หมวดคำศัพท์ IELTS

หมวดคำศัพท์ IELTS (ตอนที่ 6)

               

               

Electric Cars around the Globe (รถไฟฟ้าทั่วโลก)

Accelerate (แอค-เซ้ล-เลอ-เร้ท) (v) – เร่ง, เร่งให้เกิดขึ้น, เพิ่มขึ้น, ก่อให้เกิด

Acceleration (แอค-เซล-เลอ-เร้-ชั่น) (n) – การเร่ง, การเพิ่มความเร็ว

Appeal (อะ-พีล) (v – n) – ดึงดูดใจ, เป็นที่นิยม, อุทธรณ์, ร้องขอ, อ้อนวอน, เรียกร้อง, การขอร้อง-ขอความกรุณา, การอุทธรณ์, เสน่ห์, ความดึงดูดใจ

Appealing (อะ-พี้ล-ลิ่ง) (a) – ซึ่งดึงดูดใจ, มีเสน่ห์, ซึ่งเชิญชวน

Charge (n - v) – กระแสไฟที่อัด, การอัดประจุไฟฟ้า, ค่าใช้จ่าย, ราคา, การฟ้องร้อง-ดำเนินคดี-กล่าวหา-โจมตีแบบไม่รู้ตัว, ความรับผิดชอบ, การดูแล-ควบคุม, บรรจุ, อัดไฟ, ทำให้เต็ม, กล่าวหา, ฟ้องร้อง, เรียกเก็บ เงิน, โจม ตี, มอบหมายความรับผิดชอบให้, ทำให้เต็ม, เต็มไปด้วย

Classify (แคลส-ซิ-ไฟ) (v) – แยกประเภท, จัดประเภท, แบ่งออกเป็นหมวดหมู่

Classification (แคลส-ซิ-ฟิ-เค้-ชั่น) (n) – การแบ่งประเภท-หมวดหมู่, ประเภท, ชนิด

Commute (คอม-มิ้วท) (v - n) – ไปๆมาๆเสมอ, (การ) เดินทางไปมาระหว่างบ้าน-ที่ทำงาน, เปลี่ยนเป็นโทษที่เบากว่า

Commutation (คอม-มิว-เท้-ชั่น) (n) - การเดินทางไปมาระหว่างบ้าน-ที่ทำงาน

Commuter (n) – คนที่เดินทางเป็นประจำระหว่างบ้านและที่ทำงาน

Consume (คัน-ซู่ม) (v) – ใช้, บริโภค, กิน, ผลาญ, ใช้อย่างฟุ่มเฟือย

Consumption (คัน-ซั้มพ-ชั่น) (n) – การใช้-บริโภค-เผาผลาญ, การใช้สินค้าหรือการบริการ, วัณโรค

Consumptive (a) – เกี่ยวกับการบริโภค, มีลักษณะทำลาย-เผาผลาญ, เป็นหรือมีลักษณะของวัณโรค

Embrace (v – n) – สวมกอด, โอบกอด, อ้าแขนรับ, ยอมรับด้วยความกระตือรือร้นหรือเต็มใจ, รวมไปถึง, ประกอบด้วย, รวบรวม, ล้อมรอบ

Embracement (n) – การโอบกอด-สวม กอด-อ้าแขนรับ

Flair (แฟลร์) (n) – สติปัญญา, ความสามารถ, ความฉลาด, พรสวรรค์, สไตล์เก๋ไก๋

Fume (ฟิวม) (n) – ควัน, ไอ, ไอน้ำ, สิ่งที่ระเหยออก

Hamper (v) – ขัดขวาง, สะกัดกั้น, เป็นอุปสรรคต่อ, รบกวน

Incentive (n - a) – สิ่งจูงใจ, แรงจูงใจ, สิ่งกระตุ้น-ดลใจ, เครื่องกระตุ้น-ส่งเสริม, ที่กระตุ้นหรือดลใจ

Marked (ม้าร์คท) (a) – เด่นชัด, ชัดเจน, แจ่มแจ้ง, น่าสังเกต, มีรอย, มีเครื่องหมาย

Monetary (a) – เกี่ยวกับเงินๆทองๆ

Plodding (a) – ช้า

Mark (n – v) – รอย, รอยเปื้อน, จุดด่าง,เครื่องหมาย, คะแนน, ให้คะแนน, แสดง, เป็นเครื่องหมาย, บ่งชี้, เอาใจใส่, สนใจ, ทำให้เป็นรอยหรือด่าง

Rural (รุ้-เริ่ล) (a) – เกี่ยวกับชนบท-บ้านนอก-การเกษตร-ไร่นา, ต่างจังหวัด

Span (v – n) – ก้าวข้าม, ข้าม, วัดเป็นคืบ, ประเมินค่า, ยืดเวลาออกไป, การขยายปีก, ความกว้าง ๑ คืบ, ระยะเวลา, ระยะกว้าง, ช่วงห่าง, ช่วงห่างของตอม่อสะพาน, ก้าว, สมัย, ชั่วอายุ

Sprawl (สพรอล) (v – n) – นอนเหยียด, นั่งเหยียด, เหยียดเท้า-แขน, เหยียดแขนขา, เลื้อยคลาน, แผ่ขยายออกไป, คลานอย่างเก้งก้าง, พื้นที่ที่ความเจริญขยายออกไป, การแผ่ขยายออกไปอย่างไม่เป็นระเบียบ, การเหยียดแขนขา

Standard (n - a) – มาตรฐาน, แบบอย่างที่ดีเยี่ยม, เกณฑ์, กฎเกณฑ์, ข้อบังคับ, กรอบ, ข้อ กำหนด, เป็นมาตรฐาน-เกณฑ์-แบบอย่างที่ดีเยี่ยม, ตามปกติ,โดยทั่วไป, ตรงกำหนด, ได้ระดับ

Standardize (= standardise) (v) – ทำให้ได้มาตรฐาน, ได้มาตรฐาน

Suburban (ซะ-เบ๊อร์-เบิ้น) (a) – ชานเมือง, รอบนอกเมือง, ลูกทุ่ง, เกี่ยวกับบริเวณชานเมืองหรือรอบนอกเมือง, (รสนิยม, ทัศนคติ) คับแคบ-โบราณ-ลอกเอาของคนอื่นมา

Suburb (ซับ-เบิร์บ) (n) – ชานเมือง, รอบนอกเมือง, ส่วนที่อยู่รอบนอก, บริเวณรอบนอกเมือง

Urban (เอ๊อ-เบิ้น) (a) – ซึ่งอาศัยอยู่ในเมือง, เกี่ยวกับหรือประกอบด้วยเมือง, เป็นลักษณะของเมือง

Urbanize (เอ๊อ-บะ-ไน้ซ) (v) – ทำให้เป็นนครหรือเมืองใหญ่, ทำให้มีลักษณะของนครหรือเมืองใหญ่

Urbanization (n) – การทำให้เป็นนคร หรือ เมืองใหญ่, การเคลื่อนย้าย-อพยพของคนสู่เมือง

Urbanite (เอ๊อ-บะ-ไน้ท) (n) – ชาวเมือง, คนเมือง

Urbane (เออ-เบ้น) (a) – สุภาพ, มีมารยาท, เป็นผู้ดี, เก๋, มีลักษณะของชาวเมือง

 

การใช้คำศัพท์ในประโยค

1.  a) The driver accelerated the engine by stepping on the pedal. (คนขับเร่งเครื่องยนต์โดยเหยียบลงบนคันเร่ง)

     b) The dictator’s harsh measures accelerated his failure. (มาตรการที่เข้มงวด-รุนแรงของจอมเผด็จการเร่งความล้มเหลวของเขาให้เร็วขึ้น)

     c) An acceleration in the pulse rate of a runner is ordinary. (การเร่งเร็วขึ้นของอัตราชีพจรของนักวิ่งเป็นสิ่งธรรมดา)

     d) You must accelerate to overtake another car. (คุณต้องเร่ง – เครื่องยนต์ – เพื่อตามรถอีกคันได้ทัน)

     e) The fertilizer accelerated the tree’s growth. (ปุ๋ยเร่งการเติบโตของต้นไม้)

      f) Cheetahs have remarkable acceleration. (เสือชีต้าร์มีการเร่งความเร็วเวลาวิ่ง – ที่ดีเป็นพิเศษ)

     g) He pressed the accelerator and felt the car surge forward. (เขากด – เหยียบ – คันเร่งและรู้สึกว่ารถพุ่งไปข้างหน้า)

2.  a) A car that uses less gasoline would appeal to most people. (รถซึ่งกินน้ำมันน้อยกว่าจะเป็นที่สนใจของคนส่วนใหญ่)

     b) Camping doesn’t appeal to me. (การตั้งแคมป์พักแรมมิได้ดึงดูดใจผมเลย)

     c) The appeal of an electric car is that it doesn’t cause pollution. (เสน่ห์ของรถไฟฟ้าคือมันไม่ก่อให้เกิดมลภาวะ)

     d) The idea of an overseas trip is appealing. (ความคิดของการเดินทางไปต่างประเทศน่าดึงดูดใจ – หรือมีเสน่ห์)

     e) The puppy has a most appealing expression. (เจ้าลูกหมาตัวนั้นมีท่าทางดึงดูดใจ)

     f) Electric cars are appealing to many people. (รถไฟฟ้ามีเสน่ห์ – หรือเป็นที่สนใจ – แก่คนจำนวนมาก)

     g) He appeals for mercy. (เขาร้องขอความเมตตา)

     h) We appeal to you to stop teasing the boy. (เราขอร้องคุณให้หยุดเย้าแหย่เด็กคนนั้น)

     i) The convict decided to appeal against the judge’s decision. (ผู้ที่ถูกตัดสินลงโทษตัดสินใจอุทธรณ์คำตัดสินของผู้พิพากษา)

     j) The judge dismissed the appeal. (ผู้พิพากษายกคำร้องการอุทธรณ์)

3. a) Currently, an electric car can travel several hundred kilometers on a single charge. (ปัจจุบัน รถไฟฟ้าสามารถเดินทางได้หลายร้อยกิโลฯด้วยการอัดประจุไฟ ๑ ครั้ง)

    b) The restaurant charged me 300 baht for the meal. (ภัตตาคารคิดเงินผม ๓๐๐ บาทสำหรับอาหารมื้อนั้น)

    c) There is no charge for admission. (ไม่มีการเรียกเก็บเงินสำหรับการเข้าไป – ชมหรือฟังหรืออื่นๆ)

    d) You can have another cup of coffee free of charge. คุณจะดื่มกาแฟอีกแก้วก็ได้นะ ฟรีด้วย)

    e) You are in charge of the office when the boss is away. (คุณรับผิดชอบออฟฟิศนะตอนหัวหน้าไม่อยู่ – หรือออกไปข้างนอก)

    f) She will take charge of my dogs when I go away. (เธอจะดูแล - หรือรับผิดชอบ - หมาของผมเมื่อผมออกไปข้างนอก – หรือเดินทางไปไหน)

    g) He was charged with the task of changing the system. (เขาได้รับมอบหมายงานการเปลี่ยนแปลงระบบ)

    h) The police will charge him with theft. (ตำรวจจะดำเนินคดีขาในข้อหาลักทรัพย์)

    i) We are going to bring a charge of assault against him. (เราจะตั้งข้อหาทำร้ายร่างกายกับเขา)

    j) Shoplifting is a chargeable offence. (การลักขโมยของในร้านเป็นความผิดที่สามารถฟ้องร้อง-ดำเนินคดีได้)

    k) This dead battery needs to be charged. (แบตเตอรี่ไฟหมดตัวนี้ต้องได้รับการอัดชาร์จ - ไฟ)

    l) The atmosphere was charged with emotion. (บรรยากาศเต็มไปด้วยอารมณ์-ความสะเทือนใจ-เศร้าใจ)

4. a) If you classify your car as a commercial vehicle, you will need to get a special license. (ถ้าคุณแบ่งประเภทรถของคุณเป็นยานพาหนะเชิงพาณิชย์  คุณจำเป็นจะต้องได้รับใบอนุญาตพิเศษ)

    b) You can classify a collection of shells according to shape, color or size. (คุณสามารถจัดหมวดหมู่หอยที่รวบรวมมาได้ตาม (ลักษณะ) รูปร่าง สี หรือขนาด)

    c) The library will classify these books according to the Dewey system. (ห้องสมุดจะแบ่งหมวดหมู่หนังสือเหล่านี้ตามระบบดิวอี้ย์)

    d) Classified advertisements are listed alphabetically in each category. (การโฆษณาที่แบ่งเป็นหมวดหมู่ถูกจัดรายชื่อตามตัวอักษรในแต่ละประเภท)

    e) That belongs to a different class of plants. (นั่นเป็นประเภทที่แตกต่างออกไปของพืช)

    f) He completed the classification of the different kinds of snakes. (เขาได้เสร็จสิ้นการแบ่งแยกประเภทของงูชนิดต่างๆ)

5. a) Many people commute (v) from the suburbs to their jobs in the city. (ผู้คนจำนวนมากเดินทางไป-มา จากบริเวณชานเมืองไปยัง (สถานที่ทำ) งานของตนในเมือง)

    b) I have an hour-long commute (n) to work every day. (ผมมีการเดินทาง ๑ ชั่วโมงไปยัง (ที่ทำ) งานทุกวัน)

    c) Many people commute by train every day. (ผู้คนจำนวนมากเดินทางไปมาระหว่างบ้าน-ที่ทำงาน โดยรถไฟทุกวัน)

    d) Commuters are worried about the increase of traffic on the highways. (ผู้เดินทาง – ระหว่างบ้านและที่ทำงาน – มีความวิตกกังวลเกี่ยวกับการเพิ่มขึ้นของยวดยานบนทางหลวง)

    e) Commuting by car can be tiresome. (การเดินทางโดยรถยนต์อาจจะเหนื่อยล้า)

6. a) Electric cars are attractive because they don’t consume gasoline. (รถไฟฟ้ามีเสน่ห์เพราะว่ามันไม่ใช้น้ำมัน)

    b) Most Asian people consume lots of rice. (ชาวเอเชียส่วนมากกินข้าวเยอะ)

    c) That rotten meat was unfit for human consumption. (เนื้อที่เน่าไม่เหมาะกับการบริโภคของมนุษย์)

    d) As the price of oil increases, consumption may go down. (ในขณะที่ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น  การใช้น้ำมันอาจจะลดลง)

    e) Some cars consume more petrol than others. (รถบางคันกินน้ำมันมากกว่ารถคันอื่นๆ)

    f) Much time was consumed in finding the lost watch. (เวลามากมายถูกใช้ไปกับการค้นหานาฬิกาที่หายไป)

    g) Water consumption has been particularly high this summer. (การใช้น้ำได้สูงเป็นพิเศษหน้าร้อนนี้)

    h) Consumers of gasoline are paying higher and higher prices. (ผู้ใช้น้ำมันกำลังจ่ายค่าน้ำมันสูงขึ้นและสูงขึ้น)

7. a) Most taxi drivers have embraced electric vehicles. (ผู้ขับรถแท็กซี่ส่วนมาก ต้อนรับ – หรืออ้าแขนรับ - ยานพาหนะที่ใช้ไฟฟ้า)

    b) He embraced his new faith wholeheartedly. (เขายอมรับความศรํทธา-ความเชื่ออันใหม่อย่างหมดหัวจิตหัวใจ)

    c) He greeted her with a warm embrace. (เขาทักทายเธอด้วยการสวมกอดอย่างอบอุ่น)

    d) This course embraces the basic principles of business management. (หลักสูตร นี้รวมไปถึงหลักพื้นฐานของการบริหารจัดการธุรกิจ)

8. a) Rain will hamper the runners and slow them down. (ฝนจะเป็นอุปสรรคต่อนักวิ่ง  และทำให้พวกเขาวิ่งช้าลง)

    b) His attempts at change were hampered. (ความพยายามของเขาที่จะให้มีการเปลี่ยนแปลง ถูกขัดขวาง)    

    c) Her heavy skirts hampered her movements. (กระโปรงที่หนักของเธอเป็นอุปสรรคต่อการเคลื่อนไหวของเธอ)

    d) They were hampered by a constant stream of visitors. (พวกเขาถูกขัดขวาง (ขัดจังหวะ) โดยกลุ่มของผู้มาเยือน แบบที่เกิดเป็นประจำ)

9. a) A desire for wealth was his incentive. (ความปรารถนาความมั่งคั่งร่ำรวยเป็นสิ่งจูงใจของเขา)

    b) The bonus was an incentive to boost productivity. (โบนัสเป็นเครื่องจูงใจในการเพิ่มความสามารถในการผลิต)

    c) The company introduced a profit-sharing incentive scheme. (บริษัทได้นำเอาแผนการที่กระตุ้น-ดลใจโดยการแบ่งปันผลกำไรมาใช้)

10. a) There is a marked improvement in her health. (มีการปรับปรุงดีขึ้นอย่างชัดเจนในเรื่องสุขภาพของเธอ)

       b) In the past, before cars became common, the difference between urban and rural areas was more marked. (ในอดีต - ก่อนที่รถยนต์กลายเป็นของธรรมดา – ความแตกต่างระหว่างพื้นที่เมืองกับชนบทมีความชัดเจนมากกว่านี้)

       c) The twins look markedly similar. (ฝาแฝดคู่นั้นดูคล้ายกันอย่างเห็นได้ชัด – หรืออย่างน่าสังเกต)

      d) The popularity of electric cars has grown markedly over the past few years. (ความเป็นที่นิยมของรถไฟฟ้าได้เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในช่วง ๒ -–๓ ปีที่ผ่านมา)

11. a) There is a dirty mark on your face. (มีรอยสกปรกอยู่บนใบหน้าของคุณ)

      b) Hot dishes will mark the table. (อาหารที่ร้อนจะทำให้โต๊ะเป็นรอยด่าง)

      c) The scar on his forehead is a distinguishing mark. (แผลเป็นที่หน้าผากของเขาเป็นรอยที่เห็นได้ชัด)

      d) Illiterate people make a mark, usually a cross, as a signature. (คนไม่รู้หนังสือทำรอย-เครื่องหมาย – มักเป็นกากบาท – ในฐานะเป็นลายมือชื่อ)

      e) The tombstone marks her grave. (หินบนหลุมศพบอกตำแหน่งหลุมฝังศพของเธอ)

      f) Those marks on the wall show the height of each child. (เครื่องหมายโน้นที่อยู่บนกำแพงแสดงความสูงของเด็กแต่ละคน)

      g) There are marks of suffering on the widow’s face. (มีร่องรอยแห่งความทุกข์ยากลำบากบนใบหน้าของหญิงม่าย)

      h) Her death marks the end of an era. (ความตายของเธอบ่งบอกการสิ้นสุดของยุค – เช่น การกดขี่ หรือการเลี้ยงสนุกสนาน)

      i) A festival will mark the anniversary of the poet’s birth. (งานนักขัตฤกษ์บ่งบอกถึงการครบรอบวันเกิดของกวีผู้นั้น)

      j) Her final mark was 80%. (คะแนนสอบไล่ของเธอคือ ๘๐ เปอร์เซนต์)

     k) The teacher will mark the tests. (ครูจะตรวจให้คะแนนการสอบ)

     l) Mark down my address. (จดที่อยู่ของผมไว้นะ)

    m) It will rain today, you mark my words. (ฝนจะตกวันนี้  คุณใส่ใจ (กาเครื่องหมายตรง) คำพูดของผมนะ)

12. a) The monetary systems in Europe and Asia are quite different. (ระบบการเงินในยุโรปและเอเชียแตกต่างกันมากเลย)

      b) As gasoline becomes more expensive, monetary reasons will cause more people to be interested in buying electric cars. (เพราะว่าน้ำมันเริ่มมีราคาแพงขึ้น  เหตุผลทางการเงินจะทำให้ผู้คนจำนวนมากขึ้นหันมาสนใจในการซื้อรถยนต์ไฟฟ้า)

      c) Electric cars may be out of reach for some people monetarily. (รถไฟฟ้าอาจจะเอื้อมไม่ถึง (ซื้อไม่ไหว) ทางการเงินสำหรับบางคน)

13. a) The old car’s plodding speed caused its owner to purchase a new one. (ความเร็วที่เชื่องช้า-อืดอาดของเจ้ารถคันเก่าทำให้เจ้าของของมันซื้อรถคันใหม่)

14. a) Rural life is life in the country. (ชีวิตชนบทก็คือชีวิตตามบ้านนอก)

      b) When he retired, he moved from the city to a quiet rural suburb. (เมื่อเขาเกษียณ  เขาย้ายจากเมืองใหญ่ไปยังตำบลนอกเมืองในชนบทที่เงียบสงบ)

      c) Rural crime has increased recently. (อาชญากรรมในชนบทได้เพิ่มขึ้นเร็วๆนี้)

      d) She spoke in a very rural accent. (เธอพูดเป็นสำเนียงบ้านนอกมากเลย)

      e) India is still an overwhelmingly rural country. (อินเดียยังคงเป็นประเทศชนบทอย่างมาก – คือส่วนใหญ่มีสภาพบ้านนอกมากกว่าเมือง)

      f) Most governments try to eliminate poverty in the rural areas. (รัฐบาลส่วนใหญ่พยายามกำจัดความยากจนในพื้นที่ชนบท)

15. a) Nowadays, longer and wider bridge span rivers. (ปัจจุบันนี้  สะพานที่ยาวกว่าและกว้างกว่าทอดข้ามแม่น้ำสายต่างๆ)

      b) The average span of human life is about 70 years. (ช่วงเฉลี่ยของชีวิตมนุษย์คือประมาณ ๗๐ ปี)

      c) The wingspan of an adult vulture can be over 2.5 meters. (ช่วงปีกของนกแร้งที่โตแล้วอาจจะยาวกว่า ๒.๕ เมตร)

      d) In remote jungles, rope bridges are used to span gorges. (ในป่าดงดิบที่อยู่ห่างไกล  สะพานเชือกถูกใช้ทอดข้ามหุบเขาสูงชัน)

      e) The bridge over that narrow river is only a single span. (สะพานเหนือแม่น้ำแคบๆสายนั้นเป็น (สะพาน) ช่วงเดียวเท่านั้น – คือไม่ได้มีหลายช่วงที่ต่อกันเป็นทอดๆเหมือนกับสะพานบางแห่ง กล่าวคือมีตอม่อค้ำอยู่เฉพาะปลายสะพาน ๒ ข้างเท่านั้น)

      f) What is the span of the widest arch of the bridge? (ช่วงที่เป็นส่วนโค้งกว้างที่สุดของสะพานนั้นยาวเท่าไร  -  คือเป็นสะพานโค้งที่มีทั้งที่เป็นส่วนโค้งและแบนราบ  ถามความยาวเฉพาะที่เป็นส่วนโค้ง)

16. a) The tired boys sprawled on the grass. (เด็กๆที่เหน็ดเหนื่อยนอนเหยียด – หรือนั่งเหยียด – อยู่บนสนามหญ้า)

      b) Sit up and don’t sprawl across your desk. (นั่งให้ตัวตรง และอย่าเหยียดแขนขาข้ามโต๊ะของเธอ)

      c) He was lying in a careless sprawl on the sofa. (เขากำลังนอนในท่าเหยียดแขนขาแบบไร้กังวลอยู่บนโซฟา)

      d) Shanty towns sprawl outside the big cities. (เมืองที่เต็มไปด้วยบ้านเล็กๆโกโรโกโส (ของคนจน) แผ่ขยายออกไปภายนอกเมืองใหญ่ๆ)

      e) Urban sprawl should be checked by sensible planning. (การขยายตัวออกไปของเมืองควรได้รับการตรวจสอบโดยการวางแผนที่ฉลาด)

     f) His big sprawling handwriting filled several pages. (ลายมือที่ (ตัวอักษร) มีขนาดใหญ่ที่กระจัดกระจาย-เรี่ยราดของเขามีอยู่เต็มในหลายหน้า – ของสมุดหรือบันทึก)

17. a) The standard of hygiene in a hospital should be very high. (มาตรฐานของสุข   อนามัยในโรงพยาบาลควรจะสูงมาก)

      b) He is a good artist, even by international standards. (เขาเป็นศิลปินที่ดี  แม้โดยมาตรฐานสากลก็ตาม)

      c) Our low standard of living does not allow us the luxury of a car. (มาตรฐานการครองชีพที่ต่ำของเราไม่ยอมให้เราได้รับความหรูหราฟุ่มเฟือยของรถยนต์ – คือไม่สามารถมีรถส่วนตัวไว้ใช้)

      d) The kilometer is the international standard of distance. (กิโลเมตรเป็นมาตรฐานสากลสำหรับระยะทาง)

      e) This film can be used in all standard cameras. (ฟิล์มนี้สามารถใช้ได้ในกล้องโดยทั่วไปทุกตัว – ที่เป็นชนิดหรือมีรูปร่างแบบเดียวกัน)

      f) Uniforms should be standardized across all schools. (เครื่องแบบควรได้รับการทำให้เป็นมาตรฐานกับทุกโรงเรียน)

      g) The islanders speak a dialect instead of standard English. (ชาวเกาะพูดภาษาท้องถิ่นแทนภาษาอังกฤษปกติ)

      h) His book is the standard on local reptiles. (หนังสือของเขาเป็นแบบอย่างอันดีเยี่ยมในเรื่องสัตว์เลื้อยคลานในท้องถิ่น)

18. a) Our house is in a suburb outside the city center. (บ้านของเราอยู่ในบริเวณชานเมือง  ข้างนอกใจกลางเมืองออกไป)

      b) Many people think that suburban life is very dull. (หลายคนคิดว่าชีวิตชานเมืองน่าเบื่อหน่ายมาก)

      c) She may live in a palace, but she is very suburban in outlook. (เธออาจจะอาศัยอยู่ในวัง  แต่เธอคับแคบ-โบราณมากในเรื่องทัศนะ-ความคิดความอ่าน)

20. a) He left his urban life to move to the country. (เขาละทิ้งชีวิตในเมืองเพื่อย้ายไปอยู่ในชนบท)

      b) The residents complained that the factory development would urbanize their village and spoil it. (ผู้อยู่อาศัยร้องเรียนว่าการสร้างโรงงานจะทำให้หมู่บ้านของตนเป็นเมืองและทำให้มัน (หมู่บ้าน) เสื่อมเสีย)

      c) The drought caused mass urbanization as people left the farm in search of work. (ความแห้งแล้งก่อให้เกิดการอพยพสู่เมืองขนานใหญ่  เนื่องจากผู้คนทิ้งไร่นาเพื่อไปหางานทำ)

      d) She’s a real urbanite who loves city life. (เธอเป็นคนเมืองจริงๆ  ผู้ซึ่งรักชีวิตเมือง)

      e) His urbane conversation was charming and witty. (การสนทนาที่สุภาพหรือแบบคนเมือง – ของเขามีเสน่ห์และเฉลียวฉลาด-มีไหวพริบ)

 

Electric Cars Around the Globe (1)

               Cars have reshaped our world since they first rolled off mass-production lines in the early twentieth century.  One- and two-thousand-year old Roman roads have been replaced by highways.  Subsequently as the price of oil rises, the reserves of irreplaceable oil are consumed, and exhaust fumes hamper life in urban areas, alternatives to gas-powered vehicles are becoming more attractive.

(คำแปล)               รถยนต์ได้เปลี่ยนแปลงรูปร่าง (reshaped) ของโลกเราตั้งแต่มันกลิ้งหล่นออกมาจาก (rolled off) สายพานการผลิตในปริมาณมากในช่วงต้นศตวรรษที่ ๒๐  ถนนของพวกโรมันที่มีอายุ ๑ พัน และ ๒พันปีได้ถูกแทนที่ (replaced)โดยทางหลวง  ในเวลาต่อมา ในขณะที่ราคาน้ำมันเพิ่มสูงขึ้น  แหล่งสำรอง (reserves)  น้ำมันที่ไม่สามารถทดแทนได้ (irreplaceable)  (คือใช้หมดแล้วหมดเลย) ได้ถูกใช้ไป (consumed)  และควัน (fumes)  จากไอเสีย (exhaust) (รถยนต์, โรงงาน หรืออื่นๆ) เป็นอุปสรรคต่อ (hamper) ชีวิตในเขตเมือง  (ดังนั้น) ทางเลือก  (alternatives) สำหรับยานพาหนะที่ขับเคลื่อนด้วยน้ำมัน (gas-powered)  ได้กลายเป็นมีเสน่ห์ (ต่อผู้ใช้รถ) เพิ่มมากขึ้น

               In the early twentieth century in North America, electric cars shared the roads with gas-fueled cars, but after a short time, gas-fueled cars became the standard.  Although electric cars were quieter, cleaner, and easier to start, they were not able to travel the required distances, and their plodding speed failed to capture the imagination.

(คำแปล)             ในช่วงต้นศตวรรษที่ ๒๐ ในทวีปอเมริกาเหนือ  รถยนต์ไฟฟ้าใช้ถนนร่วมกับรถที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิง (gas-fueled)  แต่ภายหลังช่วงเวลาสั้นๆ รถที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิงกลายเป็นมาตรฐาน (standard) (คือคนนิยมใช้มากกว่ารถไฟฟ้า)  ทั้งนี้ แม้ว่ารถไฟฟ้าจะ (เครื่อง) เงียบกว่า สะอาดกว่า และง่ายต่อการสต๊าร์ท (เครื่องยนต์) มากกว่าก็ตามที  มันไม่สามารถเดินทางได้ตามระยะทางที่ต้องการ (เพราะชาร์จไฟ ๑ ครั้ง วิ่งได้ไม่กี่กิโลฯ) และความเร็วที่เชื่องช้า-อืดอาด (plodding)  ไม่สามารถจับ (ครอบงำ) (capture) จินตนาการ (ของผู้ใช้รถ) ได้ (คือวิ่งไม่เร็วได้ใจเหมือนรถใช้น้ำมัน)

               Lately, in Europe and in Asia, where commuting distances are shorter and gas is more expensive than in the United States, electric cars have grown in popularity.  Electric recharging stations are appearing in cities.  The government of China has offered monetary incentives to car manufacturers for each electric car they manufacture as well as to the people who purchase the electric cars.  Taxi drivers in Tokyo have embraced electric vehicles.  Major car manufacturers, including Mitsubishi, Nissan, Toyota, and Mercedes Benz, all offer electric cars everywhere except in North America.

(คำแปล)               เมื่อเร็วๆนี้ ในยุโรปและเอเชีย  ที่ซึ่งระยะทางในการเดินทางไป-มาระหว่างบ้านและที่ทำงาน (commuting) สั้นกว่า  และน้ำมันมีราคาแพงกว่าในอเมริกา  รถไฟฟ้าได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น  และสถานีสำหรับอัดไฟเพิ่มกำลังโผล่ขึ้นมาในเมือง  รัฐบาลจีนได้เสนอสิ่งจูงใจ (incentives)  ทางการเงิน (monetary)  แก่ผู้ผลิต (manufactures) (รถยนต์)  สำหรับรถไฟฟ้าแต่ละคันที่พวกเขาผลิต  เช่นเดียวกับที่ (เสนอ) ให้แก่ผู้ที่ซื้อรถไฟฟ้า  อนึ่ง คนขับรถแท้กซี่ในโตเกียวอ้าแขนรับ (embraced) ยานพาหนะไฟฟ้า  ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่  รวมทั้งมิตซูบิชิ นิสสัน โตโยต้า และเมอร์ซีเดส เบ๊นซ  ล้วนเสนอ (ขาย) รถไฟฟ้าไปทุกหนทุกแห่ง  ยกเว้นในทวีปอเมริกาเหนือ

               In North America, slow, short-ranged electric vehicles with a high initial cost have appealed to a limited audience.  Some American auto manufacturers are marketing electric cars as they do in Europe, as commuter cars.  The design of many of these cars is innovative.  Some are made of light composites and seat only two people.  One is a three-wheeler that is classified as a motorcycle.  Another electric car, the Tango, is five inches narrower than a large motorcycle and seats two, one behind the other.  Three of these vehicles fit in a single parking space.  The vehicle is marketed as a great way to drive between lanes of stopped traffic.

(คำแปล)             ในทวีปอเมริกาเหนือ  ยวดยานไฟฟ้าที่ (วิ่ง) ช้าและวิ่งช่วงสั้นๆ  พร้อมทั้งมีค่าใช้จ่ายเบื้องต้น (initial)  สูง  สามารถดึงดูด (appealed)  ผู้ชม (รถ) ในวงจำกัด  ผู้ผลิตรถยนต์ชาวอเมริกันบางคนกำลังนำรถไฟฟ้าสู่ตลาด (marketing)  เหมือนกับที่พวกเขาทำในยุโรป – ในฐานะรถสำหรับผู้ที่เดินทางไปมาระหว่างบ้านและที่ทำงาน (commuter)  การออกแบบรถเหล่านี้หลายๆคันเป็นของใหม่ที่สร้างสรรค์ (innovative)  บางคันทำด้วยส่วนประกอบ(ชิ้นส่วน) (composites)  ที่มีน้ำหนักเบาและจุคนนั่ง (seat)ได้เพียง ๒ คน  คันหนึ่งเป็นรถ ๓ ล้อที่ถูกจัดประเภท (classified) เป็นรถมอเตอร์ไซด์  ส่วนรถไฟฟ้าอีกคันหนึ่ง ชื่อแทงโก้  แคบกว่ารถมอเตอร์ไซด์คันใหญ่ ๕ นิ้ว และจุคนนั่งได้ ๒ คน  คือคนหนึ่งนั่งข้างหลังอีกคนหนึ่ง  รถทั้ง ๓ ประเภทที่กล่าวมานี้เหมาะกับ  (fit in) ที่จอดรถยนต์ ๑ คัน (คือประหยัดพื้นที่จอดมาก)  ยวดยานดังกล่าวถูกซื้อขายในตลาด (marketed) ในฐานะว่าเป็นวิธีที่ยอดมากที่จะใช้ขับขี่ระหว่างเลนของการจราจรที่มีรถจอดติด (ไฟแดง) อยู่กับที่ (คือเมื่อมีรถปกติ ๒ คันจอดติดไฟแดงอยู่เคียงข้างกัน  รถไฟฟ้าขนาดจิ๋วพวกนี้สามารถวิ่งแทรกไปได้ระหว่างช่องว่างของรถ ๒ คันดังกล่าว เพราะรถมีลำตัวกว้าง ๑ – ๒ ฟุตเท่านั้น)

               All electric cars will help to reduce exhaust and green house gases; some will do it with greater flair than others.

(คำแปล)         รถไฟฟ้าทั้งหมดจะช่วยลดไอเสียรถยนต์ (exhaust) และกาซเรือนกระจก (green house gases) ได้  โดยบางคันจะทำได้ด้วยสไตล์ที่เก๋ไก๋ (flair) มากกว่าคันอื่นๆ)

 

Electric Cars Around the Globe (2)

               Cars have had enormous effects on the way our world looks.  The landscape is now covered with highways and big bridges.  New suburban neighborhoods have developed between the cities and the rural areas.  Cars are also causing serious problems.  Oil is expensive, and we have already consumed a lot of oil that cannot be replaced.  Gas-powered cars also pollute the air with their fumes.  In the early days, both electric and gas-powered cars were common, but people felt that electric cars did not have the flair that gas-powered cars had.  For example, electric cars traveled at a more plodding speed.  Gas-powered cars became more popular, and now they are the standard.  However, there is a renewed interest in electric cars, and they have been embraced by people in many countries around the world.  Manufactures are developing electric cars to sell to commuters in both Europe and North America, because these cars are a good way to get to work.

(คำแปล)       รถยนต์มีผลกระทบอย่างใหญ่หลวง(มหึมา) (enormous) ต่อวิธีที่โลกของเราปรากฏ (ในสายตามนุษย์)  ทั้งนี้ ภูมิทัศ (landscape)ในปัจจุบันถูกปกคลุมไปด้วยทางหลวงและสะพานขนาดใหญ่  ละแวกบ้านใหม่ๆแถบชานเมือง (suburban) ได้พัฒนาขึ้นมาระหว่างเมืองและพื้นที่ชนบท  รถยนต์กำลังก่อให้เกิดปัญหาที่รุนแรง  น้ำมันมีราคาแพง  และพวกเราก็ได้บริโภค) (consumed) น้ำมันกันอย่างมากมาย  ซึ่งไม่สามารถถูกทดแทน (replaced)ได้(หมายถึงน้ำมัน)  รถยนต์ที่ใช้ขับเคลื่อนด้วยน้ำมันยังทำให้อากาศเกิดมลภาวะด้วยควัน (fumes) จากมัน  อนึ่งในสมัยก่อนโน้น  ทั้งรถที่ใช้ไฟฟ้าและน้ำมันเป็นเรื่องปกติ  แต่ผู้คนรู้สึกว่ารถไฟฟ้าไม่มีสไตล์ที่เก๋ไก๋ซึ่งรถใช้ที่น้ำมันมี  ตัวอย่างเช่น รถไฟฟ้าเดินทางด้วยความเร็วที่เชื่องช้า-อืดอาด (plodding) มากกว่า  รถที่ใช้น้ำมันก็เลยได้รับความนิยมมากกว่า และในปัจจุบัน มัน (รถที่ใช้น้ำมัน) ก็เป็นมาตรฐาน (standard) ไป  อย่างไรก็ตาม  ได้มีความสนใจในรถไฟฟ้าหวนกลับมาใหม่อีกครั้ง (renewed) และมันก็ได้รับการต้อนรับ (embraced) โดยผู้คนในหลายประเทศทั่วโลก  อนึ่ง ผู้ผลิตกำลังพัฒนารถไฟฟ้าเพื่อจำหน่ายให้กับผู้ที่เดินทางไปมาระหว่างบ้านและที่ทำงานทั้งในทวีปยุโรปและอเมริกาเหนือ  เพราะว่ารถพวกนี้เป็นวิธีการที่ดีที่จะเดินทางไปทำงาน

 

Electric Cars Around the Globe (3)

               Cars manufacturers are developing a class of electric car especially for commuters.  These cars are quite small and may have room for only one or two people.  They are not intended for carrying large loads or many passengers.  Their main purpose is to get the driver to and from work.  Due to their small size, they consume little energy.  They are appealing because they cost much less money than larger cars to run.  In fact, there is a marked difference in fuel costs between these new small cars and the larger cars that we are used to seeing.

(คำแปล)         ผู้ผลิตรถยนต์กำลังพัฒนารถไฟฟ้าชนิด (class) หนึ่งโดยเฉพาะสำหรับผู้เดินทางไปมาระหว่างบ้านและที่ทำงาน (commuters)  รถเหล่านี้มีขนาดเล็กมากและอาจจะมีที่ว่าง (room)  สำหรับคนเพียง ๑ หรือ ๒ คนเท่านั้น  มันมิได้ถูกมุ่งหมายไว้เพื่อ (intended for) บรรทุกสัมภาระ (loads) ขนาดใหญ่หรือผู้โดยสารจำนวนมาก  วัตถุประสงค์หลักของมันคือการพาผู้ขับขี่ไปและกลับจากที่ทำงาน  และเนื่องจากขนาดที่เล็กของมันนี่เอง  รถไฟฟ้าใช้ (consume) พลังงานนิดหน่อย  มันจึงมีเสน่ห์(ดึงดูดใจ) (appealing)  เพราะว่ามันมีราคาต่ำกว่ารถที่ใหญ่กว่าอย่างมากในการใช้วิ่ง  อันที่จริงแล้ว  มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน (marked) ในเรื่องค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงระหว่างรถ(ชนิด)ใหม่ขนาดเล็กพวกนี้และรถที่ขนาดใหญ่กว่าที่พวกเราเคยชินกับ(คุ้นเคยกับ) (are used to) การเห็นมัน     

หมวดคำศัพท์ IELTS (ตอนที่ 5)

Learning Vacations (วันหยุดพักผ่อนสำหรับการเรียนรู้

                    

          

                    

Acquire (อะ-ไคว้-เอ้อร์) (v) – ได้มา, ได้เรียนรู้, เข้าถือสิทธิ์, เข้ายึด

Acquisition (แอค-คิว-ซิช-ชั่น) (n) – การได้มา, สิ่งที่ได้มา

Acquisitive (อะ-ควิซ-ซิ-ทิฟว) (a) – อยากได้    (วัตถุสิ่งของหรือข้อมูลข่าวสาร), โลภ, สามารถได้ รับ, สามารถได้มาซึ่ง (inquisitive – อิน-ควิช-ซิ-ทิฟว) =  ที่อยากรู้อยากเห็น, ที่ชอบสอบถาม)

Breeze (บรีซ) (n) – ลมอ่อนๆ, ลมโชย (breezy (บรี๊-ซี่) =  มีลมพัดเบาๆ, สดชื่น, สบายใจ, ร่าเริง, ปราดเปรียว, ว่องไว, กระฉับกระเฉง)

คำนามคือ breeziness

Broad (บรอด) (a) – กว้าง, กว้างขวาง, เวิ้งว้าง, (พูด) กว้างกว้าง-ไม่มีรายละเอียด, ทั่วๆไป (broaden (บร๊อด-เดิ้น = ทำให้กว้าง, กว้างขึ้น)

Broadness (n) – ความกว้าง, ความเวิ้งว้าง

Budget (บั๊ด-เจท) (n – a – v) – งบประมาณ, งบประมาณแผ่นดิน, ทำงบประมาณ, ซึ่งประหยัด, ซึ่งมีราคาถูก (เช่น ห้องพัก, การเดินทาง)

Colorful (คั้ล-เล่อร์-ฟูล) (a) – เต็มไปด้วยสีสัน, มีภาพสีสดใส, น่าตื่นเต้น, ตรึงใจ, มีเสน่ห์, น่าสนใจ

Colorfulness (n) – ความมีสีสัน-น่าตื่นเต้น-น่าสนใจ

Content (n - a) – เนื้อหา, สาระ, สิ่งที่บรรจุอยู่ข้างใน, ปริมาณความจุ, ปริมาณ, พอใจ, มีความสุข, เต็มใจ (contentment = ความพอใจ )

Contented (คัน-เท้น-ทิด) (a) – เป็นที่พอใจ, อิ่มอกอิ่มใจ, มักน้อย

Costly (คอส-ลี่) (a) – แพง, มีราคาสูง, มีค่ามาก, ที่ต้องใช้เวลาและความพยายามมาก, เป็นบทเรียนราคาแพง

Cuisine (ควิ-ซีน) (n) – สไตล์การปรุงอาหารของแต่ละประเทศหรือท้องถิ่น, การทำอาหาร, ฝีมือการทำอาหาร, อาหารในภัตตาคารที่ปรุงด้วยทักษะอย่างสูง, การครัว, ห้องครัว, แผนกครัว

Economical (เอค-คะ-น้อม-มิ-เคิ่ล) (a) – ประหยัด, มัธยัสถ์, กระเหม็ดกระแหม่

Economize (อิ-ค้อน-นะ-ไมซ) (v) – ประหยัด, กระเหม็ดกระแหม่, ไม่ใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือย

Economy (อิ-ค้อน-นะ-มี่) (n) – วิธีการทางเศรษฐกิจ, เศรษฐกิจ, การประหยัด, การใช้สิ่งต่างๆอย่างมีประสิทธิภาพ (เงิน, สิ่งของ หรืออื่นๆ)

Economic (เอค-คะ-น้อม-มิค) (a) – เกี่ยวกับเศรษฐกิจ, เกี่ยวกับการผลิต, ที่คุ้มค่าในทางเศรษฐกิจ

Economics (เอค-คะ-น้อม-มิคซ) (n) – (วิชา) เศรษฐศาสตร์, วิชาเกี่ยวกับการผลิต, การพิจารณาทางการเงิน

Endeavor (เอน-เดฟว-เว่อะ) (n – v) – พยายาม, บากบั่น, ความพยายาม-บากบั่น

Enroll (v) – ลงทะเบียน (เรียน)

Enrollment (n) – การลงทะเบียน

Hone (โฮน) (v) – ลับมีด, ทำให้คม, ปรับปรุง, ทำให้ดีขึ้น

Ingredient (n) – ส่วนผสมในอาหาร

Ongoing (a) – ที่ดำเนินต่อไป, ที่กำลังดำเนินอยู่จริงๆ, ต่อเนื่อง, ไม่จบไม่สิ้น

Residential (a) – เกี่ยวกับถิ่นที่อยู่หรือการอยู่อาศัย, สำหรับอยู่อาศัย

Residence (n) – ที่พักอาศัย, ที่อยู่, ถิ่นที่อยู่, การอยู่อาศัย, ช่วงระยะเวลาการอยู่อาศัย

Resident (n) – ผู้อยู่อาศัย, แพทย์ฝึกหัด

Resort (n) – สถานที่พักผ่อนในวันหยุด

Resort (v) – อาศัย, พึ่ง, ใช้, ใช้วิธี

Sponsor (v – n) – อุปถัมภ์, ส่งเสริม, ผู้อุปถัมภ์, ผู้ส่งเสริม, สปอนเซอร์

Supervise (v) – กำกับดูแล, ควบคุม, ดำเนินการ (supervisor =  ผู้ดูแล, ผู้ควบคุม)

Supervision (n) – การกำกับดูแล-ควบคุม-ดำเนินการ

Survey (v – n) – สำรวจ, การสำรวจ

Taste (n – v) – รสนิยม, รสชาติ, ชิม

Reside (รี-ไซด์) (v) – อยู่อาศัย, พักอาศัย, อยู่เป็นเวลานาน, พักอาศัยอย่างถาวร

การใช้คำศัพท์ในประโยค

1.     a) It is fun to acquire new skills while on vacation. (มันสนุกที่จะได้เรียนรู้ทักษะใหม่ๆในขณะที่เดินทางพักผ่อนในวันหยุด)

       b) The acquisition of new skills is just one of the goals of learning vacations. (การได้มาซึ่งทักษะใหม่ๆเป็นเพียงวัตถุประสงค์อันหนึ่งของการเดินทางวันหยุดเพื่อการเรียนรู้)

       c) They may acquire great wealth. (เขาอาจจะได้รับทรัพย์สมบัติมหาศาล)

       d) The newly acquired bicycle is much admired. (รถจักรยานที่ได้มาใหม่ได้รับความชื่นชอบอย่างมาก)

       e) The acquisition of computer knowledge is important. (การได้มาซึ่งความรู้ด้านคอมพิวเตอร์เป็นสิ่งสำคัญ)

       f) He is an acquisitive person who collects all kinds of things. (เขาเป็นคนที่อยากได้ – หรือโลภ – ผู้ซึ่งเก็บสะสมทุกสิ่งทุกอย่าง)

      g) She has an acquisitive mind. (เธอมีจิตใจที่อยากได้ – เช่นวัตถุสิ่งของหรือข้อมูลข่าวสาร หรือมีจิตใจที่โลภอยากได้ ก็ได้ แล้วแต่ความหมายของผู้พูด)

2.   a) A gentle breeze brought some relief from the heat. (ลมอ่อนๆที่แผ่วเบานำมาซึ่งความผ่อนคลายจากความร้อน)

      b) Yesterday was quite a breezy day. (เมื่อวานนี้เป็นวันที่มีลมพัดโชยทีเดียว)

      c) She waved and greeted us breezily. (เธอโบกมือและต้อนรับเราอย่างร่าเริง – หรืออย่างกระฉับกระเฉง)

      d) His breeziness put us all into a good mood. (ความร่าเริงของเขาทำให้พวกเราทุกคนมีอารมณ์ดี)

3.   a) He was tall with broad shoulders. (เขาสูงและมีไหล่กว้าง)

      b) The Sahara is a broad expanse of desert. (ซาฮาร่าเป็นการขยายตัวออกไปอย่างกว้างขวางของทะเลทราย)

      c) He smiled broadly at the joke. (เขายิ้ม (ปาก) กว้างที่การพูด (เล่าเรื่อง) ตลก)

      d) The candidate has broad support from the community. (ผู้สมัครเข้าแข่งขันได้รับการสนับสนุนอย่างกว้างขวางจากชุมชน)

      e) The narrow road is being broadened into a four-lane freeway. (ถนนแคบกำลังถูกขยายออกไปเป็นถนน ๔ เลน ที่ไม่จำกัดความเร็วและไม่เก็บค่าผ่านทาง)

       f) Education broadens the mind. (การศึกษาทำให้จิตใจกว้างขึ้น)

       g) She was robbed in broad day light. (เธอถูกจี้กลางวันแสกๆ)

       h) I’m in a hurry, just give me the plan in broad outline. (ผมกำลังรีบนะ  บอกผมแค่เพียงแผนการที่มีเอ๊าท์ไลน์แบบกว้างๆ ไม่ต้องมีรายละเอียด)

        i) Broadly speaking, it sounds a good idea. (พูดโดยทั่วไป  มันดูเหมือนเป็นความคิดที่ดี)

4.    a) My father helped me to work out a budget, setting out how much money I would need for rent, food, insurance, etc. (พ่อของผมช่วยผมจัดทำงบประมาณ โดยวางแผนว่าผมต้องใช้เงินมากเท่าใดสำหรับค่าเช่าบ้าน อาหาร ประกันภัย และอื่นๆ)

       b) It is sensible to work out a weekly budget. (มันฉลาดที่จะจัดทำแผนการใช้จ่าย – หรืองบประมาณ – รายสัปดาห์)

       c) Education budget has been cut by 10%. (งบประมาณการศึกษาถูกตัดประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์)

       d) The company budgeted for a slight loss this year owing to the recession. (บริษัทตั้งงบประมาณ (หรือจัดทำงบประมาณ) แบบขาดทุนเล็กน้อยในปีนี้ เนื่องมาจากเศรษฐกิจถดถอย)

       e) He could count on a regular salary and thus budget for the future. (เขาสามารถพึ่งพาเงินเดือนประจำ และดังนั้น (สามารถ) วางแผนการใช้จ่ายอย่างระมัดระวังสำหรับอนาคต)

        f) The company’s budgeted expenditure for 2016 came to $ 50,000. (ค่าใช้จ่ายที่ตั้งงบประมาณเอาไว้ของบริษัทสำหรับปี ๒๕๕๙ คือ ๕๐,๐๐๐ เหรียญ)

        g) Through careful budgeting they had equipped the entire school. (ด้วยการวางแผนค่าใช้จ่ายอย่างรอบคอบ  พวกเขาติดตั้งอุปกรณ์ (เช่น แอร์, ทีวี) ได้ทั่วทั้งโรงเรียน)

        h) We don’t eat out any more as we’re on a (tight) budget. (เราไม่ออกไปกินข้างนอกบ้านอีกต่อไป เพราะว่าเรากำลังหลีกเลี่ยงค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น – หรือมีงบประมาณจำกัด)

        i) A budget travel costs you only a small amount of money. (การท่องเที่ยวราคาถูกทำให้คุณจ่ายเงินเพียงเล็กน้อยเท่านั้น)

        j) You can buy the furniture in this shop at budget prices. (คุณสามารถซื้อเฟอร์นิเจอร์ในร้านนี้ในราคาถูก – ต่ำ)

5.    a) It was a colorful room. (มันเป็นห้องที่มีสีสัน – หรือสว่าง)

       b) That eccentric is a colorful character. (เจ้าคนพฤติกรรมประหลาดคนนั้นเป็นตัวละคร – หรือบทบาทในละคร – ที่มีเสน่ห์)

       c) Her description was colorful. (การอธิบายของเธอน่าสนใจ)

6.    a) The content of the lecture was illustrated by slides. (เนื้อหาสาระของการบรรยายถูกแสดงด้วยภาพโดยสไลด์)

       b) You should reduce the fat content in your diet. (คุณควรลดปริมาณไขมันในอาหารเพื่อลดน้ำหนักของคุณ)

       c) When she found her handbag, it had been emptied of its contents. (เมื่อเธอพบกระเป๋าถือของเธอ  มันถูกทำให้ว่างเปล่าจากของที่บรรจุอยู่ภายใน (กระเป๋า) – คือคนล้วงเอาของภายในกระเป๋าไปหมด)

       d) Look at the list of contents and see if that topic is covered. (จงดูรายชื่อสารบัญ  และดูว่ามันครอบคลุมหัวเรื่องนั้นหรือเปล่า)

       e) He grumbles about his salary, but she is quite content. (เขาบ่นเกี่ยวกับเงินเดือนของเขา  แต่เธอมีความพอใจ (กับเงินเดือนของเธอ) มาก)

        f) She was content to live here all her life. (เธอพอใจ – หรือเต็มใจ – ที่จะอาศัยอยู่ที่นี่ตลอดชีวิตของเธอ)

        g) The couple live a contented life in the village. (คู่สามีภรรยาคู่นั้นมีชีวิตที่พอใจ (มีความสุข) อยู่ในหมู่บ้าน)

        h) A contented person does not worry or feel restless. (บุคคลที่มีความพอใจไม่วิตกกังวลหรือรู้สึกกระวนกระวาย)

        i) The baby gurgled contentedly. (เด็กทารกกลั้วคอเสียงดังอย่างพอใจ)

        j) The cat purred with contentment in front of the fire. (เจ้าแมวร้องครางด้วยความพอใจอยู่ข้างหน้ากองไฟ)

7.    a) I’d love to go on an ocean cruise, but it’s very costly. (ผมอยากจะเดินทางไปกับเรือท่องเที่ยวมหาสมุทร  แต่มันมีค่าใช้จ่ายสูงมาก)

       b) It proved a costly, and time-consuming mistake. (มันได้พิสูจน์แล้วว่าเป็นความผิดที่มีราคาแพงและกินเวลามาก)

       c) Air-conditioners are costly. (เครื่องปรับอากาศมีราคาแพง)

       d) The route will be too costly in time. (เส้นทางนี้จะใช้เวลา (เดินทาง) มากเกินไป)

       e) The scandal was costly to his career, as no one would employ him afterwards. (เรื่องอื้อฉาวเป็นบทเรียนราคาแพงแก่อาชีพของเขา  เพราะว่าไม่มีใครว่าจ้างเขาหลังจากนั้น)

8.    a) The delights of the Paris cuisine bring a large number of people to Paris. (ความปลาบปลื้มยินดีในสไตล์การปรุงอาหารแบบปารีสชักนำผู้คนจำนวนมากไปสู่ปารีส – เพื่อไปกินอาหาร)

       b) This restaurant is renowned for its cuisine. (ภัตตาคารแห่งนี้มีชื่อเสียงในเรื่องอาหารที่ปรุงด้วยทักษะอย่างสูง – หรือฝีมือในการปรุงอาหาร)

9.    a) The country’s economy is on an upswing and economists predict an end to the recession. (เศรษฐกิจของประเทศกำลังขาขึ้น  และนักเศรษฐศาสตร์ทำนายการสิ้นสุดของเศรษฐกิจถดถอย)

       b) The mines are facing economic problems. (พวกเหมืองแร่กำลังเผชิญกับปัญหาเศรษฐกิจ)

       c) That nation is still very economically underdeveloped. (ประเทศนั้นยังคงด้อยพัฒนาในทางเศรษฐกิจ)

       d) I am finding that economics is quite a challenging degree at university. (ผมกำลังพบว่า (วิชา) เศรษฐศาสตร์เป็นปริญญาที่ท้าทายอย่างมากในมหาวิทยาลัย)

       e) She has looked at their business proposal and says its economics are sound. (เธอได้ดูข้อเสนอธุรกิจของพวกเขาแล้ว  และกล่าวว่าการบริหารทางการเงิน (ของข้อเสนอฯ) เป็นสิ่งดี)

       f) I like the economy of language in her writing which is clear and concise. (ผมชอบการใช้ภาษาอย่างมีประสิทธิภาพในการเขียน (บทความ, หนังสือ ฯลฯ) ของเธอ ซึ่งชัดเจนและสั้นกะทัดรัด)

       g) This is an economic/economical car to run because it uses very little fuel. (นี่เป็นรถที่ประหยัดสำหรับใช้วิ่ง  เพราะว่ามันใช้เชื้อเพลิงน้อยมาก)

       h) That company could be run far more economically, there is a lot of unnecessary expenditure. (บริษัทนั้นสามารถดำเนินการได้อย่างประหยัดมากขึ้นอีกเยอะ  (เพราะว่า) มีค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นอีกมากมาย – ที่สามารถประหยัดได้)

       i) Their reduced income has forced them to economize. (รายได้ที่ลดลงของพวกเขาบังคับให้พวกเขาต้องประหยัด)

       j) We economized on gas. (เราประหยัดน้ำมัน – ในการใช้รถ)

      k) She economized by buying fewer new dresses. (เธอประหยัดโดยการซื้อเสื้อผ้าอาภรณ์ใหม่น้อยลง)

      l) A way to save money is to travel economy class when you fly. (วิธีหนึ่งที่จะประหยัดเงินคือการเดินทางชั้นประหยัดเมื่อคุณบินไป)

     m) The economy pack contains more. (แพคเก็จประหยัด (เช่น การท่องเที่ยว, บ้านจัดสรร ฯลฯ) มี – หรือให้ – อะไรมากกว่า)

10.  a) John endeavo(u)red to swim across the river. (จอห์นพยายามว่ายข้ามแม่น้ำ)

       b) We must endeavo(u)r to help all we can. (เราต้องพยายามช่วยเหลือทั้งหมดเท่าที่จะช่วยได้)

       c) Please make every endeavo(u)r to arrive on time. (จงทำความพยายามทุกวิถีทางที่จะมาถึงให้ทันเวลา)

11.  a) One way to take a learning vacation is to enroll in a class. (วิธีหนึ่งที่จะเดินทางวันหยุดเพื่อการเรียนรู้คือการลงทะเบียนในชั้นเรียน)

       b) If enrollment is low, they will cancel the class. (ถ้าการลงทะเบียนมีคนน้อย  พวกเขาจะยกเลิกชั้นเรียน – เพราะมีผู้สมัครน้อย ไม่คุ้มค่าการสอน)

       c) Enrollees had to pay a deposit for the class. (ผู้ลงทะเบียนจำเป็นต้องจ่ายเงินมัดจำสำหรับชั้นเรียน)

       d) I am going to enroll for evening classes. (ผมจะลงทะเบียนสำหรับชั้นเรียนเวลากลางคืน)

       e) The school has enrolled 100 new students. (โรงเรียนได้ลงทะเบียนนักเรียนใหม่ ๑๐๐ คน)

       f) The enrollment of first-year students starts tomorrow. (การลงทะเบียนของนักเรียนปีหนึ่งเริ่มต้นวันพรุ่งนี้)

12.  a) The local residents are always helpful to visitors. (ผู้พำนักในท้องถิ่นมักชอบช่วยเหลือผู้มาเยือนเสมอ)

       b) They reside in a large house. (พวกเขาพักอาศัยอยู่ในบ้านหลังใหญ่)

       c) She is a resident in this boarding house. (เธอเป็นผู้พักประจำในหอพักที่จัดอาหารให้พร้อม)

       d) The student residence is simple but comfortable. (ที่พักของนักเรียนเป็นแบบง่ายๆแต่สะดวกสบาย)

       e) Foreigners are allowed only a few months’ residence in some countries. (ชาวต่างประเทศได้รับอนุญาตการอยู่อาศัยเพียง ๒ – ๓ เดือนเท่านั้นในบางประเทศ)         

        f) They have emigrated to Canada and taken up residence there. (พวกเขาได้อพยพไปอยู่แคนาดาและได้ที่พักอาศัยที่นั่น)

        g) Commuters live in residential suburbs which surround most large cities. (ผู้โดยสาร – ที่ต้องต่อรถหลายทอด – อาศัยในตำบลนอกเมืองที่เป็นย่านที่พักอาศัย  ซึ่งล้อมรอบเมืองใหญ่ส่วนมาก)

13.   a) Experienced art teachers will supervise your work. (ครูศิลปะที่มีประสบการณ์จะควบคุมดูแลงานของคุณ)

        b) I’ll personally supervise the builders every day. (ผมจะกำกับ-ควบคุมช่างก่อสร้างเป็นส่วนตัวทุกวัน)

        c) Volunteers taste the new drug under the supervision of a doctor. (อาสาสมัครทดสอบยาตัวใหม่ภายใต้การควบคุมดูแลของแพทย์)

        d) My supervisor suggested how I should tackle my university thesis. (อาจารย์ผู้ควบคุม – หรือที่ปรึกษา - ของผมแนะว่าผมควรจะจัดการกับวิทยานิพนธ์ของมหาวิทยาลัยอย่างไร)

        e) He was promoted to a supervisory position. (เขาได้รับการเลื่อนสู่ตำแหน่งที่เกี่ยวกับการกำกับดูแล)                                         

14.   a) Learning is an ongoing process. (การเรียนรู้เป็นกระบวนการต่อเนื่อง-ไม่จบสิ้น)

        b) What ongoing projects are you involved in now? (โครงการที่กำลังดำเนินอยู่อะไรที่คุณเกี่ยวข้องด้วยในขณะนี้)

15.   a) A bank is the sponsor for the tournament. (ธนาคารเป็นผู้อุปถัมภ์การแข่งขัน)

        b) The athlete needs someone to sponsor his trip to America. (นักกีฬาต้องการใครสักคนเป็นผู้อุปถัมภ์การเดินทางของเขาไปอเมริกา)

        c) The sponsored walk raised money for charity. (การเดินที่มีสปอนเซอร์หาเงินเพื่อการกุศล)

        d) We need sponsorship for the ballet tour. (เราต้องการการอุปถัมภ์ (สปอนเซอร์) สำหรับการเดินทางแสดงของคณะบัลเล่ต์)

        e) Many countries require a sponsor to vouch for a potential immigrant. (หลายประเทศต้องการผู้อุปถัมภ์เพื่อค้ำประกันผู้เดินทางเข้าประเทศที่มีศักยภาพ)

16.   a) From the top of the mountain you can survey the entire city. (จากยอดเขา  คุณสามารถมองเห็นอย่างละเอียด (หรือสำรวจ) เมืองทั้งเมือง)

        b) His survey of the building revealed it to be structurally sound. (การสำรวจอาคารของเขาเปิดเผยว่ามันมีสภาพดีในทางโครงสร้าง)

        c) The book surveyed the latest developments. (หนังสือนี้สำรวจพัฒนาการล่าสุด)

        d) The book contains a useful survey of recent history. (หนังสือรวบรวมการสำรวจที่เป็นประโยชน์ของประวัติศาสตร์ที่เพิ่งผ่านมา)

        e) The company plans to survey the staff to get their opinions. (บริษัทวางแผนที่จะสำรวจพนักงานเพื่อทราบความคิดเห็นของพวกเขา)

        f) A survey shows that 60% of students want to study after school. (การสำรวจแสดงว่า ๖๐ % ของนักเรียนต้องการจะศึกษาหลังโรงเรียนเลิก)

17.   a) Smoking dulls your sense of taste. (การสูบบุหรี่ทำให้ประสาทการรับรสของคุณทื่อ)

        b) The taste buds on your tongue can distinguish sweet, bitter, sour and salty. (ปุ่มรับรสบนลิ้นของคุณสามารถแยกความแตกต่างรสหวาน ขม เปรี้ยว และเค็ม ได้)

        c) Do you like the taste of this new cheese? (คุณชอบรสชาติของเนยใหม่นี้มั๊ย)

        d) This milk tastes sour. (นมนี้มีรสเปรี้ยว)

        e) The starving refugees had not tasted food for days. (ผู้ลี้ภัยที่กำลังอดตายไม่ได้กิน – หรือลิ้มรส - อาหารมาหลายวันแล้ว)

        f) She had a taste of independence when she moved into a flat. (เธอได้รับประสบการณ์ – หรือการลิ้มรส - ของอิสรภาพเมื่อเธอย้ายเข้ามาอยู่ในแฟลต)

        g) He has a taste for fast cars. (เขามีรสนิยม – หรือความชอบ – รถที่วิ่งได้เร็ว)

        h) Her lovely home reflects her good taste. (บ้านที่น่ารักของเธอสะท้อนถึงรสนิยมที่ดีของเธอ)

 

(การใช้คำศัพท์ในพารากราฟ)

Learning Vacations (การหยุดพักผ่อนที่มีการเดินทางสำหรับการเรียนรู้)

               A couple spends a week in Thailand learning to cook in the local style.  A group flies to Turkey to join an ongoing archeological dig for summer.  A history professor leads a tour of historical sites of Europe.

          The participants in these trips are all enjoying a different kind of travel: learning vacations.  Rather than spending their vacations relaxing on a beach or taking a bus tour of ten cities in eight days, they have opted to enjoy their time off by learning something new.  From attending summer camps for adults to studying botany in the rain forest, people everywhere are experiencing the value of a vacation with a purpose.  According to surveys, close to one-third of travelers each year choose learning programs over other types of vacations, and their numbers are growing.

(คำแปล)

          คู่สามีภรรยา (couple) ใช้เวลา ๑ สัปดาห์ในประเทศไทย เรียนรู้การปรุงอาหารในสไตล์ของท้องถิ่น คนกลุ่มหนึ่งบินไปตุรกีเพื่อร่วมการขุดค้น (dig) ทางโบราณคดีที่กำลังดำเนินไป (ongoing) สำหรับหน้าร้อน ส่วนศาสตราจารย์วิชาประวัติศาสตร์นำเที่ยวสถานที่ทางประวัติศาสตร์ของทวีปยุโรป

          ผู้เข้าร่วมในการเดินทางเหล่านี้ล้วนแต่สนุกสนานกับชนิดของการเดินทางท่องเที่ยวที่ต่างกันออกไป หรือ (ที่เรียกว่า) วันหยุดพักผ่อน (ที่มีการเดินทาง) สำหรับการเรียนรู้  ทั้งนี้ แทนที่จะใช้เวลาวันหยุดผ่อนคลาย (relaxing) อยู่ที่ชายหาด หรือทำการท่องเที่ยวโดยรถยนต์โดยสารไปยัง ๑๐ เมืองใน ๘ วัน  พวกเขาเลือก (opted) ที่จะสนุกกับเวลาในวันหยุด (time off) โดยการเรียนรู้บางสิ่งบางอย่างที่ใหม่  อนึ่ง จากการเข้าร่วมแค้มป์ฤดูร้อนสำหรับผู้ใหญ่ ไปจนถึงการศึกษาวิชาพฤกษศาสตร์ (botany) ในเขตป่าฝน  ผู้คนทุกหนทุกแห่งกำลังประสบกับ (experiencing) คุณค่าของวันหยุดพักผ่อนแบบมีวัตถุประสงค์ (purpose)  ทั้งนี้ จากการสำรวจ (พบว่า) เกือบ ๑ ใน ๓ ของผู้เดินทางในแต่ละปีเลือกโปรแกรมการเรียนรู้มากกว่า (กิจกรรม) วันหยุดพักผ่อนประเภทอื่นๆ และจำนวนของพวกเขาก็กำลังเพิ่มขึ้น

 

(พารากราฟเกี่ยวกับ Learning Vacations)

            Many people are interested in the concept of a learning vacation because it is a fun way to acquire skills while traveling.  Learning vacations don’t necessarily cost a great deal, so they are a good option for people on a budget.  If you would like to travel to colorful parts of the world, taste exotic cuisine, and learn something new at the same time, then a learning vacation might be a good choice for you.  If you want to economize, you can plan your vacation on your own.  Enrollment in a short course on a topic of special interest is a common way to spend a learning vacation and an easy one to arrange.  If the school that offers the course also has a residence for students, that will make your plans even easier.  You don’t need the supervision of a professional to organize your vacation.  A little research online might provide you with all the information you need.

(คำแปล)

          ผู้คนจำนวนมากมีความสนใจในแนวคิดของวันหยุดสำหรับการเรียนรู้ เพราะว่ามันเป็นวิธีการที่สนุกที่จะได้เรียนรู้ (acquire) ทักษะในขณะเดินทางท่องเที่ยว  วันหยุดสำหรับการเรียนรู้ไม่จำเป็นต้องมีราคา (cost) สูง ดังนั้น มันจึงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนที่มีงบประมาณจำกัด (on a budget)  ทั้งนี้  ถ้าคุณอยากจะท่องเที่ยวไปยังส่วนต่างๆที่มีสีสันของโลก  ชิมอาหารแปลกๆหรือเป็นของต่างประเทศ  และเรียนรู้บางสิ่งบางอย่างใหม่ๆในขณะเดียวกันด้วยละก็  วันหยุดสำหรับการเรียนรู้อาจจะเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคุณ  อนึ่ง ถ้าคุณต้องการประหยัด (economize) คุณสามารถวางแผนวันหยุดด้วยตัวของคุณเอง  การลงทะเบียน (enrollment) ในหลักสูตรสั้นๆในหัวข้อที่มีความสนใจพิเศษก็เป็นวิธีทั่วไป (ปกติ) ที่จะใช้เวลาวันหยุดสำหรับการเรียนรู้ และก็ง่ายที่จะจัดเตรียมด้วย  และถ้าโรงเรียนที่เสนอ (สอน) หลักสูตรมีที่พัก (residence) สำหรับนักเรียนด้วย  นั่นยิ่งทำให้แผนของคุณยิ่งง่ายขึ้นไปอีก  อนึ่ง คุณมิต้องการการกำกับ(ควบคุม)ดูแล (supervision) ของมืออาชีพในการจัดเตรียมวันหยุด (สำหรับการเรียนรู้) ของคุณ  การค้นคว้าวิจัยออนไลน์นิดหน่อยก็อาจให้คุณด้วยข้อมูลทั้งหมดที่คุณต้องการ

                    

                    

                    

หมวดคำศัพท์ IELTS (ตอนที่ 4)

Ecotourism (การท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์)

               

               

Accommodation (อะ-คอม-โม-เด๊-ชั่น) (n) – ที่พัก (เช่นโรงแรม), การปรับตัว, การต้อนรับ, สิ่งที่อำนวยความต้องการหรือความสะดวก

Accommodate (อะ-ค้อม-โม-เดท) (v) – (ห้อง)  จุคนได้, จัดที่ให้อยู่, ช่วย, จัดให้, ปรับ (ตัว), ทำให้เหมาะ, ปรองดอง, ทำให้คุ้นเคย

Accommodating (อะ-ค้อม-โม-เดท-ทิ่ง) (a) – โอนอ่อนผ่อนตาม, ซึ่งยินดีช่วย, ใจดี

Avoid (อะ-วอยด) (v) – หลีกเลี่ยง, ออกห่างจาก, หลบหลีก, ทำให้ไม่ได้ผล, ยกเลิก, ทำให้เป็นโมฆะ

Avoidance (อะ-ว้อย-เดิ้นซ) (n) – การหลีก เลี่ยง, การหลบหลีก, การยกเลิก, การทำให้เป็นโมฆะ

Avoidable (a) – สามารถหลีกเลี่ยงได้

Barrier (แบ๊ร์-รี-เออะ) (n) – สิ่งกีดขวาง, สิ่งกีดขวางทางผ่าน, อุปสรรค, ด่านศุลกากร

Category (แค้ท-ทิ-กอ-รี่) (n) – ประเภท, ชนิด, ลำดับชั้น

Categorize (แค้ท-ทิ-กอ-ไรซ) (= categorise) (v) – จัดเป็นหมวดหมู่, แบ่งออกเป็นประเภท, เรียงลำดับชั้น

Categorical (= categoric) (a) – อย่างไม่มีเงื่อนไข, สมบูรณ์, (คำพูด) ชัดเจน, เน้นย้ำ หรือในทางบวก

Concept (ค้อน-เซพท) (n) – แนวความคิด, ข้อคิดเห็น, ความคิด

Conceive (คัน-ซี้ฟว) (v) – คิด, นึกคิด, มีความ คิด, จินตนาการ, ก่อขึ้นในใจ, ตั้งครรภ์

Conceptual (a) – ซึ่งเป็นแนวความคิด, เกี่ยวกับแนวความคิด, เกี่ยวกับการสร้างความคิด

Conception (คัน-เซ้พ-ชั่น) (n) – การคิด, การสร้างมโนคติ, ภาวะตั้งครรภ์, การตั้งต้น

Conceivable (v) – ที่สามารถนึกคิดได้

Culprit (คั้ล-พริท) (n) – ผู้กระทำผิด, ผู้ร้าย, จำเลยในคดีอาญา, สาเหตุของปัญหาหรือความยุ่งยาก

Delicate (เด๊ล-ลิ-เคท) (a) – ละเอียดอ่อน, ประณีต, บรรจง, เปราะบาง, แตกง่าย, อ่อนแอ, ยากที่จะจัดการ, ลำบาก, (ผิวหนัง) อ่อนนุ่ม, บอบบาง

Delicacy (= delicateness) (n) – ความละเอียดอ่อน-เปราะบาง-แตกง่าย, ความประณีต, ความอ่อนแอ, ความลำบาก, อาหารอันโอชะหรือราคาแพง

Destination (n) – จุดหมายปลายทาง, จุดมุ่งหมาย

Destine (เดส-ทิน) (v) – กำหนด, กำหนดล่วงหน้า, วางจุดมุ่งหมาย

Destined (เดส-ทิน-ดึ) (a) – ซึ่งมีจุดมุ่งหมาย, ซึ่งกำหนดไว้ล่วงหน้า, ซึ่งมุ่งไปที่

Destiny (n) – ชะตากรรม, โชคชะตา, เคราะห์กรรม, พรหมลิขิต

Dump (v –n) – ทิ้งขยะ, ทิ้ง, เท, ทุ่มเทสินค้าเข้ามาขาย, กองขยะ, ที่ทิ้งขยะ, การทิ้ง

Injure (อิ๊น-เจอะ) (v) – ทำให้ได้รับบาดเจ็บ, ทำให้เสียหาย, ทำอันตราย, ทำร้ายจิตใจ, ประทุษร้าย

Injury (อิ๊น-จู-รี่) (n) – การบาดเจ็บ, บาดแผล, ความเสีย หาย, การประทุษร้าย, อันตราย, ภัย

Injurious (อิน-จั๊ว-เรียส) (a) – ที่ทำให้บาดเจ็บ, ที่เป็นอันตราย

Pleasure (เพล้ช-เช่อะ) (n) – ความสนุกสนาน, ความสุข, ความพอใจ, ความยินดี, ความสบาย, ความปรารถนา, ความสำราญ

Pleasant (เพล้ซ-เซิ่นท) (a) – สบายใจ, พอใจ, ถูกใจ, ร่าเริง, ให้ความพอใจ, มีมิตรไมตรีจิต, สุภาพ, เรียบร้อย

Please (พลีซ) (v) – ทำให้เพลิดเพลิน, ทำให้พอใจ-ถูกใจ, ทำให้ยินดี, ให้ความเพลิดเพลิน, กรุณา, โปรด

Pleasurable (a) – น่าสนุก, น่าพอใจ, เป็นที่ถูกใจ, น่าสบายใจ

Practice (n) – การปฏิบัติ, วิธีปฏิบัติ, การฝึกฝน, การกระทำเป็นปกติวิสัย, ประเพณีหรือระบบ

Practise (v) – ปฏิบัติ, ฝึกหัด, ฝึกฝน

Principle (n) – หลัก, หลักการ, กฎ, ศีลธรรม, ความจริงหรือกฎพื้นฐานทั่วไป

Publicity (พับ-ลิซ-ซิ-ที่) (n) – การโฆษณา, การเผยแพร่, การประชาสัมพันธ์, ชื่อเสียง

Publicize (พั้บ-ลิ-ไซซ) (v) – โฆษณา, ประกาศ, เผยแพร่, ประชาสัมพันธ์

Public (a – n) – เกี่ยวกับหรือเปิดเผยแก่สาธารณชน, เพื่อประชาชน, โดยส่วนรวม, สาธารณชน, ประชาชน, ชุมชน

Recycle (รี-ไซ้-เคิ่ล) (v) – ทำให้หมุนเวียน, ทำให้นำมาใช้ประโยชน์ได้อีก

Remote (ริ-โม้ท) (a) – ซึ่งอยู่ห่างไกล, ไกล, ไกลโพ้น, นานมาแล้ว, โดดเดี่ยว, ห่างๆ, ห่างเหิน, เล็กน้อย, เย็นชาและไม่เป็นมิตร

Strive (สไทร้ฟว) (v) – พยายามหนัก, มุ่งมั่น, ฝ่าฟัน, ดิ้นรน, ต่อสู้, แข่งขัน (กริยา ๓ ช่อง คือ strive strove   striven)

Striver (สไทร้ฟ-เว่อ) (n) – ผู้บากบั่น-พากเพียร-มุ่งมั่น-ดิ้นรนต่อสู้

Volunteer (ว้อล-เลิน-เทียร์) (n – v) – อาสาสมัคร, ผู้กระทำโดยสมัครใจ, ทหารอาสา สมัคร, อาสาสมัคร, บอกโดยใจสมัคร

Voluntary (ว้อล-เลิน-เทอ-รี่) (a) – สมัครใจ, ตั้งใจ, ไม่ได้รับค่าจ้าง, จงใจ, โดยเจตนา, มีอิสระในการเลือก, เกิดขึ้นเอง, โดยธรรมชาติ

Wary (แว้-รี่) (a) – ระมัดระวัง, ระวังตัว, คอยเฝ้าดู, รอบคอบ

Wariness (แว้-รี่-นิส) (n) – ความระมัดระวัง, ความรอบคอบ, การเฝ้าดู, การรู้ตัว

Wilderness (วิ้ล-เดอะ-นิส) (n) – บริเวณรกร้างว่างเปล่า, ที่ที่ไม่มีคนอยู่อาศัยหรือเพาะปลูก, บริเวณกว้างใหญ่ไพศาล, จำนวนมหาศาล

 

การใช้คำศัพท์ในประโยค

1.   a) We have room to accommodate the family. (เรามีห้องที่จะให้ที่พักแก่ครอบครัว ของเขาหรือของเรา – ได้)

      b) It’s a small hotel that can accommodate only about fifty guests. (มันเป็นโรงแรมเล็กๆที่สามารถจุ (ให้ที่พัก) แขกได้เพียงประมาณ ๕๐ คนเท่านั้น)

      c) The accommodations on our trip were very comfortable. (ที่พักระหว่างการเดินทางของเราสะดวกสบายมาก)

      d) The hotel has accommodation for 100 guests. (โรงแรมมีที่พักสำหรับแขก ๑๐๐ คน)

      e) Jim will accommodate me with the use of his car. (จิมจะจัดให้ผมได้ใช้รถยนต์ของเขา)

      f) Can you accommodate me with a loan? (คุณช่วยจัดหาเงินกู้ให้ผมได้ไหม)

     g) She is an accommodating person. (เธอเป็นคนที่โอนอ่อนผ่อนตาม – หรือซึ่งยินดีช่วยคนหรือใจดี)

     h) An accommodating host sees to the needs of his guests. (เจ้าของบ้านที่ใจดีจะคอยดูแลความต้องการของแขก)

     i) You must accommodate yourself to the situation. (คุณต้องปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์นะ)

     j) The accommodation of the eye to light occurs automatically. (การปรับตัวของตาต่อแสงเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ)

2.  a) We can avoid damaging the environment if we are careful to follow certain practices. (เราสามารถหลีกเลี่ยงการทำให้สภาพแวดล้อมเสียหาย  ถ้าเราคอยระวังที่จะทำตามข้อปฏิบัติบางประการ)

     b) You must avoid eating chocolates. (คุณต้องหลีกเลี่ยงการกินช็อกโกแลต)

     c) We try to avoid our argumentative neighbors. (เราพยายามที่จะออกห่างจาก (หลบหลีก) เพื่อนบ้านที่ชอบโต้เถียง)

     d) Avoidance of environmental damage is an important part of ecotourism. (การหลีกเลี่ยงการทำลายสภาพแวดล้อมเป็นส่วนสำคัญของการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์)

     e) He is known for his avoidance of responsibility. (เขาเป็นที่รู้จักในเรื่องการหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบ)

      f) We must cut out all avoidable expenditure. (เราจะต้องตัดรายจ่ายที่สามารถหลีกเลี่ยงได้)

3.   a) The police erected a barrier to control the crowds. (ตำรวจตั้งสิ่งกีดขวางเพื่อควบคุมฝูงชน)

      b) The language barrier can be a problem when traveling. (อุปสรรคด้านภาษาสามารถเป็นปัญหาขณะเดินทาง)

4.   a) In which category of animals is the panda? (แพนด้าเป็นสัตว์ในกลุ่ม – ประเภท – ใด)

      b) The librarian will categorize the books by their subject matter. (บรรณารักษ์จะจัดหมวดหมู่หนังสือตามหัวเรื่องของมัน)

      c) He made a categorical denial of the charge of rape. (เขาให้การปฏิเสธอย่างชัดเจน – หรือแบบเน้นย้ำ – ในข้อกล่าวหาข่มขืน)

5.   a) Fertility clinics help women who find it difficult to conceive. (คลินิคเจริญพันธุ์ช่วยผู้หญิงที่พบว่ายากลำบากที่จะตั้งครรภ์)

      b) Approximately nine months elapse between conception and birth in humans. (โดยประมาณ  เวลา ๙ เดือนล่วงไประหว่างการตั้งครรภ์และการคลอดในมนุษย์)

      c) The politician conceived a way to win votes. (นักการเมืองนึกคิดวิธีการที่จะได้รับคะแนนเสียงโหวต)

      d) It is not hard to conceive of ways to protect the environment. (มันยากที่จะนึกคิดวิธีการที่จะปกป้องสิ่งแวดล้อม)

      e) The concept of evolution is not acceptable to all. (แนวความคิดเรื่องวิวัฒนาการไม่เป็นที่ยอมรับแก่ทุกคน)

       f) Ecotourism is a concept that is growing in popularity. (การท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์เป็นแนวความคิดที่ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น)

      g) We cannot conceive why he ran away. (ผมไม่อาจจินตนาการได้เลยว่าทำไมเขาจึงวิ่งหนี)

      h) The whole conception of that TV car commercial is brilliant. (การสร้างความคิดทั้งหมดของโฆษณารถยนต์ทางทีวีเรื่องนั้นฉลาดมาก)

       i) Graphic designers must have good conceptual abilities. (นักออกแบบกราฟฟิคจะต้องมีความสามารถเกี่ยวกับการสร้างแนวคิดที่ดี)

       j) I’ve tried every conceivable method, but I still cannot get this stain out. (ผมได้พยายามทุกวิธีที่สามารถนึกคิดได้  แต่ผมยังคงไม่สามารถกำจัดรอยเปื้อนนี้ออกไป)

6.    a) The main culprits were caught and heavily sentenced. (ผู้กระทำความผิดตัวหลักถูกจับได้และถูกตัดสินลงโทษอย่างหนัก)

       b) The judge told the culprit that he had no excuse whatever. (ผู้พิพากษาบอกผู้กระทำผิดว่าเขาไม่มีข้อแก้ตัว  ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม)

       c) Fat is a major culprit in causing cancers of the bowel. (ไขมันเป็นผู้ร้าย – สาเหตุของโรค – ในการทำให้เกิดมะเร็งของลำไส้)

7.    a) A watch has a delicate mechanism. (นาฬิกามีกลไกที่ละเอียดอ่อน)

       b) The body is a delicate machine. (ร่างกายคือเครื่องจักรที่ละเอียดอ่อน)

       c) Treat this delicate glass carefully. (ใช้แก้วที่แตกง่ายใบนี้อย่างระมัดระวังนะ)

       d) We admired the delicacy of the woodcarving. (เราชื่นชมความประณีตบรรจงของงานแกะสลักไม้ชิ้นนี้)

       e) This china is too delicate for everyday use. (ถ้วยชามกระเบื้องชิ้นนี้เปราะบางเกินไปสำหรับการใช้ประจำวัน)

        f) A delicate operation was performed on her eye. (การผ่าตัดที่ละเอียดอ่อน – ต้องใช้ความระมัดระวังมาก – ถูกทำขึ้นกับดวงตาของเธอ)

        g) A baby’s delicate skin has to be treated gently. (ผิวหนังที่อ่อนนุ่ม-บอบบางของทารกจำเป็นต้องได้รับการปฏิบัติอย่างนุ่มนวล)

        h) I’m not keen on delicacies, I prefer plain food. (ผมไม่สนใจอาหารที่หรูหรา-ราคาแพง  แต่ผมชอบอาหารธรรมดาๆมากกว่า)

8.     a) The hitchhiker’s destination was Vienna. (จุดหมายปลายทางของนักโบกรถคือเวียนนา)

        b) We were destined never to meet again. (เราถูกกำหนดไว้ – โดยโชคชะตา – ให้ไม่ต้องมาเจอกันอีก)

        c) The train was destined for Paris. (รถไฟขบวนนี้มุ่งสู่ปารีส)

        d) Coming from a legal family, I was destined for a career as a lawyer. (เนื่องจากมาจากครอบครัวที่เกี่ยวกับด้านกฎหมาย  ผมถูกกำหนด – คือวางแผนไว้ล่วงหน้า – ให้ต้องประกอบอาชีพเป็นนักกฎหมาย – หรือทนายความ)

9.     a) Death in foreign land was his destiny. (การตายในดินแดนต่างประเทศเป็นชะตากรรมของเขา)

        b) It seems destiny that we should meet. (มันเหมือนเป็นโชคชะตา – หรือพรหมลิขิต – ที่ว่าเราควรจะมาเจอกัน)

10.   a) His job is to dump earth from a truck. (งานของเขาคือการเทดินลงจากรถบรรทุก)

       b) Dump that load of gravel over there. (จงเทกรวดทรายกองนั้นลงที่ตรงนั้น)

       c) The refuse was discarded on the town dump. (ขยะถูกทิ้งไว้ที่ที่ทิ้งขยะของเมือง)

11.   a) Ecotourists try not to injure the environment. (นักท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ หรือ อนุรักษ์พยายามที่จะไม่ทำให้สภาพแวดล้อมเสียหาย)

        b) Frost will injure the fruit. (น้ำค้างแข็งจะทำให้ผลไม้เสียหาย)

        c) Don’t injure yourself with that sharp knife. (อย่าทำให้ตัวคุณเองบาดเจ็บด้วยมีดที่คมด้ามนั้น)

        d) The scandal injure the minister’s reputation. (เรื่องอัปยศ-อื้อฉาวทำให้ชื่อเสียงของท่านรัฐมนตรีเสื่อมเสีย)

        e) The injured were taken to hospital. (ผู้ได้รับบาดเจ็บถูกนำส่งโรงพยาบาล)

        f) She suffered a serious back injury in the accident. (เธอทนทุกข์กับการบาดเจ็บสาหัสที่หลัง  จากอุบัติเหตุ)

        g) He was lucky to escape with minor injuries. (เขาโชคดีที่รอดมาได้ โดยการบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย)

        h) Smoking is injurious to health. (การสูบบุหรี่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ)

12.   a) We request the pleasure of your company at our wedding. (เราร้องขอความสุข-สำราญจากกลุ่มของท่านในการมาร่วมงานแต่งงานของเรา)

        b) Yes, you may use my pen, with pleasure. (ใช่แล้ว  คุณใช้ปากกาของผมได้เลย  ด้วยความยินดี)

        c) This gift should please him. (ของขวัญชิ้นนี้คงจะทำให้เขาพอใจ – หรือยินดี)

        d) That was a pleasant (= pleasing) meal, light but filling. (นั่นเป็นมื้ออาหารที่ถูกใจ  แม้จะเป็นมื้อเบาๆแต่ก็อิ่ม)

        e) Diving into the cold water was a very pleasurable sensation. (การดำลงไปในน้ำเย็นเป็นความรู้สึกที่น่าสนุก-น่าพอใจ)

        f) Her chief pleasure is gardening. (ความสุข – หรือความพอใจ – หลักของเธอคือการทำสวน)

        g) What a pleasant young man! (เขาช่างเป็นชายหนุ่มที่สุภาพและเป็นมิตรเสียนี่กระไร)

13.   a) Jane practises the piano daily. (เจนฝึกซ้อมเปียโนทุกวัน)

        b) If you’re part of a team, you must attend team practice. (ถ้าคุณเป็นส่วนหนึ่งของทีม  คุณจะต้องเข้าร่วมการฝึกซ้อมของทีม)

        c) Some countries maintain the practice of trial by jury. (บางประเทศยังคงดำรงประเพณี – หรือระบบ – การไต่สวนโดยคณะลูกขุน)

        d) Practise what you preach. (จงทำในสิ่งที่คุณสั่งสอน)

        e) He was unable to put his plans into practice. (เขาไม่สามารถนำแผนของเขาไปสู่การปฏิบัติ)

        f) A tolerant society permits everyone to practise their religion. (สังคมที่อดทนยอมให้ทุกคนปฏิบัติศาสนาของตน)

        g) The practice of religion is permitted in our country. (การปฏิบัติศาสนาได้รับอนุญาตในประเทศของเรา)

14.   a) Free speech is an established principle of democracy. (การพูดอย่างอิสระเป็นหลักการ – หรือกฎเกณฑ์ทั่วไป – ที่ถูกสร้างขึ้นของระบอบประชาธิปไตย)

        b) Grammar teaches us the principles of a language. (ไวยากรณ์สอนเราเรื่องหลักหรือกฎเกณฑ์ทั่วๆไปของภาษา)

        c) Her principle is to treat others with courtesy and politeness. (หลักการของเธอคือการปฏิบัติต่อผู้อื่นด้วยความเคารพและสุภาพ)

        d) She is a cheat and has no principles. (เธอเป็นนักต้มตุ๋นหลอกลวงและไม่มีหลักการอะไรเลย)

        e) The boss has agreed in principle to a wage increase, but has not fixed the amount yet. (เจ้านายได้เห็นด้วยในหลักการในการเพิ่มค่าจ้าง  แต่ยังมิได้ระบุจำนวนที่แน่นอนลงไป)

15.   a) Christmas Day is a public holiday. (วันคริตสมาสเป็นวันหยุดของประชาชนทั่วไป)

        b) The public has a right to know the facts about this project. (ประชาชนทั่วไปมีสิทธิที่จะทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับโครงการนี้)

        c) There will be a public inquiry into the causes of the crash. (จะมีการไต่สวนอย่างเปิดเผยถึงสาเหตุของเครื่องบินตก)

        d) At a rally he publicly criticized the government. (ที่การชุมนุม  เขาวิจารณ์รัฐบาลอย่างเปิดเผย)

        e) As we don’t have a car, we have to use public transport. (เนื่องจากเราไม่มีรถ  เราจำเป็นต้องใช้ขนส่งสาธารณะ)

         f) Is there a public convenience near here? (มีห้องน้ำสาธารณะอยู่ใกล้ๆแถวนี้บ้างมั๊ย)

16.    a) This vase is made of recycled glass. (แจกันนี้ถูกทำด้วยแก้วรีไซเคิ่ล)

        b) They recycled the waste water and used it once again. (พวกเขารีไซเคิ่ลน้ำเสียและใช้มันอีกครั้ง)

17.    a) In remote times people lived in caves. (ในยุคที่ไกลออกไป  ผู้คนอาศัยอยู่ในถ้ำ)

        b) They live on a farm remote from any town or village. (เขาอาศัยในฟาร์มที่ห่างไกล – หรือโดดเดี่ยว – จากเมืองหรือหมู่บ้านใดๆ)

        c) She is a remote cousin of mine. (เธอเป็นญาติห่างๆของผม)

        d) He is so far behind that his chances of winning now are remote. (เขา –นักวิ่ง – ถูกทิ้งห่างไว้ข้างหลังมากจนกระทั่งโอกาสชนะในขณะนี้มีน้อย)

        e) Her remote manner makes people rather nervous. (อากัปกิริยาที่เย็นชาและไม่เป็นมิตรของเธอทำให้ผู้คนค่อนข้างวิตกกังวล)

18.   a) We can end the violence if we all strive for peace. (เราสามารถยุติความรุนแรงได้  ถ้าเราทุกคนพยายามอย่างหนักเพื่อสันติภาพ)

        b) The conscientious student has striven to do her best. (นักเรียนที่มีคุณธรรมคนนั้นพยายามอย่างยิ่งที่จะทำให้ดีที่สุด)

        c) The union strove to improve wages for its members. (สหภาพมุ่งมั่นฟันฝ่าในการปรับปรุงค่าจ้างของสมาชิก)

        d) A true artist is a striver for perfection. (ศิลปินที่แท้เป็นผู้ที่มุ่งมั่นดิ้นรนเพื่อความสมบูรณ์แบบ)

        e) He was striving with his brother to get his father’s approval. (เขากำลังต่อสู้ (ขัดแย้ง) กับพี่ชายเพื่อให้ได้รับความยินยอมจากพ่อ)

19.   a) The man volunteered to help put out the fire. (ชายคนนั้นอาสาสมัครเพื่อช่วยดับไฟ)

        b) Men volunteered to serve in the army and navy. (ผู้ชายอาสาสมัครเป็นทหารในกองทัพบกและทัพเรือ)

        c) She made a voluntary donation to charity. (เธอทำการบริจาคอย่างสมัครใจ – หรือเต็มใจ – แก่การกุศล)

        d) Did he resign voluntarily or was he sacked? (เขาลาออกโดยสมัครใจ  หรือเขาถูกไล่ออก)

        e) We need a volunteer to serve tea at the meeting. (เราต้องการอาสาสมัคร ๑ คนเพื่อคอยเสิร์ฟน้ำชาที่การประชุม)

        f) She is a voluntary helper at the orphanage. (เธอเป็นผู้ช่วยที่ไม่ได้รับเงินค่าจ้างที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า)

        g) The charity is run on a voluntary basis. (งานการกุศลถูกดำเนินไปบนพื้นฐานสมัครใจ – คือไม่มีค่าจ้างหรือการบังคับ)

        h) Biting your nail is a voluntary action that must be controlled. (การกัดเล็บของคุณเป็นการกระทำโดยธรรมชาติ – หรือที่เกิดขึ้นเอง – ซึ่งจะต้องถูกควบคุม)

20.  a) The deer kept a wary eye open for predators. (เจ้ากวางตัวนั้นมีตาที่เปิดและเฝ้าระวังสำหรับนักล่า – หมายถึงสัตว์ เช่น เสือ)

       b) He approached the stray dog warily. (เขาเข้าไปใกล้หมาจรจัดด้วยความระวัง)

       c) An animal’s survival in the wild depends on constant wariness. (การอยู่รอดของสัตว์ในป่าขึ้นอยู่กับการเฝ้าระวังอยู่เป็นประจำ)

       d) The tiger and lion eyed each other with wariness. (เจ้าเสือและสิงห์โตจ้องมองซึ่งกันและกันด้วยความระมัดระวัง)

       e) The unwary woman had her bank card stolen. (ผู้หญิงที่ไม่ระวังคนนั้นถูกขโมยบัตรธนาคารของเธอไป)

 21.  a) The desert is a barren wilderness with no water. (ทะเลทรายเป็นที่ว่างเปล่าที่แห้งแล้งซึ่งปราศจากน้ำ)

        b) The garden of the abandoned house turned into a wilderness. (สวนของบ้านที่ถูกทิ้งร้างกลายเป็นที่รกร้างว่างเปล่า)

 

พารากราฟเกี่ยวกับ Ecotourism (การท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์หรืออนุรักษ์)

               The types of vacations that fit into the category of ecotourism vary widely.  Ecotourism might involve travel to a natural destination such as a national park or a nature preserve to learn about the natural environment and, in some cases, to volunteer on environmental protection projects.  It could be a few weeks spent with local artisans learning how to do a traditional craft.  Trips that involve hiking or rafting through wilderness areas with no regard for the natural habitats one passes through would not be included in the definition of ecotourism.  Neither, of course, would be trips with a focus on hunting.

(คำแปล)    ประเภทของวันหยุดที่มีการเดินทาง (vacations) ซึ่งเหมาะที่จะอยู่ใน (fit into) ประเภท (category) ของการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ แตกต่างกัน (vary) อย่างกว้างขวาง  การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์อาจจะเกี่ยวข้องกับการเดินทางไปสู่จุดหมายปลายทาง (destination) ที่เป็นธรรมชาติ เช่น อุทยานแห่งชาติ หรือบริเวณป่าสงวน (preserve) ธรรมชาติ เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ และในบางกรณี ก็เพื่อเป็นอาสาสมัคร (volunteer) ในโครงการปกป้องสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ มันอาจเป็นเวลา ๒ - ๓ สัปดาห์ที่ใช้ไปกับช่างฝีมือ (artisans) ในท้องถิ่น เพื่อเรียนรู้วิธีทำงานฝีมือ (craft) แต่ดั้งเดิม (โบราณ) (traditional)   อนึ่ง การเดินทางที่เกี่ยวกับการเดินทางไกลโดยทางเท้า (hiking) หรือการล่องแพ (rafting) ผ่านไปตามบริเวณที่รกร้างว่างเปล่า (หรือไม่มีคนอยู่อาศัย-เพาะปลูก) (wilderness) โดยไม่คำนึงถึง (with no regard for) ที่อยู่อาศัยของสัตว์ (habitats) ในธรรมชาติในขณะที่ผู้นั้นเดินทางผ่านไป จะไม่รวมอยู่ในคำจำกัดความของการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และ แน่ละ การเดินทางที่มุ่งเน้นการล่าสัตว์ (hunting) ก็ไม่รวมอยู่ด้วยเช่นกัน

(พารากราฟ 2)     Ecotourism companies operate on the principle that avoidance of harm to the environment is not only possible but an important part of pleasure trips.  The basic concept of ecotourism is to respect the places you visit, in terms of both the culture and the natural environment.  Ecotourism companies offer a wide range of tours.  Some include stays in luxury hotels, whereas others take travelers to remote destinations where only the simplest accommodations are available.  On some trips, travelers learn about the wild plants and animals that live in the area.  On others, they learn about the local traditions.  On all trips, travelers are careful not to cause any type of injury to the environment.  Where environmental harm is concerned, they don’t want to be among the culprits.  If you are interested in ecotourism, it’s easy to find out about trips being offered.  Ecotourism companies publicize their trips in travel magazines and on travel websites.

(คำแปล)     บริษัทท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ดำเนินงานบนหลักการที่ว่า  การหลีกเลี่ยง (avoidance) การทำอันตราย (harm) แก่สิ่งแวดล้อม  ไม่เพียงแต่จะเป็นไปได้ แต่ยังเป็นส่วนสำคัญของการท่องเที่ยวเพื่อความเพลิดเพลิน-สนุกสนาน (pleasure)  แนวความคิด (concept) พื้นฐานของการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ คือการเคารพสถานที่ที่คุณไปเยือนในแง่ของทั้งด้านวัฒนธรรมและสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ  บริษัทท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์เสนอการท่องเที่ยวในหลายระดับ  บางรายการรวมไปถึงการพักในโรงแรมหรู (luxury hotels) ในขณะที่ (รายการ) การท่องเที่ยวอื่นๆพานักเดินทางไปสู่จุดหมายปลายทาง (destinations) ที่อยู่ห่างไกล (remote) ที่ซึ่งเพียงแต่ที่พัก (accommodations) ที่ง่ายๆและธรรมดาที่สุด (simplest) เท่านั้นที่สามารถหาได้ (available)  ในการท่องเที่ยวบางครั้ง  ผู้เดินทางเรียนรู้เกี่ยวพืชและสัตว์ป่า (wild) ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ แต่ในบางครั้ง (ครั้งอื่นๆ) พวกเขาได้เรียนรู้เกี่ยวกับจารีตประเพณี (traditions) ท้องถิ่น แต่ทั้งนี้ ในการเดินทางทุกครั้ง (ของการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์) ผู้เดินทางมีความระมัดระวังไม่ก่อให้เกิดการทำอันตราย (injury) ประเภทใดๆต่อสภาพแวดล้อม  สำหรับในที่ที่เกี่ยวข้องกับการทำอันตรายสภาพแวดล้อม  นักท่องเที่ยวประเภทนี้ไม่ต้องการอยู่ในกลุ่มผู้กระทำความผิด (culprits) (คือไม่ทำลายสภาพแวดล้อม)  ถ้าคุณสนใจในการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์  มันง่ายที่จะค้นหา (find out) เกี่ยวกับการท่องเที่ยวที่ถูกเสนอให้ (โดยบริษัทฯ)   บริษัทท่องเที่ยวฯ โฆษณา-ประชาสัมพันธ์ (publicize) การเดินทางของตนในวารสารท่องเที่ยวและในเว็บไซต์ท่องเที่ยว

          

          

                         

หมวดคำศัพท์ IELTS (ตอนที่ 3)

Major Subways of Europe (รถไฟใต้ดินสายสำคัญของยุโรป)

Pedestrian (พี-เดส-เทรียน) (n – a) – คนเดินเท้า, คนเดินถนน, เดินด้วยเท้า, เกี่ยวกับการเดิน, ขาดรสชาติ, จืดชืด

Utilize (utilise) (v) – ใช้ประโยชน์

Utilization (n) – การใช้ประโยชน์

Utility (n) – ประโยชน์, ความเป็นประโยชน์, การบริการสาธารณะ (เช่น รถไฟ, รถเมล์, โทรศัพท์, ไฟฟ้า, ประปา)

Surface (n – a - v) – พื้นผิวหน้า, ผิว, โฉมภายนอก, ผิวนอก, การขนส่งทางพื้นดินหรือทางเรือ (ไม่ใช่ทางอากาศ ใต้ดิน หรือใต้น้ำ), ผิวดิน, เกี่ยวกับผิวหน้า, ผิวเผิน, ตื้นๆ, เกี่ยวกับทางพื้นดินหรือทางทะเล, โผล่ขึ้นเหนือพื้นน้ำ, กระทำบนผิวหน้า, ราดบนผิวหน้า เช่น ราดยาง

Clog (v – n) – ขัดขวาง, กีดขวาง, อัดแน่นไปด้วย, อุดตัน, เต็มไปด้วย, สิ่งที่ขัดขวาง, สิ่งที่ใช้อุด, อุปสรรค

Decorate (v) – ประดับประดา, ตกแต่ง, ตกแต่งโดยทาสีหรือติดวอลเปเปอร์,  มอบเหรียญตราให้เพื่อเป็นเกียรติ

Decoration (n) – การประดับประดา, เครื่องประดับ, เครื่องยศ, อิสริยาภรณ์, เหรียญกล้าหาญ, หนังสือชมเชย

Decorative (a) – ซึ่งเป็นการประดับ-ตกแต่ง

Headquarters (n) – สำนักงานใหญ่

Expand (v) – ขยาย (เวลา, บริการ), ต่อออกไป (บ้าน, ที่ทำงาน), ทำให้ใหญ่ขึ้น (expandable =  สามารถขยายออกไปได้)

Expansion (n) – การขยายออกไป, การต่อออกไป (expansive = เปิดเผย, เป็นมิตร, คุยจ้อ)

Intrinsic (อิน-ทริ้น-ซิค) (a) – ภายใน, ซึ่งอยู่ภายใน, เกี่ยวกับธรรมชาติหรือตัวของมันเอง โดยมิได้เกี่ยวข้องกับสิ่งอื่น, ซึ่งเป็นพื้นฐาน

Rival (ไร้-เวิ่ล) (n – v - a) – คู่ต่อสู้, คู่แข่งขัน, คู่ ปรับ, คนหรือสิ่งที่พอจะทัดเทียมกันได้, แข่งขัน, ชิงดี, ตีเสมอ, ซึ่งเป็นคู่แข่ง

Rivalry (ไร้-เวิล-รี่) (n) – การแข่งขัน, การเป็นคู่ต่อสู้กัน, การชิงดีชิงเด่น, การตีเสมอ

Operate (v) – ทำงาน, ทำหน้าที่, ดำเนินงาน, ให้บริการ, คุมเครื่องจักร, ผ่าตัด

Operation (n) – การทำงาน, ธุรกิจ, การคุมเครื่องจักร, การผ่าตัด

Shield (ชีลด) (v – n) – โล่, เครื่องป้องกัน, สิ่งคุ้มครอง, ตราประจำโรงเรียน-สมาคม-ตระกูล,ปกป้อง, คุ้มครอง, ป้องกัน, เป็นโล่ป้องกัน

Showcase (n – v)) – ตู้กระจกแสดงสินค้า, ตู้แสดง, สิ่งที่แสดงจุดเด่นของคนหรือสิ่งของ, แสดงให้เห็นจุดเด่น

Centerpiece (n) – ลักษณะหลักๆหรือสำคัญที่สุด, ของประดับที่วางไว้ตรงกลาง โดยเฉพาะตั้งแสดงไว้บนโต๊ะ

Architecture (n) – สถาปัตยกรรม

Destroy (v) – ทำลาย, ผลาญ, ฆ่า, ทำให้ไม่ได้ผล หรือใช้การไม่ได้

Destruction (n) – การทำลาย, วิธีการทำลาย, สาเหตุของการทำลาย

Destructive (a) – ซึ่งเป็นการทำลาย

Disrupt (v) – ขัดขวาง, ขัดจังหวะ, รบกวน, ทำให้ยุ่งเหยิง-วุ่นวาย-ปั่นป่วน, ทำให้สับสน, ทำให้แตกแยกออก

Disruption (n) – การขัดขวาง-รบกวน, การทำให้วุ่นวาย-ปั่นป่วน,  การทำให้แตกแยกออกเป็นชิ้นๆ

Disruptive (a) – ซึ่งขัดขวางหรือรบกวน

Release (v - n) – ปล่อย (ข่าว, นักโทษ), ปลด ปล่อย, แก้, คลาย, จำหน่าย, ให้ (ข่าว, รายละเอียด)

Spring up (v) – ปรากฏ, โผล่ขึ้นมา

Underground (a – adv. - n) – ใต้ดิน, อยู่ใต้ดิน, ระบบรถไฟโดยสารใต้ดิน, ขบวนการใต้ดินที่มุ่งล้มล้างรัฐบาล, ซึ่งเป็นการทำแบบลับๆ

Vent (v – n) – ระบาย (ลม, อากาศ, ไอน้ำ) ออก, เปิดทางออกให้, ขับออก, ช่องระบาย, ช่อง, ทางออก, รูเปิด

Ruin (v – n) – ทำให้พินาศ-ย่อยยับ, ทำลายให้ล่มจม, ทำลายจนเหลือแต่ซาก, ความพินาศ-ย่อยยับ-หายนะ, การทำลาย, ความล่มจม, ซากปรักหักพัง, การสูญเสียตำแหน่งหรือฐานะ, สิ่งที่ทำให้พินาศ หรือล่มจม

ตัวอย่างการใช้คำศัพท์ในประโยค

1.     a) A pedestrian should walk on the pavement, not on the road. (คนเดินเท้าควรเดินบนทางเท้า มิใช่บนถนน)

        b) Cross the street at the pedestrian crossing. (ข้ามถนนที่ทางข้ามของผู้เดินเท้า)

        c) Some island countries have crowded pedestrian traffic. (ประเทศเกาะบางประเทศมีการจราจรของผู้ใช้ถนน – คนเดินเท้า – ที่แออัด – คือเต็มไปด้วยคน มิใช่รถ)

        d) A pedestrian bridge allows only people to cross them, not vehicles. (สะพานคนเดินเท้ายอมให้เฉพาะคนเท่านั้นที่ข้ามมันได้ มิใช่ยวดยาน – คือรถยนต์ห้ามข้ามสะพานนี้)

        e) The lecture was so pedestrian that it put many in the audience to sleep. (การบรรยายจืดชืดมากจนกระทั่งมันทำให้คนฟังจำนวนมากหลับ)

        f) What a dull, pedestrian description of an exciting match! (มันเป็นการบรรยาย – การพากย์ – การแข่งขันน่าตื่นเต้น ที่น่าเบื่อหน่ายและขาดรสชาติเสียนี่กระไร)

2.     a) We’ll have to utilize volunteers to clean up. (เราจำเป็นต้องใช้อาสาสมัครในการทำความสะอาด)

        b) The committee approved the utilization of the spare funds for new equipment. (คณะกรรมการเห็นชอบการใช้เงินทุนสำรองเพื่อ – ซื้อ – อุปกรณ์ใหม่)

        c) We have to pay for the use of utilities such as water and electricity. (เราจำเป็นต้องจ่ายเงินสำหรับการใช้การบริการสาธารณะ เช่น น้ำและไฟฟ้า)

3.     a) The leaf floated on the surface of the water. (ใบไม้ลอยบนผิวน้ำ)

        b) The cleaner dusted all the surfaces. (ผู้ทำความสะอาดปัดฝุ่นออกจากผิวหน้าทั้งหมด)

        c) The surface wound was not serious. (แผลตื้นๆมิได้ร้ายแรงอะไร)

        d) The road was surfaced with tar. (ถนนถูกราดผิวหน้าด้วยยางมะตอย)

        e) Measure the surface of the floor before you buy tiles. (จงวัดพื้นที่ผิวหน้าของพื้นก่อนที่คุณจะซื้อกระเบื้อง – เพื่อใช้ปู)

        f) The company seems profitable on the surface but it has problems. (บริษัทดูเหมือนมีกำไรเมื่อดูจากภายนอก แต่มันกำลังมีปํญหา – คือจริงๆแล้วขาดทุน)

        g) She seems confident, but beneath the surface lies uncertainty. (เธอดูเหมือนว่ามั่นใจ แต่ภายใต้สิ่งที่มองเห็นได้จากตัวเธอ – คือลึกลงไปในใจเธอ – มีความไม่แน่นอน-ไม่แน่ใจ นอนนิ่งอยู่)

        h) Whales surface to breathe. (ปลาวาฬโผล่ขึ้นมาบนผิวน้ำเพื่อหายใจ)

        i) The suspect disappeared but surfaced again in Mexico. (ผู้ตองสงสัย – ผู้ต้องหา – หายตัวไป แต่โผล่มาอีกครั้งในเม็กซิโก)

4.     a) Dead leaves clog the gutters in autumn. (ใบไม้ที่ตายแล้วอุดท่อ – รางน้ำ – ในฤดูใบไม้ร่วง)

        b) The drain is clogged (up) again. (ท่อระบายน้ำถูกทำให้อุดตันอีกแล้ว)

5.     a) Sometimes they decorate the trains for the holidays. (บางทีพวกเขาประดับประดารถไฟสำหรับวันหยุด)

        b) You could decorate the collar of that dress with lace. (คุณอาจจะประดับคอเสื้อของชุดแต่งกายนั้นด้วยลูกไม้)

        c) The Christmas decorations look festive. (การตกแต่งประดับประดาในช่วงคริสต์ มาสดูเหมือนกับเป็นการเฉลิมฉลอง)

        d) Pot plants are very decorative. (ต้นไม้กระถางเป็นสิ่งตกแต่งประดับประดาอย่างมาก)

        e) That column is there for decorative purposes only; it has no real use. (เสานั่นอยู่ตรงนั้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการประดับประดาเท่านั้น มันไม่มีการใช้ประโยชน์ที่แท้จริง)

        f) We are busy decorating our house again. (เรามีธุระยุ่งอยู่กับการแต่งบ้านอีกครั้ง – คือทาสีใหม่หรือติดวอลเปเปอร์)

        g) He is a painter and decorator. (เขาเป็นช่างทาสีและนักตกแต่ง)

        h) The Victoria Cross is Britain’s highest military decoration. (ไม้กางเขนวิคตอเรียเป็นเหรียญอิสริยาภรณ์ทางทหารชั้นสูงสุดของสหราชอาณาจักร)

        i) The soldier was decorated for bravery in the field. (ทหารได้รับมอบเหรียญสำหรับความกล้าหาญในสนามรบ)

6.     a) The multinational company’s headquarters are in New York. (สำนักงานใหญ่ของบริษัทข้ามชาติอยู่ในนิวยอร์ค)

7.     a) Metals expand when heated and contract as they cool down. (โลหะขยายตัวเมื่อถูกความร้อน และหดตัวเมื่อเย็นลง)

        b) By the time they were ready to expand the subway system, a new method for digging tunnels had been developed. (ราวๆเวลาที่พวกเขาพร้อมจะขยายระบบรถไฟใต้ดิน วิธีการใหม่สำหรับขุดอุโมงค์ได้ถูกพัฒนาขึ้นมา)

        c) The expansion of the subway system cost a great deal of money. (การขยายระบบรถไฟใต้ดินมีราคาแพงมาก)

        d) The subway system was designed to be expandable. (ระบบรถไฟใต้ดินถูกออกแบบให้สามารถขยาย – เส้นทาง – ได้)

        e) Elastic is expandable. (ยางหรือวัตถุที่ยืดหยุ่นสามารถขยายออกได้)

        f) More people have been hired because of the rapid expansion of the firm. (พนักงานถูกจ้างเพิ่มขึ้นเนื่องมาจากการขยายตัวอย่างรวดเร็วของบริษัท)

        g) A few drinks put him in an expansive mood. (เหล้าสองสามแก้วทำให้เขาอยู่ในอารมณ์ที่เป็นมิตรและคุยจ้อ – คือเปิดเผย)

8.     a) He believed in the intrinsic superiority of his people. (เขาเชื่อมั่นในความสามารถที่เหนือกว่าที่อยู่ภายในตัว หรือที่เป็นพื้นฐานของคน – ลูกน้อง – ของเขา)

        b) Dependency is an intrinsic part of love. (การพึ่งพาอาศัยกันเป็นส่วนที่เป็นพื้นฐานของความรัก)

        c) The problem of machine intelligence is one of the great intrinsic interest. (ปัญหาของปัญญาของคอมพิวเตอร์เป็นหนึ่งในความสนใจอย่างมากมายในตัวของมันเอง – โดยไม่เกี่ยวข้องกับสิ่งอื่น)

        d) These objects have no intrinsic value. (วัตถุเหล่านี้ไม่มีคุณค่าในตัวของมันเอง)

9.     a) She is the champion’s rival in the tennis championship. (เธอเป็นคู่แข่งของแชมเปี้ยนในการชิงแชมป์เทนนิส)

        b) The contract was awarded to a rival firm. (สัญญา – ธุรกิจ – ถูกมอบให้กับบริษัทคู่แข่ง)

        c) I think Dickens is without rival among novelists. (ผมคิดว่าดิคเค่นส์ปราศจากคู่แข่งในบรรดานักแต่งนิยาย - คือเป็นนักแต่งนิยายที่ดีที่สุด)

        d) Intense rivalry between certain personalities has paralyzed the committee. (การชิงดีชิงเด่นอย่างเข้มข้นระหว่างบุคคลบางคนทำให้คณะกรรมการเป็นอัมพาต – คือทำงานไม่ได้)

        e) Our car can rival any other for speed. (รถของเราสามารถทำได้ทัดเทียมกับรถคันอื่นๆในด้านความเร็ว)

10.    a) Modern subway systems use computers to operate the train. (ระบบรถไฟใต้ดินสมัยใหม่ใช้คอมพิวเตอร์ในการควบคุมรถไฟ)

         b) The tax law operated to our advantage. (กฎหมายภาษีดำเนินงานเป็นประโยชน์กับพวกเรา)

         c) The train operates only at peak tourist season. (รถไฟให้บริการเฉพาะในฤดูกาลที่มีนักท่องเที่ยวมากเท่านั้น)

         d) I understand the operation of a computer. (ผมเข้าใจการทำงานของคอมพิวเตอร์)

         e) The Paris Metro began operation in 1900. (รถไฟใต้ดินในปารีสเริ่มการดำเนินงานในปี ๑๙๐๐)

         f) The new system will come into operation next week. (ระบบใหม่จะมีผลบังคับใช้สัปดาห์หน้า)

         g) The air-conditioner is operational/operative. (เครื่องปรับอากาศเครื่องนั้นทำงานได้ – คือไม่เสีย)

         h) He works for a financial operation. (เขาทำงานกับธุรกิจด้านการเงิน)

11.    a) The warrior defended himself with a wooden shield. (นักรบป้องกันตนเองด้วยโล่ไม้)

         b) The gunman held his hostage in front of him as a human shield. (มือปืนเอาตัวประกันบังไว้ข้างหน้าเป็นโล่มนุษย์)

         c) Insurance is the best shield against financial loss. (ประกันภัยเป็นการป้องกันที่ดีที่สุดต่อความเสียหายทางการเงิน)

         d) Wear dark glasses to shield your eyes against the sun. (สวมแว่นดำเพื่อปกป้องตาของคุณจากดวงอาทิตย์)

         e) She shielded the child with her body. (เธอปกป้องลูกด้วยร่างกายของเธอ)

         f) The school’s shield was above the main gate. (ตราประจำโรงเรียนอยู่เหนือประตูใหญ่ – ประตูทางเข้า)

12.    a) The fossils are in a showcase in the museum. (ฟอสซิลอยู่ในตู้แสดงกระจกในพิพิธภัณฑ์)

         b) The new musical was a showcase for the talented young dancer. (ละครชวนหัวประกอบดนตรีเป็นสิ่งที่แสดงจุดเด่นของนักเต้นรำหนุ่มผู้มีความสามารถคนนั้น)

         c) He bought the boutique to showcase his designs. (เขาซื้อร้านขายเสื้อผ้า – ราคาแพง – เล็กๆเพื่อแสดงจุดเด่นของการออกแบบเสื้อผ้าของเขา)

13.    a) Many cities have an underground rail system as their centerpiece. (หลายเมืองมีระบบรถไฟใต้ดินเป็นลักษณะสำคัญที่สุดของตัวเอง)

         b) The centerpiece of the modern navy is the nuclear submarine. (ลักษณะสำคัญที่สุดของกองทัพเรือสมัยใหม่คือเรือดำน้ำนิวเคลียร์)

         c) A beautiful vase of orchids as a centerpiece is displayed on a table in his house. (แจกันกล้วยไม้ที่สวยงามซึ่งเป็นลักษณะเด่นถูกแสดงอยู่บนโต๊ะในบ้านของเขา)

14.    a) Destroy those documents in the shredder. (ทำลายเอกสารเหล่านั้นในเครื่องทำลายกระดาษ – เอกสาร)

         b) The fire destroyed the house. (ไฟทำลายบ้าน – เผาผลาญบ้าน)

         c) The hurricane caused much destruction in Florida. (พายุเฮอริเคนก่อให้เกิดการทำลายอย่างมากมายในรัฐฟลอริดา)

         d) The injured cat has to be destroyed. (แมวที่บาดเจ็บจำเป็นต้องถูกกำจัด – ฆ่าทิ้ง)

         e) The destruction of buildings was part of the process of creating the subway system. (การทำลายตึก-อาคารเป็นส่วนหนึ่งของขบวนการสร้างระบบรถไฟใต้ดิน)

         f) The destructive storm demolished buildings. (พายุที่ทำลายล้างรื้อทำลายอาคาร-สิ่งก่อสร้าง)

         g) Locusts are notorious destroyers of crops. (ตั๊กแตนเป็นผู้ทำลายพืชที่รู้จักกันไปทั่ว – ที่ดังกระฉ่อน)

15.    a) They try to disrupt traffic as little as possible during subway construction. (พวกเขาพยายามขัดขวางการจราจรให้น้อยที่สุดเท่าที่เป็นได้ระหว่างการก่อสร้างรถไฟใต้ดิน)

         b) Strikers may disrupt the normal life of a community. (ผู้นัดหยุดงานอาจจะทำให้ชีวิตปกติของชุมชนสับสนวุ่นวาย – เช่น การจราจรติดขัด)

         c) Fog caused a disruption of the train service. (หมอกก่อให้เกิดการขัดขวางการบริการของรถไฟ – คือไม่สามารถเดินรถได้)

         d) Building a subway system can cause a lot of disruptions to traffic on the streets. (การก่อสร้างระบบรถไฟใต้ดินสามารถทำให้เกิดการขัดขวางการจราจรอย่างมากมายบนถนน)

         e) That naughty child is disruptive in class. (เจ้าเด็กซนคนนั้นก่อให้เกิดความวุ่นวายในห้องเรียน)

         f) The process of building a subway can be disruptive, but the result is well worth it. (ขบวนการก่อสร้างรถไฟใต้ดินอาจก่อให้เกิดความวุ่นวายไม่เป็นระเบียบ – เพราะeกระ ทบการจราจร – แต่ผลลัพธ์ก็คุ้มค่า)

16.    a) The kidnappers agreed to release the hostages. (ผู้ลักพาตัวตกลงที่จะปล่อยตัวประกัน)

         b) The prisoner was granted an early release for good behavior. (นักโทษได้รับการปล่อยตัวก่อนเวลาสำหรับการประพฤติตัวดี)

         c) He gently released himself from her embrace. (เขาปลดปล่อยตัวเองเป็นอิสระอย่างนุ่มนวลจากการกอดของเธอ)

         d) He released the handbrake and drove away. (เขาปล่อย – คลาย – เบรกมือออกและขับรถออกไป)

         e) The police refuse to release details of the suspect’s identity. (ตำรวจปฏิเสธที่จะให้รายละเอียดเอกลักษณ์ของผู้ต้องหา)

         f) The politician announced his retirement in a press release. (นักการเมืองประกาศการยุติบทบาท – เลิกอาชีพ – ในการให้ข่าวหนังสือพิมพ์)

17.    a) Weeds spring up if you neglect your garden. (วัชพืชโผล่ขึ้นมาถ้าคุณไม่เอาใจใส่สวนของคุณ)

        b) Condominiums and apartments spring up along electric train rails, contributing to the development of the land there. (คอนโดและหอพักโผล่ขึ้นมาตามเส้นทางรถไฟฟ้า ทำให้เกิดการพัฒนาที่ดินบริเวณนั้น)

18.    a) The architecture of the stations is an important part of subway system design. (สถาปัตยกรรมของสถานีรถไฟเป็นส่วนสำคัญของการออกแบบระบบรถไฟใต้ดิน)

        b) The study of architecture includes both engineering and art. (การศึกษาสถาปัตยกรรมรวมไปถึง – ประกอบด้วย – ทั้งด้านวิศวกรรมและศิลปะ)

        c) That farmhouse is a fine example of Tudor architecture. (บ้านไร่หลังนั้นเป็นตัวอย่างที่ดีของสถาปัตยกรรมยุคทิวดอร์)

        d) The architectural beauty of the ancient Greek temple is awe-inspiring. (ความสวยงามทางสถาปัตยกรรมของวัดกรีกโบราณเป็นสิ่งดลใจให้เกิดความน่าเกรงขาม)

        e) The architect drew up the plans for my new house. (สถาปนิกร่างแปลนบ้านหลังใหม่ของผม)

        f) He was the main architect of the expedition. (เขาเป็นคนวางแผนตัวหลักของการเดินทาง)

19.   a) Miners working underground were killed in a rock fall. (คนงานเหมืองซึ่งทำงานใต้ดินตายไปเพราะหินถล่ม)

       b) Take the lift down to the underground car park. (ลงลิฟท์ไปที่จอดรถชั้นใต้ดินสิ)

       c) The first underground to be built was the London Underground. (ระบบรถไฟใต้ดินระบบแรกที่ถูกสร้างขึ้นคือระบบรถไฟใต้ดินในลอนดอน)

       d) The French underground organized resistance against the Nazi occupying forces. (ระบบรถไฟใต้ดินฝรั่งเศสได้จัดให้มีการต่อต้านกองกำลังยึดครองของนาซี)

       e) Students risked imprisonment to produce an underground newspaper critical of the dictatorship. (พวกนักเรียนเสี่ยงต่อการติดคุกจากการผลิตหนังสือพิมพ์ลับ-ต่อต้านรัฐบาล วิพากวิจารณ์ระบบเผด็จการ)

20.   a) The hailstorm has ruined the fruit crop. (พายุลูกเห็บทำลายพืชผลไม้ย่อยยับ)

       b) You are ruining that child by always letting her get her own way. (คุณกำลังทำให้เด็กคนนั้นเสียเด็กโดยการปล่อยให้เธอทำตามใจตัวเองอยู่เป็นประจำ)

       c) Some firms become ruined by mismanagement. (บางบริษัทล้มละลาย – เจ๊ง – โดยการบริหารที่ผิดพลาด)

       d) The old castle is now a moss-covered ruin. (ปราสาทเก่าแก่หลังนั้น ในขณะนี้เป็นซากปรักหักพังที่ปกคลุมไปด้วยตะไคร่)

       e) Have you seen the ruins of Pompei? (คุณเคยเห็นซากปรักหักพังของเมืองปอมเปอีไหม)

       f) The empty house has fallen into ruin. (บ้านว่างเปล่าหลังนั้นอยู่ในสภาพพัง ทลาย)

       g) His career now lies in ruins. (อาชีพของเขาขณะนี้อยู่ในสภาพล่มจม – อาจเป็นด้านค้าขาย ราชการ หรืออาชีพอะไรก็ได้)

       h) The farmers suffered a ruinous drought. (ชาวนาได้รับความเดือดร้อนจากความแห้งแล้งแบบทำให้สิ้นเนื้อประดาตัว)

       i) The new house is ruinously expensive. (บ้านหลังใหม่แพงวินาศสันตโรเลย)

 

พารากราฟเกี่ยวกับรถไฟใต้ดินในยุโรป     

               Paris started designing an underground rail service to rival London’s.  The first of its system was not opened until the World’s Fair and Olympics were held in that city in 1900.  The Paris Metro is shorter than London’s, but it carries more passengers every day, second in Europe only to Moscow.  Whereas London’s Underground is known for its engineering, Paris’s Metro is known for its beauty.  The stations and entrances are examples or art nouveau architecture, and they are decorated with mosaics, sculptures, paintings, and innovative doors and walls.

คำแปล

               กรุงปารีสเริ่มออกแบบการบริการรถไฟใต้ดินเพื่อแข่งขัน (rival) กับรถไฟใต้ดินของลอนดอน ระบบรถไฟใต้ดินครั้งแรกมิได้เปิดให้บริการจนกระทั่งเมื่องานแสดงสินค้า (fair) โลกและกีฬาโอลิมปิคถูกจัดขึ้นในปารีสในปี ๑๙๐๐ รถไฟใต้ดินปารีสสั้นกว่าของลอนดอน แต่มันบรรทุกผู้โดยสารมากกว่าในแต่ละวัน เป็นที่ ๒ ในยุโรปโดยรองจากรัสเซีย (มอสโคว์) เท่านั้น ในขณะที่ (whereas)  รถไฟใต้ดินของลอนดอนเป็นที่รู้จักกันในด้านวิศวกรรม รถไฟใต้ดินของปารีสเป็นที่รู้จักกันในเรื่องความสวยงาม (beauty) สถานีและทางเข้า (สู่รถไฟใต้ดิน) เป็นตัวอย่างของสถาปัตยกรรมทางศิลปะที่เพิ่งจะเกิดเร็วๆนี้ (art nouveau architecture) และมันถูกประดับประดาด้วยรูปหรือลวดลายที่เกิดจากวางแผ่นหินหรือแก้วชิ้นเล็กๆ (mosaics) การแกะสลักและการปั้นรูป (sculptures) ภาพวาดระบายสี (paintings) และประตูและกำแพง (สถานี) ที่เปลี่ยนแปลงใหม่ (innovative)

 

               The Moscow Metro opened in 1935.  It was based on the design of the London Tube, except much of the track is above ground.  When Stalin came to power, he used the stations as showcases of Russian art, culture, and engineering.  The underground Moscow stations are filled with statuary, painting, and mosaics.

คำแปล

               รถไฟใต้ดินในมอสโคว์เปิดทำการในปี ๑๙๓๕  มันมีพื้นฐานมาจากการออกแบบรถไฟใต้ดินในลอนดอน (London Tube) ยกเว้นแต่ว่า  ส่วนใหญ่ของรางรถไฟ (track) อยู่เหนือพื้นดิน  เมื่อสตาลินก้าวขึ้นสู่อำนาจ เขาใช้สถานีรถไฟเป็นสิ่งที่แสดงจุดเด่น (showcases) ของศิลปะ วัฒนธรรม และวิศวกรรมของรัสเซีย  สถานีรถไฟใต้ดินต่างๆในมอสโคว์จะเต็มไปด้วยรูปปั้นหรือรูปสลัก (statuary) ภาพวาดระบายสี และโมเสคส์    

 

พารากราฟอ่านเพิ่มเติม

               The planning and construction of a subway system requires a great deal of time and effort.  In addition to planning the routes, digging the tunnels, and laying the tracks, the stations have to be built.  Architects are hired to plan the stations.  Often, the station plan includes decorative features such as murals showing local scenes, or a station may be used as a showcase for the work of important local artists.  Building a new subway system may require the destruction of buildings on the surface, but attempts are made to cause as little disruption as possible.  The expansion of an already-existing subway system can also be quite disruptive.  Everyone looks forward to the day when the construction is over and the subway begins to operate.  Often businesses spring up in and around a new subway station, contributing to the life of the neighborhood.

คำแปล

               การวางแผนและการก่อสร้างระบบรถไฟใต้ดินต้องการเวลาและความพยายาม (effort) อย่างมาก นอกเหนือจากการวางแผนเส้นทาง ขุดอุโมงค์ และวางรางรถไฟ (laying the tracks) แล้ว สถานีฯจำเป็นจะต้องถูกสร้างขึ้นมา สถาปนิก (architects) ถูกจ้าง (are hired) ให้วางแปลนสถานี บ่อยครั้งทีเดียว แบบแปลนสถานี (station plan) ประกอบไปด้วยลักษณะต่างๆ ที่เป็นการประดับประดา (decorative features) เช่น ภาพหรือจิตรกรรมฝาผนัง (murals) ที่แสดงให้เห็นถึงภาพภูมิประเทศในท้องถิ่น (local scenes) หรือสถานีอาจจะถูกใช้เป็นสิ่งที่แสดงจุดเด่น (showcase) สำหรับผลงานของศิลปินท้องถิ่นคนสำคัญ  การสร้างระบบรถไฟใต้ดินแห่งใหม่อาจต้องการการทำลาย (destruction) อาคาร-สิ่งก่อสร้าง (buildings) บนผิวดิน (surface) แต่ก็ได้มีความพยายามที่จะก่อให้เกิดการขัดขวาง (การจราจร) (disruption) ให้น้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นได้  การขยาย (expansion) ระบบรถไฟใต้ดินที่มีอยู่แล้วก็อาจจะเป็นการขัดขวาง (การจราจร) (disruptive) เป็นอย่างมากด้วยเช่นเดียวกัน ทุกคนตั้งตารอคอย (look forward to) วันที่การก่อสร้างเสร็จสิ้นลง (is over) และรถไฟใต้ดินเริ่มดำเนินการ (ให้บริการ)  บ่อยทีเดียว ธุรกิจต่างๆโผล่ขึ้นมา (spring up) ในและรอบๆสถานีรถไฟแห่งใหม่  ก่อให้เกิด (contributing to) ชีวิตของบริเวณใกล้เคียง (ชุมชนใหม่ที่เกิดมาพร้อมสถานีฯ) (neighborhood)

หมวดคำศัพท์ IELTS (ตอนที่ 2)

         

          

Hiking the Inca Trail (การเดินทางไกลตามรอยอินคา)

Marvel (ม้าร์-เวิ่ล) (n – v) – บุคคลหรือสิ่งของที่ทำให้ประหลาดใจหรือชื่นชม, สิ่งหรือบุคคลที่น่าพิศวง, ความประหลาดใจ, ความพิศวง, ประหลาดใจ, พิศวง

Marvelous (marvellous) (ม้าร์-เวิ่ล-เลิส) (a) – น่าประหลาดใจ, น่าพิศวง, ดีเลิศ, ดีเด่น, ยิ่งใหญ่, เหลือเชื่อ

Construct (v) – สร้าง

Construction (n) – การสร้าง, การก่อสร้าง, สิ่งปลูกสร้าง, วิธีการก่อสร้าง

Constructive (a) – ซึ่งสร้างสรร

Draw (ดรอว์) (v) – ดึงดูดความสนใจ, ลาก, จูง, วาด, วาดภาพ, ถอน(ฟัน, เงิน), เคลื่อนไหวไปในทิศทางที่กำหนด, ได้รับ, อนุมาน, นำมา (จาก)

Adventure (n - v) – การผจญภัย, การเสี่ยงภัย, ผจญภัย, เสี่ยงภัย

Adventurous (a) - กล้าหาญ, ซึ่งผจญภัย, ชอบการผจญภัย

Spectacular (สเพค-แท้ค-คิว-เล่อะ)(a - n) – น่าดูอย่างมาก, ตระการตา, น่าตื่นเต้น-ประทับใจ, ซึ่งเป็นภาพที่น่าตื่นเต้น, การแสดง-การถ่ายทำโทรทัศน์หรือภาพที่น่าประทับใจมาก, การแสดงหรือนิทรรศ

การสาธารณะอันตระการตา

Access (n – v) ) – วิธีเข้า, ทางเข้า, การเข้าไปถึง, เข้าถึง

Accessible (a) – ซึ่งสามารถเข้าถึงได้

Native (a – n) - ชาวพื้นเมือง, ซึ่งเป็นของพื้นเมืองหรือชาวพื้นเมือง, ที่มีมาแต่เกิดหรือฝังอยู่ในตัว

Restrict (v) – จำกัด, ห้าม

Restriction (n) – การจำกัด, การห้าม, ข้อห้าม

Preserve (v -n) – รักษาไว้, ป้องกัน, ผลไม้ดอง, พื้นที่ซึ่งสัตว์ที่ถูกล่าหรือปลาได้รับการคุ้มครอง

Preservation (n) – การรักษาไว้, การป้องกัน

Preservative (a – n) – ซึ่งเป็นการรักษา-ป้องกัน, ยากันบูด, วัตถุกันเน่า, กันบูด, กันเน่า, สงวน

Network (n – v) – เครือข่าย, สร้างเครือข่าย

Image (n) – ภาพ

Imagine (v) – นึกคิด, ไตร่ตรอง, จินตนาการ

Imagination (n) – การไตร่ตรอง-นึกคิด-จินตนาการ

Archeology (อาร์-คี-อ๊อล-โล-จี้) (n) – โบราณคดี

Archeologist (n) – นักโบราณคดี

Institute (อิ๊น-สทิ-ทูท หรือ ทิว) (n – v) – สถาบัน, องค์การ, ริเริ่ม, สร้าง, ก่อตั้ง, จัดตั้ง, จัดให้มี

Luxurious (ลัค-ชุ-เรียส) (a) – หรูหรา, โอ่อ่า, ฟุ่มเฟือย, บำรุงความสุข

Luxury (ลัค-ชุ-รี่) (n) – ความหรูหรา, ความฟุ่มเฟือย, ความโอ่อ่า, การเพลิดเพลินหาความสุขสบาย, สิ่งอำนวยความสุขสบายอย่างฟุ่มเฟือย

Mystery (มิส-ทรี่ หรือ มิส-ทะ-รี่) (n) – ความลึกลับ, ความลี้ลับ, สิ่งที่ไม่สามารถอธิบายได้, นิยายที่เกี่ยวกับนักสืบ

Mysterious (มิส-เทีย-เรียส) (a) – ลึกลับ, ลี้ลับ, ไม่สามารถอธิบายได้, เป็นที่สงสัย

Precise (พรี-ไซ้ซ) (a) – แม่นยำ, แน่นอน, เที่ยง ตรง, ถูกต้อง, พอดี

Precision (พรี-ซิซ-ชั่น) (หรือ preciseness) (n) – ความแม่นยำ, ความแน่นอน, ความเที่ยงตรง, ความถูกต้อง, ความพอดี

Pertain (v) – เกี่ยวข้องกับ

Ceremony (เซ้อ-ริ-โม-นี่) (n) – พิธี, พิธีการ, พิธีรีตอง, ระเบียบแบบแผน

Ceremonial (เซอ-ริ-โม้-เนี่ยล) (a) – เกี่ยวกับพิธีการ, เป็นพิธีรีตอง

Upside (n) – ข้อดี, ข้อได้เปรียบ, ส่วนที่ดี

Site (n) – สถานที่, ที่ตั้ง, แหล่งที่ตั้ง, ที่ทำเล, สถานที่เกิดเหตุ

Hike (ไฮ้ค) (v – n) – เดินทางไกลด้วยเท้า, เดินทางไกลโดยไม่ขึ้นรถ, เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว, ขึ้นราคาอย่างรวดเร็ว, การเดินทางไกลด้วยเท้า, การเพิ่ม

อย่างรวดเร็ว

Trail (v – n) – ตามรอย, สะกดรอย, ตามกลิ่น, อยู่หลัง, รอยทาง, รอย, รอยเท้า, รอยกลิ่น, สิ่งพ่วง

Adventurer (n) – นักผจญภัย, นักเสี่ยงโชค(แสวงหาเงินหรืออำนาจ) มักโดยวิธีการที่ไม่สุจริต

Imaginable (a) – นึกคิดไปได้, ฝันไปได้, สามารถไตร่ตรองได้

Imaginative (a) – ช่างคิด-ช่างฝัน-จินตนาการ

Imaginary (a) – ในจินตนาการ, ซึ่งไม่มีอยู่จริง

Pertinent (a) – ตรงจุด, ตรงประเด็น, ไม่นอกเรื่อง

ตัวอย่างการใช้คำศัพท์ในประโยค (Sentence Building)

1.     a) It is a marvel that none was hurt in the accident. (เป็นเรื่องน่าอัศจรรย์ที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ)

        b) This new cure is a marvel of modern medicine. (วิธีการรักษาให้หายแบบใหม่เป็นสิ่งอัศจรรย์ของการแพทย์สมัยใหม่)

        c) The children marveled at the magician’s show. (เด็กๆพิศวงกับการแสดงของนักมายากล)

        d) Her new novel is marvelous. (นิยายใหม่ของเธอดีเยี่ยม)

        e) Children often cope marvelously when one parent dies. (ลูกๆมักจะรับมือได้อย่างน่าพิศวงเมื่อพ่อ – หรือแม่ – ตายไป)

        f) She slept marvelously well last night. (เธอหลับได้อย่างดีมากๆเมื่อคืนนี้)

2.  a) Bricklayers construct walls. (ช่างก่ออิฐก่อกำแพง)

     b) The construction of a new dam will conserve our water supplies. (การก่อสร้างเขื่อนแห่งใหม่จะรักษาปริมาณน้ำของพวกเราไว้)

     c) The new construction is one of the most modern buildings in towns. (สิ่งปลูกสร้างใหม่คือหนึ่งในบรรดาอาคารที่ทันสมัยที่สุดในเมือง)

     d) Constructive criticism is intended to help rather than discourage. (การวิจารณ์อย่างสร้างสรรถูกมุ่งหมายให้ช่วยเหลือ มากกว่าที่จะทำให้ท้อใจ)

     e) She should use her talents constructively. (เธอควรใช้สติปัญญาของเธออย่างสร้างสรร)

3.     a) The street musician draws a small crowd. (นักดนตรีข้างถนนดึงดูดความสนใจกลุ่มคนเล็กๆ)

       b) What drew you to study that subject? (อะไรดึงดูดความสนใจคุณให้ศึกษาวิชานี้) (กริยา ๓ ช่อง คือ draw  drew  drawn)

       c) What conclusion do you draw from the evidence? (คุณอนุมาน – หา – ข้อสรุปอะไรได้จากหลักฐานชิ้นนั้น)

       d) In the remote country areas, people draw water from a well. (ในพื้นที่ชนบทห่างไกล ผู้คนได้รับน้ำจากบ่อ)

       e) She drew some money from her current account in the bank. (เธอถอนเงินจากบัญชีกระแสรายวันในธนาคาร)

       f) These facts have been drawn from a number of sources. (ข้อเท็จจริงเหล่านี้ถูกนำมาจากหลายแหล่ง)

       g) The dentist has to draw the decayed tooth. (ทันตแพทย์จำเป็นต้องถอนฟันที่ผุออก)

       h) The holidays are drawing near. (วันหยุดกำลังเคลื่อนไกล้เข้ามาแล้ว)

       i) Draw your chair closer to the table. (ลากเก้าอี้ให้เข้าใกล้โต๊ะอีกหน่อย)

       j) The cart was drawn by two horses. (เกวียนถูกลากโดยม้าสองตัว)

       k) Please draw me a map of how to get to your house. (กรุณาวาดแผนที่ให้ผม บอกวิธีไปยังบ้านคุณ)

4.   a) Our trip to the Niagara Fall last summer was a great adventure. (การเดินทางของเราไปยังน้ำตกไนแอกการ่าเมื่อหน้าร้อนที่แล้วเป็นการผจญภัยที่ยิ่งใหญ่)

      b) They like to adventure into places where few people visit. (พวกเขาชอบผจญภัยไปยังสถานที่ที่น้อยคนจะไปเยือน)

      c) To visit that haunted house will be an adventure. (การไปเยือนบ้านผีสิงหลังนั้นจะเป็นการผจญภัยครั้งหนึ่ง)

      d) He is an adventurous man who is not afraid of danger. (เขาเป็นนักผจญภัยที่ไม่กลัวอันตรายเลย)

      e) My friend is an adventurer who delights in hazardous journeys to remoteplaces. (เพื่อนผมเป็นนักผจญภัยที่ยินดีกับการเดินทางอันตรายไปยังสถานที่ที่อยู่ห่างไกล)

      f) That adventurer intends to make his fortune by marrying a rich woman. (เจ้านักเสี่ยงโชคคนนั้นตั้งใจจะสร้างความร่ำรวย – โชคลาภ - โดยการแต่งงานกับผู้หญิงรวย)

      g) We hiked adventurously over tall peaks and steep cliffs. (เราเดินทางไกลแบบเสี่ยงภัยตามแถบยอดเขาสูงและหน้าผาสูงชัน)

5.     a) Thousands watched the spectacular airshow. (คนหลายพันคนดูการแสดงทางอากาศที่น่าตื่นตาตื่นใจ)

        b) Viewers can enjoy a special Christmas Day TV spectacular. (ผู้ชมสามารถสนุกกับการถ่ายทอดทีวีวันคริสมาสต์ที่น่าประทับใจ)

        c) We tried to cope with the spectacular increase in sales. (เราพยายามรับมือกับการเพิ่มขึ้นที่น่าประทับใจในการขาย)

6.     a) We will access the data on the computer. (เราจะเข้าถึงข้อมูล – ที่เก็บไว้ – ในคอมพิวเตอร์)

        b) Fewer people can access the site because the trip has become so expensive. (ผู้คนจำนวนน้อยลงสามารถเข้าถึงสถานที่นั้น เพราะว่าการเดินทางมีราคาแพงมาก)

        c) This road is the only access to the farm. (ถนนนี้เป็นทางเดียวที่จะเข้าถึงฟาร์มได้)

        d) The avalanche cut off the access to the mountain village. (หิมะถล่มได้ตัดทางเข้าสู่หมู่บ้านในภูเขา)

        e) He has access to the president.  (เขามี – วิธี – การเข้าถึงท่านประธานาธิบดี)

        f) A library makes books accessible to everyone. (ห้องสมุดทำให้หนังสือสามารถเข้าถึงได้กับทุกคน)

7.  a) He is a native of France, but lives in Canada. (เขาเป็นชาวฝรั่งเศส แต่มาอาศัยอยู่ในแคนาดา)

     b) Although she speaks it fluently, Japanese is not her native language. (แม้เธอจะพูดภาษาญี่ปุ่นได้คล่อง ภาษาญี่ปุ่นมิใช่ภาษาพื้นเมือง – บ้านเกิด – ของเธอ)

     c) When traveling to other countries, we believe in living like the natives, eating the local food, etc. (เมื่อเดินทางไปยังประเทศอื่น เราเชื่อมั่นในการดำรงชีวิตเหมือนกับชาวพื้นเมือง กินอาหารของท้องถิ่น ฯลฯ)

     d) Kangaroos are native to Australia. (แกงการูเป็นสัตว์พื้นเมืองของออสเตรเลีย)

     e) Although he has little formal education, he has plenty of native intelligence. (แม้เขาจะมีการศึกษาเป็นทางการเพียงเล็กน้อย เขามีความฉลาดที่มีมาแต่แรกเกิดมากทีเดียว)

8.  a) The government restricts large numbers of people from entering the area. (รัฐบาลจำกัดคนจำนวนมากมิให้เข้าไปในพื้นที่)

     b) Restrictions are necessary to preserve the environment. (ข้อห้ามเป็นสิ่งจำเป็นในการรักษาสภาพแวดล้อม)

     c) There is a speed restriction in built-up areas. (มีการจำกัดความเร็วในพื้นที่ที่เป็นเขตเมือง – มีสิ่งก่อสร้างเยอะ)

     d) The poor have to restrict their spending to essentials. (คนจนจำเป็นต้องจำกัดการใช้จ่ายเฉพาะต่อสิ่งที่จำเป็น – ต่อการดำรงชีวิต)

     e) That restrictive law banned trade with Cuba. (กฎหมายซึ่งเป็นข้อห้าม ห้ามการค้าขายกับคิวบา)

9.  a) Regular brushing will help preserve your teeth.(การแปรงฟันอย่างสม่ำเสมอจะช่วยรักษาฟันของคุณ)

     b) Warm clothing preserved the lost hiker’s life. (เสื้อผ้าที่อบอุ่นรักษาชีวิตของนักเดินทางไกลที่หลงทาง)

     c) Rangers are involved in the preservation of wildlife. (เจ้าหน้าที่รักษาป่าเกี่ยวข้องกับการรักษาคุ้มครองสัตว์ป่า)

     d) A life belt is also known as a life preserver. (เข็มขัดนิรภัยเป็นที่รู้จักกันในฐานะเครื่องช่วยรักษาชีวิต)

     e) She makes mango preserves. (เธอทำมะม่วงดอง) (preserve  ในที่นี้ คือ ผลไม้ดอง)

     f) Only private fishing is allowed in the preserve. (เฉพาะประมงเอกชนเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้ทำได้ในเขตสงวนนี้)

    g) Many foods contain chemical preservatives. (อาหารหลายชนิดมียากันบูดที่เป็นสารเคมี)

10.  a) Just imagine what could happen if a major earthquake hit the city! (ลองคิดดูซิว่าอะไรจะเกิดขึ้นถ้าแผ่นดินไหวขนาดใหญ่จู่โจมเมืองนี้)

       b) It is hardly imaginable that people could travel beyond our solar system. (มันแทบไม่อาจคิดไปได้เลยว่า คนเราสามารถเดินทางไกลออกไปจากระบบสุริยะของเรา)

       c) The imaginative storyteller held the children spellbound. (นักเล่านิทานช่างจินตนาการคนนั้นสะกดให้เด็กๆเคลิบเคลิ้ม – ในเรื่องที่เขาเล่า)

       d) I imagine that they will be at the wedding. (ผมคาดการณ์ – สันนิษฐาน – ว่าพวกเขาจะอยู่ที่งานแต่งงาน)

       e) Use your imagination to visualize the completed house. (ใช้จินตนาการของคุณลองหลับตานึกถึงบ้านที่สร้างเสร็จแล้วนั้น)

       f) Fairies are imaginary creatures. (นางฟ้าเป็นบุคคลในจินตนาการ – ไม่มีอยู่จริง)

       g) You must have imagined that you saw a ghost. (คุณคงจะจินตนาการไปว่าคุณเห็นผีละซิ)

11.  a) We must institute a system to deal with complaints. (เราต้องก่อตั้ง – สร้าง –ระบบที่รับมือกับเรื่องร้องเรียน)

       b) The institution of new rules is long overdue. (การสร้างกฎระเบียบใหม่ได้ล่วงเลยระยะเวลามานานแล้ว – คั่งค้างมานานแล้วโดยไม่มีการทำ)

       c) Massachusetts Institute of Technology is very famous for its engineering faculty. (MIT มีชื่อเสียงมากในด้านคณะวิศวกรรมศาสตร์)

       d) The summertime barbecue is a national institution in America. (การทำบาร์บีคิวในหน้าร้อนเป็นการปฏิบัติที่ทำกันโดยสม่ำเสมอ ในอเมริกา)

12.  a) A simple bed felt luxurious after a weeklong hiking trip. (เตียงธรรมดารู้สึกว่าโอ่อ่า-หรูหรา หลังจากเดินทางไกลมา ๑ สัปดาห์ – คือล้ามากจากการนอนในสนามตอนแคมพ์ปิ้ง พอได้นอนเตียงแม้จะธรรมดาก็รู้สึกว่าเป็นของหรู)

       b) His luxurious mansion had 15 bedrooms. (คฤหาสน์หรูของเขามี ๑๕ ห้องนอน)

       c) I could not afford a luxury hotel when I traveled abroad last year. (ผมไม่มีเงินพอจะนอนโรงแรมหรู เมื่อเดินทางไปต่างประเทศปีที่แล้ว)

      d) A luxury car costs a lot of money. (รถหรูราคาแพงมาก)

      e) The millionaire lived a life of luxury and never knew what it was to be poor. (เศรษฐีรายนั้นดำรงชีวิตอย่างหรูหราฟุ่มเฟือย และไม่เคยรู้ว่าความจนเป็นอย่างไร)

13.  a) The murder has remained a mystery. (การฆาตกรรมยังคงเป็นเรื่องลึกลับ – หาคำตอบไม่ได้)

       b) There is an atmosphere of mystery today, what is happening? (มีบรรยากาศของความลึกลับ-คลุมเครือในวันนี้ กำลังเกิดอะไรขึ้นหรือ)

       c) I wonder what is in this mysterious package. (ผมประหลาดใจว่าอะไรอยู่ในหีบห่อลึกลับนี้)

14.  a) We arrived at the airport precisely at 5 o’clock. (เรามาถึงสนามบิน ๕ โมงพอดี)

       b) Be careful to follow the instruction precisely. (โปรดระวังทำตามคำแนะนำอย่างแม่นยำ)

       c) The precision of her description helped the police catch the thief. (ความแม่นยำ-ถูกต้องของการอธิบายของเธอช่วยให้ตำรวจจับขโมยได้)

       d) The architectural plans were drawn with great precision. (แผนสถาปัตยกรรมถูกร่างขึ้นมาด้วยความเที่ยงตรงอย่างมาก)

15.  a) The rules pertaining to one set of circumstances do not necessarily pertain to another. (กฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ชุดหนึ่งไม่จำเป็นจะต้องเกี่ยวข้องกับสถานการณ์อีกชุดหนึ่ง)

       b) I asked him a lot of pertinent questions about the original production. (ผมถามเขาคำถามมากมายที่ตรงประเด็นเกี่ยวกับการผลิตดั้งเดิมเริ่มแรก)

 

คำศํพท์ในพารากราฟ (1)

               Machu Picchu is an ancient ceremonial city in the Andes Mountains of Peru.  It was rediscovered by an archeologist in 1911.  It is not precisely clear how the ancient Inca used the site, but experts believe that at least some of its functions pertained to astronomy.  The wonders of Machu Picchu draw visitors from all around the world.  Many visitors like to reach the site by hiking the Inca Trail, part of a network of trails originally made by the ancient Inca.  This is a trip for adventurous people.  Along the way, hikers can enjoy many marvels such as spectacular views and interesting flowers and birds.  Because such large numbers of people use the Inca Trail, the Peruvian government has had to take steps to preserve the ruins and the environment.  It has instituted a number of restrictions as well as fees.  Because of this, hiking the trail has become an expensive luxury that many people cannot afford.

คำแปล

               มาชูพิคชูเป็นเมืองแห่งพิธีกรรม (ceremonial) สมัยโบราณ (ancient) ในเทือกเขาแอนดีสในประเทศเปรู มันถูกค้นพบอีกครั้งโดยนักโบราณคดี (archeologist) ในปี ๑๙๑๑ มันยังไม่ชัดเจนอย่างแน่นอน (precisely) ว่าชาวอินคาโบราณใช้สถานที่นี้อย่างไร แต่ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่า อย่างน้อยที่สุด หน้าที่ (functions) บางอย่างของมันเกี่ยวข้อง (pertained) กับดาราศาสตร์  สิ่งมหัศจรรย์ (wonders) ของมาชูพิคชูดึงดูด (draw) นักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ผู้มาเยือนจำนวนมากชอบที่จะไปยังสถานที่นั้นโดยการเดินทางไกลตามรอยอินคา (Inca Trail) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงข่าย (network) ของรอยทางเดินที่ทำไว้แต่ดั้งเดิมโดยพวกอินคาโบราณ นี่เป็นการเดินทางผู้คนที่ชอบผจญภัย (adventurous) ตามเส้นทางที่ว่านี้ นักเดินทางไกลสามารถสนุกสนานกับสิ่งมหัศจรรย์ (marvels) หลายอย่าง เช่น ภาพทิวทัศน์ที่สวยงามตระการตา (spectacular) และดอกไม้และนกที่น่าสนใจ เพราะว่าผู้คนจำนวนมากใช้รอยอินคานี่เอง รัฐบาลเปรูจำเป็นต้องดำเนินมาตรการในการดำรงรักษา (preserve) ซากปรักหักพัง (ruins) และสภาพแวดล้อม รัฐบาลได้สร้าง (กำหนด) (instituted) ข้อห้าม (restrictions) จำนวนมากและ (เก็บ) ค่าธรรมเนียม และด้วยเหตุนี้เอง การเดินทางไกลตามรอยอินคาได้กลายมาเป็นความหรูหราฟุ่มเฟือย (luxury) ที่มีราคาแพง ที่หลายคนไม่สามารถ (มีเงินพอ) ที่จะซื้อหาได้ (afford)

 

 คำศํพท์ในพารากราฟ (2)

               Hiking the Inca Trail is a popular way to access Machu Picchu.  However, the Peruvian government has restricted use of the trail, so not everyone is able to make the trip.  The upside is that hiking is not the only way to get there, and because it is not a particularly luxurious way to travel, other methods might be preferable.  You can get to the archeological site by train and bus, and they will get you there much faster than hiking.  When you arrive in Cuzco, you can check the schedules.  You may not be able to leave at precisely the time you wish, but you should be able to work out a schedule that is convenient.  Whatever method you choose to get there, a trip to Machu Picchu is always a great adventure.  

คำแปล

               การเดินทางไกลตามรอยอินคาเป็นวิธีการที่นิยมชมชอบในการเข้าถึง (access) มาชูพิคชู อย่างไรก็ตาม รัฐบาลเปรูได้จำกัด (restricted) การใช้รอย (ทางเท้า) ดังกล่าว ดังนั้น ไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถเดินทาง (โดยใช้เส้นทางนั้น) ส่วนที่ดี (upside) ก็คือว่า การเดินทางไกล (ด้วยเท้า) มิใช่เพียงวิธีเดียวที่จะไปถึงที่นั่น (มาชูพิคชู) และเพราะว่ามันมิใช่วิธีการหรูหราฟุ่มเฟือย (luxurious) เป็นพิเศษ (particularly) ในการเดินทาง วิธีอื่นๆอาจจะเป็นที่นิยมมากกว่ากัน (preferable)  คุณสามารถเข้าถึงสถานที่ (site) ทางโบราณคดี (archeological) (หมายถึงมาชูพิคชู)โดยรถไฟและรถประจำทาง และทั้ง ๒ วิธีที่ว่าจะทำให้คุณไปถึงที่นั่นได้เร็วกว่าการเดินทางไกลมาก เมื่อคุณไปถึงคัสโค คุณสามารถตรวจสอบตารางเวลา (การเดินรถ) (schedule) คุณอาจจะไม่สามารถออกเดินทาง (ไปมาชูพิคชู) ตามเวลาที่คุณต้องการได้อย่างตรงเผง (precisely) แต่คุณก็ควรจะสามารถจัด (work out) ตารางเวลาซึ่งสะดวก (สำหรับการเดินทางของคุณ) และไม่ว่าวิธีอะไรที่คุณเลือกที่จะเดินทางไปที่นั่น (มาชูพิคชู) การเดินทางไปมาชูฯก็เป็นการผจญภัย (adventure) ที่ยิ่งใหญ่เสมอ

         

          

หมวดคำศัพท์ IELTS (ตอนที 1)

                    

                    

     

     

Transportation (การขนส่ง) (1)

Locomotive (n) – หัวรถจักร

Disaster (n) – ภัยพิบัติ, ความหายนะ

Headlamp (= headlight) (n) – ไฟใหญ่หน้ารถ

Display (v – n) – แสดง, การแสดง

Vulnerable (a) – อ่อนแอ, ป้องกันตัวเองไม่ได้, ง่ายต่อการถูกทำร้ายทางร่างกาย-จิตใจ, เปราะ, ถูกโจมตีหรือตำหนิได้ง่าย, บาดเจ็บได้

Stringent (a) – เข้มงวดกวดขัน, เคร่งระเบียบ (= strict)

Innovation (n) – นวัตกรรม, ความคิดหรือผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ, สิ่งใหม่, วิธีการใหม่ (innovator =

นักประดิษฐ์)

Intense (a) – เข้มข้น, รุนแรง (คำกริยา คือ Intensify = ทำให้เข้มข้น, ทำให้รุนแรง)

Innovative (a) –  ซึ่งเป็นของใหม่หรือวิธีการใหม่, ซึ่งก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง

Intensity (n) – ความเข้มข้น, ความรุนแรง

Rugged (รัก-กิด) (a) – ทนทาน, แข็งแรง, มีผิวขรุขระ, สาก, ตะปุ่มตะป่ำ, ไม่เรียบ, เต็มไปด้วยก้อนหิน, (ท่าทาง-บุคลิก) แข็งแรง (เหมือนสลักออกมาจากหิน), (ใบหน้า) หยาบกร้าน

Portable (a) – ซึ่งสามารถหอบหิ้วไปได้ – พกติดตัวไปได้ คำนามคือ portability =ความสา   มารถในการหอบหิ้ว-พกติดตัวไปได้

Mode (n) – วิธีการทำ, วิธีการ, แฟชั่นหรือสไตล์ปัจจุบัน, ชนิด, วิธีใช้หรือตั้งอุปกรณ์เพื่อให้ทำงานบางอย่าง

Trick (n) – กลอุบาย, เล่ห์เหลี่ยม, การเล่นกล, เคล็ดลับ

Tricky (a) – มีเล่ห์เหลี่ยม, กลับกลอก-หลอก ลวง, จัดการได้ยาก, ไม่แน่นอน

Knot (n) – ปม, เงื่อน, เงื่อนงำ, ความเกี่ยวดอง - ผูกพัน, ตาไม้

Illuminate (v) – ให้แสงสว่าง, ให้ความรู้, ทำให้ง่าย, ทำให้กระจ่าง

Illumination (n) – การส่องสว่าง, การให้ความรู้, ไฟประดับ

Illuminator (n) – สิ่ง, เครื่องมือหรือวัตถุที่ให้แสงสว่าง-ความสว่าง, ผู้ให้ความกระจ่าง

Generate (v) – ทำให้เกิด, สร้างหรือผลิต

Generation (n) – การกำเนิด, การก่อให้เกิด, รุ่น, ยุค, ชั้นอายุ

Drawback (n) – ข้อด้อย, ข้อเสียเปรียบ, ปัญหา

Cast (v) – ขว้าง, เหวี่ยง, โยน, ทอดหรือทำให้เกิด (แสง, เงา), (งู) ลอกคราบ, ทอด-วาง (สมอเรือ), หล่อ(รูปปั้น), เลือกนักแสดงในหนังหรือละคร, แสดง (ความสงสัย, ความเห็น)

Efficient (a) – มีประสิทธิภาพ (efficiency = ประสิทธิภาพ)

Equip (v) – ติดตั้ง (เครื่องจักร, แอร์), จัดหามาให้, จัดให้มี, จัดหาสิ่งจำเป็นให้

Freight (เฟรท) (n - v) – ของ-สินค้าที่บรรทุกทางรถไฟ-รถบรรทุก-เรือ-เครื่องบิน, ค่าขนส่ง, ขบวนรถสินค้า, ขนส่งสินค้า ส่วน freighter (เฟร้-เท่อะ) =  เรือหรือเครื่องบินบรรทุกสินค้า

Reflector (n) – สิ่งที่สะท้อนแสงหรือทำให้แสงเข้มข้นขึ้น

Reflect (v) – สะท้อนกลับ, สะท้อนภาพให้เห็น, ครุ่นคิด-ไตร่ตรอง, แสดงให้เห็น, คิด-พิจารณาอย่างจริงจังหรือลึกซึ้ง

Reflection (n) – การสะท้อนกลับ, ภาพสะท้อน, การครุ่นคิด-ไตร่ตรอง, ความคิดอย่างลึกซึ้ง

Equipment (n) – อุปกรณ์, เครื่องมือ, การติดตั้งเครื่องมือ

Intensive (a) – ละเอียด, กว้างขวาง, เจาะลึก, เข้มข้น, ใช้……มาก, คร่ำเคร่ง, รุนแรง, (การเพาะปลูก) หนาแน่น, (ทิ้งระเบิด, ระดมยิง) แบบปูพรม

Illuminating (a) – ให้ความสว่าง, ให้ความรู้

 

ตัวอย่างการใช้คำศัพท์ในการแต่งประโยค (Sentence Building)

1.     The train is pulled by an electric locomotive. (ขบวนรถไฟถูกลากจูงด้วยหัวรถจักรไฟฟ้า)

2.     - The air crash was a terrible disaster. (เครื่องบินตกเป็นความหายนะที่ร้ายแรง-น่ากลัว)

        - Earthquakes are natural disasters. (แผ่นดินไหวเป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติ)

3.     We could see the headlamp (= headlight) of the train in the dark. (เราสามารถเห็นไฟหน้าของขบวนรถไฟท่ามกลางความมืด)

4.     - Please display these garments in the shop window. (โปรดแสดงเสื้อผ้าพวกนี้ในตู้โชว์ของร้าน)

        - There is usually a spectacular display of flowers in spring. (มักมีการแสดงดอกไม้อันตระการตาในฤดูใบไม้ผลิ)

        - Some old coins were on display in the museum. (เหรียญกษาปณ์เก่าๆถูกตั้งแสดงไว้ในพิพิธภัณฑ์)

        - The fireman displayed great courage in saving the child. (พนักงานดับเพลิงแสดงความกล้าหาญอย่างมากในการช่วยชีวิตเด็กไว้)

        - Most creatures display aggression when protecting their young. (สัตว์โลกส่วนใหญ่แสดงความก้าวร้าวเมื่อปกป้องลูกน้อยของมัน)

5.     - Cyclists are very vulnerable on the road. (นักปั่นจักรยานง่ายต่อการถูกรถชน – ได้รับบาดเจ็บ – เป็นอย่างมากบนท้องถนน)

        - A youthful indiscretion left him vulnerable to blackmail. (การขาดความรอบคอบในวัยเด็กทำให้เขาง่ายหรือเปราะบางต่อการถูกกรรโชกทรัพย์)

        - Lack of employment outside the home tends to make women more vulnerable to depression. (การไม่มีงานทำนอกบ้านมีแนวโน้มทำให้ผู้หญิงเปราะบางมากขึ้นต่อการเป็นโรคซึมเศร้า)

6.     - There were no stringent rules applied to the hunting of deer in the   forest. (ไม่มีกฎระเบียบที่เข้มงวดบังคับใช้กับการล่ากวางในป่า)

        - He gave her sister 5,000 baht per month under the stringent condition that she would never enter his house again. (เขาให้เงินน้องสาวเดือนละ ๕,๐๐๐ บาท ภายใต้เงื่อนไขเข้มงวดที่ว่าเธอจะต้องไม่เข้ามาในบ้านเขาอีก)

7.     - The innovation of the fax machine has improved communications. (การประดิษฐ์เครื่องส่งแฟ็กซ์ทำให้การสื่อสารดีขึ้น)

        - The innovation of electric headlamps made travel much easier. (การประดิษฐ์คิดค้นไฟหน้ารถทำให้การเดินทางง่ายขึ้นมาก)

        - That is an innovative method of production. (นั่นเป็นวิธีการผลิตที่เป็นของใหม่)

        - The development of copying machines was the work of a number of innovative people. (การพัฒนาเครื่องถ่ายเอกสารเป็นผลงานของผู้คนที่มีความคิดใหม่ๆจำนวนมาก)

        - Several innovators worked on the development of drones. (นักประดิษฐ์จำนวนมากทำงานด้านการพัฒนาเครื่องบินไร้คนขับ)

        - The innovator of the new system received a productivity bonus. (นักประดิษฐ์ของระบบใหม่ได้รับเงินโบนัสด้านความสามารถด้านการผลิต)

8.     - The light from candles is not very intense. (แสงจากเทียนไม่เข้มข้น – สว่าง – มาก นัก)

        - The intense heat prevented us from entering the burning building. (ความร้อนที่รุนแรงขัดขวางเราไม่ให้เข้าไปในอาคารที่กำลังลุกไหม้)

        - The school bully was intensely disliked. (เจ้าเด็กขี้รังแกของโรงเรียนถูกเกลียดชังอย่างรุนแรง)

        - Some materials burn more intensely than others. (วัสดุบางอย่างเผาไหม้รุนแรงกว่าวัสดุชนิดอื่นๆ)

        - Using a stronger battery will intensify light. (การใช้แบตเตอรี่ที่แรงกว่าจะทำให้แสงสว่างมากขึ้น)

        - We must intensify our efforts to raise more funds. (เราต้องใช้ความพยายามให้มากขึ้นเพื่อหาทุนให้ได้มากขึ้น)

        - A car needs a headlight with high intensity. (รถยนต์ต้องการไฟหน้าที่มีความเข้มข้นสูง)

        - The debates are renewed with great intensity. (การอภิปรายได้ถูกเริ่มขึ้นใหม่ด้วยความเข้มข้นอย่างยิ่ง)

9.     -  The police carried out an intensive investigation into the fraud. (ตำรวจทำการสอบสวนแบบเจาะลึกในคดีทุจริต)

        - An intensive search revealed useful clues. (การค้นหาอย่างละเอียดถี่ถ้วนเปิดเผยให้เห็นร่องรอย – ของอาชญากรรม, อุบัติเหตุ – ที่มีประโยชน์)

        - Intensive farming increases food production. (การทำฟาร์มแบบหนาแน่นช่วยเพิ่มการผลิตอาหาร)

        - The intensive bombardment reduced the town to rubble. (การระดมยิง – หรือการทิ้งระเบิด – แบบปูพรมลดขนาดของเมืองลงเหลือเพียงซากปรักหักพัง)

        - The hotel industry is very labour-intensive. (อุตสาหกรรมโรงแรมใช้แรงงานมาก)

10.    - Because roads were rougher than rails, cars required more rugged parts. (เพราะว่าถนนขรุขระกว่าทางรถไฟ – ในสมัยก่อน – รถยนต์จึงต้องการชิ้นส่วนที่แข็งแรงกว่ารถไฟ)

        - This pickup truck is a rugged and reliable vehicle. (รถปิ๊กอัพคันนี้เป็นยานพาหนะที่แข็งแรงทนทานและไว้ใจได้)

        - The coastline is wild and rugged. (แนวชายฝั่งเป็นป่าและขรุขระ-เต็มไปด้วยหิน-ยากต่อการเดินทาง)

        - He is rugged and handsome. (เขามีท่าทางแข็งแรงและรูปหล่อ)

        - The fisherman had a rugged, weather-beaten face. (ชาวประมงคนนั้นมีใบหน้าที่หยาบกร้านแบบถูกกระหน่ำด้วยลมฟ้าอากาศ – คลื่นลม)

        - The rugged mountain scenery of Peru is awe-inspiring. (ภูมิประเทศแบบภูเขาขรุขระ – เต็มไปด้วยก้อนหิน – ของเปรูดลใจให้เกิดความน่าเกรงขาม-สะพรึงกลัว)

11.    - A laptop computer is portable. (คอมพิวเตอร์แลพท้อปสามารถนำติดตัวไปได้)

        - We bought the little TV set for its portability. (เราซื้อเครื่องรับทีวีเล็กๆสำหรับความสะดวกในการนำติดตัวหรือเคลื่อนย้าย)

        - Most notebooks are now cheap and extremely portable. (โน๊ตบุ๊คส่วนมากปัจจุบันราคาถูกและหอบหิ้วไปได้ง่ายมากๆ)

        - Most electric appliances are produced based on ease of maintenance and portability. (เครื่องใช้ไฟฟ้าส่วนมากถูกผลิตบนพื้นฐานของความง่ายในการซ่อมบำรุงและการนำติดตัวไปได้)

12.    -  A supersonic jet is a fast mode of travel. (เครื่องบินเหนือเสียงเป็นวิธีการเดินทางที่รวดเร็ว)

        - Our mode of life is very different from the way our grandparents lived. (วิธีการใช้ชีวิตของพวกเราแตกต่างไปอย่างมากจากรูปแบบที่ปู่ย่าตายายของเราใช้ชีวิต)

        - She dresses in the latest mode. (เธอแต่งตัว – สวมเสื้อผ้า – ในแฟชั่นล่าสุด)

        - Check whether the video is still in recording mode. (เช็คซิว่าวีดิโอยังอยู่ในโหมดการบันทึกภาพหรือเปล่า)

13.   -  In the past, people used candles to illuminate their houses. (ในอดีต ผู้คนใช้เทียนไขเพื่อให้ความสว่างในบ้าน)

        - Street lights illuminate the town after dark. (ไฟถนนให้ความสว่างกับเมืองหลังเวลาค่ำ)

        - The village is poorly illuminated at night. (หมู่บ้านนั้นมีแสงสว่างไม่ค่อยดีในเวลากลางคืน)

        - I will try to illuminate this difficult passage by putting it in simpler words. (ผมจะพยายามอธิบายบทความที่ยากนี้ให้เป็นเรื่องง่ายโดยการใช้คำพูดที่ฟังง่ายขึ้น)

        - The illumination of an electric lamp is stronger than that of a candle. (การให้ความสว่างของหลอดไฟฟ้ามากกว่าความสว่างของเทียนไข)

        - The illumination for the cellar is provided by a paraffin lamp. (การให้ความสว่างสำหรับห้องใต้ดินทำโดยตะเกียงพาราฟิน)

        - The Christmas illuminations were switched on by the mayor. (ไฟประดับช่วงคริสตมาสถูกเปิด – ทำพิธี – โดยนายกเทศมนตรี)

        - The lecture was very illuminating. (การบรรยายให้ความรู้-ความกระจ่างอย่างมาก)

        - An illuminator can provide an area with light.

14.   - There are a variety of ways to generate electricity. (มีหลายวิธีการในการผลิตไฟฟ้า)

        - An increase in tourism will generate new jobs. (การเพิ่มขึ้นของการท่องเที่ยวจะทำให้เกิดงานใหม่ๆขึ้นมา)

        -  A wise investment generates income. (การลงทุนที่ฉลาดก่อให้เกิดรายได้)

        - Electricity is generated by dynamo or generator. (ไฟฟ้าถูกผลิตโดยไดนาโมหรือเครื่องปั่นไฟ)

        - The generation of electricity can cause air pollution. (การผลิตไฟฟ้าสามารถก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ)

        - People of my uncle’s generation are approaching retiring age. (ผู้คนในรุ่นของลุงผมกำลังเข้าใกล้วัยเกษียณอายุงาน)

        - The family picture shows three generations, my mother, grandmother and great-grandmother. (ภาพครอบครัวแสดงให้เห็นคน ๓ รุ่น คือ แม่ ยาย และทวดของผม)

        - We have seen tremendous changes within one generation. (เราได้เห็นความเปลี่ยนแปลงมากมายภายในชั่วอายุคนหนึ่ง)

        - The new generation of computer can achieve amazing results. (คอมพิวเตอร์ยุค – รุ่น – ใหม่สามารถให้ผลลัพธ์ที่น่าทึ่ง)

15.   - His only drawback is that he is so lazy. (ข้อเสียเพียงอย่างเดียวของเขาก็คือเขาขี้เกียจ)

        - This machine has a major drawback from the technological point of view. (เครื่องจักรนี้มีข้อด้อย – จุดอ่อน – สำคัญ จากมุมมองด้านเทคโนโลยี)

16.   - The boy casts the pebble into the middle of the dam. (เด็กคนนั้นขว้างก้อนกรวดเข้าไปกลางเขื่อน)

        - The drunk man was cast into jail for the night. (ชายขี้เมาถูกเหวี่ยงเข้าไปอยู่ในคุกตลอดทั้งคืน)

        - The ship casts anchor in the bay. (เรือทอดสมอในอ่าว)

        - Snakes cast their skins. (งูลอกคราบ – ถอดเกล็ด)

        - Mary was cast as the queen in the school play. (แมรี่ถูกเลือกให้แสดงเป็นราชินีในละครโรงเรียน) (กริยา ๓ ช่อง คือ cast  cast  cast)

        - The casting of that talented young actor as Hamlet was a good choice.(การเลือกนักแสดงหนุ่มมีความสามารถคนนั้นให้รับบทเป็นแฮมเล็ทเป็นการเลือกที่ดี)

        - The tall buildings cast a shadow. (อาคารสูงพวกนั้นทอด – ทำให้เกิด – เงา)

        - He cast doubts on the scheme. (เขาแสดงความสงสัยในโครงการนั้น)

17.   -  She is an efficient secretary who does her work exceptionally well.   (เธอเป็นเลขานุการที่มีประสิทธิภาพ ผู้ซึ่งทำงานของเธอได้ดีมากเป็นพิเศษ)

        - This new filing system is much more efficient than the previous one. (ระบบจัดไฟล์เอกสารระบบใหม่นี้มีประสิทธิภาพมากกว่าระบบเก่ามาก)

        - The efficiency of the service in that restaurant is excellent. (ประสิทธิภาพของการบริการในภัตตาคารนั้นดีเยี่ยม)

        - Efficiency is an important quality for any new product. (ประสิทธิภาพเป็นคุณสมบัติสำคัญสำหรับผลิตภัณฑ์ใหม่ใดๆ)

18.   -  We must equip ourselves with a first-aid kit. (เราต้องจัดหาชุดปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้กับตัวเราเอง)

        -  We are not equipped to deal with emergencies. (เราไม่ได้ถูกจัดเตรียมให้รับมือกับเหตุฉุกเฉิน)

        - The chalet has a well-equipped kitchen with stove, fridge, etc. (กระท่อมไม้หลังนั้นมีครัวที่จัดเตรียมอย่างดีพร้อมด้วยเตา ตู้เย็น และอื่นๆ)

        - Computers are standard office equipment. (คอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์สำนักงานที่ได้มาตรฐาน)

        - Equipping the new gymnasium is an expensive business. (การจัดให้มีโรงยิมใหม่เป็นภารกิจที่มีราคาแพง)

19.   -  Some large planes carry freight as well as passengers. (เครื่องบินขนาดใหญ่บางลำบรรทุกทั้งสินค้าและผู้โดยสาร)

        - Please freight the goods to us as soon as possible. (โปรดส่งสินค้ามาให้เราโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้)

        - I had to pay freight (= freightage) on the consignment. (ผมจำเป็นต้องจ่ายค่าระวางขนส่งสินค้าสำหรับสิ่งของที่ส่งไป)

        - There is a new shipment coming on the next freighter. (มีการขนส่งสินค้าครั้งใหม่ที่กำลังเดินทางมากับเรือ – หรือเครื่องบิน – เที่ยวต่อไป)

20.   -  Mirrors reflect your face when you look in them. (กระจกสะท้อนภาพใบหน้าของคุณเมื่อคุณมองดูมัน)

        - Can you see the reflection (= reflexion) of the trees on the lake? (คุณมองเห็นภาพสะท้อนของต้นไม้บนทะเลสาบหรือเปล่า)

        - Sound was reflected off the walls causing an echo. (เสียงถูกสะท้อนมาจากกำแพงและทำให้เกิดเสียงสะท้อน)

        - The reflection of the sun’s rays created a glare. (การสะท้อนของแสงอาทิตย์ทำให้เกิดแสงจ้า)

        - Our increased business is reflected in higher profits. (ธุรกิจที่เพิ่มขึ้นของเราถูกแสดงออกมาเป็นกำไรที่สูงขึ้น)

        - What you wear is a reflection of your personality. (สิ่งที่คุณสวมเป็นการแสดงถึงบุคลิกภาพของคุณ)

        - I need time to reflect on it before I decide. (ผมต้องการเวลาในการคิดถึงเรื่องนี้ก่อนตัดสินใจ)

        - On reflection, we’ve decided to go. (เมื่อตรองดูแล้ว พวกเราตัดสินใจที่จะไป)

        - Her book consists of her reflections. (หนังสือที่เธอเขียนรวบรวมความคิดต่างๆของเธอ)

        - He is in a reflective mood. (เขากำลังอยู่ในอารมณ์ที่ครุ่นคิด)

 

ตัวอย่างการใช้คำศัพท์ในเรื่อง Transportation

               Traveling at night was tricky before people had developed headlamps that worked efficiently.  Early innovations for use on locomotives included lamps that illuminated by burning pine knots or whale oil.  Some of these lamps used metal as a reflective material to intensify the light.  Later, electric headlamps were developed.  The problem with these lamps involved finding a portable way to generate the electricity that they used.

คำแปล

               การเดินทางเวลากลางคืนเป็นเรื่องยากลำบาก (tricky) ก่อนที่คนเราจะได้พัฒนาไฟหน้ารถซึ่งทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ (efficiently) นวัตกรรม (innovations) ยุคแรกๆสำหรับใช้กับหัวรถจักร รวมไปถึงตะเกียงซึ่งให้แสงสว่าง (illuminated) โดยการเผาไหม้ตาไม้สนหรือไม่ก็น้ำมันทำจากไขปลาวาฬ ตะเกียงเหล่านี้บางดวงใช้โลหะในฐานะเป็นวัสดุสะท้อนแสง (reflective) เพื่อทำให้แสงมีความสว่างมากขึ้น (intensify) ในเวลาต่อมา หลอดไฟฟ้าได้รับการพัฒนาขึ้นมา ปัญหาที่เกิดกับหลอดไฟเหล่านี้เกี่ยวข้องกับการหาวิธีการที่สามารถนำพาหรือเคลื่อนย้ายไปได้(พร้อมกับหัวรถจักร) เพื่อผลิต (generate) ไฟฟ้าซึ่งหลอดไฟใช้

คำศัพท์เพิ่มเติม

Tragedy (แทรจ-เจ-ดี้) (n) – โศกนาฏกรรม, เรื่องเศร้า-ร้ายแรง

Budget (n) – งบประมาณ

Reckless (a) – สะเพร่า, ไม่รอบคอบ, ไม่เอาใจใส่

Economical (a) – ประหยัด (เงิน, เวลา)

Rave (เรฟว) (v) – พูดเพ้อเจ้อ, พูดเหมือนคนบ้า, ชมเชยอย่างมาก

Manipulate (มะ-นิพ-พิว-เลท) (v) – จัดการ, ใช้อย่างชำนาญ, ชักใยหุ่น, บงการอยู่เบื้องหลัง

Lubricate (v) – หล่อลื่นด้วยการหยอดน้ำมัน

Horrid (ฮ้อร์-ริด) (a) – น่ากลัว, น่าสยดสยอง

Glance (แกล๊นซ) (v – n) – ชำเลืองมอง, เหลือบมอง, มองแบบผ่านๆ, การเหลือบมอง

Nimble (a) – ว่องไว, แคล่วคล่อง, ฉลาด

Ingenious (อิน-เจ๊น-เยิส) (a) – เฉลียวฉลาด, ช่างประดิษฐ์, เจ้าความคิด

Pedestrian (พี-เดส-เทรียน) (n) – คนเดินเท้า

 

ตัวอย่างการใช้คำศัพท์ในประโยค

1.     - Try not to be reckless when you drive a car, especially at night. (พยายามอย่าประมาทเมื่อคุณขับรถ โดยเฉพาะเวลากลางคืน)

        - We must not ignore reckless driver; we must take them off the road. (เราต้องไม่มองข้ามนักขับรถที่ประมาท เราต้องกำจัดพวกเขาออกไปจากถนน)

2.     - John devised an ingenious plan to cheat on his income tax. (จอห์นคิดค้นแผนฉลาดขึ้นมาเพื่อโกงภาษีเงินได้ของเขา)

        - The brilliant investigator found an ingenious answer to the problem. (นักสืบที่ชาญฉลาดคนนั้นพบคำตอบที่ฉลาดต่อปัญหา – พบทางแก้ปัญหา)

3.     - When someone you love dies, it is a tragedy. (เมื่อใครสักคนที่คุณรักตาย มันเป็นเรื่องเศร้า)

        - Peter’s enormous jealousy led to the tragedy in his family. (ความอิจฉาริษยาอย่างมากมายของปีเตอร์นำไปสู่เรื่องเศร้าในครอบครัวของเขา)

4.     - Whirling across the stage, the nimble ballet dancer captured our hearts. (หมุนตัวไปบนเวที นักเต้นบัลเล่ที่คล่องแคล่วกุมหัวใจพวกเราไว้ได้)

        - The nimble policeman leaped over the fence to pursue the car thief. (ตำรวจที่คล่องแคล่ว – ปราดเปรียว – กระโดดข้ามรั้วเพื่อติดตามเจ้าหัวขโมยรถ)

5.     -  We have to decrease the budget this year because our club is broke. (เราจำเป็นต้องลดงบประมาณลงปีนี้ เพราะว่าชมรมของเราถังแตก)

        - The prominent executive presented her budget to the Board of Directors. (นักบริหารที่มีชื่อเสียงคนนั้นนำเสนองบประมาณของเธอต่อคณะกรรมการบริษัท)

6.     - I find it more economical to buy a monthly train ticket than to pay for each ride each day. (ผมพบว่าประหยัดเพิ่มขึ้นในการซื้อตั๋วเดือนรถไฟ มากกว่าที่จะจ่ายเป็นเที่ยวๆ – นั่งแต่ละครั้ง – ในแต่ละวัน)

        - Jane was praised for her economical management of the budget. (เจนได้รับการยกย่องสำหรับการบริหารจัดการงบประมาณอย่างประหยัด)

7.     - Mary was confident that her teacher would rave about her essay.   (แมรี่มั่นใจว่าอาจารย์ของเธอจะยกย่องชมเชยเรียงความของเธออย่างมาก)

        - Shortly after taking the drug, the addict began to rave and foam at the mouth. (หลังจากกินยาได้ชั่วครู่ เจ้าคนติดยาพูดจาเหมือนคนบ้าและน้ำลายฟูมปาก)

8.     - Journalists reported that the dropping of the bombs was a horrid act.   (นักหนังสือพิมพ์รายงานว่าการทิ้งระเบิดเป็นการกระทำที่น่าสยดสยองมาก)

        - Susan avoided staring at the horrid man’s face. (ซูซานหลีกเลี่ยงที่จะจ้องหน้าชายที่น่ากลัวคนนั้น)

9.     -  I took one glance and I knew it was Frank Sinatra. (ผมมองปร๊าดเดียวก็รู้ว่าเขาคือแฟร้ง สิเนตร้า)

        - He briefly glanced over the report. (เขาเหลือบมอง – อ่านแบบผ่านๆ – รายงานนั้นชั่วประเดี๋ยวเดียว)

10.    - Jim’ job at the gas station was to lubricate all the cars after they had been worked on. (งานของจิมที่ปั๊มน้ำมันคือหล่อลื่นรถทุกคันหลังจากมันได้รับการเซอร์วิส) 

        - When a watch is lubricated, it keeps more accurate time. (เมื่อนาฬิกาได้รับการหล่อลื่น มันก็จะรักษาเวลาได้ตรงมากขึ้น)

11.   - The coach knew how to manipulate the players to do what he wanted.  (ผู้ฝึกสอนรู้วิธีจัดการกับ – บงการ – ผู้เล่น ให้ทำตามสิ่งที่เขาต้องการ)

        - The wounded pilot manipulated the radio dial until he made contact.   (นักบินที่บาดเจ็บกระทำอย่างชำนาญกับหน้าปัดวิทยุ กระทั่งเขาสามารถติดต่อได้ – เพื่อขอความช่วยเหลือ)

12.   - The car leaped up on the sidewalk, struck a pedestrian, and then crashed into the bakery’s window. (รถยนต์กระโจนขึ้นไปบนทางเท้า ชนผู้เดินถนนคนหนึ่ง และต่อมาก็ชนเข้ากับตู้โชว์ของร้านเบเกอรี่)

        - The police say it is necessary that pedestrians stay on the sidewalk.  (ตำรวจกล่าวว่า เป็นสิ่งจำเป็นที่ผู้เดินถนนจะต้องเดินบนทางเท้า – ไม่ให้ลงมาเดินบนถนน)

                    

     

     

Subscribe to RSS - หมวดคำศัพท์ IELTS