หมวดคำศัพท์ SAT

หมวดคำศัพท์ SAT (ตอนที่ 3)

           

           

Diminish (ดิ-มิ้น-นิช) (v) – ทำให้ลดน้อยลง, ลดน้อยลง, ค่อยๆเล็กลง, ดูหมิ่น

Diminution (ดิม-มิ-นิ้ว-ชั่น) (n) – การลดลง, การลดน้อยลง

Discern (ดิ-เซิ่ร์น) (v) – มองเห็น, มองออก, สังเกตออก, มองเห็นแต่ไม่ชัดเจน, ตระหนักและรู้ดี, เข้าใจ, รู้ดี, วิเคราะห์ออก, วินิจฉัยออก

Discerning (ดิ-เซิ้ร์น-นิ่ง) (a) – เข้าใจ, รู้ดี, หยั่งรู้, ฉลาด (เข้าใจอะไรง่าย)

Discernment (ดิ-เซิ้ร์น-เมิ่นท) (n) – ความสา  มารถในการเข้าใจ – มองการณ์ไกล, ความหยั่งรู้, ความฉลาดหลักแหลม

Discernible (ดิ-เซิ้ร์น-นิ-เบิ้ล) (a) – ซึ่งสามารถมองออก, ซึ่งสามารถวินิจฉัยได้

Diminutive (ดิ-มิ้น-นู-ทีฟว) (a - n) – เล็ก, จิ๋ว, แคระ, กระจุ๋มกระจิ๋ม, คนแคระ, คนที่มีรูปร่างเล็ก, สิ่งที่เล็ก

Disdain (ดิส-เดน) (v – n) – ดูถูก, ดูหมิ่น, เหยียดหยาม,รังเกียจ, การดูถูก-ดูหมิ่น, ความรู้สึกรังกียจ

Disdainful (a) – เป็นการดูถูก (ดูหมิ่น, เหยียดหยาม, รังเกียจ), ดูถูก, ดูหมิ่น, เหยียดหยาม

Dismantle (ดิส-แม้น-เทิ่ล) (v) – รื้อ (บ้าน, เครื่องจักร), ถอดออก, ปลด, เปลื้อง

Dismantlement (n) – การรื้อ, การถอดออก

Disparage (ดิส-แพ้ร์-ริจ) (v) – ทำให้เสื่อมเสีย, ทำให้ด้อยค่าหรือลดความสำคัญลง, ดูถูก, ดูหมิ่น, ใส่ร้าย, ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง

Disparagement (ดิส-แพ้ร์-ริจ-เมิ่นท) (n) – การดูถูก-ดูหมิ่น, การทำให้เสื่อมเสีย (ชื่อเสียงหรืออื่นๆ),สิ่งที่ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง

Disparity (ดิส-แพ้ร์-ริ-ที่) (n) – ความแตกต่างกัน, ความไม่เหมือนกัน, ความไม่เท่าเทียมกัน

 

Disperse (ดิส-เพอร์ส) (v) – ทำให้กระจายไป, ทำให้แพร่หลาย, ทำให้หายไป, ไล่ไป, กระจาย, หายไป

Dispersion (ดิส-เพ้อร์-ชั่น) (n) – การแพร่กระจาย, การกระจายหายไป, สภาพที่แยกกระจาย, การกระจายสีของแสงเมื่อผ่านปริซึม

Disposition (ดิส-โพ-ซิท-ชั่น) (n) – แนวโน้ม, อารมณ์, นิสัย, การจัดการ, การจัด, อำนาจในการควบคุม

Melancholy (เม้ล-เลิน-คอล-ลี่) (a – n) – หดหู่, ซึมเศร้า, สลดใจ, ซึ่งทำให้สลดใจ, ครุ่นคิดหนัก, ภาวะจิตใจหดหู่, ใจคอเหี่ยวแห้ง, อาการครุ่นคิดมาก

Dilatory (ดิ๊ล-ละ-ทอร์-รี่) (a) – ผัดวันประกัน พรุ่ง, เฉื่อย, ช้า, ซึ่งทำให้ช้า, ซึ่งถ่วง

Cheery (a) – ร่าเริง, เป็นสุข, สนุกสนาน

Optimistic (a) – ซึ่งมองโลกในแง่ดี

Pessimistic (a) – ซึ่งมองโลกในแง่ร้าย

Dissipated (ดิส-ซิ-เพ้-ทิด) (a) – ที่สำมะเลเท เมา, ซึ่งใช้จ่ายอย่างสุรุ่ยสุร่าย, หมดเรี่ยวแรง-กำลังวังชา

Dissipate (ดิส-ซิ-เพท) (v) – ใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือย, สำมะเลเทเมา, ทำให้กระจาย, หายไปโดยสิ้นเชิง

Distraught (ดิส-ทร้อท) (a) – จิตว้าวุ่น, คลุ้ม คลั่ง, บ้า, หัวหมุน, จิตใจสับสน

Distress (ดิส-เทรส) (n - v) – ความเศร้าโศก, ความเสียใจ, ความลำบาก, ความทุกข์ยาก, ภัยพิบัติ, ความเคราะห์ร้าย, ทำให้เศร้าโศก, ทำให้ทุกข์ยาก

Distressful (a) – เต็มไปด้วยความเศร้าโศก-ทุกข์ยาก-ลำบาก

Distress signal – สัญญาณแจ้งเหตุร้าย

Commiserate (คะ-มิซ-เซอ-เรท) (v) – แสดงความเสียใจกับ, เห็นใจ, สงสาร, สังเวช,  เวทนา

Antithesis (n) – สิ่งตรงกันข้าม

Optimistic (a) – ซึ่งมองโลกในแง่ดี

Pessimistic (a) – ซึ่งมองโลกในแง่ร้าย

 

การใช้คำศัพท์ในประโยค

1.     a) I discerned his plan. (ผมเข้าใจแผนการของเขาดี)

        b) We can discern stars in the sky. (เราสามารถสังเกตเห็นดวงดาวในท้องฟ้า)

        c) Sometimes it is hard to discern the true from the false. (บางครั้ง มันยากที่จะมองเห็น – หรือเข้าใจ – ความจริงจากความเท็จ – คือแยกไม่ออก)

        d) He is unable to discern what is actually happening. (เขาไม่สามารถมองออก – หรือเข้าใจ - สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นอย่างแท้จริง)

        e) It is impossible to discern the extent of his links with the mafia. (เป็นไปไม่ได้ที่จะเข้าใจ – หรือวิเคราะห์แยกแยะได้ – ถึงขนาดของความเชื่อมโยงของเขากับพวกมาเฟีย)

        f) I could dimly discern his figure. (ผมสามารถมองเห็นรูปร่างของเขาได้อย่างมัวๆ)

       g) When it came to selecting the correct investments, Paul was quite discerning. (เมื่อพูดถึงการเลือกการลงทุนที่ถูกต้อง พอลรู้ดี-เข้าใจดี  - หรือฉลาด - ทีเดียว)

       h) The discerning movie review pointed out the serious weakness in the film. (บทวิจารณ์หนังที่วิเคราะห์เป็น – หรือที่ฉลาด - ชี้ให้เห็นจุดอ่อนอย่างร้ายแรงในภาพยนตร์)

       i) In a discerning analysis of his opponent’s platform, the candidate revealed his intellectual superiority. (ในการวิเคราะห์ที่หยั่งรู้ – หรือฉลาด - ของนโยบายของพรรคการเมืองของคู่ต่อสู้  ผู้สมัครเข้าแข่งขันได้เปิดเผยให้เห็นถึงความเหนือกว่าทางสติปัญญาของเขา - เมื่อเปรียบเทียบกับคู่ต่อสู้)

      j) They are just random dots.  There is no discernible shape of any kind. (มันเป็นเพียงจุดๆแบบบังเอิญ  ไม่มีรูปทรงที่สามารถสังเกตเห็นได้ประเภทใดๆ)

      k) The director’s role discernibly changes. (บทบาทของผู้อำนวยการเปลี่ยนแปลงอย่างสามารถสังเกตเห็นได้)

       l) The manager is quite experienced in the company’s business and everyone appreciates her intuitive discernment. (ผู้จัดการมีประสบการณ์มากทีเดียวในธุรกิจของบริษัท  และทุกคนก็ชื่นชมในความฉลาดแบบหยั่งรู้ของเธอ)

2.     a) Rain diminishes the danger of forest fires. (ฝนทำให้อันตรายของไฟป่าลดลง)

        b) The diminution in nightly air raids was welcomed by the Londoners. (การลดลงของการโจมตีทางอากาศในเวลากลางคืนได้รับการต้อนรับจากชาวลอนดอน – ในสมัยสง ครามโลกครั้งที่ ๒)

        c) After we had rapped on the ceiling, there was a perceptible diminution in noise from upstairs. (หลังจากที่เราได้เคาะเพดาน  มีการลดลงอย่างสังเกตเห็นได้ของเสียงรบ กวนจาก – ห้อง – ชั้นบน)

        d) Out of deference to the inventor of the catalytic converter, the government admitted there had been a diminution in the pollution. (ด้วยการเชื่อฟังนักประดิษฐ์เครื่องคอนเวิตเตอร์ที่ช่วยเร่งให้เกิดปฎิกริยา  รัฐบาลยอมรับว่ามีการลดลงของมลภาวะ)

        e) These birds have fragile, diminutive legs. (นกเหล่านี้มีขาที่บอบบาง (หักได้ง่าย) และเล็กกระจิ๋ว)

3.     a) She disdained everyone outside her group. (เธอดูหมิ่นดูแคลนทุกคนนอกกลุ่มของเธอ)

        b) We should not treat other people with disdain. (เราไม่ควรปฏิบัติต่อผู้อื่นด้วยการดูหมิ่นเหยียดหยาม)

        c) Their football team held our team with disdain. (ทีมฟุตบอลของพวกเขามองทีมของเราด้วยความดูหมิ่นดูแคลน)

        d) With cold disdain the atheist proceed to desecrate the holy image. (ด้วยความรังเกียจเหยียดหยามอย่างเย็นชา  ผู้ไม่เชื่อในพระเจ้าคนนั้นทำการลบหลู่ดูหมิ่นรูปปั้นศักดิ์ สิทธิ์)

        e) Having nothing but disdain for his rival, it was easy to deprecate the man’s ability. (ไม่มีอะไรเลยนอกจากการดูหมิ่นเหยียดหยามคู่แข่ง  มันจึงง่ายที่จะไม่เห็นด้วยกับความสามารถของชายคนนั้น)

        f) Economists tend to be disdainful of their colleagues in other social disciplines. (นักเศรษฐศาสตร์มักจะดูหมิ่นเพื่อนร่วมงานของเขาที่อยู่ในวิชาชีพทางสังคมอื่นๆ)

4.     a) Before the movers could take the machine out, they had to dismantle it. (ก่อนที่ผู้ขนย้ายจะสามารถเอาเครื่องจักรออกไป  พวกเขาจะต้องรื้อ (ถอดชิ้นส่วน) มันก่อน)

        b) Exterminators practically had to dismantle the chimney before cajoling the raccoon into leaving. (นักกำจัด – นก, หนู, ปลวก – ในทางปฏิบัติ จำเป็นต้องรื้อปล่องไฟก่อนจะล่อให้ตัวแร็คคูนออกจากปล่อง)

        c) The owner decided to dismantle the team before capitulating to the union. (เจ้าของ – กิจการ, บริษัท – ตัดสินใจที่จะรื้อ (ยุบ) ทีมงาน ก่อนยอมจำนน (ยินยอม) ต่อสหภาพแรงงาน)

5.     a) Evans quickly learned that it was folly to disparage his employer’s proposals. (อีแวนสเรียนรู้อย่างรวดเร็วว่ามันเป็นความโง่เขลาที่จะดูหมิ่นดูแคลน – หรือลดความสำคัญ – ของข้อเสนอของนายจ้าง)

        b) Warren was devious enough to disparage Bobby’s work while seeming to praise it. (วอร์เร็นวกวน (อ้อมค้อม) ได้เก่งพอที่จะทำให้ผลงานของบ๊อบบี้ด้อยค่าลงไป ในขณะที่ดูเหมือนว่ายกย่องสรรเสริญมัน)

        c) In bizarre fashion, Norma went out of her way to disparage everything her sister did. (ในแบบที่ผิดปกติ  นอร์ม่าพยายามอย่างยิ่งที่จะลดความสำคัญของทุกสิ่งที่น้องสาวของเธอทำ)

6.     a) Birth certificates corroborated the wide disparity in the couple’s ages. (ใบเกิดยืนยันความแตกต่างกันอย่างมากของอายุของคู่สมรส)

        b) The disparity between the skills of the two chess players made for an uneven contest. (ความแตกต่างระหว่างทักษะของนักหมากรุกทั้งสองคนทำให้เกิดการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม)

        c) Because our players are devoid of any height, there is a considerable disparity between both teams. (เพราะว่าผู้เล่นของเราปราศจากความสูง  จึงมีความแตกต่างกันอย่างมากระหว่างทั้งสองทีม – คือทีมเรากับทีมคู่แข่ง)

7.     a) The police dispersed the mob. (ตำรวจสลายฝูงชน)

        b) The crowd dispersed after the meeting. (ฝูงชนแยกย้ายกันไปภายหลังการประชุม)

        c) When the tear gas is hurled, the crowd will disperse. (เมื่อแกสน้ำตาถูกขว้างออกไป  ฝูงชนจะสลายตัว)

        d) After the U.N. session, the delegates will disperse to all corners of the globe. (หลังจากการประชุมของสหประชาชาติ  ผู้แทนประเทศต่างๆจะแยกย้ายกันไปสู่ทั่วทุกมุมโลก)

        e) I waited for the reporters to disperse, then approached the senator with complete composure. (ผมรอให้ผู้สื่อข่าวแยกย้ายกันไป  ต่อจากนั้น ผมจะเข้าหาท่านวุฒิสมาชิกด้วยความสงบใจ – ไม่มีความกังวล – โดยสมบูรณ์)

8.     a) The melancholy foreman had disdain for any worker with a cheery disposition. (หัวหน้างานที่หดหู่ซึมเศร้ามีความรังเกียจ – หรือไม่พอใจ – คนงานผู้ใดก็ตามที่มีอารมณ์ร่าเริงสนุกสนาน)

        b) My dilatory disposition got me into trouble with many professors. (นิสัยผัดวันประกันพรุ่ง ทำให้ผมมีปัญหากับอาจารย์หลายคน)

        c) John’s optimistic disposition was the antithesis of Jim’s pessimistic nature. (นิสัยมองโลกในแง่ดีของจอห์นเป็นสิ่งตรงกันข้ามกับลักษณะมองโลกในแง่ร้ายของจิม)

9.     a) The senator was disparaged in the press after the news of his dissipated lifestyle leaked out. (วุฒิสมาชิกผู้นั้นถูกทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงในหนังสือพิมพ์ภายหลังข่าวไลฟสไตล์แบบสำมะเลเทเมาของเขารั่วอ อกไป)

        b) Peter dissipated his family’s fortune on polo ponies and speedboats. (ปีเตอร์ใช้จ่ายอย่างสุรุ่ยสุร่ายทรัพย์สมบัติของครอบครัวไปกับม้าแกลบสำหรับแข่งโปโลและเรือเร็ว)

        c) At university he led a very dissipated life. (ที่มหาวิทยาลัย เขาใช้ชีวิตแบบสำมะเลเทเมา)

        d) He was looking rather shabby and dissipated. (เขาดูมีท่าทางค่อนข้างซอมซ่อและสำมะเลเทเมา)

        e) The pursuit of pleasure threatened to dissipate his energies. (การแสวงหาความเพลิดเพลินคุกคามที่จะทำให้เขาหมดแรง)

         f) Their enthusiasm dissipated. (ความกระตือรือร้นของพวกเขาหายไปโดยสิ้นเชิง)

        g) Gradually the fog dissipated as the sun came up. (ทีละน้อยๆ  หมอกหายไปจนหมดในขณะที่ดวงอาทิตย์โผล่ขึ้นมา)

10.   a) The man’s injury caused him much distress. (บาดแผลของชายคนนั้นก่อให้ เกิดความทุกข์ทรมานแก่เขาอย่างมาก)

        b) The whole family was distressed over the accident. (ทั้งครอบครัวมีความเศร้าโศกเสียใจกับอุบัติเหตุ)

        c) You should not distress yourself by thinking of such a useless thing. (คุณไม่ควรทำให้ตัวเองเศร้าโศกด้วยการคิดถึงสิ่งที่ไร้ประโยชน์เช่นนั้น)

11.   a) News of the plane’s explosion brought many distraught relatives to the airport. (ข่าวเครื่องบินระเบิดนำพาให้ญาติๆที่คลุ้มคลั่ง-ว้าวุ่นมายังสนามบิน)

        b) The bishop tried to commiserate with the parents, but they were too distraught to be consoled. (บิช๊อบพยายามแสดงความเสียใจกับพ่อแม่ (ของผู้เคราะห์ร้าย)  แต่พวกเขาก็จิตว้าวุ่น-สับสนเกินไปกว่าที่จะปลอบโยนได้)

        c) He saw at once how distraught I was. (เขาเห็นโดยทันทีทันใดว่าผมจิตว้าวุ่นเพียงใด)

        d) He was distraught with fury. (เขาคลุ้มคลั่งไปด้วยความโกรธ)

 

คำศัพท์ในประโยค (เพิ่มเติม)

1.     Because she was considered the most discerning member of the firm, she was assigned the most difficult cases. (เพราะว่าเธอได้รับการพิจารณาว่าเป็นสมาชิกที่ฉลาด (รู้ดี-เข้าใจดี) ที่สุดในบริษัท  เธอจึงได้รับมอบหมายให้ทำคดี – กรณี - ที่ยากที่สุด)

2.     The diminution in first quarter earnings led to a sharp drop in the value of the company’s stock. (การลดลงของรายได้ในไตรมาสแรกนำไปสู่การลดลงอย่างมากของมูลค่าหุ้นของบริษัท)

3.     When the marks of the difficult exam were posted, there were several distraught seniors crying in front of the bulletin board. (เมื่อคะแนนของข้อสอบที่ยากถูกโพสท์ (ประกาศ)  มีนักศึกษาปี ๔ ที่จิตว้าวุ่น-สับสนหลายคนร้องไห้หน้าบอร์ดที่ติดประกาศ – เพราะสอบตก)

4.     We noted a marked disparity between what Uncle Joe said and what he actually did. (เราสังเกตเห็นความแตกต่างกันอย่างน่าสังเกตระหว่างสิ่งที่ลุงโจพูดและสิ่งที่แกทำ)

5.     Grace will invariably leave a ten-cent tip to any waiter who treats her with disdain. (เกรซจะทิ้งเงินค่าทิปไว้อย่างไม่แตกต่างกันจำนวน ๑๐ เซ็นต์แก่พนักงานเสิร์ฟคนใดก็ตามที่ปฏิบัติต่อเธอด้วยความดูหมิ่น – หรือความรังเกียจ – คือให้ทิปน้อยเพื่อเป็นการประชด)

6.     After a one-month furlough, the private returned to camp with a shockingly dissipated appearance. (หลังจากการลาพักงาน ๑ เดือน  พลทหารนายนั้นกลับมายังค่ายทหารด้วยลักษณะท่าทางที่หมดเรี่ยวแรง-กำลังวังชาอย่างน่าตกใจ)

7.     It goes against my disposition to hold grudge. (มันขัดแย้งกับนิสัยของผมที่จะเก็บความเคียดแค้นเอาไว้)

8.     I wouldn’t allow the negative forces to disparage our school’s great reputation. (ผมจะไม่ยอมให้พลังในทางลบมาทำให้ชื่อเสียงอันยิ่งใหญ่ของโรงเรียนของเรา   เสื่อมเสีย)

9.     Additional police were summoned when the demonstrators refused to disperse. (ตำรวจเพิ่มเติมถูกเรียกตัวมาเมื่อผู้เดินขบวนปฏิเสธที่จะสลายตัว)

10.   I will never dismantle anyone’s attempt to bring low-cost housing to our city. (ผมจะไม่มีวันรื้อ (ทำลาย) ความพยายามของใครก็ตามที่จะนำเอาที่พักอาศัยราคาถูกมายังเมืองของเรา)

          

          

หมวดคำศัพท์ SAT (ตอนที่ 2)

Autonomous (ออ-ท้อน-โน-มัส) (a) – เป็นอิสระ, ที่ปกครองตนเอง

Autonomy (ออ-ท้อน-โน-มี่) (n) – การปก ครองตนเอง,  ความอิสระ, เอกราช, สิทธิในการปกครองตัวเอง

Aversion (อะ-เว้อ-ชั่น) (n) – ความรังเกียจ, ความไม่ชอบ, ความไม่พอใจ

Belittle (บี-ลิท-เทิ่ล) (v) – ทำให้ความสำคัญ(ของบุคลหรือบางสิ่ง)ลดน้อยลงโดยการพูดหรือทำบางอย่าง, ดูถูก, ดูแคลน, เหยียดหยาม

Belittlement (n) – การทำให้ความสำคัญลดลง, การดูถูกเหยียดหยาม

Bequeath (บี-ควี้ธ) (v - n) – ยกมรดกให้, ทำพินัยกรรมยกให้, ยกให้, สิ่งของที่ตกทอด, มรดก

Bizarre (บิ-ซาร์) (a) – แปลกประหลาด, ผิดปกติคำนาม คือ bizarreness

Blithe (ไบล้ธ) (a) – ร่าเริง, สนุกสนาน, ไร้กังวล, บันเทิงใจ, สะเพร่า, ไม่ระวัง, ไม่ไตร่ตรอง, ขาดสติ คำนามคือ blitheness

Bombastic (บอม-แบส-ติค) (a) – ซึ่งคุยโว, ซึ่งคุยเขื่อง, ฟังดูระรื่นหูแต่ไม่ค่อยมีความหมาย, (คำพูด) ที่พยายามให้คนฟังประทับใจแต่มิได้มุ่ง

หมายให้ความหมายที่ชัดเจน

Buffoon (บัฟ-ฟู่น) (n) – ตัวตลก, ตัวตลกโปกฮา

Cache (แคช) (n – v) – ที่ซ่อน, ที่เก็บ, สิ่งที่ซ่อนไว้-เก็บไว้, ซ่อน, เก็บ

Cacophony (คะ-คอฟ-โฟ-นี่) (n) – เสียงดังขรม, เสียงที่ไม่ประสานกัน, เสียงผิดปกติ, เสียง แหบ, เสียงห้าว

Cacophonous (คะ-คอฟ-โฟ-เนิส) (a) – ซึ่งมีเสียงดังขรม, ดังแสบแก้วหู, มีเสียงแหบหรือห้าว

 

การใช้คำศัพท์ในประโยค

1.     a) Greater autonomy was the candidate’s promise if he was elected. (อำนาจปกครองตนเองมากยิ่งขึ้นเป็นคำสัญญาของผู้สมัครเข้าแข่งขัน – ผู้แทนราษฎรหรืออื่นๆ – ถ้าหากเขาได้รับการเลือกตั้ง)

       b) In search of autonomy, the settlers refused to pay taxes to their mother country. (เพื่อแสวงหาความอิสระ – หรือเอกราช – ผู้ตั้งรกราก (ที่อพยพมาจากดินแดนอื่น) ปฏิเสธที่จะจ่ายภาษีให้กับประเทศแม่ของตน)

       c) Since the judge was an authoritarian, the lawyers could not look for any autonomy in her court. (เนื่องจากผู้พิพากษา – หญิง – เป็นคนใช้อำนาจแบบเผด็จการ พวกทนายความไม่สามารถมองหาความเป็นอิสระในศาลของเธอ – คือผู้พิพากษาว่าอย่างไรก็ต้องเอาอย่างนั้น)

2.     a) Having an aversion toward cheese, I avoid eating pizza. (เนื่องจากมีความไม่ชอบเนยเหลว ผมเลยหลีกเลี่ยงการกินพิซซา)                                                                           

        b) Jimmy’s aversion to arduous work is well known. (การไม่ชอบงานที่ตรากตรำของจิมมี่เป็นที่รู้กันดี)

        c) Coach Billy has an aversion toward players who are unwilling to pass the ball. (โค้ชบิลลี่มีความไม่พอใจ – หรือความรังเกียจ – ผู้เล่นซึ่งไม่เต็มใจที่จะส่งผ่านลูกบอล – ไปให้ผู้เล่นคนอื่นๆ)

3.     a) We all realized that Roger belittled the painting because he could not compare with the artist. (เราทุกคนตระหนักว่าโรเจอร์ดูหมิ่นดูแคลนภาพเขียนเพราะว่า (ภาพเขียนของ) เขาไม่สามารถเทียบได้กับ (ของ) ศิลปินคนนั้น)

        b) My feelings were hurt when the neighbors tried to belittle my abundant crop of tomatoes and squash. (ความรู้สึกของผมถูกทำร้ายเมื่อเพื่อนบ้านพยายามลดความสำคัญของพืชพวกมะเขือเทศและฟักทองที่มีอย่างมากมายของผม)

        c) The press gave the by-election no publicity and belittled its significance. (หนังสือพิมพ์ไม่ประชาสัมพันธ์ – เผยแพร่ – การเลือกตั้งซ่อมและลดความสำคัญของมัน – คือของการเลือกตั้ง)

        d) Don’t belittle yourself. (อย่าดูถูกตัวเอง)

4.     a) That stingy old woman would not bequeath even one penny to charity. (หญิงชราขี้เหนียวคนนั้นจะไม่ยกเงินแม้เพนนีเดียวให้การกุศล)

        b) One of the skills I would like to bequeath to my children is piano playing. (ทักษะอันหนึ่งที่ผมอยากมอบเป็นมรดกให้ลูกๆของผมคือการเล่นเปียโน)

        c) Due to Paul’s well-known aversion to religion, we were stunned by his plans to bequeath money to the church. (เพราะความรังเกียจศาสนาที่เป็นที่รู้กันดีของพอล เราประหลาดใจในแผนการของพอลที่จะยกเงินให้เป็นมรดกแก่โบสถ์)

5.     a) Bizarre costumes are for our annual Halloween party. (เครื่องแต่งกายแปลกประหลาดมีไว้สำหรับงานเลี้ยงฮัลโลวีนประจำปีของพวกเรา)

        b) I thought it rather bizarre for Mrs. Greene to bequeath her entire fortune to her cats. (ผมคิดว่ามันค่อนข้างแปลกประหลาด ผิดปกติ – สำหรับมิสกรีเน่ที่จะยกทรัพย์สมบัติก้อนโตทั้งหมดของเธอให้แมว)

        c) The beggar’s bizarre street behavior alerted the police to question him.(พฤติกรรมบนถนนที่ผิดปกติของขอทานกระตุ้นเตือนตำรวจให้ซักถามเขา)

6.     a) He is feeling unusually blithe and dauntless. (เขารู้สึกไร้กังวลและไม่หวาดหวั่นอย่างผิดธรรมดา)

        b) Mollie strolled blithely into the yard. (มอลลี่เดินทอดน่องอย่างไร้กังวลและเริงร่าเข้ามาในลานบ้าน)

        c) I made a blithe comment about the project. (ผมทำการวิพากวิจารณ์แบบไม่ไตร่ตรอง – หรือไม่รอบคอบ – เกี่ยวกับโครงการนั้น)

        d) The decision makers proceed in blithe ignorance of their adviser’s suggestions. (ผู้ตัดสินใจดำเนินการต่อไปด้วยความไม่ใส่ใจแบบขาดสติ – หรือไม่รอบคอบ – กับคำแนะนำของที่ปรึกษาของพวกเขา)

7.     a) The citizens failed to be aroused by their mayor’s bombastic speech. (พลเมืองไม่สามารถถูกปลุกเร้าโดยสุนทรพจน์ที่ฟังดูระรื่นหู (แต่ไม่ค่อยมีความหมาย) ของนายกเทศมนตรี)

        b) Bill didn’t get the part because the director had an aversion to his bombastic style. (บิลไม่ได้รับบทบาทให้แสดงเพราะว่าผู้อำนวยการสร้างมีความไม่พอใจในสไตล์คุยโวคุยเขื่องของเขา)

        c) The president’s inauguration address is nothing but bombastic. (คำกล่าวในพิธีเข้ารับตำแหน่งของท่านประธานาธิบดีไม่มีอะไรเลยนอกจากฟังระรื่นหู – แต่ไม่มีความหมายหรือเนื้อหาสาระอะไร)

8.     a) After Bert had a few drinks, he became a willing buffoon at the party. (หลังจากเบิร์ตดื่มเหล้าเข้าไปสองสามแก้ว เขากลายเป็นตัวตลกอย่างเต็มใจที่งานเลี้ยง)

        b) The other players told Roger that they didn’t appreciate his performance as a buffoon. (ผู้เล่นคนอื่นๆบอกโรเจอร์ว่าพวกเขาไม่ชื่นชอบการแสดงเป็นตัวตลกของโรเจอร์)

        c) Keller was content to act the buffoon, but in reality he was a brilliant undercover agent. (เคลเล่อร์พอใจ – หรือเต็มใจ – ที่จะแสดงเป็นตัวตลก แต่ในความเป็นจริงเขาเป็นสายลับหาข่าวลับที่เฉลียวฉลาด)

9.     a) Without access to their cache of weapons, the terrorists were forced to surrender. (เมื่อไม่สามารถเข้าถึงที่ซ่อนของอาวุธ ผู้ก่อการร้ายถูกบังคับให้ยอมจำนน)

        b) Police searched in vain for the cache of jewels which the thieves had skillfully concealed. (ตำรวจค้นหาอย่างไร้ผลสำหรับที่ซ่อนเพชรซึ่งหัวขโมยได้ซ่อนเร้นอย่างชำนาญ)

        c) The hungry mountain climbers gave thanks when they discovered the cache of canned food. (นักไต่เขาผู้หิวโหยขอบคุณ เมื่อพวกเขาค้นพบของที่ซ่อนหรือเก็บไว้จำพวกอาหารกระป๋อง)

10.   a) Instead of mellow sounds, the conductor was greeted with ear-splitting cacophony. (แทนที่จะเป็นเสียงหวานนุ่มนวล ผู้ควบคุมวงได้รับการต้อนรับด้วยเสียงดังขรมหูแทบแตก – คือนักดนตรีเล่นดนตรีได้ไม่เพราะ)

        b) The teacher came into the room just to find her students with their cacophony of laughter. (ครูเข้ามาในห้องและพบว่านักเรียนของเธอส่งเสียงดังขรมด้วยเสียงหัวเราะ)

        c) The junior high band was born in cacophony, but their swift improvement was noted by all. (วงดนตรีของนักเรียนชั้นมัธยมต้นเกิดมา (เริ่มต้นวงๆ) ด้วยการเล่นดนตรีเสียงแสบแก้วหู – คือเล่นไม่เพราะ – แต่การปรับปรุงตัวเองอย่างรวดเร็วของวงๆสามารถสังเกตเห็นได้โดยทุกคน)

 

การใช้คำศัพท์ในประโยคเพิ่มเติม

1.     Despite the lengthy interrogation, the thief would not reveal the location of his cache of jewels. (ทั้งๆที่มีการซักถามอย่างยืดยาว เจ้าหัวขโมยจะไม่ยอมเปิดเผยแหล่งที่ซ่อนของเพชร – ที่ขโมยไป)

2.     My fellow stockholders pleaded for greater autonomy in the management of the company. (เพื่อนผู้ถือหุ้นของผมขอร้องเพื่อความอิสระมากยิ่งขึ้นในการบริหารจัดการบริษัท)

3.     With a personal aversion toward smoking, Marilyn made it hard on her coworkers. (ด้วยความรังเกียจเป็นส่วนตัวกับการสูบบุหรี่ มาริลีนทำให้ยากลำบากสำหรับผู้ร่วมงาน – ที่ชอบสูบบุหรี่ เพราะเธอเป็นผู้จัดการ สามารถห้ามพนักงานสูบบุหรี่ได้)

4.     Bombastic threats were ignored because the general now lacked the muscle to enforce them. (คำขู่แบบคุยโวไม่ได้รับความสนใจเพราะว่าท่านนายพลในปัจจุบันไม่มีกล้ามเนื้อ – เป็นคำเปรียบเปรย หมายถึงอำนาจ – ที่จะบังคับให้เป็นไปตามคำขู่นั้น)

5.     The comedian’s intentional attempts to belittle the audience led to loud booing. (ความพยายามอย่างมีเจตนาของนักแสดงตลกที่จะดูหมิ่นดูแคลนคนดูนำไปสู่การโห่ฮาป่าเสียงดังลั่น)

6.     Cindy’s bizarre punk hairdo alienated her more conservative friends. (ทรงผมแบบพั้งค์ที่แปลกประหลาดของซินดี้ทำให้เธอต้องห่างเหินกับเพื่อนที่มีความเป็นอนุรักษ์มากกว่าตัวเธอ – คือเพื่อนหัวเก่าไม่ชอบทรงผมบ้าบอของซินดี้)

7.     Tom was content to act the hard-drinking buffoon in the play. (ทอมพอใจที่จะแสดงเป็นตัวตลกดื่มเหล้าจัดในละคร)

8.     A cacophony of howls came from the kennel where the dogs were housed. (เสียงดังขรมของเสียงหมาหอนมาจากบ้านสุนัขซึ่งพวกหมาอยู่กัน)

9.     The sight of Sonny’s blithe smile could turn a dull day into a joyous one. (ภาพของการยิ้มที่ร่าเริงไร้กังวลของซอนนี่สามารถเปลี่ยนวันที่น่าเบื่อหน่ายให้กลายเป็นวันที่เบิกบานใจ)

10.    I was hoping that the widower would bequeath his wife’s law library to our school. (ผมกำลังหวังว่าพ่อม่ายคนนั้นจะยกห้องสมุดด้านกฎหมายของภรรยาของเขาให้กับโรงเรียนของเรา)

 

คำศัพท์เพิ่มเติม

Complacent (คัม-เพล้-เซิ่นท) (a) – อิ่มอกอิ่มใจ, พึงพอใจ, ย่ามใจ

Complacence (= complacency) (n) – ความพึงพอใจ, ความอิ่มอกอิ่มใจ

Somber (a) – เศร้าใจ, มืดมัว, สลัว, มัวซัว, โศรกเศร้า

Debilitate (ดี-บิ๊ล-ลิ-เทท) (v) – ทำให้อ่อนกำ ลัง, ทำให้อ่อนเพลีย, ทำให้ทรุดโทรม

Debilitation (n) – การทำให้อ่อนกำลัง-อ่อนเพลีย

Impetuous (อิม-เพ้ช-ชู-เอิส) (a) – หุนหันพลันแล่น, ไม่ไตร่ตรอง, บุ่มบ่าม, ใจร้อน, รุนแรง (พายุ)

Impetuousness (n) – ความหุนหันพลันแล่น, ความบุ่มบ่าม-ไม่ไตร่ตรอง, ความรุนแรง

Occult (อะ-คั้ลท) (a) – ลึกลับ, ลี้ลับ, ซ่อนเร้น, แอบแฝง, ไม่เปิดเผย, เข้าใจยาก, เหนือธรรมชาติ

Occultation (= occultness) (n) – ความลึกลับ-ลี้ลับ, ความเหนือธรรมชาติ

Cursory (เค้อ-ซอ-รี่) (a) – อย่างเร่งรีบ, คร่าวๆ, ลวกๆ, หยาบ, สะเพร่า คำนามคือ cursoriness

Prudent (พรู้-เดิ้นท) (a) – รอบคอบ, สุขุม, ระมัดระวัง, มองการณ์ไกล, ประหยัด, มัธยัสถ์

Prudence (n) – ความรอบคอบ-สุขุม-ระมัด ระวัง, ความประหยัด-มัธยัสถ์

Idyllic (ไอ-ดิ๊ล-ลิค) (a) – ที่งดงามอย่างเรียบๆ,เกี่ยวกับบทกวีที่ว่าด้วยความงามของภูมิประเทศตามธรรมชาติ

Surreptitious (เซอะ-เรพ-ทิช-เชิส) (a) – ลับๆล่อๆ, ซ่อนเร้น, แอบทำ, ลอบทำ, มีเลศนัย คำนาม คือ surreptitiousness

 

ตัวอย่างการใช้คำศัพท์ในประโยคและพารากราฟ

1.     The guard was so complacent about the danger of escape that he gave the prisoner only a cursory inspection. (ยามย่ามใจกับอันตรายของการหลบหนีมากจนกระทั่งเขาตรวจตรานักโทษอย่างลวกๆ)

2.     We should be prudent in our play or work during very hot weather, because the sun has the power to enervate and debilitate those that scoff at its effects. (เราควรจะรอบคอบ-ระมัดระวัง (prudent) ในการเล่นหรือการทำงานระหว่างที่อากาศร้อนมาก เพราะว่าดวงอาทิตย์มีพลังที่จะทำให้หมดแรงและอ่อนกำลัง (debilitate) กับบุคคลซึ่ง         พูดล้อเลียน (scoff) ผลกระทบของมัน)

3.     He looked for a propitious moment to exhibit his occult abilities. (เขามองหาช่วงเวลาที่เอื้ออำนวย (propitious)ที่จะแสดงความสามารถที่ลี้ลับ-เหนือธรรมชาติ (occult) ของเขา)

4.     The deleterious results of his irate outburst put the previously jocose audience in a somber mood. (ผลลัพธ์ที่เป็นโทษ (deleterious) ของการระเบิดอารมณ์ (outburst) โกรธ (irate) ของเขาทำให้คนดูที่ร่าเริงสนุกสนาน (jocose) ก่อนหน้านี้เข้าสู่อารมณ์ที่โศรกเศร้า (somber)

5.     They were so moved by idyllic setting, they exchanged surreptitious, impetuous kisses. (หนุ่มสาวคู่นั้นหวั่นไหวกับสภาพแวดล้อม (setting) ที่งดงามอย่างเรียบๆ (idyllic) ทั้งสองเลยแลกจูบกันอย่างลับๆ (surreptitious) และหุนหันพลันแล่น  – ไม่ได้คิดให้รอบคอบ (impetuous) 

6.     An impetuous man often does things that he regret s later. (คนที่บุ่มบ่าม-หุนหันพลันแล่นมักจะทำสิ่งต่างๆที่เขาเสียใจในเวลาต่อมา)

 

ศัพท์ในพารากราฟ        With the trivial sum of five dollars in his pockets, Robert was feeling far from complacent about the future.  In fact, it was his somber estimate that no matter how frugal he was, his money would run out before the next day.  He owed $ 3.50 in debts to friends; with the remainder he would have to eat enough to maintain his strength.  Hunger would debilitate him to the point where he could not continue his fervid search for Evelyn.  There was no hope of an impetuous stranger suddenly thrusting money upon him.  There was still less solace for him in the hope that, after all this time, he might develop the occult power that would give him a mental image of where Evelyn could be found.

คำแปล       ด้วยจำนวนเงินเล็กน้อย (trivial) เพียง ๕ ดอลล่าร์ในกระเป๋า โรเบิร์ตกำลังรู้สึกห่างไกลจากความพึงพอใจ (complacent) เกี่ยวกับอนาคต  อันที่จริงแล้ว มันเป็นการประมาณการที่น่าเศร้า (somber) ของเขาว่า ไม่ว่าเขาจะประหยัดอดออม (frugal) อย่างไรก็ตาม เงินของเขาจะหมดสิ้น (run out) ก่อนวันถัดไป เขาเป็นหนี้เพื่อนอยู่ ๓.๕ เหรียญ และด้วยเงินที่เหลืออยู่ (remainder) เขาจำเป็นต้องกินอย่างเพียงพอเพื่อรักษากำลังเรี่ยวแรงเอาไว้ ความหิวจะทำให้เขาอ่อนแรงลง (debilitate) ถึงจุดที่เขาไม่สามารถทำการค้นหาเอเวลีนอย่างกระตือรือร้น (fervid) ต่อไป และไม่มีความหวังที่คนแปลกหน้าที่หุนหันพลันแล่น (impetuous) จะยัด (thrusting) เงินให้เขาในทันทีทันใด รวมทั้ง มีความปลอบประโลมใจ (solace) น้อยลงไปอีกสำหรับเขาในความหวังที่ว่า  หลังจากเวลานี้แล้ว  เขาอาจจะสร้างอำนาจลี้ลับ-เหนือธรรมชาติ (occult) ที่ให้ภาพทางใจแก่เขาว่าจะพบเจอเอเวลีนได้ที่ไหน

 

Discreet (ดิส-ครี้ท) (a) – รอบคอบ, ระมัดระวัง, สุขุม, พิจารณาไตร่ตรองอย่างรอบคอบ-ระมัดระวัง

Discretion (ดิส-เครท-ชั่น) (= discreetness) (n) – ความสุขุม-ระมัดระวัง, การไตร่ตรองอย่างรอบคอบ

Foment (โฟ-เม้นท) (v) – กระตุ้น, ปลุกระดม,

Fomentation (โฟ-เมน-เท้-ชั่น) (n) – การกระตุ้น-ปลุกระดม

Glean (กลีน) (v) – รวบรวม, ผสมผสาน

Quarry (คว้อ หรือ คว้า-รี่) (n) – เหยื่อ, สัตว์หรือนกที่ถูกล่า

Slovenly (สลัฟ-เวิน-ลี่) (a) – สะเพร่า, ประมาทเลินเล่อ, ไม่เป็นระเบียบ, ไม่เอาไหน, สกปรก  คำนามคือ slovenliness

 

Inane (อิน-เน่น) (a) – โง่, ขาดความคิด, ว่างเปล่า

Rustic (รัส-ทิค) (a) – เป็นแบบบ้านนอกหรือชนบท

Blatant (a) – ครึกโครม, โอ้อวด, บาดตา, ห้าว, ชัดเจน คำนามคือ blatancy

 

ตัวอย่างการใช้คำศัพท์ในประโยคและพารากราฟ

1.     In order to foment trouble, they fabricated a deplorable and blatant untruth. (เพื่อจะปลุกระดมให้เกิดความยุ่งยาก พวกเขากุเรื่อง (fabricated) ที่ไม่เป็นความจริงแบบน่าเวทนา (deplorable) และครึกโครม (blatant)

2.     She loathed doing menial tasks, and she did them in a slovenly manner. (เธอเกลียด (loathed) การทำงาน (tasks) ที่ต่ำต้อยแบบคนรับใช้ (menial) และเธอทำมันด้วยอาการที่สะเพร่า-ประมาทเลินเล่อ (slovenly)

3.     The reporter could not glean anything from her servants. (ผู้สื่อข่าวไม่สามารถรวบรวมอะไรได้เลยจากคนใช้ของเธอ)

4.     Despite the plethora of offers to write her life story, the recently divorced movie star kept a discreet silence. (ทั้งๆความมากมาย (plethora) ของข้อเสนอที่จะเขียนเรื่องราวชีวิตของเธอ ดาราหนังซึ่งเพิ่งหย่าร้างเมื่อเร็วๆนี้อุบเงียบแบบพิจารณาไตร่ตรองอย่างรอบคอบ (discreet) – คือยังไม่ตกลงกับข้อเสนอของใคร)

5.     Although it seemed inane, they sought their quarry in the midst of rustic surroundings that were not its natural habitat. (แม้ว่ามันดูเหมือนโง่หรือขาดความคิด (inane) พวกเขาเสาะหาเหยื่อ (quarry) ในท่ามกลางสภาพแวดล้อมแบบบ้านนอก (rustic) ซึ่งไม่ใช่ที่อยู่อาศัย (habitat) ตามธรรมชาติของมัน)

 

ศัพท์ในพารากราฟ

               Robert had arrived in New York a week earlier.  He had begun by asking discreet questions of Evelyn’s former landlord.  There was no need to foment opposition at the very beginning.  The landlord was recondite, and all Robert had been able to glean from the cryptic replies was that Evelyn had moved to a residence that catered to single women.  Robert was in a hapless situation; in this immense city his quarry could be hiding in one of dozens of such places.  This would obviate the possibility of his dashing from one place to another in an impetuous manner.  His search, while it had to be concluded with celerity, could not be carried out in such slovenly fashion.  He required a succinct and meticulous plan.

คำแปล        โรเบิร์ตมาถึงในนิวยอร์ค ๑ สัปดาห์ก่อนหน้านั้น เขาเริ่มต้นโดยการถามคำถามที่รอบคอบ-สุขุม (discreet) เกี่ยวกับอดีตเจ้าของบ้านเช่า (landlord) ของเอเวลีน ไม่มีความจำเป็นที่จะปลุกปั่นยั่วยุ (foment) ฝ่ายตรงข้าม (opposition) ในตอนเริ่มต้น ทั้งนี้ เจ้าของบ้านเช่าเป็นคนลึกลับมาก (recondite) และทั้งหมดที่โรเบิร์ตสามารถเก็บรวบรวม (glean) จากคำตอบที่ซ่อนเร้น-คลุมเครือ (cryptic) ก็คือว่าเอเวลีนได้ย้ายไปอยู่ที่พัก (residence) แห่งหนึ่งซึ่งจัดหาสิ่งที่ต้องการหรืออาหาร (catered) ให้ผู้หญิงโสด โรเบิร์ตเลยตกอยู่ในสถานะโชคไม่ดี (hapless) เพราะในเมืองใหญ่มหึมา (immense) นี้ เหยื่อ (quarry) ของเขาสามารถหลบซ่อนตัวอยู่ในหนึ่งในบรรดาสถานที่ที่ว่า เรื่องนี้ทำให้ขจัด (obviate)  ความเป็นไปได้ที่เขาจะต้องไปอย่างรวดเร็ว (dashing) จากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งในอาการแบบบุ่มบ่าม-หุนหันพลันแล่น (impetuous) การค้นหา (เอเวลีน) ของเขา, ในขณะที่ต้องทำให้เสร็จสิ้น (concluded) ด้วยความรวดเร็ว (celerity), ไม่สามารถดำเนินการได้ในแบบสะเพร่า-ประมาทเลินเล่อ (slovenly) เขาต้องการแผนการที่สั้น (succinct) และละเอียดพิถีพิถัน (meticulous)

หมวดคำศัพท์ SAT (ตอนที่ 1)

          

          

 

Embellish (เอม-เบ๊ล-ลิช) (v) – ประดับ, ตกแต่ง, เสริมแต่ง, เพิ่มข้อปลีกย่อย

Embellishment (เอม-เบ๊ล-ลิช-เมิ่นท) (n) – การประดับ-ตกแต่ง-เสริมแต่ง-เพิ่มข้อปลีกย่อย

Embroil (เอม-บร้อล) (v) – ยุ่งเกี่ยวในการทะเลาะเบาะแว้ง, ทำให้ไม่ลงรอยกัน, นำเข้ามาพัวพัน, ทำให้ยุ่ง, ทำให้ซับซ้อน

Embroilment (n) – การยุ่งเกี่ยวในการทะเลาะวิวาท, การนำเข้ามาพัวพัน

Emulate (เอ๊ม-มิว-เลท) (v) – เอาอย่าง, พยายามเลียนแบบ, พยายามจะให้เท่าเทียมหรือดีกว่า

Emulation (เอม-มิว-เล้-ชั่น) (n) – การเอาอย่าง, การพยายามเลียนแบบ, การแข่งขัน, ความพยายามให้เท่าเทียมหรือดีกว่า

Enervate (เอ๊น-เนอะ-เวท) (v) – ทำให้อ่อนแอ, ทำให้กำลังน้อย ลง, ทำให้อ่อนกำลัง, ตัดกำลัง

Enervation (เอน-เนอะ-เว้-ชั่น) (n) – การทำให้อ่อนแอ-กำลังน้อยลง, การตัดกำลัง

Engender (เอน-เจ๊น-เดอะ) (v) – ทำให้เกิด, ก่อให้เกิด, บังเกิด

Enhance (เอน-ฮ้านซ หรือ แฮ้นซ) (v) – เพิ่ม, ทำให้มีค่าเพิ่มขึ้น, ทำให้เพิ่มขึ้น-สูงขึ้น, เสริม, ยกระดับ

Enhancement (n) – การทำให้มากขึ้น-เพิ่มขึ้น-สูงขึ้น, การยกระดับ

Enigma (อิ-นิก-ม่ะ) (n) – ปริศนา, คำพูดปริศนา, คนลึกลับ, สิ่งที่น่าฉงนสนเท่ห์, สถานการณ์ที่น่างงงัน

Ephemeral (อิ-เฟ้ม-เมอะ-เริ่ล) (a - n) – มีอายุสั้น, ชั่วคราว, ไม่ถาวร, สิ่งมีชีวิตที่มีอายุสั้น เช่น แมลง

Equanimity (อี-ควะ-นิ้ม-มิ-ที่) (n) – ความใจเย็น, ความมีอารมณ์เย็น, ความสงบใจ, ความสมดุลของใจ

Equivocate (อิ-ควิฟ-โว-เคท) (v) – พูดสองนัย, พูดกำกวม, พูดหลบหลีก, พูดโดยใช้ ๒ ความหมายเพื่อทำให้เข้าใจผิด, พูดอ้อมค้อม

Equivocation (อิ-ควิฟ-โว-เค้-ชั่น) (n) – การพูดสองนัย-กำกวม-หลบหลีก-อ้อมค้อม, ความเข้าใจผิดที่เนื่องจากการพูดสองนัย, การอ้างเหตุผลผิดหลัก

ด้วยการพูดสองนัย

การใช้คำศัพท์ในประโยค

1.   a) If you encourage the state trooper, he’ll embellish the tale of how he uncovered the cache of the bank robbers. (ถ้าคุณให้กำลังใจทหารพลร่ม – หรือทหารม้า – ของรัฐคนนั้น เขาก็จะเสริมแต่ง – หรือเพิ่มข้อปลีกย่อย – เรื่องเล่าถึงวิธีการที่เขาค้นพบของที่ซ่อนไว้ – หมายถึงเงินหรือสิ่งมีค่า – ของโจรปล้นธนาคาร)

      b) For $ 5,000, the decorator promised to embellish our living room with the best furniture. (ด้วยจำนวนเงิน ๕,๐๐๐ เหรียญ นักตกแต่งสัญญาที่จะประดับประดาห้องรับแขกของเราด้วยเฟอร์นิเจอร์ที่ดีที่สุด)

      c) Our unique principal can be relied upon to embellish his graduation message with a few spirited anecdotes. (ครูใหญ่ที่ไม่เหมือนใครของเราสามารถที่จะไว้ใจได้ที่จะเสริมแต่งสาส์นในพิธีมอบปริญญาด้วยเกร็ดความรู้ที่มีชีวิตชีวา)

2.   a) The rival party sought a way to embroil the government in a dispute over the economy. (พรรคการเมืองคู่แข่งเสาะหาวิธีที่จะนำรัฐบาลเข้าไปพัวพันกับการถกเถียง – ความขัดแย้ง - ในเรื่องเศรษฐกิจ)

      b) Umpires are loath to embroil themselves in controversies between opposing managers. (กรรมการ – ผู้ตัดสิน – เกลียดที่จะนำตัวเองเข้าไปพัวพันในการโต้เถียง – การทะเลาะวิวาท – ระหว่างผู้จัดการทีมที่ขัดแย้งกัน)

      c) It was the devious lawyer’s plan to embroil the plaintiff in a series of noisy disagreements. (มันเป็นแผนของทนายความที่ไม่ตรงไปตรงมาที่จะนำโจทก์เข้าไปพัวพันในการทะเลาะ – การโต้แย้ง – ที่ดังอื้ออึงหลายครั้งหลายครา)

3.   a) When they were in high school, Jim’s younger brother always tried to emulate him. (เมื่อพวกเขาอยู่ในโรงเรียนมัธยม น้องชายของจิมมักพยายามที่จะแข่งดีกับจิม)

      b) In qualifying for the medal, you will emulate your sister’s performance. (ในการจะมีคุณสมบัติสำหรับเหรียญรางวัล คุณจะต้องทำให้เท่าเทียมหรือดีกว่าการแสดง – ความสามารถหรือผลงาน – ของน้องสาวของคุณ)

      c) We hired a Japanese efficiency expert to emulate his foreign success in our factory. (เราจ้างผู้เชี่ยวชาญด้านประสิทธิภาพชาวญี่ปุ่นเพื่อจะเอาอย่าง – หรือเลียนแบบ – ความสำเร็จแบบต่างประเทศในโรงงานของเรา)

4.   a) Strenuous dieting will enervate most people. (การกินอาหารพิเศษแบบพากเพียรจะทำให้คนส่วนใหญ่อ่อนกำลังลง)

      b) Our battalion was so fit that not even a ten-mile forced march could enervate us. (กองทหารของเราสุขภาพสมบูรณ์มากจนกระทั่งแม้ว่าการเดินทางไกลที่ถูกบังคับระยะทาง ๑๐ ไมล์ก็ไม่สามารถทำให้พวกเขาอ่อนแรงลงไป)

      c) Ali would enervate his opponents by allowing them to punch themselves into weariness. (อาลีจะทำให้คู่ต่อสู้อ่อนกำลังลงโดยการปล่อยให้พวกเขาชกหมัดวืด – ชกผิด – จนเหนื่อยล้า)

5.   a) Those sneaky actions are sure to engender suspicion. (การกระทำลับๆล่อๆเหล่านั้นแน่นอนเลยที่ก่อให้เกิดความระแวงสงสัย)

      b) Our aggression will engender a swift response from the enemy. (การรุกรานของพวกเราจะทำให้เกิดการโต้ตอบอย่างรวดเร็วจากศัตรู)

      c) When you introduce a new product, you are certain to engender competition. (เมื่อคุณนำเอาผลิตภัณฑ์ใหม่เข้ามา คุณก็แน่นอนที่จะทำให้เกิดการแข่งขัน)

6.   a) One way to enhance the value of a good painting is to frame it aesthetically. (วิธีหนึ่งที่จะเพิ่มคุณค่าของภาพเขียนดีๆคือการใส่กรอบมันให้มีความงามทางอารมณ์)

      b) The staff development program was designed to enhance the skills of the company’s executives. (โครงการพัฒนาพนักงานถูกออกแบบเพื่อเพิ่มพูนทักษะของผู้บริหารของบริษัท)

      c) Jane discovered that a sure way to enhance her position in the law firm was to win a difficult case for a wealthy client. (เจนค้นพบว่าวิธีการแน่นอนที่จะยกระดับตำแหน่งของเธอในบริษัทกฎหมายคือการชนะในคดียากๆสำหรับลูกความที่ร่ำรวย)

7.   a) If I could solve the enigma of my sensible brother’s recently bizarre behavior, I would be a genius. (ถ้าผมสามารถไขปริศนาของความประพฤติประหลาดเมื่อเร็วๆมานี้ของพี่ชายที่ฉลาด – มีเหตุผล – ของผม ผมจะต้องเป็นอัฉริยะแน่)

      b) Why a bright student should make such egregious errors is an enigma(ทำไมนักเรียนที่ฉลาดจะต้องทำความผิดอย่างมหันต์เช่นนั้นเป็นเรื่องน่าฉงนสนเท่ห์ – หรือปริศนา)

      c) She passed the test by unravelling the enigma which the professor had posed. (เธอผ่านการทดสอบโดยการคลี่คลายปริศนาซึ่งศาสคราจารย์คนนั้นได้ตั้งไว้)

8.   a) In Hollywood, where you are only as good as your last picture, reputations tend to be ephemeral. (ในฮอลลีวู้ด ที่ซึ่งคุณเพียงแต่แสดงได้ดีพอๆกับภาพยนตร์เรื่องที่แล้ว ชื่อเสียงมีแนวโน้มที่จะไม่ถาวร – หรือชั่วคราว)

      b) Newspapers may be regarded as ephemeral publications whereas books have greater permanence. (หนังสือพิมพ์อาจถือได้ว่าเป็นสิ่งตีพิมพ์ที่ไม่ถาวร ในทางตรงกันข้าม หนังสือมีความถาวรมากกว่า)

      c) With an ephemeral interest in so many areas, Peter easily succumbed to boredom. (ด้วยความสนใจแบบชั่วครู่ชั่วยามในหลายๆด้าน ปีเตอร์ยอมแพ้อย่างง่ายดายต่อความเบื่อหน่าย)

9.   a) I admire the way Mary retains her equanimity and composure amidst the excitement of the stock exchange. (ผมชื่นชมวิธีที่แมรี่รักษาความใจเย็นและความสงบใจของเธอไว้ได้ท่ามกลางความตื่นเต้นของตลาดหุ้น)

      b) Facing every crisis with equanimity, the authoritarian president inspired confidence among the people. (เพราะเผชิญหน้ากับทุกวิกฤตด้วยความสงบใจ – หรืออารมณ์ที่เย็น – ประธานาธิบดีผู้เผด็จการดลใจ (เรียก) ความเชื่อมั่นในบรรดาประชาชน)

      c) A good test of comedians is to observe their display of equanimity when hecklers are making derogatory remarks. (การทดสอบที่ดีของนักแสดงตลกคือการสังเกตการแสดงความสงบของใจ – หรือความมีอารมณ์เย็น – เมื่อคนที่ขัดคอ – หมายถึงคนดู – กำลังกล่าวคำพูดที่ให้ร้ายหรือทำให้เสียหาย)

10. a) If you choose to equivocate, you may ultimately lose the support of both parties who are embroiled in the dispute. (ถ้าคุณเลือกที่จะพูดกำกวม – เป็นสองนัย –คุณอาจจะ, ในที่สุดแล้ว, สูญเสียการสนับสนุนของทั้ง ๒ ฝ่ายที่พัวพันอยู่ในความขัดแย้ง)

      b) One candidate is honest and blunt; the other prefers to equivocate on controversial issues. (ผู้สมัครแข่งขันคนหนึ่งซื่อสัตย์และพูดจาโผงผาง ส่วนอีกคนหนึ่งชอบที่จะพูดกำกวม – เป็นสองนัย – ในประเด็นที่เป็นเรื่องขัดแย้ง)

      c) Watching the forthright decision maker suddenly equivocate presented me with an enigma. (การดูผู้ตัดสินใจที่ตรงไปตรงมา – เปิดเผย – พูดจากำกวมหรือหลบหลีกในทันทีทันใด ทำให้เกิดเป็นปริศนากับผม – ว่าทำไมเขาจึงเป็นแบบนั้น)

 

Compatible (คัม-แพ้ท-ทิ-เบิ้ล) (a) – ซึ่งไปด้วย กันได้, ซึ่งเข้ากันได้, ซึ่งอยู่ด้วยกันได้

Compatibility (n) – การไปด้วยกันได้, การเข้ากันได้

Composure (คัม-โพ้-เช่อะ) (n) – ความสงบ, ภาวะจิตที่ปกติ, อารมณ์ที่สงบ, ความเงียบสงบ

Conciliatory (คัน-ซิ้ล-ลี-อะ-โท-รี่) (a) – เป็นการไกล่เกลี่ย, เป็นการปรองดองหรือประนีประ นอม, เป็นการปลอบโยน-ปลอบขวัญ

Concise (คัน-ไซ้ซ) (a) – (คำพูด) สั้นกะทัดรัด, รัดกุม, รวบรัด, ซึ่งพูดเยอะโดยใช้คำสั้นๆ, สั้นแต่เต็มไปด้วยความหมาย

Conciseness (= concision) (n) – ความสั้นกะทัดรัด, การใช้คำสั้นๆแต่ได้ความหมาย

Condone (คัน-โดน) (v) – อภัย, ไม่เอาโทษ, ไม่เอาผิด, ลบล้าง (ความผิด-ความบกพร่อง)

Conspicuous (คัน-สพิค-คิว-อัส) (a) – เด่นชัด, ชัดแจ้ง, เตะตา, เป็นที่สนใจ, ดีเป็นที่น่าสังเกต

Conspicuousness (n) – ความเด่นชัด-ชัดเจน,

Copious (โค้-เพียส) (a) – มากมาย, อุดมสม บูรณ์, มีจำนวนมาก, ยืดยาว, น้ำท่วมทุ่ง (คำพูด)

Copiousness (n) – ความอุดมสมบูรณ์-มาก มาย, ความเยิ่นเย้อ (คำพูด)

Corroborate (คะ-ร้อบ-โบ-เรท) (v) – ยืนยัน, ทำให้แน่ใจยิ่งขึ้น, ทำให้หนักแน่นขึ้น

Corroboration (n) – การหาหลักฐานยืนยัน, การทำให้แน่ใจยิ่งขึ้น, ข้อเท็จจริงหรือคำพูดที่ยืนยัน-สนับสนุน

Crass (แครส) (a) – หยาบ, หยาบคาย, ขาดรสนิยม, โง่เง่า, เลอะเทอะ, หนา

Crassness (crastitude) (n) – ความหยาบ, ความโง่เง่า

Criterion (ไคร-ที้-เรี่ยน) (n) – มาตรการ,  เกณฑ์, บรรทัดฐาน

 

การใช้คำศัพท์ในประโยค

1.  a) The presidential candidate was seeking a compatible vice presidential running mate. (ผู้สมัครเข้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีกำลังเสาะหาเพื่อนร่วมทีมตำแหน่งรองประธานาธิบดีที่ไปด้วยกันได้)

     b) When the couple realized they weren’t compatible, they sought a divorce. (เมื่อคู่สามีภรรยาตระหนักดีว่าเขาไม่สามารถไปด้วยกันได้ – เข้ากันได้ -  เขาก็แสวงหาการหย่าร้าง)

     c) On a winning team, the players and the coach are usually compatible(สำหรับทีมที่ชนะ ผู้เล่นและผู้ฝึกซ้อมมักจะเข้ากันได้)

2.  a) Paul’s composure was remarkable considering how frightened he actually was. (อารมณ์ที่สงบของพอลน่าทึ่งเมื่อพิจารณาจากว่า จริงๆแล้วเขาตกใจกลัวเพียงใด)

     b) When summoned to the principal’s office, the youngster lost his composure. (เมื่อถูกเรียกตัวมายังห้องทำงานอาจารย์ใหญ่ เด็กหนุ่มคนนั้นสูญเสียภาวะจิตที่ปกติ – คือกลัวจนแทบเป็นบ้า)

     c) The grief-stricken widow required tremendous composure to keep from breaking down at the funeral. (แม่ม่ายที่เศร้าโศกต้องการอารมณ์ที่สงบอย่างมากทีเดียวที่จะป้องกันมิให้เธอสติแตกที่งานศพ)

3.  a) In a conciliatory approach, the dictator granted clemency to his ancient enemy. (ในวิธีการแบบประนีประนอม จอมเผด็จการให้ความกรุณาปราณีกับศัตรูเก่าแก่ของเขา)

     b) After a caustic debate, each contestant was seeking a conciliatory gesture. (หลังการอภิปรายอย่างถากถางเหน็บแนม ผู้เข้าแข่งขันแต่ละคนกำลังแสวงหาท่าทีปรองดอง – ประนีประนอม)

     c) Cindy’s conciliatory remarks were especially appreciated by the minority members of her council. (คำพูดซึ่งไกล่เกลี่ยของซินดี้ได้รับการยกย่องเป็นพิเศษโดยสมาชิกเสียงข้างน้อยของกลุ่มคณะที่ปรึกษาของเธอ)

4.  a) Uncle James is usually talkative, so we asked him to be concise for once in his life. (ลุงเจมส์มักชอบคุยจ้อ ดังนั้น เราขอร้องให้แกใช้คำพูดสั้นๆสักครั้งในชีวิต)

     b) Bob has the enviable reputation of being concise and to the point in everything he writes. (บ๊อบมีชื่อเสียงที่น่าอิจฉาของการใช้คำพูดสั้นๆและมีความหมาย และตรงประเด็นในทุกสิ่งที่เขาเขียน)

     c) Her resume is quite concise because she decided to restrict it to one page. (เรซูเม่ – ประวิติการศึกษาและการทำงาน – ของเธอสั้นกะทัดรัดทีเดียว เพราะว่าเธอตัดสินใจที่จะจำกัดมันไว้หน้าเดียว – คือเขียนเพียงแผ่นเดียว)

5.  a) Bill refused to condone the apparent child abuse in his neighbor’s home. (บิลปฏิเสธที่จะให้อภัยการทารุณเด็กอย่างเห็นได้ชัดในบ้านของเพื่อนบ้านของเขา)

     b) I can commiserate with you, but I find it hard to condone the action you  took. (ผมสามารถที่จะเห็นใจคุณ แต่ผมพบว่ามันยากที่จะให้อภัย – ไม่เอาผิด – กับการกระทำของคุณ)

     c) Her office manager was willing to condone Mary’s poor typing, but he drew the line at chronic gum chewing. (ผู้จัดการสำนักงานของเธอเต็มใจที่จะไม่เอาผิดการพิมพ์ที่ห่วยแตกของแมรี่ แต่เขา – ผู้จัดการ – ขีดเส้นเรื่องการเคี้ยวหมากฝรั่งอย่างเรื้อรังของเธอ – คือยอมไม่ได้ถ้าแมรี่จะเคี้ยวหมากฝรั่ง)

6.  a) Pablo Picasso was a conspicuous success before the age of 40. (พาโบล ปิคาสโซเป็นคนที่ประสบความสำเร็จอย่างเด่นชัดก่อนอายุ ๔๐ ปี)

     b) With her green punk hairdo, Maria was the most conspicuous guest at the party. (ด้วยทรงผมสีเขียวแบบพั้งค์ มาเรียเป็นแขกที่เตะตา – เป็นที่สนใจ – ที่สุดที่งานเลี้ยง)

     c) The sheriff advised the young detective to be circumspect, not too conspicuous. (นายอำเภอแนะนำนักสืบหนุ่มให้รอบคอบ ไม่ให้เป็นที่สนใจหรือเด่นชัดจนเกินไป) – คืออย่าทำอะไรแบบชัดแจ้งจนผู้ร้ายรู้ตัว)

7.  a) The Iowa farmers luxuriated in their copious corn harvest. (ชาวนารัฐไอโอวาเพลิดเพลิน – หรืออยู่อย่างฟุ่มเฟือย – กับปริมาณข้าวโพดที่เก็บเกี่ยวอย่างอุดมสมบูรณ์)

     b) Professor Norman gave us copious notes throughout his course on life beyond the earth. (ศาสตราจารย์นอร์แมนให้เราจดโน๊ตอย่างมากมายตลอดวิชาของแกในเรื่องชีวิตนอกโลกออกไป)

     c) Plants need good soil and copious sunshine. (พืชต้องการดินดีและแสงแดดมากมาย)

8.  a) The White House reporters checked their notebooks to corroborate the President’s recollection. (ผู้สื่อข่าวทำเนียบขาวตรวจสอบคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คของพวกเขาเพื่อจะยืนยัน – หรือทำให้แน่ใจยิ่งขึ้น – (เกี่ยวกับ)ความทรงจำของท่านประธานาธิบดี)

     b) With only his wife to corroborate his alibi, David was in big trouble. (มีเพียงแต่ภรรยาที่จะยืนยันการอ้างหลักฐานที่อยู่ของตน เดวิดเลยมีปัญหาใหญ่ – คือตำรวจไม่เชื่อเพราะมีภรรยาเป็นพยานเพียงคนเดียว)

     c) Professor Smith’s fruitless attempts to corroborate his colleague’s findings made him suspicious. (ความพยายามที่ล้มเหลวของโปรเฟสเซ่อร์สมิธที่จะยืนยัน – หรือทำให้หนักแน่น – สิ่งที่ค้นพบ(ในการวิจัย)ของเพื่อนร่วมงาน ทำให้เขาเป็นที่สงสัย – ว่าพยายามช่วยเหลือเพื่อนโดยหลอกลวงคนอื่นหรือไม่)

9.  a) The job applicant was considered crass for asking about vacation time. (ผู้สมัครงานถูกพิจารณาว่าโง่และไม่สุภาพที่ถามเกี่ยวกับเวลาวันหยุดพักผ่อน)

     b) There are many things I can forgive, but I shall never condone crass behavior. (มีหลายสิ่งที่ผมสามารถให้อภัยได้ แต่ผมจะไม่มีวันให้อภัยพฤติกรรมที่หยาบคาย)

     c) People’s crass behavior often irritates others. (พฤติกรรมที่โง่และไม่สุภาพของคนเราบ่อยครั้งที่ทำให้ผู้อื่นโกรธ)

10. a) When it comes to the purchase of a car, our sole criterion is its safety record. (เมื่อพูดถึงการซื้อรถยนตร์แล้วละก็ หลักเกณฑ์เพียงอย่างเดียวของเราคือประวัติความปลอดภัย)

      b) My criterion for grading a meal today depends on the amount of cholesterol it contains. (หลักเกณฑ์ของผมสำหรับการให้คะแนนอาหารในปัจจุบันขึ้นอยู่กับปริมาณของคลอเรสเตอรอลที่มัน – อาหาร – มีอยู่)

      c) The teacher’s prime criterion in composition is spelling. (หลักเกณฑ์เบื้องต้นของครูใน(การเขียน)เรียงความคือการสะกดคำ – ว่าสะกดถูกหรือผิด)

 

พารากราฟอ่านเพิ่มเติม

               One of the truly remarkable stories of World War II concerns a ruse which was perpetrated with such consummate skill that it saved the lives of many Allied troops and helped to shorten the war.  The simple, bold, and ingenious subterfuge which British officers concocted is the subject of Ewen Montagu’s classic, “The man who never was.”  In short, the idea was to plant fallacious documents concerning the Allied invasion of Europe upon a dead officer, have his body recovered by agents who would transmit the false information to Germany, and then observe the effects of the plan.

 

คำแปล       หนึ่งในบรรดาเรื่องราวที่น่าทึ่ง (remarkable) อย่างแท้จริงของสงครามโลกครั้งที่ ๒ เกี่ยวข้องกับกลอุบาย (ruse) ซึ่งถูกทำ (ดำเนินการ(perpetrated) ด้วยทักษะที่ครบถ้วนสมบูรณ์ (consummate) ที่ได้ช่วยชีวิตทหารของฝ่ายพันธมิตรเป็นจำนวนมาก และช่วยทำให้สงครามสั้นลง ข้ออ้าง (subterfuge) ที่ง่ายๆ กล้าหาญ และชาญฉลาด (ingenious) ซึ่งนายทหารอังกฤษคิด(สร้าง)ขึ้นมา (concocted) คือเรื่องคลาสสิคเกี่ยวกับนายอีเว่น มองตากู ที่มีชื่อว่า “ผู้ชายที่ไม่เคยมี(ชีวิต)อยู่จริง” กล่าวสั้นๆคือ ความคิดนี้ก็คือการสร้าง (to plant) เอกสารที่หลอกลวง(หรือทำให้เข้าใจผิด(fallacious) เกี่ยวกับการบุก (invasion) ยุโรปของฝ่ายพันธมิตร ให้กับนายทหารที่เสียชีวิต แล้วกู้เอาศพของเขากลับคืนมา (recovered) โดยสายลับ (agents) ผู้ซึ่งจะส่งต่อ (transmit) ข้อมูลเท็จ (false) ไปยังประเทศเยอรมัน และต่อจากนั้นก็คอยสังเกตผลลัพธ์ของแผนการนี้

          

          

Subscribe to RSS - หมวดคำศัพท์ SAT