หมวดบทสนทนาทั่วไป

บทสนทนาเกี่ยวกับเรื่องเบื่อ

เมื่อรู้สึกเบื่อจะพูดอย่างไร

•    How boring! (น่าเบื่อเสียจริงๆ)

•    Too much bother. (น่ารำคาญจริงๆ)

•    I am (หรือ get) bored. (ผมเบื่อ)

•    How boring! (น่าเบื่อเสียจริงๆ)

•    Too much bother. (น่ารำคาญจริงๆ)

•    I am (หรือ get) bored. (ผมเบื่อ)

•    Life is so boring. (ชีวิตนี้น่าเบื่อจริง)

•    My life is so boring. (ชีวิตฉันมันน่าเบื่อเสียจริง)

•    I am so bored today. (ผมเบื่อมากเลยวันนี้)

•    I find it rather boring. (ผมว่ามันค่อนข้างน่าเบื่อนะ)

•    It is awfully boring. (มันน่าเบื่อเหลือเกิน)

•    I'm dying from boredom. (ผมกำลังจะตายจากความเบื่อนี่แหละ)

•    I hate being (หรือ getting) bored. (ผมเกลียดความเบื่อ)

•    That woman is a total bore. (ผู้หญิงคนนั้นน่าเบื่อไปเสียหมด)

•    I get (หรือ am) bored all the time. (ผมเบื่อตลอดเวลาเลย)

•    She is (หรือ gets) bored very easily. (เธอรู้สึกเบื่อง่ายมาก)

•    I'm fed up with all those nonsense. (ผมเบื่อความเหลวไหลเหล่านั้นเสียจริง)

 

ประโยคต่างๆ เกี่ยวกับเรื่องเบื่อ

•    I think I'm a boring person. Do you think so?

    (ผมคิดว่าผมเป็นคนน่าเบื่อนะ คุณคิดว่าผมเป็นแบบนั้นหรือเปล่า)

•    My cousins are so boring. All they do is playing (หรือ to play) games on computers.

    (ญาติๆ ผมน่าเบื่อมาก สิ่งที่พวกเขาทำคือเล่นเกมส์บนคอมพิวเตอร์)

•    There is nothing to do in the countryside. I'm always bored there.

     (ไม่มีอะไรให้ทำเลยที่บ้านนอก ผมมักเบื่อเสมอเมื่ออยู่ที่นั่น)

•    He was fed up with doing all the work.

     (เขาเซ็งมากเลยกับงานทั้งหมดที่ทำอยู่)

•    It's always boring whenever we go to our relatives.

     (น่าเบื่อเสมอเลยเมื่อใดก็ตามที่เราไปเยี่ยมญาติ)

•    I'm sick of her excuses.  (ผมเบื่อข้อแก้ตัวของเธอ)

•    I'm totally sick of Thai politicians.  (ผมเบื่อ-เอียน นักการเมืองไทยจริงๆ ครับ)

•    Traveling during the rush hours can be a bit of a bore.

     (การเดินทางในชั่วโมงเร่งด่วนทำให้น่าเบื่อมาก)

•    It's boring whenever she's around. (น่าเบื่อจังเลยเมื่อมีเธออยู่ใกล้)

•    It went on for hours, we were all bored to death.

     (มัน เช่น ฝน, การประชุม ดำเนินไปหลายชั่วโมง, พวกเราทุกคนเบื่อกันแทบตาย)

•    Because our trip (หรือ vacation) was disorganized, we had too much extra time and I was (หรือ got) bored during our free time.

     (เพราะว่าการเดินทางของเราวางแผนหรือเตรียมการณ์ไว้แบบห่วยแตก เราจึงมีเวลาว่างเหลือเยอะแยะ ผมรู้สึกเบื่อมากในช่วงเวลาว่าง)

•    His personality is very boring. (บุคลิกของเขาน่าเบื่อมาก)

•    To be quite frank, I find philosophy rather boring.

    (พูดจริงๆ นะผมเห็นว่าวิชาปรัชญาค่อนข้างน่าเบื่อ)

•    I was bored most of the time during the meeting.

     (ผมเบื่อตลอดเวลาระหว่างการประชุม)

•    It was not as fun as I thought. It was a little boring.

     (มันไม่สนุกเหมือนที่ผมคิด น่าเบื่อเล็กน้อย)

 

สรุป เมื่อรู้สึกเบื่อ พูดได้หลายคำ

1. to be tired (ไท-เอ็ด) of

2. to be sick of

3. to be fed up with

4. to be bored (บอ-ดึ) with เช่น

•    I'm sick of your conduct. (ฉันเบื่อความประพฤติแกเต็มที)

•    He is fed up with his boss. (เขาเบื่อเจ้านายเต็มทน)

•    She is bored with her colleagues (คัล-ลีกส์). (เธอเบื่อเพื่อนร่วมงานมาก)

•    Jane is tired of quarrelling with her husband.

    (เจนเบื่อหน่ายกับการทะเลาะกับสามี)

 

ตัวอย่างสนทนาเกี่ยวกับ เบื่อ

เรื่องที่1

A: Hi Jim, what is your plan for tonight?

    (หวัดดีจิม คุณมีแผนจะทำอะไรสำหรับคืนนี้)

B : I don't have any plans. Are you doing anything special?

     (ผมไม่มีแผนอะไรหรอก แล้วคุณล่ะมีอะไรทำพิเศษไหม)

A : Well, if you're bored, let's plan on meeting up tonight.

     (เอ้อ ถ้าคุณรู้สึกเบื่อ เรามาวางแผนเจอกันดีกว่าคืนนี้)

B : That sounds like a good idea. Should we invite Peter?

      (ดูเหมือนว่าเป็นความคิดที่ดีนี่ เราควรเชิญปีเตอร์ด้วยไหม)

A : He is a little boring.

     (เค้าเป็นคนน่าเบื่อนิดหน่อยนะ)

B : What do you mean?

      (คุณหมายความว่าอย่างไร)

A : Well, he doesn't drink, play VDO games, like the music or anything. The only thing he talks about is history.

      (เอ้อ เขาไม่ดื่มเหล้า เล่นวีดีโอเกม ชอบดนตรี หรืออะไรสักอย่าง สิ่งเดียวที่เขาคุยคือเรื่องประวัติศาสตร์)

B : If Peter is such a boring guy, we'll leave him out tonight.

      (ถ้าปีเตอร์เป็นคนน่าเบื่อเช่นว่าเราจะไม่เอาเขาไปด้วยหรอกคืนนี้)

A : Alright. Let's meet at 8:30 at the university bus stop.

      (ตกลง งั้นเราเจอกันสองทุ่มครึ่งที่ป้ายรถเมล์ของมหาลัย)

B : Perfect. I'll see you later tonight.

      (ยอดเลย แล้วผมจะเจอคุณคืนนี้)

 

เรื่องที่2

A: Hey Judy. How have you been doing?

    (เฮ้ จูดี้ เธอเป็นอย่างไรบ้างหล่ะ)

B : So and so.

    (ก็อย่างนั้นแหละ)

A : How about your work?

    (แล้วงานของเธอเป็นไงบ้าง)

B : Truthfully speaking, Jane, it's so boring there. I really wish I had a different job.

    (พูดจริงๆ นะเจน น่าเบื่อมากเลยงานที่นั่น ฉันปรารถนาจะได้งานใหม่)

A : Is it really that bad?

    (งานของเธอมันแย่ขนาดนั้นเลยหรือ)

B : Yes. Most of the time, I've nothing to do. But whenever I've something to do, it's boring work because it is the same old thing.

     (ใช่แล้ว เวลาส่วนมากแล้วฉันไม่มีอะไรทำ แต่เมื่อใดก็ตามที่ฉันมีอะไรทำ มันมักเป็นงานน่าเบื่อ เพราะเป็นเรื่องเก่าๆ เดิมๆ)

A : Why don't you find a different job then?

     (แล้วทำไมเธอไม่หางานใหม่หล่ะ)

B : Maybe I should.

    (บางทีนะ ฉันอาจจะหางานใหม่)

 

บทสนทนาเกี่ยวกับการขอเปลี่ยนสินค้า

การขอเปลี่ยนสินค้า (Asking to change products)

  • I don’t like the color. (ผมไม่ชอบสีนี้ครับ)

  • Do you have other brands (types)? (คุณมียี่ห้อ (ชนิด) อื่นไหม)

  • I would like to exchange it for a new one. (ผมอยากจะขอเปลี่ยนอันใหม่ครับ)

  • It’s too tight for me. (มันคับเกินไปสำหรับผม)

  • It is ripped here. (มันขาดตรงนี้)

  • It was already damaged when I bought it. (มันชำรุดอยู่แล้วตอนที่ผมซื้อไป)

  • I didn’t notice when I bought it. (ผมไม่ได้สังเกตตอนที่ผมซื้อมันไป)

ตัวอย่างบทสนทนา

A        :         I found a stain here. Could I exchange it for a new one. (ผมพบรอยเปื้อนตรงนี้ ขอเปลี่ยนอัน (ตัว) ใหม่ได้ไหม)

B        :         Can I have a look? (ผมขอดูหน่อยครับ)

A        :         Sure. (ได้ซิ)

B        :         Oh, sorry. I’ll get you a new one. (โอ้ ต้องขอโทษด้วย เดี๋ยวจะเอาอันใหม่ให้ครับ)

A        :         Thanks. This is the receipt. (ขอบคุณครับ นี่ใบเสร็จของสินค้าที่ผมซื้อไป)

บทสนทนาเกี่ยวกับการพูดกับคนอารมณ์เสีย

การพูดกับคนอารมณ์เสีย (talking to an impatient person)

  • Please don’t be angry. (กรุณาอย่าโกรธเคืองเลยครับ)

  • It was an accident. (มันเป็นความบังเอิญจริงๆครับ)

  • The accident was quite unavoidable. (อุบัติเหตุอันนี้เป็นสิ่งที่ไม่อาจจะเลี่ยงได้จริงๆครับ)

  • Please be a little patient. (กรุณาใจเย็นๆหน่อยครับ หรือ อดทนหน่อยนะครับ)

  • I am entirely to blame. Please forgive me. (ขออภัยเถอะครับ ผมควรได้รับการตำหนิจริงๆ)

  • It’s nobody’s fault. (มันไม่ใช่ความผิดของใครทั้งนั้นแหละครับ)

  • I didn’t do it on purpose, believe me. (ผมไม่มีเจตนาเลยจริงๆครับ)

  • I assure you it won’t happen again. (ผมขอรับรองครับว่ามันจะไม่เกิดขึ้นอีก)

  • It was all due to a misunderstanding. (ทั้งหมดเป็นเพราะความเข้าใจผิดกันครับ)

  • I hope you’ll be patient with me. (ผมหวังว่าคุณคงจะไม่เคืองผมนะครับ)

  • It happened because he couldn’t understand you very well. (มันเกิดขึ้นเพราะเขาไม่เข้าใจคุณดีพอครับ)  

  • I’m sorry for the mistake I made. (ผมเสียใจครับที่ผมทำผิดพลาดไป)

  • It was all my fault. (ทั้งหมดเป็นความผิดของผมเองครับ)

  • I misunderstood you. (ผมเข้าใจคุณผิดครับ)

  • I misunderstood what you said. (ผมเข้าใจที่คุณพูดผิดไปครับ – ผมเข้าใจผิดคำพูดของคุณครับ)

  • The mistake was caused by the difference in our languages. (ความผิดพลาดเกิดขึ้นเพราะความเข้าใจผิด (ความแตกต่าง) ในเรื่องภาษา)

  • We’ll change it for a new one right away. (เราจะเปลี่ยนอันใหม่ให้เดี๋ยวนี้แหละครับ)

  • It was a miscalculation on our part. (มันเป็นการคำนวณที่ผิดพลาดของทางฝ่ายเราเองครับ)

  • We are sorry to have inconvenienced you. (เราเสียใจมากครับที่ทำให้คุณไม่ได้รับความสะดวก)

  • My deepest apologies. (ผมเสียใจอย่างยิ่งครับ หรือ ต้องขออภัยคุณเป็นอย่างมาก)

บทสนทนาเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงินตรา

ที่แลกเปลี่ยนเงินตรา (At the money exchanger)

  • I’ve some foreign currencies to change into baht. (ผมมีเงินตราต่างประเทศจะขอแลกเป็นเงินบาท)

  • What is the rate of exchange (หรือ exchange rate)? (อัตราแลกเปลี่ยนเท่าไหร่ครับ)

  • It depends on what currencies you have. (ขึ้นอยู่กับว่าคุณมีเงินสกุลอะไร)

  • What currency do you have? (คุณมีเงินสกุลใด)

  • I’ve U.S. dollars and Japanese yen. (ผมมีดอลลาร์อเมริกันและเยนญี่ปุ่น)

  • Mine is Pound sterlings. (ของผมเป็นปอนด์สเตอร์ลิง)

  • Mine is in traveler’s checks. (ของผมเป็นเช็คเดินทาง)

  • Are they in traveler’s check? (เงินคุณเป็นเช็คเดินทางหรือ)

  • No, they are American bank notes. (ไม่ใช่ เป็นธนบัตรอเมริกัน)

  • What denomination are they? (ใบละเท่าใด)

  • I’ve 10 one hundred dollar bills. (ผมมีใบละ 100 เหรียญ 10 ใบ)

  • Is this the right window for cashing traveler’s checks? (ช่องนี้แลกเช็คเดินทางใช่ไหมครับ)

  • Could you change some Thai baht into dollars, please? (ขอแลกเงินบาทไทยเป็นดอลลาร์ด้วยครับ)

  • Could you change this bill into coins (คอยน์) please? (ขอแลกธนบัตรนี้เป็นเหรียญหน่อยครับ)

  • The rate is 32 baht per dollar. (อัตราแลกเปลี่ยนคือ 32 บาท ต่อ 1 ดอลลาร์)

  • Here is a total of 16,000 baht for your 500 dollars. (ทั้งหมด 16,000 บาท สำหรับ 500 ดอลลาร์ของคุณ)

บทสนทนาเกี่ยวกับการถามทาง

ถามทาง (Asking for directions)

  • Excuse me, could you show me the way to Siam Square? (ขอโทษ คุณจะกรุณาบอกทางไปสยามสแควร์ให้ผมได้ไหม)

  • Excuse me, where is the Central Department Store? (ขอโทษ ห้างเซ็นทรัลไปทางไหนครับ)

  • Do you know where Miracle Grand Hotel is? (คุณทราบไหมว่าโรงแรมมิราเคิลแกรนด์อยู่ที่ไหน)

  • Do you know where the toilet is? (คุณรู้ไหมว่าห้องน้ำอยู่ที่ไหน)

  • Do you know the way to the Airport? (คุณรู้ทางไปสนามบินไหม)

  • Excuse me, could you show me how to get to this address? (ขอโทษ คุณจะกรุณาบอกทางไปยังที่อยู่นี้แก่ผมได้ไหม)

  • Excuse me, how do I get to the Ma Boon Krong Shopping Center? (ขอโทษ ผมจะไปศูนย์การค้ามาบุญครองยังไงครับ)

  • Excuse me, where is the nearest public telephone? (ขอโทษครับ โทรศัพท์สาธารณะใกล้ที่สุดอยู่ไหนครับ)

  • How can I get to the Grand Place? (ผมจะไปพระบรมมหาราชวังยังไงครับ)

คำตอบบอกทิศทาง-สถานที่ (Reply for directions)

  • Turn left. (เลี้ยวซ้าย)

  • Turn right. (เลี้ยวขวา)

  • Turn left at the next corner. (เลี้ยวซ้ายที่หัวมุมข้างหน้า)

  • Go straight ahead. (ตรงไปเลย)

  • It’s to your right (left). (อยู่ทางขวา (ซ้าย) มือของคุณ)

  • It’s across the street. (อยู่ตรงข้ามถนน)

  • Turn right at the intersection. (เลี้ยวขวาที่สี่แยก)

  • It’s behind that building. (อยู่หลังตึกนั้น)

  • It’s in front of that big building. (อยู่หน้าตึกใหญ่นั่น)

  • It’s near the bridge. (อยู่ใกล้สะพาน)

  • It’s close to the bus terminal. (อยู่ใกล้กับสถานีขนส่ง)

  • It’s very far from here. (อยู่ไกลจากที่นี่มาก)

  • It’s not far from here. (ไม่ไกลจากนี่)

  • It’s a huge brick building. (เป็นตึกอิฐหลังใหญ่)

  • It’s to the right of the railway station. (อยู่ทางขวาของสถานีรถไฟ)

  • It’s over the bridge. (อยู่ข้ามสะพานไป)

  • You will see the building on your right. (คุณจะเห็นตึกอยู่ทางขวามือของคุณ)

  • Keep going until you get to a small bridge. (เดินต่อไปเรื่อยๆจนถึงสะพานเล็กๆ)

  • It’s about 200 meters from here. (อยู่ห่างจากนี่ 200 เมตร)

  • It’s on the other side of the park. (อยู่อีกด้านหนึ่งของสวน)

ตัวอย่างบทสนทนา

Sample 1 :

A        :         Excuse me. Could you give me directions?  (ขอโทษครับช่วยบอกทางผมหน่อย)

B        :         Where are you going? (คุณกำลังจะไปที่ไหนครับ)

A        :         I’m looking for the Emerald Buddha Temple. (ผมกำลังมองหาวัดพระแก้วอยู่ครับ)

B        :         Go straight to the next intersection and turn right. (ตรงไปเรื่อยๆจนถึงสี่แยกหน้า แล้วเลี้ยวขวาครับ)

A        :         Thank you very much. (ขอบคุณมากครับ)

Sample 2 :

A        :         Can you tell me where the railway station is?  (บอกผมหน่อยได้ไหม สถานีรถไฟไปทางไหน)

B        :         Yes, go straight ahead until you reach the intersection. Don’t turn. Go on straight ahead. You’ll come to another intersection. Then turn right. You’ll see the railway station in front of you. (ครับ เดินตรงไปจนกว่าจะถึงสี่แยก อย่าเลี้ยว เดินตรงไปข้างหน้าอีก คุณจะมาถึงอีกสี่แยกหนึ่ง แล้วเลี้ยวขวา คุณจะเห็นสถานีรถไฟอยู่ตรงหน้าคุณเลย)

A        :         Thank you very much. (ขอบคุณมากครับ)

B        :         You are welcome. (ยินดีครับ)

Sample 3 :

A        :         Excuse me, is this the way to the Northern Bus Terminal? (ขอโทษครับ ทางนี้ไปขนส่งหมอชิตใช่ไหม)

B        :         No, not this one. Do you see the main road over there? (ไม่ใช่ทางนี้ครับ คุณเห็นถนนใหญ่ที่นั่นไหม)

A        :         Yes, sir.  (เห็นครับ)

B        :         Go to that road, turn right, go straight on until you find a huge brick building. That is the bus terminal. (ไปตามถนนสายนั้น เลี้ยวขวา ตรงไปจนกระทั่งคุณเจอตึกอิฐหลังใหญ่ นั่นล่ะสถานีหมอชิต)

A        :         Thank you. (ขอบคุณครับ)

B        :         No problem. หรือ Don’t mention it หรือ You’re welcome (ยินดีครับ)

บทสนทนาเกี่ยวกับการนัดหมาย

การนัดหมาย (Making Appointments)

  • I need to make an appointment with you for business discussion. (ผมต้องการนัดพบคุณเพื่อปรึกษาเรื่องธุรกิจ)

  • Would it be possible to make an appointment with Mr. Peter tomorrow? (เป็นไปได้ไหมครับ ที่จะนัดพบคุณปีเตอร์พรุ่งนี้)

  • Could I see you sometime this week? (ผมขอพบคุณสัปดาห์นี้ได้ไหม)

  • Could we set up a meeting for next Friday at 9 a.m.? (เรานัดประชุมกันวันศุกร์หน้าเวลา 9 โมง ได้ไหม)

  • Can we get together and discuss for more? (พวกเรามาเจอกันแล้วคุยหารือกันให้มากกว่านี้ ได้ไหม)

  • Could I make an appointment to see you next week? (ผมขอนัดคุณสัปดาห์หน้าได้ไหม)

 

นัดเวลาสำหรับนัดหมาย (Setting up time for Appointments)

  • Is next Monday convenient for you? (พบกันจันทร์หน้าจะสะดวกคุณไหม)

  • Can we meet on the 2nd of January? (พบกันวันที่ 2 มกราคม ได้ไหม)

  • How about tomorrow at 9.00 a.m.? (เจอกันพรุ่งนี้ 9 โมง เป็นไง)

  • Ten o’clock is too late. Can we move up to 9 o’clock? (10 โมงสายเกินไปนะ ขอเลื่อนเป็น 9 โมงได้ไหม)

  • When can we meet? (เราจะเจอกันเมื่อไหร่ดี)

  • Are you available on the 8th? (วันที่ 8 คุณว่างไหมล่ะ)

  • Is 11 a.m. a good time for you? (เวลา 11 โมง ดีไหมล่ะ)

  • What about sometime next week? (เจอกันสัปดาห์หน้าเป็นไงล่ะ)

  • Can (could) we meet on Wednesday instead? (พบกันวันพุธแทนได้ไหม)

  • Is this time OK with you? (เวลานี้คุณเห็นด้วยไหม)

  • What time would be convenient for you? (เวลาไหนสะดวกสำหรับคุณครับ)

  • Please call me up what is the good time for you. (แล้วโทรมาบอกนะว่าเวลาไหนเหมาะสำหรับคุณ)

  • Would Sunday suit you? (วันอาทิตย์สะดวกไหม)

  • Are you free next week? (อาทิตย์หน้าว่างไหม)

  • I would like to see you at your earliest convenience. (ผมอยากพบคุณให้เร็วที่สุดที่คุณจะสะดวกได้)

 

การปฏิเสธนัด (Rejection of Appointment)

  • I’m sorry, I have another engagement. (เสียใจครับ ผมมีนัดที่อื่นแล้ว)

  • I’m sorry, I’ll be on leave at that time. (เสียใจครับ ช่วงเวลานั้นผมลางานอยู่ครับ)

  • I’m sorry, I won’t be able to make it on Sunday. (เสียใจครับ ผมไม่ว่างนะวันอาทิตย์)

  • I’m expecting someone at that time. (ผมนัดบางคนไว้เวลานั้นพอดี)

  • I’m afraid, I can’t make it at 10 o’clock. If possible, I would like to meet you in the afternoon. (ผมเกรงว่าจะพบคุณตอน 10 โมงไม่ได้ ถ้าเป็นไปได้ ผมขอเจอคุณในตอนบ่าย)

  • I’m very sorry, but something urgent has come up. (ผมเสียใจจริงๆ พอดีมีงานด่วนแทรกเข้ามา)

  • I’m fully booked up. (ผมมีภารกิจเต็มไปหมดเลย)

 

ตัวอย่างที่ 1 บทสนทนาเรื่องการนัดหมาย

A        :         Good morning. I would like to make an appointment to see Mr. Smith. (สวัสดีครับ ผมอยากจะขอนัดพบคุณสมิธ)

B        :         When do you want to see him? (คุณต้องการพบเขาเมื่อไรครับ)

A        :         Is Friday at 9.00 a.m. convenient for him? (วันศุกร์ 9 โมงเช้าสะดวกสำหรับเขาไหมครับ)

B        :         Let me see first …. OK. Your appointment will be Friday at 9.00 a.m. (ผมขอดูก่อนนะ .... ตกลงครับ การนัดหมายของคุณคือ วันศุกร์ 9 โมง)

A        :         Thank you very much. (ขอบคุณมากครับ)

 

ตัวอย่างที่ 2 บทสนทนาเรื่องการนัดหมาย

(A = Somsri , B = Somchai)

A        :         Good morning, may I speak to khun Somchai, please? (สวัสดีครับ ขอเรียนสายกับคุณสมชาย ครับ)

B        :         Hello, this is Somchai speaking. (สวัสดีครับ ผมสมชายพูดครับ)

A        :         This is Somsri, Mr. Somkiat’s secretary. He would like to make an appointment with you sometime next week. (ดิฉัน สมศรีค่ะ เป็นเลขานุการของคุณสมเกียรติ คุณสมเกียรติต้องการนัดพบคุณสัปดาห์หน้าค่ะ)

B        :         On what business he has with me? (เขาต้องการพบผมในเรื่องธุรกิจอะไรครับ)

A        :         He has a new proposal to present to you. (เขามีข้อเสนอใหม่ที่จะนำเสนอคุณค่ะ)

B        :         Certainly. I’m available on Tuesday from 10 to 12 in the morning. Could he come to see me at my office by that time? (ได้สิ ผมว่างวันอังคาร ตั้งแต่ 10-12 โมงเช้า เขาจะมาพบที่ออฟฟิตผมได้ไหมล่ะ)

A        :         Yes, he can. Thank you sir. (ได้ค่ะ เขาไปได้ ขอบคุณมากค่ะ)

B        :         OK. Bye. (ตกลงนะ สวัสดี)

ตัวอย่างประโยคเกี่ยวกับการกล่าวแสดงความเสียใจ

การกล่าวแสดงความเสียใจ (Expressing Condolence)

  • I’m sorry to hear that. (ผมเสียใจที่ได้ทราบเช่นนั้น)

  • I was shocked by the sad news of the loss of your daughter. (ผมตกใจมากที่ได้ทราบข่าวโศกเศร้าของการสูญเสียลูกสาวของคุณ)

  • Oh, that’s too bad, I’m sorry to hear it. Please accept my sympathy. (โอ้ แย่จังเลยครับ ผมเสียใจที่ได้ทราบเช่นนั้น โปรดได้รับความเห็นใจจากผมด้วย)

  • I’m very sorry to hear of your illness. (ผมเสียใจจริงๆที่ทราบว่าคุณป่วย)

  • I was very sorry to hear of your uncle’s death. (ผมเสียใจมากที่ได้ทราบข่าวการตายของลุงของคุณ)

  • I was very sorry to hear that you lost your wife. (ผมเสียใจมากที่ได้ทราบข่าวว่าคุณสูญเสียภรรยาไป)

  • How unfortunate! (ช่างโชคร้ายจริง)

  • Your misfortune! (โชคร้ายของคุณ)

  • I’m sorry to know that you failed in the entrance examination. (ผมเสียใจที่ทราบว่าคุณสอบคัดเลือกไม่ผ่าน)

  • I was sorry to hear of your great loss. (ผมเสียใจที่ทราบข่าวการสูญเสียอย่างใหญ่หลวงของคุณ)

  • What a pity! หรือ What a shame! (ช่างน่าสงสารจริงๆ หรือ ช่างน่าเสียดายจริงๆ)

 

ตัวอย่างประโยคเกี่ยวกับการจากลา, การอำลา, การบอกลา

การจากลา, การอำลา, การบอกลา (Departure)

Saying goodbye

  • Good-bye! (ลาก่อน)

  • Remember to drop me a line. (อย่าลืมเขียนจดหมายมาบ้างนะ)

  • It has been really nice to know you. (ยินดีมากที่รู้จักคุณ)

  • Don’t forget to give me a ring. (อย่าลืมโทรมาถึงผมนะ)

  • Please remember me to your parents. (กรุณาฝากความคิดถึงไปยังคุณพ่อคุณแม่ของคุณด้วย)

  • Give my love to your daughter. (ฝากความรักไปถึงลูกสาวคุณด้วย)

  • Good luck with your family. (ขอให้ครอบครัวคุณจงมีความสุข)

  • Good-bye and thank you for all you’ve done for me. (ลาก่อน และขอบคุณสำหรับทุกอย่างที่คุณทำให้ผม)

  • If you’re ever in Bangkok, come and see me. (ถ้าคุณมากรุงเทพฯ แวะมาหาผมด้วยนะ)

  • Mention me to Jack. (ฝากความคิดถึงแจ็คด้วย)

  • Look forward to seeing you again soon. Bye! (หวังว่าจะได้พบกันใหม่เร็วๆนี้ ลาก่อน!)

  • Good-bye and be sure to drop us a line when you arrive in Japan. (ลาก่อน แล้วอย่าลืมเขียนมาถึงเราบ้างเมื่อคุณไปถึงญี่ปุ่นแล้ว)

  • Good-bye and remember to give us a ring if you come to Bangkok. (ลาก่อน แล้วอย่าลืมโทรมาหาเราด้วยถ้าคุณมากรุงเทพฯ)

  • Please give my best regards to your family. (ขอฝากความระลึกถึงไปยังครอบครัวคุณด้วย)

  • I would like to say good-bye to you all. (ผมอยากจะกล่าวคำอำลาต่อทุกคน)

  • Good-bye and see you again next time when you’re here. (ลาก่อน แล้วค่อยพบกันคราวหน้าเมื่อคุณมาที่นี่)

ตัวอย่างประโยคเกี่ยวกับการให้กำลังใจ

การให้กำลังใจ (Encouragement) (เอน-เคอ-เร้จ-เมนต์)

  • That’s fine. (ดีแล้ว)

  • That’s all right. (แบบนั้นถูกต้องแล้ว)

  • You’re doing fine. (คุณทำได้ดีแล้ว)

  • You’re doing very well. (คุณทำได้ดีมาก)

  • Don’t give up hope. (อย่าเพิ่งสิ้นหวังหรือท้อใจ)

  • Don’t let this get you down. (อย่าทำให้เรื่องนี้ทำให้คุณท้อใจ)

  • Don’t be afraid. I’ll help you. (อย่ากลัวเลย ผมจะช่วยคุณ)

  • Don’t worry, I’m sure you’ll do better this time. (อย่ากังวล ผมเชื่อว่าคราวนี้คุณจะทำได้ดีกว่าเดิม)

  • Try to look on the bright side of things. (พยายามมองแง่ดีเข้าไว้)

  • That’s better than I could do. (ที่คุณทำน่ะ ดีกว่าที่ผมทำเสียอีก)

  • Don’t be scared, you can do it as other people do. (ไม่ต้องกลัว คุณก็ทำมันได้เหมือนคนอื่นๆ)

  • Come on ! (มาน่า, ทำเลยสิ, ลงมือเลย)

  • Go on! (ทำต่อไป)

  • Great! (ยอดเลย)

  • Try again! (พยายามอีกครั้ง)

  • I’m right behind you. (ผมสนับสนุนคุณเต็มที่)

  • We feel you should go ahead. (เรารู้สึกว่าคุณควรจะเดินหน้าต่อไป)

  • There’s no reason to feel discouraged. (ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องรู้สึกท้อแท้)

  • You have our backing. (คุณได้รับการสนับสนุนจากพวกเรานะ)

  • You have our whole-hearted support in your project. (คุณได้รับการสนับสนุนจากเราแบบสุดหัวใจเลยในโครงการของคุณ)

  • I think you should keep up your courage. (ผมคิดว่าคุณควรจะทำใจกล้าเข้าไว้)

บทสนทนาเกี่ยวกับการขอความช่วยเหลือ

การขอความช่วยเหลือ

  • Can you give (หรือ lend) me a hand? (คุณช่วยผมหน่อยได้ไหม)

  • I need some help? (ผมต้องการความช่วยเหลือ)

  • Can you help me? (ช่วยผมหน่อยได้ไหม)

  • Is it possible for you to help me? (เป็นไปได้ไหมที่คุณจะช่วยผม)

  • Excuse me, could you do me a favor? หรือ Could I ask you a favor? (ขอโทษ คุณช่วยผมหน่อยได้ไหม)

กล่าวขอบคุณเมื่อได้รับความช่วยเหลือ

  • Thank you for your help. (ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือครับ)

  • Thanks. I really appreciate that. (ขอบคุณ ผมซาบซึ้งใจจริงๆ)

  • That’s a big help. Thanks a lot. (นั่นช่วยผมได้มากเลย ขอบคุณมากๆ)

  • That’s very nice of you, thank you so much. (คุณช่างดีมากเลย ขอบคุณมาก)

เมื่อมีคนเสนอตัวจะช่วยเรา แต่เราไม่ต้องการ ควรพูดปฏิเสธดังนี้

  • Thanks a lot, but I’m OK with it. (ขอบคุณมาก แต่ผมทำเองได้ครับ)

  • I don’t want to trouble you. (ผมไม่อยากรบกวนคุณ)

  • Thank you, but I can do it myself. (ขอบคุณ แต่ผมทำเองได้ครับ)

  • No problem. I can help myself. (ไม่เป็นไรหรอก ผมช่วยตัวเองได้)

  • It’s all right. Thanks anyway. (ไม่เป็นไรครับ อย่างไรก็ต้องขอขอบคุณ)

  • That’s very kind of you, but I can manage it by myself. (คุณช่างใจดีจริง แต่ผมจัดการได้ด้วยตัวเองครับ)

ตัวอย่างบทสนทนา

A        :         May I help you? (ให้ผมช่วยเอาไหม)

B        :         I’m all right. Thank you. (ไม่เป็นไร ขอบคุณครับ)

A        :          Are you sure? It seems like you really need a hand. (คุณแน่ใจนะ ดูเหมือนว่าคุณต้องการความช่วยเหลือจริงๆนะครับ)

B        :         Actually, I’m expecting my friend. He should be here in any minute. (จริงๆแล้วผมกำลังรอเพื่อนอยู่นะ เขาควรจะมาถึงในไม่กี่นาทีนี้แล้ว)

A        :         OK, then. (ดีแล้วครับถ้าเป็นอย่างนั้น)

B        :         Thanks for asking. It’s very nice of you. (ขอบคุณมากที่ถาม (จะช่วย) นะ คุณมีน้ำใจมากเลย)

Pages

Subscribe to RSS - หมวดบทสนทนาทั่วไป