หมวดคำศัพท์ TOEFL

หมวดคำศัพท์ TOEFL (ตอนที่ 6)

               

          

               

Chief (a –n) – สำคัญที่สุด, หลัก, ผู้นำ, หัวหน้า, นาย, ผู้บังคับบัญชาส่วนสำคัญที่สุด

(chiefly =  ส่วนใหญ่, โดยเฉพาะอย่างยิ่ง)

Coarse (คอร์ซ) (a) – หยาบ (ไม่เรียบ), เลว, มีคุณภาพที่เลว, ธรรมดาๆ, หยาบคาย, ขาดรสนิยม

Coarseness (n) – ความหยาบ-เลว-ธรรมดา-หยาบคาย-ขาดรสนิยม

Commonplace (ค้อม-มัน-เพลซ) (a - n) – ธรรมดา, ปกติ, มีใช้อยู่ทั่วไป, สามัญ, ไม่น่าสนใจ, ซ้ำๆซากๆ, สิ่งธรรมดาๆ, คำพูดซ้ำๆซากๆ

Compare (v) – เปรียบเทียบ

Comparison (n) – การเปรียบเทียบ

Comparable (a) – สามารถเปรียบเทียบได้

Comparative (a) – ซึ่งเป็นการเปรียบเทียบ

Complex (a - n) – สลับซับซ้อน, เข้าใจหรืออธิบายได้ยาก, ประกอบด้วยส่วนต่างๆ, ความซับซ้อน, อาคารชุด, ความกลัว, เงื่อนปมทางจิตใจที่ผิดปกติ

Complexity (n) – ความสลับซับซ้อน, สิ่งที่ซับซ้อน

Convene (คัน-วีน) (v) – รวมกัน, ชุมนุมกัน, ทำให้รวมกัน, เรียกประชุม, เรียกตัว, เรียกตัวมาปรากฏ

Convention (n) – การประชุม, สนธิสัญญา, อนุสัญญา, ระเบียบแบบแผน, จารีตประเพณี, ธรรมเนียมปฏิบัติ

Conventional (a) – เกี่ยวกับธรรมเนียมปฏิบัติหรือประเพณีนิยม, ตามกฎหรือมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับ, ธรรมดา, สามัญ

Curious (คิ้ว-เรียส) (a) – แปลก, พิลึก,  หายาก, ผิดธรรมดา, ซึ่งอยากรู้อยากเห็น

Curiousness (n) – ความแปลก-หายาก-ผิดธรรมดา-อยากรู้อยากเห็น

Curiosity (คิว-ริ-ออส-ซิ-ที่) (n) – ความอยากรู้อยากเห็น, ของหายาก, ของลายคราม, ลักษ ณะที่แปลกและน่ารู้น่าสนใจ, ความแปลก, ความแปลก, ความผิดธรรมดา, คนหรือสิ่งที่แปลก-ผิดธรรมดา

Emit (v) – ปล่อยออกมา, เปล่งออกมา, ฉาย, ส่อง, แพร่กระจาย, เปล่งเสียง

Emission (n) – การแพร่-ฉาย-ปล่อยออกมา, สิ่งที่ถูกปล่อยออกมาหรือแพร่ออกมา

Emissive (a) – ซึ่งถูกปล่อย-แพร่-ฉายออกมา

Exceed (เอค-ซี้ด) (v) – เกินกว่า, มากกว่า, เหนือกว่า, ดีกว่า, ละเมิด, ออกนอกลู่นอกทาง

Excess (อิค-เซ้ส) (n) – ส่วนเกิน, ความมากเกินไป, การกินหรือดื่มมากเกินไป, การกระทำหรือพฤติกรรมที่เกินขอบเขต

Excessive (อิค-เซ้ส-ซิฟว) (= exceeding) (a) – มากเกินปกติ, มากเกินความจำเป็น

Exclude (เอคส-คลู้ด) (v) – กันออกไป, แยกออกไป, กันไม่ให้เข้ามา, ไล่ออก, ขับไล่ออก, ปฏิเสธ, ไม่ถือว่าเป็น

Exclusion (n) – การกันออกไป-แยกออกไป-กันไม่ให้เข้ามา-ไล่ออก

Exclusive (a) – ผูกขาด, เฉพาะตัว, แต่ผู้ เดียว, อย่างเดียว, ซึ่งไม่รวมอย่างอื่น, ซึ่งกีดกัน, ซึ่งกีดกันคนนอก, ซึ่งเป็นชั้นสูงหรือจัดไว้ให้เฉพาะคนรวย

Extinguish (อิคส-ทิ้ง-กวิช) (v) – ดับ (ไฟ, ความอยาก-กระหาย), ทำให้สิ้น, ยกเลิก, ยุติ, ชำระหนี้

Extinguishment (n) – การดับ-ทำให้สิ้น-ยกเลิก-ยุติ

Extinguisher (n) – ผู้ทำให้ดับ-ให้สิ้น, ผู้ยกเลิก, เครื่องดับเพลิง

Immense (อิ-เม่นซ) (a) – ใหญ่โต, มหึมา, มากมาย, กว้างขวาง, ไม่มีขอบเขต, เหลือคณานับ, (ภาษาพูด) ดีมาก-เลิศ-ยอดเยี่ยม

Immenseness (n) – ความใหญ่โต-มากมาย-กว้างขวาง-ไม่มีขอบเขต

Immensity (อิ-เม้นส-ซิ-ที่) (n) – ความกว้างขวาง-ใหญ่โต-มโหฬาร-ไม่มีขอบเขต, สิ่งที่มีขนาดมโหฬาร

Jeopardize (= jeopardise) (เจ๊พ-เพอะ-ได๊ซ) (v) – ทำอันตราย, ทำร้าย, เป็นภัยต่อ, เป็นอันตรายต่อ

Jeopardy (เจ๊พ-เพอะ-ดี้) (n) - ภัย, อันตราย, การเสี่ยงอันตราย, การเสี่ยงต่อความถูกพบความผิด

Rigid (ริจ-จิด) (a) – แข็ง, ไม่โค้งงอง่ายๆ,ตายตัว, ไม่ยอม, ดื้อ, ไม่ยืดหยุ่น, เข้มงวด, กวดขัน

Rigidness (= rigidity) (n) – ความแข็ง-ตายตัว-ดื้อ-ไม่ยืดหยุ่น-เข้มงวดกวดขัน

Routine (รู-ที่น) (a – n) – งานประจำ, หน้าที่ประจำ, กิจวัตรประจำวัน, ระเบียบที่ใช้ประจำ, สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นประจำ, เกี่ยวกับงานประจำ, ประจำวัน, ตามปกติ, เป็นกิจวัตรประจำวัน, น่าเบื่อหน่าย, ธรรมดาๆ, ไม่เรียกร้องอะไร

Stamina (n) – ความแข็งแรง, ความแข็ง แกร่ง, ความทรหดอดทน, สุขภาพ

Sufficient (ซะ-ฟิ้ช-ชั่น) (a) – พอเพียง, พอ, พอใจ, เต็มที่

Sufficiency (ซะ-ฟิช-ชัน-ซี่) (n) – ความพอเพียง, ปริมาณที่พอเพียง

Suffice (ซะ-ไฟ้ซ) (v) – พอเพียง, พอ, พอใจ

Visible (วิส-ซิ-เบิ้ล) (a) – มองเห็นได้, แน่ชัด, ชัดเจน, ชัดแจ้ง

Visibility (วิส-ซิ-บิ๊ล-ลิ-ที่) (n) – ความสามารถที่จะมองเห็นได้, ทัศนวิสัย, ความชัดเจน

Vision (วิ-ชั่น) (n) – สายตา, ความสามารถในการมองเห็น, ความฉลาด, วิสัยทัศน์

 

ตัวอย่างการใช้คำในประโยค

1. (a) Corn is the chief crop of the Midwest. (ข้าวโพดเป็นพืชที่สำคัญที่สุดของภาคตะวันตกตอนกลางของสหรัฐ)

    (b) General Collin Powell was the Joint Chief of Staff of the United States in the Bush administration. (พลเอกคอลลิน เพาเวลเป็นประธานคณะเสนาธิการร่วมของสหรัฐในสมัยของประธานาธิบดีบุช)

    (c) Chief Black Eagle of the Sioux Indians was killed in 1890. (หัวหน้าเหยี่ยวดำของอินเดียนแดงเผ่าซีอุ๊กถูกฆ่าตายในปี ๑๘๙๐)

    (d) Our chief concern is to relieve poverty. (ความวิตกกังวลหลักๆของเราคือการบรรเทาความยากจน)

    (e) The culprits are chiefly boys. (ผู้กระทำผิดเป็นเด็กผู้ชายเสียส่วนใหญ่)

    (f) Houses are made chiefly of wood products. (บ้านถูกสร้างส่วนใหญ่ด้วยผลิตภัณฑ์ไม้)

2. (a) Sandpaper is an extremely coarse material. (กระดาษทรายเป็นวัสดุที่หยาบอย่างมาก)

    (b) Coarse cloth is used to make sacks. (ผ้าหยาบถูกใช้ทำกระสอบ)

    (c) Chop the onions coarsely. (หั่นหัวหอมแบบหยาบๆนะ – ไม่ต้องหั่นละเอียด)

    (d) Gardening without gloves may coarsen your hands. (การทำสวนโดยไม่ใส่ถุงมืออาจทำให้มือของคุณหยาบกระด้าง – หรือสาก)

    (e) Wool clothing has a certain coarseness in texture. (ผ้าขนสัตว์มีความหยาบในเนื้อผ้า)

    (f) The coarseness of his jokes offends many people. (ความหยาบคายของคำพูดตลกของเขาทำให้หลายคนโกรธ)

3. (a) Female lawyers are commonplace in the United States. (นักกฎหมายสตรีเป็น (ของ) ธรรมดาในสหรัฐฯ)

    (b) In some parts of the world, text messaging is more commonplace than voice calling. (ในบางส่วนของโลก  การส่งข้อความเป็นตัวหนังสือเป็นธรรมดาทั่วไปมากกว่าการโทรศัพท์)

    (c) Air travel has now become commonplace. (การเดินทางทางอากาศในปัจจุบันกลายเป็นธรรมดา)

    (d) The most commonplace things excited her interest. (สิ่งที่ธรรมดาๆที่สุดยังปลุกเร้าความสนใจของเธอ)

    (e) In earlier centuries the death of children was a commonplace. (ในช่วงศตวรรษก่อนหน้านี้  การตายของเด็กๆเป็นสิ่งธรรมดา)

    (f) It is a commonplace that it always rains in Manchester. (มันเป็นคำพูดที่ซ้ำซากที่กล่าวว่าฝนตกเป็นประจำในแมนเชสเตอร์ – เพราะใครๆก็รู้ว่าแมนเชสเตอร์มีฝนตกชุก)

4. (a) If you compare algebra and trigonometry, you’ll discover that algebra is less complex. (ถ้าคุณเปรียบเทียบพีชคณิตและตรีโกณมิติ  คุณจะค้นพบว่าพีชคณิตมีความสลับซับซ้อนน้อยกว่า)

    (b) You could compare the sound of an exploding bomb to a clap of thunder. (คุณสามารถเปรียบเทียบเสียงของระเบิดที่กำลังระเบิดกับเสียงลั่นดังเปรี๊ยะของฟ้าร้อง)

    (c) This brand of toothpaste is comparable with any other brand. (ยาสีฟันยี่ห้อนี้เปรียบเทียบได้กับ (คือดีพอๆกันกับ) ยาสีฟันชนิดอื่นๆ)

    (d) A simile is the use of a comparison, as in “he is as brave as a lion”. (การอุปมาอุปไมยคือการใช้การเปรียบเทียบ  เช่นใน “เขากล้าหาญเหมือนกับสิงห์โต”)

    (e) Taxes are exorbitant, compared with only a few years ago. (ภาษีสูงลิ่ว  เปรียบเทียบกับเพียงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้)

    (f) A comparison of the handwriting showed that the two letters were both written by the same person. (การเปรียบเทียบลายมือแสดงว่าจดหมาย ๒ ฉบับ ถูกเขียนด้วยคนคนเดียวกัน)

     (g) The medical faculty is doing comparative research into the health of smokers and non-smokers. (คณะแพทยศาสตร์กำลังทำการวิจัยเปรียบเทียบเรื่องสุขภาพของผู้สูบบุหรี่และผู้ไม่สูบบุหรี่)

     (h) Rabies in humans is comparatively rare. (โรคพิษสุนัขบ้าในมนุษย์ค่อนข้างหายาก – หรือหายากโดยเปรียบเทียบ – หมายถึงเมื่อเปรียบเทียบกับโรคอื่นๆ)

     (i) It was comparatively easy for him to learn baseball because he had been a cricket player. (มันค่อนข้างง่ายสำหรับเขาที่จะเรียนรู้เบสบอล  เพราะว่าเขาเป็นนักคริกเก็ตมาก่อน)

5. (a) The businessmen astutely approached the complex production problem. (นักธุรกิจพวกนั้นเข้าสู่ (หรือหาวิธีแก้) ปัญหาที่สลับซับซ้อนด้านการผลิตอย่างชาญฉลาด)

    (b) This knitting pattern is very complex. (รูปแบบการถักนี้สลับซับซ้อนมาก)

    (c) The complexity of the working of a computer baffles many people. (ความสลับซับซ้อนของการทำงานของคอมพิวเตอร์ทำให้หลายคนงุนงง)

    (d) The new recreational complex includes a gym, swimming pool and tennis courts. (อาคารชุดสันทนาการหลังใหม่รวมไปถึงโรงยิม  สระว่ายน้ำและสนามเทนนิส)

    (e) The universe has a complexity beyond comprehension. (จักรวาลมีความสลับซับซ้อนเหนือความเข้าใจ – ของมนุษย์)

    (f) She has a complex about her weight and only pecks at her food. (เธอมีความกลัว – หรือเงื่อนปมทางใจที่ผิดปกติ - เกี่ยวกับน้ำหนักของเธอและกินอาหารนิดหน่อยเท่านั้น – แบบไก่จิกอาหารกิน)

6. (a) The chairman will convene a meeting tomorrow. (ท่านประธานจะเรียกประชุมวันพรุ่งนี้)

    (b) It was such a conventional film, with a ‘boy meets girl – boy loses girl – boy marries girl’ theme. (มันเป็นภาพยนตร์โบราณ-ตามจารีตประเพณีอย่างมาก  โดยมีธีมแบบ “หนุ่มพบสาว” – “หนุ่มสูญเสียเด็กสาวไป” – “หนุ่มแต่งงานกับสาว”)

    (c) Scientists do not all agree with the conventional theory about the origin of the universe. (นักวิทยาศาสตร์ไม่ได้เห็นพ้องต้องกันไปเสียทุกคนกับทฤษฎีเก่าแก่-ดั้งเดิมเกี่ยวกับการกำเนิดของจักรวาล)

    (d) The bride was conventionally dressed in a white gown. (เจ้าสาวสวมใส่ในแบบดั้งเดิม-ตามประเพณีนิยมในชุดเสื้อคลุมสีขาว)

    (e) He defied convention and wore shorts to the formal dinner. (เขาท้าทายระเบียบแบบแผนและสวมกางเกงขาสั้นมาที่งานเลี้ยงอาหารค่ำแบบเป็นทางการ)

    (f) To become integrated in a society, you must learn the conventions of that society. (เพื่อที่จะประสานเข้าในสังคมแห่งหนึ่ง  คุณจะต้องเรียนรู้จารีตประเพณี-ธรรมเนียมปฏิบัติของสังคมนั้น)

    (g) There are strict conventions governing the buying and selling of shares. (มีระเบียบแบบแผนที่เข้มงวดซึ่งควบคุมการซื้อและขายหุ้น)

    (h) Convention dictates how cutlery should be laid on a table. (ธรรมเนียมปฏิบัติกำหนด (สั่ง) ว่า มีด ช้อน และส้อม ควรจะได้รับการวางอย่างไรบนโต๊ะอาหาร)

7. (a) A curious object was discovered in the remains. (วัตถุที่แปลกถูกค้นพบในซากศพ – หรือซากพืชหรือสัตว์)

    (b) She looks rather curious in that weird outfit. (เธอมีท่าทางค่อนข้างแปลกๆในเสื้อผ้าประหลาดๆชุดนั้น)

    (c) Curiously enough, we have the same name. (แปลกนะ  เรามีชื่อเหมือนกัน)

    (d) He is so unconventional that he is regarded as a curiosity. (เขาไม่ทำตามประเพณีปฏิบัติทั่วไปมากเสียจนกระทั่งเขาถูกมองว่าเป็นคนแปลก-ผิดธรรมดา)

    (e) The boy was curious to know about the planets. (เด็กคนนั้นอยาก-กระหายที่จะรู้เกี่ยวกับดาวเคราะห์)

    (f) I’m full of curiosity about his new girlfriend. (ผมเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับแฟนใหม่ของเขา)

    (g) Mary was curiously interested in the history of Alaska. (แมรี่มีความสนใจอย่างผิดธรรมดาในประวัติศาสตร์ของรัฐอลาสก้า)

8. (a) The raging forest fire emitted a dense, white smoke. (ไฟป่าที่กำลังโหมลุกไหม้ปล่อยควันสีขาวที่หนาแน่นออกมา)

    (b) The old heater doesn’t emit much warmth. (เครื่องทำความร้อนเก่าตัวนั้นมิได้แพร่กระจายความอบอุ่นมากนัก)

    (c) The explosion was caused by an emission of gas from a leaking valve. (การระเบิดมีสาเหตุมาจากการปล่อยแกสออกมาจากวาล์วที่รั่ว)

    (d) Modern telescopes can detect the faintest light emitted by distant stars. (กล้องส่องทางไกลสมัยใหม่สามารถสืบหา (ค้นหา) แสงที่จางที่สุดที่ถูกปล่อยออกมาจากดวงดาวที่อยู่ห่างไกลออกไป)

    (e) She emitted a shrill scream. (เธอเปล่งเสียงกรีดร้องที่โหยหวนออกมา)

9. (a) It is not safe to exceed the speed limit. (มันไม่ปลอดภัยที่จะ (ขับรถเร็ว) เกินกว่าความเร็วจำกัด)

    (b) Edison’s genius exceeded that of the other inventors of his time. (อัจฉริยภาพของเอดิสันมีมากกว่าของนักประดิษฐ์คนอื่นๆในยุคของเขา)

    (c) Make sure the cost doesn’t exceed the budget. (จงแน่ใจนะว่าค่าใช้จ่ายไม่สูงเกินกว่างบประมาณ)

    (d) A traffic officer fined me for exceeding the speed limit. (ตำรวจจราจรปรับผมในเรื่อง (ขับรถเร็ว) เกินกว่าความเร็วจำกัด)

    (e) The success of the project exceeded our expectations. (ความสำเร็จของโครงการสูงกว่าความคาดหมายของเรา)

    (f) She works exceedingly fast. (เธอทำงานเร็วมาก)

    (g) In tropical zones, it is exceedingly hot and humid. (ในเขตร้อน  อากาศร้อนมากและชื้น)

    (h) Good people should not exceed conventional rules. (คนดีไม่ควรละเมิดกฎระเบียบที่เป็นประเพณีนิยม)

10. (a) They excluded everyone under 21 from the contest. (พวกเขากันทุกคนที่อายุต่ำกว่า ๒๑ ออกไปจากการแข่งขัน)

      (b) It would be regarded as sexist to exclude women from membership of the club. (มันจะถูกมองว่าเป็นคนเพศนิยมที่จะกันผู้หญิงออกไปจากการเป็นสมาชิกของสโมสร)

       (c) This is the cost of dinner excluding drinks. (นี่เป็นค่าใช้จ่ายของอาหารมื้อค่ำ ไม่รวมเครื่องดื่ม)

       (d) His exclusion from the team was due to his poor form. (การกันเขาออกไปจากทีมก็เนื่องมาจากฟอร์ม (การเล่น) ที่ห่วยแตกของเขา)

       (e) The doctor excluded food poisoning as the cause of the illness. (หมอปฏิเสธ – หรือไม่ถือว่า – อาหารเป็นพิษเป็นสาเหตุของความเจ็บป่วย)

       (f) That publisher has the exclusive publishing rights to several well-known authors. (ผู้ตีพิมพ์รายนั้นมีสิทธิการพิมพ์แต่เพียงผู้เดียวกับ (หนังสือของ) ผู้เขียนที่มีชื่อเสียงหลายคน)

       (g) This room is used exclusively by the faculty. (ห้องนี้ถูกใช้เฉพาะโดยเหล่าอาจารย์ – คณาจารย์ - เท่านั้น)

       (h) He goes to an exclusive private school which only the very rich can afford. (เขาเข้าโรงเรียนเอกชนที่จัดไว้เฉพาะคนร่ำรวย  ซึ่งคนที่รวยมากๆเท่านั้นจะสามารถมีปัญญาเรียนได้)

11. (a) The firefighters quickly extinguished the flames. (นักดับเพลิงดับเปลวไฟอย่างรวดเร็ว)

      (b) Modern medicine has extinguished many previously serious illnesses. (ยาสมัยใหม่ได้ทำให้โรคร้ายแรงเมื่อก่อนนี้จำนวนมากหมดไป)

      (c) The air steward asked everyone to extinguish their cigarettes before  landing. (สจ๊วตขอร้องให้ทุกคนดับบุหรี่ก่อนเครื่องบินจะร่อนลง)

      (d) I keep an extinguisher in my car in case of fire. (ผมเก็บเครื่องดับเพลิงไว้ในรถเพื่อเตรียมไว้ในกรณีมีไฟไหม้)

      (e) Poor eyesight extinguished his ambition to be a pilot. (สายตาที่แย่ทำให้ความทะเยอทยานของเขาที่จะเป็นนักบินสูญสิ้นไป)

12. (a) From the mountaintop you can see the immense valley. (จากยอดเขา  คุณสามารถมองเห็นหุบเขาขนาดมหึมา)

      (b) She was immensely interested in the idea of teaching a foreign language. (เธอมีความสนใจอย่างมากในความคิดที่จะสอนภาษาต่างประเทศ)

      (c) The Pacific Ocean is an immense body of water. (มหาสมุทรแปซิฟิกเป็นผืนน้ำมหึมา)

      (d) The immensity of our task only became evident after we had started. (ความมโหฬารของงานของเราเริ่มปรากฏเด่นชัดเพียงแต่เมื่อเราเริ่มลงมือเท่านั้น – คือพอเริ่มลงมือทำจึงรู้ว่าเป็นงานใหญ่โตจริงๆ)

      (e) My parents derive immense satisfaction from my success. (พ่อแม่ของผมได้รับความพึงพอใจอย่างล้นเหลือจากความสำเร็จของผม)

      (f) We enjoyed the film immensely. (เราสนุกสนานกับภาพยนตร์อย่างมโหฬาร)

13. (a) You jeopardize your chances of passing if you do not study. (คุณสุ่มเสี่ยง – หรือทำอันตราย – ต่อโอกาสที่จะสอบผ่าน  ถ้าคุณไม่เรียนหนังสือ)

      (b) Soldiers sometimes jeopardize their lives. (บางครั้งทหารก็ทำให้ชีวิตของตนตกอยู่ในอันตราย – คือเสี่ยงชีวิตของตน)

      (c) He jeopardized his fortune by making bad investments. (เขาเสี่ยงต่อการสูญเสียทรัพย์สมบัติโดยการลงทุนที่ไม่ดี)

      (d) His health was in jeopardy after years of smoking. (สุขภาพของเขาตกอยู่ในอันตรายหลังจากการสูบบุหรี่อยู่หลายปี)

      (e) The explorers’ lives are constantly in jeopardy. (ชีวิตของพวกนักสำรวจตกอยู่ในอันตรายตลอดเวลา)

14. (a) The teacher was very rigid in his ideas about class attendance. (ครูเข้มงวดกวดขันมากในเรื่องความคิดของแกเกี่ยวกับการเข้าเรียนในชั้นของเด็กนักเรียน)

      (b) He adhered rigidly to his opinions about marriage. (เขายึดมั่นอย่างดื้อดึงกับความเห็นของตนเองเกี่ยวกับการแต่งงาน)

      (c) When traveling by air, a rigid suitcase is better than a soft bag. (เมื่อเดินทางโดยทางอากาศ  กระเป๋าเดินทางที่แข็ง (ไม่บิดงอง่าย) ดีกว่ากระเป๋าอ่อนนุ่ม)

      (d) The rigidity of metal makes it useful in building. (ความแข็ง-ทนทานของโลหะทำให้มันมีประโยชน์ในการก่อสร้าง)

      (e) Despite her pleas, her parents were rigid in their refusal. (ทั้งๆที่เธออ้อนวอนขอร้อง  พ่อแม่ของเธอไม่ยืดหยุ่นในการปฏิเสธของพวกเขา – คือปฏิเสธไม่ยอมทำตามใจลูก)

      (f) They are rigidly opposed to abortion. (พวกเขาต่อต้านอย่างดื้อรั้น-ไม่ใจอ่อนต่อการทำแท้ง)

15. (a) He jogs before work – it’s part of his daily routine. (เขาวิ่งเหยาะๆก่อนทำงาน – มันเป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรประจำวันของเขา)

      (b) She goes to the doctor for a routine check-up twice a year. (เธอไปพบแพทย์เพื่อการตรวจร่างกายตามปกติ  ปีละ ๒ ครั้ง)

      (c) Lifts must be routinely inspected for faults. (ลิฟต์จะต้องได้รับการตรวจอย่างสม่ำเสมอ (ตามปกติ) เพื่อหาจุดบกพร่อง – หรือชำรุด เพื่อจะได้ทำการซ่อมแซม)

      (d) She routinely gets a physical examination. (เธอได้รับการตรวจร่างกายเป็นกิจวัตร – หรืออย่างสม่ำเสมอ)

      (e) It is routine for students to become homesick at times. (มันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นประจำสำหรับนักเรียนที่จะคิดถึงบ้านเป็นครั้งคราว)

      (f) It’s just a routine job, mostly filming and copy typing. (มันเป็นเพียงงานที่น่าเบื่อหน่าย – ส่วนใหญ่คือพวกฉาย (หรือถ่าย) ภาพยนตร์และพิมพ์สำเนา)

16. (a) The Olympic runner demonstrated incredible stamina. (นักวิ่งโอลิมปิกแสดงพลกำลัง-ความแข็งแกร่งอย่างเหลือเชื่อ)

      (b) The horse lacked the stamina to win the race. (เจ้าม้าตัวนั้นขาดความทรหดที่จะชนะการแข่งขัน)

17. (a) Her income is sufficient for her needs. (รายได้ของเธอพอเพียงกับความต้องการ)

      (b) Leave sufficient time for the journey. (เผื่อเวลาให้เพียงพอกับการเดินทางนะ)

      (c) Jenny is sufficiently mature to make her own decisions. (เจนนี่เป็นผู้ใหญ่เพียงพอที่จะตัดสินใจด้วยตัวของเธอเอง)

      (d) Make sure you have a sufficiency of fuel to last the winter. (แน่ใจนะว่าคุณมีปริมาณเชื้อเพลิงที่เพียงพอที่จะอยู่ไปได้ถึงหน้าหนาว)

     (e) This money will suffice for our trip. (เงินนี้จะพอเพียงสำหรับการเดินทางของเรา)

     (f) That will not suffice for my needs. (นั่นจะไม่พอเพียงกับความต้องการของผมหรอก)

     (g) They have sufficient funds to pay their bills. (พวกเขามีเงินทุนเพียงพอที่จะจ่ายค่าบิล)

     (h) We have sufficient coal for the winter. (เรามีถ่านหินเพียงพอสำหรับหน้าหนาว)

18. (a) Stars are more visible on a clear fall evening. (ดวงดาวสามารถมองเห็นได้ชัดยิ่งขึ้นในคืนฤดูใบไม้ร่วงที่แจ่มใส)

      (b) The crescent moon was visible just after sunset. (พระจันทร์ครึ่งดวงสามารถมองเห็นได้หลังพระอาทิตย์ตก)

      (c) He was visibly upset by their mockery. (เขาว้าวุ่นใจ-สับสนอย่างเห็นได้ชัดจากการเยาะเย้ย-เย้ยหยันของพวกเขา)

      (d) There has been a visible improvement in the weather. (มีการปรับปรุงที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในสภาพอากาศ)

      (e) The scar has faded so it is almost invisible. (แผลเป็นได้จางลงไป  ดังนั้น  มันเกือบจะไม่สามารถมองเห็นได้)

19. (a) Eating carrots is supposed to improve night vision. (การกินแคร็อทถูกคาดว่าจะช่วยให้การมองเห็นในตอนกลางคืนดีขึ้น)

      (b) Have your vision tested to find out if you need glasses? (สายตาของคุณได้รับการทดสอบเพื่อจะหาว่ามันต้องการแว่นสายตาหรือเปล่า)

      (c) A great statesman is a man of vision. (รัฐบุรุษผู้ยิ่งใหญ่เป็นผู้ที่มีวิสัยทัศน์)

      (d) She had the vision to invest wisely. (เธอมีความฉลาดหลักแหลมที่จะลงทุนอย่างฉลาด)

หมวดคำศัพท์ TOEFL (ตอนที่ 5)

                                                

          

                        

Baffle (แบ๊ฟ-เฟิ่ล) (v) – ทำให้งงงวย, ทำให้ฉงนสนเท่ห์, ทำให้ยุ่งเหยิง, ทำให้ล้มเหลว, สกัดกั้น

identify (ไอ-เด๊น-ทิ-ไฟ) (v) – ระบุ, ชี้ตัว, บอกชื่อ, จำแนกแยกแยะ, หาหรือพิสูจน์เอกลักษณ์, แสดงหรือพิสูจน์ตนว่าเป็นใคร

identification (n) – การชี้ตัว-ระบุ-บอกชื่อ-แยกแยะ-หาหรือพิสูจน์เอกลักษณ์

Identity (n) – เอกลักษณ์, รูปพรรณสันฐาน

Bear (v) – คลอด, ให้กำเนิด, (ต้นไม้) ให้ผล, ให้ผลลัพธ์, อดทน, ทนทาน, รับผิดชอบต่อ, ถือ, นำมา,ค้ำยัน-หนุน (เป็นคำนามหมายถึง หมี)

Bearable (a) - ซึ่งสามารถทนได้

Blur (v- n) – ทำให้มองเห็นไม่ชัด, ทำให้ฝ้า-มัว-เปรอะเปื้อน, พร่า, มัว, เลอะ, รอยเปื้อน-เปรอะ-สกปรก, สิ่งที่พร่า-มัว-มองเห็นไม่ชัด

Brilliant (บริ๊ล-เยิ่นท) (a) – สว่างจ้าหรือเต็มไปด้วยสีสัน, สุกใส, แวววาว, โชติช่วง, ฉลาดมาก, โดดเด่น, สามารถมาก

Brilliance (บริ๊ล-เยิ่นซ) (n) – ความโชติช่วง-สุกใสมาก-หลักแหลมมาก-ฉลาดมาก-สามารถมาก-โดดเด่น

Caution (ค้อ-ชั่น) (v – n) – เตือนให้ระวังอันตรายหรือเอาใจใส่, ตักเตือน, ความระมัดระวัง-รอบคอบ, การตักเตือน-เตือนสติ, การคาดโทษ

Cautious (ค้อ-ชัส) (a) – ระมัดระวัง, รอบคอบ, ละเอียด

Precaution (พรี-ค้อ-ชั่น) (n) – การระวังล่วง หน้า

Cautionary (ค้อ-ชัน-เนอ-รี่) (a) – เกี่ยวกับการเตือน, มีลักษณะของการเตือน

 

Delicate (เด๊ล-ลิ-เคท) (a) – ละเอียดอ่อน, ประ ณีต, อ่อนช้อย, บรรจง, แตกง่าย, (ผิวหนัง) อ่อนนุ่ม, ซึ่งต้องใช้ทักษะ-ความระมัดระวัง

Delicateness (n) – ความละเอียดอ่อน-ประ ณีต-อ่อนช้อย, ความเปราะบาง-แตกง่าย

Delicacy (เด๊ล-ลิ-คา-ซี่) (n) – ความละเอียด อ่อน-ประณีต, ความอ่อนช้อย, ความแตกได้ง่าย, สิ่งบอบบางที่ต้องใช้ความระมัดระวัง, ไหวพริบ, การไวต่อความรู้สึก, อาหารอันโอชะ

Enhance (เอน-ฮ้านซ หรือ แฮ้นซ) (v) – ทำให้มากขึ้นหรือสูงขึ้น, เพิ่ม, เสริม, ยกระดับ, ทำให้ดูดีขึ้น, ปรับปรุง

Enhancement (n) – การทำให้มากขึ้น-สูงขึ้น, การทำให้ดีขึ้น-ปรับปรุง, การเพิ่ม-เสริม-ยกระดับ

Facilitate (ฟะ-ซิ้ล-ลิ-เทท) (v) – ทำให้ง่ายขึ้น, ทำให้สะดวก, สนับสนุน, ส่งเสริม, ช่วยความก้าว หน้าของ

Facilitation (n) – การทำให้ง่ายขึ้น-สะดวก, การสนับสนุน-ส่งเสริม

Facility (ฟะ-ซิ้ล-ลิ-ที่) (n) – ความสะดวก-ง่าย-คล่องแคล่ว-ว่องไว, สิ่งอำนวยความสะดวก, เครื่องทำให้สะดวกหรือง่ายขึ้น

Incessant (อิน-เซ้ส-เซิ่นท) (a) – ต่อเนื่อง, ไม่หยุดยั้ง, ติดต่อกัน, ไม่หยุด, ไม่จบสิ้น

In conjunction with (prep.) – ร่วมกับ, ควบคู่กันกับ, เช่นเดียวกันกั, นอกเหนือจาก

Intrigue (อิน-ทรี้ก) (v – n) – ทำให้สนใจอย่างมาก, ทำให้หลงใหลและอยากรู้อยากเห็น, วางอุบาย, วาง แผนร้าย, ได้มาโดยกลอุบาย, อุบาย, แผนร้าย, การใช้กลอุบายเพื่อให้ได้มา

Obstruct (v) – ขัดขวาง, สกัดกั้น, เป็นอุปสรรคต่อ, ปิดบัง-ซ่อนเร้น (ทำให้มองไม่เห็น), บัง

Obstruction (n) – อุปสรรค, สิ่งกีดขวาง-ขัดขวาง

Obstructive (a) – ซึ่งเป็นอุปสรรค-กีดขวาง-ขัดขวาง

Persuade (เพอร์-สเว้ด) (v) – ชักชวน, ชักจูง, จูงใจ, กล่อม,แนะนำ, ทำให้เชื่อ

Persuasion (เพอร์-สเว้-ชั่น) (n) – การชักชวน-ชักจูง-จูงใจ, อำนาจหรือความสามารถในการชัก ชวนหรือจูงใจ, ความมั่นใจ, ความเชื่อ

Persuasive (เพอร์-สเว้-ซิฟว) (a) – ซึ่งชักจูง-โน้มน้าวใจ-สามารถชักจูงได้

Persuadable (= persuadible) (a) – ที่สา มารถจูงใจได้, ที่ถูกจูงใจได้

Recompense (เร็ค-เคิม-เพ่นซ) (v – n) – ตอบแทน, ชดเชย, ชดใช้, การชดเชย-ชดใช้, ค่าชดเชย-ชดใช้, รางวัล, ค่าตอบแทน

Shed (เชด) (v) – ลอกคราบ, สลัด, ปล่อย, กระจาย (แสง, ความสุข), หลุด, ร่วง, หล่น, ให้, ร้องไห้ (ปล่อยน้ำตา), ฆ่า, ทำให้เลือดตกยางออก, ถอดออกหรือโยนทิ้ง(เสื้อผ้า), ปล่อยหรือสาดแสง

Unique (ยู-นี้ค) (a) – หาที่เปรียบมิได้, ไม่มีที่เหมือน, มีลักษณะเฉพาะ, พิเศษ, พิเศษเฉพาะ

Uniqueness (n) – ความพิเศษ-หาที่เปรียบมิได้, ความมีลักษณะเฉพาะ-ไม่มีสิ่ง (คน) ใดเสมอเหมือน

Well-suited (เวล-ซุ้ท-ทิด) (a) – เหมาะสม, ช่วยทำให้สมบูรณ์-ช่วยเสริม, เข้ากันได้ดี

การใช้คำศัพท์ในประโยค

1.     a) The fox baffled the hounds. (เจ้าหมาจิ้งจอกทำให้หมาไล่เนื้องงงวย)

        b) The problem baffles me. (ปัญหานั้นทำให้ผมงงงวย)

        c) The murder has baffled the police for months. (การฆาตกรรมทำให้ตำรวจงงงวยไปหลายเดือน)

        d) That was a baffling question. (นั่นเป็นคำถามที่น่างง)

        e) The causes of many harmful diseases have baffled doctors for centuries. (สาเหตุของโรคที่เป็นอันตรายจำนวนมากทำให้พวกหมองงงวย (ฉงนสนเท่ห์) เป็นเวลาหลายศตวรรษ)

2.     a) The policeman told the man to identify himself. (ตำรวจบอกให้ชายคนนั้นระบุตนเองออกมา – คือบอกว่าตัวเองเป็นใคร)

         b) You must identify yourself before you can enter. (คุณต้องระบุตนเองก่อนจะเข้ามาข้างใน)

         c) Can you identify this butterfly? (คุณจัดประเภทผีเสื้อนี้ได้ไหม)

         d) We don’t know the identity of the thief. (เราไม่รู้รูปพรรณสันฐานของขโมย)

         e) Can you identify your attacker? (คุณสามารถระบุตัวคนที่ทำร้ายคุณได้ไหม)

         f) A case of mistaken identity led to the innocent man’s arrest. (กรณีของรูปพรรณสันฐานผิดพลาดนำไปสู่การจับกุมผู้บริสุทธิ์)

         g) Shops demand some form of identification when you pay by cheque. (ร้านค้าต้องการการระบุเอกลักษณ์ – ของตัวคุณ – บางอย่างเมื่อคุณจ่ายเงินเป็นเช็ค)

3.      a) This orchard bears many fine harvests of apples. (สวนนี้ให้ผลการเก็บเกี่ยวที่ดีจำนวนมากมาย – หลายครั้ง - ของลูกแอปเปิ้ล)

         b) That tree always bears a lot of plums. (ต้นไม้นั้นมักให้ผลพลัมเป็นจำนวนมากเสมอ)

         c) Our promotions are beginning to bear fruit because sales are rising. (การส่งเสริม – การขาย – ของเรากำลังเริ่มให้ผลเพราะว่ายอดขายกำลังเพิ่มขึ้น)

         d) She has borne him three daughters. (เธอให้กำเนิดลูกสาวแก่เขา ๓ คน)

         e) She bore her misfortune courageously.  (เธออดทนโชคร้ายของเธออย่างกล้าหาญ)

         f) I can’t bear snakes. (ผมทนงูไม่ได้นะ – คือเกลียดงู)

         g) Although stock prices declined, losses have been bearable for most investors. (แม้ว่าราคาหุ้นลดลง  ความสูญเสียสามารถทนได้สำหรับนักลงทุนส่วนใหญ่)

         h) She must bear the consequences of her actions. (เธอจะต้องรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ของการกระทำของเธอ)

         i) My neighbor has borne the cost of the repairs. (เพื่อนบ้านของผมรับผิดชอบค่าใช้จ่ายการซ่อมแซม)

         j) My parents arrived, bearing presents for the whole family. ( พ่อแม่ของผมมาถึง  (พร้อมกับ) ถือของขวัญสำหรับทุกคนในครอบครัว)

         k) His smile showed he was the bearer of good news. (การยิ้มของเขาแสดงว่าเขาเป็นผู้ถือข่าวดีมา)

         l) Will those beams bear the weight of a roof? (เสาเหล่านั้นจะค้ำยันน้ำหนักหลังคาไหวไหม)

4.     a) The rain blurred everyone’s view of the valley. (ฝนทำให้การมองเห็นหุบเขาของทุกคนไม่ชัดเจน)

        b) The whole accident was just a blur in my mind. (อุบัติเหตุทั้งหมดเป็นเพียงภาพ (สิ่ง) ที่พร่ามัวในใจของผม)

5.     a) Einstein was a brilliant thinker. (ไอน์สไตน์เป็นนักคิดที่ฉลาดมาก)

        b) She brilliantly produced a solution to the problem. (เธอสร้างวิธีการแก้ปัญหาได้อย่างฉลาดมาก)

        c) The brilliance of his piano playing was impressive. (ความสามารถอย่างมากในการเล่นเปียโนของเขาเป็นที่น่าประทับใจ)

        d) The rug was a brilliant red. (พรมมีสีแดงสดใส – แดงจ้า)

        e) The brilliant sunshine hurts my eyes. (แสงอาทิตย์ที่โชติช่วงทำอันตรายตาของผม)

6.     a) The officer cautioned the motorist to slow down. (เจ้าหน้าที่ตำรวจตักเตือนนักขับรถให้ (ระวังอันตรายโดย) ขับช้าลง)

        b) He cautioned me against spending a lot of money. (เขาเตือนผมมิให้ใช้จ่ายเงินมากมาย)

        c) Caution!  Slippery road ahead. (จงระวัง – ถนนลื่นอยู่ข้างหน้านะ)

        d) They entered into the negotiations cautiously. (พวกเขาเข้าสู่การเจรจาอย่างรอบคอบ-ระมัดระวัง)

        e) He crossed the busy street with caution. (เขาข้ามถนนที่มีรถมากด้วยความระมัดระวัง)

        f) Be cautious about showing your anger so openly. (จงระมัดระวังเกี่ยวกับการแสดงความโกรธของคุณอย่างเปิดเผยมากเกินไป)

        g) He put up a cautionary poster about the dangers of smoking. (เขาติดโปสเตอร์ซึ่งเตือนให้ระวังเกี่ยวกับอันตรายของการสูบบุหรี่)

        h) Vaccination is a precaution against smallpox. (การฉีดวัคซีนเป็นการระวังล่วงหน้าไข้ทรพิษ)

7.     a) You must handle the antique delicately. (คุณจะต้องถือวัตถุโบราณนี้ด้วยความระมัดระวัง)

        b) A watch has a delicate mechanism. (นาฬิกามีกลไกที่ละเอียดอ่อน-แบบบาง)

        c) Due to its controversial nature, it was a challenge to discuss such a delicate issue in public. (เนื่องมาจากลักษณะที่มีความขัดแย้งของมัน  มันจึงเป็นสิ่งท้าทายที่จะประชุมปรึกษาประเด็นที่ละเอียดอ่อนเช่นนั้นในที่สาธารณะ)

        d) We admired the delicacy of the woodcarving. (เรายกย่องชื่นชมความประณีตบรรจงของงานแกะสลักไม้)

        e) This china is too delicate for everyday use. (เครื่องกระเบื้องชิ้นนี้แตกง่ายเกินไปสำหรับการใช้งานประจำวัน)

        f) A baby’s delicate skin has to be treated gently. (ผิวหนังที่อ่อนนุ่มของเด็กทารกจำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างนุ่มนวล)

        g) Sex education must be handled with some delicacy. (การศึกษาเรื่องเพศจะต้องได้รับการจัดการด้วยไหวพริบ – หรือการไวต่อความรู้สึก (ของทั้งผู้สอนและผู้เรียน)

8.     a) The computer enhanced our productivity. (คอมพิวเตอร์เพิ่มความสามารถในการผลิตของเรา)

         b) Passing the exam should enhance your chances of being admitted to college. (การสอบผ่านจะเพิ่มโอกาสของคุณในการได้รับเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย)

         c) These new curtains will enhance the room. (ม่านผืนใหม่เหล่านี้จะทำให้ห้องดูดีขึ้น)

         d) The renovations are necessary for the enhancement of the restaurant. (การตกแต่งเสียใหม่มีความจำเป็นสำหรับการปรับปรุงภัตตาคาร)

         e) You can see the details more clearly in this computer-enhanced photograph. (คุณสามารถเห็นรายละเอียดชัดเจนยิ่งขึ้นในภาพถ่ายที่ถูกทำให้ดูดีขึ้นโดยคอมพิวเตอร์ภาพนี้)

9.      a) His careful planning facilitated the completion of the project. (การวางแผนที่รอบคอบของเขาทำให้การทำสำเร็จของโครงการง่ายขึ้น)

         b) Good teaching strategies facilitate student learning. (ยุทธศาสตร์การสอนที่ดีสนับสนุน-ส่งเสริมการเรียนรู้ของนักเรียน)

         c) Postal codes facilitate the handling of bulk mail. (ระหัสไปรษณีย์ทำให้การจัดการกับจดหมาย หีบห่อหรือวัสดุที่ส่งทางไปรษณีย์ง่ายขึ้น – หรือเป็นไปโดยสะดวก)

         d) He shows great facility in learning languages. (เขาแสดงความคล่องแคล่วว่องไวอย่างมากในการเรียนรู้ภาษาต่างๆ)

         e) Are there cooking facilities at the camp? (มีเครื่องอำนวยความสะดวกในการปรุงอาหาร (เครื่องครัว) หรือไม่)

10.    a) The woman’s incessant talking disturbed everyone watching the movie. (การพูดคุยที่ไม่จบสิ้นของผู้หญิงคนนั้นรบกวนทุกคนที่กำลังดูหนัง)

         b) The dog’s incessant barking kept the whole neighborhood up all night. (การเห่าที่ไม่หยุดของสุนัขทำให้คนที่อาศัยในละแวกบ้านทั้งหมดตื่นอยู่ทั้งคืน)

         c) The American people made an incessant demand for change. (คนอเมริกันทำการเรียกร้องอย่างต่อเนื่องเพื่อความเปลี่ยนแปลง)

         d) She drank coffee incessantly and chain-smoked. (เธอดื่มกาแฟอย่างต่อเนื่องและสูบบุหรี่มวนต่อมวน)

         e) His telephone rang incessantly. (โทรศัพท์ของเขาดังไม่รู้จักหยุดหย่อน)

         f) Human beings have passed through long centuries of almost incessant warfare. (มนุษย์ได้ผ่านศตวรรษที่ยาวนานของสงครามที่เกือบจะไม่จบไม่สิ้น)

11.    a) The architects planned the building in conjunction with the engineers. (สถาปนิกวางแปลนอาคารร่วมกับวิศวกร)

         b) Exercise, in conjunction with a nourishing diet, contributes to a healthy lifestyle. (การออกกำลัง – ร่วมกับ (ควบคู่กันกับ) อาหารบำรุงสุขภาพ – ก่อให้เกิดวิถีชีวิตที่มีสุขภาพสมบูรณ์)

12.    a) He was intrigued by the acclaim that he received. (เขาถูกทำให้หลงใหลปลาบปลื้มไปกับเสียงโห่ร้องต้อนรับที่เขาได้รับ)

         b) Anything colorful intrigued the little boy. (สิ่งใดๆที่มีสีสัน – หรือมีภาพสีสดใส – ทำให้เจ้าเด็กตัวเล็กคนนั้นสนใจ – หรือทำให้หลงใหล)

         c) The idea seemed to intrigue him. (ความคิดนี้ดูเหมือนว่าทำให้เขาสนใจ)

13.    a) A huge building obstructed the ocean view from the apartment. (ตึกหลังใหญ่ปิดบังวิวมหาสมุทรจากอพาร์ตเม้นต์ – ที่เราอยู่ – คือตึกบังมิให้มองเห็นวิวทะเล)

         b) Just after the storm, downed trees obstructed many roads in the community. (เพียงแค่หลังพายุสงบเท่านั้น  ต้นไม้ที่ล้มได้ขวางถนนหลายสายในชุมชน)

         c) We must get that wrecked car moved so it doesn’t obstruct the traffic. (เราจะต้องเอารถที่พังคันนั้นย้ายออกไป เพื่อว่ามันจะได้ไม่กีดขวางการจราจร)

         d) We have complained to the council that the new skyscraper will obstruct our view of the sea. (เราได้ร้องเรียนต่อสภา – ท้องถิ่น – ว่าตึกระฟ้าหลังใหม่จะปิดบังการมองเห็นทะเลของเรา)

         e) The strikers were accused of being obstructive by blocking the road. (ผู้ประท้วงถูกกล่าวหาว่ากีดขวางโดยการปิดถนน)

         f) The player was penalized for obstruction on the football field. (ผู้เล่นถูกลงโทษเรื่องการขัดขวาง (สกัดกั้นผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม) ในสนามฟุตบอล)

         g) An obstruction on the line caused our train to be delayed. (อุปสรรคในเส้นทางเป็นเหตุให้รถไฟของเราต้องล่าช้าออกไป)

14.    a) Bill presented a persuasive argument for his salary increase. (บิลนำเสนอเหตุผลที่จูงใจสำหรับการขึ้นเงินเดือนของเขา)

         b) They couldn’t persuade their critics to see their point of view. (พวกเขาไม่สามารถชักจูงนักวิจารณ์ให้มองเห็นข้อคิดเห็นของเขาได้)

         c) Can’t you persuade your sister to change your mind and come to the party?  (คุณไม่สามารถโน้มน้าวน้องสาวให้เปลี่ยนใจและมางานเลี้ยงใช่ไหม)

         d) The judge was not persuaded that the accused was sincerely remorseful. (ผู้พิพากษาไม่ได้ถูกทำให้เชื่อว่าผู้ถูกกล่าวหารู้สึกสำนึกผิดอย่างจริงใจ)

         e) After much persuasion, he signed the lease. (หลังจากการโน้มน้าว-ชักจูงอย่างมากมาย  เขาก็ลงนามในสัญญาเช่า)

         f) She is not easily persuadable.(เธอไม่สามารถถูกชักจูงได้โดยง่าย – คือไม่ทำตามใครบอกอย่างง่ายๆ)

        g) The salesman put forward a very persuasive case so we bought the TV despite its high price. (พนักงานขายเสนอกรณีที่โน้มน้าว-จูงใจอย่างมาก  ดังนั้นเราเลยซื้อทีวีทั้งๆที่มีราคาแพง)

        h) Her persuasiveness won me over to her way of thinking. (ความสามารถในการจูงใจของเธอเอาชนะผมได้ในเรื่องวิธีคิดของเธอ)

        i) He argued very persuasively. (เขาให้เหตุผลอย่างโน้มน้าวใจมากเลย)

15.   a) The boss assured him that he would be recompensed for his extra efforts. (เจ้านายให้ความมั่นใจแก่เขาว่า  เขาจะได้รับการตอบแทนสำหรับความพยายามเป็นพิเศษของเขา)

        b) The bank was recompensed for the loan. (ธนาคารได้รับการชดใช้สำหรับการกู้ยืม)

        c) Bill was recompensed for his good deeds. (บิลได้รับการตอบแทนสำหรับการทำความดีของเขา)

        d) The company recompensed Jim for his leg injury. (บริษัทชดใช้ให้จิมสำหรับการบาดเจ็บที่ขาของเขา)

        e) The knight received gold as recompense for saving the kingdom. (อัศวินได้รับทองคำเป็นรางวัล-สิ่งตอบแทนสำหรับการช่วยเหลืออาณาจักรเอาไว้ได้)

16.   a) In order to grow, crabs must shed their shells. (เพื่อที่จะเจริญเติบโต  ปูจะต้องลอกคราบของมัน)

        b) The experiments shed no new information on the cause of the disease. (การทดลองมิได้ให้ (หรือปล่อย)ข้อมูลใหม่ในเรื่องสาเหตุของโรค)

        c) Many trees shed their leaves in autumn. (ต้นไม้จำนวนมากสลัดใบของมันในฤดูใบไม้ร่วง)

        d) A snake sheds its skin when it grows. (งูลอกคราบของมันเมื่อมันเติบโต)

        e) She’ll shed tears when she hears that her pet is dead. (เธอจะร้องไห้ (ปล่อยน้ำตา) เมื่อเธอได้ยินว่าสัตว์เลี้ยงของเธอตาย)    

        f) Some fanatics are prepared to shed blood for their belief. ผู้คลั่งไคล้บางคนพร้อมจะหลั่งเลือด (หรือฆ่าคน) เพื่อความเชื่อของตนเอง)

        g) The men are shedding their jackets because it’s hot. (พวกผู้ชายกำลังถอดเสื้อแจ็กเก็ต เพราะว่าอากาศร้อน)

        h) A duck’s feathers shed water. (ขนของเป็ดปล่อยน้ำ – คือน้ำไม่เกาะ)

         i) People shed their inhibitions after they’ve had a few drinks. (ผู้คนโยนทิ้งความยับยั้งชั่งใจ – หรือความเก็บกด – ของตน หลังจากพวกเขาดื่มเหล้าไป ๒ ถึง ๓ แก้ว)

         j) The deeply loved baby sheds happiness around her. (เด็กทารกที่น่ารักอย่างมากคนนั้นปลดปล่อย (กระจาย) ความสุขออกมารอบๆตัวเธอ)

         k) Position the lamp so it sheds light on your book. (ตั้งวางตะเกียง (โป๊ะไฟ) เพื่อให้มันสาดแสงมาที่หนังสือของคุณ)

17.    a) He was presented with a unique opportunity to attend the conference. (เขาได้รับเสนอโอกาสพิเศษ (ไม่มีที่เปรียบ) ให้ไปร่วมประชุม)

         b) His style of writing is unique. (วิธีการเขียนของเขาไม่มีใครเหมือน)

         c) Only one applicant is uniquely suited for the job.(ผู้สมัครเพียงคนเดียวเท่านั้นที่มีความเหมาะสมเป็นพิเศษเฉพาะสำหรับงาน)

         d) A person can be identified by the uniqueness of his or her fingerprints. (บุคคลสามารถได้รับการระบุโดยความไม่มีที่เหมือนของลายนิ้วมือของเขาหรือของเธอ)

  18.  a) The design of the house is well-suited to its surrounding. (การออกแบบบ้านมีความเหมาะสมกับสภาพแวดล้อม)

         b) The experienced principal was well-suited for the job of superintendent of schools. (ครูใหญ่ผู้มีประสบการณ์คนนั้นมีความเหมาะสมกับงานของผู้กำกับดูแลโรงเรียน)

หมวดคำศัพท์ TOEFL (ตอนที่ 4)

Ambiguous (แอม-บิ๊ก-กิว-อัส) (a) – (คำพูด) คลุมเครือ, กำกวม, มีหลายความหมาย, ยากที่จะเข้าใจ, มีความหมาย ๒ แง่ ๒ ง่าม (คำพูด)

Ambiguity (แอม-บิ-กิ๊ว-อิ-ที่) (n) – คำพูดที่คลุมเครือ, ความมีสองนัย, ความหมายที่คลุมเครือ, ภาวะกำกวม, คำพูด ๒ แง่ ๒ ง่าม

Arbitrary (อ๊าร์-บิ-ทระ-รี่) (a) – ตามอำเภอใจ, เอาแต่อารมณ์, ไร้เหตุผล, โดยพลการ

Assert (อะ-เซิ้ร์ท) (v) – ยืนยัน, ถือสิทธิ, แสดงสิทธิ, อ้าง, บอกกล่าว, ประกาศ

Assertion (อะ-เซิ้ร์ท-ชั่น) (n) – การกล่าวยืนยัน, การอ้าง, การถือสิทธิ

Assertive (อะ-เซ้อ-ทิฟว) (a) – ซึ่งยืนยัน, เป็นการยืนยัน, แน่วแน่

Astound (แอส-เท่านด์) (v) – ทำให้พิศวง-งง งวย-ประหลาดใจ-อัศจรรย์ใจ, ทำให้สะดุ้งตกใจ หรือแปลกใจหรือทึ่ง

Astounding (a) – น่าพิศวง-ประหลาดใจ-แปลกใจ-งงงวย

Astute (แอส-ทิ้วท) (a) – ฉลาด, ฉลาดมาก, มีเชาว์

Astuteness (n) – ความฉลาด

Concur (คัน-เค่อร์) (v) – มีความเห็นเหมือนกัน, มีข้อสรุปเหมือนกัน, เห็นด้วย, เห็นพ้องกัน, ประ จวบกัน, เกิดขึ้นพร้อมกันอย่างบังเอิญ

Concurrence (คัน-เค้อ-เริ่นซ) (n) – การเห็นด้วย-เห็นพ้อง-ประจวบกัน-เกิดขึ้นพร้อมกัน

Deceive (ดิ-ซีฟว) (v) – หลอกลวง, ต้มตุ๋น, โกง (deceitful – (a) - =  (คน) ที่หลอกลวง-ต้มตุ๋น)

Deception (= deceit – ดี-ซีท) (n) – การหลอกลวง-ต้มตุ๋น, การตบตา-ปลอมแปลง, เล่ห์เพทุบาย

Deceptive (a) – ที่หลอกลวง, ที่ลวงตา

Designate (เดซ-ซิก-เนท) (v) – กำหนด, ระบุ, เรียกว่า, ตั้ง, ตั้งชื่อ, ทำเครื่องหมาย, ชี้ชัด (เมื่อเป็นคำคุณศัพท์มีความหมายว่า ซึ่งถูกแต่งตั้งหรือเลือก ให้เป็น แต่ยังไม่ได้เข้ารับตำแหน่ง)

Designation (n) – การกำหนด-ระบุ-แต่งตั้ง, ตำแหน่ง

Determine (ดิ-เท้อร์-มิน) (v) – กำหนด, ตั้งใจ, ตกลงใจ, ตัดสินใจ, ตัดสิน, ค้นหา

Determination (n) – การกำหนด, การตกลง ใจ, ความตั้งใจ, ความมุ่งมั่น-แน่วแน่

Determined (a) – มุ่งมั่น, ตั้งใจ, แน่วแน่, ซึ่งตัดสินใจแล้ว, ซึ่งตัดสินแล้ว

Elicit (อิ-ลิส-ซิท) (v) – นำออกมา, ล้วงออกมา, ล้วงเอาความจริง, ดึงออกมา

Elicitation (n) – การนำออกมา-ล้วงออกมา-ดึงออกมา, การล้วงเอาความจริง

Embody (เอม-บ๊อด-ดิ) (v) – เป็นที่รวม, เป็นตัวอย่างที่ดีของความคิด, ปรากฏในรูปร่าง, ทำให้เป็นตัวตน, รวบรวม, ประมวล

Embodiment (n) – การแสดงให้เห็นเป็นรูปร่าง, การแปลงรูป, การรวบรวม, ศูนย์รวม

Instigate (v) – ปลุกปั่น, ยุยง (ให้ก่อความไม่สงบ), ยั่วยุให้เกิด

Instigation (n) – การปลุกปั่น-ยุยง

Instigator (n) – ผู้ปลุกปั่น-ยุยง

Mundane (มัน-เดน) (a) – ทางโลก, ธรรมดาโลก, ปกติ, เป็นกิจวัตร

Mundaneness (= mundanity) (n) – ความเป็นธรรมดา-ปกติ

Petition (v – n) – ร้องขอ

Relinquish (รี-ลิ้ง-ควิช) (v) – ละทิ้ง, สละ, ยกเลิก

Relinquishment (n) – การละทิ้ง-สละ-ยกเลิก

Resilient (รี-ซิ้ล-เลี่ยนท) (a) – ฟื้นคืนสภาพเดิม, กลับสู่สภาพเดิม, (ยาง, วัตถุ) ดีดกลับหรือเด้งกลับ, หดได้, ยืดหยุ่น

Resiliency (n) – ความสามารถ (ของร่างกาย) ในการฟื้นคืนสภาพเดิม, ความหดได้, ความยืดหยุ่น

Tempt (v) – ยั่วยวนใจ, ล่อใจ

Temptation (n) – การยั่วยวนใจ-ล่อใจ

Tempting (a) – ซึ่งยั่วยวนใจ-ล่อใจ

 

ตัวอย่างการใช้คำในประโยค

1.     a) The men received an ambiguous message from their boss. (พวกผู้ชายได้รับข่าวสารที่คลุมเครือ – หรือกำกวมหรือยากที่จะเข้าใจ – จากเจ้านายของพวกเขา)

       b) His ambiguous statement was taken the wrong way. (คำพูดที่กำกวมหรือมีหลายความหมายของเขาถูกตีความในแบบผิดๆ)

       c) Her letter was full of ambiguities. (จดหมายของเธอเต็มไปด้วยความคลุมเครือ)

       d) The ambiguity of the instructions puzzled us. (ความคลุมเครือของคำสั่งทำให้เรางงงวย)

       e) Some humor relies on ambiguity. (อารมณ์ขันบางเรื่องขึ้นอยู่กับคำพูด ๒ แง่ ๒ ง่าม)

2.    a) Her choice of clothing seemed arbitrary. (การเลือกเสื้อผ้าของเธอดูเหมือนว่าตามอำเภอใจ)

       b) It is difficult to discern the motive of this seemingly arbitrary attack. (มันยากที่จะสังเกตเห็นสาเหตุการจู่โจมทำร้ายที่ดูเหมือนตามอำเภอใจ – หรือไร้เหตุผล - ครั้งนี้)

       c) The candidate offered a policy of brutal and arbitrary expulsion of immigrants. (ผู้สมัครแข่งขันเสนอนโยบายการขับไล่ผู้อพยพอย่างโหดร้ายและไร้เหตุผล – หรือเอาแต่อารมณ์)

       d) The dictators enacted laws that empowered them to close down any newspaper arbitrarily. (พวกจอมเผด็จการออกกฎหมายซึ่งให้อำนาจพวกเขาปิดหนังสือพิมพ์ได้ตามอำเภอใจ)

       e) The teacher arbitrarily decided to give the class a test. (ครูตัดสินใจโดยพลการ – หรือตามอำเภอใจ – ที่จะให้มีการทดสอบในชั้นเรียน)

3.    a) You must assert your rights. (คุณต้องยืนยัน (อ้าง) สิทธิของคุณ)

       b) The government asserted its control over the banking system. (รัฐบาลถือสิทธิ – หรือประกาศ – การควบคุมระบบธนาคาร)

       c) He made an assertion that could not be proved. (เขาทำการยืนยัน (เรื่องใดเรื่องหนึ่ง) ที่ไม่สามารถพิสูจน์ได้ – ว่าจริงหรือไม่จริง)

       d) The company president is an assertive individual. (ประธานบริษัทเป็นบุคคลที่แน่วแน่ – คือตั้งใจว่าจะทำอะไรแล้วก็ต้องทำให้ได้)

       e) She should cultivate a more assertive attitude. (เธอควรบ่มเพาะ(สร้าง)ทัศนคติที่แน่วแน่ – คือไม่โลเล)

       f) Try to assert yourself more and be less timid. (จงพยายามแสดงตนให้มากขึ้นและขลาดอายให้น้อยลง)

4.    a) The scientists made an astounding discovery. (พวกนักวิทยาศาสตร์ทำการค้นพบที่น่าพิศวง)

       b) The fans were astounded by their team’s success. (แฟนๆรู้สึกทึ่ง – หรืออัศจรรย์ใจ – กับความสำเร็จของทีมของพวกเขา)

       c) His remark astounded me. (คำพูดของเขาทำให้ผมประหลาดใจ – หรืองงงวย)

       d) Visitors to Sweden were astounded by its cleanliness. (ผู้ไปเยือนสวีเดนรู้สึกทึ่ง – หรืออัศจรรย์ใจ – กับความสะอาดของประเทศนี้)

       e) You would be astounded at the amount of cheating that goes on. (คุณจะต้องตกใจกับขนาดของความคดโกง-ต้มตุ๋นที่กำลังดำเนินไป – คือโกงมากแทบไม่น่าเชื่อ)

5.    a) He was an astute worker, finishing in half the time it took the others to finish. (เขาเป็นคนงานที่ฉลาด ทำงานได้เสร็จในเวลาครึ่งหนึ่งของที่คนอื่นๆทำ)

       b) He is an astute politician. (เขาเป็นนักการเมืองที่ชาญฉลาด)

       c) With astute management the problem can be overcome. (ด้วยการบริหารจัดการที่ฉลาด  ปัญหาเลยสามารถ (ถูก) เอาชนะได้)

       d) They astutely determined that there would be no chance to finish on time. (พวกเขาตกลงใจอย่างฉลาดว่าไม่มีโอกาสที่จะทำสำเร็จได้ทันเวลา – คือยอมรับออกมาเลยว่าไม่มีทางสำเร็จทันเวลา)

       e) He had by now astutely concluded that we could not win. (เขาได้สรุปอย่างชาญฉลาดในขณะนี้ว่าพวกเราไม่อาจจะชนะได้)

6.    a) The director concurred with the conclusions of the committee’s report. (ผู้อำนวยการเห็นด้วยกับข้อสรุปในรายงานของคณะกรรมการ)

       b) Do you concur with the details of the business plan? (คุณเห็นด้วยกับรายละเอียดของแผนธุรกิจหรือเปล่า)

       c) The judge concurred with earlier findings. (ผู้พิพากษาเห็นพ้องกับสิ่งที่ค้นพบก่อนหน้านี้)

       d) Ethiopian residents all concur that food shortages are acute. (ชาวเอธิโอเปียเห็นพ้องต้องกันว่าการขาดแคลนอาหารมีความรุนแรง)

7.    a) He deceived her about the cost of the coat. (เขาหลอกลวงเธอเกี่ยวกับราคาของเสื้อโค้ท)

       b) His cunning could deceive gullible people. (ความฉลาดแกมโกงของเขาสามารถหลอกต้มคนหูเบา-เชื่อคนง่ายได้)

       c) He got his job through deceit using false references. (เขาได้งานทำโดยการหลอกลวง-ต้มตุ๋น  ใช้หนังสืออ้างอิงปลอม)

       d) Never trust a deceitful person. (จงอย่าไว้ใจคนที่หลอกลวง)

       e) You were taken in by her clever deception. (คุณถูกต้มโดยเล่ห์เพทุบายที่ฉลาดของเธอ)

        f) His appearance is deceptive, he really is honest. (ลักษณะท่าทาง(ภายนอก)ของเขาลวงตา  เขาเป็นคนที่ซื่อสัตย์จริงฯ – แต่ดูลักษณะภายนอกแล้วเหมือนคนโกง)

        g) The magician deceptively made the rabbit disappear. (นักมายากลทำให้กระต่ายหายไปแบบหลอกตา – คือต้มคนดู)

8.     a) The president designated the vice president to represent him at the meeting. (ท่านประธานาธิบดีตั้ง – หรือกำหนดให้ – รองฯ เป็นตัวแทนเขาในการประชุม)

        b) The designated driver drove everyone home after the party. (คนขับที่ถูกกำหนด – หรือระบุ – ขับรถไปส่งถึงบ้านแก่ทุกคนหลังจากงานเลี้ยง)

        c) We must designate the area to be used for a reservoir. (เราต้องกำหนด – หรือชี้ชัด – พื้นที่ที่จะใช้ทำอ่างเก็บน้ำ)

        d) My brother was designated department head. (พี่ชายของผมได้รับการแต่งตั้งเป็นหัวหน้าภาควิชา)

        e) Her official designation is Administrator. (ตำแหน่งเป็นทางการของเธอคือผู้บริหาร)

        f) The chairman designate (= designate chairman) will be installed next week. (ท่านประธานผู้ได้รับเลือกมา จะเข้ารับตำแหน่งสัปดาห์หน้า)

9.    a) The judge determined that the man was lying. (ผู้พิพากษาตกลงใจ (ตัดสิน)ว่า ชายคนนั้นโกหก)

       b) The courts will determine the outcome of the dispute. (ศาลจะกำหนด – หรือตัดสิน – ผลลัพธ์ของข้อพิพาท)

       c) She determined that they should emigrate to Australia. (เธอตกลงใจว่าพวกเขาควรอพยพไปออสเตรเลีย)

       d) We must determine his motives for refusing. (เราต้องค้นหาแรงจูงใจของเขาในการปฏิเสธ)

       e) I’m determined to give up smoking. (ผมตั้งใจที่จะเลิกสูบบุหรี่)

       f) He tackled the work with determination. (เขารับมือกับงานด้วยความมุ่งมั่น)

10.  a) A lawyer will elicit all the facts necessary to prove her case. (ทนายความจะดึงข้อเท็จจริงทั้งหมดออกมาที่จำเป็นต่อการพิสูจน์คดีของเธอ )

       b) Elicitation of the truth is difficult at times. (การล้วงเอาความจริงออกมาเป็นเรื่องยากในบางครั้ง)

11.  a) Peter embodies all of the qualities of a good leader. (ปีเตอร์เป็นที่รวมของคุณสมบัติทั้งหลายของผู้นำที่ดี)

       b) The new law will be embodied in the present code. (กฎหมายใหม่จะถูกประมวล (รวบรวม) เข้าไว้ในประมวลกฎหมายปัจจุบัน)

       c) The constitution is an embodiment of American ideas. (รัฐธรรมนูญเป็นศูนย์รวมของความคิดแบบอเมริกัน)

12.  a) No one knew who had instigated the demonstration. (ไม่มีใครรู้ว่าผู้ใดปลุกปั่นยุยงการเดินขบวน)

       b) Dissatisfaction with government policies instigated the revolution. (ความไม่พอใจนโยบายของรัฐบาลยั่วยุให้เกิดการปฏิวัต)

13.   a) The student’s mundane summer job frustrated her. (งานในหน้าร้อนแบบธรรมดา (กิ๊กก๊อก) ของนักเรียนทำให้เธอ (นักเรียน) คับข้องใจ – คือไม่พอใจ)

        b) His mother asked him to do all the mundane household chores. (แม่ของเขาขอร้องให้เขาทำงานบ้านจิปาถะธรรมดาๆทุกชนิด)

14.   a) Jim relinquished his football practice to help his mother. (จิมละทิ้ง – หรือสละ – การฝึกซ้อมฟุตบอลเพื่อมาช่วยแม่ของเขา)

        b) The troubled executive relinquished her control of the company. (นักบริหารที่มีปํญหาคนนั้นสละการควบคุมของเธอที่มีต่อบริษัท)

        c) The relinquishment of his claim to the building will allow the building to be sold. (การยกเลิกการอ้างสิทธิ์ของเขาต่ออาคารหลังนั้นจะทำให้มันถูกนำไปขายได้)

15.    a) She has a resilient personality and will soon be better. (เธอมีบุคลิกภาพที่ยืดหยุ่น และจะดีขึ้นในไม่ช้า – คือจะผ่านพ้นความยากลำบากที่เจอไปได้)

         b) The doctor was surprised by his patient’s resilience. (หมอประหลาดใจกับการฟื้นคืนสู่สภาพเดิมของคนป่วย)

16.    a) The idea of getting rich quickly tempted him to invest his life savings. (ความคิดที่จะรวยเร็วล่อใจเขาให้ลงทุนกับเงินออมทั้งชีวิตของเขา)

        b) Desserts are more tempting when one is on diet. (ของหวานยั่วยวนใจมากยิ่งขึ้นเมื่อคนเรากำลังกินอาหารประเภทลดน้ำหนัก)

หมวดคำศัพท์ TOEFL (ตอนที่ 3)

              

               

               

Alter (อ๊อล-เท่อะ) (v) – เปลี่ยนแปลง, ทำให้แตกต่างออกไป, แก้ไข, ดัดแปลง, ผันแปร

Alteration (ออล-เทอะ-เร้-ชั่น) (n) – การเปลี่ยนแปลง, การแก้ไข-ดัดแปลง

Analyze (= analyse) (v) – วิเคราะห์

Analysis (n) – การวิเคราะห์

Analyst (n) – นักวิเคราะห์

Analytical (a) – เกี่ยวกับการวิเคราะห์

Ancient (แอน-เชี่ยน) (a) – โบราณ

Annoy (อะ-นอย) (v) – ทำให้ขุ่นเคือง, รบกวน, ทำให้รำคาญ-ระคายเคือง (คำนามคือ annoyance  - อะ-น้อย-เอิ้นซ – การรบกวน, ความน่ารำคาญ,       บุคคลหรือสิ่งที่รบกวน)

Annoying (อะ-น้อย-อิ้ง) (a) – น่ารำคาญ, ซึ่งรบกวน, น่าโมโห, น่าขุ่นเคือง

Anticipate (แอน-ทิส-ซิ-เพท) (v) – คาดหมาย, มุ่งหวัง, ทำนาย, เตรียมการณ์ล่วงหน้า

Anticipation (แอน-ทิส-ซิ-เพ-ชั่น) (n) – การคาดหวัง, การทำนาย, การเตรียมการณ์ล่วงหน้า

Ascertain (แอซ-เซอ-เท่น) (v) – เสาะหา, ค้นคว้า, สืบหา, ทำให้แน่ใจหรือชัดเจน

Ascertainment (n) – การทำให้แน่ใจหรือชัดเจน, การเสาะหา-ค้นคว้า-สืบหา

Conform (คัน-ฟอร์ม) (v) – ปฏิบัติตาม (กฎ, ระเบียบ), ทำตาม, ทำให้เหมือนกับ, ทำให้สอดคล้องกับ, ปรับให้เข้ากับ, เหมือนกัน, ตรงกัน

Conformity (คัน-ฟ้อร์-มิ-ที่) (n) – ความลงรอยกัน, ความสอดคล้องกัน, การปฏิบัติตาม (กฎ - ระ เบียบ), การตกลงกัน (conformist (คัน-ฟ้อร์-มิสท) = ผู้ปฏิบัติตาม, ผู้ยอมทำตาม)

Enrich (v) – ทำให้ร่ำรวย, ทำให้มีค่ามากขึ้น, เพิ่มความสำคัญ, ทำให้อุดมสมบูรณ์, ปรับปรุง (คุณภาพ, รสชาติ) ให้ดีขึ้น

 

Enrichment (เอน-ริช-เมิ่นท) (n) – การทำให้ร่ำรวย-อุดมสมบูรณ์-มีค่ามากขึ้น, สิ่งที่เพิ่มคุณค่า

Intensify (v) – ทำให้รุนแรงขึ้น-เข้มข้นขึ้น-หนาแน่นขึ้น, กลายเป็นรุนแรงขึ้น-เข้มข้นขึ้น

 

Intensification (n) – การทำให้รุนแรงขึ้น-เข้มข้นขึ้น

Intensive (a) – เข้มข้น, ละเอียด, (การเพาะ ปลูก) หนาแน่น

Intense (อิน-เท้นซ) (a) – เข้มข้น, หนาแน่น, ลึกซึ้ง, รุนแรง, เร่าร้อน, เอาจริงเอาจัง (คำนามคือ intensity)

Intolerable (อิน-ท้อล-เลอะ-ระ-เบิ้ล) (a) – ไม่อดทน, ไม่สามารถทนได้ (ความเจ็บปวด-ความเห็นที่แตกต่าง), เหลือที่จะทนได้, สุดที่จะทนได้, เกินไป, มากเกินไป

Intolerability (n) – ความไม่สามารถทนได้

Ongoing (a) – ที่ดำเนินต่อไป, ที่กำลังดำเนิน ไป, ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง, ที่ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง

Potential (n –a) – ศักยภาพ, ความสามารถที่ซ่อนเร้นอยู่, เป็นไปได้, มีความสามารถซ่อนเร้นอยู่, ซ่อนแฝง

Propose (โพร-โพซ) (v) – เสนอ, เสนอความ เห็น, ขอแต่งงาน, แนะนำ, แต่งตั้ง

Proposition (พรอพ-โพ-ซิช-ชั่น) (n) – ข้อ เสนอ, แผน, โครงการ, ข้อวินิจฉัย

Proposal (โพร-โพ้-เซิ่ล) (n) – การเสนอ, ข้อเสนอ, แผน, โครงการ, การขอแต่งงาน

Restore (เรส-ทอร์) (v) – ฟื้นฟู, ซ่อมแซม, ทำให้กลับสู่สภาพเดิม, ปฏิสังขรณ์, ทำให้แข็งแรง, บำรุงกำลัง-ร่างกาย, ส่งคืน, นำกลับคืนมา, นำกลับคืนสู่อำนาจหรือตำแหน่ง

Restoration (เรส-ทอ-เร้-ชั่น) (n) – การซ่อมแซม-ปฏิสังขรณ์-ทำให้คืนสู่สภาพเดิม, การทำให้กลับคืนดี

Staple (n) – ส่วนสำคัญ, สินค้าหลัก, สินค้าสำคัญ, วัตถุดิบหรือผลิตภัณฑ์หลัก, สินค้ายืนพื้น, อาหารหลัก, หัวข้อสำคัญ

Turbulent (เท้อร์-บิว-เลิ่นท) (a) – วุ่นวาย, สับ สน, อลหม่าน, (อารมณ์, อากาศ, กระแสน้ำ) ปั่น ป่วน, โกลาหล, พล่าน, ชอบใช้ความรุนแรงและ ทะเลาะวิวาท-ต่อสู้

Turbulence (n) – ความวุ่นวาย-สับสน-อล หม่าน-โกลาหล-พล่าน, ความปั่นป่วน

Vital (ไว้-เทิ่ล) (a) – จำเป็นสำหรับชีวิต, มีชีวิตชีวา, มีพลังงาน, จำเป็น, สำคัญ, ขาดเสียมิได้, เกี่ยวกับความเป็นความตาย

Vitality (ไว-แท้ล-ลิ-ที่) (n) – กำลังกาย-จิต, กำลังวังชา, พลังชีวิต, พลังที่ทำให้สิ่งมีชีวิตดำเนินอยู่ได้

Vitalize (ไว้-เทิ่ล-ไลซ) (v) – ทำให้มีชีวิต, ให้ชีวิตแก่, ให้พลัง, ทำให้มีชีวิตชีวา

Staple (a) – สำคัญ, เป็นหลัก, เป็นแก่น, ซึ่งใช้กันส่วนใหญ่

การใช้คำศัพท์ในประโยค

1.     a) The tailor altered the suit to fit the man. (ช่างตัดเสื้อแก้ไขสูทเพื่อให้เหมาะกับชายคนนั้น)

       b) My opinion altered when I learned all the facts. (ความเห็นของผมเปลี่ยนไปเมื่อผมเรียนรู้ข้อเท็จจริงทั้งหมด)

       c) Nancy hasn’t altered her plans to return to school. (แนนซี่มิได้เปลี่ยนแปลงแผนของเธอที่จะกลับไปโรงเรียน – เพื่อเรียนหนังสือ)

       d) Will the storm alter its course and miss the coast? (พายุจะเปลี่ยนเส้นทางและไม่เข้าชายฝั่งหรือเปล่านะ)

       e) We’ll have to move while the alterations to the house are in progress. (เราจะจำเป็นต้องย้ายออกในขณะที่การแก้ไขเปลี่ยนแปลง – เช่นการต่อเติม – บ้านกำลังดำเนินไป)

       f) Simple alterations improved the construction. (การแก้ไขเปลี่ยนแปลงง่ายๆ ทำให้การก่อสร้างดีขึ้น)

2.    a) Scientists must analyze problems thoroughly. (นักวิทยาศาสตร์จะต้องวิเคราะห์ปัญหาอย่างละเอียด)

       b) The teacher analyzed the sentence by identifying the various clauses and parts of speech. (ครูวิเคราะห์ประโยคโดยการระบุอนุประโยคต่างๆและส่วนของคำ)

       c) We must analyse the reasons behind the recent labor unrest. (เราต้องวิเคราะห์เหตุผลเบื้องหลังการก่อความไม่สงบด้านแรงงานเมื่อเร็วๆนี้)

       d) Analysis of the substance confirms the presence of nitrogen. (การวิเคราะห์สสารยืนยันการมีอยู่ของไนโตรเจน)

       e) An analysis of the water showed it to be polluted with chemicals. (การวิเคราะห์น้ำแสดงว่ามันถูกปนเปื้อนด้วยสารเคมี)

       f) He is a psychological analyst. (เขาเป็นนักวิเคราะห์ด้านจิตวิทยา)

3.    a) We visited the ruins of an ancient fort. (เราไปเยือนซากปรักหักพังของป้อมโบราณ)

       b) Zeus was the supreme god of the ancient Greeks. (ซีอุสเป็นเทพเจ้าสูงสุดของชาวกรีกสมัยโบราณ)

       c) Peter found an ancient Roman coin. (ปีเตอร์พบเหรียญโรมันโบราณ)

       d) Archaeologists analyze ancient civilizations. (นักโบราณคดีวิเคราะห์อารยธรรมโบราณ)

4.    a) She annoyed her parents by coming home late. (เธอทำให้พ่อแม่ขุ่นเคืองโมโหนิดหน่อย – ด้วยการกลับบ้านช้า – หรือดึก)

       b) The flies annoy me. (แมลงวันทำให้ผมรำคาญ – หรือรบกวนผม)

       c) She is annoyed with him because he is late. (เธอขุ่นเคืองเขาเพราะว่าเขามาสาย)

       d) He expressed his annoyance at the confusion. (เขาแสดงความขุ่นเคืองกับความวุ่นวายโกลาหล)

       e) Mosquitos can be an annoying part of a vacation at the beach. (ยุงสามารถเป็นส่วนที่น่ารำคาญของการพักผ่อนวันหยุดที่ชายหาด)

       f) He has an annoying habit of biting his nails. (เขามีนิสัยน่ารำคาญของการกัดเล็บมือ)

5.    a) No one can anticipate the results of the games. (ไม่มีใครสามารถทำนายผลของการแข่งขัน)

       b) We anticipate that the summer will be dry. (เราคาดหวังว่าหน้าร้อนจะแห้งแล้ง)

       c) They planned their vacation with anticipation. (พวกเขาวางแผนวันหยุดด้วยการเตรียมการล่วงหน้า)

       d) She anticipated the fall in the share price and sold early. (เธอคาดหวัง – หรือทำนาย - การหล่นลงของราคาหุ้น และขายมันแต่เนิ่นๆ)

       e) In anticipation of the punch, he moved out of reach. (ด้วยการคาดการว่าจะโดนชก  เขาจึงขยับออกให้พ้นระยะหมัด)

6.    a) I tried to ascertain if he was telling the truth. (ผมพยายามทำให้แน่ใจว่าเขากำลังบอกความจริงหรือเปล่า)

       b) It was difficult to ascertain the true facts. (มันยากที่จะสืบหาข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง)

       c) We ascertained that his first names were John Smith. (เราทำให้แน่ใจว่าชื่อแรกของเขาคือ จอห์น สมิธ)

       d) The jury made a decision based on its ascertainment of the facts. (คณะลูกขุนได้ตัดสินใจบนพื้นฐานของการสืบหา-ค้นหาข้อเท็จจริง)

       e) Are the details easily ascertainable? (รายละเอียดสามารถค้นหาได้ง่ายใช่หรือไม่)

7.    a) You must conform to the rules or leave the club. (คุณจะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบ หรือไม่ก็ต้องออกจากชมรมไป)

       b) The proposed additions to your house must conform to building regulations. (การต่อเติมบ้านของคุณตามที่เสนอมาจะต้องสอดคล้องกับกฎระเบียบการก่อสร้าง)

       c) He is regarded as eccentric because of his refusal to conform. (เขาถูกมองว่า (ถือว่า) แปลกประหลาดเนื่องมาจากการปฏิเสธของเขาที่จะทำตามกฎระเบียบ – หรือทำให้เหมือนกับคนอื่น)

       d) She has always been a conformist. (เธอเป็นผู้ที่ทำตามกฎระเบียบ หรือ ผู้ที่ทำอะไรที่สอดคล้องหรือเหมือนคนอื่นๆเสมอ)

       e) We could never become close friends as his interests do not conform with mine. (เราไม่สามารถเป็นเพื่อนสนิทกันได้  เนื่องจากความสนใจของเขาไม่เหมือนกันกับของผม)

       f) There is too much conformity and not enough individualism in these designs. (มีการเหมือนกันมากจนเกินไป  และไม่มีความเป็นปัจเจกลักษณะ (เอกลักษณ์ของความแตกต่าง) อย่างเพียงพอในการออกแบบเหล่านี้)

8.    a) The fine arts enrich our lives. (วิจิตรศิลป์ทำให้ชีวิตของเราสมบูรณ์ – หรือทำให้มีค่ามากขึ้น)

       b) Some traders enrich themselves by overcharging. (พ่อค้าบางคนทำให้ตัวเองร่ำรวยโดยการขายของแพงเกินไป)

       c) English has been enriched by words from many other languages. (ภาษาอังกฤษถูกทำให้มีรสมีชาติมากขึ้นด้วยคำศัพท์จากภาษาอื่นๆมากมาย)

       d) This cereal is vitamin-enriched. (ธัญพืชชนิดนี้อุดมไปด้วยวิตามิน)

       e) Immigration from many countries has led to the enrichment of our culture. (การอพยพเข้ามาจากหลายประเทศ (สู่ประเทศของเรา) ได้นำไปสู่การทำให้วัฒนธรรมของเรามีความหลากหลายหรือมีค่ามากยิ่งขึ้น)

       f) The discovery of oil was an enrichment for the country. (การค้นพบน้ำมันเป็นการสร้างความร่ำรวยสำหรับประเทศ)

9.    a) The importance of the test will sometimes intensify the nervousness of the students. (ความสำคัญของการทดสอบ บางทีจะทำให้ความวิตกกังวลของนักเรียนเพิ่มมากขึ้น)

       b) We must intensify our efforts to raise more funds. (เราต้องทำความพยายามให้มากขึ้นเพื่อหาเงินทุนเพิ่มขึ้น)

       c) The intensity of the car’s headlights was blinding. (ความแรงของแสงไฟหน้ารถทำให้ (ผู้ขับขี่ที่สวนทางมา) มองไม่เห็น)

       d) The chess match was played with great intensity. (การแข่งขันหมากรุกดำเนินไปด้วยความเข้มข้น-เอาจริงเอาจัง)

       e) The intense heat prevented us from entering the burning building. (ความร้อนที่รุนแรงขัดขวางเรามิให้เข้าไปในอาคารที่เพลิงกำลังลุกไหม้)

       f) The school bully was intensely disliked. (เจ้าเด็กขี้รังแกของโรงเรียนได้รับความเกลียดชังอย่างรุนแรง)

       g) The intensive bombardment reduced the town to rubble. (การทิ้งระเบิดอย่างเข้มข้น-หนาแน่น (แบบปูพรม) ทำให้เมืองลดเหลือเพียงซากปรักหักพัง)

       h) Intensive farming increased food production. (การทำไร่อย่างหนาแน่นทำให้การผลิตอาหารเพิ่มขึ้น)

       i) The hotel industry is very labor-intensive. (อุตสาหกรรมโรงแรมใช้แรงงานอย่างมากมายเหลือเกิน)

10.   a) Any opposition to the rules is intolerable. (การต่อต้านใดๆต่อกฎข้อบังคับเป็นเรื่องที่ไม่สามารถทนได้ – คือไม่ยอมให้ต่อต้าน)

        b) The noise from the disco is intolerable. (เสียงจากไนต์คลับที่เปิดแผ่นให้แขกเต้นสุดที่จะทนได้ – คือดังเกินไป)

        c) They find this situation intolerable. (พวกเขาพบว่าสถานการณ์นี้เหลือที่จะทนได้)

        d) The things that made his life intolerable were too many to elaborate. (สิ่งต่างๆที่ทำให้ชีวิตของเขาไม่สามารถทนได้มีมากเกินกว่าที่จะพูดโดยละเอียด)

        e) It was intolerable that they should order her around. (มันสุดที่จะทนได้ที่พวกเขาสั่งเธอ (ให้ทำโน่นทำนี่) ไปเสียทุกเรื่อง)

        f) Their methods are intolerable to those who care for liberty. (วิธีการของพวกเขาเหลือที่จะทนได้สำหรับคนที่ใส่ใจในเสรีภาพ)

        g) The weather today is intolerably hot. (อากาศวันนี้ร้อนอย่างสุดที่จะทน)

         h) She had become intolerably possessive. (เธอปรารถนาที่จะครอบครอง – หรือครอบงำ – มากเกินไป)

11.    a) Maintaining roads is an ongoing job. (การซ่อมแซมถนนเป็นงานที่ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง – คือไม่มีวันจบสิ้น)

         b) The tutoring project is an ongoing program of the school. (โครงการสอนพิเศษเป็นโครงการต่อเนื่องของทางโรงเรียน)

         c) Learning is an ongoing process. (การเรียนรู้เป็นขบวนการที่ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง)

         d) There is an ongoing discussion within the party about this. (มีการประชุมปรึกษาหารือที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องภายในพรรคเกี่ยวกับเรื่องนี้)

         e) The government is finding ways to cope with an ongoing economic crisis. (รัฐบาลกำลังหาวิธีรับมือกับวิกฤติกาลทางเศรษฐกิจที่ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง – คือวิกฤติฯ เกิดมานานแล้ว และยังคงดำเนินไปในปัจจุบัน)

12.    a) The medical students have shown great potential to become doctors. (นักเรียนแพทย์พวกนั้นได้แสดงศักยภาพอย่างมากที่จะเป็นแพทย์)

        b) She has the potential to be a concert pianist. (เธอมีศักยภาพที่จะเป็นนักเปียโนของคอนเสิร์ต)

        c) This novel is a potential bestseller. (นวนิยายนี้มีศักยภาพพอที่จะเป็นหนังสือขายดีที่สุด)

        d) A potentially profitable business was ruined by poor management and labor unrest. (ธุรกิจที่มีศักยภาพพอที่จะทำกำไร  ถูกทำให้พินาศย่อยยับโดยการบริหารที่ห่วย แตกและความไม่สงบด้านแรงงาน)

13.    a) The governor is going to propose new taxes. (ท่านผู้ว่าฯกำลังจะเสนอภาษีตัวใหม่)

         b) I propose that school holidays should be shortened. (ผมเสนอว่าวันหยุดของโรงเรียนควรจะสั้นลง)

         c) Both sides accepted the peace proposal. (ทั้ง ๒ ฝ่ายยอมรับแผนสันติภาพ)

         d) Who is the proposer of this motion? (ใครคือผู้เสนอญัตตินี้)

         e) We are proposing her as our delegate. (เรากำลังแต่งตั้ง – หรือเสนอชื่อ – เธอเป็นผู้แทนของเรา)

         f) He planned to propose to his girlfriend over a romantic candlelit dinner. (เขาวางแผนที่จะขอแต่งงานกับแฟนของเขาในแบบกินอาหารค่ำใต้แสงเทียนที่โรแมนติก)

         g) After she had accepted his proposal, he bought her an engagement ring. (หลังจากเธอยอมรับการขอแต่งงานของเขา  เขาก็ซื้อแหวนหมั้นให้เธอ)

         h) We propose to go to Hawaii for our annual holiday. (เราตั้งใจจะไปฮาวายสำหรับวันหยุดประจำปีของเรา)

         i) He made a proposition to merge the two companies. (เขายื่นข้อเสนอทางธุรกิจที่จะควบรวม ๒ บริษัทเข้าด้วยกัน)

14.    a) He restored my confidence in him. (เขานำความเชื่อมั่นในตัวเขาของผมกลับคืนมา)

         b) The museum employed an expert to restore the valuable 16th –century oil painting. (พิพิธภัณฑ์จ้างผู้เชี่ยวชาญบูรณะภาพเขียนสีน้ำมันศตวรรษที่ ๑๖ ที่ทรงคุณค่า)

         c) Funds were raised for the restoration of the historical cottage. (เงินทุน ถูกระดมสำหรับการบูรณะ-ปฏิสังขรณ์บ้านในชนบท – หรือกระท่อม – ที่สำคัญทางประวัติ ศาสตร์หลังนั้น)

         d) It is a beautiful restoration of the old table. (มันเป็นการบูรณะที่สวยงามของโต๊ะเก่าแก่ตัวนั้น)

         e) He offered to restore the stolen money to the company. (เขาเสนอที่จะนำเงินที่ถูกขโมยกลับคืนมาให้บริษัท)

         f) The family rejoiced when the sick child was restored to health. (ครอบครัวมีความยินดีเมื่อเด็กที่เจ็บป่วยได้รับการนำกลับคืนมาสู่สุขภาพทีดี)

         g) The top priority is the restoration of order after the riots. (สิ่งสำคัญอันดับแรกคือการนำกลับคืนมาซึ่งความเป็นระเบียบเรียบร้อยภายหลังการจลาจล)

         h) When the coup failed, the deposed president was restored to power. (เมื่อการรัฐประหารล้มเหลว  ท่านประธานาธิบดีที่ถูกปลดจากตำแหน่งได้รับการนำกลับคืนสู่อำนาจ)

15.    a) The main staple of Asian diets is rice. (ผลิตภัณฑ์หลักของอาหารเอเซียคือข้าว)

         b) Milk, bread and eggs are staples of most American grocery stores. (นม ขนมปังและไข่ เป็นสินค้าหลัก (สินค้าสำคัญ) ของร้านขายของชำอเมริกันส่วนใหญ่)

         c) That country’s export staple is coal. (สินค้าหรือผลิตภัณฑ์ส่งออกหลักของประเทศนั้นคือถ่านหิน)

16.    a) The turbulent crowd insisted on a meeting with the prime minister. (ฝูงชนที่โกลาหลอลหม่านยืนกรานที่จะพบกับท่านนายกฯ)

         b) The ship sank in the midst of the turbulent sea and clashing rocks. (เรือจมในท่ามกลางทะเลที่มีคลื่นปั่นป่วนและหินที่มีเสียงดังกระทบกัน)

         c) They are turbulent people who often cause trouble, quarrel and fight. (พวกเขาคือคนที่ชอบใช้ความรุนแรง  ผู้ซึ่งมักจะสร้างปัญหา ทะเลาะวิวาทและต่อสู้)

         d) She tried to calm her turbulent thoughts. (เธอพยายามที่จะสงบความคิดที่พุ่งพล่าน-สับสนวุ่นวายของเธอ)

         e) During the war people lived in a period of fierce and turbulent   struggle. (ในระหว่างสงคราม  ผู้คนมีชีวิตอยู่ด้วยการต่อสู้ดิ้นรนที่รุนแรงและสับสนอลหม่าน – เช่น ต้องคอยหลบระเบิดและการยิงต่อสู้กัน)

         f) The plane flew through an area of turbulence. (เครื่องบินบินผ่านพื้นที่ของความวุ่นวาย-โกลาหลอลหม่านจากการสู้รบ หรืออากาศที่ปั่นป่วน – ทั้งนี้ แล้วแต่ความหมายของผู้พูด)

         g) The turbulence caused the plane to turn over. (ความปั่นป่วนของอากาศเป็นสาเหตุให้เครื่องบินพลิกคว่ำ)

         h) Many African countries had lived through periods of social turbulence(ประเทศในทวีปแอฟริกาจำนวนมากได้มีชีวิตผ่านยุคสมัยของความปั่นป่วนวุ่นวายทางสังคม)

17.    a) Money is vital to the success of the program. (เงินมีความสำคัญอย่างมากต่อความสำเร็จของโครงการนี้)

         b) The vital piece of evidence proved his guilt. (ชิ้นที่จำเป็น – หรือสำคัญ – ของพยานหลักฐานได้พิสูจน์ความผิดของเขา)

         c) The heart performs a vital function. (หัวใจทำหน้าที่ที่จำเป็นแก่ชีวิต)

         d) Water and oxygen are vital for most forms of life. (น้ำและออกซิเจนมีความจำเป็น(แก่ชีวิต)สำหรับรูปแบบส่วนมากของชีวิต)

         e) She is a vital person, full of high spirits. (เธอเป็นบุคคลที่มีร่างกาย-จิตใจเข้มแข็ง  เต็มไปด้วยจิตวิญญาณที่สูงส่ง)

         f) The old man has the vitality of someone half his age. (ชายชราคนนั้นมีความกระชุ่มกระชวย – หรือความแข็งแรง – เท่ากับคนที่อายุครึ่งหนึ่งของเขา)

         g) His intense vitality was easily observable. (พละกำลัง-ความแข็งแรงอย่างเข้มข้นของเขาสามารถสังเกตเห็นได้โดยง่าย)

         h) An enthusiastic teacher can vitalize a class. (ครูที่กระตือรือร้นสามารถให้ความมีชีวิตชีวาแก่ชั้นเรียนได้) (หรือทำให้ชั้นเรียนมีชีวิตชีวาได้)

 

(คำศัพท์เพิ่มเติม)

Abandon (v) – ละทิ้งไป, ทอดทิ้ง, จากไปโดยไม่มีแผนว่าจะกลับ

Abandonment (n) – การทอดทิ้งไป, การละทิ้ง

Keen (a) – (มีด) คม, (ความรู้สึก) ไว, กระตือรือร้น, สนใจ

Keenness (n) – ความคม-ไว-กระตือรือร้น-สนใจ

Jealous (a) – หึงหวง, อิจฉาริษยา

Jealousy (n) – ความหึงหวง-อิจฉาริษยา

Tact (n) – ไหวพริบ, ปฏิภาณ, ความสามารถพูดในสิ่งที่ถูกต้อง

Tactful (a) – มีไหวพริบ-ปฏิภาณดี, ฉลาด

Oath (โอธ) (n) – คำสาบาน, คำสาปแช่ง

Vacant (เว้-เคิ่นท) (a) – ว่าง, ว่างเปล่า, ไม่ได้ถูกครอบครอง

Vacancy (เว้-เคิน-ซี่) (n) – ความว่าง, ความว่างเปล่า, ตำแหน่งว่าง

Hardship (n) – ความยากลำบาก, สิ่งที่ยากที่จะทนได้

Gallant (แก๊ล-เลิ่นท) (a) – กล้าหาญ, ชอบช่วยเหลือผู้อื่น, สง่างาม, สุภาพ, ชอบเอาอกเอาใจผู้หญิง, ให้ความเคารพผู้หญิง

Data (เด๊-ทะ หรือ ด๊า-ทะ) (n) – ข้อมูล

Unaccustomed (อัน-แอ๊ค-คัส-เทิ่ม-ดึ) (a) – ไม่คุ้นเคยหรือเคยชิน

Bachelor (แบ๊ช-เช-เล่อ) (n) – ชายโสด, ผู้ได้รับปริญญาตรี

Qualify (v) – มีคุณสมบัติครบถ้วน, แสดงว่ามีความสามารถที่จะ

Qualification (n) – คุณสมบัติ

 

ตัวอย่างการใช้คำในประโยค

1.     a) When Rob abandoned his family, the police went looking for him. (เมื่อร๊อบทอดทิ้งครอบครัวของเขาไป  ตำรวจจึงได้ออกค้นหาตัวเขา)

       b) The soldier could not abandon his friends who were hurt in battle. (ทหารไม่สามารถทอดทิ้งเพื่อนของเขาผู้ซึ่งได้รับบาดเจ็บในสงคราม)

       c) Because Jane was poor, she had to abandon her idea of going to college. (เพราะว่าเจนยากจน  เธอจำเป็นต้องละทิ้งความคิดที่จะไปเรียนในมหาวิทยาลัย)

2.    a) The butcher’s keen knife cut through the meat. (มีดที่คมของพ่อค้าเนื้อเฉือนทะลุเนื้อ)

       b) My dog has a keen sense of smell. (หมาของผมมีความรู้สึกในการดมกลิ่นที่ไว หรือ ที่เฉียบคม)

       c) Bill’s keen mind pleased all his teachers. (จิตใจที่กระตือรือร้นของบิลทำให้ครูทุกคนพอใจ)

3.     a) A detective was hired by the jealous widow to find the boyfriend who had abandoned her. (นักสืบถูกว่าจ้างโดยแม่ม่ายที่ขี้หึง เพื่อตามหาแฟนของเธอ ซึ่งได้ทอดทิ้งเธอไป)

        b) Although my neighbor just bought a new car, I am not jealous of him. (แม้ว่าเพื่อนบ้านของผมจะเพิ่งซื้อรถคันใหม่  ผมก็ไม่อิจฉาเขา)

        c) Being jealous, Nancy would not let her boyfriend dance with any of the cheerleaders. (เนื่องจากขี้หึง  แนนซี่จะไม่ยอมให้แฟนของเธอเต้นรำกับสาวเชียร์ลีดเดอร์คนใดๆ)

4.     a) My aunt never hurts anyone’s feelings because she always uses tact(ป้าของผมไม่เคยทำร้ายอารมณ์ของใคร เพราะว่าเธอมักจะใช้ไหวพริบปฏิภาณ – เวลาพูด – เสมอ)

         b) By the use of tact, Janet was able to calm her jealous husband. (โดยการใช้ไหวพริบปฏิภาณ  เจเน็ตสามารถปลอบให้สามีขี้หึงของเธอสงบลงได้)

         c) Your friends will admire you if you use tact and thoughtfulness. (เพื่อนๆจะนิยมชมชอบคุณถ้าคุณใช้ไหวพริบปฏิภาณและการนึกถึงอกเขาอกเรา – หรือความเกรงใจ)

5.      a) The President will take the oath of office tomorrow. (ท่านประธานาธิบดีจะสาบานตนเข้ารับตำแหน่งในวันพรุ่งนี้)

         b) In court, the witness took an oath that he would tell the whole truth. (ในศาล  พยานสาบานว่าเขาจะพูดความจริงทั้งหมด)

         c) When Terry discovered that he had been abandoned, he let out an angry oath. (เมื่อเทอรี่ค้นพบว่าเขาถูกทอดทิ้ง  เขาก็ปล่อยคำสาปแช่งที่เกรี้ยวกราดออกมา)

6.       a) Someone is planning to build a house on that vacant lot. (ใครบางคนกำลังวางแผนจะสร้างบ้านบนพื้นดินที่ว่างเปล่าแปลงนั้น)

          b) I put my coat on that vacant seat. (ผมวางเสื้อโค๊ทไว้บนเก้าอี้ที่ว่างตัวนั้น)

          c) When the landlord broke in, he found that apartment vacant. (เมื่อเจ้าของบ้านเช่าพังประตูเข้ามา  เขาพบอพาร์ตเม้น (ของเขา) ว่างเปล่า - คือไม่มีคนอยู่)

7.       a) The fighter had to face many hardships before he became champion. (นักมวยจำต้องพบกับความยากลำบากมากมายก่อนที่เขาจะเป็นแช้มป์)

          b) Abe Lincoln was able to overcome one hardship after another. (อับราฮัม ลินคอล์น สามารถเอาชนะความยากลำบากครั้งแล้วครั้งเล่า)

          c) On account of hardship, Bert was let out of the army to take care of his sick mother. (เนื่องจากความยากลำบาก  เบิร์ตได้รับอนุญาตให้ออกจากกองทัพเพื่อดูแลแม่ที่เจ็บป่วยของเขา)

8.       a) The pilot swore a gallant oath to save his buddy. (นักบินพูดสาบานอย่างกล้าหาญที่จะรักษาชีวิตเพื่อนของเขา)

          b) Many gallant knights entered the contest to win the princess. (อัศวินที่กล้าหาญจำนวนมากเข้าร่วมการแข่งขันเพื่อที่จะเอาชนะได้เจ้าหญิง)

          c) Eddy is so gallant that he always gives up his subway seat to a woman. (เอ๊ดดี้ชอบเอาใจผู้หญิง – หรือให้ความเคารพผู้หญิง - มากจนกระทั่งว่าเขามักจะสละที่นั่งบนรถไฟใต้ดินให้กับผู้หญิงเสมอ)

9.       a) The data about the bank robbery were given to the F.B.I. (ข้อมูลเกี่ยวกับการปล้นธนาคารถูกมอบให้กับเอฟบีไอ)

          b) After studying the data, we were able to finish our report. (หลังจากได้ศึกษาข้อมูล  เราสามารถทำรายงานได้เสร็จ)

          c) Unless you are given all the data, you cannot do the math problem. (ถ้าคุณไม่ได้รับข้อมูลทั้งหมด  คุณจะไม่สามารถแก้ปัญหาคณิตศาสตร์ได้)

10.      a) Coming from Alaska, Jack was unaccustomed to Florida’s heat. (เพราะมาจากอลาสก้า  แจ๊คไม่คุ้นเคยกับอากาศร้อนของฟลอริด้า)

           b) The king was unaccustomed to having people disobey him. (กษัตริย์องค์นั้นไม่คุ้นเคยกับการที่ประชาชนไม่เชื่อฟังพระองค์)

           c) As Paul was unaccustomed to exercise, he quickly became tired. (เพราะพอลไม่คุ้นเคยกับการออกกำลัง  เขาจึงเหนื่อยอย่างรวดเร็ว)

11.      a) My brother took an oath to remain a bachelor. (พี่ชายของผมให้คำสาบานจะเป็นชายโสดตลอดไป)

           b) In the movie, the married man was mistaken for a bachelor. (ในภาพยนตร์  ชายที่แต่งงานแล้วถูกเข้าใจผิดว่าเป็นชายโสด)

           c) Before the wedding, all his bachelor friends had a party. (ก่อนการแต่งงาน  เพื่อนชายโสดของเขาทุกคน (ชอบ) มี (จัด) งานเลี้ยง)

12.      a) I am trying to qualify for the job which is now vacant. (ผมกำลังพยายามที่จะมีคุณสมบัติครบสำหรับงานซึ่งขณะนี้ว่างอยู่)

           b) Since Pauline can’t carry a tune, she is sure that she will never qualify for the Girls Chorus. (เพราะว่าพอลลีนไม่สามารถร้องเข้ากับทำนอง  เธอเลยมั่นใจว่าเธอจะไม่มีวันมีคุณสมบัติเพียงพอสำหรับวงดนตรีประสานเสียง Girls Chorus)

           c) You have to be over 5’ 5” to qualify as a policeman. (คุณจำเป็นต้องสูงกว่า ๕ ฟุต ๕ นิ้ว จึงจะมีคุณสมบัติเป็นตำรวจได้)

 

การใช้คำศัพท์ในพารากราฟ

My Brother, the Gentleman

          The story of Sir Walter Raleigh who spread his cloak on the ground to keep Queen Elizabeth from the hardship of crossing a muddy puddle can qualify that nobleman for an award as a man of tact and good breeding.  My brother Kenny, a bachelor with a keen interest in history, was impressed by that anecdote and thought he might demonstrate his excellent upbringing in a parallel situation.  Accordingly he decided to abandon his subway seat in favor of a woman standing nearby.

          Although unaccustomed to such generous treatment, the young woman was pleased to accept Kenny’s kind offer.  However, her jealous boyfriend swore an oath under his breath because he thought my brother was flirting with his girlfriend.  I don’t have any data on the number of young men who get into similar trouble as a result of a gallant gesture, but it’s probably one in a thousand.  Poor Kenny!  He pointed to the now vacant seat.

(คำแปล)

พี่ชายของผม:  สุภาพบุรุษ

               เรื่องราวของเซอร์วอลเตอร์ ราเล่ย์ ผู้ซึ่งปู (spread) เสื้อคลุม (cloak) ของตนลงบนพื้นดิน เพื่อกันมิให้พระราชีนีอลิซเบธต้องพบความยากลำบาก (hardship) ในการเดินข้ามแอ่งน้ำเล็กๆ (puddle) ที่เป็นโคลน (muddy) สามารถทำให้ขุนนาง (nobleman) ผู้นั้น (เซอร์วอลเตอร์) มีคุณสมบัติพอ (qualify) สำหรับรางวัลในฐานะคนมีไหวพริบปฏิภาณ (tact) และการ(ได้รับ)อบรมเลี้ยงดู (breeding) ที่ดี  พี่ชายของผม, เคนนี่ ซึ่งเป็นชายโสด (bachelor) ที่มีความสนใจอย่างกระตือรือร้น (keen) ในวิชาประวัติศาสตร์ มีความประทับใจ (impressed) ในเกร็ดความรู้ (anecdote) อันนั้น (การที่เซอร์วอลเตอร์ปูเสื้อคลุมลงบนพื้นเพื่อให้ราชินีเหยียบไม่โดนโคลน) และคิดว่าเขา(พี่ชาย)อาจจะแสดงการ(ได้รับ)อบรมเลี้ยงดู (upbringing) อย่างยอดเยี่ยมของเขาในสถานการณ์ที่คู่ขนานกัน (เหมือนที่เซอร์วอลเตอร์ทำ)  ดังนั้น เขา (พี่ชาย) จึงตัดสินใจที่จะสละ (abandon) ที่นั่งบนรถไฟใต้ดินเพื่อเห็นแก่ (in favor of) ผู้หญิงที่ยืนอยู่ข้างๆ

               แม้ว่าจะไม่คุ้นเคย (unaccustomed) กับการปฏิบัติที่เอื้อเฟื้อ (generous) ดังกล่าว  หญิงสาวคนนั้นก็ยินดีรับการเสนอ (สละที่นั่ง) ของเคนนี่  อย่างไรก็ตาม แฟนที่ขี้หึง (jealous) ของเจ้าหล่อนก็สบถ (พูด) คำสาปแช่ง (oath) ผ่านลมหายใจของตัวเอง  เพราะเขาคิดว่าพี่ชายของผมกำลังจีบ (flirting) แฟนของตน ทั้งนี้ ผม (ผู้เขียนเรื่องนี้)ไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับจำนวนของชายหนุ่มผู้ประสบปัญหาที่คล้ายๆกัน(กับของพี่ชายผม) อันเป็นผลมาจากอากัปกิริยา (gesture)  ที่ชอบเอาอกเอาใจ (หรือให้ความเคารพ) ผู้หญิง (gallant)  แต่มันอาจเป็นเพียง ๑ ใน ๑,๐๐๐ (ตัวอย่างของปัญหา) เท่านั้น (คือพยายามเอื้อเฟื้อต่อผู้หญิง แต่แฟนของหล่อนเข้าใจผิด คิดว่าจะไปจีบ)  เคนนี่ที่น่าสงสารเอ๋ย ! เขา (เคนนี่) ชี้ไปที่เก้าอี้ที่ว่างเปล่า (vacant) ในขณะนี้ (อาจเป็นเก้าอี้ในรถไฟใต้ดิน หรือที่บ้านก็ได้ เพราะต้องการให้น้องชายผู้เล่าเรื่องนี้รู้ว่า เก้าอี้แบบนี้แหละ ที่ทำให้เกิดปัญหากับตนเอง)

ตัวอย่างการใช้คำศัพท์ในประโยค (เพิ่มเติม)

1.     As I looked at the data which the salesman showed me, I knew that I was getting more and more mixed up. (ขณะที่ผมมองดูข้อมูลที่พนักงานขายแสดงให้ผมดู ผมก็ยิ่งสับสน (งง) มากขึ้นมากขึ้น)

2.     I used tact when I told my fat uncle that his extra weight made him look better. (ผมใช้ไหวพริบ (ในการพูด) เมื่อผมบอกลุงที่อ้วนของผมว่าน้ำหนักส่วนเกินของแก  ทำให้แกดู (มีลักษณะ) ดีขึ้น)

3.     When the guard saw that the cot was vacant, he realized that the prisoner had left the jail. (เมื่อยามเห็นว่ากรงขังว่างเปล่า  เขาตระหนักว่านักโทษได้ออกจากคุกไปแล้ว)

4.     Although he took an oath on the Bible, Billy lied to the jury. (แม้ว่าเขาจะสาบานต่อคัมภีร์ไบเบิ้ล  บิลลี่ก็ยังโกหกคณะลูกขุน)

5.     My aunt was so jealous of our new couch that she bought one just like it. (ป้าของผมอิจฉาเก้าอี้โซฟา (เก้าอี้นอน) ตัวใหม่ของเรามากจนกระทั่งแกไปซื้อเก้าอี้มา ๑ ตัวเหมือนของเราเลย)

6.     I enjoyed reading the story of the gallant man who put his cloak over a mud puddle so that the queen would not dirty her feet. (ผมสนุกกับการอ่านเรื่องราวของผู้ชายที่ชอบเอาใจผู้หญิง ผู้ซึ่งปูเสื้อคลุมของเขาบนแอ่งน้ำที่เป็นโคลนเพื่อที่ว่าพระราชินีจะได้ไม่ต้องเท้าเปื้อน – เมื่อเดินย่ำไปบนโคลน)

7.     The loss of Kim’s eyesight was a hardship which she learned to live with. (การสูญเสียการมองเห็นของคิมเป็นความยากลำบากซึ่งเธอได้เรียนรู้ที่จะต้องอยู่กับมัน)

8.     The driver was forced to abandon his car when two of the tires became flat. (ผู้ขับขี่ถูกบังคับให้ทิ้งรถของเขาเมื่อยางรถ ๒ เส้นเกิดแบน)

9.     Betty could not qualify for the Miss Teenage America Contest because she was 22 years old. (เบ็ตตี้ไม่สามารถมีคุณสมบัติสำหรับการประกวดมิสทีนเอจอเมริกา  เพราะว่าเธออายุ ๒๒ ปีแล้ว – คืออายุเกิน)

10.   The blade was so keen that I cut myself in four places while shaving. (ใบมีดคมมากจนกระทั่งผมทำมีดบาดตัวเอง ๔ แห่งขณะกำลังโกนหนวด)

11.    Unaccustomed to being kept waiting, the angry woman marched out of the store. (เพราะไม่คุ้นเคยกับการถูกทำให้ต้องรอคอย  ผู้หญิงที่โมโหคนนั้นเลยเดินออกจากร้านไป)

12.    Because he was a bachelor, the movie actor was invited to many parties. (เพราะว่าเขาเป็นชายโสด  นักแสดงหนังคนนั้นจึงได้รับเชิญไปงานเลี้ยงมากมาย)

หมวดคำศัพท์ TOEFL (ตอนที่ 2)

Abroad (อะ-บร้อด) (adv.) – ไปยังหรือในต่างประเทศ, ต่างประเทศ, แพร่หลายไปทั่ว

Abrupt (อะ-บรั๊พท) (a) – ทันที, ทันใด, ปัจจุบันทันด่วน,  ฉับพลัน, ฉุกเฉิน, หยาบ, หยาบคาย, ชันมาก, (คำพูด) สั้นและห้วน

Accept (แอค-เซ้พท) (v) – รับ, ยอมรับ, ตกลง, เห็นด้วย

Acceptable (แอค-เซ้พ-ทะ-เบิ้ล) (a) – ซึ่งยอม รับได้, น่าพอใจ, เห็นด้วย, ถูกใจ, ยินดีต้อนรับ

Acclaim (อะ-เคลม) (v – n) – เปล่งเสียงด้วยความยินดี, โห่ร้องต้อนรับ, เห็นด้วยหรือสรรเสริญอย่างเปิดเผย, สนับสนุนด้วยการโห่ ร้อง, เสียงไชโยโห่ร้อง, การโห่ร้องต้อนรับ, การสรรเสริญด้วยเสียงอันดัง

Acclaimed (อะ-เคลม-ดึ) (a) – ซึ่งได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น, ซึ่งได้รับการโห่ร้องต้อนรับ, ซึ่งได้รับการยกย่อง-สรรเสริญ

Acclamation (แอค-คละ-เม้-ชั่น) (n) – การเปล่งเสียงด้วยความยินดีหรือสนับสนุน

Actual (แอค-ช่วล) (a) – จริง, ตามความเป็นจริง, ซึ่งเป็นอยู่ในปัจจุบัน, ในสภาพปัจจุบัน

 

Actually (adv.) – ตามความเป็นจริง

Actuality (n) – ความเป็นจริง

Adverse (แอ๊ด-เวอส) (a) – ตรงกันข้าม, เป็นปฏิปักษ์, เป็นผลร้าย, ไม่น่ายินดี, ไม่เอื้ออำนวย, เลว

Adverseness (n) – ความเป็นปฏิปักษ์-เป็นผลร้าย-ไม่น่ายินดี-ไม่เอื้ออำนวย, ความเลวร้าย (ของอากาศ)

Adversity (แอด-เว้อ-ซี-ที) (n) – ความเคราะห์ร้าย, ภัยพิบัติ, ความยากลำบากและปัญหาที่ต้องเผชิญ

Advice (แอด-ไว้ซ) (n) – คำแนะนำ, ข้อคิดเห็น, ความเห็น, การบอกข่าว, รายงาน

 

Advise (แอด-ไว้ส) (v) – แนะนำ, เตือน, ให้ความเห็น, บอกข่าว

Advisable (แอด-ไว้-ซะ-เบิ้ล) (a) – สมควร, ซึ่งแนะนำให้ทำ

Attract (อะ-แทร้คท) (v) – ดึงดูดใจ, จูงใจ, (แม่เหล็ก) ดึงดูด, กระตุ้นความสนใจ, ล่อใจ

Attraction (แอท-แทร้ค-ชั่น) (n) – ความดึงดูด-จูงใจ-ล่อใจ, เสน่ห์, แรงดึงดูด, สิ่งหรือบุคคลที่ดึงดูดความสนใจ

Attractive (อะ-แทร้ค-ทิฟว) (a) – มีเสน่ห์, ซึ่งดึงดูดความสนใจหรือล่อใจ, มีแรงดึงดูด

Autonomous (ออ-ท้อน-โน-มัส) (a) – มีอิสระ, เป็นเอกราช, มีอำนาจปกครองตนเอง

Autonomy (n) – การปกครองตนเอง, เอกราช, อำนาจปกครองตนเอง, สิทธิในการปกครองตัวเอง

Chronic (คร้อน-นิค) (a) – เรื้อรัง, ยาวนาน, เป็นประจำ, เป็นนิสัย

Disapprove (ดิส-อะ-พรู้ฟว)  (v) – ไม่เห็นด้วย, ไม่พอใจ, รัง เกียจ, ไม่อนุญาต

Disapproval (ดิส-อะ-พรู้-เวิ่ล) (n) – ความไม่เห็นด้วย, ความไม่พอใจ, การไม่อนุญาต, สีหน้าหรือคำพูดที่แสดงความไม่เห็นด้วย

Disrupt (ดิส-รั้พท) (v) – ทำให้ยุ่งเหยิง, ทำให้สับสน, รบกวน, ขัดขวาง, ขัดจังหวะ, ทำให้แตกแยกออก

Disruption (n) – การขัดขวาง, การรบกวน, การทำให้ยุ่งเหยิง-สับสน, การทำให้แตกแยกออกเป็นชิ้นๆ, ภาวะที่ถูกทำให้แตกแยกออก

Disruptive (a) – ซึ่งก่อให้เกิดความสับสนหรือ ขัดขวาง-ขัดจังหวะ, ซึ่งรบกวน

Haphazard (แฮพ-แฮ้ซ-เซิร์ด) (a) – โดยบังเอิญ, ตามอำเภอใจ, ไม่มีการวางแผน, ไม่เป็นระเบียบ, ไร้จุดหมาย

Persist (v) – ยืนกราน, ยืนหยัด, ดื้อรั้น, ดื้อ,  เพียร, ทนทาน, ทำต่อไปอย่างดื้อรั้นหรือมุ่งมั่นทั้งๆที่มีอุปสรรค, พากเพียร, คงมีอยู่ต่อไป

Persistent (a) – ซึ่งยืนกราน-ยืนหยัด-ดื้อ-ดื้อรั้น, ต่อเนื่อง, สม่ำเสมอ, ไม่ยอมแพ้, ซึ่งแน่วแน่ในการกระทำหรือตัดสินใจ

Persistence (persistency) (n) – การยืนกราน-ยืนหยัด, ความดื้อรั้น, ความทนทาน, ความต่อเนื่อง, การมีอยู่เรื่อยไป

Postpone (โพสท-โพ่น) (v) – เลื่อนออกไป, เลื่อนเวลา, ยืดเวลา, ถ่วงเวลา, ทำให้ล่าช้า

Postponement (โพสท-โพ้น-เมิ่นท) (n) – การเลื่อนออกไป,  การเลื่อนเวลา-ยืดเวลา, การทำให้ล่าช้า

Withdraw (v) – ถอน (เงิน), ถอนตัว (จากการแข่งขัน), ถอนคืน, เก็บคืน, ดึงกลับ, เอากลับ, ชัก กลับ, หด, เลิกใช้, ปลีกตัวทางสังคมหรือทางอารมณ์

Withdrawal (วิธ-ดร๊อ-เอิ้ล) (n) – การถอนตัว, การเอากลับ, การดึงกลับ, การถอน (เงิน, ทหาร, คำพูด)

Valid (แว้ล-ลิด) (a) – มีเหตุผล, มีมูล, มีหลักฐาน, เป็นไปตามข้อเท็จจริง, ใช้ได้, ฟังขึ้น, ให้ผลที่ต้อง การ, สมบูรณ์, ชอบด้วยกฎหมาย, มีผลทางกฎหมาย, มีผลบังคับใช้, แข็งแรง, มีสุขภาพดี

Validity (n) – ความมีเหตุผล-มีหลักฐาน, ความสมบูรณ์, ความชอบด้วยกฎหมาย, ความใช้ได้-ฟังขึ้น

Validate (แว้ล-ลิ-เดท) (v) – ทำให้มีเหตุผล, ทำให้มีหลักฐาน, ทำให้สมบูรณ์, ทำให้ฟังขึ้น, ทำให้ถูกกฎหมาย, ทำให้มีผล, ทำให้เป็นทางการ

Criticize (คริท-ทิ-ไซส) (= criticise) (v) – วิจารณ์, จับผิด, แสดงความไม่เห็นด้วย

Criticism (คริท-ทิ-ซิส-ซึ่ม) (n) – การวิจารณ์, การติเตียน, การจับผิด, บทวิจารณ์, วิธีการวิจารณ์

Critical (คริท-ทิ-เคิ่ล) (a) – เกี่ยวกับการวิจารณ์-วิเคราะห์, ซึ่งติเตียน, เกี่ยวกับวิกฤติกาล, เกี่ยวกับความเป็นความตาย, อันตราย, สำคัญมาก

Critique (คริ-ที้ค) (n) – บทวิจารณ์, บทวิจารณ์สั้นๆ, วิธีการวิจารณ์

Critic (คริท-ทิค) (n) – นักวิจารณ์, ผู้วิเคราะห์, ผู้ติชม, ผู้ติเตียน, ผู้ชอบนินทา

 

 

การใช้คำศัพท์ในประโยค

1.     a) Her family often travels abroad. (ครอบครัวของเธอเดินทางไปต่างประเทศบ่อยๆ)

       b) Living abroad can be an educational experience. (การอาศัยอยู่ในต่างประเทศสามารถเป็นประสบการณ์ทางการศึกษา)

       c) Traveling abroad is exciting. (การเดินทางไปต่างประเทศน่าตื่นเต้นทีเดียว)

2.     a) A good actor is willing to accept criticism. (นักแสดงที่ดีเต็มใจยอมรับการวิจารณ์) 

        b) She accepted an invitation to my birthday party. (เธอยอมรับการเชิญมางานวันเกิดของผม)

        c) The students immediately accepted their new classmate. (พวกนักเรียนยอมรับเพื่อนร่วมชั้นคนใหม่ของพวกเขาโดยทันที)

        d) The idea was acceptable to everyone. (ความคิดเป็นที่ยอมรับได้กับทุกคน)

        e) The registrar accepted more applicants than he should have. (นายทะเบียน – หรือเหรัญญิก – รับผู้สมัครมากกว่าที่เขาควรทำ – คือจริงๆแล้วควรรับน้อยกว่านี้)

3.     a) There was an abrupt change in the weather. (มีการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันของดินฟ้าอากาศ)

        b) There is an abrupt incline in bird population in this area. (มีการลดลงอย่างฉับพลันของประชากรนกในพื้นที่นี้)

        c)  He gave an abrupt reply. (เขาให้คำตอบอย่างสั้นๆและห้วน – คือไม่สุภาพ)

        d) After the incident everyone left abruptly. (หลังจากเหตุการณ์นั้น ทุกคนจากไปอย่างทันทีทันใด)

        e) She stopped her car abruptly. (เธอหยุดรถอย่างทันทีทันใด)

        f) The slope was so abrupt that we nearly fell. (ทางลาดเอียงชันมากจนกระทั่งเราเกือบหกล้ม)

4.     a) The actual time allotted to complete the test is two hours. (เวลาจริงๆที่จัดสรรให้ตอบแบบทดสอบคือ ๒ ชั่วโมง)

        b) These are his actual words. (เหล่านี้คือคำพูดที่แท้จริงของเขา)

        c) Face up to the actuality of the situation. (จงเผชิญหน้ากับความเป็นจริงของสถานการณ์)

        d) Actually he didn’t go after all. (จริงๆแล้ว เขาไม่ได้ไปแต่อย่างใด)

        e) They were actually very good football player. (พวกเขาเป็นนักฟุตบอลที่ดีอย่างแท้จริง)

        f) That is not actually true. (นั่นไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องอย่างแท้จริง)

5.     a) All the newspaper acclaimed the soldiers for their bravery. (หนังสือพิมพ์ทุกฉบับโห่ร้องต้อนรับทหารในความกล้าหาญของพวกเขา)

        b) The critics acclaim the new play. (นักวิจารณ์ยกย่องสรรเสริญละครเรื่องใหม่อย่างเปิดเผย)

        c) They greeted the winner with loud acclaim. (พวกเขาต้อนรับผู้ชนะด้วยเสียงไชโยโห่ร้องดังสนั่น)

        d) The local band has won acclaim abroad. (วงดนตรีท้องถิ่นได้รับการโห่ร้องต้อนรับในต่างประเทศ)

        e) The acclamations of the crowd were deafening. (เสียงโห่ร้องต้อนรับ – นักร้อง – ของฝูงชนน่าหนวกหู)

         f) Acclaimed authors often win Pulitzer Prizes. (นักเขียนที่ได้รับการยกย่องสรรเสริญมักจะได้รางวัลพิวลิตเซ่อร์)

6.      a) Adverse weather conditions made it difficult to play the game. (สภาพอากาศที่เลวร้ายทำให้ยากที่จะเล่นกีฬา)

         b) The judge gave an adverse decision. (ผู้พิพากษาทำการตัดสินใจในทางร้าย – คือสั่งจำคุกจำเลย)

         c) Paul struggled against adverse circumstances. (พอลต่อสู้ดิ้นรนในสถานการณ์ที่เลวร้าย – หรือไม่เอื้ออำนวย)

         d) An adverse wind delayed the ship. (ลมที่ไม่เอื้ออำนวย – หรือเป็นปฏิปักษ์ – ทำให้เรือออกเดินทางล่าช้า)

         e) His indecision adversely affected his job performance. (การไม่ตัดสินใจของเขามีผลกระทบในทางเลวร้ายต่อการทำงานของเขา)

7.      a) They encountered many days of adversity. (เขาเผชิญหน้ากับความทุกข์ยากลำบากอยู่หลายวัน)

         b) We continue to fight in the face of adversity. (เราต่อสู้ต่อไปในการเผชิญหน้ากับความเคราะห์ร้าย – หรือภัยพิบัติ)

8.       a) I would advise you to save your money. (ผมอยากแนะนำคุณให้ประหยัดเงินของคุณไว้)

         b) The campers were advised about the danger of touching the plants. (นักตั้งแค้มป์ถูกเตือนเกี่ยวกับอันตรายของการสัมผัสพืช – ที่มีพิษ)

         c) Good advice is hard to find. (คำแนะนำดีๆหาได้ยาก)

         d) It is not advisable to stay up late the day before a test. (มันไม่สมควรที่จะอยู่จนดึกในวันก่อนการสอบ)

         e) It is advisable to cross the river by a bridge. (ขอแนะนำให้ข้ามแม่น้ำโดยใช้สะพาน)

9.      a) A magnet attracts iron. (แม่เหล็กดึงดูดเหล็ก)

         b) Light attracts moths. (แสงดึงดูดแมงเม่า)

         c) A courteous man attracts friends easily. (คนสุภาพดึงดูดเพื่อนได้โดยง่าย)

         d) His strange clothes attracted some curious looks. (เสื้อผ้าที่แปลกของเขาดึงความสนใจจากการมองที่อยากรู้อยากเห็น)

         e) Toys have an attraction for children. (ของเล่นมีแรงดึงดูด – หรือสิ่งล่อใจ – สำหรับเด็ก)

         f) The Grand Canyon is a popular tourist attraction. (แกรนด์แคนย่อนเป็นสิ่ดึงดูดใจนักท่องเที่ยวที่เป็นที่นิยม)

         i) The major attraction of the show was a speech by the president. (สิ่งดึงดูดใจที่สำคัญของการแสดงคือสุนทรพจน์ของท่านประธาน)

         j) Going on a cruise is an attractive idea. (การเดินทางบนเรือท่องเที่ยวเป็นความคิดที่มีเสน่ห์ดึงดูดใจ)

         k) She is an attractive girl. (เธอเป็นผู้หญิงที่มีเสน่ห์)

         l) The idea of working four, ten-hour work days was attractive to the employees. (ความคิดของการทำงานในวันทำงานวันละ ๑๐ ชั่วโมง (อาทิตย์ละ) ๔ วัน ดึงดูดใจแก่ลูกจ้าง)

10.    a) The nation consists of a few autonomous states. (ประเทศนั้นประกอบด้วยรัฐที่มีอิสระปกครองตนเองไม่กี่รัฐ)

         b) Mexico became an autonomous state in 1817. (เม็กซิโกเป็นรัฐมีเอกราชในปี ๑๘๑๗)

         c) Although working closely with the government, all businesses function autonomously. (ถึงแม้ทำงานอย่างใกล้ชิดกับรัฐบาล  ธุรกิจทั้งหมดทำงานอย่างเป็นอิสระ)

         d) After the Second World War, Britain granted many of its colonies autonomy. (ภายหลังสงครามโลกครั้งที่ ๒  อังกฤษมอบอำนาจในการปกครองตนเองให้กับอาณานิคมจำนวนมากของตน)

11.     a) John has a chronic cough. (จอห์นมีการไอเรื้อรัง)

         b) Jimmy is a chronic complainer. (จิมมี่เป็นคนชอบร้องเรียนเป็นนิสัย – หรือเป็นประจำ)

         c) The author’s chronic headache prevented her from finishing the chapter. (การปวดหัวแบบเรื้อรังของผู้เขียนขัดขวางเธอจากการเขียนบทนั้นให้จบ)

         d) He is chronically late to class. (เขามาเรียนสายเป็นประจำ)

12.    a) Mary wanted to go out but her mother disapproved. (แมรี่ต้องการออกไปข้างนอก  แต่แม่ของเธอไม่เห็นด้วย)

         b) His father disapproved of his choice of clothes. (พ่อของเขาไม่เห็นด้วย – หรือไม่พอใจ – การเลือกเสื้อผ้าของเขา)

         c) The students disapproved of the plan of study. (นักเรียนไม่เห็นด้วยกับแผนการเรียน)

         d) They viewed the dirty streets with disapproval. (พวกเขามองถนนที่สกปรกด้วยความไม่เห็นด้วย – หรือความไม่พอใจ)

         e) Their disapproval of the plan caused the experiment to be abandoned. (การไม่เห็นด้วยของพวกเขากับแผนการ  เป็นเหตุให้การทดลองต้องถูกละทิ้งไป)

13.     a) Tom disrupted our plan to go fishing. (ทอมขัดขวางแผนการของเราที่จะไปตกปลา)

         b) Strikers may disrupt the normal life of a community. (ผู้ประท้วงอาจจะขัดขวางชีวิตปกติของชุมชน)

         c) Storm caused a disruption in bus service. (พายุก่อให้เกิดการขัดขวาง หรือขัดจังหวะการบริการรถประจำทาง)

         d) Fog caused a disruption of the train service. (หมอกก่อให้เกิดการขัดขวาง – หรือขัดจังหวะ – บริการรถไฟ)

         e) That naughty child is disruptive in class. (เด็กที่ซุกซนคนนั้นทำให้เกิดความสับสนวุ่นวาย – หรือขัดจังหวะ - ในห้องเรียน)

         f) Frequent questioning during lectures can be disruptive. (การถามบ่อยๆในระหว่างการบรรยายสามารถขัดจังหวะได้)

14.     a) Susan completed the assignment in a haphazard way. (ซูซานทำงานที่ได้รับมอบหมายเสร็จในแบบไม่มีการวางแผน)

          b) Those books piled haphazardly on the table. (หนังสือเหล่านั้นวางกองอย่างไม่เป็นระเบียบบนโต๊ะ)

          c) It was obvious that the house was built haphazardly. (เห็นได้ชัดว่าบ้านถูกสร้างอย่างไม่มีการวางแผน – หรือตามอำเภอใจ)

15.     a) Men still persist in the belief that they are superior to women. (ผู้ชายยังคงยืนกรานในความเชื่อที่ว่าพวกเขาเหนือกว่าผู้หญิง)

         b) The children persist in doing what they have been forbidden to do. (เด็กๆดื้อรั้นในการทำในสิ่งที่พวกเขาถูกห้ามไม่ให้ทำ)

         c) Her persistence paid off when she eventually got what she wanted. (ความบากบั่นพยายามของเธอให้ผล  เมื่อเธอได้ในสิ่งที่เธอต้องการในที่สุด)

         d) The persistent salesman wouldn’t stop talking. (นักขายซึ่งมุ่งมั่น -ไม่ยอมแพ้คนนั้นไม่ยอมหยุดพูด – คือจะเสนอขายให้ได้)

         e) The attorney’s persistent questioning weakened the witness. (การถามคำถามอย่างต่อเนื่องของอัยการทำให้ (คำให้การของ) พยานอ่อนลง)

          f) English pronunciations which have died out in Britain persist in the USA. (การออกเสียงภาษาอังกฤษซึ่งเลิกใช้ไปแล้วในอังกฤษยังคงมีอยู่ – หรือมีใช้ – ในสหรัฐฯ)

          g) She has a persistent cold which she can’t shake off. (เธอมีไข้หวัดอย่างต่อเนื่องซึ่งเธอไม่สามารถกำจัดทิ้งได้)

          h) The persistence of the drought threatens this year’s harvest. (ความต่อเนื่องของความแห้งแล้งคุกคามผลหรือปริมาณที่เก็บเกี่ยวได้ของปีนี้)

          i) He persistently denies involvement in the affair. (เขาปฏิเสธอย่างยืนหยัด – หรือแน่วแน่ – กับการเกี่ยวข้องพัวพันในเรื่องนั้น – คือบอกว่าตัวเองไม่เกี่ยวข้องด้วย)

16.    a) The referees decided to postpone the football match. (กรรมการตัดสินใจเลื่อนการแข่งขันฟุตบอลออกไป)

         b) Because of the rain, we had to postpone the match for a week. (เนื่องมาจากฝน  เราจำเป็นต้องเลื่อนการแข่งขันออกไปอีก ๑ สัปดาห์)

         c) Do not postpone caring for your teeth. (จงอย่าผัดผ่อนการดูแลเอาใจใส่ฟันของคุณ)

         d) The postponement of the meeting upset the impatient club members. (การเลื่อนการประชุมออกไปทำให้สมาชิกชมรมที่กระวนกระวาย (หรือไม่อดทน) ไม่พอใจ)

         f) The bride’s illness led to the postponement of the wedding. (การเจ็บป่วยของเจ้าสาวนำไปสู่การเลื่อนการแต่งงานออกไป)

17.    a) The player withdrew from the competition. (ผู้เล่นถอนตัวจากการแข่งขัน)

         b) The firemen had to withdraw from the burning building or be injured. (นักดับเพลิงจำเป็นต้องถอนตัวจากอาคารที่กำลังไฟไหม้  หรือมิฉะนั้นจะได้รับอันตราย)

         c) He had to withdraw unkind words and apologized. (เขาจำเป็นต้องถอนคำพูดและขอโทษ)

         d) The company had to withdraw the faulty goods from the shops. (บริษัทจำเป็นต้องเรียกคืนสินค้าที่ชำรุด-มีตำหนิ จากร้านค้าต่างๆ)

         e) The general withdrew his troops after they lost the battle. (ท่านนายพลถอนทหารของเขาภายหลังที่พวกเขาพ่ายแพ้ในการรบ)

         f) The injured horse was withdrawn from the race. (ม้าที่ได้รับบาดเจ็บถูกถอนตัวจากการแข่งขัน)

         g) She made a withdrawal of $ 300 from her bank account to pay tuition. (เธอทำการถอนเงินจำนวน ๓๐๐ เหรียญจากบัญชีธนาคารของเธอเพื่อจ่ายค่าเล่าเรียน)

         h) He apologized and withdrew his insulting comments. (เขาขอโทษและถอนคำวิจารณ์ที่ดูหมิ่นดูแคลนของเขา)

         i) She withdrew from society when the scandal became public. (เธอปลีกตัวจากสังคมเมื่อเรื่องอัปยศ-อื้อฉาว เปิดเผยสู่สาธารณะ)

         j) He is a shy, withdrawn child. (เขาเป็นเด็กขี้อายและปลีกตัวจากสังคม)

18.   a) The students has a valid reason for missing class. (พวกนักเรียนมีเหตุผลที่ฟังขึ้นสำหรับการไม่เข้าเรียน)

        b) I felt that I had put forward valid arguments but the others felt they were invalid. (ผมรู้สึกว่าผมได้ให้เหตุผล – หรือข้อโต้แย้ง – ที่มีเหตุผลหรือหลักฐาน  แต่ว่าคนอื่นๆรู้สึกว่ามันไม่มีเหตุผลหรือฟังไม่ขึ้น)

        c) The professor questioned the validity of the test results. (อาจารย์ตั้งคำถามถึงความสมบูรณ์ของผลการทดสอบ)

        d) The results of the experiment validate her theory. (ผลของการทดลองทำให้ทฤษฎีของเธอมีความสมบูรณ์หรือถูกต้อง)

        e) You need a valid passport to travel overseas. (คุณต้องการพาสพอร์ตที่สมบูรณ์ (ยังไม่หมดอายุ) เพื่อเดินทางไปต่างประเทศ)

        f) The lawyer questioned the validity of the will which had not been witnessed. (ทนายความซักถามความชอบด้วยกฎหมายของพินัยกรรมซึ่งไม่มีพยานรู้เห็น)

        g) Both sides must sign the contract to validate it. (ทั้งสองฝ่ายจะต้องลงนามในสัญญาเพื่อที่จะทำให้มันสมบูรณ์ – หรือชอบด้วยกฎหมาย)

19.   a) Parents often criticize their children’s behavior. (พ่อแม่มักจะจับผิด – หรือไม่เห็นด้วย - กับพฤติกรรมของลูกๆของตน)

        b) Constructive criticism is meant to encourage, not demoralize. (การวิจารณ์ที่สร้างสรรค์มีความมุ่งหมายที่จะให้กำลังใจ  มิใช่ทำให้เสียขวัญ)

       c) His criticism of my golf game was very helpful. (คำวิจารณ์หรือติเตียนของเขาที่มีต่อเกมกอล์ฟของผมช่วยเหลือผมได้อย่างมาก)

       d) Why is she so critical of her husband? (ทำไมเธอจึงจับผิดสามีของเธอมากจริงๆ)

       e) The film has received critical acclaim. (ภาพยนตร์ได้รับการสรรเสริญ – หรือโห่ร้องต้อนรับ – แบบวิพากษ์วิจารณ์)

       f) The experiment is at a critical stage. (การทดลองอยู่ในขั้นตอนที่สำคัญมาก)

       g) He is critically ill in the intensive-care ward. (เขาเจ็บป่วยอย่างถึงเป็นถึงตายอยู่ในห้องผู้ป่วยหนัก)

       h) The theater critic will review the new play in tomorrow’s newspaper. (นักวิจารณ์ละครจะวิจารณ์ละครเรื่องใหม่ในหนังสือพิมพ์ฉบับวันพรุ่งนี้)

       i) A critique is a critical essay or analysis. (บทวิจารณ์คือเรียงความหรือการวิเคราะห์แบบวิพากษ์วิจารณ์)

คำศัพท์เพิ่มเติม

1.     Each of our workers is trained to give your car a thorough (comprehensive) examination. (คนงานของเราแต่ละคนได้รับการฝึกฝนให้การตรวจสอบอย่างละเอียด (ครอบคลุม) แก่รถของคุณ)

2.     Tom Jones was undoubtedly the best singer in the choir when he was young. (ทอม โจนส์ เป็นนักร้องที่ดีที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัยในคณะนักร้องประสานเสียงในโบสถ์เมื่อเขายังเด็ก)

3.     He could approach the problem from all angles. (เขาสามารถเข้าสู่ปัญหาจากทุกแง่ทุกมุม)

4.     Mrs. Spector always wanted to be popular with her friends. (นางสเป็คเตอร์ต้องการเสมอที่จะเป็นที่นิยมในหมู่เพื่อนของเธอ)

5.     Why did you neglect cleaning your room today? (ทำไมคุณจึงละเลย (ไม่เอาใจใส่) ทำความสะอาดห้องของคุณวันนี้)

6.     The employee bought his boss a birthday present. (ลูกจ้างซื้อของขวัญวันเกิดให้เจ้านายของเขา)

7.     Rocco’s only defect was that he walked with a slight limp. (ข้อบกพร่องเพียงอย่างเดียวของร็อคโค่คือว่าเขาเดินด้วยขากะเผลกนิดหน่อย)

8.     None of the other poker players suspected that their friends would deceive (defraud) them in order to win. (ไม่มีผู้เล่นไพ่โป๊คเก้อร์คนอื่นๆสงสัยว่าเพื่อนของพวกเขาจะโกง (ต้มตุ๋น-หลอกลวง) พวกเขาเพื่อจะชนะ)

9.     When Cynthia realized that nobody liked her, she knew she had been deceived. (เมื่อซินเธียตระหนักว่าไม่มีใครชอบเธอ  เธอรู้ว่าเธอถูกต้ม-หลอกลวง)

10.   I could detect from the tone of his voice that he was in a bad mood. (ผมสามารถสืบหา (จับความ) จากน้ำเสียงของเขาว่าเขากำลังอารมณ์ไม่ดี)

11.   His client was happy with the work Terence had been doing for him. (ลูกความของเขามีความสุขกับงานที่เทอร์เร้นซกำลังทำให้)

12.   I do not want to do anything less than a comprehensive (thorough) job on my term paper. (ผมไม่ต้องการทำอะไรที่น้อยไปกว่างานที่ครอบคลุมกว้างขวาง (ละเอียดละออ) กับรายงานประจำภาคของผม)

 

The Health of Your Car

               The newest approach to automobile repair is the clinic, a place where car doctors go over an automobile in an attempt to detect defects.  Since the clinic does no repairs, its employees do not neglect the truth.  So many automobile owners feel that mechanics deceive them that the clinics, even though they undoubtedly charge high fees, are quite popular.

               The experts do a thorough job for each client.  They explore every part of the engine, body, and brakes; they do all kinds of tests with expensive machines.  Best of all, the comprehensive examination takes only about half an hour.  With the clinic’s report in your hand no mechanic will be able to defraud you by telling you that you need major repairs when only a small repair is necessary.

คำแปล (สุขภาพของรถของคุณ)

               วิธีการ (approach) ใหม่สุดสู่การซ่อมรถยนต์คือคลินิก, สถานที่ซึ่งหมอรถยนต์ตรวจรถด้วยความพยายามที่จะสืบหา (detect) จุดที่รถเสียต่างๆ (defects), เนื่องจากคลินิกไม่ได้ทำการซ่อม ลูกจ้าง (employees) ของคลินิกมิได้มองข้าม (neglect) ข้อเท็จจริงนี้  เจ้าของรถยนต์จำนวนมากรู้สึกว่าช่างเครื่องยนต์ (mechanics) หลอกต้ม (deceive) พวกเขา จนกระทั่งว่าคลินิก, แม้ว่าจะชาร์จค่าธรรมเนียมสูงอย่างไม่ต้องสงสัย (undoubtedly), กลับได้รับความนิยม (popular) อย่างมาก (เพราะจริงๆแล้ว ผู้เชี่ยวชาญของคลินิกเป็นผู้ซ่อมรถ มิใช่ช่างเครื่องยนต์ เหมือนอู่ซ่อมทั่วๆไป)

               ผู้เชี่ยวชาญทำงานที่ละเอียด (thorough) สำหรับลูกค้า (client) แต่ละคน  พวกเขาสำรวจทุกส่วนของเครื่องยนต์ ตัวถัง และเบรก พวกเขาทำการทดสอบทุกประเภทด้วยเครื่องจักรราคาแพง อนึ่ง ที่ดีที่สุด  การตรวจสอบอย่างครอบคลุม-แบบกว้าง (comprehensive) ใช้เวลาเพียงประมาณครึ่งชั่วโมง  ทั้งนี้ ด้วยรายงานของคลินิกในมือของคุณ ไม่มีช่างเครื่องฯคนใดจะสามารถหลอกต้ม (defraud) คุณโดยบอกคุณว่า คุณต้องการการซ่อมใหญ่ เมื่อการซ่อมแต่เพียงเล็กน้อยเท่านั้นที่จำเป็น

หมวดคำศัพท์ TOEFL (ตอนที่ 1)

           
          

Advantage (n) – ข้อได้เปรียบ, ความได้เปรียบ

Advantageous (แอด-แวน-เท้-เจียส) (a) – มีประโยชน์, ได้ประโยชน์, ได้กำไร

Advent (n) – การมาถึงหรือการปรากฏ (ของบางสิ่ง เช่น ไฟฟ้า, ถนน, โทรศัพท์ ฯลฯ)

Agile (แอ๊จ-ไจล หรือ แอ๊จ-จิล) (a) – คล่อง แคล่ว, ว่องไว, ปราดเปรียว, กระฉับกระเฉง, ฉลาด

Agility (อะ-จิ๊ล-ลิ-ที่) (n) – ความว่องไว-ปราดเปรียว-กระฉับกระเฉง, ความเฉลียวฉลาด

Albeit (ออล-บี๊-อิท) (conj.) – แม้ว่า, อย่างไรก็ตาม, แต่ทว่า

Appealing (อะ-พี้ล-ลิ่ง) (a) – มีเสน่ห์หรือน่าสนใจ, ล่อใจหรือยั่วยวนใจ (appeal –v- = ร้องขอ, อ้อนวอน, เรียกร้อง, อุทธรณ์, ร้องทุกข์)

Celebrated (เซล-ลี-เบร๊ท-ทิด) (a) – มีชื่อเสียง, โด่งดัง, รู้จักกันดีและเป็นที่นิยม, ได้รับยกย่อง

Circumvent (เซอร์-คัม-เว้นท) (v) – ล้อมรอบ, โอบรอบ, เดินรอบ, ใช้เล่ห์หนีรอดหรือหลบหลีก, แวดล้อมไปด้วยสิ่งเลวร้าย, หลบเลี่ยง

Circumvention (n) – การเดินรอบ-ล้อมรอบ, การหลบเลี่ยง, การใช้เล่ห์หนีรอดหรือหลบหลีก

Collide (คอล-ไลด) (v) – ชนหรือปะทะกันโครม, ขัดแย้ง, ไม่เห็นด้วย

Collision (คอล-ลิส-ชั่น) (n) – การปะทะหรือชนกันโครม, ความขัดแย้ง

Contemporary (คัน-เท้ม-โพ-รา-รี่) (a – n) – ทันสมัยมาก, ซึ่งเกิดขึ้นพร้อมกัน, เกี่ยวกับสมัยหรือรุ่นเดียวกัน, เกี่ยวกับสมัยปัจจุบัน, บุคคลที่ร่วมสมัยร่วมยุค

Distribute (ดิส-ทริ้บ-บิ้วท) (v) – แจก, จำแนก, จำหน่าย, แบ่งสันปันส่วน, แพร่, กระจาย

Distribution (ดิส-ทริ-บิ๊ว-ชั่น) (n) – การแจก, การจำแนก, การจำหน่าย, การแพร่, การแบ่งสันปันส่วน, การกระจาย

Encourage (เอน-เค้อ-ริจ) (v) – ส่งเสริม, สนับสนุน, ช่วย เหลือ, ให้กำลังใจ, กระตุ้น

Encouragement (n) – การส่งเสริม-สนับ สนุน, การให้กำลังใจ

Energetic (เอน-เนอะ-เจ๊ท-ทิค) (a) – กระฉับ กระเฉง, มีชีวิตชีวา, มีพลัง, มีกำลังวังชา, ชอบทำ งาน, ขะมักเขม้น

Frail (เฟรล) (a) – อ่อนแอ, แบบบาง, แตกง่าย, เปราะ, ชำรุดง่าย, จิตใจอ่อนแอ

Frailty (เฟร้ล-ที่) (= frailness) (n) – ความอ่อนแอ-แบบบาง-ชำรุดง่าย, ความเปราะ, การมีจิตใจอ่อนแอ

Heyday (เฮ้-เด) (n) – สมัยรุ่งเรืองที่สุด, ระยะที่ประสบความสำเร็จที่สุด, วัยหนุ่มสาวเต็มตัว, ความร่าเริงหรือเบิกบานใจอย่างมาก

Myth (มิธ) (n) – เรื่องที่แต่งขึ้น, นิยายโบราณ, ตำนาน, เรื่องอภินิหารที่เป็นนิยายหรือตำนานที่เล่าต่อๆกันมา

Refine (รี-ไฟน) (v) – ทำให้บริสุทธิ์, กลั่น, ซัก, ฟอก, ขัดเกลา, ทำให้สุภาพเรียบร้อย

Refinement (รี-ไฟ้น-เมิ่นท) (n) – การทำให้บริสุทธิ์, การกลั่นกรอง, ความประณีต, ความสุภาพเรียบร้อย, สิ่งที่ทำให้บริสุทธิ์แล้วหรือขัดเกลาแล้ว

Refinery (รี-ไฟ้-เนอ-รี่) (n) – โรงกลั่น, โรงกลั่นน้ำมัน, โรงทำน้ำตาล, โรงงานสกัด

Worthwhile (a) – คุ้มค่า, ควรค่า, คุ้มกับเวลาที่เสียไป คำนามคือ worthwhileness

Discard (v – ดิส-ค้าร์ด) (n – ดิส-คาร์ด) –  ทิ้ง, ละทิ้ง, ทอดทิ้ง, ทิ้งไพ่, บุคคลหรือสิ่งที่ถูกทอดทิ้ง, ไพ่ที่ทิ้งลง

Enterprise (n) – โครงการ, กิจการด้านธุรกิจ, แผนการ, บริษัท, วิสาหกิจ, อุตสาหกิจ, การเข้าร่วมกิจการดังกล่าว

Enterprising (a) – ซึ่งเต็มไปด้วยความริเริ่ม, กล้าได้กล้าเสีย, แคล่วคล่อง

Emerge (อิ-เมิ้ร์จ) (v) – โผล่ออกมา, ออกมา, ปรากฏออกมา, เริ่มมีชื่อเสียง, มีชีวิตผ่านประสบ การณ์ยากลำบาก (และมีผลลัพธ์อะไรบางอย่างตามมา)

Emergent (อิ-เม้อร์-เจิ้นท) (a) – ซึ่งโผล่ออก มา-ปรากฏออกมา, ฉุกเฉิน, ปัจจุบันทันด่วน, (ประ เทศ) เกิดขึ้นใหม่และมีเอกราช

Emergency (อิ-เม้อร์-เจิน-ซี่) (n) – ภาวะฉุก เฉิน, กรณีฉุกเฉิน, ภาวะปัจจุบันทันด่วน

Emergence (อิ-เม้อร์-เจิ้นซ) (n) – การโผล่ออกมา-ปรากฏออกมา, การเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อของพืช

 

การใช้คำศัพท์ในประโยค

1.     a) Being able to speak French is an advantage in Europe. (ความสามารถพูดภาษาฝรั่งเศสเป็นข้อได้เปรียบอย่างหนึ่งในยุโรป)

        b) He is always striving to gain an advantage over others. (เขาพยายามอยู่เสมอที่จะได้ความได้เปรียบเหนือคนอื่น)

        c) You should accept that advantageous offer to buy your old car. (คุณควรจะรับข้อเสนอที่ได้เปรียบ – หรือได้กำไร – อันนั้น ที่จะซื้อรถคันเก่าของคุณ)

        d) A thief may take advantage of your open window. (ขโมยอาจจะหาประโยชน์จากหน้าต่างที่เปิดไว้ของคุณ)

        e) Is there any advantage in arriving early? (มีประโยชน์ – หรือความได้เปรียบ – อะไรบ้างในการมาถึงแต่เนิ่นๆ)

        f) He was advantageously born into a rich family. (เขาเกิดมาอย่างได้เปรียบในครอบครัวที่ร่ำรวย)

2.    a) With the advent of computers, many tasks have been made easier. (ด้วยการปรากฏขึ้นของคอมพิวเตอร์ งานหลายอย่างถูกทำให้ง่ายขึ้น)

       b) The newspapers announced the advent of the concert season. (หนังสือพิมพ์ประกาศการมาถึงของฤดูกาลคอนเสิร์ต)

       c) This sort of work would have been inconceivable before the advent of microprocessors. (งานประเภทนี้จะไม่สามารถนึกคิดไปได้เลยก่อนการปรากฏขึ้นของไมโครโปรเซสเซ่อร์ส)

3.    a) Deer are very agile animals. (กวางเป็นสัตว์ที่ว่องไวปราดเปรียวมาก)

       b) He was quick and agile. (เขารวดเร็วและกระฉับกระเฉง)

       c) He leaped out of the car with surprising agility. (เขากระโดดออกจากรถยนต์ด้วยความคล่องแคล่วอย่างน่าประหลาด)

       d) She moved agilely across the stage. (เธอเคลื่อนย้ายอย่างคล่องแคล่วไปบนเวที)

4.    a) His trip was successful, albeit tiring. (การเดินทางของเขาประสบความสำเร็จ แต่ทว่า – หรือแม้ว่า - น่าเหน็ดเหนื่อย)

       b) Albeit difficult at times, speaking another language is rewarding. (แม้ว่าจะยากลำบากในบางครั้ง การพูด (ได้) อีกภาษาหนึ่งเป็นสิ่งคุ้มค่า)

       c) The company continues to publish, albeit irregularly, two journals. (บริษัทยังคงตีพิมพ์ต่อไป, แม้ว่าจะไม่สม่ำเสมอ, วารสาร ๒ ฉบับ)

5.    a) Working abroad is appealing to many people. (การทำงานในต่างประเทศน่าสนใจ – หรือยั่วยวนใจ – แก่คนจำนวนมาก)

       b) The idea of an overseas trip is appealing. (ความคิดที่จะเดินทางไปต่างประเทศน่าสนใจ – หรือล่อใจ ให้อยากไป)

       c) We appeal to you to stop teasing the boy. (เราร้องขอคุณให้หยุดยั่วเย้าเด็กคนนั้น)

       d) They appeal for mercy. (พวกเขาร้องขอความเมตตา)

       e) Through his speeches, the candidate appealed to the voters. (ผ่านทางสุนทรพจน์  ผู้สมัครแข่งขันอ้อนวอนผู้ลงคะแนน – ให้ช่วยลงคะแนนให้)

6.    a) The celebrated pianist will be giving a concert this weekend. (นักเปียโนชื่อเสียงโด่งดังคนนั้นจะมาแสดงคอนเสิร์ตปลายสัปดาห์นี้)

       b) San Francisco is celebrated for its multicultural makeup. (ซานฟรานซิสโกมีชื่อเสียงมากในเรื่องการสร้างวัฒนธรรมที่หลากหลาย)

7.    a) Anna often discarded one boyfriend after another. (แอนนาทิ้งแฟนของเธอคนแล้วคนเล่าเป็นประจำ)

       b) Asked why he had discarded his family traditions, Mr. Thomson remained mute. (เมื่อถูกถามว่าทำไมเขาจึงละทิ้งประเพณีของครอบครัว  นายทอมสันยังคงไม่ปริปาก – หรือนิ่งเงียบไม่ตอบ)

       c) Instead of discarding their old clothes, they gave them to the poor. (แทนที่จะทิ้งขว้างเสื้อผ้าเก่าๆ  พวกเขานำมันไปให้คนจน)

       d) Confident that he held a winning hand, Jim refused to discard anything. (เพราะมั่นใจว่าเขาถือไพ่เหนือกว่า – หรือถือมือชนะ – จิมปฏิเสธที่จะทิ้งไพ่ใบใดๆ)

       e) Her discard of the coat proved a mistake. (การทิ้งขว้างเสื้อโค้ทของเธอ พิสูจน์ว่าเป็นสิ่งผิดพลาด – เพราะเมื่อเวลาหนาวไม่มีเสื้อโค้ทใส่)

8.    a) We all know what they are trying to do and we must try to circumvent them. (เราทุกคนรู้ว่าพวกเขากำลังพยายามทำอะไร และเราจะต้องพยายามใช้เล่ห์หนีรอดหรือหลบหลีกพวกเขา)

       b) Although charging interest is contrary to their law, the landlords circumvent this by accepting a compulsory ‘gift’. (แม้ว่าการคิดดอกเบี้ยจะขัดแย้งกับกฎหมายของตน  เจ้าของที่ดินหลบเลี่ยงสิ่งนี้ด้วยการยอมรับ “ของขวัญ” ที่โดนบังคับ – คือรับดอกเบี้ยนั่นเอง แต่ไม่เรียกเป็นดอกเบี้ย โดยอาจเป็นค่าอะไรอย่างอื่น)

       c) The hacker attempted to circumvent the computer’s security system. (แฮคเก้อร์พยายามหลบหลีกระบบความปลอดภัยของคอมพิวเตอร์ – เพื่อเข้าไปแฮคข้อมูล)

       d) Circumvention of the freshman math requirement is possible. (การหลบเลี่ยง – ไม่ต้องลงเรียนวิชา – ข้อบังคับวิชาคณิตศาสตร์ของนักศึกษาปี ๑ มีความเป็นไปได้ – คืออาจไม่ต้องลงเรียนวิชานี้ก็ได้)

9.    a) Moon craters were caused when large asteroids collided with the moon. (หลุมบนดวงจันทร์ถูกทำให้เกิดขึ้นเมื่อดาวเคราะห์น้อยขนาดใหญ่พุ่งชนดวงจันทร์)

       b) Cars often collide on that blind corner. (รถยนต์ชนกันบ่อยๆที่มุมถนนบอด – มุมอับที่ทำให้มองไม่เห็นรถสวนมา – ตรงนั้น)

       c) There was a violent collision at the junction today. (มีการชนกันอย่างรุนแรงที่ชุมทาง – หรือจุดเชื่อมต่อ – วันนี้)

       d) The collision caused major damage to both cars. (การชนกันก่อให้เกิดความเสียหายอย่างมากกับรถทั้งสองคัน)

       e) Communism and capitalism have colliding ideologies. (ลัทธิคอมมิวนิสต์และทุนนิยมมีอุดมการณ์ที่ขัดแย้ง – หรือตรงข้ามกัน)

10.  a) Cervantes was a contemporary of Shakespeare. (กวีเซอร์แวนเตสเป็นบุคคลร่วมสมัย – คือเกิดยุคเดียวกัน – กับเช็คสเปียร์)

       b) This version, written in 1864, is a contemporary account of the Civil War. (เวอร์ชั่นนี้ – ของเหตุการณ์อะไรสักอย่างหนึ่ง – ซึ่งเขียนในปี ๑๘๖๔ เป็นเรื่องราวร่วมยุคสมัย – คือเกิดช่วงเวลาเดียวกัน - กับสงครามกลางเมืองของอเมริกา)

       c) Contemporary architecture makes very good use of space. (สถาปัตยกรรมสมัยใหม่ใช้พื้นที่ได้ดีมาก)

       d) My daughter doesn’t like contemporary furniture, she prefers antiques. (ลูกสาวของผมไม่ชอบเฟอร์นิเจอร์สมัยใหม่  เธอชอบของโบราณมากกว่า)

11.   a) Please distribute these food parcels to the needy. (โปรดแจกจ่ายห่ออาหารเหล่านี้ให้กับผู้ที่ขัดสน –  หรือยากจนมาก)

        b) Many publishers distribute their newspaper directly to homes in their area. (ผู้ตีพิมพ์จำนวนมากส่งหนังสือพิมพ์โดยตรงไปยังบ้านในพื้นที่ของพวกเขา)

        c) The distribution of seeds is very quick with this new machine. (การแจกจ่าย – หรือแบ่งปัน - เมล็ดพืชเป็นไปอย่างรวดเร็วด้วยเครื่องจักรใหม่ชิ้นนี้)

        d) The distribution of the mail was disrupted by floods. (การส่งพัสดุไปรษณีย์ถูกขัดขวางโดยน้ำท่วม)

        e) He makes extra money as a door-to-door pamphlet distributor. (เขาหาเงินพิเศษด้วยการเป็นผู้แจกจ่ายใบปลิวแบบส่งถึงบ้านต่อบ้าน)

         f) Schools should be evenly distributed in residential areas. (โรงเรียนควรถูกกระจาย (จำนวน) เท่าๆกันในพื้นที่อยู่อาศัย)

12.    a) The government cuts taxes in order to encourage spending. (รัฐบาลลดภาษีเพื่อส่งเสริมการใช้จ่าย)

         b) Teachers should encourage students to ask questions. (ครูควรส่งเสริม – หรือกระตุ้น – นักเรียนให้ถามคำถาม)

         c) His friends encouraged him in his attempt to stop smoking. (เพื่อนๆให้กำลังใจเขาในความพยายามที่จะหยุดสูบบุหรี่)

         d) The professor gave each student the encouragement that was needed to learn the material. (อาจารย์ให้การส่งเสริม – หรือการกระตุ้น –  อันเป็นที่ต้องการในการเรียนรู้หนังสือ-ตำรา แก่นักเรียนแต่ละคน)

         e) Encouragement can uplift a discouraged man. (การให้กำลังใจสามารถยกระดับ – หรือทำให้ขวัญดีขึ้น – (แก่) คนที่ท้อถอยหมดกำลังใจ)

         f) This is a very encouraging development. (นี่เป็นการพัฒนาซึ่งส่งเสริมสนับสนุน – ในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง)

         g) This strategy will encourage the export market. (ยุทธศาสตร์นี้จะกระตุ้นตลาดการส่งออก)

13.     a) Football is a very energetic game. (ฟุตบอลเป็นกีฬาที่มีชีวิตชีวา)

          b) Sam hasn’t been as energetic as he usually is. (แซมไม่กระฉับกระเฉง – หรือมีกำลังวังชา – เหมือนที่เป็นอยู่ตามปกติ)

          c) He paddled energetically against the current. (เขาพายเรืออย่างกระฉับ   กระเฉงทวนกระแสน้ำ)

          d) Children are usually full of energy. (พวกเด็กๆมักเต็มไปด้วยพลัง)

          e) The flu has left me drained of energy. (ไข้หวัดใหญ่ทำให้ผมหมดเรี่ยวแรงไปเลย)

          f) There’s a lot of energy in these batteries. (มีพลังงานมากมายในแบตเตอรี่เหล่านี้)

14.     a) The frail wings of the newborn bird could not lift it off the ground. (ปีกที่อ่อนแอ – หรือแบบบาง – ของนกเพิ่งเกิดตัวนั้นไม่สามารถยกมันขึ้นจากพื้นดิน – คือบินไม่ได้)

          b) Granny is very frail since her illness. (แกรนนี่อ่อนแอ – หรือสุขภาพไม่ดี – อย่างมากตั้งแต่ที่เจ็บป่วย)

          c) Because of his frailty, we had to lift him onto the bed. (เนื่องจากสุขภาพไม่ดีหรืออ่อนแอ  เราจำเป็นต้องหามเขาขึ้นเตียง)

          d) One of the frailties of human beings is laziness. (หนึ่งในบรรดาความอ่อนแอของมนุษย์คือความเกียจคร้าน)

15.     a) Many settlers became rich during the heyday of the California gold rush of the 1800s. (ผู้ตั้งรกรากจำนวนมากร่ำรวยในระหว่างยุครุ่งเรืองที่สุดของการตื่นทองในแคลิฟอร์เนียในช่วงทศวรรษ ๑๘๐๐)

         b) We are living in the heyday of digital communications. (เรากำลังมีชีวิตอยู่ในยุคที่รุ่งเรืองที่สุด – หรือประสบความสำเร็จมากที่สุด – ในการสื่อสารแบบดิจิทอล)

16.     a) Throughout history myths were created in an attempt to explain many common natural occurrences. (ตลอดเวลาในประวัติศาสตร์ นิยายปรำปราถูกสร้างขึ้นมาด้วยความพยายามที่จะอธิบายปรากฏการณ์ทางธรรมชาติทั่วๆไปจำนวนมาก)

          b) That culture has its own myth about the origins of life. (วัฒนธรรมอันนั้นมีนิยายโบราณของมันเองเกี่ยวกับต้นกำเนิดของชีวิต)

          c) A dragon is a mythical creature. (มังกรเป็นสัตว์ในนิยาย – หรือในจินตนาการ)

         d) Theories of racial or gender superiority are now regarded as myths(ทฤษฎีความเหนือกว่าเก่งกว่าทางเชื้อชาติหรือทางเพศ ในปัจจุบันถูกถือว่าเป็นเรื่องไม่จริง – หรือเรื่องที่แต่งขึ้น)

         e) Mythology is the study of legends and fables. (มิธอลโลยี่คือการศึกษาพวกตำนานและนิทานที่ให้คติ-สอนใจ)

17.     a) Factories must refine oil before it can be used as fuel. (โรงงานจะต้องกลั่นน้ำมันก่อนที่มันจะถูกใช้เป็นเชื้อเพลิง)

          b) At this factory we refine sugar by removing impurities. (ที่โรงงานแห่งนี้  เราทำให้น้ำตาลบริสุทธิ์โดยการกำจัดสิ่งที่ไม่บริสุทธิ์ต่างๆออกไป)

          c) The refinement of oil occurs at the refinery. (การกลั่นน้ำมันเกิดขึ้นที่โรงกลั่น)

          d) She practiced hard to refine her tennis strokes. (เธอฝึกซ้อมอย่างหนักเพื่อปรับปรุงการหวดลูกเทนนิสของเธอให้ดีขึ้น)

          e) She speaks with a refined, educated accent. (เธอพูดด้วยสำเนียงที่ขัดเกลาแล้ว (ไม่เหน่อ) และแบบคนมีการศึกษา)

          f) A person of refinement would never swear in public. (บุคคลที่มีการขัดเกลา (หมายถึงมีการปรับปรุงตัวหรือมีการศึกษา) จะไม่สบถสาบานในที่สาธารณะ)

18.     a) It was worthwhile waiting ten hours in line for the tickets. (มันคุ้มค่าที่จะรอคอย ๑๐ ชั่วโมงในแถวเพื่อ – ซื้อ – ตั๋ว)

          b) It is not worthwhile (= worth) going to all that trouble. (มันไม่คุ้มค่าเลยที่ต้องผจญปัญหาความยุ่งยากพวกนั้น)

          c) Nursing is a worthwhile profession. (พยาบาลเป็นอาชีพที่คุ้มค่า-ควรค่า – ต่อการเสียแรงเสียเวลาเล่าเรียน)

          d) It’s worthwhile to prepare for the TOEFL. (มันคุ้มค่าในการเตรียมตัวสอบโทเฟิล – เพราะช่วยให้สอบผ่านได้คะแนนดี)

19.     a) Conservative governments tend to favor private enterprise rather than nationalization. (รัฐบาลอนุรักษ์นิยมมีแนวโน้มที่จะชอบวิสาหกิจเอกชนมากกว่าการยึดเอากิจการต่างๆเข้าเป็นของรัฐ)

          b) This festival is a new enterprise which we hope will become an annual event. (งานนักขัตฤกษ์นี้เป็นโครงการ – หรือภารกิจ – ใหม่ซึ่งเราหวังว่าจะกลายเป็นงานประจำปี)

          c) The Wright brothers were enterprising young men. (พี่น้องตระกูลไร้ทเป็นคนหนุ่มที่กล้าได้กล้าเสีย – หรือเต็มไปด้วยความริเริ่ม)

          d) He must be an enterprising young man to make such a success of his small business during a recession. (เขาจะต้องเป็นคนหนุ่มที่กล้าได้กล้าเสีย – หรือเต็มไปด้วยความริเริ่ม – ถึงได้ประสบความสำเร็จในธุรกิจเล็กๆของเขาในระหว่างที่เศรษฐกิจตกต่ำ)

20.     a) The sun emerged from a bank of clouds. (ดวงอาทิตย์โผล่ออกมาจากกลุ่มเมฆ)

          b) The facts about the crime emerged after a long investigation. (ข้อเท็จ จริงเกี่ยวกับอาชญากรรมปรากฏออกมาภายหลังการสืบสวน-สอบสวนอย่างยาวนาน)

          c) He was young, but soon emerged as the leader of the group. (เขาเป็นคนหนุ่ม  แต่ในไม่ช้าได้กลายมา (ปรากฏออกมาว่า) เป็นผู้นำของกลุ่ม)

          d) She emerged from her ordeal a strong person. (เธอผ่านออกมาจากประสบการณ์ที่ยากลำบากอย่างแสนสาหัส กลายเป็นบุคคลที่เข้มแข็ง)

          e) The situation changed with the emergence of new facts. (สถานการณ์เปลี่ยนไปพร้อมกับการปรากฏขึ้นของข้อเท็จจริงใหม่ๆ)

          f) Emergent countries popped up all over Africa in the 20th century. (ประเทศซึ่งเกิดใหม่และมีเอกราชโผล่ขึ้นมาทั่วทวีปแอฟริกาในศตวรรษที่ ๒๐)

         g) I have the numbers of the police, ambulance and fire brigade on hand in case of an emergency. (ผมมีเบอร์โทรศัพท์ของตำรวจ รถพยาบาล และหน่วยดับเพลิง เตรียมพร้อมไว้ในมือในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน)

                                      
          
Subscribe to RSS - หมวดคำศัพท์ TOEFL