Essential Idioms

Essential Idioms (ตอนที่ 18)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน

 

1. Make a bee line for =  เดินทางเป็นเส้นตรง หรืออย่างเร็วและลัดที่สุดไปยังบางสิ่ง หรือบางสถานที่  (แปลตรงตัว  คือ  เดินทางตามแนวที่ผึ้งบิน (ซึ่งเป็นเส้นตรง) ไปยัง................)   (“Beeline”  คือ  “เส้นทางที่ผึ้งบิน”  ซึ่งเป็นเส้นทางที่สั้นที่สุดระหว่าง  ๒  จุด  หมายถึงเส้นทางที่ผึ้งงานนำน้ำหวานและละอองเกสรกลับไปยังรังของมัน)

  • When the couple left, the babysitter made a bee line for the refrigerator. 

(เมื่อสามีภรรยาคู่นั้นจากไป  พี่เลี้ยงเด็กก็มุ่งตรงอย่างรวดเร็วไปยังตู้เย็น  -  เพื่อค้นหาของกิน)

(สำนวนนี้มาจากพฤติกรรมของผึ้ง  คือ  เมื่อผึ้งที่ออกหาอาหารพบแหล่งน้ำหวาน  มันจะบินกลับมาที่รัง  และบอกสถานที่นั้นให้ผึ้งตัวอื่นรู้  โดยใช้วิธีการเต้นรำแบบโยกไปโยกมา  แล้วผึ้งตัวอื่นๆ ก็จะบินเป็นเส้นตรงไปที่แหล่งอาหารนั้น  เพื่อนำอาหารกลับมารัง)

 

2. The world, the flesh, and the devil  =  สิ่งยั่วยวนที่ทำให้มนุษย์ทำความชั่ว  (แปลตรงตัว  คือ  มวลมนุษย์ (โลก), เนื้อหนังมังสา, และซาตาน)

  • By entering the monastery he sought to avoid the world, the flesh, and the devil.

(โดยการเข้าวัด (บวช)  เขาพยายามที่จะหลีกเลี่ยงสิ่งยั่วยวนที่ทำให้มนุษย์ทำความชั่ว)

(สำนวนนี้มาจากความเชื่อของศาสนาคริสต์  ซึ่งถือว่า  “มวลมนุษย์ (โลก), เนื้อหนังมังสา, และซาตาน”  เป็นศัตรู   ประการของจิตวิญญาณ  เพราะเป็นแหล่งของความยั่วยวนให้มนุษย์เกิดกิเลส  และเป็นสิ่งที่อยู่ตรงข้ามกับความดี)

 

3. To make bricks without straw  =  พยายามทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งโดยปราศจากอุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้ในการทำ  (สร้างอิฐโดยปราศจากฟาง)

  • My uncle’s business schemes always fail because he tries to make bricks without straw.

(แผนธุรกิจของลุงของผมมักจะล้มเหลวอยู่เสมอ  เพราะว่าเขาพยายามที่จะทำสิ่งใดโดยปราศจากอุปกรณ์ที่จำเป็น)  (เช่น  ขาดเงินทุน, บุคลากร, วัตถุดิบ  หรือไม่มีการวิจัยตลาด)

(สำนวนนี้มาจากคัมภีร์ไบเบิล  โดยชาวอิสราเอลใช้ฟางหุ้มห่อ (มัด) ก้อนอิฐที่ทำมาจากดินโคลน  เพื่อมิให้มันล้มครืนลงมาเมื่อเวลาทำการก่อสร้าง  หรือชาวอียิปต์ที่ทำอิฐจากดินโคลนจากแม่น้ำไนล์ (ดินเหนียวผสมทราย)  และมักผสมกับฟางและมูลสัตว์  ดังนั้น  จึงถือว่าฟางเป็นอุปกรณ์สำคัญในการทำอิฐ  ถ้าปราศจากฟางก็ทำอิฐไม่ได้)

 

4. To have (หรือ get หรือ  gain) the upper hand  =  อยู่เหนือกว่า หรือเป็นผู้คุมอำนาจ  และมักเป็นผู้ตัดสินใจในเหตุการณ์ต่างๆ; ได้เปรียบหรือควบคุมบางคน หรือบางสิ่ง  (แปลตรงตัว  คือ  มีมือที่อยู่สูงกว่า)

  • I used to be his boss but now he has the upper hand.

(ผมเคยเป็นนายของเขา  แต่ขณะนี้เขาอยู่เหนือผม)  (มีอำนาจเหนือผม หรือเป็นนายผม)

 

5. To put the cart before the horse  =  เรียงลำดับผิด  เช่นเอางานที่ควรทำก่อนไว้ทำทีหลัง ที่ควรทำทีหลังเอามาทำก่อน  (แปลตรงตัว  คือ  เอาเกวียนไปไว้ข้างหน้าม้า)  (ซึ่งผิดหลัก  เนื่องจากม้าต้องอยู่หน้าเกวียนเสมอ  เพราะม้าลากเกวียน)

  • My assistant was so eager to get the job done that he often put the cart before the horse.       

(ผู้ช่วยของผมกระตือรือร้นที่จะทำงานให้เสร็จ  มากจนกระทั่งเขาเรียงลำดับงานผิด)  (เช่น  เอางานที่ควรทำก่อนไปไว้ทีหลัง  และเอางานที่ควรทำทีหลังมาทำก่อน  ทำให้เกิดความสับสนวุ่นวายไปหมด)

  • Aren’t you putting the cart before the horse by deciding what to wear for the wedding before you’ve been invited to?

(คุณมิได้กำลังจัดลำดับผิดหรอกหรือ  ในการตัดสินใจว่าจะสวมชุดอะไรไปงานแต่งงาน  ก่อนที่คุณจะได้รับเชิญไปในงานฯ)

 

6. A chip off the old block  =  ลูกชายซึ่งเหมือนกับพ่อของตนเอง  -  ในด้านพฤติกรรม หรือนิสัยใจคอ  (คือ มาจากแม่พิมพ์เดียวกัน(แปลตรงตัว  คือ  แท่งไม้ที่แกะออกมาท่อนไม้  หรือก้อนหินซึ่งแกะสลักมาจากก้อนหินใหญ่  ซึ่งจะมีลักษณะเหมือนกับแม่พิมพ์เดิมของมัน)   

  • When we saw the alcoholic’s son enter the liquor store, we assumed that he was a chip off the old block.

(เมื่อเราเห็นลูกชายของคนติดสุราเรื้อรังเข้าไปในร้านเหล้า  เราสันนิษฐานว่า  เขาเหมือนกับพ่อของเขา)  (คือ  ติดเหล้าเช่นเดียวกัน)

 

7. To be at large  =  ยังลอยนวล, (ผู้ร้ายที่) ยังจับตัวไม่ได้, สัตว์ที่ยังหาตัวไม่เจอ  หรือยังมิได้ทำให้อยู่ในสภาพที่ปลอดภัยกับผู้อื่น

  • Since the dangerous criminal was at large, all the town people began to buy dogs for protection.

(เพราะว่าเจ้าอาชญากรที่มีอันตรายยังลอยนวลอยู่  ผู้คนทั้งหมดของเมืองเริ่มซื้อสุนัขเพื่อการคุ้มครองตนเอง)

 

8. To wink at  =  แสร้งทำเป็นมองไม่เห็น; เมินเฉย  (แปลตรงตัว  คือ  กะพริบตา หรือขยิบตาที่..................ในฐานะเป็นสัญญาณของความเป็นมิตร  หรือเกี้ยวพาราสี  -  เพศตรงข้าม)

  • There was a lot of evidence to show that the border guards would wink at illegal shipments if they were paid in advance. 

(มีหลักฐานมากมายที่แสดงว่า  ยามที่พรมแดนจะแสร้งทำเป็นมองไม่เห็นการขนส่งของ (สินค้า) ที่ผิดกฎหมาย  ถ้าพวกเขาได้รับการจ่ายเงินล่วงหน้า)

 

9. To play possum  (หรือ “Opossum”  แต่ไม่ออกเสียงตัว  “O”)  =  แสร้งทำเป็นหลับหรือตาย (เพื่อมิให้ผู้อื่นรบกวน  หรือทำอันตรายตน; ต้มคนอื่น; แสร้งทำเป็นโง่ หรือไม่รู้  เพื่อหลอกต้มคนอื่น  (แปลตรงตัว  คือ  เล่นเป็นตัวพอสซัม) 

  • Sensing that his life was in jeopardy, the hunter played possum until the lion disappeared.

(มีความรู้สึกว่าชีวิตของตนตกอยู่ในอันตราย  นายพรานแสร้งทำเป็นตาย  จนกระทั่งสิงโตหายตัวไป)

(สำนวนนี้มีที่มาจากตัวพอสซัม  ซึ่งเป็นสัตว์คล้ายหนู และมีกระเป๋าหน้าท้อง  ไม่ทำอันตรายใครหรือสัตว์อื่น  ตัวพอสซัมจะแสร้งทำเป็นตาย  เมื่อมีอันตรายมาถึงตัวมัน)

  

10. To know the ropes  =  คุ้นเคยกับวิธีการหรือกรรมวิธีเป็นอย่างดี  (รู้ว่าเชือกเส้นไหนเป็นเส้นไหน)    

  • The president of the senior class knew the ropes and quickly taught me my duties. 

(ประธานนักเรียนชั้นสูงสุดคุ้นเคยกับวิธีการ หรือกรรมวิธีเป็นอย่างดี  และสอนหน้าที่ของผมอย่างรวดเร็ว)  (สอนผมว่ามีหน้าที่ต้องทำอะไรบ้าง)

(สำนวนนี้มีที่มาจากกะลาสีเรือสินค้าที่ใช้ใบสมัยโบราณ  ซึ่งมีความรู้เป็นอย่างดีว่า  ช่วง เวลาใดจะต้องชัก (ดึงเชือก) ใบเรือใบใดขึ้นหรือลง  เพื่อให้เรือแล่นไปได้ หรือมีความปลอดภัยมากที่สุด  จึงเป็นการเปรียบการ  “รู้วิธีดึงเชือกใบเรือ”  เสมือนกับ  “คุ้นเคยกับวิธีการหรือกรรมวิธีในเรื่องใดเรื่องหนึ่งเป็นอย่างดี”)

 

11. To be left holding the bag  =  ถูกปล่อยให้เป็นผู้รับเคราะห์ หรือคำติเตียน หรือผลลัพธ์ที่เลวร้ายตามลำพัง  ในแบบที่ไม่เป็นธรรมแก่ผู้นั้น  (เพราะคนอื่นๆ ปฏิเสธที่จะรับผิดชอบ)  (แปลตรงตัว  คือ  ถูกปล่อยให้ถือถุงหรือกระเป๋า)  (ซึ่งอาจเป็นถุงใส่สิ่ง ของที่ขโมยมา  เมื่อตำรวจมาพบ  หรือเป็นถุงเปล่าที่คนอื่นๆ เอาของดีๆ ในถุงไปจนหมดแล้ว)

  • The irresponsible businessman left his partner holding the bag

(นักธุรกิจที่ไม่รับผิดชอบคนนั้น  ปล่อยให้หุ้นส่วนของเขารับเคราะห์  (หรือ คำตำหนิ, ผลลัพธ์ที่เลวร้าย) ตามลำพัง  ในแบบที่ไม่เป็นธรรม)

 

12. A lick and a promise  =  การทำอะไรในแบบรีบเร่งและไม่ละเอียดลออ; การทำอะไรแบบลวกๆ หรือขอไปที  (อาจหมายถึงการทำความสะอาด  หรือทำสิ่งใดๆ ก็ได้)  (แปลตรงตัว  คือ  “การเลีย  และการให้คำมั่นสัญญา”  (ว่าจะทำให้ดีขึ้นกว่าเดิมในครั้งต่อไป)

  • The meticulous housewife was in so much of a hurry that she could only give the apartment a lick and a promise

(แม้บ้านที่พิถีพิถันมากคนนั้น  อยู่ในความรีบเร่งมากจนกระทั่ง  เธอสามารถทำความสะ อาดอพาร์ตเมนต์ได้ในแบบที่รีบเร่งหรือลวกๆ เท่านั้น)

(สำนวนนี้มาจากพฤติกรรมของสัตว์บางชนิด  เช่น  หมา, แมว, เสือ, สิงโต ฯลฯ จะทำความสะอาดลูกน้อยของมันด้วยการเลียในแบบลวกๆ  ซึ่งเป็นการทำความสะอาดแบบรีบเร่งไม่ละเอียดลออนัก  จึงถูกนำมาเปรียบเทียบกับการกระทำของคนในเรื่องใดๆ ที่ทำแบบรีบเร่ง  หรือขอไปที  และมักไม่ได้ผลงานที่มีคุณภาพ  ส่วนข้อความ  “คำมั่นสัญญา” ที่นำมาเติมหลัง “การเลีย” นั้น  หมายถึง  “การสัญญาว่าจะทำให้ดีขึ้นในครั้งต่อไป)   

  

13. Tongue in cheek  =  ด้วยความไม่สุจริตใจ; คำพูดถากถาง-เสียดสีในแบบตลกขบขัน  ซึ่งกล่าวออกมาในแบบจริงจัง  แต่หลอกลวง  ไม่จริงใจ  โดยผู้พูดมิได้มีความประสงค์ตรงตามที่ตนเองพูดออกมา  (ความหมายโดยรวม  คือ  ไม่สุจริต หรือจริงใจ)  (แปลตรงตัว  คือ  ลิ้นอยู่ในแก้ม)

  • Speaking with his tongue in his cheek, the employer promised to double everyone’s wages. 

(พูดออกมาด้วยความไม่จริงใจ  นายจ้างสัญญาว่าจะขึ้นค่าจ้างทุกคนเป็นสองเท่า)  (แต่ใจจริงแล้ว  ไม่คิดจะทำเช่นนั้นจริง)

 

14. Two strings to one’s bow  =  สองวิธีการเพื่อบรรลุเป้าหมาย  (แปลตรงตัว  คือ  เชือก    เส้น  กับคันธนูของคนใดคนหนึ่ง)

  • The salesman had two strings to his bow – if a phone call didn’t get results, he would appear in person. 

(พนักงานขายมี   วิธีการเพื่อบรรลุเป้าหมายของตน  คือ  ถ้าการโทรศัพท์ (ไปที่ลูกค้า) ไม่ได้ผล  เขาจะไปพบลูกค้าด้วยตนเอง)  (เพื่อขายสินค้าของตนให้ได้)

(สำนวนนี้มีที่มาจากอาวุธธนู  ซึ่งตามปกติมีสายเดียว  แต่ในกรณีนี้มี  ๒  สาย  ซึ่งเปรียบเหมือน  ๒  วิธีการที่ใช้ในการทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้สำเร็จ)

 

15. The fat is in the fire  =  ได้ทำความชั่วหรือความผิดลงไปแล้ว; การกระทำซึ่งมีผลลัพธ์เลวร้ายที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้  ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว  และมีปัญหารออยู่ข้างหน้า  (แปลตรงตัว  คือ  ไขมันอยู่ในกองไฟ)

  • We asked him to stop stealing but he said that the fat was already in the fire.

(เราขอร้องให้เขาหยุดขโมย  แต่เขากล่าวว่า  ได้กระทำความผิด (ขโมย) ไปเรียบร้อยแล้ว)

  • “Now the fat is in the fire – the boss arrived early and will see we haven’t even started work.”

(“ขณะนี้  การกระทำซึ่งมีผลลัพธ์เลวร้ายอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้  ได้เริ่มต้นแล้ว  (และมีปัญหารออยู่ข้างหน้า) คือ  เจ้านายมาถึงแต่เช้าตรู่  และจะเห็นว่าพวกเรายังมิได้เริ่มต้นทำ งานกันเลย”)

(สำนวนนี้มีที่มาจากไขมันสัตว์ที่หยดลงไปในกองไฟ ขณะที่คนปิ้งย่างเนื้อที่มีไขมัน  ซึ่งแน่นอนทีสุด  จะเกิดไฟลุกโพลงขึ้นมา  เปรียบเหมือนกับความผิด หรือความชั่วที่ได้กระทำลงไปแล้ว  ซึ่งจะเกิดผลลัพธ์ที่เลวร้ายตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้)

 

16. To get one’s back up  =  โกรธ, โมโห  (แปลตรงตัว  คือ  หลังของผู้ใดผู้หนึ่งตั้งชันขึ้น)

  • Every time his mother mentioned getting a haircut, the young guitarist got his back up.

(ทุกครั้งที่แม่ของเขากล่าวถึงการไปตัดผม  นักกีต้าร์หนุ่มคนนั้นโกรธ  -  ขึ้นมาทันที)

(สำนวนนี้มาจากพฤติกรรมของแมว  ที่เวลาเกิดความโกรธขึ้นมา  หลังของมันจะตั้ง (ลุก) ชันขึ้นมาทันที)

 

17. Apple-polishing  =  การประจบประแจง หรือยกย่องจนเลยเถิด  เพื่อให้ได้รับผลประโยชน์ส่วนตัว  (แปลตรงตัว  คือ  การขัดลูกแอบเปิ้ล)    

  • If the way to advancement in this company is through apple-polishing, I quit !

(ถ้าวิธีการไปสู่ความก้าวหน้าในบริษัทนี้  คือ  โดยการประจบสอพลอ  ผมขอลาออก!)

  • Apple-polishing is something that my boss detests.

(การประจบสอพลอเป็นอะไรบางอย่างที่เจ้านายของผมเกลียดชังมาก)

  • Brian is always polishing the apple with the boss, with a hope of a promotion or raise.

(ไบรอันประจบสอพลอเจ้านายของเขาอยู่เสมอ  ด้วยความหวังที่จะได้เลื่อนชั้นเลื่อนตำ แหน่ง  หรือเงินเดือนขึ้น)

(สำนวนนี้มาจากกริยา  “Apple-polish”  (ขัดผลแอบเปิ้ล)  หมายถึง  ประจบสอพลอ  หรือยกย่องผู้ใดผู้หนึ่งจนเลยเถิด  โดยหวังได้รับผลประโยชน์ส่วนตัว  มีที่มาจากนักเรียนคนหนึ่ง  เอาของขวัญซึ่งเป็นลูกแอบเปิ้ลสีแดงเป็นมัน  (ซึ่งอาจเกิดจากการขัดถู  หรือเป็นธรรมชาติของผลแอบเปิ้ล)   ไปมอบเป็นของขวัญให้อาจารย์ของตน  โดยหวังว่าจะได้คะแนนดี  จึงเปรียบเทียบ  “ขัดผลแอบเปิ้ล”  กับ  “ประจบประแจง”)

 

18. The Draconian Code  =  กฎหรือระเบียบที่มีบทลงโทษรุนแรงและเฉียบขาด  (แปลตรงตัว  คือ  ประมวลกฎหมายแบบดราโค)

  • The president of our company ran the business according to his own Draconian Code.

(ประธานของบริษัทเราบริหาร (ดำเนิน) ธุรกิจตามกฎระเบียบที่มีบทลงโทษรุนแรงและเฉียบขาดของเขา)

(สำนวนนี้มีที่มาจาก  “ดราโค” (Draco)  นักกฎหมายและนักปกครองชาวกรีกโบราณ  ในกรุงเอเธนส์ปลายศตวรรษที่    ก่อนคริสต์ศักราช  เขาเป็นนักกฎหมายกรีกคนแรกที่บัญญัติกฎหมายแบบเป็นลายลักษณ์อักษร  แทนกฎหมายที่สืบทอดกันมาโดยทางวาจา (Oral law)  ที่ออกโดยเหล่าขุนนางกรีก  ทั้งนี้  กฎหมายของดราโคมีบทลงโทษที่รุนแรง, เฉียบขาด และทารุณ  แม้กระทั่งกับความผิดเพียงเล็กน้อย) 

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

 

                         ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป

 

 

 

 

 

Essential Idioms (ตอนที่ 17)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน

 

1. to tilt at windmills (กังหันลม)  =  ต่อสู้กับศัตรูที่นึกคิดเอาเอง  หรือไม่มีตัวตน  (แปลตรงตัว  คือ  โจมตีกังหันลม)

  • The vice-president told the committee, “We’re really on your side, and if you fight us, you’ll be tilting at windmills.” 

(ท่านรองประธานบอกกับคณะกรรมการว่า  “เราอยู่ฝ่ายเดียวกับ (สนับสนุน) คุณจริงๆ, และถ้าคุณสู้กับเรา, คุณก็จะกำลังต่อสู้กับศัตรูที่นึกคิดเอาเอง หรือไม่มีตัวตน)

(ที่มาของสำนวนนี้  คือ  จากนิยายเรื่อง "ดอน กิโฮเต้"  ผู้รักชาติอย่างคลั่งไคล้  เขาคิดว่ากังหันลมเป็นยักษ์  ที่เขาคิดเช่นนั้นเพราะว่า  เขาคิดว่าแขนของกังหันลม คือแขนของยักษ์  และเมื่อเขาเข้าโจมตีกีังหันลม  หอกของเขาเข้าไปติดอยู่กับใบพัดใบหนึ่งของกังหัน  ทำให้ตัวเขาถูกพัดลอยไปในอากาศ  ทำให้เป็นที่มาของการเปรียบเทียบการโจมตีกังหันลม  ว่าเป็นการต่อสู้กับศัตรูที่จินตนาการไปเอง  มิได้มีตัวตนที่แท้จริง)    

 

2. to feather one’s nest  =  สร้างความร่ำรวยโดยฉวยโอกาสจากสถานการณ์  (แปลตรงตัว  คือ  ประดับขนนกแก่รัง (ที่อยู่) ของตน)

  • While working as the tax collector, he skillfully feathered his own nest

(ในขณะกำลังทำงานเป็นคนเก็บภาษี  เขาสร้างความร่ำรวยโดยฉวยโอกาสจากสถาน การณ์  อย่างคล่องแคล่ว-ชำนิชำนาญ)  (อาจโดยวิธีการสุจริต หรือทุจริตก็ได้  โดยหาช่องทางหรือโอกาสที่เปิดให้  จากการทำหน้าที่ของตน)

 

3. fair-weather friends  =  เพื่อนกิน; เพื่อนที่พึ่งไม่ได้ในยามยาก  (แปลตรงตัว  คือ  เพื่อนในยามอากาศดี)

  • The general was chagrined (เสียใจ) to learn that so many of his supposed supporters were actually fair-weather friends

(ท่านนายพลเสียใจที่รู้ว่า  ผู้ที่เขาคาดการณ์ว่าจะสนับสนุนเขาจำนวนมาก  แท้ที่จริงแล้วเป็นเพื่อนกิน  หรือพึ่งพาไม่ได้ในยามยาก)

(ที่มาของสำนวนนี้  คือ  เพื่อนบางคนจะโผล่หน้า  หรือคบค้ากับเพื่อนของตนในยามที่ดินฟ้าอากาศดีเท่านั้น  พออากาศเปลี่ยนเป็นเลวร้าย  คนเหล่านี้จะหายหน้าไปทันที  จึงเปรียบเทียบเพื่อนประเภทนี้ว่า  เป็นเพื่อนกิน  หรือพึ่งพาอาศัยไม่ได้ในยามตกทุกข์ได้ยาก)

 

4. to sow (หว่าน) one’s wild oats  =  ใช้ชีวิตแบบหัวหกก้นขวิดหรือสำมะเลเทเมา (แปลตรงตัว  คือ  หว่านข้าวโอตป่า)

  • During his teen years, the millionaire sowed his wild oats

(ในช่วงชีวิตวัยรุ่นของเขา  เศรษฐีคนนั้นใช้ชีวิตแบบหัวหกก้นขวิด-สำมะเลเทเมา)

 

5. windfall  =  ลาภลอย; ความร่ำรวยที่เกิดขึ้นโดยไม่คาดฝัน

  • When the bankrupt company struck oil, the surprised investor received a windfall of $ 20,000.

(เมื่อบริษัท (น้ำมัน) ที่ล้มละลาย  เจาะพบน้ำมัน,  นักลงทุนซึ่งประหลาดใจ  ได้รับลาภลอย (เงินจากหุ้นที่ซื้อไว้) เป็นจำนวน  ๒๐,๐๐๐ เหรียญ)

 

6. to wash dirty linen in public  =  คุยเรื่องส่วนตัวในที่เปิดเผย  หรือสาวไส้ให้กากิน  (แปลตรงตัว  คือ  ซักผ้าลินินในที่เปิดเผย หรือสาธารณะ) 

  • “Let’s talk about it privately,” his uncle said, “rather than wash our dirty linen in public.”

(“เรามาคุยเกี่ยวกับมันเป็นการส่วนตัวเถอะ”  ลุงของเขากล่าว  “ดีกว่าที่จะสาวไส้ให้กากิน”)

 

7. Indian summer  =  อากาศอบอุ่นแบบฤดูใบไม้ร่วง  (แปลตรงตัว  คือ  ฤดูร้อนของพวกอินเดียนแดง)

  • Parts of the country were deep in snow, but the East was enjoying an Indian summer

(หลายส่วนของประเทศจมอยู่ใต้หิมะ  แต่ภาคตะวันออกกำลังสนุกสนานกับอากาศอบอุ่นแบบฤดูใบไม้ร่วง)

(ที่มาของสำนวนนี้  คือ  เป็นช่วงเวลาที่มีอากาศอบอุ่นและแห้งเป็นพิเศษ  โดยมีท้องฟ้าสลัวและลมอ่อนๆ  อากาศแบบนี้จะเกิดในสหรัฐภาคกลางและตะวันออก  ซึ่งถือว่าผิดฤดูกาลปกติ  และเกิิดอย่างน้อยคราวละ  ๒ - ๓ วัน ระหว่างเดือนกันยายน - พศจิกายน  ซึ่งเป็นฤดูใบไม้ร่วงในอเมริกาเหนือ (สหรัฐฯ และแคนาดา) ที่มีอากาศเย็น  และจะเย็นขึ้นเรื่อยๆ จนเข้าสู่ฤดูหนาวในเดือนธันวาคม  สำหรับสำนวนนี้ไม่ทราบที่มาที่แน่นอน  แต่สันนิษฐานว่ามี ๓ ประการ  คือ  ๑. อากาศแบบนี้ถูกสังเกตเห็นเป็นครั้งแรกในบริเวณที่อินเดียนแดงตั้งถิ่นฐานอยู่  ๒. พวกอินเดียนแดงพยายามอธิบายลักษณะอากาศแบบนี้ให้แก่ชาวยุโรปที่เดินทางมาอเมริกาฟังเป็นครั้งแรก  และ  ๓. มาจากสภาพอากาศที่อบอุ่นและสลัวในฤดูใบไม้ร่วง  เมื่อพวกอินเดียนแดงออกล่าสัตว์

 

8. to take the bull by the horns  =  เผชิญปัญหาอย่างตรงไปตรงมา  (แปลตรงตัว  คือ  จับวัวที่เขาทั้ง    ข้างของมัน)

  • After several days of delay, John decided to take the bull by the horns, and so he went to meet the police. 

(หลังจากรีรอ-ลังเลใจอยู่หลายวัน  จอห์นตัดสินใจเผชิญปัญหาอย่างตรงไปตรงมา  และดังนั้น  เขาจึงเข้าพบตำรวจ)  (เพื่อเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ตำรวจฟัง  เพื่อคลี่คลายปัญหา)

(สำนวนนี้มาจากข้อเท็จจริงที่ว่า  การจะจับวัวให้อยู่หมัดนั้น  ต้องจับที่เขาทั้งสองของมัน  (ไม่ใช่ที่อวัยวะส่วนอื่น) ให้แน่น  เพื่อมิให้วัวดิ้นได้  เปรียบเหมือนกับการเผชิญปัญหาแบบตรงไปตรงมา)

 

9. the lion’s share  =  ส่วนแบ่งที่มีค่ามากกว่าหรือใหญ่กว่า (อีกส่วนหนึ่ง)  (แปลตรงตัว  คือ  ส่วนแบ่งของสิงโต)

  • Because the salesman was essential to the business, he demanded the lion’s share of the profits. 

(เพราะว่าพนักงานขายมีความสำคัญยิ่งต่อธุรกิจ  เขาจึงเรียกร้องส่วนแบ่งกำไรก้อนโตกว่า – อีกก้อนหนึ่ง)

(สำนวนนี้มีที่มาจากนิทานอีสบ  ที่เมื่อสัตว์ป่ามีการประชุมปรึกษาปัญหากัน  สิงโตซึ่งเป็นเจ้าป่า  มักจะเรียกร้องบังคับเอาส่วนแบ่งที่มากกว่าที่ให้กับสัตว์ชนิดอื่นๆ อยู่เสมอ  ซึ่งสัตว์เหล่านั้นก็จำใจต้องยอม  ด้วยความเกรงกลัวอำนาจของสิงโต)

 

10. from the frying pan into the fire  =  หนีเสือปะจระเข้; หนีจากเหตุการณ์ร้ายอันหนึ่งไปเจอเหตุการณ์ที่แย่กว่า  (แปลตรงตัว  คือ  จากระทะทอดลงไปในกองไฟ  -  ซึ่งมีความร้อนยิ่งกว่ากระทะ)

  • I thought I had escaped, but actually I went from the frying pan into the fire.

(ผมคิดว่าผมได้หลบหนีพ้นแล้ว  แต่จริงๆ แล้ว  ผมหนีเสือปะจระเข้)  (คือ  ไปเจอกับสถานการณ์ที่ร้ายแรง หรือแย่กว่าเดิมเสียอีก)

 

11. to bury the hatchet (ขวานพก)  =  สงบศึก; ยุติข้อพิพาทหรือความบาดหมาง  (แปลตรงตัว  คือ  เอาขวานพกฝังดิน)

  • After not speaking to each other for a year, they decided to bury the hatchet.

(หลังจากไม่พูดกันเป็นเวลาหนึ่งปี  พวกเขาตัดสินใจที่จะยุติความบาดหมาง)  (คือ  เลิกโกรธ  หรือคืนดีกัน)

(สำนวนนี้มีที่มาจากพวกอินเดียนแดงสมัยโบราณ  ที่ใช้ขวานพกเป็นอาวุธในการสู้รบกับศัตรู  แต่เมื่ออินเดียนแดงตกลงใจที่จะสงบศึกกับศัตรูของตน  พวกเขาก็จะเอาขวานพกไปฝังดิน  เพื่อแสดงว่าไม่ต้องการสู้รบกันต่อไปอีกแล้ว  เปรียบเสมือนกับการสงบศึก  หรือยุติข้อพิพาท หรือความบาดหมาง)

 

12. Philadelphia lawyer  =  นักกฎหมายที่ปราดเปรื่อง หรือมีความสามารถมาก

  • His case is so hopeless that it would take a Philadelphia lawyer to set him free.

(คดีของเขาสิ้นหวัง (มีท่าจะแพ้) มาก  จนกระทั่งมันจะต้องใช้นักกฎหมายที่ปราดเปรื่อง-มีความสามารถมาก  ที่จะทำให้เขาเป็นอิสระ)  (รอดจากติดคุก)

(สำนวนนี้มีจุดกำเนิดในศตวรรษที่  ๑๘  เป็นคำอธิบายสมาชิกของกลุ่มทนายความในเมืองฟิลาเดลเฟีย  รัฐเพนซิลเวเนีย (สหรัฐฯ)  ซึ่งถือกันว่าเป็นนักกฎหมายที่ได้รับการฝึก ฝนอบรมอย่างดีที่สุดในอาณานิคมอเมริกัน (ที่มีอังกฤษเป็นเจ้าอาณานิคม) ในขณะนั้น  ซึ่งนอกจากจะมีความปราดเปรื่องด้านกฎหมายแล้ว  ยังเก่งในด้านกล่าวสุนทรพจน์ด้วย  อย่างไรก็ตาม  ในศตวรรษที่  ๒๐  คำว่า  Philadelphia lawyer”  ได้ลดความขลังลง  โดยมีความหมายเป็นเพียง  ทนายความที่ฉลาดในการใช้แง่มุม หรือช่องโหว่ของกฎ หมาย  เพื่อให้เป็นประโยชน์แก่ลูกความของตน  อย่างไรก็ดี  สำนวนนี้ยังคงใช้กันอยู่ในปัจจุบัน)

 

13. to gild (ชุบทอง) the lily (บัว)  =  ยกย่องสรรเสริญจนเลยเถิด, ปรับปรุงหรือตกแต่งประดับประดาสิ่งที่สมบูรณ์แบบหรือสวยงามอยู่แล้ว  จนทำให้สิ่งนั้นด้อยค่าลงไป  (แปลตรงตัว  คือ ชุบทองบัว)

  • There was no need for the announcer to gild the lily because we could see how beautiful the model was. 

(ไม่จำเป็นสำหรับผู้ประกาศที่จะยกย่องสรรเสริญ (นางแบบ) จนเลยเถิด  เพราะเราสา   มารถเห็นได้ว่า  นางแบบผู้นั้นสวยงามเพียงใด)

(สำนวนนี้มีที่มา  คือ  ดอกบัวเป็นไม้ที่สวยงามในตัวของมันอยู่แล้ว  ถึงจะเอาทองมาชุบก็ไม่ได้ทำให้มันสวยงามมากกว่าเดิม  กลับจะทำให้มันดูด้อยค่าลงไปด้วยซ้ำ  ดังนั้น  จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องไปปรับปรุง  หรือประดับประดาสิ่งใดที่มีความสมบูรณ์ หรือสวยงามอยู่แล้ว  เพราะไม่มีประโยชน์แต่อย่างใด)

 

14. to steal one’s thunder  =  ทำให้การกระทำหรือคำพูดของคนใดคนหนึ่งดูด้อยค่าลงไป  โดยชิงพูดในสิ่งที่ผู้นั้นกำลังจะทำหรือพูดออกมาด้วยตนเอง  (แปลตรงตัว  คือ  ขโมยเสียงฟ้าร้อง)

  • I had planned to be the first to resign from the club, but my cousin stole my thunder.

(ผมได้วางแผนที่จะเป็นคนแรกที่ลาออกจากสโมสร  แต่ญาติของผมทำให้เรื่องนี้ดูด้อยค่าลงไป  โดยปูดเรื่องออกมาเสียก่อน)  (คนเลยรู้กันหมดแล้ว  ก่อนที่ผมจะลาออก)

 

15. woolgathering  =  ความใจลอยหรือฝันกลางวัน  (แปลตรงตัว  คือ  การเก็บรวบรวมขนปุยของสัตว์  หรือขนแกะ)

  • When the young genius should have been doing his homework, he was frequently engaged in woolgathering.

(เมื่อเด็กอัจฉริยะหนุ่มคนนั้นควรที่จะได้กำลังทำการบ้านของเขา  เขามักจะยุ่งอยู่กับการฝันกลางวัน หรือใจลอยอยู่บ่อยๆ)  (คือ  ชอบใจลอย หรือคิดเพ้อฝัน  แทนที่จะทำการบ้านของตน)

(สำนวนนี้มีที่มาจากสมัยโบราณ  ที่มีคนซึ่งพยายามเดินตามเก็บขนปุยของแกะ (ซึ่งเดินผ่านมา) ที่ลอยไปติดอยู่ตามพุ่มไม้ หรือรั้วบ้านของผู้คน  โดยผู้ตามเก็บขนแกะเหล่านี้มักเดินไปแบบไม่มีจุดหมาย  คือเดินไปเรื่อยๆ  และแทบไม่ได้อะไรเลยจากการกระทำดัง กล่าว  การกระทำแบบนี้  เปรียบเสมือนกับ  “การหมกมุ่นกับความคิดเพ้อฝัน  แบบไร้จุด หมาย  หรือการใจลอย หรือฝันกลางวัน)

 

16. to whitewash  =  ทำให้ดำกลับเป็นขาว; ช่วยปิดบังความผิดหรือข้อบกพร่อง  (แปลตรงตัว  คือ  ฟอกขาว)

  • Although a committee was appointed to investigate the corruption, many citizens felt that their report would be a whitewash of the culprit.

(แม้ว่าคณะกรรมการถูกแต่งตั้งขึ้นมาเพื่อสอบสวนการทุจริต  พลเมืองจำนวนมากรู้สึกว่า  รายงานของคณะกรรมการจะเป็นการฟอกขาว (ปิดบังความผิด) ของผู้กระทำผิด)

 

17. to break the ice  =  เอาชนะความยากลำบากในเบื้องต้น, ทำให้บรรยากาศเครียดในตอนแรกกลายเป็นแบบสบายๆ  (แปลตรงตัว  คือ  ทำให้น้ำแข็งแตก)

  • The auto salesman had a poor week, but he finally broke the ice by selling a fully-equipped BMW.

(พนักงานขายรถยนต์พบกับสัปดาห์ที่แย่  (ขายรถไม่ออก)  แต่ในที่สุดเขาก็เอาชนะความยากลำบากในตอนต้นได้  โดยการขายรถบีเอ็มดับบลิวที่ติดตั้งอุปกรณ์อย่างครบครันได้คันหนึ่ง)

(สำนวนนี้ยังใช้กับการประชุม หรืองานเลี้ยง  ที่ในตอนแรกผู้เข้าประชุมหรือมาในงาน  เกิดความเคอะเขินเพราะไม่รู้จักใครในที่นั้นเลย  แต่ต่อมามีบุคคลหนึ่งพยายาม  Break the ice”  โดยการเล่าเรื่องตลกให้คนในที่นี้ฟัง  ซึ่งทำให้บรรยากาศเกิดความเป็นกันเองหรือหายเครียด  ผู้คนรู้สึกเป็นกันเองมากขึ้นกว่าในตอนแรก)

 

18. the grapevine  =  วิธีลับๆ ในการแพร่ข่าว,  วิธีการส่งข่าวลับถึงตัวบุคคลโดย ตรง, การสนทนาที่แอบได้ยินมา, แหล่งข่าวที่ไม่เปิดเผยนาม  (Grapevine  ยังหมายถึง  “ต้นองุ่น” อีกด้วย) 

  • The grapevine has it that Robert will be elected president of the school’s student council.   

(ข่าวลับๆ (เรื่องที่แอบได้ยินมา) มีอยู่ว่า  โรเบิร์ตจะได้รับเลือกเป็นประธานสภานักเรียนของโรงเรียน)     

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

 

                         ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป

 

 

 

 

 

 

 

Essential Idioms (ตอนที่ 16)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน

 

 

1. to pass the buck  =  หลีกเลี่ยงความรับผิดชอบ  (แปลตรงตัว  คือ  ส่งผ่านเงินเหรียญดอลลาร์  -  ไปให้ผู้อื่น)   

  • He always gives me a straight answer and never tries to pass the buck.  

(เขาให้คำตอบแบบตรงไปตรงมาแก่ผมเสมอ  และไม่เคยพยายามที่จะหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบ)

 

2. to lionize a person  =  ยกย่องให้เป็นบุคคลสำคัญ, ยกย่องเป็นผู้มีชื่อเสียง

  • When the famous poet Dick Thomas visited the United States, he was lionized wherever he lectured. 

(เมื่อกวีผู้มีชื่อเสียง, ดิ๊ก โทมัส, ไปเยือนสหรัฐฯ  เขาได้รับการยกย่องให้เป็นบุคคลสำคัญ  ไม่ว่าที่ใดก็ตามที่เขาไปบรรยาย)

 

3. from Missouri  =  ชอบสงสัยหรือไม่เชื่ออะไรง่ายๆ  (แปลตรงตัว  คือ  มาจากรัฐมิสซูรี)

  • You may trust his promise, but I’m from Missouri.

(คุณอาจจะเชื่อมั่นในคำสัญญาของเขา  แต่ผมยังสงสัยและไม่เชื่อในคำสัญญาของเขา)

(สำนวนนี้มีที่มาจากชื่อเล่น (Nickname) ของรัฐมิสซูรี่  คือ "Show me State"  (รัฐแสดงให้ฉันดู)  ซึ่งเป็นการเปรียบเปรยว่า  คนในรัฐนี้ไม่เชื่ออะไรง่ายๆ  มักสงสัยในคำกล่าวของผู้อื่นอยู่เสมอ  กล่าวคือ  ต้องมีข้อพิสูจน์ (Proof) แสดงให้ดูเสียก่อน  จึงจะเชื่อ)

 

4.  one swallow does not make a summer  =  อย่าด่วนสรุปโดยที่มีพยาน หลักฐานไม่เพียงพอ  (แปลตรงตัว  คือ  นกนางแอ่นตัวเดียวมิได้ทำให้เกิดฤดูร้อน)

  • Sure, the enemy won their opening game, but one swallow does not make a summer

(แน่นอน, ศัตรูชนะในการเปิดเกมรบของพวกเขา  แต่อย่าเพิ่งด่วนสรุปว่าพวกเขาจะชนะตลอดไป)  (คือ  ชนะเพียงครั้งเดียวในตอนแรก  มิได้หมายความว่าจะต้องชนะในครั้งต่อๆ ไปด้วย)

(สำนวนนี้มีที่มา  คือ  ในอเมริกาและยุโรป  นกนางแอ่นมักจะปรากฏตัวเมื่อฤดูร้อนมาเยือน  ดังนั้น  ถ้าเห็นนกนางแอ่นเพียงตัวเดียว  ก็อย่าเพิ่งด่วนสรุปว่าฤดูร้อนมาถึงแล้ว)

 

5.  red-letter day  =  วันสำคัญ, วันแห่งความสุขหรือความทรงจำ  (แปลตรงตัว  คือ  วันที่มีตัวอักษรสีแดง ในปฏิทิน  ซึ่งมักเป็นวันสำคัญในเทศกาลต่างๆ)

  • My red-letter day came when I was chosen as senior class president.

(วันสำคัญ (วันแห่งความสุขหรือความทรงจำ) ของผมมาถึง  เมื่อผมได้รับเลือกให้เป็นประธานนักเรียนชั้นสูงสุดของโรงเรียน)  (เป็นประธานนักเรียน)

 

6. to let sleeping dogs lie  =  ปล่อยให้เรื่องบาดหมางเก่าๆผ่านพ้นไป; ไม่ฟื้นฝอยหาตะเข็บ  (แปลตรงตัว  คือ  ปล่อยให้หมาที่นอนหลับนอนต่อไป)

  • The lawyer wanted to open up the old case, but his partner advised him to let sleeping dogs lie

(ทนายความต้องการจะรื้อฟื้นคดีเก่า  แต่หุ้นส่วนของเขาแนะนำเขาไม่ให้ฟื้นฝอยหาตะเข็บ)  (คือ  ไม่ต้องรื้อฟื้นคดี)

 

7.  thumbs down  =  การเอานิ้วหัวแม่มือชี้ลง เป็นการแสดงการปฏิเสธ

  • My father turned thumbs down on our plan to hitchhike (โบกรถ) to Florida during Easter. 

(พ่อของผมปฏิเสธแผนของพวกเราที่จะโบกรถไปเที่ยวรัฐฟลอริดา  ในระหว่างเทศกาลอีสเตอร์)

 

8.  a bitter pill to swallow  =  ความพ่ายแพ้ที่น่าอัปยศ  (แปลตรงตัว  คือ  ยาเม็ดขมที่จะต้องกลืน)

  • It was a bitter pill to swallow for the famous billiard player to be defeated by the 12-year-old girl. 

(มันเป็นความพ่ายแพ้ที่น่าอัปยศสำหรับนักบิลเลียดผู้โด่งดัง  ที่ถูกเอาชนะโดยเด็กหญิงอายุ  ๑๒  ปี)

 

9.  sour grapes  =  การตำหนิสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่เราอยากได้  แต่ไม่สามารถได้มันมา  (แปลตรงตัว  คือ  องุ่นเปรี้ยว)

  • Jane said that she had not an ambition to win in the beauty contest, but we knew that it was just sour grapes on her part. 

(เจนกล่าวว่าเธอไม่มีความทะเยอทะยานที่จะชนะในการประกวดนางงาม  แต่เรารู้ว่ามันเป็นเพียงองุ่นเปรี้ยวในส่วนของเธอ)  (เธอไม่สวย  และรู้ดีว่าถึงเข้าประกวดฯ  ก็ไม่มีทางได้เป็นนางงาม  เลยบอกว่าการประกวดฯ ไม่น่าเชื่อถือ  วัดอะไรไม่ได้)

(สำนวนนี้มีที่มา  คือ  หมาจิ้งจอกตัวหนึ่งเห็นองุ่นพวงงามน่ากินห้อยอยู่บนต้น  มันพยายามตะเกียกตะกายปีนขึ้นไปเพื่อกินองุ่น  แต่ไม่สำเร็จ  สุดท้ายมันยอมแพ้  และพูดกับตัวเองว่า  องุ่นพวกนี้เปรี้ยว  ไม่เห็นจะน่ากินเลย  ก่อนจะเดินจากไป)

 

10.  to swap horses in midstream  =  เปลี่ยนใจใหม่กลางคัน  (แปลตรงตัว  คือ  (แลก) เปลี่ยนม้ากลางลำธาร)

  • The mayor asked for our support, pointing out how foolish it would be to swap horses in midstream

(นายกเทศมนตรีขอการสนับสนุนจากเรา  โดยชี้ให้เห็นว่ามันโง่เพียงใดที่จะเปลี่ยนใจไปสนับสนุนผู้สมัครรายอื่นเสียกลางคัน)  (คือ  สนับสนุนนายกฯ อยู่ก่อนแล้ว  ดังนั้นจึงไม่ฉลาดเลยที่จะเปลี่ยนใจไปสนับสนุนคู่แข่งของเขากลางคัน)

 

11.  to cool one’s heels  =  รอคอย ; ถูกทำให้ต้องรอคอย (เนื่องมาจากความโอหัง หรือไม่สุภาพของผู้ใดผู้หนึ่ง; ถูกบังคับให้รอคอยโดยผู้มีอำนาจ  (แปลตรงตัว  คือ  ทำให้ส้นเท้าเย็นลง)

  • I was left to cool my heels outside while the others went into the office.

(ผมถูกปล่อยให้รอคอยอยู่ข้างนอก  ในขณะที่คนอื่นๆ เข้าไปข้างในสำนักงาน)

(สำนวนนี้มาจากข้อเท็จจริงที่ว่า  เมื่อคนเราเดินมากหรือเป็นเวลานาน  ส้นเท้าจะร้อน  ดังนั้น  จึงต้องนั่งรอ (พัก) ครู่หนึ่ง  ส้นเท้าจึงจะเย็นลงเป็นปกติเหมือนก่อนเริ่มเดิน)

 

12.  to spill the beans  =  เปิดเผยความลับ  (แปลตรงตัว  คือ  ทำถั่วหกหรือกระ จาย)

  • Although he was naturally reticent, when the felon was intimidated by the members of the rival gang, he spilled the beans.

(แม้ว่าเขาเป็นคนเงียบขรึม-พูดน้อยโดยธรรมชาติ,  เมื่อเจ้าอาชญากรถูกข่มขวัญ (ทำให้กลัว) โดยสมาชิกของแก๊งคู่แข่ง  เขาก็เปิดเผยความลับออกมา)

 

13.  to keep a stiff upper lip  =  แสดงความกล้าหาญท่ามกลางอันตราย  (แปลตรงตัว  คือ  เม้มริมฝีปากด้านบน)

  • It was admirable to see how the British managed to keep a stiff upper lip in spite of the German bombing. 

(มันน่ายกย่อง-ชื่นชม  ที่ได้เห็นว่าคนอังกฤษสามารถแสดงความกล้าหาญท่ามกลางอันตรายเพียงใด  ทั้งๆ การทิ้งระเบิดของฝ่ายเยอรมัน)

 

14.  to have (หรือ get) cold feet  =  รีรอเนื่องจากความกลัวหรือความไม่แน่ใจ  (แปลตรงตัว  คือ  เท้าเย็น)

  • My cousin was ready to join the army, but at the last moment he got cold feet

(ลูกพี่ลูกน้อง (ญาติ) ของผมพร้อมที่จะเข้าร่วมกับกองทัพ (โดยสมัครเป็นทหาร หรือถูกเกณฑ์ทหาร), แต่ในนาทีสุดท้าย  เขาก็รีรอเนื่องจากความกลัว)  (เกิดอาการปอดแหกกะทันหัน  ทำให้ไม่อยากเป็นทหาร)

 

15.  to look a gift horse in the mouth  =  ตำหนิของขวัญที่ได้รับ  (แปลตรงตัว  คือ  มองม้าที่ได้รับเป็นของขวัญในปาก)

  • Although I didn’t have much use for my friend’s present, I took it with a big smile since I have been taught never to look a gift horse in the mouth

(แม้ว่าผมจะมิได้ใช้ประโยชน์มากมายนักสำหรับของขวัญที่ได้รับจากเพื่อน, ผมก็รับมันไว้ด้วยรอยยิ้มกว้าง  (ด้วยความเต็มใจ)  เพราะผมถูกสอนมิให้  ตำหนิของขวัญที่ได้รับ)

(สำนวนนี้มาจากเรื่องม้า  คือ  จะดูว่าม้าตัวไหนแข็งแรง มีสุขภาพดี  ต้องดูที่ฟันของมัน  ดังนั้น  การมองในปากม้า  ก็เพื่อดูฟันของมัน  ว่ามันเป็นม้าที่ดีหรือไม่)  (เสมือนกับว่า  คนเราไม่ควรไปตำหนิสิ่งของที่เราได้รับมาฟรีๆ  เปรียบกับไม่ควรไปดูฟันของม้าที่เราได้มาฟรีๆ)

 

16.  to pay the piper  =  ใช้หนี้กรรม;  รับผลแห่งการกระทำของตน  (แปลตรงตัว  คือ  จ่ายเงิน (ค่าจ้าง) ให้คนเป่าปี่)

  • The cruel leader was doing well at the present time, but he knew that one day he might have to pay the piper(= pay his piper)

(ผู้นำที่โหดร้ายคนนั้นกำลังไปได้สวยในปัจจุบัน, แต่เขารู้ว่า  วันหนึ่งเขาอาจจำเป็นต้องใช้หนี้กรรมของตน)

(สำนวนนี้มาจากสมัยโบราณ  ชาวบ้านในชนบทจะว่าจ้างคนเป่าปี่ให้ขึ้นไปนั่งบนหลังคาบ้าน  หรือต้นไม้สูง  เพื่อคอยดูว่าจะมีหมาป่าหรือสัตว์อื่นมากินแกะ หรือสัตว์เลี้ยงอื่นของตนหรือไม่  ถ้ามี  คนเป่าปี่จะรีบเป่าปี่เพื่อเตือนให้ชาวบ้านรู้  และออกมาช่วยป้องกันสัตว์เลี้ยงของตน,  และเมื่อถึงเวลาตามที่ตกลงกันไว้  ชาวบ้านก็จะต้องจ่ายเงินค่าจ้างเฝ้าแกะ หรือสัตว์เลี้ยงอื่นๆ ให้แก่คนเป่าปี่)  (จึงเปรียบความหมาย  “จ่ายค่าจ้าง”  เหมือนกับ  “ชดใช้หนี้กรรม”) 

 

17.  call (someone) on the carpet (พรม)  =  เรียก (ใครบางคน) มาด่าหรือตำหนิโดยผู้มีอำนาจ (เช่น หัวหน้า หรือครู)  (แปลตรงตัว  คือ  เรียกบนพรม  -  คือ  พรมในห้องทำงานของผู้มีอำนาจ)

  • Due to her repeated lateness, Betty’s boss called her on the carpet.  

(เนื่องจากการมาทำงานสายซ้ำซาก, หัวหน้าของเบ็ตตี้เลยเรียกเธอมาด่า-ตำหนิในห้องทำงานของเขา)

 

18.  to show one’s hand  =  เปิดเผยความตั้งใจ  (แปลตรงตัว  คือ  ยกมือขึ้น  เพื่อให้คนอื่นเห็น)   

  • Anyone who seeks to join the club is required to show his hand

(ใครก็ตามที่พยายามจะเข้าร่วมกับชมรม (สโมสร)  ถูกกำหนดให้ต้องเปิดเผยความตั้งใจของเขาออกมา)  (คือ  พูดแสดงออกมาเพื่อให้ผู้อื่นทราบ)

 

19.  to save face  =  รักษาหน้าหรือหลีกเลี่ยงความอับอาย

  • Instead of firing (ไล่ออก) the corrupt executive, they allowed him to retire in order that he might save face

(แทนที่จะไล่ผู้บริหารที่ทุจริตออกไป, พวกเขากลับยอมให้นายคนนั้นปลดเกษียณตัวเอง  เพื่อที่ว่าเขาจะได้รักษาหน้า  หรือหลีกเลี่ยงความอับอายไว้ได้)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

 

                         ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป

 

 

 

Essential Idioms (ตอนที่ 15)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน

 

1.  to eat humble pie  =  ยอมรับผิดและขออภัย  (แปลตรงตัว  คือ  กินขนมพายที่ต่ำต้อย)   

  • After his candidate had lost the election, the boastful (ขี้โม้) campaign manager had to eat humble pie.  

(หลังจากที่ผู้สมัครเข้าแข่งขันแพ้เลือกตั้ง, ผู้จัดการรณรงค์ (หาเสียงเลือกตั้ง) ซึ่งขี้โม้ (ของเขา) จำเป็นต้องยอมรับผิดและขออภัย)

 

2.  a pig in a poke  =  สิ่งของที่ซื้อมาโดยไม่ดูให้ดีเสียก่อน และเป็นของเลว, ความผิดหวัง  (แปลตรงตัว  คือ  หมูในกระสอบ)

  • The mail order bicycle that my nephew bought turned out to be a pig in a poke, and he is now trying to get his money back.

(รถจักรยานที่สั่งซื้อทางไปรษณีย์  ซึ่งหลานชายของผมซื้อมา  กลายเป็นความผิดหวัง (หรือ  ของเลวที่ไม่ได้พิจารณาให้ดีก่อนซื้อ), และขณะนี้เขา (หลานชาย) กำลังพยายามขอเงินคืน)

(สำนวนนี้มาจากพฤติกรรมสมัยโบราณที่คนขายหมูเอาหมูเป็นๆ ใส่ไว้ในกระสอบเพื่อให้คนเลือกซื้อ  (โดยไม่ยอมให้เห็นว่าหมูนั้นดีหรือเลวอย่างไร)  ซึ่งบ่อยครั้งปรากฏว่าเป็นหมูไม่มีคุณภาพ  และสร้างความผิดหวังให้แก่ผู้ซื้อ)

 

3.  a flash in the pan  =  สิ่งที่ให้ความหวังในตอนต้นแต่ต่อมากลายเป็นความผิดหวัง; ผู้ประสบความสำเร็จชั่วประเดี๋ยว  (แปลตรงตัว  คือ  แสงวาบ หรือแลบในกระทะทอด  ซึ่งเกิดขึ้นประเดี๋ยวเดียว  แล้วก็หายไป)

  • John seemed to be a good student at first but soon he proved to be a flash in the pan.  

(จอห์นดูเหมือนว่าเป็นนักเรียนที่ดีในตอนแรก  แต่ในไม่ช้าเขาได้พิสูจน์ (ตัวเอง) ว่าเป็นความผิดหวัง)  (ของคนที่เคยมองเขาว่าเป็นเด็กดี  แต่ตอนนี้เขาทำตัวเละเทะ  ไม่เรียนหนังสือ  เอาแต่เที่ยวเตร่)

 

4.  to pour oil on troubled waters  =  สงบศึกหรือปลอบคนใดคนหนึ่งให้หายโกรธ  (แปลตรงตัว  คือ  เทน้ำมันลงบนน่านน้ำที่มีปัญหา)

  • When I tried to pour oil on troubled waters, both the angry husband and his wife stopped their quarrel and began to attack me. 

(เมื่อผมพยายามทำให้ผัวเมียคู่นั้นเลิกทะเลาะกัน,  ทั้งผัวเมียที่กำลังโกรธกลับหยุดทะเลาะกัน  และเริ่มต้นเล่นงาน (จู่โจมทำร้าย) ผม)

 

5.  the sword of Damocles  =  ภยันตรายที่อยู่ใกล้ตัว  หรือกำลังจะเกิดขึ้น  (แปลตรงตัว  คือ  ดาบของแดมโมเคลส) 

  • Although the president of the company seemed quite secure (มั่นคง, ปลอดภัย), he always complained that there was a sword of Damocles hanging over his head. 

(แม้ว่าประธานบริษัทดูเหมือนว่ามั่นคง-ปลอดภัยมาก, เขาโวยวาย (ร้องทุกข์) อยู่เสมอว่า  มีอันตรายอยู่ใกล้ตัวเขา  -  หรือจวนจะเกิดขึ้นกับเขา)  (หรือ  มีดาบของแดมโมเคลสห้อยอยู่ตรงศีรษะเขาพอดี  พร้อมจะหล่นใส่หัวเมื่อใดก็ได้)

 

6.  Pyrrhic victory  =  ชัยชนะที่ได้มาด้วยราคาแพง หรือต้องเสียเลือดเนื้อไปมากเช่นเดียวกัน  (แปลตรงตัว  คือ  ชัยชนะแบบพีริค)       

  • In heavy fighting the troops managed to recaptured the hill, but it could only be considered a Pyrrhic victory.

(ในการสู้รบอย่างหนักหน่วง  กองทหารสามารถยึดเนินเขากลับมาได้อีกครั้ง  แต่มันสา มารถถือ (พิจารณา) ได้ว่าเป็นเพียงชัยชนะที่ได้มาด้วยราคาแพง (สูญเสียเลือดเนื้อไปมากมาย) เท่านั้น)

(มีที่มาจากกษัตริย์พีรัส (Pyrrhus) ของกรีกโบราณ  ที่สามารถเอาชนะกองทัพโรมันได้  แต่ต้องสูญเสียทหารไปเกือบหมดกองทัพ)

 

7.  a wet blanket  =  คนที่ทำให้ผู้อื่นหมดสนุก  (แปลตรงตัว  คือ  ผ้าห่มเปียก)

  • Everyone wanted the party to go on, but Ronnie, the wet blanket, decided to go home to bed. 

(ทุกคนต้องการให้งานเลี้ยงดำเนินต่อไป, แต่รอนนี่, เจ้าคนที่ทำให้คนอื่นหมดสนุก, ตัดสินใจกลับบ้านไปนอน)

 

8.  to beard the lion in his den  =  ไปเยือนหรือท้าทายอีกฝ่ายหนึ่งถึงถิ่น  (แปลตรงตัว  คือ  ดึง (ถอน) หนวด (เครา) สิงโตในถ้ำของมัน)

  • Having decided to beard the lion in his den, I stormed into (พรวดพราดเข้าไป) the manager’s office to ask for a raise (การขึ้นเงินเดือน).

(เมื่อได้ตัดสินใจที่จะท้าทายอีกฝ่ายหนึ่งถึงถิ่นแล้ว, ผมก็พรวดพราดเข้าไปในห้องทำงานของผู้จัดการ  เพื่อขอเงินเดือนขึ้น)

 

9.  Skid Row  =  ย่านของเมืองที่มีชื่อเสียงไม่ค่อยดี  (แปลตรงตัว  คือ  แถวไม้ค้ำยัน)

  • The presence of so many bars has turned our neighborhood into another Skid Row

(การมีอยู่ของบาร์จำนวนมาก  ได้เปลี่ยนละแวกบ้านของเราให้กลายเป็นย่านที่มีชื่อเสียงไม่ดีอีกแห่งหนึ่ง)

 

10.  crocodile tears  =  การแสร้งบีบน้ำตา  หรือ  แกล้งทำเป็นเสียใจ (แปลตรงตัว  คือ  น้ำตาจระเข้)

  • When the football player broke his leg, his substitute (ตัวสำรอง) wept crocodile tears.

(เมื่อนักฟุตบอลขาหัก, ตัวสำรองของเขาแสร้งทำเป็นเสียใจ  -  หรือ  ร้องไห้แบบน้ำตาจระเข้)  (ความจริง  คือ  ดีใจที่จะได้ลงเล่นแทน  ได้แสดงฝีมือ)

(สำนวนนี้มีที่มา  คือ  มีผู้สังเกตเห็นว่า  ขณะที่จระเข้กินเหยื่อของมัน  จะมีน้ำไหลออกจากตา  เหมือนกับว่ากินเหยื่อแบบเสียใจไปพร้อมกัน  หรือกินแบบจำใจต้องทำ  เลยเป็นที่มาของความหมาย  แสร้งบีบน้ำตาหรือเสียใจ  ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วมิได้เป็นเช่นนั้น)

 

11.  to carry the day  =  ได้รับความเห็นชอบจากเสียงส่วนใหญ่

  • The secretary’s proposal that we stopped for lunch carried the day, and we headed (มุ่งหน้า) for the restaurant. 

(ข้อเสนอของเลขานุการที่ว่า  ให้พวกเราหยุดทำงานเพื่อกินอาหารกลางวัน  ได้รับความเห็นชอบจากเสียงส่วนใหญ่,  และพวกเราก็มุ่งหน้าไปภัตตาคารกัน)

 

12.  to go up in smoke  =  ไม่เกิดผลในทางปฏิบัติ, ล้มเหลว  (แปลตรงตัว  คือ  พุ่งสูงขึ้นเป็นควัน)   

  • My friend’s plan to hold a party went up in smoke when he could not find time to do it. 

(แผนของเพื่อนผมที่จะจัดงานเลี้ยงต้องล้มเหลว  เมื่อเขาไม่สามารถหาเวลาทำมันได้)

 

13.  to throw down the gauntlet  (ถุงมือนักรบ)  =  ท้าทาย  (แปลตรงตัว  คือ  ขว้างถุงมือนักรบลง  -  ต่อหน้าศัตรูหรืออีกฝ่ายหนึ่ง)    

  • The headmaster of our rival school threw down the gauntlet, and we had no choice but to accept the challenge. 

(ครูใหญ่ของโรงเรียนคู่แข่งของเราท้าทายเรา,  และเราก็ไม่มีทางเลือก  นอกจากยอมรับคำท้านั้น)

 

14.  feeling no pain  =  เมา  (แปลตรงตัว  คือ  ไม่รู้สึกเจ็บปวด)    

  • Although the party had just begun, after his first drink he was feeling no pain

(แม้ว่างานเลี้ยงเพิ่งจะเริ่มต้น, หลังจากเขาดื่มแก้วแรกเข้าไป  เขาก็เมาเสียแล้ว)

 

15.  Hobson’s choice  =  ไม่มีทางเลือกอย่างอื่น; มีให้เลือกอย่างเดียวว่าจะเอาหรือไม่เอา  (แปลตรงตัว  คือ  ทางเลือกของนายฮอบสัน)

  • Despite all the talk about democracy in my family, my father usually gives the rest of us Hobson’s choice

(ทั้งๆ ที่คุยกันแต่เรื่องเกี่ยวกับประชาธิปไตยในครอบครัวของผม,  พ่อของผมโดยปกติแล้วไม่ให้ทางเลือก (หรือให้เลือกแบบว่าจะเอาหรือไม่เอา) (ไม่ว่าในเรื่องใดๆ) กับคนอื่นๆ ที่เหลือในครอบครัว)

(สำนวนนี้มีที่มาจากนายฮอบสันซึ่งเป็นพ่อค้าม้าในอังกฤษสมัยก่อน  เมื่อมีคนมาขอซื้อม้าของเขา  เขาจะไม่ยอมให้มีการเลือกม้าเลย  แต่ใช้วิธีจูงม้าออกจากคอกและขายให้ผู้ซื้อเลย  โดยผู้ซื้อไม่มีทางเลือกอื่น  นอกจากว่าจะเอาม้าตัวนั้นหรือไม่เอา)

 

16.  to rule the roost  =  เป็นนายหรือรับผิดชอบ, ควบคุม, ครอบงำ  (แปลตรงตัว  คือ  ปกครอง หรือเป็นใหญ่บนคอน  หรือ ราวที่นกเกาะ)    

  • Although he is a private (พลทหาร) in the army, at home he rules the roost

(แม้ว่าเขาจะเป็นพลทหารในกองทัพ, (แต่) ที่บ้าน  เขาเป็นใหญ่)  (หรือ  เป็นนาย  หรือรับผิดชอบเลี้ยงดูคนในครอบครัว)

 

17.  stock in trade  =  สินค้า, อุปกรณ์ หรือสิ่งจำเป็นอื่นๆ ในการประกอบอาชีพ  (แปลตรงตัว  คือ  สินค้าในการค้าขาย)

  • A quick wit (ปัญญา) and a warm smile were the salesman’s stock in trade

(ปัญญาไวและยิ้มแบบอบอุ่น  เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับอาชีพของพนักงานขาย)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

 

                         ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป

 

 

Essential Idioms (ตอนที่ 14)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน

 

1. Take place”  -  เกิดขึ้น

  • When did the accident take place?

(อุบัติเหตุเกิดขึ้นเมื่อไร)

 

2. “Take aback  ทำให้ช็อค, ทำให้งงงวย หรือตกใจในทันทีทันใด, ทำให้ประหลาดใจแบบไม่สบายใจ  (มักใช้ในรูป  “Passive voice”  คือ  “Be taken aback”  =  ช็อค, งงงวย หรือตกใจอย่างมาก, ประหลาดใจแบบไม่สบายใจ)

  • She was taken aback by the straightforward question.

(เธอตกใจมากกับคำถามที่ตรงไปตรงมานั้น)

  • When he came to pay for his dinner, he was taken aback to find that he had left his wallet at home.

(เมื่อเขาเดินมาจ่ายค่าอาหารมื้อเย็น  เขางงงวยและตกใจมาก (รวมทั้งกระดากอาย) ที่ได้พบว่า  เขาได้ลืมกระเป๋าสตางค์ไว้ที่บ้าน)

  • That news really took us aback.

(ข่าวนั้นทำให้พวกเราช็อคไปเลย)

 

3. “Take turns”  -  ผลัดกัน, เปลี่ยนเวร, สลับกันทำ

  • In class we should not talk all at the same time; we should take turns.

(ในห้องเรียน  เราทุกคนไม่ควรพูดพร้อมๆกัน  เราควรผลัดกันพูด)  (คือ  พูดทีละคน)

  • Tom and Tim took turns on the swing.

(ทอมและทิมสลับกันเล่นชิงช้า)  (คือ  ทอมเล่นฯก่อน  แล้วทิมเล่น  แล้วก็ทอม และทิมสลับกันไปเรื่อยๆ)

  • The two boys took turns at digging the hole.

(เด็กชาย  ๒  คนนั้นผลัดกันขุดหลุม)  (คือ  คนแรกขุด  แล้วต่อมาคนที่  ๒  ขุด  แล้วคนแรกขุดอีก  ตามมาด้วยคนที่  ๒  สลับกันไปเรื่อยๆ)

  • The three men took turns driving; so one would not be too tired.

(ชาย  ๓  คนนั้นผลัดกันขับรถ  ดังนั้น  แต่ละคนไม่เหนื่อยเกินไป)

 

4. “Keep track of  หรือ  Keep track”  -  ติดตาม, ตามเรื่อง, รู้ความเปลี่ยนแปลง, รับทราบข่าวสาร หรือทันเหตุการณ์  (แปลตรงตัว  คือ  “ตามรอยเท้า  หรือตามรอยทาง เดินของ)  (ความหมายบางส่วน  เหมือนกับ  “Keep up with”)

  • I read the newspaper every day to keep track of current events.

(ผมอ่านหนังสือพิมพ์ทุกวัน  เพื่อติดตามเหตุการณ์ปัจจุบัน)

  • What day of the week is it?  I can’t keep track.

(วันนี้เป็นวันอะไรของสัปดาห์  ผมตามไม่ทัน)  (ผมจำไม่ได้ว่าเป็นวันอะไร)

  • Mr. Stevens kept track of his business by telephone when he was in the hospital.

(มิสเตอร์สตีเวนส์ติดตาม (รับทราบข่าวสาร) ธุรกิจของเขาทางโทรศัพท์  เมื่อเขาป่วยอยู่ในโรงพยาบาล)

  • The farmer has so many chickens that he can hardly keep track of them all.

(ชาวนาคนนั้นมีไก่มาก  จนกระทั่งเขาแทบจะไม่สามารถติดตามมันได้ทั้งหมด)  (เขาจำไม่ใคร่จะได้ว่ามันมีจำนวนเท่าใด  และมันอยู่ที่ไหนกันบ้าง)

 

5. “Keep up with  หรือ  Keep up”  -  มีความหมายหลายอย่าง  เช่น

                         ๑. ทราบข่าวทันเหตุการณ์, เดินตามทัน, ก้าวทัน, ยังคงติดต่อกับ, ยังคงสนใจใน, รักษาประเพณี หรือการติดต่อเอาไว้

  • If you read newspapers every day, you will keep up with the world.

(ถ้าคุณอ่านหนังสือพิมพ์ทุกวัน  คุณจะก้าวทันโลก)

  • They kept up a lively correspondence for several years.

(พวกเขาติดต่อกันทางจดหมายอย่างมีชีวิตชีวาเป็นเวลาหลายปี)

  • Have you kept up with your English since you returned to your own country?

(คุณยังคงสนใจภาษาอังกฤษอยู่หรือเปล่า  ตั้งแต่คุณกลับไปประเทศของคุณ)

  • We kept up with them while they were abroad by writing to them every Christmas.

(เรายังคงติดต่อกับพวกเขาในขณะที่พวกเขาอยู่ต่างประเทศ  โดยการเขียนจดหมายถึงพวกเขาทุกคริสต์มาส)

                    ๒. ทำให้จิตใจสบายขึ้น, เพิ่มขวัญกำลังใจ-ความกล้าหาญ

  • Have a drink of brandy.  It will keep your spirits up.

(ดื่มบรั่นดีเสียหน่อยซิ  มันจะทำให้จิตใจคุณสบายขึ้น)

                    ๓. ก้าวทันแฟชั่น หรือขนบธรรมเนียมประเพณี

  • It is very expensive to keep up with the fashion.

(มันแพงมากที่จะก้าวให้ทันแฟชั่น)

                   ๔. ไม่ล้าหลัง, เรียนทันเพื่อน, (เดิน) ตามทัน

  • He should not be in this class.  He can’t keep up with the rest.

(เขาไม่ควรอยู่ในชั้นเรียนนี้  เขาเรียนไม่ทันเพื่อนที่เหลือทั้งชั้น)

  • Don’t walk so fast.  I can’t keep up with you.

(อย่าเดินให้เร็วมากนัก  ผมตามคุณไม่ทัน)

                    ๕. (ทรัพย์สิน) บำรุงรักษาให้อยู่ในสภาพดี

  • It costs more and more to keep up the house.

(มันราคาสูงขึ้นเรื่อยๆที่จะบำรุงรักษาบ้านให้อยู่ในสภาพดี)

                    ๖. (ผู้คน) ขัดขวางมิให้เข้านอน

  • I won’t keep you up any longer.  You look tired.

(ผมจะไม่ดึงคุณไว้มิให้เข้านอนอีกต่อไป  คุณดูมีท่าทางเหนื่อยนะ)  (คุณไปนอนได้แล้ว  ผมจะไม่ชวนคุณคุยต่อไปอีก)

 

6. “Keep up with the Joneses”  - พยายามแข่งขันกับเพื่อนบ้านในการซื้อเสื้อผ้า, รถยนต์ ฯลฯ  (สื่อความหมายว่า  ใช้จ่ายเงินอย่างฟุ่มเฟือยในความพยายามที่จะมีหน้ามีตาในสังคม), ทำตามเพื่อนบ้านอย่างไม่ลืมหูลืมตา  หรือแข่งกับเพื่อนบ้านในเรื่องการอวดร่ำอวดรวย  (แปลตรงตัว  คือ  “ก้าวให้ทันครอบครัวโจนส์”  ซึ่งในอังกฤษ หรืออเมริกา  มีชื่อครอบครัวนี้อยู่มากมาย  หรือทุกหมู่บ้าน-ตำบล  เนื่องจากเป็นนามสกุลโหล)  

  • The Smiths were deeply in debt after they had tried to keep up with the Joneses.

(ครอบครัวสมิธเป็นหนี้อย่างหนัก  หลังจากที่พวกเขาพยายามทำตัวให้ทัดเทียมกับเพื่อนบ้านทางด้านวัตถุ)

 

7. “Roll up one’s sleeves”  -  เตรียมพร้อมสำหรับงานหนัก, เตรียมทำงานหนักหรืออย่างจริงจัง  (แปลตรงตัว  คือ  “ม้วนแขนเสื้อขึ้นมา  หรือ พับแขนเสื้อ)

  • When Paul took his science exam, he saw how little he knew about science.  So, he rolled up his sleeves and went to work.

(เมื่อพอลจะสอบวิชาวิทยาศาสตร์  เขาพบว่าเขารู้เกี่ยวกับวิชานี้น้อยเพียงใด  ดังนั้น  เขาจึงเตรียมพร้อมสำหรับงานหนัก  และลงมือทำงาน)  (คือ  ศึกษาวิชาวิทยาศาสตร์อย่างเข้มข้นเพื่อเตรียมสอบ)

 

8. “From time to time”  -  เป็นครั้งคราว, เป็นบางโอกาส

  • They go to the movies from time to time.

(พวกเขาไปดูหนังเป็นครั้งคราว)

 

9. “Break silence”  -  ทำลายความเงียบ

  • After a wait of two hours, she broke silence.

(หลังจากรอคอยอยู่    ชั่วโมง  เธอก็ทำลายความเงียบขึ้น)  (โดยการพูดหรือโวยวายขึ้นมา)

 

10. “Tooth and nail”  -  สุดกำลัง  (แปลตรงตัว  คือ  “ฟันและตะปู”

  • The mother fought tooth and nail to retain the custody of the child.

(แม่คนนั้นต่อสู้อย่างสุดกำลังเพื่อรักษาไว้ซึ่งสิทธิที่จะได้ปกครองลูก)

 

11. “From cover to cover”  -  ตลอดเล่ม (หนังสือ)  (แปลตรงตัว  คือ  “จากปกหน้าถึงปกหลัง”)

  • I’ve read the book you gave me from cover to cover.

(ผมอ่านหนังสือที่คุณให้ผมจบแล้ว)

 

12. “Lose patience”  -  หมดความอดทน

  • I lost patience when I saw them beat the girl cruelly. 

(ผมหมดความอดทนเมื่อเห็นพวกเขาตีเด็กหญิงคนนั้นอย่างทารุณ)

 

13. “In mourning (ม้อร์น-นิ่ง)”  -  ไว้อาลัย, ไว้ทุกข์

  • Jenny is in mourning for her mother.

(เจนนี่กำลังอยู่ระหว่างไว้ทุกข์ให้กับแม่ของเธอ)

 

14. “A fly in the ointment”  -  ส่วนที่ไม่น่าเพลิดเพลิน (ยินดี) ของสิ่งที่น่าเพลิดเพลิน (ยินดี), สิ่งเล็กๆน้อยๆที่ทำลายความเพลิดเพลิน  หรือทำให้ความสนุกลดลง  (แปลตรงตัว  คือ  “แมลงวันในครีม หรือยาขี้ผึ้ง”)

  • He was offered a lucrative position with the firm, but the fly in the ointment was that he would have to work on Saturday and Sunday.

(เขาได้รับการเสนอตำแหน่งที่ให้ผลตอบแทนสูงกับบริษัท  แต่ส่วนที่ไม่น่ายินดีของสิ่งที่น่ายินดีนี้ก็คือ  เขาจำเป็นจะต้องทำงานในวันเสาร์และอาทิตย์)

  • We had a lot of fun at the beach; the only fly in the ointment was Bryan’s cutting his foot on a piece of glass.

(เราสนุกสนานกันมากที่ชายหาด  (แต่) มีเรื่องเล็กน้อยที่ทำให้ความสนุกลดลง  คือ  เท้าของไบรอันโดนเศษแก้วบาด)

  • Your new job sounds too good to be true – interesting work, high pay, short hours.  Isn’t there any fly in the ointment?

(งานใหม่ของคุณฟังดูแล้วดีเกินไปกว่าที่จะเป็นจริง  (กล่าวคือ)  งานน่าสนใจ, ค่าจ้างสูง, ชั่วโมงทำงานน้อย  มีอะไรที่ไม่ดีบ้างไหม)  (มีอะไรเกี่ยวกับงานที่คุณไม่ชอบบ้างไหม)

 

15. “Take up arms”  -  จับอาวุธ

  • Every Thai man is required to take up arms in defence of the country if needed.

(ชายไทยทุกคนจะต้องจับอาวุธขึ้นเพื่อป้องกันประเทศถ้าจำเป็น)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                         ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป

 

 

 

 

Essential Idioms (ตอนที่ 13)

1. “At enmity with”  -  เป็นศัตรูกันกับ, เป็นปฏิปักษ์กับ, ขัดเคืองกันกับ, ต่อต้าน, เกลียดชัง

  • Before President Trump had a talk with North Korea’s leaders, the United States was at enmity with North Korea.

(ก่อนที่ประธานาธิบดีทรัมพ์ได้พูดคุยกับผู้นำของเกาหลีเหนือ  สหรัฐฯ เป็นศัตรูกับเกาหลีเหนือ)

 

2. “At home in”  -  ชำนิชำนาญใน, เชี่ยวชาญ (เป็นบ้านของตนเอง) ใน, มีความรู้ความสามารถในเรื่อง หรือวิชาเป็นอย่างดี, ใช้..................ได้อย่างคล่องแคล่ว

  • She is quite at home in English.

(เธอรู้วิชาภาษาอังกฤษเป็นอย่างดี)  (เธอใช้ภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่ว)

  • He is at home in any city in German.

(เขาชำนิชำนาญในเมืองทุกเมืองในเยอรมันราวกับว่าเป็นบ้านของตัวเอง)

  • Whatever subject is introduced in conversation, my cousin shows himself at home in it.

(ไม่ว่าเรื่องใดๆ จะถูกนำเข้ามาในการสนทนา  ลูกพี่ลูกน้องของผมแสดงว่าเข้าใจมันเป็นอย่างดี)

  • They are quite at home in any branch of mathematics.

(พวกเขาชำนิชำนาญในวิชาคณิตศาสตร์ทุกสาขาทีเดียว)

 

3. “As to”  -  ๑. เกี่ยวกับ,  ๒. สอดคล้องกับ, ตาม

                                      ๑. เกี่ยวกับ

  • There is no doubt as to his honesty.

(ไม่มีข้อสงสัยเลยเกี่ยวกับความซื่อสัตย์ของเขา)

  • As to your final grade, that depends on your final examination.

(เกี่ยวกับคะแนนสุดท้ายของคุณ  นั่นขึ้นอยู่กับ (ผล) การสอบไล่ของคุณ)

  • I will inquire again as to what your reasons are.

(ผมจะถามอีกครั้งว่า  อะไรบ้างที่เป็นเหตุผลของคุณ)

                                      ๒. สอดคล้องกับ, ตาม

  • They sorted the eggs as to size and color.

(พวกเขาแยกประเภทไข่ตามขนาดและสี)

 

4. “As for”  -  ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ.........., สำหรับ......... (มักแสดงเป็นนัยถึงความดูหมิ่นดูแคลน)

  • The others are too young to know any better, but as for you, John, you should be ashamed of yourself.

(คนอื่นยังเด็กเกินไปที่จะรู้ดีกว่าที่แล้วมา  แต่สำหรับแกนะจอห์น  แกควรมีความละอายตัวเอง)

 

5. “If you ask me  -  ในความเห็นของผม  (แสดงเป็นนัยว่า  “ถ้าคุณถามผม  ผมก็จะพูดแบบนี้”)

  • He is very bad-mannered, if you ask me.

(เขามารยาททรามมาก, ในความเห็นของผม)

 

6. “At (On) the point of”  -  มาถึงเรื่อง, มาถึงช่วง

  • We were at the point of discussing your proposal when the meeting was adjourned.

(เรากำลังมาถึงการอภิปรายข้อเสนอของคุณ  ก็พอดีการประชุมถูกเลื่อนออกไป)

 

7. “By dint of”  -  โดยวิธี, โดยการใช้  (Dint เป็นคำนาม  =  แรง, อำนาจ, กำลัง, การตี, รอยบุ๋ม)

  • He gained the prize by dint of steady application.

(เขาได้รางวัลโดยวิธีสมัครเข้าแข่งขันเป็นประจำ)

  • At last, we succeeded by dint of hard labor.

(ในที่สุด  พวกเราก็ประสบความสำเร็จโดยวิธีทำงานหนัก)

  • The project was completed by dint of much effort.

(โครงการเสร็จสิ้นลงด้วยการใช้ความพยายามอย่างมาก)

  • His success in college was largely by dint of hard study.

(ความสำเร็จของเขาในมหาวิทยาลัย  ใช้วิธีการศึกษาอย่างหนักเป็นส่วนใหญ่)

  • By dint of sheer toughness and real courage, they lived through the jungle difficulties and dangers.

(โดยการใช้ความทรหดอดทนเต็มที่และความกล้าหาญอย่างแท้จริง  พวกเขารอดชีวิตจากความยากลำบากและภัยอันตรายของป่าดงดิบ)

 

8. “By means of”  -  โดยอาศัย, โดยวิธี, โดยการใช้, ด้วยความช่วยเหลือของ  (= By dint of)

  • She recovered her health by means of sea-air and sea-bathing.

(เธอได้สุขภาพกลับคืนดีดังเดิม  โดยอาศัยอากาศทะเลและการอาบน้ำทะเล)

  • The fisherman saved himself by means of a floating log.

(ชาวประมงรักษาชีวิตตนเองไว้ได้โดยอาศัยท่อนไม้ลอยน้ำ)  (เกาะท่อนไม้ลอยคอในทะเล  จนมีคนมาช่วย)

  • By means of monthly payments, people can buy more than in the past.

(โดยวิธีชำระเงินเป็นรายเดือน  ผู้คนสามารถซื้อ (สินค้า) ได้มากกว่าในอดีต))

 

9. Be on the make”  -   ๑. มีความมุ่งหมาย หรือความตั้งใจอยู่ที่ผลประโยชน์ (ผลกำไร) ของตนเอง, เห็นแก่ได้ หรือ หวังผลกำไร, วิ่งเต้น (ผลักดันตนเอง) เพื่อความ ก้าวหน้าในอาชีพ, ทำทุกอย่างเพื่อความสำเร็จ (แม้ปราศจากศีลธรรม)

  • It was clear to me that the girl wasn’t in love with him.  She was on the make.

(มันชัดเจนสำหรับผมว่า  เด็กสาวคนนั้นมิได้รักเขา  เธอมุ่งหมายจะหาประโยชน์ (ปอกลอก) จากเขาต่างหาก)

  • The new department head is a young man on the make, who expects to be company president in ten years.

(หัวหน้าแผนกคนใหม่เป็นคนหนุ่ม  ที่ผลักดันตนเองเพื่อความก้าวหน้า, ผู้ซึ่งคาดหวังจะเป็นประธานบริษัทในอีก  ๑๐  ปีข้างหน้า)  (เขาทำทุกอย่าง  เพื่อให้ตัวเองได้เลื่อนตำ แหน่ง)

                                        ๒. สำส่อน หรือก้าวร้าวในการรุกคืบหน้าทางเพศ  (โดยเฉพาะเมื่อต้องการให้ได้ผู้หญิงมา)

  • I can’t stand Billy; he is always on the make.

(ผมทนบิลลี่ไม่ได้  เขารุกคืบหน้าทางเพศแบบก้าวร้าวอยู่เสมอ)  (เขาจีบผู้หญิงแบบก้าวร้าว  ตื๊อหนักโดยไม่แคร์ว่าผู้หญิงจะคิดอย่างไร  และทำทุกรูปแบบเพื่อเอาชนะผู้ชายคนอื่น)

 

10. “Dressed to kill”  -  (ใช้กับผู้หญิง)  แต่งตัวในแบบที่เรียกร้องความสนใจจากผู้ชาย  (เช่น แต่งตัวโป๊  หรือยั่วยวน)  (แปลตรงตัว  คือ  “แต่งตัวเพื่อฆ่า”)

  • Jennifer was dressed to kill at the party last night.

(เจนนิเฟอร์แต่งตัวยั่วยวนที่งานเลี้ยงเมื่อคืนที่ผ่านมา)

 

11. “Down-to-earth”  -  ตรงไปตรงมา, ซื่อตรง, มองโลกตามความเป็นจริง, สามารถใช้ได้จริง

  • He’s a down-to-earth sort of man.  He always says what he means.

(เขาเป็นคนประเภทตรงไปตรงมา  เขาพูดในสิ่งที่เขาหมายความถึงเสมอ)  (คิดอย่างไรก็พูดอย่างนั้น)

  • Jim is a down-to-earth guy.  Everyone loves to work with him.

(จิมเป็นคนมองโลกตามความเป็นจริง  ทุกคนชอบทำงานกับเขา)

  • The President suggested a very down-to-earth plan to move the peace talks forward.

(ท่านประธานาธิบดีเสนอแผนที่สามารถใช้ได้จริงอย่างยิ่ง  เพื่อผลักดันการเจรจาสันติภาพให้ก้าวต่อไป)

 

12. “At the top of the ladder”  -  มีตำแหน่งหรือฐานะสูงกว่าผู้อื่น, สุดยอด  (“Ladder”  =  บันไดลิง)

  • He is at the top of the ladder in his profession.

(เขาอยู่สุดยอดในอาชีพของเขา)

 

13. “At work”  -  กำลังทำงาน

  • My father is always at work before daybreak.

(พ่อของผมทำงานก่อนรุ่งสางเสมอ)

 

14. “Set to work”  -  เริ่มต้นทำงาน

  • All employees must set to work as soon as they reach the office.

(พนักงานทุกคนจะต้องเริ่มต้นทำงาน  ในทันทีที่พวกเขาไปถึงสำนักงาน)

 

15. “Live from hand to mouth”  -  หาเช้ากินค่ำ

  • A poor worker has to live from hand to mouth and cannot afford luxuries.

(คนงานยากจนจำต้องหาเช้ากินค่ำ  และไม่สามารถหาสิ่งหรูหราฟุ่มเฟือย (บำเรอความสุข) ได้เลย)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                         ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป

 

 

Essential Idioms (ตอนที่ 12)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

1. “Under construction”  -  กำลังได้รับการก่อสร้าง

  • The new building is under construction.

(อาคารใหม่อยู่ในระหว่างการก่อสร้าง)

 

2. “Under repair”  -  กำลังได้รับการซ่อมแซม

  • The bridge is under repair.

(สะพานอยู่ในระหว่างการซ่อมแซม)

 

3. “Under pressure”  -  ภายใต้ความกดดัน

  • You can’t do a good job if you do it under pressure

(คุณทำงานไม่ได้ดี   ถ้าคุณทำมันภายใต้ความกดดัน)

 

4. “Under control”  -  ภายใต้การควบคุม

The manager is quite capable of keeping his staff members under control.

(ผู้จัดการมีความสามารถอย่างมาก  ในการทำให้พนักงานของตนอยู่ภายใต้การควบคุม)

 

5. “On the rise”  -  เพิ่มขึ้น

  • The oil prices are on the rise

(ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น)

 

6. Put the blame on”  -  ตำหนิ

  • When things go wrong, he puts the blame on somebody else.

(เมื่อสิ่งต่างๆ เกิดผิดพลาดขึ้น   เขามักตำหนิผู้อื่น)

 

7. “Put an emphasis on”  -  เน้นย้ำ หรือ มุ่งความสนใจในเรื่อง

  • The government puts an emphasis on the infrastructural development. 

(รัฐบาลมุ่งเน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน)

 

8. On request”  -  เมื่อมีการร้องขอ

  • I will lend you my car on request

(ผมจะให้คุณยืมรถเมื่อมีการร้องขอ)

 

9. “On business”  -  ด้วยเรื่องธุรกิจ

  • He went to New York on business.

(เขาไปนิวยอร์คด้วยเรื่องธุรกิจ)

 

10. “Keep on”  -  ๑. ดำเนินต่อไป  ๒. สวมใส่ต่อไป

  • They kept on working.

(พวกเขาทำงานต่อไป)

  • He kept on talking all the time.

(เขาพูดไม่หยุดตลอดเวลา)

  • The traveler would not stop; he kept on his way.

(นักเดินทางไม่ยอมหยุด  เขาเดินทางต่อไป)

  • Don’t keep you hat on in the temple.

(อย่าสวมหมวก (ถอดหมวกออก) ในวัด)

 

11. “Keep an eye on”  -  เฝ้าดู, ดูแล

  • Please keep an eye on my suitcase while I go to buy a ticket.

(โปรดเฝ้าดูกระเป๋าของผมด้วย  ขณะที่ผมไปซื้อตั๋ว)

 

12. “Keep up with” (= Catch up with)  -  ตามทัน, ไล่ทัน, แข่งขันกับ, ไม่ล้าหลัง

  • They are trying to keep (catch) up with the advances of science.

(พวกเขากำลังพยายามที่จะตามทัน (ไล่ทัน, แข่งขันกับ) ความก้าวหน้าทางด้านวิทยา ศาสตร์)

 

13. “Carry on with” (= Go on with)  -  ดำเนินต่อไปกับ, ทำต่อไป

  • In spite of the problems, the engineers are going to carry (go) on with the project. 

(ทั้งๆที่มีปัญหา  วิศวกรก็จะดำเนินต่อไปกับโครงการ)  (คือ  ดำเนินโครงการต่อไป) 

  • She carried (went) on with her work until very late at night.

(เธอทำงานต่อไปจนกระทั่งดึกดื่นมาก)

 

14. “At a distance (= In the distance)  -  ไกลออกไป, อยู่ห่างไกลออกไป

  • We saw him at a distance.

(เราเห็นเขาอยู่ไกลออกไป)

  • From my window I could see the mountain in the distance.

(จากหน้าต่างของผม  ผมสามารถมองเห็นภูเขาที่อยู่ห่างไกลออกไป)

 

15. “Before long”  -  เร็วๆนี้, ไม่นานนี้, ในไม่ช้า

  • We’ll be seeing you again before long.

(เราจะมาเยี่ยมคุณอีกในเร็วๆนี้)

  • They’ll complete the project before long.

(พวกเขาจะทำโครงการเสร็จในไม่ช้า)

  • Class will be over before long.

(ชั้นเรียนจะเลิกอีกในไม่ช้านี้)

  • We were tired of waiting and hoped the bus would come before long.

(เราเบื่อหน่ายในการรอคอย  และหวังว่ารถประจำทางจะมาในไม่ช้า)

 

16. “Beat about the bush (= Beat around the bush)  -  พูดอ้อมค้อม  (แปลตรงตัว คือ “ตีพุ่มไม้อยู่ไปมา”  หรือ  “ตีรอบๆพุ่มไม้”)

  • Instead of telling me the truth, he began to beat about the bush and tell me only other things.

(แทนที่จะบอกความจริงแก่ผม  เขาเริ่มพูดอ้อมค้อมและบอกผมแค่เรื่องอื่นๆเท่านั้น)

  • Stop beating around the bush and answer my question.

(เลิกพูดอ้อมค้อม  และตอบคำถามผมเสียที)

  • Let’s stop beating about the bush and discuss this matter.

(เรามาหยุดพูดอ้อมค้อมกันเถอะ  และปรึกษาหารือเรื่องนี้กัน)

 

17. “Answer for”  -  รับผิดชอบต่อ

  • If you don’t tell the truth now, you may have to answer for it later.

(ถ้าคุณไม่พูดความจริงเสียเดี๋ยวนี้  คุณอาจต้องรับผิดชอบต่อเรื่องนี้ในภายหลัง)

  • I will come myself, but I can’t answer for the rest of the family.

(ผมจะมาด้วยตนเอง  แต่ผมไม่สามารถรับผิดชอบต่อคนอื่นๆที่เหลือในครอบครัว)  (คือ  พูดแทนคนอื่นไม่ได้  ว่าพวกเขาจะมาหรือไม่)

  • It was his advice that caused all the trouble.  He has a lot to answer for.

(คำแนะนำของเขาก่อให้เกิดปัญหาทั้งหลายแหล่เหล่านี้  (ดังนั้น)  เขามีอะไรเยอะแยะที่จะต้องรับผิดชอบ)  (ต่อปัญหาทั้งหลายที่เกิดขึ้น)

 

18. “Behind the times”  -  ล้าสมัย  (แปลตรงตัว  คือ  “อยู่หลังยุคสมัย”)

  • Their ways of approaching the problem are very much behind the times.

(วิธีการเข้าสู่ปัญหาของพวกเขาล้าสมัยมาก)

 

19. “Behind time”  -  ๑. (นาฬิกา) เดินช้า, สายหรือล่าช้ากว่ากำหนด   ๒. ไม่ทันเวลา, มิได้อยู่ในเวลาที่เหมาะสม, ค้างชำระ

  • That clock is behind time.

(นาฬิกาเรือนนั้นเดินช้า)

  • The train is running behind time today.

(รถไฟวิ่งช้ากว่ากำหนดวันนี้)

  • Your lessons are good, buy why are you behind time?

(บทเรียนของคุณดี  แต่ทำไมคุณช้าล่ะ)  (ทำไมคุณเรียนไม่ทันคนอื่น)

  • We are behind time in paying the rent.

(เราล่าช้าในการจ่ายค่าเช่า)  (เราจ่ายค่าเช่าไม่ทันตามกำหนด)

 

20. “At a loss”  -  งุนงง, สงสัย, ไม่มีความคิด, งงจนทำอะไรไม่ถูก

  • We are at a loss as to why he has not answered our invitation.

(เรางุนงงเกี่ยวกับว่าทำไมเขาจึงยังไม่ตอบคำเชิญของเรา)

  • A good salesman is never at a loss for words.

(พนักงานขายที่ดีไม่เคยเลยที่จะงงจนพูดไม่ออก)  (คือ  มีเรื่องคุยให้ลูกค้าฟังเสมอ)

  • When Tom missed the last bus, he was at a loss to know what to do.

(เมื่อทอมตกรถคันสุดท้าย  เขางุนงงเกินกว่าที่จะรู้ว่าจะทำอย่างไรดี)  (ไม่รู้ว่าจะหาทางกลับบ้านได้อย่างไร)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้

 

 

 

Essential Idioms (ตอนที่ 11)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

1. “Beat about the bush”  -  พูดอ้อมค้อม  (แปลตรงตัว คือ “ตีพุ่มไม้อยู่ไปมา)

  • Don’t beat about the bush!  I have no time for you.

(อย่าพูดอ้อมค้อม  ผมไม่มีเวลาให้คุณนะ)

  • Don’t beat about the bush no matter how embarrassed you are.

(อย่าพูดอ้อมค้อม  ไม่ว่าคุณจะรู้สึกกระดากอาย-เคอะเขินอย่างไรก็ตาม)

 

2. “Above all”  -  สิ่งที่สำคัญที่สุด, ข้อสำคัญ, เหนือสิ่งอื่นใด, ก่อนอื่น, มากกว่าสิ่งอื่น

  • Above all, you must be punctual.

(สิ่งที่สำคัญที่สุด  คือ  คุณจะต้องตรงต่อเวลา)

  • I like this above all.

(ผมชอบสิ่งนี้มากกว่าสิ่งอื่น)

  • Thailand is distinguished for its agricultural products, above all for rice and teak.

(ประเทศไทยมีชื่อเสียงในด้านผลิตผลทางการเกษตร  เหนือสิ่งอื่นใด คือ ข้าวและไม้สัก)

  • Be honest, above all with yourself.

(จงซื่อสัตย์  เหนือสิ่งอื่นใดกับตัวเอง)

 

3. “Come into being”  -  เริ่มต้น, เริ่มมีขึ้น, เกิดขึ้น

  • The practice came into being in the 17th century.

(ประเพณีนี้เริ่มต้นในศตวรรษที่  ๑๗)

  • Since antiquity there have been many attempts, some quite fanciful, to explain how the cosmos came into being.

(ตั้งแต่สมัยโบราณ  มีความพยายามมากมาย  -  บางความพยายามเพ้อฝัน-เต็มไปด้วย   จินตนาการอย่างมาก  -  ที่จะอธิบายว่าจักรวาลเกิดขึ้นมาได้อย่างไร)

 

4. “Came into”  -  ได้รับ (โดยเฉพาะเป็นมรดก), ได้ครอบครอง, เข้าไปข้างใน

  • He came into a fortune when his aunt died.

(เขาได้รับทรัพย์สมบัติจำนวนมากเมื่อป้าตาย)

  • She came into a lot of money when her father died.

(เธอได้รับเงินจำนวนมากเมื่อพ่อตาย)

  • He came into possession of the farm after his uncle died.

(เขาได้ครอบครองไร่นาหลังจากลุงตาย)

  • Judy came into a million dollars when her parents died in a plane crash.

(จูดี้ได้รับเงินล้านดอลลาร์เมื่อพ่อแม่ของเธอตายในอุบัติเหตุเครื่องบินตก)

  • The guest came into the room and sat down.

(แขกเข้ามาในห้องและนั่งลง)

 

5. “Let down”  -  ทำให้ผิดหวัง, ไม่สามารถทำได้ตามที่ถูกคาดหวัง

  • The boy let down his teacher.

(เด็กคนนั้นทำให้ครูของเขาผิดหวัง)

  • He let her down when he could not keep his promise.

(เขาทำให้เธอผิดหวัง  เมื่อเขาไม่สามารถทำตามสัญญา)

  • You can trust me to help you.  I won’t let you down.

(คุณไว้ใจผมได้ว่าจะช่วยเหลือคุณ  ผมจะไม่ทำให้คุณผิดหวัง)

  • The team felt they had let the coach down.

(สมาชิกในทีมรู้สึกว่า  พวกเขาทำให้ผู้ฝึกสอนผิดหวัง)  (คือ เล่นได้ไม่ดีตามที่โค้ชคาดหวังไว้)

 

6. “Let alone”  -  ไม่ต้องไปกล่าวถึง  เพราะ........ไม่ได้อย่างแน่นอน (ในกรณีนี้  จะใช้ตามหลังประโยคปฏิเสธ

  • The man can’t drive a car, let alone a truck.

(ชายคนนั้นขับรถยนต์ไม่เป็น  ไม่ต้องไปพูดถึงรถบรรทุก)  (คือ ขับรถบรรทุกไม่เป็นอย่างแน่นอน  เพราะขนาดรถยนต์ง่ายๆยังขับไม่ได้)

  • I can’t add two and two, let alone do fractions.

(ผมบวกเลขสองบวกสองไม่เป็น  ไม่ต้องไปพูดถึงเลขเศษส่วน)  (ผมทำเลขง่ายๆไม่เป็น  ดังนั้น  ทำเลขเศษส่วนไม่เป็นอย่างแน่นอน)

  • They don’t have enough to eat, let alone amusement.

(เขามีไม่พอที่จะกิน  ไม่ต้องไปพูดถึงความบันเทิง)  (เขาจะกินเข้าไปยังไม่ค่อยมี  จะไปหาความบันเทิงสนุกสนานไม่ได้อย่างแน่นอน)

 

7. “Let alone” (= Leave alone)  -  อย่าไปรบกวน (คือ  ปล่อยให้อยู่ตามลำพัง), อยู่ให้ห่างจาก, อย่าเอามือไปแตะ (โดน)

  • Let (Leave) him alone when he gets angry.

(อย่าไปกวนเขา  เมื่อเขาโมโห)

  • When Jack gets mad, just let (leave) him alone.

(เมื่อแจ๊คโกรธ  จงปล่อยให้เขาอยู่ตามลำพัง)  (อยู่ห่างๆเขาจนกระทั่งเขาอารมณ์ดีขึ้น)

  • Little Cindy was warned to leave the birthday cake alone.

(หนูน้อยซินดี้ได้รับการเตือนมิให้แตะต้องเค้กวันเกิด)  (มิให้แตะต้องเค้ก  เพราะจะทำให้มันเละ)

 

8. “Jump to a conclusion”  -  สรุปเร็วเกินไป, รีบสรุป, ตัดสินใจอย่างเร่งรีบโดยมิได้คิดให้รอบคอบ  (แปลตรงตัว  คือ  “กระโดดไปสู่ข้อสรุป”)

  • We should think twice rather than jump to a conclusion.

(เราควรจะคิดให้รอบคอบ  มากกว่าที่จะตัดสินใจอย่างเร่งรีบ  -  หรือสรุปเร็วเกินไป)

  • Fred jumped to a conclusion that Mike loved Mary just because he was polite to her.

(เฟร็ดสรุปเร็วเกินไปว่า  ไมค์รักแมรี่เพียงเพราะว่าเขาสุภาพต่อเธอ)

  • As soon as I mentioned your name, Phil jumped to the conclusion that we had been talking about him.

(ในทันทีที่ผมเอ่ยชื่อคุณ  ฟิลรีบสรุปเลยว่า  (ก่อนหน้านี้) เรา (ผมและคุณ) กำลังพูดคุยเกี่ยวกับตัวเขา)

  • Jerry saw his dog limping on a bloody leg and jumped to the conclusion that it had been shot.

(เจอรี่เห็นสุนัขเดินกะเผลกด้วยขาที่เลือดไหล  และด่วนสรุปว่า  มันถูกยิง)  (เขาเห็นเลือดและหมาเดินขากะเผลก  เลยรีบสรุปว่ามันโดนยิง  ทั้งๆที่จริงๆแล้ว อาจโดนรถชนก็ได้)

 

9. “No joke”  -  เรื่องร้ายแรง, มิใช่เรื่องสนุก, ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ  (แปลตรงตัว  คือ  “มิใช่เรื่องตลก”)

  • The car broke down miles from the nearest town.  It was no joke, I promise you.

(รถยนต์เสียตอนเราอยู่ห่างจากเมืองที่ใกล้ที่สุดหลายไมล์  มันไม่ใช่เรื่องสนุกเลย  ผมสัญญาได้)

 

10. “A put-up job”  -  เรื่องที่ถูกจัดฉากขึ้นมา (เพื่อให้เกิดความเข้าใจผิด), เรื่องแหกตา

  • The house appeared to have been burgled, but the police believe it was a put-up job.

(บ้านนั้นดูเหมือนว่าได้ถูกย่องเบา  แต่ตำรวจเชื่อว่ามันเป็นเรื่องที่ถูกจัดฉากขึ้นมา)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้

 

 

 

Essential Idioms (ตอนที่ 10)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

1. “All over”  -  ๑. ทุกหนทุกแห่ง, ในทุกๆส่วน  ๒. สิ้นสุดลง, จบลง

  • That news was broadcast all over the world.

(ข่าวนั้นถูกถ่ายทอด (กระจายเสียง) ไปทั่วโลก)

  • I’ve looked all over for my glasses.

(ผมได้ค้นหาแว่นตา (ที่หายไป) ทุกแห่งหน)

  • He has a fever and aches all over

(เขาเป็นไข้  และเจ็บปวดไปทั่วทั้งตัว)

  • By the time we arrived, the party was all over.

(เมื่อตอนที่เรามาถึง  งานเลี้ยงจบสิ้นไปแล้ว)

 

2. “Come down with”  -  ป่วย, เป็นไข้

  • I’m feeling feverish; I think I’m going to come down with flu.

(ผมกำลังรู้สึกเป็นไข้  ผมคิดว่าผมจะเป็นไข้หวัดใหญ่)

  • We all came down with the mumps.

(เราเป็นโรคคางทูมกันทุกคน)

  • After being out in the rain, Susan came down with a cold.

(หลังจากออกไปตากฝน  ซูซานเป็นไข้หวัด)

 

3. “Time of one’s life”  -  เวลาที่มีความสุขสนุกสนาน, ช่วงเวลาที่เบิกบานใจและยอดเยี่ยมอย่างมาก

  • John had the time of his life at the party last night.

(จอห์นมีความสุขอย่างมากที่งานเลี้ยงเมื่อคืนวาน)

  • I could see that she was having the time of her life.

(ผมสามารถเห็นได้ว่า  เธอกำลังสนุกสนานกับชีวิตอย่างมาก)

 

4. “Think the world of”  -  ยกย่องชื่นชม

  • Now, not all Chinese people think the world of the late Chairman Mao.

(ปัจจุบันนี้  มิใช่ชาวจีนทุกคนยกย่องท่านประธานเหมาผู้ล่วงลับ)

  • I think the world of my boss.  He is always very kind and helpful to me.

(ผมยกย่องชื่นชมเจ้านายผมมาก  เขาใจดีและช่วยเหลือผมมากมายเสมอ)

 

5. “Time and again” (= Time and time again = Time after time)  -  หลายครั้ง, ซ้ำซาก, บ่อยมาก

  • I’ve told you time and again to take off your dirty boots before you come in.

(ผมได้บอกคุณหลายครั้งแล้วว่าให้ถอดรองเท้าบูทที่สกปรกของคุณออก  ก่อนเข้ามาข้างใน)

  • She’s told her maid time and time again not to touch the vase.

(เธอได้บอกสาวใช้หลายครั้งหลายหน  ว่ามิให้แตะต้องแจกันใบนั้น)

  • Children are forgetful and must be told time and time again how to behave.

(เด็กๆมักขี้ลืม  และจะต้องได้รับการบอกซ้ำซากว่าควรประพฤติตนอย่างไร)

 

6. “From time to time” (= At times, Once in a while, (Every) now and then)  -  ไม่บ่อย, มิได้ทำเป็นประจำ, เป็นบางครั้ง, เป็นบางโอกาส

  • Even though the Smiths have moved, we still see them from time to time.

(แม้ว่าครอบครัวสมิธได้ย้ายออกไป (จากบ้าน หรือเมือง) แล้ว  เรายังคงเห็น (พบ) พวกเขาเป็นบางโอกาส)

  • Mother tries new recipes from time to time, but the children never like them.

(แม่ทดลองตำรากับข้าว (วิธีปรุงอาหาร) ใหม่ๆ เป็นครั้งคราว  แต่ลูกๆไม่เคยชอบมันเลย)

  • We go to the movies once in a while.

(เราไปดูหนังไม่บ่อยนัก)

  • They don’t have much income, so they go shopping (every) now and then.

(พวกเขามีรายได้ไม่มาก  ดังนั้น  จึงไปช้อปปิ้งเป็นบางโอกาส)  (คือ  ไม่บ่อยนัก)

 

7. “From the bottom of one’s heart” (= From the heart)  -  อย่างจริงใจ, ด้วยความรู้สึกอย่างแรงกล้า,  ด้วยความสัตย์  (แปลตรงตัว  คือ  “จากก้นบึ้งของหัวใจ”  “จากหัวใจ”)

  • When I returned the lost kitten to Mrs. Brown, she thanked me from the bottom of her heart.

(เมื่อผมเอาลูกแมวที่หายไป  ไปคืนมิสซิสบราวน์  เธอขอบคุณผมอย่างจริงใจ)

  • Oh, thank you!  I’m grateful from the bottom of my heart.

(โอ้  ขอบคุณมาก  ผมขอขอบคุณอย่างจริงใจ)

  • Jim always speaks from the heart.

(จิมพูดด้วยความจริงใจ-ความสัตย์เสมอ)

  • A mother loves a baby from the bottom of her heart.

(แม่รักลูกน้อยอย่างจริงใจ  และด้วยความรู้สึกอย่างแรงกล้า)

  • John thanked his rescuers from the bottom of his heart.

(จอห์นขอบคุณผู้ช่วยชีวิตเขาอย่างจริงใจ และด้วยความรู้สึกแรงกล้า)

  • The people welcomed the returning soldiers from the bottom of their hearts.

(ผู้คนต้อนรับทหารที่กลับมา (จากสงคราม) ด้วยความจริงใจ  และความรู้สึกอย่างแรงกล้า)

 

8. “That’s your funeral (ฟิ้ว-เนอะ-เริ่ล)”  คุณเองนั่นแหละจะเป็นผู้เดือดร้อน มิใช่คนอื่น  (แปลตรงตัว  คือ  “นั่นเป็นงานศพ หรือ พิธีฝังศพของคุณ”)

  • I’ve given you my advice and if you won’t take it, that’s your funeral (not mine).

(ผมได้ให้คำแนะนำแก่คุณไปแล้ว  และถ้าคุณไม่ฟังมัน  คุณเองนั่นแหละจะเดือดร้อน) (ไม่ใช่ผม)

 

9. “A square peg in a round hole”  -  คนเก่งที่ไม่เหมาะสมกับงาน หรือตำแหน่งที่ได้รับมอบหมาย  (แปลตรงตัว  คือ  “หมุดสี่เหลี่ยมในรูกลม”)

  • George is a square peg in a round hole when he is playing football.

(จอร์ชเป็นนักกีฬาที่เก่งแต่ไม่เหมาะสมเลย  เมื่อเขาเล่นฟุตบอล)  (เขาเป็นแชมป์เทนนิส)

  • Jim likes to work with his hands.  When it comes to books, he’s a square peg in a round hole.

(จิมชอบทำงานด้วยมือ  (แต่) เมื่อพูดถึงหนังสือแล้ว  เขาไม่เหมาะสมกับงานพวกนี้เลย)  (จิมชอบงานโยธา (ใช้มือทำ)  ที่ไม่ต้องใช้สมอง  เช่น งานที่ไม่เกี่ยวข้องกับหนังสือ หรือการศึกษา)

 

10. “Set the world on fire”  -  ทำอะไรได้อย่างดีเด่นหรือประสบความสำเร็จอย่างมาก,   ทำเรื่องที่น่าตื่นเต้น ซึ่งนำชื่อเสียงและความรุ่งโรจน์มาให้,  ทำอะไรในแบบที่สามารถดึงดูดความสนใจได้มาก  หรือทำให้ตัวเองโด่งดัง  (แปลตรงตัว  คือ  “ทำให้โลกลุกเป็นไฟ”)

  • Bill works hard but he’ll never set the world on fire.

(บิลขยันทำงาน  แต่เขาไม่มีทางที่จะประสบความสำเร็จโด่งดังในงานของตน)

  • I’m not very ambitious.  I don’t want to set the world on fire.

(ผมมิได้ทะเยอทะยานอะไรมากนัก  ผมไม่ต้องการที่จะทำอะไรดีเด่น หรือประสบความสำเร็จอย่างมากมาย)  (ผมขอเป็นเพียงคนธรรมดาก็พอ)

  • You don’t have to set the world on fire.  Just do a good job.

(คุณไม่จำเป็นต้องทำอะไรที่น่าตื่นเต้น หรือนำชื่อเสียง-ความโด่งดังมาให้หรอก)  (ทำงานให้มันดีก็พอแล้ว)

  • Mary could set the world on fire with her piano playing.

(แมรี่สามารถทำให้ตัวเธอเองมีชื่อเสียงโด่งดังด้วยการเล่นเปียโน)  (เธอเป็นนักเปียโนที่มีชื่อเสียง)

  • The new musical band will set the world on fire when it comes to play in our town next week.

(วงดนตรีวงใหม่จะประสบความสำเร็จ  หรือดึงดูดความสนใจผู้คนได้มาก  เมื่อพวกเขามาแสดงที่เมืองของเราในสัปดาห์หน้า)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้

 

 

 

Essential Idioms (ตอนที่ 9)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

1. “A piece of cake”  -  ง่ายมาก, เป็นเรื่องหมูๆ  (แปลตรงตัว  คือ  “เค้ก  ๑  ชิ้น”)

  • The final exam was a piece of cake.

(การสอบไล่ง่ายมาก)

  • Writing an essay is a piece of cake for Jimmy.

(การเขียนเรียงความเป็นเรื่องหมูๆสำหรับจิมมี่)

 

2. “Come across” (= Run across)  -  พบโดยบังเอิญ, เจอโดยบังเอิญ

  • I’m going to the mall and if I come across a good pair of shoes, I’ll buy them for you.

(ผมกำลังจะไปห้างสรรพสินค้า  และถ้าผมพบโรงเท้าดีๆสักคู่โดยบังเอิญ  ผมจะซื้อมาให้คุณ)

  • I came across this old diary in my desk.

(ผมพบบันทึกเก่าๆเล่มนี้โดยบังเอิญในโต๊ะทำงานของผม)

  • The other day I ran across a book that you might like.

(เมื่อวันก่อน  ผมพบหนังสือเล่มหนึ่งโดยบังเอิญ  ซึ่งคุณอาจจะชอบมัน)

  • I came across George at a party last week; it was the first time I had seen him in months.

(ผมพบจอร์ชโดยบังเอิญที่งานเลี้ยงแห่งหนึ่งเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว  มันเป็นครั้งแรกที่ผมได้เจอเขาในรอบหลายๆเดือน)

  • He came across a dollar bill in the suit he was sending to the cleaner.

(เขาพบธนบัตร  ๑  ดอลลาร์โดยบังเอิญ  ในสูทที่เขากำลังจะส่งไปร้านทำความสะอาด)  (เขาพบธนบัตรที่เขาลืมไว้ในสูทที่เขากำลังจะส่งไปที่ร้านซักผ้า)

 

3. “Catch cold” (= Take cold)  -  ๑. เป็นหวัด   ๒. ทำให้มิได้เตรียมตัว หรือไม่พร้อมสำหรับคำถาม  หรือเหตุการณ์ที่มิได้คาดฝัน

  • If I sit in a draft, I always catch cold.

(ถ้าผมนั่งตากลม  ผมเป็นหวัดทุกที)

  • Please close the window, or we’ll all catch cold.

(กรุณาปิดหน้าต่าง  มิฉะนั้นเราจะเป็นหวัดกันทั้งหมด)

  • I take cold every year at this time.

(ผมเป็นหวัดทุกปี  ณ  ช่วงเวลานี้)

  • Don’t get your feet wet or you’ll catch cold.

(อย่าให้เท้าของคุณเปียกนะ  มิฉะนั้นคุณจะเป็นหวัด)

  • I had not studied my lesson carefully, and the teacher’s question caught me cold.

(ผมมิได้ศึกษาบทเรียนอย่างรอบคอบ  และคำถามของอาจารย์ทำให้ผมตอบไม่ได้)  (ผมไม่พร้อมสำหรับคำถามของอาจารย์  เลยตอบไม่ได้)

 

4. “See someone off”  -  ไปส่งคน, ไปเพื่อกล่าวคำอำลา  (ที่สนามบิน, สถานี  ฯลฯ)

  • I’m going to see him off at the airport.

(ผมจะไปส่งเขาที่สนามบิน)

  • We saw our friends off at the railway station last night.

(เราไปส่งเพื่อนที่สถานีรถไฟเมื่อคืนที่ผ่านมา)

  • When Judy flew to New York, Jack saw her off at the airport.

(เมื่อจูดี้บินไปนิวยอร์ค  แจ๊คไปส่งเธอที่สนามบิน)  (แจ๊คไปสนามบินกับจูดี้  เพื่อกล่าวคำอำลากับเธอ)

 

5. “Put in order”  -  จัดให้เป็นระเบียบ

  • Please put these folders in alphabetical order.

(กรุณาจัดแฟ้มเหล่านี้ให้เรียงตามลำดับอักษร)

 

6. “Eat one’s words” (= Swallow one’s words)  -  จำต้องถอนคำพูดของตัวเอง, ยอมสารภาพว่าคำทำนายของตนเองผิด, ขออภัยอย่างสุภาพ, ยอมรับว่าบางอย่างไม่เป็นความจริง  {แปลตรงตัว  คือ  “กินคำพูดของตัวเอง” (กลืนคำพูดของตัวเอง)}

  • You shouldn’t say that to me.  I’ll make you eat your words.

(คุณไม่ควรพูดแบบนั้นกับผมนะ  ผมจะทำให้คุณถอนคำพูดให้ได้)

  • Peter was wrong about the election and had to eat his words.

(ปีเตอร์ทายผิดเกี่ยวกับ (ผล) การเลือกตั้ง  และต้องขอโทษอย่างสุภาพ)  (หรือ ยอมรับว่าคำทำนายของตนผิด)

  • When confronted with such a clear evidence, the President was forced to eat his words in public.

(เมื่อถูกเผชิญกับพยานหลักฐานที่ชัดเจนเช่นนั้น  ท่านประธานาธิบดีก็ถูกบังคับให้ต้องขออภัยอย่างสุภาพต่อหน้าสาธารณชน)

  • Bill had called Jim a coward, but the boys made him eat his words after Jim bravely fought a big bully.

(บิลเรียกจิมว่าคนขี้ขลาด  แต่พวกเด็กผู้ชายทำให้เขา (บิล) ต้องถอนคำพูด  หลังจากจิมต่อสู้อย่างกล้าหาญกับเจ้าคนขี้รังแกตัวใหญ่)  (พวกเด็กผู้ชายทำให้บิลยอมรับว่าจิมมิได้เป็นคนขี้ขลาด  เมื่อเขาสู้กับคนเกเรตัวใหญ่)

 

7. “Eat out”  -  ๑. กินอาหารในภัตตาคาร, กินไกลจากบ้าน   ๒. ขึ้นสนิม,  ผุ, ผุพัง หรือถูกทำลายไปตามกาลเวลา

  • Fred ate out often even when he wasn’t out of town.

(เฟรดกินข้าวนอกบ้านบ่อย  แม้กระทั่งเมื่อเขามิได้ออกไปนอกเมือง)  (เฟรดกินข้าวที่ร้านอาหารบ่อย  แม้กระทั่งเมื่อเวลาที่เขามิได้เดินทาง)  (เป็นเรื่องในอดีต)

  • Rust had eaten out the gun barrel.

(สนิมได้ทำให้ลูกโม่ของปืนผุ)  (สนิมทำให้ด้านในของลูกโม่ปืนเสียหาย  และทำให้มันใช้การไม่ได้)

  • I don’t eat out very often after I got married.

(ผมไม่ได้ออกไปกินข้าวนอกบ้านบ่อยนัก  หลังจากผมแต่งงาน)

 

8. “Have a good command of”  -  มีความชำนาญในเรื่อง...........

  • He has a good command of English.

(เขามีความชำนาญในด้านภาษาอังกฤษ)

  • The company has a good command of international trade.

(บริษัทมีความชำนาญในเรื่องการค้าระหว่างประเทศ)

 

9. “Be concerned with”  -  เกี่ยวข้องกับ

  • We are more concerned with efficiency than expansion.

(เราเกี่ยวข้องกับเรื่องประสิทธิภาพมากกว่าเรื่องการขยายตัว)  (เช่น  ด้านธุรกิจ  การศึกษา การประกันภัย  ฯลฯ)

  • I don’t like to be concerned with such unimportant issues.

(ผมไม่อยากที่จะเกี่ยวข้องกับประเด็นที่ไม่มีความสำคัญแบบนั้น)

  • The secretary’s work is concerned with typing and correspondence.

(งานของเลขานุการเกี่ยวข้องกับการพิมพ์ดีดและการโต้ตอบจดหมาย)

 

10. “Be concerned about”  -  วิตกกังวลเกี่ยวกับ, วิตกกังวลในเรื่อง

  • He is very much concerned about his wife’s health.

(เขาวิตกกังวลอย่างมากเกี่ยวกับสุขภาพของภรรยา)

  • The government was concerned about the rise in vandalism.

(รัฐบาลวิตกกังวลกับการเพิ่มขึ้นของการทำลายข้าวของสาธารณะ)  (โดยคนมือบอน  ที่มีเจตนาจะทำให้ทรัพย์สินสาธารณะเสียหาย)

  • The prime minister was concerned about the level of unemployment in the country.

(ท่านนายกรัฐมนตรีวิตกกังวลกับระดับของการว่างงานในประเทศ)

  • There were lots of letters from concerned parents.

(มีจดหมายมากมายจากพ่อแม่ที่มีความวิตกกังวล-ห่วงใย)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้

 

 

Pages

Subscribe to RSS - Essential Idioms