Consist in”  -  ประกอบด้วย...........เป็นส่วนสำคัญ หรือ...........เพียงส่วนเดียว, เกิดจาก

  • Nineteen-century trade consisted principally in luxuries such as silk, spices and ivory.

(การค้าในศตวรรษที่  ๑๙  ประกอบด้วยสิ่งฟุ่มเฟือยเป็นส่วนใหญ่  ได้แก่  ไหม  เครื่องเทศ  และงาช้าง)

  • A game of tennis is competitive and consists in beating your opponent.

(กีฬาเทนนิสเกี่ยวข้องกับการแข่งขัน  และประกอบด้วยการเอาชนะคู่ต่อสู้เป็นสำคัญ)

  • Our happiness consists in doing something beneficial to society.

(ความสุขของเราเกิดจากการทำอะไรบางอย่างที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม)

  • The true wealth does not consist in what we have, but in what we share with others.

(ความมั่งคั่งที่แท้จริงมิได้เกิดจากว่าเรามีอะไร  แต่เกิดจากเราได้แบ่งปันอะไรกับคนอื่น)

 

3. “Drive at”  -   พยามที่จะพูด หรือหมายถึงอะไร  (ใช้กับ  “Continuous tense”  เท่านั้น)  (แปลตรงตัว  คือ  “ขับรถไปที่”)

  • I don’t understand what you are driving at.

(ผมไม่เข้าใจว่าคุณหมายถึงอะไร  หรือพยายามจะพูดอะไร)

 

4. “Lame duck”  -    บุคคลโชคไม่ดี  ซึ่งต้องการความช่วยเหลือ  หรือไม่สามารถทำงานของตนได้อย่างเหมาะสม  (แปลตรงตัว  คือ  เป็ดขาพิการ  เป็ดง่อย)

  • The Prime Minister has become a lame duck and had to ask for support from the MPs, both of the coalition and the opposition.

(นายกรัฐมนตรีกลายเป็นเป็ดง่อย  และจำต้องขอความสนับสนุนจาก ส.ส.  ทั้งจากพรรคร่วมรัฐบาล และพรรคฝ่ายค้าน)

 

5. “Due to” (= Because of = On account of = Owing to = By reason of = As a result of)  -  เนื่องมาจาก, เพราะว่า

  • The accident was due to a fault in the signal.

(อุบัติเหตุเนื่องมาจากความผิดพลาด (บกพร่อง) ในเรื่องสัญญาณ)

  • Due to the heavy rain, there was a blackout.

(เนื่องมาจากฝนตกหนัก  ไฟฟ้าดับ)

  • His death was due to natural causes.

(การตายของเขาเนื่องมาจากสาเหตุธรรมชาติ)  (คือ แก่ตาย)

  • Due to the storm, the school will be closed tomorrow.

(เนื่องมาจากพายุ  โรงเรียนจะปิดในวันพรุ่งนี้)

 

6. “Fast track”  -  วิธีที่เร็วที่สุดสู่จุดหมาย  (แปลตรงตัว  คือ  “ทางเร็ว”)  (ถ้าเป็นคำคุณศัพท์  ใช้  “Fast-track”)

  • Some people believe that cheating is the fast track to being rich.

(บางคนเชื่อว่าการโกงเป็นวิธีเร็วที่สุดเพื่อไปสู่ความร่ำรวย)

  • He needs to be on the fast track if he wants his business to succeed.

(เขาจำเป็นต้องใช้วิธีที่เร็วที่สุดไปสู่จุดหมาย  ถ้าเขาต้องการให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ)

 

7. “Free and easy”  -  ไม่เป็นทางการ, ไม่มีพิธีรีตอง  (แปลตรงตัว  คือ  อิสรเสรีและง่ายๆ)

  • There’s no need for you to put on a tie.  We’re free and easy around here.  (หรือ “There’s a free and easy atmosphere here.”)

(ไม่มีความจำเป็นสำหรับคุณที่จะต้องผูกเนกไท  เราไม่มีพิธีรีตอง (ไม่เป็นทางการ) แถวๆนี้)  (หรือ  มีบรรยากาศแบบง่ายๆที่นี่)

 

8. “Deal with”  -  มีความสัมพันธ์กับ, คบหาสมาคม, จัดการกับ, ทำตัวเมื่อต้องคบหากับ, เกี่ยวข้องกับ

  • He is a difficult man to deal with.

(เขาเป็นคนคบยาก)

  • I don’t know how to deal with this enquiry.

(ผมไม่รู้จะจัดการกับคำถามนี้อย่างไรดี)

  • I have a lifetime’s experience of dealing with criminals.  I think I understand them.

(ผมมีประสบการณ์ชั่วชีวิตในการคบหาสมาคมกับพวกอาชญากร  ผมคิดว่าผมเข้มใจพวกเขานะ)

  • His article deals with unemployment and ways of overcoming it.

(บทความของเขาเกี่ยวกับการว่างงานและวิธีเอาชนะมัน)

 

9. “Call a spade a spade”  -  พูดตรงๆตามความเป็นจริง  (แม้จะไม่สุภาพ), พูดแบบขวานผ่าซาก  (แปลตรงตัว  คือ  “เรียกพลั่ว (จอบ, เสียม) ว่าพลั่ว”)

  • A boy took some money from Dick’s desk and said he borrowed it, but I told him he stole it; I believe in calling a spade a spade.

(เด็กคนหนึ่งเอาเงินจากโต๊ะของดิ๊กไป  และพูดว่าเขายืมมัน  แต่ผมบอกเขาว่าเขาขโมยเงิน  ผมเชื่อมั่นในการพูดแบบตรงไปตรงมา)  (เพราะการเอาเงินไปโดยไม่ขออนุญาต  คือการขโมย)

  • If you want to know how you really look, ask Nancy.  She always calls a spade a spade and is willing to tell you the truth. 

(ถ้าคุณต้องการรู้ว่าคุณมีลักษณะท่าทางอย่างไร (มีสารรูปแบบไหน) ให้ถามแนนซี่ดูสิ  เธอพูดอะไรตรงไปตรงมาเสมอ  และเต็มใจที่จะบอกความจริงแก่คุณ)

 

10. “Out of one’s mind” (= Out of one’s senses หรือ head)  -  เป็นบ้า, เสียสติ, มีจิตฟั่นเฟือน, ไม่ใช้หัวคิด, ไม่มีสมอง

  • If you think I’m going with you in this weather, you’re out of your mind!

(ถ้าคุณคิดว่าผมจะไปกับคุณในสภาพอากาศแบบนี้  คุณเป็นบ้าไปแล้วละ)

  • Her friends thought she was out of her mind to marry that man.

(เพื่อนของเธอคิดว่าเธอเสียสติไปแล้ว  ที่ไปแต่งงานกับเจ้าหมอนั่น)  (เพราะว่าไม่เหมาะสมกันเลย)

  • The patient was feverish and out of his head and had to be watched.

(ผู้ป่วยรายนั้นมีไข้และสติฟั่นเฟือน  และจำเป็นต้องได้รับการเฝ้ามองไว้)  (เขาคุ้มคลั่งและไม่รู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไร)

 

11. “See eye to eye”  -  เห็นด้วยอย่างเต็มที่, มีความเห็นตรงกันเดี๊ยะ

  • Mother didn’t see eye to eye with father on where we would go for our vacation.

(แม่เห็นไม่ตรงกับพ่อในเรื่องว่าเราจะไปที่ไหนกันสำหรับวันหยุดพักผ่อน)  (คือ มีความ เห็นต่างกัน)

  • Though we did not usually agree, we saw eye to eye in the matter of reducing taxes.

(แม้ว่าเรามักจะเห็นไม่ตรงกัน  (แต่) เราเห็นพ้องกันอย่างยิ่งในเรื่องการลดภาษี)

 

12. “Out of the question”  -  เป็นไปไม่ได้, นึกไม่ถึง, ไม่ควรค่าต่อการพิจารณา

  • To arrive there in 2 hours is out of the question.

(การไปถึงที่นั่นใน  ๒  ชั่วโมง เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้)

  • It is out of the question that he will be elected president.

(มันเป็นไปไม่ได้ที่ว่าเขาจะได้รับการเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดี)

  • Most people think that snow is out of the question during summer.

(คนส่วนใหญ่คิดว่าหิมะเป็นไปไม่ได้  (ไม่ต้องไปนึกถึงเลย) ระหว่างหน้าร้อน)

  • The boys had no money, so it was out of the question for them to go to the movies.

(เด็กไม่มีเงิน  ดังนั้น  มันเป็นไปไม่ได้สำหรับพวกเขาที่จะไปดูหนัง)  (เป็นไปไม่ได้ที่จะไปดูหนังโดยไม่มีเงิน)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้

 

 

Pages

Subscribe to RSS - Essential Idioms