หมวดข้อสอบ English for ม. 1–3

หมวดข้อสอบ English for ม. 1 – 3 (Grammar ตอนที่ 1)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

 

Choose the correct answer for each of the following.

(จงเลือกคำตอบที่ถูกต้องสำหรับแต่ละข้อต่อไปนี้)

 

1. Unless you drink milk, you ____________________________ have strong teeth.

(ถ้าคุณไม่ดื่มนม  คุณ ____________________________________ มีฟันที่แข็งแรง)

(a) wouldn’t

(b) shouldn’t

(c) won’t    (= Will not  =  จะไม่)

(d) didn’t

ตอบ   -   ข้อ    (c)   ดูเพิ่มเติมการใช้   “Unless”  จากประโยคข้างล่าง

                               ตัวอย่างที่ 

  • ______________________ we get some rain, the dying crops will be ruined.

(__________ เรา _________ ได้รับฝนบ้าง  พืชที่กำลังจะตาย  จะถูกทำลายเสียหายป่นปี้หมด)

(a) Only    (เพียงแต่)

(b) Unless    (ถ้า  ...............(เรา)................  ไม่)

(c) Despite    (ทั้งๆ ที่)

(d) Whenever    (เมื่อใดก็ตาม)

ตอบ   -   ข้อ    (b)  

                             ตัวอย่างที่ 

  • _____________________________ he comes in half an hour, I shall go alone.

(________________ เขา ______________ มาถึงในอีกครึ่งชั่วโมง  ผมจะไปตามลำพัง)

(a) If    (ถ้า)

(b) Because    (เพราะว่า)

(c) Unless    (ถ้า  ....................(เขา).....................  ไม่)

(d) When    (เมื่อ)

ตอบ   -   ข้อ    (c)  

                            ตัวอย่างที่ 

  • _____________________ you work harder, you are going to fail your exams.

(________________________________________ คุณขยันมากขึ้น  คุณจะสอบตก)

(a) If    (ถ้า)

(b) Unless    (ถ้า  ..............(คุณ)............  ไม่)  (ขยันมากขึ้น)

(c) Although    (แม้ว่า)

(d) Because    (เพราะว่า)

ตอบ   -   ข้อ    (b)  

                              ตัวอย่างที่ 

  •  I don’t like to begin writing a letter, __________________________________.

(ผมไม่ชอบที่จะเริ่มต้นเขียนจดหมาย ______________________________________ )

(a) unless I don’t have time

(b) unless I have plenty of time    (ถ้าผมมีเวลาไม่มาก)  (ถ้าผมไม่มีเวลามาก)

(c) If I have plenty of time

(d) unless I have no time

ตอบ    -   ข้อ   (b)

                               ตัวอย่างที่ 

  •  Don’t open a shop ___________________________ to smile.  (Chinese proverb)

(จงอย่าเปิดร้าน (ทำการค้า) _____ ที่จะยิ้ม)  (สุภาษิตจีน)  (หมายถึง  จะทำมาค้าขาย  ต้องยิ้มเก่ง)

(a) if you like

(b) as you don’t like

(c) not like

(d) unless you like    (ถ้าคุณไม่ชอบ)

ตอบ   -   ข้อ  (d)

                             ตัวอย่างที่ 

  • He won’t pass his examination ____________________________________.

(เขาจะสอบไม่ผ่าน ___________________________________________________ )

(a) if he is not enough diligent   (ต้องใช้“diligent enough”)

(b) unless he is not diligent enough   (หลัง“Unless” ต้องเป็นรูปบอกเล่า)

(c) unless he is not enough diligent

(d) unless he is diligent enough    (ถ้าเขาไม่ขยันเพียงพอ)

ตอบ   –   ข้อ   (d)  เนื่องจาก  “Unless  =  If…………… not”   แต่ต้องอยู่ในโครงสร้าง  “Unless + Subject + Verb (บอกเล่า)”  ทั้งนี้  “อนุประโยคที่ตามหลัง “Unless” จะต้องอยู่ในรูปบอกเล่าเสมอ”  เนื่องจาก “Unless”  มี  “not”  ซึ่งเป็นปฏิเสธรวมอยู่ในคำด้วยแล้ว   ตัวอย่าง  เช่น

  •  He will not come unless he has time.

(เขาจะไม่มา  ถ้าเขาไม่มีเวลา)

  •  I shall not help him unless he asks me.

(ผมจะไม่ช่วยเขา  ถ้าเขาไม่ขอร้องผม)

  •  You couldn’t get a grant unless you had five years’ teaching experience.

(คุณไม่สามารถได้รับเงินช่วยเหลือ  ถ้าคุณไม่มีประสบการณ์สอน ๕ ปี)

  • Unless you work hard, you won’t succeed.

(ถ้าคุณไม่ขยัน  คุณจะไม่ประสบความสำเร็จ)

  •  She said nothing unless she was spoken to.

(เธอไม่พูดอะไร  ถ้าเธอไม่ถูกพูดด้วย  -  คือ ถ้าไม่มีใครพูดกับเธอ)

  • Unless they respected us, we wouldn’t care for what they said.

(ถ้าพวกเขาไม่เคารพเรา  เราจะไม่ใส่ใจในสิ่งที่เขาพูด)

 

2. Everything I tell him goes in one ear and out _________________________________.

(ทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมบอกเขา  เข้าหูหนึ่งและทะลุออก ________ )  (คือ  เข้าหูซ้าย  ทะลุหูขวา)

(a) another

(b) the other    (อีกหูหนึ่ง)

(c) others

(d) the others

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากหมายถึงหูอีกข้างหนึ่งที่เหลือ  (หูคนมี  ๒  ข้าง)  ดูเพิ่มเติมการใช้  “Others,  Another,  Other,  The other,  The others”  จากประโยคข้างล่าง

                        ตัวอย่างที่ 

  • ____________ children are very bold; _____________ seem easily frightened.

(เด็ก ___________ กล้าหาญมาก  (แต่) ___________ ดูเหมือนว่าตกใจง่าย  -  หรือขี้กลัว)

(a) Some of __________ other

(b) Some of __________ the others

(c) Some ___________ others    (บางคน ........................  เด็กคนอื่นๆ)

(d) Some ___________ another

ตอบ   -   ข้อ    (c)   “Some”  ใช้คู่กับ  “Others”  

                           ตัวอย่างที่ 

  • Some children are very bright; ________________________________ are not.

(เด็กๆ บางคนฉลาดมาก  (แต่) __________________________________ มิได้ฉลาดมาก)

(a) the other

(b) the others

(c) others    (เด็กคนอื่นๆ)

(d) another

ตอบ   -   ข้อ   (c) 

                            ตัวอย่างที่ 

  • The ancient Hopewell people of North America probably cultivated corn and ____________ crops, but hunting and gathering were still of critical importance in their economy.

(ชาวโฮปเวลล์โบราณในทวีปอเมริกาเหนือ (อินเดียนแดงเผ่าหนึ่ง) อาจจะเพาะปลูกข้าว โพดและพืช __________________ แต่การล่าสัตว์และเก็บของป่าก็ยังคงมีความสำคัญอย่างยิ่งในเศรษฐกิจของพวกเขา)

(a) another

(b) the others

(c) other    (อื่นๆ)

(d) other than

ตอบ   -   ข้อ   (c) 

                            ตัวอย่างที่ 

  •  I have _________________________________ wheel in the back of my car.

(ผมมีล้อ ____________________________________________ ในท้ายรถของผม)

(a) other

(b) others

(c) the other

(d) another    (อีกล้อหนึ่ง)

ตอบ   -   ข้อ    (d)  “Another”  ขยายนามเอกพจน์ นับได้  หมายถึง  “อีกคนหนึ่ง,  ตัวหนึ่ง  หรือสิ่งหนึ่ง” 

                              ตัวอย่างที่ 

  •  If you don’t want this pen, take ______________.   There are some left in the box.

(ถ้าคุณไม่ต้องการปากกาด้ามนี้   เอา _______ ไปก็ได้  มีปากกาจำนวนหนึ่งเหลืออยู่ในกล่อง)

(a) the other    (อีกด้ามหนึ่งที่เหลือ  จากทั้งหมด  ๒  ด้าม)

(b) others    (ด้ามอื่นๆ)  (เป็นพหูพจน์)

(c) another    (อีกด้ามหนึ่ง)  (เป็นเอกพจน์)

(d) one another    (ซึ่งกันและกัน)

ตอบ   -   ข้อ   (c)

                             ตัวอย่างที่ 

  •  One of my English teachers is American, _________________________ is British.

(ครูภาษาอังกฤษคนหนึ่งของผมเป็นชาวอเมริกัน _____________________ เป็นชาวอังกฤษ)

(a) any

(b) other

(c) another    (อีกคนหนึ่ง)

(d) others    (คนอื่นๆ)

ตอบ   -   ข้อ   (c)  เนื่องจาก   “Another”  (อีกหนึ่ง)   ที่ไม่ชี้เฉพาะ + Noun   นับได้เอกพจน์  (ประโยคนี้แสดงว่า  “ผม”  มีครูภาษาอังกฤษหลายคน  คือ ไม่ต่ำกว่า  ๓  คน  ถ้ามีเพียง  ๓  คน  และต้องการจะกล่าวถึงคนที่  ๓  จะต้องใช้  “The other”  เนื่องจากหมายถึง   “คนสุดท้ายที่เหลือ”  ในบรรดา  ๓  คน)   ตัวอย่างการใช้  “Another”  เช่น

             -  We need another week to complete our project.

(เราต้องการอีก  ๑  สัปดาห์  เพื่อทำโครงการให้เสร็จสิ้น)

            -  She got another cat from her neighbor.

(เธอได้แมวอีก  ๑  ตัว  จากเพื่อนบ้าน)

           -  He bought another car.

(เขาซื้อรถอีก  ๑  คัน)

                                    อย่างไรก็ตาม  สามารถใช้   “Another + Noun  (พหูพจน์)  ได้  ถ้าคำนามนั้น  มีคำแสดงจำนวนนับขยาย  =   “อีก...................”

                -  They need another twenty people for the job.

(พวกเขาต้องการอีก  ๒๐  คน  สำหรับงานนั้น)

                -  We will stay here for another ten days.

(เราจะพักที่นี่อีก  ๑๐  วัน)

                 -  The project will take another two years.

(โครงการจะใช้เวลาอีก  ๒  ปี)

                                    นอกจากนั้น  “Another”  มักใช้คู่กับ  “One”  ความหมายรวมกัน  =  “(ไม่)..............ใดก็...............หนึ่ง”  เช่น

             -  We tried to solve the problem by one way or another.

(เราพยายามแก้ปัญหา  ไม่โดยวิธีใดก็วิธีหนึ่ง)

             -  Almost everyone has a headache at one time or another.

(เกือบทุกคน (เป็นไข้) ปวดศีรษะ  ไม่เวลาใดก็เวลาหนึ่ง)

                                    สำหรับการใช้  “One”  (คนหนึ่ง, ตัวหนึ่ง, สิ่งหนึ่ง)  และ “The other”  (อีกหนึ่ง  ในจำนวนสอง  หรือที่ชี้เฉพาะ)   ดูจากประโยคข้างล่าง

                            ตัวอย่างที่ 

  • The two really important things in life are a good bed and a fine pair of shoes.  When you’re not in one, you’re in ________________.  (Norwegian proverb)

(สิ่งที่สำคัญอย่างแท้จริง  ๒  อย่างในชีวิต  คือ  เตียงนอนที่ดีๆ ตัวหนึ่ง  และรองเท้าดีๆ คู่หนึ่ง  ทั้งนี้  เมื่อคุณไม่อยู่ในสิ่งหนึ่ง  คุณก็จะอยู่ใน __________________  (ในบรร ดาของ  ๒  สิ่ง คือ เตียง และ รองเท้า)  (สุภาษิตนอร์เว)(ความหมาย คือ  เตียงนอนดีๆ คือ ที่สำหรับพักผ่อนหลังจากการทำงานหาเลี้ยงชีพ  ส่วนรองเท้า คือ สิ่งที่คนเราจะต้องสวมใส่เวลาออกไปทำงานนอกบ้าน  เพราะฉะนั้น  ของ  ๒  สิ่งนี้ จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นมากในทัศนะของคนนอร์เว  กล่าวคือ  คนเราถ้าไม่ทำงาน  (โดยใส่รองเท้าออกไปนอกบ้าน)  ก็พักผ่อน  (อยู่บนเตียง)  ชีวิตคน (นอร์เว) จึงวนเวียนอยู่กับของ  ๒  สิ่งนี้  เพราะคนนอร์เวไม่สนใจกับเรื่องสนุกสนาน  เนื่องจากชีวิตต้องต่อสู้กับความหนาวเหน็บตลอดทั้งปี  เพราะประเทศตั้งอยู่ใกล้ขั้วโลก)

(a) the other   (อีกสิ่งหนึ่ง)

(b) the others

(c) others

(d) other

ตอบ   -   ข้อ    (a)   เนื่องจากเราใช้   “The other”  เพื่อชี้เฉพาะ  หรือบอกว่า  “อีกหนึ่งที่เหลือ  จากจำนวน  ๒  สิ่ง  ๒  คน  หรือ  ๒  ตัว”  {เมื่อใช้  “The other”  แบบลอยๆ  ถือเป็นคำสรรพนาม  (Pronoun)   แต่ถ้าใช้ขยายคำนาม  ถือเป็นคำคุณศัพท์   (Adjective)} ดังประโยคข้างล่าง

         -  Hold it in your right hand, not the other.  (ใช้แบบ“Pronoun”)

(ถือมันไว้ในมือขวาของคุณสิ  ไม่ใช่มือซ้าย)  (คนเรามี  ๒  มือ)

         -  Tim and Tom had told me that they would come to my party, but only Tim came, the other did not.   (ใช้แบบ“Pronoun”)

(ทิมและทอมบอกผมว่าจะมางานเลี้ยงของผม  แต่ทิมมาเพียงคนเดียว  อีกคนหนึ่งไม่มา)  (คือทอมไม่มา  -  ทอมคืออีกคนหนึ่งที่เหลือจาก  ๒  คน)

          -  One half of the world does not know how the other half lives.   (ใช้แบบ“Adjective”ขยายคำนาม “Half”)

{(ผู้คน) ครึ่งหนึ่งของโลกไม่รู้ว่า (ผู้คน) อีกครึ่งหนึ่ง (ของโลก) มีชีวิตอย่างไร}(หมายถึง  คนร่ำรวยในซีกโลกหนึ่ง  ไม่รู้ว่าคนยากจนในอีกซีกโลกหนึ่งมีชีวิตอย่างไร)  (โลกแบ่งออกเป็น  ๒  ซีก คือ ตะวันตกและตะวันออก  ประโยคข้างบนกล่าวถึงซีกโลกที่เหลือ  จากซีกที่ได้กล่าวไปแล้ว)

                                     กล่าวโดยสรุป  -  เมื่อทราบว่ามีของ  ๒  สิ่ง  คน  ๒  คน  สัตว์  ๒  ตัว  ใช้  “One” คู่กับ  “The other”   ดังประโยคข้างล่าง

             -  There are two boys in this room, one is big and the other is small.

(มีเด็ก  ๒  คนในห้องนี้  คนหนึ่งตัวใหญ่  อีกคนหนึ่ง (ที่เหลือจาก  ๒  คน) ตัวเล็ก)

             -  One cooks and the other cleans the house.

(คนหนึ่งปรุงอาหาร  และอีกคนทำความสะอาดบ้าน)  (ในบ้าน มีคนเพียง  ๒  คนเท่านั้น)

            -  There are 2 sentences on the page.  One is the answer to the first question and the other is the answer to the second question.

(มี  ๒  ประโยคอยู่ในหน้าหนังสือนั้น  ประโยคหนึ่งเป็นคำตอบของคำถามแรก  และอีกประโยคหนึ่ง (ที่เหลือจาก  ๒  ประโยค) เป็นคำตอบของคำถามที่  ๒)

           -  First he stood on one foot, then he stood on the other.

(ในตอนแรก  เขายืนบนขาหนึ่งก่อน  และต่อมา  เขายืนบนขาอีกข้างหนึ่ง)  (คนมี  ๒  ขา)

           -  The twins look exactly alike, one can’t be distinguished from the other.

(ฝาแฝดคู่นั้นมีท่าทางเหมือนกันเป๊ะ  ไม่สามารถแยกความแตกต่างของคนหนึ่งจากอีกคนหนึ่งได้)  (แฝด  ๒  มีเพียง  ๒  คนเท่านั้น)

           -  There are 2 seats left, I don’t want to sit near the door, so I guess I’ll have to take the other one.

(มีที่นั่งเหลืออยู่  ๒  ที่  ผมไม่ต้องการนั่ง (ที่นั่ง) ติดประตู  ดังนั้น  ผมคาดว่าผมจำเป็นต้องนั่งที่นั่งอีกตัวหนึ่ง  -  ที่เหลืออยู่)

                                      อย่างไรก็ตาม  เราใช้  “The other” กับ  สิ่ง (คน, สัตว์)  ที่เหลือเพียงสิ่งเดียว (เอกพจน์) สุดท้าย   จากของจำนวนมากเท่าใดก็ได้   (ไม่จำเป็นต้องจากของเพียง  ๒  สิ่ง)   เช่น

           -  Of these books, two are about space travel, how about the other?

(ในบรรดาหนังสือเหล่านี้    ๒ เล่มเกี่ยวกับการเดินทางในอวกาศ  แล้วอีกเล่ม  (ที่เหลือเล่มสุดท้าย) เกี่ยวกับอะไร)  (หนังสือมีอยู่ด้วยกันทั้งหมด  ๓  เล่ม)

            -  There are 10 cars in the showroom.  Two are black; three are red; four are white and the other is bronze.

(มีรถ  ๑๐  คันในโชว์รูม ๒ คันมีสีดำ  ๓ คันสีแดง  ๔ คันสีขาว  ส่วนคันที่เหลือสุดท้าย  สีบรอนซ์)  (มีรถทั้งหมด  ๑๐  คัน  บอกสีไปแล้ว  ๙  คัน  คันสุดท้ายสีบรอนซ์)

                                      สำหรับ  “The others”  ใช้บอกจำนวนที่เหลือสุดท้าย   (เป็นพหูพจน์  คือ  ตั้งแต่  ๒  คน  ๒ สิ่ง  หรือ  ๒ ตัว  ขึ้นไป)  จากจำนวนทั้งหมด  ซึ่งอย่างน้อยต้องมีจำนวน  ๓  หรือมากกว่า  (ต้องรู้จำนวนรวมที่แน่นอน  ว่ามีทั้งหมดเท่าใด)   เช่น  

            -  Here are 4 boxes, but I can carry only 2  -  please bring the others.

(นี่คือกล่อง  ๔  ใบ  แต่ผมแบกได้เพียง  ๒  ใบนะ  คุณกรุณาแบบอีก  ๒  ใบที่เหลือด้วย)

           -  There are 7 mangoes on the table; you can take 3 and I’ll take the others.

(มีมะม่วง  ๗  ลูกบนโต๊ะ  คุณเอาไป  ๓  ลูกก็ได้  ส่วนผมจะเอาที่เหลือไป)  (คืออีก  ๔  ลูกที่เหลือ)

 

3. He will say a few words _______________________________ we will study next year.

(เขาจะพูดนิดหน่อย (สองสามคำ) ____________________________ เราจะเรียนในปีหน้า)

(a) the subjects about which

(b) which about the subjects

(c) about the subjects which    (เกี่ยวกับวิชาต่างๆ ซึ่ง)

(d) about which the subjects

 

4. Every morning he could hear the birds ___________________________________.

(ทุกเช้า  เขาสามารถได้ยินนก ____________________________________________ )

(a) song

(b) sing    (ร้องเพลง)

(c) sang

(d) sung

ตอบ   -   ข้อ    (b)  ตามโครงสร้าง  “Subject + Hear + กรรม + Verb 1”  ดูเพิ่มเติมกริยาประเภทเดียวกับ  “Hear”  จากประโยคข้างล่าง  

                             ตัวอย่างที่ 

  • It makes you _____________________________ with delight to think of that.

(มันทำให้คุณ __________________________ ด้วยความปลาบปลื้มเมื่อคิดถึงเรื่องนั้น)

(a) to laugh

(b) laughed

(c) laughing

(d) laugh    (หัวเราะ)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  เนื่องจาก  “Subject + Make + กรรม + Verb 1”  ดูเพิ่มเติมกริยาประเภทเดียวกันจากประโยคข้างล่าง

                              ตัวอย่างที่ 

  • She made her guests __________________________________________.

(เธอทำให้แขกของเธอ _______________________________________________ )

(a) laugh    (หัวเราะ)

(b) laughed

(c) laughing

(d) to laugh

ตอบ   –   ข้อ   (a)  เนื่องจากอยู่ในรูป  “Subject + Make + กรรม  + Infinitive without to (Verb 1)

                             ตัวอย่างที่ 

  • Professor Collins _______________________________________ about him.

(อาจารย์คอลลินส์ _________________________________________ เกี่ยวกับตัวเขา)

(a) heard the students to talk

(b) heard the talk by the students

(c) heard the students’ talking

(d) heard the students talk    (ได้ยินนักเรียนพูดคุย)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  ดูเพิ่มเติมการใช้คำกริยาประเภทเดียวกับ  “Hear”  จากประโยคข้างล่าง

                            ตัวอย่างที่ 

  • We begged him to let us ____________________________ through the telescope.

(เราขอร้องเขาให้อนุญาตให้เรา _________ ผ่านกล้องโทรทัศน์ (กล้องส่องทางไกล) ตัวนั้น)

(a) look    (มอง, ดู)

(b) to look

(c) looking

(d) looked

ตอบ   -   ข้อ   (a)   เนื่องจาก  “Let + กรรม + Verb 1  ดูเพิ่มเติมกลุ่มคำกริยาที่ตามด้วยกรรม  และ  “Infinitive without to” (Verb 1)  จากประโยคตัวอย่างข้างล่าง

                              ตัวอย่างที่ 

  • What she saw made her _______________________________________ pale.

(สิ่งที่เธอเห็นทำให้เธอ _______________________________________ หน้าซีดเผือด)

(a) turn    (กลายเป็น)

(b) turning

(c) to turn

(d) turned

ตอบ   -   ข้อ  (a)  เนื่องจาก “Make +กรรม + Verb 1

                             ตัวอย่างที่ 

  • The manager let everyone ____________ the office early to attend the convention.

(ผู้จัดการปล่อย (ยอม) ให้ทุกคน__________ สำนักงานแต่เนิ่นๆ  เพื่อไปเข้าร่วมการประชุม)

(a) to leave

(b) leaves

 (c) left

(d) leave    (ออกจาก)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  เนื่องจากหลังกรรมของ  “Make, Let, Have (ใช้), See, Hear, Feel”  ต้องอยู่ในรูป  “Infinitive without to”  คือ กริยาช่องที่ ที่ไม่มี  “To” นำหน้า (Verb 1)  ดังตัวอย่างประโยค เช่น

  • She lets them play in the field.

(เธอปล่อยให้พวกเขาเล่นในสนาม)

  • We made them laugh.

(เราทำให้พวกเขาหัวเราะ)

  • I heard her sing.

(ผมได้ยินเธอร้องเพลง)

  • He saw her walk in the street.

(เขาเห็นเธอเดินในถนน)

  • She had them clean her room.

(เธอให้พวกเขาทำความสะอาดห้อง)

 

5. The man was wearing ________ blue jeans, ________ legs of which were soaking wet.

(ชายคนนั้นกำลังสวมกางเกงยีนสีน้ำเงิน _________ ซึ่ง __________ ขาของมันเปียกโชก)

(a) a ___________ the

(b) a ___________ -

(c) the ___________ the

(d) - ___________ the

ตอบ   -   ข้อ    (d)   คือ  ช่องแรกไม่ต้องเติมอะไร  ส่วนช่องหลังต้องใช้  “The” เนื่องจากเป็นการเน้น-ชี้เฉพาะ  ว่าเป็นขาของกางเกงยีนตัวที่กล่าวถึง

 

6. Jim should _______ of himself because he has eaten so much that he’s made himself sick.

(จิมควร _____ ในตนเอง  เพราะว่าเขาได้กินเข้าไปมาก  จนกระ ทั่งเขาได้ทำให้ตนเองเจ็บป่วย)

(a) ashame    (รูปนี้ไม่มีใช้)

(b) be ashame     (รูปนี้ไม่มีใช้)

(c) be ashamed    (อับอาย, กระดากใจ)

(d) ashamed  

ตอบ   -   ข้อ   (c)   “Ashamed”  เป็นคำคุณศัพท์  ต้องใช้กับ  “Verb to be”  และตามด้วย  “Preposition”  (Of)

 

7. He was on the point of picking up the phone _______________________ it began to ring.

(เขากำลังอยู่ในจังหวะที่จะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทร _________________ มัน (โทรศัพท์) เริ่มดังขึ้น)  (คือ  กำลังจะโทรออก  ก็มีคนโทรเข้ามาพอดี)

(a) while    (ในขณะที่)

(b) during    (ในระหว่าง)  (ต้องตามด้วยคำนาม หรือวลี)

(c) then    (ต่อจากนั้น)

(d) when    (เมื่อ)

 

8. The postman ___________________________ the doorbell, but Jenny did not hear it.

(บุรุษไปรษณีย์ ______________________________ กระดิ่งที่ประตู  แต่เจนนี่ไม่ได้ยินมัน)

(a) ring

(b) rings

(c) rang    (สั่น)  (กริยาช่องที่  ๒  ของ “Ring”)

(d) rung   (กริยาช่องที่  ๓  ของ “Ring”)    

ตอบ   -   ข้อ    (c)   เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ในอดีต  โดยสังเกตจากกริยา  “Did not hear”   ในอีกประโยคหนึ่ง

 

9. Everybody ____________________________________________ fish in my family.

(ทุกคน _______________ ปลา  ในครอบครัวของผม)  (คือ  ทุกคนในครอบครัวกินปลา)

(a) eat

(b) eats    (กิน)

(c) have eaten

(d) eating

ตอบ   -   ข้อ    (b)   “Everybody,  Everyone”  เป็นสรรพนามเอกพจน์  จึงต้องใช้กริยา  “Eats”

 

10. My little sister hid _______________________ the bed until my mother left the room.

(น้องสาวตัวน้อยของฉันซ่อน __________ เตียงนอน  จนกระทั่งแม่ของฉันออกไปจากห้อง)

(a) in

(b) at

(c) under    (ใต้)

(d) behind    (ข้างหลัง)

 

11. Judy ______________________________________ in her room for more than a day.

(จูดี้ _______________________________________ ในห้องของเธอเกินกว่า    วันแล้ว)

(a) have studied

(b) have been studying

(c) has been studied     (ได้ถูกศึกษา)

(d) has been studying    (ได้กำลังศึกษา-อ่านหนังสือ)

ตอบ   -   ข้อ    (d)   เป็นการใช้โครงสร้าง   “Present perfect continuous tense”  {Subject + Has (Have) + Been + Verb + ing} เพื่อบอกถึงเหตุการณ์  (ศึกษาในห้อง) ที่เกิดในอดีต  และต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน  (ขณะที่พูดประโยคนี้)  และอาจมุ่งเน้นความยาวนานของเหตุการณ์ด้วย  คือ  เกิดขึ้นนานกว่า  ๑  วัน  ดูเพิ่มเติม  “Tense”  นี้  จากประโยคข้างล่าง

                            ตัวอย่างที่ 

  • In the last few years our town _____________________________ a great deal.

(ในช่วงสอง-สามปีที่ผ่านมา  เมืองของเรา _________________________ อย่างมากมาย)

(a) grew

(b) had grown

(c) is growing

(d) has been growing    (ได้กำลังเติบโต)

ตอบ   -   ข้อ    (c)  ใช้โครงสร้าง  “Present perfect continuous tense”  {Subject + Has (Have) + Been + Verb + ing} เพื่อบอกถึงเหตุการณ์ที่เกิดในอดีต  และดำเนินมาจนถึงปัจจุบัน  (ขณะที่พูด)  คือ  เมืองของเราเริ่มเติบโตเมื่อสอง-สามปีที่แล้ว  ปัจจุบันก็ยังคงเติบโตอยู่  และมีแนวโน้มจะเติบโตต่อไปในอนาคตด้วย  อีกนัยหนึ่ง  คือ  เน้นการเติบโตแบบต่อเนื่องหรือติดต่อกันเป็นเวลาสอง-สามปี

                             ตัวอย่างที่ 

  • He looks so exhausted because he __________________ around the town all day.

(เขามีท่าทางเหน็ดเหนื่อย-อ่อนล้ามาก  เพราะว่าเขา _____________ รอบเมืองตลอดทั้งวัน)

(a) ran

(b) had run

(c) had been running

(d) has been running    (ได้กำลังวิ่ง)

ตอบ   -   ข้อ    (d)   ใช้รูป  “Present perfect continuous tense”  {Subject + Has (Have) + Been + Verb + ing}  เพื่อแสดงความต่อเนื่องของเหตุการณ์จากอดีตมาจนถึงปัจจุบันขณะที่พูด  (คือ  การวิ่งรอบเมือง)  และมีแนวโน้มว่าจะกระทำ (วิ่ง) ต่อไปในอนาคตด้วย  (คือ  ภายหลังจากที่พูดประโยคนี้)   ส่วนอีกนัยหนึ่ง  ต้องการแสดงความต่อเนื่องยาวนานของการทำกริยาวิ่ง  ว่าได้กระทำมาแล้วหลายๆ ชั่วโมงติดต่อกัน  (สำหรับนัยยะหลัง  อาจต่อเนื่องแบบหลายๆ ชั่วโมง  วัน  เดือน  ปี  ก็ได้)

                             ตัวอย่างที่ 

  • Mother ______________________________ very badly for the last few months.

(แม่ ___________________________________ ไม่หลับเลยในช่วง ๒ – ๓ เดือนที่แล้วมา)

(a) sleeps

(b) slept

(c) has been sleeping    (นอน)

(d) had slept

ตอบ      ข้อ   (c)   เนื่องจากอยู่ในรูป  “Present perfect continuous tense”  คือบอกถึงเหตุการณ์ที่เกิดในอดีต  และดำเนินต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน  และแสดงความยาวนานของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วย   “แม่นอนไม่หลับเลยในช่วง ๒ – ๓ เดือนที่ผ่านมา”  ดูเพิ่มเติมการใช้   “Present perfect continuous”  และ “Present perfect”  จากประโยคข้างล่าง

                               ตัวอย่างที่ 

  • I ____________ of changing my job for some time, but I haven’t made up my mind.

(ผม _________ ถึงการเปลี่ยนงานมาเป็นเวลาหนึ่งแล้ว  แต่ผมยังมิได้ตัดสินใจ  -  ที่จะเปลี่ยน)

(a) am thinking

(b) thought

(c) have been thinking    (ได้กำลังคิด)

(d) think

ตอบ   -   ข้อ   (c)  เนื่องจากอยู่ในรูป   “Present perfect continuous tense”  {Subject + Has (Have) + Been + Verb + ingคือ  กล่าวถึงเหตุการณ์หนึ่งซึ่งเกิดในอดีต  และต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน  (คือ  คิดจะเปลี่ยนงานตั้งแต่ในอดีต  และปัจจุบัน (ขณะที่พูดประโยคนี้)  ก็ยังคิดจะเปลี่ยนงานอยู่)

                           ตัวอย่างที่ 

  • She __________________________________________ in London for 20 years.

(เธอ ________________________________________ ในลอนดอนเป็นเวลา  ๒๐  ปีแล้ว)

(a) has come to live

(b) has been living    (ได้กำลังอาศัย)

(c) comes to live

(d) is living

ตอบ   -   ข้อ   (b)  ใช้รูป  “Present perfect continuous tense”  {Subject + has (have) + been + Verb + ing}  เพื่อแสดงความต่อเนื่องของเหตุการณ์หนึ่ง   (เธออาศัยอยู่ในลอนดอน)   ซึ่งเกิดขึ้นในอดีต  และดำเนินต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน  (ขณะที่พูดถึง)  และมีแนวโน้มจะอาศัยอยู่ต่อไปในอนาคตด้วย 

                            ตัวอย่างที่ 

  •  Although Mark _____________ for years, he _____________ has not graduated. 

(แม้ว่ามาร์ค ________________ เป็นเวลาหลายปี  เขา ______________ ไม่จบการศึกษา)

(a) has been studying …….. already   (ได้กำลังศึกษา.................แล้ว)

(b) has been studied ………still

(c) has been studying ……..still    (ได้กำลังศึกษา.................ยังคง)

(d) has been studied……….already

ตอบ    -    ข้อ   (c)  ใช้โครงสร้าง   “Present perfect continuous tense” {Subject + Has (Have) + Been + Verb + ing}  ในแบบ  “Active voice”  (ข้อ  (b)  และ  (d)   เป็น  “Present perfect tense”  ในรูป  “Passive voice”)  เนื่องจาก มาร์คเป็นผู้กระทำ  (ศึกษา)  สำหรับข้อนี้หมายความว่า  “มาร์คเรียนหนังสือมาหลายปี  แต่ยังคงไม่จบการศึกษา”  (แสดงการศึกษาต่อเนื่องมาเป็นเวลาหลายปี)  

                             ตัวอย่างที่ 

             - Miss Kim _________________________________ with us since last October.

(มิสคิม ____________________________________ กับเราตั้งแต่เดือนตุลาคม  ปีที่แล้ว)

(a) works

(b) worked

(c) has been working      (ได้กำลังทำงาน)

(d) is working

หมายเหตุ   –    ตอบข้อ   (c)   เนื่องจากเป็น  “Present perfect continuous tense”  (Subject + Have (Has) + Been + V. ing)   โดยสังเกตจาก  “since last October”  ทั้งนี้   “Present perfect continuous”  ใช้บอกเหตุการณ์ในอดีตที่ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน   และเน้นความยาวของช่วงเวลา  ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันด้วย   ซึ่งอาจจะเป็นหลายๆวัน   เดือน   ปี   หลายๆปี   หรือเพียง ๒ – ๓ ชั่วโมงก็ได้   ซึ่งประโยคข้างบนมีความหมายว่า    “มิสคิมทำงานกับเราตั้งแต่ตุลาฯ ปีที่แล้ว”  คือปัจจุบันก็ยังคงทำอยู่   และเน้นความต่อเนื่องของการทำงาน   ว่าทำมานานหลายเดือนแล้ว   อนึ่ง สามารถใช้รูป  “Present perfect” (Subject + Have (Has) + V. 3)   แทนก็ได้   โดย   “Present perfect”  ก็บอกถึงเหตุการณ์ที่เกิดในอดีตและต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบันเช่นกัน   แต่ไม่เน้นความต่อเนื่อง  หรือยาวนาน  (รวมทั้งไม่เน้นว่าจะทำต่อเนื่องไปในอนาคต)  เหมือนกับ  “Present perfect continuous”  นอกจากนั้น  “Present perfect” ยังบอกถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งจะจบสิ้นลงไปแล้ว  หรือเหตุการณ์ที่เกิดในอดีต  แต่ไม่ระบุเวลาที่แน่ชัด  หรือใช้กับเหตุการณ์ที่เกิดซ้ำๆ ในอดีต                          

                                    รูปแบบของ  “Tense”  ทั้ง  ๒  ที่กล่าวมาข้างต้น   มักจะมีคำจำพวกนี้อยู่ในประโยค ได้แก่  since  (ตั้งแต่)  for  (เป็นเวลา)  recently  (หมู่นี้)  lately  (เมื่อเร็วๆนี้)  so far  (เท่าที่ผ่านมาหรือเป็นมา)  up to now  (จนกระทั่งถึงบัดนี้)  up till now  (จนถึงบัดนี้)  up to the present  (จนถึงปัจจุบัน)  already  (แล้ว)  yet  (ใช้ในประโยคคำถาม)  not yet  (ใช้ในประโยคปฏิเสธ)  ever  (เคย)  never  (ไม่เคย)  just  (เพิ่งจะ)  this is the first (second) time  (นี่เป็นครั้งแรก – ครั้งที่สอง)  หรือตามด้วยประโยคที่เป็น   “Past tense   เช่น   since we were born”  (ตั้งแต่เราเกิด)   “since they were at college”  (ตั้งแต่พวกเขาเรียนมหา วิทยาลัย)   since I was young”  (ตั้งแต่ผมยังเป็นเด็ก)   since she left the country”  (ตั้งแต่ที่เธอจากประเทศไป)  ตัวอย่างประโยค   เช่น

  • I have already eaten my breakfast.

(ผมกินอาหารเช้าแล้ว– เน้นว่ากินแล้ว และยังไม่นานนัก)

  • She has not eaten her dinner yet.

(เธอยังมิได้กินอาหารเย็นเลย – เน้นว่ายังไม่ได้ทำ)

  • He has just gone out.

(เขาเพิ่งจะออกไป – เน้นว่าเพิ่งจะจบสิ้น)

  • I have seen her on TV several times.

(ผมได้เห็นเธอทางทีวีหลายครั้ง – เน้นว่าทำซ้ำๆ)

  • They have lived here for ten years.

(พวกเขาอยู่ที่นี่มา ๑๐ ปีแล้ว – เน้นว่าต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน)

  • We have not seen each other since 2010.

(เราไม่ได้เจอกันตั้งแต่ปี ๒๐๑๐ – เน้นว่าต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน)

  • They have been playing since the morning.

(พวกเขาเล่นกันมาตั้งแต่เช้าแล้ว – เน้นว่าต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน  และความยาวของเวลาว่าหลายชั่วโมง)

  • They have been waiting here for two hours.

(พวกเขารอคอยอยู่ที่นี่มา ๒ ชั่วโมงแล้ว – เน้นความต่อเนื่องจนถึงปัจจุบันและความนานของเวลาคือ ๒ ชั่วโมง)

  • We have been living here since we were born.

(เราอาศัยอยู่ที่นี่ตั้งแต่เราเกิด - เน้นความต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน  และความยาวนานของการอาศัยที่นี่  คือหลายสิบปีแล้ว)

 

12. The next test __________________________________ in the middle of next month.

(การทดสอบครั้งต่อไป _____________________________________ ในกลางเดือนหน้า)

(a) is held    (ถูกจัดขึ้น)  (ในปัจจุบัน)

(b) was held    (ถูกจัดขึ้น)  (ในอดีต)

(c) has been held    (ได้ถูกจัดขึ้น)  (ในอดีต  และต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน)

(d) will be held    (จะถูกจัดขึ้น)  (ในอนาคต)

ตอบ   -   ข้อ    (d)   เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ในอนาคต

 

13. Mrs. Julia has been worrying _______________ she was told that her son was injured.

(มิสซิสจูเลียได้กำลังวิตกกังวล _____ เธอได้รับการบอกกล่าวว่า  ลูกชายของเธอได้รับบาดเจ็บ)

(a) when    (เมื่อ)

(b) although    (แม้ว่า)

(c) since    (ตั้งแต่)

(d) for

ตอบ   -   ข้อ    (c)   ดูคำอธิบายการใช้  “Present perfect continuous tense”   ใน  ข้อ  ๑๑  ของข้อสอบชุดนี้

 

14. I have ______________________________________________ him since I was five.

(ผมได้ __________________________________________ เขา  ตั้งแต่ผมอายุ  ๕  ขวบ)

(a) know

(b) knew

(c) knows

(d) known    (รู้จัก)

ตอบ   -   ข้อ    (d)   หลัง   “Have,  Has”  ตามด้วยกริยา  ช่องที่  ๓

 

15. John as well as Jim ___________________________ going to London for a holiday.

(จอห์น  เช่นเดียวกับจิม ____________________ กำลังเดินทางไปลอนดอนเพื่อพักผ่อน)

(a) is

(b) are

(c) was

(d) were

ตอบ   -   ข้อ    (a)   ดูคำอธิบายจากประโยคข้างล่าง

                             ตัวอย่างที่ 

  • Peter as well as I __________________________ a great deal of time swimming.

(ปีเตอร์ เช่นเดียวกับผม ______________________________ เวลามากมายกับการว่ายน้ำ)

(a) spend

(b) spends    (ใช้)

(c) am spending

(d) are spending

ตอบ   -   ข้อ   (b)  ประธาน  ๒  ตัว  เชื่อมด้วย  “As well as = With = Together with = Along with = Including = Plus = รวมทั้ง, เช่นเดียวกับ, In addition to = Besides = นอกจาก, But = แต่, Except = ยกเว้น, No less than = รวมด้วย, Excluding = ไม่นับ, ไม่รวม, Accompanied by = ติดตามโดย, พร้อมด้วย, Not = ไม่ใช่, No one but = ไม่มีใครนอกจาก, Plus = บวก, รวมทั้ง, Like = เช่นเดียว กับ, In company with = พร้อมด้วย   ให้ใช้กริยาในประโยคตามประธานตัวหน้า  ในที่นี้  คือ  “Peter”  เช่น

  • My dog as well as my cats eats twice a day.

(หมาของผมรวมทั้งแมว  กินอาหารวันละ  ๒  มื้อ)

  • The boy with his dog is here.

(เด็กชายรวมทั้งหมาของเขาอยู่ที่นี่แล้ว)

  • John as well as I has been to Hua-Hin several times.

(จอห์นเช่นเดียวกับผม  เคยไปหัวหินหลายครั้ง)

  • Nowadays, young men with a technical education are well paid due to the demand for highly skilled workmen.

(ปัจจุบัน  เด็กหนุ่มที่มีการศึกษาด้านช่าง  ได้ค่าจ้างแพงเนื่องจากความต้องการคนงานที่มีทักษะสูง)

  • The company president along with his secretaries was responsible for the mismanagement of the fund.

(ประธานบริษัทพร้อมทั้งเลขาฯ ของเขา  รับผิดชอบต่อการบริหารเงินกองทุนผิดพลาด)

 

16. The weather is very hot.  You ___________________ find a cooler place to sit down.

(อากาศร้อนมาก  คุณ _________________________ หาที่เย็นๆ กว่านี้  เพื่อที่จะได้นั่งลง)

(a) must    (จะต้อง)

(b) should    (ควร)

(c) know

(d) have

ตอบ   -   ข้อ    (b)   เนื่องจากเป็นการแนะนำว่า  ควรทำเช่นนั้นเช่นนี้

 

17. Bill _____________________________________ his shoes before entering the room.

(บิล _______________________________________ รองเท้าของเขา  ก่อนเข้าไปในห้อง)

(a) took out    (นำออกไปข้างนอก)

(b) took away    (นำไป)

(c) took off    (ถอดออก)

(d) took down

 

18. These letters _________________________________________ by Bobby last week.

(จดหมายเหล่านี้ ___________________________________ โดยบ๊อบบี้เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว)

(a) is written

(b) are written

(c) was written

(d) were written    (ถูกเขียน)

ตอบ   -   ข้อ     (d)   เนื่องจากประธานของประโยค  “These letters”  เป็นพหูพจน์  และถูกกระทำ (ถูกเขียน)  ในอดีต  (สัปดาห์ที่แล้ว)

 

19. He started to work ______________________________________ the age of twelve.

(เขาเริ่มทำงาน ____________________________________________ อายุสิบสองขวบ)

(a) in

(b) at    (เมื่อ)

(c) on

(d) with

ตอบ   -   ข้อ   (b)   สำหรับวลีที่ใช้กับ  “At”  ได้แก่  “at a high speed” =  ด้วยความเร็วสูง)  -  “The car is moving at a high speed.”  (รถยนต์กำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง),   “sit at a table”  (นั่งที่โต๊ะ)  “land at a small airport” (ร่อนลงที่สนามบินเล็กๆ)  “at both ends”  (ที่ปลายทั้ง ๒ ข้าง)  “a knock at the door”  (การเคาะที่ประตู)  -  “We heard a knock at the door at late night.”  (เราได้ยินเสียงเคาะที่ประตูตอนดึกมากแล้ว),  “at a beach club” (ที่สโมสร ณ ชายหาด) “at a funeral” (ที่งานศพ) “at a press conference” (ที่การให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์) “at a high school dance” (ที่งานเต้นรำของโรงเรียน) “at the office” (ณ ที่ทำงาน)  “at breakfast”  (เมื่อเวลาอาหารเช้า)  “to stare at a garage roof” (จ้องมองไปที่หลังคาโรงรถ)  “to wave down at him” (โบกมือให้เขา) “to throw petals at his car”  (โยน – โปรย – กลีบดอกไม้ที่รถของเขา)   “at a distance”  (ในระยะไกล)   “at a standstill”  (หยุดชะงัก, หยุดนิ่งอยู่กับที่)  “at 10:00 a.m.” (ตอน ๑๐ โมงเช้า)  “at dawn” (ตอนรุ่งอรุณ) “at once”  (โดยทันทีทันใด)  “at his wit’s end”  (เขาหมดปัญญา, จนปัญญา, ไม่รู้จะทำอย่างไรดี)  “at loose ends”  (ไม่มีอะไรทำ, ไม่มีงานทำ, ไม่รู้จะทำอะไร ดี, ยังไม่แน่ใจว่าจะทำอะไรต่อไป, ยังไม่ตัดสินใจ)  “at a later stage”  (ในระยะหรือขั้นตอนต่อไป)   “at a time of high unemployment”  (ณ ช่วงเวลาที่มีการว่างงานสูง)  “to start work at sixteen” (เริ่มทำงานตอนอายุ ๑๖)  “to die at eighty-three”  (ตายเมื่ออายุ ๘๓)  “to grow at an astonishing rate” (เติบโตในอัตราที่น่าพิศวง)  “to buy or sell it at $ 100”  (ซื้อหรือขายที่ราคา ๑๐๐ เหรียญ)  “at 100 miles per hour” (ที่ ๑๐๐ ไมล์ต่อชั่วโมง)  “the radio playing at full volume” (วิทยุเปิดสุดเสียง)  “to set a pass mark at 60 percent” (ตั้งคะแนนผ่านที่  ๖๐ เปอร์เซ็นต์) “to work harder at his thesis”  (ขยันมากขึ้นกับวิทยานิพนธ์)  “to aim at bringing down the inflation rate” (มีเป้าหมายเพื่อลดอัตราเงินเฟ้อ)  “to go at the invitation of his neighbors” (ไปเพราะการเชื้อเชิญของเพื่อนบ้าน) “to leave at the director’s command” (จากไปเพราะคำสั่งของผู้อำนวยการ) “at liberty” (มีอิสรเสรีที่จะทำอะไร, มิได้ถูกขัดขวางหรือหยุดยั้ง) “to be at war”(ทำสงคราม)  “to put his life at risk” (ทำให้เขาต้องเสี่ยงชีวิต)  “to read at random”  (อ่านแบบสุ่มๆ – คือไม่เฉพาะเจาะจง)  “at gun point” (โดยเอาปืนจี้หัว)  “to fly at their expense”  (บินไปโดยค่าใช้จ่ายของพวกเขา)  “to be at her best”  (อยู่ในช่วงที่ดีที่สุดของเธอ)  “at a guess”  (โดยการเดาหรือทาย)  “at a rough estimate” (โดยประมาณการอย่างคร่าวๆ)  “good at swimming”  (ว่ายน้ำเก่ง)  “clever at mathematics” (เก่งคณิตศาสตร์)  “bad at cooking”  (ปรุงอาหารไม่เก่ง)  “an expert at shooting”  (เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการยิงปืน)  “be delighted at the success” (ปลาบปลื้ม-ยินดี กับความสำเร็จ) “feel sorry at his dismissal” (รู้สึกเสียใจกับการถูกไล่ออกของเขา) “feel glad at a new job”  (รู้สึกดีใจกับงานใหม่)“at first”  (ในตอนแรก)  “at last”  (ในที่สุด)  “at least”  (อย่างน้อยที่สุด)  “at leisure”  (มีเวลาว่าง, ไม่ได้ทำงาน, ไม่ได้มีงานยุ่ง)  “at length”  (อย่างละเอียด, อย่างเต็มที่, ในที่สุด)  “at most, at the most”  (อย่างมากที่สุด)  “at loggerheads”  (ทะเลาะกัน, ต่อสู้กัน, เป็นปฏิปักษ์ต่อกัน)“at present”  (ในปัจจุบัน)  “at the same address” (ณ ที่อยู่เดิม)  “at 33 Albert Street” (บ้านเลขที่  ๓๓  ถนนอัลเบิร์ต)  “at the hairdresser’s”  (ที่ร้านทำผม)  “at church”  (ที่โบสถ์ – ไปทำพิธี)  “at home” (ที่บ้าน) “to be at work”  (กำลังทำงานหรือยุ่งอยู่กับกิจกรรมอะไรบางอย่าง, สถานการณ์หรือกระบวนการที่กำลังมีผลกระทบหรืออิทธิพล)  “at school” (ที่โรงเรียน) “at college”  (ที่มหาวิทยาลัย)  “arrive at the airport” (มาถึงที่สนามบิน) “at night”  (ตอนกลางคืน)  “at Easter” (ช่วงเทศกาลอีสเตอร์)  “at the weekend”  (ตอนสุดสัปดาห์)  “I don’t understand it at all.”  (ผมไม่เข้าใจมันเลย)  “I can hardly hear you at all.”  (ผมแทบจะไม่ได้ยินเสียงคุณเลย  –  เสียงคุณแผ่วเบามาก)  “It is not at all likely he will come.”  (แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะมา  -  คือมีโอกาสเกิดขึ้นน้อยมาก)  “Can it be done at all?”  (มันจะสามารถทำได้ไหมนี่)  “She will walk with a limp, if she walks at all.”  (เธอจะต้องเดินขากระเผลก-ขาเป๋  ถ้าเธอยังเดินได้  -  หมายถึงเธออาจจะเดินไม่ได้อีกเลย)  “at all costs”  (ไม่ว่าจะต้องเสียเงิน เวลา หรือความพยายามเพียงใด  Carl is determined to succeed in his new job at all costs.”  (คาร์ลมุ่งมั่นที่จะประสบความสำเร็จในงานใหม่ของเขา  โดยไม่สนใจว่าจะต้องทำงานหนักเพียงใด)  “Regardless of the results, Mr. Jackson intended to save his son’s eyesight at all costs.”  (โดยไม่คำนึงถึงผลลัพธ์  มิสเตอร์แจ๊คสันตั้งใจที่จะรักษาสายตาของลูกชายตน  ไม่ว่าจะต้องใช้เวลาหรือเงินมากมายเพียงใด)  “at a loss”  (ในสภาพที่ไม่แน่นอน, ไม่รู้อะไรเลย, งุนงงสับสนไปหมดจนทำอะไรไม่ถูก, จนปัญญา)  “A good salesman is never at a loss for words.”  (นักขายที่ดีไม่เคยจนปัญญาที่จะพูดเพื่อขายสินค้า)  “When Don missed the last bus, he was at a loss to know what to do.”  (เมื่อดอนตกรถเมล์เที่ยวสุดท้าย  เขางุนงงสับสนจนไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร  -  คือไม่รู้ว่าจะหาทางกลับบ้านอย่างไร)“at anchor”  (แอ๊ง-เคอะ  -  จอดลอยลำทอดสมออยู่)  “at any rate”  (อย่างไรก็ตาม, อย่างไรก็ดี)  “keep him at arms length”  (ไม่คบค้าสมาคมกับเขา, ไม่ทำตัวสนิทสนมกับเขา)  “at a snail’s pace”  (อย่างเชื่องช้าอืดอาด, คืบหน้าไปทีละหน่อยเหมือนหอยทาก)  “one at a time”  {(เข้ามาในห้อง, ขึ้นรถเมล์) ทีละคน}  “run up the steps two at a time”  (ขึ้นบันไดทีละ ๒ ขั้น)  “at best, at the best”  (อย่างดีที่สุด)  “at ease”  (สบาย, ไม่มีความเจ็บปวดหรือสิ่งรบกวน)  “at every turn”  (ทุกครั้ง, ตลอดเวลา)  “at fault”  (ถูกตำหนิ, รับผิดชอบต่อความผิดพลาดหรือความล้มเหลว)  “at first glance, at first sight”  (เมื่อแรกเห็น, หลังจากมองครั้งแรกอย่างรวดเร็ว)  “at hand, at close hand”  (อยู่ใกล้ตัว, เอื้อมถึงได้ง่าย, กำลังจะมาถึงเร็วๆนี้)  “at large”  {(คนร้าย) ยังลอยนวล, ยังจับตัวไม่ได้}

 

20. George was wondering ____________________________ his daughter was out with.

(จอร์ชกำลังสงสัยว่า __________________ ที่ลูกสาวของเขาออกไปข้างนอกด้วย)  (คือ  สงสัยว่าลูกสาวของเขาออกไปข้างนอกกับใคร)

(a) who    (ใคร)

(b) that

(c) where    (ที่ไหน)

(d) how    (อย่างไร)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้

 

 

หมวดข้อสอบ English for ม. 1 – 3 (Vocabulary ตอนที่ 10)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Choose the right answers explaining the vocabularies and expressions given.

(จงเลือกคำตอบที่ถูกต้องซึ่งอธิบายคำศัพท์และวลีขีดเส้นใต้)

 

1. Jim feeds his cats and dogs twice a day.

(จิม    ป้อน-ให้อาหาร-เลี้ยง-เลี้ยงให้อ้วน-กิน-กินอาหาร    แมวและหมาของเขาวันละ  ๒  ครั้ง)

(a) walks    (พาไปเดิน, เดิน, เดินเล่น)       

(b) gives food to    (ให้อาหารแก่)

(c) cooks for    (ปรุงอาหารเพื่อ)             

(d) plays with    (เล่นกับ)

 

2. Blue films are banned in this country for sound morality of its people.

(หนังลามกถูก    ห้าม-ประกาศห้าม-สั่งห้าม-ประณาม-สาปแช่ง    ในประเทศนี้เพื่อศีล ธรรมอันดีของประชาชน)

(a) displayed    (แสดง, เปิดเผย, แสดงภาพทางหน้าจอ)     

(b) advertised    (โฆษณา)

(c) prohibited    (ห้าม, ป้องกัน, ขัดขวาง)   

(d) filmed    (ถ่ายทำภาพยนตร์)   

 

3. The Americans and Europeans generally intake a lot of meat each day.

(ชาวอเมริกันและยุโรปโดยทั่วไป    กิน-นำเข้า    เนื้อจำนวนมากในแต่ละวัน)

(a) buy    (ซื้อ)                                        

(b) keep    (เก็บ, รักษา, เลี้ยง)

(c) eat    (กิน)                                       

(d) freeze    (ทำให้เย็นจัดจนแข็ง)

 

4. She had a sensation that something was wrong.

(เธอมี    ความรู้สึก-ประสาทสัมผัส-อาการรู้สึก-ความตื่นเต้น-ความดัง-ความเกรียวกราว    ว่ามีบางสิ่งบางอย่างผิดพลาด)

(a) report    (รายงาน)                             

(b) feeling    (ความรู้สึก, การรับรู้, อารมณ์, จิตใจ, ความเห็นใจ, ความสำนึก)

(c) opinion    (ความคิดเห็น)                   

(d) proof    (ข้อพิสูจน์, การพิสูจน์)

 

5. Very few students passed the exam because it was rather tough.

(นักเรียนน้อยคนมากสอบผ่าน  เพราะว่าการสอบค่อนข้างจะ    ยาก-เหนียว-ทนทาน-ไม่เปราะ-บึกบึน-ดื้อรั้น-แข็งแรง-ใจแข็ง-ร้าย)

(a) brittle    (เปราะ, งอไม่ได้, ปรับตัวไม่ได้)  

(b) harsh    (หยาบ, สาก, ฝาด, บาด (ตา), แสบ (แก้วหู), ห้าว, ไม่น่าดู)

(c) hard    (ยาก, ลำบาก, แข็ง, แน่น, ซึ่งต้องใช้ความพยายาม-เรี่ยวแรง-หรือความอดทนมาก, รุนแรง, ดุเดือด, เข้มงวด, ใจแข็ง, เข้มข้น)  

(d) challenging    (ท้าทาย)

 

6. When we invest a sum of money, we generally hope to gain profit.

(เมื่อเราลงทุนเงินไปจำนวนหนึ่ง  เราโดยทั่วไปหวังที่จะได้    กำไร-ผลกำไร-ผลตอบแทน-ผลประโยชน์-ข้อได้เปรียบ)

(a) experience    (ประสบการณ์)             

(b) benefit    (ผลประโยชน์, ส่วนดี, เงินช่วยเหลือ, เงินสงเคราะห์, เงินเพิ่ม, สิทธิพิเศษ)

(c) bonus    (เงินโบนัส, เงินพิเศษ)           

(d) return    (ผลกำไร, ผลตอบแทน)

 

7. If you want to hire a really good cook, you have to pay him a lot of money.

(ถ้าคุณต้องการ    จ้าง-ว่าจ้าง-เช่า-ให้เช่า-จ่ายเงินค่าจ้าง    พ่อครัวที่ดีจริงๆ  คุณจำเป็นต้องจ่ายเงินให้เขาจำนวนมาก)  

(a) employ    (จ้าง, ว่าจ้าง, ใช้, ใช้สอย, ใช้เวลา)      

(b) rent    (เช่า, ให้เช่า, ค่าเช่า, เงินค่าเช่า, การเช่า)

(c) purchase    (ซื้อ, จัดซื้อ, ได้มาด้วยความพยายาม การเสียสละ หรืออื่นๆ, การซื้อ)    

(d) borrow    (ขอยืม)

 

8. You must have been deceived.  This is not a genuine (เจ๊น-ยู-อิ้น) gold ring.

(คุณจะต้องถูกหลอกแล้ว  นี่มิใช่แหวนทอง    แท้-แท้จริง-จริงใจ-ไม่เสแสร้ง)

(a) fake    (ปลอม, เก๊, ไม่จริง, เทียม, ซึ่งเป็นเรื่องที่กุขึ้น, ปลอมแปลง, ทำเทียม, กุขึ้น, เสแสร้ง, แกล้ง, ของปลอม, ของเทียม, เรื่องที่กุขึ้น, ผู้ปลอมแปลง-เสแสร้ง)  

(b) appropriate    (เหมาะสม)

(c) authentic    (ของแท้, แท้จริง, ไม่ใช่ของปลอม, น่าเชื่อถือ)   

(d) precious    (เพร้ช-เชิส)  (มีค่า, ล้ำค่า)

 

9. I was not able to participate in the meeting because I was too busy.

(ผมไม่สามารถ    เข้าร่วม-มีส่วนร่วม-ร่วม-ร่วมมือ-ร่วมกระทำ-สมทบ    ในการประชุม  เพราะผมมีงานยุ่งมาก)

(a) cancel    (ยกเลิก)                              

(b) postpone    (เลื่อนออกไป, ผัดเวลาออกไป)

(c) attend    (เข้าร่วม, ไป, ให้ความสนใจ, รับใช้, ดูแล, เชื่อฟัง)    

(d) present at    (นำเสนอที่)

 

10. There is a bomb in the garden; it may burst at any minute.

(มีลูกระเบิดอยู่ในสวน  มันอาจจะ    ระเบิด-แตกออก-(ท่อประปา) ระเบิดแตก-ผลิ-พอง-ปริ-ปะทุขึ้นอย่างฉับพลัน-เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน-ทำให้แตก-พังทลาย    ณ นาทีใดก็ได้)

(a) crash    (ชนโครม, ปะทะโครม, มีเสียงลั่นดังเปรี้ยง, มีเสียงกระทบหรือชนกัน, พุ่งชน, พัง, ล้มเหลว, เสียงดังสนั่น, การตกของเครื่องบิน, ความล้มเหลว, ความพังพินาศ)     

(b) injure    (ทำให้ได้รับบาดเจ็บ)

(c) bang    (กระทบหรือตีอย่างแรงหรือดัง, เสียงระเบิด, การทุบอย่างแรง, การชนหรือกระทบอย่างแรง)                                                       

(d) explode    (ระเบิด, แตกกระจาย, ปะทุ, เกิดขึ้นอย่างปัจจุบันทันด่วน, บันดาลโทสะ, ทำให้ระเบิด-แตกกระจาย)

 

11. You greet a friend when he visits your home.

(คุณ    ต้อนรับ-ทักทาย-คำนับ-รับรอง    เพื่อน  เมื่อเขาไปเยือนบ้านของคุณ)

(a) refuse                                              

(b) welcome    (ต้อนรับ, รับด้วยความยินดี, แสดงความยินดีในการต้อนรับ, การต้อนรับ)

(c) insult    (ดูถูก, เหยียดหยาม, หมิ่นประมาท)        

(d) make fun of    (ล้อเลียน)

 

12. She screamed when she saw someone break into the house at night.

(เธอ    กรีดร้อง-ส่งเสียงแหลมดัง-ตะโกนเสียงแหลม-หัวเราะดังลั่น    เมื่อเธอเห็นใครบางคนงัดเข้ามาในบ้านเวลากลางคืน)

(a) yelled    (ตะโกน, โห่, ร้อง, แผดเสียง)

(b) whispered     (กระซิบ, พูดเสียงแผ่วเบา, พูดเบาๆ, ส่งเสียงเบาๆ)

(c) grumbled    (บ่น, ครวญ, คำราม)        

(d) sighed    (ถอนหายใจ)

 

13. A violent earthquake struck the country and destroyed many cities.

(แผ่นดินไหว    รุนแรง-ดุเดือด-ใช้กำลัง-พลการ-ล่วงละเมิด-ซึ่งทำให้บาดเจ็บ    กระหน่ำประเทศ  และทำลายเมืองใหญ่จำนวนมาก)

(a) unique    (ยู-นี้ค)  (ไม่มีที่เหมือน, ไม่มีที่เปรียบ, ไม่ซ้ำใคร, มีลักษณะเฉพาะ) 

(b) rough    (รัฟ)  (ขรุขระ, ไม่เรียบ, สาก, หยาบ, กระด้าง, ไม่สวย, มีขนรุงรัง, ไม่ได้ตกแต่ง-เสริมแต่ง, คร่าวๆ, หยาบคาย, ไม่เป็นระเบียบ, ยากลำบาก)

(c) noisy    (มีเสียงดัง, ส่งเสียงดัง)           

(d) severe    (รุนแรง, ร้ายแรง, เข้มงวด, กวดขัน, เคร่ง, เคร่งขรึม, เคร่งครัด, เอาจริงเอาจัง, หนาวจัด, สาหัส, ดุเดือด, ยากลำบาก)

 

14. Do not spread the butter too thickly on the bread.

(อย่า    ทา-กระจาย-แพร่-กาง-คลี่-ปู-ทำให้กระจาย-แยกออก-ยืดออก    เนยให้หนาเกินไปบนขนมปัง)

(a) spill    (ทำหก, ทำล้น, ทำให้ทะลัก, ทำให้กระเด็น, ทำหกคะเมน, เปิดเผยความลับ, หก, ล้น, ทะลัก, หกคะเมน, กระเด็น)                      

(b) scatter    (กระจัดกระจาย, แตกกระเจิง, ทำให้กระจัดกระจายหรือแตกกระเจิง, สาด, โปรย, หว่าน)

(c) put slightly across the surface    (ทา, ใส่อย่างเบาๆ ทั่วผิวหน้า)

(d) spend    (ใช้จ่าย, ใช้เวลา)

 

15. Petrol is derived from petroleum. 

(น้ำมันรถยนต์ (ถูก)    ได้รับ    จากน้ำมันดิบ)

(a) modified    (เปลี่ยนแปลง, แก้ไข, ดัดแปลง)       

(b) clarified    (ทำให้กระจ่าง, ทำให้ชัดเจน, ทำให้เข้าใจง่ายขึ้น, ทำให้บริสุทธิ์, ทำให้ใสสะอาด)

(c) removed    (กำจัด, ขจัด, ลบ, เอาออก, ย้าย, โยกย้าย, ถอด, ขนของ, ปลด, ปลดเปลื้อง, ไล่ออก, ฆ่า, ลอบฆ่า)                                           

(d) obtained    (ได้รับ)

 

16. More and more people from rural areas are moving into cities.

(ผู้คนจำนวนมากขึ้นและมากขึ้นจากพื้นที่    ชนบท-บ้านนอก-เกี่ยวกับไร่นาหรือการเกษตร    กำลังเคลื่อนย้ายเข้าสู่เมืองใหญ่)

(a) neutral    (เป็นกลาง, ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด)  

(b) urban    (เกี่ยวกับเมือง, ประกอบด้วยเมือง, อาศัยอยู่ในเมือง, เป็นลักษณะของเมือง)

(c) provincial    (บ้านนอก, เกี่ยวกับภูมิภาคหรือจังหวัด, ใจคับแคบ, ไม่สละสลวย)  

(d) remote    (ไกล, ห่างไกล, ไกลโพ้น, ลึกลับ, นานมาแล้ว, ยาวนาน, โดดเดี่ยว, ห่างๆ, ห่างเหิน, เมินเฉย)

 

17. John and his family have decided to emigrate to Australia.

(จอห์นและครอบครัวของเขาได้ตัดสินใจที่จะ    อพยพออก    ไปยังประเทศออสเตรเลีย)

(a) immigrate    (อพยพเข้า)                   

(b) penetrate    (เพ้น-นิ-เทรท)  (ฝ่าทะลุ, ผ่านทะลุ, เจาะทะลุ, เข้าไปข้างใน, แทง, ลอด, บุกเข้าไป, แทรกซึม, มองทะลุ, มองผ่าน)

(c) move to    (ย้ายไปยัง)                     

(d) proceed    (ดำเนินต่อไป)

 

18. He was expelled from school because he was a gambler and drug addict.

(เขาถูก    ขับไล่-ขับออก-ตัดออกจากการเป็นสมาชิก    จากโรงเรียน  เพราะว่าเขาเป็นนักพนันและผู้ติดยาเสพติด)

(a) compelled    (บังคับ, ผลัก, ดัน, ต้อน, ใช้วิธีบังคับ)       

(b) released    (ปล่อย, ปลด, ปลดปล่อย, ปลดเปลื้อง, แก้, คลาย, ทำให้พ้นจาก)

(c) expired    (สิ้นสุดลง, หมดอายุ)          

(d) discharged    (ไล่ออก, ขับออก, ปลดจากงาน, ปล่อย, ปล่อยตัว, ระบายออก, ทำให้พ้นหน้าที่-ความรับผิดชอบ, ขนถ่าย (สินค้า), ปล่อยกระแสไฟฟ้า)

 

19. This book is a useful guide to someone who has never done any cooking.

(หนังสือเล่มนี้เป็น    มัคคุเทศก์-เครื่องนำทาง-คนนำทาง-หนังสือแนะนำ-สิ่งชี้นำ    ที่มีประโยชน์แก่บางคนซึ่งไม่เคยปรุงอาหารเลย)

(a) performance    (การแสดง, การปฏิบัติงาน)       

(b) method    (วิธีการ)

(c) example    (ตัวอย่าง)                         

(d) instruction    (คำแนะนำ, การแนะนำ, การชี้แนะ, การสั่งสอน, คำสอน, คำสั่ง)

 

20. I usually pay full attention when I read my books.

(ผมมักจะให้    ความเอาใจใส่-ความสนใจ-การเอาอกเอาใจ-การดูแล-การพิจารณา    อย่างเต็มที่เสมอ  เมื่อผมอ่านหนังสือ)

(a) time    (เวลา)                                    

(b) payment    (การชำระเงิน)

(c) concentration    (ความตั้งอกตั้งใจ, ความใส่ใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง, ความเข้มข้น, ภาวะที่เข้มข้น, การรวมสมาธิ, การรวมพล)          

(d) agreement    (การตกลง, ข้อตกลง, การเห็นพ้อง-เห็นด้วย, สัญญา)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้

 

 

 

 

 

 

หมวดข้อสอบ English for ม. 1 – 3 (Vocabulary ตอนที่ 9)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Choose the right answers explaining the vocabularies and expressions given.

(จงเลือกคำตอบที่ถูกต้องซึ่งอธิบายคำศัพท์และวลีขีดเส้นใต้)

 

1. The diet is not suitable for recovering patients.

(อาหาร-อาหารพิเศษ-โภชนาการ    นี้ไม่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยที่ฟื้นจากไข้)

(a) exercise    (การออกกำลังกาย, แบบฝึกหัด)         

(b) method    (วิธีการ)

(c) vitamin    (วิตามิน)                            

(d) food    (อาหาร)

 

2. It was rather chilly this morning.

(อากาศค่อนข้าง    เยือกเย็น-หนาว-หนาวสั่น    เช้านี้)

(a) warm    (อบอุ่น)                                

(b) dry    (แห้ง, แห้งผาก, แห้งแล้ง, ไร้น้ำ, ไร้ฝนหรือมีฝนน้อย, ไม่ให้น้ำนม, ไม่มีน้ำตา)

(c) cold    (หนาว, เย็น, เย็นชา, เฉยเมย, ไม่แยแส, ไร้อารมณ์)        

(d) wet    (เปียก, โชก, ชื้น, แฉะ)

 

3. The dog began to quiver when his master appeared.

(หมาเริ่ม    สั่น-สั่นเทา-สั่นระริก-กระพือปีก    เมื่อเจ้านาย (เจ้าของ) มันปรากฏตัวขึ้น)

(a) bark    (เห่า)                                       

(b) leap    (กระโดด)

(c) stare    (จ้องมอง)                               

(d) tremble    (สั่น, ตัวสั่น, สั่นเทา, สั่นระริก, สั่นสะเทือน, สั่นไหว, กลัว, เป็นทุกข์)

 

4. Most people found the story incredible.

(คนส่วนใหญ่พบว่าเรื่องนั้น    ไม่น่าเชื่อ-เหลือเชื่อ)

(a) confusing    (น่างง, น่าสับสน, ยุ่งเหยิง)    

(b) unbelievable    (ไม่น่าเชื่อถือ, เชื่อถือไม่ได้)

(c) fascinating    (น่าหลงใหล, มีเสน่ห์, ดึงดูดใจ)     

(d) frightening    (น่ากลัว, น่าตกใจ)

 

5. The play was banned by the censor.

(การแสดง-ละคร ถูก    ห้าม-สั่งห้าม-ประกาศห้าม-ประณาม-สาปแช่ง    โดยเจ้าหน้าที่ตรวจภาพยนตร์-ข่าวสาร-หนังสือ ฯลฯ)

(a) examined    (ตรวจสอบ)                    

(b) controlled    (ควบคุม)

(c) forbidden    (ห้าม, ไม่อนุญาต, ยับยั้ง, ขัดขวาง)

(d) looked over    (ตรวจสอบ, สอบสวน, พิจารณาโดยรอบคอบ, ตรวจดูอย่างละเอียด)

 

6. An ant is a minute (ไม-นิ้วท) insect.

(มดเป็นแมลง    เล็กมาก-เล็กน้อยมาก-ไม่สำคัญ-เป็นเรื่องขี้ปะติ๋ว)

(a) hard-working    (ขยัน, ทำงานหนัก)    

(b) strong    (แข็งแรง, เข้มแข็ง)

(c) odd    (ออด)  (แปลก, ประหลาด, ผิดปกติ, ชอบกล, ผิดคาดหมาย, เกี่ยวกับจำนวนคี่)

(d) tiny    (ไท้-นิ)  (เล็กมาก, จิ๋ว)

 

7. His thesis was turned down because of its poor quality.

(วิทยานิพนธ์ของเขาถูก    ปฏิเสธ-บอกปัด    เนื่องมาจากคุณภาพที่แย่ของมัน)

(a) proposed    (เสนอ, เสนอความเห็น, ขอแต่งงาน)

(b) confirmed    (ยืนยัน, รับรอง, ทำให้แข็งแรงหรือแน่นแฟ้นขึ้น)

(c) approved    (เห็นด้วย, เห็นชอบ, อนุมัติ)    

(d) rejected    (ปฏิเสธ, บอกปัด, ไม่ยอมรับ, ทิ้ง, ละทิ้ง)

 

8. She is very assiduous in everything she does.

(เธอ    ขยัน-พากเพียร-พยายาม    อย่างมากในทุกสิ่งที่เธอทำ)

(a) diligent    (ขยัน, เพียร, พยายาม)        

(b) clever    (ฉลาด)

(c) eager    (กระตือรือร้น, ทะเยอทะยาน, กระหาย, อยากได้, ร้อนรน)      

(d) responsible    (รับผิดชอบ)

 

9. Many of the people in the village are unhealthy and illiterate.

(ผู้คนจำนวนมากในหมูบ้านแห่งนั้นมีสุขภาพไม่ดีและ    ไม่รู้หนังสือ-อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้)

(a) uncontrollable    (ไม่สามารถควบคุมได้)

(b) unable to vote    (ไม่สามารถลงคะแนนได้)

(c) unable to read and write    (ไม่สามารถอ่านหรือเขียน)     

(d) poor    (ยากจน, ขาดแคลน, ขัดสน, เลว, ไม่ดี, มีคุณภาพเลว, ต่ำต้อย, น่าสงสาร)

 

10. The fishermen return in their boats every day at dawn.

(ชาวประมงกลับมาใน (โดย) เรือของพวกเขาทุกๆ วันใน    ตอนเช้าตรู่-รุ่งอรุณ)

(a) night     (กลางคืน)                              

(b) daybreak     (รุ่งอรุณ, ฟ้าสาง)

(c) darkness    (ความมืด)                        

(d) midnight    (เที่ยงคืน, สองยาม)

 

11. The general led the army bravely during the time of great peril (เพ้อ-เริ่ล).

(ท่านนายพลนำกองทัพอย่างกล้าหาญในระหว่างเวลาที่มี    อันตราย-ภัย-การเสี่ยงภัย-ความหายนะ-เหตุภัยพิบัติ    อย่างยิ่ง)

(a) fighting    (การสู้รบ, การต่อสู้)            

(b) uncertainty    (ความไม่แน่นอน)

(c) blessing    (การให้พร, การประสาทพร, ความกรุณา, ผลประโยชน์, ของขวัญ, การบูชา)     

(d) danger    (อันตราย, ความไม่ปลอดภัย, สิ่งที่เป็นอันตราย)

 

12. A team of nurses assisted the doctor in performing the operation.

(ทีมนางพยาบาลกลุ่มหนึ่ง    ช่วย-ช่วยเหลือ-สนับสนุน-สงเคราะห์    หมอในการผ่าตัด)

(a) helped    (ช่วยเหลือ, อนุเคราะห์, สงเคราะห์, ส่งเสริม, บรรเทา)        

(b) joined    (เข้าร่วม, ร่วม, ติดกัน, เชื่อม, ติด, ทำให้ติดกัน, สมรสกับ, ลากเส้นระหว่าง)

(c) treated    (ปฏิบัติต่อ, รักษา)                

(d) admired    (ยกย่อง, ชมเชย, นับถือ, เลื่อมใส, นิยม)

 

13. Bill was a close colleague (ค้อล-ลีก) of mine before I resigned from the company.

(บิลเป็น    เพื่อนร่วมงาน    ที่สนิทสนมของผม  ก่อนผมลาออกจากบริษัท)

(a) partner    (หุ้นส่วน, ผู้ช่วย, ผู้ร่วมกระทำ, คู่ขา, คู่เต้นรำ, สามีหรือภรรยา)       

(b) boss    (นาย, นายจ้าง, ผู้บังคับบัญชา, หัวหน้า, ผู้นำ, หัวหน้ากลุ่ม)

(c) friend     (เพื่อน, สหาย, มิตร)             

(d) supervisor    (ผู้ดูแล, ผู้ควบคุม, ผู้ควบคุมการสอน)

 

14. The maximum wage for working in a convenient store is 12 dollars an hour.

(ค่าจ้าง    สูงสุด-มากสุด-ใหญ่สุด    สำหรับการทำงานในร้านสะดวกซื้อ  คือ  ชั่วโมงละ  ๑๒  ดอลลาร์)

(a) lowest    (ต่ำสุด)                                

(b) highest    (สูงสุด)

(c) expected    (ซึ่งถูกคาดหวัง)               

(d) current    (ปัจจุบัน)

 

15. We bought some precious (เพร้ช-เชิส) stones from villagers before we left the village.

(เราซื้อหิน    มีค่า-ล้ำค่า-เป็นที่รัก-สำคัญมาก-อย่างยิ่ง-เต็มที่    จากชาวบ้าน  ก่อนที่เราจะออกจากหมู่บ้าน)

(a) beautiful    (สวยงาม, ดี, เลิศ, (เพลง) ไพเราะ)     

(b) cheap    (ราคาถูก)

(c) very expensive    (ราคาแพงมาก)     

(d) artificial    (ปลอม, เทียม, ไม่แท้, ประดิษฐ์ขึ้นเอง, ทำขึ้นเอง)

 

16. I’ll try to confirm whether your ticket reservations have been processed.

(ผมจะพยายามที่จะ    ยืนยัน-รับรอง-ทำให้แข็งแรงหรือแน่นแฟ้นขึ้น    ว่าการจองตั๋วของคุณได้รับการดำเนินการหรือไม่)  (คือ  เช็คว่าเอเย่นต์จองตั๋วให้หรือไม่)   

(a) continue    (ดำเนินต่อไป, ทำต่อไป)   

(b) comprehend    (เข้าใจ)

(c) verify    (ยืนยันความจริง, พิสูจน์-ตรวจสอบความจริง, ค้นหาความจริง)   

(d) contact    (ติดต่อ, สัมผัส)

 

17. His letter left her in a thoughtful mood.

(จดหมายของเขาทิ้งให้เธออยู่ในอารมณ์    ครุ่นคิด-ไตร่ตรอง-ใช้ความคิด-คิดหนัก-ระมัดระวัง)

(a) happy    (มีความสุข)                          

(b) angry    (โกรธ)

(c) depressed    (หดหู่, ซึมเศร้า, เศร้า, (เศรษฐกิจ) ตกต่ำ)   

(d) pensive    (ครุ่นคิด, ไตร่ตรอง, รำพึง, เป็นทุกข์)

 

18. She got a temporary job as a secretary in a foreign company.

(เธอได้งาน    ชั่วคราว-ไม่ถาวร-เฉพาะกาล    เป็นเลขานุการในบริษัทต่างประเทศ)

(a) permanent    (ถาวร, ยืนยง, คงทน, ยาวนาน, (สี) ไม่ตก)

(b) not permanent    (ไม่ถาวร, ไม่ยืนยง, ไม่คงทน)

(c) constant    (สม่ำเสมอ, ต่อเนื่อง, มั่นคง)    

(d) unpaid    (ไม่ได้รับค่าจ้าง)

 

19. The mother soothed her daughter so that she would stop crying.

(แม่    ปลอบโยน-ปลอบขวัญ-ประโลมใจ-ทำให้บรรเทา-ลด    ลูกสาวของตน  เพื่อที่ว่าลูกสาวจะได้หยุดร้องไห้)

(a) comforted    (ปลอบโยน, ปลอบใจ, ทำให้อุ่นใจ, ช่วยเหลือ)

(b) punished    (ลงโทษ)

(c) bathed    (อาบน้ำให้)                         

(d) terrified    (ทำให้ตกใจ, ทำให้กลัว)

 

20. The criminal was arrested for smuggling diamonds into the country.(อาชญากรถูก     จับกุม    ในเรื่องลักลอบนำเพชรเข้ามาในประเทศอย่างผิดกฎหมาย)

(a) introduced    (แนะนำตัว, แนะนำให้รู้จัก, นำเข้ามาใช้เป็นครั้งแรก)   

(b) caught    (จับ, จับกุม)

(c) replenished    (เติมให้เต็ม, เติมเต็มใหม่, ทำให้สมบูรณ์ใหม่, เสริมกำลัง, เติมเชื้อเพลิง, เติมอีก, เติมใหม่)                                                

(d) ignored    (เพิกเฉย, ละเลย, ไม่เอาใจใส่, ไม่สนใจ, มองข้าม)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้

 

 

 

 

 

หมวดข้อสอบ English for ม. 1 – 3 (Vocabulary ตอนที่ 8)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Choose the right answers explaining the vocabularies and expressions given.

(จงเลือกคำตอบที่ถูกต้องซึ่งอธิบายคำศัพท์และวลีขีดเส้นใต้)

 

1. He wanted to lengthen his stay in the peaceful village for another month.

(เขาต้องการ    ต่อเวลาออกไป-ทำให้ยาวออกไป    การพักของเขาในหมู่บ้านที่เงียบสงบ-มีสันติเป็นเวลาอีก  ๑  เดือน)  (คือ  ต้องการต่อหรือขยายเวลาการพักออกไปอีก  ๑  เดือน)

(a) make longer    (ทำให้ยาวขึ้น)          

(b) shorten    (ทำให้สั้น)

(c) strengthen    (ทำให้เข้มแข็ง, ทำให้แข็งแรงขึ้น, ให้พลัง, เพิ่มประสิทธิภาพ, แข็งแรงขึ้น, มีพลังหรือประสิทธิภาพมากขึ้น)                        

(d) postpone    (เลื่อนเวลาออกไป, ผัดเวลาออกไป)

 

2. She abandoned her family and married another young man.

(เธอ    ละทิ้ง-ทอดทิ้ง-ปล่อย    ครอบครัวของเธอ  และแต่งงานกับชายหนุ่มอีกคนหนึ่ง)

(a) brought up    (เลี้ยงดู, อบรม)              

(b) supported    (สนับสนุน, ค้ำจุน, ค้ำ, ยัน)

(c) left permanently    (จากไปอย่างถาวร)

(d) flattered    (ประจบ, ยกยอ, (ภาพ, รูป) สวยเกินความเป็นจริง, ใช้วิธีการประจบหรือยกยอ)

 

3. She has a cute baby.

(เธอมีลูกทารกที่    น่ารัก-สวยงาม)

(a) naughty    (น้อ-ทิ่)  (ซุกซน, ไม่เชื่อฟัง, หยาบคาย)         

(b) ugly    (อั๊ก-ลี่)  (น่าเกลียด, อัปลักษณ์, บาดตา, น่ากลัว, น่าดู, ไม่เป็นที่ถูกใจ)

(c) lovely    (น่ารัก, สวยงาม, ดีงาม, เป็นที่น่าเบิกบานใจ)     

(d) fat    (อ้วน, อ้วนท้วน, พี, มีน้ำมันมาก, มีไขมันมาก, สมบูรณ์, อุดมสมบูรณ์)

 

4. We spent the entire week at home.

(เราใช้เวลา    ทั้งหมด-ทั้งสิ้น    สัปดาห์ที่บ้าน)  (คือ  ใช้เวลาทั้งสัปดาห์ที่บ้าน)

(a) some    (บางส่วน, บางอัน, บางคน, บางชิ้น, มีบ้าง, ไม่แน่, ไม่เจาะจง)

(b) half    (ครึ่งหนึ่ง)

(c) whole     (ทั้งหมด, ทั้งสิ้น, พร้อมมูล, สมบูรณ์, ครบถ้วน, ไม่มีการแบ่งแยก, เต็ม, ล้วนๆ)    

(d) a lot of    (มากมาย)

 

5. A timid (ทิ้ม-มิด) deer hides itself behind the bush.

(กวางที่    ขี้ตื่น-ขี้ขลาด-ตาขาว-เหนียมอาย-ขวยเขิน    ซ่อนตัวเองอยู่หลังพุ่มไม้)

(a) joyful    (สนุกสนาน, ร่าเริง, เบิกบาน)  

(b) fierce    (ดุร้าย, โหดร้าย, รุนแรง)

(c) tiny    (เล็กมาก, จิ๋ว)                            

(d) frightened    (ตกใจ, กลัว)

 

6. The food has a peculiar (พี-คิ้ว-เลีย) taste.  We’re not used to it.

(อาหารนั้นมีรสชาติ    แปลก-ประหลาด-พิกล    เราไม่คุ้นเคย (เคยชิน) กับมัน)

(a) delicious    (อร่อย)                            

(b) strange    (แปลก, ประหลาด, พิกล, แปลกหน้า, ไม่รู้จัก, ไม่คุ้นเคย, แปลกถิ่น)

(c) sour    (เซ้า-เออะ)  (เปรี้ยว, มีรสเปรี้ยว, บูดบึ้ง, ขุ่นเคือง, บูด, หมัก, รสหมัก)  

(d) bitter    (ขม, ขมขื่น, เผ็ดร้อน, ปวดแสบ, รุนแรง, ดุเดือด, จัด, หนาวจัด, สาหัส)

 

7. The oil price has diminished recently due to an increase in its production by OPEC.

(ราคาน้ำมันได้    ลดลง-ทำให้ลดลง    เมื่อเร็วๆ มานี้  เนื่องมาจากการเพิ่มขึ้นในการผลิตโดยกลุ่มประเทศโอเปค)

(a) reduced    (ลดลง, ทำให้ลดลง)         

(b) fluctuated    (เปลี่ยนแปลง, ขึ้นๆ ลงๆ, ผันแปร, แกว่งไปมา, ทำให้ผันแปร-เปลี่ยนแปลง-แกว่งไปมา-ขึ้นๆ ลงๆ)

(c) risen    (ขึ้น, ลุกขึ้น, ยืนขึ้น, ตื่นขึ้น, ยืนขึ้น, ลุกขึ้นต่อสู้, เจริญเติบโต, ปรากฏขึ้น, ลอยขึ้น, ผุดขึ้น, ราคาสูงขึ้น)                                            

(d) augmented    (เพิ่ม, ขยาย, เสริม, เพิ่มทวี)

 

8. That beautiful vase (เวซ-วาซ) was shattered.

(แจกัน-ขวด-โถ-กระถาง  สวยงามใบนั้นถูก    แตกเป็นเสี่ยงๆ-แตกเป็นชิ้นๆ-เสื่อมเสีย-เสียหาย-ทำให้แตกละเอียดหรือเป็นชิ้นๆ-ทำให้เสียหาย-ทำให้ป่นปี้)

(a) broken into pieces    (ทำให้แตกเป็นชิ้นๆ)       

(b) expensive    (แพง)

(c) utilized    (ใช้, ใช้ประโยชน์)               

(d) imported    (นำเข้าจากต่างประเทศ)

 

9. Bill was knocked out by a thief yesterday.

(บิลถูก    ต่อยจนสลบเหมือด    โดยโจร-หัวขโมยเมื่อวานนี้)

(a) stopped    (ทำให้หยุด, หยุด)               

(b) robbed    (ปล้น, จี้, แย่งชิง, ชิงทรัพย์, ทำให้สูญเสีย)

(c) pickpocketed     (ล้วงกระเป๋า)           

(d) became unconscious    (หมดสติ, ไม่รู้สึกตัว)

 

10. He is in the habit of smoking cigarettes after meal.

(เขา    มีนิสัย-ทำเป็นประจำ    การสูบบุหรี่หลังอาหาร)  (คือ  สูบบุหรี่หลังอาหารเป็นประจำ)

(a) rarely    (ไม่ใคร่จะ, แทบจะไม่)            

(b) sometimes    (บางครั้ง, บางคราว, บางโอกาส, บางที)

(c) usually    (เป็นปกติ, เป็นประจำ, สม่ำเสมอ)       

(d) forbidden from    (ถูกห้ามจาก)

 

11. I won’t lend you the money unless you return it by Friday.

(ผมจะไม่ให้คุณยืมเงิน    ถ้า คุณ ไม่    คืนมันให้ผมในวันศุกร์)

(a) if                                                     

(b) if …………….so

(c) whether                                           

(d) if …………… not    (ถ้า .................(คุณ)................. ไม่)

 

12. Besides on occasional visit, Jim scarcely goes into the city.

(นอกจากการมาเยือน (การเยี่ยม, การไปและพัก)    เป็นครั้งคราว-เป็นบางโอกาส-ตามโอกาส    จิมแทบจะไม่ได้เข้าไปในเมืองเลย)

(a) often    (บ่อยๆ)                                  

(b) not regular    (ไม่ประจำ, ไม่สม่ำเสมอ, ไม่ปกติ, ไม่มีกฎเกณฑ์หรือระเบียบ)

(c) frequent    (บ่อย, ถี่, เป็นนิสัย, เป็นประจำ, เป็นนิจสิน)    

(d) unforgettable    (ไม่สามารถจะลืมได้)

 

13. The restaurants around here won’t accept cheques.  We have to pay in cash.

(ภัตตาคารรอบๆ บริเวณนี้ไม่รับเช็ค  เราจำเป็นต้องจ่ายเป็น    เงินสด)

(a) in the cheque-book    (ในสมุดเช็ค)   

(b) to the cashier    (ให้แก่แคชเชียร์)

(c) a lot of money    (เงินมากมาย)          

(d) money in coins or notes    (เงินเป็นเหรียญหรือธนบัตร)

 

14. Susan is a very kind and thoughtful person.

(ซูซานเป็นบุคคลที่ใจดีและ    คิดถึงผู้อื่น-เอาอกเอาใจผู้อื่น-ครุ่นคิด-ไตร่ตรอง-ใช้ความคิด-ระมัดระวัง    มาก)

(a) helpful    (ให้ความช่วยเหลือ, ชอบช่วยคนอื่น, มีประโยชน์)     

(b) truthful    (พูดความจริง, เปิดเผยความจริง)

(c) knowledgeable    (มีความรู้)              

(d) thinking of other people’s feelings    (คิดถึงความรู้สึกของผู้อื่น)

 

15. Mr. Smith was worried because he and his family would have to migrate to another town.

(มิสเตอร์สมิธวิตกกังวล  เพราะว่าเขาและครอบครัวจำเป็นจะต้อง    อพยพ-ย้ายถิ่น-อยู่ไม่เป็นที่    ไปยังอีกเมืองหนึ่ง)

(a) choose    (เลือก)                               

(b) move    (ย้าย, จากไป, เคลื่อนไหว, เคลื่อนที่, กระตุ้น, ดลใจ, เร้าใจ, เดิน, ก้าวหน้า, เจริญ)

(c) depart    (จากไป, ออก, ออกจาก, แยกไป, ไม่ตรงกัน, ตาย)        

(d) participate    (มีส่วนร่วม)

 

16. He criticized the remarks made by the chairman.

(เขาวิพากษ์วิจารณ์    คำพูด-คำกล่าว-ความเห็น-ข้อคิดเห็น    โดย (ของ) ท่านประธาน)

(a) statements    (คำพูด, คำกล่าว)         

(b) refusals    (คำปฏิเสธ, การปฏิเสธ)

(c) suggestions    (คำแนะนำ, การแนะนำ, การเสนอแนะ, การชักชวน, การเสนอ, ร่องรอย, การชวนคิด)                                                 

(d) topics    (หัวข้อการสนทนา, หัวเรื่อง, ญัตติ, เรื่องทั่วไป)

 

17. Whales and seals are marine animals.

(ปลาวาฬและแมวน้ำเป็นสัตว์    เกี่ยวกับทะเล-มีอยู่ในทะเล-เกิดจากทะเล-เกี่ยวกับการเดินเรือ)  (คือ  เป็นสัตว์ทะเล)

(a) land    (บก)                                        

(b) sea    (ทะเล)

(c) cruel    (ทารุณ, โหดร้าย)                     

(d) tame    (เชื่อง, อ่อนน้อม, เชื่อฟัง, ยินยอมโดยดี, คล้อยตาม, ขี้ขลาด)

 

18. He is a politician of tremendous reputation.

(เขาเป็นนักการเมืองที่มีชื่อเสียง    อย่างยิ่ง-มากมาย-ใหญ่โตมาก-มหึมา-ดีเยี่ยม-ยอดเยี่ยม)

(a) wicked    (เลว, เลวร้าย, ชั่วร้าย, ชั่วช้า, เลวทราม, มีเจตนาร้าย, โหดร้าย, ร้ายกาจ, น่ารังเกียจ)                                                              

(b) vital    (จำเป็น, สำคัญยิ่ง, จะขาดเสียมิได้, กระฉับกระเฉง, มีพลังงาน, มีชีวิตชีวา, มีกำลัง)

(c) immense    (มากมาย, ใหญ่มาก, มหึมา, มโหฬาร, กว้างขวาง, ไม่มีขอบเขต, เหลือคณานับ, ดีมาก, เลิศ, ยอดเยี่ยม)                                

(d) trivial    (ทริฟ-เวี่ยล)  (เล็กน้อย, ไม่สำคัญ, หยุมหยิม)

 

19. Her dog is so tame and playful as well.

(สุนัขของเธอ   เชื่อง-อ่อนน้อม-เชื่อฟัง-ยินยอมโดยดี    มาก  และขี้เล่นเช่นเดียวกัน)

(a) thin    (ผอม, บาง)                               

(b) fierce    (ดุร้าย, โหดร้าย, รุนแรง)

(c) not fierce    (ไม่ดุร้าย)                      

(d) unique    (ไม่มีที่เหมือน, ไม่มีที่เปรียบ, พิเศษ, พิเศษเฉพาะ, มีลักษณะเฉพาะ)

 

20. Rain at this time of the year is quite abnormal.

(ฝนในช่วงเวลานี้ของปี    ผิดปกติ    อย่างมาก)

(a) welcome    (ยินดีต้อนรับ, เป็นที่น่ายินดี, พอใจต้อนรับ, ได้รับอนุญาต)

(b) unnecessary    (ไม่จำเป็น)

(c) unusual     (ผิดปกติ, ผิดธรรมดา, เป็นข้อยกเว้น)

(d) ordinary    (ธรรมดา, สามัญ, ปกติ, พื้นๆ, ต่ำกว่าปกติ)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้

 

 

 

หมวดข้อสอบ English for ม. 1 – 3 (Vocabulary ตอนที่ 7)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Choose the right answers explaining the vocabularies and expressions given.

(จงเลือกคำตอบที่ถูกต้องซึ่งอธิบายคำศัพท์และวลีขีดเส้นใต้)

 

1. Jack hesitated to take my advice.

(แจ๊ค    รีรอ-ลังเลใจ    ที่จะรับฟังคำแนะนำของผม)

(a) was confident    (มั่นใจ, เชื่อมั่น)        

(b) was not sure    (ไม่แน่ใจ, ไม่มั่นใจ)

(c) was true    (จริง, แท้จริง, ไม่ปลอม, แน่นอน)       

(d) was pleased    (ดีใจ, ยินดี, พอใจ)

 

2. We’ll explore the island when we make a trip there this summer.

(เราจะ    สำรวจ-ตรวจ-ค้น-วินิจฉัย    เกาะนั้น  เมื่อเราเดินทางไปที่นั่นฤดูร้อนนี้)

(a) teach about    (สอนเกี่ยวกับ)             

(b) reside on    (อาศัยอยู่บน)

(c) learn about    (เรียนรู้เกี่ยวกับ)          

(d) explain about    (อธิบายเกี่ยวกับ)   

 

3. Please keep in mind what your boss told you to do.

(โปรด    จำ-จดจำไว้    ในสิ่งที่เจ้านาย-หัวหน้าของคุณบอกให้คุณทำ)

(a) suggest    (แนะนำ)                            

(b) recognize    (จำได้เมื่อเห็น, ยอมรับ, จำได้, รู้จัก, สำนึก)

(c) repeat    (พูดซ้ำ, ทำซ้ำ, ย้ำ, ทำใหม่, ท่อง)  

(d) remember    (จดจำ, จำได้)

 

4. We’ll have to go there right away.

(เราจำเป็นจะต้องไปที่นั่น    ในทันทีทันใด)

(a) successfully    (อย่างประสบความสำเร็จ)

(b) cautiously    (อย่างระมัดระวัง, อย่างรอบคอบ)

(c) at once    (ทันทีทันใด)                      

(d) accurately    (อย่างถูกต้อง)

 

5. He was very fortunate to win the first prize in lottery though he seldom bought it.

(เขา    โชคดี    มากที่ชนะ (ถูก) ลอตเตอรี่รางวัลที่หนึ่ง  แม้ว่าเขาไม่ใคร่จะได้ซื้อมัน)

(a) happy    (มีความสุข)                          

(b) willing    (เต็มใจ)

(c) lucky    (โชคดี)                                 

(d) generous    (เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่, โอบอ้อมอารี, ใจกว้าง)

 

6. I should be very grateful if you would post this letter for me.

(ผมจะ    ขอบคุณ-รู้สึกเป็นหนี้บุญคุณ    อย่างมาก  ถ้าคุณจะส่งจดหมายนี้ให้ผม) 

(a) thankful    (ขอบคุณ)                        

(b) cheerful    (ร่าเริง, เบิกบาน)

(c) considerate    (เกรงใจ, นึกถึงคนอื่น)  

(d) glad    (ดีใจ, ยินดี)

 

7. She gave me some very precious advice on furthering my study abroad.

(เธอให้คำแนะนำที่    มีค่า-ล้ำค่า-เป็นที่รัก-อย่างยิ่ง-เต็มที่    อย่างมากแก่ผม  เกี่ยวกับการศึกษาต่อของผมในต่างประเทศ)

(a) credible    (น่าเชื่อถือ, ซึ่งเชื่อถือได้, น่าไว้วางใจ)

(b) admirable    (น่ายกย่อง, น่าชื่นชม, น่าชมเชย, น่าเลื่อมใส-ศรัทธา)

(c) valuable    (มีค่า, มีคุณค่า, มีราคา, มีค่าเป็นเงินมาก, มีประโยชน์มาก, มีความสำคัญมาก)

(d) available    (สามารถหาได้ง่าย, หาได้, มี, ใช้ประโยชน์ได้, เหมาะที่ใช้, เท่าที่จะหาได้)

 

8. He disclosed the details of the contract.

(เขา    เปิดเผย-เปิดโปง-ทำให้ปรากฏ    รายละเอียดของสัญญา)

(a) discovered    (ค้นพบ, พบ, มองออก)   

(b) explained    (อธิบายโดยบอกเหตุผล)

(c) revealed    (เปิดเผย, เผย, แสดง, แสดงให้เห็น (ความจริง), ทำให้ปรากฏ)    

(d) concealed    (ปิดบัง, ซ่อนเร้น, อำพราง)

 

9. The spectators were excited to see their team win the football match.

(ผู้ดู-ผู้ชม    ตื่นเต้นที่ได้เห็นทีมของพวกเขาชนะการแข่งขันฟุตบอล)

(a) performers    (ผู้แสดง, ผู้ปฏิบัติงาน)   

(b) prisoners    (นักโทษ)

(c) inspectors    (ผู้ตรวจ, ผู้ตรวจสอบ, สารวัตร)       

(d) onlookers    (ผู้แสดง, ผู้ชม)

 

10. It is difficult to predict which political party will win the election.

(มันยากที่จะ    ทำนาย    (ว่า) พรรคการเมืองใดจะชนะการเลือกตั้ง)

(a) announce    (ประกาศ, แจ้ง, แถลง, แสดง, ทำให้รู้, ทำหน้าที่เป็นโฆษก, โฆษณา)    

(b) estimate    (ประมาณการ, ประมาณราคา, ตีราคา, ประเมิน, คำนวณ)

(c) foretell    (ทำนาย, บอกล่วงหน้า)       

(d) realize    (ตระหนัก, เข้าใจ, สำนึก, ทำให้เป็นจริง, ทำให้บรรลุผล, เปลี่ยนเป็นเงินสดหรือเงิน)

 

11. Mirages vanish as we approach them.

(ภาพลวงตาบนถนนเวลากลางวัน (ขณะที่แดดร้อน)    หายไป-อันตรธาน-สูญสิ้น-จากไป-ไม่มีอยู่-กลายเป็นศูนย์    ในขณะที่เราเข้าไปใกล้มัน)  (คือ  มองดูเหมือนมีแอ่งน้ำบนถนน  แต่พอเข้าไปใกล้ก็หายไป)

(a) become larger    (ใหญ่ขึ้น)                

(b) become smaller    (เล็กลง)

(c) appear    (ปรากฏขึ้น, ปรากฏตัว, โผล่ออกมา)    

(d) disappear    (หายไป, สาบสูญ, สูญหาย, ตาย)

 

12. She tried to conceal her feelings.

(เธอพยายามที่จะ    ปิดบัง-ซ่อนเร้น-อำพราง    ความรู้สึกของเธอ)

(a) hide    (ซ่อนไว้, ปิดบัง, อำพราง, บัง, ปกคลุม, หลบซ่อน, หาที่หลบซ่อน)   

(b) express    (แสดงความคิดเห็น, แสดงความคิดเห็น-ความรู้สึกเป็นคำพูด, แสดงเป็นเครื่องหมาย, ส่งด่วน)

(c) get rid of    (กำจัด, ทำลาย)                 

(d) display    (แสดง, เปิดเผย, แสดงทางหน้าจอ)

 

13. By knocking down a bicycle standing at the roadside, he damaged his own car.

(โดยการชนรถจักรยานที่จอดอยู่ข้างถนนล้มลง  เขา    ทำให้เสียหาย-ทำให้เป็นอันตราย-เป็นภัย    กับรถยนต์ของตนเอง)

(a) devastated    (ทำลายล้าง, ล้างผลาญ, มีชัยท่วมท้น)       

(b) crushed    (บดขยี้, ทำให้แตก, บี้, คั้น, เหยียบ, กำจัด, ทำลาย)

(c) diminished    (ลดน้อยลง, ทำให้ลดน้อยลง)       

(d) impaired    (ทำให้เสียหาย, ทำให้ได้รับบาดเจ็บ, ทำให้เลวลง-อ่อนแอ, ลดคุณค่า)

 

14. She had a nightmare.

(เธอพบกับ    ฝันร้าย)

(a) great trouble    (ปัญหาใหญ่)             

(b) bad accident    (อุบัติเหตุร้ายแรง)

(c) horrible dream    (ฝันที่น่ากลัว-น่าสยดสยอง)

(d) sweet dream    (ฝันหวาน)

 

15. Have they signed the contract yet?

(พวกเขาได้ลงนามใน    สัญญา-ข้อตกลง-หนังสือสัญญา    แล้วหรือยัง)

(a) annual report    (รายงานประจำปี)      

(b) correspondence    (การติดต่อกันทางจดหมาย, ความสอดคล้องกัน, ความลงรอยกัน)

(c) confession    (การสารภาพ, การยอมรับ, การสารภาพความผิด, คำสารภาพ)

(d) legal document    (เอกสารทางกฎหมาย)

 

16. The judge refused to release the prisoners.

(ผู้พิพากษาปฏิเสธที่จะ    ปล่อยตัว-ปลดปล่อย-ปลดเปลื้อง-แก้-คลาย-ทำให้พ้นจาก    นักโทษ)

(a) sentence    (ตัดสิน (คดี), พิพากษา)      

(b) try    (พยายาม, ทดลอง, พิจารณาคดี, ไต่สวนคดี)

(c) free    (ปล่อยเป็นอิสระ)                    

(d) question    (ซักถาม, ถามคำถาม)

 

17. Tom ran across an old friend yesterday.

(ทอม    พบโดยบังเอิญ    เพื่อนเก่าเมื่อวานนี้)  (คือ  พบเพื่อนเก่าโดยบังเอิญ)

(a) talked to    (พูดคุยกับ)                       

(b) ran over    (ทับ)  (รถทับ)

(c) welcomed    (ต้อนรับ, รับด้วยความยินดี, แสดงความยินดีในการต้อนรับ)     

(d) happened to meet    (บังเอิญพบ)

 

18. This man is a harmful criminal.

(ผู้ชายคนนี้เป็น    อาชญากร    ที่มีอันตราย)

(a) rival    (ไร้-เวิ่ล)  (คู่ต่อสู้, คู่แข่งขัน, คู่ปรับ, ผู้ที่มีความสามารถพอจะทัดเทียมกันได้  

(b) rebel    (ริ-เบล)  (กบฏ, ผู้ก่อการกบฏ, ผู้ขัดขืน, ผู้ก่อการจลาจล)  

(c) intruder    (ผู้บุกรุก, ผู้รุกล้ำ, ผู้ก้าวก่าย)

(d) culprit    (ผู้กระทำผิด, ผู้ร้าย, นักโทษ, จำเลยในคดีอาญา)

 

19. The doctor warned him to give up smoking.

(หมอเตือนเขาให้    หยุด-เลิก-ยุติ    การสูบบุหรี่)

(a) start    (เริ่มต้น, ลงมือทำ)                    

(b) quit    (หยุด, ยุติ, เลิก, ละทิ้ง, เพิกถอน, สลัด, ปลดเปลื้อง, ลาออก, ออกจาก)

(c) decrease    (ลดลง, ทำให้ลดลง)          

(d) deny    (ปฏิเสธ, บอกปัด, ไม่ยอมรับ, ไม่ตกลง, ไม่ยอมตาม)

 

20. The weather forecast bureau predicts abundant rain this year.

(สำนักงานพยากรณ์อากาศทำนายว่าจะมีฝน    มากมาย-ล้นเหลือ-อุดมสมบูรณ์    ปีนี้)

(a) slight    (เล็กน้อย, นิดหน่อย, เบาบาง)  

(b) considerable    (มากมาย, ค่อนข้างใหญ่, น่าพิจารณา)

(c) continual    (ต่อเนื่องกันไปแบบเกิดหยุดเกิดหยุด, สืบเนื่อง, ต่อเนื่อง, ไม่ขาดสาย)

(d) apparent    (เด่นชัด, ชัดเจน, แจ่มแจ้ง, ภายนอก)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้

 

หมวดข้อสอบ English for ม. 1 – 3 (Vocabulary ตอนที่ 6)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Choose the best item (a, b, c or d) for each blank.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อเติมลงในช่องว่าง)

 

1. The car could not move because it ran out of __________________________.

(รถยนต์ไม่สามารถเคลื่อนที่ไปได้  เพราะว่า _______________ ของมันหมดเกลี้ยง)

(a) oil    (น้ำมัน, น้ำมันพืช, น้ำมันปิโตรเลียม, น้ำมันดิบ)      

(b) petroleum    (น้ำมันดิบ)

(c) lubrication oil    (น้ำมันหล่อลื่น)      

(d) fuel    (เชื้อเพลิง, สิ่งที่บำรุงเลี้ยง, สิ่งที่กระตุ้นให้ทำงาน)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  สำหรับน้ำมันของรถยนต์  ใช้ว่า  “Gasoline”  หรือ  “Gas”  ซึ่งหมายถึง  น้ำมันเบนซิน (Gasoline)  หรือ แกส  ก็ได้

 

2. When Judy had recovered, she was _____________________________ from the hospital.

(เมื่อจูดี้หายจากไข้ (หายจากความเจ็บป่วย) เธอถูก ___________________ จากโรงพยาบาล)

(a) taken    (นำไป)                                 

(b) brought    (นำมา)

(c) discharged    (ปล่อยตัว, ขับออก, ระบายออก, ไล่ออก, ปล่อยกระแสไฟฟ้า)       

(d) expelled    (ขับออก, ขับไล่, ตัดออกจากการเป็นสมาชิก)

 

3. Because her family was poor, she had to be _______________ enough to work all day every day to earn a living.

(เพราะว่าครอบครัวของเธอยากจน  เธอจำเป็นต้อง ___________________ เพียงพอที่จะทำงานตลอดวันทุกๆ วัน เพื่อหาเลี้ยงชีพ)

(a) strong    (แข็งแรง, เข้มแข็ง, แข็งแกร่ง, มั่นคง, (กลิ่น) ฉุนหรือแรง, รุนแรง, เข้มข้น)

(b) patient    (เพ้-เชิ่นท)  (อดทน, ทรหด, อดกลั้น, มีขันติ)

(c) cautious    (ค้อ-ชัส)  (ระมัดระวัง, รอบคอบ, ละเอียด)  

(d) intelligent    (เฉลียวฉลาด, มีไหวพริบ)

 

4. It is much more _____________________ to buy a round trip ticket if we frequently travel.

(มัน _____________________ มากกว่าอย่างมาก  ที่จะซื้อตั๋วไป-กลับ  ถ้าเราเดินทางบ่อยๆ)

(a) cheap    (ราคาถูก)                            

(b) economical    (ประหยัด, มัธยัสถ์, กระเหม็ดกระแหม่)

(c) clever    (ฉลาด)                                

(d) expensive    (ราคาแพง)

 

5. We made a ________________________ to avoid a heavy traffic in the city center.

(เราเดินทาง _______________ เพื่อหลีกเลี่ยงการจราจรที่ติดขัดในย่านศูนย์ กลางเมือง)

(a) shortcut    (ทางลัด)                          

(b) short way

(c) detour    (ทางอ้อม, ทางโค้ง)            

(d) long way

 

6. Microscopes are used for magnifying ____________________________ objects.

(กล้องจุลทรรศน์ถูกใช้เพื่อขยายวัตถุ ____________________________________ )

(a) compact    (รัดกุม, แน่น, รวมกันแน่น, อัดแน่น, กะทัดรัด, กระชับ)    

(b) remote    (ห่างไกล, ไกลโพ้น, ลึกลับ, นานมาแล้ว, โดดเดี่ยว, ห่างเหิน, เมินเฉย)

(c) tiny    (ไท้-นิ)  (เล็กมาก, จิ๋ว)              

(d) huge    (ฮิ้วจ)  (ใหญ่มาก, ใหญ่โต, มหึมา, มหาศาล)

 

7. There is a very __________________________ rule forbidding smoking in bed.

(มีกฎ-ระเบียบ _____________________________ มาก  ห้ามการสูบบุหรี่บนที่นอน)

(a) severe    (รุนแรง, หนาวจัด, ร้ายแรง, เคร่งขรึม, เอาจริงเอาจัง, สาหัส, ดุเดือด, ยากลำบาก)

(b) hard    (หนัก, แข็ง, ยากลำบาก)

(c) strict    (เข้มงวด, เคร่งครัด, กวดขัน, แม่นยำ, แน่นอน)

(d) heavy    {หนัก, (การจราจร) ที่หนาแน่นมาก, (พายุ) รุนแรง, เป็นภาระมาก, หนา, ดก, อุ้ยอ้าย, ลึกซึ่ง}

 

8. The car was completely ________________________________ in the accident.

(รถยนต์ถูก ______________________________________ โดยสิ้นเชิงในอุบัติเหตุ)

(a) altered    (เปลี่ยนแปลง, แก้ไข)          

(b) adjusted    (ปรับให้เหมาะสม)

(c) destroyed    (ทำลาย, ผลาญ, ดับ, ฆ่า)    

(d) repaired    (ซ่อมแซม)

 

9. She is not actually poor; she just _____________________________ to be poor.

(เธอมิได้ยากจนจริงๆ  เธอเพียงแต่ _______________________________ ทำเป็นจน)

(a) acts    (กระทำ, แสดง, ดำเนิน, ประพฤติ)   

(b) pretends    (แสร้งทำ, เสแสร้ง, หลอกลวง, อวดอ้าง)

(c) imagines    (ตรึก, นึก, คิด, จินตนาการ)    

(d) reports    (รายงาน)

 

10. John got a good job because he is _________________ in English and German.

(จอห์นได้งานดี  เพราะว่าเขา _____________________ ในภาษาอังกฤษและเยอรมัน)

(a) twin    (แฝด, เป็นคู่, เป็นหนึ่งใน  ๒  สิ่งที่เหมือนกัน, สองเท่า, ประกอบด้วย  ๒  ส่วนที่เหมือนกัน)                                             

(b) bilingual    (สามารถพูดได้  ๒  ภาษา, พูดหรือเขียนเป็น  ๒  ภาษา)

(c) double    (คู่, สองเท่า, สองหน, ทวี, ซ้ำ, สองชั้น, สองลักษณะ, พับ, สองทบ, หลอกลวง, ไม่ซื่อ)                                                              

(d) bilanguage    (รูปนี้ไม่มีใช้)

 

11. When a snake bites us, it probably releases ___________ liquid through our bodies.

(เมื่องูกัดเรา  มันอาจปล่อยของเหลว (ซึ่ง) ___________________ ไปทั่วร่างกายของเรา)

(a) potable    (สามารถดื่มได้)  (เพราะสะอาด)

(b) poisonous    (เป็นพิษ, มีพิษ, เป็นภัย, มีอันตราย, ร้าย)

(c) soluble    (ละลายได้, สามารถถูกละลายได้)        

(d) turbid    (ขุ่น, หมอง, มัว, ไม่ชัดเจน, ยุ่งเหยิง, สับสน, วุ่นวาย, ว้าวุ่น)

 

12. I told the shopkeeper that I would pay for the apples on the day he _________ them to me.

(ผมบอกเจ้าของร้านว่า  ผมจะจ่ายเงินค่าแอปเปิลในวันที่เขา _________________ มันไปให้ผม)

(a) gave    (ให้)                                       

(b) delivered    (ส่ง, นำส่ง, ส่งจดหมาย, ส่งต่อ, ปล่อย, มอบ, กล่าว (สุนทรพจน์), ช่วยคลอดลูก, คลอดลูก)

(c) purchased    (ซื้อ)                              

(d) displayed    (แสดง, เปิดเผย, แสดงภาพทางหน้าจอคอมพิวเตอร์)

 

13. The rain provides ___________________________ water, so it is safe to drink it.

(ฝนให้น้ำ (ซึ่ง) ______________________________ ดังนั้น  จึงปลอดภัยที่จะดื่มมัน)

(a) clear    (ใส, ใสแจ๋ว, ใสสะอาด, สว่าง, แจ้ง, โล่ง, ชัดเจน, ชัดถ้อยชัดคำ, ไม่ขุ่น, ไม่มีฝุ่น, เปิดเผย, เข้าใจได้ง่าย, ไม่มีอุปสรรค, ไม่มีหนี้สิน)    

(b) cold    (หนาว, เย็น, เย็นชา, เฉยเมย, ไม่แยแส, (สี) เย็นตา, ไร้อารมณ์)

(c) pure    (บริสุทธิ์, หมดจด, ไม่มีสิ่งอื่นเจือปน, พันธุ์แท้, แน่นอน, ขาวสะอาด, ไม่มีราคี, ไม่มีมลทิน)                                                   

(d) salty    (เค็ม, มีเกลือ, โรยด้วยเกลือ, ปรุงด้วยเกลือ, เกี่ยวกับทะเล, แล่นในทะเล)

 

14. He had ____________________ for a job in Australia.  He hopes he will get it.

(เขาได้ __________________________ งานในออสเตรเลีย  เขาหวังว่าเขาจะได้มัน)

(a) implied    (บอกเป็นนัย, แสดงนัย, มีความหมายว่า)

(b) appointed    (แต่งตั้ง, นัดหมาย)

(c) applied    (สมัคร, ประยุกต์, ใช้, ใช้เป็นประโยชน์)

(d) admitted    (ยอมรับ, รับสารภาพ, ยอมรับรอง, รับ, รับรอง, ให้เข้า, รับเข้า, ให้สิทธิเข้าได้)

 

15. Please bring a __________________________ sheet of paper for your test.

(กรุณานำกระดาษ _______________   แผ่นมาด้วยสำหรับการทดสอบของคุณ)

(a) dark    (มืด, มืดมน, มัว, ดำคล้ำ, ซ่อนเร้น, เร้นลับ, คลุมเครือ, ชั่วช้า, อัปรีย์, ป่าเถื่อน)

(b) torn    (ฉีกขาด)

(c) damp    (ชื้น, หมาด, ไม่กระตือรือร้น, หดหู่, ไร้ชีวิตชีวา)

(d) blank    (ว่างเปล่า, ว่าง, ยังไม่ได้เขียนหรือพิมพ์อะไร, ที่ปราศจากเรื่องราว, จืดชืด, ไม่น่าสนใจ, ไม่ยิ้มแย้มแจ่มใส, ซีด, ไร้สี)

 

16. The ______________________________ in this magazine are very colorful.

(____________________________ ในแม็กกาซีนฉบับนี้เต็มไปด้วยสีสันอย่างมาก)

(a) ingredients    (ส่วนประกอบ, ส่วนผสม)

(b) resources    (ทรัพยากร)

(c) illustrations    (ภาพประกอบ, ภาพอธิบาย, การอธิบายด้วยภาพประกอบ, การยกตัวอย่าง)

(d) demonstrations     (การสาธิต, การแสดงประกอบการอธิบาย, การเดินขบวน)

 

17. If that company wants to attract workers, it must ________________ the pay.

(ถ้าบริษัทนั้นต้องการดึงดูดใจพนักงาน  มันจะต้อง ____________ ค่าจ้าง-เงินเดือน)

(a) rise    (ลุกขึ้น, ยืนขึ้น, ตื่นขึ้น, ยืนตรง, ลุกขึ้นต่อสู้, เจริญเติบโต, เพิ่มขึ้น, สูงขึ้น, ปรากฏขึ้น, ลอยขึ้น, ผุดขึ้น)

(b) raise    (เพิ่ม, ยก, ยกขึ้น, ชูขึ้น, ทำให้สูงขึ้น, ยกระดับ, สร้าง, ตั้งเสา, เลี้ยง (เด็ก, ไก่), เพาะปลูก, รวบรวมเงิน)

(c) lower    (ทำให้ต่ำลง, ทำให้ลดลง)

(d) spread    (แผ่, ขยาย, ลุกลาม, ทา)

 

18. Her ________________________ is to be the best tennis player in the world.

(__________________________ ของเธอคือเป็นนักเทนนิสที่ดี (เก่ง) ที่สุดในโลก)

(a) ambition    (ความทะเยอทะยาน, ความมักใหญ่ใฝ่สูง, ความปรารถนาอันแรงกล้า, เป้าหมายของความปรารถนาดังกล่าว)

(b) interest     (ความสนใจ, ผลประโยชน์, ดอกเบี้ย)

(c) choice    (ทางเลือก, การเลือก, สิทธิ-โอกาสในการเลือก, สิ่งหรือคนที่ถูกเลือก, ส่วนที่ดีที่สุด)

(d) knowledge    (ความรู้)

 

19. I’ve never seen such a big __________________________________ of feet.

(ผมไม่เคยเห็นเท้า ____________________________________ ที่ใหญ่โตเช่นนั้น)

(a) set    (ชุด, เครื่องชุด, การจัดตั้ง)

(b) couple    (คู่, คู่สามีภรรยา, คู่หนุ่มสาว, สอง)  (สามารถแยกจากกันได้)  (A couple of weeks  =  สองสัปดาห์, A couple of water melons  =  แตงโม  ๒  ลูก, A couple of hundred village boys  =  เด็กหมู่บ้าน  ๒๐๐  คน, A couple of newspaper reporters  =  ผู้รายงานข่าวหนังสือพิมพ์  ๒  คน)

(c) flock    (ฝูง, กลุ่ม, หมู่, ฝูงชน, ผู้คนจำนวนมาก, กลุ่มก้อน,โขยง)    

(d) pair    (คู่)  (ที่ต้องใช้ร่วมกัน  แยกจากกันไม่ได้  เช่น  เท้า, กางเกงขาสั้น-ยาว)  (A pair of shoes  =  รองเท้า  ๑  คู่, A pair of wings  =  ปีก  ๑  คู่, A pair of trousers  =  กางเกงขายาว  ๑  ตัว,  A pair of glasses  =  แว่นตา  ๑  คู่, A pair of scissors  =  ตะไกร  ๑  คู่)

 

20. The actress said that her favorite forms of ________ were swimming and playing badminton.

(นักแสดงหญิงกล่าวว่า  รูปแบบของ ____ ที่โปรดปรานของเธอ  คือ  การว่ายน้ำและเล่นแบดมินตัน)

(a) survival    (การรอดชีวิต, การรอดตาย)

(b) research    (การวิจัย, การค้นคว้า)

(c) recreation    (สันทนาการ, การพักผ่อนหย่อนใจ)

(d) labor    (แรงงาน)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้

 

 

 

 

 

หมวดข้อสอบ English for ม. 1 – 3 (Vocabulary ตอนที่ 5)

 

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Choose the best item (a, b, c or d) for each blank.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อเติมลงในช่องว่าง)

 

1. The ________________________ of the accident was a broken brake lever.

(______________________________ ของอุบัติเหตุคือคันเบรกที่แตกหัก-ชำรุด)

(a) reason    (เหตุผล)                             

(b) occasion    (โอกาส)

(c) opinion    (ความคิดเห็น)                   

(d) cause    (สาเหตุ, ต้นเหตุ, เป้าหมายหรือหลักการซึ่งคนกลุ่มหนึ่งสนับสนุนหรือต่อสู้เพื่อมัน)   

ตอบ   -   ข้อ   (d)   สำหรับตัวอย่างการใช้  “Reason”  และ  “Cause”  ได้แก่

  • I asked him the reason for the decision.

(ผมถามเขาเกี่ยวกับเหตุผลสำหรับการตัดสินใจ)

  • One of the reasons for coming to England is to make money.

(เหตุผลอย่างหนึ่งของการมาประเทศอังกฤษคือหาเงิน)

  • There are several reasons why we can’t do that.

(มีเหตุผลหลายประการว่าทำไมเราจึงไม่สามารถทำเช่นนั้น)

  • There is reason to disbelieve him.

(มีเหตุผลที่จะไม่เชื่อเขา)

  • For reasons of space I have missed out some of the details.

(ด้วยเหตุผลด้านเนื้อที่ (สำหรับเขียนหรือตีพิมพ์) ผมมิได้ให้รายละเอียดบางอย่าง)

  • Public pressure is towards more street lighting rather than less; the reason is, of course, that people feel safer in well-lit streets.

(ความกดดันจากประชาชนได้มุ่งไปที่ให้มีแสงสว่างในถนนเพิ่มขึ้น  มากกว่าที่จะลดลง  เหตุผล  แน่ละ  คือว่าผู้คนรู้สึกปลอดภัยมากขึ้นในถนนที่มีไฟส่องสว่าง)

  • Nobody knew the cause of the explosion.

(ไม่มีใครรู้สาเหตุของการระเบิด)

  • Deforestation was the true cause of a big flood in the southern Thailand last year.

(การทำลายป่าคือต้นเหตุที่แท้จริงของน้ำท่วมใหญ่ทางภาคใต้ของไทยเมื่อปีที่แล้ว)

  • Death was due to natural causes.

(การตายเนื่องมาจากสาเหตุทางธรรมชาติ)  (คือ แก่ตาย)

  • Too many governments have chosen to remove the symptoms rather than the cause.

(รัฐบาลจำนวนมากเกินไปได้เลือกที่จะกำจัดอาการของโรค  มากกว่า (กำจัด) สาเหตุของมัน)

  • He is sympathetic to our cause.

(เขาเห็นอกเห็นใจ-สนับสนุนหลักการ (เป้าหมาย) ของเรา)

  • The government has a plan to revive the socialist cause.

(รัฐบาลมีแผนการที่จะฟื้นฟูหลักการสังคมนิยม)

  • Most nations support the cause of world peace.

(ประเทศส่วนใหญ่สนับสนุนหลักการ (เป้าหมาย) ของสันติภาพโลก)

 

2. Don’t ___________________________________ on that chair, it might break.

(อย่า ______________________________________ เก้าอี้ตัวนั้น  มันอาจจะหัก)

(a) knock    (เคาะ, ตี, ทุบ, กระแทก, ชก, ต่อย, ชน)   

(b) walk    (เดิน)

(c) lean    (พิง, เอน, เอียง, ลาด, พาดพิง, พึ่งพา)      

(d) touch    (แตะ, สัมผัส)

 

3. Please ______________________________ a few books and give him the rest.

(โปรด _____________________ หนังสือสองสามเล่ม  และให้ (หนังสือ) ส่วนที่เหลือแก่เขาไป)  (คือ  โปรดเก็บหนังสือไว้สองสามเล่ม)

(a) keep in    (กักเอาไว้, เก็บไว้)              

(b) keep out    (อยู่ให้ห่าง, อย่าเข้ามา, ห้ามเข้า)

(c) keep off     (ออกให้ห่าง, อย่าแตะต้อง, ห้ามเข้า)  (“Keep off the grass.”  =  “อย่าเดินลัดสนามหญ้า”)                                           

(d) keep back    (เก็บเอาไว้, ดึงเอาไว้, กันเอาไว้, กั้นไม่ให้เข้า, ดันให้ถอยหลังออกไป)

 

4. ________________________________________ I said, he would disagree.

(_________________________________________ ที่ผมพูด  เขาจะไม่เห็นด้วย)

(a) Whichever                                      

(b) However

(c) Whatever    (อะไรก็ตาม)                

(d) No matter

ตอบ   -   ข้อ   (c)   “Whatever I said”  =   “ไม่ว่าผมจะพูดอะไรก็ตาม”  หรืออาจตอบ  “No matter what I said”  (ไม่ว่าผมจะพูดอะไรก็ตาม)   ก็ได้

 

5. If you are interested in becoming a ______________________ of the club, telephone the secretary during office hours.

(ถ้าคุณสนใจในการเป็น _____________________________ ของสโมสร  ให้โทรศัพท์ไปหาเลขานุการระหว่างชั่วโมงทำงาน)

(a) partner    (หุ้นส่วน, คู่เต้นรำ)             

(b) member    (สมาชิก)

(c) janitor    (ภารโรง)                            

(d) participant    (ผู้เข้าร่วม)  (การประชุม, การแข่งขัน, โครงการ, ฯลฯ)

 

6. Does anyone _______________________________ the plans we have made?

(มีใคร ______________________________________ แผนการที่เราวางไว้หรือไม่)

(a) differ    (แตกต่าง)                            

(b) oppose    (คัดค้าน, ไม่เห็นด้วย, ต่อต้าน)

(c) quarrel    (ทะเลาะ, วิวาท, ทุ่มเถียง)     

(d) agree    (เห็นด้วย, เห็นพ้อง, ตกลง)

ตอบ   -   ข้อ    (b)   ทั้งนี้  ถ้าเห็นด้วยกับแผน  ต้องตอบว่า  “Agree to the plans”

 

7. You can buy almost anything in this shopping mall; _____________________ it also has a restaurant serving good cheap meals.

(คุณสามารถซื้อเกือบทุกอย่างในห้างสรรพสินค้าแห่งนี้, _______________ มันยังมีภัตตาคารที่เสิร์ฟอาหารอย่างดีและราคาถูกอีกด้วย)

(a) however    (อย่างไรก็ตาม, อย่างไรก็ดี)    

(b) meanwhile    (ในขณะเดียวกัน, ในระหว่างนั้น)

(c) moreover    (ยิ่งกว่านั้น, นอกจากนั้น)    

(d) otherwise    (มิฉะนั้น)

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจาก  “Moreover, Furthermore, In addition, Besides, Similarly, Likewise  =  นอกจากนั้น, ยิ่งกว่านั้น, และ  ใช้นำหน้าประโยคเพื่อบอกข้อมูลเพิ่มเติมจากที่ได้กล่าวมาก่อนหน้านั้นแล้ว  (........สามารถซื้อเกือบทุกอย่างในห้างฯ  “ยิ่งกว่านั้น”  มันยังมีภัตตาคารด้วย)

 

8. After a thorough search, the police _____________________ most of the missing jewels.

(หลังจากการค้นหาอย่างละเอียด  ตำรวจ _________________ เครื่องเพชรส่วนใหญ่ที่หายไป)

(a) reminded    (เตือนความจำ, เตือน, ทำให้ระลึกถึง, ทำให้จำได้)

(b) refreshed    (ทำให้มีชีวิตชีวา, ทำให้สดชื่น, เติมพลัง, กระตุ้นความจำ, ทำให้ฟื้นคืน,

อัดแบตเตอรี่)

(c) recovered    (เอากลับคืนมา, เอาคืนมาได้อีกครั้ง, กู้ (ศพขึ้นมา), ค้นพบใหม่, พบอีก, คืนสภาพเดิม, ทำให้กลับเป็นอย่างเดิม, หายจากไข้)  

(d) recycled    (นำกลับมาใช้ใหม่)

 

9. Lovers of ___________________________ find many new uses for old things.

(คนที่รัก ___________________________ พบการใช้ใหม่ๆ มากมายสำหรับสิ่งเก่าๆ)  (คือ  เอาของเก่า (วัตถุโบราณ) กลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ได้เยอะแยะ)

(a) ancients    (เอ๊น-เชิ่น)  (คนสมัยโบราณ, คนชรา)  

(b) toys    (ของเล่น)

(c) antiques    (แอน-ที้ค)  (วัตถุโบราณ, สถานที่โบราณ)   

(d) costumes    (เสื้อผ้า, เครื่องแต่งกาย)

 

10. Radiation going through food kills the ________________________ inside the food.

(การแผ่รังสีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่ทะลุผ่านอาหาร  ฆ่า ______________ ข้างในอาหารนั้น)

(a) texture    (เนื้อหนัง, องค์ประกอบ, เนื้อผ้า, สิ่งทอ, วัตถุทำสิ่งทอ)      

(b) flour    (เฟล้า-เออะ)  (แป้ง, แป้งหมี่, แป้งข้าว, ผงละเอียด)

(c) germs    (เจิม)  (เชื้อโรค, เชื้อ, เชื้อจุลินทรีย์)     

(d) diseases    (ดิ-ซี้ซ)  (โรค, การเจ็บไข้ได้ป่วย)

 

11. There are a lot of beautiful pictures in that ________________________ dictionary.

(มีรูปภาพสวยๆ มากมายในพจนานุกรม (ซึ่ง) ___________________________ เล่มนั้น)

(a) painted    (ถูกระบายสี)                      

(b) drawn    (ถูกวาด)

(c) written    (ถูกเขียน)                           

(d) illustrated    (มีภาพประกอบ,  ถูกแสดงด้วยภาพ)

 

12. Tommy ______________________________ the package to see what was inside.

(ทอมมี่ ___________________________________ หีบห่อนั้น  เพื่อดูว่าอะไรอยู่ข้างใน)

(a) tied    (ใช้เชือกหรือสายอื่นผูก, มัด, ต่อ, รัด, โยง, ทำคะแนนเท่ากัน, ผูกพันเป็นสามีภรรยา)

(b) folded    (ม้วน, พับ, ทบ, ห่อ, ปิดผนึก, หุ้ม)

(c) untied    (แก้ออก, แก้มัด, ทำให้หลุด, ปล่อย, คลาย, ทำให้อิสระ)      

(d) wrapped    (ห่อ, มัด, พัน, ม้วน, คลุม, ปิดบัง, อำพราง)

 

13. She studies in the science field since she is interested in medical _____________.

(เธอศึกษาในสายวิทยาศาสตร์  เพราะว่าเธอสนใจใน _____________________ แพทย์)

(a) work    (งาน)                                    

(b) job    (งาน)

(c) profession    (อาชีพ, วิชาชีพ, การยอมรับ, การแสดงตัว, การปฏิญาณตัว, การประกาศความศรัทธา)                                                  

(d) task    (ทาสค)  (งาน, งานหนัก, เรื่องที่ยาก, ภาระหน้าที่))

 

14. Although there are so many visitors, only a few rooms are __________ in the hotel.

(แม้ว่าจะมีแขกมากมาย  มีห้องเพียงนิดหน่อยเท่านั้น ________________ ในโรงแรมนั้น)

(a) usable    (สามารถใช้ประโยชน์ได้, สามารถใช้งานได้)   

(b) available   (ที่สามารถหาได้, มี, หาง่าย, เหมาะที่ใช้, ใช้ประโยชน์ได้, เท่าที่จะหาได้)

(c) potable    (สามารถดื่มได้)  (เพราะสะอาด)

(d) edible    (สามารถกินได้)  (ไม่มีอันตราย)

 

15. She spoke so loudly that it was _____________________________ to everyone.

(เธอพูดดังมากจนกระทั่งมัน _____________________________________ กับทุกคน)

(a) visible    (สามารถมองเห็นได้)           

(b) audible    (สามารถได้ยิน)

(c) portable    (สามารถหอบหิ้วไปได้, สามารถนำติดตัวไปได้)    

(d) adorable    (น่าเคารพ, น่าบูชา, น่านับถือยิ่ง)

 

16. It is very hot in this room, please turn on the ____________________________.

(อากาศร้อนมากในห้องนี้ กรุณาเปิด _______________________________ ด้วยครับ)

(a) air-condition    (ปรับอากาศ)  (เป็นคำกริยา)      

(b) cooler    (ตู้เย็น, ภาชนะแช่เย็น, ภาชนะเก็บของเย็น, น้ำยาทำความเย็น)   

(c) air-conditioner    (เครื่องปรับอากาศ)  

(d) electric cooker    (หม้อหุงข้าวไฟฟ้า)

 

17. She was _______________________ in New York but was brought up in San Francisco until her family moved to London.

(เธอ (ได้รับการ) ____________________ ในนิวยอร์ค  แต่ได้รับการอบรม-เลี้ยงดูในซานฟรานซิสโก  จนกระทั่งครอบครัวของเธอย้ายไปลอนดอน)

(a) born    (เกิด)                                    

(b) settled    (ตั้งรกราก-ถิ่นฐาน, ตั้งหลักแหล่ง, จัดการ, ชำระหนี้-บัญชี, (ฝุ่น) ค่อยๆ สงบลง, ค่อยๆ จมลง, นอนก้น, ตกลงกัน)

(c) taken care of    (ดูแล, เอาใจใส่)         

(d) trained    (ฝึกฝน, อบรม)

 

18. They are 20 years old now, and so have the _______________ to vote in an election.

(พวกเขาอายุ  ๒๐  ปีแล้วขณะนี้  และดังนั้น  จึงมี _________ ที่จะลงคะแนนในการเลือกตั้ง)

(a) chance    (โอกาส)                            

(b) time    (เวลา)

(c) opportunity    (โอกาส)                     

(d) right    (สิทธิ)

 

19. He tried to __________________________________________ a drowning girl.

(เขาพยายามที่จะ ___________________________________ เด็กหญิงที่กำลังจมน้ำ)

(a) safe    (ปลอดภัย)  (เป็นคำคุณศัพท์)     

(b) help    (ช่วย, ช่วยเหลือ)

(c) save    (ช่วยชีวิต, ประหยัดเงิน, ออมเงิน, ประหยัด)  (เป็นคำกริยา)   

(d) encourage    (ให้กำลังใจ, ส่งเสริม, กระตุ้น)

 

20. An injection can ______________________________________________ illness.

(การปลูกฝี-ฉีดยาสามารถ ___________________________________ ความเจ็บป่วย)

(a) protect    (ปกป้อง, คุ้มครอง)                   

(b) defend    (ป้องกัน-รักษาไว้, เป็นทนายให้, แก้ต่าง, พิทักษ์แก้ตัวให้)

(c) prevent    (ป้องกันมิให้เกิดขึ้น, ขัดขวาง, สกัดกั้น)      

(d) cover    (คุม, ปกคลุม, กลบ, ปิดบัง, ครอบ, ครอบคลุม, คุ้มกัน, รวมทั้ง, ชดเชย)ตอบ   -   ข้อ   (c)  ดูเพิ่มเติมการใช้  “Prevent”,  “Protect”  และ  “Defend”  จากประโยคข้างล่าง

  • The rain prevented me from going out.

(ฝนขัดขวางผมมิให้ออกไปข้างนอก)  (ขัดขวางผมจากการออกไปข้างนอก)

  • An umbrella protects me from the rain.

(ร่มปกป้อง-คุ้มครองผมจากฝน)

  • An umbrella prevents the rain from touching me.

(ร่มขัดขวาง-ป้องกันมิให้ฝนมาโดนตัวผม)

  • The army protected the country from the enemy.

(กองทัพปกป้อง-คุ้มครองประเทศจากศัตรู)

  • The army prevented the enemy from invading the country.

(กองทัพขัดขวางมิให้ศัตรูรุกรานประเทศ)  (ขัดขวางศัตรูจากการรุกรานประเทศ)

  • Her only idea was to prevent him from speaking.

(ความคิดเพียงอย่างเดียวของเธอคือการขัดขวางมิให้เขาพูด)  (ขัดขวางเขาจากการพูด)

  • The government has not done enough to prevent war.

(รัฐบาลมิได้ทำอย่างเพียงพอที่จะป้องกันสงคราม)

  • Cotton mittens will prevent the baby from scratching his own face.

(ถุงมือฝ้ายจะป้องกัน-ขัดขวางเด็กทารกมิให้ข่วนหน้าของตนเอง)

  • They even threatened to prevent my going on my trip.

(พวกเขาแม้กระทั่งขู่ที่จะขัดขวางผมมิให้เดินทาง)  (ขัดขวางการเดินทางของผม)

  • The Common Laws has always protected individual rights.

(กฎหมายจารีตประเพณี (ของอังกฤษ) ปกป้อง-คุ้มครองสิทธิส่วนบุคคลเสมอ)

  • Babies are protected against diseases like measles by their mothers’ milk.

(ทารกได้รับการปกป้อง-คุ้มครองจากโรคต่างๆ เช่น โรคหัด  โดยนมมารดาของตน)

  • An insurance policy protects the insured against death, injury, theft, fire, accident, etc. 

(กรมธรรม์ประกันภัยปกป้อง-คุ้มครองผู้เอาประกัน  จากการตาย  บาดเจ็บ  การลักขโมย  ไฟไหม้  อุบัติเหตุ  ฯลฯ)

                              สำหรับ  “Defend”  ใช้ดังนี้  คือ

  • I persuaded my mother that I could defend myself against danger.

(ผมจูงใจแม่ให้เชื่อว่า  ผมสามารถป้องกันตัวเองจากอันตรายได้)

  • They were merely defending the national interest.

(พวกเขาเพียงแต่ป้องกัน (ปกป้อง) ผลประโยชน์แห่งชาติเท่านั้น)

  • It is a point of view which will be hard to defend.

(มันเป็นความคิดเห็นซึ่งป้องกัน (แก้ต่าง) ได้ยาก)  (คือ  ป้องกันได้ยาก ว่ามันเป็นความคิดเห็นที่ดี)

  • The minister defended himself in the Parliament.

(ท่านรัฐมนตรีแก้ต่างให้ตนเองในสภา)

  • The country needs a stronger army to defend itself.

(ประเทศต้องการกองทัพที่เข้มแข็งมากขึ้นเพื่อป้องกันตนเอง)

  • She hired a competent lawyer to defend her.

(เธอจ้างทนายที่เก่งเพื่อแก้ต่างให้เธอ)

  • They defended themselves successfully in court.

(พวกเขาแก้ต่างให้ตัวเองได้สำเร็จในศาล)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้

 

 

 

หมวดข้อสอบ English for ม. 1 – 3 (Vocabulary ตอนที่ 4)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Choose the best item (a, b, c or d) for each blank.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อเติมลงในช่องว่าง)

 

1. They __________________________ without saying good-bye to anyone.

(พวกเขา ___________________________ โดยไม่กล่าวคำอำลากับผู้ใดเลย)

(a) arrived    (มาถึง)                               

(b) left    (จากไป)

(c) met    (พบ, เจอ)                                

(d) escaped    (หลบหนี)

 

2. She did not _________________________ what to do in this difficult situation.

(เธอไม่ __________________ (ว่า) จะทำอย่างไรในสถานการณ์ที่ยากลำบากเช่นนี้)

(a) understand    (เข้าใจ)                       

(b) know    (รู้, ทราบ)

(c) predict    (ทำนาย)                             

(d) expect    (คาดหวัง)

 

3. Your father is very kind ____________________________________ me.

(พ่อของคุณกรุณา-ใจดี ___________________________________ ผมมาก)

(a) for                                                   

(b) on

(c) to    (กับ, ต่อ)                                   

(d) with

ตอบ   -   ข้อ   (c)

                                   สำหรับคำคุณศัพท์  (Adjective)  ที่ใช้กับ  “To”   ได้แก่  “new”  (It is new to me.  –  มัน (เป็นเรื่อง) ใหม่สำหรับผม), close  (ใกล้ชิดกับ)  -  “His office is very close to my home.”  (ที่ทำงานของเขาอยู่ใกล้บ้านผมมาก),  cruel  (โหดร้ายกับ)  -  “Nobody likes those who are cruel to animals.”  (ไม่มีใครชอบคนที่โหดร้ายต่อสัตว์),  hostile  (มุ่งร้าย หรือเป็นปฏิปักษ์กับ)  -  “She was hostile to her ex-husband’s family.”  (เธอมุ่งร้าย-ปองร้ายต่อครอบครัวของอดีตสามี),  obvious  (ชัดเจนแก่)  -  “It is obvious to me that she didn’t like her job.”  (มันเห็นได้ชัดกับผมที่ว่า  เธอไม่ชอบงานของเธอ),  obedient  (เชื่อฟังต่อ)  -  “Those students are obedient to their teacher.”  (นักเรียนพวกโน้นเชื่อฟังครูของตน),  peculiar  (แปลกประหลาดแก่, เฉพาะกับ)  -  “Her behavior last night was peculiar to everyone.”  (พฤติกรรมของเธอเมื่อคืนนี้  เป็นที่ประหลาดใจกับทุกคน),  equal  (เท่ากันกับ),  grateful  (ขอบคุณ),  harmful  (เป็นอันตรายต่อ),  kind  (กรุณาต่อ)  -  “They are very kind to me.”  (พวกเขากรุณาต่อผมมาก),  dear  (เป็นที่รักแก่),  faithful  (ศรัทธา-จงรักภักดีต่อ)  -  “They are very faithful to their King.”  (พวกเขาจงรักภักดีต่อกษัตริย์มาก) ,  junior  (อาวุโสน้อยกว่า)  -  “That soldier is junior to me in rank.”  (ทหารคนนั้นอาวุโสน้อยกว่าผม  ในเรื่องยศ),  senior  (อาวุโสมากกว่า)  -  “I’m senior to them in the army.”  (ผมอาวุโสมากกว่าพวกเขาในกองทัพ),  inferior  (ด้อยกว่า, เลวกว่า, แย่กว่า),  superior  (ดีกว่า, เหนือกว่า),  polite  (สุภาพต่อ),  familiar  (คุ้นเคยกับ),  useful  (เป็นประโยชน์กับ),  similar  (คล้ายกับ),  rude  (หยาบคายกับ),  previous  (ก่อน),  used  (เคย),  accustomed  (คุ้นเคย, เคยชิน)  -  “They are accustomed to hot weather.”  (พวกเขาคุ้นเคยกับอากาศร้อน),  clear  (ชัดเจนกับ),  essential  (จำเป็นกับ),  necessary  (จำเป็นต่อ)  -  “It is necessary to do one’s best.”  (มันจำเป็นที่คนเราต้องทำให้ดีที่สุด),  good  (ปฏิบัติดีต่อ),  identical  (เหมือนกับ)  -  “She is identical to her younger sister.”  (เธอเหมือนกับน้องสาวเป๊ะ),  satisfactory (เป็นที่พอใจของ)  -  “His secretary’s performance is satisfactory to him.”  (การทำงานของเลขาฯ เป็นที่พอใจต่อเขา),  important  (สำคัญต่อ),  significant  (สำคัญต่อ),  equivalent  (เท่ากับ, เสมือนกับ),  loyal  (จงรักภักดีต่อ)  -  “Everyone must be loyal to his country.”  (ทุกคนต้องจงรักภักดีต่อประเทศของตน)  เป็นต้น

                                    สำหรับคำกริยา  (Verb)  ที่ใช้กับ  “To”  ได้แก่   happen  (เกิดขึ้น)  -  The accident happened to his family a long time ago.  (อุบัติเหตุเกิดขึ้นกับครอบครัวของเขานานมาแล้ว), occur  (เกิดขึ้น),  resort  (หันไปใช้)  -  You must never resort to violence.  (คุณจะต้องไม่หันไปใช้ความรุนแรง),  compare  (เปรียบเทียบว่าเหมือนกับ)  -  Some people compare sleep to death.  (บางคนเปรียบเทียบการนอนหลับว่าเหมือนกับความตาย),  belong  (เป็นของ)  -  That car belongs to me.  (รถยนต์คันนั้นเป็นของผม),  attend  (เอาใจใส่)  -  You should attend to your teacher’s advice.  (คุณควรเอาใจใส่คำแนะนำของอาจารย์),  see to it  (ดูแลในเรื่อง, จัดการในเรื่อง)  -  I will see to it that you get what you want.  (ผมจะดูแลให้ว่า  คุณได้ทุกอย่างที่คุณต้องการ),  consent  (ยินยอมต่อ)  -  He consented to postponement of the trip.  (เขายินยอมกับการเลื่อนการเดินทางออกไป),  attribute  (มีสาเหตุมาจาก)  -  He attributed the worsening situation to increased conflicts between the government and the people.  (เขาคิดว่าสถานการณ์ที่แย่ลง  มีสาเหตุมาจากความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลและประชาชน),  apply  (สมัคร, ขอ)  -  “I’ll apply for a job as soon as I graduate from the university.”  (ผมจะสมัครงานในทันทีที่ผมเรียนจบมหาวิทยาลัย)  -  “To become a member of the club, you have to apply to the secretary.”  (เพื่อที่จะเป็นสมาชิกของสโมสร  คุณจำเป็นต้องสมัครกับเลขานุการ  -  ของสโมสร),  reply  (ตอบ),  appeal  (อุทธรณ์, ชวนให้เกิดความสนใจ หรือ หลงใหล),  confine  (จำกัดอยู่ใน),  turn  (หันไปหา, หันไปใช้),  amount  (รวมเป็นจำนวน)  -  “The total expenses of the trip amounted to over Baht 100,000.”  (ค่าใช้จ่ายทั้งหมดสำหรับการเดินทางคือกว่า  ๑๐๐,๐๐๐  บาท),  surrender  (ยอมจำนนต่อ)  -  “The bank robber surrendered himself to the police.”  (เจ้าโจรปล้นธนาคารยอมมอบตัวกับตำรวจ),  listen  (ฟัง)  -  “You should listen to what your parents said.”  (คุณควรฟังสิ่งที่พ่อแม่คุณพูดนะ),  recommend  (แนะนำว่าดี),  devote  (อุทิศแก่)  -  “She devoted all her life to charity work.”  (เธออุทิศทั้งชีวิตของเธอให้กับงานการกุศล),  accustom  (ทำให้คุ้นเคยกับ)  -  “You should accustom yourself to your new neighbors.”  (คุณควรทำตัวเองให้คุ้นเคยกับเพื่อนบ้านใหม่ของคุณ),  object  (คัดค้าน, ไม่เห็นด้วยกับ)  -  “I object to your smoking.”  (ผมไม่เห็นด้วยกับการสูบบุหรี่ของคุณ),  succumb  (พ่ายแพ้ต่อ, ยอมจำนนกับ)  -  He finally succumbed to injury.  (เขาในที่สุดพ่ายแพ้ต่อการบาดเจ็บ  -  คือตาย),  complain  (บ่น หรือ ร้องเรียนกับ)  -  They complained to me about the noise.  (เขาร้องเรียนกับผมเกี่ยวกับเรื่องเสียงดัง),  suggest  (แนะนำกับ)  -  I suggested to him that he should work harder.  (ผมแนะนำกับเขาว่า  เขาควรขยันมากขึ้น),  respond  (ตอบสนองต่อ)  -- The government should quickly respond to its people’s demand.  (รัฐบาลควรตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนอย่างรวดเร็ว),  look forward to  (ตั้งหน้าตั้งตารอคอย)  -  “I look forward to meeting you very soon.”  (ผมตั้งตารอคอยที่จะได้พบคุณเร็วๆ นี้),  refer  (อ้างถึง, แนะนำให้ไปหา),  yield  (จำนน หรือพ่ายแพ้ต่อ),  introduce  (แนะนำให้รู้จักกับ),  reduce  (ลดลงจนต้อง)  -  “The store reduced the price to 50%.”  (ร้านลดราคาเหลือ  ๕๐  เปอร์เซ็นต์),  be used to  (คุ้นเคยหรือเคยชินกับ),  get used to  (คุ้นเคยหรือเคยชินกับ)  -  “They are (get) used to getting up early.”  (พวกเขาคุ้นเคยกับการตื่นนอนแต่เช้า),  be accustomed to  (คุ้นเคยหรือเคยชินกับ),  get accustomed to  (คุ้นเคยหรือเคยชินกับ),   เป็นต้น

 

4. You had better _______________________________ the doctor at once.

(คุณควรจะ ___________________________________ หมอโดยทันทีทันใด)

(a) apologize    (ขอโทษ)                       

(b) consult    (ปรึกษา)

(c) ambush    (ลอบทำร้าย, ซุ่มทำร้าย)      

(d) scare    (ทำให้ตกใจกลัว)

 

5. We congratulated the winner _____________________________ his success.

(เราแสดงความยินดีกับผู้ชนะ _________________________ ความสำเร็จของเขา)

(a) with                                                

(b) to

(c) for                                                   

(d) on    (ใน, ต่อ)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   สำหรับวลีที่ใช้กับ  “On”  ได้แก่  put the blame on”  (ตำหนิ)  -  “When things go wrong, he puts the blame on somebody else.”  (เมื่อสิ่งต่างๆ เกิดผิดพลาดขึ้น  เขามักตำหนิผู้อื่น),  “put an emphasis on” (เน้นย้ำ หรือ มุ่งความสนใจในเรื่อง)  -  “The government puts an emphasis on the infrastructural development.”  (รัฐบาลมุ่งเน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน), “on request (เมื่อมีการร้องขอ)  -  “I will lend you my car on request.”  (ผมจะให้คุณยืมรถเมื่อมีการร้องขอ), on page 5” (ในหน้าที่ ๕)  -  “You can look for the answer on page 5.”  (คุณสามารถค้นหาคำตอบได้ในหน้าที่  ๕),Waste his time on(ใช้เวลาของเขาอย่างสิ้นเปลือง-สุรุ่ยสุร่ายกับ)  -  “He wasted his time on meddling with other people’s business.”  (เขาใช้เวลาอย่างสิ้นเปลืองไปกับการยุ่งกับเรื่องของคนอื่น), on business (ด้วยเรื่องธุรกิจ)  -  “He went to New York on business.”  (เขาไปนิวยอร์คด้วยเรื่องธุรกิจ), keep on (ดำเนินต่อไป)  -  “They kept on working.”  (พวกเขาทำงานต่อไป), rely on (ไว้วางใจ, เชื่อใจ, พึ่งพาอาศัย)  -  “I can rely on my close friend.”  (ผมสามารถไว้ใจเพื่อนสนิทของผม), depend on (upon) (พึ่งพาอาศัย, ขึ้นอยู่กับ, อยู่ที่)  -  “We can depend on our president for his strong leadership.”  (เราสามารถพึ่งพาท่านประธานาธิบดี  ในด้านความเป็นผู้นำที่เข้มแข็งของเขา), insist on (ยืนกราน, ยืนหยัด, เรียกร้อง)  -  “She insisted on going to the party.”  (เธอยืนกรานจะไปงานเลี้ยงให้ได้), on the floor (บนพื้น), on a hill (บนเนินเขา), on the top shelf (บนชั้นบนของหิ้ง), on a sofa (บนเก้าอี้โซฟา), to turn his back on his country  (หันหลังให้กับประเทศของตน  -  หมายถึงละทิ้งประเทศ  เช่น  หนีการเกณฑ์ทหาร  หรือไปเข้ากับฝ่ายศัตรู), on the contrary (ในทางตรงกันข้าม), on the drawing board (กำลังอยู่ในขั้นวางแผนหรือเตรียมการ  คือยังไม่ได้ลงมือทำ หรือนำมาใช้งานจริงๆ ),  on the dot (on the button)  (ตรงเวลาเผง, ตรงเวลาเป๊ะ)  -  Susan arrived at the party at 3:00 p.m. on the dot.  (ซูซานมาถึงที่งานเลี้ยงเวลาบ่าย ๓ โมงตรงเป๊ะ)get (climb, jump) on the bandwagon  (ทำตามอย่างที่คนอื่นทำ  แม้จะไม่ใช่เรื่องที่จำเป็น, เข้าร่วมในกิจกรรมที่มีคนนิยมทำกันมาก  และล่าสุด  เช่น ถีบจักรยาน หรือ เล่นฟิตเนส,  โยคะ  -  แปลตรงๆตัว คือ ปีนหรือกระโดดขึ้นไปบนรถดนตรีในขบวนแห่)  -  When all Jim’s friends decided to vote for Bill, Jim climbed on the bandwagon too.  (เมื่อเพื่อนทุกคนของจิมตัดสินใจลงคะแนนให้บิล  จิมก็ตัดสินใจลงคะแนนให้บิลเช่นเดียวกัน  -  คือทำตามเพื่อนๆ แบบไม่ต้องมีเหตุผล), on the (an) average (โดยเฉลี่ย),   a dog peeing (pissing) on a tree (หมาเยี่ยวรดต้นไม้),  on condition that  (โดยมีเงื่อนไขว่า)  -  I will lend you the money on condition that  you pay it back in one month.  (ผมจะให้คุณยืมเงินโดยมีเงื่อนไขว่า  คุณต้องใช้คืนภายใน ๑ เดือน),  on deck (อยู่บนดาดฟ้าเรือ, เตรียมพร้อมที่จะทำอะไรบางอย่าง, มาปรากฏตัว หรือมาถึงที่นัดหมาย)  –  The passengers are relaxing on deck.  (ผู้โดยสารกำลังพักผ่อนหย่อนใจอยู่บนดาดฟ้าเรือ)  -  The scout leader told the boys to be on deck at 8:00 Saturday morning for the hike.  (ผู้นำลูกเสือบอกให้ลูกเสือมาถึงที่นัดหมายเวลา ๘.๐๐ น. เช้าวันเสาร์  เพื่อออกเดินทางไกล),  on deposit (ในธนาคาร)  I have $ 500 on deposit in my account.  (ผมมีเงินอยู่  ๕๐๐  ดอลลาร์ในบัญชีธนาคาร),  on duty  (อยู่ปฏิบัติหน้าที่, ขณะปฏิบัติหน้าที่)  -  There is always one teacher on duty during study hour.  (มีครูอยู่  ๑  คนเสมอ  อยู่ปฏิบัติหน้าที่ในระหว่างชั่วโมงเรียน  -  คือคอยให้คำแนะนำปรึกษาแก่นักเรียน)on earth (= in the world) (ใน หรือ บนโลกนี้, เกิดขึ้นได้ หรือเป็นไปได้อย่างไร  มักใช้แสดงการเน้นในประโยคคำถาม) - Where on earth did I put my wallet? (ไม่รู้ว่าผมเอากระเป๋าสตางค์ไปวางไว้ตรงไหนในโลกนี้   -   คือบ่นคร่ำครวญเนื่องจากหากระเป๋าสตางค์ไม่เจอ)  The boys wondered how on earth the mouse got out of the cage. (พวกเด็กๆสงสัยว่า เป็นไปได้อย่างไรที่หนูออกจากกรงไป  -  ทั้งๆ ที่ล้อคทางออกไว้อย่างแน่นหนา),  have, (keep, with) one eye on  (คอยเฝ้าดูหรือเอาใจใส่  -  บุคคลหรือสิ่งของ  -  ในขณะที่กำลังทำสิ่งอื่นไปด้วย)  -  Mother had one eye on baby as she ironed.  (แม่รีดผ้าและดูแลลูกน้อยไปด้วยในเวลาเดียวกัน)  -  Chris tried to study with one eye on the TV set (คริสพยายามอ่านหนังสือ  และดูทีวีไปด้วยในในเวลาเดียวกัน), on account of  (เนื่องมาจาก, เพราะว่า),  -  The picnic was held in the gym on account of the rain.  (ปิกนิกถูกจัดในโรงยิม  -  แทนในสนาม  -  เนื่องมาจากฝนตก),  on a shoestring  (ด้วยเงินจำนวนเล็กน้อยสำหรับใช้จ่าย, ด้วยงบประมาณที่น้อยมาก  -  แปลตรงๆตัว คือ ด้วยเชือกผูกรองเท้า)  -  The couple was seeing Europe on a shoestring.  (สามี-ภรรยาคู่นั้นกำลังเที่ยวยุโรป  ด้วยเงินจำนวนเพียงนิดเดียว  -  คือ  แบบประหยัดสุดๆ),  to walk on air  (รู้สึกมีความสุขและตื่นเต้น)  -  Kim has been walking on air since she won the prize.  (คิมมีความสุขและตื่นเต้นมาโดยตลอด  ตั้งแต่ที่เธอได้รับรางวัล),  to wait on (upon)  (รับใช้, ให้บริการ)  -  The clerk in the store waits on all customers.  (เสมียนในร้านนั้นให้บริการ (รับใช้) ลูกค้าทุกคน),  (sitting) on top of the world  (ปลาบปลื้มยินดีและมีความสุข, รู้สึกประสบความสำเร็จ)  -  John was (sitting) on top of the world when he found out that he got into college.  (จอห์นดีใจและมีความสุข  เมื่อเขาพบว่าเขาสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้),  on behalf of  (ในนามของ),  on board  (บนเรือ)  -  A ship was leaving the harbor, and we saw the people on board waving.  (เรือลำหนึ่งกำลังออกจากท่า  และเราเห็นผู้คนบนเรือโบกไม้โบกมือ  -  เพื่ออำลาญาติพี่น้องที่มาส่ง),  off and on (= on and off)  (ไม่สม่ำเสมอ, เป็นครั้งคราว หรือบางโอกาส)  -  It rained off and on all day.  (ฝนตกๆหยุดๆตลอดทั้งวัน  -  คือ ตกแล้วหยุด  แล้วก็ตกแล้วหยุดอีก  สลับกันไปแบบนี้ตลอดทั้งวัน), the posters on the walls (โปสเตอร์บนกำแพง), a sticker on her car (สติ๊กเกอร์ติดรถของเธอ), pictures on the screen (รูปภาพบนจอ), on the ceiling (บนเพดาน), on the roof (บนหลังคา), on all fours (คลาน ๔ เท้า), get on a bus (ขึ้นรถเมล์), on a highway (บนทางหลวง), on the plane (บนเครื่องบิน), on foot (โดยทางเท้าหรือเดินไป), to walk on tiptoe (เดินบนปลายเท้าหรือเขย่งส้นเท้า), on horseback (บนหลังม้า), on a bicycle (โดยรถจักรยาน), on Monday (ในวันจันทร์), on a Sunday afternoon  (ตอนบ่ายวันอาทิตย์), on an occasion like this (ในโอกาสเช่นนี้), on April10th  (ในวันที่ ๑๐ เมษายน), on Thursday night (ในคืนวันพฤหัสฯ), on the first day of term (ในวันแรกของภาคการศึกษา), books on art and religion (หนังสือเกี่ยวกับศิลปะและศาสนา), on the subject of rents (ในเรื่องเกี่ยวกับค่าเช่า), ideas on how films should be made (ความคิดเกี่ยวกับว่าควรจะสร้างหนังอย่างไร), to comment on the issue (แสดงความคิดเห็นในประเด็นนั้น), a talk on agriculture (การสนทนาเกี่ยวกับเกษตรกรรม), cars running on petrol (รถยนต์ที่วิ่งด้วยน้ำมัน), appear on TV (ปรากฏตัวทางทีวี), to hear it on the radio (ได้ยินมันทางวิทยุ), on stage (บนเวที), on the phone (ทางโทรศัพท์ หรือกำลังพูดโทรศัพท์)  -  “Jim, you are wanted on the phone.”  (จิม  -  มีคุณต้องการพูดโทรศัพท์กับคุณ), on and on   (ไม่รู้จักจบสิ้น, ไม่หยุดหย่อน, ไม่สิ้นสุด)  -  “The search was on and on for the missing boy.”  (การค้นหาดำเนินต่อไปอย่างไม่หยุด  สำหรับเด็กที่หายไป), on edge  (รุ่มร้อน, กระวนกระวาย, ตื่นเต้น, ประสาทเสีย, ปวดสมอง), on one’s own (ด้วยตนเอง, เป็นอิสระ, หาเลี้ยงตนเอง), on purpose  (โดยเจตนา, โดยตั้งใจทำ)  -  “She broke the glass on purpose.”  (เธอทำแก้วแตกโดยเจตนา), on the carpet (ดุด่าว่ากล่าว, สวด), on the fence  (ยังไม่แน่ใจ, ยังไม่ตัดสินใจ-ตกลงใจ), on the hook  (อยู่ในฐานะลำบาก), on the spot  (ที่กำลังพูดถึง-เอ่ยถึง), to be on  (กำลังปรากฏ, กำลังฉายอยู่. กำลังแสดง), on the go  (มีธุระยุ่ง, เคลื่อนไหวทำโน่นทำนี่อยู่ตลอด)  –  I’m usually on the go all day long.  (ผมมักมีธุระยุ่งตลอดทั้งวัน), on the market  (มีขาย, เสนอขาย)   I had to put my car on the market.  (ผมจำเป็นต้องเอารถออกขาย)  -  This is the finest home computer on the market.  (นี่เป็นคอมพิวเตอร์ประจำบ้านที่ดีที่สุดที่วางขายในตลาด), on the mend  (สบายดี, หายป่วยไข้)  My cold was terrible, but I’m on the mend now (ไข้หวัดของผมย่ำแย่มากเลย  แต่ตอนนี้ผมหายไข้แล้ว)  – What you need is some hot chicken soup.  Then you’ll really be on the mend.  (สิ่งที่คุณต้องการ คือ ซุปไก่ร้อนๆ   แล้วคุณจะหายป่วยจริงๆเลย), on the tip of one’s tongue  (ติดอยู่แค่ริมฝีปาก  คือ เกือบจะพูดออกมาแล้ว หรือ เกือบจะนึกออกแล้ว) – I have his name right on the tip of my tongue.  I’ll think of it in a second  (ผมมีชื่อของเขาติดอยู่ที่ริมฝีปาก  ผมจะนึกมันออกในอีกวินาทีเดียว) –  John had the answer on the tip of his tongue, but Ann said it first.  (จอห์นเกือบจะบอกคำตอบออกมาแล้ว  แต่แอนพูดออกมาเสียก่อน  -  คือชิงบอกคำตอบก่อน), on the wrong track  (ไปหรือเดินผิดลู่หรือราง, ทำตามสมมติฐานที่ผิด)  – You’ll never get the right answer.  You’re on the wrong track.  (คุณไม่มีวันจะได้คำตอบที่ถูกต้องหรอก คุณเดินผิดทางนี่ หรือ คุณตั้งสมมติฐานไว้ผิดนี่), be (skate) on thin ice  (อยู่ในสถานการณ์ที่เสี่ยงหรือมีอันตราย) – If you try that, you’ll really be on thin ice.  That’s too risky.  (ถ้าคุณลองทำสิ่งนั้น  คุณจะตกอยู่ในอันตรายอย่างแท้จริง  มันเสี่ยงเกินไป)  –  If you don’t want to find yourself (skating) on thin ice, you must be sure of your facts.  (ถ้าคุณไม่ต้องการพบตัวเองตกอยู่ในอันตราย  คุณต้องมั่นใจในข้อเท็จจริง  - ไม่เช่นนั้นคุณอาจแพ้คดีและต้องจ่ายเงินมากมาย), on tiptoe  (เดินเขย่งเท้า), on vacation  (เดินทางไปเที่ยวในวันหยุดพักผ่อน)  – Where are you going on vacation this year?  (คุณจะเดินทางไปพักผ่อนที่ไหนในวันหยุดปีนี้) – I’ll be away on vacation for three weeks.  (ผมจะเดินทางไปพักผ่อนวันหยุดเป็นเวลา ๓ สัปดาห์),   เป็นต้น

 

6. Paper is usually _________________________________________ straw.

(กระดาษโดยปกติ (ถูก) _________________________________ ฟาง-ฟางข้าว)

(a) made of                                          

(b) made with

(c) made from    (ทำมาจาก)                

(d) made by

ตอบ   -   ข้อ   (c)  “Be made from”  (ทำมาจาก)  แปลงสภาพมาแล้ว  มองไม่เห็นเนื้อของวัสดุเดิมที่ใช้ผลิต  เช่น

  • Bread is made from wheat.

(ขนมปังทำมาจากข้าวสาลี)

  • Vine is made from grapes.

(เหล้าไวน์ทำมาจากองุ่น)                        

                                        สำหรับคำคุณศัพท์  (Adjective)   ที่ใช้กับ  “From”  ด้แก่Different”  (แตกต่าง)  -  She is very different from her twin sister.  (เธอแตกต่างอย่างมากมาย  จากน้องสาวฝาแฝด),  “Far”  (ไกล)  -  My house is very far from the office.  (บ้านของผมอยู่ไกลจากที่ทำงานมาก), “Free”  (เป็นอิสระ),  “Safe”  (ปลอดภัย),  “Immune”  (ปลอดภัยจาก, ได้รับความคุ้มกันจาก),  “Absent”  (ไม่อยู่, ขาดหายไป)  -   Some students are frequently absent from school.  (นักเรียนบางคนขาดเรียนบ่อย),  “Away”  (อยู่ห่าง)  -  Most people don’t like to be away from home for a long time.  (คนส่วนใหญ่ไม่ชอบอยู่ห่างจากบ้านเป็นเวลานานๆ), “Evident”  (เห็นได้ชัดจาก),   เป็นต้น

                                       สำหรับคำกริยา  (Verb)  ที่ใช้กับ  “From”   ได้แก่  “Differ”  (แตกต่าง),  “Borrow”  (ขอยืม),  “Abstain”  (ละเว้น),  “Prevent”  (ขัดขวาง),  “Suffer”  (ป่วยเป็น หรือ เดือดร้อนเพราะ),  “Refrain”  (ละเว้น, หลีกเลี่ยง),  “Stop”  (หยุด, ขัดขวาง),  “Separate”  (แยก, แยกออก, สกัด),  “Protect”  (ปกป้อง, คุ้มครอง),  “Prohibit”  (ห้ามไม่ให้),  “Hinder”  (ขัดขวางไม่ให้),  “Defend”  (ป้องกัน),  “Draw”  (ดึงหรือลากออกมา),  “Recover”  (ฟื้นจาก),เป็นต้น

                                       ส่วนวลีอื่นๆ ที่ใช้  “From”  ได้แก่   “From now on” = “นับจากนี้เป็นต้นไป”  -  “You must work harder from now on.”  (คุณจะต้องทำงานให้หนักขึ้น  นับจากบัดนี้เป็นต้นไป),  From time to time”  (เป็นครั้งคราว, เป็นบางโอกาส)  -  “She visited her parents from time to time.”  (เธอไปเยี่ยมพ่อแม่ของเธอเป็นครั้งคราว),  “Live from hand to mouth”  (ดำรงชีวิตแบบหาเช้ากินค่ำ)  -  “They were very poor and had to live from hand to mouth.”  (พวกเขายากจนมาก  และจำต้องมีชีวิตอยู่แบบหาเช้ากินค่ำ),  “From the beginning”  (จากเริ่มต้น, จากเริ่มแรก),  “From place to place”  (จากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง),  “From one place to another place”  (จากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง),  “From the bottom of one’s heart”  (จากก้นบึ้งหัวใจของคนๆนั้น,  ด้วยความจริงใจ),  “From 2 to 4 p.m.”  (จาก  ๒  โมง  ถึง  ๔  โมงเย็น),  “From January to April”  (จากเดือนมกราคม ถึงเมษายน),  “Go from bad to worse”  (เลวร้ายหรือแย่ยิ่งกว่าเดิมที่แย่อยู่แล้ว)  - Jack’s conduct in school has gone from bad to worse.  (ความประพฤติของแจ๊คในโรงเรียนเลวหนักยิ่งกว่าเดิม  ซึ่งก็เลวอยู่แล้ว)  -  Dick’s typing went from bad to  worse when has was tired.  (การพิมพ์ของดิ๊ก  ซึ่งห่วยแตกอยู่แล้ว   กลับห่วยมากขึ้นไปอีก  เมื่อตอนเขามีอาการเหนื่อยล้า),  “From hand to hand”  (จากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่งและอีกคนหนึ่ง)  -  The box of candy was passed from hand to hand.  (กล่องลูกอมถูกส่งจากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่ง  และอีกคนหนึ่งจนทั่วถึง),  “Fall from grace”  (กลับไปมีนิสัยเลวเหมือนเดิมอีก, ทำสิ่งเลวๆอีกครั้ง)  -  The boy fell from grace when he lied.  (เด็กคนนั้นทำในสิ่งที่ไม่ดี  เมื่อเขาโกหก),  “From pillar to post”  (จากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง  หลายๆครั้ง  แบบระเหเร่ร่อน  -  เปรียบเหมือนนกเกาะเสาต้นหนึ่ง  แล้วโผไปอีกต้นหนึ่ง)  -  Jim’s father changed jobs several times a year, and the family was moved from pillar to post  (พ่อของจิมเปลี่ยนงานหลายครั้งในแต่ละปี  และครอบครัวต้องย้ายบ้านหลายครั้งหลายหน),  “From scratch”  (จากศูนย์, จากไม่มีอะไรเลย, จากมือเปล่า)  -  Tom started his business from scratch.  (ทอมเริ่มต้นธุรกิจของเขาจากที่ไม่มีอะไรเลย  -  หรือจากศูนย์),  “From across the world”  (จากทั่วโลก),  “From door to door”  (จากบ้านหนึ่งไปยังอีกบ้านหนึ่ง)  -  She sells face cream from door to door.  (เธอขายครีมทาหน้าจากบ้านหลังหนึ่ง  สู่บ้านอีกหลังหนึ่ง  และอีกหลังหนึ่ง),  “From head to foot”  (จากหัวถึงเท้า,  อย่างพินิจพิเคราะห์, อย่างรอบคอบ)  -  The stranger looked the boy over from head to foot.  (คนแปลกหน้ามองเด็กคนนั้นอย่างรอบคอบ-ระมัดระวัง),  “From end to end”  (ทั่วทั้งบริเวณ)  -  The dog sniffed the yard from end to end in search of a bone  (หมาสูดดมสนามทั่วทั้งบริเวณ  เพื่อค้นหากระดูก), “From top to bottom”  (จากบนถึงล่าง, ทั่วทั้งหมด)  -  This new car has been redesigned from top to bottom.  (รถใหม่คันนี้ถูกแปลงโฉมตลอดทั้งคัน),  เป็นต้น

 

7. Her house is _________________________________________ wood.

(บ้านของเธอ (ถูก) __________________________________________ ไม้)

(a) made of    (ทำด้วย)                        

(b) made with

(c) made from                                      

(d) made by

ตอบ   -   ข้อ   (a)  “Be made of”  (ทำด้วย)  ใช้เมื่อผลิตภัณฑ์ที่ถูกผลิต (สร้าง) ยังสามารถมองเห็นเนื้อวัสดุที่ใช้ผลิต  เช่น

  • My house is made of stone.

(บ้านของผมทำด้วยหิน)

  • The old bridge was made of steel.

(สะพานเก่าแห่งนั้นทำด้วยเหล็กกล้า)

                                      สำหรับคำกริยา,  คุณศัพท์  หรือ  วลีที่ใช้กับ  “Of”  ได้แก่  “in honor of”  (เพื่อเป็นเกียรติแก่)  -  The building was named in honor of the late President.”  (อาคารถูกตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่ท่านประธานาธิบดีผู้ล่วงลับไปแล้ว),  “in charge of” (= take charge of)  (ดูแล, รับผิดชอบ)  -  “They are in charge of organizing the meeting.”  (พวกเขารับผิดชอบการจัดประชุม), “inform someone of something”  (บอกใครเกี่ยวกับเรื่องอะไร)  -  Please inform me of your decision.  (โปรดบอกผมเกี่ยวกับการตัดสินใจของคุณ),   “of age”  (โตพอที่จะทำอะไรบางอย่าง, อายุมากพอที่จะลงคะแนนเลือกตั้งหรือซื้อเหล้า-เบียร์, ได้รับการพัฒนาอย่างเต็มที่)  -  Mary will be of driving age on her next birthday  (แมรี่จะถึงวัยที่ได้รับอนุญาตให้ขับรถได้  ในวันเกิดของเธอปีหน้า),  “of course”  (แน่นอน, ไม่ต้องสงสัยเลย, เป็นเรื่องธรรมดา, เหมือนที่คาดหวังไว้)  -  Of course you know that girl; she is in your class  (แน่นอน  คุณรู้จักเด็กผู้หญิงคนนั้น  เธอเป็นเด็กนักเรียนของคุณ  -  หรือ เธอเรียนอยู่ในชั้นเดียวกับคุณ  –  คือเป็นเพื่อนคุณ),  “remind someone of”  (เตือนใครให้นึกถึงเรื่อง.........)  -  She reminded me of her mother.  (เธอเตือนให้ผมนึกถึงแม่ของเธอ  -  ด้านรูปร่างหน้าตาหรือนิสัยใจคอ),  “approve”  (อนุมัติ, เห็นชอบ)  -  “The company doses not approve of women smoking.”  (บริษัทไม่เห็นชอบให้ผู้หญิงสูบบุหรี่),  “boast”  (คุยโม้)  -  “He often boasts of his wealth.”  (เขามักคุยอวดความร่ำรวย), “think”  (คิดถึงเรื่อง)  -  “We are thinking of buying her a present.”  (พวกเรากำลังคิดถึงเรื่องซื้อของขวัญให้เธอ),  “warn”  (เตือน)  -  “She warned me of the danger.”  (เธอเตือนผมถึงอันตราย),   “accuse someone of”  (กล่าวหาใครในเรื่อง..........)  -  They accused him of stealing their car.  (พวกเขากล่าวหาเขาว่าขโมยรถยนต์),  “suspect”  (สงสัย),  “consist”  (ประกอบด้วย),  “be composed of”  (ประกอบด้วย)  -  Our team is composed of a number of experts in several fields.   (ทีมของเราประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากจากหลายสาขา),  “dream”  (ฝัน)  -  She never dreams of traveling abroad.  (เธอไม่เคยฝันว่าจะเดินทางไปต่างประเทศ),  “hear”  (ได้ยิน),  “beware”  (ระวัง),  “complain”  (บ่น, ร้องทุกข์)  -  They never complain of their hardship.  (พวกเขาไม่เคยบ่นอุทธรณ์ความยากลำบากเลย),  “convince”  (ทำให้เชื่อ),  “disapprove”  (ไม่อนุมัติ, ไม่เห็นด้วย),  “assure”  (รับรอง),  “cure”  (รักษาให้หายจากโลก),  “smell”  (ได้กลิ่น),  “full”  (เต็มไปด้วย)  - The street was full of water.   (ถนนเจิ่งนองไปด้วยน้ำ), “fond”  (ชอบ, หลงใหล)  -  She is fond of music.  (เธอชอบดนตรี), “careful”  (ระวัง, รอบคอบ), “frightened”  (ตกใจกลัว)  -  She is frightened of the dark.  (เธอกลัวความมืด), “confident”  (มั่นใจ)  -  You should be confident of yourselves.  (พวกคุณควรมั่นใจในตนเอง), “short”  (ขาดแคลน)  -  They were short of food and water.  (พวกเขาขาดแคลนอาหารและน้ำ), “tired”  (เบื่อ, เหนื่อย), “sure”  (มั่นใจ), “aware”  (ตระหนัก, รู้ดี), “certain” (มั่นใจ, แน่นอน), “free”  (ยกเว้น), “proud”  (ภูมิใจ), “hopeful”  (มีความหวัง), “glad”  (ดีใจ), “capable”  (สามารถ), “ashamed”  (ละอายใจ), “suspicious”  (สงสัย, ระแว), “tolerant”   (อดทนต่อ, ใจกว้างต่อ), “considerate”  (เกรงใจ), “ignorant”  (ไม่รู้), “convinced”  (เชื่อ), “ahead”  (ล่วงหน้า), “shy”  (อาย, ละอาย), “conscious”  (รู้สึกถึง), “jealous”  (อิจฉา, หึงหวง), “envious”  (อิจฉา, หึงหวง),  “a cup of tea”  (ชา ๑ ถ้วย),  “a sheet of paper”  (กระดาษ ๑ แผ่น),  “a number of dogs”  (หมาจำนวนมาก),“the number of students”  (จำนวนนักเรียน),  “a pair of trousers”  (กางเกงขายาว ๑ ตัว), “millions of dollars”  (เงินหลายล้านดอลลาร์),  “two gallons of water”  (น้ำ ๒ แกลลอน),  “10% of the population”  (๑๐ เปอร์เซ็นต์ของประชากร),  “a town of 2,000 people”  (เมืองที่มีประชากร ๒,๐๐๐ คน),  “Half of the boats sank.”  (เรือจำนวนครึ่งหนึ่งจมลง),  “a bag of gold”  (ทองถุงหนึ่ง),  “at a rate of 20 dollars a day”  (ในอัตรา ๒๐ เหรียญต่อวัน),  “a boy of sixteen”  (เด็กอายุ ๑๖ ปี),  “at the age of five”  (ตอนอายุ ๕ ขวบ),  “a baby of 6 months”  (ทารกอายุ ๖ เดือน),  “the first of a series of movies”  (ตอนแรกของภาพยนตร์ซีรี่ส์),  “one of the problems”  (หนึ่งในหลายปัญหา),  “two of the three”  ( ๒ ใน ๓),  “many of the students”  (นักเรียนหลายคน),  “a meeting of executives”  (การประชุมผู้บริหาร),  “a map of Sweden”  (แผนที่ประเทศสวีเดน),  “a picture of the refugees”  (ภาพของผู้อพยพ),  “an account of the event”  (เรื่องราวของเหตุการณ์),  เป็นต้น

 

8. ________________________________________ my opinion, he is very smart.

(_______________________________________ ความคิดของผม  เขาฉลาดมาก)

(a) By                                                   

(b) In    (ใน)

(c) To                                                   

(d) For

ตอบ   -   ข้อ    (b)  สำหรับวลีที่ใช้  “In”  ได้แก่  “Play a role in”  (แสดง หรือ มีบทบาทใน)  -  “The ear plays a role in maintaining balance besides hearing.”  (หูมีบทบาทในการรักษาสมดุล  นอกจากการได้ยิน),  “be deficient in”  (ขาดแคลนหรือบกพร่องในด้าน หรือ เรื่อง)  -  “His diet was deficient in vitamins.”  (อาหารลดน้ำหนักของเขา  ขาดแคลนวิตามิน),   “Her father was killed in an accident.”  (= His father died in an accident.  –  พ่อของเขาตายในอุบัติเหตุ)  “In a plane = By plane”  (โดยทางเครื่องบิน),  “In a car = By car”  (โดยรถยนต์),  “In a bus = By bus”  (โดยรถประจำทาง),  “in danger”  (ตกอยู่ในอันตราย),   “in use”  (ใช้งาน),  “in his name”  (โดยใช้ชื่อของเขา,  ในนามของเขา  -  เช่น  เช่ารถยนต์  หรือบริจาคเงิน)  -  The car was rented in his name.  (รถถูกเช่าในนามของเขา), “in a hurry’  (เร่งรีบ, รีบร้อน, ใจร้อน)  -  He was in a hurry because he was late.  (เขารีบเร่งเพราะเขาสายแล้ว),  “in a jam”  (อยู่ในฐานะลำบาก),  “in a nutshell”  (กล่าวโดยย่อๆ, กล่าวโดยสรุป),  “in a way”  (บางครั้ง, บ้างเหมือนกัน),  “in any case”  (อย่างไรก็ดี, อย่างไรก็ตาม, ในทุกกรณี),  “in any event”  (อย่างไรก็ตาม, ทุกกรณี),  “in advance”  (ล่วงหน้า)  -  “If you need any help from me, please tell me in advance.”  (ถ้าคุณต้องการความช่วยเหลือจากผม  โปรดบอกผมล่วงหน้า),  “in bad shape”  (เสื่อมโทรม, ทรุดโทรม, อยู่ในฐานะลำบาก)  -  “After his wife died, he was in bad shape.”  (หลังจากที่ภรรยาของเขาตาย  เขาอยู่ในสภาพที่ย่ำแย่  -  คือ สำมะเลเทเมา  กินเหล้าหัวราน้ำ  มีแต่ความทุกข์),  “in charge of”  (รับผิดชอบ, ดูแล, จัดการ)  -  “He is in charge of the newly established business.”  (เขาดูแล-รับผิดชอบธุรกิจที่จัดตั้งขึ้นใหม่),  “in fact”  (แท้ที่จริงแล้ว, อันที่จริงแล้ว),  “in order”  (อย่างมีระเบียบ, เรียบร้อย)  -  “The room was in order when I came in.”  (ห้องเป็นระเบียบเรียบร้อยดี  เมื่อผมเข้าไป),  “in time  (ทันเวลา, ไม่สาย, พอดี, ตามจังหวะ, พอดีจังหวะ), “in the bag”  (แน่นอน, แหงแก๋, ของตาย, อยู่ในกำมือแล้ว, สำเร็จเรียบร้อย),  “in the long run (term)”  (ในระยะยาว),  “in the pink”  (สภาพดีเยี่ยม, สมบูรณ์, มีสุขภาพดี),  “in tune with”  (สอดคล้องกับ, ไปกันได้กับ),  “in vain”  (ไม่สำเร็จ, ไร้ประโยชน์, ปราศจากผล),  “in writing” (เป็นลายลักษณ์อักษร, เป็นภาษาเขียน),  “deep in water and mud”  (จมลึกอยู่ในน้ำและโคลน)  “arrive in”  (มาถึงในเมือง หรือ ประเทศ)  (แต่ถ้ามาถึง โรงเรียน,  ธนาคาร, วัด,  บ้าน ฯลฯ ใช้  “arrive at”),  “interested in” (สนใจใน), “qualified in”  (มีคุณสมบัติในเรื่อง), “weak in”  (อ่อนในเรื่อง), “deficient in”  (ขาดหรือบกพร่องในเรื่อง), “proficient in”  (ชำนาญหรือคล่องแคล่วในเรื่อง), “successful in”  (ประสบความสำเร็จในเรื่อง), “disappointed in”  (ผิดหวังในเรื่อง), “in a box”  (ในกล่อง), “in a pocket”  (ในกระเป๋า), “sit in an armchair”  (นั่งในเก้าอี้ท้าวแขน), “in bed”  (ในเตียงหรือบนเตียง), “in the bath” (ในอ่างน้ำ), “in her hand”  (ในมือของเธอ), “in each other’s arms” (ในอ้อมแขนของกันและกัน),  “in the area” (ในพื้นที่),  “in the garden”  (ในสวน), “in the air”  (ในอากาศ),  “in the middle of the room” (ที่กลางห้อง), “in the direction of”  (ในทิศทางของ),  “in a restaurant”  (ในภัตตาคาร), “in the bathroom”  (ในห้อง น้ำ), “in school”  (ในโรงเรียน), “in hospital”  (ในโรงพยาบาล),  “in the kitchen”  (ในครัว)“in the shop window”  (ในตู้โชว์กระจกของร้าน), “in a mirror”  (ในกระจก), “in a lake”  (ในทะเลสาบ), “in black suit”  (ในชุดดำ), “in the water”  (ในน้ำ), “write in ink”  (เขียนด้วยหมึก), “write in pencil”  (เขียนด้วยดินสอ), “in the first chapter”  (ในบทที่ ๑), “in the film”  (ในภาพยนตร์), “wait in the queue”  (รออยู่ในแถว),  “be in a play”  (ร่วมแสดงละคร), “in April”  (ในเดือนเมษายน), “in  2016”  (ในปี ๒๐๑๖), “in the morning (afternoon, evening)”  (ในตอนเช้า-บ่าย-เย็น), “in recent years” (ในช่วงไม่กี่ปีมานี้)  -  “There has been considerable development of the country’s infrastructures in recent years.”  (มีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศอย่างมากมายในช่วงไม่กี่ปีมานี้), “in the winter (summer, spring)”  (ในหน้าหนาว-ร้อน-ใบไม้ผลิ), “in the meantime” (= meanwhile)  (ในระหว่างนั้น, ในขณะเดียวกัน)  Big cuts in the tax on luxury goods benefited only a few.  In the meantime thousands of families find it hard to make end meet.”  (การลดภาษีอย่างมากมายแก่สินค้าฟุ่มเฟือย  ให้ประโยชน์กับคนเพียงไม่กี่คน  ในขณะเดียวกัน  หลายพันครอบครัวพบว่ายากลำบากที่จะหาให้พอกิน), “in two months”  (ภายใน ๒ เดือน), “in my absence”  (ตอนที่ผมไม่อยู่), “in the aftermath of the accident”  (ภายหลังจากอุบัติเหตุ), “in half an hour”  (ภายในครึ่งชั่วโมง), “in two minutes”  (ใน ๒ นาที), “in ancient society”  (ในสังคมสมัยโบราณ), “in nature”  (ในธรรมชาติ), “in these circumstances”  (ในสภาพแวดล้อมเหล่านี้), “in this situation”  (ในสถานการณ์เช่นนี้), “in a state of near chaos”  (อยู่ในสภาวะใกล้จลาจล), “in a position to help others”  (อยู่ในฐานะที่ช่วยคนอื่นได้), “in the sun”  (ท่ามกลางแสงอาทิตย์)“in the dark”   (ในหรือท่ามกลางความมืด), “in the dim light” (ท่ามกลางแสงสลัวๆ),  “in her voice”  (ในน้ำเสียงของเธอ),  “in love”  (ในความรัก-ตกหลุมรัก)  “People in love are usually optimistic.”  (คนที่กำลังมีความรัก  มักมองโลกในแง่ดีเสมอ),  “in a state of shock”  (อยู่ในสภาวะช้อค), “in low spirits”  (ในสภาพจิตใจหดหู่หรือตกต่ำ), “in a temper”  (ด้วยความโกรธหรือในอารมณ์โกรธ), “in favor of free speech”  (เห็นด้วยกับการพูดแบบมีเสรี)  -  “Democratic government is always in favor of free speech.”  (รัฐบาลประชาธิปไตยจะเห็นด้วยกับการพูดอย่างเสรี – ของประชาชน – เสมอ), “cry out in pain”  (ร้องด้วยความเจ็บปวด), “look up in surprise”  (เงยหน้ามองด้วยความประหลาดใจ), “in an effort to”  (ในความพยายามที่จะ)  -  “They studied hard in an effort to past the exam.”  (พวกเขาขยันเรียน  ด้วยความพยายามที่จะสอบให้ผ่าน), “in response to”  (เพื่อตอบสนองต่อ)  -  Clearly, they did it in response to external pressures.”  (ชัดเจนทีเดียว  พวกเขาทำมันเพื่อตอบสนองต่อแรงกดดันจากภายนอก), “in answer to”  (เพื่อเป็นการตอบ),  “have confidence in”  (มีความเชื่อมั่นใน), “take interest in”  (สนใจใน),  “a course in Chinese”  (คอร์สภาษาจีน), “an expert in”  (ผู้เชี่ยวชาญในเรื่อง.....)  -  He is an expert in computer.”  (เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านคอมพิวเตอร์),  “make money in business”  (หาเงินในธุรกิจ),  “make his career in music”  (ประกอบอาชีพทางดนตรี), “in his old age”  (ในวัยชราของเขา)  -  “He faced financial difficulty in his old age.”  (เขาพบกับความยากลำบาก (ปัญหา) ทางการเงิน  เมื่อตอนวัยชรา) ,  “a woman in her twenties”  (ผู้หญิงในวัย ๒๐ – ๒๙),  “in my opinion”  (ในความเห็นของผม)  -  “In my opinion, she is the best student the school ever has.”  (ในความเห็นของผม  เธอเป็นนักเรียนที่ดีที่สุดที่โรงเรียนเคยมี)“in her view” (ในทัศนะของเธอ), “recruit workers in hundreds”  (รับคนงานเป็นร้อยๆคน),  “in my experience”  (จากประสบการณ์ของผม),  “in her own eyes”  (ในสายตาของเธอ), “speak in Italian”  (พูดภาษาอิตาเลียน), “speak in a calm voice” (พูดด้วยน้ำเสียงที่สงบ),  “his complaints in writing”  (การร้องเรียนของเขาเป็นลายลักษณ์อักษร), “in financial difficulty”  (ในสภาวะยุ่งยากทางการเงิน),  “$100,000 in cash”  (เป็นเงินสด ๑๐๐,๐๐๐ เหรียญ), “dressed in black” (ใส่ชุดสีดำ)  -  People are generally dressed in black when they go to a funeral.”  (ผู้คนมักแต่งชุดดำโดยทั่วไป  เมื่อพวกเขาไปงานศพ),  “in real danger”  (ตกอยู่ในอันตรายอย่างแท้จริง), “in the planning stage”  (ในขั้นตอนการวางแผน), “10 meters in length”  (ยาว ๑๐ เมตร), “cut it in two”  (ตัดมันออกเป็น ๒ ส่วน), “shrink in size”  (มีขนาดเล็กลง-หดลง), “join in”  (ร่วมวงด้วย), “a one in five chance of success”  (โอกาสสำเร็จ ๑ ใน ๕), “the pain in my feet”  (การเจ็บที่เท้าของผม),  “the hole in his shirt”  (รู – รอยขาด – ในเสื้อเชิร์ตของเขา), “was shot in the leg”  (ถูกยิงที่ขา),  “in fashion”  (กำลังเป็นที่นิยม), “result in his death”  (ส่งผลให้เขาตาย)  -  “A car accident resulted in his death.”  (อุบัติเหตุรถยนต์ส่งผลให้เขาตาย), “believe in”  (เชื่อมั่น-ศรัทธาใน)  -  “Christians believe in God.”  (ชาวคริสต์ศรัทธาในพระเจ้า)“in the first place”  (ในประการแรก)  (กล่าวเมื่อจะบอกเหตุผลหลายๆ ประการ  เกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง  แล้วตามด้วยเหตุผลประการแรกที่ต้องการจะกล่าว)  เป็นต้น

 

9. Searching in the library, I came ___________________ an old forgotten manuscript.

(ค้นหา (ข้อมูล) ในห้องสมุด  ผมพบต้นฉบับเก่าที่ถูกลืมไปแล้ว ___________________ )

(a) off                                                   

(b) without

(c) over                                                

(d) across    (“Come across”  =  พบโดยบังเอิญ)

 

10. _________________________________________ this word in your dictionary.

(จง ________________________________________ คำนี้ในพจนานุกรมของคุณ)

(a) Look in                                           

(b) Look at    (จ้องมอง)

(c) Look up    (ค้นหาคำ,  เงยหน้าขึ้นมอง)

(d) Look through    (มองทะลุ, มองผ่าน)

 

11. The show is interesting enough to __________________ the audience to see it.

(การแสดงน่าสนใจเพียงพอที่จะ _____________________________ ผู้ชมให้ดูมัน)

(a) forbid    (ห้าม)                                  

(b) attract    (ดึงดูดใจ, ทำให้หลงใหล, ทำให้หลงเสน่ห์)

(c) attack    (จู่โจม, โจมตี, ทำร้าย)            

(d) prevent    (ป้องกัน, ขัดขวาง, สกัดกั้น)

 

12. She doubts everything she hears, she is _____________________________.

(เธอสงสัยทุกสิ่งที่เธอได้ยิน  เธอเป็นคน _________________________________ )

(a) conscious    (มีสติ, รู้สึกตัว)              

(b) suspicious    (ชอบสงสัย, กังขา, ชอบระแวง)

(c) aware    (ตระหนักดี, รู้ดี, ตื่นตัว)         

(d) ashamed    (ละอาย, ละอายใจ)

 

13. If you cheat somebody, he will be _____________________________ with you.

(ถ้าคุณโกง-หลอกลวงใครสักคน  เขาจะ ______________________________ คุณ)

(a) pleased    (พอใจ, ยินดี, ดีใจ)              

(b) bored    (เบื่อหน่าย)

(c) angry    (โกรธ)                                

(d) delighted    (ยินดี, ปลื้มปิติ)

 

14. To find out how wide this room is, you must __________________________ it.

(เพื่อจะค้นหาว่าห้องนี้กว้างเท่าใด  คุณจะต้อง ____________________________ มัน)

(a) mention    (กล่าวถึง)                         

(b) lengthen    (ทำให้ยาว, ขยายออกไป)

(c) practice    (ปฏิบัติ, ฝึกหัด)                 

(d) measure    (วัด, หาค่า, ประมาณ, กะ, ประเมิน)

 

15. Every morning I do the crossword ______________________ in the newspaper.

(ทุกเช้า  ผมทำ ___________________________________ อักษรไขว้ในหนังสือพิมพ์)

(a) problem    (ปัญหา)                           

(b) puzzle    (ปริศนา, ปัญหา, ปัญหายุ่งยาก, เรื่องฉงนสนเท่ห์)

(c) question    (คำถาม)                          

(d) test    (การทดสอบ, การสอบ)

 

16. My brother always _____________________________ when we play chess.

(น้องชายของผม ___________________________ เสมอ  เมื่อเราเล่นหมากรุกกัน)

(a) beats    (ชนะ, พิชิต, เก่งกว่า, ดีกว่า, ตี, เคาะ, หวด, ตบ, เฆี่ยน)  (ต้องตามด้วยกรรม)

(b) conquers    (ชนะ, พิชิต)  (ต้องตามด้วยกรรม)

(c) wins    (ชนะ)  (ตามด้วยกรรม  หรือไม่ต้องมีกรรมก็ได้)          

(d) gains    (ชนะ, กำไร, ได้มา, ได้รับ, ก้าวหน้า, คืบหน้า)

 

17. On her face there was a look of ________________________________ despair.

(บนใบหน้าของเธอ  มีลักษณะ-อาการของความสิ้นหวัง-หมดหวัง ______________ )

(a) heaviest    (หนักที่สุด)                       

(b) thickest    (หนาที่สุด)

(c) strongest    (แข็งแรงที่สุด, เข้มแข็งที่สุด) 

(d) deepest    (ลึกล้ำที่สุด)

 

18. There was a loud _________________________________ as the gun went off.

(มี ___________________________________________________ ดัง  เมื่อปืนลั่น)

(a) bump    (การกระแทก, การชน)          

(b) flash    (แสงวาบ, แสงแลบ, การปรากฏขึ้นชั่วแวบหนึ่ง, เวลาชั่วขณะ, ไฟแฟลช)

(c) bang    (เสียงระเบิด, การทุบอย่างแรง, การชนหรือกระทบอย่างแรง)

(d) smash    (เสียงแตกละเอียด, การทำให้แตกละเอียด, การชนกันอย่างรุนแรง, การทำลายสิ้นเชิง, การตี-ตบ-ต่อย)

 

19. I am tired of this _______________________________ rain; it rains on and on.

(ผมเบื่อหน่ายฝน (ที่) _________________________________ นี้  มันตกอยู่เรื่อยๆ)

(a) slight    (เล็กน้อย, นิดหน่อย)              

(b) continual    {เกิดหยุดเกิดหยุดติดต่อกันไป, (ฝน) เกิดหยุดเกิดหยุดต่อเนื่อง}

(c) irregular    (ไม่สม่ำเสมอ, ไม่ปกติ, ไม่แน่นอน)   

(d) moderate    (ปานกลาง)

 

20. I saw a __________________________________ good film on TV last night.

(ผมได้ดูหนังดี __________________________________ ทางทีวีเมื่อคืนที่ผ่านมา)

(a) lovely    (น่ารัก)                               

(b) beautiful    {สวยงาม, งดงาม, (เสียง) ไพเราะ}

(c) pretty    (มาก, ทีเดียว, มากมาย, สวยงาม, งดงาม, สละสลวย, น่ารัก, น่าเอ็นดู, ชวนตา, ชวนใจ)                                                         

(d) nice    (ดี, อ่อนโยน, สวย, งาม, ประณีต, พิถีพิถัน, กรุณา, มีมิตรไมตรี)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้

 

 

 

 

หมวดข้อสอบ English for ม. 1 – 3 (Vocabulary ตอนที่ 3)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Choose the best item (a, b, c or d) for each blank.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อเติมลงในช่องว่าง)

 

1. I saw a _______________________ of dust, so I knew the lorries were coming.

(ผมเห็น _________________ ของฝุ่นละออง  ดังนั้น  ผมเลยรู้ว่ารถบรรทุกกำลังมา)

(a) group    (กลุ่ม, หมู่, พวก, เหล่า, ชุด, ฝูง, กลุ่มธาตุ, กลุ่มภาษา) 

(b) crowd    (ฝูงชน, กลุ่มชน, คนมากๆ, กลุ่มคนที่ชมการแสดงหรืออื่น)

(c) bundle    (มัด, ห่อ, พวง, กลุ่ม, กอง, มัดเส้นใย, เงินจำนวนมาก)        

(d) cloud    {กลุ่มฝุ่นหรือควันที่เป็นก้อนคล้ายเมฆ, เมฆ, กลุ่มที่คล้ายเมฆ, เงามืด, ฝูงแมลง (นก หรืออื่นๆ ที่บินอยู่)}

(e) bunch    (ช่อ, พวง, เครือ, กลุ่ม, พวก, ก้อน)

 

2. It is pleasant to have much money to spend on ___________________________.

(มันน่ารื่นรมย์-น่าพอใจ-สบายใจที่มีเงินจำนวนมาก  เพื่อใช้จ่ายเกี่ยวกับ ___________)

(a) starvations    (ความอดอยาก, ความหิวโหย, การอดอาหารตาย, ความกระหาย)   

(b) luxuries    (สิ่งอำนวยความสุขสบายอย่างฟุ่มเฟือย, การเพลิดเพลินหาความสุขสบาย, ความฟุ่มเฟือย, ความหรูหรา, ความโอ่อ่า)

(c) poverties    (ความยากจน, ความขาดแคลน, ความขัดสน, ความไม่เพียงพอ) 

(d) gossips    (การซุบซิบนินทา)

 

3. After she got a cheque, she went to the bank to _____________________ it.

(หลังจากเธอได้รับเช็ค  เธอไปที่ธนาคารเพื่อจะ ______________________ มัน)

(a) exchange    (แลกเปลี่ยน)                  

(b) deposit    (ฝากเงิน, สะสม, ทับถม, กอง, ฝากไว้, วางลง)

(c) cash    (ขึ้นเงิน)                                

(d) withdraw    (ถอน, ถอนตัว, ถอนคืน, เก็บคืน, ดึงกลับ, เอากลับ, ชักกลับ)

 

4. The father is sleeping, please keep ____________________________.

(พ่อกำลังนอนหลับ  โปรด  _____________________________________)

(a) noisy    (เสียงดัง, อึกทึก, หนวกหู, เต็มไปด้วยเสียง)      

(b) quiet     (“Keep quiet”  =  เงียบ, ไม่ส่งเสียง)        

(c) quite    (ทีเดียว, โดยสมบูรณ์, ทั้งหมด, ทั้งสิ้น, จริงๆ, โดยแท้จริง, มากมาย) 

(d) calm    (“Keep calm”  =  สงบ, สงบใจ)

 

5. Without friends or relatives, we would feel ________________________.

(ปราศจากเพื่อนหรือญาติพี่น้อง  เราจะรู้สึก __________________________ )

(a) alone   (คนเดียว, ลำพังตนเอง, โดดเดี่ยว)

(b) lonely    (หงอยเหงา, ว้าเหว่, ไร้เพื่อน, วังเวง, โดดเดี่ยว, คนเดียว, สันโดษ)

(c) lone    (โดดเดี่ยว, คนเดียว, สันโดษ, โทน)

(d) a loner    (คนสันโดษ, ผู้อยู่สันโดษ)

 

6. She wanted to ___________ these exercises before she gave them to her teacher.

(เธอต้องการที่จะ _______________ แบบฝึกหัดเหล่านี้  ก่อนที่เธอจะส่งมันให้อาจารย์)

(a) look over    (ตรวจสอบ, พิจารณาโดยรอบคอบ, ตรวจดูอย่างละเอียด, สอบสวน)  

(b) look after    (ดูแล, เลี้ยงดู, จัดการ, ระมัดระวัง)

(c) look at    (จ้องดู)                              

(d) look up    (ค้นหาคำในพจนานุกรม, เงยหน้าขึ้นมอง)

 

7. Whenever he has any money, he _________________________ it with his brother.

(เมื่อใดก็ตามที่เขามีเงิน  เขา __________________________ มันกับน้องชายของเขา)

(a) hides    (ซ่อนไว้, ปิดบัง, บัง, ปกคลุม, อำพราง, หลบซ่อน, หาที่หลบซ่อน)   

(b) lends    (ให้ยืม, ให้ยืมเงิน, ให้)

(c) shares    (แบ่งปัน, แบ่งส่วน, แบ่งสรร, แบ่งส่วน, แบ่งกำไร, ร่วมหุ้น, ร่วมกันทำหรือรับผิดชอบ)                                             

(d) reimburses    (ใช้เงินคืน, ชำระเงินคืน, ใช้เงินคืนที่ออกไปก่อน)

 

8. Ask the visitor to come in; don’t keep him _______________________ outside.

(ไปขอให้ผู้มาเยือนเข้ามาข้างใน  อย่าปล่อยให้เขา _______________ อยู่ข้างนอก)

(a) waiting    (รอ, คอย)                        

(b) panicking    (ตกใจ, กลัว)

(c) appearing    (ปรากฏ, ปรากฏตัว, โผล่ออกมา)    

(d) emphasizing    (เน้น, ย้ำ)

ตอบ   -   ข้อ   (a)   ตามโครงสร้าง  “Keep + กรรม + Verb + ing”  หรือ  “Keep + Verb + ing”  ดังประโยคข้างล่าง

  • The exam kept her worrying for a month.

(การสอบทำให้เธอวิตกกังวลนับเดือน)

  • The company kept the interviewees waiting for an hour

(บริษัททำให้ผู้เข้ารับการสัมภาษณ์รอคอยเป็นชั่วโมง)

  • The film kept us watching to the end.

(ภาพยนตร์เรื่องนั้นทำให้เราเฝ้าดูจนจบ)  (เพราะสนุกมาก)

  • She kept reading until the library was closed.

(เธออ่านหนังสือไปเรื่อยๆ จนห้องสมุดปิด)

  • They kept walking on and on.

(พวกเขาเดินต่อไปเรื่อยๆ)

  • He kept contacting his parents when he was abroad.

(เขาติดต่อกับพ่อแม่ตลอดเมื่อเขาอยู่ต่างประเทศ)

 

9. This test is for students whose native _______________________ is not English.

(การทดสอบนี้ (จัดขึ้น) เพื่อนักเรียนผู้ซึ่ง ______ ที่พูดครั้งแรกตอนเป็นเด็ก  มิใช่ภาษาอังกฤษ)

(a) country    (ประเทศ)                         

(b) animal    (สัตว์)

(c) speaker    (ผู้พูด, ผู้บรรยาย)               

(d) language    (ภาษา)

 

10. They arranged to have a ____________________ to New York for a few weeks.

(พวกเขาจัดให้มี ________________________ ไปนิวยอร์คเป็นเวลา  ๒ – ๓  สัปดาห์)

(a) voyage    (การเดินทางโดยทางเรือหรือเครื่องบิน)       

(b) travelling    (การเดินทาง)  (เป็นนามนับไม่ได้  ไม่สามารถใช้กับ  “A”  ได้)

(c) trip    (การเดินทาง, การท่องเที่ยว, การพลาด, การเดินพลาด, ความผิดพลาด)         

(d) departure    (การจากไป)

 

11. Something that is _____________________________ is below standard.

(บางสิ่งซึ่ง _______________________________________ ต่ำกว่ามาตรฐาน)

(a) understandard    (รูปนี้ไม่มีใช้)         

(b) underestimated    (ประเมินค่าต่ำไป, ดูถูก, เหยียดหยาม)

(c) underprivileged    (ด้อยโอกาส, ต่ำต้อย, ไม่มีสิทธิเพราะยากจนหรือเป็นชน      ชั้นต่ำ)   

(d) substandard    (ต่ำกว่ามาตรฐาน)

 

12. _____________ a point, a player must throw the ball into the goal of the other team.

(__________________ แต้ม (คะแนน)  ผู้เล่นจะต้องขว้างลูกบอลเข้าประตูของทีมคู่แข่ง)

(a) To make                                         

(b) To score    {เพื่อที่จะทำ (แต้ม, คะแนน)}

(c) To mark    (เพื่อที่จะทำเครื่องหมาย)  

(d) To lose    (เพื่อที่จะเสีย)

 

13. The football match had to be ______________________ due to the bad weather.

(การแข่งขันฟุตบอลจำเป็นต้องถูก _____________________ เนื่องมาจากอากาศเลว)

(a) started    (เริ่มต้น)                             

(b) cancelled    (ยกเลิก)

(c) resumed    {ทำต่อไป, ดำเนินต่อไป (หลังจากหยุดไประยะหนึ่ง)}   

(d) punished    (ลงโทษ)

 

14. Don’t ______________________________ your time with that useless activity.

(อย่า ___________________________ เวลาของคุณ  กับกิจกรรมที่ไม่มีประโยชน์นั้น)

(a) forget    (ลืม)                                    

(b) spend    (ใช้, ใช้เวลา, ใช้เงิน)

(c) waste    (ใช้อย่างเปล่าประโยชน์, ใช้อย่างสิ้นเปลืองหรือสุรุ่ยสุร่าย)     

(d) prolong    (ต่อเวลาออกไป, ทำให้ยาวออก, ยืดออก, ขยายออก)

 

15. People keep hot water in the _________________________________.

(ผู้คนเก็บน้ำร้อนไว้ใน ___________________________________________ )

(a) ice-box    (กล่องหรือลังน้ำแข็ง)        

(b) thermometer    (เครื่องวัดอุณหภูมิ)

(c) thermostat    (เครื่องมือสำหรับควบคุมความร้อนอัตโนมัติ)   

(d) thermos    (กระติกน้ำร้อน)

 

16. What she said is _____________________________________ to the subject.

(สิ่งที่เธอพูด ____________________________________ กับเรื่อง-หัวข้อ-ประเด็น)

(a) irresponsible    (ไม่รับผิดชอบ)        

(b) irregular    (ไม่ปกติ, ไม่สม่ำเสมอ, ไม่แน่นอน, ไม่เป็นไปตามระเบียบแบบแผน)

(c) irrelevant    (ไม่ตรงประเด็น, ไม่เกี่ยวข้อง, ไม่ถูกจุด)  

(d) irrefutable    (ที่ปฏิเสธไม่ได้, ที่แย้งไม่ได้, ที่หักล้างไม่ได้)

 

17. Her father dislikes to be _____________________ while he is sleeping soundly.

(พ่อของเขาไม่อยากถูก _______________________ ในขณะที่ตนเองกำลังหลับสนิท)

(a) bothered    (รบกวน)                      

(b) quarreled    (ทะเลาะ, วิวาท)

(c) cheated    (ต้มตุ๋น, โกง, หลอกลวง, ฉ้อฉล)        

(d) dreamed    (ฝัน)

 

18. The baby ____________ non-stop for an hour yesterday because she was hungry.

(เด็กทารกคนนั้น _____________ ไม่หยุดเป็นเวลานับชั่วโมงเมื่อวานนี้  เพราะว่าเธอหิว)

(a) laughed    (หัวเราะ)                          

(b) regretted    (เสียใจ, สลดใจ)

(c) smiled    (ยิ้ม)                                   

(d) cried    (ร้อง, ร้องไห้)

 

19. She __________________________________ him a present for his birthday.

(เธอ ____________________________________ ของขวัญให้เขาสำหรับวันเกิด)

(a) donated    (ให้, มอบให้, บริจาค)        

(b) borrowed    (ยืม, ขอยืม, ยืมใช้, ยืมสิ่งของ, กู้)

(c) bought    (ซื้อ)                                

(d) invented    (ประดิษฐ์, คิดค้น, สร้าง)

 

20. We told the ____________________ to slow down to 80 kilometers an hour.

(เราบอก _________________________ ให้ช้าลงเหลือ  ๘๐  กิโลเมตรต่อชั่วโมง)

(a) butcher    (พ่อค้าเนื้อ, คนฆ่าสัตว์ขาย)

(b) baker    (คนทำขนมปัง)

(c) manufacturer    (ผู้ผลิตสินค้า)          

(d) driver    (คนขับรถ)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้

 

 

 

 

หมวดข้อสอบ English for ม. 1 – 3 (Vocabulary ตอนที่ 2)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Choose the best item (a, b, c or d) for each blank.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อเติมลงในช่องว่าง)

 

1. Rock was _________________________________ by rain and wind.

(หินถูก _______________________________________ โดยฝนและลม)

(a) eroded    (กัดเซาะ, ทำให้สึกกร่อน)   

(b) broken    (ทำให้แตกหรือหัก)

(c) pulled    (ลาก, ดึง)                            

(d) mixed    (ผสม, ปน, ปะปน)

 

2. Our friend stays on the fifteenth floor, so we’d better use the _____________ when we visit her.

(เพื่อนของเราพักอยู่บนชั้นที่  ๑๕  ดังนั้น  เราควรใช้ ____________________ เมื่อเราไปเยี่ยมเธอ)

(a) escalator    (บันไดเลื่อน)                  

(b) elevator    (ลิฟต์)

(c) stair    (บันได)                                  

(d) extinguisher    (เครื่องดับเพลิง)

 

3. My father goes to the _________________________ every morning for his jogging.

(พ่อของผมไปที่ ___________________________ ทุกเช้า  เพื่อการวิ่งเหยาะๆ ของเขา)

(a) shop    (ร้าน)                                    

(b) market    (ตลาด)

(c) theatre    (โรงหนัง, โรงละคร)            

(d) park    (สวนสาธารณะ)

 

4. My servant has bought some pork and mutton at the ___________________.

(คนรับใช้ของผมได้ซื้อเนื้อหมูและเนื้อแกะที่ _____________________________ )

(a) butcher’s shop    (ร้านของคนขายเนื้อ, ร้านของคนฆ่าสัตว์ขาย)   

(b) bakery    (ร้านขนมปัง, โรงทำขนมปัง)

(c) grocery    (ร้านขายของชำ)                

(d) stationery    (ร้านขายเครื่องเขียน)

 

5. Jim is only a (an) ______________________________, not my close friend.

(จิมเป็นเพียง _____________________________ เท่านั้น  มิใช่เพื่อนสนิทของผม)

(a) relative    (ญาติ, ญาติพี่น้อง, เครือญาติ)   

(b) employee    (ลูกจ้าง)

(c) expert    (ผู้เชี่ยวชาญ)                        

(d) acquaintance    (คนที่คุ้นเคย)

(e) bachelor    (ชายโสด)

 

6. He gets his ___________________________________ every week for his labor.

(เขาได้รับ _______________________________ ทุกสัปดาห์  สำหรับแรงงานของตน)

(a) salary    (เงินเดือน)                           

(b) wage    (ค่าจ้าง)

(c) fee    (ค่าธรรมเนียม)                          

(d) pension    (บำเหน็จบำนาญ) 

 

7. He __________________________________ me against going there alone at night.

(เขา ________________________________ ผมมิให้ไปที่นั่นตามลำพังในเวลากลางคืน)

(a) recommended    (แนะนำว่าดี, แนะนำ, เสนอแนะ, ชี้แนะ, ฝากฝัง)    

(b) watched    (ดู, เฝ้าดู)

(c) warned    (เตือน)                            

(d) invited    (เชื้อเชิญ)

(e) told    (บอก, เล่า)

 

8. His latest record is a big _____________.  More than a million copies have been sold.

(แผ่นเสียงล่าสุดของเขาเป็น ________ อย่างมาก (ทั้งนี้)  กว่า  ๑  ล้านแผ่นได้ถูกขายไปแล้ว)

(a) strike    (การตี-ตอก-ต่อย-ชก-ปะทะ-ทุบ-ชน, การโจมตี, การโยนลูกกระทบลูกโบว์ลิ่งล้มทั้งหมด, การนัดหยุดงาน)                         

(b) break    (การแตกออก, การหยุดพัก, เวลาฟ้าสาง, การหยุดชะงัก)

(c) hit    (การเป็นที่นิยม, การได้รับความนิยม, การปะทะ, การชน, การตี, การต่อย, การชก)     

(d) crash    (เสียงดังสนั่นที่เกิดจากการปะทะหรือชนกัน, การตกของเครื่องบิน, ความล้มเหลว, ความพังพินาศ)

(e) discount    (การลดราคา)

 

9. You can’t use that telephone.  It is out of ____________________________.

(คุณไม่สามารถใช้โทรศัพท์เครื่องนั้น  มัน ______________________________ )

(a) business    (“Out of business”  =  “เลิกกิจการ”)     

(b) date    (“Out of date”  =  “ล้าสมัย, เลิกใช้งานแล้ว”)

(c) work    (“Out of work”  =  “ตกงาน, ไม่มีงานทำ”)    

(d) order    (“Out of order”  =  “เสีย, ไม่ทำงาน”)

(e) function

 

10. I hope you don’t make a _______________________ when you go to the dentist.

(ผมหวังว่าคุณจะไม่สร้าง ___________________ เมื่อคุณไปหาหมอฟัน)  (คือ  ไปทำฟัน)

(a) worry    (ความวิตกกังวล)                  

(b) trouble    (ปัญหา, ความยุ่งยาก)

(c) miracle    (เรื่องอัศจรรย์, ความอัศจรรย์)   

(d) bother    (การรบกวน)

(e) mess    (ภาวะที่ยุ่งเหยิง, สภาพที่สกปรกหรือไม่เป็นระเบียบ, ความสับสน)

 

11. They have ______________ a new kind of lock.  It only opens when you speak to it.

(พวกเขาได้ _______ แม่กุญแจชนิดใหม่  มันจะเปิด (ปลดล้อค) เฉพาะเมื่อ (เวลา) คุณพูดกับมัน)

(a) performed    (แสดง, ปฏิบัติงาน)        

(b) composed    (ประกอบด้วย, ก่อตัวเป็น, แต่ง, เรียบเรียง, สำรวมใจ)

(c) broken    (ทำแตก, ทำหัก)                  

(d) designed    (ออกแบบ)

 

12. She _______________________________________ never to lie to him again.

(เธอ ________________________________________ (ว่า) จะไม่พูดโกหกกับเขาอีก)

(a) said    (พูด)                                       

(b) asked    (ขอร้อง)

(c) promised    (ให้สัญญา)                   

(d) refused    (ปฏิเสธ)

ตอบ   -   ข้อ   (c)  หรืออาจตอบ  “She said (that) she would never lie to him again.”  ก็ได้

 

13. If you don’t come willingly, I will take you ____________________________.

(ถ้าคุณไม่มาอย่างเต็มใจ  ผมจะนำคุณมา ______________________________ )

(a) by force    (โดยใช้กำลัง)                  

(b) in a hurry    (ด้วยความรีบเร่ง)

(c) by anger                                          

(d) on purpose    (โดยเจตนา, โดยจงใจ)

 

14. I hear that the men who________________ the bank last week have been arrested.

(ผมได้ยินว่าชายผู้ซึ่ง ________________ ธนาคารเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา  ได้ถูกจับกุมแล้ว)

(a) attacked     (จู่โจม, โจมตี, ทำร้าย)       

(b) deposited    (ฝากเงิน)

(c) purchased    (ซื้อ)                             

(d) stole    (ลัก, ขโมย)

(e) robbed    (ปล้น, ชิงทรัพย์, แย่งชิง, ทำให้สูญเสีย)

 

15. I have to go home now to make _______________________________ for dinner.

(ผมจำเป็นต้องกลับไปบ้านแล้วในขณะนี้  เพื่อทำ ______________ สำหรับอาหารเย็น)

(a) foods    (อาหาร)                               

(b) meals    (มื้ออาหาร, อาหารที่กินในมื้อหนึ่งๆ, เวลารับประทานอาหาร)

(c) preparations    (การเตรียม)            

(d) dishes    (จาน, จานใส่อาหาร, อาหาร  ๑  จาน, อาหารในจาน)

(e) decisions    (การตัดสินใจ)

 

16. She is determined to go and nothing you do can _______________________ her.

(เธอมุ่งมั่นที่จะไป  และไม่มีสิ่งใดที่คุณทำสามารถ __________________________ เธอ)

(a) protect    (ปกป้อง, คุ้มครอง)              

(b) defend    (ป้องกัน, เป็นทนายให้, แก้ต่าง, พิทักษ์แก้ตัวให้)

(c) prevent    (ขัดขวาง, สกัดกั้น)           

(d) forbid    (ห้าม)

(e) deny    (ปฏิเสธ)

ตอบ   -   ข้อ   (c)  ดูเพิ่มเติมการใช้  “Prevent”,  “Protect”  และ  “Defend”  จากประโยคข้างล่าง

  • The rain prevented me from going out.

(ฝนขัดขวางผมมิให้ออกไปข้างนอก)  (ขัดขวางผมจากการออกไปข้างนอก)

  • An umbrella protects me from the rain.

(ร่มปกป้อง-คุ้มครองผมจากฝน)

  • An umbrella prevents the rain from touching me.

(ร่มขัดขวาง-ป้องกันมิให้ฝนมาโดนตัวผม)

  • The army protected the country from the enemy.

(กองทัพปกป้อง-คุ้มครองประเทศจากศัตรู)

  • The army prevented the enemy from invading the country.

(กองทัพขัดขวางมิให้ศัตรูรุกรานประเทศ)  (ขัดขวางศัตรูจากการรุกรานประเทศ)

  • Her only idea was to prevent him from speaking.

(ความคิดเพียงอย่างเดียวของเธอคือการขัดขวางมิให้เขาพูด)  (ขัดขวางเขาจากการพูด)

  • The government has not done enough to prevent war.

(รัฐบาลมิได้ทำอย่างเพียงพอที่จะป้องกันสงคราม)

  • Cotton mittens will prevent the baby from scratching his own face.

(ถุงมือฝ้ายจะป้องกัน-ขัดขวางเด็กทารกมิให้ข่วนหน้าของตนเอง)

  • They even threatened to prevent my going on my trip.

(พวกเขาแม้กระทั่งขู่ที่จะขัดขวางผมมิให้เดินทาง)  (ขัดขวางการเดินทางของผม)

  • The Common Laws has always protected individual rights.

(กฎหมายจารีตประเพณี (ของอังกฤษ) ปกป้อง-คุ้มครองสิทธิส่วนบุคคลเสมอ)

  • Babies are protected against diseases like measles by their mothers’ milk.

(ทารกได้รับการปกป้อง-คุ้มครองจากโรคต่างๆ เช่น โรคหัด  โดยนมมารดาของตน)

  • An insurance policy protects the insured against death, injury, theft, fire, accident, etc. 

(กรมธรรม์ประกันภัยปกป้อง-คุ้มครองผู้เอาประกัน  จากการตาย  บาดเจ็บ  การลักขโมย  ไฟไหม้  อุบัติเหตุ  ฯลฯ)

                    สำหรับ  “Defend”  ใช้ดังนี้  คือ

  • I persuaded my mother that I could defend myself against danger.

(ผมจูงใจแม่ให้เชื่อว่า  ผมสามารถป้องกันตัวเองจากอันตรายได้)

  • They were merely defending the national interest.

(พวกเขาเพียงแต่ป้องกัน (ปกป้อง) ผลประโยชน์แห่งชาติเท่านั้น)

  • It is a point of view which will be hard to defend.

(มันเป็นความคิดเห็นซึ่งป้องกัน (แก้ต่าง) ได้ยาก)  (คือ  ป้องกันได้ยาก ว่ามันเป็นความคิดเห็นที่ดี)

  • The minister defended himself in the Parliament.

(ท่านรัฐมนตรีแก้ต่างให้ตนเองในสภา)

  • The country needs a stronger army to defend itself.

(ประเทศต้องการกองทัพที่เข้มแข็งมากขึ้นเพื่อป้องกันตนเอง)

  • She hired a competent lawyer to defend her.

(เธอจ้างทนายที่เก่งเพื่อแก้ต่างให้เธอ)

  • They defended themselves successfully in court.

(พวกเขาแก้ต่างให้ตัวเองได้สำเร็จในศาล)

 

17. I have to ___________________________ her invitation because I am very busy.

(ผมจำเป็นต้อง ________________________ การเชิญของเธอ  เพราะผมมีงานยุ่งมาก)

(a) reject    (ปฏิเสธ, บอกปัด, ไม่รับ)      

(b) accept    (ยอมรับ)

(c) compare    (เปรียบเทียบ)                   

(d) deny    (ปฏิเสธว่าไม่ได้ทำ)

(e) abandon    (ละทิ้ง, ทอดทิ้ง, ปล่อย)

 

18. The secretary will _____________________ for you to visit our factory next week.

(เลขานุการจะ ______________ สำหรับคุณเพื่อมาเยือนโรงงานของเราในสัปดาห์หน้า)

(a) manage    (บริหาร, จัดการ, สามารถ.............ได้สำเร็จ)   

(b) request    (ขอร้อง, เรียกร้อง, อ้อนวอน)

(c) arrange    (จัดการ, เตรียม, เตรียมการ, กำหนด)

(d) order    (สั่ง)

(e) organize    (จัดตั้ง, จัด (งาน, ประชุม), รวบรวม, ทำให้เป็นระบบ)

 

19. After my illness, the doctor gave me some medicine to _________________ another attack.

(ภายหลังความเจ็บป่วยของผม  หมอให้ยาผมมาเพื่อ ________ การโจมตี (ของโรค) อีกครั้งหนึ่ง)

(a) protect    (ปกป้อง, คุ้มครอง)             

(b) prevent    (ขัดขวาง, สกัดกั้น)

(c) destroy    (ทำลาย, ผลาญ, ดับ, ฆ่า)     

(d) defend    (ป้องกัน, เป็นทนายให้, แก้ต่าง, พิทักษ์แก้ตัวให้)

(e) provide    (ให้, จัดหาให้, เตรียมการ)

ตอบ   -   ข้อ   (b)  ดูเพิ่มเติมการใช้  “Prevent”,  “Protect”  และ  “Defend”  ใน  ข้อ  ๑๖ ของข้อสอบชุดนี้)

 

20. The teacher arrives at school neither too early nor too late, but he is exactly ___________.

(ครูมาถึงโรงเรียนไม่เช้าเกินไป  หรือสายเกินไป  แต่เขา _____________________ พอดิบพอดี)  (คือ  มาถึงทันเวลาพอดี)

(a) regular    (ปกติ, สม่ำเสมอ, เป็นประจำ)    

(b) punctual    (ตรงต่อเวลา, รักษาเวลา, ตามกำหนด)

(c) optimistic    (มองโลกในแง่ดี)           

(d) pessimistic    (มองโลกในแง่ร้าย)

(e) dissatisfied    (ไม่พอใจ)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้

 

 

Pages

Subscribe to RSS - หมวดข้อสอบ  English for ม. 1–3