Essential Idioms (ตอนที่ 6)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

1. “Get out of hand”  -  บานปลายจนควบคุมไม่อยู่, ไม่สามารถจัดการหรือควบคุมได้  (แปลตรงตัว  คือ  หลุดออกจากมือ)

  • When the government used force, the angry mob got out of hand and set fire to the building.

(เมื่อรัฐบาลใช้กำลัง  ฝูงชนที่โกรธแค้นก็ควบคุมไม่อยู่  และจุดไฟเผาอาคาร)

 

2. “Hit the nail on the head”  -  บอกได้ถูกเผง, พูดหรือทำในแบบที่เหมาะสมหรือได้ผลมากที่สุด, พูดในสิ่งที่ถูกต้องหรือเหมาะสมกับสถานการณ์อย่างยิ่ง  (แปลตรงตัว  คือ  “ตอกลงบนหัวตะปูพอดิบพอดี”)

  • When Jack said there were 250 beans in that jar, he hit the nail on the head.

(เมื่อแจ๊คพูดว่ามีถั่วอยู่  ๒๕๐  เม็ดในเหยือกใบนั้น  เขาบอกได้ถูกเผงเลย)

  • The mayor’s talk on race relations hit the nail on the head.

(การสนทนาของนายกเทศมนตรีในเรื่องความสัมพันธ์ทางเชื้อชาติถูกต้องอย่างยิ่ง)  (เป็นสิ่งที่สมควรพูดอย่างยิ่ง หรือเหมาะกับกาลเทศะมาก)

 

3. “Above all”  -  สำคัญที่สุด, เหนือสิ่งอื่นใด

  • You must, above all, be loyal to your country.

(คุณจะต้อง, เหนือสิ่งอื่นใด, จงรักภักดีกับประเทศของคุณ)

  • Be honest, above all with yourself.

(จงซื่อสัตย์, เหนือสิ่งอื่นใดกับตัวคุณเอง)

  • Children need many things, but above all they need love.

(เด็กๆต้องการสิ่งต่างๆมากมาย, แต่เหนือสิ่งอื่นใด  พวกเขาต้องการความรัก)  (ต้องการความรักมากที่สุด)

 

4. “Take advantage of”  -  ใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่จาก, ฉวยโอกาสหากำไรจาก, เอารัดเอาเปรียบ

  • Cathy took advantage of the lunch hour to finish her homework.

(เคธี่ใช้ประโยชน์จากชั่วโมงอาหารกลางวัน  เพื่อทำการบ้านของเธอให้เสร็จ)  (เธอใช้ประโยชน์เวลา)

  • The cat took advantage of the high grass to creep up on the bird.

(แมวตัวนั้นใช้ประโยชน์จากหญ้าสูง  เพื่อจะคืบคลานไปจับนก)  (แมวซ่อนตัวในหญ้าสูง  เมื่อมันคืบคลานเข้าไปหานก)

  • Many people take advantage of a fool by selling him worthless things.

(คนจำนวนมากฉวยโอกาสหากำไรจากคนโง่  โดยการขายของไม่มีค่าให้กับเขา)  (หลอกขายของให้คนโง่)

  • He took advantage of his friend’s kindness.

(เขาหาประโยชน์-ฉวยโอกาสจากความใจดีของเพื่อน)  (เขาขอความช่วยเหลือมากกว่าที่ควรขอ  เพราะเห็นเพื่อนใจดี)

  • The little children did not know how much to pay for the candy, and Ralph took advantage of them.

(เด็กเล็กๆพวกนั้นไม่รู้ว่าจะจ่ายเงินค่าลูกอมเท่าไรดี  และราล์ฟหาประโยชน์-ฉวยโอกาสจากพวกเขา)  (ราล์ฟขายลูกอมให้เด็กแพงกว่าราคาจริงของมัน)

 

4. “Bear in mind”  -  จำไว้ในใจ

  • Bear in mind the rules of safety when you swim.

(จงจำกฎความปลอดภัยไว้  เมื่อคุณว่ายน้ำ)  (ปฏิบัติตามกฎแล้วคุณจะไม่จมน้ำ)

  • Jim’s father told him to bear in mind that his allowance had to last all week.

(พ่อของจิมบอกเขาให้จำไว้ว่า  เบี้ยเลี้ยงของเขาจะต้องใช้ไปตลอดทั้งสัปดาห์)  (คือ  อย่าใช้จ่ายเสียหมดในคราวเดียว  ให้เก็บไว้ใช้ตลอดทั้งสัปดาห์)

  • Bear in mind that I am not so young as I used to be.

(จำไว้ด้วยว่า  ผมไม่ได้เป็นเด็กเหมือนอย่างแต่ก่อน)  (อย่างที่เคยเป็น)

 

5. “Leave no stone unturned”  -  ค้นหาทุกหนทุกแห่งเท่าที่จะทำได้, พยายามอย่างเต็มที่, พยายามอย่างสุดกำลัง, พยายามทุกรูปแบบ, ทำทุกสิ่งทุกอย่างเท่าที่เป็นได้  (แปลตรงตัว  คือ  “ไม่ปล่อยให้หินก้อนไหนไม่ถูกพลิกหรือหงายดู)  (พลิกหินดูทุกก้อน  ราวกับว่าจะพบอะไรอยู่ใต้หิน)

  • Because you don’t believe what I told you, I’ll leave no stone unturned to convince you.

(เพราะว่าคุณไม่เชื่อในสิ่งที่ผมบอกคุณ  ผมจะทำทุกสิ่งทุกอย่างเท่าที่เป็นได้  เพื่อทำให้คุณเชื่อ)

  • Don’t worry.  We’ll find your stolen car.  We’ll leave no stone unturned.

(ไม่ต้องวิตกหรอก  เราจะหารถของคุณที่ถูกขโมยไป  เราจะค้นหาทุกหนทุกแห่งเท่าที่จะทำได้)

  • In searching for a nice place to live, we left no stone unturned.

(ในการค้นหาที่ดีๆเพื่ออยู่อาศัย  เราจะพยายามอย่างเต็มที่)  (หรือ  ค้นหาทุกหนทุกแห่งเท่าที่จะทำได้) 

  • The police will leave no stone unturned in their search for the bank robbers.

(ตำรวจจะทำทุกสิ่งทุกอย่างเท่าที่เป็นได้  ในการค้นหาโจรปล้นธนาคาร)  (จะพยายามอย่างสุดกำลังเพื่อค้นหาโจร)

 

6. “Ring a bell”  -  ทำให้นึกถึงอะไรบางอย่าง, ทำให้จำอะไรบางอย่างได้, ฟังดูคุ้นๆหู  (แปลตรงตัว  คือ  “สั่นกระดิ่ง หรือ สั่นระฆัง”)

  • Not even the cat’s meowing seemed to ring a bell with Judy.  She still forgot to feed him.

(แม้กระทั่งเสียงร้องเหมียวของแมวก็ดูเหมือนว่าไม่ทำให้จูดี้นึกถึงอะไรบางอย่าง  เธอยังคงลืมที่จะให้อาหารแมว)  (แม้กระทั่งเสียงร้องของแมวก็ไม่ทำให้จูดี้จำได้ว่า  ถึงเวลาที่จะต้องให้อาหารมันแล้ว)

  • When Ann told Father the name of the new teacher, it rang a bell, and Father said “James Carson!  I went to school with a James Carson.”

(เมื่อแอนบอกชื่อคุณครูคนใหม่แก่พ่อของเธอ  มันทำให้ (พ่อ) จำอะไรบางอย่างได้ (มันคุ้นๆหูพ่อ)  และพ่อพูดว่า  “เจมส์ คาร์สัน  ฉันไปโรงเรียนกับคนๆหนึ่ง ชื่อ  เจมส์ คาร์สัน”)  (ชื่อ เจมส์ คาร์สัน  ทำให้พ่อจำได้ว่าเขา (เคย) ไปโรงเรียนกับบางคน ที่ชื่อ เจมส์  คาร์สัน  คือ  เคยมีเพื่อนร่วมชั้นที่ชื่อนี้)

 

7. “Be about to”  -  ใกล้จะ, จวนจะ, เกือบจะ, พร้อมที่จะ

  • I am about to die.

(ผมใกล้จะ (จวนจะ) ตายอยู่แล้ว)

  • The man was about to leave when he noticed a large packing-case lying on the floor.

(ชายผู้นั้นจวนจะจากไป  เมื่อเขาสังเกตเห็นลังสำหรับบรรจุหีบห่อขนาดใหญ่วางอยู่บนพื้น)

  • His father is about to retire.

(พ่อของเขาจวนจะเกษียณอายุงานแล้ว)

  • She was just about to go on stage again.

(เธอพร้อมที่จะขึ้นแสดงบนเวทีอีกครั้ง)

  • It is about to rain very soon.

(ฝนจวนจะตกแล้วเร็วๆนี้)

  • We were about to leave when the snow began.

(เรากำลังจะจากไปเมื่อหิมะเริ่มตก)

  • I haven’t gone yet, but I’m about to.

(ผมยังไม่ได้ไปเลย  แต่ผมพร้อมจะไปแล้ว)

 

8. “By accident”  -  โดยบังเอิญ, โดยไม่เจตนา

  • I met him by accident in London last year.

(ผมพบเขาโดยบังเอิญ  ในลอนดอนเมื่อปีที่แล้ว)

  • She found out the truth about her husband by accident.

(เธอค้นพบความจริงเกี่ยวกับสามีของเธอโดยบังเอิญ)

 

9. “By mistake”  -  โดยเข้าใจผิด

  • She sent it to the wrong address by mistake.

(เธอส่งมันไปยังที่อยู่ที่ไม่ถูกต้อง  โดยเข้าใจผิด)

  • He picked up the wrong hat by mistake.

(เขาหยิบหมวกผิดใบไป  โดยเข้าใจผิด)

 

10. “Burn the candle at both ends”  -  ทำงานหนักมากและนอนดึกมากเวลากลางคืน, สำบุกสำบันร่างกายมากเกินไป, ทำงานและเล่นอย่างหนักเท่าๆกัน, ทำงานหรือเล่นหนักเกินไป  โดยพักผ่อนไม่เพียงพอ, เหน็ดเหนื่อยมากเกินไป  (แปลตรงตัว  คือ  จุดเทียนทั้ง  ๒  ปลาย  หรือทั้งหัวท้าย)  (เป็นวิธีที่จะใช้ประโยชน์อย่างสูงสุดจากเทียน  หรือ (โดยอุปมา) จากตนเอง)

  • To work all day and go out to parties every night is simply burning the candle at both ends.

(การทำงานตลอดวัน และออกไปงานเลี้ยงทุกคืน  เป็นการสำบุกสำบันร่างกายจนเกินไป

  • No wonder Mary is ill.  She has been burning the candle at both ends for a long time.

(ไม่ต้องประหลาดใจเลยที่แมรี่ป่วย  เธอได้สำบุกสมบันกับร่างกาย  โดยพักผ่อนไม่เพียงพอมาเป็นเวลานานแล้ว)

  • You can’t keep on burning the candle at both ends.

(คุณไม่สามารถที่จะสำบุกสำบันร่างกายมากเกินไปต่อไปเรื่อยๆ)  (ต้องเลิกเสีย และพักผ่อนให้เพียงพอ)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้