Essential Idioms (ตอนที่ 3)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

1. “Make up for”  -  ชดเชยสำหรับ

  • He was too ill to go to the children’s party, so we bought him a toy to make up for it.

(เขาป่วยเกินไปที่จะไปงานเลี้ยงของเด็กๆ  ดังนั้น  เราเลยซื้อของเล่นให้เขาเพื่อชดเชยสำหรับสิ่งนี้)

  • We made up for lost time by taking an airplane instead of a train.

(เราชดเชยเวลาที่เสียไปโดยการนั่งเครื่องบินแทนที่จะไปทางรถไฟ)

  • Saying you are sorry won’t make up for the damage of breaking the window.

(การพูดว่าคุณเสียใจ  จะไม่สามารถชดเชยความเสียหายจากการทำกระจกหน้าต่างแตก)  (คุณจ่ายค่ากระจกมาเสียจะดีกว่า)

  • Susan had to make up for the time she missed in school when she was sick, by studying very hard.

(ซูซานจำเป็นต้องชดเชยเวลาที่เธอขาดเรียนเมื่อตอนเธอป่วย  โดยการเรียนอย่างหนัก)  (คือ  เรียนหนักกว่าปกติเป็น  ๒  เท่า  เพื่อให้ทันเพื่อน เช่น  อาจนอนดึกกว่าปกติเพื่ออ่านหนังสือ  หรือทบทวนบทเรียนแทนที่จะออกไปเที่ยวในวันหยุด)

  • The beautiful view at the top of the mountain makes up for the hard climb to get there.

(ทิวทัศน์ที่สวยงามบนยอดเขา  ชดเชยการปีนไต่เขาที่ยากลำบากเพื่อไปให้ถึงที่นั่น)  (ความงดงามบนยอดเขา  ทำให้ลืมความเหน็ดเหนื่อยในการปีน  และทำให้รู้สึกว่า  การปีนครั้งนี้คุ้มค่า)

 

2. “In case of” (= In the event of)  -  ในกรณีที่อาจเกิด..........., เผื่อไว้สำหรับเกิดหรือมี..........      

  • There is a fire extinguisher on every floor in case of (in the event of) fire.

(มีเครื่องดับเพลิงอยู่ทุกชั้น (ของอพาร์ตเม้นต์, โรงแรม) ในกรณีที่เกิดไฟไหม้)  (คือมีเตรียมไว้เผื่อเกิดไฟไหม้)

  • In case of (In the event of) fire, take an emergency exit.

(ในกรณีที่เกิดไฟไหม้  ให้ใช้ทางออกฉุกเฉิน)

  • Take your umbrellas in case of rain.

(เอาร่มของคุณติดไปด้วยนะ  เผื่อฝนตก)

  • The wall was built along the river in case of floods.

(กำแพงถูกสร้างขึ้นตามฝั่งแม่น้ำเพื่อป้องกัน (หรือในกรณีที่เกิด) น้ำท่วม)

 

3. “In spite of” (= Despite = Notwithstanding)  -  ทั้งๆที่

  • He hasn’t been able to get a good job in spite of (= despite = notwithstanding) his having had an expensive education.

(เขาไม่สามารถหางานดีๆทำได้  ทั้งๆที่มีการศึกษาที่แพง)  (ไม่สามารถหางานดีได้  ทั้งๆมีการศึกษาหรือ เสียค่าเรียนราคาแพง)

  • He went on doing it in spite of (despite) our protests.

(เขาทำมันต่อไป  ทั้งๆที่การคัดค้าน-ประท้วงของเรา)

  • In spite of (despite) the bad storm John delivered his papers on time.  

(ทั้งๆที่มีพายุเลวร้าย  ทอมก็ยังไปส่งหนังสือพิมพ์ได้ตรงเวลา)  (ทอมเป็นเด็กส่งหนังสือพิมพ์)

  • In spite of (despite) all their differences, Mary and Ann remain friends.  

(ทั้งๆที่แตกต่างกันอย่างมากมายอย่างนั้น  แมรี่และแอนยังคงเป็นเพื่อนกันได้)

  • They went out in spite of (despite) the heavy rain.

(พวกเขาออกไปข้างนอกทั้งๆที่ฝนตกหนัก)

 

4. “In one’s name”  -  โดยใช้ชื่อของเขา,  ในนามของเขา  (เช่น  เช่ารถยนต์  หรือบริจาคเงิน

  • The car was rented in his name

(รถถูกเช่าในนามของเขา)

 

5. “Instead of” (= In lieu (ลู) of  =  In place of)  -  แทน,  แทนที่จะ

  • Instead of going home to his wife, he took his secretary to the cinema.

(แทนที่จะกลับบ้านไปหาภรรยา  เขาพาเลขาฯ ของเขาไปดูหนัง)

  • I wore mittens instead of (= in place of = in lieu (ลู) of) gloves.

(ผมสวมถุงมือแบบปล่อยให้นิ้วโผล่ออกมา  แทนถุงมือแบบคลุมนิ้ว)

  • The grown-ups had coffee but the children wanted milk instead of (= in place of = in lieu of) coffee.

(ผู้ใหญ่ดื่มกาแฟ  แต่เด็กๆต้องการนมแทนกาแฟ)

  • The boys went fishing instead of (= in place of = in lieu of) going to school.

(พวกเด็กผู้ชายไปตกปลาแทนที่จะไปโรงเรียน)

  • The Vice-President talked at the meeting instead of (= in place of = in lieu of) the President, because the President was sick.

(รองประธานาธิบดีกล่าวในที่ประชุมแทนท่านประธานาธิบดี  เพราะว่าท่านประธานาธิบดีป่วย)

  • The magician appeared on the program instead of (= in place of = in lieu of) a singer.

(นักมายากลปรากฏตัวในรายการแทนนักร้อง)  (เนื่องจากนักร้องป่วยหรือติดภารกิจ)

  • You ought to do some work, instead of sitting there reading the paper.

(คุณควรจะทำงาน  แทนที่จะนั่งอยู่ตรงนั้น (และ) อ่านหนังสือพิมพ์)

 

6. “Because of (= Due to = On account of = Owing to = By reason of = As a result of)  -  เนื่องมาจาก, เพราะว่า

  • The train arrived late because of (as a result of) the snowstorm.

(รถไฟล่าช้าเนื่องมาจากพายุหิมะ)

  • Because of (Due to) her friendly personality, she is admired by all her friends.

(เนื่องมาจากบุคลิกที่เป็นมิตรของเธอ  เธอได้รับการยกย่องโดยเพื่อนๆ ทุกคน)

  • Because of (On account of) his poor health, he could not work in a tropical country.

(เนื่องมาจากสุขภาพที่แย่ของเขา  เขาไม่สามารถทำงานในประเทศในเขตร้อน)

  • His injury was due to (because of) his careless use of the shot gun.

(บาดแผลของเขาเนื่องมาจากการใช้ปืนที่ลั่นออกมาอย่างไม่ระวัง)

  • Joe’s application to the university was not accepted due to (as a result of) his failing English.

(การสมัครเข้ามหาวิทยาลัยของโจมิได้รับการยอมรับ  เนื่องมาจากเขาสอบภาษาอังกฤษตก)

 

7. “Make fun of”  -  หัวเราะเยาะ, เยาะเย้ย, เย้ยหยัน, ล้อเลียน

  • Jim made fun of the new student because her speech was not like that of the other students.

(จิมหัวเราะเยาะ (ล้อเลียน) นักเรียนใหม่  เพราะว่าการพูดของเธอไม่เหมือนกับการพูดของนักเรียนคนอื่นๆในชั้น)  (จิมล้อเลียนเพื่อนใหม่ของเขา  เพราะเธอพูดสำเนียงแปลกๆ  เหน่อๆ)

  • We sometimes make fun of the fancy dress people wear at the party.

(เราบางครั้งก็หัวเราะเยาะชุดแฟนซีที่ผู้คนใส่ไปที่งานเลี้ยง)

  • We should not make fun of our friend in front of other people because he or she may feel ashamed.

(เราไม่ควรหัวเราะเยาะ (ล้อเลียน) เพื่อนของเราต่อหน้าคนอื่น  เพราะเขาหรือเธออาจรู้สึกอับอาย-กระดาก)

 

8. “A wet blanket”  -  คนที่ทำให้ผู้อื่นหมดสนุก  (แปลตรงตัว  คือ  “ผ้าห่มเปียก”)

  • Everyone wanted the party to go on, but Ronnie, the wet blanket, decided to go home to bed.

(ทุกคนต้องการให้งานเลี้ยงดำเนินต่อไป  แต่รอนนี่,  เจ้าคนที่ชอบทำให้คนอื่นหมดสนุก, ตัดสินใจกลับบ้านไปนอน)

 

9. “Feel no pain”  -  เมา  (แปลตรงๆ ตัว  คือ  “ไม่รู้สึกเจ็บปวด”)

  • Although the party had just begun, after his first drink, Bill was feeling no pain.

(แม้ว่างานเลี้ยงเพิ่งจะเริ่มต้น, หลังจากดื่มแก้วแรก, บิลกำลังเมา)

  • After a few drinks, the man felt no pain and began to act foolishly.

(หลังจากดื่มเข้าไปสองสามแก้ว  ชายคนนั้นเมาและเริ่มทำอะไรโง่ๆ)

 

10. “Eat humble pie”  -  ยอมรับผิดและขออภัย, ยอมรับการดูหมิ่นหรือความอับอาย, ถูกทำให้ต่ำต้อย  (แปลตรงตัว  คือ  “กินขนมพายที่ต่ำต้อย”)

  • After his candidate had lost the election, the boastful campaign manager had to eat humble pie.

(หลังจากผู้สมัคร (รับเลือกตั้ง) ของเขาแพ้การเลือกตั้ง  ผู้จัดการรณรงค์ (เลือกตั้ง) ที่ขี้โม้  จำต้องยอมรับผิดและขออภัย)  (ยอมรับว่าวางแผนหาเสียงไม่ดี  ทำให้พ่ายแพ้)

  • Tom told a lie about George, and when he was found out, he had to eat humble pie.

(ทอมพูดโกหกเกี่ยวกับจอร์ช  และเมื่อเขาถูกพบว่าทำเช่นนั้น  เขาจำเป็นต้องยอมรับผิดและขออภัย)  (จำต้องยอมสารภาพว่าพูดโกหก  และขอโทษจอร์ช)

  • In some old stories a boy with a stepfather has to eat humble pie.

(ในนิทานเก่าๆบางเรื่อง  เด็กชายที่มีพ่อเลี้ยง  จำต้องยอมรับการดูหมิ่นจากพ่อฯ)  (เนื่องจากเขาต้องพึ่งพาอาศัยพ่อเลี้ยง  จึงยอมรับการดูหมิ่นเหยียดหยามจากพ่อฯ)

 

11. “Easy money”  -  เงินที่ได้มาอย่างง่ายๆ โดยไม่ต้องทำงานหนัก, เงินที่ได้มาโดยไม่ต้องใช้ความพยายาม หรือออกเรี่ยวออกแรง  (แปลตรงตัว  คือ  “เงินง่าย”)

  • Young people who look for easy money are usually disappointed.

(คนหนุ่มสาวผู้ซึ่งมองหาเงินง่ายๆ (ได้มาโดยไม่ต้องทำงานหนัก) มักจะผิดหวังอยู่เสมอ)  (เพราะยากที่จะได้เงินมาโดยไม่ต้องทำงานหนัก)

  • The movie rights to a successful play mean easy money to the writer of the play.

(ค่าลิขสิทธิ์ภาพยนตร์จากละครที่ประสบความสำเร็จ (มีคนดูเยอะ) หมายถึงเงินง่ายสำหรับผู้เขียนบทละคร)  (เพราะผู้เขียนบทละครจะได้เงินจากค่าลิขสิทธิ์การนำไปสร้างภาพยนตร์ฟรีๆ  โดยไม่ต้องลงทุนลงแรงอะไรเพิ่ม)

 

12. “Get (Be) used to”  -  คุ้นเคย, เคยชิน  

{ต้องตามด้วย คำนาม หรือ  “Gerund” (Verb + ing)   เพราะในที่นี้   “To”  เป็น“Preposition”   สำหรับ  “Get used to”  หรือ  “Be used to  จะใช้กับเหตุ การณ์ในอดีต   หรือ ปัจจุบัน  หรือ อนาคต  ก็ได้}

  • We got used to playing football when we were in college.

(เราเคยชินกับการเล่นฟุตบอล เมื่อตอนเราเรียนมหาวิทยาลัย)  (ปัจจุบันไม่ได้เล่นแล้ว)

  • They get used to eating out because they are not good at cooking.

(พวกเขาคุ้นเคยกับการกินอาหารนอกบ้าน  (ในปัจจุบัน) เพราะปรุงอาหารไม่เก่ง)

           - He is used to getting up late.

(เขาคุ้นเคยกับการตื่นสาย) (ปัจจุบัน)

  • She was used to watching TV late at night.

(เธอคุ้นเคยกับการดูทีวีจนดึกเวลากลางคืน) (เป็นอดีต)  (ปัจจุบันไม่ได้ทำเช่นนั้นแล้ว)

  • They are used to cold weather.

(พวกเขาคุ้นเคยกับอากาศเย็น) (ปัจจุบัน)

  • You will be used to living in hot weather very soon.

(คุณจะคุ้นเคย-เคยชินกับการอาศัยอยู่ใน (เขต) อากาศร้อนในเร็วๆนี้) (เป็นอนาคต)

  • My friend doesn’t like being without any servants because she has never been used to cooking her meals.

(เพื่อนของผมไม่ชอบอยู่โดยไม่มีคนรับใช้  เพราะว่าเธอไม่เคยคุ้นเคย-เคยชินกับการปรุงอาหารของเธอ)  (ไม่คุ้นเคยตั้งแต่ในอดีต  มาจนถึงปัจจุบัน)

  • He is used to living in Bangkok and so doesn’t mind the noise and the crowded conditions. 

(เขาคุ้นเคย-เคยชินกับการอาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ  และ ดังนั้น  จึงไม่รังเกียจเสียงดังและสภาพที่แออัด)  (เป็นปัจจุบัน)

  • They will get used to reading English newspapers.

(พวกเขาจะคุ้นเคย-เคยชินกับการอ่านหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษ)  (ในอนาคต)

  • He got used to living in an apartment.

(เขาคุ้นเคยหรือเคยชินกับการอาศัยอยู่ในอพาร์ตเม้นต์)  (ในอดีต)  (ปัจจุบันไม่ได้อยู่แล้ว)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้