หมวดข้อสอบ TOEIC

หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 383)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Part V: Sentence Completion   (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

 

1. ____________ in the latter part of the fifteenth century as a substitute for richly embroidered tapestries.

(________________ ในช่วงครึ่งหลังของศตวรรษที่  ๑๕  ในฐานะสิ่งทดแทนสำหรับม่านลายดอกใช้แขวนประดับผนังบ้าน  ที่ได้รับการเย็บปักถักร้อยอย่างสวยงาม-หรูหรา)

(a) Wallpaper that originated    (กระดาษบุผนังซึ่งเกิดขึ้น)

(b) The origination of wallpaper    (การกำเนิดขึ้นของกระดาษบุผนัง)

(c) Originated the wallpaper

(d) Wallpaper originated    (กระดาษบุผนังเกิดขึ้น-เริ่มต้น)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากเป็นประธาน  (Wallpaper)  และกริยา  (Originated)  ของประโยค

 

2. Water for the city of St. Louis, Missouri, is supplied by a city-owned system, whereas ____________ by a privately owned utility company.

(น้ำสำหรับเมืองเซนต์หลุยส์, รัฐมิสซูรี่, ได้รับการจัดหาโดยระบบที่เมืองเป็นเจ้าของ (เป็นของรัฐ), แต่ทว่า ____________ โดยบริษัทสาธารณูปโภค (น้ำประปา) ซึ่งเอกชนเป็นเจ้าของ)

(a) to supply suburban areas

(b) the supplies of suburban areas

(c) suburban areas are supplied    (พื้นที่ชานเมือง (รอบนอกเมือง) ได้รับการจัดหา)

(d) is supplying suburban areas

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากเป็นประธาน  (Suburban areas)  และกริยา  (Are supplied)  ของอนุประโยค

 

3. ______________ any aspect of society, the sociologists must determine the laws influencing human behavior in social context.

(_______________ แง่มุมใดๆ ของสังคม, นักสังคมวิทยาจะต้องกำหนดกฎข้อบังคับซึ่งมีอิทธิพลต่อพฤติ กรรมของมนุษย์ในบริบททางสังคม)

(a) In explaining    (ในการอธิบาย)

(b) To explain    (เพื่อที่จะอธิบาย)

(c) One explains    (คนเราอธิบาย)

(d) The explanation of    (การอธิบายของ)

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เป็นการใช้  “Infinitive with to” (To + Verb 1)  นำหน้าวลีที่ขึ้นต้นประโยค  เพื่อบอกว่าประธานที่อยู่ข้างในประโยค (หลังเครื่องหมายคอมมา) ทำกริยาของประโยคเพื่อวัตถุประสงค์ใด  ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

                                              ตัวอย่างที่ 

  • ______________ time and labor, cartoonists generally draw the hands of their characters with only three fingers and a thumb.

(_________________ เวลาและแรงงาน, นักเขียนการ์ตูนโดยทั่วไปจะวาดมือของตัวละคร (ตัวการ์ตูน) เพียงนิ้วมือ    นิ้ว และนิ้วหัวแม่มือเท่านั้น)  (คือ  วาดนิ้วมือของตัวการ์ตูนเพียง    นิ้ว)

(a) Save

(b) Saving

(c) Having saved

(d) To save    (เพื่อที่จะประหยัด)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เป็นการใช้  “To + Verb 1”  (Infinitive with to)  นำหน้าวลีที่ขึ้นต้นประโยค  เพื่อแสดงวัตถุประสงค์ของประธานประโยค  (อยู่หลังเครื่องหมายคอมมา)  ว่าทำกริยาเพื่อวัตถุประสงค์ใด  ดูเพิ่มเติมโครงสร้างนี้จากตัวอย่างข้างล่าง

                                             ตัวอย่างที่ 

  • __________________________________, you must make an appointment with him.

(__________________________________________, คุณจะต้องทำการนัดหมายกับเขา)

(a) Seeing the doctor at his office

(b) If you see the doctor at his office

(c) You see the doctor at his office

(d) To see the doctor at his office    (เพื่อที่จะพบแพทย์ที่สำนักงานของเขา)

ตอบ   –   ข้อ   (d)   เนื่องจากต้องใช้วลีที่ขึ้นต้นด้วย   “Infinitive with to” (To + Verb 1)  เพื่อแสดงวัตถุประสงค์  หมายถึง   “เพื่อที่จะ....................”   หรืออาจใช้   “in order to”   หรือ  “so as to”  แทนก็ได้  นอกจากนั้น   ยังสามารถเอาวลีที่ขึ้นต้นด้วย  “To + Verb 1”   ไปไว้ข้างท้ายประโยคก็ได้    โดยความหมายเหมือนเดิมทุกประการ  (แต่ควรมีการเปลี่ยนสรรพนามให้เหมาะสม)   ดังเช่นประโยคข้างบน  สามารถเขียนได้ใหม่เป็น

  • You must make an appointment with the doctor to see (so as to see  หรือ  in order to see) him at his office.

                                            ตัวอย่างประโยคอื่นๆในแบบนี้  เช่น

  • To succeed in life, one must work hard.

(เพื่อจะประสบความสำเร็จในชีวิต  คนเราต้องทำงานหนัก)

(= One must work hard to succeed in life.)

(= In order to succeed in life, one must work hard.)

(= So as to succeed in life, one must work hard.)

(= One must work hard in order to (so as to) succeed in life.)

  • To speak good English, you must practice speaking it every day.

(เพื่อที่จะพูดภาษาอังกฤษได้ดี  คุณจะต้องฝึกพูดมันทุกวัน)

(= You must practice speaking it every day to speak good English.)

  • To be there in time, you must get up early.

(เพื่อที่จะไปที่นั่นให้ทันเวลา  คุณจะต้องตื่นแต่เช้า)

(= You must get up early to be there in time.)

  • To get a scholarship to study abroad, you must spend more time with your study.

(เพื่อให้ได้ทุนไปเรียนต่างประเทศ  คุณจะต้องใช้เวลามากขึ้นในการเรียนของคุณ)

(= You must spend more time with your study to get a scholarship to study abroad.)

  • To see the manager, she made an appointment with him.

(เพื่อที่จะพบผู้จัดการ, เธอทำการนัดหมายกับเขา)

(= She made an appointment with the manager to see him.)

  • To pass the exam, he studied hard.

(เพื่อที่จะสอบให้ผ่าน, เขาศึกษาอย่างหนัก)

(= He studied hard to pass the exam.)

 

4. ___________________________ furniture helps to protect it from damage due to weather.

(_______________ เครื่องเรือน  ช่วยป้องกันมันจากความชำรุดเสียหายอันเนื่องมาจากอากาศ)

(a) Varnished

(b) To be varnished

(c) Varnishing    (การชักเงา (ขัดมัน) ด้วยน้ำมัน)

(d) With varnishing on

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เป็นการใช้  “Verb + ing”  (Gerund)  หรือ  “To + Verb 1”  (Infinitive with to)  เป็นประธานของประโยค  หรือของกริยา  ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

                                            ตัวอย่างที่ 

  • _____________________ raw materials into useful products is called manufacturing.

(________________ วัตถุดิบให้เป็นผลิตภัณฑ์ (สินค้า) ที่มีประโยชน์ ถูกเรียกว่า  “การผลิต”)

(a) In transforming

(b) For transforming

(c) Transforming    (การเปลี่ยนรูป)

(d) To be transformed

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เป็นการใช้  “Verb + ing”  (Gerund)  หรือ  “To + Verb 1”  (Infinitive with to)  ทำหน้าที่เป็นประธานของประโยค  โดยมี  “Is called”  เป็นกริยา

                                              ตัวอย่างที่ 

  • _____________ is statistically much safer than most other forms of transport, but this fact doesn’t stop many people feeling nervous about it.

(_____________ ในทางสถิติแล้วปลอดภัยกว่ารูปแบบอื่นๆ ของการขนส่งอย่างมาก, แต่ข้อเท็จจริงนี้มิได้หยุดยั้งผู้คนจำนวนมากมิให้รู้สึกวิตกกังวลเกี่ยวกับมัน)  (โดยเฉพาะผู้ที่คิดจะเดินทางโดยเครื่องบิน)

(a) Having flown

(b) To have flown

(c) Flying    (การบิน, การโดยสารเครื่องบิน)

(d) In flying

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เป็นการใช้  “Verb + ing”  (Gerund)  หรือ  “To + Verb 1” (Infinitive with to)  ทำหน้าที่เป็นประธานของประโยค 

                                            ตัวอย่างที่ 

  • She told me she looked sleepy because _____________ ten hours a day in the hospital was quite tiring.

(เธอบอกผมว่าเธอมีอาการง่วงนอน  เพราะว่า ________________ ๑๐  ชั่วโมงใน   วันในโรงพยาบาล  น่าเหน็ดเหนื่อยมาก)

(a) in working

(b) by working

(c) work

(d) working    (การทำงาน)

ตอบ   -   ข้อ    (d)   เนื่องจากเป็นประธานของประโยคย่อย  “Because working ten hours a day in the hospital was quite tiring”  โดยมี   “Ten hours a day in the hospital”  เป็นส่วนขยายประธาน  และมี  “Was”  เป็นกริยา  และ  “Quite tiring”  เป็น  “Complement”  ของ  “Verb to be”  (Was)                                                       

                                              ตัวอย่างที่ 

  • Refrigerating meats ________________________________ the spread of bacteria.

(การแช่เย็นเนื้อ ________________________________ การแพร่กระจายของแบคทีเรีย)

(a) is retarded

(b) retards    (ขัดขวาง, ทำให้ช้า, หน่วงเหนี่ยว)

(c) to retard

(d) retarding

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจาก  “Refrigerating” (การแช่เย็น)  เป็นประธานของประโยค  โดยมี  “Meats”  ขยายประธาน (เป็นกรรมของประธาน)  และมี  “Retards”  เป็นกริยาของประโยค  ซึ่งต้องเติม  “S” เนื่องจาก  “Refrigerating”  (Gerund)  ถือเป็นคำนามเอกพจน์  ดูเพิ่มเติมการใช้  “Verb + ing”  (Gerund)  หรือ  “To + Verb 1”  (Infinitive with to)  เป็นประธานของประโยค  จากประโยคข้างล่าง

  • Swimming is a good exercise.

(= To swim is a good exercise.)

(การว่ายน้ำเป็นการออกกำลังกายที่ดี)

  • Playing badminton is his favorite hobby.

(= To play badminton is his favorite hobby.)

(การเล่นแบดมินตันเป็นงานอดิเรกที่โปรดปรานของเขา)

  • Working in cool weather is pleasure.

(= To work in cool weather is pleasure.)

(การทำงานในอากาศที่เย็นเป็นความรื่นรมย์)

  • Breathing is indispensable to all living things.

(= To breathe is indispensable to all living things.)

(การหายใจเป็นสิ่งจำเป็นยิ่งสำหรับสิ่งมีชีวิตทั้งหมด)

  • Sleeping is necessary to health.

(= To sleep is necessary to health.)

(การนอนหลับเป็นสิ่งจำเป็นต่อสุขภาพ)

  • Walking for three hours makes him tired.

(= To walk for three hours makes him tired.)

(การเดินเป็นเวลา  ๓  ชั่วโมงทำให้เขาเหนื่อย)

  • Fishing in the river gave them much relaxation.

(= To fish in the river gave them much relaxation.)

(การตกปลาในแม่น้ำให้ความผ่อนคลายกับพวกเขาอย่างมาก)

 

5. ___________________________________, Rosemary catches men’s attention easily.

(______________________________, โรสแมรี่ได้รับความสนใจจากผู้ชายอย่างง่ายดาย)

(a) Blond-haired and with blue eyes

(b) Blond hair and blue eyes

(c) Blond hairs and blue eyes

(d) Blond-haired and blue-eyed    (มีผมสีบลอนด์และตาสีฟ้า)

ตอบ   -   ข้อ    (d)   ดูคำอธิบายเพิ่มเติมจากตัวอย่างข้างล่าง

                                             ตัวอย่างที่ 

  • He is _____________________________________________________________.

(เขาเป็น __________________________________________________________)

(a) man with round face

(b) man whose face round

(c) round-face man

(d) round-faced man    (ชายใบหน้ากลม)

ตอบ   -   ข้อ    (d)   หรืออาจตอบ  “Man with a round face”  หรือ  “Man whose face is round”  ก็ได้   ดูเพิ่มเติมการใช้รูป  A round-faced man”  จากประโยคข้างล่าง

                                             ตัวอย่างที่ 

  • A dog is a ____________________________________________________ animal.

(สุนัขเป็นสัตว์ _____________________________________________________)

(a) four-legs

(b) four-leg

(c) four-legged    (๔  เท้า)

(d) four-legging    (รูปนี้ไม่มีใช้)

ตอบ   -   ข้อ    (c)   ดูเพิ่มเติมโครงสร้างแบบนี้จากประโยคข้างล่าง

                                              ตัวอย่างที่ 

  • Anna is a ___________________________________________________ woman.

(แอนนาเป็นผู้หญิงที่ ___________________________________________________)

(a) kind-heart

(b) kind heart

(c) kind-hearted    (ใจกรุณา, ใจบุญ)

(d) kind hearted

ตอบ   -   ข้อ    (c)

                                              ตัวอย่างที่ 

  • Guava fruit is round or _____________________ and about the size of a hen’s egg.

(ผลฝรั่งมีลักษณะกลม  หรือ _________________________ และมีขนาดประมาณไข่ไก่)

(a) shape of a pear

(b) pear in shape

(c) shaped pear

(d) pear-shaped    (มีรูปร่างเหมือนลูกแพร์)

ตอบ   -   ข้อ   (d)

                                                  ตัวอย่างที่   

  • They are _____________________________________________________ people.

(พวกเขาเป็นคน ____________________________________________________)

(a) skin-dark

(b) dark-skin

(c) skinned-dark

(d) dark-skinned    (ผิวดำคล้ำ)

ตอบ   -   ข้อ   (d)

                                               ตัวอย่างที่ 

  • A woman with white hair is a ____________________________________ woman.

(ผู้หญิงที่มีผมสีขาว  คือผู้หญิง _________________________________________)

(a) white hair

(b) white-hair

(c) white haired

(d) white-haired    (ผมขาว)

ตอบ   -   ข้อ  (d)  ดูคำอธิบายเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

  • True hibernation takes place only among warm-blooded animals.

(การจำศีลหน้าหนาวของสัตว์อย่างแท้จริง  เกิดขึ้นเฉพาะในบรรดาสัตว์   เลือดอุ่น)

                               ประโยคข้างบนต้องใช้  “Warm-blooded”  เนื่องจากมีโครงสร้างเป็น (Compound adjective)  คือ  คำ  ๒  คำ ที่รวมกันเป็นคุณศัพท์  (Adjective)  คำเดียว  จะต้องมีขีด  ( - )  คั่นกลางเสมอ  และเป็นกรณีเดียวที่สามารถเติม  “Ed” หลังคำนามได้  ตัวอย่าง  เช่น

         - a shame-faced look – ท่าทางเสียใจเพราะความละอาย

         - an absent-minded man – คนใจลอย

         - service-minded people – คนจิตอาสา

         - a short-sighted girl – เด็กหญิงสายตาสั้น หรือไม่มีวิสัยทัศน์

         - a black-haired boy – เด็กชายผมดำ

         - a big-eyed girl – เด็กหญิงตาโต

         - red-faced people คนหน้าแดง (เป็นเผ่าพันธุ์)

         - a baby-faced man คนหน้าเด็ก (หน้าอ่อนกว่าวัย)

         - a thick-skinned boy – เด็กหน้าด้าน (เด็กหนังหนา)

         - a right-handed man – ผู้ชายถนัดมือขวา

         - a left-handed woman – ผู้หญิงถนัดมือซ้าย

         - a light-fingered boy – เด็กมือไว (มือเบา)

         - a cold-blooded animal – สัตว์เลือดเย็น

         - a long-sighted woman – ผู้หญิงสายตายาว หรือมีวิสัยทัศน์

         - a long-legged man – ผู้ชายขายาว

         - a big-headed boy – เด็กหัวโต

         - a far-sighted person – คนสายตายาว  หรือมีวิสัยทัศน์

         - a round-eared girl – เด็กผู้หญิงหูกลม

 

6. The floor is very dirty, so he has to ____________________________________ forcefully. 

(พื้นสกปรกมาก  ดังนั้น  เขาจำเป็นต้อง ___________________________________ อย่างแรง)

(a) scrub    (สครับ)  (ถูอย่างแรง, ขัดอย่างแรง, ถูหรือขัดสิ่งสกปรกออก)

(b) snarl    (เห่า, คำราม, แยกเขี้ยวคำราม, พูดตะคอก)

(c) smack    (ตี, ตีดัง, ตบดัง, กระทบดัง)

(d) smear    (สเมียร์)  (ทา, ทาเปื้อน, ละเลง, ทำเลอะ, ป้ายสี, ใส่ร้าย)

 

7. She didn’t like to go dancing.  She ______________________________________ illness.

(เธอไม่อยากไปเต้นรำ  เธอ ____________________________________ ความเจ็บป่วย)

(a) declared    (ประกาศ)

(b) feigned    (เฟน)  (แกล้งทำ, แสร้งทำ, ปั้นเรื่อง, ปลอม, เลียนแบบ)

(c) incurred    (ก่อให้เกิด, ทำให้เกิด)

(d) formulated    (คิดวิธีหรือระบบ, คิดสูตร, คิดตำรับยา, กำหนดสูตร)

 

8. The people praised the bravery of the boy who tried to save the girl from burning and criticized the _____________ of those that ran away.  

(ผู้คนสรรเสริญความกล้าหาญของเด็กชายผู้ซึ่งพยายามช่วยชีวิตเด็กหญิงจากถูกไฟครอก  และวิจารณ์ _____________ ของคนที่วิ่งหนีไป)  (คือ  ไม่ช่วยเด็กหญิงคนนั้น)

(a) cruelty    (ความทารุณ, ความโหดร้าย)

(b) magnanimity    (ความใจกว้าง, ความมีใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่, ความมีจิดใจสูงส่ง)

(c) coward    (คนขี้ขลาด)

(d) cowardice    (ค้าว-วัด-ดิซ)  (ความขี้ขลาด, ความไม่กล้าเผชิญอันตราย)

 

9. It is so sad to consider the number of people who ____________________ in car accidents.

(มันน่าเศร้ามากเมื่อพิจารณาถึงจำนวนผู้คน  ผู้ซึ่ง _______________ ในอุบัติเหตุทางรถยนต์)

(a) dead    (ตาย)  (เป็นคำคุณศัพท์)

(b) death    (ความตาย)  (เป็นคำนาม)

(c) are killed    (ตาย, ถูกฆ่าตาย)

(d) are died     (ไม่ใช้รูป  "Passive voice")  (“Die” =  ตาย  เป็นคำกริยา)

ตอบ   -   ข้อ   (c)  หรืออาจใช้  “Die”  หรือ  “Are dead”  ก็ได้

 

10. This is the __________________________________________ fashion news from Paris.

(นี่เป็นแฟชั่น _________________________________________________ จากปารีส)

(a) late    (สาย, ช้า, ล่า, ล่วงเลยมานาน, ดึก, ค่ำ)

(b) later    (สายกว่า, ช้ากว่า, ต่อมา)

(c) latest    (ล่าสุด, ทันสมัยที่สุด, เกิดขึ้นหลังสุด)

(d) last    (สุดท้าย, ที่ผ่านมา)

 

11. It is because he is very rich ______________________________________ she loves him.

(มันเป็นเพราะว่าเขารวยมาก _____________________________________ เธอรักเขา)

(a) so    (ดังนั้น, เพราะฉะนั้น)

(b) that    (ที่)

(c) why

(d) therefore     (ดังนั้น, เพราะฉะนั้น)

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากเป็นไปตามโครงสร้าง  “It + Is (Was) +วลี  {มักนำหน้า ด้วย  “Preposition” (in, on, at, with)  หรือ  “Because” + ประโยค} + That + Subject + Verb”  ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

                                            ตัวอย่างที่  

  • _____________________________ on Saturday morning that we had our meeting.

(_____________________________________ เช้าวันเสาร์  ที่พวกเรามีการประชุมกัน)

(a) There had

(b) It was    (มันเป็น)

(c) It is

(d) There was

ตอบ   -   ข้อ   (b)   ต้องใช้   “It was”  เพราะกริยาในอนุประโยค  คือ  “Had”  และยังเป็นไปตามโครงสร้าง  “It + Is (Was) + วลี  (มักนำหน้าด้วย  “Preposition”) + That + Subject + Verb”  เช่น

  • It is in this house that I was born.

(มันเป็นในบ้านหลังนี้แหละ  ที่ผมเกิด)

  • It is at night that we go to bed.

(มันเป็นเวลากลางคืนที่พวกเราเข้านอน)

  • It is on Sunday morning that people go to church.

(มันเป็นเช้าวันอาทิตย์ที่ผู้คนไปโบสถ์)

  • It is in the country that we like to stay.

(มันเป็นในชนบท  ที่พวกเราชอบพัก)

  • It was in January that we went to England.

(มันเป็นในเดือนมกราคม  ที่เราไปอังกฤษ)

  • It was by mistake that she took my book.

(มันเป็นการเข้าใจผิด  ที่เธอเอาหนังสือของผมไป)

  • It was in 1917 that the First World War took place.

(มันเป็นในปี  ๑๙๑๗  ที่สงครามโลกครั้งที่  ๑  เกิดขึ้น)

  • It was because he was lazy that he failed.

(มันเป็นเพราะว่าเขาเกียจคร้าน  ที่เขาล้มเหลว)

  • It was under that sea that the nuclear weapon had been tested.

(มันเป็นใต้ทะเล  ที่อาวุธนิวเคลียร์ถูกทดลอง)

 

12. As a result, war ___________________________________________ out ten years later.

(ผลที่ตามมาคือ  สงคราม ________________________________________ สิบปีต่อมา)

(a) breaks

(b) broke   {“Break out”  =  เกิดขึ้น (ไฟ, สงคราม, โรคระบาด)}

(c) was broken

(d) had broken

ตอบ   -   ข้อ   (b)   “Break out”  ไม่ใช้ในรูป  “Passive voice”  เช่นใน ข้อ  (c)  และเนื่องจากเป็นเหตุการณ์ในอดีตทั่วไป  จึงใช้รูป  “Past tense” (Verb 2)  (broke out)  ไม่ใช้  “Past perfect tense”  ดังในข้อ  (d)

 

13. ______________________________________________________, she was still thirsty.

(__________________________________________________ เธอยังคงกระหายน้ำ)

(a) In spite of Lucy drank a glass of juice    (“In spite of”  (ทั้งๆที่)  + คำนาม หรือวลี  หรือ Verb + ing)

(b) Even Lucy drank a glass of juice    (แม้กระทั่งลูซี่ดื่มน้ำส้มไปแก้วหนึ่ง)

(c) Though Lucy drank a glass of juice    (แม้ว่าลูซี่ดื่มน้ำส้มไปแก้วหนึ่ง)

(d) Though Lucy drinks a glass of juice     (แม้ว่าลูซี่ดื่มน้ำส้มไปแก้วหนึ่ง)

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากกริยาในประโยคใหญ่ (She was still thirsty)  อยู่ในรูป  “Past tense” (was)  กริยาในประโยคย่อย  (Though………..…….juice)  จึงต้องเป็น  “Past tense” (drank)  ด้วย

 

14. If you know what you want, you should have no difficulty _________________________ it.

(ถ้าคุณทราบว่าคุณต้องการอะไร  คุณจะไม่ประสบความยากลำบากที่จะ _____________ มันมา)

(a) to get

(b) at getting

(c) getting    (ได้)

(d) on getting

ตอบ   -   ข้อ   (c)   “Have (no) difficulty  {(ไม่) ประสบความยากลำบาก} + Verb + ing”  เช่น

  • They had some difficulties learning English.

(พวกเขาประสบความยากลำบากในการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ)

  • We had no difficulty living with our new neighbors.

(เราไม่พบความยากลำบากในการอาศัยอยู่กับเพื่อนบ้านใหม่ของเรา)

 

15. That old man is very wealthy.  He is never contented, __________________________.

(ชายชราคนนั้นร่ำรวยมาก  เขาไม่เคยพอใจ __________________________________)

(a) too

(b) also

(c) though    (แม้กระนั้นก็ตาม)

(d) either

ตอบ   -   ข้อ   (c)   “Though”  ใช้ในโครงสร้างดังนี้  คือ

                                            ๑. ถึงแม้ว่า,  ทั้งๆที่  (= Although, Even though, Even if)

  • Though + Subject + Verb, Subject + Verb
  • Though he is lazy, he behaves well.

(แม้เขาจะขี้เกียจ  เขาประพฤติตัวดี)

(= He behaves well though he is lazy.)

  • Though the weather was fine, few people came.

(แม้อากาศจะดี  ผู้คนมากันน้อยมาก)

(= Few people came though the weather was fine.)

  • Though he has a big salary, he often borrows money.

(แม้เขาจะเงินเดือนมาก  เขายืมเงินอยู่บ่อยๆ)

(= He often borrows money though he has a big salary.)

  • Though he is poor, he is contented.

(แม้เขาจะยากจน  เขามีความพอใจ)

(= He is contented though he is poor.)

                                            ๒. แม้กระนั้นก็ตาม, แม้กระนั้นก็ดี    “Though”  จะอยู่ท้ายประโยคเสมอ

  • Subject + Verb, though
  • He said he would come; he didn’t, though.

(เขาพูดว่าเขาจะมา,  เขาไม่มา  แม้กระนั้นก็ตาม)

  • She is very rude to him; he loves her, though.

(เธอหยาบคายกับเขามาก,  เขารักเธอ  แม้กระนั้นก็ตาม)

  • He is poor.  He is contented, though.

(เขายากจน  เขาพอใจ  แม้กระนั้นก็ดี)

  • He has a big salary.  He often borrows money, though.

(เขาเงินเดือนสูง  เขายืมเงินอยู่บ่อยๆ  แม้กระนั้นก็ตาม)

  • The weather was fine.  Few people came, though.

(อากาศดี  ผู้คนมากันน้อยมาก  แม้กระนั้นก็ดี)

  • He has a car; he often walks to the office, though.

(เขามีรถยนต์  เขามักจะเดินมาที่ทำงานบ่อยๆ  แม้กระนั้นก็ตาม)

 

16. My parents always stressed the importance of honesty, fairness, and _________________.

(พ่อแม่ของผมเน้นย้ำอยู่เสมอถึงความสำคัญของความซื่อสัตย์,  ความยุติธรรม,  และ __________)

(a) to be punctual

(b) punctually

(c) punctuality    (การตรงต่อเวลา)  (เป็นคำนาม)

(d) punctual    (ตรงต่อเวลา)  (เป็นคำคุณศัพท์)

ตอบ   -   ข้อ    (c)   เนื่องจากต้องใช้คำในประโยคให้สมดุลกัน  คือ  หลัง   “Of”  เป็นกรรม  ซึ่งต้องเป็นคำนาม  (ความซื่อสัตย์,  ความยุติธรรม,  การตรงต่อเวลา)   ดูเพิ่มเติมการใช้โครงสร้างแบบสมดุลจากตัวอย่างข้างล่าง

                                              ตัวอย่างที่ 

  • Tanya Holm is a dancer, choreographer, and _______________________________.

(ทานย่า  โฮล์ม  เป็นนักเต้นรำ, นักออกแบบท่าเต้นรำ, และ ________________________)

(a) dance teacher    (ครูสอนเต้นรำ)

(b) teach dancing

(c) she teaches dancing

(d) teacher for dance

ตอบ   -   ข้อ   (a)   เนื่องจากเป็นการใช้โครงสร้างในประโยคให้สมดุลกัน  คือ  ๑. นักเต้นรำ,  ๒. นักออกแบบท่าเต้นรำ,  และ  ๓. ครูสอนเต้นรำ  ดูเพิ่มเติมการใช้โครงสร้างแบบสมดุลจากตัวอย่างข้างล่าง

                                               ตัวอย่างที่ 

  • That restaurant offers _____________________________________ and the elderly.

(ภัตตาคารแห่งนั้นเสนอ (มอบ) __________________________________ และผู้สูงอายุ)

(a) inexpensive meals and special services for children    (อาหารราคาถูกและบริการพิเศษสำหรับเด็ก)

(b) meals and special services for children that are inexpensive

(c) children to inexpensive meals and special services

(d) inexpensive meals for children and special services for

ตอบ   -   ข้อ   (a)   เนื่องจากเป็นการใช้โครงสร้างในประโยคแบบสมดุล  คือ  (....................เสนอ....................”อาหารราคาถูกและบริการพิเศษ”  และ  “สำหรับเด็กและผู้สูงอายุ”)   หรืออาจตอบ  ข้อ   (d)  แต่ต้องแก้เป็น   "Inexpensive meals for children and special services for the elderly"  (อาหารราคาถูกสำหรับเด็ก  และบริการพิเศษสำหรับผู้สูงอายุ)  ดูเพิ่มเติมการใช้โครงสร้างในประโยคแบบสมดุล  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                            ตัวอย่างที่ 

  • The two most important problems facing the country today are ______________.

(ปัญหาสำคัญที่สุด    ประการที่เผชิญหน้ากับประเทศอยู่ในปัจจุบัน  คือ _____________)

(a) crime prevention and controlling pollution

(b) preventing crime and pollution control

(c) crime prevention and pollution control    (การป้องกันอาชญากรรม  และการควบคุมมลภาวะ)

(d) preventing crime and the control of pollution

ตอบ   -   ข้อ    (c)   เนื่องจากเป็นการใช้โครงสร้างประโยคแบบสมดุล   คือ  “การป้องกันอาชญากรรม”  และ  “การควบคุมมลภาวะ”  ดูเพิ่มเติมการใช้โครงสร้างแบบสมดุลจากตัวอย่างข้างล่าง

                                                ตัวอย่างที่ 

  • The technique of recording, classifying, and _______________ is known as accounting.

(เทคนิคของการบันทึก, แยกประเภท, และ ____________ เป็นที่รู้จักกันในฐานะวิชาการทำบัญชี)

(a) an enterprise’s transactions summary

(b) the summarizing of an enterprise’s transactions

(c) transactions of an enterprise are summarized

(d) summarizing the transactions of an enterprise    {สรุปธุรกิจการค้าของกิจการ (บริษัท) แห่งหนึ่ง}

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากเป็นการทำรูปประโยคให้สมดุล  หรือมี  “Format”  เดียวกัน  โดยถือว่าตามหลัง  “Preposition”  (Of)  ต้องอยู่ในรูป  “Verb + ing”  (Of recording, classifying, and summarizing……...............…..)

                                               ตัวอย่างที่ 

  • A lumberjack, or logger, is a worker who cuts down trees in a forest, saws them into logs, and _______________.

(ช่างตัดไม้, หรือคนทำ (ตัด) ไม้, คือคนงานผู้ซึ่งตัด (โค่น) ต้นไม้ในป่า, เลื่อยมันเป็นท่อน, และ ______)

(a) he takes them to the mill

(b) takes them to the mill    (นำมันไปยังโรงสี)

(c) taking them to the mill

(d) to take them to the mill

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากเป็นการใช้ข้อความในประโยคให้สมดุลกัน  คือ  ช่างตัดไม้ทำหน้าที่  (กริยา)    อย่าง  คือ  ๑. โค่นต้นไม้ในป่า,  ๒. เลื่อยมันเป็นท่อน, และ  ๓. นำมันไปยังโรงสี

                                                  ตัวอย่างที่  ๖                                        

  • Eddy’s classmates at the college still talk about him as an excellent writer _____________.

(เพื่อนร่วมชั้นของเอ็ดดี้ที่มหาวิทยาลัย  ยังคงพูดเกี่ยวกับตัวเขาว่าเป็นนักเขียนยอดเยี่ยม _________)

(a) and he taught at the college, too

(b) who also played football

(c) and a good football player    (และนักฟุตบอลที่เก่ง)

(d) good football player

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เป็นการใช้คำในประโยคให้สมดุลกัน  คือ  “นักเขียนยอดเยี่ยม”  และ  “นักฟุตบอลที่เก่ง”

                                                ตัวอย่างที่ 

  • Freezing preserves meat because ______________, slows down the rate of enzyme action, and lowers the speed of spoilage.

(การทำให้เย็นจนแข็งตัวรักษาเนื้อไว้ได้  เพราะว่า ______________, ทำให้อัตราการเอนไซม์ (การทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางเคมีในสารอื่น โดยตัวมันเองไม่เปลี่ยนแปลง) ช้าลง, และทำให้ความเร็วของการเน่าเสียลดลง)

(a) the growth of microorganisms is prevented    (การเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์ถูกขัดขวาง)

(b) preventing microorganisms from growing    (ขัดขวางเชื้อจุลินทรีย์จากการเจริญเติบโต)

(c) microorganisms are prevented from growing    (เชื้อจุลินทรีย์ถูกขัดขวางจากการเจริญเติบโต)

(d) it prevents the growth of microorganisms    (มันขัดขวางการเจริญ เติบโตของเชื้อจุลินทรีย์)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากต้องทำโครงสร้างในอนุประโยค  (ขึ้นต้นด้วย  “Because”)  ให้มีความสมดุลกัน  คือ  “มัน (การทำให้เย็นจนแข็ง)  ๑. ขัดขวางการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์,  ๒. ทำให้อัตราการเอนไซม์ช้าลง,  และ  ๓. ทำให้ความเร็วของการเน่าเสียลดลง  ดูเพิ่มเติมการทำให้โครงสร้างในประโยคมีความสมดุลจากประโยคข้างล่าง

                                               ตัวอย่างที่ 

  • Idaho’s natural resources include fertile soil, rich mineral deposits, thick forests, and _______________.

(ทรัพยากรธรรมชาติของรัฐไอดาโฮประกอบด้วยดินดี, แหล่งแร่ธาตุอุดมสมบูรณ์, ป่าทึบ, และ _______________)

(a) water supplies are abundant

(b) abundant water supplies    (แหล่งน้ำอุดมสมบูรณ์)

(c) supplies of water are abundant

(d) supplies abundant water

ตอบ   -   ข้อ    (b)   เนื่องจากต้องใช้รูปคำนาม (วลี)  (แหล่งน้ำอุดมสมบูรณ์)  ซึ่งทำหน้าที่เป็นกรรมของกริยา  “Include”  เพื่อให้สมดุลกับคำนาม-วลี (ทำหน้าที่กรรม) อื่นๆ  อีก  ๓  ตัว  คือ  ๑. ดินดี,  . แหล่งแร่ธาตุอุดมสมบูรณ์,  และ  ๓. ป่าทึบ  ดูเพิ่มเติมการใช้คำให้สมดุลกัน  จากประโยคข้างล่าง

                                                 ตัวอย่างที่ 

  • Before starting on a sea voyage, prudent navigators learn the sea charts, _____________ and memorize lighthouse locations to prepare themselves for any conditions they might encounter.

(ก่อนเริ่มต้นออกเดินทางทางทะเล  นักเดินเรือที่รอบคอบจะเรียนรู้แผนภูมิของทะเล, ________ และจดจำสถานที่ตั้งของประภาคารไฟ  เพื่อเตรียมพร้อมตนเองสำหรับสภาวะใดๆ ที่พวกเขาอาจจะต้องเผชิญ)

(a) sailing directions are studied

(b) to study the sailing directions   

(c) study the sailing directions    (ศึกษาทิศทางการเดินเรือ)

(d) studies direct sailing

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากต้องใช้รูปแบบของกริยาในประโยค  ซึ่งมี    ตัว ให้สมดุลกัน  คือ  “นักเดินเรือที่รอบคอบ (จะ) () เรียนรู้แผนภูมิของทะเล,  () ศึกษาทิศทางการเดินเรือ  และ  () จดจำสถานที่ตั้งของประภาคารไฟ

                                               ตัวอย่างที่  ๑๐

  • As a physiologist, Ida Hyde showed originality, breadth of interest, and _______________.

(ในฐานะนักสรีรวิทยา, ไอดา ไฮด์  ได้แสดงความคิดริเริ่ม (ความไม่ซ้ำแบบใคร), ความกว้างขวางของความสนใจ, และ _______________)

(a) scientific precision was admirable

(b) admirably scientifically precise

(c) admirable scientific precision    (ความแม่นยำทางวิทยาศาสตร์ที่น่าชมเชย)

(d) that precision was admirably scientific

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากต้องใช้โครงสร้างคำนาม (วลี)  เนื่องจากเป็นกรรมของกริยา  “Showed”  โดยมีความสมดุลกับคำนามอื่นๆอีก  ๒  คำ ซึ่งเป็นกรรมของกริยา  “Showed”  เช่นเดียวกัน  คือ  ๑. ความคิดริเริ่ม,  ๒. ความกว้างของความสนใจ

                                                 ตัวอย่างที่  ๑๑

  • We turn to books in moments of __________________________________________.

(เราหันไปหา (อ่าน) หนังสือ  ในช่วงเวลาของ ___________________________________)

(a) sorrow, having boredom, or solitude is with us

(b) sorrow, boredom, or solitude    (ความเศร้าโศกเสียใจ  ความเบื่อหน่าย  หรือ ความโดดเดี่ยวอ้างว้าง)

(c) sorrow and solitude as well as boredom

(d) sorrow that attacks us

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เป็นการใช้กรรม    ตัว  หลัง  “Preposition” (Of)  ให้สมดุลกัน  คือ   Sorrow, Boredom, Solitude”  สำหรับ  ข้อ  (c)  ก็ใช้ได้เช่นกัน  แต่ต้องแก้เป็น   “sorrow, solitude as well as boredom

                                                  ตัวอย่างที่  ๑๒

  • Nearly all trees have seeds that fall to the earth, take root, and eventually _____________.

(ต้นไม้เกือบทั้งหมดมีเมล็ดซึ่งหล่นลงสู่พื้นดิน, งอกราก, และ ____________________ ในที่สุด)

(a) generate new seeds    (สร้างเมล็ดใหม่)

(b) new seeds generated

(c) by generating new seeds

(d) new seeds generated there

ตอบ   -   ข้อ    (a)   เนื่องจากต้องใช้คำกริยา    ตัว ในอนุประโยค  (…….......…...that fall to earth, take root, and eventually generate new seeds)  ให้สมดุลกัน  (Balance)  คือ  “Fall to earth”,  “Take root”  และ  “Generate new seeds” 

                                            ตัวอย่างที่  ๑๓

  • Among the advantages which Mr. Barlow has given his children  are a good college education and ______________.

(ในบรรดาข้อได้เปรียบต่างๆ ซึ่งมิสเตอร์บาร์โลว์ได้ให้แก่ลูกๆ ของเขา  คือ  การศึกษาอย่างดีในมหาวิทยาลัย  และ ______________)

(a) extensive travel abroad    (การเดินทางอย่างกว้างขวางมากในต่างประเทศ)

(b) to travel extensively abroad

(c) travel extensively abroad

(d) of extensive travelling abroad

ตอบ   -   ข้อ   (a)   ต้องใช้ในรูปคำนาม (วลี)   (“Travel” ในที่นี้เป็นคำนาม)  ให้สมดุลกับคำนาม (วลี)   “A good college education”  ที่อยู่ข้างหน้า  “And

                                             ตัวอย่างที่  ๑๔

  • James likes reading, hiking, and __________________________________________. 

(เจมส์ชอบการอ่านหนังสือ,  การเดินทางไกลด้วยเท้า,  และ __________________________)

(a) he listens to music

(b) to listen to music

(c) listen to music

(d) listening to music    (การฟังดนตรี)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากต้องให้ข้อความสมดุลกัน   คือ  “Like + Gerund (Verb + ing)”    คือ  “Like reading, hiking and listening…...........….”   ทั้งนี้   กริยา  “Like”  อาจตามด้วย  “Infinitive with to” (To + Verb 1    ก็ได้   ดังนั้น  ข้อนี้จึงอาจตอบ  “Like to read, to hike, and to listen to music”  โดยต้องให้สมดุลกัน  คือ  เป็น  “Format”  เดียวกัน

 

17. We’ve lived in this town __________________________________________________.

(เราได้อาศัยอยู่ในเมืองนี้ _______________________________________________)

(a) during six years

(b) since six years

(c) six years ago    (๖  ปีผ่านมาแล้ว)

(d) for six years    (เป็นเวลา    ปี)

ตอบ   -   ข้อ    (d)   “For”  +   “ความยาวของเวลา”   ส่วน   “Since”  +   “จุดเริ่มต้นของเวลา”  เช่น  “Since yesterday (Tuesday, last week, last year, January, the morning, 10 a.m., 1980, Christmas, New Year, the last election, she was young, we were at college, etc.)”

 

18. Tim plays tennis _____________________________________ than his younger brother.

(ทิมเล่นเทนนิส ___________________________________________ น้องชายชองเขา)

(a) more worse    (รูปนี้ไม่ใช้)

(b) worse    (แย่กว่า)

(c) worser    (รูปนี้ไม่มีใช้)

(d) badly more

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เป็นการเปรียบเทียบ  “ขั้นกว่า”  (Comparative degree)  โดยมาจาก    “Bad,  Worse,  Worst”  (แย่,  แย่กว่า,  แย่ที่สุด)

 

19. __________________________________________________________ are eggs today?

(ไข่ __________________________________________________________ วันนี้)

(a) How

(b) What    (ราคาเท่าใด)

(c) What about

(d) What a price

ตอบ   -   ข้อ   (b)   หรืออาจตอบ  “How much are eggs today?”  (ไข่วันนี้ราคาเท่าใด)  ก็ได้

 

20. Where am I __________________________________________________ this box, sir ?

(ผมจะต้องเอากล่องใบนี้ _____________________________________ ที่ไหนครับท่าน)

(a) putting

(b) to put    (วาง)

(c) put

(d) to be put

ตอบ   -   ข้อ    (b)   ดูคำอธิบาย   “Subject + Is (am, are, was, were) + To + Verb 1”  จากประโยคข้างล่าง

                                            ๑. To be + To + Verb 1”  =   “ต้อง, กำหนดที่จะ  เช่น

  • We are to leave now.

(เราจะต้องไปกันเดี๋ยวนี้เลย)

  • You are to pay back what you owe me.

(คุณจะต้องชำระคืนในสิ่งที่คุณเป็นหนี้ผม)

  • They were to ask for their teacher’s advice.

(พวกเขาจะต้องขอคำแนะนำจากครู)

  • The plane is to arrive at noon.

(เครื่องบินมีกำหนดที่จะมาถึงตอนเที่ยง)

                                          ๒. If + Subject + is (am, are, was, were) + To + Verb 1”  =  “มีเจตจำนงที่จะ,  มีความตั้งใจที่จะ”   เช่น

  • If you are to pass the exam, you must work harder.

(ถ้าเขาตั้งใจจะสอบผ่าน  เขาจะต้องขยันมากขึ้น)

  • If he is to succeed, he should try again.

(ถ้าเขามุ่งมั่นจะประสบความสำเร็จ  เขาควรพยายามอีกครั้ง)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                 ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป

 

 

 

หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 382)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Part V: Sentence Completion   (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

 

1. _________________ forsythia bushes is their tendency to remain free from pests and diseases.

(______________ ต้นไม้เตี้ย (พุ่มไม้) ฟอร์ซิธเธีย (พืชไม้ดอกสีเหลือง)  คือ  ความโน้มเอียงของมันที่จะดำรงอยู่โดยปราศจากแมลงรบกวนหรือโรคต่างๆ)

(a) It is an outstanding trait

(b) They have an outstanding trait

(c) An outstanding trait of    (ลักษณะเด่นประการหนึ่งของ)

(d) Because an outstanding trait of

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจาก  “An outstanding trait”  (ลักษณะเด่นประการหนึ่ง)  เป็นประธานของประโยค  โดยมี  “Of forsythia bushes”  (ของต้นไม้เตี้ยฟอร์ซิธเธีย)  เป็นส่วนขยายประธาน  และมี  “Is”  เป็นกริยา  และ  “Their tendency to remain free from pests and diseases”  เป็น  “Complement”  ของ  “Is

 

2. An accumulation of wax in the ear canal may immobilize the eardrum, _____________ a partial loss of hearing.

(การสะสมของขี้หูในช่องหู  อาจทำให้เยื่อแก้วหูเคลื่อนที่ไม่ได้ (หรือหยุดเคลื่อนไหว -หมายถึงไม่สั่นสะ  เทือน  ทำให้เสียงที่ได้ยิน  ไม่สามารถเข้าไปในช่องหูได้อย่างเต็มที่), ____________ การสูญเสียการได้ยินบางส่วน)

(a) caused

(b) are caused

(c) causes

(d) causing    (ก่อให้เกิด)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากลดรูปมาจากอนุประโยค  “…………...........eardrum, which causes a partial loss…………............

 

3. Work _______________________________________________ to generate electricity.

(งาน ___________________________________________________ เพื่อผลิตไฟฟ้า)

(a) to be done

(b) it is done

(c) must be done    (จะต้องถูกทำ)

(d) done by it

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากรูป  “Passive voice”  ของ  “Modal verb”  คือ  Must” (Will, Would, Shall, Should, Can, Could, May, Might)  จะต้องตามด้วย  “Be + Verb 3”  (Must + Be + Verb 3)  ดังตัวอย่างข้างล่าง

  • The project will be completed by next month.

(โครงการจะถูกทำเสร็จในเดือนหน้า)

  • A short essay can be written in just half an hour.

(เรียงความสั้นๆ สามารถถูกเขียนได้ภายในเวลาเพียงครึ่งชั่วโมง)

  • You may be killed if you are careless while driving.

(คุณอาจจะตาย (ถูกฆ่า) ได้  ถ้าคุณประมาทขณะขับรถ)

  • The plane might be delayed because there was a heavy storm.

(เครื่องบินอาจถูกทำให้ล่าช้า  เพราะว่ามีพายุใหญ่)

 

4. Emma Lazarus, a poet and essayist, _____________ the sonnet inscribed on the pedestal of the Statue of Liberty.

(เอมมา ลาซารัส, กวีและนักเขียนเรียงความ, ______________ โคลง  ๑๔  บรรทัด  ซึ่งถูกจารึก (เขียนคำอุทิศ) ไว้ที่ฐานของอนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพ)  (อยู่ในกรุงนิวยอร์ก  ประเทศสหรัฐฯ)

(a) who wrote her

(b) who wrote

(c) whom she wrote

(d) wrote    (เขียน)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากเป็นกริยาแท้  (Finite verb)  ของประโยค  ส่วน  “Inscribed”  เป็นกริยาไม่แท้  (Non-finite verb แบบ  Past participle)  โดยลดรูปมาจากอนุประโยค  “………......….the sonnet which was inscribed on the pedestal of……….......….

 

5. Although _____________________________ some textile products, it imports many as well.

(แม้ว่า _______________ ผลิตภัณฑ์สิ่งทอบางอย่าง,  มันนำเข้า (ผลิตภัณฑ์สิ่งทอ) จำนวนมากเช่นเดียวกัน)

(a) the exports of the United States    (สินค้าออกของสหรัฐฯ)

(b) the United States exports    (สหรัฐฯ ส่งออก)

(c) exporters of the United States    (ผู้ส่งสินค้าออกของสหรัฐฯ)

(d) exporting of the United States    (การส่งสินค้าออกของสหรัฐฯ)

 

6. ________________________________________ a bicameral, or two-chamber, parliament.

(_________________ รัฐสภาแบบ  ๒  กิ่ง (ห้อง),  หรือ  ๒  สภา)  (คือ  มีทั้งสภาผู้แทน  และวุฒิสภา)

(a) Canada has    (ประเทศแคนาดามี)

(b) Canada having

(c) Because Canada has

(d) That Canada is having

ตอบ   -   ข้อ   (a)   เนื่องจากเป็นประธาน  (Canada)  และกริยา  (Has)  ของประโยค

 

7. The men are too ___________________________________________ for the job, I think.

(คนงานชายมี ____________________________ เกินไปสำหรับงาน  ผมคิด (อย่างนั้น) นะ)

(a) small    (เล็ก)  (ใช้กับร่างกาย-ขนาด)

(b) little    (น้อย)  (ใช้กับนามนับไม่ได้  ซึ่งเป็นเอกพจน์เสมอ)

(c) few    (น้อย)  (ใช้กับนามนับได้ พหูพจน์)

(d) much    (มาก)  (ใช้กับนามนับไม่ได้)

ตอบ   -   ข้อ   (c)   ใช้    “Few”   กับ   “Men”  (นามนับได้  พหูพจน์)

 

8. He broke my spectacles ____________________________________________ purpose.

(เขาทำแว่นตาผมแตก (หัก) _______________________________ เจตนา  -  หรือจงใจ)

(a) with

(b) by

(c) on    (โดย)

(d) of

ตอบ   -   ข้อ    (c)  “On purpose”  =   “โดยเจตนา หรือจงใจ”   สำหรับวลีที่ใช้  “on”   ได้แก่    on request”  (เมื่อมีการร้องขอ),  “on page 5”  (ในหน้าที่ ๕),  “waste his time on”  (ใช้เวลา– ของเขา - อย่างสิ้นเปลือง-สุรุ่ยสุร่ายกับ), on business  (ด้วยเรื่องธุรกิจ),  keep on  (ดำเนินต่อไป), rely on  (ไว้วางใจ, เชื่อใจ, พึ่งพาอาศัย), depend on (upon)  (พึ่งพาอาศัย, ขึ้นอยู่กับ, อยู่ที่), insist on  (ยืนกราน, ยืนหยัด, เรียกร้อง), on the floor  (บนพื้น), on a hill  (บนเนินเขา), on the top shelf   (บนชั้นบนของหิ้ง), on a sofa  (บนเก้าอี้โซฟา), to turn his back on his country  (หันหลังให้กับประเทศของตน  -  หมายถึงละทิ้งประเทศ  เช่น  หนีการเกณฑ์ทหาร  หรือไปเข้ากับฝ่ายศัตรู), on the contrary  (ในทางตรงกันข้าม), on the drawing board   (กำลังอยู่ในขั้นวางแผนหรือเตรียมการ  คือยังไม่ได้ลงมือทำ หรือนำมาใช้งานจริงๆ ),  on the dot (on the button)  (ตรงเวลาเผง, ตรงเวลาเป๊ะ)  -  Susan arrived at the party at 3:00 p.m. on the dot.  (ซูซานมาถึงที่งานเลี้ยงเวลาบ่าย ๓ โมงตรงเป๊ะ)get (climb, jump) on the bandwagon  (ทำตามอย่างที่คนอื่นทำ  แม้จะไม่ใช่เรื่องที่จำเป็น,  เข้าร่วมในกิจกรรมที่มีคนนิยมทำกันมาก  และล่าสุด  เช่น ถีบจักรยาน หรือ เล่นฟิตเนส,  โยคะ  -  แปลตรงๆตัว คือ ปีนหรือกระโดดขึ้นไปบนรถดนตรีในขบวนแห่)  -  When all Jim’s friends decided to vote for Bill, Jim climbed on the bandwagon too.  (เมื่อเพื่อนทุกคนของจิมตัดสินใจลงคะแนนให้บิล  จิมก็ตัดสินใจลงคะแนนให้บิลเช่นเดียวกัน  -  คือทำตามเพื่อนๆ แบบไม่ต้องมีเหตุผล),  on the (an) average  (โดยเฉลี่ย),   a dog peeing (pissing) on a tree   (หมาเยี่ยวรดต้นไม้),  on condition that  (โดยมีเงื่อนไขว่า)  -  I will lend you the money on condition that  you pay it back in one month.  (ผมจะให้คุณยืมเงินโดยมีเงื่อนไขว่า  คุณต้องใช้คืนภายใน  ๑  เดือน),  on deck   (อยู่บนดาดฟ้าเรือ, เตรียมพร้อมที่จะทำอะไรบางอย่าง, มาปรากฏตัว หรือมาถึงที่นัดหมาย)  –  The passengers are relaxing on deck.  (ผู้โดยสารกำลังพักผ่อนหย่อนใจอยู่บนดาดฟ้าเรือ)  -  The scout leader told the boys to be on deck at 8:00 Saturday morning for the hike.  (ผู้นำลูกเสือบอกให้ลูกเสือมาถึงที่นัดหมายเวลา ๘.๐๐ น. เช้าวันเสาร์  เพื่อออกเดินทางไกล),  on deposit  (ในธนาคาร)  -  I have $ 500 on deposit in my account.  (ผมมีเงินอยู่   ๕๐๐ ดอลลาร์ในบัญชีธนาคาร),  on duty  (อยู่ปฏิบัติหน้าที่, ขณะปฏิบัติหน้าที่)  -  There is always one teacher on duty during study hour.  (มีครูอยู่    คนเสมอ  อยู่ปฏิบัติหน้าที่ในระหว่างชั่วโมงเรียน  -  คือคอยให้คำแนะนำปรึกษาแก่นักเรียน)on earth (= in the world(ใน หรือ บนโลกนี้, เกิดขึ้นได้ หรือเป็นไปได้อย่างไร  มักใช้แสดงการเน้นในประโยคคำถาม) - Where on earth did I put my wallet?  (ไม่รู้ว่าผมเอากระเป๋าสตางค์ไปวางไว้ตรงไหนในโลกนี้   -   คือบ่นคร่ำครวญเนื่องจากหากระเป๋าสตางค์ไม่เจอ)-  The boys wondered how on earth the mouse got out of the cage. (พวกเด็กๆสงสัยว่า เป็นไปได้อย่างไรที่หนูออกจากกรงไป  -  ทั้งๆที่ล็อคทางออกไว้อย่างแน่นหนา)have, (keep, with) one eye on  (คอยเฝ้าดูหรือเอาใจใส่  -  บุคคลหรือสิ่งของ  -  ในขณะที่กำลังทำสิ่งอื่นไปด้วย)  -  Mother had one eye on baby as she ironed.  (แม่รีดผ้าและดูแลลูกน้อยไปด้วยในเวลาเดียวกัน)  -  Chris tried to study with one eye on the TV set.  (คริสพยายามอ่านหนังสือ  และดูทีวีไปด้วยในในเวลาเดียวกัน),  on account of  (เนื่องมาจาก, เพราะว่า),  -  The picnic was held in the gym on account of the rain.  (ปิ๊คนิกถูกจัดในโรงยิม  -  แทนในสนาม  -  เนื่องมาจากฝนตก),  on a shoestring  (ด้วยเงินจำนวนเล็กน้อยสำหรับใช้จ่าย, ด้วยงบประมาณที่น้อยมาก  -  แปลตรงๆตัว คือ ด้วยเชือกผูกรองเท้า)  -  The couple was seeing Europe on a shoestring.  (สามี-ภรรยาคู่นั้นกำลังเที่ยวยุโรป  ด้วยเงินจำนวนเพียงนิดเดียว  -  คือ  แบบประหยัดสุดๆ),  to walk on air  (รู้สึกมีความสุขและตื่นเต้น)  -  Kim has been walking on air since she won the prize.  (คิมมีความสุขและตื่นเต้นมาโดยตลอด  ตั้งแต่ที่เธอได้รับรางวัล),  to wait on (upon)  (รับใช้, ให้บริการ)  -  The clerk in the store waits on all customers.  (เสมียนในร้านนั้นให้บริการ (รับใช้) ลูกค้าทุกคน),  (sitting) on top of the world  (ปลาบปลื้มยินดีและมีความสุข, รู้สึกประสบความสำเร็จ)  -  John was (sitting) on top of the world when he found out that he got into college.   (จอห์นดีใจและมีความสุข  เมื่อเขาพบว่าเขาสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้),  on behalf of  (ในนามของ),  on board  (บนเรือ)  -  A ship was leaving the harbor, and we saw the people on board waving.   (เรือลำหนึ่งกำลังออกจากท่า  และเราเห็นผู้คนบนเรือโบกไม้โบกมือ  -  เพื่ออำลาญาติพี่น้องที่มาส่ง),  off and on (= on and off)  (ไม่สม่ำเสมอ, เป็นครั้งคราว หรือบางโอกาส)  -  It rained off and on all day.  (ฝนตกๆหยุดๆตลอดทั้งวัน  -  คือ ตกแล้วหยุด  แล้วก็ตกแล้วหยุดอีก  สลับกันไปแบบนี้ตลอดทั้งวัน),  the posters on the walls   (โปสเตอร์บนกำแพง), a sticker on her car  (สติ๊กเกอร์ติดรถของเธอ), pictures on the screen (รูปภาพบนจอ), on the ceiling(บนเพดาน), on the roof  (บนหลังคา), on all fours  (คลาน ๔ เท้า), get on a bus  (ขึ้นรถเมล์), on a highway  (บนทางหลวง), on the plane  (บนเครื่องบิน), on foot  (โดยทางเท้าหรือเดินไป), to walk on tiptoe  (เดินบนปลายเท้าหรือเขย่งส้นเท้า), on horseback  (บนหลังม้า), on a bicycle  (โดยรถจักรยาน), on Monday  (ในวันจันทร์), on a Sunday afternoon  (ตอนบ่ายวันอาทิตย์), on an occasion like this  (ในโอกาสเช่นนี้), on April10th  (ในวันที่ ๑๐ เมษายน), on Thursday night  (ในคืนวันพฤหัสฯ), on the first day of term  (ในวันแรกของภาคการศึกษา), books on art and religion  (หนังสือเกี่ยวกับศิลปะและศาสนา), on the subject of rents  (ในเรื่องเกี่ยวกับค่าเช่า), ideas on how films should be made  (ความคิดเกี่ยวกับว่าควรจะสร้างหนังอย่างไร), to comment on the issue  (แสดงความคิดเห็นในประเด็นนั้น), a talk on agriculture  (การสนทนาเกี่ยวกับเกษตรกรรม), cars running on petrol  (รถยนต์ที่วิ่งด้วยน้ำมัน), appear on TV  (ปรากฏตัวทางทีวี), to hear it on the radio  (ได้ยินมันทางวิทยุ), on stage  (บนเวที), on the phone (ทางโทรศัพท์ หรือกำลังพูดโทรศัพท์), on and on  (ไม่รู้จักจบสิ้น, ไม่หยุดหย่อน, ไม่สิ้นสุด), on edge  (รุ่มร้อน, กระวนกระวาย, ตื่นเต้น, ประสาทเสีย, ปวดสมอง), on one’s own  (ด้วยตนเอง, เป็นอิสระ, หาเลี้ยงตนเอง), on purpose  (โดยเจตนา, โดยตั้งใจทำ), on the carpet (ดุด่าว่ากล่าว, สวด), on the fence  (ยังไม่แน่ใจ, ยังไม่ตัดสินใจ-ตกลงใจ), on the hook  (อยู่ในฐานะลำบาก), on the spot  (ที่กำลังพูดถึง-เอ่ยถึง), to be on  (กำลังปรากฏ, กำลังฉายอยู่. กำลังแสดง),  on the go  (มีธุระยุ่ง, เคลื่อนไหวทำโน่นทำนี่อยู่ตลอด)  –  I’m usually on the go all day long.  (ผมมักมีธุระยุ่งตลอดทั้งวัน), on the market  (มีขาย, เสนอขาย)  – I had to put my car on the market.  (ผมจำเป็นต้องเอารถออกขาย) - This is the finest home computer on the market.  (นี่เป็นคอมพิวเตอร์ประจำบ้านที่ดีที่สุดที่วางขายในตลาด), on the mend  (สบายดี, หายป่วยไข้)  – My cold was terrible, but I’m on the mend now.  (ไข้หวัดของผมย่ำแย่มากเลย  แต่ตอนนี้ผมหายไข้แล้ว) – What you need is some hot chicken soup.  Then you’ll really be on the mend.  (สิ่งที่คุณต้องการ คือ ซุปไก่ร้อนๆ  แล้วคุณจะหายป่วยจริงๆเลย),  on the tip of one’s tongue  (ติดอยู่แค่ริมฝีปาก  คือ เกือบจะพูดออกมาแล้ว หรือ เกือบจะนึกออกแล้ว) – I have his name right on the tip of my tongue.  I’ll think of it in a second  (ผมมีชื่อของเขาติดอยู่ที่ริมฝีปาก  ผมจะนึกมันออกในอีกวินาทีเดียว) – John had the answer on the tip of his tongue, but Ann said it first  (จอห์นเกือบจะบอกคำตอบออกมาแล้ว  แต่แอนพูดออกมาเสียก่อน  -  คือชิงบอกคำตอบก่อน),  on the wrong track  (ไปหรือเดินผิดลู่หรือราง, ทำตามสมมติฐานที่ผิด)  – You’ll never get the right answer.  You’re on the wrong track.  (คุณไม่มีวันจะได้คำตอบที่ถูกต้องหรอก คุณเดินผิดทางนี่ หรือ คุณตั้งสมมติฐานไว้ผิดนี่),  be (skate) on thin ice  (อยู่ในสถานการณ์ที่เสี่ยงหรือมีอันตราย)  – If you try that, you’ll really be on thin ice.  That’s too risky.  (ถ้าคุณลองทำสิ่งนั้น  คุณจะตกอยู่ในอันตรายอย่างแท้จริง  มันเสี่ยงเกินไป) – If you don’t want to find yourself (skating) on thin ice, you must be sure of your facts  (ถ้าคุณไม่ต้องการพบตัวเองตกอยู่ในอันตราย  คุณต้องมั่นใจในข้อเท็จจริง  - ไม่เช่นนั้นคุณอาจแพ้คดีและต้องจ่ายเงินมากมาย),  on tiptoe  (เดินเขย่งเท้า),  on vacation  (เดินทางไปเที่ยวในวันหยุดพักผ่อน)  – Where are you going on vacation this year?  (คุณจะเดินทางไปพักผ่อนที่ไหนในวันหยุดปีนี้) – I’ll be away on vacation for three weeks.  (ผมจะเดินทางไปพักผ่อนวันหยุดเป็นเวลา ๓ สัปดาห์),  on holiday  (อยู่ในระหว่างวันหยุด),  เป็นต้น

 

9. For _________________________________________________ have you been a soldier?

(เป็นเวลา _______________________ ที่คุณได้เป็นทหาร)  (คุณเป็นทหารมานานเท่าใดแล้ว)

(a) how far    (ไกลเท่าใด)

(b) how long    (นานเท่าใด)

(c) how much time    (เวลามากเท่าใด)

(d) how many year    (กี่ปี)

ตอบ   -   ข้อ    (b)   หรืออาจตอบ   “how many years”   ก็ได้

 

10. ________________________ before in my life have I met with such a wonderful welcome.

(____________________________ มาก่อนในชีวิต  ที่ผมได้พบกับการต้อนรับที่วิเศษเช่นนั้น)

(a) Never    (ไม่เคย)

(b) Not

(c) Neither    (ไม่เช่นกัน)

(c) Not only    (ไม่เพียงแต่)

 

11. I don’t like this hat.  Please show me a better ___________________________________.

(ผมไม่ชอบหมวกใบนี้  โปรดเอา __________________________ ที่ดีกว่ามาให้ผมดูหน่อย)

(a) hat

(b) another hat

(c) one    (ใบ)

(d) that hat

ตอบ   -   ข้อ    (c)   เนื่องจากใช้แทน   “Hat”  ซึ่งเป็นคำนามนับได้  เอกพจน์  เพื่อหลีกเลี่ยงการกล่าวซ้ำคำว่า  “Hat”  ดูเพิ่มเติมการใช้คำแทนคำนาม  เพื่อหลีกเลี่ยงการกล่าวคำนั้นซ้ำ  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                             ตัวอย่างที่ 

  • His wages as a truck-driver were considerably higher _____________ a ditch-digger.

(ค่าจ้างของเขาในฐานะคนขับรถบรรทุก  สูงกว่า ____________ คนขุดคูน้ำอย่างมากมาย)

(a) than

(b) in comparison to the wages of

(c) than those of    (ค่าจ้างของ)

(d) if not higher than, better than

ตอบ   -   ข้อ   (c)   ใช้  “Those”  แทน  “Wages”  ซึ่งเป็นคำนามนับได้  พหูพจน์   ดูเพิ่มเติมการใช้คำแทนคำนามเพื่อหลีกเลี่ยงการกล่าวคำนั้นซ้ำ  จากประโยคข้างล่าง

                                              ตัวอย่างที่ 

  • Fossil evidence indicates that the earliest cockroaches looked very much like __________.

(หลักฐาน (จาก) ฟอสซิล (ซากพืชหรือสัตว์ที่เป็นหิน) บ่งชี้ว่า  แมลงสาบยุคแรกสุด  มีลักษณะเหมือนกันมากกับ ______________)

(a) today does

(b) those of today    (แมลงสาบในปัจจุบัน)

(c) what do cockroaches now

(d) the cockroaches which are now

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากใช้  “Those”  แทน  “Cockroaches”  ซึ่งเป็นคำนามนับได้  พหูพจน์   ดูเพิ่มเติมการใช้คำ  (Those, That, One)  แทนคำนามที่กล่าวมาก่อนหน้าแล้ว  เพื่อหลีกเลี่ยงการกล่าวคำซ้ำ  จากประโยคข้างล่าง

                                            ตัวอย่างที่ 

  • This school has a new pool, so ______________ should have ________________ too.

(โรงเรียนนี้มีสระว่ายน้ำใหม่  ดังนั้น ____________ ควรมี _____________ เช่นเดียวกัน)

(a) our school __________ new pool

(b) our __________ new one

(c) we __________ pool

(d) ours __________ one    (โรงเรียนของเรา .................. สระว่ายน้ำใหม่)

ตอบ   -   ข้อ    (d)   เนื่องจากเป็นการใช้คำแทนคำนามที่ได้กล่าวไปแล้วทั้งคู่  คือ  ใช้   “Ours”  แทน  “Our school”  (ต้องใช้คำให้สมดุลกัน  คือ  “Our school”  และ  “This school” )   และ  “One”  แทน  “A new pool”   ซึ่งเป็นคำนามนับได้  เอกพจน์   ดูเพิ่มเติมการใช้คำแทนคำนามที่กล่าวไปก่อนหน้าแล้ว  จากประโยคข้างล่าง

                                             ตัวอย่างที่ 

  • People in highly developed countries are generally better fed than _____________ in underdeveloped countries.

(ผู้คนในประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างมาก  โดยทั่วไปจะมีอาหารการกินที่ดีกว่า ____________ ในประเทศด้อยพัฒนา)

(a) that

(b) those    (ผู้คน)

(c) them

(d) the one

ตอบ   -   ข้อ    (b)    เนื่องจากต้องใช้   “Those”  แทนคำนามนับได้  พหูพจน์  (People)   

                                           ตัวอย่างที่ 

  • The furniture __________ is manufactured here is as good as __________ made anywhere else in the world.

(เฟอร์นิเจอร์ ________ ถูกผลิตที่นี่  ดีพอๆ กับ _________ (ซึ่งถูก) ผลิต  (ทำ) ที่อื่นใดในโลก)

(a) that ____________ which

(b) which ____________ that    (ซึ่ง  .........................  เฟอร์นิเจอร์)

(c) that ____________ those

(d) which ____________ which

ตอบ   -   ข้อ    (b)   ในช่องแรกอาจตอบ  “Which”  หรือ  “That”  ก็ได้  แต่ในช่องหลัง   ต้องตอบ  “That”  เพียงอย่างเดียว  เนื่องจาก  ใช้แทน  “Furniture”  ซึ่งเป็นคำนามนับไม่ได้  ดูคำอธิบายการใช้คำแทนนามนับได้  และนับไม่ได้จากประโยคข้างล่าง

                                            ตัวอย่างที่ 

  • I’ve lost my pen.  Have you got _______________________________ I can borrow?

(ผมได้ทำปากกาหาย  คุณมี __________________________________ ให้ผมยืมไหม)

(a) them

(b) anyone

(c) it

(d) one    (ปากกาด้ามหนึ่ง)

ตอบ   -   ข้อ    (d)   ใช้   “One”  แทนนามนับได้เอกพจน์  (Pen)

                                             ตัวอย่างที่ 

  • The Prime Minister is giving a press conference now; he also gave ____________ at this time last week.

(นายกรัฐมนตรีกำลังประชุมให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์อยู่ในขณะนี้   และเขาได้จัดประชุม _______ ด้วย  ในเวลาเดียวกันนี้  เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว)

(a) it

(b) the same

(c) them

(d) one    (ครั้งหนึ่ง, หนหนึ่ง)

ตอบ   -   ข้อ    (d)   เนื่องจากแทนคำนามนับได้   เอกพจน์  (Press conference)

                                             ตัวอย่างที่ 

  • The houses here are a little less modern than ______________________ in the city.  

(บ้านที่นี่ทันสมัยน้อยกว่า _______________________________ ในเมืองอยู่เล็กน้อย)

(a) that

(b) those    (บ้าน)

(c) they

(d) ones

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากแทน   “Houses”   ซึ่งเป็นคำนามนับได้พหูพจน์   แต่ถ้าเป็นคำนามนับได้เอกพจน์  (House, Car, Book, Pen, Dog)  ให้แทนด้วย  “One”   และถ้าเป็นคำนามนับไม่ได้  (เอกพจน์เสมอ)  (เช่นFurniture, Advice, News, Information, Equipment, Evidence, etc.)   ให้แทนด้วย  “That

                                              ตัวอย่างที่  

  • When the boy saw the kite I had made, he asked me to make ______________ for him. 

(เมื่อเด็กคนนั้นเห็นว่าวที่ผมทำ  เขาขอร้องผมให้ทำ ________________________ ให้แก่เขา)

(a) other

(b) it

(c) one    (ตัวหนึ่ง)

(d) the kite

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจาก   “Kite”   เป็นคำนามนับได้ เอกพจน์  เมื่อจะกล่าวถึงอีกครั้งหนึ่ง (กล่าวซ้ำ)   ต้องใช้  “One”  แทน

                                            ตัวอย่างที่  ๑๐

  • The air of the hills is cooler than _________________________________________.

(อากาศของเนินเขาเย็นกว่า _____________________________________________)

(a) one of the plains

(b) of the plains

(c) that of the plains    (อากาศของที่ราบ)

(d) the plains

ตอบ   –   ข้อ   (c)   เนื่องจาก   Air”  เป็นคำนามนับไม่ได้  จึงต้องแทนด้วย  “That”  และตามด้วย   of the plains”   เพื่อให้สมดุลกัน  ในกรณีเป็นนามนับได้  ให้ใช้ “One”  แทน  และถ้าเป็นนามพหูพจน์   ให้ใช้   “Those”   แทน   (สำหรับเหตุผลที่ไม่เลือกข้อ  (d)  เนื่องจาก   จะเป็นการเปรียบเทียบระหว่าง   “อากาศ”  และ   “ที่ราบ”   มิใช่   “อากาศของเนินเขา”   และ  “อากาศของที่ราบ”    ซึ่งผิดความหมายที่ต้องการเปรียบ เทียบ)   ตัวอย่างอื่นๆ  เช่น

  • The book you gave me is more informative than the one I bought from a bookstore.

(หนังสือที่คุณให้ผมให้ข้อมูลข่าวสารมากกว่าเล่มที่ผมซื้อจากร้านหนังสือ)  (book”  เป็นนามเอกพจน์นับได้ จึงต้องใช้  one  แทน เมื่อจะกล่าวซ้ำ)

  • The students in this class are more hard-working than those in that class.

(นักเรียนในห้องนี้ขยันมากกว่านักเรียนในห้องนั้น)  (students  เป็นนามพหูพจน์  จึงต้องใช้ those  แทน เมื่อจะกล่าวซ้ำ)

  • The knowledge one obtains from self-study is sometimes much higher than that one derives from class.

(ความรู้ที่คนเราได้รับจากการศึกษาด้วยตนเอง  บางทีมากกว่าความรู้ที่ได้รับจากห้องเรียนมากมายทีเดียว)  (knowledge  เป็นนามนับไม่ได้ – เอกพจน์เสมอ – จึงต้องใช้  that  แทน  เมื่อจะกล่าวซ้ำ)

 

12. After thinking about it for a long time, he finally decided ______________________ task.

(หลังจากคิดเกี่ยวกับมันเป็นเวลานาน  ในที่สุดเขาตัดสินใจ ______________________ งาน)

(a) to make such a

(b) to undertake the    (เข้าทำ, รับทำ, ดำเนินการ, รับหน้าที่, รับผิดชอบ, อาสา)

(c) to commit the     (กระทำ)  (มักใช้กับ  “Crime - อาชญากรรม, Sin – บาป, Suicide – ฆ่าตัวตาย)

(d) to endeavor the    (พยายาม)

 

13. A garden tool with a long hand is a _________________________________________.

(เครื่องมือทำสวนที่มีด้ามยาว  คือ __________________________________________)

(a) mop    (ไม้กวาด)

(b) hammer    (ค้อน)

(c) lamp    (ตะเกียง)

(d) spade    (เสียม, พลั่ว, จอบ)

 

14. A feast is a ___________________________________________________________.

(งานเลี้ยงอาหาร  -  หรืออาหารมากมาย  -  คือ ___________________________________)

(a) party    (งานเลี้ยงทั่วๆไป)

(b) memorial    (มะ-ม้อ-เรี่ยล)  (สิ่งที่เตือนความจำ, ที่ระลึก, อนุสรณ์, เครื่องระลึกถึง)

(c) banquet    (แบ๊ง-เควท)  (งานเลี้ยง, การรับประทานอาหารอย่างฟุ่มเฟือย)

(d) bouquet    (โบ-เค่)  (พวงดอกไม้, ช่อดอกไม้, กลิ่นหอมของเหล้า, การยกย่อง, คำสรรเสริญ)

 

15. She didn’t want the onions to stick ______________ the pan, so from time to time she would shake the pan. 

(เธอไม่ต้องการให้หัวหอมติด _________ กระทะ  ดังนั้น  เป็นครั้งคราว,  เธอจะเขย่า (สั่น) กระทะ)

(a) in

(b) on

(c) to    (กับ)

(d) at

(e) with

ตอบ   -   ข้อ    (c)   สำหรับวลีที่ใช้กับ   “To”  ดูจากพารากราฟข้างล่าง

                                            สำหรับคำคุณศัพท์  (Adjective)   ที่ใช้กับ “To”   ได้แก่   kind (กรุณา, ใจดี)  -  He is very kind to me.  (เขากรุณาต่อผมมาก),  “new”  (It is new to me.  –  มัน (เป็นเรื่อง) ใหม่สำหรับผม), close  (ใกล้ชิดกับ),  cruel  (โหดร้ายกับ),  hostile  (มุ่งร้าย หรือเป็นปฏิปักษ์กับ),  obvious  (ชัดเจนแก่),  obedient  (เชื่อฟังต่อ),  peculiar  (แปลกประหลาดแก่, เฉพาะกับ),  equal  (เท่ากันกับ),  grateful  (ขอบคุณ, เป็นหนี้บุญคุณ)  -  I’m very grateful to your kind assistance.  (ผมขอบคุณอย่างมากต่อความช่วยเหลือของคุณ),  harmful  (เป็นอันตรายต่อ),  kind  (กรุณาต่อ),  dear  (เป็นที่รักแก่),  faithful  (ศรัทธาต่อ),  junior  (อาวุโสน้อยกว่า),  senior  (อาวุโสมากกว่า)  -  He is senior to me in the army.  (เขาอาวุโสกว่าผมในกองทัพ  -  คือมียศสูงกว่า),  inferior  (ด้อยกว่า, เลวกว่า, แย่กว่า),  superior  (ดีกว่า, เหนือกว่า),  polite  (สุภาพต่อ)  -  He is polite to everyone he meets.  (เขาสุภาพกับทุกคนที่เขาเจอะเจอ),  familiar  (คุ้นเคยกับ)  -  Most people at the party were familiar to me.  (คนส่วนใหญ่ที่งานเลี้ยงคุ้นเคยกับผม,  useful  (เป็นประโยชน์กับ),  similar  (คล้ายกับ),  rude  (หยาบคายกับ),  previous  (ก่อน),  used  (เคย),  accustomed  (คุ้นเคย, เคยชิน)  -  They are accustomed to hot weather.  (พวกเขาคุ้นเคยกับอากาศร้อน),  clear  (ชัดเจนกับ),  essential  (จำเป็นกับ),  necessary  (จำเป็นต่อ),  good  (ปฏิบัติดีต่อ),  identical  (เหมือนกับ)  -  The material is almost identical to limestone.  (วัตถุชิ้นนั้นเกือบจะเหมือนกันเป๊ะกับหินปูน),  satisfactory (เป็นที่พอใจของ),  important  (สำคัญต่อ),  significant  (สำคัญต่อ),  equivalent  (เท่ากับ, เสมือนกับ),  loyal  (จงรักภักดีต่อ)   เป็นต้น

                                            สำหรับคำกริยาที่ใช้กับ  “To”  ได้แก่   “happen”  (เกิดขึ้น)  -  The accident happened to his family a long time ago.  (อุบัติเหตุเกิดขึ้นกับครอบครัวของเขานานมาแล้ว),  occur  (เกิดขึ้น),  resort  (หันไปใช้)  -  You must never resort to violence.  (คุณจะต้องไม่หันไปใช้ความรุนแรง),  compare  (เปรียบเทียบว่าเหมือนกับ)-  Some people compare sleep to death.  (บางคนเปรียบเทียบการนอนหลับว่าเหมือนกับความตาย),  belong  (เป็นของ)  -  That car belongs to me.  (รถยนต์คันนั้นเป็นของผม),  attend  (เอาใจใส่)  -  You should attend to your teacher’s advice.  (คุณควรเอาใจใส่คำแนะนำของอาจารย์),  see to it  (ดูแลในเรื่อง, จัดการในเรื่อง)  -  I will see to it that you get what you want.  (ผมจะดูแลให้ว่า  คุณได้ทุกอย่างที่คุณต้องการ),  consent  (ยินยอมต่อ)  -  He consented to postponement of the trip.  (เขายินยอมกับการเลื่อนการเดินทางออกไป),  attribute  (มีสาเหตุมาจาก)   -  He attributed the worsening situation to increased conflicts between the government and the people.  (เขาคิดว่าสถานการณ์ที่แย่ลง  มีสาเหตุมาจากความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลและประชาชน),  apply  (สมัคร, ขอ),  reply  (ตอบ),  appeal  (อุทธรณ์, ชวนให้เกิดความสนใจ หรือ หลงใหล),  confine  (จำกัดอยู่ใน),  turn  (หันไปหา, หันไปใช้),  amount  (รวมเป็นจำนวน),  surrender  (ยอมจำนนต่อ),  listen  (ฟัง),  recommend  (แนะนำว่าดี),  devote  (อุทิศแก่),  accustom  (ทำให้คุ้นเคยกับ),  object  (คัดค้าน, ไม่เห็นด้วยกับ),  succumb  (พ่ายแพ้ต่อ, ยอมจำนนกับ)  -  He finally succumbed to injury.  (เขาในที่สุดพ่ายแพ้ต่อการบาด เจ็บ  -  คือตาย),  complain  (บ่น หรือ ร้องเรียนกับ)  They complained to me about the noise.  (เขาร้องเรียนกับผมเกี่ยวกับเรื่องเสียงดัง),  suggest  (แนะนำกับ)   -  I suggested to him that he should work harder.  (ผมแนะนำกับเขาว่า  เขาควรขยันมากขึ้น),  respond  (ตอบสนองต่อ)   - The government should quickly respond to its people’s demand.  (รัฐบาลควรตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนอย่างรวดเร็ว),  look forward to  (ตั้งหน้าตั้งตารอคอย),  refer  (อ้างถึง, แนะนำให้ไปหา),  yield  (จำนน หรือพ่ายแพ้ต่อ),  introduce  (แนะนำให้รู้จักกับ),  reduce  (ลดลงจนต้อง),  be used to  (คุ้นเคยหรือเคยชินกับ),  get used to  (คุ้นเคยหรือเคยชินกับ),  be accustomed to  (คุ้นเคยหรือเคยชินกับ),  get accustomed to  (คุ้นเคยหรือเคยชินกับ),   เป็นต้น

 

16. She tried riding her bicycle to school for a few days, but she found __________ too tiring.

(เธอลองขี่รถจักรยานไปโรงเรียนเป็นเวลา  ๒ – ๓  วัน  แต่เธอพบว่า ________ น่าเหน็ดเหนื่อยเกินไป)

(a) herself

(b) the days

(c) it    (มัน)

(d) she was

ตอบ   -   ข้อ    (c)   เป็นไปตามโครงสร้าง   “Subject + Find + It + (Too) + Adjective + (To + Verb 1)   ดูเพิ่มเติมโครงสร้างนี้จากประโยคข้างล่าง

                                               ตัวอย่างที่  

  • Don’t you find __________________________________ rather dull to stay at home?

(คุณไม่ได้พบว่า ______________________ ค่อนข้างน่าเบื่อหน่ายที่จะพักอยู่กับบ้านหรือ)

(a) yourself

(b) something

(c) anything

(d) it    (มัน)

(e) (No word is needed.)    (ไม่ต้องเติมคำใดเลย)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  เป็นไปตามโครงสร้าง   “Subject + Find + It + Adjective + To + Verb 1

                                              ตัวอย่างที่  

  • I began to read my papers again, but found _______________ difficult to improve them.

(ผมเริ่มต้นอ่านรายงานของผมอีกครั้ง  แต่พบว่า _______ ยากที่จะปรับปรุงมัน (รายงาน) ให้ดีขึ้น)

(a) it    (มัน)

(b) myself

(c) too

(d) (No word is needed.)

ตอบ   -   ข้อ  (a)   เนื่องจากเป็นไปตามโครงสร้าง  “Find (Consider) + It + Adjective + To + Verb 1”  ซึ่ง  “It”  ในที่นี้   มิได้มีความหมายแต่ประการใด  เป็นเพียงการสมมติขึ้นมาเป็น   “กรรม”  ของ  “Find (หรือ Consider)”  เท่านั้น 

                                             ตัวอย่างที่  

  • The boys found the experiment _________________________________________.

(เด็กๆ พบว่าการทดลอง _________________________________________________)

(a) to fascinate    (ทำให้หลงใหล, ทำให้ปลื้ม, ดึงดูดใจ)

(b) fascinate

(c) fascinating     (น่าหลงใหล, มีเสน่ห์)

(d) fascinated    (รู้สึกหลงใหล, หลงเสน่ห์)

ตอบ   -    ข้อ   (c)   เนื่องจากเป็นไปตามโครงสร้าง  “Subject + Find (Consider) + Object  (it, him, her, them, you) + Adjective  (+ To + Verb 1)”  =  {ประธาน + พบ (ถือว่า) + กรรม (มัน, เขา, เธอ, เรา, ท่าน) + คุณศัพท์  (To + Verb1)}

                                              ตัวอย่างที่         (จงเลือกข้อที่ผิดหลักไวยากรณ์  จากข้อ  (๑)  ถึง  (๔)

  • Because (1) some critics considered it decadent, subversive, and (2) incomprehensibly, abstract art (3) encountered much opposition in its (4) early years.

(เพราะว่านักวิจารณ์บางคนมองว่ามัน (ศิลปะฯ) เสื่อมโทรม, บ่อนทำลาย, และไม่สามารถเข้าใจได้,  ศิลปะแบบแอ๊บสแตร็คได้เผชิญกับการต่อต้านอย่างมากในช่วงปีแรกๆ ของมัน)

ตอบ   –   ข้อ   (2)   แก้เป็น  “incomprehensible”  เนื่องจากต้องอยู่ในรูปคำคุณศัพท์  ให้สมดุลกับอีก   คำข้างหน้ามัน  “decadent”  และ subversive”  ตามโครงสร้าง  {Subject + consider (find) + it (him, her) + adjective} หรือ  {Subject + consider + it (him, her) + a + adjective + noun}  เช่น

  • We considered (found) it successful.

(เธอถือ (พบ) ว่ามันประสบความสำเร็จ)

  • He considered (found) it useful.

(เขาถือ (พบ) ว่ามันมีประโยชน์)

  • She considers (finds) it important.

(เธอถือ (พบ) ว่ามันสำคัญ)

  • We consider (find) him a good boy.

(เราถือ (พบ) ว่าเขาเป็นเด็กดี)

  • She considers (finds) me her best friend.

(เธอถือ (พบ) ว่าผมเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของเธอ)

  • The boss considered (found) her a good secretary.

(เจ้านายถือ (พบ) ว่าเธอเป็นเลขาฯ ที่ดี)

 

17. I don’t understand why he is always ____________________________________ money.

(ผมไม่เข้าใจว่าทำไมเขาจึง ______________________________________ เงินอยู่เสมอ)

(a) in short of

(b) in short for

(c) short of    (ขาด, ขาดแคลน)

(d) short for

ตอบ   -   ข้อ   (c)  “To be short of”  =   “ขาด, ขาดแคลน

                                             สำหรับคำกริยา,  คุณศัพท์  หรือ  วลีที่ใช้กับ  “Of”  ได้แก่   “source of”  (แหล่งของ)  -  Meat is an excellent source of vitamins.  (เนื้อเป็นแหล่งที่ดีเยี่ยมของวิตามิน),  “kind of”  (ค่อนข้างจะ)  -  She is kind of an envious woman.  (เธอเป็นผู้หญิงที่ค่อนข้างจะขี้หึง),  “keep out of”  (อย่ายุ่ง, อยู่ให้ไกล, ออกห่างจาก, ไม่เข้าไปเกี่ยวข้อง)  - Please keep out of my business.  (โปรดอย่าเข้ามายุ่งกับเรื่องของผม),  “in honor of”  (เพื่อเป็นเกียรติแก่)  -  The building was named in honor of the late President.”  (อาคารถูกตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่ท่านประธานาธิบดีผู้ล่วงลับไปแล้ว),  “in charge of” (= take charge of)  (ดูแล, รับผิดชอบ)  -  They are in charge of organizing the meeting.  (พวกเขารับผิดชอบการจัดประชุม), “inform someone of something”  (บอกใครเกี่ยวกับเรื่องอะไร)  -  Please inform me of your decision.  (โปรดบอกผมเกี่ยวกับการตัดสินใจของคุณ),   “of age”  (โตพอที่จะทำอะไรบางอย่าง, อายุมากพอที่จะลงคะแนนเลือกตั้งหรือซื้อเหล้า-เบียร์, ได้รับการพัฒนาอย่างเต็มที่)  -  Mary will be of driving age on her next birthday  (แมรี่จะถึงวัยที่ได้รับอนุญาตให้ขับรถได้  ในวันเกิดของเธอปีหน้า),  “of course”  (แน่นอน, ไม่ต้องสงสัยเลย, เป็นเรื่องธรรมดา, เหมือนที่คาดหวังไว้)  -  Of course you know that girl; she is in your class  (แน่นอน  คุณรู้จักเด็กผู้หญิงคนนั้น  เธอเป็นเด็กนักเรียนของคุณ  -  หรือ เธอเรียนอยู่ในชั้นเดียวกับคุณ  –  คือเป็นเพื่อนคุณ),  “remind someone of”  (เตือนใครให้นึกถึงเรื่อง.........)  -  She reminded me of her mother.  (เธอเตือนให้ผมนึกถึงแม่ของเธอ  -  ด้านรูปร่างหน้าตาหรือนิสัยใจคอ),  “approve”  (อนุมัติ, เห็นชอบ)  -  “The company doses not approve of women smoking.”  (บริษัทไม่เห็นชอบให้ผู้หญิงสูบบุหรี่),  “boast”  (คุยโม้)  -  “He often boasts of his wealth.”  (เขามักคุยอวดความร่ำรวย), “think”  (คิดถึงเรื่อง)  -  “We are thinking of buying her a present.”  (พวกเรากำลังคิดถึงเรื่องซื้อของขวัญให้เธอ),  “warn”  (เตือน)  -  “She warned me of the danger.”  (เธอเตือนผมถึงอันตราย),   “accuse someone of”  (กล่าวหาใครในเรื่อง..........)  -  They accused him of stealing their car.  (พวกเขากล่าวหาเขาว่าขโมยรถยนต์),  “suspect”  (สงสัย),  “consist”  (ประกอบด้วย),  “be composed of”  (ประกอบด้วย)  -  Our team is composed of a number of experts in several fields.   (ทีมของเราประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากจากหลายสาขา),  “dream”  (ฝัน)  -  She never dreams of traveling abroad.  (เธอไม่เคยฝันว่าจะเดินทางไปต่างประเทศ),  “hear”  (ได้ยิน)  -  “We have never heard of his plan.”  (เราไม่เคยรู้เกี่ยวกับแผนของเขาเลย)  -  “Have you heard of Lewis Baker?”  (คุณรู้จักลูอิส  เบเกอร์ ไหม),  “beware”  (ระวัง)  -  “Beware of dogs !”  (ระวังสุนัข !),  “complain”  (บ่น, ร้องทุกข์)  -  They never complain of their hardship.  (พวกเขาไม่เคยบ่นอุทธรณ์ความยากลำบากเลย),  “convince”  (ทำให้เชื่อ)  -  “These experiences served to convince me of the drug’s harmful effects.”  (ประสบการณ์เหล่านี้ทำให้ผมเชื่อในผลกระทบที่เป็นอันตรายของยา),  “disapprove”  (ไม่อนุมัติ, ไม่เห็นด้วย)  -  “The other members disapproved of his methods.”  (สมาชิกคนอื่นๆ ไม่เห็นด้วยกับวิธีของเขา),  “assure”  (รับรอง, ทำให้มั่นใจ-เชื่อมั่น-  “After he had been assured of his daughter’s safety, he was relaxed.”  (หลังจากที่เขาถูกทำให้เชื่อมั่นในความปลอดภัยของลูกสาว  เขารู้สึกผ่อนคลาย)  -  “Visitors can always be assured of the best in Manhattan Hotel.”  (ผู้มาเยือน (แขก) สามารถจะมั่นใจได้เสมอ  ถึงสิ่งที่ดีที่สุดในโรงแรมแมนฮัตตัน  -  ในด้านการให้บริการ),  “cure”  (รักษา  หรือทำให้หายจากโรคหรืออาการบาง อย่าง,  การรักษาโรค),  -  “I’m interested in the cure of cancer.”  (ผมสนใจในการรักษาโรคมะเร็ง)  -  “The shock of losing my purse cured me of all my former absent-mindedness.”  (ความตกใจจากการทำกระเป๋าสตางค์หาย  ทำให้ผมหายจากอาการใจลอยเมื่อก่อนนี้ทั้งหมดทั้งสิ้น),   “smell”  (กลิ่น, ได้กลิ่น)  -  “We had a smell of fresh bread when we entered the shop.”  (เราได้กลิ่นขนมปังสดเมื่อเราเข้าไปในร้าน)  -  “The room smelled of cigars.”  (ห้องมีกลิ่นซิการ์),  “full”  (เต็มไปด้วย)  - The street was full of water.   (ถนนเจิ่งนองไปด้วยน้ำ), “fond”  (ชอบ, หลงใหล)  -  She is fond of music.  (เธอชอบดนตรี), “careful”  (ระวัง, รอบคอบ)  -  “Be careful of the floor.  I’ve just polished it.”  (ระวังพื้นลื่นนะ  ผมเพิ่งจะขัดมัน),  “frightened”  (ตกใจกลัว)  -  She is frightened of the dark.  (เธอกลัวความมืด), “confident”  (มั่นใจ)  -  You should be confident of yourselves.  (พวกคุณควรมั่นใจในตนเอง), “short”  (ขาดแคลน)  -  They were short of food and water.  (พวกเขาขาดแคลนอาหารและน้ำ),  “tired”  (เบื่อ, เหนื่อย),  “sure”  (มั่นใจ),  “aware”  (ตระหนัก, รู้ดี),  “certain” (มั่นใจ, แน่นอน),  “free”  (ยกเว้น),  “proud”  (ภูมิใจ),  “hopeful”  (มีความหวัง), “glad”  (ดีใจ),  “capable”  (สามารถ),  “ashamed”  (ละอายใจ), “suspicious”  (สงสัย, ระแว),  “tolerant”   (อดทนต่อ, ใจกว้างต่อ), “considerate”  (เกรงใจ),  “ignorant”  (ไม่รู้),  “convinced”  (เชื่อ), “ahead”  (ล่วงหน้า), “shy”  (อาย, ละอาย), “conscious”  (รู้สึกถึง), “jealous”  (อิจฉา, หึงหวง), “envious”  (อิจฉา, หึงหวง),  “a cup of tea”  (ชา ๑ ถ้วย),  “a sheet of paper”  (กระดาษ ๑ แผ่น),  “a number of dogs”  (หมาจำนวนมาก),  “the number of students”  (จำนวนนักเรียน),  “a pair of trousers”  (กางเกงขายาว ๑ ตัว), “millions of dollars”  (เงินหลายล้านดอลลาร์),  “two gallons of water”  (น้ำ ๒ แกลลอน),  “10% of the population”  (๑๐ เปอร์เซ็นต์ของประชากร),  “a town of 2,000 people”  (เมืองที่มีประชากร  ๒,๐๐๐ คน),  “Half of the boats sank.”  (เรือจำนวนครึ่งหนึ่งจมลง),  “Your letter of the 25th ”  (จดหมายของคุณซึ่งลงวันที่  ๒๕),  “a bag of gold”  (ทองถุงหนึ่ง),  “at a rate of 20 dollars a day”  (ในอัตรา ๒๐ เหรียญต่อวัน),  “a boy of sixteen”  (เด็กอายุ ๑๖ ปี),  “at the age of five”  (ตอนอายุ ๕ ขวบ),  “a baby of 6 months”  (ทารกอายุ ๖ เดือน),  “the first of a series of movies”  (ตอนแรกของภาพยนตร์ซีรี่ส์),  “one of the problems”  (หนึ่งในหลายปัญหา),  “two of the three”   ( ๒ ใน ๓),  “many of the students”  (นักเรียนหลายคน),  “a meeting of executives”  (การประชุมผู้บริหาร),  “a map of Sweden”  (แผนที่ประเทศสวีเดน),  “a picture of the refugees”  (ภาพของผู้อพยพ),  “an account of the event”  (เรื่องราวของเหตุการณ์),  “a collection of watches”  (การสะสมนาฬิกา),  “a big piece of cake”  (เค้กชิ้นใหญ่),  “Natural gas accounts for about 10% of our total energy consumption.”  (กาซธรรมชาติคิดเป็นประมาณ  ๑๐  เปอร์เซ็นต์  ของการบริโภคพลังงานทั้งหมดของเรา),  “the House of Representatives”  (สภาผู้แทน ราษฎร),  “We must do it with the approval of the trade unions.”  (เราจะต้องทำมันด้วยความเห็นชอบของสหภาพการค้า),  “We need the permission of the judge.”  (เราต้องการการอนุญาตจากผู้พิพากษา),  “the religious beliefs of the ancient people”  (ความเชื่อทางศาสนาของคนโบราณ),  “the average age of participants is over 50”  (อายุเฉลี่ยของผู้เข้าร่วม  คือ  เกินกว่า  ๕๐  ปี),  “the traditional role of women”  (บทบาทดั้งเดิมของสตรี),  “That is a book of mine.”  (นั่นเป็นหนังสือของผม),  She would like to have a house of her own.”  (เธอต้องการจะมีบ้านเป็นของตัวเอง),  “A child of hers was run over by a car.”  (ลูกคนหนึ่งของเธอถูกรถทับ),  “He is a friend of Stephen’s.”  (เขาเป็นเพื่อนของสตีเฟน),  เป็นต้น

 

18. Have you decided ______________________________________________________?

(คุณได้ตัดสินใจว่า ____________________________________________ แล้วหรือยัง)

(a) which one of them do you want to buy

(b) you will buy which one of them

(c) which one of them you will buy    (คุณจะซื้ออัน-คัน-ตัว-ชิ้นไหน)

(d) whether you want to buy which one of them

ตอบ   -   ข้อ    (c)   “Which one of them you will buy”  เป็น  “Noun clause”   ทำหน้าที่เป็นกรรมของกริยา  “Decided”  จึงต้องเรียงคำในรูปบอกเล่า  คือประธานฯอยู่หน้ากริยา  (You will buy)  ดูเพิ่มเติม  “Noun clause”  ในข้อ  ๑๑  ของข้อสอบ  “TOEIC”  ตอนที่  ๓๘๑

 

19. Mr. Brown is a dentist.  He pulled out one of my teeth.  This means ________________.

(มิสเตอร์บราวน์เป็นหมอฟัน  เขาถอนฟันผม    ซี่  นี่หมายความว่า ___________________)

(a) I pulled out one of my teeth    (ผมถอนฟันของผม  ๑  ซี่)

(b) Mr. Brown had his tooth pulled out    (มิสเตอร์บราวน์ถอนฟัน  ๑  ซี่)  (คือให้คนอื่นถอนให้)

(c) I had Mr. Brown pull out my tooth     (ผมให้มิสเตอร์บราวน์ถอนฟันผม   ซี่)

(d) Mr. Brown pulled out his teeth    (มิสเตอร์บราวน์ถอนฟันของเขา)

ตอบ   -   ข้อ    (c)   ดูคำอธิบายเพิ่มเติมโครงสร้าง   “Causative use”   ใน ข้อ  ๑๕  ของข้อสอบ  TOEIC  ตอนที่  ๓๘๑

 

20. The classroom is not as clean as it should __________________________________.

(ห้องเรียนไม่สะอาดเท่ากับที่มันควร ________________________________________)

(a) have been    (ควรจะได้เป็น)  (ในอดีต)

(b) be    (จะเป็น)  (เป็นเหตุการณ์ปัจจุบัน  โดยสังเกตจากกริยา  “Is”)

(c) to be

(d) to have been

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                 ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป

 

 

 

 

 

 

หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 381)

 

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Part V: Sentence Completion   (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

 

1. Did you buy this camera _____________________________________________ Japan?

(คุณซื้อกล้องถ่ายรูปนี้ _____________________________________ ประเทศญี่ปุ่นใช่ไหม)

(a) at

(b) from    (จาก)

(c) in    (ใน)

(d) of

 

2. There ______________________________________________________________!

(____________________________________________ ที่นั่นแล้ว  หรือตรงนั้นแล้ว !)

(a) your wife comes

(b) your wife came

(c) comes your wife    (ภรรยาคุณมา)

(d) come your wife

ตอบ   -   ข้อ    (c)  เป็นประโยคอุทาน  แสดงความประหลาดใจ หรือ ตกใจ  ต้องเรียงรูปประโยค  คือ   “Adverb of place (Here, There) + Verb 1 + Subject”   ทั้งนี้  ต้องใช้กริยาเป็นเหตุการณ์ปัจจุบัน (Present simple tense  หรือ  Verb 1)  เนื่อง จากอุทาน  หรือพูดออกมาในขณะนั้นเลย

 

3. Still water runs ________________________________________________________.

(น้ำนิ่งไหล _________________________________________________________)

(a) deep    (ลึก)  (เป็นคำคุณศัพท์)

(b) deeply

(c) depth    (ความลึก)  (เป็นคำนาม)

(d) deepen    (ทำให้ลึก)  (เป็นคำกริยา)

ตอบ   -   ข้อ    (a)  ประโยคนี้เป็นสุภาษิต  กริยา   “Run”  ตามด้วยคำคุณศัพท์  (Adjective)

 

4. I begin a letter to my friend Oliver like this :-

(ผมเริ่มต้นจดหมายถึงเพื่อนชื่อโอลิเว่อร์  ดังนี้ คือ _______________________________)

(a) Dear Oliver

(b) Dear Oliver,    (โอลิเว่อร์ ที่รัก,)   (ต้องใช้เครื่องหมายคอมม่า)

(c) Dear Oliver :

(d) Dear Oliver.

 

5. __________________________________________________ her letter will come today.

(____________________________________________ จดหมายของเธอจะมาถึงวันนี้)

(a) Sometimes    (บางครั้งบางคราว)

(b) Some time    (= Sometime = ณ เวลาใดเวลาหนึ่งในอนาคต)

(c) Any time    (เวลาใดก็ตาม,  เวลาใดก็ได้)

(d) Perhaps    (บางที)

 

6. In Thailand cloth is generally sold ___________________________________ the meter. 

(ในประเทศไทย  ผ้าโดยทั่วไป (ถูก) ขาย __________________________________ เมตร)

(a) in

(b) with

(c) for

(d) by    (เป็น)

(e) to

ตอบ   -   ข้อ    (d)   ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

                                            ตัวอย่างที่  

  • Some workers are paid ___________________________________________ week.

(คนงานบางคนได้รับค่าจ้าง ______________________________________ (ราย) สัปดาห์)

(a) in a

(b) by the    (เป็น)

(c) by a

(d) in the

ตอบ   -   ข้อ   (b)  หลัง  “is (are) paid by” (ได้รับค่าจ้างเป็น)  หรือหลัง  “is (are) sold by”   (ถูกขายเป็น)  มีหลัก  คือ  ถ้าคำนามที่ตามหลัง  “By”  เป็นนามนับได้  (Week, Dozen, Kilo, Pound, Meter, Yard, Foot, etc.)  หน้าคำนามนั้นต้องใช้   “The”  ขยาย  แต่ถ้าเป็นนามนับไม่ได้  เช่น  {Weight (น้ำหนัก),  Length  (ความยาว),  Time  (เวลา),  etc.}  หน้าคำนามนั้น  ไม่ต้องมี  “Article”  (A, An, The)  ใดๆ ขยายเลย  เช่น

  • In England eggs are sold by the pound.

(ในอังกฤษ  ไข่ถูกขายเป็นปอนด์)  (“Pound”  เป็นนามนับได้)

(= In England eggs are sold by weight.)

(ในอังกฤษ  ไข่ถูกขายเป็น (โดย) น้ำหนัก)  (“Weight”  เป็นนามนับไม่ได้)

  • Cloth is generally sold by the yard.

(ผ้าโดยทั่วๆ ไปถูกขายเป็นหลา)  (“Yard”  เป็นนามนับได้)

(= Cloth is generally sold by length.)

(ผ้าโดยทั่วๆ ไปถูกขายเป็นความยาว  -  ของผ้า)  (“Length”  เป็นนามนับไม่ได้)

  • Sugar is sold by the kilogram.

(น้ำตาลถูกขายเป็นกิโลกรัม)  (“Kilogram”  เป็นนามนับได้)

(= Sugar is sold by weight.)

(น้ำตาลถูกขายเป็น (โดย) น้ำหนัก) (“Weight”  เป็นนามนับไม่ได้)

  • Salaried people are usually paid by the month.

(มนุษย์เงินเดือนตามปกติได้รับค่าจ้างเป็นเดือน)  (“Month”  เป็นนามนับได้)

(= Salaried people are usually paid by time.)

(มนุษย์เงินเดือนตามปกติได้รับค่าจ้างเป็นเวลา  -   การทำงาน)  (“Time”  เป็นนามนับไม่ได้)

 

7. This hen has ____________________________________ more than one hundred eggs.

(แม่ไก่ตัวนี้ได้ ________________________________________ มากกว่า  ๑๐๐  ฟอง)

(a) lied    (นอน, ตั้งอยู่, วางอยู่, พูดปด, โกหก)

(b) lain

(c) laid    (ออกไข่, วางไข่, วางลง)

(d) lay    (ออกไข่, วางไข่, วางลง)

ตอบ   -   ข้อ   (c)   (lie,  lied,   lied  =   พูดปด, โกหก  -  ไม่ต้องมีกรรมมารับ)  (lie,  lay,  lain  =  นอน, ตั้งอยู่, วางอยู่   -  ไม่ต้องมีกรรมมารับ)  (lay,  laid,  laid  =  ออกไข่, วางไข่, วางลง  -  ต้องมีกรรมมารับและหลัง   “Has”   ต้องเป็นกริยาช่องที่ 

 

8. ___________________________________________ your rain-coat; it has begun to rain.

(________________________________________ เสื้อฝนของคุณซะ  ฝนเริ่มตกแล้ว)

(a) Wear    (สวมใส่อยู่)  (คือ ใส่อยู่กับตัวอยู่ก่อนแล้ว)

(b) Put on    (ใส่)

(c) Take off    (ถอด, ถอดออก)

(d) Buy    (ซื้อ)

 

9. Four days following the _____________________________, her father received a letter.

(สี่วันหลังจาก _______________________________, พ่อของเธอได้รับจดหมายฉบับหนึ่ง)

(a) girl disappearing

(b) girl had disappeared

(c) girl’s disappearance    (การหายตัวไปของเด็กหญิง)

(d) girl disappeared

ตอบ   -   ข้อ   (c)   “Following”  เป็น “Preposition”  ต้องตามด้วยคำนามหรือวลี  (the girl’s disappearance)

 

10. She is sick.  I hope (that) ___________________ her sister with her will make her happier.

(เธอป่วย  ผมหวัง (ว่า) _________ น้องสาวของเธออยู่ด้วยกับเธอ  จะทำให้เธอมีความสุขมากขึ้น)

(a) she has

(b) for having

(c) having    (การมี)

(d) that she had

ตอบ   -   ข้อ   (c)  เนื่องจาก  “Having”  เป็น  “Gerund” (Verb + ing)   ทำหน้าที่เป็นประธานของประโยคย่อย  (Having her sister……….....……..happier)  ในแบบ  “Noun clause”  ซ้อนอยู่ในประโยคใหญ่   ซึ่งมีประโยคย่อยเป็นส่วนหนึ่งของมัน  และทำหน้าที่เป็นกรรมของกริยา  “Hope”  สำหรับประโยคใหญ่  คือ   “I hope………………….…happier.”  ดูเพิ่มเติม  “Verb + ing”   ทำหน้าที่เป็นประธานของประโยค  จากประโยคข้างล่าง

                                            ตัวอย่างที่     

  • Following up on details _____________________ not what we are concerned with. 

(การติดตามรายละเอียดมิได้ _____________________________ สิ่งที่เราเกี่ยวข้องด้วย)

(ความหมาย  คือ มิใช่เป็นหน้าที่ของเรา  ที่จะต้องไปติดตามรายละเอียด)

(a) is    (เป็น)

(b) are

(c) has

(d) have

ตอบ  -  ข้อ   (a)    เนื่องจากประธานของประโยค คือ   “Following up”  โดยมี   “On details”   เป็นส่วนขยาย  ทั้งนี้   “Following up”   เป็น  “Gerund” (Verb + ing)   ซึ่งถือเป็นคำนามประเภทหนึ่ง  ที่ความหมายขึ้นต้นด้วย   “การ......................”  หรือ  “ความ.....................”  และ  “ถือเป็นคำเอกพจน์เสมอ”  จึงต้องใช้กับกริยา  “Is”  ดูเพิ่มเติมการใช้   “Gerund” (Verb + ing)   เป็นประธานของประโยค   (หรือของกริยา)  จากตัวอย่างข้างล่าง

  •  Swimming is a good exercise.

(การว่ายน้ำเป็นการออกกำลังกายที่ดี)

  • Playing badminton is his favorite hobby.

(การเล่นแบดมินตันเป็นงานอดิเรกที่โปรดปรานของเขา)

  • Working in cool weather is pleasure.

(การทำงานในอากาศที่เย็นเป็นความรื่นรมย์)

  • Breathing is indispensable to all living things.

(การหายใจเป็นสิ่งจำเป็นยิ่งสำหรับสิ่งมีชีวิตทั้งหมด)

  • Sleeping is necessary to health.

(การนอนหลับเป็นสิ่งจำเป็นต่อสุขภาพ)

  • Walking a long distance has made me tired. 

(การเดินระยะทางไกลทำให้ผมเหนื่อย)

  • Scuba diving has become very popular recently.   

(การดำน้ำลึกแบบมีเครื่องช่วยหายใจ  กลายเป็นที่นิยมกันอย่างมากเมื่อเร็วๆนี้)

 

11. Please describe _______________________________________________ you saw.

(โปรดบรรยาย-พรรณนา __________________________________________ คุณเห็น)

(a) which

(b) that

(c) what    (สิ่งที่)

(d) whether

ตอบ   -   ข้อ    (c)   “what you saw”  เป็น   “Noun clause”  ทำหน้าที่เป็นกรรมของกริยา   “Describe”  ดูเพิ่มเติม   “Noun clause”  จากประโยคข้างล่าง

                                            ตัวอย่างที่  

        A: I can write and read German.

(ผมสามารถเขียนและอ่านภาษาเยอรมันได้)

       B: I would like to ask you _________________________________ to study German.

(ผมอยากจะถามคุณ (ว่า) _________________________________ ศึกษาภาษาเยอรมัน)

(a) when did you begin

(b) began

(c) when you began    (เมื่อใดคุณเริ่ม)  (= คุณเริ่ม  -  ศึกษาภาษาเยอรมัน  -  เมื่อใด)

(d) when you will begin

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากข้อความ   “When you began to study German”  เป็น   “Noun clause”   ทำหน้าที่เป็นกรรมตรงของกริยา  “Ask”   (กรรมรอง  คือ  “You”)   โดยต้องเรียงในแบบประโยคบอกเล่า  คือ  “When + Subject + Verb + ส่วนขยาย Verb”     ตัวอย่างอื่นๆของ    “Noun clause”   ได้แก่

                                                 ตัวอย่างที่  

  • My friend would not tell me ________________________________ for his new car.

(เพื่อนของผมจะไม่บอกผม (ว่า) ______________________ สำหรับรถยนต์คันใหม่ของเขา)

(a) how much did he pay

(b) how much he paid    (เขาได้จ่ายเงินไปมากเท่าใด)

(c) how he paid much

(d) how he would pay very much

ตอบ  -  ข้อ   (b)   “How much he paid”   เป็น  “Noun clause”  ทำหน้าที่เป็นกรรมตรงของกริยา  “Tell”  (กรรมรอง  คือ “Me” ) 

                                            ตัวอย่างที่  

  • I can’t do exactly ____________________________________________ you want.

(ผมไม่สามารถทำได้ตรงเป๊ะ (หรือได้ตรงเผง) _______________________ คุณต้องการ)

(a) like

(b) while

(c) what   (สิ่งที่  หรือในสิ่งที่)

(d) that

ตอบ   -   ข้อ  (c)   เนื่องจาก   “What you want”  (ในสิ่งที่คุณต้องการ)  เป็น  “Noun clause”  ทำหน้าที่เป็นกรรมของกริยา  “Do”  สำหรับประโยคข้างบน  อาจใช้   “As you want”  (ดังที่ หรือ ตามที่คุณต้องการ)  ก็ได้

                                               ตัวอย่างที่  

  • Did you hear ________________________________________ he said to his wife?

(คุณได้ยิน ___________________________________ เขาพูดกับภรรยาของเขาหรือไม่)

(a) that

(b) what    (สิ่งที่, เรื่องที่)

(c) when

(d) (No word is needed.)  (ไม่ต้องการคำมาเติม)

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจาก   “What he said to his wife”  เป็น  “Noun clause”   ทำหน้าที่เป็น   “กรรม”   ของกริยา  “Hear

                                              ตัวอย่างที่  

  • She was unable to tell us _________________ house she had gone into by mistake.

(เธอไม่สามารถบอกเรา (ว่า)  บ้านหลังใด ___________________ เธอเข้าไปโดยเข้าใจผิด)

(a) what    (อะไร)
(b) where    (ที่ไหน)

(c) that

(d) which    (ที่, ซึ่ง)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เพราะได้ใจความดีที่สุด  และไม่สามารถใช้ข้อ  (c)  ได้  เนื่องจากข้อความ  “Which house she had gone into by mistake”  เป็น  “Noun clause”  (ทำหน้าที่เป็น  “กรรมตรง” ของกริยา  “Tell”  โดยมี  “กรรมรอง”  คือ  “Us”)   จึงต้องขึ้นต้นด้วย  “Question word” (What, When, Where, Why, How, Which, etc.)

                                            ตัวอย่างที่  

  • I don’t think I’ll buy this dress; it is not __________________________ I really want. 

(ผมไม่คิดว่าผมจะซื้อเสื้อผ้าชุดนี้  มันไม่ใช่ _________________ ผมต้องการอย่างแท้จริง)

(a) what     (สิ่งที่)

(b) whatever    (อะไรก็ตาม)

(c) that    (ที่, ซึ่ง)

(d) which    (ที่, ซึ่ง)

(e) whom    (ผู้ซึ่ง, ผู้ที่)  (ใช้เป็นกรรม)

ตอบ    -    ข้อ   (a)   เนื่องจาก  “What I really want”   เป็น  “Noun clause”  ทำหน้าที่เป็น  “Complement”  (สิ่งที่มาช่วยทำให้สมบูรณ์)  ของ  “Verb to be” (Is)

                                                 ตัวอย่างที่  

  • Tell me __________________________________________________________.

(บอกผมซิว่า ________________________________________________________)

(a) what do you want?

(b) you want what

(c) what you want    (คุณต้องการอะไร)

(d) that what you want

ตอบ   –   ข้อ   (c)   เนื่องจากเป็น   “Noun clause”  ทำหน้าที่เป็น  “กรรมตรง”  ของกริยา  “Tell”  ทั้งนี้  “Noun clause”  มักขึ้นต้น  (นำหน้า)   ด้วย  “Question words” (what, when, where, why, how, how much, how many, how often, who, whom, that, whether, if – หรือไม่)  (โดยไม่ต้องมี  “That”  อยู่ข้างหน้าคำเหล่านี้)    ทั้งนี้   โครงสร้างของ  “Noun clause”   คือ  “Question word + Subject + Verb”  (และต้องเรียงคำแบบประโยคบอกเล่า)   สำหรับ  “Noun clause”   ทำหน้าที่ดังนี้   คือ

                                            ๑.  เป็นประธานของ  “Verb”  หรือประโยค  เช่น

  • What he wants is a new house.

(สิ่งที่เขาต้องการคือบ้านหลังใหม่)

  • How he did it surprised everyone.

(วิธีการที่เขาทำมัน – หรือ เขาทำมันอย่างไร – ทำให้ทุกคนประหลาดใจ)

  • Where he lives is not known.

(ที่ที่เขาอาศัยอยู่ – หรือ เขาอาศัยอยู่ที่ไหน – ไม่มีใครรู้)

  • Why he killed his wife is a mysterious thing.

(เหตุผลที่ว่าทำไมเขาฆ่าภรรยา  - หรือ ทำไมเขาฆ่าภรรยา – เป็นเรื่องลึกลับ)

  • That he is a smart person is certain.

(ที่ว่าเขาเป็นคนฉลาดเป็นเรื่องแน่นอน)

  • Whether she will come or not is not my business.

(ไม่ว่าเธอจะมาหรือไม่ก็ตาม  ไม่ใช่ธุระของผม)

                                            ๒. เป็นกรรมของ  “Verb”  หรือประโยค  เช่น

  • I don’t know when he left.

(ผมไม่ทราบว่าเขาจากไปเมื่อใด)

  • She asked me where I lived.

(เธอถามผมว่าผมอาศัยอยู่ที่ไหน)

  • They did what they had promised.

(พวกเขาทำในสิ่งที่ได้ให้สัญญาไว้)

  • We believe that he is innocent.

(เราเชื่อว่าเขาบริสุทธิ์)

  • She did not believe what he told her.

(เธอไม่เชื่อในสิ่งที่เขาบอกเธอ)

  • The police investigated how the bank was robbed.

(ตำรวจสืบสวนวิธีการที่ธนาคารถูกปล้น – หรือ ธนาคารถูกปล้นอย่างไร)

  • I don’t know whether (if) she is happy with her new workplace.

(ผมไม่รู้ว่าเธอมีความสุขกับสถานที่ทำงานแห่งใหม่ของเธอหรือไม่)

                                            ๓. เป็นกรรมของ  “Preposition”  เช่น

  • She is interested in what he says.

(เธอสนใจในสิ่งที่เขาพูด)

  • They believed in what the minister preached.

(พวกเขาศรัทธาในสิ่งที่บาทหลวงเทศน์)

  • We are surprised at how he could do it.

(เราประหลาดใจว่าเขาสามารถทำมันได้อย่างไร)

  • They were satisfied with what she had provided to them.

(พวกเขาพอใจในสิ่งที่เธอได้จัดหาให้กับพวกเขา)

                                            ๔. เป็น  “Complement”  (สิ่งที่มาช่วยเติมให้สมบูรณ์)  ของ  “Verb to be”  เช่น

  • This is what I want.

(นี่คือสิ่งที่ผมต้องการ)

  • That was why he did it.

(นั่นเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเขาจึงทำมัน)

  • Ten o’clock was when we started our trip.

(๑๐  โมงเป็นเวลาที่เราเริ่มการเดินทางของเรา)

                                            ๕. วางไว้ข้างหลังคำคุณศัพท์  (Adjective)  ที่แสดงความรู้สึก  (Sure, Confident,  Happy, Sorry, Grateful, Doubtful, Suspicious, Certain, Delighted,  Delightful,  Anxious,  Worried, etc.)  เช่น

  • I am sure that he will arrive here on time.

(ผมมั่นใจว่า  เขาจะมาถึงที่นี่ตรงเวลา)

  • He is sorry that he could not keep his words.

(เขาเสียใจว่า  เขาไม่สามารถรักษาคำพูดได้)

  • They are confident that they will get the job.

(พวกเขามั่นใจว่าพวกเขาจะได้งานทำ)

  • We are anxious that the plane will be delayed for a few hours.

(เราวิตกกังวลว่า  เครื่องบินจะล่าช้าไป ๒ - ๓ ชั่วโมง)

                                            ๖. ใช้แทนคำนาม  (Noun) ที่มาข้างหน้ามัน  เช่น

  • The fact that he graduated with first-class honor is known to all.

 (ข้อเท็จจริงที่ว่าเขาจบการศึกษาด้วยเกียรตินิยมอันดับ  ๑  เป็นที่ทราบกันโดยทุกคน)  (“The fact”  คือ “that he graduated with first-class honor”  ดังนั้น  “that he graduated with first-class honor”  จึงเป็น  “Noun clause”)  อย่างไรก็ตาม  ในประโยค  “The fact that (which) he told me is known to all.   (ข้อเท็จจริงซึ่งเขาบอกผมเป็นที่ทราบกันโดยทุกคน)  The fact”  ไม่ใช่ “that (หรือ which) he told me”  แต่เป็นสิ่งอื่นต่างหาก  ดังนั้น“that (which) he told me”  จึงเป็น  “Adjective clause”  มาขยาย   “the fact

  • The belief that all men are born equal is not held by everyone.

(ความเชื่อที่ว่ามนุษย์ทุกคนเกิดมาเท่าเทียมกัน   มิได้ยึดถือ (ยอมรับ) กันโดยทุกคน)   (ข้อความที่ขีดเส้นใต้เป็น  “Noun clause”  เนื่องจาก  “The belief”   คือ  “that all men are born equal”  ซึ่งเป็นสิ่งเดียวกัน)

  • The notion that wealthy men are always happy is rejected by many people. 

(ความคิดที่ว่าคนที่ร่ำรวยมีความสุขเสมอ  ถูกปฏิเสธโดยคนจำนวนมาก)  (ข้อความที่ขีดเส้นใต้เป็น  “Noun clause”  เนื่องจาก  “The notion”  คือสิ่งเดียวกับ   “that wealthy men are always happy”)

หมายเหตุ   –   จากตัวอย่างข้างบน  ถ้าเป็น  “Noun clause”  จะใช้  “that” (ที่ว่า) นำหน้าเพียงอย่างเดียวเท่านั้น  (ไม่ใช้   “which”)  และ  “that”  จะไม่ทำหน้าที่ประธาน  หรือกรรม  แต่ถ้าเป็น   “Adjective clause”  จะใช้  “that”  หรือ  “which”  ก็ได้    (และแปลว่า  “ที่”  หรือ  “ซึ่ง”)  และมันจะทำหน้าที่ประธาน  หรือกรรมของอนุประโยค  (Adjective clause)  อย่างใดอย่างหนึ่ง  เช่น

  • The book which (that) is on the table is mine.

(หนังสือซึ่งอยู่บนโต๊ะเป็นของผม)  (ข้อความที่ขีดเส้นใต้เป็น   “Adjective clause”  ขยาย  “The book” โดย  “which (that)” ทำหน้าที่เป็นประธานของ  Clause

  • The book which (that) you gave me is very interesting.

(หนังสือซึ่งคุณให้ผมน่าสนใจอย่างมาก)  (ข้อความที่ขีดเส้นใต้เป็น  “Adjective clause”  ขยาย   “The book”  โดย  “which (that)”  ทำหน้าที่เป็นกรรมตรงของ  “Clause”   ส่วน  “me”  เป็นกรรมรอง)

 

12. If you want to ________________ a really good cook, you have to pay him a lot of money.

(ถ้าคุณต้องการ ____________ พ่อครัวดีๆอย่างแท้จริง  คุณจำเป็นต้องจ่ายเงินให้เขามากมาย)

(a) hire    (จ้าง)

(b) borrow    (ขอยืม)

(c) rent    (เช่า)

(d) buy    (ซื้อ)

ตอบ   -   ข้อ   (a)  เนื่องจากได้ความหมายดีที่สุด

 

13. You cannot do a good job if you are doing it under ______________________________.

(คุณไม่สามารถทำงานได้ดี   ถ้าคุณกำลังทำมันภายใต้ _____________________________)

(a) pleasure     (ความเพลิดเพลิน, ความรื่นรมย์, ความพอใจ, ความสำราญ)

(b) pressure     (ความกดดัน, แรงกดดัน)

(c) leisure    (ลี้-เช่อะ  หรือ  เล้ช-เช่อะ)  (เวลาว่าง, การว่างจากงาน, ความสบายที่ไม่รีบร้อน)

(d) measure    (มาตรการ, เครื่องมือ, การวัด, ระบบการวัด)

ตอบ   -   ข้อ   (b)  สำหรับวลีที่ใช้กับ   “Under”   ได้แก่    “under repair”  (กำลังได้รับการซ่อมแซม),  “under his arm”  (หนีบอยู่ใต้รักแร้ของเขา), “in his hand”  (อยู่ในมือของเขา)  “under age”  (อายุน้อยเกินไป, ยังไม่โตพอ, ยังไม่บรรลุนิติภาวะ), “under arrest” (ถูกจับกุมโดยตำรวจ),  “under cover”  (ภายใต้กำบัง, อย่างซ่อนเร้น, อย่างปิดบังอำพราง)  - (The prisoners escaped under cover of darkness. – นักโทษหลบหนีไปภายใต้กำบังของความมืด  หรือ โดยซ่อนเร้นไปกับความมืด)  “under fire” (ถูกยิงหรือถูกโจมตี, ถูกโจมตีด้วยอาวุธปืนหรือคำพูด),  “under one’s breath” (ในแบบกระซิบ, ด้วยเสียงที่แผ่วเบา),  (I told Jim the news under my breath, but Tom overheard me.  –   ผมบอกข่าวแก่จิมด้วยเสียงที่แผ่วเบาหรือแบบกระซิบ  แต่ทอมแอบได้ยินผมพูด),  “under one’s nose  (= under the nose of)”   อยู่ในสายตา, เห็นอยู่ตำตา, ต่อหน้าต่อตา,  อยู่ในที่ที่สามารถมองเห็นหรือสังเกตเห็นได้ง่าย,  (The thief walked out of the museum with the painting, right under the nose of the guards.  –  เจ้าขโมยเดินออกไปจากพิพิธภัณฑ์พร้อมกับภาพวาด  ต่อหน้าต่อตา รปภ. เลยทีเดียว  -   โดยที่ รปภ. ไม่เห็น),  “under one’s wing”  (ภายใต้การดูแลเอาใจใส่ หรือปกป้องคุ้มครองของ,   “under the circumstances   (= in the circumstances)”   (ในสถานการณ์ที่เป็นอยู่, ในสภาวะปัจจุบัน, ตามที่สิ่งต่างๆเป็นอยู่),  “under the sun”  (บนโลกนี้, ในโลกนี้  -  ใช้เพื่อแสดงการเน้น),  (The President’s assassination shocked everyone under the sun.    การลอบสังหารท่านประธานาธิบดีทำให้ทั้งโลกตกตะลึง),  (Where under the sun could I have put my purse? – ไม่รู้ว่าผมเอากระเป๋าสตางค์ไปวางไว้ที่ไหนบนโลกนี้),  “under the counter”  (แอบซื้อหรือขายกันอย่างลับๆ  –  เปรียบเหมือนใต้เคาน์เตอร์),   (The liquor dealer was arrested for selling beer under the counter to teenagers.  –  คนขายสุราถูกตำรวจจับเพราะขายเบียร์ให้เด็กวัยรุ่นอย่างผิดกฎหมาย   -   คือลักลอบขาย),  “under the table”  (ใต้โต๊ะ),  “under the bench”  (ใต้ม้านั่ง),  “under the blanket”  (ใต้ผ้าห่ม หรือห่มผ้าห่ม),  “under the earth (the ground)”  (ใต้ดิน),  “under the sea”  (ใต้ทะเล),   “under difficult circumstances”  (ภายใต้สถานการณ์ที่ยากลำบาก), “China under Chairman Mao”  (จีนภายใต้การปกครองของประธานเหมา),  “Vietnam under communist rule”  (เวียดนามภายใต้การปกครองระบอบคอมมิวนิสต์),  “under capitalism”  (ภายใต้ระบอบทุนนิยม),   “under repair”  (กำลังอยู่ระหว่างการซ่อมแซม),   “under investigation”   (กำลังอยู่ระหว่างการสืบสวน-สอบสวน),   “under construction”  (กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง),  “under discussion”  (กำลังอยู่ระหว่างการปรึกษาหารือกัน),   “under supervision”  (ภายใต้การกำกับดูแล)  “under cultivation”   (กำลังอยู่ระหว่างการเพาะปลูก),  “under surveillance”  (อยู่ภายใต้การสอดส่องดูแล-สำรวจตรวจตรา),  “under attack”  (ถูกโจมตี),  “under guard” (ได้รับความคุ้มครอง),  “under suspicion” (ถูกระแวงสงสัย),  “under his influence”  (ภายใต้อิทธิพลของเขา),  “under the impression” (มีความประทับใจ),  “under the assumption”  (มีหรือภายใต้ข้อสมมติฐาน),  “under pressure”  (อยู่ภายใต้ หรือได้รับความกดดัน),  “under stress” (อยู่ภายใต้ หรือได้รับความเครียด),  “under immediate threat”  (อยู่ภายใต้ หรือได้รับการคุกคาม-อันตรายโดยตรง),  “under treatment”  (ได้รับการเยียวยารักษา),  (He is under treatment for an ulcer.)  –   (เขากำลังได้รับการเยียวยารักษาแผลพุพอง-เน่าเปื่อย),  “under his real name”   (เขียนหนังสือ) โดยใช้ชื่อจริง  -  มิได้ใช้นามแฝงหรือชื่อคนอื่น),  “land under cash crops”  (ที่ดินที่กำลังใช้ปลูกพืชเศรษฐกิจ),  “He studied under Professor Thomas.”  (เขาเรียนภายใต้การสอนโดยอาจารย์โทมัส),  “John worked under his supervisor.” (จอห์นทำงานภายใต้การสอนหรือกำกับของผู้ควบคุมดูแลของเขา),   “I’ve got two clerks under me in my section.”  (ผมมีเสมียนเป็นลูกน้อง ๒ คนในแผนก),   “children under 12”  (เด็กอายุต่ำกว่า ๑๒),   “expenditure under $ 10 million”  (ค่าใช้จ่ายต่ำกว่า  ๑๐  ล้านเหรียญ),   “under retirement age”  (อายุต่ำกว่าวัยเกษียณ  คือ ต่ำกว่า ๖๐ ปี)   เป็นต้น

 

14. They could barely _________________________________________ the instructions.

(พวกเขาแทบจะไม่สามารถ _________________________ คำแนะนำ-คำสั่งสอน-คำชี้แนะ)

(a) to finish reading

(b) finish to read

(c) finish reading    (เสร็จสิ้นการอ่าน)  (คือ  อ่านได้จบ หรือแล้วเสร็จ)

(d) finishing to read

ตอบ   -   ข้อ    (c)   “Could + Verb 1”  ส่วน   “Finish + Verb + ing

 

15. I had the contract you sent me ______________________________ for you by my clerk.

(ผม _______________________ สัญญาที่คุณส่งมาให้ผม  สำหรับคุณ  โดยเสมียนของผม)

(a) copy

(b) to copy

(c) copied     (ทำสำเนา)  (คือให้คนอื่นไปทำสำเนาสัญญาฯ  ให้กับคุณ  โดยเสมียนของผม)

(d) having copied

ตอบ   -   ข้อ    (c)  เป็น   “Causative use”   แบบ   “Passive voice”   คือ   “ประธานฯ ให้อะไรถูกกระทำโดยใคร”   ดูเพิ่มเติมเรื่องนี้จากประโยคข้างล่าง

                                          ตัวอย่างที่  

  • Have you ever had your voice _________________________________________?

(คุณเคย ______ เสียงของคุณหรือไม่)   (แปลตรงๆ คือ  คุณเคยให้เสียงของคุณถูกบันทึกหรือไม่)

(a) record

(b) to record

(c) recorded    (บันทึกเสียง)

(d) recording

ตอบ   -   ข้อ   (c)  ป็น    “Causative use”   คือ  “ประธานฯใช้ให้ใครทำอะไร”  (Active voice)   หรือ  “ประธานฯใช้ให้อะไรถูกทำ  -  โดยใคร)  (Passive voice)  ดูเพิ่มเติมเรื่องนี้จากประโยคข้างล่าง

                                                ตัวอย่างที่  

  • _____________________________________________ your hair cut yesterday?

(___________________________ ตัดผมเมื่อวานนี้  ใช่หรือไม่)  (คือ ให้ช่างฯ ตัดผมให้)

(a) Had you

(b) You had

(c) Have you had

(d) Did you have    (คุณ)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  “Have”  เมื่อใช้  ในโครงสร้าง   “Causative use”  คือ  “ประธานฯใช้ให้ใครทำอะไร”  หรือ  “ประธานใช้ให้อะไรถูกทำโดยใคร”  จะถือว่า   เป็นกริยาธรรมดาตัวหนึ่ง  ดังนั้น  เมื่อจะทำเป็นประโยคคำถาม  หรือ  ปฏิเสธ  จึงต้องใช้   “Verb to do” (Do, Does, Did)  ช่วยเสมอ     

                                                 ตัวอย่างที่                  

  • What would you _________________________________________ me do for you?

(คุณจะ ___________________________________________ ให้ผมทำอะไรให้คุณครับ)

(a) want

(b) hope

(c) wish

(d) have

ตอบ   -   ข้อ    (d)  เนื่องจากเป็น  “Causative use”  (ประธานฯ ใช้ให้ใครทำอะไร)  (Subject + Have + Someone + Do + Something)  สำหรับ  “Want”  และ  “Wish”   จะต้องใช้โครงสร้างเป็น  “What would you want (wish) me to do?”

                                              ตัวอย่างที่  

  • Today if I finish my shopping early enough, I may go and ____________________.

(วันนี้  ถ้าผมไปช้อปปิ้งเสร็จแต่เนิ่นๆพอ  ผมอาจจะไป  และ _______________________)

(a) to have my hair done

(b) have my hair do

(c) have my hair done    (ทำผม)  (ให้ช่างทำผม)

(d) will have my hair done

ตอบ   -   ข้อ   (c)   ต้องใช้   “Have”  เพราะถือว่าอยู่หลัง  “May”  เหมือนกับ  “Go”  และดูคำอธิบายการใช้   “I have my hair done.”  จากประโยคข้างล่าง

                                             ตัวอย่างที่  

  • He had the cook _____________________________________________ some tea.

(เขาใช้ให้พ่อครัว _________________________________________________ น้ำชา)

(a) make    (ชง)

(b) making

(c) made

(d) did

ตอบ   -   ข้อ   (a)   เนื่องจากเป็นไปตามโครงสร้าง  “Subject + Have + Someone + Do + Something

                                             ตัวอย่างที่  

  • Please have the porter _________________________ these boxes up to my room.

(โปรดให้พนักงานแบกของ ___________________ ลังเหล่านี้ขึ้นไปบนห้องของผมด้วย)

(a) to carry

(b) carrying

(c) carried

(d) carry     (ยก, แบก, ถือ)

ตอบ   -   ข้อ  (d)   เนื่องจากอยู่ในโครงสร้าง  “Causative use” {Subject + Have (Has) + Someone + Do + Something}  คือ  {ประธานฯ ใช้ให้ใครทำอะไร}

                                              ตัวอย่างที่  

  • What would you have me _____________________________________________?

(คุณจะให้ผม ________________________________________________ อะไรครับ)

(a) mend    (ซ่อม)

(b) mending

(c) mended

(d) to mend

ตอบ   -    ข้อ    (a)   เนื่องจากเป็นการใช้โครงสร้างของ   “Causative use” (Subject + has (have) + someone + do (verb 1) + something)  (ประธานใช้ให้ใครทำอะไรบางอย่าง)  โดยแบ่งออกเป็นโครงสร้างแบบ  “Active voice”  และ “Passive voice

                                            สำหรับการใช้โครงสร้าง  “Causative use”  ในแบบ  “Active voice”  คือ  “Subject + have + someone +do  (กริยาอะไรก็ได้ช่องที่ ) + something”  หรือ  (= Subject + get +  someone + to do  (กริยาอะไรก็ได้  แต่ต้องมี  “To” นำหน้า) + something)  (ประธานใช้ให้ใครทำอะไรบางอย่าง)  มีดังนี้  คือ

           1. Subject + have + someone + do + something  (กรรมของ  verb  “do”)

           2. Subject + get + someone + to do + something  (กรรมของverb do”)

(ประธาน  +  ใช้ให้  +   ใครบางคน  +   ทำ (กริยาอะไรก็ได้)  +  บางสิ่งบางอย่าง)

                                             ทั้ง    โครงสร้างข้างบน   ถือว่าอยู่ในรูปของ  “Active voice”  เนื่องจากประธานเป็นผู้ใช้ให้ใครบางคนไปทำอะไรบางอย่าง   ดังตัวอย่างประโยคข้างล่าง

  • He had the doctor examine his eyes.

(เขาให้หมอตรวจตา)

  • He got the doctor to examine his eyes.

(เขาให้หมอตรวจตา)

  • She has her maid wash her car every day.

(เธอให้สาวใช้ล้างรถทุกวัน)

  • She gets her maid to wash her car every day.

(เธอให้สาวใช้ล้างรถทุกวัน)

  • We had our neighbors clean our house last week.

(เราให้เพื่อนบ้านทำความสะอาดบ้านของเราสัปดาห์ที่แล้ว)

  • We got our neighbors to clean our house last week.

(เราให้เพื่อนบ้านทำความสะอาดบ้านของเราสัปดาห์ที่แล้ว)

                                              อย่างไรก็ตาม  ถ้าต้องการใช้ในรูป  “Passive voice”  คือ  {Subject + have (get) + something + done + (by someone)}  {(ประธาน  ใช้ให้บางสิ่ง  ถูกกระทำ  (กริยาอะไรก็ได้  อยู่ในช่องที่ ๓)  +  (โดยบางคน)ในกรณีนี้   ทั้ง  “Have” และ  “Get”  ในโครงสร้างแบบนี้   จะใช้ในรูปประโยคที่เหมือนกันทุกประการ   ดังตัวอย่าง

  • He had his eyes examined (by the doctor).

(ถ้าแปลตรงๆตัว  คือ  “เขาให้ตาถูกตรวจโดยหมอ”  แต่ในภาษาไทยไม่นิยมพูดแบบนี้  โดยนิยมพูดแต่เพียงว่า  “เขาไปตรวจตา”)

  • He got his eyes examined (by the doctor).

(เขาไปตรวจตา)

  • She has her car washed (by her maid) every day.

(เธอล้างรถทุกวัน)

  • She gets her car washed (by her maid) every day.

(เธอล้างรถทุกวัน)

  • We had our house cleaned (by our neighbors) last week.

(เราทำความสะอาดบ้านสัปดาห์ที่แล้ว)

  • We got our house cleaned (by our neighbors) last week.

(เราทำความสะอาดบ้านสัปดาห์ที่แล้ว)

  • He has his hair cut once a month.

(= He gets his hair cut one a month.)

(เขาตัดผมเดือนละ ๑ ครั้ง – คือไปให้ช่างตัดให้)

  • She has her room cleaned every day.

(= She gets her room cleaned every day.)

(เธอทำความสะอาดห้องทุกวัน – คือให้คนรับใช้ทำให้)

  • We had our car washed once a week last year.

(= We got our car washed once a week last year.)

(เราล้างรถอาทิตย์ละ  ๑  ครั้ง เมื่อปีที่แล้ว – คือให้อู่ล้างให้)

 

16. I am ______________________________________________________ my lost pearl.

(ผมกำลัง ___________________________________________ ไข่มุกที่หายไปของผม)

(a) looking up    (ค้นหาคำศัพท์ในพจนานุกรม)

(b) looking after    (ดูแล, เอาใจใส่, รับผิดชอบ)   

(c) looking into    (ค้นหาและตรวจสอบข้อเท็จจริง)

(d) looking for    (ค้นหา)  (โดยเฉพาะของที่หาย)

 

17. Last night fire broke ____________________________________________ in his barn.

(เมื่อคืนนี้  ไฟ ________________________________________________ ที่ยุ้งข้าว)

(a) in    (“Break in”  =  งัดหรือพังเข้ามา)

(b) up    (“Break up”  =  เลิกคบ, ตัดความสัมพันธ์)   

(c) out    {“Break out”  =  เกิดขึ้น (ไฟ, สงคราม, โรคระบาด, การโต้เถียง-ทะเลาะ, การต่อสู้)}

(d) down    (“Break down”  =  แยกออกเป็นรายการย่อยๆ เช่น ค่าใช้จ่ายต่างๆ, ประสาทเสียจนคุมสติไม่อยู่)

 

18. Dr. Smith will operate _______________________________________ her next week.

(หมอสมิธจะผ่าตัด ________________________________________ เธอสัปดาห์หน้า)

(a) at

(b) on

(c) with

(d) for

ตอบ   -   ข้อ    (b)   “Operate on”  =   “ผ่าตัด

 

19. Our neighbors have promised to _______________________ our dog while we are away.

(เพื่อนบ้านของเราได้สัญญาที่จะ ________________ หมาของเรา  ในขณะที่เราออกไปข้างนอก  -  หรือไม่อยู่บ้าน)

(a) look after    (ดูแล, เอาใจใส่, รับผิดชอบ)

(b) look into     (ค้นหาและตรวจสอบข้อเท็จจริง)

(c) look up    (ค้นหาคำศัพท์ในพจนานุกรม)    

(d) look down    (มองลงไปข้างล่าง)

 

20. The poor beggar was blind __________________________________________ one eye.

(ขอทานที่น่าสงสารคนนั้นตาบอด ____________________________________ ข้างหนึ่ง)

(a) on

(b) at

(c) with

(d) in

ตอบ   -   ข้อ    (d)   “Blind in one eye”  =  “ตาบอดข้างหนึ่ง”   สำหรับวลีที่ใช้  “In”  ได้แก่   In writing”  (เป็นลายลักษณ์อักษร, เป็นภาษาเขียน)  -  I want your answer in writing.  (ผมต้องการคำตอบจากคุณแบบเป็นลายลักษณ์อักษร  -  คือ  ทำเป็นหนังสือมา),  “deep in water and mud”  (จมลึกอยู่ในน้ำและโคลน)  “arrive in”  (มาถึงในเมือง หรือ ประเทศ)  (แต่ถ้ามาถึง โรงเรียน, ธนาคาร, วัด, บ้าน ฯลฯ ใช้  “arrive at”)  “interested in”  (สนใจใน), “qualified in”  (มีคุณสมบัติในเรื่อง), “weak in”  (อ่อนในเรื่อง), “deficient in  (ขาดหรือบกพร่องในเรื่อง), “proficient in”  (ชำนาญหรือคล่องแคล่วในเรื่อง), “successful in”  (ประสบความสำเร็จในเรื่อง), “disappointed in”  (ผิดหวังในเรื่อง), “in a box”  (ในกล่อง), “in a pocket”  (ในกระเป๋า),  “sit in an armchair”  (นั่งในเก้าอี้ท้าวแขน), “in bed”  (ในเตียงหรือบนเตียง),  “in the bath”  (ในอ่างน้ำ), “in her hand”  (ในมือของเธอ), “in each other’s arms” (ในอ้อมแขนของกันและกัน), “in the area”  (ในพื้นที่),  “in the garden” (ในสวน),  “in the air”  (ในอากาศ),  “in the middle of the room” (ที่กลางห้อง),  “in the direction of”  (ในทิศทางของ), “in a restaurant”  (ในภัตตาคาร),  “in the bathroom”  (ในห้อง น้ำ),  “in school”  (ในโรงเรียน),  “in hospital”  (ในโรงพยาบาล),  “in the kitchen”  (ในครัว),  “in the shop window”  (ในตู้โชว์กระจกของร้าน),  “in a mirror”  (ในกระจก),  “in a lake”  (ในทะเลสาบ),  “in black suit”  (ในชุดดำ),  “in the water”  (ในน้ำ),  “write in ink”  (เขียนด้วยหมึก),  “write in pencil” (เขียนด้วยดินสอ), “in the first chapter”  (ในบทที่ ๑), “in the film”  (ในภาพยนตร์),  “wait in the queue”  (รออยู่ในแถว),  “be in a play”  (ร่วมแสดงละคร),  “in April”  (ในเดือนเมษายน),  “in  2016”  (ในปี ๒๐๑๖), “in the morning (afternoon, evening)”  (ในตอนเช้า-บ่าย-เย็น), “in recent years”  (ในช่วงไม่กี่ปีมานี้), “in the winter (summer, spring)”  (ในหน้าหนาว-ร้อน-ใบไม้ผลิ), “in the meantime”  (ในระหว่างนั้น), “in two months”  (ภายใน ๒ เดือน), “in my absence”  (ตอนที่ผมไม่อยู่), “in the aftermath of the accident”  (ภายหลังจากอุบัติเหตุ), “in half an hour” (ภายในครึ่งชั่วโมง), “in two minutes”  (ใน ๒ นาที), “in ancient society” (ในสังคมสมัยโบราณ), “in nature”  (ในธรรมชาติ), “in these circumstances”  (ในสภาพแวดล้อมเหล่านี้), “in this situation”  (ในสถานการณ์เช่นนี้), “in a state of near chaos”  (อยู่ในสภาวะใกล้จลาจล), “in a position to help others”  (อยู่ในฐานะที่ช่วยคนอื่นได้), “in the sun”  (ท่ามกลางแสงอาทิตย์)  “in the dark”  (ในหรือท่ามกลางความมืด), “in the dim light” (ท่ามกลางแสงสลัวๆ), “in her voice”  (ในน้ำเสียงของเธอ), “in love”  (ในความรัก-ตกหลุมรัก), “in a state of shock”  (อยู่ในสภาวะช้อค), “in low spirits”  (ในสภาพจิตใจหดหู่หรือตกต่ำ), “in a temper”  (ด้วยความโกรธหรือในอารมณ์โกรธ), “in favor of free speech”  (เห็นด้วยกับการพูดแบบมีเสรี), “cry out in pain”  (ร้องด้วยความเจ็บปวด), “look up in surprise”  (เงยหน้ามองด้วยความประหลาดใจ), “in an effort to”  (ในความพยายามที่จะ)  -  She studied very hard in an effort to pass the exam.  (เธอเรียนหนักมาก  ในความพยายามที่จะสอบให้ผ่าน), “in response to”  (เพื่อตอบสนองต่อ), “in answer to”  (เพื่อเป็นการตอบ), “have confidence in”  (มีความเชื่อมั่นใน)  -  At present the people have no confidence in the government.  (ในปัจจุบัน  ประชาชนไม่มีความเชื่อมั่นในรัฐบาล), “take interest in”  (สนใจใน), “a course in Chinese”  (คอร์สภาษาจีน), “an expert in”  (ผู้เชี่ยวชาญในเรื่อง.....), “make money in business”  (หาเงินในธุรกิจ), “make his career in music”  (ประกอบอาชีพทางดนตรี), “in his old age”  (ในวัยชราของเขา), “a woman in her twenties”  (ผู้หญิงในวัย ๒๐ – ๒๙), “in my opinion”  (ในความเห็นของผม), “in her view”   (ในทัศนะของเธอ), “recruit workers in hundreds”  (รับคนงานเป็นร้อยๆคน), “in my experience”  (จากประสบการณ์ของผม), “in her own eyes”  (ในสายตาของเธอ), “speak in Italian”  (พูดภาษาอิตาเลียน), “speak in a calm voice” (พูดด้วยน้ำเสียงที่สงบ), “his complaints in writing”  (การร้องเรียนของเขาเป็นลายลักษณ์อักษร), “in financial difficulty”  (ในสภาวะยุ่งยากทางการเงิน), “$100,000 in cash”  (เป็นเงินสด  ๑๐๐,๐๐๐  เหรียญ), “dressed in black”  (ใส่ชุดสีดำ), “in real danger”  (ตกอยู่ในอันตรายอย่างแท้จริง), “in the planning stage”  (ในขั้นตอนการวาง แผน), “10 meters in length”  (ยาว ๑๐ เมตร), “cut it in two”  (ตัดมันออกเป็น ๒ ส่วน), “shrink in size”  (มีขนาดเล็กลง-หดลง), “join in”  (ร่วมวงด้วย), “a one in five chance of success”  (โอกาสสำเร็จ ๑ ใน ๕), “the pain in my feet”  (การเจ็บที่เท้าของผม), “the hole in his shirt”  (รู – รอยขาด – ในเสื้อเชิ้ตของเขา), “was shot in the leg”  (ถูกยิงที่ขา),  “in fashion”  (กำลังเป็นที่นิยม), “result in his death”  (ส่งผลให้เขาตาย), “believe in”  (เชื่อมั่น-ศรัท ธาใน), “in the first place”  (ในประการแรก)  (กล่าวเมื่อจะบอกเหตุผลหลายๆ ประ การ  เกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง  แล้วตามด้วยเหตุผลที่ต้องการจะบอก),  “in danger”  (ตกอยู่ในอันตราย),“in use”  (ใช้งาน),  “in his name”  (โดยใช้ชื่อของเขา,  ในนามของเขา  -  เช่น  เช่ารถยนต์  หรือบริจาคเงิน)  -  The car was rented in his name.  (รถถูกเช่าในนามของเขา), “in a hurry’  (เร่งรีบ, รีบร้อน, ใจร้อน)  -  He was in a hurry because he was late.  (เขารีบเร่งเพราะเขาสายแล้ว),  “in a jam”  (อยู่ในฐานะลำบาก),  “in a nutshell”  (กล่าวโดยย่อๆ, กล่าวโดยสรุป),  “in a way”  (บางครั้ง, บ้างเหมือนกัน),  “in any case”  (อย่างไรก็ดี, อย่างไรก็ตาม, ในทุกกรณี),  “in any event”  (อย่างไรก็ตาม, ทุกกรณี),  “in advance”  (ล่วงหน้า),  “in bad shape”  (เสื่อมโทรม, ทรุดโทรม, อยู่ในฐานะลำบาก),  “in charge of”  (รับผิดชอบ, ดูแล, จัดการ),  “in fact”  (แท้ที่จริงแล้ว, อันที่จริงแล้ว),  “in order”  (อย่างมีระเบียบ, เรียบร้อย),  “in time (ทันเวลา, ไม่สาย, พอดี, ตามจังหวะ, พอดีจังหวะ),  “in the bag”  (แน่นอน, แหงแก๋, ของตาย, อยู่ในกำมือแล้ว, สำเร็จเรียบร้อย),  “in the long run (term)”  (ในระยะยาว),  “in the pink”  (สภาพดีเยี่ยม, สมบูรณ์, มีสุขภาพดี),  “in tune with”  (สอดคล้องกับ, ไปกันได้กับ),  “in vain”  (ไม่สำเร็จ, ไร้ประโยชน์, ปราศจากผล), “in writing”  (เป็นลายลักษณ์อักษร, เป็นภาษาเขียน)“deep in water and mud” (จมลึกอยู่ในน้ำและโคลน)   “arrive in”  (มาถึงในเมือง หรือ ประเทศ)  (แต่ถ้ามาถึง โรงเรียน, ธนาคาร, วัด, บ้าน ฯลฯ ใช้  “arrive at”),  “interested in”  (สนใจใน), “qualified in”  (มีคุณสมบัติในเรื่อง), “weak in”  (อ่อนในเรื่อง), “deficient in  (ขาดหรือบกพร่องในเรื่อง), “proficient in”  (ชำนาญหรือคล่องแคล่วในเรื่อง), “successful in”  (ประสบความสำเร็จในเรื่อง), “disappointed in”  (ผิดหวังในเรื่อง), “in a box”  (ในกล่อง), “in a pocket”  (ในกระเป๋า),   “sit in an armchair”  (นั่งในเก้าอี้ท้าวแขน), “in bed”  (ในเตียงหรือบนเตียง), “in the bath”  (ในอ่างน้ำ), “in her hand”  (ในมือของเธอ), “in each other’s arms” (ในอ้อมแขนของกันและกัน),  “in the area”  (ในพื้นที่),   “in the garden”  (ในสวน), “in the air”  (ในอากาศ), “in the middle of the room”  (ที่กลางห้อง), “in the direction of”   (ในทิศทางของ),   “in a restaurant”   (ในภัตตาคาร), “in the bathroom”  (ในห้อง น้ำ), “in school”   (ในโรงเรียน), “in hospital” (ในโรงพยาบาล),  “in the kitchen”  (ในครัว),  “in the shop window”  (ในตู้โชว์กระจกของร้าน), “in a mirror”  (ในกระจก), “in a lake”  (ในทะเลสาบ), “in black suit”  (ในชุดดำ), “in the water”  (ในน้ำ), “write in ink”  (เขียนด้วยหมึก), “write in pencil”  (เขียนด้วยดินสอ), “in the first chapter”  (ในบทที่ ๑), “in the film”  (ในภาพยนตร์), “wait in the queue”  (รออยู่ในแถว), “be in a play”  (ร่วมแสดงละคร), “in April”  (ในเดือนเมษายน), “in  2016”  (ในปี ๒๐๑๖), “in the morning (afternoon, evening)”  (ในตอนเช้า-บ่าย-เย็น), “in recent years” (ในช่วงไม่กี่ปีมานี้), “in the winter (summer, spring)”  (ในหน้าหนาว-ร้อน-ใบไม้ผลิ), “in the meantime”  (ในระหว่างนั้น), “in two months”   (ภายใน ๒ เดือน), “in my absence”  (ตอนที่ผมไม่อยู่), “in the aftermath of the accident”  (ภายหลังจากอุบัติเหตุ), “in half an hour” (ภายในครึ่งชั่วโมง),  “in two minutes”(ใน ๒ นาที),  “in ancient society” (ในสังคมสมัยโบราณ), “in nature”  (ในธรรมชาติ), “in these circumstances”  (ในสภาพแวดล้อมเหล่านี้), “in this situation”  (ในสถานการณ์เช่นนี้),  “in a state of near chaos”  (อยู่ในสภาวะใกล้จลาจล), “in a position to help others”  (อยู่ในฐานะที่ช่วยคนอื่นได้), “in the sun”  (ท่ามกลางแสงอาทิตย์)“in the dark”  (ในหรือท่ามกลางความมืด), “in the dim light” (ท่ามกลางแสงสลัวๆ), “in her voice”  (ในน้ำเสียงของเธอ),  “in love” (ในความรัก-ตกหลุมรัก), “in a state of shock”  (อยู่ในสภาวะช้อค), “in low spirits”  (ในสภาพจิตใจหดหู่หรือตกต่ำ), “in a temper”  (ด้วยความโกรธหรือในอารมณ์โกรธ),  “in favor of free speech”  (เห็นด้วยกับการพูดแบบมีเสรี), “cry out in pain”  (ร้องด้วยความเจ็บปวด),  “look up in surprise”  (เงยหน้ามองด้วยความประหลาดใจ),  “in an effort to”  (ในความพยายามที่จะ),  “in response to”  (เพื่อตอบสนองต่อ), “in answer to”  (เพื่อเป็นการตอบ),   have confidence in”  (มีความเชื่อมั่นใน), “take interest in”  (สนใจใน), “a course in Chinese”  (คอร์สภาษาจีน), “an expert in”  (ผู้เชี่ยวชาญในเรื่อง....................),  “make money in business”  (หาเงินในธุรกิจ),  “make his career in music”  (ประกอบอาชีพทางดนตรี), “in his old age”  (ในวัยชราของเขา), “a woman in her twenties”  (ผู้หญิงในวัย ๒๐ – ๒๙), “in my opinion”  (ในความเห็นของผม), “in her view”  (ในทัศนะของเธอ), “recruit workers in hundreds”  (รับคนงานเป็นร้อยๆคน), “in my experience”  (จากประสบการณ์ของผม),  “in her own eyes”  (ในสายตาของเธอ), “speak in Italian”  (พูดภาษาอิตาเลียน), “speak in a calm voice”  (พูดด้วยน้ำเสียงที่สงบ), “his complaints in writing”  (การร้องเรียนของเขาเป็นลายลักษณ์อักษร),  “in financial difficulty”  (ในสภาวะยุ่งยากทางการเงิน), “$100,000 in cash”  (เป็นเงินสด  ๑๐๐,๐๐๐  เหรียญ), “dressed in black”  (ใส่ชุดสีดำ), “in real danger”  (ตกอยู่ในอันตรายอย่างแท้จริง), “in the planning stage”  (ในขั้นตอนการวางแผน),  “10 meters in length”  (ยาว ๑๐ เมตร), “cut it in two”  (ตัดมันออกเป็น ๒ ส่วน), “shrink in size”   (มีขนาดเล็กลง-หดลง), “join in”  (ร่วมวงด้วย), “a one in five chance of success”  (โอกาสสำเร็จ ๑ ใน ๕),  “the pain in my feet”  (การเจ็บที่เท้าของผม),  “the hole in his shirt”  (รู – รอยขาด – ในเสื้อเชิ้ร์ตของเขา),  “was shot in the leg”   (ถูกยิงที่ขา),  “in fashion”  (กำลังเป็นที่นิยม),  “result in his death”  (ส่งผลให้เขาตาย), “believe in”  (เชื่อมั่น-ศรัทธาใน),  “in the first place”  (ในประการแรก)  (กล่าวเมื่อจะบอกเหตุผลหลายๆ ประการ   เกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง   แล้วตามด้วยเหตุผลที่ต้องการจะบอก)   เป็นต้น

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                 ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป

 

 

 

 

 

หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 380)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Part V: Sentence Completion   (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

 

1. The University of Fiji, _____________ in 1898, is administered by a president and governed by a twenty-one-member board of regents.

(มหาวิทยาลัยฟิจิ, ______________ ในปี  ๑๘๙๘, ได้รับการบริหารโดยประธาน (มหาวิทยาลัย) และกำกับโดยคณะกรรมการสภามหาวิทยาลัย  จำนวน  ๒๑  คน)

(a) founding

(b) was founded

(c) founded    (ได้รับการก่อตั้ง)

(d) to have been founded

ตอบ   -   ข้อ   (c)   โดยลดรูปมาจากอนุประโยค  (Adjective clause)  คือ  “…………..…Fiji, which was founded in 1898, is…………….”  ทั้งนี้  มาจากกริยา  “Found, Founded, Founded”  (ก่อตั้ง, สร้าง, วางรากฐาน)

 

2. Currently, it has been found in Thailand that the number of people ____________ a newspaper has risen considerably.

(ในปัจจุบัน  มันถูกพบในประเทศไทยว่า  จำนวนของผู้คน (ซึ่ง)  ______________ หนังสือพิมพ์ _____________ ได้เพิ่มขึ้นอย่างมาก)

(a) read regularly

(b) who reading regularly

(c) are reading regularly

(d) regularly reading    (อ่าน ................(หนังสือพิมพ์)................. อย่างสม่ำเสมอ)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากลดรูปมาจากอนุประโยค  (Adjective clause)  คือ  “….…...……of people who regularly read (หรือ  who are regularly reading) a newspaper..….......……

 

3. ___________________________ raw materials into useful products is called manufacturing.

(__________________ วัตถุดิบให้เป็นผลิตภัณฑ์ (สินค้า) ที่มีประโยชน์ ถูกเรียกว่า  “การผลิต”)

(a) In transforming

(b) For transforming

(c) Transforming    (การเปลี่ยนรูป)

(d) To be transformed

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เป็นการใช้  “Verb + ing”  (Gerund)  หรือ  “To + Verb 1”  (Infinitive with to)  ทำหน้าที่เป็นประธานของประโยค  โดยมี  “Is called”  เป็นกริยา  ดูเพิ่มเติมโครงสร้างแบบนี้จากตัวอย่างข้างล่าง

                                                  ตัวอย่างที่ 

  • ______________ is statistically much safer than most other forms of transport, but this fact doesn’t stop many people feeling nervous about it.

(____________ ในทางสถิติแล้วปลอดภัยกว่ารูปแบบอื่นๆของการขนส่งอย่างมาก, แต่ข้อเท็จจริงนี้มิได้หยุดยั้งผู้คนจำนวนมากมิให้รู้สึกวิตกกังวลเกี่ยวกับมัน)  (โดย เฉพาะผู้ที่คิดจะเดินทางโดยเครื่องบิน)

(a) Having flown

(b) To have flown

(c) Flying    (การบิน, การโดยสารเครื่องบิน)

(d) In flying

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เป็นการใช้  “Verb + ing”  (Gerund)  หรือ  “To + Verb 1” (Infinitive with to)  ทำหน้าที่เป็นประธานของประโยค 

                                            ตัวอย่างที่ 

  • She told me she looked sleepy because _____________ ten hours a day in the hospital was quite tiring.

(เธอบอกผมว่าเธอมีอาการง่วงนอน  เพราะว่า _____________ ๑๐  ชั่วโมงใน   วันในโรงพยาบาล  น่าเหน็ดเหนื่อยมาก)

(a) in working

(b) by working

(c) work

(d) working    (การทำงาน)

ตอบ   -   ข้อ    (d)   เนื่องจากเป็นประธานของประโยคย่อย  “Because working ten hours a day in the hospital was quite tiring”  โดยมี   “Ten hours a day in the hospital”  เป็นส่วนขยายประธาน  และมี  “Was”  เป็นกริยา  และ  “Quite tiring”  เป็น  “Complement”  ของ  “Verb to be”  (Was)  ดูเพิ่มเติมการใช้  “Verb + ing”  (Gerund)  หรือ  “To + Verb 1”  (Infinitive with to)  เป็นประธานของประโยค  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                                  ตัวอย่างที่ 

  • Refrigerating meats ________________________________ the spread of bacteria.

(การแช่เย็นเนื้อ _______________________________ การแพร่กระจายของแบคทีเรีย)

(a) is retarded

(b) retards    (ขัดขวาง, ทำให้ช้า, หน่วงเหนี่ยว)

(c) to retard

(d) retarding

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจาก  “Refrigerating” (การแช่เย็น)  เป็นประธานของประ โยค  โดยมี  “Meats”  ขยายประธาน (เป็นกรรมของประธาน)  และมี  “Retards”  เป็นกริยาของประโยค   ซึ่งต้องเติม  “S”  เนื่องจาก  “Refrigerating”  (Gerund)  ถือเป็นคำนามเอกพจน์  ดูเพิ่มเติมการใช้  “Verb + ing”  (Gerund)  หรือ  “To + Verb 1”  (Infinitive with to)  เป็นประธานของประโยค  จากประโยคข้างล่าง

  • Swimming is a good exercise.

(= To swim is a good exercise.)

(การว่ายน้ำเป็นการออกกำลังกายที่ดี)

  • Playing badminton is his favorite hobby.

(= To play badminton is his favorite hobby.)

(การเล่นแบดมินตันเป็นงานอดิเรกที่โปรดปรานของเขา)

  • Working in cool weather is pleasure.

(= To work in cool weather is pleasure.)

(การทำงานในอากาศที่เย็นเป็นความรื่นรมย์)

  • Breathing is indispensable to all living things.

(= To breathe is indispensable to all living things.)

(การหายใจเป็นสิ่งจำเป็นยิ่งสำหรับสิ่งมีชีวิตทั้งหมด)

  • Sleeping is necessary to health.

(= To sleep is necessary to health.)

(การนอนหลับเป็นสิ่งจำเป็นต่อสุขภาพ)

  • Walking for three hours makes him tired.

(= To walk for three hours makes him tired.)

(การเดินเป็นเวลา    ชั่วโมงทำให้เขาเหนื่อย)

  • Fishing in the river gave them much relaxation.

(= To fish in the river gave them much relaxation.)

(การตกปลาในแม่น้ำให้ความผ่อนคลายกับพวกเขาอย่างมาก)

 

4. ______________ time and labor, cartoonists generally draw the hands of their characters with only three fingers and a thumb.

(_______________ เวลาและแรงงาน, นักเขียนการ์ตูนโดยทั่วไปจะวาดมือของตัวละคร (ตัวการ์ตูน) เพียงนิ้วมือ    นิ้ว และนิ้วหัวแม่มือเท่านั้น)  (คือ  วาดนิ้วมือของตัวการ์ตูนเพียง    นิ้ว)

(a) Save

(b) Saving

(c) Having saved

(d) To save    (เพื่อที่จะประหยัด)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เป็นการใช้  “To + Verb 1”  (Infinitive with to)  นำหน้าวลีที่ขึ้นต้นประโยค  เพื่อแสดงวัตถุประสงค์ของประธานประโยค  (อยู่หลังเครื่องหมายคอมมา)  ว่าทำกริยาเพื่อวัตถุประสงค์ใด  ดูเพิ่มเติมโครงสร้างนี้จากตัวอย่างข้างล่าง

                                             ตัวอย่างที่ 

  • ________________________________, you must make an appointment with him.

(_______________________________________, คุณจะต้องทำการนัดหมายกับเขา)

(a) Seeing the doctor at his office

(b) If you see the doctor at his office

(c) You see the doctor at his office

(d) To see the doctor at his office    (เพื่อที่จะพบแพทย์ที่สำนักงานของเขา)

ตอบ   –   ข้อ   (d)   เนื่องจากต้องใช้วลีที่ขึ้นต้นด้วย   “Infinitive with to” (To + Verb 1)  เพื่อแสดงวัตถุประสงค์  หมายถึง   “เพื่อที่จะ....................”   หรืออาจใช้   “in order to”   หรือ  “so as to”  แทนก็ได้  นอกจากนั้น   ยังสามารถเอาวลีที่ขึ้นต้นด้วย  “To + Verb 1”    ไปไว้ข้างท้ายประโยคก็ได้    โดยความหมายเหมือนเดิมทุกประการ  (แต่ควรมีการเปลี่ยนสรรพนามให้เหมาะสม)   ดังเช่นประโยคข้างบน  สามารถเขียนได้ใหม่เป็น

  • You must make an appointment with the doctor to see (so as to see  หรือ  in order to see) him at his office.

                                                ตัวอย่างประโยคอื่นๆในแบบนี้  เช่น

  • To succeed in life, one must work hard.

(เพื่อจะประสบความสำเร็จในชีวิต  คนเราต้องทำงานหนัก)

(= One must work hard to succeed in life.)

(= In order to succeed in life, one must work hard.)

(= So as to succeed in life, one must work hard.)

(= One must work hard in order to (so as to) succeed in life.)

  • To speak good English, you must practice speaking it every day.

(เพื่อที่จะพูดภาษาอังกฤษได้ดี  คุณจะต้องฝึกพูดมันทุกวัน)

(= You must practice speaking it every day to speak good English.)

  • To be there in time, you must get up early.

(เพื่อที่จะไปที่นั่นให้ทันเวลา  คุณจะต้องตื่นแต่เช้า)

(= You must get up early to be there in time.)

  • To get a scholarship to study abroad, you must spend more time with your study.

(เพื่อให้ได้ทุนไปเรียนต่างประเทศ  คุณจะต้องใช้เวลามากขึ้นในการเรียนของคุณ)

(= You must spend more time with your study to get a scholarship to study abroad.)

 

5. Doctors are not sure exactly ________________________________________________.

(แพทย์ไม่มั่นใจอย่างแท้จริงว่า ___________________________________________)

(a) how fever causes the disease    (ไข้ทำให้เป็นโรคได้อย่างไร)

(b) how the disease causes fever    (โรคทำให้เป็นไข้ได้อย่างไร)

(c) how the cause of disease and fever

(d) how was the cause of disease and fever

ตอบ   –   ข้อ   (b)   เนื่องจาก  How the disease causes fever”  เป็น  “Noun clause”  ทำหน้าที่ขยายคำคุณศัพท์  “Sure”   

 

6. The annual worth of Utah’s manufacturing is greater than ___________________________.

(มูลค่าประจำปีของการผลิตของรัฐยูทาห์  มีมากกว่า _______________________________)

(a) those of its mining and farming combined

(b) that of its mining and farming combined    (มูลค่าฯ ของการทำเหมืองแร่และการทำฟาร์มของรัฐฯ รวมกัน)

(c) mining and farming combination

(d) that its mining and farming combined

ตอบ   –   ข้อ   (b)   เนื่องจากต้องใช้  “That”  แทนคำนามนับไม่ได้  (Annual worth  -  มูลค่าประจำปี)  เพื่อหลีกเลี่ยงการกล่าวคำนี้ซ้ำอีกครั้ง  ดูเพิ่มเติมการใช้คำแทนคำนาม  เพื่อหลีกเลี่ยงการกล่าวคำนั้นซ้ำ  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                                  ตัวอย่างที่ 

  • His wages as a truck-driver were considerably higher _______________ a ditch-digger.

(ค่าจ้างของเขาในฐานะคนขับรถบรรทุก  สูงกว่า ________________ คนขุดคูน้ำอย่างมากมาย)

(a) than

(b) in comparison to the wages of

(c) than those of    (ค่าจ้างของ)

(d) if not higher than, better than

ตอบ   -   ข้อ   (c)   ใช้  “Those”  แทน  “Wages”  ซึ่งเป็นคำนามนับได้  พหูพจน์

                                               ตัวอย่างที่ 

  • Fossil evidence indicates that the earliest cockroaches looked very much like __________.

(หลักฐาน (จาก) ฟอสซิล (ซากพืชหรือสัตว์ที่เป็นหิน) บ่งชี้ว่า  แมลงสาบยุคแรกสุด  มีลักษณะเหมือนกันมากกับ _____________)

(a) today does

(b) those of today    (แมลงสาบในปัจจุบัน)

(c) what do cockroaches now

(d) the cockroaches which are now

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากใช้  “Those”  แทน  “Cockroaches”  ซึ่งเป็นคำนามนับได้  พหูพจน์   ดูเพิ่มเติมการใช้คำ  (Those, That, One)  แทนคำนามที่กล่าวมาก่อนหน้าแล้ว  เพื่อหลีกเลี่ยงการกล่าวคำซ้ำ  จากประโยคข้างล่าง

                                              ตัวอย่างที่ 

  • This school has a new pool, so ______________ should have _______________ too.

(โรงเรียนนี้มีสระว่ายน้ำใหม่  ดังนั้น _____________ ควรมี ______________ เช่นเดียวกัน)

(a) our school __________ new pool

(b) our __________ new one

(c) we __________ pool

(d) ours __________ one    (โรงเรียนของเรา .................. สระว่ายน้ำใหม่)

ตอบ   -   ข้อ    (d)   เนื่องจากเป็นการใช้คำแทนคำนามที่ได้กล่าวไปแล้วทั้งคู่  คือ  ใช้   “Ours”  แทน  “Our school”  (ต้องใช้คำให้สมดุลกัน  คือ  “Our school”  และ  “This school” )  และ  “One”  แทน  “A new pool”   ซึ่งเป็นคำนามนับได้  เอกพจน์

                                                ตัวอย่างที่ 

  • People in highly developed countries are generally better fed than ____________ in underdeveloped countries.

(ผู้คนในประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างมาก  โดยทั่วไปจะมีอาหารการกินที่ดีกว่า ____________ ในประเทศด้อยพัฒนา)

(a) that

(b) those    (ผู้คน)

(c) them

(d) the one

ตอบ   -   ข้อ    (b)   เนื่องจากต้องใช้  “Those”  แทนคำนามนับได้  พหูพจน์  (People)   

                                               ตัวอย่างที่ 

  • The furniture ____________ is manufactured here is as good as ____________ made anywhere else in the world.

(เฟอร์นิเจอร์ _________ ถูกผลิตที่นี่  ดีพอๆ กับ __________ (ซึ่งถูก) ผลิต  (ทำ) ที่อื่นใดในโลก)

(a) that ____________ which

(b) which ____________ that    (ซึ่ง  .........................  เฟอร์นิเจอร์)

(c) that ____________ those

(d) which ____________ which

ตอบ   -   ข้อ    (b)   ในช่องแรกอาจตอบ  “Which”  หรือ  “That”  ก็ได้  แต่ในช่องหลัง   ต้องตอบ  “That”  เพียงอย่างเดียว  เนื่องจาก  ใช้แทน  “Furniture”  ซึ่งเป็นคำนามนับไม่ได้

                                               ตัวอย่างที่ 

  • I’ve lost my pen.  Have you got _______________________________ I can borrow?

(ผมได้ทำปากกาหาย  คุณมี ____________________________________ ให้ผมยืมไหม)

(a) them

(b) anyone

(c) it

(d) one    (ปากกาด้ามหนึ่ง)

ตอบ   -   ข้อ    (d)   ใช้   “One”  แทนนามนับได้เอกพจน์  (Pen)

                                                ตัวอย่างที่ 

  • The Prime Minister is giving a press conference now; he also gave ___________ at this time last week.

(นายกรัฐมนตรีกำลังประชุมให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์อยู่ในขณะนี้   และเขาได้จัดประชุม ______ ด้วย  ในเวลาเดียวกันนี้  เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว)

(a) it

(b) the same

(c) them

(d) one    (ครั้งหนึ่ง, หนหนึ่ง)

ตอบ   -   ข้อ    (d)   เนื่องจากแทนคำนามนับได้   เอกพจน์  (Press conference)

                                                 ตัวอย่างที่ 

  • The houses here are a little less modern than _______________________ in the city.  

(บ้านที่นี่ทันสมัยน้อยกว่า ___________________________________ ในเมืองอยู่เล็กน้อย)

(a) that

(b) those    (บ้าน)

(c) they

(d) ones

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากแทน   “Houses”   ซึ่งเป็นคำนามนับได้พหูพจน์   แต่ถ้าเป็นคำนามนับได้เอกพจน์  (House, Car, Book, Pen, Dog)  ให้แทนด้วย  “One”   และถ้าเป็นคำนามนับไม่ได้  (เอกพจน์เสม)  (เช่นFurniture, Advice, News, Information, Equipment, Evidence, etc.)   ให้แทนด้วย  “That

                                                 ตัวอย่างที่  

  • When the boy saw the kite I had made, he asked me to make _____________ for him. 

(เมื่อเด็กคนนั้นเห็นว่าวที่ผมทำ  เขาขอร้องผมให้ทำ _________________________ ให้แก่เขา)

(a) other

(b) it

(c) one    (ตัวหนึ่ง)

(d) the kite

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจาก   “Kite”   เป็นคำนามนับได้ เอกพจน์  เมื่อจะกล่าวถึงอีกครั้งหนึ่ง (กล่าวซ้ำ)   ต้องใช้  “One”  แทน

                                                 ตัวอย่างที่  ๑๐

  • The air of the hills is cooler than _________________________________________.

(อากาศของเนินเขาเย็นกว่า _______________________________________________)

(a) one of the plains

(b) of the plains

(c) that of the plains    (อากาศของที่ราบ)

(d) the plains

ตอบ   –   ข้อ   (c)   เนื่องจาก   “Air”  เป็นคำนามนับไม่ได้  จึงต้องแทนด้วย  “That” และตามด้วย   “of the plains”   เพื่อให้สมดุลกัน  ในกรณีเป็นนามนับได้  ให้ใช้ “One”  แทน  และถ้าเป็นนามพหูพจน์   ให้ใช้   “Those”   แทน   (สำหรับเหตุผลที่ไม่เลือกข้อ  (d)  เนื่องจาก   จะเป็นการเปรียบเทียบระหว่าง   “อากาศ”  และ   “ที่ราบ”   มิใช่   “อากาศของเนินเขา”   และ  “อากาศของที่ราบ”   ซึ่งผิดความหมายที่ต้องการเปรียบ เทียบ)   ตัวอย่างอื่นๆ  เช่น

  • The book you gave me is more informative than the one I bought from a bookstore.

(หนังสือที่คุณให้ผมให้ข้อมูลข่าวสารมากกว่าเล่มที่ผมซื้อจากร้านหนังสือ)  (Book เป็นนามเอกพจน์นับได้ จึงต้องใช้  One  แทน เมื่อจะกล่าวซ้ำ)

  • The students in this class are more hard-working than those in that class.

(นักเรียนในห้องนี้ขยันมากกว่านักเรียนในห้องนั้น)  (Students เป็นนามพหูพจน์ จึงต้องใช้  Those แทน เมื่อจะกล่าวซ้ำ)

  • The knowledge one obtains from self-study is sometimes much higher than that one derives from class.

(ความรู้ที่คนเราได้รับจากการศึกษาด้วยตนเอง  บางทีมากกว่าความรู้ที่ได้รับจากห้อง เรียนมากมายทีเดียว)  (Knowledge เป็นนามนับไม่ได้ – เอกพจน์เสมอ – จึงต้องใช้ That แทน  เมื่อจะกล่าวซ้ำ)

 

7. Tanya Holm is a dancer, choreographer, and ___________________________________.

(ทานย่า  โฮล์ม  เป็นนักเต้นรำ, นักออกแบบท่าเต้นรำ, และ __________________________)

(a) dance teacher    (ครูสอนเต้นรำ)

(b) teach dancing

(c) she teaches dancing

(d) teacher for dance

ตอบ   -   ข้อ   (a)   เนื่องจากเป็นการใช้โครงสร้างในประโยคให้สมดุลกัน  คือ  ๑. นักเต้นรำ,  ๒. นักออกแบบท่าเต้นรำ,  และ  ๓. ครูสอนเต้นรำ  ดูเพิ่มเติมการใช้โครงสร้างแบบสมดุลจากตัวอย่างข้างล่าง

                                                   ตัวอย่างที่ 

  • That restaurant offers ______________________________________ and the elderly.

(ภัตตาคารแห่งนั้นเสนอ (มอบ) _________________________________ และผู้สูงอายุ)

(a) inexpensive meals and special services for children    (อาหารราคาถูกและบริการพิเศษสำหรับเด็ก)

(b) meals and special services for children that are inexpensive

(c) children to inexpensive meals and special services

(d) inexpensive meals for children and special services for

ตอบ   -   ข้อ    (a)   หรืออาจตอบ  ข้อ  (d)  แต่ต้องแก้เป็น  “Inexpensive meals for children and special services for the elderly”  (อาหารราคาถูกสำหรับเด็ก  และบริการพิเศษสำหรับผู้สูงอายุ)  เนื่องจากเป็นการใช้โครงสร้างในประโยคแบบสมดุล  คือ  (.............เสนอ............”อาหารราคาถูกและบริการพิเศษ”  และ  “สำหรับเด็กและผู้สูงอายุ”)  ดูเพิ่มเติมการใช้โครงสร้างในประโยคแบบสมดุล  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                                 ตัวอย่างที่ 

  • The two most important problems facing the country today are __________________.

(ปัญหาสำคัญที่สุด    ประการที่เผชิญหน้ากับประเทศอยู่ในปัจจุบัน  คือ ________________)

(a) crime prevention and controlling pollution

(b) preventing crime and pollution control

(c) crime prevention and pollution control    (การป้องกันอาชญากรรมและการควบคุมมลภาวะ)

(d) preventing crime and the control of pollution

ตอบ   -   ข้อ    (c)   เนื่องจากเป็นการใช้โครงสร้างประโยคแบบสมดุล   คือ  “การป้องกันอาชญากรรม”  และ  “การควบคุมมลภาวะ”  ดูเพิ่มเติมการใช้โครงสร้างแบบสมดุลจากตัวอย่างข้างล่าง

                                                ตัวอย่างที่ 

  • The technique of recording, classifying, and _____________ is known as accounting.

(เทคนิคของการบันทึก, แยกประเภท, และ __________ เป็นที่รู้จักกันในฐานะวิชาการทำบัญชี)

(a) an enterprise’s transactions summary

(b) the summarizing of an enterprise’s transactions

(c) transactions of an enterprise are summarized

(d) summarizing the transactions of an enterprise    {สรุปธุรกิจการค้าของกิจการ (บริษัท) แห่งหนึ่ง}

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากเป็นการทำรูปประโยคให้สมดุล  หรือมี  “Format”  เดียวกัน  โดยถือว่าตามหลัง  “Preposition”  (Of)  ต้องอยู่ในรูป  “Verb + ing”  (Of recording, classifying, and summarizing……............…..)

                                                 ตัวอย่างที่ 

  • A lumberjack, or logger, is a worker who cuts down trees in a forest, saws them into logs, and ____________.

(ช่างตัดไม้, หรือคนทำ (ตัด) ไม้, คือคนงานผู้ซึ่งตัด (โค่น) ต้นไม้ในป่า, เลื่อยมันเป็นท่อน, และ _____________)

(a) he takes them to the mill

(b) takes them to the mill    (นำมันไปยังโรงสี)

(c) taking them to the mill

(d) to take them to the mill

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากเป็นการใช้ข้อความในประโยคให้สมดุลกัน  คือ  ช่างตัดไม้ทำหน้าที่  (กริยา)    อย่าง  คือ  ๑. โค่นต้นไม้ในป่า,  ๒. เลื่อยมันเป็นท่อน, และ  ๓. นำมันไปยังโรงสี  ดูเพิ่มเติมการใช้ข้อความให้สมดุลจากประโยคข้างล่าง

                                           ตัวอย่างที่ 

  • Eddy’s classmates at the college still talk about him as an excellent writer _____________.

(เพื่อนร่วมชั้นของเอ็ดดี้ที่มหาวิทยาลัย  ยังคงพูดเกี่ยวกับตัวเขาว่าเป็นนักเขียนยอดเยี่ยม ________)

(a) and he taught at the college, too

(b) who also played football

(c) and a good football player    (และนักฟุตบอลที่เก่ง)

(d) good football player

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เป็นการใช้คำในประโยคให้สมดุลกัน  คือ  “นักเขียนยอดเยี่ยม”  และ  “นักฟุตบอลที่เก่ง”  ดูเพิ่มเติมการใช้คำให้สมดุลกันจากประโยคข้างล่าง

                                                 ตัวอย่างที่ 

  • Freezing preserves meat because ____________, slows down the rate of enzyme action, and lowers the speed of spoilage.

(การทำให้เย็นจนแข็งตัวรักษาเนื้อไว้ได้  เพราะว่า _____________, ทำให้อัตราการเอนไซม์ (การทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางเคมีในสารอื่น โดยตัวมันเองไม่เปลี่ยนแปลง) ช้าลง, และทำให้ความเร็วของการเน่าเสียลดลง)

(a) the growth of microorganisms is prevented    (การเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์ถูกขัดขวาง)

(b) preventing microorganisms from growing    (ขัดขวางเชื้อจุลินทรีย์จากการเจริญเติบโต)

(c) microorganisms are prevented from growing    (เชื้อจุลินทรีย์ถูกขัดขวางจากการเจริญเติบโต)

(d) it prevents the growth of microorganisms    (มันขัดขวางการเจริญ เติบโตของเชื้อจุลินทรีย์)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากต้องทำโครงสร้างในอนุประโยค  (ขึ้นต้นด้วย  “Because”) ให้มีความสมดุลกัน  คือ  “มัน (การทำให้เย็นจนแข็ง)  ๑. ขัดขวางการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์,  ๒. ทำให้อัตราการเอนไซม์ช้าลง,  และ  ๓. ทำให้ความเร็วของการเน่าเสียลดลง  ดูเพิ่มเติมการทำให้โครงสร้างในประโยคมีความสมดุลจากประโยคข้างล่าง

                                               ตัวอย่างที่ 

  • Idaho’s natural resources include fertile soil, rich mineral deposits, thick forests, and ___________.

(ทรัพยากรธรรมชาติของรัฐไอดาโฮประกอบด้วยดินดี, แหล่งแร่ธาตุอุดมสมบูรณ์, ป่าทึบ, และ ___________)

(a) water supplies are abundant

(b) abundant water supplies    (แหล่งน้ำอุดมสมบูรณ์)

(c) supplies of water are abundant

(d) supplies abundant water

ตอบ   -   ข้อ    (b)   เนื่องจากต้องใช้รูปคำนาม (วลี)  (แหล่งน้ำอุดมสมบูรณ์)  ซึ่งทำหน้าที่เป็นกรรมของกริยา  “Include”  เพื่อให้สมดุลกับคำนาม-วลี (ทำหน้าที่กรรม) อื่นๆ อีก  ๓  ตัว  คือ  ๑. ดินดี,  ๒. แหล่งแร่ธาตุอุดมสมบูรณ์,  และ  ๓. ป่าทึบ  ดูเพิ่มเติมการใช้คำให้สมดุลกัน  จากประโยคข้างล่าง

                                                    ตัวอย่างที่ 

  • Before starting on a sea voyage, prudent navigators learn the sea charts, __________ and memorize lighthouse locations to prepare themselves for any conditions they might encounter.

(ก่อนเริ่มต้นออกเดินทางทางทะเล  นักเดินเรือที่รอบคอบจะเรียนรู้แผนภูมิของทะเล, _________ และจดจำสถานที่ตั้งของประภาคารไฟ  เพื่อเตรียมพร้อมตนเองสำหรับสภาวะใดๆ ที่พวกเขาอาจจะต้องเผชิญ)

(a) sailing directions are studied

(b) to study the sailing directions   

(c) study the sailing directions    (ศึกษาทิศทางการเดินเรือ)

(d) studies direct sailing

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากต้องใช้รูปแบบของกริยาในประโยค  ซึ่งมี    ตัว ให้สมดุลกัน  คือ  “นักเดินเรือที่รอบคอบ (จะ) () เรียนรู้แผนภูมิของทะเล,  () ศึกษาทิศทางการเดินเรือ  และ  () จดจำสถานที่ตั้งของประภาคารไฟ

                                                ตัวอย่างที่ 

  • As a physiologist, Ida Hyde showed originality, breadth of interest, and _____________.

(ในฐานะนักสรีรวิทยา, ไอดา ไฮด์  ได้แสดงความคิดริเริ่ม (ความไม่ซ้ำแบบใคร), ความกว้างขวางของความสนใจ, และ ____________)

(a) scientific precision was admirable

(b) admirably scientifically precise

(c) admirable scientific precision    (ความแม่นยำทางวิทยาศาสตร์ที่น่าชมเชย)

(d) that precision was admirably scientific

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากต้องใช้โครงสร้างคำนาม (วลี)  เนื่องจากเป็นกรรมของกริยา  “Showed”  โดยมีความสมดุลกับคำนามอื่นๆอีก  ๒  คำ ซึ่งเป็นกรรมของกริยา  “Showed”  เช่นเดียวกัน  คือ  ๑. ความคิดริเริ่ม,  ๒. ความกว้างของความสนใจ

                                                 ตัวอย่างที่  ๑๐

  • We turn to books in moments of _________________________________________.

(เราหันไปหา (อ่าน) หนังสือ  ในช่วงเวลาของ ________________________________)

(a) sorrow, having boredom, or solitude is with us

(b) sorrow, boredom, or solitude    (ความเศร้าโศกเสียใจ  ความเบื่อหน่าย  หรือ ความโดดเดี่ยวอ้างว้าง)

(c) sorrow and solitude as well as boredom

(d) sorrow that attacks us

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เป็นการใช้กรรม    ตัว  หลัง  “Preposition” (Of)  ให้สมดุลกัน  คือ   Sorrow, Boredom, Solitude”  สำหรับ  ข้อ  (c)  ก็ใช้ได้เช่นกัน  แต่ต้องแก้เป็น   “sorrow, solitude as well as boredom

                                                   ตัวอย่างที่  ๑๑

  • Nearly all trees have seeds that fall to the earth, take root, and eventually ____________.

(ต้นไม้เกือบทั้งหมดมีเมล็ดซึ่งหล่นลงสู่พื้นดิน, งอกราก, และ _____________________ ในที่สุด)

(a) generate new seeds    (สร้างเมล็ดใหม่)

(b) new seeds generated

(c) by generating new seeds

(d) new seeds generated there

ตอบ   -   ข้อ    (a)   เนื่องจากต้องใช้คำกริยา    ตัว ในอนุประโยค  (……….............that fall to earth, take root, and eventually generate new seeds)  ให้สมดุลกัน  (Balance)  คือ  “Fall to earth”,  “Take root”  และ  “Generate new seeds” 

                                                 ตัวอย่างที่  ๑๒

  • Among the advantages which Mr. Barlow has given his children  are a good college education and _____________.

(ในบรรดาข้อได้เปรียบต่างๆ ซึ่งมิสเตอร์บาร์โลว์ได้ให้แก่ลูกๆ ของเขา  คือ  การศึกษาอย่างดีในมหาวิทยาลัย  และ _____________)

(a) extensive travel abroad   (การเดินทางอย่างกว้างขวางมากในต่างประเทศ)

(b) to travel extensively abroad

(c) travel extensively abroad

(d) of extensive travelling abroad

ตอบ   -   ข้อ   (a)   ต้องใช้ในรูปคำนาม (วลี)   (“Travel” ในที่นี้เป็นคำนาม)  ให้สมดุลกับคำนาม (วลี)   “A good college education”  ที่อยู่ข้างหน้า  “And

                                                   ตัวอย่างที่  ๑๓

  • James likes reading, hiking, and __________________________________________. 

(เจมส์ชอบการอ่านหนังสือ,  การเดินทางไกลด้วยเท้า,  และ ___________________________)

(a) he listens to music

(b) to listen to music

(c) listen to music

(d) listening to music    (การฟังดนตรี)

ตอบ   -   ข้อ    (d)   เนื่องจากต้องให้ข้อความสมดุลกัน   คือ  “Like + Gerund (Verb + ing)”    คือ  “Like reading, hiking and listening……................”   ทั้งนี้   กริยา  “Like”  อาจตามด้วย  “Infinitive with to” (To + Verb 1    ก็ได้   ดังนั้น  ข้อนี้จึงอาจตอบ  “Like to read, to hike, and to listen to music”  โดยต้องให้สมดุลกัน  คือ  เป็น  “Format”  เดียวกัน

 

8. The colors of a rainbow _______________________________ arranged in the same order.

(สีต่างๆ ของรุ้ง __________________ จัดเรียงในลำดับเดียวกัน ____________________)

(a) always

(b) which are always

(c) are always    (ถูก .................(จัดเรียงในลำดับเดียวกัน).................... เสมอ)

(d) and they are always

ตอบ   -   ข้อ    (c)   เนื่องจากต้องวาง  “Adverb of frequency”  (Always, Generally, Frequently, Often, Seldom, Hardly, Rarely, Scarcely, etc.)  ไว้ข้างหลัง  “Verb to be”  (Is, Am, Are, Was, Were)  ดูการวางตำ แหน่งของ  “Adverb of frequency”  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                                  ตัวอย่างที่ 

  • He always tries to avoid ________________________________________________.

(เขาพยายามที่จะหลีกเลี่ยง __________________________________________ อยู่เสมอ)

(a) work hard

(b) hard works

(c) hard work    (งานหนัก)

(d) every hard work

ตอบ  -  ข้อ   (c)   เนื่องจาก  “Work”  (งาน)  เป็นคำนามนับไม่ได้  (เอกพจน์เสมอ)  จึงไม่สามารถเติม  “S”  ได้  (ตัดข้อ (b)  ทิ้ง)  และไม่สามารถนำหน้าด้วย  “Every”  เพราะว่าใช้กับคำนามนับได้เอกพจน์  (ตัดข้อ (d)  ทิ้ง)  สำหรับ ข้อ (a) สามารถใช้ได้  แต่ต้องแก้เป็น  “Working hard”  เนื่องจากหลัง  “Avoid”  ต้องใช้รูป  “Gerund” (Verb + ing)   ดูเพิ่มเติมการใช้  “Work hard” (ทำงานหนัก)  และ  “Hardly work”  (ไม่ใคร่จะทำงาน)  จากตัวอย่างประโยคข้างล่าง  

                                                   ตัวอย่างที่  

  • Those people are working very __________________________________________.

(ผู้คนเหล่านั้นกำลังทำงาน __________________________________________ มาก)

(a) hardly

(b) hard    (หนัก)

(c) harder

(d) successful

ตอบ  –  ข้อ   (b)   เนื่องจาก  “Hard”  เป็นทั้งคำคุณศัพท์ (Adjective) และกริยาวิเศษณ์  (Adverb)  ในคำเดียวกัน  โดยหมายถึง  “หนัก”  ดังนั้น  เมื่อขยายกริยา “Are working”  จึงไม่ต้องเปลี่ยนเป็น  “Hardly”  (หรือ อาจตอบข้อ  (d)  แต่ต้องแก้เป็น “Successfully”  -  อย่างประสบความสำเร็จ)  สำหรับ  “Hardly”  เป็น  “Adverb of frequency” (แสดงความ “บ่อย” หรือ “ถี่”)  หมายถึง  “ไม่ใคร่จะ, แทบจะไม่”  โดยมีความหมายเหมือนกับ  “Seldom, Rarely, Scarcely”  ดังตัวอย่าง

  • He hardly works.

(เขาไม่ใคร่จะทำงาน หรือ เขาแทบจะไม่ทำงาน)

  • She is hardly patient.

(เธอไม่ใคร่จะอดทน)

  • They had hardly finished their work when it began to rain.

(พวกเขาทำงานยังไม่ใคร่จะเสร็จ  เมื่อฝนเริ่มตก)

                                                               สำหรับการวางตำแหน่งของ “Adverb of frequency” (seldom, hardly, always, often, generally, usually, occasionally, rarely, never)  ในประโยค มีดังนี้  คือ

                                              ๑. วางไว้หน้าคำกริยาทั่วไป  เช่น

  • They always come late.   (พวกเขามาสายเสมอ)
  • She usually goes shopping.   (เธอไปซื้อของเป็นประจำ)
  • He seldom drives to work.   (เขาแทบจะไม่ได้ขับรถไปทำงาน)

                                              ๒. วางไว้หลัง  “Verb to be”  เช่น

  • He is often late for class.   (เขาเข้าห้องเรียนสายบ่อยๆ)
  • They are always busy with their work.   (พวกเขามักยุ่งอยู่กับงานเสมอ)
  • She is never contented with her life.   (เธอไม่เคยพอใจในชีวิตเลย)

                                              ๓. ถ้ามีคำกริยา  ๒  ตัวในประโยค  ให้วางไว้ตรงกลางคำกริยานั้น  เช่น

  • They have always had lunch there.   (พวกเขากินอาหารกลางวันที่นั่นเสมอ)
  • She will never love him.   (เธอจะไม่มีวันรักเขา)
  • You should never come to class late.   (คุณไม่ควรจะมาเรียนสาย)
  • He is always asking me.   (เขาถามคำถามผมอยู่เสมอ)
  • We have never traveled to New York.   (เราไม่เคยเดินทางไปนิวยอร์ก)

                                              ๔. สำหรับ  “Never”  และกลุ่มคำที่ทำหน้าที่เป็นกริยาวิเศษณ์  ที่โดยปกติวางไว้ข้างในประโยค  อาจจะเอามาวางไว้หน้าประโยค  เพื่อแสดงการเน้นคำนั้นๆ   คำเหล่านี้ส่วนใหญ่มีความหมายปฏิเสธ เช่น  “never,  hardly,  seldom, never before  (ไม่เคยมาก่อนเลย),  never in my life  (ไม่เคยเลยในชีวิต), no sooner,  in vain  (ล้มเหลว, ไม่สำเร็จ),  not often,  not only  (ไม่เพียงแต่),  not even once   (ไม่แม้แต่ครั้งเดียว),  not until  (ไม่จนกระทั่ง)  อย่างไรก็ตาม  ต้องเรียงรูปประโยคใหม่ดังนี้  คือ  {Never (no sooner, hardly, never in my life, not until, etc.) + Helping verb (has, have, had, is, are, was, were, will, would, shall, should, can, could, may, might, must, etc.)  + Subject + Verb  (แท้)}  เช่น

  • Never before has she seen such a beautiful place.

(ไม่เคยมาก่อนเลยที่เธอได้เคยเห็นสถานที่ที่สวยงามเช่นนั้น –  เน้นตรงคำว่า “ไม่เคยมาก่อนเลย”)

(= She has never before seen such a beautiful place.)

(= She has never seen such a beautiful place before.)

  • No sooner had he left than she arrived.

(ในทันทีที่เขาจากไป  เธอก็มาถึง  –  เน้นตรงคำว่า “ในทันทีที่”)

(= He had no sooner left than she arrived.)

  • Hardly have I met my old college friends.

(ผมแทบจะไม่ได้เจอเพื่อนเก่าตอนเรียนมหาวิทยาลัยเลย  –  เน้นตรงคำว่า “แทบจะไม่”)

(= I have hardly met my old college friends.)

                                                ทั้งนี้สามารถสรุปโครงสร้างประโยคที่มีการเน้นแบบนี้  คือ

  • Never before (Never) + have + I + seen + such a beautiful place

(ไม่เคยมาก่อนเลย  ที่ผมได้เห็นสถานที่สวยงามเช่นนั้น)

  • Hardly (Seldom) + has + she + met + her old college friends.

(เธอแทบจะไม่ได้เจอเพื่อนเก่าตอนเรียนมหาวิทยาลัยเลย)

  • Never + กริยาพิเศษ  + subject  + กริยาแท้  + ส่วนขยาย
  • Never has he seen his father since he divorced his mother.

(เขาไม่เคยได้พบพ่อเลย  ตั้งแต่ที่พ่อหย่าร้างกับแม่)

 

9. Some plants that are poisonous __________________ humans have little effect on animals.

(พืชบางอย่างซึ่งเป็นพิษ _________________________ มนุษย์  มีผลกระทบเล็กน้อยต่อสัตว์)

(a) with

(b) for

(c) of

(d) to    (ต่อ, กับ)

ตอบ   -   ข้อ    (d)   สำหรับวลีที่ใช้กับ   To”  ดูจากพารากราฟข้างล่าง

                                                   สำหรับคำคุณศัพท์  (Adjective)   ที่ใช้กับ “To”   ได้แก่   kind (กรุณา, ใจดี)  -  He is very kind to me.  (เขากรุณาต่อผมมาก),  “new”  (It is new to me.  –  มัน (เป็นเรื่อง) ใหม่สำหรับผม), close  (ใกล้ชิดกับ)  -  Her house is very close to mine.  (บ้านของเธออยู่ใกล้กับบ้านของผมมาก),  cruel  (โหดร้ายกับ) -  We don’t like people who are cruel to animals.  (เราไม่ชอบคนที่โหดร้ายกับสัตว์),  hostile  (มุ่งร้าย หรือเป็นปฏิปักษ์กับ)  -  She was hostile to her ex-husband.  (เธอมุ่งร้ายต่ออดีตสามีของเธอ),  obvious  (ชัดเจนแก่)  -  It is obvious to me that she was wrong.  (มันเห็นได้ชัดสำหรับผมว่าเธอเป็นฝ่ายผิด),  obedient  (เชื่อฟังต่อ)  -  She is obedient to her parents.  (เธอเชื่อฟังพ่อแม่ของเธอ),  peculiar  (แปลกประหลาดแก่, เฉพาะกับ),  equal  (เท่ากันกับ)  -  Her salary is equal to that of her colleagues.  (เงินเดือนของเธอเท่ากันกับของเพื่อนร่วมงาน),  grateful  (ขอบคุณ, เป็นหนี้บุญคุณ)  -  I’m very grateful to your kind assistance.  (ผมขอบคุณอย่างมากต่อความช่วยเหลือของคุณ),  harmful  (เป็นอันตรายต่อ)  -  The new medicine may be harmful to your health.  (ยาใหม่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพของคุณ),  kind  (กรุณาต่อ)  -  She is very kind to me.  (เธอกรุณาต่อผมมาก),  dear  (เป็นที่รักแก่),  faithful  (ศรัทธาต่อ),  junior  (อาวุโสน้อยกว่า),  senior  (อาวุโสมากกว่า)  -  He is senior to me in the army.  (เขาอาวุโสกว่าผมในกองทัพ  -  คือมียศสูงกว่า),  inferior  (ด้อยกว่า, เลวกว่า, แย่กว่า),  superior  (ดีกว่า, เหนือกว่า),  polite  (สุภาพต่อ)  -  He is polite to everyone he meets.  (เขาสุภาพกับทุกคนที่เขาเจอะเจอ),  familiar  (คุ้นเคยกับ)  -  Most people at the party were familiar to me.  (คนส่วนใหญ่ที่งานเลี้ยงคุ้นเคยกับผม,  useful  (เป็นประโยชน์กับ),  similar  (คล้ายกับ),  rude  (หยาบคายกับ),  previous  (ก่อน),  used  (เคย),  accustomed  (คุ้นเคย, เคยชิน)  -  They are accustomed to hot weather.  (พวกเขาคุ้นเคยกับอากาศร้อน),  clear  (ชัดเจนกับ),  essential  (จำเป็นกับ),  necessary  (จำเป็นต่อ),  good  (ปฏิบัติดีต่อ),  identical  (เหมือนกับ)  -  The material is almost identical to limestone.  (วัตถุชิ้นนั้นเกือบจะเหมือนกันเป๊ะกับหินปูน),  satisfactory (เป็นที่พอใจของ),  important  (สำคัญต่อ),  significant  (สำคัญต่อ),  equivalent  (เท่ากับ, เสมือนกับ),  loyal  (จงรักภักดีต่อ)   เป็นต้น

                                                  สำหรับคำกริยาที่ใช้กับ  “To”  ได้แก่   “happen”  (เกิดขึ้น)  -  The accident happened to his family a long time ago.  (อุบัติเหตุเกิดขึ้น กับครอบครัวของเขานานมาแล้ว),  keep to the right  (ชิดด้านขวามือ)  -  In Germany, traffic keeps to the right.  (ในประเทศเยอรมัน  ยวดยานขับชิดด้านขวามือของถนน),  occur  (เกิดขึ้น),  resort  (หันไปใช้)  -  You must never resort to violence.  (คุณจะต้องไม่หันไปใช้ความรุนแรง),  compare  (เปรียบ เทียบว่าเหมือนกับ)-  Some people compare sleep to death.  (บางคนเปรียบ เทียบการนอนหลับว่าเหมือนกับความตาย),  belong  (เป็นของ)  -  That car belongs to me.  (รถยนต์คันนั้นเป็นของผม),  attend  (เอาใจใส่)  -  You should attend to your teacher’s advice.  (คุณควรเอาใจใส่คำแนะนำของอา จารย์),  see to it  (ดูแลในเรื่อง, จัดการในเรื่อง)  -  I will see to it that you get what you want.  (ผมจะดูแลให้ว่า  คุณได้ทุกอย่างที่คุณต้องการ),  consent  (ยิน ยอมต่อ)  -  He consented to postponement of the trip.  (เขายินยอมกับการเลื่อนการเดินทางออกไป),  attribute  (มีสาเหตุมาจาก)   -  He attributed the worsening situation to increased conflicts between the government and the people.  (เขาคิดว่าสถานการณ์ที่แย่ลง  มีสาเหตุมาจากความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลและประชาชน),  apply  (สมัคร, ขอ),  reply  (ตอบ),  appeal  (อุทธรณ์, ชวนให้เกิดความสนใจ หรือ หลงใหล),  confine  (จำกัดอยู่ใน),  turn  (หันไปหา, หันไปใช้),  amount  (รวมเป็นจำนวน),  surrender  (ยอมจำนนต่อ),  listen  (ฟัง),  recommend  (แนะนำว่าดี),  devote  (อุทิศแก่),  accustom  (ทำให้คุ้นเคยกับ),  object  (คัดค้าน, ไม่เห็นด้วยกับ),  succumb  (พ่ายแพ้ต่อ, ยอมจำนนกับ)  -  He finally succumbed to injury.  (เขาในที่สุดพ่ายแพ้ต่อการบาดเจ็บ  -  คือตาย),  complain  (บ่น หรือ ร้องเรียนกับ)  They complained to me about the noise.  (เขาร้องเรียนกับผมเกี่ยวกับเรื่องเสียงดัง),  suggest  (แนะนำกับ)   -  I suggested to him that he should work harder.  (ผมแนะนำกับเขาว่า  เขาควรขยันมากขึ้น),  respond  (ตอบสนองต่อ)   - The government should quickly respond to its people’s demand.  (รัฐบาลควรตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนอย่างรวดเร็ว),  look forward to  (ตั้งหน้าตั้งตารอคอย),  refer  (อ้างถึง, แนะนำให้ไปหา),  yield  (จำนน หรือพ่ายแพ้ต่อ),  introduce  (แนะนำให้รู้จักกับ),  reduce  (ลดลงจนต้อง),  be used to  (คุ้นเคยหรือเคยชินกับ),  get used to  (คุ้นเคยหรือเคยชินกับ),  be accustomed to  (คุ้นเคยหรือเคยชินกับ),  get accustomed to  (คุ้นเคยหรือเคยชินกับ),   เป็นต้น

 

10. Sometimes when foreign students first arrive ____________ the country where they are studying, they find it difficult to adapt themselves to the very different way of life there.

(บางครั้ง  เมื่อนักเรียนต่างชาติมาถึงเป็นครั้งแรก ____________ ประเทศซึ่งพวกเขากำลังจะศึกษา, พวกเขาพบว่ามันยากที่จะปรับตัวให้เข้ากับวิถีชีวิตที่แตกต่างกันอย่างมาก (กับประเทศของตน) ที่นั่น)

(a) at

(b) in    (ใน)

(c) to

(d) for

ตอบ  –  ข้อ   (b)   สำหรับวลีที่ใช้  “In”  ได้แก่   in my opinion”  (ในความเห็นของผม)  -  In my opinion, she did not try hard enough to fulfil her objectives.  (ในความเห็นของผม  เธอมิได้พยายามมากพอที่จะบรรลุเป้าหมายของเธอ),  “in writing”  (เป็นลายลักษณ์อักษร, เป็นภาษาเขียน)  -  I want your answer in writing.  (ผมต้องการคำตอบจากคุณแบบเป็นลายลักษณ์อักษร  -  คือ  ทำเป็นหนังสือมา),  deep in water and mud”  (จมลึกอยู่ในน้ำและโคลน)  “arrive in”  (มาถึงในเมือง หรือ ประเทศ)  -  We arrived in Tokyo after dark.  (เรามาถึงในโตเกียวหลังจากมืดแล้ว),  (แต่ถ้ามาถึง โรงเรียน, ธนาคาร, วัด, บ้าน ฯลฯ ใช้  “arrive at”  -  They arrived at the bank before the robbery. (พวกเขามาถึงธนาคารก่อนที่จะมีการปล้น),  “interested in” (สนใจใน), “qualified in”  (มีคุณสมบัติในเรื่อง), “weak in”  (อ่อนในเรื่อง), “deficient in  (ขาดหรือบกพร่องในเรื่อง), “proficient in”  (ชำนาญหรือคล่องแคล่วในเรื่อง), “successful in”  (ประสบความสำเร็จในเรื่อง), “disappointed in”  (ผิดหวังในเรื่อง), “in a box”  (ในกล่อง), “in a pocket”  (ในกระเป๋า), “sit in an armchair”  (นั่งในเก้าอี้ท้าวแขน), “in bed”  (ในเตียงหรือบนเตียง), “in the bath”(ในอ่างน้ำ), “in her hand”  (ในมือของเธอ), “in each other’s arms” (ในอ้อมแขนของกันและกัน),“in the area”  (ในพื้นที่), “in the garden” (ในสวน), “in the air”  (ในอากาศ), “in the middle of the room” (ที่กลางห้อง), “in the direction of”  (ในทิศทางของ), “in a restaurant”  (ในภัตตาคาร), “in the bathroom”  (ในห้อง น้ำ), “in school”  (ในโรงเรียน), “in hospital”  (ในโรงพยาบาล), “in the kitchen”  (ในครัว),“in the shop window”  (ในตู้โชว์กระจกของร้าน), “in a mirror”  (ในกระจก), “in a lake”  (ในทะเลสาบ), “in black suit”  (ในชุดดำ), “in the water”  (ในน้ำ), “write in ink”  (เขียนด้วยหมึก), “write in pencil” (เขียนด้วยดินสอ), “in the first chapter”  (ในบทที่ ๑), “in the film”  (ในภาพยนตร์), “wait in the queue”  (รออยู่ในแถว), “be in a play”  (ร่วมแสดงละคร), “in April”  (ในเดือนเมษายน), “in  2016”  (ในปี ๒๐๑๖), “in the morning (afternoon, evening)”  (ในตอนเช้า-บ่าย-เย็น), “in recent years”  (ในช่วงไม่กี่ปีมานี้), “in the winter (summer, spring)”  (ในหน้าหนาว-ร้อน-ใบไม้ผลิ), “in the meantime”  (ในระหว่างนั้น), “in two months”  (ภายใน ๒ เดือน), “in my absence”  (ตอนที่ผมไม่อยู่), “in the aftermath of the accident”  (ภายหลังจากอุบัติเหตุ), “in half an hour” (ภายในครึ่งชั่วโมง), “in two minutes”  (ใน ๒ นาที), “in ancient society” (ในสังคมสมัยโบราณ), “in nature”  (ในธรรมชาติ), “in these circumstances”  (ในสภาพแวดล้อมเหล่านี้), “in this situation”  (ในสถานการณ์เช่นนี้), “in a state of near chaos”  (อยู่ในสภาวะใกล้จลาจล), “in a position to help others”  (อยู่ในฐานะที่ช่วยคนอื่นได้), “in the sun”  (ท่ามกลางแสงอาทิตย์)  “in the dark”  (ในหรือท่ามกลางความมืด), “in the dim light” (ท่ามกลางแสงสลัวๆ), “in her voice”  (ในน้ำเสียงของเธอ), “in love”  (ในความรัก-ตกหลุมรัก), “in a state of shock”  (อยู่ในสภาวะช้อค), “in low spirits”  (ในสภาพจิตใจหดหู่หรือตกต่ำ), “in a temper”  (ด้วยความโกรธหรือในอารมณ์โกรธ), “in favor of free speech”  (เห็นด้วยกับการพูดแบบมีเสรี), “cry out in pain”  (ร้องด้วยความเจ็บปวด), “look up in surprise”  (เงยหน้ามองด้วยความประหลาดใจ), “in an effort to”  (ในความพยายามที่จะ)  -  She studied very hard in an effort to pass the exam.  (เธอเรียนหนักมาก  ในความพยายามที่จะสอบให้ผ่าน), “in response to”  (เพื่อตอบสนองต่อ), “in answer to”  (เพื่อเป็นการตอบ), “have confidence in”  (มีความเชื่อมั่นใน)  -  At present the people have no confidence in the government.  (ในปัจจุบัน  ประชาชนไม่มีความเชื่อมั่นในรัฐบาล), “take interest in”  (สนใจใน), “a course in Chinese”  (คอร์สภาษาจีน), “an expert in”  (ผู้เชี่ยวชาญในเรื่อง.....), “make money in business”  (หาเงินในธุรกิจ), “make his career in music”  (ประกอบอาชีพทางดนตรี), “in his old age”  (ในวัยชราของเขา), “a woman in her twenties”  (ผู้หญิงในวัย ๒๐ – ๒๙), “in my opinion”  (ในความเห็นของผม), “in her view”   (ในทัศนะของเธอ), “recruit workers in hundreds”  (รับคนงานเป็นร้อยๆคน), “in my experience”  (จากประสบการณ์ของผม), “in her own eyes”  (ในสายตาของเธอ), “speak in Italian”  (พูดภาษาอิตาเลียน), “speak in a calm voice” (พูดด้วยน้ำเสียงที่สงบ), “his complaints in writing”  (การร้องเรียนของเขาเป็นลายลักษณ์อักษร), “in financial difficulty”  (ในสภาวะยุ่งยากทางการเงิน), “$100,000 in cash”  (เป็นเงินสด ๑๐๐,๐๐๐ เหรียญ), “dressed in black”  (ใส่ชุดสีดำ), “in real danger”  (ตกอยู่ในอันตรายอย่างแท้จริง), “in the planning stage”  (ในขั้นตอนการวาง แผน), “10 meters in length”  (ยาว ๑๐ เมตร), “cut it in two”  (ตัดมันออกเป็น ๒ ส่วน), “shrink in size”  (มีขนาดเล็กลง-หดลง), “join in”  (ร่วมวงด้วย), “a one in five chance of success”  (โอกาสสำเร็จ ๑ ใน ๕), “the pain in my feet”  (การเจ็บที่เท้าของผม), “the hole in his shirt”  (รู – รอยขาด – ในเสื้อเชิ้ตของเขา), “was shot in the leg”  (ถูกยิงที่ขา),  “in fashion”  (กำลังเป็นที่นิยม), “result in his death”  (ส่งผลให้เขาตาย), “believe in”  (เชื่อมั่น-ศรัท ธาใน), “in the first place”  (ในประการแรก)  (กล่าวเมื่อจะบอกเหตุผลหลายๆ ประ การ  เกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง  แล้วตามด้วยเหตุผลที่ต้องการจะบอก)  เป็นต้น

 

11. _____________________________________________ your advice, I would have failed.

(_____________ คำแนะนำของคุณ  ผมคงล้มเหลวไปแล้ว)  (แต่เนื่องจากคุณให้คำแนะนำผม  ผมจึงประสบความสำเร็จ)

(a) Besides    (นอกเหนือจาก)

(b) But that    (รูปนี้ไม่มีใช้)

(c) But for    (=  Without  =  ปราศจาก)

(d) Unless    (=  If not  =  ถ้า...................................ไม่)

ตอบ   -   ข้อ    (c)   “But for  =   “ปราศจาก

 

12. It’s a pity I __________________________________________________ her yesterday.

(น่าเสียดายที่ผม ___________________________________________ เธอเมื่อวานนี้)

(a) did not meet    (ไม่ได้พบ)

(b) had not met

(c) wouldn’t have met

(d) could meet

ตอบ   -   ข้อ    (a)   เพราะเป็นเหตุการณ์ในอดีต

 

13. _______________________________________________________, he is very happy.

(____________________________________________________ เขามีความสุขมาก)

(a) As he is poor    (เนื่องจากเขายากจน)

(b) Poor as he is    (ยากจนอย่างที่เขาเป็นอยู่)  (=  แม้ว่าเขาจะยากจน)

(c) As poor he is

(d) Is poor as he

ตอบ   -   ข้อ    (b)   มีโครงสร้าง    แบบ ที่มีความหมายเดียวกัน  คือ

  • Though + Subject + is (am, are) + Adjective, Subject + Verb
  • Adjective + As + Subject + is (am, are), Subject + Verb
  • However + Adjective + Subject + is (am, are), Subject + Verb

                                                 ดังตัวอย่างประโยคข้างล่าง

  • Though (Although) he is poor, he is very happy.

(แม้เขายากจน  เขามีความสุขมาก)

  • Poor as he is, he is very happy.

(ยากจนอย่างที่เขาเป็นอยู่  เขามีความสุขมาก)

  • However poor he is, he is very happy.

(เขาจะยากจนอย่างไรก็ตาม  เขามีความสุขมาก)

                                                และ    ประโยคข้างล่างก็มีความหมายเดียวกัน

  • Though + Subject + Verb + Adverb, Subject + Verb
  • Adverb + As + Subject + Verb, Subject + Verb
  • However + Adverb + Subject + Verb, Subject + Verb

                                                ดังตัวอย่างประโยคข้างล่าง

  • Though (Although) he walked quickly, he could not catch the bus.

(แม้เขาเดินอย่างเร็ว  เขาไม่สามารถไปทันรถเมล์)

  • Quickly as he walked, he could not catch the bus.

(อย่างเร็วอย่างที่เขาเดิน  เขาไม่สามารถไปทันรถเมล์)

  • However quickly he walked, he could not catch the bus.

(เขาเดินเร็วอย่างไรก็ตาม  เขาไม่สามารถไปทันรถเมล์)

 

14. Today, ____________________ medical science, we can expect to live to a good old age.

(ปัจจุบัน _____________ วิทยาศาสตร์การแพทย์  เราสามารถคาดหวังที่จะมีชีวิตอยู่จนถึงวัยชราที่มีความสุข)

(a) despite    (ทั้งๆที่)  (ตามด้วยคำนาม หรือวลี)

(b) thank to    (รูปนี้ไม่มีใช้)

(c) thanks to    (เนื่องมาจาก)  (ตามด้วยคำนาม หรือวลี)

(d) in addition to    (นอกเหนือจาก)  (ตามด้วยคำนาม หรือวลี)

ตอบ   -   ข้อ    (c)   เพราะได้ความหมายดีที่สุด  ทั้งนี้   “Thanks to  =  Due to  =  Because of  =  Owing to  =  On account of”  =  “เนื่องมาจาก, เพราะว่า”  เป็น   “Preposition”  ต้องตามด้วยคำนาม หรือวลี

 

15. I ____________________________ a book about my own adventure one of these days. 

(ผม _____________ หนังสือเกี่ยวกับการผจญภัยของตัวเอง  สักวันหนึ่งในปัจจุบันนี้  -  หรือ สักวันหนึ่งในอนาคต)

(a) shall write    (จะเขียน)

(b) wrote    (เขียน)  (ในอดีต)

(c) have written    (ได้เขียนแล้ว)

(d) used to write    (เคยเขียน)

ตอบ   -   ข้อ    (a)   เนื่องจากเป็นอนาคต

 

16. Paper is usually ___________________________________________________ straw.

(กระดาษโดยปกติ _________________________________________ ฟาง หรือฟางข้าว)

(a) made of    (ทำด้วย)

(b) made with

(c) made by    (ทำโดย)

(d) made from    (ทำมาจาก)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   “Made from”  =  “ทำมาจาก”  คือแปรสภาพมาแล้ว  มองไม่เห็นวัสดุเดิมที่ใช้ผลิต  ส่วน   “Made of”  =   “ทำด้วย”  ยังสามารถมองเห็นวัสดุที่ใช้ผลิต  ดูตัวอย่างข้างล่าง

  • My house is made of wood.

(บ้านของผมทำด้วยไม้)

  • That statue is made of stone.

(รูปปั้นนั้นทำด้วยหิน)

  • Bread is made from wheat.

(ขนมปังทำมาจากข้าวสาลี)

  • This wine is made from barley.

(ไวน์นี้ทำมาจากข้าวบาร์เลย์)

 

17. When he failed to pay his bill, the company __________________________ his electricity.

(เมื่อเขาไม่สามารถจ่ายค่าบิล  บริษัท _____________________________ ไฟฟ้าของบ้านเขา)

(a) cut down    (ลดลง, ทำให้น้อยลง)

(b) cut in

(c) cut off    (ตัด)

(d) cut away

 

18. I am used _______________________________________________________ at eight.

(ผมคุ้นเคยกับ _______________________________________________ ตอนแปดโมง)

(a) to rising    (การตื่นขึ้น, การลุกขึ้น)

(b) to be rising

(c) to rise

(d) rise

ตอบ   -    ข้อ   (a)  “Be (Get) used to”  =   “คุ้นเคย, เคยชิน”  + Verb + ing  หรือ คำนาม  ดังประโยคข้างล่าง

  • They are used to living in hot weather.

(พวกเขาคุ้นเคย-เคยชิน  กับการอาศัยในอากาศที่ร้อน)  (ปัจจุบันก็ยังคุ้นเคยอยู่)

  • We got used to cooking our own meal when we were at college.

(เราคุ้นเคย-เคยชินกับการปรุงอาหารของตัวเอง  ตอนที่เราเรียนมหาลัย)  (เป็นเรื่องในอดีต  ปัจจุบันไม่คุ้นเคยแล้ว)

 

19. Turn the radio ___________________________ a little.  I can scarcely hear the program.

(เปิดวิทยุให้ ___________________ อีกเล็กน้อย  ผมแทบจะไม่สามารถได้ยินรายการนั้นเลย)

(a) on    (“Turn on”  =  เปิดวิทยุ-ทีวี-ไฟฟ้า)

(b) up    (“Turn up”  =  เปิดหรือเพิ่มเสียงให้ดังขึ้น)

(c) down    (“Turn down”  =  เปิดหรือลดเสียงให้เบาลง)

(d) over    (“Turn over”  =  เปลี่ยนใหม่, ผลัดใบ)

 

20. Accidents ________________________________________________________ easily.

(อุบัติเหตุ ________________________________________________ อย่างง่ายดาย)

(a) happen    (เกิดขึ้น)

(b) happened

(c) were happened

(d) are happened

ตอบ   -   ข้อ    (a)   เนื่องจากเป็นข้อเท็จจริง  (Fact)  จึงถือเป็นเหตุการณ์ปัจจุบัน  โดยใช้รูป  “Present simple tense  หรือ  Verb 1”  นอกจากนั้น  กริยา  “Happen, Occur, Take place  -  เกิดขึ้น”  ไม่ใช้ในรูป  “Passive voice”  แบบ ข้อ   C, D

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                 ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป

 

 

 

หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 379)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Part V: Sentence Completion   (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

 

1. In the eastern part of New Jersey _____________, a major shipping and manufacturing center.

(ทางภาคตะวันออกของรัฐนิวเจอร์ซี  (มี) _____________, (ซึ่งเป็น) ศูนย์กลางการขนส่งทางเรือและการผลิตที่สำคัญ)

(a) the city of Elizabeth lies there

(b) there lies the city of Elizabeth around

(c) lies the city of Elizabeth    (เมืองอลิซาเบธตั้งอยู่)

(d) around the city of Elizabeth lies

ตอบ   -   ข้อ   (c)   ตามโครงสร้าง  “Adverb of place + Verb + Subject”  เช่น

  • Here comes your father.

(พ่อของคุณมาที่นี่แล้ว)

  • There goes my friend.

(เพื่อนของผมไปที่โน่นแล้ว)

  • Behind the house is a big tree.

(ข้างหลังบ้านคือต้นไม้หลังใหญ่)

  • On the bank of the river lies an ancient temple.

(บนชายฝั่งแม่น้ำมีวัดโบราณตั้งอยู่)

  • In the building are a nursery and a public library.

(ในอาคารหลังนั้นคือโรงเลี้ยงเด็กและห้องสมุดประชาชน)

 

2. __________________________________ did the stock market begin its catastrophic plunge.

(_____________ ที่ตลาดหุ้นเริ่มดิ่งลงสู่ความหายนะ)  (ความหมาย  คือ  ตลาดหุ้นมิได้เริ่มต้นดิ่งลงสู่ความหายนะ  จนกระทั่งในปี  ๑๙๒๙)

(a) It was not until 1929

(b) It was in 1929

(c) In 1929

(d) Not until 1929    (ไม่จนกระทั่งในปี  ๑๙๒๙)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   ตามโครงสร้าง  “Not until 1929 + Verb (พิเศษ) + Subject + Verb (แท้)”  ดูเพิ่มเติมโครงสร้างนี้จากประโยคข้างล่าง

                                             ตัวอย่างที่ 

  • Not until the late 1870’s _____________ an outlet for her talents and sympathies in charitable work.

(ไม่จนกระทั่งในปลายทศวรรษ  ๑๘๗๐  (ที่) _____________ ทาง (ระบาย) ออกสำหรับพรสวรรค์และความรู้สึกเห็นอกเห็นใจของเธอ  ในงานการกุศล)

(a) that Anna Hallowell found

(b) did Anna Hallowell find    (แอนนา  แฮลโลเวลล์  พบ)

(c) when did Anna Hallowell find

(d) when Anna Hallowell found

ตอบ   -   ข้อ    (b)   ดูเพิ่มเติมการใช้   “Not until”  จากประโยคข้างล่าง

                                                ตัวอย่างที่ 

  • It was not ____________________ last week that Bill ____________________ guilty.

(มันไม่ ____________ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว  ที่บิล ___________ ว่ามีความผิด)  (หมายถึง  บิลถูกพบ (ถูกตัดสิน) ว่ามีความผิดเมื่อสัปดาห์ที่แล้วนี่เอง)

(a) when ______________ had found

(b) until ______________ was found    (จนกระทั่ง  ________  ถูกพบ)

(c) after ______________ was found

(d) before ______________ found

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากเราใช้  “Not”  คู่กับ  “Until”  ซึ่งมีความหมายว่า  “ไม่..........................จนกระทั่ง”  เช่น

  • It was not until 1904 that the first train came into service.

(รถไฟขบวนแรกออกให้บริการในปี  ๑๙๐๔)  (มันไม่จนกระทั่งในปี  ๑๙๐๔  ที่รถไฟขบวนแรกออกให้บริการ)

                                               ทั้งนี้  ประโยคในตัวอย่างที่    และประโยคที่ตามมา  เป็นไปตามโครงสร้าง  {It is (was) + วลี + That + Subject + Verb + ส่วนขยาย}  “มันเป็น + (วลี) + ที่ประธาน......................”}  เช่น  “It is in this house that I was born.”  (มันเป็นในบ้านหลังนี้ที่ผมเกิด),   “It was in 1914 that the First World War took place.”  (มันเป็นในปี  ๑๙๑๔  ที่สงครามโลกครั้งที่    เกิดขึ้น)

                                               อย่างไรก็ตาม  เมื่อนำ   “Not until”  มาไว้ข้างหน้าประ โยค  จะต้องเปลี่ยนโครงสร้างเป็น  “Not until + วลี + Verb (พิเศษ)  + Subject + Verb (แท้)”  เช่น

  • Not until 1997 did the United States resume its diplomatic relationship with North Vietnam.

(สหรัฐฯดำเนินความสัมพันธ์ทางการทูตต่อไปกับเวียดนามในปี  ๑๙๙๗  -  หลังจากที่ตัดความสัมพันธ์ไปหลายปี)  (ไม่จนกระทั่งปี  ๑๙๙๗  ที่สหรัฐฯดำเนินความ..........................)

  • Not until when she had come into the room dis she see what had happened.

(เธอมิได้เห็นว่าอะไรได้เกิดขึ้น  จนกระทั่งเมื่อเธอได้เข้ามาในห้อง)  (ไม่จนกระทั่งเมื่อเธอได้เข้ามาในห้อง  ที่เธอได้เห็นว่าอะไรได้เกิดขึ้น)

                                                   สำหรับตัวอย่างอื่นๆ ได้แก่

  • Ali did not become champion again until 1974.

(อาลีไม่ได้ตำแหน่งแชมเปี้ยนคืนมาอีก  จนกระทั่งปี  ๑๙๗๔)  (คือ  ได้เป็นแชมเปี้ยนอีกวาระหนึ่งในปี  ๑๙๗๔)

  • She missed the 7 o’clock train and did not get to the office until ten o’clock.

(เธอพลาดรถไฟเที่ยว    โมง  และกว่าจะไปถึงที่ทำงานก็  ๑๐  โมงเข้าไปแล้ว)  (คือ  ไปไม่ถึงที่ทำงาน  จนกระทั่ง  ๑๐  โมง)

                                                    ตัวอย่างที่ 

  • Hardly _______________________________________ speaking when the door opened.

(ยังไม่ทันที่ ________________ การพูด  เมื่อประตูเปิดออก)  (หมายถึง  ผมพูดยังไม่ทันจบ  เมื่อประตูเปิดออก)

(a) I finished

(b) I had finished

(c) would I finish

(d) had I finished    (ผมได้เสร็จ)

ตอบ   -   ข้อ    ตามโครงสร้าง  “Hardly (Never, Scarcely) + Verb (พิเศษ) + Subject + Verb (แท้)”  ดูเพิ่มเติมโครงสร้างแบบนี้จากประโยคข้างล่าง

                                                 ตัวอย่างที่ 

  • Seldom _____________________________________________________________.

(____________________________ ไม่ใคร่จะ ____________________________)

(a) he arrives on time

(b) arrives he on time

(c) does he arrive on time    (เขา  ...................(ไม่ใคร่จะ)...................  มาถึงตรงเวลา)

(d) arrive does he on time

ตอบ   -   ข้อ    (c)   เนื่องจากเป็นการใช้โครงสร้างแบบต้องการเน้นคำว่า  “Seldom” (ไม่ใคร่จะ)  (โครงสร้างปกติ  คือ  “He seldom arrives on time.”)  จึงต้องเรียงประโยคดังนี้  คือ

  • Seldom + Verb (พิเศษ) + Subject + Verb (แท้) + ส่วนขยาย  
  • Seldom did I receive news from her.

(= I seldom received news from her.)

(ผมแทบจะไม่ได้รับข่าวจากเธอเลย)

  • Seldom does he talk to her.

(= He seldom talks to her.)

(เขาไม่ใคร่จะพูดคุยกับเธอ)

                                                         ดูเพิ่มเติมการใช้โครงสร้างแบบนี้จากประโยคข้างล่าง

                                            ตัวอย่างที่ 

  • My mother doesn’t drink coffee.  __________________________ does she drink tea.

(แม่ของผมไม่ดื่มกาแฟ  และเธอก็ ___________________________ ดื่มชาด้วยเช่นกัน) 

(a) Not

(b) So

(c) Whether

(d) Neither    (ไม่ ,,,,,,,,,,,,,..............., เช่นกัน)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  เป็นไปตามโครงสร้าง  “Neither (Nor) + Verb (พิเศษ) + Subject + Verb (แท้)

                                                   ตัวอย่างที่ 

  • Traveling by air is not cheap.  Neither _____________________________________.

(การเดินทางโดยทางอากาศมิได้ราคาถูก  ______________________________________

(a) it is enjoyable

(b) enjoyable it is

(c) is it enjoyable   (มันมิได้สนุกสนานเช่นเดียวกัน  -  Neither is it enjoyable.)  

(d) enjoyable is it

ตอบ   -   ข้อ  (c)  “Neither + Verb to be + Subject + Adjective”  หรือ  “Neither + Verb (พิเศษ) + Subject + Verb (แท้)

                                                  ตัวอย่างที่  

  • Never before in my life _________________________ with such a wonderful welcome.  

(ไม่เคยมาก่อนเลยในชีวิตของผมที่ ____________________ กับการต้อนรับที่วิเศษเช่นนั้น)

(a) I have met

(b) I meet

(c) have I met   (ผมได้พบ)

(d) I met

ตอบ   -   ข้อ  (c)

                                                  ตัวอย่างที่  

  • Not only __________________________________________, but he also took his wife.

(ไม่เพียงแต่  ________________ เท่านั้น  แต่เขายังพาภรรยาไปด้วย)  (= เขาไม่เพียงแต่ไปเท่านั้น  แต่เขายัง ...............................)

(a) he went

(b) did he go    (เขาไป)

(c) had he gone

(d) went he

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากเป็นไปตามโครงสร้าง  “Not only + Verb (พิเศษ) + Subject + Verb (แท้) เช่น  “Not only did she go…...................”  “Not only have they seen……............…”  “Not only will we play……..........….”  สำหรับ  “Not only” (ไม่เพียงแต่....................เท่านั้น)   และกลุ่มคำที่ทำหน้าที่เป็นกริยาวิเศษณ์  ที่โดยปกติวางไว้ข้างในประโยค   อาจจะเอามาวางไว้หน้าประโยค  เพื่อแสดงการเน้นคำนั้นๆ   คำเหล่านี้ส่วนใหญ่มีความหมายปฏิเสธ  เช่น  “Never (ไม่เคยเลย), Hardly  (แทบจะไม่, ไม่ใคร่จะ), Seldom  (แทบจะไม่,  ไม่ใคร่จะ),  Never before  (ไม่เคยมาก่อนเลย), Never in my life   (ไม่เคยเลยในชีวิต),  No sooner,  In vain   (ล้มเหลว, ไม่สำเร็จ),  Not often, Not only  (ไม่เพียงแต่),  Not even once  (ไม่แม้แต่ครั้งเดียว),  Not until   (ไม่จนกระทั่ง)  อย่างไรก็ตาม  จะต้องเรียงรูปประโยคใหม่  ดังนี้  คือ   {Not only (neither, never, no sooner (ในทันทีที่), hardly, never in my life, not until, etc.) + Helping verb  (has, have, had, is, are, was, were, will, would, shall, should, can, could, may, might must, etc.) + Subject + Verb (แท้)}  เช่น

  • Never before has she seen such a beautiful place.

(ไม่เคยมาก่อนเลยที่เธอได้เคยเห็นสถานที่ที่สวยงามเช่นนั้น – เน้นตรงคำว่า  “ไม่เคยมาก่อนเลย”)

(= She has never before seen such a beautiful place.)

(= She has never seen such a beautiful place before.)

  • No sooner had he left than she arrived.

(ในทันทีที่เขาจากไป  เธอก็มาถึง  –  เน้นตรงคำว่า  “ในทันทีที่”)

(= He had no sooner left than she arrived.)

  • Hardly have I met my old college friends.

(ผมแทบจะไม่ได้เจอเพื่อนเก่าตอนเรียนมหาวิทยาลัยเลย  –  เน้นตรงคำว่า  “แทบจะไม่”)

(= I have hardly met my old college friends.)

                                                 ทั้งนี้  สามารถสรุปโครงสร้างประโยคที่มีการเน้นแบบนี้  คือ

  • Never before (Never) + have + I + seen + such a beautiful place.  

(ไม่เคยมาก่อนเลย  ที่ผมได้เห็นสถานที่สวยงามเช่นนั้น)

  • Hardly (Seldom) + has + she + met + her old college friends.
  • Never + กริยาพิเศษ  + subject  + กริยาแท้  +ส่วนขยาย
  • Never has he seen his father since he divorced his mother.

(เขาไม่เคยได้พบพ่อเลย  ตั้งแต่ที่พ่อหย่าร้างกับแม่)

 

3. Not all technology is based on science, ____________ is science necessary to all technology.

(มิใช่เทคโนโลยีทั้งหมดที่มีพื้นฐานอยู่บนวิทยาศาสตร์, (และ) วิทยาศาสตร์ก็ ___________ จำเป็นสำหรับเทคโนโลยีทั้งหมด ___________)

(a) it

(b) nor    (มิได้ .....................(จำเป็น...........ทั้งหมด)...................... เช่นเดียวกัน)

(c) and

(d) but

ตอบ   -   ข้อ    (b)   ตามโครงสร้าง  “Neither (Nor) + Verb to be + Subject + Adjective”  หรือ  “Neither (Nor) + Verb (พิเศษ) + Subject + Verb (แท้)  ดูเพิ่มเติมจากตัวอย่างข้างล่าง

                                                    ตัวอย่างที่ 

  • My mother doesn’t drink coffee.  ____________________________ does she drink tea.

(แม่ของผมไม่ดื่มกาแฟ  และเธอก็ ______________________________ ดื่มชาด้วยเช่นกัน) 

(a) Not

(b) So

(c) Whether

(d) Neither    (ไม่ ,,,,,,,,,,,,,..............., เช่นกัน)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  (= She neither drinks tea.)  เป็นไปตามโครงสร้าง  “Neither (Nor) + Verb (พิเศษ) + Subject + Verb (แท้)

                                                     ตัวอย่างที่ 

  • Traveling by air is not cheap.  Neither ______________________________________.

(การเดินทางโดยทางอากาศมิได้ราคาถูก ____________________________________

(a) it is enjoyable

(b) enjoyable it is

(c) is it enjoyable   (มันมิได้สนุกสนานเช่นเดียวกัน  -  Neither is it enjoyable.)  

(d) enjoyable is it

ตอบ   -   ข้อ  (c)   (= It is neither enjoyable.)  “Neither + Verb to be + Subject + Adjective”  หรือ  “Neither + Verb (พิเศษ) + Subject + Verb (แท้)

                                             ดูเพิ่มเติมรายละเอียดโครงสร้างแบบเดียวกันนี้  ใน  ข้อ    ของข้อสอบชุดนี้

 

4. Buddhism developed in India, but no longer _______________________ in that country now.

(ศาสนาพุทธมีพัฒนาการ (เจริญ) ในประเทศอินเดีย, แต่ ______ ต่อไปอีกแล้วในประเทศนั้นในปัจจุบัน)

(a) it is important

(b) is it important    (มัน (มิได้) มีความสำคัญ)

(c) it important is

(d) important is it

ตอบ   -   ข้อ   (b)   (= ……….............but it is no longer important in that country now)  ดูเพิ่มเติมโครงสร้างแบบเดียวกันนี้  ในข้อ   และ    ของข้อสอบชุดนี้

 

5. The Earth attracts bodies toward its center, _______ all bodies fall in a direct line toward that point.

(โลกดึงดูดวัตถุเข้าสู่ศูนย์กลางของมัน, __________ วัตถุทุกชนิดจะหล่นลงมาในแนวเส้นตรงสู่จุดนั้น)

(a) that

(b) nevertheless    (อย่างไรก็ตาม, อย่างไรก็ดี)

(c) consequently    (ดังนั้น, เพราะฉะนั้น)

(d) furthermore    (นอกจากนั้น, ยิ่งไปกว่านั้น)

ตอบ   -   ข้อ    (c)   เนื่องจากประโยคที่ตามหลัง  “Consequently, Therefore, Accordingly, So, Thus, Hence, As a consequence, As a result”  (ดังนั้น, เพราะฉะนั้น)  จะบอกผลลัพธ์ของประโยคที่อยู่ข้างหน้ามัน (สาเหตุ)  ซึ่งในกรณีนี้  คือ  “โลกดึงดูดวัตถุเข้าสู่ศูนย์กลางของมัน”  (สาเหตุ)  และ  “วัตถุทุกชนิดจะหล่นลงมาในแนวเส้นตรงสู่จุดนั้น”  (ผลลัพธ์)    

 

6. Tungsten, a grey metal with the ___________, is used to form the wires in electric light bulbs.

(ทังสเตน, โลหะสีเทาซึ่งมี _________________________, ถูกใช้สร้างลวดในหลอดไฟฟ้า)

(a) point at which it melts is the highest of any metal

(b) melting point is the highest of any metal

(c) highest melting point of any metal    (จุดหลอมเหลวสูงที่สุดในบรรดาโลหะใดๆ)

(d) metal’s highest melting point of any

 

7. Belva Lockwood taught in school for many years and became a lawyer in 1873 _________ of forty-three.

(เบลวา  ล้อควูด  สอนหนังสือในโรงเรียนเป็นเวลาหลายปี  และเป็นทนายความในปี  ๑๘๗๓ ____________ ๔๓  ปี)

(a) age

(b) the age

(c) at the age    (เมื่ออายุ)

(d) she was at the age

 

8. ______________________________________ incense is made in powder form or in sticks.

(________________________________ ธูปถูกทำในรูปแบบที่เป็นผง  หรือเป็นก้าน-แท่ง)

(a) It is usually

(b) Usually    (ตามปกติ)

(c) Usually it is

(d) Usually when

ตอบ   -   ข้อ    (c)   หรืออาจตอบ  “Incense is usually made in powder…………….....…”  

 

9. He started to play the piano at a very early age, _____________ an accomplished pianist now.

(เขาเริ่มเล่นเปียโนเมื่ออายุน้อยมาก, _______________ นักเปียโนที่ประสบความสำเร็จในปัจจุบัน)

(a) for he is    (เพราะว่าเขาเป็น)

(b) he is for

(c) so he is    (ดังนั้น  เขาเป็น)

(d) he is so

ตอบ   -   ข้อ    (c)   ดูคำอธิบายในข้อ    ของข้อสอบชุดนี้    

 

10. The manager has just told me that he doesn’t want to be interrupted today for anything unless it _____________ absolutely necessary.

(ผู้จัดการเพิ่งจะบอกผมว่า  เขาไม่ต้องการถูกรบกวน (ขัดจังหวะ) วันนี้  ไม่ว่าจะเป็นด้วยเรื่องอะไร  ถ้ามัน _____________ มิได้จำเป็นอย่างแท้จริง)

(a) is

(b) was

(c) has been

(d) will be

ตอบ   -   ข้อ    (a)   เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ปัจจุบัน  และกริยาในอนุประโยคที่ตามหลัง  “Unless”  จะอยู่ในรูป  “Simple tense”  (Present or Past)  ดูเพิ่มเติมจากตัว อย่างข้างล่าง

  • She won’t succeed unless you help her.

(เธอจะไม่สำเร็จ  ถ้าคุณไม่ช่วยเธอ)

  • Unless he studies harder, he will fail in the exam.

(ถ้าเขาไม่ขยันเรียนมากขึ้น  เขาจะสอบตก)

  • I wouldn’t give it to you unless you asked for it.

(ผมจะไม่ให้มันแก่คุณ  ถ้าคุณไม่ขอมัน)

  • Unless we started early, we would miss the train.

(ถ้าเราไม่เริ่มเสียแต่เนิ่นๆ  เราจะตกรถไฟ)

 

11. To avoid hitting the reef, the ship quickly changed its ______________________________.

(เพื่อหลีกเลี่ยงการชนหินโสโครก  เรือเปลี่ยน _____________________ ของมันอย่างรวดเร็ว)

(a) voyage    (การเดินทางเรือหรือเครื่องบิน, การเดินทางไกล)

(b) course    (เส้นทาง, เส้นทางการเดินเรือ)

(c) purpose    (วัตถุประสงค์)

(d) destination    (จุดหมายปลายทาง)

 

12. Don’t ______________________!  The fish you caught was only six inches long, not six feet.

(อย่า _______________________!  ปลาที่คุณจับได้  ยาวเพียง    นิ้วเท่านั้น  ไม่ใช่    ฟุต)

(a) expand    (ขยายออก, แผ่ออก)

(b) congratulate    (แสดงความยินดี, อวยพร)

(c) magnify    (ขยายให้ใหญ่ขึ้น)

(d) exaggerate    (อิก-แซ้จ-จะ-เรท)  (พูดโม้, พูดเกินความจริง)

 

13. He was hit by a bullet but luckily he was only ______________________________ wounded.

(เขาถูกยิงด้วยกระสุนปืน  แต่โชคดี  เขาเพียงแต่ได้รับบาดเจ็บ ________________________)

(b) barely    (แทบจะไม่, ไม่ใคร่จะ)

(b) merely    (เท่านั้น)

(c) severely    (อย่างรุนแรง)  

(d) slightly    (เล็กน้อย, นิดหน่อย)

 

14. His phone must be out of order.  We’ve rung several times but haven’t been able to ________ him.

(โทรศัพท์ของเขาจะต้องเสีย-ใช้การไม่ได้  เราได้โทรศัพท์หลายครั้งแล้ว  แต่ไม่สามารถ  _________ เขาได้)

(a) conclude    (สรุป, ลงมติ, ตัดสินใจ, สิ้นสุดลง, ลงเอย)

(b) contact    (ติดต่อ)

(c) detect    (สืบหา, สืบค้น, ตรวจพบ, พบ)

(d) join    (เข้าร่วม, เชื่อม)

 

15. ______________________________________________ my opinion, he is very smart.

(___________________________________________ ความเห็นของผม  เขาฉลาดมาก)

(a) In    (ใน)

(b) By

(c) To

(d) For

ตอบ   -   ข้อ    (a)   สำหรับวลีที่ใช้  “In”  ได้แก่   “In writing”  (เป็นลายลักษณ์อักษร, เป็นภาษาเขียน)  -  I want your answer in writing.  (ผมต้องการคำตอบจากคุณแบบเป็นลายลักษณ์อักษร  -  คือ  ทำเป็นหนังสือมา),  “deep in water and mud”  (จมลึกอยู่ในน้ำและโคลน)  “arrive in”  (มาถึงในเมือง หรือ ประเทศ)  (แต่ถ้ามาถึง โรงเรียน, ธนาคาร, วัด, บ้าน ฯลฯ ใช้  “arrive at”)  “interested in”(สนใจใน), “qualified in”  (มีคุณสมบัติในเรื่อง),  “weak in”  (อ่อนในเรื่อง),  “deficient in  (ขาดหรือบกพร่องในเรื่อง),  “proficient in”  (ชำนาญหรือคล่องแคล่วในเรื่อง), “successful in”  (ประสบความสำเร็จในเรื่อง),  “disappointed in”  (ผิดหวังในเรื่อง),  “in a box”  (ในกล่อง),  “in a pocket”  (ในกระเป๋า),  “sit in an armchair”  (นั่งในเก้าอี้ท้าวแขน),  “in bed”  (ในเตียงหรือบนเตียง),  “in the bath”(ในอ่างน้ำ),  “in her hand”  (ในมือของเธอ),  “in each other’s arms” (ในอ้อมแขนของกันและกัน),“in the area”  (ในพื้นที่), “in the garden” (ในสวน), “in the air”  (ในอากาศ), “in the middle of the room” (ที่กลางห้อง), “in the direction of”  (ในทิศทางของ), “in a restaurant”  (ในภัตตาคาร), “in the bathroom”  (ในห้อง น้ำ), “in school”  (ในโรงเรียน),  “in hospital”  (ในโรงพยาบาล),  “in the kitchen”  (ในครัว),  “in the shop window”  (ในตู้โชว์กระจกของร้าน),  “in a mirror”  (ในกระจก),  “in a lake”  (ในทะเลสาบ),  “in black suit”  (ในชุดดำ),  “in the water”  (ในน้ำ),  “write in ink”  (เขียนด้วยหมึก), “write in pencil” (เขียนด้วยดินสอ),   “in the first chapter”  (ในบทที่ ๑),   “in the film”  (ในภาพยนตร์),  “wait in the queue”  (รออยู่ในแถว),  “be in a play”  (ร่วมแสดงละคร),  “in April”  (ในเดือนเมษายน),  “in  2016”  (ในปี ๒๐๑๖),  “in the morning (afternoon, evening)”  (ในตอนเช้า-บ่าย-เย็น),  “in recent years”  (ในช่วงไม่กี่ปีมานี้), “in the winter (summer, spring)”  (ในหน้าหนาว-ร้อน-ใบไม้ผลิ), “in the meantime”  (ในระหว่างนั้น), “in two months”  (ภายใน ๒ เดือน), “in my absence”  (ตอนที่ผมไม่อยู่), “in the aftermath of the accident”  (ภายหลังจากอุบัติเหตุ), “in half an hour” (ภายในครึ่งชั่วโมง), “in two minutes”  (ใน ๒ นาที), “in ancient society” (ในสังคมสมัยโบราณ), “in nature”  (ในธรรมชาติ), “in these circumstances”  (ในสภาพแวดล้อมเหล่านี้), “in this situation”  (ในสถานการณ์เช่นนี้), “in a state of near chaos”  (อยู่ในสภาวะใกล้จลาจล), “in a position to help others”  (อยู่ในฐานะที่ช่วยคนอื่นได้), “in the sun”  (ท่ามกลางแสงอาทิตย์)  “in the dark”  (ในหรือท่ามกลางความมืด), “in the dim light” (ท่ามกลางแสงสลัวๆ), “in her voice”  (ในน้ำเสียงของเธอ), “in love”  (ในความรัก-ตกหลุมรัก), “in a state of shock”  (อยู่ในสภาวะช้อค), “in low spirits”  (ในสภาพจิตใจหดหู่หรือตกต่ำ), “in a temper”  (ด้วยความโกรธหรือในอารมณ์โกรธ), “in favor of free speech”  (เห็นด้วยกับการพูดแบบมีเสรี), “cry out in pain”  (ร้องด้วยความเจ็บปวด), “look up in surprise”  (เงยหน้ามองด้วยความประหลาดใจ), “in an effort to”  (ในความพยายามที่จะ)  -  She studied very hard in an effort to pass the exam.  (เธอเรียนหนักมาก  ในความพยายามที่จะสอบให้ผ่าน), “in response to”  (เพื่อตอบสนองต่อ), “in answer to”  (เพื่อเป็นการตอบ), “have confidence in”  (มีความเชื่อมั่นใน)  -  At present the people have no confidence in the government.  (ในปัจจุบัน  ประชาชนไม่มีความเชื่อมั่นในรัฐบาล), “take interest in”  (สนใจใน), “a course in Chinese”  (คอร์สภาษาจีน), “an expert in”  (ผู้เชี่ยวชาญในเรื่อง.....), “make money in business”  (หาเงินในธุรกิจ), “make his career in music”  (ประกอบอาชีพทางดนตรี), “in his old age”  (ในวัยชราของเขา), “a woman in her twenties”  (ผู้หญิงในวัย ๒๐ – ๒๙), “in my opinion”  (ในความเห็นของผม), “in her view”   (ในทัศนะของเธอ), “recruit workers in hundreds”  (รับคนงานเป็นร้อยๆคน), “in my experience”  (จากประสบการณ์ของผม), “in her own eyes”  (ในสายตาของเธอ), “speak in Italian”  (พูดภาษาอิตาเลียน), “speak in a calm voice” (พูดด้วยน้ำเสียงที่สงบ), “his complaints in writing”  (การร้องเรียนของเขาเป็นลายลักษณ์อักษร), “in financial difficulty”  (ในสภาวะยุ่งยากทางการเงิน), “$100,000 in cash”  (เป็นเงินสด ๑๐๐,๐๐๐ เหรียญ), “dressed in black”  (ใส่ชุดสีดำ), “in real danger”  (ตกอยู่ในอันตรายอย่างแท้จริง), “in the planning stage”  (ในขั้นตอนการวาง แผน), “10 meters in length”  (ยาว ๑๐ เมตร), “cut it in two”  (ตัดมันออกเป็น ๒ ส่วน), “shrink in size”  (มีขนาดเล็กลง-หดลง), “join in”  (ร่วมวงด้วย), “a one in five chance of success”  (โอกาสสำเร็จ ๑ ใน ๕), “the pain in my feet”  (การเจ็บที่เท้าของผม), “the hole in his shirt”  (รู – รอยขาด – ในเสื้อเชิ้ตของเขา), “was shot in the leg”  (ถูกยิงที่ขา),  “in fashion”  (กำลังเป็นที่นิยม), “result in his death”  (ส่งผลให้เขาตาย), “believe in”  (เชื่อมั่น-ศรัท ธาใน), “in the first place”  (ในประการแรก)  (กล่าวเมื่อจะบอกเหตุผลหลายๆ ประ การ  เกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง  แล้วตามด้วยเหตุผลที่ต้องการจะบอก)  เป็นต้น

 

16. It’s a pity children can’t choose their parents, __________________________________?

(มันน่าเสียดายที่ลูกๆ ไม่สามารถเลือกพ่อแม่ของตนเองได้, _________________________)

(a) can they

(b) can’t they

(c) is it

(d) isn’t it    (ใช่หรือไม่)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากต้องใช้กริยาในส่วน   “Tag”   ตามกริยาในประโยคใหญ่   (Is)  มิใช่ตามกริยาในประโยคย่อย   (Can’t)  และเมื่อกริยาในประโยคใหญ่อยู่ในรูปบอกเล่า  กริยาในส่วน   “Tag”  จึงต้องอยู่ในรูปปฏิเสธ

 

17. There are ___________________________________ pages in this book than in that one.

(มีหน้าหนังสือในหนังสือเล่มนี้ ________________________________ในหนังสือเล่มนั้น)

(a) many

(b) much

(c) less    (น้อยกว่า)  (ใช้กับคำนามนับไม่ได้  -  เป็นเอกพจน์เสมอ)

(d) fewer    (น้อยกว่า)  (ใช้กับคำนามนับได้  พหูพจน์)

(e) a lot of

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากเป็นการเปรียบเทียบ  “ขั้นกว่า”  (Comparative degree)   โดยสังเกตจาก   “Than”  และใช้  “Fewer”  กับ  “Pages

 

18. Holiday camps are popular _____________ married couples who have very young children. 

(ค่ายวันหยุดเป็นที่นิยม _______________________ คู่ที่แต่งงานแล้ว  ผู้ซึ่งมีลูกๆ ที่ยังเล็กมาก)

(a) to

(b) for

(c) in

(d) with     (ของ, แก่)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  “Popular”  ใช้กับ  “With”  สำหรับวลีที่ใช้กับ  “With”  ดูจากพารากราฟข้างล่าง

                                                   คุณศัพท์  (Adjective)  ที่ใช้กับ  “With”  ได้แก่  “pleased”  (ยินดี, พอใจ)  -  “She is pleased with her new workplace.”  (เธอพอใจ-ยินดีกับที่ทำงานแห่งใหม่),  “popular”  (เป็นที่นิยม) – “Holiday camps are popular with married couples with young children.”  (ค่ายพักแรมวัน หยุดเป็นที่นิยมสำหรับคู่สามีภรรยาที่มีลูกเล็กๆ),  “satisfied”  (พอใจ)  -  “The company is satisfied with its employees’ performance.”  (บริษัทพึงพอใจกับการทำงานของพนักงาน),  “angry”  (โกรธ),  “busy”  (มีงานยุ่ง)  -  “She is busy preparing for her exam.”  (เธอยุ่งอยู่กับการเตรียมตัวสอบ),  “familiar”  (คุ้นเคย)  -  “He is not familiar with his new neighbors.”  (เขาไม่คุ้นเคยกับเพื่อนบ้านใหม่),  “patient”  (อดทน)  -  “His parents are very patient with him.”  (พ่อแม่ของเขามีความอดทนกับเขามาก),  “friendly”  (เป็นมิตร)  -  “She is friendly with everyone she meets.”  (เธอเป็นมิตรกับทุกคนที่เธอพบเจอ),  “careful”  (ระมัดระวัง),  “content”  (พอใจ),  “identical”  (เหมือนกัน),  “annoyed”  (ขุ่นเคือง  -  เหตุการณ์, การกระทำ) (ถ้าขุ่นเคืองคน  ใช้  “At”-  “I was annoyed with his statement.”  (ผมขุ่นเคือง (โกรธ) คำพูดของเขา),  เป็นต้น

                                                  กริยา  (Verb)  ที่ใช้กับ  “With”  ได้แก่   “charge”  (ฟ้องร้อง,  ดำเนินคดี),  compare  (เปรียบเทียบ)  -  “Compare this car with that one.”  (จงเปรียบเทียบรถยนต์คันนี้กับคันนั้น),  compete  (แข่งขัน),  “agree”  (ตกลง, เห็นพ้อง)  -  “I agree with you on this point.”  (ผมเห็นด้วยกับคุณในประเด็นนี้),  “disagree”  (ไม่เห็นด้วย),  “acquaint”  (ทำให้คุ้นเคย หรือเคยชิน)  -  You should acquaint yourself with your new job.”  (คุณควรทำตัวเองให้คุ้นเคยกับงานใหม่ของคุณ),  “begin”  (เริ่มต้น)  -  “I will begin my reading with the first chapter.”  (ผมจะเริ่มต้นการอ่านด้วยบทแรก),  “interfere”  (แทรกแซง, เข้าไปยุ่งเกี่ยว)  -  “We should not interfere with other people’s business.”  (เราไม่ควรไปยุ่งเกี่ยวกับธุระของคนอื่น),  “quarrel”  (ทะเลาะ, วิวาท)  -  “Some people often quarrel with their neighbors.”  (คนบางคนทะเลาะกับเพื่อนบ้านบ่อยๆ),  “argue”  (โต้แย้ง, โต้เถียง),  “help”  (ช่วยเหลือ),  “supply”  (จัดหาให้),  “cooperate”  (ร่วมมือ)  -  “The suspect did not cooperate with the police.  (ผู้ต้องหาไม่ยอมร่วมมือกับตำรวจ),  “deal”  (เกี่ยวข้อง, รับมือ)  -  “I don’t want to deal with that man.”  (ผมไม่ต้องการติดต่อ-เกี่ยวข้องกับเจ้าหมอนั่น),  “contrast”  (ขัดแย้ง, ตรงข้าม, แตกต่างกันอย่างมาก)  -  “This type of machine contrasts sharply with that one.”  (เครื่องจักรชนิดนี้แตกต่างอย่างมากกับชนิดนั้น),  เป็นต้น

 

19. ____________ the head-mistress, our final examination will begin on the first of next month. 

(___________________ อาจารย์ใหญ่หญิง  การสอบไล่ของเราจะเริ่มต้นในวันที่    เดือนหน้า)

(a) Owing to    (เนื่องมาจาก)

(b) According to    (สอดคล้องกับ,  ตามที่ (อาจารย์ใหญ่) กล่าวไว้)

(c) Following    (ภายหลังจาก)

(d) In case of    (ในกรณีของ)

 

20. When you want to send letters, you have to put __________________________ on them.

(เมื่อคุณต้องการส่งจดหมาย  คุณจำเป็นต้องติด _____________________________ บนมัน)

(a) stamp

(b) the stamps

(c) the stamp

(d) stamps    (แสตมป็)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  “Stamp”  เป็นนามนับได้  จึงอยู่ลอยๆ แบบในข้อ  (a)  ไม่ได้  และไม่ต้องนำด้วย  “The”  เนื่องจากไม่ได้ชี้เฉพาะเจาะจง  แต่เป็นแสตมป์ทั่วไป  สำหรับข้อนี้  อาจตอบ   “A stamp”  ก็ได้

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                 ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป

 

 

 

หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 378)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Part V: Sentence Completion   (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

 

1. The modern corporation is a sophisticated concept __________________________________.

(บรรษัท (บริษัท) ทันสมัย  เป็นแนวความคิดสมัยใหม่ ________________________________)

(a) has developed gradually

(b) that has developed gradually    (ซึ่งได้พัฒนาขึ้นมาทีละน้อย  หรืออย่างช้าๆ)        

(c) gradually developed

(d) what has developed gradually

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากเป็นอนุประโยคแบบ  “Adjective clause”  ทำหน้าที่ขยายคำนาม  (Concept)

 

2. Bronze ______________________________ with use or grow brittle quickly, as copper does.

(ทองสัมฤทธิ์ (ทองแดงผสมดีบุก) __________________ จากการใช้งาน  หรือ (ไม่) แตกหักได้ง่าย, เหมือนทองแดงเป็น)

(a) not bending

(b) that does not bend

(c) does not bend    (ไม่โค้งงอ)

(d) to not bend

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากเป็นกริยาตัวแรก  (ในรูปปฏิเสธ)  ของประโยค  สำหรับกริยาตัวที่    คือ  “(Does not) grow

 

3. Glass that has been tempered may be up to _____________________________________.

(แก้ว (กระจก) ซึ่งถูกเจือปน (ด้วยสารบางอย่าง) อาจจะ (ถึงกับ) _______________________)

(a) hard as ordinary glass five times

(b) five times as hard as ordinary glass    (แข็งเป็น    เท่าของแก้วธรรมดา)

(c) as hard as ordinary glass five times

(d) ordinary glass as hard as five times

 

4. Coral reefs owe their brilliant colors to algae _______________ in symbiosis with coral polyps.

(โขดหินปะการังเป็นหนี้สีที่สดใสของมันแก่สาหร่ายทะเล _____________ ในแบบอยู่ร่วมกันแบบพึ่งพาอาศัยกัน  กับสัตว์จำพวกหินปะการัง)  (หมายถึง  สาหร่ายทะเลช่วยให้ปะการังมีสีสดใส)

(a) live

(b) to live

(c) that live    (ซึ่งดำรงชีวิต)

(d) do they live

ตอบ   -   ข้อ    (c)   เนื่องจากเป็นประธาน  (That)  และกริยา  (Live)  ของอนุประโยคคุณศัพท์  (Adjective clause)  คือ  “That live in symbiosis with coral polyps”  ซึ่งทำหน้าที่ขยายคำนาม  (Algae)

 

5. Inaugurated a second time in 1998, _________ focused on foreign and domestic policies equally.

(เข้ารับตำแหน่งเป็นทางการครั้งที่    ในปี  ๑๙๙๘, _____________ ซึ่งมุ่งเน้นนโยบายต่างประเทศและภายในประเทศอย่างเท่าเทียมกัน)

(a) Bill Clinton’s new term looked forward to and

(b) the new term looked forward to Bill Clinton and

(c) looking forward to a new term was Bill Clinton

(d) Bill Clinton looked forward to a new term    (บิล คลินตัน มุ่งหวังวาระการดำรงตำแหน่งครั้งใหม่)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากเป็นประธาน  (Bill Clinton)  และกริยา  (Looked forward to)  ของประโยค  โดยประธานฯ เป็นผู้ถูกกระทำกริยา  คือ  “ถูกนำเข้ารับตำแหน่งฯ”  ดังนั้น  ส่วนขยายประธาน  ซึ่งอยู่ข้างหน้าประโยค  จึงต้องอยู่ในรูปกริยาช่องที่    (Inaugurated)  สำหรับ  “Focused”  แต่เดิมเป็นกริยาในอนุประโยคที่ทำหน้าที่ขยายคำนาม  (A new term)   โดยลดรูปมาจาก  “……..........….in 1998, which was focused on……......…...”  ดูเพิ่มเติมโครงสร้างแบบนี้จากตัวอย่างข้างล่าง

                                                  ตัวอย่างที่ 

  • Named for its founder, _________________________________ in Ithaca, New York.

(ได้รับการตั้งชื่อให้กับผู้ก่อตั้งของมัน, ___________________ ในเมืองอิธาคา รัฐนิวยอร์ก)

(a) in 1865 Ezra Cornell established Cornell University

(b) Cornell University was established in 1865 by Ezra Cornell    (มหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ถูกก่อตั้งในปี  ๑๘๖๕  โดยเอสรา  คอร์เนลล์)

(c) it was in 1865 that Cornell University was established by Ezra Cornell

(d) Ezra Cornell established Cornell University in 1865

ตอบ   -   ข้อ    (b)   เนื่องจากประธานของประโยค  คือ  “Cornell University”  ซึ่ง ได้รับการตั้งชื่อให้กับ (ตาม) ผู้ก่อตั้งมัน  ดูเพิ่มเติมโครงสร้างแบบนี้จากตัวอย่างข้างล่าง

                                                ตัวอย่างที่ 

  • _______________ was not incorporated as a city until almost two centuries later, in 1834.

(_________________ มิได้ถูกรวม (ผนวก) เข้าเป็นเมือง (ในรัฐนิวยอร์กของสหรัฐฯ) จนกระทั่งเกือบจะ ๒ ศตวรรษต่อมา, ในปี  ๑๘๓๔)  (เนื่องจากถือว่ามิได้เป็นชุมชนของชาวอเมริกัน  ซึ่งเป็นอาณานิคมของอังกฤษในขณะนั้น)

(a) Settling in Brooklyn, the Dutch    (ตั้งรกรากถิ่นฐานในเมืองบรูคลิน, ชาวดัชท์)

(b) The Dutch settled in Brooklyn    (ชาวดัชท์ตั้งรกรากถิ่นฐานในเมืองบรูคลิน)

(c) Brooklyn was settled by the Dutch    (เมืองบรูคลินถูกตั้งรกรากถิ่นฐานโดยชาวดัชท์)

(d) Settled by the Dutch, Brooklyn    (ถูกตั้งรกรากถิ่นฐานโดยชาวดัชท์, เมือง บรูคลิน)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากประธานของประโยค  (Brooklyn)  เป็นผู้ถูกทำกริยา  (Settled)  (ถูกตั้งรกรากถิ่นฐานโดยชาวดัชท์)  กล่าวคือ  ในกรณีที่ประธานของประโยค  (หลังเครื่องหมายคอมมา)  เป็นผู้ถูกกระทำ  (Passive voice)  กริยาที่นำหน้าวลีซึ่งขึ้นต้นประโยค  (ทำหน้าที่ขยายประธาน)  จะต้องอยู่ในรูปกริยาช่องที่    (Past participle)  ดังตัวอย่างข้างล่าง

                                                 ตัวอย่างที่ 

  • _________________ in all parts of the state, pines are the most common trees in Georgia.

(________________ ในทุกส่วนของรัฐ  ต้นสนเป็นต้นไม้ธรรมดา-สามัญที่สุดในรัฐจอร์เจีย  -  ของสหรัฐฯ)  (คือ  ต้นสนมีอยู่ในทุกส่วนของรัฐ)

(a) They are found

(b) Found    (ถูกพบ)

(c) Finding them

(d) To find them

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากต้องอยู่ในรูปกริยาช่องที่    (Passive voice)  เพราะว่าประธานของประโยค  (ต้นสน)  เป็นผู้ถูกกระทำ  (ถูกพบ)  ดูคำอธิบายเพิ่มเติมจากข้าง ล่าง

                                                   ตัวอย่างที่ 

  • _______________________________________________ by the tiger, he ran away.

(__________________________________________________ โดยเสือ   เขาวิ่งหนีไป)

(a) Seeing    (เห็น)

(b) To see

(c) Seen    (ถูกเห็น)

(d) Having seen

ตอบ   -    ข้อ   (c)   เนื่องจากประธานของประโยค   (He)  เป็นผู้ถูกเห็นโดยเสือ  กริยาข้างหน้าประโยคจึงต้องเป็นกริยาช่อง    (Past participle)  เพื่อแสดงการถูกกระทำ (Passive voice)

                                                  ตัวอย่างที่  

  • ___________________ in wine, snails are a great luxury in various parts of the world. 

(_______________ ในไวน์  หอยทากเป็นอาหารราคาแพงอย่างมากในหลายๆส่วนของโลก)

(a) To cook

(b) Cooking    (ปรุง)

(c) Cooked    (ถูกปรุง)

(d) Cook

ตอบ   -    ข้อ   (c)   เนื่องจากประธานของประโยค  คือ  “Snails”  ซึ่งถูกปรุงในไวน์  (Cooked)  หรือเป็นผู้   “ถูกกระทำ”  จึงต้องอยู่ในรูปกริยาช่องที่    (แสดง “Passive voice)

                                                  ตัวอย่างที่ 

  • _________________________ for several times, the student tried to improve himself.

(__________________________________ หลายครั้ง, นักเรียนพยายามปรับปรุงตนเอง)

(a) Punishing the teacher

(b) The teacher punished the student

(c) To punish the teacher

(d) Punished by the teacher    (ถูกลงโทษโดยครู)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากประธานของประโยค  คือ  “The student”  ซึ่งถูกลงโทษโดยครูฯ  กริยา  “Punished”  จึงต้องอยู่ในรูปกริยาช่องที่ 

 

6. That restaurant offers __________________________________________ and the elderly.

(ภัตตาคารแห่งนั้นเสนอ (มอบ) ___________________________________ และผู้สูงอายุ)

(a) inexpensive meals and special services for children    (อาหารราคาถูกและบริการพิเศษสำหรับเด็ก)

(b) meals and special services for children that are inexpensive

(c) children to inexpensive meals and special services

(d) inexpensive meals for children and special services for

ตอบ   -   ข้อ    (a)   หรืออาจตอบ  ข้อ  (d)  แต่ต้องแก้เป็น  “Inexpensive meals for children and special services for the elderly”  (อาหารราคาถูกสำหรับเด็ก  และบริการพิเศษสำหรับผู้สูงอายุ)   เนื่องจากเป็นการใช้โครงสร้างในประโยคแบบสมดุล  คือ  (...............เสนอ............”อาหารราคาถูกและบริการพิเศษ”  และ  “สำหรับเด็กและผู้สูงอายุ”)  ดูเพิ่มเติมการใช้โครงสร้างในประโยคแบบสมดุล  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                                  ตัวอย่างที่ 

  • The two most important problems facing the country today are _________________.

(ปัญหาสำคัญที่สุด    ประการที่เผชิญหน้ากับประเทศอยู่ในปัจจุบัน  คือ _______________)

(a) crime prevention and controlling pollution

(b) preventing crime and pollution control

(c) crime prevention and pollution control    (การป้องกันอาชญากรรมและการควบคุมมลภาวะ)

(d) preventing crime and the control of pollution

ตอบ   -   ข้อ    (c)   เนื่องจากเป็นการใช้โครงสร้างประโยคแบบสมดุล   คือ  “การป้องกันอาชญากรรม”  และ  “การควบคุมมลภาวะ”  ดูเพิ่มเติมการใช้โครงสร้างแบบสมดุลจากตัวอย่างข้างล่าง

                                                 ตัวอย่างที่ 

  • The technique of recording, classifying, and ______________ is known as accounting.

(เทคนิคของการบันทึก, แยกประเภท, และ __________ เป็นที่รู้จักกันในฐานะวิชาการทำบัญชี)

(a) an enterprise’s transactions summary

(b) the summarizing of an enterprise’s transactions

(c) transactions of an enterprise are summarized

(d) summarizing the transactions of an enterprise    {สรุปธุรกิจการค้าของกิจการ (บริษัท) แห่งหนึ่ง}

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากเป็นการทำรูปประโยคให้สมดุล  หรือมี  “Format”  เดียวกัน  โดยถือว่าตามหลัง  “Preposition”  (Of)  ต้องอยู่ในรูป  “Verb + ing”  (Of recording, classifying, and summarizing……...........…..)

                                                 ตัวอย่างที่ 

  • A lumberjack, or logger, is a worker who cuts down trees in a forest, saws them into logs, and ___________.

(ช่างตัดไม้, หรือคนทำ (ตัด) ไม้, คือคนงานผู้ซึ่งตัด (โค่น) ต้นไม้ในป่า, เลื่อยมันเป็นท่อน, และ ___________)

(a) he takes them to the mill

(b) takes them to the mill    (นำมันไปยังโรงสี)

(c) taking them to the mill

(d) to take them to the mill

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากเป็นการใช้ข้อความในประโยคให้สมดุลกัน  คือ  ช่างตัดไม้ทำหน้าที่  (กริยา)    อย่าง  คือ  ๑. โค่นต้นไม้ในป่า,  ๒. เลื่อยมันเป็นท่อน, และ  ๓. นำมันไปยังโรงสี  ดูเพิ่มเติมการใช้ข้อความให้สมดุลจากประโยคข้างล่าง

                                                 ตัวอย่างที่ 

  • Eddy’s classmates at the college still talk about him as an excellent writer _____________.

(เพื่อนร่วมชั้นของเอ็ดดี้ที่มหาวิทยาลัย  ยังคงพูดเกี่ยวกับตัวเขาว่าเป็นนักเขียนยอดเยี่ยม ________)

(a) and he taught at the college, too

(b) who also played football

(c) and a good football player    (และนักฟุตบอลที่เก่ง)

(d) good football player

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เป็นการใช้คำในประโยคให้สมดุลกัน  คือ  “นักเขียนยอดเยี่ยม”  และ  “นักฟุตบอลที่เก่ง”  ดูเพิ่มเติมการใช้คำให้สมดุลกันจากประโยคข้างล่าง

                                                  ตัวอย่างที่ 

  • Freezing preserves meat because ___________, slows down the rate of enzyme action, and lowers the speed of spoilage.

(การทำให้เย็นจนแข็งตัวรักษาเนื้อไว้ได้  เพราะว่า ____________, ทำให้อัตราการเอนไซม์ (การทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางเคมีในสารอื่น โดยตัวมันเองไม่เปลี่ยนแปลง) ช้าลง, และทำให้ความเร็วของการเน่าเสียลดลง)

(a) the growth of microorganisms is prevented    (การเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์ถูกขัดขวาง)

(b) preventing microorganisms from growing    (ขัดขวางเชื้อจุลินทรีย์จากการเจริญเติบโต)

(c) microorganisms are prevented from growing    (เชื้อจุลินทรีย์ถูกขัดขวางจากการเจริญเติบโต)

(d) it prevents the growth of microorganisms    (มันขัดขวางการเจริญ เติบโตของเชื้อจุลินทรีย์)

ตอบ   -   ข้อ   (d)    เนื่องจากต้องทำโครงสร้างในอนุประโยค  (ขึ้นต้นด้วย  “Because”) ให้มีความสมดุลกัน  คือ  “มัน (การทำให้เย็นจนแข็ง)  ๑. ขัดขวางการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์,  ๒. ทำให้อัตราการเอนไซม์ช้าลง,  และ  ๓. ทำให้ความเร็วของการเน่าเสียลดลง  ดูเพิ่มเติมการทำให้โครงสร้างในประโยคมีความสมดุลจากประโยคข้างล่าง

                                                ตัวอย่างที่ 

  • Idaho’s natural resources include fertile soil, rich mineral deposits, thick forests, and ___________.

(ทรัพยากรธรรมชาติของรัฐไอดาโฮประกอบด้วยดินดี, แหล่งแร่ธาตุอุดมสมบูรณ์, ป่าทึบ, และ ___________)

(a) water supplies are abundant

(b) abundant water supplies    (แหล่งน้ำอุดมสมบูรณ์)

(c) supplies of water are abundant

(d) supplies abundant water

ตอบ   -   ข้อ    (b)   เนื่องจากต้องใช้รูปคำนาม (วลี)  (แหล่งน้ำอุดมสมบูรณ์)  ซึ่งทำหน้าที่เป็นกรรมของกริยา  “Include”  เพื่อให้สมดุลกับคำนาม-วลี (ทำหน้าที่กรรม) อื่นๆ อีก  ๓  ตัว  คือ  ๑. ดินดี,  ๒. แหล่งแร่ธาตุอุดมสมบูรณ์,  และ  ๓. ป่าทึบ  ดูเพิ่มเติมการใช้คำให้สมดุลกัน  จากประโยคข้างล่าง

                                                   ตัวอย่างที่ 

  • Before starting on a sea voyage, prudent navigators learn the sea charts, __________ and memorize lighthouse locations to prepare themselves for any conditions they might encounter.

(ก่อนเริ่มต้นออกเดินทางทางทะเล  นักเดินเรือที่รอบคอบจะเรียนรู้แผนภูมิของทะเล, _________ และจดจำสถานที่ตั้งของประภาคารไฟ  เพื่อเตรียมพร้อมตนเองสำหรับสภาวะใดๆ ที่พวกเขาอาจจะต้องเผชิญ)

(a) sailing directions are studied

(b) to study the sailing directions   

(c) study the sailing directions    (ศึกษาทิศทางการเดินเรือ)

(d) studies direct sailing

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากต้องใช้รูปแบบของกริยาในประโยค  ซึ่งมี    ตัว ให้สมดุลกัน  คือ  “นักเดินเรือที่รอบคอบ (จะ) () เรียนรู้แผนภูมิของทะเล,  () ศึกษาทิศทางการเดินเรือ  และ  () จดจำสถานที่ตั้งของประภาคารไฟ

                                                  ตัวอย่างที่ 

  • As a physiologist, Ida Hyde showed originality, breadth of interest, and ____________.

(ในฐานะนักสรีรวิทยา, ไอดา ไฮด์  ได้แสดงความคิดริเริ่ม (ความไม่ซ้ำแบบใคร), ความกว้างขวางของความสนใจ, และ ___________)

(a) scientific precision was admirable

(b) admirably scientifically precise

(c) admirable scientific precision    (ความแม่นยำทางวิทยาศาสตร์ที่น่าชมเชย)

(d) that precision was admirably scientific

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากต้องใช้โครงสร้างคำนาม (วลี)  เนื่องจากเป็นกรรมของกริยา  “Showed”  โดยมีความสมดุลกับคำนามอื่นๆอีก  ๒  คำ ซึ่งเป็นกรรมของกริยา  “Showed”  เช่นเดียวกัน  คือ  ๑. ความคิดริเริ่ม,  ๒. ความกว้างของความสนใจ

                                                    ตัวอย่างที่ 

  • We turn to books in moments of _________________________________________.

(เราหันไปหา (อ่าน) หนังสือ  ในช่วงเวลาของ ___________________________________)

(a) sorrow, having boredom, or solitude is with us

(b) sorrow, boredom, or solitude    (ความเศร้าโศกเสียใจ  ความเบื่อหน่าย  หรือ ความโดดเดี่ยวอ้างว้าง)

(c) sorrow and solitude as well as boredom

(d) sorrow that attacks us

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เป็นการใช้กรรม    ตัว  หลัง  “Preposition” (Of)  ให้สมดุลกัน  คือ   Sorrow, Boredom, Solitude”  สำหรับ  ข้อ  (c)  ก็ใช้ได้เช่นกัน  แต่ต้องแก้เป็น   “sorrow, solitude as well as boredom

                                                   ตัวอย่างที่  ๑๐

  • Nearly all trees have seeds that fall to the earth, take root, and eventually ____________.

(ต้นไม้เกือบทั้งหมดมีเมล็ดซึ่งหล่นลงสู่พื้นดิน, งอกราก, และ ___________________ ในที่สุด)

(a) generate new seeds    (สร้างเมล็ดใหม่)

(b) new seeds generated

(c) by generating new seeds

(d) new seeds generated there

ตอบ   -   ข้อ    (a)   เนื่องจากต้องใช้คำกริยา    ตัว ในอนุประโยค  (……….............that fall to earth, take root, and eventually generate new seeds)  ให้สมดุลกัน  (Balance)  คือ  “Fall to earth”,  “Take root”  และ  “Generate new seeds” 

                                               ตัวอย่างที่  ๑๑

  • Among the advantages which Mr. Barlow has given his children  are a good college education and _____________.

(ในบรรดาข้อได้เปรียบต่างๆ ซึ่งมิสเตอร์บาร์โลว์ได้ให้แก่ลูกๆ ของเขา  คือ  การศึกษาอย่างดีในมหาวิทยาลัย  และ _____________)

(a) extensive travel abroad   (การเดินทางอย่างกว้างขวางมากในต่างประเทศ)

(b) to travel extensively abroad

(c) travel extensively abroad

(d) of extensive travelling abroad

ตอบ   -   ข้อ   (a)   ต้องใช้ในรูปคำนาม (วลี)   (“Travel” ในที่นี้เป็นคำนาม)  ให้สมดุลกับคำนาม (วลี)   “A good college education”  ที่อยู่ข้างหน้า  “And

                                                 ตัวอย่างที่  ๑๒

  • James likes reading, hiking, and __________________________________________. 

(เจมส์ชอบการอ่านหนังสือ,  การเดินทางไกลด้วยเท้า,  และ ___________________________)

(a) he listens to music

(b) to listen to music

(c) listen to music

(d) listening to music    (การฟังดนตรี)

ตอบ   -   ข้อ    (d)   เนื่องจากต้องให้ข้อความสมดุลกัน   คือ  “Like + Gerund (Verb + ing)”   คือ  “Like reading, hiking and listening….............….”   ทั้งนี้  กริยา  “Like”  อาจตามด้วย  “Infinitive with to” (To + Verb 1   ก็ได้   ดังนั้น  ข้อนี้จึงอาจตอบ  “Like to read, to hike, and to listen to music”  โดยต้องให้สมดุลกัน  คือ  เป็น  “Format”  เดียวกัน

 

7. The number of judges on the United States Supreme Court is determined by the Constitution, ____________ by the Congress.

(จำนวนของผู้พิพากษาในศาลสูงสุด (ศาลฎีกา) ของสหรัฐฯ  ถูกกำหนดโดยรัฐธรรมนูญ, ________ โดยสภาคองเกรส)

(a) no

(b) none

(c) never

(d) not    (มิใช่)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   ดูเพิ่มเติมการใช้  “No, Not, None”  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                                  ตัวอย่างที่ 

  • It is thought that ________________________________ two fingerprints are identical.

(มันถูกคิดว่า ___________________________________ ลายนิ้วมือ    ลายที่เหมือนกัน)

(a) not

(b) none

(c) no    (ไม่มี)

(d) never

ตอบ   -   ข้อ   (c)   ดูเพิ่มเติม  “No, Not, None”  จากประโยคข้างล่าง

                                                 ตัวอย่างที่ 

  • It was unnecessary for you to have told Lucy anything.  It was ____________ of her business.

(มันไม่จำเป็นเลยสำหรับคุณที่ได้บอกลูซี่ (แล้ว) ในเรื่องใดๆ  (เพราะ) มัน _____________ เรื่องของเธอเลย)  (มันไม่เกี่ยวกับเธอเลย)

(a) all

(b) no

(c) not

(d) none    (มิใช่)

ตอบ   -   ข้อ    (d)

                                                   ตัวอย่างที่ 

  • It’s ______________ surprise to me that he failed the test.  He hardly prepared for his exam.

(มัน _______________ ความประหลาดใจ (สิ่งที่ทำให้ประหลาดใจ) สำหรับผม  ที่ว่าเขาสอบตก  เขาแทบจะไม่ได้เตรียมตัวสำหรับการสอบเลย)

(a) none

(b) no    (มิใช่)

(c) any

(d) not

ตอบ   -   ข้อ    (b)

                                                   ตัวอย่างที่ 

  • Since Alaska attained statehood in 1959, _________ single party has dominated politics there.

(ตั้งแต่รัฐอลาสก้าได้บรรลุถึงความเป็นรัฐในปี  ๑๙๕๙ _____________ พรรคการเมืองเดียวโดดๆ ได้ครอบงำการเมืองที่นั่น)  (หมายถึง  ไม่มีพรรคใดได้เสียงข้างมากที่รัฐนี้  หรืออาจผลัดกันครองเสียงข้างมาก)

(a) none

(b) no    (ไม่มี)

(c) not

(d) never

ตอบ   -   ข้อ   (b)

                                                   ตัวอย่างที่ 

  • ________ definite boundary exists between the Earth’s atmosphere and interplanetary space.

(______________ มีขอบเขตที่แน่นอนระหว่างบรรยากาศของโลก  และห้วงอวกาศระหว่างดาวเคราะห์)  (คือ  เวิ้งว้างโดยไม่มีขอบเขต  ต่างจากน่านฟ้าหรือน่านน้ำของประเทศต่างๆ ในโลก  ที่มีการกำหนดขอบเขตที่แน่นอน)

(a) Not

(b) No    (ไม่)

(c) None

(d) There is no

ตอบ   -   ข้อ    (b)   หรืออาจใช้โครงสร้าง  “There is no definite boundary between the ………………”   ก็ได้

                                                  ตัวอย่างที่ 

  • An invertebrate is an animal with _____________________________________ spine.

(สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง  คือสัตว์ที่ __________________________________ กระดูกสันหลัง)

(a) not

(b) no    (ไม่มี)

(c) none

(d) and no

ตอบ   -   ข้อ    (b)   ใช้   “No” นำหน้าคำนาม  (Spine)

                                                   ตัวอย่างที่ 

  • Some people take _______________________________________ pride in their work.

(คนบางคน _______________________________________ มีความภูมิใจในงานของตน)

(a) none

(b) no    (ไม่)

(c) not

(d) nothing

ตอบ   -   ข้อ   (b)

                                                      ตัวอย่างที่ 

  • I am very sorry that you have _____________________________ good books to read.

(ผมเสียใจอย่างมากว่า  คุณ ___________________________________ มีหนังสือดีๆอ่าน)

(a) some

(b) any

(c) no    (ไม่)

(d) a few    (พอมีอยู่บ้าง แม้ไม่มาก)

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากดูจากข้อความ   “ผมเสียใจอย่างมาก”   จึงควรบอกว่า  “ไม่มีหนังสือดีๆ อ่าน” 

                                                   ตัวอย่างที่           จงเลือกข้อที่ผิดหลักไวยากรณ์ จากข้อ (๑) – (๔)

(1) Not woman held a presidential cabinet (2) position in the United States (3) until 1933 when Frances Perkins (4) became Secretary of Labor.  

(ไม่มีผู้หญิงดำรงตำแหน่งในคณะรัฐบาลของประธานาธิบดี (หมายถึง  ผู้ที่ได้รับการแต่ง ตั้งโดยประธานาธิบดี) ในสหรัฐฯ  จนกระทั่งปี  ๑๙๓๓  เมื่อฟรานเซส  เพอร์คินส์  ได้เป็นรัฐมนตรีกระทรวงแรงงาน)

ตอบ   -   ข้อ      แก้เป็น  “No”  เนื่องจาก  “No”  ใช้นำหน้าคำนาม  (Woman)   ส่วน  “Not”  มักใช้วางไว้ข้างหน้า   “A, A, The, Any”  ซึ่งขยายหน้าคำนามอีกทีหนึ่ง  ดังประโยคตัวอย่างข้างล่าง

  • No city in Laos is as big as Bangkok.

(ไม่มีเมืองใน สปป. ลาว  ใหญ่เท่ากับกรุงเทพฯ)

  • No other city in Thailand is as big as Bangkok.

(ไม่มีเมืองอื่นใดในประเทศไทยที่ใหญ่เท่ากับกรุงเทพฯ)

  • We saw no difference between them. 

(= We did not see any difference in them.)

(เราไม่เห็นความแตกต่างระหว่างพวกเขาเลย)

  • She has no book.

(= She has no books.)

(เธอไม่มีหนังสือ)

  • He has not a book.

(= He does not have a book.)

(เขาไม่มีหนังสือ)

  • They have not any books.

(= They do not have any books.)

(พวกเขาไม่มีหนังสือเลย)

  • No one man can do it.

(ไม่มีใครสักคนเดียวสามารถทำมันได้)  (ใช้  “No”  แสดงการเน้น  จะเป็นเพศหญิงหรือชายก็ได้  เพราะ  “Man”  ในที่นี้ หมายถึง  “บุคคล”)

  • No two men think alike.

(ไม่มีใคร (บุคคล)  ๒  คน  ที่คิดเหมือนกัน)  (แสดงการเน้นเหมือนประโยคข้างบน)

หมายเหตุ  -  Not”  าจจะใช้กับคำนามได้  โดยหมายถึง  “ไม่ใช่”  แต่  No + Noun”  =  ไม่มี  ดังตัวอย่าง

  • You must go to the bank, not the post office.

(คุณต้องไปที่ธนาคารนะ  ไม่ใช่ที่ทำการไปรษณีย์)

  • No post office is close to my home.

(ไม่มีที่ทำการไปรษณีย์อยู่ใกล้บ้านผม)

                                                    ในกรณี  “No”  เป็น  “Adverb”  มีการใช้ดังนี้   คือ

  • He is no better yet.

(เขาอาการยังไม่ดีขึ้นเลย)

  • There were no fewer than 50 people at the party.

(มีคนไม่น้อยกว่า  ๕๐  คนที่งานเลี้ยง)

  • She went no further than the station.

(เธอไปไม่ไกลกว่าสถานี)  (คือ  ไปแค่สถานี)

                                                   นอกจากนั้น  เรายังสามารถใช้   “Not”  กับ  “Infinitive with to”  และ  “Gerund” (Verb + ing) ได้  ดังประโยคตัวอย่างข้างล่าง

  • He was careless in not crossing the street at a zebra crossing.

(เขาประมาทในการไม่ข้ามถนนตรงทางม้าลาย)

  • You were wrong in not coming to see me last week.

(คุณผิดนะ – หรือ คิดผิดนะ  -  ที่ไม่มาพบผมเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว)

  • She promised not to do it again.

(เธอสัญญาที่จะไม่ทำแบบนั้นอีก)

  • They asked me not to blame them.

(พวกเขาขอร้องไม่ให้ผมตำหนิพวกเขา)

                                                   ในกรณีเป็นการห้ามทำ  ต้องใช้รูป  “No + Verb + ing”  เช่น  “No Swimming” (ห้ามว่ายน้ำ)  “No Fishing” (ห้ามตกปลา)  “No Parking” (ห้ามจอดรถ)  “No Smoking” (ห้ามสูบบุหรี่)   “No entry”  (ห้ามเข้า)  เป็นต้น

                                                  สำหรับตัวอย่างของ  “No” และ  “Not”  ในความหมายต่างๆ  ได้แก่

  • No matter what he says, she does not believe him.

(ไม่ว่าเขาจะพูดอย่างไรก็ตาม  เธอก็ไม่ยอมเชื่อเขา)

  • You can’t go in no matter who you are.

(คุณจะเข้ามาข้างในนี้ไม่ได้นะ  ไม่ว่าคุณจะเป็นใครก็ตาม)  (หมายถึง จะใหญ่ขนาดไหนก็ตาม  ก็เข้ามาไม่ได้)

  • He has to get the car fixed no matter how much it costs.

(เขาจำเป็นต้องเอารถไปซ่อม  ไม่ว่าจะราคา (ค่าซ่อม) เท่าใดก็ตาม)

  • She no longer loves him. 

(= She does not love him any longer.)

(เธอไม่รักเขาต่อไปอีกแล้ว)

  • The two men no longer talk to each other.

(ชาย    คนนั้นไม่พูดคุยกันอีกต่อไป)  (คือ  โกรธกัน)

  • The shore was no longer in sight.

(มองไม่เห็นชายฝั่งอีกต่อไปแล้ว (ไม่อยู่ในสายตา)  -  คือ เรือออกมาไกลมากแล้ว)

  • He could no longer be trusted, and we had to let him go.

(เขาเชื่อถือไม่ได้อีกต่อไป  และเราจำเป็นต้องให้เขาไป  -  คือไล่เขาออก)

  • There was no end to the letters pouring into the post office.

(มีจดหมายหลั่งไหลเข้ามาที่ทำการไปรษณีย์อย่างมากมาย)  (ไม่รู้จบรู้สิ้น)

  • Bob and Dick become close friends, and have no end of fun together.

(บ๊อบและดิ๊กกลายเป็นเพื่อนสนิทกัน  และสนุกด้วยกันอย่างมากมาย)  (ไม่รู้จบรู้สิ้น)

  • No doubt Susan is the smartest girl in her class.

(ไม่ต้องสงสัยเลย (แน่นอนทีเดียว) ซูซานเป็นเด็กหญิงที่ฉลาดที่สุดในชั้นเรียนของเธอ)

  • Jim is no doubt one of the best staff in the company.

(จิมเป็นพนักงานที่ดีที่สุดคนหนึ่งของบริษัทอย่างไม่ต้องสงสัยเลย  -  อย่างแน่นอนเลย)

  • There is no saying what will happen.

(ไม่มีทางที่จะพูด (บอก) ได้หรอกว่า  อะไรจะเกิดขึ้น)

  • There is no denying that more difficulty will come.

(ไม่มีทางที่จะปฏิเสธได้ว่า  ความยากลำบากยิ่งขึ้นกำลังจะมาถึง)

  • It is no good (no use) complaining about the weather.

(ไม่มีประโยชน์ใดๆ  ที่จะบ่น-ร้องทุกข์เกี่ยวกับดินฟ้าอากาศ)

  • There is not the book you want in the bookstore.

(ไม่มีหนังสือที่คุณต้องการในร้านขายหนังสือ)

  • There is not any car in the street right now.

(ไม่มีรถอยู่ในถนนเลยในขณะนี้)

  • There is not even a single man on the bus.

(ไม่มีแม้กระทั่งคนเดียวบนรถประจำทาง)

                                                    สำหรับ  “None”  เป็น  “Pronoun”  (= Not one, Not any)  =  “ไม่มีอะไรเลย”  หรือ  “ไม่มีใครเลย”  ดังตัวอย่าง

  • None of her students failed in the examination.

(ลูกศิษย์ของเธอไม่มีใครสอบตกเลย)

  • I want some more coffee but there is none left.

(ผมอยากได้กาแฟอีกหน่อย  แต่ไม่มีเหลือเลย)

  • “How many fish did you catch?”  “None.”

(คุณจับปลาได้กี่ตัว)  (ไม่ได้เลยครับ)

                                                   สำหรับในตัวอย่างที่     “Few”  (มีน้อยมาก  -  ใช้ในทางลบ คือ ไม่ดี)    และ  “A few”  (พอมีอยู่บ้าง  แม้ไม่มาก  -  ใช้ในทางบวก  คือดี)  ทั้ง  ๒  คำนี้ต้องตามด้วยคำนามนับได้-พหูพจน์  ดังตัวอย่างประโยคข้างล่าง

  • She has few friends, so she is very lonely.

(เธอมีเพื่อนน้อยมาก  ดังนั้น  เธอเหงามาก)  (ความหมายในทางลบ)

  • She has a few friends, so she is happy.

(เธอพอมีเพื่อนอยู่บ้าง  ดังนั้น  เธอมีความสุข)  (ความหมายในทางบวก)

  • It was a rainy day, so few people came to see the football match.

(มันเป็นวันที่ฝนตก  ดังนั้น  มีคนน้อยมากมาดูการแข่งขันฟุตบอล)  (ความหมายในทางลบ)

  • It was a sunny day, so a few people came to see the football match.

(มันเป็นวันที่แดดจ้า  ดังนั้น  พอมีคนมาดูการแข่งขันฟุตบอลอยู่บ้าง)  (ความหมายในทางบวก)

                                                    สำหรับ   “All”  ใช้ได้ทั้งกับคำนามนับไม่ได้  และนามนับได้  พหูพจน์  ดังตัวอย่างข้างล่าง

  • All (the) news has been good news.

(ข่าวทั้งหมดเป็นข่าวดี)

  • All the food is eaten.

(อาหารทั้งหมดถูกกิน)

  • They put all the stuff into the hall.

(พวกเขาเอาของทั้งหมดใส่ไว้ในห้องโถง)

  • Judy had cried all night.

(จูดี้ร้องไห้ตลอดทั้งคืน)

  • He waited for her all the afternoon.

(เขารอคอยเธอตลอดบ่าย)

  • All was quiet in the jail.

(ทั้งหมด (สถานการณ์ทั่วไป) เงียบสงบในคุก)

  • All seemed to be going happily.

(ทั้งหมด (ชีวิตทั่วๆไป) ดูเหมือนว่ากำลังดำเนินไปอย่างมีความสุข)

  • All (of) the girls think it is great.

(เด็กหญิงทุกคนคิดว่ามันวิเศษมาก)

  • Some people stay in one place all their lives.

(คนบางคนพักอาศัยอยู่ในที่เดียวตลอดชีวิต)

  • All (of the) defendants were proved guilty.

(จำเลยทุกคนได้รับการพิสูจน์ว่ามีความผิด)

  • All children should complete the primary course.

(เด็กๆทุกคนควรเรียนให้จบหลักสูตรพื้นฐาน)

  • They all live together in the same house.

(พวกเขาทั้งหมดอาศัยอยู่ในบ้านหลังเดียวกัน)

  • We enjoyed it all.

(เราสนุกกับมันทุกอย่าง)

  • We would all be disappointed if you cancelled permission now.

(เราจะผิดหวังกันทุกคน (ทั้งหมด) ถ้าคุณยกเลิกการอนุญาตขณะนี้)

  • These are all problems that he is concerned with.

(เหล่านี้คือปัญหาทั้งหมดที่เขาเกี่ยวข้องด้วย)

 

8. ______________ a state to survive more than a fleeting historical moment, it must have the loyalty of its people.

(________________ รัฐหนึ่งที่จะมีอายุยืนยาวเกินกว่าช่วงเวลาในประวัติศาสตร์ที่ผ่านไปอย่างรวดเร็ว, มันจะต้องมี (ได้รับ) ความจงรักภักดีของพลเมือง)  (หมายถึง  การที่รัฐจะมีอายุยืนยาวต่อไปในอนาคต  โดยเปรียบเทียบกับอดีต (ประวัติศาสตร์) ที่ผ่านมาของมัน)

(a) If

(b) When

(c) For    (สำหรับ)

(d) Of

ตอบ   -   ข้อ   (c)

                                                    สำหรับคำคุณศัพท์  (Adjective)  ที่ใช้กับ  “For”  ได้แก่  “Responsible” (รับผิดชอบ)  -  You have to be responsible for what you have done.  (คุณจำเป็นต้องรับผิดชอบในสิ่งที่คุณได้ทำลงไป),  “Famous”  (มีชื่อเสียง, โด่งดัง)  -  Denver, Colorado, is famous for its natural beauty.  (เมืองเดนเวอร์ รัฐโคโลราโด  มีชื่อเสียงในเรื่องความงดงามทางธรรมชาติ),  “Ready”  (เตรียมพร้อมต่อ)  -  Are you ready for your final exam?  (คุณเตรียมพร้อมสำหรับสอบไล่หรือเปล่า),  “Qualified”  (มีคุณสมบัติเหมาะสมกับ)  -  She is really qualified for her secretarial job.  (เธอช่างมีคุณสมบัติเหมาะสมกับงานเลขานุการจริงๆ),  “Essential”  (จำเป็นอย่างยิ่ง),  “Good”  (เป็นประโยชน์ต่อ)  -  It is good for you to start early.  (มันเป็นประโยชน์ (ดี) สำหรับคุณ  ที่จะเริ่มต้นแต่เนิ่นๆ), “Suitable”  (เหมาะสม),  “Famous”  (มีชื่อเสียง)  Chiang Mai is famous for the hospitality of its people.  (เชียงใหม่มีชื่อเสียงในด้านความโอบอ้อมอารีของคนที่นั่น),  “Eager”  (กระตือรือร้น), “Sorry”  (เสียใจกับ)  -  I’m sorry for the loss of your father.  (ผมเสียใจด้วยกับการสูญเสียคุณพ่อของคุณ), “Sufficient”  (เพียงพอ), “Fit”  (เหมาะสม)  -  They are not fit for the job, I think.  (ผมคิดว่าพวกเขาไม่เหมาะกับงานนะ), “Unfit”  (ไม่เหมาะ),  “Perfect”  (สมบูรณ์แบบ), “Grateful”  (ขอบคุณต่อ)  -  I’m deeply grateful for your kind assistance.  (ผมขอขอบคุณอย่างยิ่งกับความช่วยเหลือของคุณ)  ป็นต้น

                                                    ส่วนคำกริยา  (Verb)  ที่ใช้กับ  “For”  เช่น  “Wait”  (รอคอย)  -  They are waiting for a new opportunity.  (พวกเขากำลังรอโอกาสใหม่อีกหน),  “Vote”  (ลงคะแนนให้)  -  I won’t vote for Donald Trump in the next election.  (ผมจะไม่ลงคะแนนให้ทรัมพ์ในการเลือกตั้งคราวหน้า),  “Pay”  (จ่ายเงินค่า)  -  Let me pay for the meal this time.  (ผมขอออกค่าอาหารนะมื้อนี้),  “Thank”  (ขอบคุณสำหรับ)  -  Thank you for all the help you’ve given me.  (ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือทุกอย่างที่คุณให้ผม), “Search  (ค้นหา)  -  They are searching for the lost dog.  (พวกเขากำลังค้นหาหมาที่หายไป),  “Look”  (ค้นหา)  -  I’m looking for someone who can do this job.  (ผมกำลังมองหาใครสักคนที่ทำงานนี้ได้),  “Struggle”  (ต่อสู้ดิ้นรนเพื่อ),  “Exchange”  (แลกเปลี่ยนเพื่อ),  “Beg”  (ขอร้อง),  “Ask”  (ขอร้อง)  -  She usually asked her parents for more money.  (เธอขอเงินเพิ่มจากพ่อแม่เป็นประจำ),  “Call”  (เรียกร้องให้มี, จำเป็นต้องมี, ต้องการ)  -  Success in school calls for much hard study.  (ความสำเร็จในโรงเรียนต้องการการศึกษาอย่างหนัก)  -  The cake recipe calls for two cups of flour.  (ตำราทำเค้กกำหนดให้ใช้แป้ง    ถ้วย),  “Apologize”  (ขอโทษ)  -  I apologize for my bad temper yesterday.  (ผมขอโทษที่อารมณ์เสียเมื่อวานนี้),  “Charge”  (คิดค่า),  -  I won’t charge you for this small service.  (ผมไม่คิดเงินคุณสำหรับบริการเล็กๆน้อยๆครั้งนี้),  “Provide”  (จัดให้มี, เตรียมไว้สำหรับ, ให้ความช่วยเหลือเรื่องเงินทอง หรืออื่นๆ)  -  Parents are expected to provide for their children.  (พ่อแม่ได้รับการคาดหวังให้จัดหาสิ่งต่างๆ ให้แก่ลูกของตน)  -  Our nursery provides for all the needs of very young children.  (โรงเลี้ยงเด็กของเราจัดเตรียมสิ่งจำเป็นทุกอย่างของเด็กที่เล็กมากๆ),  “Substitute”  (เอามาแทน),  “Hope”  (หวังจะได้)  -  We all should hope for the better.  (เราทุกคนควรหวังในสิ่งที่ดีกว่า), “Bring”  (นำมา)  -  I’ve brought this for you.  (ผมได้นำสิ่งนี้มาให้คุณ),  “I’ve made a cake for tea.  (ผมได้ทำเค้กสำหรับกินกับน้ำชา),  Aim for the center of the target.  (จงเล็งไปที่ศูนย์กลางเป้า),  He is going to run for President.  (เขาจะสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดี),  Speak for yourself.  The rest of us will make up our own minds.  (จงพูดแทนตัวเอง  - ในนามของตัวเอง  -  พวกเราที่เหลือจะตัดสินใจของเราเอง)  (โดยฟังเหตุผลจากที่คุณพูด),  He speaks for us all on this matter.  (เขาพูดในนามของเราในเรื่องนี้),  He works for the gas company.  (เขาทำงานให้กับบริษัทน้ำมัน),  She is a member of parliament (MP) for Bangkok.  (เธอเป็น ส.ส. กรุงเทพฯ),  Do it for my sake.  (โปรดทำเพื่อเห็นแก่ผมเถอะ),  How much did you pay for it?  (คุณจ่ายไปเท่าไรสำหรับมัน),  เป็นต้น

                                                    สำหรับวลีอื่นๆ ที่ใช้กับ  “For”  ได้แก่  “For good”  (อย่างถาวร, ตลอดกาล, ตลอดไป)  -  The lost money was gone for good.  (เงินที่หายไปหาไม่เจออีกเลย  -  คือสาบสูญอย่างถาวร)  -  He hoped that the repairs would stop the leak for good.  (เขาหวังว่าการซ่อมจะทำให้ท่อหยุดรั่วไหลไปตลอดกาล),  “For all I Know  (เท่าที่ผมรู้มา, บางที, เป็นไปได้)  -  For all I know, they had eloped a month before the girl’s parents knew  (บางที หรือ เป็นไปได้ที่ว่า  หนุ่มสาวคู่นั้นได้หนีตามกันไป   เดือน ก่อนหน้าที่พ่อแม่ของฝ่ายหญิงจะรู้  -  คือ ผมบอกไม่ได้ว่า  เป็นอย่างนั้น จริงๆ  ๑๐๐  เปอร์เซ็นต์  หรือไม่  แต่คิดว่า บางที  อาจจะเป็นเช่นนั้น),  “For the time being”  (เดี๋ยวนี้, ในขณะนี้, ชั่วขณะ, ชั่วคราว)  -  I haven’t any note paper, but this envelop will do for the time being.  (ผมไม่มีกระดาษโน้ตเลย  แต่ว่าซองจดหมายนี้ก็ใช้แทนได้  สำหรับในขณะนี้)  -  She hasn’t found an apartment yet; she is staying with her aunt for the time being.  (เธอยังหาห้องเช่าไม่ได้เลย  เธอกำลังพักอยู่กับป้าชั่วคราว  จนกว่าจะห้องเช่าได้)“For instance (= For example)”  (ตัวอย่างเช่น),  “For sure (= For certain”  (อย่างแน่นอน, อย่างไม่ต้องสงสัยเลย, แน่นอนทีเดียว)  -  He didn’t know for sure ( for certain) which bus to take.  (เขาไม่รู้อย่างแน่ชัดว่าจะต้องขึ้นรถเมล์คันไหน  -  คือ ไม่แน่ใจ),  “The train for London is leaving from Platform 2.”  (รถไฟไปลอนดอนกำลังจะออกจากชานชาลาที่  ),  “It is time I set out for the office.  (ถึงเวลาสมควรที่ผมจะออกเดินทางไปสำนักงานแล้ว),  “What is this for?”  (สิ่งนี้มีไว้ทำอะไรครับ),  “We’ve invented a process for making cheaper steel.”  (เราได้สร้างขบวนการสำหรับผลิตเหล็กกล้าราคาถูกลง),  “This case is too heavy for me to carry.”  (กระเป๋านี้หนักเกินไปสำหรับผมที่จะแบก),  “I’m all for the proposal.”  (ผมเห็นด้วยกับข้อเสนอนี้ทั้งหมด),  “Are you for me or against me?”  (คุณเห็นด้วยกับผม (อยู่ฝ่ายผม) หรือคัดค้านผม),  “I’m concerned for him.  I hope he knows what he is doing.”  (ผมวิตกกังวลเกี่ยวกับเขา  ผมหวังว่าเขารู้ว่าเขากำลังทำอะไรนะ),  “Take a holiday.  You’ll feel much better for it.”  (จงพักผ่อนซะ  คุณจะรู้สึกดีขึ้นมากเพราะมัน  -  เพราะการพักผ่อน),  “I’ve translated the letter, word for word.”  (ผมได้แปลจดหมายแล้ว, คำต่อคำเลย),  “She won a prize for English composition.”  (เธอได้รางวัลจาก (สำหรับ) เรียงความภาษาอังกฤษ),  “He was sentenced to prison for stealing.”  (เขาถูกตัดสินจำคุกจากการลักขโมย),  “It’s very warm for this time of year.”  {อากาศ (ต้องถือว่า) ร้อนมากสำหรับ (เมื่อพิจารณาถึง) ช่วงเวลานี้ของปี},  “He is very intelligent for his age.”  (เขาฉลาดมากเมื่อดูจากอายุ),  “I shall be away for a few days.”  (ผมจะไม่อยู่บ้านสักสองสามวัน),  “He has known her for several years.”  (เขารู้จักเธอมาหลายปีแล้ว),  “The wedding has been fixed for 20th of May.”  (การแต่งงานถูกกำหนดเป็นวันที่  ๒๐  พฤษภาคม),  “We drove for ten miles without passing another car on the road.”  (เราขับรถเป็นระยะทาง  ๑๐  ไมล์  โดยไม่ผ่าน (เจอ) รถคันอื่นบนถนนเลย),  “For miles and miles there was nothing but sand.”  (เป็นระยะทางหลายไมล์  ไม่มี (เห็น) อะไรเลยนอกจากทราย),  เป็นต้น

 

9. The sundial __________________ the oldest scientific instrument that is still in use.

(นาฬิกาแดด _________________ เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ที่เก่าแก่ที่สุด  ซึ่งยังคงใช้งานอยู่)

(a) is to be said

(b) is said to be    (ถูกกล่าวว่าเป็น)

(c) to be is said

(d) said is to be

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากเป็นกริยา  (Is said)  ในแบบ  “Passive voice”  ของประโยค   และหลังรูป  “Passive voice”  (Is said)   ต้องตามด้วย  “To + Verb 1”  (Infinitive with to)  ดูเพิ่มเติมโครงสร้างนี้จากตัวอย่างข้างล่าง

                                                ตัวอย่างที่ 

  • In 1905, the Canadian National Railway was built _______________ Edmonton with cities to the east.

(ในปี  ๑๙๐๕  เส้นทางรถไฟแห่งชาติแคนาดาได้ถูกสร้างขึ้นมา ______________ เมืองเอ็ดมันตัน (ในรัฐอัลเบอร์ตา) กับเมืองต่างๆทางภาคตะวันออก)

(a) to be linked

(b) to link    (เพื่อเชื่อมต่อ)

(c) linking

(d) linked

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากหลังโครงสร้าง  “Passive voice”  (Was built)  ต้องตามด้วย  “Infinitive with to”  (To + Verb 1)  ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

                                                ตัวอย่างที่ 

  • Anesthetics (แอน-เนส-เธท-ทิค) are used ______________ insensitivity to pain during surgical operations.

(ยาสลบ (ยาชา) ถูกใช้ _________________ ความไม่รู้สึกต่อการเจ็บปวดในระหว่างการผ่าตัด)

(a) the cause

(b) causing

(c) to cause    (เพื่อทำให้เกิด)

(d) cause of

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากหลังโครงสร้าง  “Passive voice”  (Are used)  ต้องตามด้วย  “Infinitive with to”  (To + Verb 1)  ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

  • Tortoises are said to live long.

(เต่าถูกกล่าวว่ามีอายุยืน)

  • She is said to be the most beautiful woman in the country.

(เธอถูกเล่าขานว่าเป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดในประเทศ)

  • They were believed to tell the truth.

(พวกเขาถูกเชื่อว่าพูดความจริง)

  • Customers are advised to arrive early.

(ลูกค้าได้รับการแนะนำให้มาถึงแต่เนิ่นๆ)

  • Job applicants were recommended to bring 3 copies of their resume.

(ผู้สมัครงานได้รับการแนะนำให้นำประวัติโดยย่อมา    ชุด)

  • She was thought to leave with another man.

(เธอถูกคิดว่าจาก (หนี) ไปกับผู้ชายอีกคนหนึ่ง)

  • We were told to start early to catch the train.

(เราถูกบอกให้เริ่มต้นแต่เช้าตรู่เพื่อไปให้ทันรถไฟ)

  • They were supposed to arrive before the storm.

(พวกเขาถูกคาดการณ์ว่าจะมาถึงก่อนเกิดพายุ)

 

10. Astronomers studied the 1987 Supernova to learn _______________ when a star explodes.

(นักดาราศาสตร์ศึกษาซูเปอร์โนวา (ดาวฤกษ์ที่ระเบิดตัวเองจนสว่างกว่าดวงอาทิตย์ถึง  ๑๐๐  ล้านเท่า) ปี  ๑๙๘๗  เพื่อเรียนรู้ ______________ เมื่อดาวระเบิด)

(a) that happens

(b) which happens

(c) what happens    (อะไรเกิดขึ้น)

(d) what does happen

ตอบ   -   ข้อ    (c)   เนื่องจาก  “What happens”  เป็น  “Noun clause”  ทำหน้าที่เป็นกรรมของกริยา  “Learn”  ดูเพิ่มเติม  “Noun clause”  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                                ตัวอย่างที่ 

  • As our only witness, you’ll be helping us greatly with our inquiries if you describe exactly ______________ happened on the night of the murder.

(ในฐานะพยานเพียงคนเดียวของเรา, คุณจะกำลังช่วยเหลือเราได้อย่างมากจากการซัก ถามของเรา  ถ้าคุณจะพรรณนา (อธิบาย) ได้อย่างตรงเผง (ถ่องแท้) ______________ ได้เกิดขึ้นในคืนของการฆาตกรรม)

(a) when

(b) what    (สิ่งที่, อะไร)

(c) why

(d) how

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากข้อความ  “What happened on the night of the murder”  เป็น  “Noun clause”  ทำหน้าที่เป็นกรรมของกริยา  “Describe”  ดูเพิ่มเติม  “Noun clause” จากตัวอย่างข้างล่าง

                                                  ตัวอย่างที่ 

  • When I say she doesn’t know my address, I mean that she doesn’t know where _________.

(เมื่อผมพูดว่า  เธอไม่รู้ที่อยู่ของผม  ผมหมายความว่า  เธอไม่รู้ว่า ________________ อยู่ที่ไหน)

(a) do I live

(b) I live    (ผมอาศัย)

(c) live I

(d) am I living

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากข้อความ  “Where I live”   เป็น  “Noun clause”  ทำหน้าที่เป็นกรรมของกริยา  “Know”  

                                                  ตัวอย่างที่ 

  • If I had the money, I would pay _______________________________________ I owe.

(ถ้าผมมีเงิน  ผมจะจ่ายเงิน (คืน) ___________________________________ ผมเป็นหนี้)

(a) that

(b) which

(c) what    (ในสิ่ง)

(d) you

ตอบ   -   ข้อ   (c)   “What I owe”  เป็น  “Noun clause”  ทำหน้าที่เป็น  “กรรม”  ของกริยา  “Pay”  และนำหน้าด้วย  “Question word”  (What) + Subject + Verb  

                                                     ตัวอย่างที่  

A: I can write and read German.

(ผมสามารถเขียนและอ่านภาษาเยอรมันได้)

B: I would like to ask you _______________________________________ to study German.

(ผมอยากจะถามคุณ (ว่า) _________________________________ ศึกษาภาษาเยอรมัน)

(a) when did you begin

(b) began

(c) when you began    (เมื่อใดคุณเริ่ม)   {= คุณเริ่ม   (ศึกษาภาษาเยอรมัน)   เมื่อใด}

(d) when you will begin

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากข้อความ   “When you began to study German” เป็น   “Noun clause”   ทำหน้าที่เป็นกรรมตรงของกริยา  “Ask”   (กรรมรอง  คือ  “You”)   โดยต้องเรียงในแบบประโยคบอกเล่า  คือ  “When + Subject + Verb + ส่วนขยาย Verb”  ตัวอย่างอื่นๆของ  “Noun clause”   ได้แก่

                                                    ตัวอย่างที่  

  • My friend would not tell me ________________________________ for his new car.

(เพื่อนของผมจะไม่บอกผม (ว่า) ______________________ สำหรับรถยนต์คันใหม่ของเขา)

(a) how much did he pay

(b) how much he paid    (เขาได้จ่ายเงินไปมากเท่าใด)

(c) how he paid much

(d) how he would pay very much

ตอบ  -  ข้อ   (b)   “How much he paid”  เป็น  “Noun clause”  ทำหน้าที่เป็นกรรมตรงของกริยา   “Tell”  (กรรมรอง  คือ “Me” )

                                                   ตัวอย่างที่  

  • I can’t do exactly _______________________________________________ you want.

(ผมไม่สามารถทำได้ตรงเป๊ะ (ตรงเผง) ________________________________ คุณต้องการ)

(a) like

(b) while

(c) what    (ในสิ่งที่)

(d) that

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจาก  “What you want”  (ในสิ่งที่คุณต้องการ)  เป็น  “Noun clause”  ทำหน้าที่เป็นกรรมของกริยา  “Do”  สำหรับประโยคข้างบน  อาจใช้   “As you want”  (ดังที่ หรือ ตามที่คุณต้องการ)  ก็ได้

                                                   ตัวอย่างที่  

  • Did you hear __________________________________________ he said to his wife?

(คุณได้ยิน __________________________________ เขาพูดกับภรรยาของเขาหรือไม่)

(a) that

(b) what    (สิ่งที่, เรื่องที่)

(c) when

(d) (No word is needed.)  (ไม่ต้องการคำมาเติม)

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจาก   “What he said to his wife”  เป็น  “Noun clause”   ทำหน้าที่เป็น   “กรรม”   ของกริยา  “Hear

                                                    ตัวอย่างที่  

  • She was unable to tell us __________________ house she had gone into by mistake.

(เธอไม่สามารถบอกเรา (ว่า)  บ้านหลังใด ___________________ เธอเข้าไปโดยเข้าใจผิด)

(a) what    (อะไร)
(b) where    (ที่ไหน)

(c) that

(d) which    (ที่, ซึ่ง)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เพราะได้ใจความดีที่สุด  และไม่สามารถใช้ข้อ  (c)  ได้  เนื่องจากข้อความ  “Which house she had gone into by mistake”  เป็น “Noun clause”  (ทำหน้าที่เป็น  “กรรมตรง” ของกริยา  “Tell”  โดยมี  “กรรมรอง”  คือ  “Us”)   จึงต้องขึ้นต้นด้วย   “Question word”  (What, When, Where, Why, How, Which, etc.)

                                                   ตัวอย่างที่  

  • I don’t think I’ll buy this dress; it is not ____________________________ I really want. 

(ผมไม่คิดว่าผมจะซื้อเสื้อผ้าชุดนี้  มันไม่ใช่ ____________________ ผมต้องการอย่างแท้จริง)

(a) what    (สิ่งที่)

(b) whatever    (อะไรก็ตาม)

(c) that    (ที่, ซึ่ง)

(d) which    (ที่, ซึ่ง)

(e) whom    (ผู้ซึ่ง, ผู้ที่)  (ใช้เป็นกรรม)

ตอบ    -    ข้อ   (a)  เนื่องจาก  “What I really want”  เป็น “Noun clause”  ทำหน้าที่เป็น   “Complement”  (สิ่งที่มาช่วยทำให้สมบูรณ์)  ของ  “Verb to be” (Is)

                                                   ตัวอย่างที่  ๑๐

  • Tell me ____________________________________________________________.

(บอกผมซิว่า _______________________________________________________)

(a) what do you want?

(b) you want what

(c) what you want    (คุณต้องการอะไร)

(d) that what you want

ตอบ    –    ข้อ   (c)   เนื่องจาก  “What you want”  เป็น  “Noun clause”  ทำหน้าที่เป็น  “กรรมตรง” ของกริยา  “Tell”  ทั้งนี้   “Noun clause”   มักขึ้นต้น  (นำหน้า)  ด้วย  “Question words” (what, when, where, why, how, how much, how many, how often, who, whom, that, whether, if – หรือไม่)  (โดยไม่ต้องมี  “That” อยู่ข้างหน้าคำเหล่านี้)  ทั้งนี้ โครงสร้างของ  “Noun clause”  คือ  “Question word + Subject + Verb”  (และต้องเรียงคำแบบประโยคบอกเล่า)   สำหรับ   “Noun clause”  ทำหน้าที่ดังนี้   คือ

                                                ๑. เป็นประธานของ  “Verb”  หรือประโยค  เช่น

  • What he wants is a new house.

(สิ่งที่เขาต้องการคือบ้านหลังใหม่)

  • How he did it surprised everyone.

(วิธีการที่เขาทำมัน – หรือ เขาทำมันอย่างไร – ทำให้ทุกคนประหลาดใจ)

  • Where he lives is not known.

(ที่ที่เขาอาศัยอยู่ – หรือ เขาอาศัยอยู่ที่ไหน – ไม่มีใครรู้)

  • Why he killed his wife is a mysterious thing.

(เหตุผลที่ว่าทำไมเขาฆ่าภรรยา  - หรือ ทำไมเขาฆ่าภรรยา – เป็นเรื่องลึกลับ)

  • That he is a smart person is certain.

(ที่ว่าเขาเป็นคนฉลาดเป็นเรื่องแน่นอน)

  • Whether she will come or not is not my business.

(ไม่ว่าเธอจะมาหรือไม่ก็ตาม  ไม่ใช่ธุระของผม)

                                                 ๒. เป็นกรรมของ  “Verb”  หรือประโยค  เช่น

  • I don’t know when he left.

(ผมไม่ทราบว่าเขาจากไปเมื่อใด)

  • She asked me where I lived.

(เธอถามผมว่าผมอาศัยอยู่ที่ไหน)

  • They did what they had promised.

(พวกเขาทำในสิ่งที่ได้ให้สัญญาไว้)

  • We believe that he is innocent.

(เราเชื่อว่าเขาบริสุทธิ์)

  • She did not believe what he told her.

(เธอไม่เชื่อในสิ่งที่เขาบอกเธอ)

  • The police investigated how the bank was robbed.

(ตำรวจสืบสวนวิธีการที่ธนาคารถูกปล้น – หรือ ธนาคารถูกปล้นอย่างไร)

  • I don’t know whether (if) she is happy with her new workplace.

(ผมไม่รู้ว่าเธอมีความสุขกับสถานที่ทำงานแห่งใหม่ของเธอหรือไม่)

                                                  ๓. เป็นกรรมของ  “Preposition”  เช่น

  • She is interested in what he says.

(เธอสนใจในสิ่งที่เขาพูด)

  • They believed in what the minister preached.

(พวกเขาศรัทธาในสิ่งที่บาทหลวงเทศน์)

  • We are surprised at how he could do it.

(เราประหลาดใจว่าเขาสามารถทำมันได้อย่างไร)

  • They were satisfied with what she had provided to them.

(พวกเขาพอใจในสิ่งที่เธอได้จัดหาให้กับพวกเขา)

                                                 ๔. เป็น  “Complement”  (สิ่งที่มาช่วยเติมให้สมบูรณ์) ของ  “Verb to be”  เช่น

  • This is what I want.

(นี่คือสิ่งที่ผมต้องการ)

  • That was why he did it.

(นั่นเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเขาจึงทำมัน)

  • Ten o’clock was when we started our trip.

(๑๐ โมงเป็นเวลาที่เราเริ่มการเดินทางของเรา)

                                                 ๕. วางไว้ข้างหลังคำคุณศัพท์  (Adjective)  ที่แสดงความ รู้สึก  (Sure, Confident,  Happy, Sorry, Grateful, Doubtful, Suspicious, Certain, Delighted,  Delightful,  Anxious,  Worried, etc.)  เช่น

  • I am sure that he will arrive here on time.

(ผมมั่นใจว่า  เขาจะมาถึงที่นี่ตรงเวลา)

  • He is sorry that he could not keep his words.

(เขาเสียใจว่า  เขาไม่สามารถรักษาคำพูดได้)

  • They are confident that they will get the job.

(พวกเขามั่นใจว่าพวกเขาจะได้งานทำ)

  • We are anxious that the plane will be delayed for a few hours.

(เราวิตกกังวลว่า  เครื่องบินจะล่าช้าไป ๒ - ๓ ชั่วโมง)

                                                  ๖. ใช้แทนคำนาม  (Noun)  ที่มาข้างหน้ามัน  เช่น

  • The fact that he graduated with first-class honor is known to all.

 (ข้อเท็จจริงที่ว่าเขาจบการศึกษาด้วยเกียรตินิยมอันดับ  ๑  เป็นที่ทราบกันโดยทุกคน)  (“The fact”  คือ  “that he graduated with first-class honor”  ดังนั้น“that he graduated with first-class honor”  จึงเป็น  “Noun clause”) อย่างไรก็ตาม  ในประโยค  “The fact that (which) he told me is known to all.” (ข้อเท็จจริงซึ่งเขาบอกผมเป็นที่ทราบกันโดยทุกคน)  The fact”  ไม่ใช่ “that (หรือ which) he told me”  แต่เป็นสิ่งอื่นต่างหาก  ดังนั้น  “that (which) he told me”   จึงเป็น“Adjective clause”   มาขยาย    “the fact

  • The belief that all men are born equal is not held by everyone.

(ความเชื่อที่ว่ามนุษย์ทุกคนเกิดมาเท่าเทียมกัน   มิได้ยึดถือ (ยอมรับ) กันโดยทุกคน)   (ข้อความที่ขีดเส้นใต้เป็น  “Noun clause”  เนื่องจาก  “The belief”  คือ  “that all men are born equal”  ซึ่งเป็นสิ่งเดียวกัน)

  • The notion that wealthy men are always happy is rejected by many people. 

(ความคิดที่ว่าคนที่ร่ำรวยมีความสุขเสมอ  ถูกปฏิเสธโดยคนจำนวนมาก)  (ข้อความที่ขีดเส้นใต้เป็น  “Noun clause”  เนื่องจาก  “The notion”  คือสิ่งเดียวกับ   “that wealthy men are always happy”)

หมายเหตุ   –   จากตัวอย่างข้างบน   ถ้าเป็น  “Noun clause”  จะใช้  That”  (ที่ว่า) นำหน้าเพียงอย่างเดียวเท่านั้น  (ไม่ใช้ “Which”)  และ  “That”  จะไม่ทำหน้าที่ประธาน หรือกรรม  แต่ถ้าเป็น   “Adjective clause”  จะใช้   “That”  หรือ  “Which”  ก็ได้    (และแปลว่า  “ที่”  หรือ  “ซึ่ง”)  และมันจะทำหน้าที่ประธาน หรือกรรมของอนุประโยค  (Adjective clause)  อย่างใดอย่างหนึ่ง  เช่น

  • The book which (that) is on the table is mine.

(หนังสือซึ่งอยู่บนโต๊ะเป็นของผม)  (ข้อความที่ขีดเส้นใต้เป็น   “Adjective clause”  ขยาย  “The book”  โดย  “which (that)”  ทำหน้าที่เป็นประธานของ  Clause

  • The book which (that) you gave me is very interesting.

(หนังสือซึ่งคุณให้ผมน่าสนใจอย่างมาก)  (ข้อความที่ขีดเส้นใต้เป็น  “Adjective clause”  ขยาย   “The book”   โดย  “which (that)”  ทำหน้าที่เป็นกรรมตรงของ  “Clause”  ส่วน  “me”  เป็นกรรมรอง)

 

11. I _________________________________________________________ a motor-car.

(ผม ____________________________________________________ มีรถยนต์ใช้ได้)

(a) don’t afford

(b) can’t afford    (ไม่สามารถมี....................(รถ)..................ใช้ได้)  (หมายถึง ไม่มีเงินพอที่จะหาซื้อมา)

(c) don’t afford to buy

(d) can’t afford to buy

ตอบ   -   ข้อ    (b)   ดีกว่า ข้อ   (a)  และเมื่อใช้   “Afford”  ไม่จำเป็นต้องมี   “To buy”   เนื่องจากรวมเอาความหมาย  “(มีเงินพอ) ที่จะซื้อ”  ไว้ด้วยแล้ว

 

12. I met her coming away from the hospital, ______________ she had been visiting her sister.

(ผมพบเธอออกมาจากโรงพยาบาล ______________________ เธอได้ไปเยี่ยมพี่สาวของเธอ)

(a) which

(b) that

(c) where    (ที่ซึ่ง)

(d) while

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากขยายสถานที่ (โรงพยาบาล)   หรือ อาจตอบ  “in which,  at which”   ก็ได้

 

13. Wouldn’t you like to have your shoes polished before you ______________________ ?

(คุณไม่อยากที่จะขัดรองเท้า (ให้คนอื่นขัดฯให้) ก่อนที่คุณจะ ______________ ดอกหรือ)

(a) are putting them on

(b) put on them

(c) put them on    (สวมมัน)

(d) are putting on them

ตอบ   -   ข้อ   (c)   ไม่ใช้   “Put on them”  แต่ถ้าเป็นคำนาม  สามารถใช้ได้ทั้ง    แบบ  คือ   “Put on your shoes”  และ  “Put your shoes on

 

14. Can you smell something __________________________________________________?

(คุณสามารถได้กลิ่นบางสิ่ง _________________________________________ หรือเปล่า)

(a) burns

(b) burnt    (กริยาช่องที่  ๒  และ  ๓  ของ “Burn”)

(c) burning    (ไหม้, กำลังไหม้)

(d) to burn    (ไหม้, ลุกไหม้, ทำให้ไหม้)

ตอบ   -   ข้อ    (c)   หรืออาจตอบ   “Burn”   ก็ได้  ตามโครงสร้าง  “Subject + Smell + กรรม  + Verb + ing (Burning  ประธานฯ ได้กลิ่น “กรรม” กำลังไหม้)”  หรือ  “Subject + Smell + กรรม + Verb 1 (Burn)  ประธานฯ ได้กลิ่น “กรรม” ไหม้  ทั้งนี้  มีกริยาอีก  ๔  ตัว  ที่ใช้แบบเดียวกับ  “Smell”  คือ  “Feel, Hear, See, Watch”  โดยโครงสร้างทั้ง    แบบมีความหมายต่างกันเล็กน้อย  ดูเพิ่มเติมจากตัวอย่างข้างล่าง

  • I heard her sing.

(ผมได้ยินเธอร้องเพลง)

  • She heard him singing.

(เธอได้ยินเขากำลังร้องเพลง)

  • He saw her walk in the street.

(เขาเห็นเธอเดินในถนน)

  • I saw him reading in the library.

(ผมเห็นเขากำลังอ่านหนังสือในห้องสมุด)

  • We watched them play in the field.

(เราดูพวกเขาเล่นในสนาม)

  • I watched her walking along the road.

(ผมเฝ้าดูเธอกำลังเดินไปตามถนน)

  • She felt the wind blow.

(เธอรู้สึกว่าลมพัด)

  • We felt the train moving from the station.

(เรารู้สึกว่ารถไฟกำลังเคลื่อนออกจากสถานี)

 

15. England fought ________________ France_______________ Germany in the war 1914-18.

(อังกฤษต่อสู้ _____________ ฝรั่งเศส _____________ เยอรมัน ในสงคราม (โลกครั้งที่  ) ปี  ๑๙๑๔ – ๑๘)  (คือ อังกฤษอยู่ฝ่ายเดียวกับฝรั่งเศส  รบกับเยอรมัน)

(a) against ________________ and

(b) with ________________ and

(c) against ________________ in

(d) with ________________ against    (ร่วมกับ  _______________  ต่อต้าน)

 

16. If there was no competition, the railways could charge what they __________________.

(ถ้าไม่มีการแข่งขัน  รถไฟสามารถคิดราคาในสิ่งทีพวกเขา _____________)  (คือ คิดราคาค่าโดยสารตามใจชอบ)

(a) are like

(b) likes

(c) liked    (ชอบ)

(d) are liked

ตอบ   -   ข้อ   (c)    เนื่องจากเป็นอดีต   “……..............….there was not……….............…

 

17. The enemy were at last forced to __________________________________________.

(พวกศัตรู ในที่สุดก็ถูกบังคับให้ ____________________________________________)

(a) give up    (เลิก, ยุติ)

(b) give away

(c) give out    (แจกจ่าย, บริจาค)

(d) give in    (ยอมแพ้, ยอมจำนน)

 

18. Last Christmas Peter spent a miserable day in bed, ___________________ he was missing.

(คริสต์มาสปีที่แล้ว  ปีเตอร์ใช้วันเวลา (ในวันคริสต์มาส) ที่ทุกข์ยากลำบาก (ไม่มีความสุข)  บนเตียงนอน ____________ ที่เขากำลังพลาดโอกาส)  (คือ  ไม่ได้เข้าร่วมฉลองในวันคริสต์มาส)

(a) having thought of all the fun

(b) thinking of all the fun    (คิดถึงความสนุกทั้งหลาย)

(c) being thought of all the fun

(d) thought of all the fun

ตอบ   -   ข้อ   (b)  มาจากโครงสร้าง   “Subject + Spend + Time + Verb + ing”  เช่น

  • She spent two hours reading in the library.

(เธอใช้เวลา    ชั่วโมง  อ่านหนังสือในห้องสมุด)

  • They spent the whole day looking around the city.

(พวกเขาใช้เวลาตลอดทั้งวัน  ชมเมือง)

 

19. ____________________________________________ do not like that kind of film.

(____________________________________________ ไม่ชอบภาพยนตร์ประเภทนั้น)

(a) Most of boys

(b) The most of boys

(c) The most boys

(d) Most boys    (เด็กชายส่วนใหญ่)

ตอบ   -   ข้อ    (d)   หรืออาจตอบ    “Most of the boys”  ก็ได้

 

20. A: If you really want to see her, why don’t you call her _________________________?          

(A: ถ้าคุณต้องการพบเธอจริงๆ  ทำไมคุณจึงไม่ __________________________ ไปหาเธอ)

     B: I’ve forgotten her telephone number.

(B: ผมลืมเบอร์โทรศัพท์ของเธอครับ)

(a) in

(b) up    (“Call up  =  telephone  =  โทรศัพท์)

(c) down

(d) here

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                 ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป

 

 

 

 

 

 

หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 377)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Part V: Sentence Completion   (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

 

1. If Jim had driven carefully, the accident _______________________________________.

(ถ้าจิมได้ขับรถอย่างระมัดระวัง, อุบัติเหตุ _______________________________________)

(a) would not happen    (จะไม่เกิดขึ้น)

(b would not be happened    (จะไม่ถูกเกิดขึ้น  เป็น  “Passive voice”)

(c) would not have happened    (คงจะไม่เกิดขึ้น)

(d) would not have been happened    (คงจะไม่เกิดขึ้น  เป็น  “Passive voice”)

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากเป็น  “If clause”  แบบที่  ๓  (Past unreal)  คือ  เหตุการณ์มิได้เกิดขึ้นจริงในอดีต  หรือ  เกิดตรงข้ามกับข้อความในประโยค  ทั้งนี้  เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในประโยคข้างบน  คือ  “จิมขับรถประมาท  อุบัติเหตุจึงเกิดขึ้น”  นอกจากนั้น  กริยา  “Happen, Occur, Take place”  (เกิดขึ้น)  จะไม่ใช้ในรูป  “Passive voice”  ดูเพิ่มเติม  “If clause”  แบบที่  ๓  จากประโยคข้างล่าง

                                                ตัวอย่างที่ 

  • We _____________________________ in time if we had started half an hour earlier.

(เรา _______________ ทันเวลา (รถไฟ, เครื่องบิน) ถ้าเราได้เริ่มต้น (ออกเดินทาง) ครึ่งชั่วโมงก่อนหน้า)  (คือ  ออกเดินทางเร็วขึ้นครึ่งชั่วโมง)

(a) were

(b) would be

(c) would have been    (คงจะไป)

(d) had been

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากเป็น  “If clause”  แบบที่    กล่าวคือ  เป็นการสมมติเหตุการณ์ที่ไม่เกิดขึ้นจริง  หรือเกิดตรงข้ามกับข้อความในประโยค  สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดจริง  คือ  “เราไปไม่ทันเวลา  เพราะเราออกเดินทางช้าไปครึ่งชั่วโมง”  ใน  “If clause”  แบบนี้  ในประโยคใหญ่  (Main clause)  ใช้  “Past future perfect tense”  {Subject + Would (Should, Could, Might, Must) + Have + Verb 3}  ส่วนในอนุประโยค  (If clause)  ใช้  “Past perfect tense”  (Subject + Had + Verb 3)  ดูเพิ่มเติม  “If clause”  แบบนี้ในประโยคข้างล่าง

                                                ตัวอย่างที่ 

  • He helped me, otherwise I ______________________________________________.

(เขาช่วยเหลือผม  มิฉะนั้น  ผม _____________________________________________)

(a) would be arreste

(b) would have been arrested     (คงจะได้ถูกจับกุมไปแล้ว)

(c) shall be arrested

(d) shall have been arrested

ตอบ   -   ข้อ    (b)   เนื่องจากเป็นการพูดถึงเหตุการณ์ในอดีต  ในแบบ  “ถูกกระทำ”  (Passive voice)  (Subject + would + have + been + Verb 3  -  I would have been arrested) =  “คงจะได้ถูกกระทำเช่นนั้นไปแล้ว”  ในที่นี้คือ  “ถูกจับกุม”  แต่ในความเป็นจริง คือ มิได้ถูกจับกุม  เพราะว่า  “เขามาช่วยผมไว้”  ความจริงประโยคข้างบนนี้แปลงมาจาก  “If clause”  แบบที่  ๓  (Past unreal)  คือ  เหตุการณ์ไม่เกิดขึ้นจริงในอดีต  คือ  มิได้ถูกจับกุม  ทั้งนี้   “If clause”   ดังกล่าว คือ  “If he had not helped me, I would have been arrested.”  (ถ้าเขาไม่ได้ช่วยผม  ผมคงจะได้ถูกจับกุมไปแล้ว)  แต่ในความเป็นจริง  คือ  “เขาช่วยเหลือผม  ผมจึงไม่ถูกจับกุม)  ซึ่งมีความหมายเดียวกับ  ใจความของประโยคในข้อ  ๒  (เขาช่วยเหลือผม  มิฉะนั้น  ผมคงได้ถูกจับกุมไปแล้ว)  ดูเพิ่มเติม  “If clause”  แบบที่  ๓  จากประโยคข้างล่าง

                                                ตัวอย่างที่  

  • __________________ about the tragedy, we would never have come without first calling.

(_________________ เกี่ยวกับเรื่องโศกเศร้า (หรือภัยพิบัติ, อุบัติเหตุ)  เราก็คงจะไม่มา (เยี่ยมเยือน หรือ พบปะพูดคุย ฯลฯ)  โดยมิได้โทรศัพท์มาบอกคนเหล่านั้นก่อน)    (หมายถึง  คนที่ประสบกับความโศกเศร้า หรือภัยพิบัติ)

(a) If we hear

(b) If we heard

(c) Did we hear

(d) Had we heard    (ถ้าเราได้ยิน  -  ได้ทราบ)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากเป็น   “If clause”   แบบที่  ๓  (Past unreal)  คือ ไม่เป็นจริงในอดีต   หรือ เหตุการณ์เกิดตรงข้ามกับข้อความในประโยค  ทั้งนี้  ประโยคข้างบนมีความหมาย  คือ  “เรา”  ไม่รู้มาก่อนว่าคนที่เราได้ไปเยี่ยม  พบกับเรื่องทุกข์โศก-อุบัติเหตุก่อนหน้านั้น   จึงเดินทางมาโดยมิได้โทรศัพท์มาบอกคนเหล่านั้นก่อน  เมื่อมารู้ทีหลัง  จึงเสียใจที่มิได้ทำเช่นนั้น  -  คือ โทรศัพท์มา  ก่อนจะเดินทางมาพบ)

                                                นอกจากนั้นประโยคข้างบน   ยังมีโครงสร้างแบบ  “ผกผัน”  (Reverse  หรือ  Inversion)  คือมาจาก   “If we had heard  =  Had we heard)  ดูคำอธิบายเพิ่มเติมเรื่อง   “If clause”  แบบที่  ๓   และโครงสร้างแบบ  “ผกผัน” (Reverse  หรือInversion)   จากประโยคข้างล่าง

                                                    ตัวอย่างที่  

  • Jack would have gone to Chicago _____________________ to get a plane reservation.

(แจ๊คคงจะได้ไปชิคาโกแล้ว ____________________________ จองที่นั่งบนเครื่องบินได้)

(a) was he able

(b) would he be able

(c) if he is able

(d) if he had been able    (ถ้าเขาสามารถ)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากเป็น  “If clause”  แบบที่  ๓  “Unreal past”  (ไม่เกิดขึ้นจริงในอดีต  หรือ เกิดตรงกันข้ามกับข้อความในประโยค)  สำหรับประโยคข้างบน  เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงๆ คือ   “แจ๊คมิได้ไปชิคาโก  เนื่องจากไม่สามารถจองตั๋วเครื่องบินได้” 

                                                ตัวอย่างที่  

  • If you had returned the library book on time, you ____________________________.

(ถ้าคุณได้นำหนังสือห้องสมุดไปคืนตรงเวลา  คุณ ______________________________)

(a) will not be fined

(b) would have not been fined

(c) would not be fined

(d) would not have been fined     (คงไม่ถูกปรับ, คงไม่ต้องเสียค่าปรับ)

ตอบ   -   ข้อ  (d)   เนื่องจากเป็นการสมมติ  “If clause”  ในแบบที่  ๓  (Past unreal)   คือ เหตุการณ์ในประโยคไม่เกิดขึ้นจริง (ในอดีต)  แต่เกิดตรงกันข้าม  สำหรับประโยคข้างบน  เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงๆ คือ  “คุณนำหนังสือไปคืนห้องสมุดไม่ตรงเวลา  คุณเลยถูกปรับ – เสียค่าปรับ” 

                                                 ตัวอย่างที่  

  • If you had gone with us to the mountains, you __________________ very heavy clothing.

(ถ้าคุณได้ไปกับเราที่ภูเขา (เมื่อเดือนหรือปีที่แล้ว)  คุณ _______________ เสื้อผ้าที่หนาอย่างมาก)  (เนื่องจากอากาศหนาวมาก)

(a) had to wear   (จำเป็นต้องสวม)

(b) would have to wear

(c) would have had to wear     (คงจำเป็นจะต้องสวม)

(d) had had to wear

ตอบ  -  ข้อ   (c)   เนื่องจากเป็น   “If clause” แบบที่ ๓   “Past unreal”   (ไม่เป็นจริงในอดีต)   คือเหตุการณ์เกิดตรงข้ามกับข้อความในประโยค  ทั้งนี้  ประโยคข้างบนมีความหมาย คือ   “เพราะคุณไม่ได้ไปที่ภูเขากับเรา  คุณก็เลยไม่จำเป็นต้องสวมเสื้อผ้าที่หนา"

                                                   ตัวอย่างที่  

  • Tom _______________________________ more photographs if he had had more film.

(ทอม___________________________________ รูปมากขึ้น   ถ้าเขามีฟิล์มมากกว่าที่เป็นอยู่)

(a) would take

(b) would have taken    (คงจะได้ถ่าย)

(c) would be taking

(d) will have taken

ตอบ  -  ข้อ   (b)   เนื่องจากเป็น  “If clause”  แบบที่ ๓  “Past unreal”  (ไม่เป็นจริงในอดีต)   ความหมายของประโยคข้างบน คือ   “ทอมมิได้ถ่ายรูปเพิ่มขึ้น  เพราะเขามีฟิล์มอยู่นิดเดียว

                                             ตัวอย่างที่  

  • Nancy _________________________________________ you if you had asked her.

(แนนซี่ ________________________________________ คุณ   ถ้าคุณได้ขอร้องเธอ)

(a) had helped

(b) would help

(c) might help

(d) would have helped    (คงจะได้ช่วยเหลือ)

ตอบ    –    ข้อ   (d)   เนื่องจากเป็น   “If clause” แบบที่ ๓  “Past unreal” (ไม่เป็นจริงในอดีต)  คือ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงๆ ตรงกันข้ามกับข้อความในประโยค  ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงๆในประโยคข้างบน  คือ  “แนนซี่มิได้ช่วยเหลือคุณ  เพราะคุณไม่ได้ขอร้องเธอ

                                                  ตัวอย่างที่  

  • If we hadn’t left the house so late, we wouldn’t have missed the train.

(ถ้าเรามิได้ออกจากบ้านสายมาก  เราคงจะไม่พลาด (ตก) รถไฟ)

หมายเหตุ   –    ในความเป็นจริงคือ  “เราออกจากบ้านสาย  เราเลยตกรถไฟ”  ผู้พูดประโยคสมมติในอดีตแบบนี้  มักแสดงความเสียดายกับสิ่งที่เกิดขึ้น   เพราะเหตุการณ์ได้ผ่านไปแล้ว  แก้ไขไม่ได้แล้ว   จึงมาเสียใจในภายหลัง   การสมมติในอดีตแบบนี้  มีรูปประโยคดังนี้   คือ  อนุประโยค  “If + Subject + Had (Not) + V ช่อง 3”,  ส่วนในประโยคใหญ่  (Main clause)   จะมีโครงสร้าง  “Subject + Would (Should, Could, Might, Must) + (Not) + Have + Verb ช่อง 3”  หรือเอา  “If clause”  ซึ่งเป็นอนุประโยค  ไปไว้ข้างในประโยคก็ได้  แล้วเอาประโยคใหญ่  (Main clause)   มาไว้ข้างหน้าประโยค   ความหมายจะเหมือนกันทุกประการ  แต่ถ้าเอา  “Main clause”  มาไว้ข้างหน้าประโยค   เมื่อจบ  “Main clause” แล้ว  ให้ต่อด้วยประโยคย่อย  (If clause)  เลย   โดยไม่ต้องมีเครื่องหมายคอมม่าคั่น

                                                 สำหรับตัวอย่างอื่นๆ ของ   “If clause”   แบบที่ ๓   ได้แก่

  • If he had studied hard, he would have passed the exam.

(ถ้าเขาขยันเรียน (เมื่อปีที่แล้ว)  เขาก็คงจะสอบผ่านไปแล้ว)  (แต่จริงๆ คือ เขาไม่ขยันเรียน  เขาจึงสอบตก)

  • If you had asked me, I would have told you the truth.

(ถ้าคุณขอร้องผม (เมื่อวานนี้)  ผมคงเล่าความจริงให้คุณฟังแล้ว)  (แต่จริงๆ คือ คุณมิได้ขอร้องผม  ผมก็เลยไม่ได้เล่าความจริงให้คุณฟัง)

  • If they had not stopped smoking, they would have died of cancer.

(ถ้าพวกเขาไม่เลิกสูบบุหรี่ (เมื่อ ๕ ปีมาแล้ว)  เขาก็คงจะตายด้วยโรคมะเร็งไปแล้ว)  (แต่จริงๆ คือ  พวกเขาเลิกสูบบุหรี่  พวกเขาจึงยังไม่ตาย)

  • She would have gone to the market if she had had** something to buy.

(เธอคงจะได้ไปตลาด (เมื่อเช้านี้)  ถ้าเธอมีของที่จะต้องซื้อ)  (แต่จริงๆ คือ  เธอมิได้ไปตลาด  เพราะเธอไม่มีอะไรต้องซื้อ)

                                                  จะเห็นว่าในประโยคข้างบน  “If clause”  มี  “Had”**  2 ตัว    ตัวหน้าแสดง  “Past perfect tense”  ส่วน   “Had”  ตัวหลังมาจาก  “Have”  ที่แปลว่า  “มี”  พอมาอยู่หลัง  “Had”  จึงต้องเปลี่ยนไปเป็น  Verb ช่องที่  3  ทำให้มี  “Had”  2 ตัว

  • I would not have bought a car if my office had not been very far from my home.  

(ผมคงจะไม่ได้ซื้อรถยนต์ (เมื่อปีที่แล้ว)  ถ้าที่ทำงานของผมมิได้อยู่ห่างไกลจากบ้านมากมาย)  (แต่จริงๆ คือ  ผมซื้อรถยนต์  เพราะที่ทำงานอยู่ห่างไกลจากบ้านมาก)

  • If he had bet on that horse, he would have lost all his money.

(ถ้าเขาเล่นพนัน (แทง) ที่ม้าตัวนั้น  เขาก็คงสูญเสียเงินไปทั้งหมดแล้ว)  (แต่ในความเป็นจริงคือ  “เขามิได้เล่นพนันที่ม้าตัวนั้น  เขาก็เลยไม่ได้เสียเงิน”)

  • If you had not come to my party, you would not have met your old friends at college.

(ถ้าคุณมิได้มาที่งานเลี้ยงของผม  คุณก็คงไม่ได้พบเพื่อนเก่าตอนเรียนมหาวิทยาลัยของคุณ)  (แต่ในความเป็นจริง  คือ  “คุณมางานเลี้ยง  คุณเลยได้พบเพื่อนเก่า”)

                                                  นอกจากนั้น  ในส่วนของอนุประโยค คือ  ในส่วนที่เป็น  “If clause”  ยังสามารถทำเป็นแบบ  “Reverse” (Inversion)  (ผกผัน)  คือ  เอา  “Had”  มานำหน้า  “Clause”  แล้วตัด  “If”   ทิ้งไป  โดยที่ความหมายยังคงเหมือน เดิมทุกประการ  (ทำได้เฉพาะใน  “If clause”   แบบที่  ๓  หรือ  แบบที่  ๒  ที่ใน  “If clause”  มีกริยา  “Were”)   ดูเปรียบเทียบประโยค  “ก่อน” และ  “หลัง”  ทำ  “Reverse” (Inversion)   จากตัวอย่างข้างล่าง

  • If he had studied hard, he would have passed the exam.

(= Had he studied hard, he would………................….exam.)

(ถ้าเขาขยันเรียน (เมื่อปีที่แล้ว)  เขาก็คงจะสอบผ่านไปแล้ว)  (แต่จริงๆ คือ เขาไม่ขยันเรียน  เขาจึงสอบตก)

  • If you had asked me, I would have told you the truth.

(= Had you asked me, I……………............…..truth.)

(ถ้าคุณขอร้องผม (เมื่อวานนี้)  ผมคงเล่าความจริงให้คุณฟังแล้ว)  (แต่จริงๆ คือ คุณมิได้ขอร้องผม  ผมก็เลยไม่ได้เล่าความจริงให้คุณฟัง)

  • If they had not stopped smoking, they would have died of cancer.

(= Had they not stopped smoking, they…………....................cancer.)

(ถ้าพวกเขาไม่เลิกสูบบุหรี่ (เมื่อ ๕ ปีมาแล้ว)  เขาก็คงจะตายด้วยโรคมะเร็งไปแล้ว)  (แต่จริงๆ คือ  พวกเขาเลิกสูบบุหรี่  พวกเขาจึงยังไม่ตาย)

  • She would have gone to the market if she had had** something to buy.

(= She would have gone to the market had she had something to buy.)

(เธอคงจะได้ไปตลาด (เมื่อเช้านี้)  ถ้าเธอมีของที่จะต้องซื้อ – แต่จริงๆคือ  เธอมิได้ไปตลาด  เพราะเธอไม่มีอะไรต้องซื้อ)

                                    สรุป  -  ใน  “If clause” (ประโยคย่อย)  จะเป็นรูป  “Past perfect tense{If + Subject + Had + (Not) + Verb 3}  เสมอ  ส่วนใน  “Main clause”  (ประโยคใหญ่)   จะเป็นรูป  “Past future perfect tense”  {Subject + Would (Should, Could, Might, Must) + (Not) + Have + Verb 3}  นอกจากนั้น  ยังสามารถทำรูป  “Reverse” (Inversion)   ในส่วนที่เป็น  “If clause”  ได้ด้วย  จึงต้องจำรูปแบบนี้ไว้ให้ได้

 

2. Jenny is a funny and clumsy girl, ___________________________ you can’t help loving her.

(เจนนี่เป็นเด็กหญิงที่น่าขบขัน (น่าหัวเราะ) และเซ่อซ่า (งุ่มง่าม), ________ คุณอดไม่ได้ที่จะรักเธอ)

(a) although    (แม้ว่า)

(b) because    (เพราะว่า)

(c) moreover    (ยิ่งกว่านั้น, นอกจากนั้น)

(d) yet    (แม้กระนั้น, อย่างไรก็ตาม)

 

3. The part of the ocean floor _________________ gently away from the continents is called the continental shelf.

(ส่วนของพื้นมหาสมุทร _______________ ทีละน้อย (ค่อยๆ ลาดเอียง) ห่างออกไปจากทวีป  ถูกเรียกว่าชายฝั่งทวีป)

(a) and slopes

(b) slopes

(c) that slopes    (ซึ่งลาดเอียง)

(d) to slope

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากเป็นประธาน  (That)  และกริยา  (Slopes)  ของอนุประ โยค  (That slopes gently away from the continents)

 

4. The old home has been renovated ___________________________________________.

(บ้านหลังเก่าได้รับการปรับปรุง (ซ่อมแซม) ____________________________________)

(a) which involved neither effort nor expense.

(b) effortlessly and not expensive

(c) neither taking effort nor expense

(d) with little effort and expense    (ด้วยความพยายามและค่าใช้จ่ายนิดหน่อย)

 

5. The two most important problems facing the country today are ______________________.

(ปัญหาสำคัญที่สุด    ประการที่เผชิญหน้ากับประเทศอยู่ในปัจจุบัน  คือ ________________)

(a) crime prevention and controlling pollution

(b) preventing crime and pollution control

(c) crime prevention and pollution control    (การป้องกันอาชญากรรมและการควบคุมมลภาวะ)

(d) preventing crime and the control of pollution

ตอบ   -   ข้อ    (c)   เนื่องจากเป็นการใช้โครงสร้างประโยคแบบสมดุล   คือ  “การป้องกันอาชญากรรม”  และ  “การควบคุมมลภาวะ”  ดูเพิ่มเติมการใช้โครงสร้างแบบสมดุลจากตัวอย่างข้างล่าง

                                               ตัวอย่างที่ 

  • The technique of recording, classifying, and _______________ is known as accounting.

(เทคนิคของการบันทึก, แยกประเภท, และ _________ เป็นที่รู้จักกันในฐานะวิชาการทำบัญชี)

(a) an enterprise’s transactions summary

(b) the summarizing of an enterprise’s transactions

(c) transactions of an enterprise are summarized

(d) summarizing the transactions of an enterprise    {สรุปธุรกิจการค้าของกิจการ (บริษัท) แห่งหนึ่ง}

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากเป็นการทำรูปประโยคให้สมดุล  หรือมี  “Format”  เดียวกัน  โดยถือว่าตามหลัง  “Preposition”  (Of)  ต้องอยู่ในรูป  “Verb + ing”  (Of recording, classifying, and summarizing……..................…..)  ดูเพิ่มเติมการใช้โครงสร้างในประโยคให้สมดุลกันจากตัวอย่างข้างล่าง

                                                 ตัวอย่างที่ 

  • A lumberjack, or logger, is a worker who cuts down trees in a forest, saws them into logs, and ______________.

(ช่างตัดไม้, หรือคนทำ (ตัด) ไม้, คือคนงานผู้ซึ่งตัด (โค่น) ต้นไม้ในป่า, เลื่อยมันเป็นท่อน, และ ___________)

(a) he takes them to the mill

(b) takes them to the mill    (นำมันไปยังโรงสี)

(c) taking them to the mill

(d) to take them to the mill

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากเป็นการใช้ข้อความในประโยคให้สมดุลกัน  คือ  ช่างตัดไม้ทำหน้าที่  (กริยา)    อย่าง  คือ  ๑. โค่นต้นไม้ในป่า,  ๒. เลื่อยมันเป็นท่อน, และ  ๓. นำมันไปยังโรงสี  ดูเพิ่มเติมการใช้ข้อความให้สมดุลจากประโยคข้างล่าง

                                             ตัวอย่างที่ 

  • Eddy’s classmates at the college still talk about him as an excellent writer ___________.

(เพื่อนร่วมชั้นของเอ็ดดี้ที่มหาวิทยาลัย  ยังคงพูดเกี่ยวกับตัวเขาว่าเป็นนักเขียนยอดเยี่ยม _______)

(a) and he taught at the college, too

(b) who also played football

(c) and a good football player    (และนักฟุตบอลที่เก่ง)

(d) good football player

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เป็นการใช้คำในประโยคให้สมดุลกัน  คือ  “นักเขียนยอดเยี่ยม”  และ  “นักฟุตบอลที่เก่ง”  ดูเพิ่มเติมการใช้คำให้สมดุลกันจากประโยคข้างล่าง

                                            ตัวอย่างที่ 

  • Freezing preserves meat because _____________, slows down the rate of enzyme action, and lowers the speed of spoilage.

(การทำให้เย็นจนแข็งตัวรักษาเนื้อไว้ได้  เพราะว่า ______________, ทำให้อัตราการเอนไซม์ (การทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางเคมีในสารอื่น โดยตัวมันเองไม่เปลี่ยนแปลง) ช้าลง, และทำให้ความเร็วของการเน่าเสียลดลง)

(a) the growth of microorganisms is prevented    (การเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์ถูกขัดขวาง)

(b) preventing microorganisms from growing    (ขัดขวางเชื้อจุลินทรีย์จากการเจริญเติบโต)

(c) microorganisms are prevented from growing    (เชื้อจุลินทรีย์ถูกขัดขวางจากการเจริญเติบโต)

(d) it prevents the growth of microorganisms    (มันขัดขวางการเจริญ เติบโตของเชื้อจุลินทรีย์)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากต้องทำโครงสร้างในอนุประโยค  (ขึ้นต้นด้วย  “Because”)  ให้มีความสมดุลกัน  คือ  “มัน (การทำให้เย็นจนแข็ง)  ๑. ขัดขวางการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์,  ๒. ทำให้อัตราการเอนไซม์ช้าลง,  และ  ๓. ทำให้ความเร็วของการเน่าเสียลดลง  ดูเพิ่มเติมการทำให้โครงสร้างในประโยคมีความสมดุลจากประโยคข้างล่าง

                                                ตัวอย่างที่ 

  • Idaho’s natural resources include fertile soil, rich mineral deposits, thick forests, and __________.

(ทรัพยากรธรรมชาติของรัฐไอดาโฮประกอบด้วยดินดี, แหล่งแร่ธาตุอุดมสมบูรณ์, ป่าทึบ, และ __________)

(a) water supplies are abundant

(b) abundant water supplies    (แหล่งน้ำอุดมสมบูรณ์)

(c) supplies of water are abundant

(d) supplies abundant water

ตอบ   -   ข้อ    (b)   เนื่องจากต้องใช้รูปคำนาม (วลี)  (แหล่งน้ำอุดมสมบูรณ์)  ซึ่งทำหน้าที่เป็นกรรมของกริยา  “Include”  เพื่อให้สมดุลกับคำนาม-วลี (ทำหน้าที่กรรม) อื่นๆ อีก  ๓  ตัว  คือ  ๑. ดินดี,  ๒. แหล่งแร่ธาตุอุดมสมบูรณ์,  และ  ๓. ป่าทึบ  ดูเพิ่มเติมการใช้คำให้สมดุลกัน  จากประโยคข้างล่าง

                                                  ตัวอย่างที่ 

  • Before starting on a sea voyage, prudent navigators learn the sea charts, __________ and memorize lighthouse locations to prepare themselves for any conditions they might encounter.

(ก่อนเริ่มต้นออกเดินทางทางทะเล  นักเดินเรือที่รอบคอบจะเรียนรู้แผนภูมิของทะเล, ________ และจดจำสถานที่ตั้งของประภาคารไฟ  เพื่อเตรียมพร้อมตนเองสำหรับสภาวะใดๆ ที่พวกเขาอาจจะต้องเผชิญ)

(a) sailing directions are studied

(b) to study the sailing directions   

(c) study the sailing directions    (ศึกษาทิศทางการเดินเรือ)

(d) studies direct sailing

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากต้องใช้รูปแบบของกริยาในประโยค  ซึ่งมี    ตัว ให้สมดุลกัน  คือ  “นักเดินเรือที่รอบคอบ (จะ) () เรียนรู้แผนภูมิของทะเล,  () ศึกษาทิศทางการเดินเรือ  และ  () จดจำสถานที่ตั้งของประภาคารไฟ

                                              ตัวอย่างที่ 

  • As a physiologist, Ida Hyde showed originality, breadth of interest, and _____________.

(ในฐานะนักสรีรวิทยา, ไอดา ไฮด์  ได้แสดงความคิดริเริ่ม (ความไม่ซ้ำแบบใคร), ความกว้างขวางของความสนใจ, และ ____________)

(a) scientific precision was admirable

(b) admirably scientifically precise

(c) admirable scientific precision    (ความแม่นยำทางวิทยาศาสตร์ที่น่าชมเชย)

(d) that precision was admirably scientific

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากต้องใช้โครงสร้างคำนาม (วลี)  เนื่องจากเป็นกรรมของกริยา  “Showed”  โดยมีความสมดุลกับคำนามอื่นๆอีก  ๒  คำ ซึ่งเป็นกรรมของกริยา  “Showed”  เช่นเดียวกัน  คือ  ๑. ความคิดริเริ่ม,  ๒. ความกว้างของความสนใจ

                                                 ตัวอย่างที่ 

  • We turn to books in moments of ________________________________________.

(เราหันไปหา (อ่าน) หนังสือ  ในช่วงเวลาของ _________________________________)

(a) sorrow, having boredom, or solitude is with us

(b) sorrow, boredom, or solitude    (ความเศร้าโศกเสียใจ  ความเบื่อหน่าย  หรือ ความโดดเดี่ยวอ้างว้าง)

(c) sorrow and solitude as well as boredom

(d) sorrow that attacks us

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เป็นการใช้กรรม    ตัว  หลัง  “Preposition” (Of)  ให้สมดุลกัน  คือ   Sorrow, Boredom, Solitude”  สำหรับ  ข้อ  (c)  ก็ใช้ได้เช่นกัน  แต่ต้องแก้เป็น   “sorrow, solitude as well as boredom

                                                 ตัวอย่างที่ 

  • Nearly all trees have seeds that fall to the earth, take root, and eventually ___________.

(ต้นไม้เกือบทั้งหมดมีเมล็ดซึ่งหล่นลงสู่พื้นดิน, งอกราก, และ ________________ ในที่สุด)

(a) generate new seeds    (สร้างเมล็ดใหม่)

(b) new seeds generated

(c) by generating new seeds

(d) new seeds generated there

ตอบ   -   ข้อ    (a)   เนื่องจากต้องใช้คำกริยา    ตัว ในอนุประโยค  (………..............that fall to earth, take root, and eventually generate new seeds)  ให้สมดุลกัน  (Balance)  คือ  “Fall to earth”,  “Take root”  และ  “Generate new seeds” 

                                              ตัวอย่างที่  ๑๐

  • Among the advantages which Mr. Barlow has given his children  are a good college education and _____________.

(ในบรรดาข้อได้เปรียบต่างๆ ซึ่งมิสเตอร์บาร์โลว์ได้ให้แก่ลูกๆ ของเขา  คือ  การศึกษาอย่างดีในมหาวิทยาลัย  และ _____________)

(a) extensive travel abroad   (การเดินทางอย่างกว้างขวางมากในต่างประเทศ)

(b) to travel extensively abroad

(c) travel extensively abroad

(d) of extensive travelling abroad

ตอบ   -   ข้อ   (a)   ต้องใช้ในรูปคำนาม (วลี)   (“Travel”  ในที่นี้เป็นคำนาม)  ให้สมดุลกับคำนาม (วลี)   “A good college education”  ที่อยู่ข้างหน้า  “And

                                               ตัวอย่างที่  ๑๑

  • James likes reading, hiking, and ________________________________________. 

(เจมส์ชอบการอ่านหนังสือ,  การเดินทางไกลด้วยเท้า,  และ _________________________)

(a) he listens to music

(b) to listen to music

(c) listen to music

(d) listening to music    (การฟังดนตรี)

ตอบ   -   ข้อ    (d)   เนื่องจากต้องให้ข้อความสมดุลกัน   คือ  “Like + Gerund (Verb + ing)”   คือ  “Like reading, hiking and listening….............….”   ทั้งนี้  กริยา  “Like”  อาจตามด้วย  “Infinitive with to” (To + Verb 1   ก็ได้   ดังนั้น  ข้อนี้จึงอาจตอบ  “Like to read, to hike, and to listen to music”  โดยต้องให้สมดุลกัน  คือ  เป็น  “Format”  เดียวกัน

 

6. Named for its founder, ______________________________________ in Ithaca, New York.

(ได้รับการตั้งชื่อให้กับผู้ก่อตั้งของมัน, ______________________ ในเมืองอิธาคา  รัฐนิวยอร์ก)

(a) in 1865 Ezra Cornell established Cornell University

(b) Cornell University was established in 1865 by Ezra Cornell    (มหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ถูกก่อตั้งในปี  ๑๘๖๕  โดยเอสรา  คอร์เนลล์)

(c) it was in 1865 that Cornell University was established by Ezra Cornell

(d) Ezra Cornell established Cornell University in 1865

ตอบ   -   ข้อ    (b)   เนื่องจากประธานของประโยค  คือ  “Cornell University”  ซึ่ง ได้รับการตั้งชื่อให้กับ (ตาม) ผู้ก่อตั้งมัน  ดูเพิ่มเติมโครงสร้างแบบนี้จากตัวอย่างข้างล่าง

                                                ตัวอย่างที่ 

  • _____________ was not incorporated as a city until almost two centuries later, in 1834.

(________________ มิได้ถูกรวม (ผนวก) เข้าเป็นเมือง (ในรัฐนิวยอร์กของสหรัฐฯ) จนกระทั่งเกือบจะ ๒ ศตวรรษต่อมา, ในปี  ๑๘๓๔)  (เนื่องจากถือว่ามิได้เป็นชุมชนของชาวอเมริกัน  ซึ่งเป็นอาณานิคมของอังกฤษในขณะนั้น)

(a) Settling in Brooklyn, the Dutch    (ตั้งรกรากถิ่นฐานในเมืองบรูคลิน, ชาวดัชท์)

(b) The Dutch settled in Brooklyn    (ชาวดัชท์ตั้งรกรากถิ่นฐานในเมืองบรูคลิน)

(c) Brooklyn was settled by the Dutch    (เมืองบรูคลินถูกตั้งรกรากถิ่นฐานโดยชาวดัชท์)

(d) Settled by the Dutch, Brooklyn    (ถูกตั้งรกรากถิ่นฐานโดยชาวดัชท์, เมือง บรูคลิน)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากประธานของประโยค  (Brooklyn)  เป็นผู้ถูกทำกริยา  (Settled)   (ถูกตั้งรกรากถิ่นฐานโดยชาวดัชท์)  กล่าวคือ  ในกรณีที่ประธานของประโยค  (หลังเครื่องหมายคอมมา)  เป็นผู้ถูกกระทำ  (Passive voice)  กริยาที่นำหน้าวลีซึ่งขึ้นต้นประโยค  (ทำหน้าที่ขยายประธาน)  จะต้องอยู่ในรูปกริยาช่องที่    (Past participle)  ดังตัวอย่างข้างล่าง

                                                 ตัวอย่างที่ 

  • ________________ in all parts of the state, pines are the most common trees in Georgia.

(________________ ในทุกส่วนของรัฐ  ต้นสนเป็นต้นไม้ธรรมดา-สามัญที่สุดในรัฐจอร์เจีย  -  ของสหรัฐฯ)  (คือ  ต้นสนมีอยู่ในทุกส่วนของรัฐ)

(a) They are found

(b) Found    (ถูกพบ)

(c) Finding them

(d) To find them

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากต้องอยู่ในรูปกริยาช่องที่    (Passive voice)  เพราะว่าประธานของประโยค  (ต้นสน)  เป็นผู้ถูกกระทำ  (ถูกพบ)  ดูคำอธิบายเพิ่มเติมจากข้าง ล่าง

                                                ตัวอย่างที่ 

  • _______________________________________________ by the tiger, he ran away.

(__________________________________________________ โดยเสือ   เขาวิ่งหนีไป)

(a) Seeing    (เห็น)

(b) To see

(c) Seen    (ถูกเห็น)

(d) Having seen

ตอบ   -    ข้อ   (c)   เนื่องจากประธานของประโยค   (He)  เป็นผู้ถูกเห็นโดยเสือ  กริยาข้างหน้าประโยคจึงต้องเป็นกริยาช่อง    (Past participle)  เพื่อแสดงการถูกกระทำ (Passive voice)

                                                   ตัวอย่างที่  

  • __________________ in wine, snails are a great luxury in various parts of the world. 

(________________ ในไวน์  หอยทากเป็นอาหารราคาแพงอย่างมากในหลายๆส่วนของโลก)

(a) To cook

(b) Cooking    (ปรุง)

(c) Cooked    (ถูกปรุง)

(d) Cook

ตอบ   -    ข้อ   (c)   เนื่องจากประธานของประโยค  คือ  “Snails”  ซึ่งถูกปรุงในไวน์  (Cooked)  หรือเป็นผู้   “ถูกกระทำ”  จึงต้องอยู่ในรูปกริยาช่องที่    (แสดง “Passive voice)

                                                 ตัวอย่างที่ 

  • ______________________ for several times, the student tried to improve himself.

(________________________________ หลายครั้ง, นักเรียนพยายามปรับปรุงตนเอง)

(a) Punishing the teacher

(b) The teacher punished the student

(c) To punish the teacher

(d) Punished by the teacher    (ถูกลงโทษโดยครู)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากประธานของประโยค  คือ  “The student”  ซึ่งถูกลงโทษโดยครูฯ  กริยา  “Punished”  จึงต้องอยู่ในรูปกริยาช่องที่ 

 

7. Although ____________________ a bit discouraging, she decided to take the job anyway.

(ถึงแม้ว่า ___________________ ทำให้ท้อใจอยู่บ้าง, เธอตัดสินใจรับงานนั้นอย่างไรก็ดี)

(a) it was her mother’s attitude

(b) her mother’s attitude was    (ทัศนคติของแม่ของเธอจะ)

(c) her mother was attitude

(d) the attitude was her mother

 

8. Since all the seats on the train were occupied, we _________________ all the way till destination.

(เพราะว่าที่นั่งทุกที่บนรถไฟเต็มหมด, เรา ______________ ตลอดทั้งเส้นทาง  จน กระทั่งถึงจุดหมายปลายทาง)

(a) must have stood    (จะต้องได้ยืน)  (ในอดีต)

(b) had to stand    (จำเป็นต้องยืน)

(c) would stand    (จะยืน)

(d) should have stood    (ควรจะได้ยืน)  (ในอดีต)

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากได้ใจความดีที่สุด

 

9. Analgesics ________________ pain without markedly interfering with physiological process.

(ยาบรรเทาปวด _______________ ความเจ็บปวด  โดยมิได้ยุ่งเกี่ยวอย่างชัดเจนกับขบวนการทางด้านกายภาพ)

(a) relieving

(b) which relieve

(c) relieve    (บรรเทา, ทำให้ลดลง, ผ่อนคลาย, ปลดปล่อย, แบ่งเบา)

(d) which they relieve

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากเป็นกริยาของประโยค

 

10. In pantomime actors use gestures ________________________ words to convey ideas.

(ในละครใบ้  นักแสดงใช้อากัปกิริยาที่แสดงออก _______________ คำพูด  เพื่อสื่อความคิด)

(a) in place    (“In place of”  =  แทน)

(b) in spite of    (ทั้งๆที่, ทั้งๆ)

(c) because of    (เนื่องมาจาก, เพราะว่า)

(d) instead of    (แทน, แทนที่จะ)

 

11. Tim ________________________________________________ speak French very well.

(ทิม ____________________________________________ พูดภาษาฝรั่งเศสได้ดีมาก)

(a) is able    (สามารถ)

(b) can to

(c) can be able to

(d) can    (สามารถ)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   “Can + Verb 1”  ส่วน  “Be able + To + Verb 1”  ดังนั้น  ประโยคข้างบนจึงอาจใช้  “Tim is able to speak………….........….”  ได้เช่นเดียวกัน

 

12. ____________________________________ talk to his wife, he would listen to the radio.

(__________________________________ คุยกับภรรยาของเขา  เขาอยากจะฟังวิทยุ)

(a) In order to    (เพื่อที่จะ)

(b) Don’t    (อย่า)

(c) Unless    (ถ้า...............................ไม่)

(d) Rather than    (มากกว่าที่จะ)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   ดูเพิ่มเติมการใช้   “Rather than”  จากประโยคข้างล่าง

                                               ตัวอย่างที่  

  • He’d rather read books than __________________________________ to the radio.

(เขาอยากอ่านหนังสือมากกว่า ________________________________________ วิทยุ) 

(a) to listen

(b) listen    (ฟัง)

(c) listening

(d) listened

ตอบ   -   ข้อ   (b)   “Would rather”   หรือ  “Had rather” =  “อยากจะ........................มากกว่า”   ทั้ง    คำ  ใช้ได้เหมือนกัน  แต่นิยมใช้   “Would rather”  มากกว่า  ทั้งนี้   “Would rather + Infinitive without to” (Would rather + Verb 1)

  • I would rather stay home today.

(ผมอยากจะพักอยู่ที่บ้านวันนี้มากกว่า)

                                                 ในกรณีเป็นประโยคปฏิเสธ  วาง  “Not”  ไว้หน้า  “Verb  เช่น

  • I would rather not go out today.

(ผมไม่อยากออกไปข้างนอกวันนี้)

                                                 ถ้ามีการเปรียบเทียบว่า  “อยากทำสิ่งนี้มากกว่าสิ่งนั้น”  หลัง  “Than”   ให้ใช้  “Verb 1”  เช่นเดียวกัน  เช่น

  • I would rather stay home than go out.

(ผมอยากพักอยู่กับบ้านมากกว่าออกไปข้างนอก)

                                                ทั้งนี้   สามารถเอา  “Rather than”  มาไว้หน้าประโยคได้  เช่น

  • Rather than go out, I would stay home.

(มากกว่าออกไปข้างนอก  ผมอยากพักอยู่กับบ้าน)

  • Rather than cry like a little child, she would smile at those who bullied her.

(มากกว่าที่จะร้องไห้เหมือนเด็กเล็กๆ  เธอยิ้มให้กับคนที่รังแกเธอ)

                                                 ในกรณีที่ประธานของประโยคอยากจะให้ใครทำอะไร  ต้องใช้กริยาในอนุประโยคในรูปอดีต  (Past simple หรือ  Past perfect)  ดังตัวอย่างข้างล่าง

  • I would rather he did it tomorrow than today.

(ผมอยากให้เขาทำมันพรุ่งนี้มากกว่าวันนี้)

  • I would rather she left now.

(ผมอยากให้เธอไปตอนนี้มากกว่า)

  • I would rather you went with me now (or tomorrow).

(ผมอยากให้คุณไปกับผมตอนนี้ (หรือ พรุ่งนี้) มากกว่า)

  • I would rather Jim attended the meeting.

(ผมอยากให้จิมเข้าร่วมประชุมมากกว่า)

  • I would rather (that) she didn’t go with him.

(ผมไม่อยากให้เธอไปกับเขามากกว่า)

  • I would rather he had left yesterday.

(ผมอยากให้เขาไปเมื่อวานนี้มากกว่า)

 

13. I hope you don’t mind __________________________________ to come and meet her.

(ผมหวังว่าคุณไม่รังเกียจ _______________________________ ให้มาและพบกับเธอ)

(a) to be asked

(b) you were asked

(c) being asked    (การถูกขอร้อง)

(d) we asked you

ตอบ   -   ข้อ   (c)   “Mind” (รังเกียจ)  + Verb + ing  (Active voice)  แต่ในกรณี  “Passive voice”  ใช้โครงสร้าง  “Mind + Being + Verb 3  (รังเกียจการถูก........................)

  • He didn’t mind carrying the heavy box.

(เขาไม่รังเกียจการแบกกล่องหนักใบนั้น)  (เขาเป็นผู้ทำกริยาแบก)

  • I don’t mind being punished if I’m wrong.

(ผมไม่รังเกียจการถูกลงโทษ  ถ้าผมผิด)  (ผมเป็นผู้ถูกกระทำ  คือถูกลงโทษ)

  • They don’t mind being rejected by the company if they are not qualified.

(เขาไม่รังเกียจการถูกปฏิเสธโดยบริษัท (ไม่รับเข้าทำงาน)  ถ้าเขาไม่มีคุณสมบัติพอ)  (พวกเขาเป็นผู้ถูกกระทำ  คือถูกปฏิเสธ)

 

14. You didn’t tell me how much ______________________________________________.

(คุณมิได้บอกผมว่า _______________________________________________ เท่าใด)

(a) did this cost

(b) this cost    (สิ่งนี้มีราคา)

(c) money this costs

(d) this costed

ตอบ   -   ข้อ   (b)   “Cost”  เมื่อเป็นคำกริยา  หมายถึง  “มีราคา”  กริยา    ช่อง  คือ   “Cost,  Cost,  Cost”  ดังนั้น  จึงไม่เลือก ข้อ  (d)  และเนื่องจากประโยคข้างบนเป็นเหตุการณ์ในอดีต  โดยสังเกตจากกริยาในประโยคใหญ่  (didn’t tell)  จึงต้องใช้กริยา  “Cost” ในประโยคย่อย  ในแบบ  “Noun clause”  (How much this cost)  ในรูปของ  “Past tense”  เพื่อให้สอดคล้องกับกริยาในประโยคใหญ่  ดังนั้น  จึงไม่เลือก  ข้อ   (c)  และเลือกตอบข้อ  (b)  และเนื่องจากข้อความใน  “Noun clause”  ต้องเรียงในรูปประโยคบอกเล่า  จึงไม่เลือก ข้อ  (a)

 

15. Bill and Sally decided to get married _________________________________________.

(บิลและแซลลี่ตัดสินใจแต่งงานกัน __________________________________________)

(a) as to plan

(b) according to planned

(c) as plan

(d) as planned    (ตามที่ได้วางแผนไว้)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เพราะลดรูปมาจาก  “Adverb clause”  (…….......……married as it was planned)   หรือ  (………........….married as it had been planned)   จึงเหลือเพียง  “………..........…married as planned

 

16. The hotel was full so we decided to go to ____________________________________.

(โรงแรมมีแขกพักเต็ม  ดังนั้น  เราตัดสินใจไป (หาที่พัก) _________________________)

(a) elsewhere

(b) somewhere else

(c) other place

(d) some other place    (สถานที่อื่นๆ)

ตอบ   -    ข้อ   (d)  ซึ่งใจความดีกว่า ข้อ   (c)  สำหรับ  ข้อ   “A, B”   มีที่ใช้ดังนี้

  • The hotel was full so we decided to go elsewhere (= somewhere else).

(โรงแรมมีแขกพักเต็ม  ดังนั้น  เราตัดสินใจไป (พัก) ที่อื่น)

 

17. ______________________________ the air being so warm, he decided to sleep outside.

(____________________________________ อากาศร้อน  เขาตัดสินใจนอนข้างนอก)

(a) Since

(b) With    (ด้วย)

(c) As

(d) For    (สำหรับ)

ตอบ   -   ข้อ    (b)   ต้องใช้   “With”  (Preposition)  เนื่องจากข้อความที่ตามมาเป็นวลี   “The air being so warm”  มิใช่ประโยค  (ประธานฯ  + กริยา)

 

18. Sometimes I don’t feel like studying English and mathematics and ________ the major subjects.

(บางครั้ง-บางโอกาส  ผมรู้สึกไม่ชอบเรียนภาษาอังกฤษและคณิตศาสตร์  และ _________ วิชาหลักๆ)

(a) rest

(b) rest of

(c) the rest

(d) the rest of    (ส่วนที่เหลือของ)

 

19. When there’s something he likes, a concert of good music, Father puts his hearing aid _____________ and listens.

(เมื่อมีบางสิ่งบางอย่างที่เขาชอบ  เช่น  คอนเสิร์ตดนตรีดีๆ  พ่อจะสวมเครื่องช่วยฟังของเขา _____________ และฟัง  -  ดนตรีนั้น)

(a) on    (“Put on”  =  สวม, สวมใส่  -  เสื้อผ้า)

(b) up

(c) in    (“Put something in”  =  สวม, สวมใส่  -  ในรูหู)

(d) aside    (“Put aside”  =  กันหรือแยก (เงิน, สิ่งของ) เอาไว้ต่างหาก)

(e) out    (“Put out”  =  ดับไฟ)

 

20. What has happened _________________________________________________ you?

(อะไรได้เกิดขึ้น __________________________________________________ คุณ)

(a) to    (กับ)

(b) of

(c) with

(d) by

(e) on

ตอบ   -   ข้อ   (a)   สำหรับวลีที่ใช้กับ   “To”  ดูจากพารากราฟข้างล่าง

                                                 สำหรับคำคุณศัพท์  (Adjective)   ที่ใช้กับ “To”   ได้แก่   kind (กรุณา, ใจดี)  -  He is very kind to me.  (เขากรุณาต่อผมมาก),  “new”  (It is new to me.  –  มัน (เป็นเรื่อง) ใหม่สำหรับผม), close  (ใกล้ชิดกับ),  cruel  (โหดร้ายกับ),  hostile  (มุ่งร้าย หรือเป็นปฏิปักษ์กับ),  obvious  (ชัดเจนแก่),  obedient  (เชื่อฟังต่อ),  peculiar  (แปลกประหลาดแก่, เฉพาะกับ),  equal  (เท่ากันกับ),  grateful  (ขอบคุณ, เป็นหนี้บุญคุณ)  -  I’m very grateful to your kind assistance.  (ผมขอบคุณอย่างมากต่อความช่วยเหลือของคุณ),  harmful  (เป็นอันตรายต่อ),  kind  (กรุณาต่อ),  dear  (เป็นที่รักแก่),  faithful  (ศรัทธาต่อ),  junior  (อาวุโสน้อยกว่า),  senior  (อาวุโสมากกว่า)  -  He is senior to me in the army.  (เขาอาวุโสกว่าผมในกองทัพ  -  คือมียศสูงกว่า),  inferior  (ด้อยกว่า, เลวกว่า, แย่กว่า),  superior  (ดีกว่า, เหนือกว่า),  polite  (สุภาพต่อ)  -  He is polite to everyone he meets.  (เขาสุภาพกับทุกคนที่เขาเจอะเจอ),  familiar  (คุ้นเคยกับ)  -  Most people at the party were familiar to me.  (คนส่วนใหญ่ที่งานเลี้ยงคุ้นเคยกับผม,  useful  (เป็นประโยชน์กับ),  similar  (คล้ายกับ),  rude  (หยาบคายกับ),  previous  (ก่อน),  used  (เคย),  accustomed  (คุ้นเคย, เคยชิน)  -  They are accustomed to hot weather.  (พวกเขาคุ้นเคยกับอากาศร้อน),  clear  (ชัดเจนกับ),  essential  (จำเป็นกับ),  necessary  (จำเป็นต่อ),  good  (ปฏิบัติดีต่อ),  identical  (เหมือนกับ)  -  The material is almost identical to limestone.  (วัตถุชิ้นนั้นเกือบจะเหมือนกันเป๊ะกับหินปูน),  satisfactory (เป็นที่พอใจของ),  important  (สำคัญต่อ),  significant  (สำคัญต่อ),  equivalent  (เท่ากับ, เสมือนกับ),  loyal  (จงรักภักดีต่อ)   เป็นต้น

                                               สำหรับคำกริยาที่ใช้กับ  “To”  ได้แก่   “happen”  (เกิดขึ้น)  -  The accident happened to his family a long time ago.  (อุบัติเหตุเกิดขึ้น กับครอบครัวของเขานานมาแล้ว),  keep to the right  (ชิดด้านขวามือ)  -  In Germany, traffic keeps to the right.  (ในประเทศเยอรมัน  ยวดยานขับชิดด้านขวามือของถนน),  occur  (เกิดขึ้น),  resort  (หันไปใช้)  -  You must never resort to violence.  (คุณจะต้องไม่หันไปใช้ความรุนแรง),  compare  (เปรียบ เทียบว่าเหมือนกับ)-  Some people compare sleep to death.  (บางคนเปรียบ เทียบการนอนหลับว่าเหมือนกับความตาย),  belong  (เป็นของ)  -  That car belongs to me.  (รถยนต์คันนั้นเป็นของผม),  attend  (เอาใจใส่)  -  You should attend to your teacher’s advice.  (คุณควรเอาใจใส่คำแนะนำของอา จารย์),  see to it  (ดูแลในเรื่อง, จัดการในเรื่อง)  -  I will see to it that you get what you want.  (ผมจะดูแลให้ว่า  คุณได้ทุกอย่างที่คุณต้องการ),  consent  (ยิน ยอมต่อ)  -  He consented to postponement of the trip.  (เขายินยอมกับการเลื่อนการเดินทางออกไป),  attribute  (มีสาเหตุมาจาก)   -  He attributed the worsening situation to increased conflicts between the government and the people.  (เขาคิดว่าสถานการณ์ที่แย่ลง  มีสาเหตุมาจากความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลและประชาชน),  apply  (สมัคร, ขอ),  reply  (ตอบ),  appeal  (อุทธรณ์, ชวนให้เกิดความสนใจ หรือ หลงใหล),  confine  (จำกัดอยู่ใน),  turn  (หันไปหา, หันไปใช้),  amount  (รวมเป็นจำนวน),  surrender  (ยอมจำนนต่อ),  listen  (ฟัง),  recommend  (แนะนำว่าดี),  devote  (อุทิศแก่),  accustom  (ทำให้คุ้นเคยกับ),  object  (คัดค้าน, ไม่เห็นด้วยกับ),  succumb  (พ่ายแพ้ต่อ, ยอมจำนนกับ)  -  He finally succumbed to injury.  (เขาในที่สุดพ่ายแพ้ต่อการบาดเจ็บ  -  คือตาย),  complain  (บ่น หรือ ร้องเรียนกับ)  They complained to me about the noise.  (เขาร้องเรียนกับผมเกี่ยวกับเรื่องเสียงดัง),  suggest  (แนะนำกับ)   -  I suggested to him that he should work harder.  (ผมแนะนำกับเขาว่า  เขาควรขยันมากขึ้น),  respond  (ตอบสนองต่อ)   - The government should quickly respond to its people’s demand.  (รัฐบาลควรตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนอย่างรวดเร็ว),  look forward to  (ตั้งหน้าตั้งตารอคอย),  refer  (อ้างถึง, แนะนำให้ไปหา),  yield  (จำนน หรือพ่ายแพ้ต่อ),  introduce  (แนะนำให้รู้จักกับ),  reduce  (ลดลงจนต้อง),  be used to  (คุ้นเคยหรือเคยชินกับ),  get used to  (คุ้นเคยหรือเคยชินกับ),  be accustomed to  (คุ้นเคยหรือเคยชินกับ),  get accustomed to  (คุ้นเคยหรือเคยชินกับ),   เป็นต้น

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                 ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป

 

 

 

 

 

หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 376)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Part V: Sentence Completion   (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

 

1. Most sociologists recognize _______________________________________________.

(นักสังคมวิทยาส่วนใหญ่ยอมรับ (หรือ จำแนกออกเป็น) __________________________)

(a) that social change of four main types

(b) four main types of social change    (ประเภทใหญ่ๆ ๔ ประเภทของการเปลี่ยนแปลงทางสังคม)  (= การเปลี่ยนแปลงทางสังคม ๔ ประเภทใหญ่ๆ)

(c) are four main types of social change

(d) and social change of four main types

 

2. Soft materials such as cork and felt absorb ______________________ that strikes them.

(วัสดุอ่อนนุ่ม เช่น ไม้ก๊อกและสักหลาด (ที่ไม่ใช่ผ้าทอ) ดูดซับ ____________ ซึ่งกระทบมัน)

(a) most sound of it

(b) the sound most

(c) sound the most

(d) most of the sound    (เสียงส่วนใหญ่)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากเป็นกรรมของกริยา  “Absorb

 

3. All of the plants now raised on farms have been developed from plants _____________ wild.

(พืชทุกชนิดซึ่ง (ได้รับการ) เพาะปลูกในไร่ในปัจจุบัน  ได้รับการพัฒนาจากพืช _________ ในป่า)

(a) once they grew

(b) they grew once

(c) that once grew    (ซึ่งครั้งหนึ่ง (เคย) เจริญเติบโต)

(d) once grew

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจาก  “That once grew wild”  เป็นอนุประโยคแบบ  “Adjective clause”  ทำหน้าที่ขยายคำนาม  (Plants)  คำหลัง

 

4. In 1960, singer Cliff Richard bought a house in London, ____________ for nearly four decades.

(ในปี  ๑๙๖๐ นักร้อง (นาม) คลิฟ ริชาร์ด  ซื้อบ้านหลังหนึ่งในลอนดอน, ____________ เป็นเวลาเกือบ    ทศวรรษ)

(a) lived and worked there

(b) which did he live and work

(c) which he lived and worked

(d) where he lived and worked    (ที่ซึ่งเขาอาศัยและทำงาน)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   หรืออาจตอบ  “In which he lived and worked”  เนื่องจาก  “Where  =  In which

 

5. _______________________________________________________, heat is produced.

(__________________________________________, ความร้อน (จะ) ถูกสร้างขึ้นมา)

(a) The mixing together of certain chemicals

(b) When certain chemicals are mixed together    (เมื่อสารเคมีบางชนิดถูกผสมเข้าด้วยกัน)

(c) Certain chemicals mixed together

(d) That certain chemicals are mixed together

ตอบ   -   ข้อ    (b)   เนื่องจากเป็นอนุประโยคกริยาวิเศษณ์บอกเวลา  (Adverb clause of time)  ขยายกริยา  “Is produced”  ในประโยคใหญ่  (Heat is produced)  เพื่อบอกให้รู้ว่า  “ความร้อนถูกสร้างขึ้นมาเมื่อใด

 

6. __________________ was not incorporated as a city until almost two centuries later, in 1834.

(________________ มิได้ถูกรวม (ผนวก) เข้าเป็นเมือง (ในรัฐนิวยอร์กของสหรัฐฯ) จนกระทั่งเกือบจะ ๒ ศตวรรษต่อมา, ในปี  ๑๘๓๔)  (เนื่องจากถือว่ามิได้เป็นชุมชนของชาวอเมริกัน  ซึ่งเป็นอาณานิคมของอังกฤษในขณะนั้น)

(a) Settling in Brooklyn, the Dutch    (ตั้งรกรากถิ่นฐานในเมืองบรูคลิน, ชาวดัชท์)

(b) The Dutch settled in Brooklyn    (ชาวดัชท์ตั้งรกรากถิ่นฐานในเมืองบรูคลิน)

(c) Brooklyn was settled by the Dutch    (เมืองบรูคลินถูกตั้งรกรากถิ่นฐานโดยชาวดัชท์)

(d) Settled by the Dutch, Brooklyn    (ถูกตั้งรกรากถิ่นฐานโดยชาวดัชท์, เมือง บรูคลิน)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากประธานของประโยค  (Brooklyn)  เป็นผู้ถูกทำกริยา  (Settled)   (ถูกตั้งรกรากถิ่นฐานโดยชาวดัชท์)  กล่าวคือ  ในกรณีที่ประธานของประโยค  (หลังเครื่องหมายคอมมา)  เป็นผู้ถูกกระทำ  (Passive voice)  กริยาที่นำหน้าวลีซึ่งขึ้นต้นประโยค  (ทำหน้าที่ขยายประธาน)  จะต้องอยู่ในรูปกริยาช่องที่    (Past participle)  ดังตัวอย่างข้างล่าง

                                                ตัวอย่างที่ 

  • _______________ in all parts of the state, pines are the most common trees in Georgia.

(________________ ในทุกส่วนของรัฐ  ต้นสนเป็นต้นไม้ธรรมดา-สามัญที่สุดในรัฐจอร์เจีย  -  ของสหรัฐฯ)  (คือ  ต้นสนมีอยู่ในทุกส่วนของรัฐ)

(a) They are found

(b) Found    (ถูกพบ)

(c) Finding them

(d) To find them

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากต้องอยู่ในรูปกริยาช่องที่    (Passive voice)  เพราะว่าประธานของประโยค  (ต้นสน)  เป็นผู้ถูกกระทำ  (ถูกพบ)  ดูคำอธิบายเพิ่มเติมจากข้าง ล่าง

                                               ตัวอย่างที่ 

  • _______________________________________________ by the tiger, he ran away.

(_________________________________________________ โดยเสือ   เขาวิ่งหนีไป)

(a) Seeing    (เห็น)

(b) To see

(c) Seen    (ถูกเห็น)

(d) Having seen

ตอบ   -    ข้อ   (c)   เนื่องจากประธานของประโยค   (He)  เป็นผู้ถูกเห็นโดยเสือ  กริยาข้างหน้าประโยคจึงต้องเป็นกริยาช่อง    (Past participle)  เพื่อแสดงการถูกกระทำ (Passive voice)

                                                ตัวอย่างที่  

  • ____________________ in wine, snails are a great luxury in various parts of the world. 

(__________________ ในไวน์  หอยทากเป็นอาหารราคาแพงอย่างมากในหลายๆส่วนของโลก)

(a) To cook

(b) Cooking    (ปรุง)

(c) Cooked    (ถูกปรุง)

(d) Cook

ตอบ   -    ข้อ   (c)   เนื่องจากประธานของประโยค  คือ  “Snails”  ซึ่งถูกปรุงในไวน์  (Cooked)  หรือเป็นผู้   “ถูกกระทำ”  จึงต้องอยู่ในรูปกริยาช่องที่    (แสดง “Passive voice)

                                              ตัวอย่างที่ 

  • ________________________ for several times, the student tried to improve himself.

(__________________________________ หลายครั้ง, นักเรียนพยายามปรับปรุงตนเอง)

(a) Punishing the teacher

(b) The teacher punished the student

(c) To punish the teacher

(d) Punished by the teacher    (ถูกลงโทษโดยครู)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากประธานของประโยค  คือ  “The student”  ซึ่งถูกลงโทษโดยครูฯ  กริยา  “Punished”  จึงต้องอยู่ในรูปกริยาช่องที่ 

 

7. _____________ is statistically much safer than most other forms of transport, but this fact doesn’t stop many people feeling nervous about it.

(_______________ ในทางสถิติแล้วปลอดภัยกว่ารูปแบบอื่นๆของการขนส่งอย่างมาก, แต่ข้อเท็จจริงนี้มิได้หยุดยั้งผู้คนจำนวนมากมิให้รู้สึกวิตกกังวลเกี่ยวกับมัน)  (โดย เฉพาะผู้ที่คิดจะเดินทางโดยเครื่องบิน)

(a) Having flown

(b) To have flown

(c) Flying    (การบิน, การโดยสารเครื่องบิน)

(d) In flying

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เป็นการใช้  “Verb + ing”  (Gerund)  หรือ  “To + Verb 1” (Infinitive with to)  ทำหน้าที่เป็นประธานของประโยค  ดูเพิ่มเติมจากตัวอย่างข้างล่าง

                                                ตัวอย่างที่ 

  • She told me she looked sleepy because _____________ ten hours a day in the hospital was quite tiring.

(เธอบอกผมว่าเธอมีอาการง่วงนอน  เพราะว่า ______________ ๑๐  ชั่วโมงใน   วันในโรงพยาบาล  น่าเหน็ดเหนื่อยมาก)

(a) in working

(b) by working

(c) work

(d) working    (การทำงาน)

ตอบ   -   ข้อ    (d)   เนื่องจากเป็นประธานของประโยคย่อย  “Because working ten hours a day in the hospital was quite tiring”  โดยมี   “Ten hours a day in the hospital”  เป็นส่วนขยายประธาน  และมี  “Was”  เป็นกริยา  และ  “Quite tiring”  เป็น  “Complement”  ของ  “Verb to be”  (Was)  ดูเพิ่มเติมการใช้  “Verb + ing”  (Gerund)  หรือ  “To + Verb 1”  (Infinitive with to)  เป็นประธานของประโยค  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                               ตัวอย่างที่ 

  • Refrigerating meats ________________________________ the spread of bacteria.

(การแช่เย็นเนื้อ _______________________________ การแพร่กระจายของแบคทีเรีย)

(a) is retarded

(b) retards    (ขัดขวาง, ทำให้ช้า, หน่วงเหนี่ยว)

(c) to retard

(d) retarding

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจาก  “Refrigerating” (การแช่เย็น)  เป็นประธานของประโยค  โดยมี  “Meats”  ขยายประธาน (เป็นกรรมของประธาน)  และมี  “Retards”  เป็นกริยาของประโยค   ซึ่งต้องเติม  “S”  เนื่องจาก  “Refrigerating”  (Gerund)  ถือเป็นคำนามเอกพจน์  ดูเพิ่มเติมการใช้  “Verb + ing”  (Gerund)  หรือ  “To + Verb 1”  (Infinitive with to)  เป็นประธานของประโยค  จากประโยคข้างล่าง

  • Swimming is a good exercise.

(= To swim is a good exercise.)

(การว่ายน้ำเป็นการออกกำลังกายที่ดี)

  • Playing badminton is his favorite hobby.

(= To play badminton is his favorite hobby.)

(การเล่นแบดมินตันเป็นงานอดิเรกที่โปรดปรานของเขา)

  • Working in cool weather is pleasure.

(= To work in cool weather is pleasure.)

(การทำงานในอากาศที่เย็นเป็นความรื่นรมย์)

  • Breathing is indispensable to all living things.

(= To breathe is indispensable to all living things.)

(การหายใจเป็นสิ่งจำเป็นยิ่งสำหรับสิ่งมีชีวิตทั้งหมด)

  • Sleeping is necessary to health.

(= To sleep is necessary to health.)

(การนอนหลับเป็นสิ่งจำเป็นต่อสุขภาพ)

  • Walking for three hours makes him tired.

(= To walk for three hours makes him tired.)

(การเดินเป็นเวลา  ๓  ชั่วโมงทำให้เขาเหนื่อย)

  • Fishing in the river gave them much relaxation.

(= To fish in the river gave them much relaxation.)

(การตกปลาในแม่น้ำให้ความผ่อนคลายกับพวกเขาอย่างมาก)

 

8. By the end of this year, the television company _____________ this soap opera for ten years.

(ราวๆสิ้นปีนี้, บริษัทโทรทัศน์ ______________________ ละครทีวีซีรี่ย์เรื่องนี้เป็นเวลา  ๑๐  ปี)

(a) will broadcast    (จะออกอากาศ)

(b) is broadcasting    (กำลังออกอากาศ)

(c) has been broadcasting    (ได้กำลังออกอากาศ...............แล้ว)

(d) will have been broadcasting    (จะได้กำลังออกอากาศ.............แล้ว)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากต้องการบอกว่า  เมื่อถึงเวลาหนึ่งในอนาคต  (ราวๆสิ้นปีนี้)  จะมีเหตุการณ์หนึ่ง  (บริษัทฯ ออกอากาศละครทีวี)  ได้กำลังดำเนินอยู่  (และจะดำเนินต่อไป)  เป็นเวลา  ๑๐  ปีแล้ว  จึงใช้รูป  “Present future perfect continuous tense”  {Subject + Will (Shall) + Have + Been + Verb + ing}

 

9. The thing _____________ annoys me most about her is that she always keeps asking questions that make no sense.

(สิ่ง ______________ ทำให้ผมรำคาญ (ขุ่นเคือง) มากที่สุดเกี่ยวกับตัวเธอก็คือว่า  เธอมักจะถามคำถามที่ไม่มีสาระอยู่เป็นประจำ)

(a) who    (ผู้ซึ่ง)

(b) which    (ซึ่ง, ที่)

(c) when    (เมื่อ)

(d) often    (บ่อยๆ)

ตอบ   -   ข้อ   (b)   หรืออาจตอบ  “That”  ก็ได้

 

10. Muskrats generally ____________ close to the edge of a bog, where their favorite plant foods grow plentifully.

(หนูตัวใหญ่ในทวีปอเมริกาเหนือ  โดยทั่วไปแล้ว _____________ ใกล้กับริมห้วย (หนอง, บึง), ที่ซึ่งอาหารประเภทพืชที่โปรดปรานของมัน  เจริญเติบโตอย่างอุดมสมบูรณ์)

(a) staying

(b) they are staying

(c) stay    (อยู่, พักอาศัย)

(d) to stay there

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากเป็นกริยาของประโยคใหญ่  (Main clause)

 

11. You should read ______________________________________ one book every month.

(คุณควรอ่านหนังสือ _______________________________________ เล่ม ทุกๆ เดือน)

(a) least    (น้อยที่สุด)

(b) at least    (อย่างน้อยที่สุด)

(c) at the least

(d) at a least

ตอบ   -   ข้อ   (b)   นอกจากนี้    ยังมีวลี   “In the least” ซึ่งใช้เน้นข้อความปฏิเสธ  เช่น  “I don’t mind in the least, I really don’t.  (ผมมิได้รังเกียจแม้แต่นิดเดียว   มิได้รังเกียจจริงๆ),  She wasn’t in the least jealous.  (เธอมิได้มีความหึงหวง  (หรืออิจฉา)  แม้แต่นิดเดียว),  It was changing me in a way that I had not in the least expected.  (มันกำลังเปลี่ยนแปลงผม  ในแบบที่ว่า  ผมมิได้เคยคาดฝันไว้แม้แต่นิดเดียว),  เป็นต้น

 

12. He was getting ______________________ the top of the mountain when it began to rain. 

(เขากำลังเข้าไป _____________________________________ ยอดเขา  เมื่อฝนเริ่มตก) 

(a) nearly    (เกือบจะ,  จวนจะ) 

(b) near    (ใกล้)

(c) nearby    (ข้างเคียง,  ใกล้เคียง, ใกล้ชิด, ถัดไป) 

(d) nearing    (“Verb + ing”  =  ใกล้เข้ามา)

ตอบ   -   ข้อ   (b)   ดูคำอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับ   “Near, Nearly”  จากประโยคข้างล่าง

                                              ตัวอย่างที่  

  • They were careful to seat the important guests ______________ the host so he could talk to them easily.

(พวกเขามีความรอบคอบที่จัดที่นั่งให้แขกคนสำคัญ _______________ กับเจ้าภาพ  เพื่อที่ว่าเขา (เจ้าภาพ) จะได้สามารถสนทนากับแขกคนสำคัญได้อย่างง่าย – สะดวก)

(a) near to

(b) near    (ใกล้, ใกล้เคียง)

(c) next    (ถัดไปจาก, ติดกัน, ใกล้กับ)

(d) nearly    (เกือบจะ, จวนจะ)

ตอบ  -  ข้อ    (b)   เนื่องจาก  “Near”  ไม่ต้องตามด้วย   “To”  ส่วน  “Next”  ต้องตามด้วย  “To”  เสมอ  (ในความหมาย  “ถัดไปจาก หรือ ติดกันกับ”)  ส่วน  “Nearly”  ใช้ดังนี้  คือ

  • She has been sitting here for nearly an hour.

(เธอนั่งอยู่ที่นี่เกือบชั่วโมงหนึ่งแล้ว)

  • He was nearly as tall as his sister was.

(เขาสูงเกือบจะเท่ากับพี่สาวของเขา)

  • It was nearly dark.

(มันจวนจะค่ำแล้ว)

  • I think about it nearly all the time.

(ผมคิดเกี่ยวกับมันเกือบจะตลอดเวลา)

 

13. _________________________________________ did your father go out of the house?

(พ่อของคุณออกไปนอกบ้าน ___________________________________________)

(a) Where

(b) How long

(c) When    (เมื่อไร)

(d) Since when

ตอบ   -   ข้อ   (c)   ส่วนถ้าเลือก ข้อ   (a)  ต้องถามว่า  “Where did your father go?”  (พ่อของคุณไปที่ไหนถ้าเลือก ข้อ (b)  ต้องถามว่า  “How long ago did your father go out of the house?”  (นานเท่าใดมาแล้ว  ที่พ่อของคุณออกไปนอกบ้าน)  ซึ่งความหมายเหมือนข้อ  (c)  นั่นเอง  (How long ago = When)  และในกรณีเลือก ข้อ  (d)  ต้องแก้เป็น  “Since when has your father gone out of the house?”  (พ่อของคุณได้ออกไปนอกบ้านตั้งแต่เมื่อใดคือต้องใช้รูป  “Present perfect tense”  (…………has your father gone………)  เนื่องจากแสดงความต่อเนื่องของเหตุการณ์   คือ  “พ่อของคุณออกไปนอกบ้าน  อาจเป็น  ๒ – ๓ ชั่วโมง ที่แล้ว  และขณะที่ถามคำถามประโยคนี้  พ่อฯ ก็ยังไม่กลับเข้าบ้าน”   ถือเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต   และดำเนินต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน  (ขณะที่พูด)  จึงต้องใช้รูป  “Present perfect tense”  ดังกล่าว

 

14. Don’t enter ____________________________________________________ this cave.

(อย่าเข้าไปใน  ____________________________________________________ ถ้ำนี้)

(a) in

(b) to

(c) into

(d) (No word is needed.)   (ไม่ต้องใช้  “Preposition”  ใดๆ เลย)

ตอบ   -   ข้อ   (d)

 

15. Most of the people were saved from the flood.  Only five persons _________________.

(คนส่วนใหญ่ได้รับการช่วยชีวิตจากน้ำท่วม  มีเพียง  ๕  คนเท่านั้น __________________)

(a) dead     (ตาย)  (เป็นคำคุณศัพท์)

(b) died    (ตาย)  (เป็นคำกริยา)

(c) were died

(d) would die

ตอบ   -   ข้อ   (b)  หรืออาจตอบ  “Were dead”  ก็ได้

 

16. ___________________________ has succeeded in life and become rich before he is fifty.

(___________________________ ได้ประสบความสำเร็จในชีวิต  และร่ำรวยก่อนอายุ  ๕๐ ปี)

(a) A many poor boy

(b) Many a poor boy    (เด็กยากจนจำนวนมาก)

(c) A many poor boys 

(d) Many poor boy

(e) Many poor boys

(f) Many a poor boys

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจาก  “Many a poor boy”  =  “Many poor boys” (เด็กยากจนจำนวนมาก)  แต่ใช้กับโครงสร้างต่างกัน  ดังนี้

  • Many a wise student has got a scholarship.
  • Many wise students have got a scholarship.

(ทั้ง   ประโยคข้างบน  มีความหมายเหมือนกัน  คือ  “นักเรียนที่ฉลาดจำนวนมากได้รับทุนการศึกษา”)

 

17. Please inform me _______________________________________________________.

(กรุณาบอกให้ผมทราบ  _______________________________________________)

(a) your decision

(b) about your decision

(c) on your decision

(d) of your decision    (เรื่องการตัดสินใจของคุณ)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  เนื่องจากเป็นไปตามโครงสร้าง  {Subject + Inform + Someone (Object) + Of + Something}  (ประธานฯ บอกใคร  เกี่ยวกับเรื่องอะไร)

                                                  สำหรับวลีที่ใช้  “Of”   ได้แก่   “of age”  (โตพอที่จะทำอะไรบางอย่าง, อายุมากพอที่จะลงคะแนนเลือกตั้ง  หรือซื้อเหล้า-เบียร์,  ได้รับการพัฒนาอย่างเต็มที่)  -  Mary will be of driving age on her next birthday   (แมรี่จะถึงวัยที่ได้รับอนุญาตให้ขับรถได้  ในวันเกิดของเธอปีหน้า),  “of course”  (แน่นอน, ไม่ต้องสงสัยเลย, เป็นเรื่องธรรมดา, เหมือนที่คาดหวังไว้)  -  Of course you know that girl; she is in your class   (แน่นอน  คุณรู้จักเด็กผู้หญิงคนนั้น  เธอเป็นเด็กนักเรียนของคุณ  -  หรือ เธอเรียนอยู่ในชั้นเดียวกับคุณ –  คือเป็นเพื่อนคุณ),  “remind someone of”  (เตือนใครให้นึกถึงเรื่อง.........)  -  She reminded me of her mother.  (เธอเตือนให้ผมนึกถึงแม่ของเธอ  -  ด้านรูปร่างหน้าตาหรือนิสัยใจคอ),   “approve”  (อนุมัติ, เห็นชอบ),  “boast”  (คุยโม้),  “think”  (คิดถึงเรื่อง),  “warn”  (เตือน),   “accuse someone of”  (กล่าวหาใครในเรื่อง..........)  -  They accused him of stealing their car.  (พวกเขากล่าวหาเขาว่าขโมยรถยนต์),  “suspect”  (สงสัย),  “consist”  (ประกอบด้วย),  “be composed of”  (ประกอบด้วย),  “dream”  (ฝัน),  “hear”  (ได้ยิน),  “beware”  (ระวัง),  “complain”  (บ่น, ร้องทุกข์),  “convince”  (ทำให้เชื่อ),  “disapprove”  (ไม่อนุมัติ, ไม่เห็นด้วย),  “assure”  (รับรอง),  “cure”  (รักษาให้หายจากโลก),  “smell”  (ได้กลิ่น),  “full”  (เต็มไปด้วย), “fond”  (ชอบ, หลงใหล), “careful”  (ระวัง, รอบคอบ), “frightened”  (ตกใจกลัว), “confident”  (มั่นใจ), “short”  (ขาดแคลน), “tired”  (เบื่อ, เหนื่อย), “sure”  (มั่นใจ), “aware”  (ตระหนัก, รู้ดี), “certain” (มั่นใจ, แน่นอน), “free”  (ยกเว้น), “proud”  (ภูมิใจ), “hopeful”  (มีความหวัง), “glad”  (ดีใจ), “capable”  (สามารถ), “ashamed”  (ละอายใจ), “suspicious”  (สงสัย, ระแว), “tolerant”"  (อดทนต่อ, ใจกว้างต่อ), “considerate”  (เกรงใจ), “ignorant”  (ไม่รู้), “convinced”  (เชื่อ), “ahead”  (ล่วงหน้า), “shy”  (อาย, ละอาย), “conscious”  (รู้สึกถึง), “jealous”  (อิจฉา, หึงหวง), “envious”  (อิจฉา, หึงหวง),  “a cup of tea”  (ชา ๑ ถ้วย),  “a sheet of paper”  (กระดาษ  ๑  แผ่น),  “a number of dogs”  (หมาจำนวนมาก),“the number of students”  (จำนวนนักเรียน),  “a pair of trousers”  (กางเกงขายาว ๑ ตัว), “millions of dollars”  (เงินหลายล้านดอลล่าร์),  “two gallons of water”  (น้ำ ๒  แกลลอน),  “10% of the population”  (๑๐  เปอร์เซนต์ของประชากร),  “a town of 2,000 people”  (เมืองที่มีประชากร  ๒,๐๐๐  คน),  “Half of the boats sank.”  (เรือจำนวนครึ่งหนึ่งจมลง),  “a bag of gold”  (ทองถุงหนึ่ง),  “at a rate of 20 dollars a day”  (ในอัตรา  ๒๐  เหรียญต่อวัน),  “a boy of sixteen”  (เด็กอายุ  ๑๖  ปี),  “at the age of five”  (ตอนอายุ  ๕  ขวบ),  “a baby of 6 months”  (ทารกอายุ    เดือน),  “the first of a series of movies”  (ตอนแรกของภาพยนตร์ซีรี่ส์),  “one of the problems”  (หนึ่งในหลายปัญหา),  “two of the three”  (๒  ใน  ๓), “many of the students”  (นักเรียนหลายคน),  “a meeting of executives”  (การประชุมผู้บริหาร),  “a map of Sweden”  (แผนที่ประเทศสวีเดน),  “a picture of the refugees”  (ภาพของผู้อพยพ),  “an account of the event”   (เรื่องราวของเหตุการณ์),   เป็นต้น

 

18. She began ___________________________________________ that she was in danger.

(เธอเริ่ม __________________________________________ ว่า  เธอตกอยู่ในอันตราย)

(a) to realize    (ตระหนัก)

(b) to realizing

(c) and realized

(d) realized

ตอบ   -   ข้อ   (a)   เนื่องจาก   “Begin + To + Verb 1”  หรือ  “Begin + Verb + ing”  โดยที่ความหมายเหมือนกันทุกอย่าง   ดูกริยาที่ใช้แบบเดียวกับ  “Begin”  จากประโยคตัวอย่างข้างล่าง

  • I prefer reading to ____________________________________________________.

(ผมชอบการอ่านมากกว่า ________________________________________________)

(a) write

(b) to write

(c) writing    (การเขียน)

(d) to writing

ตอบ   –    ข้อ   (c)    เนื่องจากต้องใช้ให้สมดุลกับ  “Reading”  ทั้งนี้   “Prefer” สามารถตามด้วย  “Gerund” (Verb + ing)  หรือ  “Infinitive with to” (To + verb 1)  ก็ได้   โดยมีความหมายเหมือนกัน   ดังนั้น ประโยคข้างบน  อาจใช้อีกอย่างหนึ่ง  คือ

  • I prefer to read to to write

(อย่างไรก็ตาม  ไม่นิยมใช้โครงสร้างนี้    เนื่องจากมี  “To”  ถึง  ๓  ตัว)

                                             กริยาต่อไปนี้ สามารถตามด้วย  “Infinitive with to” (To + verb 1)  หรือ  “Gerund” (V. + ing)   แล้วความหมายเหมือนกัน  ได้แก่  “Begin, Start, Continue  (ทำต่อไป), Like,  Dislike  (ไม่ชอบ, เกลียด), Love, Hate  (เกลียด), Propose  (เสนอ), Prefer  (ชอบมากกว่า), Help, Intend  (ตั้งใจ), Hear, Attempt  (พยายาม), Bear  (ทน)”  เช่น

  • They started to play football.

(= They started playing football.)

(เขาเริ่มเล่นฟุตบอล)

  • She likes to dance.

(= She likes dancing.)

(เธอชอบการเต้นรำ)

  • We continued to study for our exam.

(= We continued studying for our exam.)

(เราเรียนต่อไปเพื่อการสอบ)

  • She hates to stay in a dirty place.

(= She hates staying in a dirty place.)

(เธอเกลียดการพักในสถานที่สกปรก)

 

19. Sally is more beautiful than ________________________________ girl I have ever met.

(แซลลี่สวยกว่าเด็กหญิง ____________________________________ ที่ผมเคยพบมา)

(a) any

(b) other

(c) any other    (คนอื่นใดก็ตาม)

(d) the other

ตอบ   -   ข้อ    (c)   ดูเปรียบเทียบกับประโยคข้างล่าง

  • Bangkok is the biggest city in Thailand.

(กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย)

  • Bangkok is bigger than any other city in Thailand.

(กรุงเทพฯ ใหญ่กว่าเมืองอื่นใดในประเทศไทย)

  • No other city in Thailand is as big as Bangkok. 

(ไม่มีเมืองอื่นใดในประเทศไทยใหญ่เท่ากับกรุงเทพฯ)

หมายเหตุ   -   ประโยคทั้ง    ข้างบน  มีความหมายเหมือนกัน  เพียงแต่พูดไปคนละแบบ  จงสังเกตว่า  ใน  “ขั้นกว่า”  และ  “ขั้นเสมอกัน”  ต้องมี  “Other”  เนื่องจาก   “Bangkok”  ป็น  “City”  ในประเทศไทย  แต่จงสังเกตความแตกต่างของโครงสร้างประโยค  จากประโยคข้างล่าง

  • Bangkok is bigger than any city in Laos.

(กรุงเทพฯ ใหญ่กว่าเมืองใดๆ ในลาว)

  • No city in Laos is as big as Bangkok.

(ไม่มีเมืองใดในลาวใหญ่เท่ากับกรุงเทพฯ)

หมายเหตุ   -     ประโยคข้างบนมีความหมายเหมือนกัน  โดยไม่ต้องมี   “Other”  เพราะ  “Bangkok”  ไม่ได้เป็น  “City”  ในลาว

                                                   อนึ่ง  ให้สังเกตว่า  หลัง  “Any other”  หรือ   “Any”  ในขั้นกว่า  ควรเป็นคำนามเอกพจน์   เนื่องจาก  “Any”  ใช้ในความหมาย  “ใดก็ตาม”  ไม่ใช่ในความหมายแสดง  “จำนวน”  ดังเช่นในประโยค

  • Do you have any money?

(คุณมีเงินบ้างไหม)  (“Any” แสดงจำนวน)

  • Were there any women at the party?

(มีผู้หญิงบ้างไหมที่งานเลี้ยง)  (“Any” แสดงจำนวน)

                                                   ดูเพิ่มเติมการใช้ในความหมาย  “ใดก็ตาม”  จากประโยคข้างล่าง

  • He is bigger than any other man here.

(เขาตัวใหญ่กว่า  “ใครก็ตาม”  (ชายคนอื่นใด) ที่นี่)

  • He is bigger than some other men here.

(เขาตัวใหญ่กว่า  “ผู้ชายบางคน”  ที่นี่)

                                                   แต่หลัง   “No other”  หรือ   “No”   ใน  “ขั้นเสมอ”  อาจตามด้วยคำนามเอกพจน์  หรือพหูพจน์ก็ได้  แต่ถ้าใช้คำนามพหูพจน์   ก็ต้องใช้กริยาพหูพจน์ด้วย  เช่น  “Are, Were, Have, etc.”  เช่น

  • No students in the class are as smart as Jim.

(ไม่มีนักเรียนในชั้นที่ฉลาดเท่ากับจิม)

  • No river in Thailand is as long as the Chao Phraya River.

(ไม่มีแม่น้ำในประเทศไทยที่ยาวเท่ากับแม่น้ำเจ้าพระยา)

  • No other city in Thailand is as crowded as Bangkok.

 (ไม่มีเมืองอื่นในประเทศไทย  ที่มีประชากรหนาแน่นเท่ากับกรุงเทพฯ)

  • No other American presidents are as controversial as Donald Trump.

(ไม่มีประธานาธิบดีอเมริกันคนอื่น  ที่มีความขัดแย้ง (หรือเป็นที่โต้เถียง-ถกเถียง)  เท่ากับโดนัล  ทรัมพ์)

 

20. Experienced drivers have _____________________________ accidents than beginners.

(นักขับรถที่มีประสบการณ์  ประสบอุบัติเหตุ ______________ ผู้เริ่มขับรถ หรือมือ ใหม่หัดขับ)

(a) lesser    (น้อยกว่า, เล็กน้อย)

(b) fewer    (น้อยกว่า)  (ขยายคำนามพหูพจน์)

(c) not many    (ไม่มาก)  (ขยายคำนามพหูพจน์)

(d) very few    (น้อยมาก)  (ขยายคำนามพหูพจน์)

ตอบ  -   ข้อ   (b)   เนื่องจากเป็นการเปรียบเทียบ   “ขั้นกว่า”  (Comparative degree)  และ  “Accidents”  เป็นคำนามพหูพจน์  จึงต้องใช้   “Fewer       

 

21. After a _______________________________________ breakfast, he ran to the bus stop.

(หลังจากอาหารเช้าที่ ___________________________________ เขาวิ่งไปที่ป้ายรถเมล์)

(a) hurry    (รีบเร่ง, ความรีบเร่ง)  (เป็นคำกริยา และคำนาม)

(b) hurrying

(c) hurried    (เฮ้อ-รีด)  (เป็นคำคุณศัพท์)  (รีบเร่ง, รีบร้อน, ฉุกละหุก, ด่วน)

(d) hurry’s

ตอบ   -   ข้อ   (c)   ใช้คำคุณศัพท์ขยายหน้าคำนาม   “Breakfast

 

22. His favourite subject is ___________________________________________________.

(วิชาที่โปรดปรานของเขา  คือ _____________________________________________)

(a) mathematic    (mathematics  =  วิชาคณิตศาสตร์)

(b) arithmetic    (วิชาเลขคณิต, เกี่ยวกับเลขคณิต)

(c) physic    (ฟิซ-ซิค)  (ยาถ่าย, ยาเวชภัณฑ์, แพทยศาสตร์, อาชีพแพทย์)   (physics (ฟิซ-ซิคซ)  =  วิชาฟิสิกส์)

(d) economic    (เกี่ยวกับเศรษฐกิจ, ด้านเศรษฐกิจ)  (economics  =  วิชาเศรษฐศาสตร์)

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากเป็นเพียงข้อเดียวที่เป็น   “วิชา

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                 ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป

 

 

 

 

 

 

หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 375)

 

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Part V: Sentence Completion   (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

 

1. With the exception of mercury, _________________ at standard temperature and pressure.

(ยกเว้นปรอท, __________________________________ ที่อุณหภูมิและความดันมาตรฐาน)

(a) metallic elements being solid

(b) which is a solid metallic element

(c) the metallic elements are solid    (ธาตุโลหะต่างๆจะเป็นของแข็ง)

(d) since the metallic elements are solid  

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากเป็นประธาน  (The metallic elements)  และกริยา   (Are)  ของประโยค

 

2. Beverly Sills, _________________, assumed directorship of the New York City Opera in 1979.

(เบฟเวอลี ซิลส์, _________________, เข้ารับตำแหน่งผู้อำนวยการอุปรากร (ละครดนตรี) ของกรุงนิวยอร์กในปี  ๑๙๗๙)

(a) be a star soprano

(b) was a star soprano

(c) a star soprano and

(d) a star soprano    (นักร้องเสียงสูงสุดดาวรุ่ง)

ตอบ   -   ข้อ    (d)   เนื่องจากลดรูปมาจากอนุประโยค  “Beverly Sills, who was a star soprano, assumed……………”

 

3. The Grapes of Wrath, a novel about the Depression years of the 1930’s, is one of John Steinbeck’s _____________ books.

(“ผลพวงแห่งความคับแค้น” (ชื่อหนังสือแปลภาษาไทย), (ซึ่งเป็น) นิยายเกี่ยวกับช่วงเวลาเศรษฐกิจตกต่ำแห่งทศวรรษ  ๑๙๓๐, เป็นหนังสือ ___________ เล่มหนึ่งของจอห์น สไตน์เบ็ค)  (จอห์น สไตน์เบ็ค  เป็นนักเขียนนิยายและเรื่องสั้นชาวอเมริกัน  ผู้ได้รับรางวัลพูลิตเซอร์ ปี  ๑๙๔๐  และรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรม ปี  ๑๙๖๒)

(a) the most famous

(b) most famous    (มีชื่อเสียง (โด่งดัง) มากที่สุด)

(c) are most famous

(d) and most famous

 

4. During the flood of 1927, the Red Cross, _____________ out of emergency headquarters in Mississippi, set up temporary shelters for the homeless.

(ในระหว่างน้ำท่วมปี  ๑๙๒๗, สภากาชาด (อเมริกัน), _____________ จากกองบัญชาการภาวะฉุกเฉินในรัฐมิสซิสซิปี, ได้จัดตั้งที่พักชั่วคราวสำหรับผู้ไร้ที่อยู่อาศัย)

(a) operates

(b) is operating

(c) has operated

(d) operating    (ปฏิบัติงาน)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากลดรูปมาจากอนุประโยค  “……..........…Red Cross, which operated (หรือ  was operating) out of emergency………....….”

 

5. ___________________________________________ other big cats, tigers are carnivorous.

(_______________________________ แมวใหญ่อื่นๆ (ส่วนใหญ่), เสือกินเนื้อเป็นอาหาร)

(a) Like the most

(b) They are like most

(c) Like most    (เหมือนกับ ..................(แมวใหญ่อื่นๆ).................... ส่วนใหญ่)

(d) The most like

ตอบ   -   ข้อ    (c)   ดูเพิ่มเติมการใช้  “Like” (Preposition)  (เหมือน, เหมือนกับ, คล้ายกับ)  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                         ตัวอย่างที่  

  • This car has an engine _________________________________ one in an airplane.

(รถยนต์คันนี้มีเครื่องยนต์ _____________________________ เครื่องยนต์ในเครื่องบิน)

(a) as    (ในฐานะ, เป็น-  เป็น  “Preposition”  ตามด้วยคำนามหรือวลี)  (เหมือน, เหมือนกับที่, ตามที่, ดังที่  -  เป็น “Conjunction”  ตามด้วยประโยค  “Subject + Verb”)

(b) the same    (เหมือนกัน, อย่างเดียวกัน)

(c) as like as    (โครงสร้างนี้ไม่มีใช้)

(d) like    (เหมือน, คล้าย)  (เป็น  “Preposition”)

ตอบ  -  ข้อ   (d)   เนื่องจาก  “Like  (เหมือน, คล้าย)  +  คำนามหรือวลี  ส่วน  “As  (ตามที่, ดังที่)  +  ประโยค” (As + Subject + Verb)  สำหรับอีกโครงสร้างหนึ่งที่สามารถใช้ได้สำหรับประโยคข้างบน  คือ  “This car has the same engine as one in an airplane.”  หรือ  “This car’s engine and one in an airplane are the same.  (หรือ  “are alike,  are similar”)  ดูเพิ่มเติมการใช้   “Like, As”  จากประโยคตัวอย่างข้างล่าง

                                              ตัวอย่างที่  

  • What is the climate __________________________________ in your home town?

(อากาศ ____________________________ อย่างไร (เช่นไร) ในเมืองบ้านเกิดของคุณ)

(a) alike

(b) likely

(c) like    (เป็นเหมือน, เหมือน, คล้าย)

(d) (No word is needed.) (ไม่ต้องเติมคำใด)

ตอบ   -   ข้อ   (c)    ในที่นี้  “Like”  เป็น  “Preposition”  หมายถึง   “เป็นเหมือน, เหมือน,  คล้าย”   ใช้กับ  “Verb to be”  หรือ “Look”  (มีลักษณะ, มีท่าทาง)   ต้องตามด้วยคำนาม

                                                ตัวอย่างที่  

  • The sky is cloudy and it looks like _______________________________________.

(ท้องฟ้ามีเมฆมาก  และมันดูเหมือน _________________________________________)

(a) rain    (ฝน)

(b) to rain

(c) rainy

(d) it will rain

ตอบ   –    ข้อ  (a)   เนื่องจาก  “Like”  ในที่นี้เป็น  “Preposition”  หมายถึง  “เหมือน, คล้าย”  ต้องตามด้วยคำนาม  ซึ่งในที่นี้ คือ  “ฝน

                                                  ตัวอย่างที่  

  • He became a doctor ___________________________________________ his father.

(เขาเป็นหมอ _________________________________________________ พ่อของเขา)

(a) same as

(b) like     (เหมือน)

(c) such as

(d) as

ตอบ    –      ข้อ   (b)   เนื่องจาก   “Like”  เมื่อหมายถึง  “เหมือน, คล้าย”  จะเป็น  “Preposition”  จึงต้องตามด้วยคำนาม   สำหรับข้อนี้อาจตอบได้อีกอย่าง  คือ  “the same as”   ส่วน   “As”  (เหมือนกับ)   ต้องตามด้วย  “Subject + Verb” (ดูความแตกต่างการใช้  “Like”  และ  “As”  จากประโยคข้างล่าง)

  • Like the other nations of Eastern Europe, Poland was politically dominated by the Soviet Union during the Cold War.

(เหมือนกับประเทศอื่นๆในยุโรปตะวันออก  โปแลนด์ถูกครอบงำทางการเมืองโดยสห ภาพโซเวียต  ในระหว่างสงครามเย็น)

หมายเหตุ  -  ประโยคข้างบนใช้  “Like”  เนื่องจาก  “Like” (หมายถึง  “เหมือน, เหมือนกับ, คล้าย”)   ต้องตามด้วยคำนามหรือวลี   เช่น  “Like the other nations”  (เหมือนกับประเทศอื่นๆ), “Like his father”  (เหมือนพ่อของเขา),  “Like most hard-working people” (เหมือนคนทำงานหนักส่วนใหญ่)  ส่วน  “as” (หมายถึง “เหมือนกับ”)   ต้องตามด้วยอนุประโยค  (As + Subject + Verb)   เช่น

  • He did as his father had told him to do.

(เขาทำเหมือนที่พ่อของเขาบอกให้ทำ)

  • She smiled as her mother did when she was young.

(เธอยิ้มเหมือนที่แม่ของเธอยิ้ม  เมื่อตอนที่ (แม่) เป็นเด็ก)

                                                 สำหรับ  “As”  เมื่อเป็น  “Preposition”  มีความหมายว่า  “ในฐานะ หรือ เป็น”  จะต้องตามด้วยคำนามหรือวลี  เช่น

  • She works as a doctor.

(เธอทำงานเป็นหมอ)

  • He is known as a man who keeps his words.

(เขาเป็นที่รู้จักกันในฐานะคนที่รักษาคำพูด)

  • They have been recognized as the men who died for their country.

(พวกเขาได้รับการจดจำในฐานะคนที่ตายเพื่อชาติบ้านเมือง)

  • As a good citizen, everyone has to pay a proper amount of tax each year.

(ในฐานะพลเมืองดี  ทุกคนจำเป็นต้องจ่ายภาษีในจำนวนที่เหมาะสมทุกๆ ปี)

 

6. ____________________________ as an escape artist that Harry Houdini was best known.

(_______________ ในฐานะศิลปินแห่ง (วิธี) การหลบหนี  ที่แฮรี่ ฮูดินี่  เป็นที่รู้จักกันดีที่สุด)  (แฮรี่ ฮูดินี่  เป็นอดีตนักมายากลชื่อก้องโลก  ทางด้านคิดกลปลดตัวเองจากพันธนาการต่างๆ  เช่น โซ่ เชือก และกุญแจมือ  ทั้งในอากาศ (ขณะที่เครนยกตัวเขาอยู่) บนบก และใต้น้ำ  เขาตายเมื่ออายุ  ๕๒  ปี  ด้วยโรคเกี่ยวกับช่องท้อง)

(a) There was

(b) It was    (มันเป็น)

(c) It was being

(d) It was to be

ตอบ   -   ข้อ    (b)   ตามโครงสร้าง  {It is (was) + วลี + That + Subject + Verb + ส่วนขยาย}  “มันเป็น (วลี) ที่ประธาน....................” เช่น  “It is in this house that I was born.”  (มันเป็นในบ้านหลังนี้ที่ผมเกิด),   “It was in 1914 that the First World War took place.”  (มันเป็นในปี  ๑๙๑๔  ที่สงครามโลกครั้งที่    เกิดขึ้น),  ดูเพิ่มเติมโครงสร้างนี้จากตัวอย่างข้างล่าง

                                               ตัวอย่างที่ 

  • _____________________________ in May that the rainy season begins in Thailand.

(____________________________ ในเดือนพฤษภาคม  ที่ฤดูฝนเริ่มต้นในประเทศไทย)

(a) There is

(b) It is    (มันเป็น)

(c) He said

(d) It was

ตอบ   -   ข้อ    (b)   ดูเพิ่มเติมโครงสร้าง  {It Is (Was) + วลี + That + Subject + Verb}  จากประโยคข้างล่าง

                                               ตัวอย่างที่ 

  • It is because he is very rich ________________________________ she loves him.

(มันเป็นเพราะว่าเขารวยมาก ______________________________________ เธอรักเขา)

(a) so     (ดังนั้น, เพราะฉะนั้น)

(b) that     (ที่)

(c) why

(d) therefore     (ดังนั้น, เพราะฉะนั้น)

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากเป็นไปตามโครงสร้าง  “It + Is (Was) +วลี {มักนำหน้าด้วย  “Preposition” (in, on, at, with, during)  หรือ  “Because” + ประโยค} + That + Subject + Verb

                                                 ตัวอย่างที่  

  • _______________________________ on Saturday morning that we had our meeting.

(______________________________________ เช้าวันเสาร์  ที่พวกเรามีการประชุมกัน)

(a) There had

(b) It was    (มันเป็น)

(c) It is

(d) There was

ตอบ   -   ข้อ   (b)   ต้องใช้  “It was”  เพราะกริยาในอนุประโยค  คือ   “Had”  และยังเป็นไปตามโครงสร้าง  “It + Is (Was) + วลี  (มักนำหน้าด้วย  “Preposition”) + That + Subject + Verb”  เช่น

  • It is in this house that I was born.

(มันเป็นในบ้านหลังนี้แหละ  ที่ผมเกิด)

  • It is at night that we go to bed.

(มันเป็นเวลากลางคืน  ที่พวกเราเข้านอน)

  • It is on Sunday morning that people go to church.

(มันเป็นเช้าวันอาทิตย์  ที่ผู้คนไปโบสถ์)

  • It is in the country that we like to stay.

(มันเป็นในชนบท  ที่พวกเราชอบพัก)

  • It was in January that we went to England.

(มันเป็นในเดือนมกราคม  ที่เราไปอังกฤษ)

  • It was by mistake that she took my book.

(มันเป็นการเข้าใจผิด  ที่เธอเอาหนังสือของผมไป)

  • It was in 1917 that the First World War took place.

(มันเป็นในปี  ๑๙๑๗  ที่สงครามโลกครั้งที่    เกิดขึ้น)

  • It was because he was lazy that he failed.

(มันเป็นเพราะว่าเขาเกียจคร้าน  ที่เขาล้มเหลว)

  • It was under that sea that the nuclear weapon had been tested.

(มันเป็นใต้ทะเล  ที่อาวุธนิวเคลียร์ถูกทดลอง)

 

7. _________ relatively costly, the diesel engine is highly efficient and needs servicing infrequently.

(_________________ ค่อนข้างราคาแพง, เครื่องยนต์ดีเซลมีประสิทธิภาพสูง  และต้องการการบำรุงรักษาไม่บ่อย)

(a) It is

(b) There is

(c) Even    (แม้กระทั่ง, แม้แต่)

(d) Even though    (แม้ว่า, ถึงแม้ว่า)

ตอบ   -   ข้อ    (d)   หรืออาจตอบ  “Though, Although”  (แม้ว่า, ถึงแม้ว่า)  ก็ได้

 

8. People’s expectations for a higher standard of living increase ________________________.

(ความคาดหวังของผู้คนสำหรับมาตรฐานการครองชีพที่สูงขึ้น  (จะ) เพิ่มมากขึ้น ____________)

(a) conditions improve in their community.    (สภาพดีขึ้นในชุมชน)

(b) conditions in their community improve    (สภาพในชุมชนดีขึ้น)   

(c) as conditions in their community improve    (เมื่อสภาวะ (สภาพ) ในชุมชนของพวกเขาดีขึ้น)

(d) since conditions in their improving community

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากเป็น  “Adverb clause of time”  (อนุประโยคกริยาวิเศษณ์บอกเวลา)  สำหรับ  “In their community”  ต้องขยายข้างหลัง  “Conditions”  เพราะหมายถึง  “สภาพในชุมชนฯ”

 

9. It is a general rule that you can hardly expect good quality ______________ the price of a product is low.

(มันเป็นกฎทั่วไปว่า  คุณแทบจะไม่สามารถคาดหวังคุณภาพที่ดีได้ ______________ ราคาของผลิตภัณฑ์ (สินค้า) ต่ำ)

(a) however    (อย่างไรก็ตาม, อย่างไรก็ดี)

(b) if    (ถ้า)

(c) therefore    (เพราะฉะนั้น, ดังนั้น)

(d) Although    (ถึงแม้ว่า)

ตอบ   -   ข้อ    (b)   เนื่องจากเป็นข้อความที่เป็นเงื่อนไข  คือ  “คุณไม่อาจคาดหวังคุณภาพที่ดี  ถ้าสินค้าราคาถูก

 

10. The unbearable heat of the midday sun was ______________ of the many things he was trying to get accustomed to in South Africa.

(ความร้อนที่ไม่สามารถทนได้ของดวงอาทิตย์เที่ยงวัน ______________ ของหลายๆสิ่งที่เขากำลังพยายามที่จะคุ้นเคย (เคยชิน) ในประเทศแอฟริกาใต้)

(a) very bad    (แย่มาก, เลวร้ายมาก, เลวมาก)

(b) too bad    (แย่เกินไป, เลวร้ายเกินไป, เลวเกินไป)

(c) worse    (แย่กว่า)

(d) the worst    (แย่ที่สุด, เลวร้ายที่สุด)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากเป็นการเปรียบเทียบ  “ขั้นสุด”  (Superlative degree)  คือ  “แย่-เลวร้ายที่สุด  (ในที่นี้  คือ  ความร้อนฯ เที่ยงวัน)  ในบรรดาหลายๆ สิ่งที่เขากำลังพยายามทำความคุ้นเคย

 

11. I sold my car _________________________________________________ a good price.

(ผมขายรถยนต์ของผม __________________________________________ ราคาที่ดี)

(a) at    (ใน)

(b) in

(c) with

(d) on

ตอบ   -   ข้อ   (a)  “At a good price”  =   “ในราคาที่ดี หรือสูง”  

                                                  สำหรับวลีที่ใช้กับ  “At”  ได้แก่  “at a high speed” =  ด้วยความเร็วสูง)  -  “The car is moving at a high speed.”  (รถยนต์กำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง),   “sit at a table”  (นั่งที่โต๊ะ)  “land at a small airport” (ร่อนลงที่สนามบินเล็กๆ)  “at both ends”  (ที่ปลายทั้ง ข้าง)  “a knock at the door”  (การเคาะที่ประตู)  -  “We heard a knock at the door at late night.”  (เราได้ยินเสียงเคาะที่ประตูตอนดึกมากแล้ว),  “at a beach club” (ที่สโมสร ณ ชายหาด) “at a funeral” (ที่งานศพ) “at a press conference” (ที่การให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์) “at a high school dance” (ที่งานเต้นรำของโรงเรียน) “at the office” (ณ ที่ทำงาน)  “at breakfast”  (เมื่อเวลาอาหารเช้า)  “to stare at a garage roof” (จ้องมองไปที่หลังคาโรงรถ)  “to wave down at him” (โบกมือให้เขา) “to throw petals at his car”  (โยน – โปรย – กลีบดอกไม้ที่รถของเขา)   “at a distance”  (ในระยะไกล)   “at a standstill”  (หยุดชะงัก, หยุดนิ่งอยู่กับที่)  “at 10:00 a.m.” (ตอน ๑๐ โมงเช้า)  “at dawn” (ตอนรุ่งอรุณ) “at once”  (โดยทันทีทันใด)  “at his wit’s end”  (เขาหมดปัญญา, จนปัญญา, ไม่รู้จะทำอย่างไรดี)  “at loose ends”  (ไม่มีอะไรทำ, ไม่มีงานทำ, ไม่รู้จะทำอะไร ดี, ยังไม่แน่ใจว่าจะทำอะไรต่อไป, ยังไม่ตัดสินใจ)  “at a later stage”  (ในระยะหรือขั้นตอนต่อไป)   “at a time of high unemployment”  (ณ ช่วงเวลาที่มีการว่างงานสูง)  “to start work at sixteen” (เริ่มทำงานตอนอายุ ๑๖)  “to die at eighty-three”  (ตายเมื่ออายุ ๘๓“to grow at an astonishing rate” (เติบโตในอัตราที่น่าพิศวง)  “to buy or sell it at $ 100”  (ซื้อหรือขายที่ราคา ๑๐๐ เหรียญ)  “at 100 miles per hour” (ที่ ๑๐๐ ไมล์ต่อชั่วโมง)  “the radio playing at full volume” (วิทยุเปิดสุดเสียง)  “to set a pass mark at 60 percent” (ตั้งคะแนนผ่านที่ ๖๐ เปอร์เซ็นต์) “to work harder at his thesis”  (ขยันมากขึ้นกับวิทยานิพนธ์)  “to aim at bringing down the inflation rate” (มีเป้าหมายเพื่อลดอัตราเงินเฟ้อ)  “to go at the invitation of his neighbors” (ไปเพราะการเชื้อเชิญของเพื่อนบ้าน) “to leave at the director’s command” (จากไปเพราะคำสั่งของผู้อำนวยการ) “at liberty” (มีอิสรเสรีที่จะทำอะไร, มิได้ถูกขัดขวางหรือหยุดยั้ง) “to be at war”(ทำสงคราม)  “to put his life at risk” (ทำให้เขาต้องเสี่ยงชีวิต)  “to read at random”  (อ่านแบบสุ่มๆ – คือไม่เฉพาะเจาะจง)  “at gun point” (โดยเอาปืนจี้หัว)  “to fly at their expense”  (บินไปโดยค่าใช้จ่ายของพวกเขา)  “to be at her best”  (อยู่ในช่วงที่ดีที่สุดของเธอ)  “at a guess”  (โดยการเดาหรือทาย)  “at a rough estimate” (โดยประมาณการอย่างคร่าวๆ)  “good at swimming”  (ว่ายน้ำเก่ง)  “clever at mathematics” (เก่งคณิตศาสตร์)  “bad at cooking”  (ปรุงอาหารไม่เก่ง)  “an expert at shooting”  (เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการยิงปืน)  “be delighted at the success” (ปลาบปลื้ม-ยินดี กับความสำเร็จ) “feel sorry at his dismissal” (รู้สึกเสียใจกับการถูกไล่ออกของเขา) “feel glad at a new job”  (รู้สึกดีใจกับงานใหม่)“at first”  (ในตอนแรก)  “at last”  (ในที่สุด)  “at least”  (อย่างน้อยที่สุด)  “at leisure”  (มีเวลาว่าง, ไม่ได้ทำงาน, ไม่ได้มีงานยุ่ง)  “at length”  (อย่างละเอียด, อย่างเต็มที่, ในที่สุด)  “at most, at the most”  (อย่างมากที่สุด)  “at loggerheads”  (ทะเลาะกัน, ต่อสู้กัน, เป็นปฏิปักษ์ต่อกัน)“at present”  (ในปัจจุบัน)  “at the same address” (ณ ที่อยู่เดิม)  “at 33 Albert Street” (บ้านเลขที่  ๓๓  ถนนอัลเบิร์ต)  “at the hairdresser’s”  (ที่ร้านทำผม)  “at church”  (ที่โบสถ์ – ไปทำพิธี)  “at home” (ที่บ้าน) “to be at work”  (กำลังทำงานหรือยุ่งอยู่กับกิจกรรมอะไรบางอย่าง, สถานการณ์หรือกระบวนการที่กำลังมีผลกระทบหรืออิทธิพล)  “at school” (ที่โรงเรียน) “at college”  (ที่มหาวิทยาลัย)  “arrive at the airport” (มาถึงที่สนามบิน) “at night”  (ตอนกลางคืน)  “at Easter” (ช่วงเทศกาลอีสเตอร์)  “at the weekend”  (ตอนสุดสัปดาห์)  “I don’t understand it at all.”  (ผมไม่เข้าใจมันเลย)  “I can hardly hear you at all.”  (ผมแทบจะไม่ได้ยินเสียงคุณเลย  –  เสียงคุณแผ่วเบามาก)  “It is not at all likely he will come.”  (แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะมา  -  คือมีโอกาสเกิดขึ้นน้อยมาก)  “Can it be done at all?”  (มันจะสามารถทำได้ไหมนี่)  “She will walk with a limp, if she walks at all.”  (เธอจะต้องเดินขากระเผลก-ขาเป๋  ถ้าเธอยังเดินได้  -  หมายถึงเธออาจจะเดินไม่ได้อีกเลย)  “at all costs”  (ไม่ว่าจะต้องเสียเงิน เวลา หรือความพยายามเพียงใด  Carl is determined to succeed in his new job at all costs.”  (คาร์ลมุ่งมั่นที่จะประสบความสำเร็จในงานใหม่ของเขา  โดยไม่สนใจว่าจะต้องทำงานหนักเพียงใด)  “Regardless of the results, Mr. Jackson intended to save his son’s eyesight at all costs.”  (โดยไม่คำนึงถึงผลลัพธ์  มิสเตอร์แจ๊คสันตั้งใจที่จะรักษาสายตาของลูกชายตน  ไม่ว่าจะต้องใช้เวลาหรือเงินมากมายเพียงใด)  “at a loss”  (ในสภาพที่ไม่แน่นอน, ไม่รู้อะไรเลย, งุนงงสับสนไปหมดจนทำอะไรไม่ถูก, จนปัญญา)  “A good salesman is never at a loss for words.”  (นักขายที่ดีไม่เคยจนปัญญาที่จะพูดเพื่อขายสินค้า)  “When Don missed the last bus, he was at a loss to know what to do.”  (เมื่อดอนตกรถเมล์เที่ยวสุดท้าย  เขางุนงงสับสนจนไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร  -  คือไม่รู้ว่าจะหาทางกลับบ้านอย่างไร)“at anchor”  (แอ๊ง-เคอะ  -  จอดลอยลำทอดสมออยู่)  “at any rate”  (อย่างไรก็ตาม, อย่างไรก็ดี)  “keep him at arms length”  (ไม่คบค้าสมาคมกับเขา, ไม่ทำตัวสนิทสนมกับเขา)  “at a snail’s pace”  (อย่างเชื่องช้าอืดอาด, คืบหน้าไปทีละหน่อยเหมือนหอยทาก)  “one at a time”  {(เข้ามาในห้อง, ขึ้นรถเมล์) ทีละคน}  “run up the steps two at a time”  (ขึ้นบันไดทีละ ขั้น)  “at best, at the best”  (อย่างดีที่สุด)  “at ease”  (สบาย, ไม่มีความเจ็บปวดหรือสิ่งรบกวน)  “at every turn”  (ทุกครั้ง, ตลอดเวลา)  “at fault”  (ถูกตำหนิ, รับผิดชอบต่อความผิดพลาดหรือความล้มเหลว)  “at first glance, at first sight”  (เมื่อแรกเห็น, หลังจากมองครั้งแรกอย่างรวดเร็ว)  “at hand, at close hand”  (อยู่ใกล้ตัว, เอื้อมถึงได้ง่าย, กำลังจะมาถึงเร็วๆนี้)  “at large”  {(คนร้าย) ยังลอยนวล, ยังจับตัวไม่ได้}   เป็นต้น

 

12. Mr. Sims has joined ___________________________________________ a trade union.

(มิสเตอร์ซิมส์ได้เข้าร่วมกับ _____________ สหภาพการค้า)  (คือ เข้าเป็นกรรมการ หรือสมาชิก)

(a) with

(b) in

(c) to

(d) on

(e) (No word is needed.)    (ไม่ต้องเติมคำใด)

ตอบ   -   ข้อ   (e)  “Join”  ตามด้วยกรรมเลย  ไม่ต้องมี  Preposition  เช่น

  • He went for a walk before joining his brother for tea.

(เขาออกไปเดินเล่น  ก่อนร่วมวงกับพี่ชายเพื่อดื่มน้ำชา)

  • She flew out to join him on the first available plane.

(เธอบินมาเพื่อร่วม (งาน, สัมมนา, ประท้วง, โครงการ ) กับเขา  โดยเครื่องบินเที่ยวแรกที่จองได้)

  • They went off to join the queue for coffee.

(พวกเขาลุกจากโต๊ะ  เพื่อต่อแถวกาแฟ)

  • The van joined the row of cars.

(รถตู้ต่อท้ายแถวขบวนรถยนต์)

  • We both joined the Labor Party.

(เรา  ๒  คนเข้าเป็นสมาชิกพรรคแรงงาน)

  • He’s joined the army.

(เขาเข้าเป็นทหาร)

  • I joined the bank as a graduate trainee in 2004.

(ผมเข้าร่วมกับธนาคาร  ในฐานะผู้ฝึกงานปริญญาตรี  ในปี  ๒๐๐๔)

  • They were invited to join the feasting.

(พวกเขาได้รับเชิญให้เข้าร่วมในพิธีเลี้ยงฉลอง  -  หรือร่วมงานเลี้ยง)

  • After a little while she joined the dancing.

(หลังจากชั่วครู่หนึ่ง  เธอเข้าร่วมวงเต้นรำด้วย)

 

13. Smoking is forbidden while the plane is on the ground, while it is _____________, and until it has risen to a good height.

(การสูบบุหรี่ถูกห้ามในขณะที่เครื่องบินอยู่บนพื้นดิน  ในขณะที่มัน ______________ และจนกระทั่งมันได้บินขึ้นสู่ระดับสูงมากแล้ว)

(a) taking up

(b) taking out

(c) taking off    (กำลังบินขึ้นจากพื้นดิน)

(d) taking away

 

14. A ________________ is one that leaves the main road and goes off in a different direction.

(___________________ เป็นถนนซึ่งแยกจากถนนสายหลัก  และมุ่งไปในทิศทางที่แตกต่างกัน)

(a) small road

(b) little road

(c) branch road    (ถนนสายรอง)

(d) trunk-road    (ถนนสายใหญ่)

 

15. Have you found a new ___________________________________________________?

(คุณหา ______________________________________________________ ใหม่ได้หรือยัง)

(a) work    (งาน)  (นามนับไม่ได้)

(b) job    (งาน)  (นามนับได้)

(c) employment    (การจ้างงาน)  (นามนับไม่ได้)

(d) works    (สถานที่ผลิตสินค้า, งานติดตั้งระบบประปา-ไฟฟ้า หรืองานสร้างตึก-ถนน-สะพาน, ผลงาน)

ตอบ   -   ข้อ   (b)  ต้องใช้   “A new job”  เนื่องจากเป็นคำนามนับได้  เอกพจน์

 

16. How _____________________________________________ do you have your hair cut?

(คุณตัดผม ___________________________________________________ เท่าใด)

(a) much    (มาก)

(b) many times    (หลายครั้ง)

(c) often    (บ่อย)

(d) long    (ยาว, นาน)

ตอบ   -   ข้อ   (c)   สำหรับข้อ   (b)  ก็อาจใช้ได้เช่นกัน  แต่ต้องแก้เป็น  “How many times do you have your hair cut in a month  (in two months)?”  คือต้องบอกความถี่ด้วยว่า  “ใน    เดือน  หรือ    เดือน  หรือ    เดือน”  แต่ไม่นิยมใช้เหมือนกับ  "How often"

 

17. I prefer reading to ______________________________________________________.

(ผมชอบการอ่านมากกว่า ________________________________________________)

(a) write

(b) to write

(c) writing    (การเขียน)

(d) to writing

ตอบ    –    ข้อ   (c)   เนื่องจากต้องใช้ให้สมดุลกับ  “reading”  ทั้งนี้  “Prefer”  สามารถตามด้วย  “Gerund” (Verb + ing)  หรือ  “Infinitive with to” (To + Verb 1)  ก็ได้   โดยมีความหมายเหมือนกัน   ดังนั้น  ประโยคข้างบนอาจใช้อีกอย่างหนึ่ง  คือ

  • I prefer to read to to write.

(อย่างไรก็ตาม  ไม่นิยมใช้โครงสร้างนี้   เนื่องจากมี  “To”  ถึง    ตัว)

                                              สำหรับคำกริยาต่อไปนี้  สามารถตามด้วย  “Infinitive with to” (To + Verb 1)  หรือ  “Gerund” (V. + ing)  แล้วความหมายเหมือนกัน  ได้แก่  “Begin, Start, Continue  (ทำต่อไป), Like, Dislike  (ไม่ชอบ, เกลียด), Love, Hate  (เกลียด), Propose  (เสนอ), Prefer  (ชอบมากกว่า), Help,  Intend (ตั้งใจ), Fear, Attempt (พยายาม),  Bear  (ทน)”  เช่น

  • They started to play football.

(= They started playing football.)

(เขาเริ่มเล่นฟุตบอล)

  • She likes to dance.

(= She likes dancing.)

(เธอชอบการเต้นรำ)

  • We continued to study for our exam.

(= We continued studying for our exam.) 

(เราเรียนต่อไปเพื่อการสอบ)

  • She hates to stay in a dirty place.

(= She hates staying in a dirty place.)

(เธอเกลียดการพักในสถานที่สกปรก)

 

18. I will give you _________________________________________________ details later.

(ผมจะให้รายละเอียด ______________________________________ แก่คุณในภายหลัง)

(a) farer    (คำนี้ไม่มีใช้)

(b) farther   (ไกลกว่า)

(c) further    (เพิ่มเติม, มากขึ้น, ขยายออกไปอีก – เมื่อเป็นคำคุณศัพท์) (ต่อไป, ไกลออกไป, นานออกไป – เมื่อเป็นกริยาวิเศษณ์)

(d) longer    (ยาวกว่า, นานกว่า)

 

19. I shall come back ________________________________________________________.

(ผมจะกลับมา ______________________________________________________)

(a) long before    (ก่อนหน้า...........................เป็นเวลานาน)

(b) before long    (ในไม่ช้า)

(c) longer

(d) not long

ตอบ    -    ข้อ   (b)   เนื่องจากมีความหมายเหมือน  “Soon”  หรือ   “In a little while”   สำหรับตัวอย่างการใช้   “Long before”   เช่น

  • I have known his parents long before I know him.

(ผมรู้จักพ่อแม่ของเขาก่อนหน้าที่ผมจะรู้จักเขา  เป็นเวลานานทีเดียว)  (คือรู้จักพ่อแม่ของทอมมา  ๑๐  ปีแล้ว แต่เพิ่งรู้จักทอมได้เพียง    ปี)

                                                สำหรับตัวอย่างอื่นๆ ของ  “Before long”   (ในไม่ช้า)  เช่น

  • Class will be over before long.

(ชั้นเรียนจะเลิกเร็วๆนี้แล้ว)  (คือ  จะเลิกอีกในไม่ช้า)

  • We were tired of waiting and hoped the bus would come before long.

(เราเบื่อการรอคอย  และหวังว่ารถเมล์จะมาในไม่ช้า)

 

20. She managed to reach the telephone __________________________ her terrible wound.

(เธอไปถึงโทรศัพท์ได้สำเร็จ_____________________ มีบาดแผล (หรือการบาดเจ็บ) ร้ายแรง)

(a) although    (ถึงแม้ว่า)  (ตามด้วยประโยค คือ  “Subject + Verb”)

(b) notwithstanding    (ทั้งๆที่)  (ตามด้วยคำนาม หรือวลี)

(c) because of    (เนื่องมาจาก, เพราะว่า)  (ตามด้วยคำนาม หรือวลี)

(d) for fear of    (ด้วยเกรงว่า)  (ตามด้วยคำนาม หรือวลี)

ตอบ   -   ข้อ   (b)   ดูตัวอย่างการใช้วลีข้างบน  จากประโยคตัวอย่าง

  • Although he is wrong, everyone can’t help admiring him.

(แม้ว่าเขาจะเป็นฝ่ายผิด ทุกคนอดไม่ได้ที่จะยกย่องชมเชยเขา)

  • Although he was late, he stopped to buy a sandwich.

(แม้ว่าเขาจะสาย  เขาแวะซื้อแซนด์วิช)

  • Jane kept her coat on although it was warm in the room.

(เจนยังคงสวมเสื้อคลุม  แม้ว่าอากาศในห้องจะอุ่น)

  • Although I advise my children about money, I never actually pay their debts.

(แม้ว่าผมแนะนำลูกๆเกี่ยวกับเรื่องเงิน  ผมไม่เคยใช้หนี้แทนพวกเขาเลย)

  • He hasn’t been able to get a good job notwithstanding his having had an expensive education.

(เขาไม่สามารถหางานดีๆทำได้  ทั้งๆที่มีการศึกษาที่แพง)  (ไม่สามารถหางานดีได้  ทั้งๆมีการศึกษาราคาแพง)

  • Notwithstanding (= Despite = In spite of) the bad storm, John delivered his papers on time.  

(ทั้งๆ ที่มีพายุเลวร้าย  ทอมก็ยังไปส่งหนังสือพิมพ์ได้ตรงเวลา)

  • Notwithstanding (= Despite = In spite of) all their differences, Mary and Ann remain friends.

(ทั้งๆที่แตกต่างกันอย่างมากมายอย่างนั้น  แมรี่และแอนยังคงเป็นเพื่อนกันได้)

  • They went out notwithstanding (= despite = in spite of) the heavy rain.

(พวกเขาออกไปข้างนอกทั้งๆที่ฝนตกหนัก)

  • Because of (= On account of = Owing to = Due to) the heavy rain, we could not go out.

(เนื่องมาจากฝนตกหนัก  เราไม่สามารถออกไปข้างนอก)

  • Because of (= On account of = Owing to = Due to) an accident, the train was delayed for 2 hours.  

(เนื่องมาจากอุบัติเหตุ  รถไฟถูกทำให้ล่าช้าไป ๒ ชั่วโมง)

  • He could not go to university because of (=owing to = on account of = due to) his poverty.  

(เขาไม่สามารถเรียนมหาวิทยาลัย  เนื่องมาจากความยากจน) 

  • He left an hour early for fear of missing his train.

(เขาออกไปก่อนเวลา ๑ ชั่วโมง  ด้วยเกรงว่าจะตกรถไฟ)

  • She worried for fear of the child’s being hurt.

(เธอวิตกกังวล  ด้วยเกรงว่าเด็กจะได้รับอันตราย)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                 ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป

 

 

 

 

 

หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 374)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Part V: Sentence Completion   (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

 

1. Louisa May Alcott wrote Little Women, _________________ classic of children’s literature.

(ลูอิซา เมย์ อัลคอต  เขียนหนังสือเรื่อง “ผู้หญิงตัวเล็กๆ”, ผลงานวรรณกรรมชิ้นเอก _________ ด้านวรรณกรรมของเด็กๆ)

(a) it’s a

(b) while a

(c) a    (ชิ้นหนึ่ง)

(d) but a

ตอบ   -   ข้อ    (c)   โดยลดรูปมาจากอนุประโยค  “……………..Women, which is a classic of children’s literature

 

2. The technique of recording, classifying, and _________________ is known as accounting.

(เทคนิคของการบันทึก, แยกประเภท, และ __________ เป็นที่รู้จักกันในฐานะวิชาการทำบัญชี)

(a) an enterprise’s transactions summary

(b) the summarizing of an enterprise’s transactions

(c) transactions of an enterprise are summarized

(d) summarizing the transactions of an enterprise    {สรุปธุรกิจการค้าของกิจการ (บริษัท) แห่งหนึ่ง}

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากเป็นการทำรูปประโยคให้สมดุล  หรือมี  “Format”  เดียวกัน  โดยถือว่าตามหลัง  “Preposition”  (Of)  ต้องอยู่ในรูป  “Verb + ing”  (Of recording, classifying, and summarizing………..)  ดูเพิ่มเติมการใช้โครงสร้างในประโยคให้สมดุลกันจากตัวอย่างข้างล่าง

                                             ตัวอย่างที่ 

  • A lumberjack, or logger, is a worker who cuts down trees in a forest, saws them into logs, and ____________.

(ช่างตัดไม้, หรือคนทำ (ตัด) ไม้, คือคนงานผู้ซึ่งตัด (โค่น) ต้นไม้ในป่า, เลื่อยมันเป็นท่อน, และ ______________)

(a) he takes them to the mill

(b) takes them to the mill    (นำมันไปยังโรงสี)

(c) taking them to the mill

(d) to take them to the mill

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากเป็นการใช้ข้อความในประโยคให้สมดุลกัน  คือ  ช่างตัดไม้ทำหน้าที่  (กริยา)    อย่าง  คือ  ๑. โค่นต้นไม้ในป่า,  ๒. เลื่อยมันเป็นท่อน, และ  ๓. นำมันไปยังโรงสี  ดูเพิ่มเติมการใช้ข้อความให้สมดุลจากประโยคข้างล่าง

                                            ตัวอย่างที่ 

  • Eddy’s classmates at the college still talk about him as an excellent writer _____________.

(เพื่อนร่วมชั้นของเอ็ดดี้ที่มหาวิทยาลัย  ยังคงพูดเกี่ยวกับตัวเขาว่าเป็นนักเขียนยอดเยี่ยม ________)

(a) and he taught at the college, too

(b) who also played football

(c) and a good football player    (และนักฟุตบอลที่เก่ง)

(d) good football player

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เป็นการใช้คำในประโยคให้สมดุลกัน  คือ  “นักเขียนยอดเยี่ยม”  และ  “นักฟุตบอลที่เก่ง”  ดูเพิ่มเติมการใช้คำให้สมดุลกันจากประโยคข้างล่าง

                                            ตัวอย่างที่ 

  • Freezing preserves meat because _____________, slows down the rate of enzyme action, and lowers the speed of spoilage.

(การทำให้เย็นจนแข็งตัวรักษาเนื้อไว้ได้  เพราะว่า ____________, ทำให้อัตราการเอนไซม์ (การทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางเคมีในสารอื่น โดยตัวมันเองไม่เปลี่ยนแปลง) ช้าลง, และทำให้ความเร็วของการเน่าเสียลดลง)

(a) the growth of microorganisms is prevented    (การเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์ถูกขัดขวาง)

(b) preventing microorganisms from growing    (ขัดขวางเชื้อจุลินทรีย์จากการเจริญเติบโต)

(c) microorganisms are prevented from growing    (เชื้อจุลินทรีย์ถูกขัดขวางจากการเจริญเติบโต)

(d) it prevents the growth of microorganisms    (มันขัดขวางการเจริญ เติบโตของเชื้อจุลินทรีย์)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากต้องทำโครงสร้างในอนุประโยค  (ขึ้นต้นด้วย  “Because”) ให้มีความสมดุลกัน  คือ  “มัน (การทำให้เย็นจนแข็ง)  ๑. ขัดขวางการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์,  ๒. ทำให้อัตราการเอนไซม์ช้าลง,  และ  ๓. ทำให้ความเร็วของการเน่าเสียลดลง  ดูเพิ่มเติมการทำให้โครงสร้างในประโยคมีความสมดุลจากประโยคข้างล่าง

                                         ตัวอย่างที่ 

  • Idaho’s natural resources include fertile soil, rich mineral deposits, thick forests, and ____________.

(ทรัพยากรธรรมชาติของรัฐไอดาโฮประกอบด้วยดินดี, แหล่งแร่ธาตุอุดมสมบูรณ์, ป่าทึบ, และ ______________)

(a) water supplies are abundant

(b) abundant water supplies    (แหล่งน้ำอุดมสมบูรณ์)

(c) supplies of water are abundant

(d) supplies abundant water

ตอบ   -   ข้อ    (b)   เนื่องจากต้องใช้รูปคำนาม (วลี)  (แหล่งน้ำอุดมสมบูรณ์)  ซึ่งทำหน้าที่เป็นกรรมของกริยา  “Include”  เพื่อให้สมดุลกับคำนาม-วลี (ทำหน้าที่กรรม) อื่นๆ อีก  ๓  ตัว  คือ  ๑. ดินดี,  ๒. แหล่งแร่ธาตุอุดมสมบูรณ์,  และ  ๓. ป่าทึบ  ดูเพิ่มเติมการใช้คำให้สมดุลกัน  จากประโยคข้างล่าง

                                             ตัวอย่างที่ 

  • Before starting on a sea voyage, prudent navigators learn the sea charts, _____________ and memorize lighthouse locations to prepare themselves for any conditions they might encounter.

(ก่อนเริ่มต้นออกเดินทางทางทะเล  นักเดินเรือที่รอบคอบจะเรียนรู้แผนภูมิของทะเล, _________ และจดจำสถานที่ตั้งของประภาคารไฟ  เพื่อเตรียมพร้อมตนเองสำหรับสภาวะใดๆ ที่พวกเขาอาจจะต้องเผชิญ)

(a) sailing directions are studied

(b) to study the sailing directions   

(c) study the sailing directions    (ศึกษาทิศทางการเดินเรือ)

(d) studies direct sailing

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากต้องใช้รูปแบบของกริยาในประโยค  ซึ่งมี    ตัว ให้สมดุลกัน  คือ  “นักเดินเรือที่รอบคอบ (จะ)  () เรียนรู้แผนภูมิของทะเล,  () ศึกษาทิศทางการเดินเรือ  และ  () จดจำสถานที่ตั้งของประภาคารไฟ

                                          ตัวอย่างที่ 

  • As a physiologist, Ida Hyde showed originality, breadth of interest, and ____________.

(ในฐานะนักสรีรวิทยา, ไอดา ไฮด์  ได้แสดงความคิดริเริ่ม (ความไม่ซ้ำแบบใคร), ความกว้างขวางของความสนใจ, และ ______________)

(a) scientific precision was admirable

(b) admirably scientifically precise

(c) admirable scientific precision    (ความแม่นยำทางวิทยาศาสตร์ที่น่าชมเชย)

(d) that precision was admirably scientific

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากต้องใช้โครงสร้างคำนาม (วลี)  เนื่องจากเป็นกรรมของกริยา  “Showed”  โดยมีความสมดุลกับคำนามอื่นๆอีก  ๒  คำ ซึ่งเป็นกรรมของกริยา  “Showed”  เช่นเดียวกัน  คือ  ๑. ความคิดริเริ่ม,  ๒. ความกว้างของความสนใจ

                                             ตัวอย่างที่ 

  • We turn to books in moments of ________________________________________.

(เราหันไปหา (อ่าน) หนังสือ  ในช่วงเวลาของ _________________________________)

(a) sorrow, having boredom, or solitude is with us

(b) sorrow, boredom, or solitude    (ความเศร้าโศกเสียใจ  ความเบื่อหน่าย  หรือ ความโดดเดี่ยวอ้างว้าง)

(c) sorrow and solitude as well as boredom

(d) sorrow that attacks us

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เป็นการใช้กรรม    ตัว  หลัง  “Preposition” (Of)  ให้สมดุลกัน  คือ   Sorrow, Boredom, Solitude”  สำหรับ  ข้อ  (c)  ก็ใช้ได้เช่นกัน  แต่ต้องแก้เป็น   “sorrow, solitude as well as boredom

                                           ตัวอย่างที่ 

  • Nearly all trees have seeds that fall to the earth, take root, and eventually ____________.

(ต้นไม้เกือบทั้งหมดมีเมล็ดซึ่งหล่นลงสู่พื้นดิน, งอกราก, และ ___________________ ในที่สุด)

(a) generate new seeds    (สร้างเมล็ดใหม่)

(b) new seeds generated

(c) by generating new seeds

(d) new seeds generated there

ตอบ   -   ข้อ    (a)   เนื่องจากต้องใช้คำกริยา    ตัว ในอนุประโยค  (………...........that fall to earth, take root, and eventually generate new seeds)  ให้สมดุลกัน  (Balance)  คือ  “Fall to earth”,  “Take root”  และ  “Generate new seeds” 

                                               ตัวอย่างที่ 

  • Among the advantages which Mr. Barlow has given his children  are a good college education and _____________.

(ในบรรดาข้อได้เปรียบต่างๆ ซึ่งมิสเตอร์บาร์โลว์ได้ให้แก่ลูกๆ ของเขา  คือ  การศึกษาอย่างดีในมหาวิทยาลัย  และ _____________)

(a) extensive travel abroad   (การเดินทางอย่างกว้างขวางมากในต่างประเทศ)

(b) to travel extensively abroad

(c) travel extensively abroad

(d) of extensive travelling abroad

ตอบ   -   ข้อ   (a)   ต้องใช้ในรูปคำนาม (วลี)   (“Travel” ในที่นี้เป็นคำนาม)  ให้สมดุลกับคำนาม (วลี)   “A good college education”  ที่อยู่ข้างหน้า  “And

                                           ตัวอย่างที่  ๑๐

  • James likes reading, hiking, and __________________________________________. 

(เจมส์ชอบการอ่านหนังสือ, การเดินทางไกลด้วยเท้า, และ ___________________________)

(a) he listens to music

(b) to listen to music

(c) listen to music

(d) listening to music    (การฟังดนตรี)

ตอบ   -   ข้อ    (d)   เนื่องจากต้องให้ข้อความสมดุลกัน   คือ  “Like + Gerund (Verb + ing)”    คือ  “Like reading, hiking and listening…............….”   ทั้งนี้   กริยา  “Like”  อาจตามด้วย  “Infinitive with to” (To + Verb 1    ก็ได้   ดังนั้น  ข้อนี้จึงอาจตอบ  “Like to read, to hike, and to listen to music”  โดยต้องให้สมดุลกัน  คือ  เป็น  “Format”  เดียวกัน

 

3. David G. Farragut _________ to become an admiral, a rank created for him by congress in 1866.

(เดวิด จี. ฟารากัต ____________ ที่ได้เป็นพลเรือเอก, ยศซึ่งถูกแต่งตั้ง (ทำให้เกิดขึ้นมา) สำหรับเขาโดยสภาคองเกรส (ของสหรัฐฯ) ในปี  ๑๘๖๖)

(a) the first American was an officer

(b) the first officer was an American

(c) was the first American officer    (ทหารอเมริกันคนแรก)

(d) first the American officer was

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจาก  “Was”  เป็นกริยาแท้ของประโยค

 

4. Advertising is distinguished from other forms of communication _____________ the advertiser pays for the message to be delivered.

(การโฆษณาถูกทำให้แตกต่างจากรูปแบบอื่นๆของการสื่อสาร ______________ ผู้โฆษณาจ่ายเงินสำหรับข่าวสารที่จะถูกส่งไป)  (หรือ ที่ต้องการจะสื่อให้คนอื่นทราบ)

(a) which    (ซึ่ง)

(b) in that    (ตรงที่ว่า)

(c) whereas   (แต่ทว่า, ในทางตรงกันข้าม)

(d) because of    (เพราะว่า, เนื่องมาจาก)  (ต้องตามด้วยคำนาม หรือวลี)

 

5. In 1965, Alvin Ailey took his group on ______________ European tours ever made by a dance company from the United States.

(ในปี  ๑๙๖๕, อัลวิน ไอลีย์  นำคณะของเขาในการเดินทางไปยุโรป _____________ ที่ได้เคยทำ (เดินทาง) ขึ้นมาโดยคณะเต้นรำจากสหรัฐฯ)

(a) the most successful one

(b) the one most successful

(c) one of the most successful    (ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดครั้งหนึ่ง)

(d) one successful of the most

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากเป็นตามโครงสร้างข้างล่าง

  • One of the + Adjective (ขั้นสุด) + Noun (Plural)
  • He is one of the most industrious workers in the company.

(เขาเป็นหนึ่งในบรรดาคนงานที่ขยันที่สุดในบริษัท)

  • She wrote one of the best-selling books of her time.

(เธอเขียนหนังสือที่ขายดีที่สุดเล่มหนึ่งในยุคของเธอ)

  • You are one of the most interesting people (who) I have talked to.

(คุณเป็นคนที่น่าสนใจมากที่สุดคนหนึ่งซึ่งผมได้พูดคุยด้วย)

  • It was one of the most important issues released by the government.

(มันเป็นประเด็นที่สำคัญที่สุดประเด็นหนึ่ง  ซึ่งถูกปล่อยออกมาโดยรัฐบาล)

 

6. In 1905, the Canadian National Railway was built ___________ Edmonton with cities to the east.

(ในปี  ๑๙๐๕  เส้นทางรถไฟแห่งชาติแคนาดาได้ถูกสร้างขึ้นมา ____________ เมืองเอ็ดมันตัน (ในรัฐอัลเบอร์ตา) กับเมืองต่างๆทางภาคตะวันออก)

(a) to be linked

(b) to link    (เพื่อเชื่อมต่อ)

(c) linking

(d) linked

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากหลังโครงสร้าง  “Passive voice”  (Was built)  ต้องตามด้วย  “Infinitive with to”  (To + Verb 1)  ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

                                       ตัวอย่างที่ 

  • Anesthetics (แอน-เนส-เธท-ทิค) are used ____________ insensitivity to pain during surgical operations.

(ยาสลบ (ยาชา) ถูกใช้ ________________ ความไม่รู้สึกต่อการเจ็บปวดในระหว่างการผ่าตัด)

(a) the cause

(b) causing

(c) to cause    (เพื่อทำให้เกิด)

(d) cause of

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากหลังโครงสร้าง  “Passive voice”  (Are used)  ต้องตามด้วย  “Infinitive with to”  (To + Verb 1)  ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

  • Tortoises are said to live long.

(เต่าถูกกล่าวว่ามีอายุยืน)

  • She is said to be the most beautiful woman in the country.

(เธอถูกเล่าขานว่าเป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดในประเทศ)

  • They were believed to tell the truth.

(พวกเขาถูกเชื่อว่าพูดความจริง)

  • Customers are advised to arrive early.

(ลูกค้าได้รับการแนะนำให้มาถึงแต่เนิ่นๆ)

  • Job applicants were recommended to bring 3 copies of their resume.

(ผู้สมัครงานได้รับการแนะนำให้นำประวัติโดยย่อมา    ชุด)

  • She was thought to leave with another man.

(เธอถูกคิดว่าจาก (หนี) ไปกับผู้ชายอีกคนหนึ่ง)

  • We were told to start early to catch the train.

(เราถูกบอกให้เริ่มต้นแต่เช้าตรู่เพื่อไปให้ทันรถไฟ)

  • They were supposed to arrive before the storm.

(พวกเขาถูกคาดการณ์ว่าจะมาถึงก่อนเกิดพายุ)

 

7. From 1990 Japanese industry has ___________________ suffered from under-investment.

(จากปี  ๑๙๙๐  (เป็นต้นมา) อุตสาหกรรมของญี่ปุ่น _____________ ได้รับความเดือดร้อนจากการลงทุนต่ำเลย)  (คือ  มีการลงทุนสูงอยู่ตลอด)

(a) none

(b) no

(c) without

(d) never    (ไม่เคย)

 

8. An animal that _____________ power and a fighting habit is eventually killed by a predator.

(สัตว์ซึ่ง _____________ อำนาจ (กำลัง) และนิสัยการต่อสู้  จะถูกฆ่าตายในที่สุดโดยนักล่า)  (เช่น เสือ, สิงโต ฯลฯ)

(a) without

(b) does not

(c) lacks    (ไม่มี, ปราศจาก, ขาดแคลน)

(d) no

ตอบ   -   ข้อ   (c)   หรืออาจตอบ  “An animal without power and ……...........”หรือ  “An animal that does not have power and………....”  หรือ  “An animal with no power and……..…..”  ก็ได้

 

9. ____________ steam locomotive to be used for regular passengers and freight services in the United States was built in New York City.

(หัวรถจักรไอน้ำ ______________ ซึ่งถูกใช้สำหรับผู้โดยสารและบริการบรรทุกสินค้าตามปกติในสหรัฐฯ  ถูกสร้างในกรุงนิวยอร์ก)

(a) The first    (เครื่องแรก)

(b) As the first

(c) It was the first

(d) When it was the first

ตอบ   -   ข้อ    (a)   เนื่องจาก  “The first steam locomotive”  เป็นประธานของประโยค  โดยมี  “Was built”  เป็นกริยา

 

10. We really need a good plumber (พลั้ม-เม่อะ) for a job like this, _____________ seems to require a great deal of expertise.

(เราต้องการอย่างแท้จริงช่างต่อท่อประปาดีๆสักคนสำหรับงานแบบนี้, ____________ ดูเหมือนว่าต้องใช้ประสบการณ์มากทีเดียว)

(a) of which

(b) which    (ซึ่ง)

(c) it

(d) which it

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากขยาย  “A job like this

 

11. The baby monkey would not let its keeper hold the bottle for it for fear that he __________ the milk himself.

(เจ้าลิงน้อยจะไม่ยอมให้คนเลี้ยงของมันถือขวดนมให้มัน  ด้วยเกรงว่าเขา __________ นมเสียเอง) 

(a) would drink

(b) should drink   (จะดื่ม)

(c) might drink

(d) could drink

ตอบ   -   ข้อ    (b)  “For fear that + Subject + Should + Verb 1

 

12. Can you suggest where I ______________________________________ for a holiday?

(คุณจะสามารถแนะนำได้หรือไม่  ว่าผม ____________________ ไปที่ไหนสำหรับวันหยุด) 

(a) shall go

(b) should go    (ควรไป)

(c) ought to go

(d) may go

(e) can go

ตอบ   -   ข้อ    (b)   “Suggest + That (Where, When) + Subject + Should + Verb 1

 

13. We take a car _______________________________________________ to a garage.

(เรานำรถยนต์ ___________________________________________ ไปยังอู่ซ่อมรถ)

(a) to repair

(b) to repairing

(c) repaired

(d) to be repaired    (ที่จะถูกซ่อม)

 

14. It was so long before he came that I was __________________ whether he had got lost.

(มันเป็นเวลานานมากก่อนที่เขาจะมา  จนกระทั่งผม ____________ ว่าเขาหลงทางหรือไม่)

(a) wonderful    (มหัศจรรย์, ยอดเยี่ยม, ดีเยี่ยม, น่าพิศวง)

(b) wondered    (ดูข้อ  C)

(c) wonder    (วั้น-เดอะ)  (รู้สึกประหลาดใจ, รู้สึกงงงวย, รู้สึกกังขา, รู้สึกสงสัย)

(d) wondering    (วั้น-เดอะ-ริ่ง)  (ประหลาดใจ, พิศวง, งงงวย)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากเป็นคำคุณศัพท์  ใช้กับ  “Verb to be”  (Was)  และได้ความหมาย  ส่วนที่ไม่เลือกข้อ  (b)  เนื่องจาก  “Wonder”  ไม่ใช้ในรูป “Passive voice

 

15. A: What is the difference between this and that?”

(อะไรคือความแตกต่างระหว่างสิ่งนี้และสิ่งนั้น)

      B: None, they are _________________________________________________.”

(ไม่มี  ทั้ง  ๒  สิ่ง ____________________________________________________)

(a) in the same

(b) the same    (เหมือนกัน)

(c) like

(d) as the same

ตอบ   -   ข้อ  (b)   หรืออาจตอบว่า  “They are alike.”  ดูการใช้   “Like, Alike, As”  จากประโยคข้างล่าง

                                          ตัวอย่างที่  

  • This car has an engine ____________________________ one in an airplane.

(รถยนต์คันนี้มีเครื่องยนต์ ___________________________ เครื่องยนต์ในเครื่องบิน)

(a) as    (ในฐานะ, เป็น-  เป็น  “Preposition”  ตามด้วยคำนามหรือวลี)  (เหมือน, เหมือนกับที่, ตามที่, ดังที่  -  เป็น “Conjunction”  ตามด้วยประโยค  “Subject + Verb”)

(b) the same    (เหมือนกัน, อย่างเดียวกัน)

(c) as like as    (โครงสร้างนี้ไม่มีใช้)

(d) like    (เหมือน, คล้าย)  (เป็น  “Preposition”)

ตอบ  -  ข้อ   (d)   เนื่องจาก  “Like  (เหมือน, คล้าย)  +  คำนามหรือวลี  ส่วน  “As  (ตามที่, ดังที่)  +  ประโยค” (As + Subject + Verb)  สำหรับอีกโครงสร้างหนึ่งที่สามารถใช้ได้สำหรับ  ข้อที่   คือ  “This car has the same engine as one in an airplane.”  หรือ  “This car’s engine and one in an airplane are the same.  (หรือ  “are alike,  are similar”)  ดูเพิ่มเติมการใช้  “Like, As, Alike”   จากประโยคตัวอย่างข้างล่าง

                                             ตัวอย่างที่  

  • What is the climate _________________________________ in your home town?

(อากาศ ___________________________ อย่างไร (เช่นไร) ในเมืองบ้านเกิดของคุณ)

(a) alike

(b) likely

(c) like    (เป็นเหมือน, เหมือน, คล้าย)

(d) (No word is needed.) (ไม่ต้องเติมคำใด)

ตอบ   -   ข้อ   (c)    ในที่นี้  “Like”  เป็น  “Preposition”  หมายถึง   “เป็นเหมือน, เหมือน,  คล้าย”   ใช้กับ  “Verb to be”  หรือ “Look”  (มีลักษณะ, มีท่าทาง)   ต้องตามด้วยคำนาม

                                              ตัวอย่างที่  

  • The sky is cloudy and it looks like ____________________________________.

(ท้องฟ้ามีเมฆมาก  และมันดูเหมือน ______________________________________)

(a) rain    (ฝน)

(b) to rain

(c) rainy

(d) it will rain

ตอบ   –    ข้อ  (a)   เนื่องจาก  “Like”   ในที่นี้เป็น  “Preposition”  หมายถึง  “เหมือน, คล้าย”   ต้องตามด้วยคำนาม  ซึ่งในที่นี้ คือ  “ฝน

                                               ตัวอย่างที่  

  • He became a doctor ________________________________________ his father.

(เขาเป็นหมอ _____________________________________________ พ่อของเขา)

(a) same as

(b) like     (เหมือน)

(c) such as

(d) as

ตอบ    –      ข้อ   (b)   เนื่องจาก   “Like”  เมื่อหมายถึง  “เหมือน, คล้าย”  จะเป็น  “Preposition”  จึงต้องตามด้วยคำนาม   สำหรับข้อนี้อาจตอบได้อีกอย่าง  คือ  “the same as”  ส่วน  “As”  (เหมือนกับ)  ต้องตามด้วย  “Subject + Verb” (ดูความแตกต่างการใช้  “Like”และ “As”  จากประโยคข้างล่าง)

  • Like the other nations of Eastern Europe, Poland was politically dominated by the Soviet Union during the Cold War.

(เหมือนกับประเทศอื่นๆในยุโรปตะวันออก  โปแลนด์ถูกครอบงำทางการเมืองโดยสห ภาพโซเวียต  ในระหว่างสงครามเย็น)

หมายเหตุ  -  ประโยคข้างบนใช้  “Like”  เนื่องจาก  “Like” (หมายถึง  “เหมือน, เหมือนกับ, คล้าย”)   ต้องตามด้วยคำนามหรือวลี   เช่น  “Like the other nations”  (เหมือนกับประเทศอื่นๆ), “Like his father”  (เหมือนพ่อของเขา),  “Like most hard-working people” (เหมือนคนทำงานหนักส่วนใหญ่)  ส่วน  “as” (หมายถึง “เหมือนกับ”)   ต้องตามด้วยอนุประโยค  (As + Subject + Verb)  เช่น

  • He did as his father had told him to do.

(เขาทำเหมือนที่พ่อของเขาบอกให้ทำ)

  • She smiled as her mother did when she was young.

(เธอยิ้มเหมือนที่แม่ของเธอยิ้ม  เมื่อตอนที่ (แม่) เป็นเด็ก)

                                                  สำหรับ  “As”  เมื่อเป็น  “Preposition”  มีความหมายว่า  “ในฐานะ หรือ เป็น”  จะต้องตามด้วยคำนามหรือวลี  เช่น

  • She works as a doctor.

(เธอทำงานเป็นหมอ)

  • He is known as a man who keeps his words.

(เขาเป็นที่รู้จักกันในฐานะคนที่รักษาคำพูด)

  • They have been recognized as the men who died for their country.

(พวกเขาได้รับการจดจำในฐานะคนที่ตายเพื่อชาติบ้านเมือง)

  • As a good citizen, everyone has to pay a proper amount of tax each year.

(ในฐานะพลเมืองดี  ทุกคนจำเป็นต้องจ่ายภาษีในจำนวนที่เหมาะสมทุกๆ ปี)

                                                  สำหรับ  “Alike”  เป็นทั้งคำคุณศัพท์และกริยาวิเศษณ์  หมายถึง  “เหมือนกัน, คล้ายกัน, อย่างเดียวกัน”  ดังประโยคข้างล่าง

  • These two things are alike.

(ของ    สิ่งนี้เหมือนกันเลย)

  • Tom and his brother are both alike.

(ทอมและพี่ชายของเขาคล้ายกัน)  (หมายถึง  รูปร่างหน้าตาหรือการกระทำ)

  • No two people think or behave alike.

(ไม่มีใคร    คน คิดหรือประพฤติตัวเหมือนกัน)

  • The two sisters are remarkably alike in appearance.

(พี่สาวน้องสาว    คนนั้นคล้ายกันเป็นพิเศษ (อย่างน่าสังเกต) ในด้านรูปร่างหน้าตา-ลักษณะท่าทาง)

  • They did everything alike.

(พวกเขาทำทุกอย่างเหมือนๆกัน)

  • The children are all treated alike.

(เด็กๆได้รับการปฏิบัติเหมือนๆกันทุกคน)

  • The strike is damaging to managers and workers alike.

(การนัดหยุดงานกำลังสร้างความเสียหายให้กับผู้จัดการและคนงานเหมือนๆกัน)

  • The snowstorm affected the southern and northern states alike.  

(พายุหิมะมีผลกระทบต่อรัฐทางตอนเหนือและใต้เหมือนๆกัน)

 

16. I had _____________________________________________ idea it was so expensive.

(ผม _________________________________________________ ทราบว่ามันแพงมาก)

(a) no any

(b) good

(c) no

(d) not an

ตอบ   -   ข้อ   (c)   “Have no idea”  =   “ไม่รู้, ไม่ทราบ

 

17. ___________________________________ he comes or not, I shall go to the cinema.

(______________________________________ เขาจะมาหรือไม่ก็ตาม  ผมจะไปดูหนัง)

(a) If    (ไม่ว่า)

(b) Unless   (ถ้า.............................ไม่)

(c) Whether   (ไม่ว่า)

(d) I’m sure

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากเมื่อนำหน้าประโยค  ต้องใช้   Whether”  เพียงอย่างเดียว  แต่ถ้าไว้ในประโยค  ใช้ได้ทั้ง  “Whether”  และ  “If”  เช่น

  • I don’t know whether (if) he will come or not.

(ผมไม่ทราบว่าเขาจะมาหรือไม่)      

 

18. I left home very quickly _______________________________________ miss the train.

(ผมออกจากบ้านอย่างรวดเร็วมาก _________________________________ ตกรถไฟ)

(a) so that not to

(b) so that not

(c) so as not

(d) so as not to   (เพื่อจะได้ไม่)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  หรือใช้อีกรูปหนึ่ง   คือ  “in order not to

 

19. Anne took the blind man _______________________ and helped him across the road. 

 (แอนจูง __________________________________ คนตาบอด  และช่วยเขาข้ามถนน)

(a) with a hand

(b) by her hand

(c) by hand

(d) by the hand   (มือ)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  “Take someone by the hand”  =  “จูงมือ

 

20. The silence was broken by the clash of the garden gate, a tap at the door, and ___________.

(ความเงียบถูกทำให้หมดไปโดยเสียงปะทะกันดังโครมของประตูสวน, เสียงเคาะเบาๆที่ประตู, และ ____________)

(a) the door is opened    (ประตูถูกเปิด)

(b) is opened

(c) being opened

(d) its opening    {การเปิดออกของมัน  (ประตู)}

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เป็นการใช้   “กรรม”  (คำนาม  ซึ่งในที่นี้มีส่วนขยาย   เรียกว่า “วลี”)   ของ  “By”   ให้สมดุลกันทั้ง    ตัว  คือ  “the clash (of the garden gate)”  “a tap (at the door)”  และ  “its opening”  โดยกรรมทั้ง  ๓  ตัวนี้    ล้วนอยู่ในรูปของวลี  ดูเพิ่มเติมการใช้โครงสร้างในประโยคให้สมดุลใน  ข้อ    ของข้อสอบชุดนี้

 

21. Along with its mountains, Louisiana’s cities are famous __________________________.

(เช่นเดียวกันกับภูเขาของมัน (รัฐฯ) เมืองต่างๆ ของรัฐหลุยเซียน่า  มีชื่อเสียง ____________)

(a) for its beauty

(b) on their beauty

(c) for their beauty    (ในเรื่องความสวยงามของมัน)

(d) in its beauty

ตอบ   -   ข้อ   (c)   “Famous for”  =   “มีชื่อเสียงในเรื่อง หรือในด้าน...................”  ส่วน  “ความสวยงามของมัน”  หมายถึงของเมืองต่างๆ (หลายๆ เมือง)  จึงต้องใช้  “Their

                                               สำหรับคำคุณศัพท์  (Adjective)  ที่ใช้กับ  “For”  ได้แก่  “Responsible” (รับผิดชอบ)  -  You have to be responsible for what you have done.  (คุณจำเป็นต้องรับผิดชอบในสิ่งที่คุณได้ทำลงไป),  “Ready”  (เตรียมพร้อมต่อ),  “Qualified”  (มีคุณสมบัติเหมาะสมกับ),  “Essential”  (จำเป็นอย่างยิ่ง),  “Good”  (เป็นประโยชน์ต่อ), “Suitable”  (เหมาะสม),  “Famous”  (มีชื่อเสียง),  “Eager”  (กระตือรือร้น), “Sorry”  (เสียใจกับ), “Sufficient”  (เพียงพอ), “Fit”  (เหมาะสม), “Unfit”,  “Perfect”  (สมบูรณ์แบบ), “Grateful”  (ขอบคุณต่อเป็นต้น

                                               ส่วนคำกริยา  (Verb)  ที่ใช้กับ  “For”  เช่น  “Wait”  (รอคอย),  “Vote”  (ลงคะแนนให้),  “Pay”  (จ่ายเงินค่า),  “Thank”  (ขอบคุณสำหรับ), “Search  (ค้นหา),  “Look”  (ค้นหา),  “Struggle”  (ต่อสู้ดิ้นรนเพื่อ),  “Exchange”  (แลกเปลี่ยนเพื่อ),  “Beg”  (ขอร้อง),  “Ask”  (ขอร้อง),  “Call”  (เรียกร้องให้ มี, จำเป็นต้องมี),  “Apologize”  (ขอโทษ),  “Charge”  (คิดค่า),  “Provide”  (จัดให้มี, เตรียมไว้สำหรับ),  “Substitute”  (เอามาแทน),  “Hope”  (หวังจะได้), “Bring”  (นำมา)  -  I’ve brought this for you.  (ผมได้นำสิ่งนี้มาให้คุณ),  “I’ve made a cake for tea.  (ผมได้ทำเค้กสำหรับน้ำชา),  Aim for the center of the target.  (จงเล็งไปที่ศูนย์กลางเป้า),  He is going to run for President.  (เขาจะสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดี),  Speak for yourself.  The rest of us will make up our own minds.  (จงพูดแทนตัวเอง  - ในนามของตัวเอง  -  พวกเราที่เหลือจะตัดสินใจของเราเอง)  (โดยฟังเหตุผลจากที่คุณพูด),  He speaks for us all on this matter.  (เขาพูดในนามของเราในเรื่องนี้),  He works for the gas company.  (เขาทำงานให้กับบริษัทน้ำมัน),  She is a member of parliament (MP) for Bangkok.  (เธอเป็น ส.ส. กรุงเทพฯ),  Do it for my sake.  (โปรดทำเพื่อเห็นแก่ผมเถอะ),  How much did you pay for it?  (คุณจ่ายไปเท่าไรสำหรับมัน),  เป็นต้น

                                               สำหรับวลีอื่นๆ ที่ใช้กับ  “For”  ได้แก่  “For good”  (อย่างถาวร, ตลอดกาล, ตลอดไป)  -  The lost money was gone for good.  (เงินที่หายไปหาไม่เจออีกเลย  -  คือสาบสูญอย่างถาวร)  -  He hoped that the repairs would stop the leak for good.  (เขาหวังว่าการซ่อมจะทำให้ท่อหยุดรั่วไหลไปตลอดกาล),  “For all I Know  (เท่าที่ผมรู้มา, บางที, เป็นไปได้)  -  For all I know, they had eloped a month before the girl’s parents knew  (บางที หรือ เป็นไปได้ที่ว่า  หนุ่มสาวคู่นั้นได้หนีตามกันไป   เดือน ก่อนหน้าที่พ่อแม่ของฝ่ายหญิงจะรู้  -  คือ ผมบอกไม่ได้ว่า  เป็นอย่างนั้น จริงๆ  ๑๐๐  เปอร์เซ็นต์  หรือไม่  แต่คิดว่า บางที  อาจจะเป็นเช่นนั้น),  “For the time being”  (เดี๋ยวนี้, ในขณะนี้, ชั่วขณะ, ชั่วคราว)  -  I haven’t any note paper, but this envelop will do for the time being.  (ผมไม่มีกระดาษโน้ตเลย  แต่ว่าซองจดหมายนี้ก็ใช้แทนได้  สำหรับในขณะนี้)  -  She hasn’t found an apartment yet; she is staying with her aunt for the time being.  (เธอยังหาห้องเช่าไม่ได้เลย  เธอกำลังพักอยู่กับป้าชั่วคราว  จนกว่าจะห้องเช่าได้)“For instance (= For example)”  (ตัวอย่างเช่น),  “For sure (= For certain”  (อย่างแน่นอน, อย่างไม่ต้องสงสัยเลย, แน่นอนทีเดียว)  -  He didn’t know for sure ( for certain) which bus to take.  (เขาไม่รู้อย่างแน่ชัดว่าจะต้องขึ้นรถเมล์คันไหน  -  คือ ไม่แน่ใจ),  “The train for London is leaving from Platform 2.”  (รถไฟไปลอนดอนกำลังจะออกจากชานชาลาที่  ),  “It is time I set out for the office.  (ถึงเวลาสมควรที่ผมจะออกเดินทางไปสำนักงานแล้ว),  “What is this for?”  (สิ่งนี้มีไว้ทำอะไรครับ),  “We’ve invented a process for making cheaper steel.”  (เราได้สร้างขบวนการสำหรับผลิตเหล็กกล้าราคาถูกลง),  “This case is too heavy for me to carry.”  (กระเป๋านี้หนักเกินไปสำหรับผมที่จะแบก),  “I’m all for the proposal.”  (ผมเห็นด้วยกับข้อเสนอนี้ทั้งหมด),  “Are you for me or against me?”  (คุณเห็นด้วยกับผม (อยู่ฝ่ายผม) หรือคัดค้านผม),  “I’m concerned for him.  I hope he knows what he is doing.”  (ผมวิตกกังวลเกี่ยวกับเขา  ผมหวังว่าเขารู้ว่าเขากำลังทำอะไรนะ),  Take a holiday.  You’ll feel much better for it.  (จงพักผ่อนซะ  คุณจะรู้สึกดีขึ้นมากเพราะมัน  -  คือ การพักผ่อน),  เป็นต้น

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                 ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป

 

 

 

 

 

Pages

Subscribe to RSS - หมวดข้อสอบ TOEIC