หมวดบทสนทนาทั่วไป

บทสนทนาเกี่ยวกับขอลดราคา และการจ่ายเงิน

Asking for discount and making payment

ขอลดราคาและการจ่ายเงิน

·        How much is it? (ราคาเท่าไหร่ครับ)

·        How much does it cost? (ราคาเท่าไหร่ครับ)

·        How much is it altogether? (รวมทั้งหมดราคาเท่าไหร่คะ)

·        Could (หรือ can)you give me a discount? (ลดราคาให้หน่อยได้ไหมคะ)

·        Would (could) you give me discount for cash? (ลดราคาให้หน่อยได้ไหมถ้าจ่ายเงินสด)

·        Do you have anything cheaper? (มีอะไรที่ถูกกว่านี้ไหม)

·        That’s beyond my budget. (ราคานี้เกินงบผมนะ)

·        Can I get a discount? (ลดราคาให้ผมได้บ้างไหม)

·        How much do you think you can pay? (คุณคิดว่าคุณสามารถจ่ายได้เท่าไหร่ครับ)

·        Could (can) you come down on the price?(ลดราคาบ้างได้ไหม)

·        Could (can) you give me special price?(ขายให้ผมราคาพิเศษได้ไหม)

·        Could (can) you lower the price? (ช่วยลดให้หน่อยนะคะ)

·        Can (could) you give me a reduction? (ลดราคาให้หน่อยได้ไหม)

·        Is it on sale now? (ตอนนี้ลดราคาอยู่หรือเปล่าครับ)

·        Does it include tax? (ราคานี้รวมภาษีหรือยังครับ)

·        I’ll give a 20% discount.(ชั้นจะลดให้คุณ 20% นะ)

·        How would you pay,cash or credit card? (คุณจะจ่ายแบบไหนครับเงินสดหรือบัตรเครดิต)

·        Put it on my Visa card,please. (ชั้นจ่ายโดยบัตรวีซ่าค่ะ)

·        Could (can) I use my traveler’s check? (ผมใช้-จ่าย-เช็คเดินทางได้ไหม)

·        Can (may) I get (หรือhave) a receipt (รี-ซีท),please? (ชั้นขอใบเสร็จด้วยนะ)

 

ตัวอย่างบทสนทนาซื้อสินค้าและจ่ายเงิน

ตัวอย่างที่ 1 (Changing for a new dress)

A: Good morning,madam.What can I do for you? (หรือMay I help you?) (สวัสดีค่ะคุณนาย มีอะไรให้หนูรับใช้บ้างคะ)

B: Yes,yesterday I bought a dress. I’ve just found a defect. (มีจ้ะคือเมื่อวานนี้ชั้นซื้อชุดไปแล้วเพิ่งเห็นว่ามีตำหนิจ้ะ )

A: Really. I’m very sorry to hear that.(จริงหรือคะ หนูเสียใจจริงๆค่ะที่เป็นแบบนี้)

B: Can I change it? (ชั้นขอเปลี่ยนตัวใหม่ได้มั๊ย)

A: Certainly. May I see the receipt,please?(แน่นอนค่ะ หนูขอดูใบเสร็จได้ไหมคะ)

B: Here you are. And thank you very much for your help. (นี่ใบเสร็จนะและขอบใจหนูมากที่ช่วยเปลี่ยนให้ชั้น)

 

ตัวอย่างที่ 2(Buying some CDs)

A: Can you help me? I would like to order 500 disks. (ช่วยผมหน่อยได้ไหม ผมต้องการซื้อแผ่นดิสก์ 500 แผ่น)

B: What for? (จะเอาไปทำอะไรครับ)

A: They are for architecture program. (เอาไปใช้เขียนโปรแกรมด้านสถาปัตย์น่ะ)

B: Well, I recommend this brand because it has the most storage ( สะ-ท้อ-ริจ) space. (อ้อ ผมแนะนำยี่ห้อนี้ครับ เพราะมันมีพื้นที่เก็บข้อมูลมากที่สุด)

A: How much do they cost? (หรือHow much are they?) (ราคาเท่าไหร่น้อง)

B: It is 20 baht a disk. So, it is 10,000 bahtaltogether. (แผ่นละ 20 บาท ครับ ดังนั้นรวมทั้งหมดแล้ว 10,000บาท ครับ)

A: Oh !Can you give me a discount (หรือreduction)?หรือCan you lower the price? (ลดราคาให้บ้างได้ไม๊)

B: Well, we’ll give you a 10% discount if you order (หรือbuy) 1,000 disks. (เอ้อเราลดให้คุณได้10% ถ้าคุณสั่ง-ซื้อ - 1,000 แผ่น )

A: Is it possible if you could give me a 10% discount for my order(หรือpurchase) of 600 disks ?(เป็นไปได้ไหมถ้าจะลดให้ผม10 % ถ้าผมสั่ง -ซื้อ - 600 แผ่น )

B: OK. That’s fine. (ตกลง ดีเลยครับ)

A: Thank you. (ขอบใจนะน้อง)

 

ตัวอย่างที่ 3 ( Buying a shirt )

A: May I see that shirt on the wall? (ผมขอดูเสื้อเชิ้ตที่แขวนอยู่บนผนังหน่อยหนู)

B: This yellow one? (สีเหลืองนี่ใช่ไหมคะ)

A: Yes. How much is it? (ใช่ ราคาเท่าไหร่ล่ะ)

B: It is 800 baht. (800 บาทค่ะ)

A: Oh! That’s expensive. Could you come down on the price? (หรือCould you give me a discount?)(โอ้โห แพงจังเลย ลดให้ผมหน่อยได้ไหม)

B: Sorry, I can’t. It’s 20% off the original price already. (ต้องขอโทษด้วยค่ะ ลดราคาไม่ได้ค่ะ มันลด 20% จากราคาเดิมอยู่แล้วค่ะ)

A: No problem. I’ll take two of them, a yellow and a blue one. (ไม่มีปัญหา ผมเอา 2 ตัวนะ สีเหลืองตัวนึง แล้วก็สีฟ้าตัวนึง)

 

ตัวอย่างที่ 4 ( Buying a mobile phone )

A: I would like to buy this mobile phone.  How much does it cost? (หรือHow much is it?)(ผมต้องการซื้อมือถือเครื่องนี้ ราคาเท่าไรน้อง)

B: it’s 12,000 baht, sir. (ราคา 12,000 บาท ครับ)

A: Can (could) you lower the price for me?(ลดราคาให้ผมหน่อยได้ไหม)

B: I’m really sorry, sir. It’s a standard price because it’s the latest model, so I can’t give you a discount. (ผมขอโทษจริงๆครับ มันเป็นราคามาตรฐาน เพราะว่าเป็นรุ่นใหม่ล่าสุด ดังนั้นผมจึงลดราคาไม่ได้เลยครับ)

A: No problem. (หรือthat’s all right.) (ไม่เป็นไรน้อง)

B: But you’ll get free a 10 MB memory unit and a Sim-card. (แต่คุณจะได้รับหน่วยความจำ 10 เมกกะไบท์และซิมการ์ดฟรีครับ)

A: Oh! Really. That’s very nice. (โอ้ จริงๆเหรอ ดีจังเลย)

 

Words for payment(คำพูดเวลาชำระเงิน)

·        I’ll pay by cash. (ผมจ่ายเป็นเงินสดนะ)

·        I’ll pay by credit card (หรือVisa card) (ผมจ่ายด้วยบัตรเครดิต – หรือ วีซ่าการ์ด – ครับ)

·        Can I pay by credit card? (ผมจ่ายด้วยบัตรเครดิตได้ไหม)

·        Do you take (หรือaccept) credit cards? (คุณรับบัตรเครดิตไหม)

·        Can (could) I pay by cheque (check)?(ผมจ่ายด้วยเช็คได้ไหม)

·        Would (หรือdo) you like to pay by cash or by credit card? (คุณจะจ่ายเป็นเงินสดหรือด้วยบัตรเครดิตครับ)

·        Would (do) you accept (หรือtake) a credit card? (คุณรับบัตรเครดิตไหมครับ)

·        Would (do) you accept a check? (คุณรับเช็คไหมครับ)

·        I’ll pay by cash. (ผมจ่ายเป็นเงินสดครับ)

·        I’ll pay by cheque(หรือcredit card) (ผมจ่ายด้วยเช็ค – หรือบัตรเครดิต – ครับ)

·        Sorry, we don’t take (หรือaccept) a credit card here. (ขอโทษครับ เราไม่รับบัตรเครดิต ครับ)

·        Credit card is accepted at the minimum amount of 1,000 baht. (เรารับบัตรเครดิตเมื่อคุณจ่ายอย่างต่ำ 1,000 บาท ครับ)

·        This is 200 bahtchange, sir. Thank you. (นี่เงินทอน 200 บาท ขอบคุณครับ)

·        Please sign your name on this receipt. Thank you. (กรุณาเซ็นชื่อที่ใบเสร็จนี้ด้วยครับ ขอบคุณครับ)

                                    ___________________________

ตัวอย่างบทสนทนา

A: Excuse me. I’m looking for a good camera.(ขอโทษครับผมกำลังมองหากล้องดีๆสักตัว)

B: I recommend this one because it’s the latest model. (ผมแนะนำตัวนี้ครับเป็นรุ่นล่าสุดเลย)

A: It looks very nice.  How much is it?(ดูสวยมากเลยนะ ราคาเท่าไรล่ะ)

B: 10,000 baht, sir. But for this special occasion, we give you a 10%discount. So, you just pay 9,000 baht if you purchase (หรือbuy) within this week. (10,000 บาท ครับ แต่สำหรับโอกาสพิเศษนี้เราลดให้คุณ10% ดังนั้น คุณจ่ายเพียง 9,000 บาท ถ้าคุณซื้อภายในสัปดาห์นี้)

A: OK. I’ll buy one. Do you take (หรือaccept) a credit card.(ตกลงผมซื้อตัวหนึ่งนะ คุณรับบัตรเครดิตหรือเปล่า)

B: Certainly, we do. (แน่นอน เรารับบัตรเครดิต)

A: Here is the money, 9,000 baht. (นี่ครับเงิน 9,000 บาท)

B: Thank you. Please sign your name on the receipt, sir. (ขอบคุณครับกรุณาเซ็นชื่อลงบนใบเสร็จนี่ด้วยครับ)

                                    ___________________________

บทสนทนาเกี่ยวกับ Making a plane ticket reservation(เรซ-เซอร์-เว้-เชิ่น)(จองตั่วเครื่องบิน)

General questions (คำถามทั่วไป)

·      I would like to reserve a flight to Tokyo, Japan.(ผมอยากจองเที่ยวบินไปโตเกียวครับ)

·      I would like to make a reservation for a flight to Tokyo, Japan. (ผมอยากจองเที่ยวบินไปโตเกียวครับ)

·      Are there any flights available to London on January 5th ?(มีเที่ยวบินไปลอนดอนวันที่ห้าเดือนมกราคมไหมครับ)

·      Are there any flights to New York on Friday?(มีเที่ยวบินไปนิวยอร์ควันศุกร์ไหมคะ)

·      Is there a plane for Taiwan today?(มีเครื่องบินไปไต้หวันหรือเปล่าวันนี้)

·      Are there any chartered flights to Seattle on Monday?(มีเครื่องบินเช่าไปซีแอตเติ้ลวันจันทร์หรือเปล่า)

·      I would like to buy/book a ticket to Chiang Mai, please.(ชั้นอยากจะซื้อ / จองตั๋วไปเฃียงหม่ค่ะ)

·      Can I book a seat on your flight to Phuket? (ชั้นขอจองที่นั่งเที่ยวบินไปภูเก็ตค่ะ)

·      Have you got any seats on your flight to Manila?(คุณมีที่นั่งเที่ยวบินไปมะนิลาไหมครับ)

·      Are there economy-class or business-class seats available?(ยังมีที่นั่งชั้นประหยัดหรือชั้นธุรกิจเหลือ – ว่าง - หรือเปล่า)

·      Do you have any other flights?(คุณมีเที่ยวบินอื่นไหมคะ)

·      I would like to reconfirm my reservation, please.(ชั้นอยากยืนยันการจองค่ะ)

·      Your reservation is confirmed.(การจองต๋วของคุณได้รับการยืนยันแล้วค่ะ)

·      By what time do I have to check in?(ผมต้องเช็คอินกี่โมงครับ)

·      What is your flight number, sir?(เที่ยวบินหมายเลขอะไรคะ)

·      What flight do you have from New York to Boston?(คุณมีเที่ยวบินอะไรบ้างจากนิวยอร์คไปบอสตัน)

·      Do you have a flight from Bangkok to London this weekend?(คุณมีเที่ยวบินจากกรุงเทพไปลอนดอนสุดสัป่ดาห์นี้หรือเปล่าครับ)

·      I want to make a reservation for two to San Francisco.(ผมต้องการจองตั๋วสองที่นั่งไปซานฟรานซิสโกครับ)

·      I’m sure that I definitely made a reservation.(ผมมั่นใจว่าผมจองตั๋วแล้วแน่นอนครับ)

·      I’ve got an open ticket.(ผมมีตั๋วเปิด – ยังไม่ระบุวันเดินทางไปกลับที่แน่นอน – ครับ)

·      I’ve got a return ticket.(ชั้นมีตั๋วเดินทางกลับแล้วค่ะ)

·      Do you have a direct flight to Paris on week-end?(คุณมีเที่ยวบินบินตรงไปปารีสวันสุดสัปดาห์หริอเปล่า)

·      I want to get to Sydney on the 12th of January.  Do you have a flight on that day?(ผมต้องการเดินทางไปซิดนี่ย์วันที่สิบสองเดือนมกราคม คุณมีเที่ยวบินวันนั้นไหมคะ)

·      Sorry, we are all booked up.(เสียใจค่ะ ที่นั่งจองเต็มหมดแล้วค่ะ)

·      What is the departure time for Flight TG511?(เที่ยวบินทีจีห้าหนึ่งหนึ่ง เครืองออกเวลาเท่าไหร่คะ)

·      What time does the plane leave?(เครืองออกเดินทางเวลาเท่าไรครับ)

·      What is the arrival time of Flight SA298?(เที่ยวบินเอสเอสองเก้าแปด เดินทางมาถึงเวลาเท่าไรคะ)

·      What time will Flight TG332 arrive in Tokyo?(เที่ยวบินทีจีสามสามสองเดินทางมาถึงโตเกียวเวลาเท่าไร)

·      Can I cancel my reservation?(ชั้นขอยกเลิกเที่ยวบินได้ไหมคะ)

·      Can I make a stopover on my trip to Chicago?(ผมขอแวะพักค้างคืนระหว่างทางสำหรับเที่ยวบินไปชิคาโกได้ไหมครับ)

·      I would like to cancel my flight.(ชั้นอยากจะยกเลิกเที่ยวบินค่ะ)

·      I want to cancel my flight on January 15th.(ชั้นต้องการยกเลิกเที่ยวบินวันที่สิบห้ามกราคมค่ะ)

·      I would like to cancel my reservation on Flight TG 536 to London, please.(ผมต้องการยกเลิกการจองเที่ยวบินทีจีห้าสามหกไปลอนดอนครับ)

·      I would like to change my traveling day, please.(ชั้นต้องการเปลี่ยนวันเดินทางค่ะ)

·      What is the first class fare from Bangkok to L.A.?(ราคาตั๋วโดยสารชั้นหนึ่งจากกรุงเทพไปแอลเอเท่าไรครับ)

·      What is the free luggage allowance?(อนุญาตให้เอากระเป๋าขึ้นเครื่องได้ – ฟรี – เท่าใด – กี่กิโล)

·      I would like to change my reservation, please.(ชั้นอยากจะเปลี่ยนการจองตั๋วค่ะ– คือเปลี่ยนวันเดินทาง, ปลายทาง, เวลาเดินทาง)

·      I would like to postpone my reservation, please.(ผมอยากจะเลื่อนการเดินทางออกไปครับ)

·      Is it possible to change my reservation?(เป็นไปได้ไหมครับถ้าจะเปลี่ยนการจองตั๋ว)

·      How would you like to change it?(คุณอยากจะเปลี่ยนแบบไหนล่ะคะ)

·      I would like to leave in the evening.(ผมอยากจะเดินทางกลางคืนครับ)

·      I would like to change it to the 5th of February.(ผมอยากเปลี่ยนไปเดินทางวันที่ห้ากุมภาพันธ์ครับ)

·      What time I will arrive in Tokyo by this flight?(ผมจะไปถึงโตเกียวกี่โมงครับโดยเที่ยวบินเที่ยวนี้)

·      How much is the fare? / What is the fare?(ค่าโดยสารราคาเท่าไรคะ)

·      How much is an economy class ticket?(ค่าตั๋วชั้นประหยัดราคาเท่าไรคะ)

·      What is the price of a business class ticket?(ค่าตั๋วชั้นธุรกิจราคาเท่าไรครับ)

·      How much does it cost for 2 first-class tickets?(ค่าตั๋วชั้นหนึ่งสองใบราคาเท่าไรครับ)

·      I would like to pay by credit card, Visa.(ผมอยากจ่ายเงินค่าตั๋วโดยบัตรเครดิตวีซ่าครับ)

·      I would like to pay by cash.(ชั้นอยากจ่ายเป็นเงินสดค่ะ)

·      Could I pay by credit card?(ชั้นจ่ายผ่านบัตรเครดิตได้ไหมคะ)

·      Would (do) you accept credit card?(คุณรับบัตรเครดิตไหมคะ)

 

Questions-answers from airline staff (คำถามคำตอบจากเจ้าหน้าที่สายการบิน)

·      When would you like to fly (travel, leave)?(คุณต้องการเดินทางเมื่อใดคะ)

·      When do you want to make your trip?(ต้องการเดินทางเมื่อใดคะ)

·      When will you be leaving?(คุณจะเดินทางเมื่อใดคะ)

·      When would you like to come back?(คุณต้องการเดินทางกลับเมื่อใดคะ)

·      What is your departure and return date? (คุณเดินทางไปและกลับวันใดคะ)

·      One-way or round-trip ticket, sir?(ต้องการตั๋วเที่ยวเดียวหรือไปกลับคะ)

·      I’m sorry, all tickets have been booked.(เสียใจค่ะ ตั๋วจองเต็มหมดแล้ว)

·      I’m sorry, it is fully booked.(เสียใจค่ะ ที่นั่งจองเต็มแล้วค่ะ)

·      I’m sorry, we’re fully booked.(เสียใจค่ะ ที่นั่งจองเต็มแล้วค่ะ)

·      I’m sorry, the tickets for that flight are sold out. (เสียใจค่ะ ตั๋วสำหรับเที่ยวบินนั้นขายหมดเกลี้ยงแล้ว)

·      I’m sorry, there are no business-class seats available for you. (เสียใจค่ะ ไม่มีที่นั่งชั้นธุรกิจเหลืออีกแล้วค่ะ)

·      What class would you prefer, ma’am?(คุณต้องการโดยสารชั้นไหนคะ คุณนาย)

·      Economy class or business class?(ชั้นประหยัดหรือธุรกิจคะ)

·      Economy or business?(ชั้นประหยัดหรือธุรกิจคะ)

·      Which airline would you like? / What airline would you prefer?(คุณต้องการเดินทางโดยสารการบินไหนคะ)

·      What airlines would (do) you want to fly with?(คุณต้องการบิน – เดินทาง – กับสายการบินไหนคะ)

·      Let me see if (whether) it is available.(ขอให้ดิฉันเช็คดูก่อนนะคะว่ามีที่นั่งว่างหรือเปล่า)

 

Requests from passengers (คำขอร้องจากลูกค้า– ผู้โดยสาร)

·      Can I see timetable, please?(ผมขอดูตารางเวลาเดินทางหน่อยได้ไหมครับ)

·      How much luggage can I take with me?(ผมเอากระเป๋าขึ้นเครื่องได้เท่าใดครับ)

·      How much baggage can I carry on (with me)? (ผมเอาสัมภาระ – กระเป๋า – ติดตัวไปได้เท่าใดครับ)

·      Could you put me on a waiting list?(กรุณาใส่ชื่อผมไว้ในบัญชีสำรอง – ผู้โดยสาร – ด้วยครับ)

·      Could (may) I have an open-date return? (ผมขอตั๋วเที่ยวกลับเปิดว่างไว้ได้ไหมครับ – คือยังไม่ระบุวันกลับที่แน่นอน)

·      I would like an aisle(ไอ๊-เอิ้ล)seat / a window seat, please. (ผมอยากได้ที่นั่งริมทางเดิน/ริมหน้าต่างครับ)

·      I would like a seat near the walkway.(ผมอยากได้ที่นั่งใกล้ทางเดิน/ริมทางเดิน ครับ)

·      May (could) I have a seat near the window?(ผมขอที่นั่งใกล้หน้าต่าง / ริมหน้าต่างนะ)

·      May (could) I have a seat near the walkway?(ผมขอที่นั่งใกล้ทางเดินนะ)

·      May (could) I sit near the window / walkway, please?(ผมขอนั่งใกล้– ริม - หน้าต่าง/ทางเดิน นะครับ)

·      May (could) I have a front row seat?(ชั้นขอที่นั่งแถวหน้าๆ – ตอนหน้าๆ – ของเครืองบินนะ)

·      May (could) I sit at the back of the plane?(ขั้นขอที่นั่งด้าน – แถว – หลังเครื่องบินนะ)

·      How long does (will) the flight take?(ใช้เวลาบินกี่ชั่วโมงเนี่ย)

·      How long is this flight?(เที่ยวบินนี้ใช้เวลาบินกี่ชั่วโมงคะ)

·      I prefer a morning flight / night flight.(ผมอยากได้เที่ยวบินตอนเช้า/ตอนกลางคืน ครับ)

·      Can I have a special meal request?(ผมขออาหารชนิดพิเศษได้ไหมครับ)

·      What time am I supposed to check in?(ผมต้องเช็คอินตอนกี่โมงครับ)

·      What time should I check in?(ผมต้องเช็คอินตอนกี่โมงครับ)

·      May I have a seat near the walkway because I have a problem with my stomach(สทั้ม-มัค)? (ผมขอที่นั่งใกล้ทางเดินนะเพราะผมมีปัญหากับท้องของผม – คือต้องเข้าห้องน้ำบ่อย)

·      Can I have an aisle(ไอ๊-เอิ้ล) seat because I have to go to the restroom very often?(ชั้นขอที่นั่งริมทางเดินนะเพราะชั้นต้องเข้าห้องน้ำบ่อย)

·      May I get (collect) my ticket now? (ชั้นขอรับตั๋วไปตอนนี้เลยได้ไหม)

 

On the plane (บนเครื่องบิน)

·      Could (can) you show me to my seat, please?(ช่อยนำผมเข้าที่นั่งได้ไหม คุณแอร์โฮสเตส)

·      Could you help me (to) find my seat, please?(กรุณาหาที่นั่งให้ผมหน่อยครับ)

·      What is your seat number?(เก้าอี้ของคุณหมายเลขอะไรคะ)

·      I’m looking for the seat number 12J.(ผมกำลังมองหาเก้าอี้หมายเลข 12J ครับ)

·      Where is my seat?(ที่นั่งผมอยู่ตรงไหนครับ)

·      May I see your boarding pass?(ขอดิฉันดูบัตรผ่านขึ้นเครื่องของคุณหน่อยค่ะ)

·      This way, please. (เชิญทางนี้ค่ะ – เดินมาทางนี้ค่ะ)

·      Your seat is the sixth row near the walkway.(ที่นั่งของคุณอยู่แถวที่หกติดริมทางเดินครับ)

·      Could you help me put my bag in the overhead compartment? (กรุณาช่วยชั้นเอากระเป๋าใส่ในช่องเก็บของเหนือศรีษะได้ไหมคะ)

·      Could you please explain how to fasten the seat belt?(โปรดช่วยอธิบายวิธีรัดเข็มขัดติดกับที่นั่งหน่อยครับ)

·      May (could) I move to a vacant (unoccupied) seat?(ผมขอย้ายไปนั่งตรงที่นั่งที่ว่างอยู่ได้ไหมครับ)

·      May (can) I change my seat?(ชั้นขอเปลี่ยนที่นั่งได้ไหมคะ แอร์โฮสเตส)

·      Could (can) I put my seat back? (ผมขอเอนเก้าอี้ไปข้างหลังได้ไหมครับ)

·      Do you mind changing your seat with me? (คุณจะว่าอะไรไหมครับถ้าผมจะขอแลกที่นั่งด้วย)

·      Would you give me a blanket, please?(ชั้นขอผ้าห่มผืนหนึ่งนะ แอร์โฮสเตส)

·      May I have a blanket, please?(ชั้นขอผ้าห่มผืนหนึ่งนะ แอร์โฮสเตส)

·      Could (can) you bring me a pillow, please?(ชั้นขอหมอนใบหนึ่งค่ะ)

·      May I recline this seat?(ผมขอปรับเอนเก้าอี้ได้ไหมครับ)

·      How can I turn off the overhead light?(ผมจะปิดไฟเหนือศรีษะได้ยังไงครับแอร์ฯ)

·      May (can) I have something to drink?(ผมขออะไรดื่มสักหน่อยเถอะครับแอร์ฯ)

·      What time do we have the meal?(เราทานอาหารกันตอนกี่โมงคะนี่)

·      Do you have orange juice (จูซ)? (คุณมีน้ำส้มไหมครับ แอร์โฮสเตท)

·      Can (may) I have something to drink? (ผมขอเครื่องดื่มสักหน่อยได้ไหมครับ)

·      Where is the lavatory (restroom)?(ห้องน้ำไปทางไหนคะ)

·      How do I fill in this form?(ผมจะกรอกแบบฟอร์มนี้ยังไงครับ)

·      What is the local time now?(เวลาท้องถิ่นตอนนี้เท่าไรแล้วครับ)

·      How many more hours to arrive at the destination?(อีกกี่ชั่วโมงจะถึงปลายทางครับนี่)

·      Can (may) I buy duty-free items on board? (ผมซื้อสินค้าปลอดภาษีบนเครื่องได้ไหมครับ)

·      Do you accept Thai currency?(คุณรับเงินไทยไหมครับ – ผมจ่ายเป็นเงินไทยได้ไหมครับ)

·      What would you like to drink?(คุณอยากจะรับเครื่องดื่มอะไรคะ)

·      I would like to have orange juice.(ผมขอน้ำส้มครับ)

·      I would like to have a can of beer. (ผมขอเบียร์สักกระป๋องหนึ่งครับ)

·      Would you like fish or chicken?(คุณจะทานอาหารประเภทปลาหรือไก่ครับ)

·      Fish, please.(ผมขอปลาครับ)

·      May (can) I have some magazines or newspaper?(ผมขอหนังสือแม็กกาซีนหรือหนังสือพิมพ์หน่อยครับแอร์ฯ)

·      I’m not feeling well.  May I have some airsick medicine? (หรือ May I have some anti-airsickness pills?)(ผมรู้สึกไม่ค่อยสบาย ขอยาแก้เมาเครื่องบินหน่อยครับ)

·      Do you have something for airsickness?(คุณมียาแก้เมาเครื่องบินไหมครับแอร์ฯ)

·      May (can) I smoke on the plane?(ผมสูบบุหรี่บนเครื่องได้ไหมครับ)

·      I feel like I’m going to vomit (ว้อม-มิท).  Please give me an airsickness bag, please.(ผมรู้สึกอยากจะอาเจียนครับ)

·      Excuse me.  I think you’re sitting in my seat.(ขอโทษค่ะ ดิชั้นคิดว่าคุณกำลังนั่งอยู่บนที่นั่งของชั้นนะคะ)

 

Flight connection (ต่อเครื่อง)

·      Where is the counter for connecting flights?(ขอโทษครับ เคาน์เตอร์สำหรับต่อเครืองบินอยู่ตรงไหนครับ)

·      I have to take a connecting flight in Denver.(ผมต้องไปต่อเครืองที่เดนเว่อร์ครับ)

·      I missed my connection.(ชั้นต่อเครื่องบินไม่ทันค่ะ)

·      Please check if (whether) there is another flight.(กรุณาเช็คด้วยค่ะว่ามีเที่ยวบินอีกเที่ยวหรือเปล่า)

·      How long will (shall) we stop in this airport?(เราจะแวะที่สนามบินนี้นานเท่าไรคะ)

·      When (or what time) are we leaving?(เราจะออกเดินทางกี่โมงคะ– เครื่องออกกี่โมงคะ)

·      When is the boarding time?(ขึ้นเครื่องเวลากี่โมงคะ)

______________________________________________________

ตัวอย่างบทสนทนาเดินทางโดยเครื่องบิน

ตัวอย่างที่ 1(Ticket reservation to London – จองตั๋วไปลอนดอน)

(A = Airline agency staff – เจ้าหน้าที่สายการบิน, B = ลูกค้าที่โทรมาจองตั๋ว)

A: Good morning, this is Thai Airways International.  May I help you?(สวัสดีค่ะ การบินไทยค่ะ มีอะไรให้ดิฉันรับใช้คะ)

B: Good morning.  I would like to make a reservation for 2 economy class tickets from Bangkok to London.(หวัดดีครับ ผมอยากจะจองตั๋วชั้นประหยัดสองใบจากกรุงเทพไปลอนดอนครับ)

A: When would you like to travel?(คุณจะเดินทางเมื่อไหร่คะ)

B: I would like to go there on Monday 2nd February and come back on Sunday 8th February.(ผมจะไปลอนดอนวันจันทร์ที่สองกุมภาพันธ์ครับ และเดินทางกลับวันอาทิตย์ที่แปดกุมภาพันธ์)

A: Let me check…….Yes, sir.  We have economy-class seats available for you on that day.  The flight will depart at 2 p.m., and arrive at Heathrow International Airport at 9 a.m., local time.(ให้ดิชั้นเช็คดูก่อนนะคะ………………ได้ค่ะ เรายังมีที่นั่งชั้นประหยัดว่างอยู่ในวันที่คุณต้องการเดินทาง เที่ยวบินจะออกจากกรุงเทพเวลาบ่ายสองโมง และไปถึงสนามบินฮีทโธรในลอนดอนเวลาเก้าโมงเช้าตามเวลาท้องถิ่นค่ะ)

B: How much is the ticket fare?(ราคาค่าตั๋วเท่าไรครับ)

A: It is 50,000 baht each, including VAT, but if you pay by credit card right now, you’ll get a 15% discount. (ราคาห้าหมื่นบาทต่อคนค่ะ รวมแว้ตด้วย แต่ถ้าคุณจ่ายโดยบัตรเครดิตตอนนี้เลย คุณจะได้ส่วนลดสิบห้าเปอร์เซนต์ค่ะ)

B: Great!  I would like to pay by credit card, Visa.(วิเศษมาก ผมขอจ่ายเป็นบัตรเครดิตวีซ่าครับ)

A: May I have your name, please?(ขอทราบชื่อคุณหน่อยนะคะ)

B: My name is SomchaiRakdee.(ผมชื่อสมชาย รักดี ครับ)

A: Could (may) I have your card number and the expiry date?(ดิฉันขอหมายเลขบัตรวีซ่าและวันหมดอายุด้วยค่ะ)

B: Sure.(ได้เลยครับ)

(After a moment – หลังจากเวลาผ่านไปชั่วครู่ เมื่อเจ้าหน้าที่จัดการเรื่องเอกสารเสร็จ)

A: Everything is OK, sir.  On the day of your travel, just show this confirmation document along with your passport at the check-in counter at least 2 hours prior to the take-off time.  Enjoy your trip, sir.(ทุกอย่างเรียบร้อยแล้วค่ะ ในวันเดินทาง คุณเพียงแต่แสดงเอกสารยืนยันใบนี้ พร้อมกับพาสปอร์ตของคุณที่เคาน์เตอร์เช็คอิน อย่างน้อยสองชั่วโมงก่อนเครื่องออก ขอให้เดินทางสนุกนะคะ)

B: Thanks a lot.  Bye-bye.(ขอบคุณมาก สวัสดีครับ)

                                                _____________________________

 

ตัวอย่างที่ 2 (Ticket reservation to L.A. – จองตั๋วไปแอลเอ)

(A = เจ้าหน้าที่สายการบิน, B = ลูกค้าที่โทรมาจองตั๋ว)

A: Good morning.  May I help you, sir?(สวัสดีค่ะ มีอะไรให้ดิฉันรับใช้คะ)

B: Good morning, will you please give me some information about a flight going to L.A.?(หวัดดีครับ คุณจะกรุณาให้ข้อมูลเกี่ยวกับเที่ยวบินไปแอลเอได้มั้ยครับ)

A: Yes, will you wait for a few seconds, please?(ได้ค่ะ กรุณารอสักครู่นะคะ)

B: Is there any flight leaving for L.A. within these two weeks?(มีเที่ยวบินไปแอลเอภายในสองสัปดาห์นี้มั้ยครับ)

A: Let me check and see if there is any, Oh, yes, there is one leaving on Monday nineteenth.(ให้ดิฉันเช็คดูก่อนว่ามีหรือเปล่านะคะ โอ้มีค่ะ มีเที่ยวบินหนึ่งออกเดินทางวันจันทร์ที่สิบเก้า)

B: Um !, it is only 4 days from now.  I don’t think I can get the passport and visa for this flight, how about the next flight?(อืม……จากนี่ไปเพียงสี่วันเท่านั้น ผมคิดว่าทำพาสปอร์ตและวีซ่าไม่ทันสำหรับเที่ยวบินนี้ แล้วเที่ยวถัดไปล่ะเป็นยังไง)

A: Well, maybe you would like to go on the other one which is departing on the third of next month.(เอ้อ บางทีคุณอาจจะอยากไปกับอีกเที่ยวบินหนึ่งซึ่งออกเดินทางวันที่สามเดือนหน้า เอามั๊ยคะ)

B: That would be fine, I would like to make a reservation now, how much is the air fare?(หรือ how much does it cost?)(ผมว่าดีนะ ผมขอจองที่นั่งตอนนี้เลยครับ ค่าตั๋วราคาเท่าไรครับ)

A: 950 dollars for economy class, and 1,200 dollars for business class, what do you want?(เก้าร้อยห้าสิบเหรียญสำหรับชั้นประหยัดค่ะ และหนึ่งพันสองร้อยเหรียญสำหรับชั้นธุรกิจ คุณต้องการแบบไหนคะ)

B: I think economy class will be all right.(ผมว่าไปชั้นประหยัดดีกว่านะ)

A: Well, you can choose your seat as you like(อ้อ คุณสามารถเลือกที่นั่งตามที่ชอบนะคะ)

B: Thanks, I think I’ll take the one near the walkway.(ขอบคุณครับ ผมคิดว่าผมขอที่นั่งริมทางเดินนะครับ)

A: OK.  If possible, please come and check with me again on the first of next month, because there might be some change in the time and flight number.(ตกลงค่ะ ถ้าเป็นไปได้นะคะ กรุณามาที่นิ่และเช็คกับเราอีกทีในวันที่หนึ่งเดือนหน้า เพราะอาจมีการเปลี่ยนแปลงเรื่องเวลาและเที่ยวบินค่ะ)

B: I’ll come again next week, anyway I’ll get ready for the third of next month(ผมจะมาอีกสัปดาห์หน้า อย่างไรก์ตาม ผมจะเตรียมพร้อมสำหรับวันที่สามเดือนหน้า – วันเดินทาง)

A: Would (will) you go to the airport with your car or would like to go with the Company’s bus?(อ้อ คุณจะไปสนามบินด้วยรถของคุณเอง หรือจะไปกับรถบัสของบริษัทคะ)

B: I think I had better go with the Company’s bus.  At what time can I join the bus?(ผมคิดว่า ผมน่าจะไปกับรถของบริษัทนะ เอ้อ ผมจะมาถึงที่รถบริษัทเวลาไหนดีครับ – ในวันเดินทาง)

A: Can you come to this office at 8 a.m.?  We’ll leave here for the airport at half past eight.(คุณมาถึงที่ออฟฟิศตอนแปดโมงเช้าได้ไหมคะ เราจะออกเดินทางไปสนามบินตอนแปดโมงครึ่งน่ะค่ะ)

B: What time (หรือ when) will the flight leave the airport?(เครื่องจะออกจากสนามบินกี่โมงครับ)

A: About half past ten.  The passengers have to arrive at the airport at least two hours before departure time.(ประมาณสิบโมงครึ่งค่ะ ผู้โดยสารจะต้องมาถึงสนามบินอย่างน้อยสองชั่วโมงก่อนเครื่องออกเดินทาง)

B: Can I have my breakfast at the airport?(ผมทานอาหารเช้าที่สนามบินได้ไหมครับ)

A: Yes, you’ll have about 30 minutes for your breakfast there.(ได้ซิคะ คุณมีเวลาสามสิบนาทีสำหรับอาหารเช้าที่สนามบิน)

B: Thank you very much for your information.(ขอบคุณมากครับสำหรับข้อมูลต่างๆที่คุณให้ผม)

A: Here are some booklets about the flight you are going on.(นี่คือหนังสือ – เล่มเล็กๆ – เกี่ยวกับเที่ยวบินที่คุณจะเดินทางค่ะ)

B: Thanks, I’ll see you next week.(ขอบคุณมาก แล้วพบกันสัปดาห์หน้านะครับ)

A: Good-bye.(สวัสดีค่ะ)

                                                   ____________________________

ตัวอย่างที่ 3 (On the plane – บนเครื่องบิน)

(A = passenger, B = air hostess)

A: Excuse me, where is my seat?(ขอโทษครับ ที่นั่งของผมอยู่ตรงไหนครับ)

B: May I see your boarding pass, please?(ดิฉันขอดูบัตรผ่านขึ้นเครื่องของคุณหน่อยสิคะ)

A: Here it is.(นี่ครับบัตร)

B: It’s 5M, the fifth row near the window.  I’ll show you to your seat.(หมายเลขห้าเอ็ม แถวที่ห้าริมหน้าต่างค่ะ)

A: Thank you.(ขอบคุณครับ)

                                                  ____________________________

ตัวอย่างที่ 4(On the plane – บนเครื่องบิน)

(A = air hostess, B = male passenger, C = female passenger)

A: Can I help you, sir?(มีอะไรให้ดิฉันช่วยมั๊ยคะ)

B: Yes, my seat number is 25F, but someone is already in that seat.(มีสิครับ เลขที่นั่งของผมคือยี่สิบห้าเอฟ แต่มีใครบางคนนั่งอยู่ที่นั่นก่อนแล้ว)

A: May I see your boarding pass, please?(ขอดูบัตรผ่านขึ้นเครื่องหน่อยสิคะ)

B: Here you are. (หรือ Here it is.)(นี่ครับบัตร)

A: Wait a moment, please.  I’ll take care of it.  Excuse me, ma’am.  May I see your boarding pass?(กรุณารอสักครู่นะคะ ดิฉันจะจัดการเอง ขอโทษนะคะคุณนาย ขอดูบัตรผ่านขึ้นเครื่องหน่อยสิคะ)

C: Yes, certainly.  Here you are. (ได้ค่ะ นี่ไงคะ)

A: Your seat number is 15F ma’am.  I’m afraid you’re in the wrong seat.  This is 25F.(เลขที่นั่งของคุณนายคือสิบห้าเอฟค่ะ ดิฉันเกรงว่าคุณนั่งผิดที่ค่ะ ที่นั่งตรงนี้คือยี่สิบห้าเอฟ)

C: Oh, I’m sorry.  I’ll move to my seat.(โอ้ ขอโทษทีค่ะ งั้นชั้นจะย้ายไปที่นั่งของชั้นนะคะ)

                                                 ___________________________

ตัวอย่างที่ 5(On the plane – บนเครื่องบิน)

(A = passenger, B = air hostess)

A: Excuse me, may I have a blanket?(ขอโทษครับ ผมขอผ้าห่มสักผืนสิครับ)

B: Sure.(ได้สิคะ)

A: May I have some airsick medicine?  I’m not feeling well.(ผมขอยาแก้เมาเครื่องบินด้วยนะครับ)

B: Wait a minute, please…………  Here you are. (or Here it is.)(รอประเดี๋ยวนะคะ….. เอ้านี่ยาค่ะ)

A: Thank you.(ขอบคุณ)

                                                ____________________________

ตัวอย่างที่ 6(On the plane – บนเครื่องบิน)

(A = passenger, B = air hostess)

A: Would you please help me (to) find my seat?(กรุณาช่วยผมหาที่นั่งหน่อยครับแอร์ฯ)

B: What is the seat number?(ที่นั่งของคุณเบอร์อะไรคะ)

A: It’s 26A.(เบอร์ยี่สิบหกค่ะ)

B: It’s over there near the window.(อยู่ตรงโน้นริมหน้าต่างค่ะ)

A: Thanks a lot.(ขอบคุณมากครับ)

                                               ______________________________

 

ตัวอย่างที่ 7 (Asking to change the destination – ขอเปลี่ยนแปลงจุดหมายปลายทาง)

(A = reservation staff – เจ้าหน้าที่ฝ่ายจองตั๋ว, B = foreign passenger– ผู้โดยสารชาวต่างชาติ)

A: Thai Airways International reservation, what can I do for you?(ฝ่ายสำรองที่นั่ง การบินไทยค่ะ มีอะไรให้รับใช้คะ)

B:  I would like to change my flight schedule.(ผมอยากเปลี่ยนตารางการบินน่ะครับ)

A: Yes, sir.  May I have your name and the flight number you’ve booked?(ได้ค่ะ ขอทราบชื่อของคุณและหมายเลขเที่ยวบินที่คุณจองไว้ค่ะ)

B: My name is Peter Ambrose.  The flight number is TG55.(ผมชื่อปีเตอร์ แอมโบรส ครับ หมายเลขเที่ยวบินคือทีจีห้าสิบห้า)

A: What would you like to do with your reservation, sir?(คุณต้องการจะทำอะไรกับการสำรองที่นั่ง – การจองตั๋ว - ของคุณคะ)

B: I need to change my destination to Phuket on the same day.  What time do you have?(ผมต้องการเปลี่ยนปลายทางไปยังภูเก็ตในวันเดิมครับ)

A: The first flight to Phuket is at 7 o’clock in the morning, then every 4 hours a flight till 7 o’clock in the evening.(เที่ยวบินเที่ยวแรกไปภูเก็ตคือเจ็ดโมงเช้าค่ะ ต่อจากนั้นมีเครื่องออกทุกๆสี่ชั่วโมง จนกระทั่งเที่ยวสุดท้ายออกหนึ่งทุ่มค่ะ)

B: I’ll take the 3 p.m. flight then.(งั้นผมไปเที่ยวบ่ายสามโมงนะครับ)

A: Yes, sir………. I’ve rescheduled your flight to Phuket at 3 p.m. on the same day.  It’s TG32.(ได้ค่ะ ……………ดิฉันได้เปลี่ยนเวลาบินไปภูเก็ตของคุณใหม่เป็นบ่ายสามโมง เที่ยวบินทีจีสามสิบสองนะคะ)

B: Thank you so much.(ขอบคุณมากครับ)

A: You’re welcome.(ยินดีรับใช้ค่ะ)

                                               _____________________________

 

ตัวอย่างที่ 8 (On the plane to Chicago – บนเครื่องบินไปชิคาโก)

(A = passenger, B = air hostess)

A: How high are we flying now?(ตอนนี้เราบินอยู่สูงเท่าไรครับ)

B: We’re at an altitude (แอ๊ล-ทิ-ทูด) of 40,000 feet.(เราอยู่ที่ความสูงสี่หมื่นฟุตค่ะ)

A: How fast are we flying?(แล้วเราบินที่ความเร็วเท่าไรครับ)

B: About 800 kilometers per hour.(ประมาณแปดร้อยกิโลเมตรต่อชั่งโมงค่ะ)

A: When will we land in Chicago?(เราจะไปถึง – ลงจอด – ที่ชิคาโก้ กี่โมงครับ)

B: At 9.00 in the morning, local time.(เก้าโมงเช้าตามเวลาท้องถิ่นค่ะ)

A: Do I have to set my watch on the local time?(ผมต้องตั้งนาฬิกาตามเวลาท้องถิ่นไหมครับ)

B: Yes, if you would like to do so.(ได้สิคะ ถ้าคุณอยากจะทำเช่นนั้น)

A: How can I turn off the overhead light?(แล้วผมจะปิดไฟเหนือศีรษะนี่ได้ยังไงครับ)

B: Just press the button and the light will go off.(คุณเพียงแต่กดปุ่มแล้วไฟก็จะดับค่ะ)

A: May I have a blanket and a pillow?(ผมขอผ้าห่มและหมอนด้วยครับ)

B: Certainly, they are in the rack.(ได้สิคะ มันอยู่ในที่เก็บของเหนือศีรษะของคุณค่ะ)

A: I feel like throwing up(หรือ vomiting– ว้อม-มิท-ทิง). (ผมอยากจะอาเจียนน่ะครับ)

B: The airsickness bag is in the seat pocket.(ถุงใส่อาเจียนอยู่ในกระเป๋าหลังที่นั่ง – ซึ่งอยู่ด้านหน้าของคุณ – ค่ะ)

A: Oh, I see.  Thank you.(โอ้ ผมรู้แล้วละ ขอบคุณครับ)

B: Do you need a glass of water?(คุณต้องการน้ำสักแก้วไหมคะ)

A: Yes, please.(โอ้ ดีเลยครับ)

B: I’ll bring it right away.(ดิฉันจะนำมาให้เดี๋ยวนี้เลยค่ะ)

(หลังจากเวลาผ่านไปสักครู่)

B: How do you feel now?(ตอนนี้รู้สึกเป็นอย่างไรบ้างคะ)

A: I feel a bit better, thank you. Can I have some magazines?(ผมรู้สึกดีขึ้นบ้างครับ ผมขอแม็กกาซีนอ่านหน่อยได้ไหมครับ)

B: We don’t have magazines.  How about a newspaper?(เราไม่มีแม็กกาซีนหรอกค่ะ แต่จะเอาหนังสือพิมพ์ไหมล่ะคะ)

A: That will be fine.  Give me a newspaper.(ก็ดีนะ เอาหนังสือพิมพ์ให้ผมสักเล่มสิ)

B: Certainly.  Here it is.(แน่นอนค่ะ เอ้านี่ไงคะ)

A: May I move to that vacant(เว้-เคิ่นท์) aisle(ไอ๊-เอิ้ล)seat so that I’ll have more room to read the newspaper?(ผมขอย้ายไปนั่งที่นั่งว่างริมทางเดินตรงนั้นได้ไหมครับ เพื่อที่ว่าผมจะได้มีที่ว่างอ่านหนังสือพิมพ์ได้มากขึ้น)

B: Yes, of course.(อ๋อ ได้สิคะ)

A: Where are we now?(ตอนนี้เราอยู่ที่ไหนแล้วนี่)

B: We’re flying over the Pacific Ocean.(เรากำลังบินอยู่เหนือมหาสมุทรแปซิฟิกค่ะ)

A: Thank you so much for all your kind assistance.(ขอบคุณมากนะครับสำหรับความช่วยเหลือทั้งปวงที่ให้แก่ผม)

                                                      ____________________________

ตัวอย่างที่ 9(Ticket reservation to Tokyo – จองตั๋วไปโตเกียว)

(A = reservation staff – เจ้าหน้าที่ฝ่ายจองตั๋ว, B = foreign passenger – ผู้โดยสารชาวต่างชาติ)

A: Good morning.  How can I help you?(สวัสดีค่ะ มีอะไรให้รับใช้คะ)

B: I would like to make a reservation to Tokyo on January 5th, please.(ผมอยากจะจองตั๋วไปโตเกียววันที่ห้ามกราคมครับ)

A: What time do you like to travel?(คุณต้องการเดินทางเวลาไหนคะ)

B: I want the morning flight, please.(ผมอยากได้เที่ยวบินเช้าครับ)

A: On what class, sir.  Economy or Business.(จะโดยสารชั้นไหนคะ ชั้นประหยัดหรือธุรกิจ)

B: Business, please.(ชั้นธุรกิจครับ)

A: The first flight to leave on January 5th is at 8.00 a.m., sir.(เที่ยวบินแรกออกเดินทางวันที่ห้ามกราคม เวลาแปดโมงเช้าค่ะ)

B: Sure, I will take it.  My name is Bob Orton.(ตกลงผมขอเที่ยวนี้นะ ผมชื่อบ๊อบ ออร์ตัน ครับ)

A: May I also have your phone number and credit card number, please?(ดิฉันขอเบอร์โทรฯและหมายเลขบัตรเครดิตของคุณด้วยค่ะ)

B: No, problem.(ได้เลยครับ)

บทสนทนาเกี่ยวกับ Taking a taxi (โดยสารรถแท็กซี่)

Calling a taxi (เรียกแท็กซี่)

·      Call me a taxi, please.(โปรดเรียกแท็กซี่ให้ผมหน่อย)

·      Where can I find (get) a taxi?(ผมจะหาแท็กซี่ได้ที่ไหนนี่)

·      Can you take me to a Thai food restaurant?(พาผมไปที่ภัตตาคารอาหารไทยได้ไหม)

·      Take me to the airport, please.(พาผมไปสนามบินนะ)

·      I would like to go to the Southern bus terminal.(ผมอยากจะไปขนส่งสายใต้ครับ)

·      Can you take me to a good restaurant around here?(พาผมไปภัตตาคารดีๆใกล้ๆนี่ได้ไหม)

·      I want to go to the nearest hospital.(ผมต้องการไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด)

·      Could you tell me how I can get a taxi?(บอกผมหน่อยว่าผมจะหาแท็กซี่ได้ยังไง)

·      Do you know how I can get a taxi around here?(คุณรู้ไหมว่าผมจะหาแท็กซี่ใกล้ๆนี้ได้อย่างไร)

·      Can you drop me off at the airport?(ช่วยจอดให้ผมลงที่สนามบินด้วยนะ)

·      I want to go to the railway station (the bank, the museum, the Grand Palace, Chulalongkorn University).(ผมต้องการจะไปสถานีรถไฟ (ธนาคาร, พิพิธภัณฑ์, พระบรมมหาราชวัง, จุฟาฯ)

·      Please take me to this address.(พาผมไปตามที่อยู่นี่หน่อย)

·      Where is the taxi stand?(ที่จอดรถแท็กซี่อยู่ไหน)

·      Where is the taxi parking?(ที่จอดรถแท็กซี่อยู่ไหน)

On a taxi (บนรถแท็กซี่)

·      How far is it from here to the airport?(สนามบินอยู่ไกลจากที่นี่เท่าไร)

·      How much would you charge me to the airport?(คุณคิดค่าโดยสารเท่าไรถ้าไปสนามบิน)

·      How much is the fare to the airport?(ค่าโดยสารไปสนามบินคิดเท่าไร)

·      There is no need to hurry.(ไม่จำเป็นต้องรีบหรอกแท็กซี่)

·      Do you use a meter, driver?(รถคุณใช้มิเตอร์หรือเปล่า)

·      I’m late.  Please hurry up.(ผมสายแล้วนะ รีบๆขับหน่อย)

·      Could (can) you turn on the music?(ช่วยเปิดเพลงหน่อยได้ไหม)

·      Could (can) you turn off the air-conditioner?(ช่วยปิดแอร์หน่อยได้ไหม)

·      Please drive faster.(โปรดขับให้เร็วขึ้นอีกหน่อย)

·      Don’t drive so fast.(อย่าขับเร็วนักซิ)

·      Could you please slow down a little bit?(กรุณาขับให้ช้าลงหน่อย)

·      Please drive more slowly.(โปรดขับช้าลงหน่อย)

·      Please stop for a moment.(กรุณาจอดสักครู่ครับ)

·      Where are we now?(เราถึงตรงไหนแล้วล่ะแท็กซี่)

·      Make haste.(ขับเร็วๆเข้า)

·      Can you stop here? / Can you park here?(ช่วยจอดตรงนี้ได้ไหม)

·      Let me get off here. / Drop me off here.(ให้ผมลงตรงนี้นะ)

·      Wait for me here.(รอผมตรงนี้นะ แท็กซี่)

·      Be careful.  The road is slippery.(ขับระวังหน่อย ถนนลื่น)

·      Go slowly around the corner.(ขับช้าๆนะตรงมุมถนนน่ะ)

·      Stop at the next corner.(หยุดที่มุมถนนข้างหน้านะ)

·      Go slowly down the hill.(ขับลงเนินช้าๆนะ)

·      Drive to Lumpini Park, please.(โปรดขับไปสวนลุมนะ)

·      Return to Rama Garden Hotel, please.(ขับกลับไปที่โรงแรมรามาการ์เด้น)

·      Please stop at the bus stop.(กรุณาหยุดที่ป้ายจอดรถนะ)

·      Put me off at the next corner. (ให้ผมลงที่มุมถนนถัดไปนะ

·      Take my luggage out, please.(ช่วยเอากระเป๋าผมลงด้วย)

Getting off the taxi (ลงจากแท็กซี่)

·      How much would you charge me?  (How much is the fare?)(ราคาค่าโดยสารเท่าไรนะ)

·      How much does the meter read?(มิเตอร์อ่านราคาเท่าไรนะ)

·      Two hundred baht is too expensive, I think.  But I’ll pay you what you want, so that I won’t waste my time.(สองร้อยบาทแพงไปนะ แต่ผมจะจ่ายให้ตามที่คุณต้องการ เพื่อผมจะได้ไม่ต้องเสียเวลาของผม)

·      I think the meter goes too fast.  Is there anything wrong with the meter?(ผมว่ามิเตอร์เดินเร็วไปหน่อย มีอะไรผิดปกติกับมิเตอร์หรือเปล่า)

·      You drive very carefully.  I appreciate that.  Hope to use your service again next time.(คุณขับระมัดระวังมากเลยผมชื่นชมนะ หวังว่าจะได้ใช้บริการของคุณอีกนะคราวหน้า)

·      Why do you charge differently from the meter say?(ทำไมคุณคิดค่าโดยสารต่างจากบนมิเตอร์ล่ะ

·      This is the fare.  Keep the change. (เอ้า นี่ค่าโดยสาร เก็บตังค์ทอนไว้นะ)

                                ____________________________

 

ตัวอย่างบทสนทนา Taking a taxi

ตัวอย่างที่ 1

(A = ผู้โดยสาร, B = a taxi driver)

A: Take me to the Emerald Buddha Temple, please.(กรุณาพาผมไปส่งที่วัดพระแก้วนะ)

B: Sure, sir.(ได้ครับ)

A: Please use the toll way.  The traffic is jammed now and I’m in a hurry.(ใช้โทลเวย์นะ รถติดมากตอนนี้ และผมรีบด้วย)

B: Yes.  Please put on your seat belt, sir. (ได้ครับ โปรดรัดเข็มขัดด้วยครับ)

                                     __________________________

ตัวอย่างที่ 2

(A = ผู้โดยสาร, B = คนขับแท็กซี่)

A: Take me to the Southern bus terminal, please.(พาผมไปส่งที่สถานีขนส่งสายใต้นะ)

B: Where is it, sir?(มันอยู่ที่ไหนล่ะครับ)

A: It’s on BoromRatchonnanee Rd.  I’ll give you the direction.(อยู่ถนนบรมราชชนนี ผมจะบอกทางคุณเอง)

B: Certainly, sir.  Please put on your seat belt.(ได้เลยครับ โปรดรัดเข็มขัดด้วยครับ)

A: OK.  Drive straight ahead and turn right at the next intersection.  It’s one-way traffic from here till the next intersection.(ได้สิ ขับตรงไปข้างหน้านะ และเลี้ยวขวาตรงสี่แยกถัดไป มันเป็นถนนเดินรถทางเดียวจากตรงนี้จนกระทั่งถึงสี่แยกหน้า)

B: Yes, sir. (ได้เลยครับ)

A: Then turn left at that intersection to BoromRatchonnanee Rd., and you won’t miss it to the Southern bus terminal.(แล้วก็เลี้ยวซ้ายตรงสี่แยกนั้นนะเพื่อจะไปถนนบรมฯ แล้วคุณจะไม่พลาดสถานีขนส่งสายใต้แน่นอน)

B: Yes, sir.(ได้สิครับ)

A: Oh!  You see the large building on your left.  That is it.(โอ้ คุณเห็นอาคารหลังใหญ่ทางซ้ายมือนั่นไม๊ล่ะ มันคือสถานีสายใต้ไง)

                                                       ____________________________

ตัวอย่างที่ 3

(A = taxi driver, B = foreign traveller – นักท่องเที่ยวต่างชาติ)

A: Good morning, sir.  Where are you going?(สวัสดีครับ กำลังจะไปไหนครับ)

B: I’m going to DusitThani Hotel.  Is it around here?(ผมจะไปโรงแรมดุสิตธานี มันอยู่ใกล้ๆนี่หรือเปล่า)

A: No, sir.  It’s about 5 kilometers from here.(ไม่ใกล้หรอกครับ มันอยู่ห่างจากที่นี่ประมาณห้ากิโลฯ)

B: It that so?(ยังงั้นรึ)

A: Would you use my car?(คุณจะใช้บริการรถแท็กซี่ผมไหมครับ)

B: Sure.  Open the door, please.  I’ll get into your car.(แน่นอน ช่วยเปิดประตูรถให้ผมหน่อย ผมจะขึ้นรถน่ะ)

A: OK.  Come in, please.(ตกลง เชิญเข้ามาเลยครับ) The Traffic is jammed now.  I think we’ll arrive at the hotel in more than half an hour.(รถติดมากเลยตอนนี้ ผมว่าเราจะไปถึงโรงแรมของคุณในอีดกกว่าครึ่งชั่วโมงครับ)

B: No problem.  I’m not in a hurry.  I still have a lot of time left.(ไม่เป็นไร ผมไม่รีบร้อน ผมยังมีเวลาเหลืออีกเยอะเลย)

                                                   _____________________________

ตัวอย่างที่ 4

(A = taxi driver, B = ผู้โดยสาร)

A: Where would you like to go, sir?(คุณจะเดินทางไปไหนหรือครับ)

B: Straight to the airport, please.  I’ve a plane to catch in two hours.(ตรงไปสนามบินเลยนะ ผมจะต้องขึ้นเครื่องภายในสองชั่วโมง)

A: I’ll try to do my best, sir.  You can depend on me.(ผมจะพยายามอย่างดีที่สุดครับ คุณพึ่งผมได้แน่)

B: Oh! My god.  Are we going to meet all the red lights?(โอ้ ตายละ นี่เราจะเจอไฟแดงตลอดเลยหรือนี่)

A: I can’t help it, sir.  You don’t want me to run a red light, do you?(มันช่วยไม่ได้ครับ คุณไม่ต้องการให้ผมฝ่าไฟแดงไม่ใช่หรือครับ)

B: Of course not.  What I mean to you is to speed up as fast as you can.  We’re going too slow, I think.(อ๋อใช่สิ ผมหมายความว่าให้คุณขับให้เร็วขึ้นเท่าที่จะทำได้ เราช้าเกินไปนะ ผมว่า)

A: We’re still in the downtown area, sir.  I have to go slow.  I can pick up more speed when we go on the toll way, sir.(เรายังอยู่ย่านในเมืองอยู่เลยครับ ผมเลยต้องขับช้าๆ ผมสามารถเร่งความเร็วได้เมื่อเราขึ้นบนโทลเวย์ครับ)

B: OK, I’ll let you do your job.  Bear in mind that I’ve to arrive at the airport before twelve.

(ได้ ผมจะปล่อยให้คุณทำงานของคุณไป แต่จำไว้นะว่าผมต้องไปถึงสนามบินก่อนเที่ยง)

                                                    _________________________

ตัวอย่างที่ 5

(A = Thai traveler – นักเดินทางไทย, B = French taxi driver – คนขับรถชาวฝรั่งเศส)

A: Taxi!  Paris Airport, please.  I’ve to be there at ten o’clock sharp.(แท็กซี่ ไปสนามบินปารีสนะ ผมจะต้องไปถึงที่นั่นสิบโมงตรงเลย)

B: I can’t promise anything.  But I’ll do my best.(ผมรับปากอะไรคุณไม่ได้หรอก แต่ว่าผมจะพยายามทำดีที่สุดครับ)

A: OK.  Try your best.  I’ve no choice.(ตกลงทำให้ดีที่สุดนะ ก็ผมไม่มีทางเลือกแล้วนี่)

B: We should not have any trouble if the traffic is not too heavy.(เราไม่มีปัญหาหรอกครับถ้ารถไม่ติดจนเกินไป)

A: Of course, we’ve got plenty of time if we don’t get stuck in the traffic jam.(อ๋อ เรามีเวลาเหลือมากเลยถ้ารถไม่ติดน่ะ

B: Maybe I’ll make it, don’t worry.(บางทีผมคงทำได้ คุณอย่ากังวลไปเลย)

A: Here we are.  You’ve done a good job.  How much will you charge me?(เอ้า ถึงแล้วคุณขับได้ดีมากเลย คุณคิดค่าโดยสารเท่าไรล่ะ)

B: Twenty-five dollars, sir.(ยี่สิบห้าเหรียญครับ)

A: Thank you.  Here is thirty dollars.  Keep the change.(ขอบคุณนะ นี่เงินสามสิบเหรียญ เก็บตังค์ทอนไว้นะ)

                                            ____________________________

ตัวอย่างที่ 6

(A = ผู้โดยสาร, B = taxi driver)

A: Taxi !Taxi !(แท็กซี่ แท็กซี่)

B: Hello!  Where will you go, sir?(หวัดดีครับ จะไปที่ไหนหรือครับ)

A: DusitThani Hotel, Silom Road, please.(ไปโรงแรมดุสิตธานี ถนนสีลมน่ะ)

B: Yes, sir.(ได้เลยครับ)

A: I’ve to be in the conference in an hour.(ผมต้องเข้าร่วมสัมมนาภายในครึ่งชั่วโมงนี่แหละ)

B: At this time I’m not so sure sir, due to the traffic jam.(เวลาอย่างนี้ผมไม่มั่นใจหรอกครับ เนื่องจากรถติดมาก)

A: Just as fast as you can do then.(งั้นก็ขับให้เร็วสุดเท่าที่จะทำได้)

B: Sure.  You can rely on me. (แน่นอนครับ คุณเชื่อใจผมได้เลย)

บทสนทนาเกี่ยวกับ Asking for information (สอบถามข้อมูล)

(A = นักท่องเที่ยว, B = เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ของสนามบิน)

A: Excuse me, how can I go to the President Hotel?  It is my first time in Bangkok and I’ve made a reservation for a room at the hotel.(ขอโทษครับ ผมจะไปโรงแรมเพรสสิเดนท์ได้ยังไงครับ ผมมากรุงเทพเป็นครั้งแรกเลย และจองห้องไว้ที่โรงแรม)

B: It is on Sukhumvit Road, in the heart of Bangkok.  Here is a map.(โรงแรมอยู่ถนนสุขุมวิทค่ะ ใจกลางกรุงเทพเลย นี่ค่ะแผนที่)

A: Is there a shuttle bus into the city?(มีรถบัสเข้าเมืองไหม)

B: Yes, there is a shuttle bus that leaves the airport every 20 minutes.  Or you may go by taxi.

(มีค่ะ มีรถบัสออกจากสนามบินทุกๆ ยี่สิบนาที หรือคุณจะไปแท็กซี่ก็ได้นะคะ)

A: Where does it park?(รถจอดอยู่ที่ไหนครับ)

B: It parks in front of the 3rd exit and 5th exit, respectively, sir.(รถบัสจอดอยู่หน้าประตูสาม ส่วนแท็กซี่จอดอยู่หน้าประตูห้าค่ะ–respectively = ตามลำดับ)

A: Thank you.  Let me take a look first to see whether I should go to the hotel by bus or taxi.  Bye-bye.(ขอบคุณครับ ผมขอไปดูก่อนนะว่าจะไปโรงแรมโดยรถบัสหรือแท็กซี่ดี หวัดดีครับ)

B: You’re welcome, sir.(ยินดีรับใช้ค่ะ)

บทสนทนาเกี่ยวกับ Seeing a doctor (ไปหาหมอ)

(A = Mr. Albert เป็นคนไข้, B = หมอ)

A: Good morning, doctor.

B: Good morning, Mr. Albert.  You’re looking wonderful today.  How do you feel today?

A: I’m feeling a bit better.  But I always feel sleepy and tired.

B: What do you usually have for your breakfast? 

A: I have only a cup of coffee, and some toast if I have enough time.

B: I think you need some things more.  A cup of coffee and some toast will not do for you.  You must have some eggs and milk.  Breakfast is the most important meal in a day.  Let me take you temperature, please.

A: What is wrong with me, doctor?  But I feel very weak.

B: Of course, you do after ten days of your fight against pneumonia.  Now, stick out your tongue, please.  Your tongue is coated.  You also have a high temperature.  I’ll give you a prescription.  You need some more rest.  Roll up your sleeve, please.  I want to check your blood pressure.

A: How is it, doctor?

B: Don’t lose heart.  It is nothing serious.  You will be better soon.  But I think you must abstain from alcoholic drink.  And try to smoke less.

A: I will strictly do what you tell me, doctor.

B: Good.  What time do you usually go to bed?

A: About eleven o’clock.

B: That is too late.  You have not enough rest.  You should try to go to bed before ten.  I’ll give you a prescription.  You must take two of these tablets after meal for the whole week.

A: Thank you so much, doctor.

บทสนทนาเกี่ยวกับ Traveling by train (เดินทางโดยรถไฟ)

(A และ B เป็นผู้โดยสาร พบกันบนรถไฟที่ออกจากกรุงเทพฯ)

A: Excuse me, but is this seat taken? (ขอโทษครับ เก้าอี้นี้มีคนนั่งหรือยัง)

B: No, it is not.  You may sit down if you want to. (ไม่มีครับ คุณจะนั่งก็ได้ครับถ้าต้องการ)

A: How far are you traveling (going)? (คุณจะเดินทางไปไกลถึงไหนน่ะ)

B: I am going as far as Lampang. (ผมกำลังไปลำปางครับ)

A: Are you on a business trip? (คุณเดินทางไปเรื่องธุกิจหรือครับ)

B: Yes, I have a business meeting in Lampang.  Afterward, I plan to visit Chiang Mai for sightseeing. (ใช่แล้ว ผมต้องไปประชุมธุรกิจที่ลำปาง หลังจากนั้น ผมมีแผนจะไปเยือนเชียงใหม่เพื่อทัศนาจร)

A: I myself am going to Chiang Mai to visit my friend there.  Have we passed Saraburi yet? (ผมเองก็กำลังไปเชียงใหม่เพื่อเยี่ยมเพื่อน เอ้อ แต่เราผ่านสระบุรีหรือยังนะ)

B: I don’t think so. (ผมคิดว่ายังนะ)

A: How many stops are there before we reach Saraburi? (มีอีกกี่สถานีก่อนเราจะไปถึงสระบุรี)

B: It is two stops from here.  This is an express train, you know, so it does not stop at small stations. (อีกสองสถานีนับจากที่นี่ นี่เป็นรถด่วนนะ คุณคงรู้ ดังนั้นมันจะไม่จอดที่สถานีเล็กๆ)

A: Do you know when we will (shall) arrive in Lampang? (คุณรู้ไหมว่าเราจะไปถึงลำปางกี่โมง)

B: According to the timetable, we should arrive there at 4 p.m. (ดูจากตารางเวลานะ เราควรจะไปถึงตอนสี่โมงเย็น)

A: Do you think the train will arrive on time? (คุณคิดว่ารถไฟจะตรงเวลาไหม)

B: I’m sure it will. (ผมมั่นใจว่าตรงนะ)

A: Does this train have a dining car? (รถคันนี้มีตู้เสบียงหรือเปล่าครับ)

B: Yes, I think so.  Shall we go for lunch together now? (ผมคิดว่ามีนะ)

A: Can we see beautiful scenery along the way from the train window? (เราจะมองเห็นทิวทัศน์สวยๆตามข้างทางจากหน้าต่างรถไฟหรือเปล่า)

B: Of course, we can, particularly during the winter like this time of the year. (เห็นแน่ครับ โดยเฉพาะช่วงหน้าหนาวเช่นช่วงนี้ของปี)

A: Is this your first trip to Lampang? (นี่เป็นการเดินทางครั้งแรกไปลำปางของคุณหรือเปล่า)

B: No, I have been to Lampang several times, but I have never visited Chiang Mai. (ไม่ใช่หรอก ผมเคยไปลำปางมาหลายครั้งแล้ว แต่ยังไม่เคยไปเที่ยงเชียงใหม่เลย)

A: I believe you’ll enjoy yourself in Chiang Mai.  The weather is very nice there now. (ผมเชื่อว่าคุณคงสนุกตอนอยู่เชียงใหม่ อากาศดีมากเลยที่นั่นตอนนี้)

B: I hope so. I’ll be there after I’ve completed my business in Lampang. (ผมก็หวังว่าจะเป็นเช่นนั้น ผมจะไปเชียงใหม่หลังจากผมเสร็จเรื่องธุรกิจที่ลำปาง)

บทสนทนาเกี่ยวกับ Applying for a secretarial job (สมัครงานเลขานุการ)

(A= ผู้สัมภาษณ์ –interviewer, B = ผู้หญิงที่เข้ารับการสัมภาษณ์งานเลขานุการ –interviewee)

A: Good morning.  Take a seat, please.(สวัสดี เชิญนั่งครับ)

B: Good morning.  Thank you. (สวัสดีค่ะ ขอบคุณค่ะ)

A: You’re Miss Somsri, aren’t you? (คุณคือคุณสมศรีใช่ไหมครับ)

B: Yes, I am. (ใช่ค่ะ)

A: How did you know about the job here? (คุณทราบได้อย่างครับว่าที่นี่รับสมัครงาน)

B: I saw the advertisement in a newspaper, the Bangkok Post, sir.(หนูเห็นจากโฆษณาหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ค่ะ)

A: What special qualifications do you have for this job? (คุณมีคุณสมบัติพิเศษอะไรสำหรับงานนี้)

B: I think I’ve considerable skill in computer, including numerous computer programs such as Word, Excel, PowerPoint, Photoshop and Access.  In addition, I can type letters, both in Thai and English, keep files and answer the phone, as well. (หนูคิดว่าหนูมีทักษะมากมายด้านคอมพิวเตอร์ รวมทั้งโปรแกรมคอมพิวเตอร์ต่างๆ เช่น Word, Excel, PowerPoint, Photoshop และ Access นอกจากนั้น หนูยังพิมพ์ดีดดได้ทั้งไทยและอังกฤษ จัดเก็บเอกสาร และรับโทรศัพท์ได้ด้วย)

A: What languages can you speak? (คุณพูดภาษาอะไรได้บ้างล่ะ)

B: I can speak English and Chinese. (หนูพูดอังกฤษและจีนได้ค่ะ)

A: Great!  Why did you apply with our company? (ยอดเลย ทำไมคุณจึงมาสมัครงานกับบริษัทเราล่ะ)

B: Your company has an outstanding management system and a good opportunity for all employees for career advancement. (เพราะบริษัทของคุณมีระบบบริหารจัดการที่มีชื่อเสียง และมีโอกาสให้พนักงานทุกคนสำหรับความก้าวหน้าในอาชีพ)

A: Good.  Do you have any questions to ask me?  Please feel free to ask any questions you many want to know about our company. (ดี คุณมีคำถามจะถามผมไหม ไม่ต้องเกรงใจที่จะถามคำถามที่คุณอยากรู้เกี่ยวกับบริษัทของเรานะ)

B: No, sir. (ไม่มีค่ะ)

A: Thank you for coming today.  We’ll let you know the result of the interview in two weeks since there are some other applicants for the job.  Good-bye. (ขอบคุณหนูนะที่มาสัมภาษณ์วันนี้ เราจะแจ้งผลการสัมภาษณ์ให้ทราบในอีกสองสัปดาห์ เพราะเรามีผู้สมัครคนอื่นๆอีก สวัสดีครับ)

B: Thank you very much, sir.  Good-bye. (ขอบคุณมากค่ะ สวัสดีค่ะ)

บทสนทนาเกี่ยวกับ Special Greetings (การอวยพรในโอกาสพิเศษ)

Dang: Merry Christmas!  Peter. (สุขสันต์วันคริสต์มาสครับ ปีเตอร์)

Peter: The same to you!  Dang. (คุณก็เช่นเดียวกันครับแดง)

Dang: Have you got any plans? (คุณมีแผนจะทำอะไรไหม)

Peter: I’ve been invited to a friend’s home.  And you? (ผมได้รับเชิญไปบ้านเพื่อนคนหนึ่ง แล้วคุณล่ะ)

Dang: My brother is having a party.  Are you going to your friend’s home? (พี่ชายผมจะจัดงานปาร์ตี้ที่บ้าน แล้วคุณล่ะจะไปบ้านเพื่อนหรือ)

Peter: Oh, I’m just going to take it easy. (โอ ผมคงจะอยู่เฉยๆครับ – ไม่ไปไหนดีกว่า)

______________________________________

Peter: Happy New Year!  Dang.(สวัสดีปีใหม่ แดง)

Dang: Thank you.  Same to you, Peter. (ขอบคุณครับ ขอให้คุณมีความสุขปีใหม่ด้วยครับ ปีเตอร์)

Peter: Are you doing anything special? (คุณมีอะไรทำเป็นพิเศษไหมตอนปีใหม่ไหม)

Dang: Well, I had some friends over on Christmas Eve.  I can’t afford to give any more party for the New Year again.  What about you?(อ๋อ ผมมีเพื่อนหลายคนมาเลี้ยงกันช่วงคริสมาสต์อีฟ ผมไม่มีเงินจัดงานปีใหม่อีกหรอก แล้วคุณล่ะ)

Peter: Oh, I did not plan for any party for the New Year.  But if you are free, you’re welcome to my apartment.  We can have dinner together. (โอ ผมไม่มีแผนจะจัดงานงานปีใหม่หรอก แต่ถ้าคุณว่าง เชิญมาที่ อพ้าตเม้นต์ผมได้เลย เรามาทานอาหารค่ำกันหน่อย)

Dang: Well, that’s great.  I’ll join you there. (ได้สิ วิเศษเลย ผมจะไปร่วมงานกับคุณที่นั่น)

บทสนทนาเกี่ยวกับ Travelling in the city (เดินทางในเมือง)

(Aและ B เป็นเพื่อนกันและเดินทางเข้าไปเที่ยวในเมืองส่วน Cและ Dเป็นชาวเมืองนั้น)

A: Are we in the central part of the city?(ตอนนี้เรากำลังอยู่ใจกลางเมืองใช่ไหม)

B: Yes, the heart of the city. (ใช่ครับ กลางเมืองเลย)

A: We’ll have a good look round. (พวกเราควรจะเดินเที่ยวให้ทั่วเลยนะผมว่า)

B: We had better.  It’s quite a lot of money getting here. (ผมเห็นด้วย เราเสียค่ารถไปเยอะกว่าจะมาถึงที่นี่)

A: True.  Shall we try the subway train? (ถูกแล้ว เราลองไปนั่งรถไฟใต้ดินดีกว่า)

B: I prefer a walk first. (ผมอยากจะเดินเล่นก่อน)

A: All right.  That is the main road.  Let’s get there. (ตกลง ถนนใหญ่อยู่นั่น เราไปตรงนั้นกันเถอะ)

B: Wait for the green light.  No hurry. (รอไฟเขียวก่อน ไม่ต้องรีบหรอก)

A: We can cross the street now.  This is a zebra crossing.(เราข้ามถนนได้แล้วตอนนี้ นี่ไงทางม้าลาย)ฉ

B: What is that statue (สเทท-ชิว), I wonder. (นั่นรูปปั้นใครนะ ผมสงสัยจัง)

A: Who know!  I’ll ask someone if you like. (ใครจะไปรู้ล่ะ ผมจะถามเค้านะถ้าคุณอยากรู้)

B: Don’t bother.  Better ask someone how we can get to the City Hall.(ไม่ต้องห่วงหรอก เราน่าจะถามทางไปศาลากลางดีกว่า)

A: Excuse me, how can we get to the City Hall, please? (ขอโทษครับ พวกเราจะไปศาลากลางได้ยังไงครับ)

C: Turn right, cross the street, then turn left. (เลี้ยวขวา ข้ามถนน แล้วเลี้ยวซ้ายอีกที)

A: Thank you very much.  Is the post office far from the City Hall? (ขอบคุณมากนะ แล้วไปรษณีย์อยู่ไกลจากศาลากลางมากไหม)

C: No, it’s only a few minutes’ walk. (ไม่หรอกครับ เดินไปแค่สองสามนาทีเอง)

A: Many thanks indeed.  We’ll see the City Hall first, then. (ขอบคุณมากเลย งั้นเราจะไปศาลากลางก่อน)

B: I agree.  How about you leading the way, now that you know how to get there? (ตกลง งั้นให้คุณนำทางเป็นไง เพราะคุณรู้ว่าจะไปยังไงแล้วนี่)

A: Oh, no!  I’m sure we’ll have to ask somebody again after we turn right and cross the street. (โอ้ ไม่หรอก ผมเชื่อว่าเราคงต้องถามเค้าอีกหลังจากเราเลี้ยวขวาและข้ามถนนแล้ว)

B: Are you sure we don’t need to take a taxi? (คุณมั่นใจหรือว่าเราไม่ต้องไปแท็กซี่)

A: I’m sure.  Follow me. (มั่นใจครับ ตามผมมาได้เลย)

B: Look at that building.  It must be the City Hall. (ดูตึกสูงนั่นซิ มันต้องเป็นศาลากลางแน่เลย)

A: How do you know it is? (คุณรู้ได้ไงว่าเป็นศาลากลาง)

B: It’s so tall. (ก็มันสูงมากเลยนี่)

A: A city hall needs not be a skyscraper. (ศาลากลางไม่จำเป็นต้องเป็นตึกระฟ้าหรอก)

B: All right, leader.  Which way shall we go now? (ตกลงนะพ่อมัคคุเทศก์ แล้วเราจะไปทางไหนกันดีตอนนี้)

A: Excuse me, sir.  Are we going the right way to the City Hall? (ขอโทษครับ ทางนี้ไปศาลากลางใช่ไหมครับ)

D: You are.  Cross the street and turn left.  You’ll see a very tall building in front of you; that’s the City Hall. (ใช่แล้ว ข้ามถนนแล้วเลี้ยวซ้าย คุณจะเห็นอาคารสูงมากเลยอยู่ข้างหน้าคุณ นั่นละศาลากลางละ)

A: Thank you very much, sir. (ขอบคุณมากครับที่ช่วยบอกทางให้)

B: I told you it was a very tall building. OK. Lead on. (ผมบอกแล้วมั๊ยล่ะว่าต้องเป็นตึกสูงนั่น ตกลง คุณนำผมไปซิ)

บทสนทนาเกี่ยวกับ Morning Talk

A: I’ve just got up. (ผมเพิ่งตื่นนอนเดี๋ยวนี้เอง)

B: Why do you rise so early? (ทำไมคุณตื่นเช้านักล่ะ)

A: I generally like to rise early. (โดยทั่วไปแล้วผมชอบตื่นเช้านะ)

B: I never get up before eight o’clock. (ผมไม่เคยตื่นก่อนแปดโมงเลย)

A: You are very lazy. (คุณขี้เกียจมากนะสิ)

B:No, I’m not lazy, but nobody wakes mu up. (ผมไม่ได้ขี้เกียจนะ แต่ไม่มีใครปลุกผมน่ะ)

A: Well, I’ll awaken you(หรือ wake you up) tomorrow morning. (ดีละ ผมจะปลุกคุณพรุ่งนี้เช้า)

B:I would (should) like it immensely, old friend. (ผมชอบมากทีเดียวละ เพื่อนเอ๋ย)

A: At what time do you want me to call you? (คุณอยากให้ผมปลุกเวลาเท่าไหร่ล่ะ)

B: At six o’clock, if you please. (ถ้าจะกรุณาก็ขอเป็นหกโมงเช้า)

A: Well, I’ll knock at your door. (ดีละ ผมจะเคาะประตูห้องคุณ)

B: Knock hard or I will (shall) not hear you. (เคาะแรงๆนะ ไม่งั้นผมไม่ได้ยินหรอก)

A: OK.  I’ll open the door and call you. (ตกลง ผมจะเปิดประตูและเรียกคุณเลย)

B: Well, don’t forget, friend. (อ้อ แล้วอย่าลืมล่ะเพื่อน)

A: I will not, you can depend on me. (ไม่ลือหรอก คุณพึ่งผมได้แน่)

B: Well, good night. (งั้น หวัดดีนะ)

__________________________________

ประโยคที่ใช้พุดเกี่ยวกับการตื่นนอน

·      It is time to rise, get up. (ได้เวลาตื่นแล้ว ลุกขึ้นเถอะ)

·      I usually get up at six every morning. (ผมมักตื่นหกโมงทุกเข้าเลย)

·      Don’t forget to call me. (อย่าลืมปลุก –เรียก- ผมนะ)

·      It is a very good habit to rise (get up) early.(การตื่นนอนแต่เช้าเป็นนิสัยที่ดีมาก)

·      I had a bad night last night. (เมื่อคืนนี้ผมนอนไม่ค่อยหลับ) (bad night = การนอนไม่หลับ)

·      I didn’t sleep a wink last night. (เมื่อคืน ผมไม่ได้หลับสักงีบเดียว)

·      She did not drink coffee because it gave her nightmares. (เธอไม่ดื่มกาแฟเพราะมันทำให้เธอฝันร้าย)

·      Why do you get up so late? (ทำไมคุณถึงตื่นสายนักล่ะ)

·      You must stay in bed and try to get more sleep. (คุณอย่าลุกจากเตียงนะ และพยายามนอนหลับให้มากๆ)

Pages

Subscribe to RSS - หมวดบทสนทนาทั่วไป