หมวดภาษาอังกฤษเพื่อการติดต่อกับกลุ่มประเทศอาเซียน

หมวดภาษาอังกฤษเพื่อการติดต่อกับกลุ่มประเทศอาเซียน (English for Asean Contact)(ตอนที่ 1)

Asean charter– กฎบัตรอาเซียน

Asean community– ประชาคมอาเซียน

Asean Secretariat– สำนักเลขาธิการอาเซียน

Association of Southeast Asian Nations

(ASEAN หรือ Asean)– สมาคมประชาชาติ

แห่งเอเซียตะวันออกเฉียงใต้หรืออาเซียน

Asean dialogue partners– คู่เจรจาอาเซียน

Forum– การประชุมแสดงความคิดเห็น

Summit meeting– การประชุมผู้นำระดับสูงสุดของประเทศ เช่นนายกรัฐมนตรีหรือประธานาธิบดี              

Panel discussion– การอภิปรายแบบคณะ โดย

กลุ่มผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อให้ผู้เข้าสัมมนาได้รับความรู้

ความคิดเห็นที่แตกต่างหลากหลาย

Dialogue– การเจรจาแบบคู่เจรจา (dialogue

partner) เช่น Asean-China dialogue เป็น

การประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสเพื่อหารือแลก

เปลี่ยนความคิดเห็นประเด็นเศรษฐกิจ-การเมือง ฯลฯ

Bilateral negotiation– การเจรจาแบบทวิภาคี

คือการเจรจาสองฝ่ายในประเด็นความร่วมมือต่างๆ

มักเป็นแบบไม่เป็นทางการ(informal)

Multilateral negotiation– การเจรจาแบบ

พหุภาคี คือการเจรจาร่วมกันหลายฝ่าย มักเป็นการ

ประชุมที่จัดอย่างเป็นทางการ (formal)

Seminar– การสัมมนา เป็นการเรียนการสอน หรือการประชุมเพื่อศึกษาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน โดยอาจแบ่งกลุ่มผู้เรียนหรือสัมมนาเป็นกลุ่มเล็กเพื่ออภิปรายเรื่องที่สัมมนา

Workshop–การประชุมเชิงปฏิบัติการ มักเป็นการประชุมกลุ่มเล็กๆ เป็นเวลาหลายวัน เน้นการร่วมกันทำงานเพื่อฝึกแก้ปัญหา

Conference– การประชุมทางวิชาการหรือวิชาชีพ โดยนักวิชาการหรือวิชาชีพ เพื่อนำเสนอผลงานการค้นคว้าวิจัย โดยการกล่าวปาฐกถา หรือทำ workshop หรือวิธีอื่นๆ

Assembly– การประชุมสมัชชา ประกอบด้วย

กลุ่มคน ชมรม หรือสมาคม ที่มาประชุมกันเฉพาะ

เรื่องใดเรื่องหนึ่ง และฟังบรรยายจากผู้เชี่ยวชาญ

Host country– ประเทศเจ้าภาพจัดการประชุม

Co-host– เจ้าภาพร่วมหรือผู้จัดร่วม (อาจเป็นประเทศ กลุ่มบริษัท หรือกลุ่มบุคคล)

Observer– ผู้สังเกตการณ์ คือผู้ได้รับอนุญาตให้

เข้าร่วมประชุมเพื่อเฝ้าดูหรือศึกษาเหตุการณ์ แต่ไม่

มีสิทธิ์ลงคะแนนเสียง

Coordinator– ผู้ประสานงาน

Delegates (= representatives)– ผู้แทนของ

หน่วยงาน องค์กร หรือประเทศที่เข้าร่วมประชุม ใช้

คำนี้แบบเป็นทางการ

Participant (= attendant)– ผู้เข้าร่วมฟัง ประชุม สัมมนา โครงการ หรืออื่นๆ คำนี้ใช้กับผู้เข้าร่วมทั่วๆไป

Congress– การประชุมเป็นทางการ โดยมีผู้แทน

ประเทศหรือภูมิภาคที่เป็นสมาชิกเข้าร่วมประชุม

Retreat– การประชุมอย่างไม่เป็นทางการ (ระดับ

รัฐมนตรี) เพื่อพิจารณาประเด็นที่ยังไม่สามารถหาข้อ

ตกลงกันได้ รวมทั้งการเตรียมการหรือเสนอแนะประเด็นใหม่ๆที่จะเสนอต่อที่ประชุมผู้นำประเทศ

Consortium– การประชุมเฉพาะกิจ เป็นการประ

ชุมในประเด็นใดประเด็นหนึ่ง และยังหมายถึงการ

รวมตัวขององค์กรเพื่อวัตถุประสงค์บางอย่างเป็น

การเฉพาะ เช่น consortium ของธนาคาร

International conference– การประชุมระหว่างประเทศ

International negotiation– การเจรจาทำข้อ

ตกลงระหว่างประเทศ

Resource person– บุคคลผู้มีความรู้ความเชี่ยว

ชาญที่ได้รับเชิญมาเป็นวิทยากรในการบรรยายหรือ

ประชุม

Guest speaker– ผู้พูดที่เป็นแขกรับเชิญมาบรร

ยายในการประชุม สัมมนา หรือการเรียนการสอน จัด

อยู่ในประเภท  resource person

Symposium– การประชุมสัมมนา หรืออภิปราย

ปัญหาเฉพาะ

Convention– การประชุมวิชาการหรือวิชาชีพ

เน้นไปที่การแก้ปัญหาสำคัญ คล้ายๆกับ        symposium

Agenda– วาระการประชุม

Meeting invitation letter– จดหมายเชิญประชุม

VDO conference – การประชุมทางไกล ผู้เข้า

ประชุมนั่งอยู่คนละที่ แต่ดูภาพและฟังเสียงคนอื่นพูด

จากวีดิโอ

Conference call–การประชุมกลุ่มทางไกลคล้ายVDO conference แต่อาจได้ยินเฉพาะ

เสียงของผู้เข้าประชุม ไม่ได้เห็นหน้า

Resolution–มติที่ประชุม

Recommendation–ข้อเสนอแนะ คำแนะนำ

Reservations– ข้อสงวน (ในการประชุมหรือ

พิจารณาในประเด็นต่างๆ)

Minute (= meeting minute)– บันทึกการ

ประชุม

Minute-taker– ผู้บันทึกรายงานการประชุม

Opening remarks–คำกล่าวเปิด (การประชุม

สัมมนา หรืออื่นๆ)

Closing remarks– คำกล่าวปิด (การประชุม

สัมมนา หรืออื่นๆ)

Motion– ญัตติหรือข้อเสนอเพื่อการอภิปรายใน

ที่ประชุม

Session (= meeting session)– สมัยประชุม

หรือช่วงเวลาในระหว่างประชุม

Accountability– ความรับผิดชอบ

Amnesty International – องค์การนิรโทษ

กรรมสากล

Appreciation– การแข็งค่าขึ้นของค่าเงิน

Depreciation– การลดค่าของค่าเงิน

Diplomat– นักการทูต

Diplomacy– การทูต คือการที่รัฐต่างๆยกประ

เด็นขึ้นมาเจรจาหารือกันโดยสันติวิธี

Diplomatic agent– ตัวแทนทางการทูต หมาย

ถึงหัวหน้าหรือบุคคลในคณะผู้แทนทางการทูต

Diplomatic corps– คณะทูตานุทูต หมายถึง

คณะของเอกอัคราชทูต กงสุล หรือเจ้าหน้าที่องค์

การระหว่างประเทศ เจ้าหน้าที่ทางการทูต รวมทั้ง

ภริยา ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในประเทศใดประเทศหนึ่ง

Dispute settlement mechanism– กลไก

การระงับข้อพิพาท

Diplomatic privileges and immunities–

เอกสิทธิ์และความคุ้มกันทางการทูต ที่ให้แก่เจ้าหน้า

ที่ทางการทูต โดยถือว่าบุคคลดังกล่าวเป็นตัวแทนประมุขของรัฐ จึงห้ามกีดกันขัดขวางด้วยการจับกุม

เพื่อให้ผู้นั้นปฏิบัติหน้าที่ในความสัมพันธ์ระหว่าง

ประเทศได้โดยสะดวก

Economic integration– การรวมกลุ่มทาง

เศรษฐกิจของตั้งแต่สองประเทศขึ้นไป เพื่อเสริม

สร้างและรักษาประโยชน์ทางเศรษฐกิจ เช่น ยกเลิก

การเก็บภาษีศุลกากรหรือมาตรการอื่นๆที่เป็นอุป

สรรคทางการค้าระหว่างกัน

Dean of the diplomatic corps– เอกอัครราชทูตที่อาวุโสที่สุดในประเทศใดประเทศ

หนึ่ง (ยื่นสาส์นตราตั้งก่อนผู้อื่น) ทำหน้าที่เป็นหัว

หน้าหรือผู้แทนของคณะทูตานุทูต

 

 Multi-sourcing – การมีแหล่งวัตถุดิบซึ่งสา    มารถผลิตสินค้าอุตสาหกรรมที่เป็นชิ้นส่วนต่างๆ

อย่างมากมาย

Customization – การทำให้เป็นสิ่ง (สินค้า) เฉพาะตัว เช่นการนำรถมาแต่งหรือดัดแปลงเพื่อให้มี

ลักษณะเฉพาะและดูพิเศษกว่ารถคันอื่น

Custom-made – ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้ตรงกับความต้องการพิเศษ

Social country – ประเทศที่ประชากรใช้โซเชียลมีเดียสูง เช่น อินโดนีเซีย สิงคโปร์ ญี่ปุ่น ฯลฯ

Online share bears – ประชากรในประเทศที่

ชอบแชร์ข้อมูลของตัวเองและส่งข้อความส่วนบุคคล

เช่น ฟิลิปปินส์

The info and confidentials– ประเทศที่ประ

ชากรเน้นการส่งอีเมลส่วนบุคคลและติดตามข่าวสาร

ข้อมูล เช่น สิงคโปร์

Peace keeping– การรักษาสันติภาพ คือการส่ง

เจ้าหน้าที่ในนามของสหประชาชาติเข้าไปในพื้นที่ที่

มีความขัดแย้ง โดยความยินยอมของทุกฝ่ายที่เกี่ยว

ข้อง เพื่อทำหน้าที่ดูแลให้มีการปฏิบัติตามข้อตกลง

หยุดยิง หรือความตกลงสันติภาพ

Peace making (= peace building) –การ

สร้างสันติภาพ คือการสร้างและพัฒนาเงื่อนไขเพื่อ

ให้เกิดสันติภาพถาวร

Protocol– พิธีการทูต หรือพิธีสาร คือหลักปฏิบัติ

หรือมารยาททางการทูต ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันโดยนา

นาประเทศ จนกลายเป็นรูปแบบที่ใช้กันในงานพิธี

การ หรือรัฐพิธีต่างๆ ส่วนพิธีสารเป็นความตกลง

ระหว่างประเทศ ส่วนใหญ่เป็นพิธีสารต่อท้ายสนธิ

สัญญา หรืออนุสัญญา

Declaration– ปฏิญญา ซึ่งอาจเป็นความตกลงระ

หว่างประเทศ ซึ่งมีลักษณะผูกพัน หรือปฎิญญาฝ่าย

เดียว ซึ่งก่อสิทธิและหน้าที่ให้แก่ประเทศอื่น หรือ

ปฏิญญาซึ่งรัฐหนึ่งประกาศให้รัฐอื่นทราบความเห็น

และเจตนาของตนในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง

Consul– กงสุล คือข้าราชการที่ได้รับแต่งตั้งให้

ไปประจำยังต่างประเทศ เพื่อทำหน้าที่ดูแลผลประ

โยชน์ของประเทศตนในด้านพาณิชย์ การเดินเรือ และคุ้มครองสวัสดิภาพของพลเมืองของประเทศตน

ที่อาศัยอยู่ในประเทศที่กงสุลผู้นั้นไปประจำอยู่

High Commissioner– ข้าหลวงใหญ่ คือผู้แทน

ทางการทูตของแต่ละประเทศที่เป็นสมาชิกในเครือ

จักรภพอังกฤษ

Debt restructuring– การปรับโครงสร้างหนี้

Extradition – การส่งผู้ร้ายข้ามแดน

Countertrade – การค้าต่างตอบแทน คือการค้า

ระหว่างประเทศที่ผู้ขายตกลงแลกเปลี่ยนสินค้ากับผู้

ซื้อ แทนการชำระเงินทั้งหมดหรือเพียงบางส่วน

Head of state– ประมุขของรัฐ ได้แก่พระมหา

กษัตริย์หรือประธานาธิบดี

Tax allowance – การลดหย่อนภาษี

Taxable income – รายได้พึงประเมิน คือรายได้

หลังจากลดหย่อนค่าใช้จ่ายต่างๆแล้ว

Securitization – การแปลงสินทรัพย์เป็นทุน

Grace period– ระยะเวลาปลอดการชำระหนี้

เงินต้น แต่ยังต้องจ่ายคืนดอกเบี้ย

Gross revenue– รายได้หลักของรัฐบาล เช่น

จากภาษี ค่าใบอนุญาต ค่าธรรมเนียม ค่าเช่า ค่าปรับ

และรายได้จากกำไรของรัฐวิสาหกิจ

Public expenditure – รายจ่ายสาธารณะหรือ

รายจ่ายรัฐบาล

Gross domestic product (GDP) – ผลิต

ภัณฑ์มวลรวมในประเทศ คือมูลค่าของสินค้าและ

บริการขั้นสุดท้ายที่ผลิตภายในประเทศในช่วงเวลา

หนึ่งๆ แต่ไม่อาจชี้วัดคุณภาพชีวิตแท้จริงได้

Fiscal risk – ความเสี่ยงด้านการคลัง คือการที่

รัฐบาลดำเนินนโยบายการคลังอย่างไม่เหมาะสม

Fiscal sustainability (= fiscal stability) – ความยั่งยืนหรือความมีเสถียรภาพด้ารการคลัง เช่น

การดำเนินนโยบายการคลังอย่างเหมาะสม มีความสา

มารถในการจัดเก็บรายได้ ฯลฯ

 

Direct tax– ภาษีทางตรง คือภาษีที่ผู้จ่ายผลักภาระ

ให้ผู้อื่นรับแทนไม่ได้ เช่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

หรือนิติบุคคล ภาษีทรัพย์สิน ภาษีมรดก ฯลฯ

Indirect tax– ภาษีทางอ้อม คือภาษีที่ผู้จ่ายสา

มารถผลักภาระให้ผู้อื่นได้ เช่น ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษี

นำเข้า ภาษีส่งออก ภาษีสรรพสามิต ฯลฯ

Subscribe to RSS - หมวดภาษาอังกฤษเพื่อการติดต่อกับกลุ่มประเทศอาเซียน