หมวดบทสนทนาทั่วไป

บทสนทนาเกี่ยวกับการเชื้อเชิญ

การเชื้อเชิญ (Invitation อิน-วิ-เท้-เชิ่น)

  • Khun Somchai, our Marketing Department Manager, would like to invite you to the cocktail party. (คุณสมชาย ผู้จัดการฝ่ายการตลาดของเรา ขอเชิญคุณไปงานเลี้ยงค็อกเทล)
  • We think you might like to participate in our party. (เราคิดว่าคุณอาจอยากไปร่วมงานเลี้ยงของพวกเรา)
  • If you are free, we would like you to come and join our product launching (ล้อน-ชิ่ง) party. (ถ้าคุณว่าง เราอยากให้คุณมาร่วมงานเลี้ยงเปิดตัวสินค้าของเรา)
  • Could we have an honor of your presence at the meeting? (เราขอให้คุณไปปรากฎตัวในที่ประชุมเพื่อเป็นเกียรติแก่พวกเราด้วยครับ)
  • Please join me for a coffee. (โปรดมาร่วมดื่มกาแฟด้วยกันซิ)
  • I would very much like you to come to our dinner party. (ผมอยากให้คุณมาร่วมงานเลี้ยงอาหารเย็นกับเรา)
  • Can you come over and join us? (คุณจะมาร่วมกับพวกเราไหมล่ะ)
  • If you are ever in Bangkok, please call me up. (ถ้าคุณบังเอิญมากรุงเทพฯ โปรดโทรมาหาผมนะ)
  • We would be glad if you can come to attend our meeting. (เราจะยินดีถ้าคุณสามารถมาเข้าร่วมประชุม-สังสรรค์กับเรา)
  • Somsri and I will throw a dinner this weekend, We would like you to come. (สมศรีกับผมจะจัดเลี้ยงอาหารค่ำตอนสุดสัปดาห์ ผมอยากให้คุณมาร่วมด้วย)
  • You’ll be able to come, won’t you? (คุณจะมาได้ใช่ไหม)
  • Could you attend our wedding ceremony? (คุณจะมางานแต่งงานของเราได้ไหม)
  • We are having a dance on Sunday. I hope you can join us. (เราจะมีการเต้นรำวันอาทิตย์นี้ หวังว่าคุณคงมาร่วมงานด้วยนะ)

การตอบรับคำเชิญ (Accepting an invitation)

  • I’d like to. (ผมอยากจะไปครับ)
  • It would be very nice to attend your wedding ceremony. (คงจะดีมากที่จะได้ไปงานแต่งของคุณ)
  • With great pleasure (เพลส-เช่อ). (ยินดี (ไปร่วม) อย่างยิ่งเลยครับ)
  • That would be very nice. (ดีมากทีเดียวที่จะได้ไปร่วม)
  • I would very much. Thank you. (ผมอยากไปร่วมด้วยมากเลย ขอบคุณ)
  • That sounds terrific (เทอ-ริฟ-ฟิค). (ฟังดูเยี่ยมเลย)
  • OK, if you insist. (ก็ได้ ถ้าคุณยืนกรานแบบนี้) (ผมไปแน่ ถ้าคุณยืนกรานจะให้ผมไปร่วม)
  • I’d be delighted to accept your invitation. (ผมยินดีตอบรับคำเชิญของคุณครับ)
  • I’d like nothing better. (ผมไม่ชอบอะไรมากกว่านี้อีกแล้ว-คือที่จะไปร่วมงานของคุณ)
  • With pleasure (เพลส-เช่อ). (ด้วยความยินดี)
  • Yes, if you want me to. (ครับ ถ้าคุณต้องการให้ผมไป)
  • Yes, I will. หรือ Yes, I do. (ผมไปแน่)
  • I’ll be a little bit late, is that ok? (ผมจะไปช้าสักนิดนะ ตกลงไหม)
  • That sounds a very nice idea. (รู้สึกว่าเป็นความคิดที่ดีนี่–ที่คุณเชิญชวนผมดื่ม-กิน-ไปร่วมงาน)

การปฏิเสธคำเชิญ (Rejecting an invitation)

  • I’m afraid I can’t. (ผมเกรงว่าจะไปไม่ได้)
  • I’m sorry , I can’t. (ผมเสียใจที่ไปไม่ได้)
  • I’d (would) love to , but I already have a date. (ผมอยากไปนะ แต่ผมมีนัดแล้ว)
  • I’m sorry , I can’t make it. (ขอโทษครับ ผมไปไม่ได้)
  • Sorry , I already have an appointment. (ขอโทษด้วยครับ ผมมีนัดอื่นแล้ว)
  • I’m afraid , I won’t be free tomorrow. (ผมเกรงว่าพรุ่งนี้จะไม่ว่างนะ)
  • I’m afraid I can’t come (go) tomorrow. (ผมเกรงว่าจะมา – ไป ไม่ได้พรุ่งนี้)
  • I’d like to , but my wife wouldn’t like it. (ผมอยากไป แต่ภรรยาผมไม่ชอบ)
  • I wish I could , but my friends are coming this evening. (ผมอยากไปร่วมนะ แต่เพื่อนผมจะมาค่ำนี้)
  • Thank you for asking me , but I feel very tired. (ไท-เอ็ด) (ขอบคุณที่ชวน แต่ผมรู้สึกเหนื่อยมาก)
  • Sorry , I can’t. But thanks anyway. (ขอโทษครับ ผมไปไม่ได้ แต่อย่างไรก็ต้องขอขอบคุณที่เชิญ)
  • Sorry , I’m tied up. (ขอโทษที ผมยุ่งมากเลย)
  • Let’s do it another time. (ไว้คราวหน้านะ)
  • I’m afraid I’ve already promised to meet John this evening , but thank you all the same. (ผมเกรงว่าผมสัญญาจะพบกับจอห์นค่ำนี้ แต่ก็ขอบคุณที่เชิญนะ)
  • Thank you very much , but I’m already booked up for next Sunday. (ขอบคุณมากที่เชิญ แต่ผมมีนัดไว้แล้ววันอาทิตย์หน้า)
  • Could you make it another day? (ขอเลื่อนเป็นวันอื่นได้ไหม)
  • Would you prefer some other time? (คุณอยากเลื่อนไปคราวหน้า – เวลาอื่นไหม)
  • I’m sorry but I’m so busy. (ผมเสียใจครับ มีงานยุ่งมาก)
  • I’m sorry. I can’t. I’ve something to do. (ผมเสียใจที่ไปไม่ได้ มีงานต้องทำ)
  • I’m sorry. I already have a plan this evening. (ผมเสียใจ ผมมีเรื่องต้องทำเย็นนี้)

ตัวอย่างบทสนทนาที่ 1

A :      Would you like to join the ride? (นั่งรถไปด้วยกันไหมล่ะ)

B :      Yes , I would be glad to. (ได้ซิ ยินดีเลย)

A :      Let’s go now. (งั้นเราไปกันเลย)

B :      OK.

ตัวอย่างบทสนทนาที่ 2

A :      Here’s an invitation for you. (เอ้า นี่บัตรเชิญสำหรับคุณนะ)

B :      Thank you. What is the occasion? (ขอบคุณครับ โอกาสอะไรล่ะ)

A :      This Friday is the 15th anniversary of our company. Our manager would like to invite you and your family to a dinner party. Do you think you can come? (ศุกร์นี้เป็นวันครบรอบ 15 ปีของบริษัทเรา ผู้จัดการเชิญคุณและครอบครัวมาร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำ คุณมาได้ไหม)

B :      Yes, I and my family would love to. (ได้สิ ผมและครอบครัวอยากไปร่วมนะ)

A :      Wonderful. The dinner begins at 6:30 PM. Can you come by that time? (ยอดเลย อาหารเย็นเริ่ม 6 โมงครึ่ง คุณมาได้ไหมล่ะช่วงนั้น)

B :      I’m sure I’ll be there in time. (ผมมั่นใจนะว่าจะไปได้ทันเวลา)

บทสนทนาในร้านอาหาร

ในร้านอาหาร

  • Let me host you for this meal. (ผมขอเลี้ยงคุณนะ หรือเป็นเจ้าภาพนะสำหรับมื้อนี้)

  • Let me buy you the breakfast. (ผมขอเลี้ยงอาหารเช้าคุณนะ)

 เวลาจ่ายเงินหรือเช็คบิล

  • Excuse me. Check, please. (ขอโทษครับ คิดเงินด้วย)

  • Excuse me. Bill, please. (ขอโทษครับ คิดเงินด้วย)

  • Let me have the bill, please. (คิดเงินด้วยครับ)

  • Separate checks, please. (คิดเงินแยกกันนะครับ – คือคิดแบบต่างคนต่างออก)

  • Where can I pay, here or at the counter? (ผมจ่ายตังค์ที่ไหนเนี่ย! ตรงนี้หรือที่เคาน์เตอร์)

  • How much is my share? (ค่าอาหารส่วนของผมเท่าไหร่ครับ คือ ผมต้องช่วยออกตังค์เท่าไหร่)

  • How much is the total charge? (รวมค่าอาหารทั้งหมดเท่าไหร่ครับ)

การชวนกิน ชวนดื่ม

  • Could you come to have dinner with us this evening? (คุณมาทานอาหารค่ำกับเราได้ไหม คืนนี้)
  • You must join us for lunch. (คุณต้องมากินข้าวกลางวันกับเรานะ)
  • Shall we have a drink at this restaurant? (เรามาหาอะไรดื่มกันที่ภัตตาคารนี้ไหม)
  • Are you free for dinner tonight? (คุณพอจะว่างไปทานอาหารเย็นกับผมไหม คืนนี้)

 ตัวอย่างบทสนทนาในร้านอาหาร

At a bar (ที่บาร์)

( A = ลูกค้าชาย B = ลูกค้าหญิง )

A : Do you mind if I join you ladies? (คุณผู้หญิง จะรังเกียจไหมถ้าผมจะขอร่วมวงด้วย)

B : My friend and I would like to be alone. Thank you. (ขอบคุณค่ะ เพื่อนของฉันและฉันต้องการอยู่กันตามลำพัง)

A : Oh, come on. You two ladies should not drink alone. (โอ มาเถอะครับ คุณทั้งสองไม่ควรดื่มกันตามลำพัง)

B : Bartender. Excuse me. Will you please ask this man to stop bothering us? (บาร์เทนเดอร์ ขอโทษค่ะ คุณจะขอร้องชายผู้นี้ว่ากรุณาหยุดรบกวนพวกเราได้ไหม?)

A : OK, OK. I'll leave you alone. (ตกลง ตกลง ฉันจะปล่อยให้คุณอยู่กันตามลำพัง)

B : Thank you. (ขอบคุณ)

 

ตัวอย่างประโยคเกี่ยวกับการคุยเรื่องชอบ/ไม่ชอบ

(Talking about likes and dislikes)

การถามเรื่องชอบ/ไม่ชอบ

  • What kind of people do you like? (คุณชอบคนแบบไหน)
  • What kind of people would you like to make friends with? (คนแบบไหนที่คุณต้องการผูกมิตร-คบค้าด้วย)
  • Who is you favorite singer (actor, footballer)? (ใครคือนักร้อง-นักแสดง-นักฟุตบอล คนโปรดของคุณ)
  • What kind (type) of movie (men) do you like? (หนัง (คน) ประเภทไหนที่คุณชอบ)
  • What is you favorite kind (type) of movie? (อะไรคือประเภทหนังโปรดของคุณ)
  • What impresses you most in Thailand (Japan)? (อะไรทำให้คุณประทับใจมากที่สุดในเมืองไทย (ญี่ปุ่น))
  • What do you like best (most) in the USA? (คุณชอบอะไรมากที่สุดในอเมริกา)
  • What kind of music do you like? (คุณชอบดนตรีประเภทไหน)
  • Do you like listening to music? (คุณชอบฟังดนตรีไหม)
  • What sports do you like best (most)? (คุณชอบกีฬาอะไรมากที่สุด)
  • What animal do you like? (คุณชอบสัตว์อะไร)
  • What fruit do you like best? (คุณชอบผลไม้อะไรมากที่สุด)
  • Who do you like? (คุณชอบใคร)
  • Who do you prefer, Dang or Dum? (คุรชอบใครมากกว่ากัน แดงหรือดำ)
  • Do you like listening to the music? (หรือ to listen) (คุณชอบฟังดนตรีไหม)
  • Do you like watching T.V.?  (หรือ to watch) (คุณชอบดูทีวีไหม)
  • Do you like going (หรือ to go) to the party? (คุณชอบไปงานเลี้ยงไหม)
  • Do you like going (หรือ to go) out at night? (คุณชอบออกไปข้างนอกตอนกลางคืนไหม)
  • Do you like him/her? (คุณชอบเขา/หล่อน ไหม)
  • Why do you like him/her? (ทำไมคุณจึงชอบเขา/หล่อน)

การตอบว่าชอบ/ไม่ชอบ

  • I like action film (movies). (ผมชอบหนังบู๊)
  • I like romantic film (movies). (ฉันชอบหนังรักๆใคร่ๆ)
  • I like rock music. (ผมชอบดนตรีร็อค)
  • My favorite kind of movies is science. (หนังโปรดของผมคือพวกวิทยาศาสตร์)
  • My favorite actor is Tom Cruise. (ดาราโปรดของผมคือทอมครูส)
  • My favorite actress is Angelena Jolie. (ดาราโปรดของฉันคือแองเจลิน่า โจลี่)
  • My favorite singer is Elvis. (นักร้องโปรดของผมคือเอลวิส)
  • Yes, I like listening to music. (ใช่แล้ว ผมชอบฟังดนตรี)
  • No, I don’t like watching (หรือ to watch) T.V. (ไม่ ผมไม่ชอบดูทีวี)
  • I like Tom Cruise because he is handsome. (ฉันชอบทอม ครูส เพราะเขาหล่อ)
  • I like dogs หรือ I am fond of dogs. (ฉันชอบสุนัข)
  • I don’t like snakes because they are ugly. (ฉันไม่ชอบงูเพราะมันน่าเกลียด)
  • I like them because they are very kind and friendly. (ผมชอบพวกเขาเพราะใจดีมากและเป็นกันเอง)

คำถาม-คำตอบเกี่ยวกับความรับผิดชอบในการงาน

คำถามเกี่ยวกับอาชีพ ตำแหน่ง และความรับผิดชอบในการงาน

 

  • What do you do? (คุณทำงานอะไร)
  • What is your job? (งานของคุณคืออะไร = what do you do?)
  • What is your occupation? (อาชีพของคุณคืออะไร)
  • What is your job about? (งานของคุณเกี่ยวกับอะไร)
  • What does your company do? (บริษัทคุณทำอะไร)
  • Who do you work for? (คุณทำงานให้ใคร)
  • What is your duty in the company (หรือ in PWA)? (หน้าที่ของคุณในบริษัท (หรือ กปภ.) คืออะไร)
  • What is your responsibility in your company (หรือ in PWA)? (คุณรับผิดชอบอะไรในบริษัทของคุณ (หรือ กปภ.)
  • How long have you worked here (there)? (คุณทำงานที่นี่-ที่นั่น มานานเท่าไหร่)

 

 

คำตอบเกี่ยวกับอาชีพ ตำแหน่ง และความรับผิดชอบในการงาน

 

  • I work as a doctor ( a dentist , an engineer) (ผมทำงานเป็นแพทย์ – ทันตแพทย์ – วิศวกร)
  • I’m a programmer. (ฉันเป็นโปรแกรมเมอร์)
  • My job is about contacting foreign customers. (งานของผมเกี่ยวกับการติดต่อลูกค้าต่างชาติ)
  • My job is driving a taxi (teaching , coaching) (งานของฉันคือการขับแท็กซี่ – สอนหนังสือ – เป็นโคช)
  • I’m responsible for the marketing in the company. (ผมรับผิดชอบการตลาดในบริษัท)
  • My responsibility is contacting foreign customers. (ความรับผิดชอบของผมคือการติดต่อลูกค้าต่างชาติ)
  • I’m responsible for the correspondence. (ฉันรับผิดชอบการโต้ตอบจดหมาย)
  • My responsibility is foreign correspondence. (ความรับผิดชอบของฉันคือการโต้ตอบจดหมายต่างประเทศ)
  • I work for PWA in the engineering department. (ผมทำงานให้ กปภ. ในฝ่ายวิศวกรรม)
  • I’m an economist. I conduct research for PWA’s planning division. (ฉันเป็นนักเศรษฐศาสตร์ ฉันทำงานวิจัยให้กับกองแผนงานของ กปภ.)
  • I am an accountant in PWA. I’ve a lot of work to do every day. (ฉันเป็นนักบัญชีใน กปภ. ฉันมีงานต้องทำเยอะแยะทุกวัน)

คำถาม-คำตอบเกี่ยวกับสถานภาพสมรส (Marital Status)

 

คำถามเกี่ยวกับสถานภาพสมรส (Marital Status)

  • Are you single or married (แม-ริด) ? (คุณโสดหรือแต่งงานแล้ว)
  • How long have you been married? (คุณแต่งงานมานานเท่าไหร่แล้ว)
  • Do you have any children? (คุณมีลูกไหม)
  • How many children do you have? หรือ How many children have you? (คุณมีลูกกี่คน)
  • Do you have a boyfriend/girlfriend? (คุณมีแฟนไหม)

 

คำตอบเกี่ยวกับสถานภาพสมรส (Marital Status)

  • I’m single (ฉันยังโสด)
  • I’m engaged (เอน-เกจด์) (ฉันหมั้นแล้ว)
  • I’m married (แม-ริด) (ฉันแต่งงานแล้ว)
  • I’m divorced (ดิ-วอสท์) (ฉันหย่าแล้ว)
  • We’re separated (เซพ-พา-เร้ท-ทิด) (เราแยกกันอยู่)
  • I have been married for 3 years. (ฉันแต่งงานมา 3 ปีแล้ว)
  • I’ve 2 children. (ฉันมีลูก 2 คน)
  • I’ve no children. (ฉันไม่มีลูก)

บทสนทนาเกี่ยวกับการซื้อหนังสือ

At a Bookstore (ที่ร้านหนังสือ)

(A = ลูกค้า B = คนขาย )

A : Excuse me. (ขอโทษค่ะ)

B : Yes. Can I help you? (ค่ะ, ฉันสามารถช่วยอะไรคุณได้บ้าง)

A : I'm looking for a very easy to read map of this city. (ฉันกำลังมองหาแผนที่ของเมืองนี้ที่อ่านได้อย่าง ง่ายๆ)

B : Uh, do you want a street map or a map to historical sites and points of interests? (อื้อ, คุณต้องการ แผนที่ถนน(เดินรถ) หรือแผนที่ที่ตั้งเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และสถานที่ที่น่าสนใจ)

A : Historical sites. (แผนที่ที่ตั้งเกี่ยวกับประวัติศาสตร์)

B : OK. Let me show you what we have. (ตกลง ฉันจะให้คุณดูว่าเรามี (แผนที่) อะไรบ้าง)

บทสนทนาเกี่ยวกับการจองโรงแรม

  การเข้าพักหรือจองห้องโรงแรม (Staying or reserving a hotel room)

  • I would like to reserve a room, please. หรือ I would like to make a reservation, please. (ผมต้องการจองห้องพักครับ)

  • I would like to make a reservation for a single room with shower. (ผมอยากจองห้องเตียงเดี่ยวพร้อมห้องน้ำฝักบัวครับ)

  • I would like to book a double room with bath, please. (เราอยากจองห้องเตียงคู่ พร้อมห้องน้ำมีอ่างอาบน้ำด้วย)

  • I want a room with bath. (ผมอยากได้ห้องชนิดมีอ่างอาบน้ำด้วย)

  • I would like a double room with an air-conditioner. (ผมอยากได้ห้องเตียงคู่แบบมีแอร์ด้วย)

  • I would like a single room with a nice view. (ผมอยากได้ห้องเตียงเดี่ยวมีวิวสวยๆ)

  • How long are you staying with us? (คุณจะพักที่โรงแรมเรานานเท่าใดครับ)

  • How much for one night? (ค่าห้องคืนละเท่าไรครับ)

  • Can you give me a room with bath? (ผมขอห้องแบบมีอ่างอาบน้ำได้ไหม)

  • Do you have anything cheaper? หรือ Do you have any less expensive rooms? (คุณมีห้องราคาถูกกว่านี้ไหมครับ)

  • Please fill out the registration card. (กรุณากรอกบัตรลงทะเบียนเข้าพักด้วยครับ)

  • We would like a room for two. (เราอยากได้ห้องสำหรับ 2 คนสักห้อง)

  • I would like a single room. (เราอยากได้ห้องเดี่ยวสักห้อง)

  • We would like a room with a double bed. (เราอยากได้ห้องเตียงคู่สักห้อง)

  • Do you have a reservation? (คุณจองห้องไว้ล่วงหน้าแล้วหรือ)

  • Have you confirmed your reservation? (คุณบอกยืนยันการจองห้องของคุณแล้วหรือ)

  • We have a room for you. (เรามีห้องสำหรับคุณ)

  • We have a vacant room. (เรามีห้องว่าง)

  • We have a room especially prepared for you. (เรามีห้องเตรียมไว้เฉพาะสำหรับคุณ)

  • We have a room ready for you. (เรามีห้องพร้อมสำหรับคุณ)

  • Does the room have air-conditioning? (ห้องมีเครื่องปรับอากาศไหม)

  • The room has air-conditioning. (ห้องมีเครื่องปรับอากาศ)

  • Does the room have carpeting? (ห้องมีปูพรมไหม)

  • The room has carpeting. (ห้องมีปูพรม)

  • Does the room have warm running water? (ห้องมีน้ำ (ประปา) อุ่นไหม)

  • Of course, it has warm running water. (แน่นอน มีน้ำอุ่น)

  • Of course, it does. (แน่นอน มีน้ำอุ่น)

  • What is the room rate? (ค่าห้องเท่าไหร่)

  • How much do you charge per day? (คุณคิดค่าห้องวันละเท่าไหร่)

  • 500 baht per day. (วันละ 500 บาท)

  • The room rate is 500 baht per day. (ค่าห้องวันละ 500 บาท)

  • We charge 500 baht per day for a single room. (เราคิด 500 บาทต่อวันสำหรับห้องเดี่ยว)

  • We charge 500 baht per day, tax included. (เราคิด 500 บาทต่อวัน รวมภาษีแล้ว)

  • The tax has been included. (รวมภาษีไว้แล้ว)

  • How many days do you plan to stay? (คุณคิดว่าจะพักกี่วัน)

  • How long do you plan to stay here? (คุณคิดว่าจะอยู่นานเท่าใด)

  • 4 days and 3 nights. (พัก 4 วันและ 3 คืน)

  • Do we have to pay in advance? (เราต้องชำระล่วงหน้าไหม)

  • Do I have to put down a deposit? (เราต้องจ่ายค่ามัดจำไหม)

  • That’s not necessary. (ไม่จำเป็นหรอก)

  • No, that isn’t necessary. (ไม่จำเป็นหรอก)

  • No, you don’t have to. (ไม่ต้องหรอก)

  • Yes, if it is convenient for you. (ได้ครับ ถ้าสะดวกสำหรับคุณ)

  • We will send you the bill later. (เราจะส่งใบเรียกเก็บเงินให้คุณภายหลัง)

  • We’ll bill you later. (เราจะเรียกเก็บเงินคุณภายหลัง)

  • We’ll send you the bill on the last day of your stay. (เราจะส่งใบเรียกเก็บเงินในวันสุดท้ายของการพักที่โรงแรม)

  • We’ll bill you tomorrow. (เราจะส่งใบเรียกเก็บเงินให้คุณพรุ่งนี้)

  • When is the check-out time? (เวลาต้องเช็คออกจากโรงแรมคือกี่โมง)

  • Before noon. หรือ Before midday. (ก่อนเที่ยง)

  • Would you please sign your name? (กรุณาเซ็นต์ชื่อด้วย)

  • Would you put your signature here? (กรุณาลงนามที่นี่)

  • Would you please sign this registration card? (กรุณาเซ็นต์บัตรลงทะเบียนด้วย)

  • Is there anything else? (มีอะไรอีกไหมครับ)

  • No, that’s all. (ไม่มีอะไรอีกแล้ว)

  • Here is the key to your room. (นี่คือกุญแจห้องคุณ)

  • You room number is 608. (ห้องคุณเบอร์ 608)

  • You may use the elevator over there. (คุณสามารถใช้ลิฟท์ตรงนั้นได้)

 

ตัวอย่างบทสนทนาเกี่ยวกับการจองโรงแรม

Sample 1 :      At the Hotel

( A = พนักงานของโรงแรม  ,  B = แขกที่หน้าเคาน์เตอร์ )

A :           Yes, may I help you? (ครับ มีอะไรให้ผมช่วยไหม)

B :           Yes, we have a reservation. The name is Smith. (ครับ พวกเราได้จองห้องไว้ ใช้ชื่อสมิธ)

A :           Mr.Smith. For 2 nights? (คุณสมิธ สำหรับ 2 คืนใช่ไหมครับ)

B :           Yes, that’s right. (ใช่ ถูกต้องแล้วครับ)

A :           OK. Please fill out this card. (ตกลงครับ กรุณากรอกข้อความในบัตรนี้ด้วย)

B :           Certainly. (ได้ครับ)

 

Sample 2 :     (ที่เคาน์เตอร์โรงแรม จองห้องไว้ล่วงหน้าแล้ว)

(C = Clerk (เสมียน)  ,   P = Peter)

 C        :         Good morning, may I help you?  (สวัสดีครับ มีอะไรให้ผมช่วยคุณได้)

P        :         Good morning, we would like a room for two please. (สวัสดีครับ เราต้องการห้องสักห้องสำหรับ 2 คน)

C        :         Do you have a reservation? (คุณจองห้องล่วงหน้าไว้ก่อนหรือเปล่า)

P        :         Yes, we do and we also had it confirmed a couple of days ago. (ครับ และเราก็ได้ยืนยันแน่นอนเมื่อ 2 วันก่อน)

C        :         Let me see. Yes, we have a room especially prepared for you. It is a double bed with air-conditioning and carpeting. (ขอผมดูก่อน ครับ เรามีห้องเตรียมไว้เฉพาะสำหรับคุณ เป็นห้องเตียงคู่ มีเครื่องปรับอากาศและพื้นปูพรม)

P        :         Does it have warm running water? (ห้องมีน้ำอุ่นไหม)

C        :         Of course it does. (มีแน่นอนครับ)

P        :         What is the room rate? (ค่าห้องเท่าไหร่ครับ)

C        :         One thousand baht per day, tax included. How many days do you plan to stay? (วันละ 1,000 บาท รวมภาษีแล้ว คุณคิดว่าจะพักกี่วัน)

P        :         Three days. Do we have to pay in advance? (3 วัน เราต้องจ่ายค่าห้องล่วงหน้าไหมครับ)

C        :         That’s not necessary. We’ll send you the bill on the last day of your stay, before check-out time. (ไม่จำเป็นครับ เราจะส่งใบเรียกเก็บเงินให้คุณในวันสุดท้ายก่อนเวลาเช็คออก)

P        :         When is the check-out time? (เวลาต้องเช็คออกกี่โมงครับ)

C        :         Before noon, sir. (ก่อนเที่ยงครับ)

                   Would you please sign this registration card? (กรุณาเซ็นบัตรลงทะเบียนนี้ด้วยครับ)

P        :         (หลังจากลงชื่อแล้ว) Is there anything else? (มีอะไรอีกไหมครับ)

C        :         No, that’s all. Here is the key to your room. Your room number is 810. You may take the elevator over there. The bell boy will take you to your room. I hope you enjoy your stay here. (ไม่มีแล้วครับ นี่คือกุญแจห้อง ห้องของคุณคือ 810 คุณขึ้นลิฟต์ทางโน้นได้เลย พนักงานรับใช้จะพาคุณไปที่ห้อง ผมหวังว่าคุณคงพักสบายที่นี่)

P        :         We hope so too. (เราก็หวังว่าเป็นเช่นนั้นด้วย)

 

Sample 3 :     (อยู่ในห้องโรงแรม)

(B = Bell boy = พนักงานรับใช้ในโรงแรม, เด็กขนกระเป๋าและทำหน้าที่อื่นๆในโรงแรม   ,    P = Peter)

 B        :         This is your room.  (นี่คือห้องของคุณ)

P        :         What a nice room! It is clean and quiet. (ห้องดีจัง สะอาดและเงียบ)

B        :         Where would you like me leave your luggage? (คุณจะให้ผมวางกระเป๋าตรงไหนดี)

P        :         In front of the closet will be fine. (หน้าห้องตู้เสื้อผ้าก็ได้)

B        :         May I show you some of the facilities. This is the switch for the lights. Here is the switch for the air-conditioner. (ขอให้ผมแนะนำสิ่งอำนวยความสะดวกบางอย่าง นี่คือสวิตซ์ไฟ นี่คือสวิตซ์สำหรับเครื่องปรับอากาศ)

P        :         Is the air-conditioner adjustable? (เครื่องปรับอากาศปรับความเย็นได้ไหม)

B        :         Yes, you can control the temperature by moving this knob. (ครับ คุณสามารถควบคุมอุณหภูมิได้โดยหมุนปุ่มนี้)

P        :         Do you have some stationery? I would like to send a message home. (คุณมีเครื่องเขียนบ้างไหม ผมอยากจะส่งข่าวกลับไปที่บ้าน)

B        :         Yes, there are paper, envelopes, postcards and a ball point pen in the drawer of the desk. (ครับ มีกระดาษ ซองจดหมาย โปสการ์ด และปากกาลูกลื่นในลิ้นชักของโต๊ะ)

P        :         Do you have a hanger for my coat? (คุณมีที่แขวนเสื้อผ้าไหม)

B        :         Yes, there are some in the closet. We also have a radio on the line here. If you want to listen to it, just push this button. (ครับ มีในตู้เสื้อผ้า เรายังมีวิทยุตามสายที่นี่ ถ้าคุณต้องการฟังวิทยุ ก็เพียงกดปุ่มนี้)

P        :         I feel thirsty. Can I drink the water from the tap. (ผมรู้สึกกระหายน้ำ ผมจะดื่มน้ำจากก๊อกได้ไหม)

B        :         You’d better not. Although the water is clean, it is not safe for drinking. There is a pitcher of cold water on the table. (อย่าดีกว่า ถึงแม้น้ำประปาจะสะอาด แต่ก็ไม่ปลอดภัยสำหรับดื่ม มีเหยือกน้ำเย็นบนโต๊ะ)

P        :         Can we have an outside line with the telephone. I would like to give my friend a call. (โทรศัพท์นี้ต่อออกภายนอกโรงแรมได้ไหม ผมอยากจะโทรถึงเพื่อนหน่อย)

B        :         Yes, all you have to do is lift up the phone and tell the operator the number. (ครับ คุณเพียงแต่ยกหูโทรศัพท์และบอกเบอร์โทรให้กับโอเปอร์เรเตอร์)

P        :         I think we have everything we need. Here is a tip for you. (เราคิดว่าเรามีทุกอย่างที่เราต้องการ นี่คือทิปของคุณ)

B        :         Thank you very much. (ขอบคุณมากครับ)

บทสนทนาเกี่ยวกับการรับกระเป๋า

Baggage Claim (ที่รับกระเป๋า)

(A = ผู้โดยสารเครื่องบิน      B = พนักงานแผนกรับกระเป๋า )

A :           I can’t find my baggage. (ผมหากระเป๋าเดินทางไม่เจอครับ)

B :           Which flight did you arrive on? (คุณมากับเที่ยวบินไหนครับ)

A :           TG flight two oh four from Thailand. (เที่ยวบิน TG 204 มาจากประเทศไทยครับ)

B :           Please describe your baggage. (กรุณาอธิบายเกี่ยวกับกระเป๋าของคุณครับ)

A :           One is a brown large size suitcase and the other is a smaller black Boston bag. (ใบหนึ่งเป็นกระเป๋าใบใหญ่สีน้ำตาล และอีกใบเล็กกว่าเป็นกระเป๋าบอสตันสีดำ)

B :           OK, we’ll check around and see if we can locate it for you. (ตกลง เราจะตรวจดูรอบๆและดูว่าเราจะหากระเป๋าให้คุณได้หรือไม่)

Pages

Subscribe to RSS - หมวดบทสนทนาทั่วไป