หมวดสำนวน(Idiom) ในภาษาอังกฤษ

หมวดสำนวน(Idiom) ในภาษาอังกฤษ (ตอนที่20)

· make someone’s blood boil(ทำให้เลือดเดือด) = ทำให้โกรธอย่างมาก

          -    Whenever she thinks of her dishonest boyfriend, it makes her blood boil.(เมื่อใดก็ตามที่เธอนึกถึงเพื่อนชายที่ไม่ซื่อของเธอ มันทำให้เธอโกรธจัด)

          -    It just makes his blood boil to think of the amount of food that gets wasted around here.(มันทำให้เขาโมโหจัดเมื่อนึกถึงปริมาณอาหารที่กินทิ้งกินขว้างแถวๆนี้ – สถานที่นิ้ –  บริเวณนี้)

· make someone’s blood run cold (ทำให้เลือดเย็น) = ทำให้ตกใจหรือกลัว

          -    The terrible story in the newspaper makes my blood run cold.(เรื่องสยองขวัญ -  น่ากลัว–ในหนังสือพิมพ์ทำให้ผมกลัว)

          -    I could tell you things about prisons that would make your blood runcold.(ผมสามารถเล่าให้คุณฟังถึงสิ่งต่างๆเกี่ยวกับคุก ซึ่งจะทำให้คุณผวาเลยทีเดียว)

· make someone’s hair stand on end (ทำให้ขนหัวลุก) = เป็นเหตุให้ตกใจกลัวอย่างมาก

          -    The ghost story made our hair stand on end.(เรื่องผีๆทำให้พวกเราขนหัวลุก)

          -  The horrible scream made her hair stand on end.(เสียงกรีดร้องโหยหวนทำให้เธอตกใจซะจนตัวสั่น)

· make someone’s mouth water (ทำให้น้ำลายไหล – ในที่นี้ water เป็นคำกริยา แปลว่า มีน้ำไหลออกมา) = ทำให้หิวหรืออยากกิน

          -   That beautiful salad makes my mouth water.(สลัดที่สวยงามจานนั้นทำให้ผมอยากกิน)

          -   Talking about food makes her mouth water.(การพูดคุยเกี่ยวกับอาหารทำให้เธอหิว)

· make someone the scapegoat(แพะรับบาป) for something (ทำให้เป็นแพะรับบาปในเรื่อง.........) = ทำให้ถูกตำหนิในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง

          -    Don’t try to make me the scapegoat.  I’ll tell who really did it.(อย่าพยายามทำให้ผมถูกตำหนิเลย ผมจะบอกให้ก็ได้ว่าจริงๆแล้วใครเป็นคนทำ)

          -    They made Jim the scapegoat for the whole affair.  It was not all his fault.(พวกเขาทำให้จิมถูกตำหนิสำหรับเรื่องทั้งหมด แต่มันไม่ใช่ความผิดของเขาเลยจริงๆ)

· make something from scratch = ทำบางสิ่งบางอย่างโดยเริ่มต้นจากองค์ประกอบหรืออุปกรณ์พื้นฐาน

          -   We made the cake from scratch, using no prepared ingredients.(เราทำขนมเค้กจากส่วนประกอบง่ายๆ ไม่ได้ใช้ส่วนผสมที่ต้องตระเตรียมอะไรเลย)

          -   I didn’t have a ladder, so I made one (ladder) from scratch.(ผมไม่มีบันได –สำหรับใช้ปีนป่าย –ผมเลยสร้างมันซะหนึ่งอันจากเศษไม้ที่มีอยู่)

· go down in history = ได้รับการจดจำว่ามีความสำคัญในประวัติศาสตร์

          -   This is the greatest part of the century.  I bet it’ll go down in history.(นี่เป็นช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของศตวรรษ ผมพนันได้เลยว่ามันจะต้องได้รับการจดจำว่ามีความสำคัญในประวัติศาสตร์)

          -   President Obama is so great.  I’m sure that he’ll go down in history.(ท่านประธานาธิบดีโอบามานี่วิเศษมากเลย ผมมั่นใจว่าท่านจะต้องได้รับการบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์)

· go Dutch = ช่วยออกหรือแชร์ค่าอาหารหรือค่าใช้จ่ายอื่นๆ

          -   Jane : Let’s go out and eat.(เจน : เราออกไปข้างนอก หาอะไรกินกันเถอะ)

              Mary : Okay, but let’s go Dutch.(แมรี่ : ตกลง แต่ว่าต้องแชร์ค่าอาหารกันนะ)

          -   It’s getting expensive to have Sally for a friend.  She never wants to go Dutch.(มีค่าใช้จ่ายแพงมากที่จะมีแซลลี่เป็นเพื่อนเรา เธอไม่ต้องการจะแชร์ค่าใช้จ่ายต่างๆกับเราเลย)

· go back on one’s word = ผิดคำสัญญาที่ให้ไว้

          -   Going back on your word makes you a liar.(การผิดสัญญาที่ให้ไว้ทำให้คุณเป็นคนโกหก)

          -   I hate to go back on my word, but I won’t pay you $ 100 after all.(ผมเกลียดที่จะผิดคำมั่นสัญญา แต่ผมจะไม่จ่ายเงินหนึ่งร้อยเหรียญให้คุณแน่)

· go away empty-handed (จากไปมือเปล่า) = จากไปโดยไม่มีหรือได้อะไรเลย

          -   They came hoping for some food, but they had to go away empty-handed.(พวกเขามาด้วยความหวังที่จะได้อาหารไปบ้าง แต่ก็จำต้องกลับไปมือเปล่า)

          -   I hate for you to go away empty-handed, but I cannot afford to contribute any money.(ผมไม่อยากให้คุณต้องกลับไปมือเปล่าหรอก แต่ผมไม่มีเงินพอที่จะช่วยเหลืออะไรคุณได้เลย)

· go like clockwork (ดำเนินไปเหมือนเครื่องกลไกของนาฬิกา) = ดำเนินไปด้วยความเที่ยงตรงสม่ำเสมอและเชื่อถือได้

          -      The building project is progressing nicely.  Everything is going like clockwork.(โครงการก่อสร้างกำลังเดินหน้าไปอย่างดี ทุกสิ่งทุกอย่างดำเนินไปอย่างสม่ำเสมอและน่าเชื่อถือ)

          -      The elaborate pageant(แพจ-เจิ้นท์) was a great success.  It went like clockwork from start to finish.(การแห่แหน – หรือการแสดงกลางแจ้ง – ที่ทำอย่างประณีตประสบความสำเร็จอย่างมาก มันดำเนินไปอย่างสม่ำเสมอและยอดมากตั้งแต่ต้นจนจบ)

· come to an end = จบสิ้น, ยุติ

          -      The party came to an end at midnight.(งานเลี้ยงยุติเวลาเที่ยงคืน)

          -      Her life came to an end late yesterday.(ชีวิตของเธอสิ้นสุดลง – เธอตาย – ตอนสายเมื่อวานนี้)

· come to an untimely end (= come to an early death) = ตายก่อนเวลาอันควร (แปลตรงๆคือ มาถึงจุดจบในเวลาที่ไม่สมควร)

          -      Cancer caused Mrs. Smith to come to an untimely end.(มะเร็งทำให้นางสมิธตายก่อนเวลาอันควร)

          -      Poor Mr. Jones came to an untimely end in a car accident.(มิสเตอร์โจนส์ผู้น่าสงสารตายก่อนเวลาอันควรจากอุบัติเหตุทางรถยนต์)

· come to a standstill = หยุด, หยุดนิ่ง (ชั่วคราวหรือถาวร)

          -      The party came to a standstill until the lights were turned on again.(งานเลี้ยงหยุดไปพักหนึ่งจนกระทั่งมีคนเปิดไฟขึ้นอีกครั้ง)

          -      The building project came to a standstill because the workers went on strike. (โครงการก่อสร้างหยุดนิ่งไปเนื่องจากคนงานนัดหยุดงาน)

· come to grief = ประสบอุบัติเหตุร้ายแรงหรือผิดหวัง, พบปัญหาหรือความหายนะ, ทำลาย, อับปาง (เรือ), ล้มเหลว, จบอย่างไม่สวย

          -       The wedding party came to grief when the bride passed out.(งานเลี้ยงงานแต่งงานมีปัญหาเมื่อเจ้าสาวเป็นลมกลางงาน)

          -   Bill came to grief while learning to drive a car. (บิลประสบอุบัติเหตุร้ายแรงขณะเขาพยายามเรียนขับรถยนต์)

          -   Nick’s hopes for a new house came to grief when the house he was building burned down. (ความหวังของนิคที่จะมีบ้านหลังใหม่ต้องพังทลายไปสิ้น เมื่อบ้านที่เขาสร้างไฟไหม้หมด)

          -   The whaling ship came to grief off Cape Good Hope. (เรือล่าปลาวาฬอับปางที่แหลมกู๊ดโฮ้ป)

          หมายเหตุ : grief = ความเศร้าโศก, ความระทมทุกข์, ความคับข้องใจ, สิ่งที่ทำให้เสียใจมาก, ปัญหา, ความยุ่งยาก

· come to light = ปรากฏขึ้น, ถูกค้นพบหรือเปิดเผย, เป็นที่รู้กัน

          -      Some interesting facts about his past have just come to light.(ข้อเท็จจริงที่น่าสนใจบางอย่างเกี่ยวกับอดีตของเขาเพิ่งจะโผล่ขึ้นมา)

          -      If too many bad things come to light, you may lose your job.(ถ้าสิ่งเลวร้ายต่างๆมากมาย –เกี่ยวกับตัวคุณ – โผล่ขึ้นมา คุณอาจจะตกงาน)

          -      John’s thefts from the bank where he worked came to light when the bank examiners made an inspection. (การลักทรัพย์ – ขโมยของ – ของจอห์นจากธนาคารที่เขาทำงานอยู่ถูกค้นพบเมื่อผู้ตรวจของธนาคารทำการตรวจสอบ)

          -      When the old woman died, it came to light that she was actually rich. (เมื่อหญิงชราตาย มันถูกค้นพบว่าเธอร่ำรวยจริงๆ)

          -      New facts about ancient Egypt have recently come to light. (ข้อเท็จจริงใหม่ๆเกี่ยวกับอียิปต์โบราณถูกค้นพบเมื่อเร็วๆมานี้)

· come (or get) to the point = พูดเข้าประเด็นหรือเรื่องสำคัญ, มาถึงข้อเท็จจริงสำคัญของเรื่อง, มาถึงคำถามหรือข้อเท็จจริงสำคัญ

          -      He has been talking a long time.  I wish he would come to the point.(เขาคุยจ้ออยู่นานแล้ว ผมหวังว่าเขาจะเข้าประเด็นเสียที)

          -      We are talking about money, Bob!  Come on, get to the point.(เรากำลังพูดเรื่องเงินกันอยู่นะบ๊อบเอาน่ะ (คุณควร) พูดเข้าประเด็นเสียที– คือพูดเกี่ยวกับเรื่องเงิน)

          -      Henry was giving a lot of history and explanation, but his father asked him to come (get) to the point. (เฮนรี่กำลังให้ – เล่า – เรื่องในอดีตและคำอธิบายมากมาย – ที่นำไปสู่ปัญหาของตัวเขา – แต่พ่อของเขาขอให้เขาพูดแต่ประเด็นสำคัญ– คือไม่ต้องสาธยายมาก)

          -      A good newspaper story must come right to the pointand save the details for later. (เรื่องในหนังสือพิมพ์ที่ดีจะต้องเริ่มต้นด้วยเรื่องที่สำคัญที่สุดก่อน และเล่ารายละเอียดที่เหลือทีหลัง)

· come to think of it = ผมเพิ่งจำได้ว่า.............., ตอนนี้ผมนึกออกแล้ว, จริงๆนะ......., เมื่อผมคิดอีกทีนะ.........

          -   Come to think of it, I know someone who can help. (จริงๆนะ ผมรู้จักคนที่จะช่วยพวกเราได้)

          -   I have a screwdriver in the trunk of my car, come to think of it.(ผมมีไขควงอยู่ในกระโปรงท้ายรถ ผมเพิ่งนึกออก)

          - Come to think of it, I should write my daughter today. (ผมเพิ่งจำได้ว่า ผมควรเขียนจดหมายถึงลูกสาววันนี้)

          - Come to think of it, he has already been given what he needs. (จริงๆนะ เขาได้ในสิ่งที่เขาต้องการแล้ว)

· common touch = ความสามารถที่จะเป็นมิตร (เข้ากันได้) กับชาวบ้านหรือคนทั่วไป, กิริยาท่าทางเป็นมิตรกับทุกคน

          - Voters like a candidate who has the common touch. (ผู้ลงคะแนนชอบผู้สมัครที่เป็นมิตรกับประชาชนทั่วไป)

· come true = เกิดขึ้นจริง, เปลี่ยนจากความฝันหรือแผนเป็นความจริง

          - When I got married, all my dreams came true.(เมื่อผมได้แต่งงาน ความฝันทั้งหมดของผมก็กลายเป็นความจริงขึ้นมา)

          - Coming to the big city was like having my wish come true.(การได้มา – เที่ยวหรืออาศัย – ในเมืองใหญ่เหมือนกับความปรารถนาของผมกลายเป็นความจริง)

          - It was a dream come true when he met the President.(ความฝันของเขากลายเป็นจริงเมื่อเขาได้พบท่านประธานาธิบดี)

          - His hope of living to 100 did not come true.(ความหวังของเขาที่จะมีอายุถึงร้อยปีไม่กลายเป็นจริง –คือเขาตายก่อนอายุครบร้อยปี)

          - It took years of planning and saving, but their seagoing vacation came true at last.(พวกเขาวางแผนและเก็บหอมรอมริบกันหลายปี ในที่สุดความฝันที่จะได้ไปเที่ยวทะเลก็กลายเป็นจริงขึ้นมา – คือได้ไปเที่ยวทะเลจริงๆ)

· can’t (or cannot) see beyond the end of one’s nose (แปลตรงๆคือ ไม่สามารถมองเห็นไกลเกินไปกว่าปลายจมูกของตนเอง) = ไม่ตระหนักหรือรู้ถึงสิ่งต่างๆที่จะเกิดขึ้นในอนาคต, ไม่มีสายตายาวไกล, คิดแต่เรื่องของตนเอง

          -   John is a very poor planner.  He can’t see beyond the end of his nose.(จอห์นเป็นนักวางแผนที่ห่วยแตก เขาไม่มีสายตายาวไกลหรือมองไม่ทะลุอนาคต)

          -      Ann can’t see beyond the end of her nose.  She is very self-centered.(แอนไม่สามารถมองเห็นไกลถึงอนาคต เธอคิดเป็นหรือห่วงแต่เรื่องของตัวเอง)

· can’t (or cannot) see one’s hand in front of one’s face (แปลตรงๆคือ ไม่สามารถมองเห็นมือตนเองที่อยู่ต่อหน้าต่อตาของตน) = ไม่สามารถมองไปได้ไกล มักจะเป็นเพราะว่าความมืดหรือมีหมอกลง

          -      It was so dark that I couldn’t see my hand in front of my face.(มันมืดมากจนกระทั่งผมมองไม่เห็นมือที่อยู่ข้างหน้าตัวเอง)

          -      Bob said that the fog was so thick that he couldn’t see his hand in front of his face.(บ๊อบกล่าวว่าหมอกลงหนามากจนกระทั่งเขามองไม่เห็นมือตนเอง)

· in brief = โดยสรุป, โดยย่อ (ใช้พูดเพื่อไม่ต้องอธิบายในรายละเอียด)

          -      There are strikes in the factories, outbreaks of violence in the streets……In brief, the country is in a serious situation.(มีการนัดหยุดงานในโรงงาน มีการเกิดขึ้นของความรุนแรงตามท้องถนน โดยสรุปก็คือ ประเทศอยู่ในสถานการวิกฤตร้ายแรง)

· bring about = เป็นเหตุให้เกิด (ทีละน้อย), สร้าง, นำไปสู่

          -      His kindness brought about a change in her attitude towards him. (ความกรุณาของเขาทำให้ทัศนคติของเธอที่มีต่อเขาเปลี่ยนไป)

          -      The war had brought about great changes in living.(สงครามก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างมากมายในวิถีชีวิตของผู้คน – คือรูปแบบที่ผู้คนปฏิบัติต่อกัน)

          -      Drink brought about his downfall.(การดื่มนำไปสู่ความหายนะของเขา – ทำให้เขาล้มเหลวในชีวิต)

· take one’s breath (เบรธ) away (เอาลมหายใจของผู้ใดผู้หนึ่งไป) = ทำให้ประหลาดใจมากจนพูดไม่ออก

          -      When his girlfriend suddenly told him that she was going away for a year, it took his breath away.(เมื่อแฟนของเขาบอกว่าเธอจะไป – อยู่ที่อื่น – เป็นเวลาหนึ่งปี มันทำให้เขางงเต้กจนพูดไม่ออก)

· bring in = 1. สร้าง, ให้ผล (ตอบแทน)

          -      His shares bring (him) an income of $ 10,000 a year.(หุ้นของเขาให้ผลกำไรปีละหมื่นเหรียญ)

                  2. นำเข้ามาใช้ (แฟชั่นใหม่ๆ)

          -  This is the biggest change in women’s clothes since they brought in the mini-skirt.(นี่เป็นความเปลี่ยนแปลงที่ใหญ่โตที่สุดในเรื่องเสื้อผ้าสตรี ตั้งแต่ที่พวกเขานำ (แฟชั่น) กระโปรงสั้นเข้ามา)

· broke = ถังแตก, ไม่มีเงิน

          -         I can’t lend you anything.  I’m broke myself.(ผมไม่มีตังค์ให้คุณยืมหรอก ตัวผมเองก็ถังแตก)

·  to the best of = ดีเท่าที่จะสามารถทำได้, เท่าที่ทราบ

          -    I shall serve you to the best of my ability.(ผมจะขอรับใช้คุณให้สุดความสามารถเลยครับ)

          -    To the best of my knowledge, he has not worked here for over 10 years.(เท่าที่ผมรู้นะ เขาไม่ได้ทำงานที่นี่มากว่าสิบปีแล้ว)

· few and far between = มีไม่มาก, หายาก, มีน้อยและอยู่กระจัดกระจาย, มิได้พบหรือเจอบ่อย

          -         Petrol stations are few and far between on these country roads.(ปั๊มน้ำมันหายากตามถนนในชนบท)

          -         Good people like Jim are few and far between.(คนดีดีอย่างจิมหาได้ยาก)

          -         Places where you can get water are few and far between in the desert.(ที่ๆคุณจะหาน้ำได้มีอยู่น้อยและกระจัดกระจายในทะเลทราย)

          -         Really exciting games are few and far between.(เกมส์ที่น่าตื่นเต้นจริงๆหาไม่ค่อยเจอหรอก)

· let things slide (ปล่อยให้สิ่งต่างๆลื่นไถล) =ไม่เอาใจใส่, ปล่อยให้เสื่อม, ไม่ทำอะไรกับสิ่งเหล่านั้น

          -      The farm is not what it was in old Jack’s time.  His sons have let thingsslide.(ฟาร์มไม่เป็นเหมือนในสมัยแจ๊คผู้ชรา ลูกๆของเขาไม่เอาใจใส่มันเลย)

· not in my line = ไม่ใช่สิ่งที่ตนเองคุ้นเคย

          -   Stamp collecting is not in my line.  I prefer outdoor amusements.(การสะสมแสตมป็มิใช่สิ่งที่ผมคุ้นเคยหรอก ผมชอบความสนุกสนานกลางแจ้งมากกว่า)

· last but not least (ท้ายสุดแต่ไม่น้อยที่สุด) = มาถึงหรือถูกกล่าวถึงเป็นคนสุดท้าย แต่ไม่ใช่สำคัญน้อยที่สุด

          -  Last but not least I must thank my parents, who have helped us so much.(ขอกล่าวถึง – พ่อแม่ – เป็นคนสุดท้าย แต่มิใช่ว่าจะสำคัญน้อยที่สุด ผมต้องขอบคุณพ่อแม่ของผม ผู้ซึ่งได้ให้ความช่วยเหลือผมมากมายเหลือเกิน)

          -      Billy will bring sandwiches, Alice will bring cake, Susan will bring cookies, John will bring potato chips, and last but not least, Sally will bring the lemonade. (บิลลี่จะเอาแซนวิชมา อลิซจะเอาเค็กมา ซูซานจะเอาขนมคุกกี้มา จอห์นจะเอามันฝรั่งทอดมา และท้ายสุดแต่มิใช่ว่าสำคัญน้อยสุด แซลลี่จะเอาน้ำมะนาวมา – แซลลี่ถูกกล่าวถึงเป็นคนสุดท้าย แต่น้ำมะนาวของเธอก็มีความสำคัญต่อการปิคนิคเท่ากับสิ่งของอื่นๆ)

· from hand to mouth (จากมือถึงปาก) = ชักหน้าไม่ถึงหลัง, หาเช้ากินค่ำ, หามาได้เท่าไรก็ใช้ไปจนหมด ทำให้ไม่อาจเก็บออมไว้ได้ (หมายถึงหามาได้เท่าไรก็เอาเข้าปากกินทันที ไม่มีพอที่จะเก็บออมไว้)

          - I’m tired of living from hand to mouth.  I want a job where I can save  money.(ผมเบื่อที่จะมีชีวิตแบบหาเช้ากินค่ำ ผมอยากได้งานที่สามารถเก็บหอมรอมริบได้)

· out of hand = บานปลาย, ควบคุมไม่อยู่

          -  You must be firm with the boys or they will get out of hand(คุณต้องเด็ดขาดกับเด็กพวกนั้นนะ มิฉะนั้นพวกเขาจะคุมไม่อยู่)

          -   Peter’s birthday party got out of hand and the children were naughty.(งานเลี้ยงวันเกิดปีเตอร์คุมไม่อยู่ – เละตุ้มเป๊ะ – เพราะเด็กๆซุกซนกันมากแบบจับปูใส่กระด้ง)

          -  Small puppies often get out of hand.(ลูกหมาเล็กๆมักจะคุมไม่ค่อยอยู่ – เพราะซนมาก)

· lose one’s shirt (เสียเสื้อไป, ทำเสื้อหาย) = เสียเงินไปทั้งหมดหรือเกือบทั้งหมด

          - Uncle Joe spent his life savings (เงินออม) to buy a store, but it failed, and he lost his shirt.(ลุงโจใช้จ่ายเงินที่ออมมาทั้งชีวิตซื้อร้าน (ขายของ) แต่ทว่า (ร้าน) ล้มเหลว และเขาต้องสูญเสียเงินไปทั้งหมด)

          - Tom lost his shirt betting on the horses. (ทอมพนันเงินก้อนโตที่สนามแข่งม้า และเสียพนันไปทั้งหมด)

· chalk and cheese (ชอล์กและเนยเหลว) = แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

          -  Mary and Tom are not compatible, they are like chalk and cheese.  She is a serious, conscientious type while he is erratic and care-free.(แมรี่และทอมไปด้วยกันไม่ได้เลย เขาทั้งสองแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง แมรี่เป็นคนประเภทเอาจริงเอาจัง(serious) และมีสติรอบคอบ(conscientious) ในขณะที่ทอมเป็นคนเอาแน่ไม่ได้ (ไม่มีหลักมีเกณฑ์)(erratic) และไม่กังวลห่วงใยอะไร care-free)

          -   Our relationship works because we are aware of our differences, we accept that we are chalk and cheese.(ความสัมพันธ์ของเราไปได้ดีเพราะว่าเราตระหนักถึงความแตกต่างของกันและกัน เรายอมรับว่าเราแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง)

· get through = ผ่านพ้นไปได้ (ปัญหา, ความยุ่งยาก, ความเจ็บไข้), ทำสำเร็จ (งาน, หน้าที่), ผ่าน (การสอบ)

          - Does the doctor think that the man will get through?(คุณหมอคิดว่านายคนนั้นจะหายป่วยหรือเปล่าครับ)

          -  These laborers are getting through their work slowly.(กรรมกรเหล่านี้กำลังทำงานผ่านไปได้ – สำเร็จ – อย่างช้าๆ)

          -  John has got through the examination.  He has passed it.(จอห์นสอบเสร็จไปแล้ว และเขาสอบผ่านด้วย)

· make peace = ปรองดอง, นำมาซึ่งสันติภาพ

          -  There had been feuds for ages between the two countries; they finally decided to make peace.(มีเรื่องพิพาทบาดหมางกันมานมนานแล้วระหว่างสองประเทศนี้ แต่ในที่สุดทั้งสองก็ตัดสินใจปรองดองกัน)

          -  The United States tried to make peace between itself and Cuba.(สหรัฐฯพยายามนำมาซึ่งความปรองดองระหว่างตนเองและคิวบา)

· give the show away = ปล่อยให้ความลับถูกเปิดเผย

          -  A : Is that what you’ve bought Mother for her birthday?

                 (นั่นคือสิ่งที่คุณซื้อให้แม่สำหรับวันเกิดใช่ไหม)

          -   B : Yes, but don’t give the show away.

                  (ใช่แล้วแต่อย่าบอกความลับนี้ให้ใครรู้นะ – ว่าผมซื้อของสิ่งนี้มาให้แม่)

· on the right side of = (อายุ, ตัวเลข) ต่ำกว่านิดหน่อย

         -       He is on the right side of 50. (เขาอายุต่ำกว่าห้าสิบเล็กน้อย)

· on the wrong side of = (อายุ, ตัวเลข) เกินกว่าเล็กน้อย

         -       She is on the wrong side of 30. (เธออายุเกินกว่าสามสิบนิดหน่อย)

· come to terms = บรรลุข้อตกลง

         -      Management and the labor union came to termsabout a new wage agreement and a strike was avoided.(ฝ่ายบริหารและสหภาพแรงงานบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับสัญญา (ข้อตกลง) ค่าจ้างฉบับใหม่ และการนัดหยุดงานก็เลยถูกเลี่ยง (ระงับ) ไป)

· come to one’s senses = ตั้งสติ, ประพฤติตนอย่างมีเหตุผล–ฉลาด, ทำตัวตามปกติหรืออย่างที่ควรทำ, คิดอย่างกระจ่าง

          -      Don’t act so foolishly.  Come to your senses.(อย่าทำอะไรโง่ๆน่ะ ทำตัวแบบมีเหตุผลหน่อย)

          -      A boy threw a snowball at me and before I could come to mysenses he ran away.(เจ้าเด็กนั่นขว้างก้อนหิมะใส่ผม และก่อนที่ผมจะตั้งสติได้ มันก็เผ่นแน่บไปแล้ว)

· a heavy heart = ความรู้สึกเศร้าโศก ไม่มีความสุข

          -      They had very heavy hearts as they went to the funeral. (พวกเขาเศร้าโศก ไม่มีความสุขขณะที่ไปงานศพ)

· come hell or high water = ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น

          -       Grandfather said he would go to the fair, come hell or high water. (คุณปู่บอกว่าแกจะไปตลาดนัด – ตลาดแสดงและขายสินค้า – ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม – คืออยากไปมากๆ ต้องไปให้ได้) (แปลตรงๆคือ ไม่ว่านรกหรือน้ำขึ้นสูงจะโผล่มา)

· a labor of love = สิ่งที่ทำไปเพื่อความสำราญ – เพลิดเพลิน – มิใช่เพื่อเงินหรือกำไร (แปลตรงๆคือ แรงงานแห่งความรัก)

         -   Building the model railroad was a labor of love for that retired engineer. (การสร้างรางรถไฟจำลองเป็นความเพลิดเพลินของวิศกรเกษียณอายุแล้วคนนั้น – เขาสนุกกับการทำมัน มิใช่เพื่อเงิน)

· laugh off = ทำให้เป็นเรื่องไม่สำคัญหรือจริงจังโดยการหัวเราะออกมา (อาจเป็นการแกล้งหัวเราะเพื่อกลบเกลื่อนความอับอายหรือทำให้เรื่องร้ายแรงดูเป็นเรื่องไม่สำคัญ)

          -   You should not laugh off a ticket for speeding.  (คุณไม่ควรหัวเราะใส่ใบสั่งข้อหาขับรถเร็วนะ -  คือควรคิดว่าเป็นเรื่องร้ายแรง ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ)

          -   He had a bad fall while ice skating but he laughed it off. (เขาล้มกลิ้งไม่เป็นท่าระหว่างเล่นสเก๊ตน้ำแข็ง แต่ก็หัวเราะออกมาเพื่อให้ (คนอื่น) เห็นว่ามิใช่เรื่องร้ายแรงอะไร – คือไม่ยอมให้การหกล้มมารบกวนใจ)

· lead someone by the nose = จูงจมูก, ควบคุมเต็มที่, ทำให้หรือชวนให้ผู้อื่นทำอะไรตามที่ตนต้องการ

          -      Don’t let anyone lead you by the nose; use your own judg(e)mentand do the right thing.(อย่าให้ใครก็ตามมาจูงจมูกคุณ จงใช้วิจารณญานของคุณเองและทำในสิ่งที่ถูกต้อง)

· leave hanging (or leave hanging in the air) = ปล่อยทิ้งไว้โดยยังไม่ตัดสินใจหรือแก้ปัญหาให้เสร็จสิ้น (แปลตรงๆคือ ปล่อยให้แขวนหรือห้อยไว้ – ในอากาศ)

           -  Because the committee could not decide on a time and place, the matter of the spring dance was left hanging.(เนื่องจากว่าคณะกรรมการไม่สามารถตัดสินใจเกี่ยวกับเรื่องเวลาและสถานที่ เรื่องของงานเต้นรำในฤดูใบไม้ผลิจึงถูกปล่อยทิ้งไว้ก่อน)

           -   Ted’s mother did not know what to do about the broken window, so punishment was left hanging in the air until his father came home. (แม่ของเท็ดทำอะไรไม่ถูกเกี่ยวกับหน้าต่างกระจกที่แตก – จากฝีมือของเท็ด – ดังนั้นการลงโทษเท็ดจึงถูกพักเอาไว้ก่อนจนกว่าพ่อจะกลับมา) (แม่จะปรึกษาพ่อว่าควรลงโทษเท็ดอย่างไรดี)

· leave holding the bag (หรือ sack) = ปล่อยให้รับผิดชอบหรือรับคำตำหนิแต่ผู้เดียว ทั้งๆที่คนอื่นควรมีส่วนด้วย (แปลตรงๆคือ ปล่อยให้ถือถุงหรือกระสอบ)

           -       When the ball hit the glass, the team scattered and left Tom holding the bag.(เมื่อลูกบอลไปโดนกระจกแตก สมาชิกของทีมก็กระจายแยกย้ายกันไป ปล่อยให้ทอมโดนด่าอยู่คนเดียว)

· leave (หรือ abandon ) someone in the lurch = ทอดทิ้งในยามยาก, ปฏิเสธที่จะช่วยหรือสนับสนุน, ปล่อยทิ้งให้อยู่ในสภาพที่ลำบากใจ (แปลตรงๆคือ ทอดทิ้งใครสักคนในขณะที่กำลังเซถลา) (lurch – เลิร์ช - = การเซถลา, การซวนเซ, การเอียงวูบ)

          -       The big bully caught Eddie, andJim left him in the lurch.(เจ้าขี้รังแกตัวใหญ่จับตัวเอ๊ดดี้ไว้ และจิมก็ทิ้งเอ๊ดดี้ไปในยามยาก) (จิมและเอ๊ดดี้ไปด้วยกัน เมื่อเอ๊ดดี้ถูกจับตัวไป จิมหนีเอาตัวรอดไปคนเดียว)

· not have a leg to stand on = ไม่มีข้อโต้เถียงที่มีเหตุผล, เหตุผลหรือพยานหลักฐานอ่อน (แปลตรงๆคือ ไม่มีขาจะยืน)

           -       He sued for damage, but did not have a leg to stand on. (เขาฟ้องร้องเพื่อเรียกค่าเสียหาย แต่พยานหลักฐานอ่อน เลยแพ้คดีในศาล ไม่ได้ค่าเสียหาย)

· let bygones be bygones = ปล่อยให้เรื่องที่ผ่านไปแล้วก็แล้วกันไป คือลืมเรื่องในอดีต

           -  After a long, angry quarrel the two boys agree to let bygones be bygones and made friends again. (หลังจากการทะเลาะเบาะแว้งอย่างโกรธเคืองและยาวนาน เด็กสองคนก็ตกลงกันที่จะลืมเรื่องในอดีต และกลับมาเป็นเพื่อนกันอีก)

· let grass grow under one’s feet (ปล่อยให้หญ้างอกใต้ฝ่าเท้า) = เกียจคร้าน, ใช้เวลาให้เสียไปโดยเปล่าประโยชน์ (มักใช้ในประโยคปฏิเสธ เงื่อนไข หรือคำถาม)

          -       The new boy joined the football team, worked part-time in the school cafeteriaand found a girlfriend during the first month of school.  He certainlydid not let grass grow under his feet.

(เด็ก – นักเรียน – ใหม่คนนั้นเข้าร่วมทีมฟุตบอล ทำงานพาร์ตไทม์ในห้องอาหารของโรงเรียน และได้แฟนคนหนึ่งในเดือนแรกของการไปโรงเรียน แน่นอนเขาไม่ปล่อยให้เวลาเสียไปโดยเปล่าประโยชน์) (เขาขยันและใช้เวลาทุกนาทีให้เป็นประโยชน์)

· carrot and stick (แคร็อตและไม้) = การสัญญาว่าจะให้รางวัลและขู่ว่าจะลงโทษ ทั้งสองอย่างในเวลาเดียวกัน

          -       John’s father used the carrot and stick when he talked about his low grades. (พ่อของจอห์นสัญญาว่าจะให้รางวัลถ้าเขาเรียนได้เกรดเพิ่มขึ้น และจะลงโทษเขาถ้ายังคะแนนต่ำเหมือนเดิม)

· go through changes (ผ่านทะลุความเปลี่ยนแปลง) =  มีปัญหา, พบความยุ่งยาก, ติดบ่วงหรือจมปลักในสถานการณ์ที่ไม่เอื้ออำนวย

          -       A : What’s the matter with Joe? (โจเป็นอะไรไปหรือ)

                  B : He’s going through changes.(เขาอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่สู้จะดี และมีความยุ่งยากในการจะคลี่คลายปัญหานั้น)(โจกำลังมีปัญหา พบความยุ่งยาก)

· (a) case in point (กรณีในประเด็น) =  ตัวอย่างซึ่งพิสูจน์อะไรบางอย่าง หรือช่วยให้อะไรบางอย่าง (เช่นเรื่องที่กำลังกล่าวถึง) ชัดเจนยิ่งขึ้น

          -       An Americancan rise from the humblest beginnings to become President.  Abraham Lincoln is a case in point. (คนอเมริกันสามารถก้าวขึ้นมาจากการเริ่มต้นที่ต่ำต้อยที่สุด จนเป็นประธานาธิบดีได้ อับราฮัม ลินคอล์น เป็นตัวอย่างของประเด็นที่พูดถึง) (ชีวิตของเขาแสดงให้เห็นว่าคนที่เริ่มต้นจากจุดต่ำสุดสามารถเป็นประธานาธิบดีได้)

หมวดสำนวน(Idiom) ในภาษาอังกฤษ (ตอนที่19)

·        Make someone feel (หรือ look) small = ตั้งใจพูดหรือทำอะไรเพื่อให้ผู้อื่นดูมีทีท่าหรือรู้สึกว่าโง่ โดยเฉพาะต่อหน้าผู้อื่น, ทำให้ผู้อื่นเสียหน้าโดยถูกมองว่าเป็นคนโง่ (แปลตรงๆคือ ทำให้ผู้อื่นรู้สึกหรือดูว่าตัวเล็ก)

       He made me feel small, like an idiot. (เขาทำให้ผมดูเหมือนเป็นไอ้งั่ง คล้ายคนปัญญาอ่อน)

When your children misbehave, tell them without making them feel small.(เมื่อลูกๆของคุณประพฤติตนไม่ดี จงบอกพวกเขาโดยที่ไม่ทำให้เขารู้สึกเสียหน้าหรือว่าตนเองเป็นคนโง่)

I could see he was going to do whatever he could to make me look small.(ผมเห็นเลยว่าเขากำลังทำอะไรก็ตามที่พอจะทำได้เพื่อทำให้ผมดูเหมือนเป็นไอ้งั่ง)

·        A snow job = คำพูดไม่จริงใจ (โกหก) หรือโอ้อวดเพื่อสร้างความนิยมให้กับตนเองหรือเป็นการประจบประแจงหรือหลอกลวงผู้อื่น, การใช้คำศัพท์หรือสำนวนสวยหรูเพื่อให้คนอื่นมองตนเองว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านใดด้านหนึ่งทั้งๆที่ไม่มีความรู้จริงในด้านนั้น (แปลตรงๆคืองานหิมะหมายถึงการนำหิมะมาปั้นเป็นรูปทรงต่างๆ ซึ่งประเดี๋ยวเดียวก็ละลายหายไปหมด ไม่มีสาระแก่นสารอะไร เป็นเหมือนสิ่งหลอกลวงไม่น่าเชื่อถือ)

Jim gave Mary a snow job and she believed every word of it.(จิมประจบประแจงแมรี่ด้วยถ้อยคำที่เกินจริง แต่เธอก็เชื่อทุกคำที่เขาพูด)

They have the experience to know the difference between getting information and getting a snow job.  James can lie to them once, and that is all.  They won’t believe him again after that.(พวกเขามีประสบการที่จะรู้ความแตกต่างระหว่างการได้ข้อมูลจริงกับของเก๊ เจมส์อาจจะโกหกพวกเขาได้ครั้งหนึ่ง และก็ได้แค่นั้นแหละ เพราะพวกเขาจะไม่เชื่อเจมส์อีกแล้วหลังจากนั้น)

The talk by Peter on biology sounded very impressive, but I will not hire him because it was essentially a snow job.(การพูดคุยของปีเตอร์ในเรื่องชีววิทยาดูเหมือนว่าน่าประทับใจมาก แต่ว่าผมจะไม่จ้างเขาหรอก เพราะว่ามันเป็นเพียงการใช้คำศัพท์สวยหรูเพื่ออำพรางความไม่รู้จริงของเขา)

·        A snake in the grass = คนที่แสร้งทำเป็นมิตรแต่จริงๆแล้วเป็นศัตรูและทรยศหักหลังคนอื่น (แปลตรงๆคืองูในพงหญ้า)

Jill would tell Alice everything about that snake in the grass, the manager’s wife.(จิลจะคุยให้อลิซฟังทุกสิ่งทุกอย่างเกี่ยวกับยายหน้าเนื้อใจเสือคนนั้น – เมียของผู้จัดการนั่นเอง)

·     Not the only pebble on the beach = ไม่ได้เป็นเพียงคนสำคัญหรือจะได้รับการพิจารณาเพียงคนเดียวในเรื่องใดเรื่องหนึ่งแต่ยังมีคนอื่นๆอีกที่จะได้รับการพิจารณาด้วยเช่นกันคือมีcandidate อื่นๆด้วย(แปลตรงๆคือไม่ได้เป็นกรวดหรือหินเพียงก้อนเดียวบนชายหาด)

You should encourage him to understand that he is very definitely not the only pebble on the beach.(คุณควรจะกระตุ้นให้เขาเข้าใจว่าเขาไม่ใช่ผู้สมัคร – ผู้จะได้รับการพิจารณาหรือเป็น candidate – เพียงคนเดียว)

·     Back (หรือbet หรือpick) the wrong horse = สนับสนุนผิดคนหรือผิดตัว (แปลตรงๆคือ หนุนหรือแทงม้าผิดตัว)

We think they are backing the wrong horse if they support the Obama administration.(เราคิดว่าพวกเขากำลังสนับสนุนผิดคนถ้าเขาสนับสนุนรัฐบาลของโอบาม่า)

Many companies have lost millions of dollarsplacing bets on the wrong horses.(หลายบริษัทขาดทุนไปหลายล้านเหรียญเพราะซื้อหุ้นผิดตัว – หรือผลิตสินค้าที่คนไม่นิยม หรือลงทุนผิดประเภท)

·    Babe (เบ๊บ) in the woods = คนที่ขาดประสบการหรือไร้เดียงสาในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง(แปลตรงๆ คือ ทารกหรือเด็กไร้เดียงสาในป่า)

He is a good driver, but as a mechanic, he is just a babe in the woods.(เขาเป็นนักขับรถที่ดี แต่ว่าในฐานะช่างเครื่องยนต์ เขาแทบไม่มีความรู้ทางด้านนี้เลย คือซ่อมไม่เป็นถ้าเครื่องยนต์เสีย)

·     Back and forth (หรือto and fro) = กลับไปกลับมา (ระหว่างสองที่)

The chair is rocking back and forth.(เก้าอี้โยกไปโยกมา – โยกมาข้างหน้าแล้วก็กลับไปข้างหลัง)

The tiger is pacing back and forth in his cage.(เสือเดินไปเดินมาอยู่ในกรง)

He always travels to and fro (back and forth) from Bangkok to Chiang Mai. (เขามักเดินทางไปๆมาๆระหว่างกรุงเทพและเชียงใหม่)

·     Bad blood = ความโกรธเคืองหรือความไม่ไว้วางใจ ความแคลงใจเนื่องมาจากความสัมพันธ์ที่ไม่ดีในอดีตระหว่างบุคคลหรือกลุ่มคน (แปลตรงๆคือเลือดเสีย)

There is a lot of bad blood between Jack and Jim; I bet they will never talk to each other again.(มีความโกรธเคืองกันอย่างมากเนื่องจากเรื่องในอดีตระหว่างแจ๊คและจิม ผมพนันได้เลยว่าสองคนนี้จะไม่ยอมคุยกันอีก)

·      Bad egg = คนไม่เอาถ่านไม่เอาไหน, คนทำผิดเป็นประจำ

The judge sent the bad egg to prison at last.(ในที่สุด ผู้พิพากษาก็ส่งเจ้าคนที่ชอบทำผิดกฎหมายเป็นประจำเข้าตะรางไป)

·      Bad news = คน เหตุการณ์ หรือสิ่งที่เป็นเรื่องประหลาดใจที่น่าเบื่อน่ารำคาญ หรือมีอารมณ์ร้าย (แปลตรงๆคือข่าวร้าย)

A: What is the new professor like? (อาจารย์คนใหม่เป็นอย่างไรบ้างล่ะ)

B: He is all bad news to me.(แกเป็นข่าวร้ายสำหรับผมเลยละ – คือผมไม่ชอบอาจารย์คนนี้  เพราะแกเป็นคนน่าเบื่อน่ารำคาญหรืออารมณ์ร้าย)

·     Bad paper = เช็คเด้งไม่มีเงิน, แบ๊งค์ปลอม

A: Why are you so mad? (ทำไมคุณถึงโกรธเป็นฟืนเป็นไฟนักล่ะ)

B: I was paid with some bad paper. (ก็ผมได้รับเช็คเด้ง– หรือแบ๊งค์ปลอม – นี่ครับ)

·     Next to no time = เกือบจะทันทีทันใด

You won’t have to wait long.  I’ll back in next to no time. (คุณไม่ต้องรอนานหรอก ผมจะกลับมาในอีกอึดใจเดียวเท่านั้น)

·     Next to nothing = เกือบจะไม่มีอะไรเลย

She was wearing next to nothing. (เธอแทบจะไม่ได้สวมใส่เสื้อผ้าอะไรเลย – มีกางเกงในเพียงตัวเดียว)

·      In the nick of time = ในนาทีสุดท้ายเพื่อที่จะประสบความสำเร็จ หรือหลีกเลี่ยงความหายนะหรือความสูญเสีย

The hero arrived in the nick of time, just as the villain was about to kill the girl. (พระเอกมาถึงในนาทีสุดท้าย ในขณะที่ไอ้สารเลวกำลังจะฆ่าเด็กหญิง คือมาช่วยได้ทันเวลาพอดี)

·     Talk nineteen to the dozen = พูดอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง จนคนอื่นไม่มีโอกาสได้พูด, คุยจ้อไม่ยอมหยุด (แปลตรงๆคือ คุยสิบเก้าถึงหนึ่งโหล)

Whenever Hilary met her old friends at college, she talked nineteen to the dozen. (เมื่อใดก็ตามที่ฮิลารี่พบเพื่อนเก่าตอนเรียนมหา’ลัย เธอจะคุยจ้อไม่ยอมหยุด จนเพื่อนแทบไม่มีโอกาสได้พูด)

·     Leave a bad taste in one’s mouth = ทำให้เกิดความประทับใจในทางลบ, ทำให้เกลียดขยะแขยง (แปลตรงๆคือ ทิ้งรสชาติไม่ดีไว้ในปากคน)

Seeing a man beat his horse leaves a bad taste in her mouth.(การเห็นนายคนนั้นทุบตีม้าของเขาทำให้เธอรู้สึกเกลียดขยะแขยง)

His rudeness to the teacher left a bad taste in my mouth.(ความหยาบคายของเขาที่มีต่ออาจารย์ทำให้ผมเกิดความประทับใจในทางลบต่อตัวเขา)

·     Leave no stone unturned = พยายามหรือทำในทุกวิถีทางเท่าที่จะทำได้, พยายามสุดความสามารถ (แปลตรงๆคือ ไม่ปล่อยให้หินก้อนไหนไม่ถูกพลิก – เพื่อค้นหาสิ่งใดสิ่งหนึ่ง)

The police will leave no stone unturned in their search for the bank robbers.(ตำรวจจะพยายามทุกวิถีทางเพื่อค้นหา – ตามจับ- โจนปล้นธนาคาร)

·     Music to one’s ears = สิ่งที่คนเราอยากได้ยิน, เรื่องที่น่าปลาบปลื้มยินดี (แปลตรงๆคือ เสียงดนตรีสำหรับหูคน)

When the manager phoned to say I got the job, it was music to my ears. (เมื่อผู้จัดการโทรมาบอกว่าผมได้งาน มันเป็นเรื่องที่น่ายินดีสำหรับผม)

·     Nothing to write home about = ไม่น่าสนใจหรือน่าตื่นเต้นมากนัก (แปลตรงๆคือ ไม่มีอะไรที่จะเขียนบอกทางบ้าน)

A: Is she very pretty?(เธอสวยมากเลยใช่ไหม)

B: Nothing to write home about.(ไม่มาก – ไม่น่าตื่นเต้นมาก – นักหรอก)

·     Under one’s nose = อยู่ตรงหน้าพอดีหรืออยู่ตำตา ซึ่งสามารถมองเห็นได้ง่าย (แปลตรงๆคือ อยู่ใต้จมูก)

I spent ten minutes looking for the book and in the end found it under my nose.(ผมใช้เวลาสิบนาทีค้นหาหนังสือ และในที่สุดก็พบว่ามันวางอยู่ตรงหน้าผมนั่นเอง)

Why do they want to import coal into Newcastle, when they have so much under their verynoses?(ทำไมพวกเขาจึงต้องการนำเข้าถ่านหินมายังนิวคาสเซิล เมื่อพวกเขามีถ่านหินอยู่มากมายตรงหน้าพวกเขา – ในนิวคาสเซิลนั่นเอง)

·     Off the point หรือ beside the point = ไม่ตรงเรื่องตรงประเด็น, นอกเรื่อง

His remarks were off the point. (คำพูดของเขาออกนอกเรื่อง)

·     Come to the point = เข้าสู่ประเด็นสำคัญหรือข้อเท็จจริงในการโต้แย้งหรือถกปัญหา

He took so long to come to the point that people were too bored to understand it when it arrived. (เขาใช้เวลานานมากที่จะเข้าสู่ประเด็นสำคัญ จนกระทั่งคนฟังเบื่อหน่ายเกินไปที่จะเข้าใจมัน เมื่อประเด็นนั้นมาถึง)

·     The powers that be = ผู้ที่อยู่ในอำนาจ, ผู้ถือครองอำนาจอยู่ในมือ

The powers that be said that it must be done that way, and so it must. (ผู้มีอำนาจกล่าวว่ามันจะต้องทำในแบบนั้น และมันก็จะต้องทำแบบนั้น –คือแบบที่ผู้มีอำนาจว่า)

·     One’s opposite number = บุคคลผู้ถือครองตำแหน่งที่มีหน้าที่หรือความรับผิดชอบคล้ายๆกัน(กับอีกคนหนึ่ง)ในอีกองค์กรหรือประเทศหนึ่ง(แปลตรงๆคือ เบอร์ตรงกันข้ามของบุคคลหนึ่ง)

The Foreign Secretary has been having talks with his opposite number in France (French Foreign Minister). (ท่านรัฐมนตรีต่างประเทศกำลังเจรจากับผู้มีตำแหน่งเดียวกับเขาในประเทศฝรั่งเศส – คือ รัฐมนตรีต่างประเทศฝรั่งเศส)

·     Step up = เพิ่ม (ความระมัดระวัง, การผลิต)

We must step up production to meet the growing demand. (เราต้องเพิ่มการผลิตเพื่อสนองตอบความต้องการที่เพิ่มขึ้น)

·     Stay put = อยู่กับที่, อยู่ในสถานที่เดิม

I have been trying to get in touch with him all day, but he never seems to stay put. (ผมพยายามติดต่อกับเขาตลอดทั้งวัน แต่เขาดูเหมือนว่าไม่เคยอยู่กับที่หรือสถานที่เดิมเลย)

Stay put and don’t move until I tell you. (อยู่กับที่และอย่าเคลื่อนไหว จนกว่าผมจะบอกให้ move ได้)

·      Not in the same street as = ไม่ดีเท่ากันกับ, ยังอยู่ห่างไกลกันกับ (แปลตรงๆคือ ไม่ได้อยู่ในถนนสายเดียวกันกับ)

He is a good football player, but not in the same street as David Beckham. (เขาเป็นนักฟุตบอลที่ดี แต่ฝีมือยังห่างไกลกันกับเดวิด เบคแฮ่ม)

·      In store (for) = เตรียมพร้อม, สำรองไว้ (สำหรับ)

I think he has a surprise in store for you. (ผมคิดว่าเขามีสิ่งน่าประหลาดใจเตรียมพร้อมไว้ให้คุณดู)

Who knows what the future has in store for us? (ใครจะรู้ว่าอนาคตมีอะไรเตรียมไว้สำหรับพวกเรา – เป็นนัยว่าโชคชะตาของพวกเราถูกกำหนดไว้ล่วงหน้า)

·      In full swing = ดำเนินไปอย่างสนุกสนานสุดเหวี่ยง

We arrived when the party was in full swing. (พวกเรามาถึงเมื่องานเลี้ยงกำลังดำเนินไปอย่างสุดเหวี่ยง)

·      In sympathy with = เห็นด้วยกับ (ประเด็นใดประเด็นหนึ่งหรือในหลักการ), เห็นอกเห็นใจด้วยความรู้สึกฉันเพื่อน (แปลตรงๆคือด้วยความเห็นอกเห็นใจกับ)

I’m in sympathy with your proposals, but I don’t see how they would work in practice. (ผมเห็นด้วยกับข้อเสนอของคุณ แต่ผมมองไม่เห็นเลยว่ามันจะดำเนินไปได้ในทางปฏิบัติ)

The London dockers have decided to strike in sympathy with Liverpool dockers (who are already on strike). (กรรมกรท่าเรือในลอนดอนตัดสินใจนัดหยุดงานด้วยความเห็นอกเห็นใจกรรมกรท่าเรือในลิเว่อร์พูล– ซึ่งได้นัดหยุดงานอยู่ก่อนแล้ว)

·      Turn the tables on = (คู่ต่อสู้) พลิกสถานการณ์ทำให้ตนเป็นฝ่ายได้เปรียบ, ล้างแค้นความพ่ายแพ้, ทำให้บางสิ่งบางอย่างเกิดขึ้นในทางตรงกันข้ามกับด้านที่มันน่าจะเกิด(แปลตรงๆคือ พลิกโต๊ะใส่)

He beat me the last time we played but today I hope to turn the tables on him. (เขาชนะผมเมื่อเราแข่งขันกันหนที่แล้ว แต่วันนี้ผมหวังจะได้ล้างแค้นความพ่ายแพ้)

The boys turned the tables on John when they took his squirt gun away and squirted him. (เด็กๆเหล่านั้นพลิกสถานการณ์ใส่จอห์นเมื่อพวกเขาแย่งปืนฉีดน้ำมาจากจอห์น และเป็นฝ่ายฉีดน้ำใส่จอห์นเสียเองแทนที่จะเป็นฝ่ายถูกฉีด)

·      Turn the tide = เปลี่ยนสิ่งที่ดูเหมือนจะพ่ายแพ้ให้เป็นชัยชนะ (แปลตรงๆคือ พลิกกระแสน้ำ)

We were losing the game until Jack got there.  His coming turned the tide for us, and we won. (เรากำลังจะพ่ายแพ้ในการแข่งขันจนกระทั่งได้แจ๊คมาช่วย การมาของเขาช่วยให้เราเปลี่ยนความพ่ายแพ้เป็นชัยชนะ)

·      Touch down = (เครื่องบิน)แล่นลงจอดหรือแตะพื้น

The plane touched down 5 minutes ago. (เครื่องบินแล่นลงจอดเมื่อห้านาทีมานี้เอง)

·      The tip of the iceberg = ส่วนย่อยของปัญหาที่ใหญ่มากหรือสถานการณ์ที่รุนแรงมาก ถึงแม้ว่าส่วนที่เหลืออาจจะมองเห็นได้ไม่ชัดเจน หรือไม่มีใครรู้กันมากนัก(แปลตรงๆคือ ยอดหรือปลายสุดของภูเขาน้ำแข็งซึ่งโผล่พ้นน้ำเพียงหน่อยเดียว ส่วนที่เหลืออีกใหญ่โตมโหฬารซ่อนอยู่ใต้น้ำ)

It is thought that the outbreak of violence against the Government in this city is only the tip ofthe iceberg.  A revolution throughout the country is feared.(ผู้คนคิดว่าการปะทุขึ้นของความรุนแรงเพื่อต่อต้านรัฐบาลในเมืองนี้เป็นเพียงส่วนย่อยของสถานการณ์ใหญ่ เป็นที่หวั่นเกรงกันว่าอาจจะมีการปฏิวัติ – การก่อความรุนแรง – ขึ้นทั่วประเทศ)

We get about 2,000 complaints every year and we are just the tip of the iceberg.  Most people just suffer in silence. (เราได้รับการร้องเรียนสองพันรายทุกปี และนี่เป็นเพียงส่วนน้อยของปัญหาใหญ่– เมื่อเทียบกับจำนวนของผู้เดือดร้อนแต่มิได้ร้องเรียน -ขณะที่ผู้คนส่วนใหญ่ได้รับความเดือดร้อนอยู่ในความเงียบ – คือมิได้ร้องเรียน)

Many people believed that “Mor Yong” case investigation only touched the tip of an iceberg of corruption. (หลายคนเชื่อว่าการสอบสวนคดีหมอหยองสัมผัสแค่เพียงส่วนย่อยของปัญหาใหญ่ของการคอร์รัปชั่น – คือยังมีการคอร์รัปชั่นมากกว่านี้อีกมากมาย)

·      Touch and go (touch-and-go) = ไม่แน่นอนว่าจะเป็นเช่นนั้นหรือไม่(แปลตรงๆคือ แตะแล้วก็ไป)

It was touch and gowhich team would win until the last minute of the game. (มันเป็นเรื่องไม่แน่นอนว่าทีมไหนจะชนะ จนกระทั่งนาทีสุดท้ายของการแข่งขัน)

It is touch-and-go whether he will live or die. (เป็นความไม่แน่นอนว่าเขาจะรอดหรือตาย)

I thought I was going to win the race, but it was still touch and go. (ผมคิดว่าผมจะชนะกานแข่งขัน แต่ว่ามันเป็นสิ่งไม่แน่นอน)

·      Leave (something) over = ปล่อย (เรื่อง, ปัญหา) ค้างไว้จนกระทั่งเวลาต่อมา

There is no time to discuss the remaining items, so we’ll leave them over until the next meeting. (ไม่มีเวลาที่จะพูดคุยประเด็น – ปัญหา – ที่เหลือ ดังนั้น เราจะปล่อยมันไว้จนกระทั่งการประชุมคราวหน้า – คือจะเก็บไว้พูดในการประชุมครั้งต่อไป)

·      Pull someone’s leg = ล้อเล่นโดยทำให้อีกฝ่ายเชื่อในเรื่องที่ไม่เป็นความจริง(แปลตรงๆคือ ดึงขาคนอื่น)

Hey, John, your house is on fire.  It’s all right, I was only pulling your leg. (เฮ่ จอห์น บ้านคุณกำลังไฟไหม้น่ะ………………… ตกลงๆ ผมล้อคุณเล่นน่ะ– คือจริงๆแล้วไฟมิได้ไหม้ แต่พูดหลอกเล่น)

·      Pull one’s punches = ไม่ได้ชกหรือวิจารณ์มากเท่าที่จะทำได้, ออมมือให้โดยไม่ชกหรือวิจารณ์อย่างเต็มที่ (แปลตรงๆคือ ดึงหมัดเอาไว้)

When he asked me what I thought of his book, I pulled my punches because I like him. (เมื่อเขาถามผมว่าผมคิดอย่างไรกับหนังสือที่เขาเขียน ผมมิได้วิจารณ์อย่างเต็มที่เพราะว่าผมชอบเขา)

·      I’m easy = ผม/ฉันไม่รังเกียจ (ว่าจะเป็นจำนวนเท่าใดหรือทางเลือกแบบไหน), ผม/ฉันแบบไหนก็ได้

You take whichever you prefer and leave the other one for me.  I’m easy. (คุณเลือกอันที่คุณชอบไป แล้วทิ้งอีกอัน – ที่เหลือ – ไว้ให้ผม ผมอันไหนก็ได้ทั้งนั้น)

·      Take it easy = ผ่อนคลาย, เลิกเครียดหรือจริงจังจนเกินไป, ควบคุมตนเองในการทำบางสิ่งบางอย่าง

I’m going to shut the office, go down to the beach and take it easy.(ผมกำลังจะปิดสำนักงาน ลงไปที่ชายหาด และผ่อนคลาย – พักผ่อน)

Take it easy (with the salt)!  You’ll make the food inedible. (เพราๆมือหน่อยน่ะ– กับเกลือ – คุณจะทำให้อาหารกินไม่ได้นะ– ถ้าใส่เกลือมากเกินไป)

·      Easy-going = ตามสบาย, ไปเรื่อยๆ, ไม่สนใจรายละเอียดหรือกฎระเบียบมากนัก, สงบและไร้กังวล

My boss does not mind if I arrive late.  He’s very easy-going.(เจ้านายไม่ว่าอะไรถ้าผมไปถึงที่ทำงานสาย เขาไม่เคร่งครัดกฎระเบียบมากนัก)

You’re too easy-going with the children.  They do just as they please. (คุณหย่อนกฎระเบียบกับลูกๆมากเกินไป พวกเขามักทำอะไรก็ได้ตามที่ต้องการ)

·      Easy money = เงินที่หามาได้ง่ายๆโดยไม่ต้องทำงานหนักหรือไม่ต้องใช้ความพยายามแต่อย่างใด

Young people who look for easy money are usually disappointed. (คนหนุ่มสาวที่มองหาเงินแบบได้มาอย่างง่ายๆไม่ต้องทำงานหนักอะไร มักจะผิดหวังเสมอ คือ เป็นเรื่องยากที่จะได้เงินมาถ้าไม่ขยันทำงาน)

·      Pride oneself on = ภูมิใจตนเองในเรื่อง, มีความยินดีหรือพอใจในเรื่อง…..

She prided herself on her beauty. (เธอภูมิใจตนเองในเรื่องความสวยงาม)

He prided himself on his strength and toughness. (เขาภูมิใจตนเองในเรื่องความแข็งแรงและทรหดอดทน)

·         Pull oneself together = สงบสติอารมณ์ตนเองได้หลังจากมีอาการตื่นเต้นหรือถูกรบกวน, ควบคุม(อารมณ์)ตนเองได้ ไม่ตื่นเต้นตกใจ (แปลตรงๆคือ ดึงตนเองเข้าไว้ด้วยกัน)

It had been a disturbing moment, but he was able to pull himself together. (มันเป็นช่วงเวลาที่วุ่นวายไม่สงบ แต่เขาก็สามารถควบคุมสติอารมณ์ไว้ได้)

Pull yourself together.  It is no use crying any more. (สงบสติอารมณ์หน่อย ไม่มีประโยชน์หรอกที่จะร้องไห้ต่อไป)

·      A conversation piece = สิ่งที่ทำให้คนสนใจและพูดถึง, สิ่งซึ่งดูประหลาดๆ น่าขันหรือแปลก (แปลตรงๆคือ ชิ้นของการสนทนา)

Fred keeps a glass monkey on top of his piano as a conversation piece. (เฟรดเก็บลิงทำด้วยแก้วไว้บนหลังเปียโนเพื่อให้คนสนใจและพูดถึง – คือเก็บไว้ในที่คนมองเห็นได้ และจะหัวเราะและคุยเกี่ยวกับลิงแก้วตัวนี้)

·      Do a job on = ทำให้เสียหายอย่างรุนแรง, ทำอันตรายต่อ, ทำให้น่าเกลียดหรือไม่มีประโยชน์

The baby did a job on Mary’s book. (เจ้าทารกนั่นฉีกหนังสือของแมรี่ซะเละตุ้มเป๊ะเลย)

Jane cut her hair and really did a job on herself. (เจนตัดผมเอง เลยทำให้ผมเธอแหว่งเสียทรงไปเลย)

·      Fly-by-night (เป็นคำนาม) = บริษัทที่ขายสินค้าราคาถูกเพื่อกำไรงาม และต่อมาก็ปิดร้านหายไป ทำให้ลูกค้าไม่สามารถร้องเรียนคุณภาพของสินค้าได้, บุคคลที่ไม่จ่ายค่าห้องพักโรงแรมและหนีหายไป (โดยเฉพาะเวลากลางคืน)

(แปลตรงๆคือ บินเวลากลางคืน)

A dependable company honors its guarantees, but a fly-by-night only wants your money. (บริษัทที่เชื่อถือได้รักษาสัญญารับประกันสินค้า แต่บริษัทขายของราคาถูกต้องการแต่สตางค์ของคุณเท่านั้น)

Hotels are bothered by fly-by-nights. (โรงแรมได้รับความเดือดร้อนจากพวกลูกค้าที่เข้ามาพักแล้วไม่จ่ายค่าห้อง แต่หลบหนีออกไปเวลากลางคืน)

·      Fly-by-night (เป็นคำคุณศัพท์) = (บริษัท)ที่ตั้งขึ้นมาเพื่อทำกำไรแบบรีบด่วน แต่ต่อมาก็ปิดบริษัทหายหน้าไป ทำให้ลูกค้าไม่สามารถร้องเรียนคุณภาพของสินค้าได้, ไม่น่าไว้ใจ, ไม่น่าเชื่อถือ

Mrs. Pauline bought her washing machine from a new company; when she tried to have it fixed, she found it was a fly-by-night business. (นางพอลลีนซื้อเครื่องซักผ้าจากบริษัทใหม่แห่งหนึ่ง แต่เมื่อถึงคราวที่เธอจะเอามันไปซ่อม เธอก็พบว่ามันเป็นธุรกิจแบบทำกำไรด่วนและบริษัทปิดร้านหนีไปแล้ว)

·      Flying high = มีความสุขมาก, ร่าเริงสนุกสนาน (แปลตรงๆคือ บินสูง)

John was flying high after his team won the game. (จอห์นมีความสุขมากหลังจากทีมของเขาชนะการแข่งขัน)

·      Time of one’s life = ช่วงเวลาที่มีความสุขหรือวิเศษมาก

Jim had the time of his life at the party. (จิมสนุกสนานมากที่งานเลี้ยง)

I could see that she was having the time of her life. (ผมเห็นได้ว่าเธอกำลังมีความสุขอย่างเต็มที่)

·      Time is ripe = ช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่จะทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง (แปลตรงๆคือ เวลาสุกงอม)

The Prime Minister will hold elections when the time is ripe. (ท่านนายกฯจะจัดเลือกตั้งเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม – คือช่วงเวลาที่เห็นว่าตนจะชนะเลือกตั้ง)

Peter saw his mother was upset, so he decided the time was not ripe to tell her about the broken window. (ปีเตอร์เห็นว่าแม่ยังโมโหอยู่ ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจว่าเวลายังไม่เหมาะสมที่จะบอกแม่ว่าเขาทำกระจกหน้าต่างแตก)

·      Baby of the family = ลูกคนสุดท้อง(คนเล็ก)ของครอบครัว แม้ว่าจะอายุมากเท่าใดก็ตาม

    Bill is the baby of the family; he had just celebrated his 50th birthday anniversary last week.         (บิลเป็นลูกคนสุดท้องของครอบครัว เขาเพิ่งจะฉลองครบรอบวันเกิดห้าสิบปีเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา)

·      Old boy = ศิษย์เก่าของโรงเรียนหรือมหาลัย

Ex-president Bill Clinton is an old boy of Oxford University. (อดีตประธานาธิบดีบิล คลินตันเป็นศิษย์เก่าของมหาวิทยาลัยอ๊อกฟอร์ด)

หมวดสำนวน(Idiom) ในภาษาอังกฤษ (ตอนที่18)

pay dividends : จ่ายเงินปันผล หมายถึง ให้ประโยชน์ หรือให้ผลคุ้มค่าในเวลาต่อมา

  • Jack lavished (แลฟ-ริช-ดึ) attention on MRS. Eaton, a move which later paid big dividends.

    (แจ็คให้ความเอาใจใส่นางอีตั้นจนเกินพอดี แต่เป็นการกระทำที่ให้ผลคุ้มค่าในเวลาต่อมา)

  • Taking time out to get fit is time well spent and will pay you dividends in the long run.
    (การสละเวลาเพื่อออกกำลังกาย คือ เวลาที่ใช้ไปอย่างคุ้มค่า และจะให้ประโยชน์แก่คุณในระยะยาว)

die like a dog : ตายอย่างหมา คือ ตายอย่างเจ็บปวดและไร้เกียรติ โดยเฉพาะหลังจากถูกยิง หรือได้รับบาดเจ็บในการต่อสู้

  • The film begins with our young hero stealing cars and ends with him dying like a dog in the street.

    (ภาพยนตร์เริ่มต้นด้วยพระเอกหนุ่มขโมยรถยนต์ และจบลงด้วยเขาตายเหมือนหมาข้างถนน)

dog-eat-dog : หมากินหมา หมายถึง สถานการที่ทุกคนต้องการความสำเร็จ และเต็มใจที่จะทำร้ายผู้อื่นหรือใช้วิธีไม่ซื่อเพื่อบรรลุผลดังกล่าว

  • The TV business today is a dog-eat-dog business.

    (ธุรกิจทีวีปัจจุบันนี้เป็นธุรกิจที่แข่งขันกันแบบใครดีใครอยู่ ใช้วิธีการทุกรูปแบบไม่คำนึงถึงคุณธรรมเลย)

it's a dog's life : ชีวิตที่น่าเบื่อหรือไม่น่ารื่นรมย์

  • It's a dog's life being a football manager.

    (ชีวิตช่างน่าเบื่อเหลือเกินสำหรับการเป็นผู้จัดการทีมฟุตบอล)

every dog has its day : ทุกคนต้องมีโชคดีหรือประสบความสำเร็จสักวันหนึ่ง ดังนั้น อย่าท้อถอยให้พยายามต่อไป

  • Work harder and try harder, John, every dog has its day.

    (ทำงานให้หนักขึ้นและพยายามให้มากขึ้นจอห์น คุณต้องประสบความสำเร็จเข้าสักวันหนึ่ง)

go to the dogs : มีอำนาจ, ประสิทธิภาพ หรือความสำเร็จน้อยกว่าที่เคยเป็นมาในอดีต, พังพินาศ, ล้มเหลวไม่เป็นท่า

  • In the 1960s, many countries were fast going to the dogs.

    (ในช่วงทศวรรษ 1960 หลายประเทศมีสภาวะเศรษฐกิจแย่ลง-เล๊ะตุ้มเป๊ะ-อย่างรวดเร็ว)

  • Television goes to the dogs under the government's franchising system.

    (ทีวีมีคุณภาพห่วยแตกภายใต้ระบบให้สัมปทานของรัฐบาล)

  • After a few drinks, many people at the party went to the dogs.

    (หลังจากดื่มไม่กี่แก้ว หลายคนที่งานเลี้ยงเมาเละไม่เป็นผู้เป็นคน)

go to any length (เล๊งธ์) : ทำทุกอย่างที่สามารถทำได้

  • Bill will go to any length to keep Dick from getting a date with Mary.

          (บิลจะทำทุกอย่างที่จะขัดขวางมิให้ดิ๊คออกเดทกับแมรี่)

go to bed with the chickens : เข้านอนแต่หัวค่ำ (แปลตรงๆ คือเข้านอนกับไก่ เพราะไก่นอนเร็วและตื่นแต่เช้า)

  • Peter goes to bed with the chickens because he has to get up at 5A.M.

    (ปีเตอร์เข้านอนแต่หัวค่ำเพราะว่าเขาต้องตื่นตอนตีห้า)

go to pieces : วิตกกังวล หรือเจ็บป่วยจากความวิตกกังวล, ประสาทเสียหรือคลั่ง (แปลตรงๆ คือกลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย)

  • Mrs.Andrew went to pieces when she heard her daughter was in the hospital.

    (นางแอนดรูว์ประสาทเสียเมื่อได้ยินว่าลูกสาวอยู่ในโรงพยาบาล)

  • The man went to pieces when the judge said he would have to go to prison for life.

    (ไอ้หมอนั่นมีอาการคลั่งเมื่อผู้พิพากษาบอกว่าเขาต้องติดคุกตลอดชีวิต)

grace period หรือ period of grace : เวลา หรือเวลาพิเศษที่ให้ทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง

  • Most insurance companies have a grace period of one month for payments.

    (บริษัทประกันภัยส่วนมากมีช่วงเวลาชำระค่าสินไหมทดแทน 1เดือน นับจากเกิดอุบัติเหตุ)

  • The teacher gave the class a week's period of grace to finish workbooks.

    (ครูให้เวลานักเรียน 1สัปดาห์ในการทำหนังสือแบบฝึกหัดให้เสร็จ)

sow one's wild oats : ใช้ชีวิตแบบหัวหกก้นขวิดขณะหนุ่มสาวก่อนจะปักหลัก (แต่งงาน) – แปลตรงๆ คือ หว่านข้าวโอ๊ตป่า

  • Jack sowed his wild oats while he was at college (คัล-เล็จ).

    (แจ็คใช้ชีวิตหัวหกก้นขวิดขณะเขาเรียนในมหาลัย)

Rise to the occasion : แสดงความสามารถเมื่อโอกาสเปิดให้

  • When the captain fell ill, Jim rose to the occasion and brought the ship back safely.

    (เมื่อกัปตันเรือล้มป่วย จิมได้โด้โอกาสแสดงฝีมือ และนำเรือกลับมาอย่างปลอดภัย)

It makes no odds (ออดส์) : ไม่ใช่เรื่องสำคัญ (ว่าจะเป็นแบบไหน)

  • It makes no odds to me whether he goes or stays.

          (ไม่ใช่เรื่องสำคัญเลยสำหรับผม ไม่ว่าเขาจะไปหรืออยู่)

 

what's the odds? (ใช้ verb is เสมอ) : อะไรคือความแตกต่าง, มันจะสำคัญอะไรนักหรือ (= What is the difference? หรือ What does it matter?)

 

odds (ออดส์) and ends : ของใช้เล็กๆน้อยๆ ที่ไม่มีความสำคัญหรือคุณค่า, ของชิ้นเล็กชิ้นน้อย

  • I have to call at my flat to pick up a few odds and ends.

    (ผมจำเป็นต้องแวะไปที่แฟลตเพื่อเอาของใช้ชิ้นเล็กชิ้นน้อยมาสองสามอย่าง)

king-sized (คุณศัพท์) : มีขนาดใหญ่หรือใหญ่พิเศษ

  • King-sized cigarettes are longer.

    (บุหรี่ขนาดใหญ่มีมวนที่ยาวกว่าบุหรี่ธรรมดา)

I don't know about you : ใช้พูดแสดงความชอบของตนเองไม่ว่าคนอื่นจะต้องการอะไรก็ตาม

  • I don't know about you, but I'm going to have another drink.

    (ผมไม่รู้ว่าคุณต้องการอะไรนะ แต่ผมจะขอเหล้าอีกสักแก้ว)

    Not that I know of : ม่นะ, เปล่านะ เท่าที่ผมรู้

  • A : He called in here yesterday, didn't he? (เขาแวะมาที่นี่เมื่อวานนี้ใช่ไหม)

    B : Not that I know of. (ไม่นะ เท่าที่ผมรู้)

have (หรือ get) one's knife in (หรือ into) : รบกวน, ก่อกวน, แกล้ง (แปลตรงๆ คือ เอามีดเสียบ)

  • Ever since I refused to do as he said, he has had his knife in me.

    (ตั้งแต่ผมปฎิเสธที่จะทำตามเขาบอก เขาก็ก่อกวนผมตลอดมา)

have the makings of : มีคุณสมบัติที่จำเป็นในการจะเป็น......

  • He is a very promising (พรอม-มิส-ซิ่ง) boxer. I think he has the makings of a champion.

    (เขาเป็นนักมวยที่มีอนาคตดีมาก ผมคิดว่าเขามีคุณสมบัติจำเป็นที่จะเป็นแชมป์นะ)

Man to man : อย่างเปิดเผย โดยปราศจากความกลัว หรือ หลอกลวงกัน

It's time we had a talk about this, man to man.

(ถึงเวลาแล้วที่เราจะคุยเรื่องนี้กันอย่างเปิดเผย โดยไม่ต้องหวั่นเกรงอะไร)

to a man : ปราศจากข้อยกเว้น

To a man they approved his action.

(โดยปราศจากข้อยกเว้นใดๆ พวกเขาเห็นด้วยกับการกระทำของนายคนนั้น)

off the map : ห่างไกลจากผู้คน หรือเส้นทางคมนาคม

We live in a little village. IT's a bit off the map.

(พวกเราอาศัยอยู่ในหมู่บ้านเล็กๆ มันค่อนข้างจะไกลผู้คน หรือเส้นทางคมนาคม)

put (something) on the map : ทำให้ (สถานที่, ชื่อบริษัท, ฯลฯ) เป็นที่รู้จักหรือโด่งดัง

  • The Eastern Seaboard project has put Mab Ta Put on the map.

    (โครงการอีสเทิอร์นซีบอร์ดทำให้ตำบลมาบตาพุดมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จัก)

สำนวน(Idiom)ในภาษาอังกฤษ (ตอนที่17)

on the dot : ตรงเวลาเป๊ะ

  • It is a pleasant surprise to me when my train arrives on the dot.   (เป็นความประหลาดใจที่น่ายินดีสำหรับผม เมื่อขบวนรถไฟของผมมาถึงตรงเวลาเป๊ะ)

no doubt : แน่นอน, ไม่ต้องสงสัยเลย

  • No doubt  you have seen the news in the paper. (แน่นอนแลย คุณได้เห็นข่าวในหนังสือพิมพ์แล้ว)
  • You are all familiar (ฟะ-มิ้ล-เลีย), no doubt, with the author of this book. (พวกคุณล้วนแล้วแต่คุ้นเคย, ไม่ต้องสงสัยเลย, กับผู้เขียนหนังสือเล่มนี้)

till doomsday: ตราบจนวันสิ้นโลก (doomsday คือ วันโลกาวินาศ, วันที่พระเจ้าพิพากษาคนทั้งโลก)

  • You will be here till doomsday if you are waiting for him to make up his mind.    (คุณจะต้องอยู่ที่นี่ไปจนวันสิ้นโลก ถ้าคุณรอให้เขาตัดสินใจ – คือยังไงเสียเขาก็ไม่ยอมตัดสินใจ)

donkey’s years : นานแสนนาน (แปลตรงๆ คือ ปีของลา)

  • I’ve known him for donkey’s years, ever since we were at school together.(ผมรู้จักเขามานานแสนนานแล้ว ตั้งแต่เรายังเรียนอยู่โรงเรียนด้วยกัน)

on the drawing board : (แผนการ,โครงการ) ซึ่งยังอยู่ในขั้นตอนการออกแบบ (แปลตรงๆ คือ ยังอยู่บนกระดานวาดเขียน)

  • The new model is still on the drawing board. (แบบจำลองอันใหม่ยังคงอยู่ในขั้นตอนออกแบบ – คือ   ยังไม่นำมาใช้)

down-to-earth : ตามความเป็นจริง,ตีนติดดิน,มองโลกตามความเป็นจริง

  • He is a down-to-earth sort of man. He always says what he means. (เขาเป็นคนตีนติดดิน – ปากกับใจตรงกัน –นะ  เขามักจะพูดในสิ่งที่เขาคิดหรือหมายความถึง)

dream of : พิจารณา,คิด

  • I would not dream of  speaking to him about it without asking you first. (ผมไม่เคยคิดที่จะพูดกับเขาเกี่ยวกับเรื่องนั้นโดยไม่ขออนุญาตคุณก่อน)

 

at a loose end : ไม่มีอะไรน่าสนใจทำ  (แปลตรงๆ คืออยู่ที่ปลายหลวมๆ)

  • I am at a loose end when the children go back to school. (ฉันไม่มีอะไรน่าสนใจทำเมื่อลูกๆ กลับไปเข้าโรงเรียน คือ เปิดเทอม)

end up : จบลง,สิ้นสุดลง

  • If you go on in this way, you’ll end up in prison. (ถ้าคุณยังทำตัวแบบนี้ต่อไป คุณจะจบลงในคุก – คือ ติดตะราง)
  • We lost our way and ended up miles away from home. (พวกเราหลงทางและในที่สุดก็ลงเอยโดยอยู่ห่างจากบ้านไกลโขทีเดียว)

in the end : ในที่สุด

  • I waited for him for over an hour. in the end, I decided that he was not coming.   (ผมรอเขากว่าชั่วโมง ในที่สุดผมตัดสินใจว่าเขาไม่มาแน่)

have a job to : พบว่ายากลำบากที่จะ (แปลตรงๆ คือ มีงานต้องทำในการที่จะ.........

  • He is a good worker and we will have a job to replace him. (เขาเป็นคนงานที่ดีและเราจะพบว่าเป็นการยากที่จะหาคนมาแทนเขา)

jump to a conclusion : ด่วนสรุปหรือตัดสินใจ โดยไม่คิดให้รอบคอบหรือค้นหาข้อเท็จจริงเสียก่อน

  • Jim saw his dog limping on a bloody leg and jumped to a conclusion that it had been shot. (จิมเห็นหมาของเขาเดินขากะเผลกและมีเลือดออกที่ขา  เลยด่วนสรุปว่ามันถูกยิง ซึ่งจริงๆ แล้ว อาจถูกรถชนก็ได้)

just too bad : โชคไม่ดี แต่ก็เปลี่ยนแปลงไม่ได้

  • It is essential that I should see Mr. Brown today. But it’s just too bad. He has gone out and won’t be back till tomorrow. (มีความจำเป็นที่ผมจะต้องพบคุณบราวน์วันนี้  แต่โชคไม่ดีเลย           เขาออกไปข้างนอกแล้วและจะไม่กลับมาจนกระทั่งพรุ่งนี้)

keep to oneself : ไม่สุงสิงกับใคร, ชอบอยู่คนเดียว, หลีกเลี่ยงพบปะผู้คน

  • He is very quiet. He keeps to himself. (เขาเป็นคนเงียบมาก ชอบอยู่ตามลำพังไม่สุงสิงกับใคร)

keep something to oneself : ไม่บอกใครๆ เกี่ยวกับเรื่องนั้น

  • This is a secret between the two of us. Keep it to yourself. (นี่เป็นความลับระหว่างเรา 2 คนนะ อย่าเล่าให้ใครฟังเชียว) 

keep on : ทำต่อไป,  ทำซ้ำแล้วซ้ำอีก, ไม่ไล่หรือปลดคนออก

  • He kept on working until he was 70 years old. (เขาทำงานต่อไปจนกระทั่งอายุ 70)
  • She keeps on telling me that we should buy a new car. (เธอบอกผมซ้ำซากว่าเราควรซื้อรถใหม่ สักคัน)
  • This part of the factory has been closed down, but we are keeping the men on in other jobs. (แผนกนี้ของโรงงานถูกปิดตัวลง แต่ว่าเรายังคงจ้างคนงานอยู่โดยให้ไปทำงานในแผนกอื่นแทน)

kick off : เริ่มต้น

  • We are going to kick off with a short speech of  welcome before the dinner. (เราจะเริ่มต้นด้วยสุนทรพจน์กล่าวต้อนรับสั้นๆ ก่อนอาหารค่ำ)

kick-off : เป็นคำนาม หมายถึง การเริ่มต้น

  • For a kick-off, I would like tomato juice. (สำหรับการเริ่มต้น-มื้ออาหาร-ผมอยากดื่มน้ำมะเขือเทศก่อน)

kick out : ไล่ออกจากชมรมหรืองานเลี้ยง, ปลดออกจากงาน

  • He was so inefficient that they kicked him out. (เขาไร้ประสิทธิภาพมากจนกระทั่งพวกนั้นไล่เขาออกจากงานหรือออกจากชมรม)

You’re kidding : คุณกำลังโกหกผมเพื่อความสนุกสนาน,คุณพูดเล่น (ล้อเล่น) ใช่ไหม

                A  :      We think you should enter for the Miss America contest.  

(เราคิดว่าคุณควรเข้าประกวดนางงามอเมริกานะ)

                B  :       You’re kidding .   (คุณพูดล้อเล่นนะ – ฉันไม่ได้สวยขนาดนั้นหรอก)

สำนวน(Idiom)ในภาษาอังกฤษ (ตอนที่16)

give the green light to : เปิดไฟเขียวให้,อนุญาตให้ทำ

  • The Board has given the green light to the construction project. (คณะกรรมการอนุญาตให้ดำเนินการโครงการก่อสร้างได้)

give tit for tat : ตาต่อตา ฟันต่อฟัน, ตอบโต้อย่างสาสม

  • She was giving her mother tit for tat. They are both quite outspoken, you know. (เธอกำลังพูดตอบโต้แม่เธออย่างสาสม แม่ลูกคู่นี้พูดจาโผงผางแบบขวานผ่าซากทั้งสองคน คุณก็รู้นี่นา) (tit for tat หมายถึง เขาทำกับเรายังไง เราก็ทำกับเขาแบบนั้น)

give up the ship : สละเรือ, ยอมแพ้

  • Don’t give up the ship. Try on, and you’ll succeed one day. (อย่ายอมแพ้ พยายามต่อไป แล้วคุณจะพบความสำเร็จในวันหนึ่ง)

go downhill : ตกต่ำ,ย่ำแย่,(ชีวิต) เดินลงเหว

  • He has gone downhill since his company became bankrupt. (ชีวิตเขาตกต่ำตั้งแต่บริษัทล้มละลาย)
  • The man went downhill when his wife run away with another man. (นายคนนั้นเดินลงเหว สำมะเลเทเมา เมื่อภรรยาของเขาหนีตามชายอื่นไป)

go jump in the lake : ไปให้พ้นและเลิกรบกวนเสียที (แปลตรงๆ คือ ไปกระโดดทะเลสาบ)

  • Jim was tired of Tom’s advice and told him to go jump in the lake.   

(จิมเบื่อหน่ายคำแนะนำของทอมและบอกให้ทอมไปให้พ้นๆและเลิกกวนเขาเสียที)

 

golf widow : แม่ม่ายกอล์ฟ คือ ผู้หญิงที่สามีออกจากบ้านไปเล่นกอล์ฟเป็นประจำ

  • Mrs.Thompson did not like being a golf widow. (นางทอมสันไม่อยากเป็นผู้หญิงที่สามีออกจากบ้านไปตีกอล์ฟประจำ)

go from bad to worse: แย่ลงกว่าเดิม,เปลี่ยนจากสถานะที่เลวร้ายอย่างหนึ่งไปสู่สถานะที่เลวร้ายยิ่งกว่า

  • Peter’s typing went from bad to worse when he was tired. (การพิมพ์ดีดของปีเตอร์แย่ลงกว่าเดิมเมื่อเขาเริ่มเหนื่อยและสะเพร่ากว่าเก่า)
  • Bill’s conduct in school has gone from bad to worse.  (ความประพฤติของบิลที่โรงเรียนซึ่งแย่อยู่แล้ว กลับแย่หนักขึ้นไปอีก)

go for nothing : ไร้ประโยชน์, สูญเปล่า

  • What the teacher said went for nothing, because the students did not pay attention. (สิ่งที่ครูพูดไปช่วยอะไรไม่ได้เพราะนักเรียนไม่ยอมฟัง)
  • I hope that all your good work doesn’t go for nothing. (ผมหวังว่างานที่คุณทำลงไปจะประสบความสำเร็จ)

go Dutch : ออกไปสนุกด้วยกัน แต่ต่างคนต่างออกค่าใช้จ่ายของตัวเอง

  • Sometimes boys and girls go Dutch on dates. (บางครั้งเด็กชายและหญิงต่างออกค่าใช้จ่ายในส่วนของตัวเองเมื่อพวกเขาออกเดทกัน)
  • The girl knew her boyfriend had little money, so she offered to go Dutch. (เด็กหญิงรู้ว่าแฟนของเธอไม่ค่อยมีตังค์ ดังนั้นเธอจึงเสนอออกค่าใช้จ่ายในส่วนของเธอ ส่วนแฟนเธอก็จ่ายในส่วนของเขา)

 

go begging : ไม่เป็นที่ต้องการ, ไม่มีใครอยากได้ (แปลตรงๆ คือ ขอทาน)

  • Many old homes in the city go begging. (ไม่มีใครอยากได้บ้านเก่าๆ ในเมือง)
  • Most of the apples on the market went begging. (แอปเปิ้ลส่วนใหญ่ในตลาดไม่มีใครต้องการ เลยขายไม่ออก)

for good หรือ for good and all : ตลอดไป, ถาวร

  • The lost money was gone for good. (ไม่มีใครพบเจอเงินที่หายอีกเลย-คือหายสูญถาวร)
  • He hoped that the repair would stop the leak for good. (เขาหวังว่าการซ่อมจะช่วยให้ท่อน้ำหยุดรั่วไหลตลอดไป)

come to nothing (หรือ naughtน้อท) : จบแบบล้มเหลว, ล้มเหลว

  • The dog’s attempts to climb the tree after the cat came to nothing. (ความพยายามของเจ้าตูบที่จะปีนต้นไม้เพื่อไล่ตะครุบแมวไม่เป็นผล)

common ground : ความเชื่อ ความสนใจ หรือ ความคิด ความเข้าใจที่คล้ายๆกัน, รูปแบบที่ผู้คนต่างๆ มีอะไรเหมือนๆกัน เช่น ค่านิยม

  • Bob and Frank don’t like each other because they have no common ground. (บ๊อบและแฟรงค์ต่างไม่ชอบซึ่งกันและกัน เพราะเขาไม่ชอบหรือเชื่อในสิ่งเดียวกัน)
  • The only common ground between us is that we went to the same school. (สิ่งที่พวกเรามีเหมือนกันเพียงอย่างเดียวก็คือเราเรียนโรงเรียนเดียวกัน ส่วนความสนใจ ความคิด ความเชื่อของพวกเราล้วนต่างกันไปหมด)

 

compare notes :  แลกเปลี่ยนความคิด, ปรึกษาหารือกัน (แปลตรงๆ คือ เปรียบเทียบโน้ต)

  • Mother and Mrs. Becker like to compare notes about cooking. (แม่และนางเบคเค่อร์ชอบคุยกันเรื่องวิธีปรุงอาหารว่าเหมือนกันหรือต่างกันอย่างไร)

company man : คนงานที่มักเห็นพ้องกับฝ่ายบริหารมากกว่าพวกคนงาน (กรรมกร) ด้วยกัน

  • Joe was a company man and refused to take a part in the strike. (โจเห็นพ้องด้วยกับฝ่ายบริหารมากกว่ากับพวกคนงานด้วยกัน และไม่ยอมเข้าร่วมในการประท้วงด้วย - โจเป็นคนงานเช่นเดียวกัน)

comfortable as an old shoe :  สบายเหมือนรองเท้าเก่า หมายถึง (คนที่) คุยกันง่าย คบง่าย ทำงานด้วยง่าย, น่าคบหา เป็นกันเอง, ไม่เจ้าระเบียบหรือสุภาพจนเกินไป

  • The stranger (สะ-เตร๊น-เจ้อ) was as comfortable as an old shoe, and we soon were talking like old friends. (ชายแปลกหน้าคนนั้นน่าคบหา เป็นกันเอง ในไม่ช้าเราเลย    คุยกันเหมือนเป็นเพื่อนเก่าแก่)

สำนวน(Idiom) ในภาษาอังกฤษ (ตอนที่15)

jobs for the boys (เป็นพหูพจน์เสมอ) : งานดีๆ รายได้งามในองค์กรใดองค์กรหนึ่งที่มอบให้กับเพื่อนฝูง ญาติ หรือ ผู้สนับสนุนทางการเมือง หรือสนับสนุนตนเอง แทนที่จะเปิดให้มีการสอบแข่งขัน หรือเลือกจากผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมที่สุด (ถ้ามอบให้กับเพศหญิงใช้ว่า jobs for the girls)

•    The department has faced a string of allegations over 'jobs for the boys'.

(กรมนั้นเจอกับข้อกล่าวหาเป็นชุดๆ ว่าเลือกแต่สมัครพรรคพวกหรือเด็กเส้นเข้ามาทำงาน)

•    By backing him through all his errors, he is proving that it is jobs for the boys.

(โดยการหนุนหลังเขาให้ผ่านพ้นความผิดพลาดทั้งปวง เขาได้พิสูจน์ว่าตำแหน่งของเขาเป็นของคนมีเส้นมีสาย)

 

A put-up job : แผนการหรือการเตรียมการที่ถูกจัดขึ้นมาเพื่ออำพราง หรือทำให้เข้าใจผิด

•     The bank appeared to have been robbed, but the police believe it was a put-up job.

(ธนาคารดูเหมือนว่าถูกปล้น แต่ตำรวจเชื่อว่ามันถูกจัดฉากให้เป็นเช่นนั้น – คือจริงๆ แล้วไม่มีการปล้น)

 

Put to use : ใช้งาน (คน, สิ่งของ)

•     Jim decided to put his car to use.

(จิมตัดสินใจใช้รถยนต์ของตัวเอง)

•     She bought a dictionary and put it to use.

(เธอซื้อพจนานุกรมมาเล่มหนึ่งและใช้มัน)

•     During the war against Japan, the cooks and office workers of the U.S. Army were put to use in battle.

(ในระหว่างสงครามกับญี่ปุ่น พ่อครัวและเจ้าหน้าที่ในสำนักงานของกองทัพอเมริกันถูกใช้เหมือนทหารทั่วไปในการสู้รบ)

 

jack of all trades (and master of none) : บุคคลที่รู้หรือมีประสบการณ์ไปเสียทุกเรื่อง แต่ไม่รู้อะไรจริงสักอย่างเดียว ใช้เป็นคำชมหรือตำหนิก็ได้แล้วแต่ความประสงค์ของผู้พูด

•   Bill is a jack of all trades; he can survive anywhere!

(บิลนี่เก่งไปเสียทุกเรื่อง เขาสามารถเอาตัวรอไปได้ทุกที่-เป็นคำชม)

•   “How come Joe did such a sloppy job?” Jane asked.

(เจนถามว่า “โจทำงานสุกเอาเผากินแบบนั้นออกมาได้ยังไง”)

“He's a jack of all trades.” Judy answered.

(จูดี้ตอบว่า “ก็เขาเก่งไปซะทุกเรื่องไง” เป็นคำตำหนิโจว่าทำงานแย่ เพราะว่ารู้ทุกเรื่องแต่ไม่รู้จริง)

 

No joke : เรื่องซีเรียส, เรื่องคอขาดบาดตาย

•   My car broke down miles from the nearest town. It was no joke, I promise you.

(รถฉันเสียโดยอยู่ห่างจากเมืองที่ใกล้ที่สุดหลายไมล์ทีเดียว มันเป็นเรื่องซีเรียสนะฉันสาบานได้)

สำนวน(Idiom) ในภาษาอังกฤษ (ตอนที่14)

        put heads together : ปรึกษาหารือกัน

  • Thay put their heads together and came up with an idea. (พวกเขาปรึกษาหารือกันแล้วเกิดความคิดขึ้นมาอย่างหนึ่ง)

put two and two together : ตัดสินใจจากหลักฐานหรือข้อเท็จจริง, สรุปเอาจากเหตุผลแวดล้อม

  • He had put two and two together and decided what he should do next. (หลังจากพิจารณาหลักฐานและข้อเท็จจริงต่างๆแล้ว เขาจึงตัดสินใจว่าควรจะทำอะไรต่อไป)

pull the wool over someone’s eyes : ดึงขนแกะมาปิดตาผู้อื่นหมายถึง หลอกลวงผู้อื่นให้คิดว่าตนเองดีทั้งๆที่ไม่ใช่

  • Jim tried to pull the wool over his teacher’s eyes, but she was too smart for him. (จิมพยายามหลอกให้ครูคิดว่าเขาเป็นนักเรียนที่ดี แต่ครูรู้ว่าเขาไม่เป็นเช่นนั้น)

put up or shut up : พิสูจน์คำพูดโดยการกระทำ มิฉะนั้นก็หยุดพูด (มีลักษณะเป็นคำสั่ง ค่อนข้างหยาบคาย)

  • John told Jim that he could run faster than the school champion, and Jim told John to put up or shut up. (จอห์นบอกจิมว่าเขาวิ่งได้เร็วกว่าแชมป์ของโรงเรียน และจิมเลยบอกจอห์นให้พิสูจน์ที่เขาพูด หรือไม่ก็เลิกคุยโม้)

hitch one’s wagon to a star : ผูกเกวียนไว้ที่ดวงดาว หมายถึง มีเป้าหมายสูงหรือทำตามความทะเยอทะยานหรือวัตถุประสงค์ที่สูง

  • In trying to be a famous singer, Linda had hitched her wagon to a star. (ในความพยายามที่จะเป็นนักร้องที่มีชื่อเสียง ลินดาตั้งเป้าหมายไว้สูงลิบ – เพราะเธอเป็นเพียงเด็กบ้านนอกจนๆ)
  • John hitched his wagon to a star and decided to try to become President. (จอห์นทะเยอทะยานสูงมากและตั้งเป้าไว้ว่าจะเป็นประธานาธิบดี)

 

หมวดสำนวน(Idiom) ในภาษาอังกฤษ (ตอนที่ 13)

get (have) cold feet : เท้าเย็น หมายถึง มีอาการกลัวหรือวิตกในนาทีสุดท้าย

  • John got (had) cold feet before he went into business with his brother. (จอห์นเกิดอาการปอด-วิตก ก่อนเข้าร่วมทำธุรกิจกับน้องชาย)

get away with murder : หนีไปกับฆาตกรรม หมายถึง ทำเลวทำชั่วโดยไม่ถูกจับหรือลงโทษ

  • Mrs. Diane always lets her children get away with murder.  (นางไดแอนมักไม่ลงโทษลูกๆ แม้ว่าพวกเขาจะทำผิด)

  • Jack is scolded if he is late with his homework, but Jim gets away with murder. (แจ๊คถูกครูด่าถ้าส่งการบ้านช้า แต่จิมไม่ถูกครูด่าหรือลงโทษเมื่อส่งการบ้านช้าหรือไม่ทำการบ้านเลย)

state-of-the-art (คุณศัพท์) : ซึ่งใช้วิธีการ, วัสดุ หรือความรู้ที่ทันสมัยที่สุดและได้รับการพัฒนาล่าสุด

  • The movie was made with state-of-the-art camera equipment. (ภาพยนตร์นี้ถูกสร้างขึ้นมาด้วยอุปกรณ์กล้องแบบทันสมัยที่สุด)

  • Increasingly, advertising relies on inventive graphic design and state-of-the-art technology. (การโฆษณาพึ่งพาเพิ่มมากขึ้นในด้านการออกแบบกราฟฟิคชนิดประดิษฐ์คิดค้นและเทคโนโลยีล้ำสมัยที่สุดหรือล่าสุด)

leading-edge หรือ cutting-edge : ซึ่งมีความก้าวหน้า(ทันสมัย)เหนือองค์กรหรือบริษัทอื่น ในการพัฒนาและใช้วิธีการ, ระบบหรืออุปกรณ์แบบใหม่

  • Our company has an exciting new project, using cutting-edge (leading-edge) technology. (บริษัทของเรามีโครงการใหม่ที่น่าตื่นเต้นเร้าใจและใช้เทคโนโลยีที่ก้าวหน้าล้ำสมัยเหนือบริษัทอื่น)

At the leading (หรือ cutting) edge of : ในสถานะที่ทันสมัยกว่าองค์กรหรือบริษัทอื่นในด้านการพัฒนาและใช้วิธีการ, ระบบ หรืออุปกรณ์แบบใหม่

  • The company is trying to regain its position at the leading edge of electronics research. (บริษัทกำลังพยายามนำสถานะที่ก้าวหน้าเหนือบริษัทอื่นกลับคืนมาในด้านการวิจัยอิเล็คทรอนิคส์)

  • These developments really are at the cutting edge of the technological revolution. (พัฒนาการต่างๆเหล่านี้เป็นการปฏิวัติทางเทคโนโลยีที่มีความก้าวหน้าทันสมัยกว่าแบบหรือชนิดอื่นๆ)

come of age : บรรลุนิติภาวะ (อายุ 18 ปี)

  • They planned to marry as soon as she came of age. (หนุ่มสาวคู่นั้นวางแผนแต่งงานทันทีที่ฝ่ายหญิงบรรลุนิติภาวะ)

  • Jane will inherit (อิน-แฮ้-ริท) a fortune when she comes of age. (เจนจะได้รับมรดกก้อนโตเมื่อเธอบรรลุนิติภาวะ)

  • Peter will come of age in December. (ปีเตอร์จะบรรลุนิติภาวะในเดือนธันวาคม)

be ahead of its time : ซึ่งก้าวล้ำเกินยุคจนคนไม่เข้าใจหรือไม่ชอบในตอนแรก แต่ต่อมารู้ว่าเป็นของดี

  • His educational theories were ahead of their time and were widely misunderstood. (ทฤษฎีการศึกษาของเขาก้าวล้ำเกินยุคและถูกเข้าใจผิดอย่างกว้างขวาง)

  • The new graphic system was ahead of its time. Few were sold but it strongly influenced later designs. (ระบบกราฟฟิคแบบใหม่ก้าวล้ำเกินยุคจนคนตามไม่ทัน ผลิตภัณฑ์เลยขายได้น้อย แต่ระบบนี้มีอิทธิพลอย่างมากกับการออกแบบต่อๆมา)

pros and cons (โปรส์-แอนด์-คอนส์) : ข้อดีและข้อเสีย

  • There has been a lot of discussion about the pros and cons of making certain types of drugs legal. (มีการปรึกษาหารือกันอย่างมากมายเกี่ยวกับข้อดีและข้อเสียของการทำให้ยาเสพติดบางชนิดเป็นสิ่งถูกกฎหมาย)

  • US policy makers are discussing the pros and cons of retaliatory action. (ผู้กำหนดนโยบายของสหรัฐกำลังปรึกษาหารือกันในเรื่องข้อดีและข้อเสียของการดำเนินการตอบโต้-เช่นทางทหารหรือทางเศรษฐกิจ)

weigh (เว) up the pros and cons : คิดพิจารณาถึงข้อดีข้อเสีย

  • The union hasn’t decided whether to take action yet. They’re just weighing up all the pros and cons. (สหภาพยังไม่ตัดสินใจว่าจะดำเนินการใดๆ พวกเขาเพียงแต่กำลังพิจารณาถึงข้อดีและข้อเสีย-ของการดำเนินการ)

by chance : โดยบังเอิญ ; โดยไม่คาดฝัน ; โดยมิได้มีแผน

  • We met in the street yesterday, only by chance. (เราเจอกันในถนนเมื่อวานนี้-โดยบังเอิญเท่านั้น)

  • The apple fell by chance on Bob’s head. (ลูกแอปเปิ้ลหล่นใส่หัวบ๊อบโดยบังเอิญ)

หมวดสำนวน(Idiom) ในภาษาอังกฤษ (ตอนที่ 12)

keep someone posted : ให้ข่าวแก่บุคคลนั้นตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

  • I’ll be interested in hearing about the new contract, so keep me posted. (ผมสนใจที่จะทราบเกี่ยวกับสัญญาฉบับใหม่ ดังนั้น โปรดส่งข่าวให้ผมทราบอยู่เสมอ)

 

clear the air : ทำให้สถานการณ์ซึ่งมีความตึงเครียด หรือข้อสงสัยหวาดระแวงเกิดความชัดเจนหรือกลับสู่สภาพปกติ

  • The atmosphere at the meeting was extremely tense, but the president of the board soon cleared the air by explaining what had happened the day before. (บรรยากาศที่การประชุมตึงเครียดมาก แต่ในไม่ช้าประธานบอร์ดก็แก้สถานการณ์ได้ โดยอธิบายว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อวันก่อน)

follow suit (ซูท) : ทำตามคนอื่น

  • Once a few kids started dancing, everyone else followed suit. (เมื่อเด็กๆ 2-3 คน เริ่มเต้นรำ ทุกคนก็ทำตาม คือ เต้นรำเช่นกัน)

follow in one’s footsteps : ทำตามตัวอย่างของผู้อื่น

  • My grandfather hoped I would follow in his footsteps and became a scientist. (ปู่ของผมหวังว่าผมจะทำตามตัวอย่างของท่านและเป็นนักวิทยาศาสตร์เหมือนท่าน)

for dear life : ราวกับว่ากลัวสุดชีวิต

  • Mary held on to the rope for dear life. (แมรี่เกาะเชือกไว้เหมือนกับกลัวสุดชีวิต)

  • He was running for dear life toward town. (เขาวิ่งเข้าเมืองแบบกลัวสุดชีวิต คือ คิดว่าชีวิตตกอยู่ในอันตราย)

force one’s hand : บังคับให้ต้องทำ

  • John planned to keep his land until prices went up, but he had so many doctor bills that it forced his hand. (จอห์นมีแผนจะเก็บที่ดินไว้จนกว่าราคาจะสูงขึ้น แต่เขามีบิลค่าหมอจำนวนมากจนกระทั่งมันบังคับให้เขาต้องขายที่ดินไป)

go overboard : ทำอะไรจนเลยเถิดเกินพอดี

  • Please don’t go overboard buying supplies for our camping trip. (อย่าซื้อเสบียงสำหรับการเดินทางพักค้างแรมมากจนเกินพอดี)

หมวดสำนวน(Idiom) ในภาษาอังกฤษ (ตอนที่ 11)

in the same boat : ในเรือลำเดียวกัน คือ ... ในสถานการณ์ที่ไม่น่าพอใจหรือมีปัญหาหรือยุ่งยากเหมือนๆกันหรือแบบเดียวกัน

  • Dick was disappointed when Jane refused to marry him, but he knew others were in the same boat. (ดิ๊คผิดหวังที่เจนปฏิเสธไม่แต่งงานกับเขา แต่เขารู้ว่าผู้ชายคนอื่นๆก็อยู่ในสภาพเดียวกับเขา คือ ถูกเจนปฏิเสธไม่ยอมแต่งงานด้วย)

  • Every big city in the nation is having its problems with pollution ; they are all in the same boat. (ทุกเมืองใหญ่ในประเทศมีปัญหาเรื่องมลภาวะ เมืองพวกนี้อยู่ในสภาพย่ำแย่เหมือนๆกัน)

in the soup : อยู่ในซุป คือ มีปัญหาร้ายแรง หรือมีความสับสนอลหม่านไม่เป็นระเบียบ

  • The police misunderstood Jame’s night errand, and arrested him, which put him in the soup with the boss. (ตำรวจเข้าใจผิดธุระกลางคืนของเจมส์และจับกุมเขา ซึ่งทำให้เขามีปัญหากับเจ้านาย คือ เจ้านายมีความคิดผิดๆต่อเจมส์ และหมดศรัทธาในตัวเขา)

in the long run (หรือ over the long run) : ในท้ายที่สุด, ในผลลัพธ์สุดท้าย

  • You may make good grades by studying only before examinations, but you will succeed in the long run only by studying hard every day. (คุณอาจทำคะแนนได้ดี โดยอ่านหนังสือก่อนสอบเพียงไม่กี่วัน แต่ในระยะยาวแล้ว คุณจะสำเร็จได้โดยขยันเรียนทุกวันเท่านั้น)

  • John knew that he could make a success of the little weekly paper in the long run. (จอห์นรู้ว่าถ้าเขามีเวลาพอ เขาจะสามารถทำกำไรจากการขายหนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ฉบับเล็กๆได้ในท้ายที่สุด)

up in the air : ยังไม่ตัดสินใจ (อยู่ในอากาศ)

  • Our plans this summer are still up in the air. We don’t know where to go. (แผนของเราสำหรับหน้าร้อนนี้ยังไม่ได้ตัดสินใจ เราไม่รู้ว่าจะไปเที่ยวที่ไหนกันดี)

size someone (หรือ something) up : ทำการประเมินคนหรือสิ่งของ

  • It only took me 5 minutes to size the man up. He makes an excellent first impression but that is all. (ผมใช้เวลาเพียง 5 นาทีในการประเมินหมอนั่น เขาสร้างความประทับใจยอดเยี่ยมตอนแรกเจอ แต่ก็มีอยู่เท่านั้นเอง เวลาต่อๆมา ก็รู้ว่าไม่ได้ดิบดีอะไรนัก)

Pages

Subscribe to RSS - หมวดสำนวน(Idiom) ในภาษาอังกฤษ