หมวดข้อสอบ TOEIC

หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 32)

Part V : Sentence Completion(ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

1. The cobra is a _______________snake.

(งูเห่าเป็นงู ____________________ )

(a) poisoned

(b) poison (ยาพิษ, ให้ยาพิษ, วางยาพิษ) (เป็นคำนามและคำกริยา)

(c) poisoning

(d) poisonous (เป็นพิษ, มีพิษ, มีอันตราย)  (เป็นคำคุณศัพท์)

ตอบข้อ (d) ขยายหน้าคำนาม (snake) ต้องใช้คำคุณศัพท์

2. This machine is ________________________.

(เครื่องจักรเครื่องนี้ _________________ )

(a) can fold paper

(b) for fold paper

(c) for folding paper (สำหรับพับกระดาษ)

(d) to folding paper

ตอบข้อ (c) เนื่องจากตามหลัง Preposition “for” กริยา “fold” จึงต้องอยู่ในรูปคำนาม หรือ “Gerund” (Verb + ing)

3. Whenever we meet, we stop __________________.

(เมื่อใดก็ตามที่เราพบกัน  เราจะหยุด ___________________ )

(a) talking

(b) talk

(c) to talk (เพื่อที่จะคุยกัน)

(d) to talking

ตอบข้อ (c)  เนื่องจาก “Stop + to + verb”  หมายถึง “หยุดเพื่อที่จะทำกริยานั้นๆ”  ส่วน “Stop + verb + ing” หมายถึง “หยุดการกระทำกริยานั้นๆ” เช่น

    - We stop to have lunch at 11.30 a.m. every day.

  (เราหยุด (ทำงาน) เพื่อกินอาหารเที่ยง ตอน ๑๑.๓๐ น. ทุกๆวัน)

    - We stopped having lunch when the fire broke out.

  (เราหยุดการกินอาหารเที่ยง เมื่อเกิดไฟไหม้ขึ้น)

-         They stopped to work until late at night.

(พวกเขาหยุด (กิน, เล่น, พูดคุย) เพื่อทำงานจนกระทั่งดึก)

-         They stopped working and went to a restaurant.

(พวกเขาหยุดการทำงาน  และไปภัตตาคารเพื่อกินอาหาร)

(ดูคำอธิบายเพิ่มเติมเรื่องนี้ ใน หมวดข้อสอบ TOEIC ตอนที่ ๑๘ ข้อ ๑๖ – ข้อ ๙ ย่อย)

4. You had best ________________ it yourself.

(คุณควรจะ _____________________ มันด้วยตัวคุณเองดีที่สุด)

(a) do (ทำ)

(b) to do

(c) done

(d) doing

ตอบข้อ (a) เนื่องจาก “Had best” (ทำ.........เป็นดีที่สุด)  และ “Had better”  (ควรจะ) ต้องตามด้วย “Infinitive without to” (Verb 1- ไม่มี “To”)  เสมอ

5. A ______________ uses force, or a threat of force.

(___________________ ใช้กำลัง  หรือการขู่กรรโชกว่าจะใช้กำลัง)

(a) thief (หัวขโมย, โจรลักทรัพย์)

(b) robber (โจรปล้น, โจรชิงทรัพย์)

(c) burglar (โจรงัดแงะ-ย่องเบา)

(d) pick-pocket (นักล้วงกระเป๋า)

6. Please tell me the difference ______________ a habit and a custom.

(โปรดบอกผมความแตกต่าง _________________ นิสัย (หรือธรรมเนียมปฏิบัติ) และขนบธรรมเนียมประเพณี)

(a) of

(b) from

(c) between

(d) in

ตอบข้อ (c) เนื่องจากเป็นการใช้ “คำคู่” “Between” และ “And” (ดูเพิ่มเติมการใช้คำคู่ ใน หมวดข้อสอบ TOEIC ตอนที่ ๓ ข้อ ๑๐)

7. This was the first time that I ______________your town.

(นี้เป็นครั้งแรกที่ผม __________________ เมืองของคุณ)

(a) visited

(b) have visited (ได้ไปเยือน)

(c) had tried

(d) was visiting

ตอบข้อ (b) เนื่องจากอนุประโยค “that I………your town” ที่นำหน้าด้วย   This is the first time” (นี่เป็นครั้งแรก) “This is the second time” (นี่เป็นครั้งที่ ๒) “This is the last time” (นี่เป็นครั้งสุดท้าย)  จะใช้รูป “Present perfect tense”  ในอนุประโยคดังกล่าว  แต่ถ้าข้อความข้างหน้าเปลี่ยนเป็น “This was the first time”  ในอนุประโยคก็จะเปลี่ยนเป็น “Past perfect tense” ตามไปด้วย เช่น

    - This is the first time I have tried to play tennis.

(นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้พยายามเล่นเทนนิส)

8. Both of them can drive but Bill drives _________________.

(ทั้ง ๒ คนขับรถเป็น  แต่บิลขับ ____________________ )

(a) careful

(b) more careful

(c) more carefully (ระมัดระวังมากกว่า)

(d) most carefully

ตอบข้อ (c) เนื่องจากขยายกริยา “drives” “careful” จึงต้องอยู่ในรูปกริยาวิเศษณ์ “Adverb” และขยายด้วย “More” เมื่อแสดงการเปรียบเทียบ “ขั้นกว่า(Comparative degree) (ดูเพิ่มเติมการเปรียบเทียบ “ขั้นกว่า” ใน หมวดข้อสอบ TOEIC ตอนที่ ๔ ข้อ ๓ และ ตอนที่ ๘ ข้อ ๕)

9. How long ago _______________ the Second World War?

(a) was

(b) happened (เกิดขึ้น)

(c) occurred (เกิดขึ้น)

(d) took place (เกิดขึ้น)

ตอบข้อ (a)  เนื่องจากข้อนี้มาจากประโยคบอกเล่า “The Second World War was 70 years ago.” อย่างไรก็ตาม  ถ้าประโยคบอกเล่าเป็น “The Second World War happened (occurred, took place) 70 years ago.” เมื่อเปลี่ยนเป็นประโยคคำถาม จะต้องใช้ว่า  “How long ago did the Second World War happen (occur, take place)? กล่าวคือ ต้องใช้ “Verb to do” (Did) ในการสร้างประโยคคำถาม

10. In some countries today there’s only one party at elections.  No _______ at all !

(ในบางประเทศในปัจจุบัน  มีพรรคการเมืองเพียงพรรคเดียวตอนเลือกตั้ง  ไม่มี ___________________ ใดๆเลย)

(a) choose (เลือก) (กริยาช่องที่ ๑)

(b) chose (กริยาช่องที่ ๒)

(c) chosen (กริยาช่องที่ ๓)

(d) choice (ทางเลือก, การเลือก, สิ่งหรือคนที่ถูกเลือก) (เป็นคำนาม)

ตอบข้อ (d) เนื่องจากหลัง “No” ต้องเป็นคำนาม แม้จะมีคำคุณศัพท์มาคั่นก็ตาม  เช่น no good food”  “no appropriate person” etc.

11. American children learn Lincoln’s Gettysburg speech ___________.  

(เด็กๆ อเมริกัน เรียนสุนทรพจน์ที่เมืองเก็ตตีสเบิร์กของประธานาธิบดี ลิงคอล์น  - กล่าวไว้อาลัยทหารที่ตายในการสู้รบกับทหารของฝ่ายใต้  ในสงครามกลางเมืองของอเมริกาเพื่อเลิกทาส - ___________________ )

(a)   in heart

(b)  by heart (โดยการท่องจำ)

(c)   with heart

(d)  to heart

ตอบข้อ (b) เนื่องจาก “by heart” หมายถึง “โดยการท่องจำ” (เด็กๆเรียนสุนทรพจน์ดังกล่าวด้วยการท่องจำ)  สำหรับวลีที่ใช้กับ “BY” ได้แก่  “by car” (= in a car) (โดยรถยนต์)  “by bus” (= in a bus) (โดยรถประจำทาง)  “by train” (= in a train) (โดยรถไฟ)  “by plane” (= in a plane) (โดยเครื่องบิน)  “by air”  (โดยทางอากาศ) “by sea” (โดยทางทะเล)  “by telephone” (โดยทางโทรศัพท์)  “by telegram” (โดยทางโทรเลข) “by letter” (โดยทางจดหมาย)  “by trade” (โดยทางการค้า)  “by radio” (โดยทางวิทยุ)  “by force” (โดยใช้กำลัง) “I know him (them) by name” (ผมรู้จักเขาแต่ชื่อ - ไม่เคยพบตัว)  “by himself/herself” (โดยตัวเขา/เธอเอง  ตามลำพัง หรือ ไม่มีใครช่วย)  “by machinery” (โดยเครื่องจักร)  “by hand” (= with his hands) {(ทำ) ด้วยมือ} “The room is 20 feet by 10 feet.” (ห้องยาว ๒๐ ฟุต กว้าง ๑๐ ฟุต)  “Sugar is sold by the pound/kilogram.” (= by weight) {น้ำตาลถูกขายเป็นปอนด์/กิโลกรัม =  (ขาย) เป็นน้ำหนัก}  “remarks by Mr. Schmidt” (คำพูดโดยมิสเตอร์ชมิดท์)  “She was brought up by her aunt.” (เธอได้รับการอบรม-เลี้ยงดูโดยป้าของเธอ)  “new legislation announced by the government” (กฎหมายใหม่ประกาศโดยรัฐบาล)  “I was startled by his anger.” (ผมสะดุ้งตกใจจากความโกรธของเขา)  “by and large” (= on the whole) (โดยทั่วๆไป, เมื่อพิจารณาทุกด้านแล้ว)  “by mistake” (โดยการเข้าใจผิด)  “by accident”(โดยอุบัติเหตุ, โดยมิได้ตั้งใจ)  “by degrees” (ทีละน้อย)  “by the way (อ้อ, เอ้อ, อนึ่ง – ใช้พูดเกริ่นนำ ก่อนจะเข้าเรื่อง)  ‘by all means” (โดยแน่นอน)  “by no means” (ไม่โดยแน่นอน)  “by-pass” (= short cut)  (ทางลัด)  “passer-by” (ผู้ที่ผ่านไปมา) “by-gone” (สิ่งหรือเรื่องที่ผ่านไปแล้ว)  “by-product” (ผลพลอยได้)  “I will pay by cheque.” (ผมจะจ่ายเป็นเช็ค) “read a book by candlelight” (อ่านหนังสือโดยใช้แสงเทียน)  “by chance” (โดยบังเอิญ) “She came in by the back door.” (เธอเข้ามาทางประตูหลัง)  “I sat by her bed.” (ผมนั่งข้าง – หรือใกล้ – เตียงของเธอ)  “by 1960” (ราวๆ ปี ๑๙๖๐)  “By the time I went to bed, I was absolutely exhausted.” (ราวๆเวลาที่ผมเข้านอน  ผมเหน็ดเหนื่อยโดยสิ้นเชิง)  “He is rich by Chinese standards.” (เขาร่ำรวย  โดยมาตรฐานของชาวจีน)  “She was standing by herself in a corner of the room.” (เธอกำลังยืนอยู่ตามลำพัง – คนเดียว – ที่มุมห้องด้านหนึ่ง)  “I think I could manage by myself.” (ผมคิดว่าผมสามารถทำสำเร็จด้วยตัวของผมเอง – โดยไม่ต้องมีคนคอยช่วยเหลือ)  “Twelve divided by three is four.” (๑๒ หารด้วย ๓ เหลือ ๔) “Multiply the amount by three.” (จงคูณจำนวนนั้นด้วย ๓)  “Cars are now made by the million.” (รถยนต์ในปัจจุบันได้รับการผลิตเป็นล้านๆคัน)  “one by one” (ทีละคน)  “year by year”(แต่ละปี)  “She took him by the hand.” (เธอจับมือเขา)  “Hold it by the handle!” (จงถือมันไว้ที่ด้าม หรือมือจับ)  “Her salary went up by half.” (เงินเดือนของเธอขึ้นไปครึ่งหนึ่ง)  “The economic growth increased by 10 %.” (เศรษฐกิจเติบโต ๑๐ เปอร์ เซนต์)  “They are Buddhists by birth, not by practice.” (พวกเขาเป็นชาวพุทธโดยกำเนิด  มิใช่โดยการปฏิบัติ – ศาสนกิจ)  “By night, a number of animals seek their preys, while by day, they tend to sleep.” (ระหว่างกลางคืน  สัตว์จำนวนมากเสาะหาเหยื่อ  ในขณะที่ตอนกลางวัน  พวกมันมักจะนอน)  “walk side by side” (เดินเคียงข้างกัน)  “walk hand in hand” (เดินจูงมือกัน)  “by-election” (การเลือกตั้งซ่อม)  “by comparison” (โดยการเปรียบเทียบ)

12. Who’s the girl ______________ this photograph?

(เด็กหญิง ____________________ รูปภาพนี้คือใคร)

(a) on

(b) of

(c) at

(d) in (ใน)

ตอบข้อ (d) (ดูเพิ่มเติมการใช้การใช้ “IN” ใน หมวดข้อสอบ TOEIC ตอนที่ ๑๐ ข้อ ๑๗)

13. Did you meet my sister _____________ your stay in Tokyo?

(คุณพบน้องสาวของผม _________________ ที่พักในโตเกียวหรือเปล่า)

(a) while

(b) when

(c) during (ในระหว่าง)

(d) between

ตอบข้อ (c) เนื่องจาก “During” เป็น “Preposition”   ต้องตามด้วยคำนาม หรือวลี  ส่วน “While”  และ “When”  ต้องตามด้วยประโยค (Subject + verb)  เช่น

    - During the lecture professor Woods spoke on various topics.

(ในระหว่างเล็คเชอร์  อาจารย์วูดพูดหลายหัวข้อ)

   - While he was giving a lecture, professor Woods spoke on various topics. (ในขณะที่เขากำลังเล็คเชอร์  อาจารย์วูดพูดหลายหัวข้อ)

   - During the rain Jim went under a tree for a shelter.

 (ระหว่างฝนตก  จิมเข้าใต้ต้นไม้เพื่อหาที่หลบฝน)

   - When it rained, Jim went under a tree for a shelter.

(เมื่อฝนตก  จิมเข้าใต้ต้นไม้เพื่อหาที่หลบฝน)

14. I bought this car __________________.

(ผมซื้อรถยนต์คันนี้ _____________________ )

(a) for three years (เป็นเวลา ๓ ปี)

(b) since three years

(c) three years ago (๓ ปีมาแล้ว)

(d) only three years (เพียง ๓ ปี)

ตอบข้อ (c) สังเกตได้จากกริยา “bought” ซึ่งเป็นอดีต จึงต้องใช้กับ “three years ago” หรืออาจใช้อีกรูปแบบหนึ่ง คือ “I owe this car for 3 years หรือ  for only 3 years.” (ผมเป็นเจ้าของรถคันนี้ได้ ๓ ปี หรือ เพียง ๓ ปี)

15. Do you know _________________?

(คุณรู้จัก _____________________ )

(a) those old two men

(b) those old men two

(c) those two old men (ชายแก่ ๒ คนเหล่านั้นไหม)

(d) those two men old

ตอบข้อ (c) (ดูการเรียงคำกรณีมีคำคุณศัพท์หลายคำขยายหน้าคำนาม ในหมวดข้อสอบ TOEIC ตอนที่ ๓๐ ข้อ ๑)

16. The elephant is _____________ larger than the horse.

(ช้างตัวใหญ่กว่าม้า ________________________ )

(a) so (ดังนั้น)

(b) far (มาก)

(c) quite (มาก)

(d) more

ตอบข้อ (b)  มีคำว่า “มาก” ๒ คำ ที่ใช้ขยายในการเปรียบเทียบ “ขั้นกว่า” (Comparative degree)  คือ “Much”  และ “Far” เช่น “much bigger(ใหญ่กว่ามาก) “much colder” (หนาวกว่ามาก)  “far smaller” (เล็กกว่ามาก)  “far hotter” (ร้อนกว่ามาก)  (ดูคำอธิบายเพิ่มเติมเรื่องนี้ใน หมวดข้อสอบ TOEIC  ตอนที่ ๓๑ ข้อ ๑๔)

17. She made her guests ________________.

(เธอทำให้แขกของเธอ _____________________ )

(a) laugh (หัวเราะ)

(b) laughed

(c) laughing

(d) to laugh

ตอบข้อ (a) เนื่องจากอยู่ในรูป “Subject + make + กรรม  + Infinitive without to (Verb 1)  (ดูเพิ่มเติมกลุ่มคำกริยาที่ต้องตามด้วย “Infinitive without to”  ใน หมวดข้อสอบ TOEIC ตอนที่ ๓ ข้อ ๒๑)

18. ___________________ from her since March.

( _____________________ จากเธอตั้งแต่เดือนมีนาคม)

(a) I didn’t receive a letter

(b) I wasn’t receiving a letter

(c) I don’t receive a letter

(d) I haven’t received a letter (ผมไม่ได้รับจดหมาย)

ตอบ  - ข้อ (d) เนื่องจากอยู่ในรูป “Present perfect tense” {Subject + has (have) + V 3} คือแสดงความต่อเนื่องของเหตุการณ์ที่เกิดในอดีต (ไม่ได้รับจดหมายตั้งแต่เดือนมีนาฯ) ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน  สำหรับ “Present perfect” มักใช้ในกรณีต่อไปนี้

          ๑. ใช้กับการกระทำหรือเหตุการณ์ที่เพิ่งสิ้นสุด  หรือจบลงไปไม่นาน ณ ขณะที่พูดนั้น  สังเกตได้จาก just =  เพิ่งจะ, recently =  เมื่อเร็วๆนี้,  lately =  หมู่นี้, เมื่อเร็วๆนี้  เช่น

     - I have just finished my assignment.

  (ผมเพิ่งจะทำการบ้าน – งานที่ได้รับมอบหมาย – เสร็จ)

    - My friend has recently got married.

(เพื่อนของผมแต่งงานเมื่อเร็วๆนี้)

    - I haven’t seen John lately.

(ผมไม่เห็นจอห์นเลยหมู่นี้)

          ๒. ใช้บอกข้อความว่า “ทำแล้ว, ยังไม่ได้ทำ, ทำหรือยัง” มักมีคำว่า “Already” (ใช้กับประโยคบอกเล่าและคำถาม)  และ “Yet” (ใช้กับประโยคปฏิเสธและคำถาม)  ทั้งนี้  อาจไม่ต้องมี “Already” และ “Yet” ก็ได้ เช่น

     - I have (already) eaten my dinner.

(ผมกินอาหารค่ำแล้ว)

    - She has not (yet) had her breakfast. (= She has not had her breakfast yet.) (เธอยังไม่ได้กินอาหารเช้าเลย)

    - Have you (already) done your homework?

(คุณทำการบ้านแล้วหรือยัง)

    - I’ve (already) answered that question.

(ผมได้ตอบคำถามนั้นแล้ว)

    - Have you (already) finished your report? (= Have you finished your  report already?) (คุณทำรายงานเสร็จหรือยัง)

          ๓. ใช้กับการกระทำที่เกิดขึ้นในอดีต  และยังคงดำเนินหรือมีผลต่อมาจนถึงปัจจุบัน  และคาดว่าเหตุการณ์นั้นยังจะปรากฏในอนาคตอีก  สังเกตจาก For = เป็นเวลา, Since =  ตั้งแต่,  Up to now, up to the present time, up until now =  จนถึงบัดนี้,  So far =  เท่าที่ผ่านมา

      - She has lived here for 10 years.

(เธออาศัยอยู่ที่นี่มา ๑๐ ปีแล้ว – ปัจจุบันก็ยังอยู่)

    - He has been in Chicago since last week.

(เขาอยู่ในชิคาโกตั้งแต่สัปดาห็ที่แล้ว – ปัจจุบันก็ยังอยู่)

    - We have lived in Bangkok since we were young.

(เราอาศัยอยู่ในกรุงเทพตั้งแต่เรายังเด็ก – ปัจจุบันก็ยังอยู่)

    - So far, you have not done your best. (You have not done your best so far.) (เท่าที่ผ่านๆมา  คุณยังไม่ได้ทำดีที่สุดเลย)

    - I have sent him only one letter up to now.

(ผมส่งจดหมายให้เขาเพียงฉบับเดียว  จนถึงบัดนี้)

          ๔. ใช้กับเหตุการณ์ที่เคยหรือไม่เคยทำในอดีต  แต่ไม่ได้กำหนดเวลาแน่นอน  สังเกตจาก “ever”  “never”  เช่น

      - Have you ever been to Japan?

(คุณเคยไปญี่ปุ่นไหม)

     - Has your father ever played football?

(พ่อของคุณเคยเล่นฟุตบอลไหม)

     - I have never seen him before.

(ผมไม่เคยเห็นเขามาก่อน)

          ๕. ใช้กับการกระทำที่เกิดขึ้นซ้ำๆ  ในอดีต  และยังอาจเกิดขึ้นได้อีก สังเกตจาก  “Adverb of frequency”เหล่านี้ “again and again” =  ซ้ำแล้วซ้ำอีก,  “many times” =  หลายครั้ง,  “sometimes” =  บางที,  “over and over” (= over and over again) = ซ้ำแล้วซ้ำอีก, “this is the first (second) time” =  นี่เป็นครั้งแรก (ครั้งที่ ๒)  เช่น

      - He has made the same mistake again and again.

(เขาทำความผิดเดิมๆซ้ำแล้วซ้ำอีก)

     - I have been to New York several times.

(ผมไปนิวยอร์คมาหลายครั้งแล้ว)

     - She has told that story over and over again.

(เธอเล่าเรื่องนั้นซ้ำแล้วซ้ำอีก)

     - This is the first time I have tried to play golf.

(นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้พยายามเล่นกอล์ฟ)

19. Mr. Johnson arrived in Bangkok _____________ November 15.

(คุณจอห์นสันมาถึงกรุงเทพ ________________ วันที่ ๑๕ เดือนพศจิกายน)

(a) in

(b) on (เมื่อ)

(c) at

(d) during

ตอบข้อ  (b) วันที่ต้องใช้ “On” (ดูเพิ่มเติมการใช้ “On” ใน หมวดข้อสอบ  TOEIC ตอนที่ ๖ ข้อ ๒๕)

20. I would rather ______________________.

(ผมอยากจะ _____________________ )

(a) die than beg. (ตายมากกว่าที่จะขอทาน)

(b) dying than begging

(c) dying to begging

(d) to die than beg

ตอบข้อ (a) “Would rather” (อยากที่จะ) ต้องตามด้วย “Infinitive without to” (Verb 1)   และ ใช้กับ “Than” (มากกว่า)

21. If you want to make sure of a seat on the bus, you had better go to the _________________. (ถ้าคุณต้องการมั่นใจว่าจะมีที่นั่งบนรถประจำทาง  คุณควรจะไปที่ ____________________  )

(a) station bus (รถของสถานี)

(b) station’s bus

(c) bus’s station

(d) bus station (สถานีรถประจำทาง)

ตอบข้อ (d) เนื่องจากเป็นการใช้คำนามขยายคำนาม หรือ “นามประกอบ” (Compound noun) ในกรณีนี้ คำนามตัวหน้าจะไม่อยู่ในรูปพหูพจน์ คือไม่เติม “s” แต่จะแสดงรูปพหูพจน์ที่คำนามตัวหลัง ตัวอย่าง เช่น

    -  service buses (รถบริการ – คือรถรับ-ส่งพนักงาน)

   -  bus service (บริการรถประจำทาง)

   -  flower garden (s) (สวนดอกไม้)

   -   wood house (บ้านไม้)

   -  steel table (s) (โต๊ะเหล็ก)

   -  government policy (นโยบายรัฐบาล)

   -  personnel development (การพัฒนาบุคลากร)

   -  insurance policy (กรมธรรม์ประกันภัย)

   -  growth rate (อัตราการเติบโต)

    -  oil price rise (การขึ้นราคาน้ำมัน)

    -  birthday party (งานเลี้ยงวันเกิด)

    -  dividend payment (การจ่ายเงินปันผล)

     -  debt payment (การชำระหนี้)

    -  income tax deduction (การหักภาษีเงินได้)

    -  motor insurance (การประกันภัยรถยนต์)

    -  fire insurance (การประกันอัคคีภัย)

    -  capital market (ตลาดทุน)

    -  exchange rate (s) (อัตราการแลกเปลี่ยน)

    -  traffic problem (s) (ปัญหาจราจร)

    -  greenhouse gas (กาซเรือนกระจก)

    -  tourism sector (ภาคการท่องเที่ยว)

    -  climate change (การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ)

    -  terrorism risk (s) (การเสี่ยงภัยการก่อการร้าย)

    -  commodity price (s) (ราคาสินค้า)

    -  price competition (การแข่งขันด้านราคา)

    -  household debt (หนี้ครัวเรือน)

    -  car sale (s) (การขายรถยนต์)

    -  distribution channel (ช่องทางการจำหน่าย)

    -  accident occurrence (การเกิดอุบัติเหตุ)

    -  branch office (s) (สำนักงานสาขา)

    -  insurance company (บริษัทประกันภัย)

    -  business partner (s) (คู่ค้า)

    -  leather belt (เข็มขัดหนัง)

    -  business transaction (s) (การดำเนินธุรกิจ)

22. When I was a boy, we had no ____________ in the village.

(ตอนผมเป็นเด็ก  เราไม่มี ______________________ ในหมู่บ้าน)

(a) electric (ซึ่งใช้ไฟฟ้า, เกี่ยวกับไฟฟ้า) (เป็นคำคุณศัพท์)

(b) electrical (ซึ่งใช้ไฟฟ้า, ด้านไฟฟ้า) (เป็นคำคุณศัพท์)

(c) electrify (อัดไฟฟ้า, ปล่อยกระแสไฟฟ้า, ทำให้มีกระแสไฟฟ้าใช้, ทำให้ตื่นเต้น-ตกใจ) (เป็นคำกริยา)

(d) electricity (ไฟฟ้า, กระแสไฟฟ้า, วิชาไฟฟ้า) (เป็นคำนาม)

ตอบข้อ (d) เนื่องจากได้ความหมายดีที่สุด

23. ______________ hard, and you will succeed.

(_____________________  หนัก  แล้วคุณจะประสบความสำเร็จ)

(a) Work (จงทำงาน)

(b) Working

(c) To work

(d) Having worked

ตอบข้อ (a)  เนื่องจากประโยคคำสั่งหรือขอร้อง ต้องขึ้นต้นด้วย “Infinitive without to” (Verb 1)  (ดูเพิ่มเติมประโยคคำสั่ง-ขอร้อง ใน หมวดข้อสอบ TOEIC ตอนที่ ๖ ข้อ ๓)

24. I have spent _______________today.

(ผมได้ใช้เงิน ___________________ วันนี้)

(a) money ten dollars

(b) ten dollars money

(c) ten dollars of money

(d) ten dollars (๑๐ เหรียญ)

ตอบข้อ (d) ให้บอกจำนวนเงิน  และสกุลเงิน  โดยไม่ต้องมีคำว่า “Money

25. She said, “_____________________”

(เธอพูดว่า “ ________________________

(a) Seldom we hear him sing.

(b) We hear him sing seldom.

(c) Seldom do we hear him sing. (เราได้ยินเขาร้องเพลงนานๆครั้ง)

(d) We seldom hear him to sing.

ตอบข้อ (c)  เนื่องจากเป็นไปตามโครงสร้าง {Seldom (hardly, scarcely) + Verb (ช่วย)  + Subject + Verb (แท้)} (ดูเพิ่มเติมโครงสร้างแบบนี้ใน หมวดข้อสอบ  TOEIC ตอนที่ ๒๐ ข้อ ๑๗ และ ตอนที่ ๑๘ ข้อ ๒๕)

หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 31)

Part V : Sentence Completion(ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

1. It is not safe to go round a bend at a ____________ speed.

(มันไม่ปลอดภัยที่จะขับรถตรงทางโค้งด้วยความเร็ว ________________ )

(a) quick (เร็ว)

(b) fast (เร็ว)

(c) high (สูง)

(d) rapid (เร็ว)

ตอบข้อ (c) (“at a high speed” =  ด้วยความเร็วสูง)  สำหรับวลีที่ใช้กับ “AT” ได้แก่“sit at a table”(นั่งที่โต๊ะ)  “land at a small airport”(ร่อนลงที่สนามบินเล็กๆ)  “at both ends”(ที่ปลายทั้ง ๒ ข้าง)  “a knock at the door”(การเคาะที่ประตู)  “at a beach club” (ที่สโมสร ณ ชายหาด) “at a funeral” (ที่งานศพ) “at a press conference” (ที่การให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์) “at a high school dance” (ที่งานเต้นรำของโรงเรียน) “at the office” (ณ ที่ทำงาน)at breakfast”(เมื่อเวลาอาหารเช้า)  “to stare at a garage roof” (จ้องมองไปที่หลังคาโรงรถ) “to wave down at him” (โบกมือให้เขา) “to throw petals at his car”(โยน – โปรย – กลีบดอกไม้ที่รถของเขา)   “at a distance”  (ในระยะไกล)  “at 10:00 a.m.”(ตอน ๑๐ โมงเช้า)  “at dawn” (ตอนรุ่งอรุณ) “at once”(โดยทันทีทันใด)  “at a later stage” (ในระยะหรือขั้นตอนต่อไป) “at a time of high unemployment”(ณ ช่วงเวลาที่มีการว่างงานสูง) “to start work at sixteen” (เริ่มทำงานตอนอายุ ๑๖) “to die at eighty-three”  (ตายเมื่ออายุ ๘๓)  “to grow at an astonishing rate” (เติบโตในอัตราที่น่าพิศวง)  “to buy or sell it at $ 100”(ซื้อหรือขายที่ราคา ๑๐๐ เหรียญ)  “at 100 miles per hour” (ที่ ๑๐๐ ไมล์ต่อชั่วโมง)  “the radio playing at full volume” (วิทยุเปิดสุดเสียง)  “to set a pass mark at 60 percent” (ตั้งคะแนนผ่านที่ ๖๐ เปอร์เซ็นต์) “to work harder at his thesis”(ขยันมากขึ้นกับวิทยานิพนธ์)  “to aim at bringing down the inflation rate” (มีเป้าหมายเพื่อลดอัตราเงินเฟ้อ)  “to go at the invitation of his neighbors” (ไปเพราะการเชื้อเชิญของเพื่อนบ้าน) “to leave at the director’s command” (จากไปเพราะคำสั่งของผู้อำนวยการ) “to remain at liberty” (ยังคงมีอิสรเสรี) “to be at war”(ทำสงคราม)  “to put his life at risk” (ทำให้เขาต้องเสี่ยงชีวิต)  “to read at random”(อ่านแบบสุ่มๆ – คือไม่เฉพาะเจาะจง)at gun point” (โดยเอาปืนจี้หัว)  “to fly at their expense”(บินไปโดยค่าใช้จ่ายของพวกเขา)  “to be at her best”(อยู่ในช่วงที่ดีที่สุดของเธอ)  “at a guess”(โดยการเดาหรือทาย)  at a rough estimate”(โดยประมาณการอย่างคร่าวๆ)  “good at swimming”(ว่ายน้ำเก่ง)  “clever at mathematics” (เก่งคณิตศาสตร์)  “bad at cooking”(ปรุงอาหารไม่เก่ง)  “an expert at shooting”(เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการยิงปืน)  “be delighted at the success(ปลาบปลื้ม-ยินดี กับความสำเร็จ) “feel sorry at his dismissal” (รู้สึกเสียใจกับการถูกไล่ออกของเขา) “feel glad at a new job”(รู้สึกดีใจกับงานใหม่)  “at first” (ในตอนแรก)  “at last” (ในที่สุด)  “at the same address” (ณ ที่อยู่เดิม) “at 33 Albert Street” (บ้านเลขที่ ๓๓ ถนนอัลเบิร์ต)  “at the hairdresser’s” (ที่ร้านทำผม)  “at church” (ที่โบสถ์ – ไปทำพิธี)  “at home” (ที่บ้าน) “at work” (ที่ทำงาน)  “at school” (ที่โรงเรียน) “at college” (ที่มหาวิทยาลัย)  “arrive at the airport” (มาถึงที่สนามบิน) “at night” (ตอนกลางคืน)  “at Easter” (ช่วงเทศกาลอีสเตอร์) “at the weekend” (ตอนสุดสัปดาห์)  “I don’t understand it at all” (ผมไม่เข้าใจมันเลย)

2. He said that he ____________ her.

(เขาพูดว่าเขา _________________ เธอ)

(a) has helped

(b) will help

(c) would help (จะช่วย)

(d) is going to help

ตอบข้อ (c) เนื่องจากเป็นการใช้ “Tense”  ให้สอดคล้องกัน คือ กริยาของประโยคใหญ่ เป็น “Past tense” (said)  ส่วนกริยาในประโยคย่อยเป็น“Past future” (would help) ส่วนคำตอบในข้ออื่นๆ เป็น “Present”  ทุกข้อ กล่าวคือ “has helped” (Present perfect tense),  “will help” (Present future tense)  และ“is going to help” (Present continuous tense)  แสดงอนาคต

3. My mother is _______________.

(แม่ของผม ________________  )

(a) fourty years of age

(b) fourty years old

(c) forty years

(d) forty (อายุ ๔๐)

ตอบข้อ (d)  ทั้งนี้ อาจพูดแบบอื่นก็ได้ เช่น “She is forty years old.”  “She is forty years of age.”  “She is a forty-year-old woman.”  “Her age is forty.”  และ “She is forty.” สำหรับคำว่า “fourty” เป็นการใช้คำที่ผิด

4. Do you mind ______________ for me this time?

(คุณรังเกียจที่จะ _________________ สำหรับผมไหม คราวนี้)

(a) pay

(b) paying (จ่ายเงิน, ออกเงิน, จ่ายค่าอาหาร)

(c) to pay

(d) to paying

ตอบข้อ (b) เนื่องจากหลังกริยา “Mind” ต้องตามด้วย “Gerund” (Verb + ing)  (ดูเพิ่มเติมกลุ่มคำกริยาที่ต้องตามด้วย “Gerund”  ใน หมวดข้อสอบ TOEIC ตอนที่ ๓ ข้อ ๑๙ และ ตอนที่ ๖ ข้อ ๒๙)

5. That is the highest tree I have _____________ seen in my life.

(นั่นเป็นต้นไม้ที่สูงที่สุดที่ผม _________________ เห็นในชีวิต)

(a) ever (เคย)

(b) never (ไม่เคย)

(c) been

(d) certainly (อย่างแน่นอน)

6. There are two temples and _____________ of them are Thai style.

(มีวัด ๒ วัด และ __________________ เป็นแบบทรงไทย)

(a) one

(b) all

(c) both (ทั้งคู่)

(d) each

ตอบข้อ (c) เนื่องจาก  ใช้กับ “จำนวน ๒”  สำหรับ “All”  ใช้กับจำนวนตั้งแต่ ๓ ขึ้นไป  ส่วน ข้อ (a)  และ (d) ถ้าจะใช้ ต้องแก้ข้อความเป็น “one หรือ each of them is Thai style

7. I bought _____________ yesterday.

(ผมซื้อ ___________________ เมื่อวานนี้)

(a) a trouser

(b) a trousers

(c) a pair of trousers (กางเกงขายาว ๑ ตัว)

(d) the trouser

ตอบข้อ (c) เนื่องจากเครื่องแต่งกายที่มี ๒ ขา เช่น กางเกงขาสั้น-ขายาว ถ้าจะนับเป็นตัวๆ ต้องใช้ “Pair” (คือ คู่หนึ่ง หมายถึง ๑ ตัว)  เสมอ  ยกเว้นไม่ระบุจำนวน  ก็ไม่ต้องใช้  (ดูเพิ่มเติมการใช้คำนามที่ถือเป็นพหูพจน์เสมอ ประเภท เครื่องแต่งกาย  ของใช้ และเครื่องมือ  ใน หมวดข้อสอบ  Error Detection  ตอนที่ ๙ ข้อ ๒๖)

8. Silver is _____________ gold.

(เงินมี _____________________ ทอง)

(a) valuable less than

(b) more valuable than (ค่ามากกว่า)

(c) less valuable than (ค่าน้อยกว่า)

(d) valuable more than

(e) as valuable as (ค่าเท่ากัน, ค่าเท่ากับ)

ตอบข้อ (c)  ต้องเรียงคำในแบบข้อ (b) (c) และ (e)

9. Do you come to school ________________?

(คุณมาโรงเรียนโดย _________________ ใช่ไหม)

(a) by foot

(b) with foot

(c) on foot (ทางเท้า, เดินมา)

(d) by feet

ตอบข้อ (c) เนื่องจากต้องใช้รูปแบบนี้  หรืออาจใช้ “by walking”  แทนก็ได้

10. The ____________ month of the year is called December.

(เดือน ____________________ ของปี ถูกเรียกว่าเดือนธันวาคม)

(a) twelve (๑๒)

(b) twelveth

(c) twelvth

(d) twelfth (ที่ ๑๒)

ตอบข้อ (d) เนื่องจากหมายถึง “ลำดับที่ ๑๒” สำหรับข้อ (b) และ (c) ไม่มีใช้

11. My sister got home ___________ ago.

(น้องสาวของผมกลับถึงบ้าน ____________________ ที่ผ่านมา)

(a) a half of hour

(b) an hour’s half

(c) half an hour (ครึ่งชั่วโมง)

(d) a half hour

ตอบข้อ (c) ต้องใช้รูปแบบนี้เสมอ

12. I have drunk _____________ today.

(ผมได้ดื่ม ____________________ วันนี้)

(a) two beer-bottles (ขวดเบียร์ ๒ ใบ)

(b) two bottles beer

(c) beer two bottles

(d) two bottles of beer (เบียร์ ๒ ขวด)

13. This road _____________ to Chiengrai.

(ถนนสายนี้ ______________________ สู่เชียงราย)

(a) leads (นำไปสู่)

(b) go (ไป)

(c) runs

(d) is

ตอบข้อ (a)  ทั้งนี้  สามารถใช้ข้อ (b) ได้  แต่ต้องแก้เป็น “goes” เนื่องจาก  road” เป็นคำเอกพจน์

14. Bill is ____________ on tennis than his elder brother.

(บิล ___________________ กับกีฬาเทนนิสกว่าพี่ชายของเขา – คือสนใจกับเทนนิส มากกว่าพี่ชายเยอะเลยทีเดียว)

(a) very keen

(b) more keener

(c) much keener (ขะมักเขม้นมากกว่า มากมาย)

(d) more keener

ตอบข้อ (c) ต้องใช้ “keener” เนื่องจากเป็นคำพยางค์สั้น  ส่วนคำว่า “มาก” ที่จะมาขยายคำคุณศัพท์ “ขั้นกว่า” มี ๒ คำ คือ “much” และ “far” (ห้ามใช้ “very”) เช่น “much bigger” (ใหญ่กว่ามาก)  “much older” (แก่กว่ามาก) “much more important”  (สำคัญกว่ามาก)  “far smaller” (เล็กกว่ามาก)  “far thinner” (ผอมหรือบางกว่ามาก)  “far more beautiful” (สวยกว่ามาก)

        แต่ถ้าต้องการจะบอกว่า “ร้อนกว่าเล็กน้อย”  ให้ใช้รูป “a little hotter”  “a bit hotter”  หรือ “a little bit hotter

(ดูเพิ่มเติมการเปรียบเทียบคุณศัพท์ “ขั้นกว่า” (Comparative degree)  ใน หมวดข้อสอบ TOEIC ตอนที่ ๔ ข้อ ๓)

15. I got married ____________ the age of thirty.

(ผมแต่งงาน _______________________ อายุ ๓๐)

(a) in

(b) at (เมื่อ)

(c) during

(d) when

ตอบข้อ (b) หรืออาจใช้ “at thirty” หรือ “when I was thirty” หรือ when I was thirty years old

16. Don’t leave the children alone ____________ ; he’ll be afraid.

(อย่าทิ้งเด็กไว้ ________________ ตามลำพัง (เพราะว่า) แกจะกลัว)

(a) in a dark

(b) in the dark (ในที่มืด)

(c) in darkness

(d) in the darkness

ตอบข้อ (b) ต้องใช้รูปนี้เสมอ

17. He has wasted ______________.

(เขาได้ใช้ ___________________ ไปโดยเปล่าประโยชน์)

(a) many times

(b) much times

(c) many time

(d) much time (เวลามากมาย)

ตอบข้อ (d)  ส่วน “times” หมายถึง “หลายครั้งหลายหน” หรือ “ยุคสมัย

18. Here ________________ from Tokyo.

(นี่ ____________________ จากโตเกียว)

(a) is an interesting news

(b) are interesting news

(c) is an interesting item of news (หัวข้อข่าวที่น่าสนใจหัวข้อหนึ่ง)

(d) are some interesting news item

ตอบข้อ (c) เนื่องจาก “News” เป็นนามเอกพจน์ นับไม่ได้ จึงไม่สามารถใช้  “A หรือ “Are” นำหน้าได้  ต้องใช้กับ “Item”  เพื่อแสดง “หมวดหมู่” หรือ “จำนวนชิ้นข่าว” เสมอ สำหรับข้อ (d) ก็ใช้ได้ แต่ต้องแก้เป็น “items” เนื่องจากใช้กับ “are  คือ มีหลายหัวข้อข่าว (news items = items of news)

19. _____________ blind can see nothing.

(___________________  ตาบอดไม่สามารถมองเห็นอะไร)

(a) The (คน)

(b) A

(c) All

(d) Every

ตอบข้อ (a) เนื่องจากเป็นการใช้ “The” นำหน้าคำคุณศัพท์  หมายถึง “บุคคลประเภทนั้นๆ” เช่น “the blind” (คนตาบอด)  “the deaf” (คนหูหนวก)  “the dumb” (คนเป็นใบ้)  “the rich” (คนรวย)  “the poor” (คนจน)  ฯลฯ  (ดูเพิ่มเติมเรื่องนี้ใน หมวดข้อสอบ Error Detection  ตอนที่ ๑๑ ข้อ ๔)

20. Is there anything wrong ______________ your car?

(มีอะไรผิดปกติ ___________________ รถของคุณหรือ)

(a) in

(b) about

(c) of

(d) with (กับ)

21. If he had not given me advice, I ____________ again.

(ถ้าเขามิได้ให้คำแนะนำแก่ผม  ผม __________________ อีกครั้งหนึ่ง)

(a) would fail

(b) would be failed

(c) wouldn’t fail

(d) would have failed (คงจะล้มเหลวไปแล้ว)

ตอบข้อ (d) เนื่องจากเป็น “If clause” แบบที่ ๓ (Past unreal)  คือเหตุการณ์มิได้เกิดขึ้นจริง  แต่เป็นการมาสมมติย้อนหลัง  ทั้งนี้ ความหมายของประโยคข้างบน คือ  “เพราะว่าเขาให้คำแนะนำแก่ผม  ผมจึงไม่ต้องล้มเหลวอีกครั้ง”  (ดูเพิ่มเติมการใช้ “If clause” ประเภทนี้ ใน หมวดข้อสอบ TOEIC ตอนที่ ๔ ข้อ ๑ และ ตอนที่ ๑๗ ข้อ ๒)

22. The director took two hours ________________.

(ผู้อำนวยการใช้เวลา ๒ ชั่วโมง _____________________ )

(a) explaining us the new plan

(b) to explain us the new plan

(c) explaining the new plan to us

(d) to explain the new plan to us (ในการอธิบายแผนการใหม่ให้พวกเราฟัง)

ตอบ – ข้อ (d) เนื่องจาก {take +  “เวลา”  + to + verb 1} สำหรับข้อ (b) ไม่มีการใช้โครงสร้างแบบนี้

23. My father comes here ____________ .

(พ่อของผมมาที่นี่ _____________________ )

(a) every another day

(b) every another days

(c) every other day (วันเว้นวัน)

(d) every other days

24. _____________ your examination, you must work harder.

(_________________  การสอบของคุณ  คุณจะต้องขยันมากขึ้น)

(a) Passing

(b) To pass (เพื่อที่จะผ่าน)

(c) Having passed

(d) Passed

ตอบข้อ (b) (ดูเพิ่มเติมการใช้ “Infinitive with to” (To + Verb) ใน หมวดข้อสอบ TOEIC ตอนที่ ๑๘ ข้อ ๑๖)

25. I can’t go with you because I am busy ___________ for my examination.

(ผมไม่สามารถไปกับคุณ  เพราะผมมีธุระยุ่งกับ ___________ สำหรับการสอบ)

(a) prepare

(b) to prepare

(c) preparing (การเตรียมตัว)

(d) prepared

ตอบข้อ (c) เนื่องจาก คำคุณศัพท์ “Busy” + Gerund (Verb + ing)   (ดูเพิ่มเติม การใช้ “Gerund” (Verb + ing) ในหมวดข้อสอบ TOEIC ตอนที่ ๑๙ ข้อ ๗ แบบฝึกหัด “เลือกคำเติมประโยคให้สมบูรณ์)

26. My mother usually gets up _______________.

(แม่ของผมมักตื่นนอนตอน _________________ เสมอ)

(a) early morning

(b) in the morning

(c) morning early

(d) early in the morning (เช้าตรู่)

ตอบข้อ (d) ต้องใช้รูปแบบนี้  ส่วนข้อ (b) ไม่จำเป็นต้องบอก

หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 30)

1. He bought ________________.

(เขาซื้อ ___________________ )

(a) a very blue pretty Italian shirt

(b) a very pretty Italian blue shirt

(c) a very Italian pretty blue shirt

(d) a very pretty blue Italian shirt (เสื้อเชิ้ร์ตอิตาเลียนสีน้ำเงินที่สวยงามมาก)

ตอบข้อ (d) เนื่องจากต้องเรียง “ประเทศที่ผลิต” อยู่ติดกับคำนามที่มันขยาย  ถัดไปเป็น “สี”  ถัดไปถ้ามี “ขนาด” (big, small)  ก็ต่อด้วย “ขนาด”  แล้วต่อด้วย “คุณสมบัติอื่นๆ” เช่น “สวย” หรือ “ไม่สวย” ดังในประโยคข้างบน  ซึ่งในการเรียงคำในภาษาไทย และอังกฤษ จะเรียงกลับกัน กล่าวคือ เวลาแปลภาษาอังกฤษเป็นไทย  จะต้องแปลจากข้างหลังย้อนขึ้นไปข้างหน้า  เช่น  “เสื้อ-อิตาเลียน-สีฟ้า-สวยงาม-มาก”  สำหรับตัวอย่างอื่นๆ เช่น

(๑) บ้าน  (๒) ทรงไทย  (๓) สีขาว  (๔) หลังใหญ่  (๕) สวยงาม  (๖) มาก  (๗) สองหลัง  (๘) เหล่านั้น

(8) Those (7) two (6) very (5) beautiful (4) big (3) white (2) Thai-style (1) houses

      ตัวอย่างอื่นๆ ได้แก่

-         I want to buy those two brown wood tables.

(ผมต้องการซื้อโต๊ะไม้สีน้ำตาล ๒ ตัวเหล่านั้น)

-         She is a very sweet little old lady.

(เธอเป็นสุภาพสตรีชราตัวเล็กๆที่หวานมาก)

-         Have you seen this interesting English book?

(คุณได้เห็นหนังสือภาษาอังกฤษที่น่าสนใจเล่มนี้หรือยัง)

-         She wanted to buy these two old brick houses.

(เธอต้องการซื้อบ้านอิฐเก่า ๒ หลังเหล่านี้)

-         There are two small Chinese gold cups in the shop window.

(มีถ้วยทอง (ทำใน) จีนเล็กๆ ๒ ใบ ในตู้โชว์ของร้าน)

-         These old dilapidated houses are not safe.

(บ้านที่ทรุดโทรมเก่าๆเหล่านี้ไม่ปลอดภัย)

-         She gave me a round white plastic drinking cup.

(เธอให้ถ้วย (สำหรับ) ดื่มน้ำพลาสติกสีขาวกลม ๑ ใบ แก่ผม)

-         We have bought two white electric washing machines.

(เราซื้อเครื่องซักผ้าไฟฟ้าสีขาว ๒ เครื่อง)

2. ______________ break your promise.

(_________________  ผิดคำมั่นสัญญา)

(a) You’d not better

(b) You had not better

(c) You’d better not (คุณไม่ควร)

(d) You would better not

ตอบข้อ (c)  เนื่องจากต้องใช้รูป “subject + had better + not + verb 1” เสมอ ในรูปปฏิเสธของ “had better

3. The demand _____________ our goods is increasing.

(ความต้องการ __________________ สินค้าของเรากำลังเพิ่มขึ้น)

(a) of

(b) in

(c) from

(d) for (สำหรับ)

ตอบข้อ (d)  เนื่องจาก “demand (noun) + for” เสมอ

4. We find it ____________ to believe all what he said since he changed his story every time we asked him.

(เราพบมัน __________________ ที่จะเชื่อทุกสิ่งที่เขาพูด  เพราะว่าเขาเปลี่ยนเรื่องทุกครั้งที่เราถามเขา – หมายถึง เล่าเรื่องแต่ละครั้งไม่เคยตรงกัน)

(a) very and more difficult

(b) more and very difficult

(c) more and most difficult

(d) more and more difficult (ยากขึ้นและยากขึ้น)

ตอบข้อ (d) ต้องใช้รูปนี้เสมอ

5. They washed Jim’s body and made him ready for ____________.

(เขาล้าง – ทำความสะอาด – ศพของจิม  และทำให้เขา (ศพ) พร้อมสำหรับ _____________ )

(a) bury (เบ๊-รี่) (ฝัง) (เป็นคำกริยา)

(b) buried

(c) burial (เบ๊อ-เรี่ยล) (พิธีฝังศพ, การฝังศพ, สถานที่ฝังศพ) (เป็นคำนาม)

(d) to bury

ตอบข้อ (c)  เนื่องจากหลัง Preposition “for” ต้องใช้คำนาม

6. She is looking for _______________.

(เธอกำลังมองหา __________________ )

(a) employ (จ้าง, ว่าจ้าง, ใช้, ใช้สอย, ใช้เวลา)

(b) employed

(c) employment (การจ้าง, การว่าจ้าง, การงาน, อาชีพ, ธุรกิจ)

(d) employing

ตอบข้อ (c) เนื่องจากหลัง Preposition “for” ต้องใช้คำนาม

7. Travelling by car is more _______________, compared to by plane because we can so many beautiful sceneries along the route we travel.

(การเดินทางโดยรถยนต์ ___________ มากกว่า  เมื่อเปรียบเทียบกับโดยทางเครื่องบิน  เพราะว่าเราสามารถเห็นทิวทัศน์ (สภาพภูมิประเทศ) ที่สวยงามมากมาย  ตามเส้นทางที่เราเดินทางไป)

(a) interest (ทำให้สนใจ, ความสนใจ, ดอกเบี้ย, ผลประโยชน์)

(b) interests

(c) interested (มีความสนใจ)

(d) interesting (น่าสนใจ)

ตอบข้อ (d) (ดูเพิ่มเติมการใช้กลุ่มคำกริยาที่หมายถึง “ทำให้.............” เช่น surprise” (ทำให้ประหลาดใจ), “satisfy”  (ทำให้พอใจ), “frighten”  (ทำให้ตกใจ), “excite”  (ทำให้ตื่นเต้น)  ฯลฯ  ใน หมวดข้อสอบ TOEIC ตอนที่ ๘ ข้อ ๘)

8. English is spoken all ____________ the world.

(ภาษาอังกฤษถูกพูด _________________ โลก)

(a) over (ทั่ว)

(b) in

(c) on

(d) through

ตอบข้อ  (a)  หมายถึง “ทั่ว” เช่น “all over the country”  (ทั่วประเทศ), “all over the building”   (ทั่วตึก) เป็นต้น

9. We all know _____________ Peter is at playing golf.

(เราทุกคนรู้ว่า  ปีเตอร์ ____________ ในการเล่นกอล์ฟ)

(a) how well

(b) how badly

(c) how much

(d) how good (เก่งขนาดไหน)

ตอบข้อ (d) เพราะมาจาก “good at” (เก่ง) ทั้งนี้  ความหมายของประโยคข้างบน คือ “เราทุกคนรู้ว่า ปีเตอร์เล่นกอล์ฟได้เก่งมาก” เช่นในประโยค

    - He is good at playing tennis.

(เขาเล่นเทนนิสเก่ง)

    - She is good at cooking.

(เธอปรุงอาหารเก่ง)

    - They were good at playing football when they were in college.

(พวกเขาเล่นฟุตบอลเก่ง ตอนเรียนอยู่มหาวิทยาลัย)

         อย่างไรก็ตาม เราต้องใช้รูปแบบตามประโยคข้างล่าง

     - We all know how well Peter can play golf.

(เราทุกคนรู้ว่า  ปีเตอร์เล่นกอล์ฟได้เก่งขนาดไหน)

        ในประโยคข้างบน  เราต้องใช้ “how well” (กริยาวิเศษณ์) เนื่องจากขยายกริยา can play

10. “A rich man ought to help a poor man.”

(คนรวยควรช่วยเหลือคนจน)

How many ____________ are there in the sentence above?

(มีคำว่า ___________________ กี่ตัวในประโยคข้างบน)

(a)    man

(b)   men

(c)   man’s (คน)

(d)   men’s

ตอบข้อ (c) เนื่องจากถามว่า “มีคำว่า “คน” กี่คำ”  มิได้ถามว่า “มีผู้ชายกี่คน”  ซึ่งในกรณีหลังนี้  ต้องตอบข้อ (b)  และหากถามว่า “มีคำว่า “men”  กี่คำในประโยค”  ก็จะต้องตอบว่า  “men’s

11. He asked me ________________ a match.

(เขาขอไม้ขีดไฟ _______________ ผม)

(a) of

(b) about

(c) for (จาก)

(d) (No word is needed.)

ตอบข้อ (c)  เนื่องจาก “ask for something” หมายถึง  ขอสิ่งนั้น เพราะอยากได้มัน  หรืออยากจะทำมัน  เช่น

     - She asked for a drink of water.

       (เธอขอดื่มน้ำ)

    - I asked for help with my project.

       (ผมขอความช่วยเหลือในโครงการของผม)

    - My wife asked for one of my shirts for poor man.

      (ภรรยาของผมขอเสื้อเชิร์ตผม ๑ ตัว ให้ชายที่น่าสงสารคนนั้น)

        สำหรับ “ask for someone” หมายถึง  “อยากจะพูดคุยกับผู้นั้น” เช่นประโยค

     - My mother said that Tom had called asking for me.

     (แม่ของผมกล่าวว่า  ทอมโทรศัพท์มาจะขอพูดกับผม)

12. We thanked Mr. Nelson ________________ us.

(เราขอบคุณมิสเตอร์เนลสัน __________________ เรา)

(a) to help

(b) helped

(c) is helping

(d) for helping (สำหรับการช่วยเหลือ, ที่ช่วยเหลือ)

13. It is ______________ from here to the nearest town.

(มันเป็น _________________ จากที่นี่ไปยังเมืองที่ใกล้ที่สุด)

(a) long

(b) far

(c) long way

(d) a long way (ระยะทางไกล)

14. Mother _____________ very badly for the last few months.

(แม่ _________________ ไม่หลับเลยในช่วง ๒ – ๓ เดือนที่แล้วมา)

(a) sleeps

(b) slept

(c) has been sleeping (นอน)

(d) had slept

ตอบข้อ (c) เนื่องจากอยู่ในรูป “Present perfect continuous tense” คือบอกถึงเหตุการณ์ที่เกิดในอดีต  และดำเนินต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน  และแสดงความยาวนานของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วย “แม่นอนไม่หลับเลยในช่วง ๒ – ๓ เดือนที่ผ่านมา”  (ดูเพิ่มเติมการใช้ “Present perfect continuous”  และ “Present perfect” ใน หมวดข้อสอบ  TOEIC ตอนที่ ๒ ข้อ ๓๖)

15. I remember Margaret Field very well – the girl with _____________.

 (ผมจำมาร์กาเร็ต ฟิล์วด ได้ดีมาก – เด็กหญิงที่มี ______________)

(a)    that red wonderful hair

(b)   that wonderful red hair (ผมสีแดงน่าพิศวง-มหัศจรรย์คนนั้น)

(c)    those red wonderful hairs

(d)   those wonderful red hairs

ตอบข้อ (b)  (ดูคำอธิบายการเรียงคำคุณศัพท์ขยายหน้าคำนาม ในข้อ ๑ ของข้อสอบชุดนี้)

16. Have you picked up your ______________ from the central office?

(คุณมารับ ________________ ของคุณ จากสำนักงานกลางแล้วหรือยัง)

(a) identification card (บัตรประจำตัว, บัตรประชาชน)

(b) card identification

(c) identify card

(d) card identify

ตอบข้อ (a) เรียกย่อๆ ว่า “ID card

17. Pisa is famous ______________ its Leaning Tower.

(ปิซา มีชื่อเสียง _________________ หอเอียงของมัน)

(a) as

(b) in

(c) for (ในเรื่อง, ในด้าน)

(d) by

(e) because

ตอบข้อ (c) (ดูคำอธิบายเพิ่มเติม “famous for” (โด่งดังในเรื่อง) และ “famous as” (โด่งดังในฐานะ) โดยเทียบเคียงกับ “known for” (เป็นที่รู้จักในเรื่อง)  และ  known as” (เป็นที่รู้จักในฐานะ)   ใน หมวดข้อสอบ Error Detection ตอนที่ ๑๑ ข้อ ๑๖)  ดังตัวอย่างข้างล่าง

       - He is famous for his language proficiency.

     (เขามีชื่อเสียงในเรื่องความสามารถด้านภาษา)

      - Jim is famous as a kind and devoted doctor.

    (จิมมีชื่อเสียงในฐานะหมอที่ใจบุญและอุทิศตัว)

18. I suggested that he _____________ to the Dean as soon as possible.

 (ผมแนะนำว่าเขา ________________ กับคณบดี ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้)

(a) speaks

(b) speak {(ควรจะ) พูด}

(c) spoke

(d) would speak

ตอบข้อ (b)  โดย “speak”  ไม่ต้องเติม “s” แม้ประธานของอนุประโยค จะเป็น  “he” ก็ตาม หรือ ไม่ต้องเปลี่ยนเป็น “spoke” เนื่องจากข้อนี้อยู่ในรูป “Present subjunctive”  โดยดูจากกริยาในประโยคใหญ่ “suggested” (ดูคำอธิบายการใช้รูปแบบ “Present subjunctive”  ใน หมวดข้อสอบ TOEIC ตอนที่ ๘ ข้อ ๑๓)

19. The man seemed ______________ about something.

(นายคนนั้นดูเหมือนว่า _______________ เกี่ยวกับอะไรบางอย่าง)

(a) nervous and anxiously

(b) nervous and anxious (หงุดหงิดและวิตกกังวล)

(c) being nervous and anxious

(d) nervous and being anxious

ตอบข้อ (b) เนื่องจากตามหลังกริยา “seemed” จึงต้องอยู่ในรูปคุณศัพท์   (ดูรายละเอียดกลุ่มคำกริยาที่ต้องตามด้วยคำคุณศัพท์ (Adjective)  มิใช่กริยาวิเศษณ์  (Adverb) ใน หมวดข้อสอบ Error Detection ตอนที่ ๑๐ ข้อ ๑๙)

20. ______________ wait a few minutes?

(_________________  รอสักประเดี๋ยวจะได้ไหม)

(a) Would you mind (คุณรังเกียจ)

(b) Do you mind (คุณรังเกียจ)

(c) Will you mind

(d) Will you please (กรุณา)

ตอบข้อ (d)  เนื่องจาก “Will (would) you please + Verb 1” ส่วน Would (do) you mind + Verb + ing

21. Late as it was, she went on ____________.

(แม้จะดึกแล้วก็ตาม  เธอยังคง ________________ ต่อไป)

(a) to work

(b) work

(c) worked

(d) working (ทำงาน)

ตอบข้อ (d) เนื่องจากหลัง Preposition “on”  ต้องตามด้วย  “Gerund(Verb + ing)  หรือ คำนาม (Noun)

22. I don’t know much about _____________.

(ผมไม่รู้อะไรมากนักเกี่ยวกับ _____________________ )

(a) that her friend

(b) that friend of her

(c) her that friend

(d) that friend of hers (เพื่อนคนนั้นของเธอ)

ตอบข้อ (d)  และสังเกตว่า หลัง “OF”  ต้องใช้รูป “Possessive pronoun” (hers, ours, theirs, mine, yours, his, its)   เสมอ

23. How ______________________?

(______________________  เท่าไร)

(a) much are you heavy

(b) much do you weight

(c) many weights are you

(d) much do you weigh (คุณหนัก)

ตอบข้อ (d) เนื่องจาก “Weigh” (เว) เป็นคำกริยา หมายถึง “มีน้ำหนัก”  ส่วน  Weight” (เวท) เป็นคำนาม หมายถึง “น้ำหนัก” ส่วน “Heavy” เป็นคำคุณศัพท์ หมายถึง “หนัก”  ทั้งนี้  ถ้าต้องการถามว่า “คุณหนักเท่าใด” สามารถใช้ได้ดังนี้ คือ

1.    How much do you weigh?

2.    What is your weight”

3.    How much is your weight?

4.    How heavy are you?

24. ________________ to go back now.

(__________________  ที่จะต้องกลับแล้ว)

(a) I am necessary

(b) It’s necessary for me (มันจำเป็นสำหรับผม)

(c) I must have

(d) I have had

ตอบข้อ (b) เนื่องจากเป็นไปตามโครงสร้าง {It is (was) + Adjective + for someone + to + Verb 1……….} (ดูเพิ่มเติมโครงสร้างแบบนี้ใน หมวดข้อสอบ  TOEIC ตอนที่ ๒๕ ข้อ ๖)  ส่วนรูปแบบอื่นๆ ที่สามารถใช้ได้ คือ “I have to go back now.”  หรือ “I must go back now.”

25. _____________ quiet; my father is sleeping.

(__________________ เงียบ  พ่อของผมกำลังนอนหลับ)

(a) Be (โปรด)

(b) Being

(c) To be

(d) Are

ตอบข้อ (a) เนื่องจากเป็นประโยค “คำสั่ง” หรือ “ขอร้อง”  ทั้งนี้  ถ้าคำที่สั่งหรือขอร้องให้ทำเป็นกริยา  ให้ขึ้นต้นประโยคด้วย “Infinitive without to” (Verb 1)   เช่น “Go away”  (ไปให้พ้น) หรือ “Help me lift this box.” (ช่วยผมยกลังนี้หน่อย)  แต่ถ้าคำนั้นเป็นคำคุณศัพท์  ให้นำหน้าคำนั้นด้วย “Be” เหมือนกับประโยคข้างบน หรือ “Be careful” (ระวังหน่อย)   และ “Be patient”  (อดทนหน่อย)  (ดูเพิ่มเติมโครงสร้างประโยคคำสั่ง-ขอร้อง ใน หมวดข้อสอบ TOEIC ตอนที่ ๖ ข้อ ๓)

หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 29)

1. Do you think you ___________ Peter at any time over the weekend?  If so, can you give him a message?

(คุณคิดว่าคุณ____________ ปีเตอร์เวลาใดๆช่วงสุดสัปดาห์บ้างไหม)

(a) see

(b) will have seen (จะได้พบแล้ว)

(c) will see (จะพบ)

(d) would see

ตอบข้อ (c) เนื่องจากเป็นเรื่องอนาคต (Present future) (ช่วงสุดสัปดาห์ที่ยังมาไม่ถึง) โดยให้สอดคล้องกับ “Do you think………” (Present simple tense) ส่วนข้อ (b) “will have seen” ใช้บอกเหตุการณ์ในอนาคต  ว่าเมื่อถึงเวลาหนึ่งในอนาคต  เหตุการณ์หนึ่งจะได้เกิดขึ้นเรียบร้อยแล้ว เช่น

- By this time tomorrow, I will have flown to London.

(ณ ช่วงเวลานี้ของวันพรุ่งนี้  ผมคงจะได้บินไปลอนดอนแล้ว)

- By February next year, she will have graduated from New York University.

(ราวเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า  เธอคงจะได้เรียนจบจากมหาวิทยาลัยนิวยอร์คไปแล้ว)

2. I would have met you at the airport if I ___________ that you were arriving.

(ผมคงได้ไปพบคุณที่สนามบินแล้ว  ถ้าผม_______________ว่าคุณกำลังมาถึง)

(a) knew

(b) would know

(c) would have known

(d) had known(ได้ทราบ)

ตอบ ข้อ (d) เนื่องจากเป็น “If clause” แบบที่ ๓ (Past unreal) คือไม่เป็น

จริงในอดีต แต่มาสมมติย้อนหลัง ความหมายของประโยคในข้อ ๒ คือ  “ผมไม่ได้ไปพบคุณที่สนามบิน  เพราะผมไม่รู้ว่าคุณกำลังมาถึง” ในประโยค “If clause” แบบที่ ๓ ในประโยคใหญ่ใช้ {subject + would (should, could, might) + have + verb 3}  ส่วนประโยคย่อย (If clause)  ใช้ (if + subject + had + verb 3) หรืออาจแปลงรูปเป็น (had + subject + verb 3)

(ดูเพิ่มเติม “If clause” แบบที่ ๓ ในหมวดข้อสอบ TOEIC ตอนที่ ๔ ข้อ ๑ และตอนที่ ๑๗ ข้อ ๒ และดูการแปลงรูป “If clause” (If she had told me = Had she told me) ในหมวดข้อสอบ TOEIC ตอนที่ ๒๔ ข้อ ๗)

3.______________ people depend to such a great extent on forests, every effort must be made to preserve trees and wildlife.

(________________ผู้คนต้องพึ่งพาป่าไม้ในขอบเขตที่กว้างขวางมาก (ดังนั้น)จะต้องใช้ความพยายามทุกๆวิถีทาง  ที่จะอนุรักษ์ต้นไม้และสัตว์ป่าไว้)

(a) That

(b) Which

(c) How

(d) Since (เพราะว่า, ตั้งแต่)

ตอบ ข้อ (d) เนื่องจากได้ความหมายดีที่สุด

4. ____________, none of the guests were injured when the fire broke out at the hotel.

(_______________ , ไม่มีแขกคนใดได้รับบาดเจ็บ  เมื่อเกิดไฟไหม้ขึ้นที่โรงแรม)

(a) Fortunate

(b) Fortunately (โชคดี, เคราะห์ดี)

(c) To be fortunate(เพื่อที่จะโชคดี)

(d) It is fortunate(มันโชคดี)

ตอบ ข้อ (b) เนื่องจากใช้ขยายข้อความทั้งประโยค (none of……… ………………… the hotel)  จึงต้องอยู่ในรูปกริยาวิเศษณ์(Adverb)

5. Cars in smaller models need ____________ in greater numbers for today’s customers.

(รถยนต์ในรูปแบบที่เล็กลงจำเป็นต้อง ______________  ในปริมาณที่มากขึ้น  สำหรับลูกค้าในปัจจุบัน)

(a) produce

(b) produced

(c) to be produced  (ได้รับการผลิต, ถูกผลิต)

(d) to be producing

ตอบข้อ (c) เนื่องจาก “need” สามารถตามด้วย ๒ รูปแบบ  คือ “need to be produced” หรือ “need producing” ซึ่งหมายถึง  “จำเป็นต้องได้รับการผลิต” ทั้ง ๒ ข้อความตัวอย่างอื่นๆ เช่น

- The room needs to be cleaned. (ห้องจำเป็นต้องได้รับการทำความสะอาด)

(= The room needs cleaning.)

- Those children need to be taken care of.

(= Those children need taking care of.) (เด็กๆเหล่านั้นจำเป็นต้องได้รับการดูแล)

6. During the eighteenth century, communication within and between cities ____________ difficult at first. 

(ในระหว่างศตวรรษที่ ๑๘  การสื่อสาร-คมนาคมภายในและระหว่างเมืองต่างๆ ______________ ยากลำบากในเบื้องต้น)

(a) were

(b) they were

(c) was

(d) which were

ตอบข้อ (c) เนื่องจากประธานของประโยค คือ“communication” ซึ่งเป็นคำนามเอกพจน์

7. He had an accident last month and broke his leg, so he ________ walk since then.

(เขาประสบอุบัติเหตุเมื่อเดือนที่แล้วและขาหัก  ดังนั้น  เขา _______________ เดินตั้งแต่นั้นมา)

(a)   couldn’t

(b)  shouldn’t

(c)  hasn’t been able to (ไม่สามารถ)

(d)  won’t be able to

ตอบข้อ (c) (Present perfect tense)  เนื่องจากแสดงความต่อเนื่องของเหตุการณ์จากอดีตถึงปัจจุบัน  คือ เดินไม่ได้ตั้งแต่เมื่อเดือนที่แล้ว (ตอนขาหักเพราะอุบัติเหตุ) จนกระทั่งบัดนี้)  (ดูคำอธิบาย “Present perfect, Present perfect continuous” ในหมวดข้อสอบ TOEIC ตอนที่ ๒ ข้อ ๓๖ และดู “Present perfect”  ในหมวดข้อสอบ TOEIC ตอนที่ ๖ ข้อ ๙)

8. Mr. Brown is going to watch ________________.

(มิสเตอร์บราวน์กำลังจะดู _________________ )

(a) television (โทรทัศน์)

(b) the television

(c) a television

(d) the televisions

ตอบข้อ  (a)   ดูทีวี ไม่ต้องใช้ “Article” ใดๆนำหน้าทีวี

9. People here do not _____________ as much as we do in Europe.

(ผู้คนที่นี่ไม่ _____________ มากเหมือนกับที่พวกเราทำ (จับมือ) ในยุโรป)

(a) shake hand

(b) shake hands (จับมือ – เช่นเมื่อเวลาพบกัน)

(c) shake the hand

(d) shake the hands

ตอบข้อ (b) “shake hands”   ต้องเติม “s” ที่ “hand”  เสมอ

10. ______________ here this morning?

(_________________ ที่นี่เมื่อเช้านี้)

(a) Who did come

(b) Who did came

(c) Did who come

(d) Who came (ใครมา)

ตอบข้อ (d) เนื่องจาก “Who เป็นประธานของประโยค  จึงตามด้วยคำกริยา  came” ได้เลย  ไม่ต้องใช้ “Verb to do”  มาช่วยสร้างประโยคคำถาม  เหมือนในกรณีทั่วๆไป หรือในประโยคที่ขึ้นต้นด้วย “Question words” (What, When, Where, Why, How) อื่นๆ เช่น

      - When did you arrive this morning?

     (คุณมาถึงเวลาใดเมื่อเช้านี้)

      - Where do you live in England?

      (คุณอาศัยอยู่ที่ไหนในประเทศอังกฤษ)

      - Why did she leave in a hurry?

      (ทำไมเธอจึงจากไปอย่างรีบเร่ง)

      - What did they tell Jim before he left?

       (พวกเขาบอกอะไรจิมก่อนที่เขาจะจากไป)

      - How do you feel about today’s weather?

      (คุณรู้สึกอย่างไรกับอากาศวันนี้)

11. “Are they small letters?”

(มันเป็นอักษรตัวเล็กใช่ไหม)

“No, they are _______________ letters.”

(ปล่าว มันเป็นอักษร _______________ )

(a)  big

(b)   large

(c)    great

(d)   capital (ตัวเขียนใหญ่, ตัวพิมพ็ใหญ่)

ตอบ – ข้อ (d) “capital”  ในที่นี้ เป็นคำนาม หมายถึง ตัวเขียนใหญ่ หรือ ตัวพิมพ์ใหญ่

12. I have a pain _____________ my right arm

(ผมเจ็บ ____________________ แขนขวา)

(a) on

(b) at

(c) in (ที่, ตรง)

(d) upon

ตอบข้อ (c)  “เจ็บตรงที่ใด” ต้องใช้  Preposition “in”  เสมอ  (ดูรายละเอียดการใช้ “IN”  ใน หมวดข้อสอบ TOEIC ตอนที่ ๑๐ ข้อ ๑๗)

13. Have you bought warm clothes ____________ the winter?

(คุณได้ซื้อเสื้อผ้าที่อบอุ่น ________________ หน้าหนาวหรือยัง)

(a) for preparation in

(b) for preparation of

(c) in preparation for (เพื่อเป็นการเตรียมตัวสำหรับ)

(d) in preparation of

ตอบ – ข้อ (c) ต้องใช้ในรูปแบบนี้เสมอ

14. A policeman must not smoke while he is ____________ duty.

(ตำรวจจะต้องไม่สูบบุหรี่  ในขณะที่เขา ______________ ปฏิบัติหน้าที่)

(a) in

(b) on (อยู่ระหว่าง)

(c) during

(d) under

ตอบข้อ (b)  (ดูรายละเอียดการใช้ “ON” ใน หมวดข้อสอบ TOEIC ตอนที่ ๖ ข้อ ๒๕)

15. I want to borrow _______________.

(ผมต้องการยืม _____________________ )

(a) you a dictionary

(b) a dictionary of you

(c) one of your dictionary

(d) a dictionary from you (พจนานุกรมจากคุณ)

ตอบข้อ (d)  ทั้งนี้  สามารถใช้อีกรูปแบบหนึ่ง คือ “your dictionary”  หรือ ตอบ ข้อ (c) แต่ต้องแก้เป็น “one of your dictionaries

16. He left his spectacles behind because he was ______________.

(เขาทิ้งแว่นตาไว้เบื้องหลัง – คือไม่ได้เอาไปด้วย – เพราะว่าเขา _____________ )

(a) hurry

(b) hurriedly

(c) in a hurry (รีบเร่ง)

(d) to be hurried

ตอบข้อ (c) ทั้งนี้  อาจใช้ “hurried”  (รีบเร่ง) ก็ได้เช่นกัน

17. Did you have _______________ at the picnic?

(คุณ ________________ การไปปิคนิคหรือปล่าว)

(a) good time

(b) good times

(c) a good time (สนุกสนาน)

(d) the good time

ตอบข้อ (c) “have a good time”  หมายถึง “สนุกสนาน, มีความสุข

18. A gallon is about ________________.

(๑ แกลลอน คือ ประมาณ __________________ )

(a) four and half a liter

(b) four and a half liter

(c) four and a half liters (๔  ลิตรครึ่ง)

(d) four liters and one half

ตอบข้อ (c) ต้องใช้รูปแบบนี้เสมอ  และเติม “s”  ที่ “liter”  ด้วย

19. Thick ice had to be broken so that animals could get __________ water.

(จำเป็นต้องทุบน้ำแข็งที่หนาให้แตก  เพื่อที่ว่า  พวกสัตว์จะสามารถได้น้ำ _________ )

(a) drinking (ดื่ม)

(b) to drink

(c) drunk

(d) drank

ตอบข้อ (a) “drinking water”  หมายถึง “น้ำ (สำหรับ) ดื่ม” (ดูรายละเอียดหน้าที่ของ “Gerund” (Verb + ing)  ใน หมวดข้อสอบ TOEIC ตอนที่ ๑๙ ข้อ ๗ แบบฝึกหัด “เลือกคำเติมประโยคให้สมบูรณ์

20. I usually _____________ on Monday to avoid the crowd.

(ผมมักจะ _________________ เป็นประจำ  ในวันจันทร์  เพื่อหลีกเลี่ยงฝูงชน)

(a) am going shop

(b) go to shopping

(c) going shopping

(d) go shopping (ซื้อของ, ช้อปปิ้ง)

ตอบข้อ (d) เนื่องจากใช้รูป “Go + Verb + ing” เพื่อแสดงการทำกิจกรรมเพื่อความบันเทิงหรือพักผ่อนหย่อนใจ (ดูเพิ่มเติมรูป “Go + V. + ing” ในหมวดข้อ สอบ TOEIC ตอนที่ ๑๘ ข้อ ๑๔)

หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 27)

Part V : Sentence Completion(ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

1. The news that I had passed the exam made me feel __________.

(ข่าวที่ว่าผมได้สอบผ่านแล้วทำให้ผมรู้สึก _______________ )

(a) to be happy

(b) am happy

(c) happy (มีความสุข)

(d) happily

ตอบข้อ (c) เนื่องจากเป็นไปตามโครงสร้าง “feel + คำคุณศัพท์ (adjective)” (ดูกลุ่มคำกริยาที่ต้องตามด้วยคำคุณศัพท์ มิใช่กริยาวิเศษณ์ (Adverb) ในหมวดข้อสอบ Error Detection ตอนที่ ๑๐ ข้อ ๑๙) (และดูโครงสร้าง “make (และกริยาในกลุ่มนี้)  + กรรม  + infinitive without to (Verb ช่องที่ 1) เช่น (make + me + feel)”  ในหมวดข้อสอบ TOEIC ตอนที่ ๓ ข้อ ๒๑)

2. I noticed that the children were ____________ to clean the garden after my offering them a cake for the job.

(ผมสังเกตว่าพวกเด็กๆได้รับการ _________ ให้ทำความสะอาดสวน  หลังจากที่ผมเสนอเค้กให้กับพวกเขาสำหรับงานนั้น) (คือถูกกระตุ้นให้ทำงานเพื่อแลกกับเค้ก)

(a) motivating (ซึ่งกระตุ้น)

(b) motivated (กระตุ้น)

(c) motivation (การกระตุ้น, แรงกระตุ้น, แรงขับ)

(d) being motivated

ตอบข้อ (b) เนื่องจากอยู่ในรูป “Passive voice” คือ “เด็กๆถูกกระตุ้น”  สำหรับข้อ (d) ก็อยู่ในรูป “Passive voice” เช่นกัน  แต่เน้นว่า “กำลังถูกกระตุ้น” ซึ่งไม่ควรใช้ เพราะเหตุการณ์นี้เกิดหลังจากที่มีผู้เสนอเค้กให้เป็นสิ่งตอบแทน  ไม่มีความจำเป็นต้องใช้ว่า “กำลังถูกกระตุ้น” แต่อย่างใด

3. The first witness’s version of the accident was quite _______ from the second witness’s version.

(คำให้การของพยานคนแรกในเรื่องอุบัติเหตุ  ______________ มากทีเดียว  กับคำให้การของพยานคนที่สอง)

(a)   differ (แตกต่าง) (คำกริยา)

(b) difference (ความแตกต่าง) (คำนาม)

(c) different (แตกต่าง) (คำคุณศัพท์)

(d) differently

ตอบข้อ (c) เนื่องจากขยาย “Verb to be” (was) จึงต้องอยู่ในรูปคำคุณศัพท์

4. Her father died _______________.

(พ่อของเธอตาย ________________ )

(a) by an accident

(b) from an accident

(c) in an accident (ในอุบติเหตุ)

(d) with an accident

ตอบข้อ (c)  ต้องใช้ในรูปนี้เสมอ

5. The oil fuel _____________ in Diesel engines is much cheaper than petrol.

(เชื้อเพลิงน้ำมันที่ถูก _______________ ในเครื่องยนต์ดีเซล  มีราคาถูกกว่าน้ำมันเบนซินอย่างมาก)

(a) is used

(b) being used (กำลังถูกใช้)

(c) using

(d) used (ใช้)

ตอบข้อ (d) เพราะลดรูปมาจากอนุประโยค  แบบ “Adjective clause”  ที่ขึ้นต้นด้วย “which is used” หรือ “that is used”  สำหรับข้อ (b) ถูกหลักไวยากรณ์  แต่ไม่ควรใช้  เนื่องจากไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเน้นว่าเหตุการณ์ (น้ำมันถูกใช้) กำลังเกิดขึ้น  ส่วนข้อ (a) ใช้ไม่ได้  เนื่องจากประโยคข้างต้นมีกริยาแท้อยู่แล้ว  คือ “is

6. “We’ve all worked well.” (พวกเราทั้งหมดทำงานกันได้ดี)

“________________”

(a)   Yes, we have.

(b)  We have so.

(c)   We have either.

(d)        So have we. (พวกเราก็ – ทำงานได้ดี – เช่นเดียวกัน)

ตอบข้อ (d)  (อาจใช้อีกแบบ คือ “So we have” ก็ได้เช่นกัน)  (ดูเพิ่มเติมโครงสร้าง “So have I” “So do I”  ในหมวดข้อสอบ Error Detection ตอนที่ ๓ ข้อ ๑๗)

7. I got married _______________.

(ผมแต่งงาน ______________ )

(a) at the age of thirty years old

(b) at the age of thirty (เมื่ออายุ ๓๐)

(c) at the age of thirty years

(d) at thirty years old

ตอบข้อ (b)  ทั้งนี้อาจใช้รูปแบบ “at thirty” และ “when I was thirty years old ก็ได้เช่นกัน  ส่วนแบบอื่นใช้ไม่ได้เลย

8. Jim was the last ____________ at the party last night.

(จิมเป็นคนสุดท้ายที่ _________________ ที่งานเลี้ยงเมื่อคืนนี้)

(a) came

(b) come

(c) to come (มา)

(d) coming 

ตอบข้อ (c) เนื่องจากอยู่ในโครงสร้าง {the first (second, third…….last) + to + verb} (เป็นคนแรก, คนที่สอง.........คนสุดท้าย + ที่ (กริยาคำไหนก็ได้ เช่น มาถึง, สอบผ่าน, บินเดี่ยวรอบโลก, คิดสร้างโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ฯลฯ)} (ดูราย ละเอียดการใช้ “Infinitive with to” (To + verb) ในหมวดข้อสอบ TOEIC ตอนที่ ๑๘ ข้อ ๑๖)

9. Mr. Simpson died last week.  He has left a ___________ and seven children.

(มิสเตอร์ซิมสันตายเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว  เขาได้ทิ้ง ____________ และลูกอีก ๗ คนไว้)

(a) widower (พ่อม่าย)

(b) bachelor (ชายโสด)

(c) spinster (หญิงโสด, หญิงทึนทึก, สาวแก่)

(d) widow (หญิงม่าย, แม่ม่าย)

ตอบข้อ (d) เพราะได้ความหมายดีที่สุด

10. It is getting quite late.  You ___________ go home now.

(มันสายมากแล้ว  คุณ ________________ กลับบ้านได้แล้ว)

(a) would better

(b) would rather (อยากจะ)

(c) had better (ควรจะ)

(d) should better

ตอบข้อ (c) เพราะได้ความหมายดีที่สุด

11. Roger said he worked ____________ at a gas station.

(โรเจอร์กล่าวว่า  เขาทำงานที่ปั๊มน้ำมัน ________________ )

(a) eight hours a day (วันละ ๘ ชั่วโมง)

(b) eight hours on a day

(c) eight hours in a day

(d) eight hours for a day

ตอบข้อ (a)  (ดูเพิ่มเติมการเรียงคำในเรื่อง “ราคา, น้ำหนัก, เวลา, ความเร็ว, อัตราส่วน” ในหมวดข้อสอบ Error Detection ตอนที่ ๕ ข้อ ๑๗)

12. Everyone knows ______________ she is.  She is very nice, gentle and helpful.

(ทุกคนรู้ว่าเธอเป็น _______________ คือ เธอเป็นคนที่ดี  นุ่มนวล และชอบช่วยเหลือคนเป็นอย่างมาก)

(a) what kind of a woman

(b) what kind of woman (ผู้หญิงประเภทไหน)

(c) what a kind of woman

(d) what a woman’s kind

ตอบข้อ (b)  อีกรูปแบบที่ใช้ได้  คือ “what kinds of women they are  (ต้องใช้กับผู้หญิงหลายคน)

13. Do you know that _____________ man?

(คุณรู้จักผู้ชาย _________________ คนนั้นหรือปล่าว)

(a) long nose

(b) long-nose

(c) long nosed

(d) long-nosed (จมูกยาว)

ตอบข้อ (d) (ดูเพิ่มเติมคำอธิบายเรื่องนี้ใน หมวดข้อสอบ TOEIC ตอนที่ ๒๔ ข้อ ๒๖)

14. I have at last got rid ____________ my enemy.

(ในที่สุด  ผมก็กำจัด ________________ ศัตรูของผมได้)

(a) from

(b) with

(c) of (get rid of = กำจัด)

(d) out of

15. He is always at the bottom of the ___________ .  He can never remember dates !

(เขามักจะได้ที่โหล่ใน _______________ (เนื่องจาก) เขาไม่เคยจดจำวันที่ต่างๆได้เลย)

(a) history class (ชั้นเรียนวิชาประวัติศาสตร์, ห้องเรียน (วิชา) ประวัติศาสตร์)

(b) class history

(c) historical class (ห้องเรียนในประวัติศาสตร์, ห้องเรียนสมัยโบราณ)

(d) historic class (ห้องเรียนที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์)

16. I don’t do the typing myself.  I ___________by my secretary.

(ผมไม่ได้พิมพ์ดีดเอง  ผมให้เลขาฯเป็นคนพิมพ์จดหมายของผม)

(a) have typed my letters

(b) have my letter typed

(c) do type my letters

(d) am typing my letters

ตอบข้อ (b) (ดูคำอธิบายโครงสร้าง {have (get) something done by someone} ในหมวดข้อสอบ TOEIC ตอนที่ ๑๐ ข้อ ๒)

17. Mother has finished her ___________ for today.

(แม่ได้ทำ __________________ ของเธอเสร็จแล้วสำหรับวันนี้)

(a) home work

(b) house work

(c) homework (การบ้าน)

(d) housework (งานบ้าน)

18. There are ____________ than in your class.

(มี _________________ กว่าในชั้นเรียนของคุณ)

(a) students in my class more

(b) students more in my class

(c) more students in my class (นักเรียนในชั้นเรียนของผม)

(d) in my class students more

ตอบข้อ (c) ต้องใช้การเรียงคำแบบดังกล่าว

19. My television set is ____________.

(ทีวีของผม _________________  )

(a) out of order (เสีย, ใช้การไม่ได้)

(b) out off order

(c) not in order (ไม่เป็นระเบียบ)

(d) out from order

20. He will come with his _____________ niece.

(เขาจะมากับหลานสาว _________________ ของเขา)

(a) seventeen years old

(b) seventeen-years-old

(c) seventeen year old

(d) seventeen-year-old

ตอบข้อ (d) เนื่องจากต้องใช้โครงสร้างแบบนี้

หมวดข้อสอบ TOEIC(ตอนที่ 28)

Banking (การธนาคาร)

1. accept (v) – ยอมรับ

     (a) Without hesitating, she accepted the job of teller.

(โดยไม่รีรอ  เธอยอมรับงานสมุห์บัญชี)

     (b) He could not manage his bank account online because the website would not accept his password.

(เขาไม่สามารถจัดการบัญชีธนาคารของเขาทางออนไลน์  เพราะว่าเว็บไซต์ไม่ยอมรับรหัสผ่านของเขา)

2. balance (n – v) – จำนวนเงินที่เหลือ, งบดุล, รายรับรายจ่ายที่สมดุลกัน, หักล้างบัญชีรายรับรายจ่าย ว่าเหลือเงินเท่าใด (เป็นกริยา)

      (a) His healthy bank balance showed a long habit of savings.

(งบดุลใน (บัญชี) ธนาคารที่แข็งแกร่ง – หมายถึงมีเงินมาก - ของเขา  แสดงถึงนิสัยการออมเงินที่ยาวนาน)

     (b) It took him over an hour to balance his checkbook.

(มันกินเวลาเขากว่า ๑ ชั่วโมงในการหักล้างบัญชีรายรับรายจ่ายในสมุดเช็คของเขา)

3. borrow (v) –ยืม, ขอยืม, กู้ยืม

     (a) Jane borrowed a pen so that she could sign the check.

(เจนขอยืมปากกา  เพื่อที่ว่าเธอจะได้สามารถเซ็นเช็คได้)

     (b) The couple borrowed money from the bank to buy a home.

(สามีภรรยาคู่นั้นกู้ยืมเงินจากธนาคารเพื่อซื้อบ้าน)

4. cautiously (adv.) – อย่างระมัดระวัง, อย่างรอบคอบ

      (a) Act cautiously when signing contracts and read them thoroughly first.

(จงทำอย่างรอบคอบเมื่อลงนามในสัญญา  และอ่านมันอย่างละเอียดก่อนอื่นเลย)

      (b) The bank manager spoke cautiously when giving out information to people she did not know.

(ผู้จัดการธนาคารพูดอย่างระมัดระวัง  เมื่อต้องให้ข้อมูลกับคนที่เธอไม่รู้จัก)

5. deduct (v) –หักออก, ลบออก

      (a) If you choose, the bank will automatically deduct regular charges such as electric bills from your account.

(ถ้าคุณเลือกที่จะทำนะ  ธนาคารจะหักค่าบริการตามปกติ เช่น บิลค่าไฟฟ้า โดยอัตโนมัติ จากบัญชีของคุณ)

      (b) By deducting the monthly fee from her checking account, Sally was able to make her account balance.

(โดยการหักค่าธรรมเนียมรายเดือนจากบัญชีเช็คของเธอ  แซลลี่สามารถทำให้บัญชีของเธอสมดุล)

6. dividend (n) –เงินปันผล

      (a) The dividend was calculated and distributed to the group.

(เงินปันผลได้รับการคำนวณและแจกจ่ายในกลุ่ม – พนักงาน)

     (b) The stockholders were outraged when their quarterly dividends were so small.

(ผู้ถือหุ้นรู้สึกโกรธ  เมื่อเงินปันผลรายไตรมาสของพวกเขามีจำนวนเล็กน้อยมาก)

7. down payment (n) – เงินดาวน์

      (a) Jack was disappointed when the real estate agent told him he needed a larger down payment on the house. 

(แจ็คผิดหวังเมื่อตัวแทน (ขาย) อสังหาริมทรัพย์บอกเขาว่า  เขา (ตัวแทน) ต้องการเงินดาวน์ก้อนใหญ่ขึ้นสำหรับบ้าน – ที่แจ็คต้องการซื้อ – หมายถึงต้องจ่ายเงินดาวน์เพิ่มขึ้น)

      (b) After Mary bought her car with a 30 percent down payment in cash, she was able to make her monthly payments online.

(หลังจากที่แมรี่ซื้อรถยนต์ด้วยเงินดาวน์ ๓๐ เปอร์เซนต์ที่เป็นเงินสด  เธอก็สามารถจ่ายเงิน (ค่างวดที่เหลือ) รายเดือนทางออนไลน์)

8. mortgage (n – v) – จำนอง, การจำนอง, สิทธิจำนอง, จำนอง, เป็นพันธะ

      (a) Bill mortgaged his home to get extra money to invest in his business.

(บิลจำนองบ้านของเขา  เพื่อให้ได้เงินพิเศษมาลงทุนในธุรกิจ)

      (b) Due to low interest rates, some people moved quickly to find a good deal on a mortgage.

(เนื่องมาจากอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำ  คนบางคนเคลื่อนไหว (ดำเนินการ) อย่างรวดเร็ว  เพื่อให้ได้ข้อตกลงที่ดี (ได้ราคาสูง) ในการจำนองทรัพย์สิน)

9. restricted (adj.) – จำกัด

      (a) Access to the safe deposit box vault is restricted to key holders.

(การเข้าถึงห้องเก็บตู้นิรภัย (ตู้เก็บเงิน)  ถูกจำกัดไว้เฉพาะกับผู้ที่ถือกุณแจ)

     (b) The number of free withdrawals a customer can make from his or her account each month is restricted to five.

(จำนวนของการถอนเงินฟรี (ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม) ที่ลูกค้าสามารถทำได้จากบัญชีของเขา/เธอ  ในแต่ละเดือน  ถูกจำกัดไว้ที่ ๕ ครั้ง)

10. signature (n) – ลายเซ็น, ลายมือชื่อ

      (a) The customer’s signature was kept on file for identification purposes.

(ลายเซ็นของลูกค้าถูกเก็บในไฟล์  ด้วยวัตถุประสงค์เพื่อการระบุตัวตน)

      (b) Once we have your signature, the contract will be complete.

(เมื่อเราได้ลายเซ็น-ลายมือชื่อของคุณแล้ว  สัญญาก็จะมีความสมบูรณ์)

11. take out (v) – นำออกไป

       (a) My checking account allows me to take out money at any bank branch without a fee.

(บัญชีเช็คของผม  ยอมให้ผมนำ (ถอน) เงินออกไป จากสาขาไหนของธนาคารก็ได้  โดยไม่มีค่าธรรมเนียม)

       (b) They took out the chairs in the bank lobby so now there is no place to sit.

(พวกเขานำเก้าอี้ในห้องล็อบบี้ของธนาคารออกไปหมด  ดังนั้น  ตอนนี้ไม่มีที่จะนั่งแล้ว)

12. transaction (n) – การทำธุรกรรม, ธุรกิจ, ธุรกิจการค้า, การติดต่อ, การ จัดการ, การดำเนินการ)

       (a) Banking transactions will appear on your monthly statement.

(การทำธุรกรรมด้านการธนาคาร  จะปรากฏในรายการการเงินรายเดือนของคุณ)

       (b) The most common transactions can be made from your personal computer.

(การทำธุรกรรมที่ธรรมดาสามัญที่สุด  สามารถทำได้จากคอมพิวเตอร์ส่วนตัวของคุณ)

13. valid (adj.) – สมบูรณ์, สมเหตุสมผล, ใช้การได้, ถูกต้องตามกฎหมาย, ยังไม่หมดอายุ

        (a) You need a valid passport to travel overseas.

(คุณจำเป็นต้องมี (หรือต้องการ) พาสปอร์ตที่ยังไม่หมดอายุ (หรือใช้การได้)  ในการเดินทางไปต่างประเทศ)

       (b) I felt that I had put forward valid arguments but the others felt they were invalid.

(ผมรู้สึกว่าผมได้เสนอเหตุผลที่สมบูรณ์ไปแล้ว  แต่ว่าคนอื่นรู้สึกว่ามันไม่สมบูรณ์หรือไม่สมเหตุสมผล)

14. look to (v) – คาดหวังจาก, ดูแล, ระมัดระวัง

      (a) We should look to the economists for advice on how to overcome inflation.

(เราควรคาดหวังคำแนะนำจากนักเศรษฐศาสตร์  ว่าจะเอาชนะเงินเฟ้อได้อย่างไร)

      (b) Many people in the community would look to us for leadership.

(คนจำนวนมากในชุมชนคาดหวังการเป็นผู้นำ (เช่น การประท้วง, รณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อม ฯลฯ) จากเรา)

      (c) Look to your health. (ดูแล – หรือระมัดระวัง – สุขภาพของคุณนะ)

15. contract (n – v – adj.) – สัญญา, ทำสัญญา, ซึ่งเป็นแบบสัญญา (จ้างหรืออื่นๆ)

      (a) They sign a five-year contract to supply the municipality with vehicles.

(พวกเขาเซ็นสัญญา ๕ ปี  เพื่อจัดหายานพาหนะให้แก่เทศบาล)

      (b) We must contract with a building contractor for the materials and labor to build our house.

(เราต้องทำสัญญากับผู้รับเหมาก่อสร้าง  สำหรับวัสดุและแรงงาน  เพื่อที่จะสร้างบ้านของเรา)

       (c) She is a contract employee, while he is on the permanent staff.

(เธอเป็นลูกจ้างแบบทำสัญญา (ชั่วคราว)  ในขณะที่เขาเป็นพนักงานประจำ)

16. arrangement (n) – การจัดแจง, การจัดเตรียม, การเตรียมการ, สัญญา, ข้อตกลง

       (a) Leave the arrangement of the meeting to her.

(จงปล่อยให้การเตรียมการประชุมเป็นหน้าที่ของเธอ – คือให้เธอทำ)

       (b) Arrangements were made for the mayor to deliver his speech.

(มีการเตรียมการสำหรับนายกเทศมนตรี  ที่จะกล่าวสุนทรพจน์)

       (c) Under the new arrangement I will be paid monthly.

(ภายใต้ข้อตกลงใหม่  ผมจะได้รับค่าจ้างเป็นรายเดือน)

17. loan (n - v) – การให้กู้ยืม, เงินที่ให้กู้, สิ่งที่ให้ยืม, ให้ยืม, ให้กู้

       (a)  I need a loan which I’ll pay back next week.

(ผมต้องการเงินกู้  ซึ่งผมจะใช้คืนสัปดาห์หน้า)

       (b) She has the book on loan from the library.

(เธอมีหนังสือที่ยืมมาจากห้องสมุด)

       (c) The bank loaned him the money.

(ธนาคารให้เขากู้เงิน)

 

Fill in the blanks in the passage with the given words.

      accept                  cautious             down payment          signature

      balance                deductions         mortgages                 take out

      borrow                  dividends            restrict                       transact

      look to                   loan                      contract                     bind

      arrangement       identificationvalid

          Banks are not only places in which to save money or to (1) transact your financial business, but they are also institutions from which people can (2) borrow money.  Every day, people (3)look to banks for (4)loans, such as (5) mortgages for new homes.  A loan is essentially a (6)contract that (7)binds the lender to a schedule of payments, so both parties should be (8) cautious and not enter into the (9)arrangement without thinking.  Banks will look at such factors as how much people have saved toward a (10) down payment in determining whether to make a loan.

(คำแปล)         ธนาคารมิเพียงแต่เป็นสถานที่ไว้สำหรับออมเงิน  หรือ (๑) ทำธุรกรรม (ทำการค้า) ด้านธุรกิจทางการเงินของคุณเท่านั้น  แต่มันยังเป็นสถาบันที่ผู้คนสามารถ(๒) กู้ยืม-ขอยืม เงินได้ด้วย  ทุกๆวัน  ผู้คน (๓) คาดหวัง (๔) เงินกู้-การให้กู้ยืม จากธนาคาร ได้แก่  (๕) การจำนอง-สิทธิจำนอง (ทรัพย์สินอื่นๆ) สำหรับ  (การซื้อ) บ้านหลังใหม่  อนึ่ง  เงินกู้ (หรือการให้กู้ยืม) โดยสาระสำคัญแล้วเป็น (๖) สัญญา ซึ่ง (๗) ผูกมัด ผู้ให้กู้เข้ากับตารางเวลาการชำระเงิน  ดังนั้น  ทั้ง ๒ ฝ่าย (ผู้ให้กู้และผู้ขอกู้)  ควร (๘) ระมัดระวัง-รอบคอบ  และไม่เข้าสู่ (๙) การจัดการ-การเตรียมการ (กู้หรือให้กู้) โดยปราศจากการคิดพิจารณา  ทั้งนี้  ธนาคารจะมองไปที่ปัจจัยต่างๆ เช่น ผู้คน (ที่จะขอกู้) ออมเงินไว้ได้มากเท่าใด  ที่จะไปสู่ (๑๐) การจ่ายเงินดาวน์ (อย่างเหมาะสม)  ในการกำหนดว่าจะให้กู้ยืมหรือไม่

Banks have different kinds of accounts.  Some pay high quarterly (11) dividends.  Some accounts even severely (12) restrict the number of times, if any, that you can access your account, or the amount of cash you can (13) take out.

(คำแปล)      ธนาคารมีบัญชีแตกต่างกันออกไป  บางบัญชีจ่าย (๑๑) เงินปันผลรายไตรมาสในอัตราที่สูง  บางบัญชีแม้กระทั่ง (๑๒) จำกัด อย่างเข้มงวดจำนวนครั้ง (ถ้ามี) ที่คุณจะสามารถเข้าถึงบัญชีของคุณได้ (เช่น ถอนเงินได้ไม่เกินเดือนละ ๑ ครั้ง)  หรือจำนวนเงินสดที่คุณจะสามารถ (๑๓) นำออกไปได้ (คือ ถอนได้)

Today, electronic banking can be used to check the (14) balance on an account, or to see if automatic (15)deductions have been made.  This can all be done from your home or office computer.  When you go to the bank, be sure to bring (16) identification.  Usually a bank will only (17) accept a photo ID; a (18) signature is not a (19)valid ID.

(คำแปล)       ในปัจจุบัน  การธนาคารอีเล็คโทรนิคสามารถถูกใช้เพื่อตรวจสอบ (๑๔) จำนวนเงินที่เหลือในบัญชี  หรือเพื่อดูว่า  ว่ามี (๑๕) การหักหรือถอนเงินแบบอัตโนมัติหรือไม่  สิ่งนี้สามารถทำได้จากบ้านของคุณ  หรือคอมพิวเตอร์ที่ทำงาน  อนึ่ง  เมื่อคุณไปธนาคาร จงมั่นใจว่าได้นำ (๑๖) สิ่งที่ระบุตัวตนของคุณ (เช่นบัตรประชาชน  ใบขับขี่ ฯลฯ)  ไปด้วย  โดยปกติแล้ว  ธนาคารจะ (๑๗) ยอมรับแต่เฉพาะบัตรแสดงตัวตนที่มีภาพถ่ายเท่านั้น  (๑๘) ลายเซ็น-ลายมือชื่อมิใช่สิ่งแสดง (ระบุ) ตัวตนที่ (๑๙) สมบูรณ์ (หรือ ใช้ได้, ชอบด้วยกฎหมาย)

Choose the word that best completes the sentence.

1. I’mgoing to call the bank manager ahead of time to make certain that she will ___________ a personal check to start a new account.

(ผมกำลังจะไปพบผู้จัดการธนาคารก่อนเวลา  เพื่อให้มั่นใจว่า  เธอจะ ________ เช็คส่วนตัว  เพื่อที่จะเริ่มต้นบัญชีใหม่)

(a) accept (ยอมรับ – เป็นคำกริยา)

(b) accepted

(c) acceptance (การยอมรับ – เป็นคำนาม)

(d) acceptable (สามารถยอมรับได้ – เป็นคำคุณศัพท์)

ตอบ – ข้อ (a) เนื่องจากหลัง “Modal verb” (will, would, shall, should, can, could, may, might, must) ต้องตามด้วยกริยา “Infinitive without to” (V. 1)

2. We felt ____________ about applying for such a large loan.

(เรารู้สึก _____________ เกี่ยวกับการสมัครขอกู้เงินจำนวนมากเช่นนั้น)

(a) caution (เป็นคำนาม หมายถึง การระมัดระวัง, ความรอบคอบ, การตักเตือน) (ถ้าเป็นกริยา หมายถึง  เตือน, ตักเตือน)

(b) cautioning

(c) cautiously

(d) cautious (ระมัดระวัง, รอบคอบ) (คำคุณศัพท์)

ตอบข้อ (d) เนื่องจากหลังกริยา “Feel” ต้องตามด้วยคำคุณศัพท์ (ดูเพิ่มเติมคำกริยาที่ต้องตามด้วยคำคุณศัพท์ ในหมวดข้อสอบ Error Detection ตอนที่ ๑๐ ข้อ ๑๙)

(3) Every month my automatic car loan payment shows up as a ________ on my monthly statement.

(ทุกๆเดือน การจ่ายเงินกู้รถยนต์แบบอัตโนมัติของผม  ปรากฎขึ้นเป็น ____________ ที่รายงานการเงินรายเดือนของผม)

(a) deduct (หักออก, ลบออก) (คำกริยา)

(b) deduction (การหัก – จากบัญชี) (คำนาม)

(c) deducting

(d) deducted

ตอบข้อ (b) เนื่องจากหลัง “Article” (A, An, The) ต้องเป็นคำนาม

4. The number of withdrawals at no charge from your savings account is ____________ to three.

(จำนวนของการถอนเงินโดยไม่เสียค่าธรรมเนียมจากบัญชีออมทรัพย์ของคุณ  ถูก ______________ ไว้ที่ ๓ ครั้ง –  ต่อเดือน)

(a) restricting

(b) restrict

(c) restricted (จำกัด)

(d) restriction (การจำกัด, ข้อจำกัด)

ตอบข้อ (c) เนื่องจากต้องเป็นกริยาช่องที่ ๓ เพราะอยู่ในรูป “Passive voice  (ถูกจำกัด)

5. There is a counter in the bank lobby where customers can _______ their documents.

(มีเคาน์เตอร์ในห้องล็อบบี้ของธนาคาร  ที่ซึ่งลูกค้าสามารถ _______________ (ใน) เอกสารของตน)

(a)    signing

(b)   signed

(c)   sign (ลงนาม, เซ็นชื่อ)

(d) signature (ลายเซ็น, การเซ็นชื่อ)

ตอบข้อ (c) เนื่องจาก หลังกริยา “Can”  ต้องตามด้วย “Infinitive without to” (V. 1)

6. Many customers enjoy the convenience of carrying out their bank _______ online.

(ลูกค้าจำนวนมากสนุกสนานกับความสะดวกสบายในการดำเนิน ________________ กับธนาคารแบบออนไลน์)

(a)    transacts

(b)   transacting

(c)    transacted

(d)        transactions (การทำธุรกรรม, ธุรกิจ)

ตอบข้อ (d) เนื่องจากเป็นกรรมของกริยา “Carry out” จึงต้องเป็นคำนาม หรืออาจดูจากว่ามี “Possessive adjective” (their) มาขยายข้างหน้าก็ได้

7. Under our new automatic mortgage payment plan, your monthly mortgage payments ______________ from your savings account automatically.

(ภายใต้แผนการชำระเงินค่าจำนองแบบอัตโนมัติ  การจ่ายเงินค่าจำนองรายเดือนของคุณจะถูก _____________ จากบัญชีออมทรัพย์ของคุณโดยอัตโนมัติ)

(a) deduct

(b) deducted

(c) are deducted (หัก)

(d) are deducting

ตอบข้อ (c) เนื่องจากเป็นกริยาช่องที่ ๓ เพราะอยู่ในรูป “Passive voice” (ถูกหัก)

8. To make your payments on time, you must maintain a sufficient _______ in your account to cover the monthly payments.

(เพื่อให้การชำระเงินของคุณทันเวลา  คุณจะต้องรักษา ____________ ที่เพียงพอในบัญชีของคุณ  เพื่อให้ครอบคลุมการจ่ายเงินรายเดือน)

(a)dividend (เงินปันผล)

(b)   balance (จำนวนเงินที่เหลือ)

(c)transaction (การทำธุรกรรม, ธุรกิจ)

(d)   down payment (การจ่ายเงินดาวน์)

ตอบข้อ (b) เนื่องจากได้ความหมายดีที่สุด

9. Certain __________ apply to the automatic mortgage payment plan, so read the explanation on the back of the enclosed form carefully.

(_________ บางอย่างใช้กับแผนการจ่ายเงินค่าจำนองแบบอัตโนมัติ  ดังนั้น  จงอ่านคำอธิบายที่อยู่ทางด้านหลังของแบบฟอร์มที่แนบมาด้วย  อย่างรอบคอบ)

(a) restrictions (ข้อจำกัด) (คำนาม)

(b) restrictive (ซึ่งเป็นการจำกัด) (คำคุณศัพท์)

(c) restricted (ที่ถูกจำกัด) (กริยาช่องที่ ๓)

(d) restricts (จำกัด) (คำกริยา)

ตอบข้อ (a) เนื่องจากเป็นประธานของประโยค ที่มีกริยา คือ “apply” โดยมีคำคุณศัพท์ “certain” ขยายอยู่ข้างหน้า

หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 26)

1.      The victims in the road accident __________ to the emergency room of the nearest hospital. (ผู้เคราะห์ร้ายในอุบัติเหตุทางรถยนต์ ___________ ยังห้องฉุกเฉิน  ของโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้ที่สุด)

(a) have taken

(b) had taken

(c) were taking

(d) were taken (ถูกนำไป)

ตอบข้อ (d) เนื่องจากต้องอยู่ในรูป “Passive voice” {subject + is (am, are, was, were) + verb 3}   เพราะ “ผู้เคราะห์ร้าย.......... ถูกนำไป”  สำหรับข้ออื่นๆอยู่ในรูป “Active voice

2. He ___________ with the company since it was first established in 1990. (เขา ___________ กับบริษัท  ตั้งแต่มันถูกก่อตั้งครั้งแรกในปี ๑๙๙๐)

(a) is working

(b) was working

(c) had worked

(d) has been working (ได้กำลังทำงาน)

ตอบข้อ (d) “Present perfect continuous tense” {subject + has (have) + been + V. + ing} เนื่องจากเน้นเหตุการณ์ (ทำงานกับบริษัท) ที่เกิดต่อเนื่องจากอดีตมาจนถึงปัจจุบัน  หรือไม่ก็อาจใช้ “has worked” (Present perfect tense)  แทนได้  (ดูเพิ่มเติมการใช้ “Present perfect continuous”  และ “Present perfect”  ในหมวดข้อสอบ TOEIC  ตอนที่ ๒ ข้อ ๓๖)

3. ______________ with the answer from the management, the workers threatened to go on strike. (_____________  กับคำตอบจากฝ่ายบริหาร  คนงานขู่ที่จะนัดหยุดงานต่อไป)

(a) Disappointing (น่าผิดหวัง)

(b) Disappointed (รู้สึกผิดหวัง)

(c) Being disappointing

(d) Having disappointed (ทำให้ผิดหวัง)

ตอบข้อ (b)  (ดูคำอธิบายกริยาพวก “disappoint, surprise, interest, excite, frighten, satisfy, annoy, etc.”  ในหมวดข้อสอบ TOEIC ตอนที่ ๘ ข้อ ๘  และดูคำอธิบายเรื่อง “Present participle” (V. + ing) (ประธานเป็นผู้ทำกริยา)  และ  “Past participle” (V. 3) (ประธานเป็นผู้ถูกกระทำ) ใน หมวดข้อสอบ Error Detection  ตอนที่ ๘ ข้อ ๘)

4. We went to the reception without ______________, and so they didn’t even let us enter the hall. (เราไปที่งานเลี้ยง  โดยปราศจาก _____

________ และดังนั้น   พวกเขามิยอมแม้กระทั่งให้พวกเราเข้าไปในห้องโถง)

(a) to invite

(b) inviting

(c) being invited (ได้รับการเชื้อเชิญ หรือ ถูกเชื้อเชิญ)

(d) invited

ตอบข้อ (c) เนื่องจากต้องอยู่ในรูป “Passive voice” (verb to be + V. 3) เพราะ “ถูกเชื้อเชิญ” แต่เนื่องจากอยู่หลัง “Preposition” (without)  กริยาจึงต้องอยู่ในรูป “Gerund” (V. + ing)  คือ “Being invited

5. A lot of _____________ were made about how to solve the problem, but only a few of them seemed reasonable to me.

(มีการให้ _______________ จำนวนมากเกี่ยวกับวิธีการแก้ปัญหา  แต่มีเพียงไม่กี่คำแนะนำเท่านั้นที่ดูสมเหตุสมผลสำหรับผม)

(a) suggestion

(b) suggestions (คำแนะนำ)

(c) advice (คำแนะนำ)

(d) advices

ตอบข้อ (b) เนื่องจากต้องอยู่ในรูปพหูพจน์  เพราะกริยาคือ “were” สำหรับ advice” เป็นคำนามนับไม่ได้  จึงต้องอยู่ในรูปเอกพจน์เสมอ  ไม่สามารถใช้กับกริยา “Are” หรือ “Were”  ได้

6. The museum is visited mainly by those _____________ are

interested in the historical objects excavated from archaeological sites in South Africa. (พิพิธภัณฑ์ได้รับการไปเยือนส่วนใหญ่โดยบุคคล ______       

_________   มีความสนใจในวัตถุโบราณ (ทางประวัติศาสตร์) ที่ถูกขุดค้นมาจากแหล่งโบราณคดีในแอฟริกาใต้)

(a)    whom

(b)   which

(c)who (ผู้ซึ่ง)

(d)   whose

ตอบ –  ข้อ (c) เนื่องจากเป็นประธานของอนุประโยค “who are ……………

…….South Africa” (ดูเพิ่มเติมการใช้ “Who, Whose” ในหมวดข้อสอบ TOEIC ตอนที่ ๘ ข้อ ๓๕, การใช้ “Whose”  ใน ตอนที่ ๑๐ ข้อ ๒๘  และการใช้ Whom”  ในตอนที่ ๑๐ ข้อ ๓๙)

7. Everyone in the surrounding villages _____________ asked to take part in the search for the missing child. (ทุกๆคนในหมู่บ้านรอบๆ ______

___________ ขอร้องให้มีส่วนร่วมในการค้นหาเด็กที่หายไป)

(a) was (ถูก หรือ ได้รับการ)

(b) were

(c) been

(d) to be

ตอบข้อ (a) เนื่องจากประธานของประโยคเป็นเอกพจน์ (Everyone)  และกริยาอยู่ในรูป “Passive voice” {subject + was (were) + V. 3} เพราะ “ถูกขอร้อง”  ส่วนข้อ (c)  และ (d)  ไม่สามารถเป็นกริยาแท้ได้

8. The price they asked for the car was _____________, so we bought it without much thought. (ราคาที่พวกเขาเรียกร้องสำหรับรถยนต์คันนั้น ___

___________ ดังนั้น  เราเลยซื้อมันโดยไม่ต้องคิดอะไรมาก)

(a) reason (เหตุผล)

(b) reasoning (การให้เหตุผล)

(c) reasonable (สมเหตุสมผล, พอสมควร, ราคาพอสมควร, ไม่แพงเกินไป)

(d) reasonably (อย่างสมเหตุสมผล)

ตอบข้อ (c) เนื่องจากได้ใจความดีที่สุด  และอยู่หลัง “Verb to be” (was) จึงต้องใช้คำคุณศัพท์

9. In order to solve the world’s problems, we need a greater understanding of the human mind and _____________ it works.

(เพื่อที่จะแก้ปัญหาของโลก  เราต้องการความเข้าใจในจิตใจมนุษย์มากยิ่งขึ้น  และ (เข้าใจ) ว่ามัน (จิตใจมนุษย์) ทำงาน ____________ )

(a) when (เมื่อไร)

(b) how (อย่างไร)

(c) where (ที่ไหน)

(d) why (ทำไม)

10. The examiner made us ____________ our identification in order to be admitted to the test center. (ผู้ทดสอบทำให้พวกเรา _____________  การระบุตัวตนของเรา – เช่น บัตรประชาชน, บัตรประจำตัวผู้สอบ ฯลฯ -  เพื่อที่จะได้รับการยอมรับให้เข้าไปในศูนย์ทดสอบ)

(a) showing

(b) to show

(c) show (แสดง)

(d) showed

ตอบข้อ (c) เนื่องจากเป็นไปตามโครงสร้าง {subject + make + object + infinitive without to (V. 1) + ส่วนขยาย} (ดูเพิ่มเติมกลุ่มคำกริยา (make, let, have (ใช้), see, help, feel, hear) + กรรม +“infinitive without to” (V. 1) ใน หมวดข้อสอบ TOEIC ตอนที่ ๓ ข้อ ๒๑)

11. Fast-food restaurants have become popular because many working people want _____________. (ภัตตาคารอาหารจานด่วนได้กลายเป็นที่นิยม  เพราะว่าคนทำงานเป็นจำนวนมาก  ต้องการ ____________ )

(a) eat quickly and cheaply

(b) eating quickly and cheaply

(c) to eat quickly and cheaply (กินอย่างรวดเร็วและราคาถูก)

(d) the eat quickly and cheaply

ตอบข้อ (c) เนื่องจากกริยา “want” ต้องตามด้วย “Infinitive with to” (To + verb 1) (ดูเพิ่มเติมกลุ่มคำกริยา ที่ต้องตามด้วย “To + verb 1) ในหมวดข้อสอบ TOEIC ตอนที่ ๓ ข้อ ๙ และ ตอนที่ ๙ ข้อ ๗)

12. _____________ the formation of the Sun, the planets, and other stars began with the condensation of an interstellar cloud.

( _______________ การก่อตัวของดวงอาทิตย์  ดาวเคราะห์  และดาวอื่นๆ  เริ่มต้นด้วยการรวมตัวกันแน่นของเมฆระหว่างดวงดาว)

(a) It accepted that

(b) Accepted that

(c) It is accepted that (มันได้รับการยอมรับว่า)

(d) That is accepted

ตอบข้อ (c) เนื่องจากเป็นไปตามโครงสร้าง “It + is (was) + V. 3 + that + subject + verb” เช่น

    - It is believed that…….

   - It is hoped that……….

   - It is expected that………

(ดูเพิ่มเติมโครงสร้างแบบนี้ใน  หมวดข้อสอบ Error Detection ตอนที่ ๑ ข้อ ๒๐)

13. The color of a star depends on the heat and ______________.

(สีของดวงดาวขึ้นอยู่กับความร้อนและ ______________  )

(a) how much energy produced

(b) producing energy

(c) production of the energy

(d) the energy it produces (พลังงานที่มันสร้างขึ้นมา)

ตอบข้อ (d) เนื่องจากต้องใช้คำให้สมดุล (Balance) กัน  คือ “the heat” (ความร้อน)  และ “the energy”  (พลังงาน)

14. The Cabinet consists of secretaries of departments who report to the president, give him advice, and _____________ decisions.

(คณะรัฐบาล – ของสหรัฐ ฯ - ประกอบด้วย  รัฐมนตรีของกระทรวงต่างๆ  ผู้ซึ่งรายงาน (ขึ้นตรง) ต่อประธานาธิบดี  ให้คำแนะนำกับเขา  และ ____________  ตัดสินใจ)

(a) helping him making

(b) helping him make

(c) help him making

(d) help him make (ช่วยเขาทำการ)

ตอบข้อ (d) เนื่องจากเป็นการใช้คำให้สมดุล (Balance)  คือ “report” (รายงาน),   “give” (ให้)  และ “help” (ช่วย)  อย่างไรก็ตาม  สามารถใช้ได้อีกแบบหนึ่งคือ  “help him to make

15. That witches cause disasters and misfortunes ______________

among tribal people in many parts of the world. (ที่ว่าแม่มดทำให้เกิดความหายนะและเคราะห์ร้าย _______________ ในบรรดาชนเผ่าในหลายส่วนของโลก)

(a)    it was widely believed

(b) was widely believed (ถูกเชื่อกันอย่างแพร่หลาย)

(c) was believed in a wide way

(d) they widely believed

ตอบข้อ (b) เนื่องจากประธานของประโยคอยู่ในรูป “Noun clause” (That witches ……………misfortunes) ซึ่งถือเป็นเอกพจน์  ดังนั้น  ส่วนที่จะมารับจึงต้องเป็นกริยา (Verb)  ซึ่งต้องอยู่ในรูป “Passive voice”  เพราะหมายถึง “ถูกเชื่อ.......”  ส่วนข้อ (c)  เป็นรูปแบบที่เยิ่นเย้อ  ไม่นิยมใช้

16. Found in and near the Kobe Desert, _____________ is a habitat of many kinds of insects and ants. (ถูกพบในและใกล้ทะเลทรายโกบี – ในประเทศจีน – ______________ เป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของแมลงและมดหลายชนิด)

(a) is the cactus tree

(b) it is the cactus tree

(c) the cactus tree (ต้นตะบองเพชร)

(d) the cactus tree it

ตอบข้อ (c) เนื่องจากข้อความ “Found in ………..Desert”  เป็นเพียงวลีที่มาขยายหน้าประธานของประโยคเท่านั้น  ข้อความที่จะเติมลงไป (the cactus tree)  คือ ประธานของประโยค ที่เป็นผู้ถูกกระทำ (ถูกพบ)  ซึ่งมีกริยา คือ “is” (ดูเพิ่มเติมรูปแบบประโยค  ที่ขึ้นต้นด้วยวลีที่นำหน้าด้วยกริยาช่องที่ ๓ (Past participle)  ที่แสดงว่าประธานของประโยคเป็นผู้ถูกกระทำ (Passive voice)  ใน หมวดข้อสอบ Error Detection  ตอนที่ ๘ ข้อ ๘)

17. The Pilgrims _____________ seven thousand dollars at 43 percent interest to make their journey in 1620. (เหล่านักแสวงบุญ ____

___________ เงิน ๗,๐๐๐ เหรียญ  ด้วยอัตราดอกเบี้ย ๔๓ เปอร์เซนต์  เพื่อที่จะเดินทาง – ไปแสวงบุญ – ในปี ๑๖๒๐)

(a) lent (ให้ยืม)

(b) borrowing

(c) to lend

(d) borrowed (กู้ยืม, ขอยืม)

ตอบข้อ  (d)  เนื่องจากเป็นกริยาแท้  และได้ความหมายดีที่สุด

18. _____________ mammals, once weaned, do not routinely drink milk. (______________  สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม  เมื่อหย่านมแล้ว  จะไม่ดื่มนมตามปกติ)

(a) As a whole, (โดยทั่วไป)

(b) As whole,

(c) Wholly, (ทั้งหมด)

(d) On a whole, (On the whole = โดยทั่วไป)

ตอบข้อ (a) เนื่องจากถูกหลักไวยากรณ์  และได้ความหมายดีที่สุด

19. In cold weather, growers place wind machines _____________ the groves to keep the air circulating and to warm up the citrus crops.

(ในอากาศหนาว  ผู้เพาะปลูกจะวางเครื่องสร้างลม _____________ สวนผลไม้  เพื่อให้อากาศถ่ายเทอยู่เสมอ  และให้ความอบอุ่นกับพืชจำพวกมะนาว  ส้ม  และอื่นๆ)

(a) near to

(b) near of

(c) next to (ข้าง, อยู่ติดกับ, ต่อจาก)

(d) nearly (เกือบจะ)

ตอบข้อ (c) เนื่องจากได้ความหมาย  และถูกไวยากรณ์  ส่วน “near”  (ใกล้) ก็ใช้ได้เช่นกัน  แต่ไม่ต้องมี “to”  หรือ “of

20. ______________ earlier about your coming, we would have prepared something to eat. (_______________  แต่เนิ่นๆเกี่ยวกับการมาของคุณ  เราคงจะได้เตรียมอะไรบางอย่างไว้ (ให้คุณ) กินแล้ว)

(a) If we had informed

(b) If we were informed

(c) Had we informed

(d) Had we been informed (ถ้าเราได้รับการแจ้ง หรือบอก)

ตอบข้อ (d) เนื่องจากเป็น “If clause แบบที่ ๓ (Past unreal) (ไม่เป็นจริงในอดีต)  คือการสมมติเหตุการณ์ในอดีตที่เกิดตรงกันข้ามกับความเป็นจริงหรือข้อความในประโยค  ที่ผู้พูดสมมติย้อนหลังเหตุการณ์ที่ได้ผ่านไปแล้ว  ทั้งนี้  ความหมายของประโยคข้างบน  คือ  “เรามิได้รับการแจ้งแต่เนิ่นๆ  ดังนั้น  เราจึงไม่ได้เตรียมอาหารไว้ให้คุณกิน”  สำหรับข้อความ “Had we been informed” แปลงมาจาก “If we had been informed” ซึ่งทั้ง ๒ ข้อความมีความหมายเหมือนกันทุกประการ

(ดูเพิ่มเติมเกี่ยวกับ “If clause” แบบที่ ๓ ใน หมวดข้อสอบ TOEIC ตอนที่ ๔ ข้อ ๑  และ ตอนที่ ๑๗ ข้อ ๒ และ การแปลงรูปประโยคดังกล่าวข้างต้นใน หมวดข้อสอบ TOEIC ตอนที่ ๒๔ ข้อ ๗)

หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 25)

Part V : Sentence Completion (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

1.  For five years after graduation from high school, ___________.

(เป็นเวลา ๕ ปีหลังจากเรียนจบชั้นมัธยม _____________ )

(a) a McDonald restaurant was worked for by John

(b) John’s work for a McDonald restaurant

(c) when John worked in New York for a McDonald restaurant

(d) John worked for a New York McDonald restaurant (จอห์นทำงานให้กับภัตตาคารแมคโดแนลด์แห่งหนึ่งในนิวยอร์ค)

ตอบข้อ (d) เนื่องจากเป็นเพียงข้อเดียวที่ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ คือ ประธาน + กริยา + ส่วนขยาย (John + worked + for ………………..restaurant.)

2. Dr. Collins Wood, a well-known science professor, wrote ___________, which is expected to be published in the next few months.

(ดร. คอลลินส์ วูด ผู้ซึ่งเป็นศาสตราจารย์ทางด้านวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อเสียง  เขียน ____________ ซึ่งได้รับการคาดหวังว่าจะได้รับการตีพิมพ์ในอีก ๒ – ๓ เดือนข้างหน้า)

(a) last year a new textbook

(b) in last year a new textbook

(c) a new textbook last year (ตำราเล่มใหม่เมื่อปีที่แล้ว)

(d) during last year a new textbook

ตอบข้อ (c) เนื่องจากเป็นเพียงข้อเดียวที่ถูกหลักไวยากรณ์ คือ ประธาน + ส่วนขยายประธาน + กริยา + กรรม + กริยาวิเศษณ์บอกเวลา +  ส่วนขยายกรรม (Dr. Collins Wood (ประธาน) + a well-known……….professor (ส่วนขยายประธาน)  + wrote (กริยา) + a new textbook (กรรม) + last year (กริยาวิเศษณ์บอกเวลา)  + which is…………….months (ส่วนขยายกรรม อยู่ในรูป Adjective clause”)

3. ___________river in this old city is severely polluted and toxic has long been known.

(_________  แม่น้ำในเมืองเก่าแก่แห่งนี้  ถูกทำให้เป็นมลภาวะและเป็นพิษอย่างรุนแรง เป็นที่ล่วงรู้กันมานานแล้ว)

(a) Although (แม้ว่า)

(b) The

(c) That the (ที่ว่า)

(d) It is the

ตอบข้อ (c) เนื่องจากประโยคนี้มี “Noun clause” (That the river….. ………….toxic) เป็นประธานของประโยค  ส่วนกริยาคือ “has (long) been known”   (ดูเพิ่มเติมหน้าที่ของ “Noun clause”  ใน หมวดข้อสอบ TOEIC  ตอนที่ ๑๘ ข้อ ๑)

4. She will be accompanied on the trip by her __________ scientists.

(เธอจะมีผู้ติดตามการเดินทางโดย _________  (ที่เป็น) นักวิทยาศาสตร์ของเธอ)

(a) follow (ติดตาม)

(b) fellow (เพื่อน)

(c) fallow (ที่ดินที่ไถคราดทิ้งไว้, ที่ดินที่ยังไม่ได้เพาะปลูก)

(d) furlough (เฟ้อร์-โล) (การลาพักงาน, การอนุญาตให้ลาพักงาน, การให้ออกจากงาน)

ตอบข้อ (b) เนื่องจากได้ความหมายดีที่สุด  เหมือนกับ “fellow workers”  (เพื่อนร่วมงาน) “fellow students” (เพื่อนนักเรียน, เพื่อนร่วมชั้น)  “fellow countrymen” (เพื่อนร่วมชาติ)  “fellow passengers” (เพื่อนที่ร่วมโดยสารไปกับเครื่องบิน, รถ หรือ เรือลำเดียวกัน)

5. We will not buy from them because they __________ deliver their goods on time.

(เราจะไม่ซื้อจากพวกเขา  เพราะว่าพวกเขา _____________  ส่งสินค้าตรงเวลา)

(a)   frequently (บ่อยๆ – ๗๐ – ๘๐ %)

(b)  often (บ่อยๆ – ๖๐ %)

(c)  hardly ever (แทบจะไม่เคย)

(d)  definitely (อย่างแน่นอน, อย่างแท้จริง)

ตอบข้อ (c) เนื่องจากได้ใจความดีที่สุด  เพราะต้องเลือกข้อที่เป็นลบ โดยดูจากข้อความ “เราจะไม่ซื้อจากพวกเขา

6. It is usually necessary for the international business person _________ more than only his/her native language.

(มันเป็นสิ่งจำเป็นโดยปกติ  สำหรับนักธุรกิจระหว่างประเทศที่จะ ___________  มากไปกว่าภาษาที่ใช้มาตั้งแต่เกิดของเขา/เธอ   แต่เพียงภาษาเดียว – หมายถึงควรรู้ภาษาอื่นด้วย  นอกเหนือจากภาษาที่ตนใช้อยู่เป็นประจำ)

(a)  to understand (เข้าใจ)

(b)  to observe (สังเกต)

(c)   knowing (รู้)

(d)  speaking (พูด)

ตอบข้อ (a) เนื่องจากถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ ตามโครงสร้าง {It is (was) + adjective (necessary, important, possible, impossible, good, wise, foolish, etc.) + (for someone) + to do (กริยาอะไรก็ได้) + something} เช่น

      - It is necessary for you to work harder.

(มันจำเป็นสำหรับคุณที่ต้องขยันให้มากขึ้น)

      - It is important for young people to pay respect to the elderly.

(มันสำคัญสำหรับคนหนุ่มสาวที่จะต้องให้ความเคารพผู้สูงอายุ)

      - It was possible for them to arrive there before noon.

(มันเป็นไปได้สำหรับพวกเขาที่จะไปถึงที่นั่นก่อนเที่ยง)

      - It is impossible for me to lend you the sum you want.

(มันเป็นไปไม่ได้สำหรับผมที่จะให้คุณยืมเงินจำนวนที่ต้องการ)

      - It is good for her to marry him.

(มันดีสำหรับเธอที่แต่งงานกับเขา)

      - It was wise for us to cancel our trip to Europe.

(มันฉลาดสำหรับเราที่ยกเลิกการเดินทางไปยุโรป)

7. In any totally new situation, common sense is generally _________ guide.

(ในสถานการณ์ที่ใหม่โดยสิ้นเชิงใดๆก็ตาม  สามัญสำนึก  โดยทั่วไปแล้วเป็นเครื่องนำทางที่ ____________)

(a)   the most

(b)  most

(c)  the best (ดีที่สุด)

(d)  a best

ตอบข้อ (c)  (ดูรายละเอียดการใช้การเปรียบเทียบ “ขั้นสูงสุด” (Superlative degree) ใน หมวดข้อสอบ TOEIC ตอนที่ ๘ ข้อ ๑๗)

8. ___________, the runner has the best chance to win the race.

(_____________ นักวิ่งมีโอกาสดีที่สุดที่จะชนะการแข่งขัน)

(a) Because of he is agile and fast (ใช้ได้ถ้าแก้เป็น “Because he……..”)

(b) Because his agility and speed (ใช้ได้ถ้าแก้เป็น “Because of his….. )

(c) Due to his agility and speed (เนื่องมาจากความปราดเปรียงและรวดเร็วของเขา)

(e)   Because agile and rapid

ตอบข้อ (c) เนื่องจากเป็นเพียงข้อเดียวที่ถูกหลักไวยากรณ์ กล่าวคือ “Due to (because of) +  วลีหรือคำนามส่วน  “Because + subject + verb” เช่น

     - Due to (Because of) the heavy rain, he did not go out.

(= Because it rained heavily, he did not go out.)

(เพราะว่าฝนตกหนัก  เขาเลยไม่ออกไปข้างนอก)

    - Due to (Because of) the hot weather, we turned on an electric fan.

(= Because the weather was hot, we turned on an electric fan.)

(เพราะว่าอากาศร้อน  เราเลยเปิดพัดลม)

9. The driver _________ had an accident, but avoided it by putting on the brake immediately.

(คนขับรถ ___________ ประสบอุบัติเหตุ  แต่หลีกเลี่ยงมันโดยการเหยียบเบรคโดยทันทีทันใด)

(a) already (แล้ว)

(b) is close to (ใกล้ – ใช้กับระยะทาง)

(c) near (ใกล้ – ใช้กับระยะทาง)

(d) nearly (เกือบจะ)

ตอบข้อ (d) เนื่องจากได้ใจความดีที่สุด

10. Her financial ___________ in recent years is leading her to start new enterprise.

(_____________ ทางการเงินของเธอในช่วงปีที่ผ่านๆมา  กำลังนำเธอไปสู่การเริ่มต้นธุรกิจใหม่)

(a) succeed (สำเร็จ – เป็นคำกริยา)

(b) successful (ที่ประสบความสำเร็จ – เป็นคำคุณศัพท์)

(c) success (ความสำเร็จ – เป็นคำนาม)

(d) successor (ผู้สืบทอดตำแหน่งหรืออำนาจ)

ตอบข้อ (c) เนื่องจากเป็นประธานของประโยค จึงต้องเป็นคำนาม  โดยมี “Her financial” มาขยาย

11. As a business rule, accounts overdue 30 days and over will ______ a penalty fee.

(ตามกฎข้อบังคับทางธุรกิจ  บัญชีที่ค้างชำระ ๓๐ วัน และเกินนั้น  จะ ___________ ค่าปรับ – หรือค่าธรรมเนียมที่เป็นการลงโทษ)

(a)   charge

(b)  have charged

(c)  be charged (ถูกชาร์จหรือคิดเงิน)

(d)  be charging

ตอบข้อ (c) เนื่องจากต้องอยู่ในรูป “Passive voice”  (ดูเพิ่มเติมการใช้รูป Passive voice” ของ “will, would, shall, should”  ในหมวดข้อสอบ TOEIC ตอนที่ ๖ ข้อ ๑๐)

12. Despite his __________ appearance, Mr. Robert Smith is actually a very warm and friendly person.

(ทั้งๆที่ลักษณะท่าทาง ____________ ของเขา  มิสเตอร์โรเบิร์ต สมิธ  จริงๆแล้วเป็นบุคคลที่อบอุ่นและเป็นมิตรอย่างยิ่ง)

(a) pleasant (ร่าเริง, พอใจ, ยินดี)

(b) amicable (มีอัธยาศัยไมตรี)

(c) serious (เคร่งขรึม, ขรึม, เอาจริงเอาจัง)

(d) kind (ใจดี, กรุณา)

ตอบข้อ (c) เพราะได้ใจความดีที่สุด

13. It is possible __________ a lot of money for only a small computer.

(มันเป็นไปได้ที่จะ ____________ เงินจำนวนมาก  สำหรับคอม พิวเตอร์เครื่องเล็กๆแค่นั้น)

(a) to be spent

(b) spending

(c) to be spending

(d) to spend (ใช้จ่าย)

ตอบข้อ (d) (ดูคำอธิบายในข้อ ๖ ของข้อสอบชุดนี้)

14. __________ she and her family visit Thailand, they stay at the Dusit Thani Hotel.

(_____________ เธอและครอบครัวมาเที่ยวเมืองไทย  พวกเขาจะพักที่โรงแรมดุสิตธานี)

(a)   As soon as (ในทันทีที่)

(b)  Although (แม้ว่า)

(c)  Whenever (เมื่อใดก็ตาม)

(d)  Because (เพราะว่า)

ตอบข้อ (c) เนื่องจากได้ใจความดีที่สุด

15. Only a few employees in Bangkok Insurance Public Company Limited received ___________ this year.

(พนักงานเพียงไม่กี่คนเท่านั้นในบริษัทกรุงเทพประกันภัยฯ  ได้รับ _____________ ในปีนี้)

(a) promotion (การเลื่อนชั้นเลื่อนตำแหน่ง)

(b) responsibility (ความรับผิดชอบ)

(c) salary (เงินเดือน)

(d) presentation (การนำเสนอ)

ตอบ – ข้อ (a) เนื่องจากได้ใจความดีที่สุด

16. Both small and large companies were asked to send a _________ to the meeting.

(ทั้งบริษัทเล็กและใหญ่  ได้รับการขอร้องให้ส่ง ___________  มายังการประชุม)

(a)   commodity (สินค้า)

(b)  worker (คนงาน)

(c)   competitor (คู่แข่ง, ผู้เข้าแข่งขัน)

(d)  representative (ผู้แทน)

ตอบข้อ (d) เนื่องจากได้ใจความดีที่สุด

หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 24)

Part V : Sentence Completion (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

1. This is the site ___________________.

(นี่เป็นสถานที่ (ทำเลที่ตั้ง) ____________________ )

(a) which the university plans to build a new office

(b) where the university plans to build a new office (ซึ่งมหาวิทยา     ลัยวางแผนที่จะสร้างสำนักงานแห่งใหม่)

(c) in that the university plans to build a new office

(d) the university plans to build a new office

ตอบข้อ (b) เนื่องจากขยายสถานที่ (site)  จึงต้องใช้ “where”  หรือ “in which” หรือ which the………………..office in” ส่วนข้อ (c) “in that”  ไม่มีการใช้รูปนี้

2. ___________ were sold before the end of the month.

( _______________ ถูกขายไปก่อนสิ้นเดือน)

(a) A large amount of products

(b) Much of the products

(c) Many of the products (ผลิตภัณฑ์จำนวนมาก)

(d) A great deal of products

ตอบข้อ (c) เนื่องจากต้องใช้ “Many” กับคำนามนับได้ พหูพจน์ (products)  ส่วน “A large amount, Much, A great deal” ล้วนแต่ใช้กับนามนับไม่ได้ (และเป็นเอกพจน์เสมอ)

3. The researchers wanted to ensure that experiment was carefully _______.

(นักวิจัยต้องการให้ความมั่นใจว่า  การทดลองได้รับการ _________ อย่างระมัดระวัง)

(a)   control

(b)  controls

(c)   controlling

(d)  controlled (ควบคุม)

ตอบข้อ (d) เนื่องจากต้องอยู่ในรูป “passive voice” (subject + verb to be +verb 3) (experiment was …….controlled) เพราะการทดลอง “ได้รับการควบคุม” หรือ “ถูกควบคุม

4. Fog has always been __________ hazards to car driving during winter.

(หมอกได้เป็นอันตราย ______________ ต่อการขับรถยนต์โดยเสมอมา  ในระหว่างหน้าหนาว)

(a) the greatest ones

(b) ones greatest

(c) the greatest of ones

(d) one of the greatest (มากที่สุดอย่างหนึ่ง)

ตอบข้อ (d) เนื่องจากเป็นการเปรียบเทียบ “ขั้นสุด” (superlative degree)  ในโครงสร้าง “one of the + adjective (ขั้นสูงสุด)  + noun (พหูพจน์) (ดูเพิ่มเติมโครงสร้างแบบนี้ใน หมวดข้อสอบ TOEIC ตอนที่ ๘ ข้อ ๑๗ – ข้อ ๔ ย่อย)

5. The car rent business was run quite __________.

(ธุรกิจรถเช่าถูกดำเนินไป _________________มากทีเดียว)

(a) profit (กำไร)

(b) profiting

(c) profitably (อย่างมีกำไร)

(d) profiteer (ผู้เอากำไรเกินควร, พ่อค้าหน้าเลือด, เอากำไรเกินควร, ขูดรีดกำไรเกินควร)

ตอบข้อ (c) เนื่องจากขยายกริยา (was run) จึงต้องอยู่ในรูปกริยาวิเศษณ์ (adverb)

6. It took five men to carry the tree, which was ______________ than a three-story building.

(มันใช้ผู้ชาย ๕ คนเพื่อแบกต้นไม้นั้น ซึ่ง ______________อาคารสูง ๓ ชั้น)

(a)    more taller

(b)   taller (สูงกว่า)

(c)    as tall

(d)   the tallest

ตอบข้อ (b) เนื่องจากเป็นการเปรียบเทียบ “ขั้นกว่า” (comparative degree)  (ดูเพิ่มเติมการเปรียบเทียบแบบนี้ใน หมวดข้อสอบ TOEIC ตอนที่ ๔ ข้อ ๓ และ ตอนที่ ๘ ข้อ ๕)

7. The supervisors could have prevented this problem _____________ it beforehand.

(ผู้ควบคุมงานคงสามารถที่จะป้องกันปัญหานี้ได้ ____________ มัน (ปัญหา) ล่วงหน้า)

(a)  if they knew

(b)   had they known (ถ้าพวกเขาได้ทราบ)

(c)    if had they known

(d)   whether

ตอบข้อ (b) เนื่องจากเป็น “If clause” แบบที่ ๓ คือการสมมติในอดีตที่มิได้เกิดขึ้นจริง  หรือเกิดตรงข้ามกับข้อความในประโยค ดังเช่นประโยคข้างต้น  ความหมายคือ “ผู้คุมงานไม่สามารถป้องกันปัญหาได้ เนื่องจากไม่ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ เรื่องนี้เป็นเหตุการณ์ในอดีตที่ผ่านมาแล้ว แต่มาสมมติย้อนหลัง สำหรับข้อความ  had they known” ผันมาจาก “if they had known” ซึ่งโครงสร้างทั้ง ๒ แบบนี้สามารถใช้แทนกันได้ โดยมีความหมายเหมือนกันทุกประการ และสามารถนำมาขึ้นต้นประโยคเหมือนกับ “If clause” ได้ เช่นเดียวกัน ดังตัวอย่าง

    - Had they known it beforehand, the supervisors could have prevented this problem.

    - (= If they had known it beforehand, the supervisors could have prevented this problem.)

    - If he had studied harder last semester, he would have passed the exam. (ถ้าเขาได้ขยันเรียนมากขึ้นเมื่อเทอมที่แล้ว  เขาคงสอบผ่านไปแล้ว – แต่ความจริงคือ  เขามิได้ขยันเรียน  เขาเลยสอบตก)

      (= Had he studied harder last semester, he would have passed the exam.) 

    - She would have married him if he had proposed her.

      (= She would have married him had he proposed her.)

(เธอคงจะได้แต่งงานกับเขาไปแล้ว  ถ้าเขาได้ขอแต่งงานกับเธอ – แต่ความจริงคือ  เธอมิได้แต่งงานกับเขา  เพราะว่าเขาไม่ได้ขอแต่งเธอ)

(ดูเพิ่มเติม “If clause” แบบที่ ๓ ในหมวดข้อสอบ TOEIC ตอนที่ ๔ ข้อ ๑ และ ตอนที่ ๑๗ ข้อ ๒)

8. Because Mr. Thomson worked only a month, the personnel director would not write a recommendation for him even if he ____________.

(เพราะว่ามิสเตอร์ธอมสันทำงาน (กับบริษัท) แค่เพียงเดือนเดียว  ผู้อำนวยการฝ่ายบุคคลจะไม่เขียนหนังสือรับรองให้เขา  ถึงแม้ว่าเขา ________________)

(a) could ask

(b) asks

(c) asked (ร้องขอ)

(d) will ask

ตอบข้อ (c) เนื่องจากเป็นกริยาในประโยคย่อย (even if he asked) จึงต้องใช้ Tense” ให้สอดคล้องกับกริยาในประโยคใหญ่ (would not write)

9. If ____________ enough interest, the proposed flexible work schedule will be implemented.

(ถ้า ________________  ความสนใจพอ  กำหนดเวลาทำงานแบบยืดหยุ่นที่ถูกเสนอ  จะได้รับการปฏิบัติ – คือเอามาใช้จริงๆ)

(a) there be

(b) there will be

(c) there are

(d) there is (มี)

ตอบข้อ (d) เนื่องจากเป็น “If clause” แบบที่ ๑  กล่าวคือ ใน “If clause” ใช้รูป  Present simple tense” ส่วนใน “Main clause” ใช้รูป “Future tense”  (ดูเพิ่มเติมการใช้ “If clause” แบบที่ ๑ ใน หมวดข้อสอบ TOEIC ตอนที่ ๖ ข้อ ๓๓)

10. Relief organizations have contributed _____________ money to farm in Africa.

(องค์กรบรรเทาทุกข์ได้ให้ (มีส่วนช่วยเหลือ) __________ เงินแก่ไร่นาในทวีปแอฟริกา)

(a)   both time and (ทั้งเวลาและ)

(b)   neither and

(c)    time but

(d)   time nor

ตอบข้อ (a) เนื่องจากเป็นการใช้คำคู่ (ดูเพิ่มเติมการใช้คำคู่ “Both…..and, Neither……….nor, either……….or, not only………but also” ในหมวดข้อสอบ TOEIC ตอนที่ ๓ ข้อ ๑๐)

11. The Olympic judges thought the contestants ran the race _________.

(กรรมการกีฬาโอลิมปิคคิดว่า  ผู้เข้าแข่งขันวิ่งแข่ง __________)

(a) easily and good

(b) easily nor well

(c) easily and well (อย่างง่ายดายและดี)

(d) easy and good

ตอบข้อ (c) เนื่องจากขยายคำกริยา “ran” จึงต้องอยู่ในรูปกริยาวิเศษณ์ (Adverb)

12. The fruit delivered directly from the orchard was _______ also delicious.

(ผลไม้ซึ่งส่งโดยตรงมาจากสวนผลไม้ _____________ อร่อยด้วย)

(a)    not only ripe and

(b)   not only ripe but (ไม่เพียงแต่สุกแต่ยัง)

(c)    only ripe

(d)   as ripe as but

ตอบข้อ (b) เนื่องจากเป็นการใช้คำคู่ (ดูเพิ่มเติมการใช้คำคู่ใน หมวดข้อสอบ TOEIC ตอนที่ ๓ ข้อ ๑๐)

13. The main sport at the college are ____________, and baseball.

(กีฬาหลักที่มหาวิทยาลัยคือ ________________ และเบสบอล)

(a) archery, to ride

(b) archery, ride

(c) archery and ride

(d) archery, riding (การยิงธนู, การขี่จักรยาน)

ตอบข้อ (d) เนื่องจากนิยมใช้ “Gerund” (riding) มากกว่า “Infinitive with to” (to ride) (ข้อ “a”)  และใช้ “and” เชื่อมกิจกรรมคู่สุดท้าย (riding, baseball)

14. The Empire State Building is quite tall, _____________ the World Trade Center.

(ตึกเอ็มไพร์สเตทสูงมากทีเดียว _________ อาคารเวิลเทรดเซนเตอร์

(a)    and as is

(b)   and so is (และ..............(อาคารเวิลเทรดฯ)............ก็เช่นเดียวกัน)

(c)    and so has

(d)   more than

ตอบข้อ (b) เนื่องจากเป็นการใช้ข้อความที่คล้อยตามกันในรูปประโยคบอกเล่า  (ดูเพิ่มเติมการใช้โครงสร้างแบบนี้ (so do I,  so is she,  so have they)  ใน หมวดข้อสอบ Error Detection ตอนที่ ๓ ข้อ ๑๗)

15. The physician considers going to bed early to be more sensible _________ .

(แพทย์เห็นว่าการเข้านอนแต่หัวค่ำ  ฉลาดกว่า__________)

(a)    than stay up late

(b)   than to stay up late

(c)    than staying up lately

(d)   than staying up late (การตื่นอยู่จนดึก)

ตอบข้อ (d) เนื่องจากต้องใช้คำให้สมดุลกัน คือ “going to bed”  และ “staying up late” คือใช้รูป Gerund (verb + ing) ทั้ง ๒ ข้อความ สำหรับ “lately หมายถึง “หมู่นี้, เมื่อเร็วๆมานี้” ส่วน “late” เป็นได้ทั้งคำคุณศัพท์ (Adjective) และกริยาวิเศษณ์ (Adverb) หมายถึง “ดึก หรือ สาย

16. The doctor sat _____________ to the exit in case he had to leave early.

(หมอนั่ง ______________ ทางออก  เผื่อว่า (ในกรณีที่) เขาจำเป็นต้องออกจากห้องก่อน – จบรายการ)

(a) out

(b) up

(c) next (ถัดจาก – “next to”)

(d) through

ตอบข้อ (c) เนื่องจากได้ความหมายดีที่สุด

17. The bird flew _____________ the treetops.

(นกบิน _______________ ยอดไม้)

(a) opposite (ตรงข้าม)

(b) with

(c) up

(d) over (เหนือ)

ตอบข้อ (d) เนื่องจากได้ความหมายดีที่สุด

18. In this region, the harvest season occurs ____________ mid-June.

(ในภูมิภาคนี้  ฤดูกาลเก็บเกี่ยวเกิดขึ้น ______________ กลางเดือนมิถุนายน)

(a) on

(b) in (ใน)

(c) from

(d) until

ตอบข้อ (b) เนื่องจากต้องใช้ “in” กับ “เดือน” (ดูรายละเอียดการใช้ “IN” ใน หมวดข้อสอบ TOEIC ตอนที่ ๑๐ ข้อ ๑๗)

19. The jaws of the shark were so huge that we estimated a small craft could be damaged if ___________ had the misfortune to encounter the beast in the ocean.

(กรามของปลาฉลามใหญ่มากจนกระทั่ง  เราคาดการณ์ว่าเรือขนาดเล็กอาจได้รับความเสียหาย  ถ้า ______________ โชคไม่ดีที่ไปเจอกับเจ้าสัตว์ร้ายนี้ในมหาสมุทร)

(a)  he

(b)   it (มัน – หมายถึง เรือขนาดเล็ก)

(c)    you

(d)   they

ตอบข้อ (b) เนื่องจากเป็นสรรพนามแทนเรือขนาดเล็ก ๑ ลำ)

20. We hoped ____________ being at the party would help make other guests more pleased and enjoyable.

(เราหวังว่าการไปอยู่ที่งานเลี้ยง _______________ จะช่วยทำให้แขกคนอื่นๆ  มีความยินดีและสนุกสนานมากยิ่งขึ้น)

(a) he

(b) him

(c) his (ของเขา)

(d) himself

ตอบข้อ (c) เนื่องจากเป็นการใช้การแสดงความเป็นเจ้าของ ร่วมกับการใช้ Gerund” (Verb + ing) (ดูเพิ่มเติมเรื่องนี้ในหมวดข้อสอบ TOEIC ตอนที่ ๑๙ ข้อ ๗ (ข้อ ๗ ย่อย) – แบบฝึกหัดเลือกคำเติมประโยคให้สมบูรณ์ ในตอนท้ายข้อสอบ)

21. The hot day was remarkable for its ______________.

(วันที่ร้อนนี้น่าสังเกตในเรื่อง _______________ ของมัน)

(a) heat (ความร้อน)

(b) humidity (ความชื้น)

(c) scorching temperature (อุณหภูมิที่ทำให้ไหม้เกรียม)

(d) warmth (ความอบอุ่น)

ตอบข้อ (c) เนื่องจากได้ใจความดีที่สุด สำหรับข้อ (a) และ (d)  เป็นการกล่าวซ้ำกับข้อความ “hot day” ส่วนข้อ (b) ก็เป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่า  อากาศร้อนมักมีความชื้นด้วย

22. Even though I was afraid before I began speaking, my voice was hearty and ____________.

(แม้ว่าผมจะกลัวก่อนผมเริ่มต้นพูด  เสียงของผมร่าเริง (หรือเข้มแข็ง) และ _______________ )

(a) vigorous (แข็งแรง, มีพลัง, กระฉับกระเฉง)

(b) dynamic (เคลื่อนที่ได้, มีพลัง, ปราดเปรียว)

(c) energetic (มีพลัง, มีกำลังวังชา, ขะมักเขม้น, ชอบทำงาน)

(d) clear (ชัดถ้อยชัดคำ, ชัดเจน, เข้าใจได้ง่าย)

ตอบข้อ (d) เนื่องจากได้ใจความดีที่สุด

23. The editorial staff _____________ and finished the first draft.

(พวกสตาฟบรรณาธิการ _______________ และทำร่างแรก (ของบทความ, หนังสือ, รายงานประจำปี, ฯลฯ) เสร็จสิ้น)

(a) terminated (ยุติ, จบสิ้น, สิ้นสุด, ทำให้จบสิ้น, ยกเลิก)

(b) ended (สิ้นสุด, ยุติ, ยกเลิก, ฆ่า, ทำลาย)

(c) completed (ทำให้สมบูรณ์)

(d) corrected (แก้ไขให้ถูกต้อง)

ตอบข้อ (d) เนื่องจากได้ใจความดีที่สุด  ส่วนข้ออื่นมีใจความซ้ำกับคำว่า finished”  จึงไม่ควรใช้

24. Peter borrows from and _____________ his friends.

(ปีเตอร์ยืมเงินจาก  และ ________________ เพื่อนของเขา)

(a) uses the credit of (ใช้สินเชื่อของ)

(b) takes loans from (กู้เงินจาก)

(c) then repays (ต่อจากนั้น ใช้เงินคืน)

(d) is in debt to (เป็นหนี้กับ)

ตอบ – ข้อ (c) เนื่องจากได้ใจความดีที่สุด  ส่วนข้ออื่น เป็นการใช้ข้อความซ้ำกับ borrows from” (ยืมเงินจาก)

25. East Liverpool, Ohio, _____________ the pottery capital of the United States.

(เมืองลิเวอร์พูลตะวันออก รัฐโอไฮโอ _______________ เมืองหลวงเครื่องปั้นดินเผาของสหรัฐฯ)

(a) to call

(b) and called

(c) is called (ถูกเรียกว่า)

(d) calling

ตอบข้อ (c) เนื่องจากต้องอยู่ในรูป “Passive voice” เพราะ “เมืองลิเวอร์พูลตะวันออก” (ประธานของประโยค) เป็นผู้ถูกกระทำ คือ “ถูกเรียก

26. True hibernation takes place only among ____________ animals.

(การจำศีลหน้าหนาวของสัตว์อย่างแท้จริง  เกิดขึ้นเฉพาะในบรรดาสัตว์ __________ )

(a) whose blood is warm (ซึ่งเลือดของมันอุ่น)

(b) warm-blooded (เลือดอุ่น)

(c) warm blood

(d) they have warm blood (พวกมันมีเลือดอุ่น)

ตอบข้อ (b) เนื่องจากมีโครงสร้างเป็น (Compound adjective) คือ คำ ๒ คำ ที่รวมกันเป็นคุณศัพท์ (Adjective) คำเดียว จะต้องมีขีด ( - ) คั่นกลางเสมอ  และเป็นกรณีเดียวที่สามารถเติม “ed” หลังคำนามได้  ตัวอย่าง เช่น

         - a shame-faced look – ท่าทางเสียใจเพราะความละอาย

         - an absent-minded man – คนใจลอย

         - a short-sighted girl – เด็กหญิงสายตาสั้น หรือไม่มีวิสัยทัศน์

         - a black-haired boy – เด็กชายผมดำ

         - a cold-blooded animal – สัตว์เลือดเย็น

         - a long-sighted woman – ผู้หญิงสายตายาว หรือมีวิสัยทัศน์

         - a long-legged man – ผู้ชายขายาว

         - a big-headed boy – เด็กหัวโต

         - a far-sighted person – คนสายตายาว หรือมีวิสัยทัศน์

         - a round-eared girl – เด็กผู้หญิงหูกลม

27. Like other women _____________ in the field of medicine, Sara Mayo found the beginning years difficult.

(เหมือนกับผู้หญิงคนอื่นๆ ______________ ในสาขาการแพทย์  ซาร่า เมโย  พบว่าปีแรกๆ (ของอาชีพนี้) มีความยากลำบาก)

(a) who they pioneered

(b) they pioneered

(c) who pioneered (ผู้ซึ่งบุกเบิก)

(d) pioneered (บุกเบิก)

ตอบข้อ (c) เนื่องจากเป็นอนุประโยค (Adjective clause) (who pioneered in the field of medicine) ที่ขยายคำนามที่เป็นบุคคล (women)  และเป็นประธานของอนุประโยคด้วย จึงต้องนำหน้าด้วย “who” หรือ “that” (ดูเพิ่มเติมการใช้ “who” และ “whose” ใน หมวดข้อสอบ TOEIC ตอนที่ ๘ ข้อ ๓๕ และดู  whom” ในหมวดข้อสอบ TOEIC ตอนที่ ๑๐ ข้อ ๓๙)

28. Perhaps the primary_____________ of adult education was industrialization, which accelerated the pace of socioeconomic change.

(บางที ______________ ที่สำคัญของการศึกษาผู้ใหญ่  คือการทำ (ประเทศ) ให้เป็นอุตสาหกรรม  ซึ่งเร่งรัดย่างก้าวของการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม)

(a) cause was growing

(b) causes growth

(c) caused the growing

(d) cause of the growth (สาเหตุของการเจริญเติบโต)

ตอบข้อ (d) เนื่องจากเป็นการเรียงคำที่ถูกต้อง  ทั้งนี้ “cause” ต้องเป็นคำนาม เพราะมี “the primary” ขยายอยู่ข้างหน้า  และ “of the growth” ต้องขยายข้างหลัง “cause” เพราะหมายถึง “สาเหตุของการเจริญเติบโต

29. Every year Canadian _____________ about 75 percent of their exports to the United States.

(ทุกๆปี ___________ ประมาณ ๗๕ เปอร์เซ็นต์ของสินค้าออก (ทั้งหมด) ของตน  ไปยังสหรัฐฯ)

(a) businesses that sell

(b) businesses sell {ธุรกิจ (แคนาดา) ขาย}

(c) selling businesses

(d) that sell businesses

ตอบข้อ (b) เนื่องจาก “Canadian businesses” เป็นประธานของประโยค  โดยมี “sell” (ขาย) เป็นกริยาแท้ของประโยค (ประโยคมีกริยาเพียงตัวเดียว)

30. When water freezes in the cracks of rocks, ____________ expands, causing the rocks to break apart.

(เมื่อน้ำแข็งตัวในรอยแตก-รอยแยกของหิน _______________ จะขยายตัว  เป็นเหตุให้หินแตก-แยกออกจากกัน)

(a) they

(b) it (มัน)

(c) and

(d) then

ตอบข้อ (b) เนื่องจากเป็นคำสรรพนามแทน “น้ำ” ซึ่งเป็นคำเอกพจน์

31. You should cut down on your smoking.  This is the tenth cigarette you _____________ in the last three hours.

(คุณควรลดการสูบบุหรี่ของคุณลง  นี่เป็นบุหรี่มวนที่ ๑๐ ที่คุณ ____________ ในช่วง ๓ ชั่วโมงที่ผ่านมา)

(a)    smoked

(b)   have smoked {ได้สูบ (บุหรี่)}

(c)    had smoked

(d)   are smoking

ตอบข้อ (b) เนื่องจากต้องเป็น “Present perfect tense” {subject + has (have) + verb 3} เพื่อให้สอดคล้องกับกริยา “is” (Present simple tense) ในประโยคใหญ่  และมีข้อความ “This is the tenth cigarette……..” (ดูเพิ่มเติมการใช้ “Present perfect continuous” หรือ “Present perfect” ในหมวดข้อสอบ TOEIC ตอนที่ ๒ ข้อ ๓๖)

32. This is the first time I ______________ such a formal letter.

(นี่เป็นครั้งแรกที่ผม _______________ จดหมายที่เป็นทางการอย่างมาก)

(a) write

(b) wrote

(c) will write

(d) have written (ได้เขียน)

ตอบข้อ (d) เนื่องจากมีข้อความ “This is the first time” (ดูเพิ่มเติมการใช้  Present perfect continuous” หรือ “Present perfect” ใน หมวดข้อสอบ  TOEIC ตอนที่ ๒ ข้อ ๓๖)

33. The advertisements on the front part of a newspaper ______ usually the most expensive.

(การโฆษณาในส่วนหน้าของหนังสือพิมพ์ __________ (ส่วนที่) โดยปกติจะแพงที่สุด)

(a)    is

(b)   are (เป็น)

(c)    has been

(d)   have been

ตอบข้อ (b) เนื่องจากประธานของประโยคเป็นพหูพจน์ “The advertisements” โดยมี “on the front part of a newspaper” เป็นส่วนขยายประธาน  และต้องใช้กริยา “are” (Present simple tense) เพราะข้อความในประโยคเป็นข้อเท็จจริง  โดยมีคำว่า “usually” (โดยปกติ, เสมอ) แสดงถึงการเกิดขึ้นเป็นประจำ  สม่ำเสมอ

หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 23)

Product Development (การพัฒนาผลิตภัณฑ์)

1.  anxious (a) – วิตกกังวล, ห่วงใย

(a)  She is anxious about the test results.

       (เธอวิตกกังวลเกี่ยวกับผลการทดสอบ)

(b)   The developers were anxious about the sales forecast for the new product.

       (ผู้พัฒนา (ผลิตภัณฑ์) วิตกเกี่ยวกับการทำนายการขาย  สำหรับผลิตภัณฑ์ตัวใหม่)

2. anxiety (n) ความวิตกกังวล, ความห่วงใย

(a) We were filled with anxiety because the boys had not returned from their caving expedition.  

      (เราเต็มไปด้วยความวิตกกังวล  เพราะว่าพวกเด็กๆยังไม่กลับจากการเดินทางสำรวจถ้ำ)

(b) The staffs have anxieties about unemployment.

     (บรรดาพนักงานมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับการว่างงาน)

3. ascertain (v) – ค้นคว้า, สืบหา, ทำให้แน่ใจหรือชัดเจน

(a) A customer survey will help to ascertain whether there is a market for the product.

     (การสำรวจลูกค้าจะช่วยทำให้แน่ใจ  ว่ามีตลาดสำหรับผลิตภัณฑ์หรือไม่)

(b) It was difficult to ascertain the true facts.

      (มันยากที่จะสืบหาข้อเท็จจริงที่แท้)

(c) We ascertained that his first name was Robert.

      (เราสืบหาว่าชื่อแรกของเขาคือโรเบิร์ต)

4. assume (v) – สันนิษฐาน, สมมติ, นึกเอาเอง, ทึกทักเอา, เข้ารับตำแหน่ง-ความรับผิดชอบ

(a) The young man felt ready to assume the new responsibilities of his promotion.

     (ชายหนุ่มรู้สึกพร้อมที่จะเข้ารับความรับผิดชอบใหม่จากการได้เลื่อนตำแหน่งของเขา)

(b) You should not assume that all your colleagues like your style of working.   

     (คุณไม่ควรจะนึกเอาเองว่า  เพื่อนร่วมงานของคุณทุกคนชอบสไตล์การทำงานของคุณ)

(c) They assume that they will win the match.

      (พวกเขาสันนิษฐานว่าจะชนะการแข่งขัน)

(d)  Your argument is based on an assumption and not on fact.

     (การให้เหตุผลของคุณ  ตั้งอยู่บนข้อสมมติฐาน และมิใช่ (ตั้งอยู่บน) ข้อเท็จจริง)

5. decade (n) – ช่วงเวลา ๑๐ ปี, ทศวรรษ

(a) Each decade seems to have its own fad products.

     (แต่ละทศวรรษดูเหมือนว่าจะมีผลิตภัณฑ์ที่เป็นนิยมเพียงชั่วครู่ชั่วยามของมันเอง)

(b) After a decade of trying, the company finally succeeded in its business.

     (หลังจากพยายามมา ๑๐ ปี  ในที่สุดบริษัทก็ประสบความสำเร็จในธุรกิจของตน)

(c) We experienced a great economic and social change in the first decade of the 21th century.

      (เราประสบกับความเปลี่ยนแปลงอย่างมากมาย  ทางเศรษฐกิจและสังคม  ในทศวรรษแรกของศตวรรษที่ ๒๑)

6. examine (v) – ตรวจ, ตรวจสอบ, พิจารณาอย่างละเอียด, ซักถาม

(a) Police will examine the scene of the crime for clues.

      (ตำรวจจะตรวจสอบสถานที่เกิดอาชญากรรม  เพื่อหาร่องรอย-เบาะแส)

(b) Before marketing a new product, researchers must carefully examine it from every aspect.

      (ก่อนจะวางตลาดผลิตภัณฑ์ตัวใหม่  นักวิจัยจะต้องตรวจสอบ (พิจารณา) มันอย่างรอบคอบในทุกแง่ทุกมุม)

(c) A thorough medical examination is advisable.

      (ขอแนะนำให้มีการตรวจสอบทางการแพทย์อย่างละเอียดถี่ถ้วน)

7. experiment (v – n) – ทำการทดลอง, การทดลอง

(a) We conducted an experiment in the laboratory.

       (เราทำการทดลองในห้องปฎิบัติการ)

(b)  I’m going to experiment with another washing powder, the one I’m using doesn’t get the grime out.

       (ผมจะทดลองกับผงซักฟอกอีกชนิดหนึ่งชนิดที่ผมกำลังใช้อยู่ไม่สามารถกำจัดสิ่งสกปรกออกไปได้)

8. logical (a) – สมเหตุสมผล, เป็นไปตามหลักเหตุผล

(a) Scientist seek a logical explanation for natural phenomena.

      (นักวิทยาศาสตร์แสวงหาคำอธิบายที่สมเหตุสมผลสำหรับปรากฏการณ์ธรรมชาติ)

(b) It is illogical to expect a small child to behave like an adult.

      (มันไม่สมเหตุสมผล  ที่จะคาดหวังให้เด็กเล็กๆประพฤติตัวเหมือนกับผู้ใหญ่)

(c) It seems logical that one of them is lying.

      (มันดูสมเหตุผลที่ว่าคนหนึ่งในบรรดาคนเหล่านั้นกำลังพูดโกหก)

9. research (n - v) – การวิจัย, วิจัย

(a) For toy manufacturers, research can be pure fun.

      (สำหรับผู้ผลิตของเล่น  การวิจัยสามารถเป็นความสนุกสนานล้วนๆ)

(b) She is doing some research at the library for her thesis.

     (เธอกำลังทำการวิจัยในห้องสมุดเพื่อวิทยานิพนธ์ของเธอ)

(c) Medical research has been carried out to seek cures for a variety of diseases.

      (การวิจัยทางการแพทย์ได้ถูกทำขึ้นเพื่อแสวงหาวิธีรักษาโรคหลายชนิด)

(d) The historical background of the city has been very carefully researched.

      (ภูมิหลังทางประวัติศาสตร์ของเมือง  ได้รับการวิจัยอย่างรอบคอบมาก)

(e) I spent some time researching abroad.

     (ผมใช้เวลาระยะหนึ่งทำการวิจัยในต่างประเทศ)

10. responsibility (n) – ความรับผิดชอบ

(a) The company accepted responsibility for the injury done by its defective product.

      (บริษัทยอมรับความรับผิดชอบ  สำหรับการบาดเจ็บที่เกิดจากผลิตภัณฑ์ที่มีข้อบกพร่องของบริษัท)

(b) You can’t have the privileges of citizenship without the responsibilities.

      (คุณไม่สามารถมีสิทธิพิเศษของความเป็นพลเมือง  โดยปราศจากความรับผิดชอบ – คือเมื่อเป็นพลเมืองของประเทสใด  ก็ต้องมีทั้งสิทธิและความรับผิดชอบหรือหน้าที่  ควบคู่กันไปด้วย)

11. solve (v) – แก้ปัญหา, หาวิธีแก้ปัญหา  คำอธิบาย  หรือคำตอบ

(a) The police do their best to solve crimes.

     (ตำรวจทำดีที่สุด  เพื่อที่จะแก้ปัญหาอาชญากรรม)

(b) One biggest problem to solve is why the traffic jam has never ended.

      (ปัญหาใหญ่ที่สุดอันหนึ่งที่จะแก้ไข  คือ  ทำไมการจราจรที่ติดขัดไม่เคยจบสิ้นไปเสียที)

12. supervisor (n) – ผู้ควบคุมงาน, ผู้ให้คำแนะนำ, ผู้บริหารผู้รับผิดชอบ

(a) A good supervisor gets his team to work with him, not just for him.

      (ผู้ควบคุมงานที่ดีให้ทีมงานทำงานร่วมกับเขา  มิใช่เพียงแต่ทำเพื่อเขา)

(b) His supervisor encouraged him to work more effectively.

(ผู้ควบคุมงานของเขาให้กำลังใจเขา  ให้ทำงานมีประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น)

13. systematic (a) – เป็นระบบ, มีระเบียบแบบแผน

(a) While creative thinking is necessary, a systematic analysis of the problem is indispensable.

      (ในขณะที่การคิดอย่างสร้างสรรค์เป็นสิ่งจำเป็น  การวิเคราะห์ปัญหาอย่างเป็นระบบ  เป็นสิ่งที่จะขาดเสียมิได้)

(b) A systematic worker is typically more efficient.

(คนทำงานเป็นระบบ  โดยทั่วไปแล้วมีประสิทธิภาพมากกว่า – คนที่ทำงานไม่เป็นระบบ)

     anxious             decade               logical               solve

     ascertain          examining         researched      supervisor

     assume             experiments    responsible      systematic

     inside out          illogical              existed              unsolved

     thoroughly        sit back

 

          Michael was worried about his promotion.  He needn’t have been (1) anxious though.  He has worked in the Product Development Division for nine and a half years, almost a (2) decade.  He knew the department (3) inside outNow, however, he would be the director.  As a member of the department, he had only to do what his (4) supervisor told him.  As the director, he would be the person (5) responsible for the success of his department.  Fears are not always (6) logical; in fact, they are often (7) illogical.

(คำแปล)      ไมเคิลวิตกเกี่ยวกับการเลื่อนตำแหน่งของเขา  แม้กระนั้นก็ตาม  เขาไม่จำเป็นต้อง (๑)  วิตกเลย  (เพราะในเวลาต่อมาเขาก็ได้เลื่อนเป็น  ผอ. ฝ่าย)  เขาได้ทำงานในแผนกพัฒนาผลิตภัณฑ์เป็นเวลา ๙ ปีครึ่ง – เกือบ ๑  (๒)  ทศวรรษ  เขารู้จักฝ่ายฯ (ที่กำกับดูแลแผนกที่เขาทำงาน)  (๓)  อย่างทะลุปรุโปร่ง  ในขนะนี้  อย่างไรก็ดี  เขาจะเป็นผู้อำนวยการ (ฝ่าย)  ในฐานะสมาชิกของฝ่าย (ตอนยังไม่ได้เลื่อนเป็น  ผอ.)  เขาจำเป็นต้องทำเพียงแต่ในสิ่งที่  (๔)  ผู้ควบคุมงานของเขาบอกเขา  ในฐานะผู้อำนวยการ (หลังจากได้เลื่อนตำแหน่งแล้ว)  เขาจะเป็นบุคคลที่  (๕)  รับผิดชอบต่อความสำเร็จของฝ่ายของเขา  ความกลัวมิใช่จะ  (๖)  สมเหตุสมผลเสมอไป  อันที่จริงแล้ว  มันมัก  (๗)  ไม่สมเหตุสมผลอยู่บ่อยๆ

          As his first task, he decided to conduct a (8) systematic analysis of the steps required to develop new products, and to organize the tasks into a logical order.  The first step in developing new products would be to (9) ascertain what kinds of products the market needed and what problems (10) existed with the products currently being used.

(คำแปล)       ในฐานะงานแรกของเขา (หลังจากได้เลื่อนเป็น  ผอ. ฝ่าย)  เขาตัดสินใจทำการวิเคราะห์อย่าง (๘)  เป็นระบบ  เกี่ยวกับขั้นตอนที่จำเป็นในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ  และ (ตัดสินใจ) จัดระบบงานให้เป็นลำดับที่สมเหตุสมผล (จัดลำดับความสำคัญของงาน)  ทั้งนี้  ขั้นตอนแรกในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ  ก็คือ การ (๙) สืบหา (หรือทำให้แน่ใจหรือชัดเจน)  ว่าผลิตภัณฑ์ชนิดใดที่ตลาดต้องการ  และปัญหาใดบ้างที่  (๑๐)  มีอยู่กับผลิตภัณฑ์ที่กำลังถูกใช้อยู่ในปัจจุบัน

          The second task would be to find out how best to examine these problems and determine what kind of research would be needed to (11) solve the problems.  It would be better to say, "reexamine these problems,” since most of these (12) unsolved problems had been (13) thoroughly (14) researched over the years.

(คำแปล)       งานที่ ๒ ก็คือการค้นหาวิธีที่ดีที่สุดที่จะตรวจสอบ (พิจารณา) ปัญหาเหล่านี้  และกำหนดว่าจะต้องการการวิจัยชนิดใดเพื่อที่จะ (๑๑)  แก้ไข (หรือหาคำอธิบายหรือคำตอบ) ปัญหาดังกล่าว  มันจะเป็นการดีกว่าที่จะกล่าวว่า “ตรวจสอบซ้ำปัญหาเหล่านี้”  เนื่องจากส่วนใหญ่ของปัญหาที่  (๑๒)  ยังมิได้แก้ไขเหล่านี้  ได้รับการ (๑๔)  วิจัย  (๑๓)  อย่างละเอียดถี่ถ้วนมาแล้ว  ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

          The third task would be to look at the quality and characteristic of the competition’s products.  By (15) examining the competition’s products, he would know where he should improve.  And the final task would be to decide how to gather the most substantial information from the fewest number of (16) experiments.  Michael smiled and (17) sat back to read over his list.  Confident that he had a good team and a good plan, he felt ready to (18) assume his new job.

(คำแปล)      งานที่ ๓ ก็คือการมองไปที่คุณภาพและลักษณะของผลิตภัณฑ์ของคู่แข่ง  กล่าวคือ  โดยการ  (๑๕)  ตรวจสอบ (พิจารณา) ผลิตภัณฑ์ของคู่แข่ง  ไมเคิลก็จะทราบว่าเขาควรที่จะต้องปรับปรุงที่ไหนบ้าง  และงานสุดท้ายก็คือ  การตัดสินใจวิธีการที่จะรวบรวมข้อมูลที่มีความสำคัญที่สุดจาก  (๑๖)  การทดลองที่มีจำนวนน้อยที่สุด  ทั้งนี้   ไมเคิลยิ้มและ (๑๗)  ผ่อนคลายเมื่อได้อ่านรายชื่อ (ทีมงาน) ของเขา  อนึ่ง  เมื่อมั่นใจว่าเขามีทีมงานที่ดีและแผนที่ดี  เขารู้สึกพร้อมที่จะ (๑๘)  รับผิดชอบงานใหม่ของเขา

Choose the word that best completes the sentence.

(จงเลือกคำที่ทำให้ประโยคสมบูรณ์ที่สุด)

1. The product development team was __________ that the competition would produce a similar product and get it on the market before it did.

(ทีมพัฒนาผลิตภัณฑ์ __________ ว่าคู่แข่งจะผลิตผลิตภัณฑ์ที่คล้ายๆกัน  และนำมันออกสู่ตลาดก่อนที่ทีมจะทำ)

(a) anxious (วิตกกังวล)

(b) anxiously

(c) anxiousness (ความวิตกกังวล)

(d) anxiety (ความวิตกกังวล)

ตอบข้อ (a) เนื่องจากหลัง “verb to be” (was)  จึงต้องอยู่ในรูปคุณศัพท์ (adjective)

2. The designer made the __________ that people are attracted to colorful styles and costumes.

(นักออกแบบทำการ (ตั้ง) ___________ ว่าผู้คนหลงใหลในสไตล์และเสื้อผ้าที่เต็มไปด้วยสีสัน)

(a) assume (สันนิษฐาน, สมมติ, ตั้งสมมติฐาน)

(b) assumed

(c) assumption (การสมมติฐาน, การสันนิษฐาน)

(d) assuming

ตอบข้อ (c) เนื่องจากเป็นกรรมของกริยา “made”  หรือตามหลัง article “the”   จึงต้องอยู่ในรูปคำนาม

3. The _________ model of the new car drew attention wherever it was shown.

(ตัวอย่าง (แบบ) ____________ ของรถคันใหม่  ดึงดูดความสนใจ  ไม่ว่าที่ไหนก็ตามที่มันถูกนำไปแสดง)

(a) experiment (การทดลอง)

(b) experimental (ที่เป็นการทดลอง, เกี่ยวกับการทดลอง)

(c) experimentation (การทดลอง)

(d) experimenting

ตอบข้อ (b) เนื่องจากขยายหน้าคำนาม (model)  จึงต้องใช้คำคุณศัพท์

4. Our team came up with the most __________ solution to the problem.

(ทีมของเรานึกถึงและเสนอวิธีแก้ปํญหาที่ ____________ มากที่สุด)

(a) logic (ตรรก, ตรรกวิทยา, เหตุผล)

(b) logical (มีเหตุผล, สมเหตุสมผล)

(c) logically

(d) logician (ผู้เชี่ยวชาญในตรรกวิทยา)

ตอบข้อ (b) เนื่องจากขยายหน้าคำนาม “solution” จึงต้องอยู่ในรูปคำคุณศัพท์

5. The new employee accepted _________ for not performing his duty up to the required standard.

(พนักงานใหม่ยอมรับ ___________  สำหรับการไม่ทำหน้าที่ได้ตามมาตรฐานที่กำหนด)

(a) responsible (รับผิดชอบ)

(b) responsibility (ความรับผิดชอบ)

(c) responsibly

(d) response (การตอบสนอง, การโต้ตอบ, การขานรับ, คำตอบ)

ตอบข้อ (b) เนื่องจากเป็นกรรมของกริยา “accepted” จึงต้องอยู่ในรูปคำนาม

6. The sales manager did not give the project adequate __________ and the product never made it to the market.

(ผู้จัดการขายมิได้ให้ ______ อย่างเพียงพอแก่โครงการ  และผลิตภัณฑ์เลยไม่เคยได้ออกสู่ตลาด)

(a) supervisor (ผู้ดูแล, ผู้ควบคุม, ผู้ควบคุมการสอน)

(b) supervision (การควบคุม, การดูแล, การควบคุมการก่อสร้าง, การตรวจตรา, การอำนวยการ)

(c) supervised

(d) supervise (ควบคุม, ดูแล, จัดการ, อำนวยการ)

ตอบข้อ (b) เนื่องจากมีคำคุณศัพท์ “adequate”  มาขยาย  จึงต้องเป็นคำนาม

7. Through _________ research, a company can ascertain what consumers are interested in buying.

(โดยการวิจัยที่ __________  บริษัทสามารถค้นหา (หรือทำให้แน่ใจหรือชัดเจน)  ในสิ่งที่ผู้บริโภคสนใจที่จะซื้อ)

(a) system (ระบบ)

(b) systemize (ทำให้เป็นระบบ)

(c) systematic (เป็นระบบ)

(d) systematically (อย่างเป็นระบบ)

ตอบข้อ (c) เนื่องจากขยายหน้าคำนาม “research” จึงต้องเป็นคำคุณศัพท์

8. When you have a language degree, people _________ that you can speak the language fluently.

(เมื่อคุณมีปริญญาด้านภาษา  ผู้คน _________  ว่าคุณสามารถพูดภาษานั้นได้อย่างคล่องแคล่ว)

(a) assume (สันนิษฐาน, นึกเอาเอง)

(b) assumes

(c) assumed

(d) are assumed

ตอบข้อ (a) เนื่องจากต้องอยู่ในรูปปัจจุบัน (present simple tense) เพราะกริยาในอนุประโยค  (When you ……………..degree) คือ “have”  และประธานของประโยคใหญ่  (people) เป็นพหูพจน์ “assume” จึงไม่ต้องเติม “s

9. Product developers need __________ all the data carefully before spending money on a new product.

(ผู้พัฒนาผลิตภัณฑ์จำเป็นต้อง ______ ข้อมูลทั้งหมดอย่างรอบคอบ  ก่อนใช้จ่ายเงินไปกับผลิตภัณฑ์ตัวใหม่)

(a) examine

(b) to examine (ตรวจสอบ, พิจารณา)

(c) examining

(d) will examine

ตอบข้อ (b) เนื่องจากหลังกริยา “need”  ต้องตามด้วย “infinitive with to” (To + verb 1)

Pages

Subscribe to RSS - หมวดข้อสอบ TOEIC