หมวดสำนวน(Idiom) ในภาษาอังกฤษ (ตอนที่20)

· make someone’s blood boil(ทำให้เลือดเดือด) = ทำให้โกรธอย่างมาก

          -    Whenever she thinks of her dishonest boyfriend, it makes her blood boil.(เมื่อใดก็ตามที่เธอนึกถึงเพื่อนชายที่ไม่ซื่อของเธอ มันทำให้เธอโกรธจัด)

          -    It just makes his blood boil to think of the amount of food that gets wasted around here.(มันทำให้เขาโมโหจัดเมื่อนึกถึงปริมาณอาหารที่กินทิ้งกินขว้างแถวๆนี้ – สถานที่นิ้ –  บริเวณนี้)

· make someone’s blood run cold (ทำให้เลือดเย็น) = ทำให้ตกใจหรือกลัว

          -    The terrible story in the newspaper makes my blood run cold.(เรื่องสยองขวัญ -  น่ากลัว–ในหนังสือพิมพ์ทำให้ผมกลัว)

          -    I could tell you things about prisons that would make your blood runcold.(ผมสามารถเล่าให้คุณฟังถึงสิ่งต่างๆเกี่ยวกับคุก ซึ่งจะทำให้คุณผวาเลยทีเดียว)

· make someone’s hair stand on end (ทำให้ขนหัวลุก) = เป็นเหตุให้ตกใจกลัวอย่างมาก

          -    The ghost story made our hair stand on end.(เรื่องผีๆทำให้พวกเราขนหัวลุก)

          -  The horrible scream made her hair stand on end.(เสียงกรีดร้องโหยหวนทำให้เธอตกใจซะจนตัวสั่น)

· make someone’s mouth water (ทำให้น้ำลายไหล – ในที่นี้ water เป็นคำกริยา แปลว่า มีน้ำไหลออกมา) = ทำให้หิวหรืออยากกิน

          -   That beautiful salad makes my mouth water.(สลัดที่สวยงามจานนั้นทำให้ผมอยากกิน)

          -   Talking about food makes her mouth water.(การพูดคุยเกี่ยวกับอาหารทำให้เธอหิว)

· make someone the scapegoat(แพะรับบาป) for something (ทำให้เป็นแพะรับบาปในเรื่อง.........) = ทำให้ถูกตำหนิในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง

          -    Don’t try to make me the scapegoat.  I’ll tell who really did it.(อย่าพยายามทำให้ผมถูกตำหนิเลย ผมจะบอกให้ก็ได้ว่าจริงๆแล้วใครเป็นคนทำ)

          -    They made Jim the scapegoat for the whole affair.  It was not all his fault.(พวกเขาทำให้จิมถูกตำหนิสำหรับเรื่องทั้งหมด แต่มันไม่ใช่ความผิดของเขาเลยจริงๆ)

· make something from scratch = ทำบางสิ่งบางอย่างโดยเริ่มต้นจากองค์ประกอบหรืออุปกรณ์พื้นฐาน

          -   We made the cake from scratch, using no prepared ingredients.(เราทำขนมเค้กจากส่วนประกอบง่ายๆ ไม่ได้ใช้ส่วนผสมที่ต้องตระเตรียมอะไรเลย)

          -   I didn’t have a ladder, so I made one (ladder) from scratch.(ผมไม่มีบันได –สำหรับใช้ปีนป่าย –ผมเลยสร้างมันซะหนึ่งอันจากเศษไม้ที่มีอยู่)

· go down in history = ได้รับการจดจำว่ามีความสำคัญในประวัติศาสตร์

          -   This is the greatest part of the century.  I bet it’ll go down in history.(นี่เป็นช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของศตวรรษ ผมพนันได้เลยว่ามันจะต้องได้รับการจดจำว่ามีความสำคัญในประวัติศาสตร์)

          -   President Obama is so great.  I’m sure that he’ll go down in history.(ท่านประธานาธิบดีโอบามานี่วิเศษมากเลย ผมมั่นใจว่าท่านจะต้องได้รับการบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์)

· go Dutch = ช่วยออกหรือแชร์ค่าอาหารหรือค่าใช้จ่ายอื่นๆ

          -   Jane : Let’s go out and eat.(เจน : เราออกไปข้างนอก หาอะไรกินกันเถอะ)

              Mary : Okay, but let’s go Dutch.(แมรี่ : ตกลง แต่ว่าต้องแชร์ค่าอาหารกันนะ)

          -   It’s getting expensive to have Sally for a friend.  She never wants to go Dutch.(มีค่าใช้จ่ายแพงมากที่จะมีแซลลี่เป็นเพื่อนเรา เธอไม่ต้องการจะแชร์ค่าใช้จ่ายต่างๆกับเราเลย)

· go back on one’s word = ผิดคำสัญญาที่ให้ไว้

          -   Going back on your word makes you a liar.(การผิดสัญญาที่ให้ไว้ทำให้คุณเป็นคนโกหก)

          -   I hate to go back on my word, but I won’t pay you $ 100 after all.(ผมเกลียดที่จะผิดคำมั่นสัญญา แต่ผมจะไม่จ่ายเงินหนึ่งร้อยเหรียญให้คุณแน่)

· go away empty-handed (จากไปมือเปล่า) = จากไปโดยไม่มีหรือได้อะไรเลย

          -   They came hoping for some food, but they had to go away empty-handed.(พวกเขามาด้วยความหวังที่จะได้อาหารไปบ้าง แต่ก็จำต้องกลับไปมือเปล่า)

          -   I hate for you to go away empty-handed, but I cannot afford to contribute any money.(ผมไม่อยากให้คุณต้องกลับไปมือเปล่าหรอก แต่ผมไม่มีเงินพอที่จะช่วยเหลืออะไรคุณได้เลย)

· go like clockwork (ดำเนินไปเหมือนเครื่องกลไกของนาฬิกา) = ดำเนินไปด้วยความเที่ยงตรงสม่ำเสมอและเชื่อถือได้

          -      The building project is progressing nicely.  Everything is going like clockwork.(โครงการก่อสร้างกำลังเดินหน้าไปอย่างดี ทุกสิ่งทุกอย่างดำเนินไปอย่างสม่ำเสมอและน่าเชื่อถือ)

          -      The elaborate pageant(แพจ-เจิ้นท์) was a great success.  It went like clockwork from start to finish.(การแห่แหน – หรือการแสดงกลางแจ้ง – ที่ทำอย่างประณีตประสบความสำเร็จอย่างมาก มันดำเนินไปอย่างสม่ำเสมอและยอดมากตั้งแต่ต้นจนจบ)

· come to an end = จบสิ้น, ยุติ

          -      The party came to an end at midnight.(งานเลี้ยงยุติเวลาเที่ยงคืน)

          -      Her life came to an end late yesterday.(ชีวิตของเธอสิ้นสุดลง – เธอตาย – ตอนสายเมื่อวานนี้)

· come to an untimely end (= come to an early death) = ตายก่อนเวลาอันควร (แปลตรงๆคือ มาถึงจุดจบในเวลาที่ไม่สมควร)

          -      Cancer caused Mrs. Smith to come to an untimely end.(มะเร็งทำให้นางสมิธตายก่อนเวลาอันควร)

          -      Poor Mr. Jones came to an untimely end in a car accident.(มิสเตอร์โจนส์ผู้น่าสงสารตายก่อนเวลาอันควรจากอุบัติเหตุทางรถยนต์)

· come to a standstill = หยุด, หยุดนิ่ง (ชั่วคราวหรือถาวร)

          -      The party came to a standstill until the lights were turned on again.(งานเลี้ยงหยุดไปพักหนึ่งจนกระทั่งมีคนเปิดไฟขึ้นอีกครั้ง)

          -      The building project came to a standstill because the workers went on strike. (โครงการก่อสร้างหยุดนิ่งไปเนื่องจากคนงานนัดหยุดงาน)

· come to grief = ประสบอุบัติเหตุร้ายแรงหรือผิดหวัง, พบปัญหาหรือความหายนะ, ทำลาย, อับปาง (เรือ), ล้มเหลว, จบอย่างไม่สวย

          -       The wedding party came to grief when the bride passed out.(งานเลี้ยงงานแต่งงานมีปัญหาเมื่อเจ้าสาวเป็นลมกลางงาน)

          -   Bill came to grief while learning to drive a car. (บิลประสบอุบัติเหตุร้ายแรงขณะเขาพยายามเรียนขับรถยนต์)

          -   Nick’s hopes for a new house came to grief when the house he was building burned down. (ความหวังของนิคที่จะมีบ้านหลังใหม่ต้องพังทลายไปสิ้น เมื่อบ้านที่เขาสร้างไฟไหม้หมด)

          -   The whaling ship came to grief off Cape Good Hope. (เรือล่าปลาวาฬอับปางที่แหลมกู๊ดโฮ้ป)

          หมายเหตุ : grief = ความเศร้าโศก, ความระทมทุกข์, ความคับข้องใจ, สิ่งที่ทำให้เสียใจมาก, ปัญหา, ความยุ่งยาก

· come to light = ปรากฏขึ้น, ถูกค้นพบหรือเปิดเผย, เป็นที่รู้กัน

          -      Some interesting facts about his past have just come to light.(ข้อเท็จจริงที่น่าสนใจบางอย่างเกี่ยวกับอดีตของเขาเพิ่งจะโผล่ขึ้นมา)

          -      If too many bad things come to light, you may lose your job.(ถ้าสิ่งเลวร้ายต่างๆมากมาย –เกี่ยวกับตัวคุณ – โผล่ขึ้นมา คุณอาจจะตกงาน)

          -      John’s thefts from the bank where he worked came to light when the bank examiners made an inspection. (การลักทรัพย์ – ขโมยของ – ของจอห์นจากธนาคารที่เขาทำงานอยู่ถูกค้นพบเมื่อผู้ตรวจของธนาคารทำการตรวจสอบ)

          -      When the old woman died, it came to light that she was actually rich. (เมื่อหญิงชราตาย มันถูกค้นพบว่าเธอร่ำรวยจริงๆ)

          -      New facts about ancient Egypt have recently come to light. (ข้อเท็จจริงใหม่ๆเกี่ยวกับอียิปต์โบราณถูกค้นพบเมื่อเร็วๆมานี้)

· come (or get) to the point = พูดเข้าประเด็นหรือเรื่องสำคัญ, มาถึงข้อเท็จจริงสำคัญของเรื่อง, มาถึงคำถามหรือข้อเท็จจริงสำคัญ

          -      He has been talking a long time.  I wish he would come to the point.(เขาคุยจ้ออยู่นานแล้ว ผมหวังว่าเขาจะเข้าประเด็นเสียที)

          -      We are talking about money, Bob!  Come on, get to the point.(เรากำลังพูดเรื่องเงินกันอยู่นะบ๊อบเอาน่ะ (คุณควร) พูดเข้าประเด็นเสียที– คือพูดเกี่ยวกับเรื่องเงิน)

          -      Henry was giving a lot of history and explanation, but his father asked him to come (get) to the point. (เฮนรี่กำลังให้ – เล่า – เรื่องในอดีตและคำอธิบายมากมาย – ที่นำไปสู่ปัญหาของตัวเขา – แต่พ่อของเขาขอให้เขาพูดแต่ประเด็นสำคัญ– คือไม่ต้องสาธยายมาก)

          -      A good newspaper story must come right to the pointand save the details for later. (เรื่องในหนังสือพิมพ์ที่ดีจะต้องเริ่มต้นด้วยเรื่องที่สำคัญที่สุดก่อน และเล่ารายละเอียดที่เหลือทีหลัง)

· come to think of it = ผมเพิ่งจำได้ว่า.............., ตอนนี้ผมนึกออกแล้ว, จริงๆนะ......., เมื่อผมคิดอีกทีนะ.........

          -   Come to think of it, I know someone who can help. (จริงๆนะ ผมรู้จักคนที่จะช่วยพวกเราได้)

          -   I have a screwdriver in the trunk of my car, come to think of it.(ผมมีไขควงอยู่ในกระโปรงท้ายรถ ผมเพิ่งนึกออก)

          - Come to think of it, I should write my daughter today. (ผมเพิ่งจำได้ว่า ผมควรเขียนจดหมายถึงลูกสาววันนี้)

          - Come to think of it, he has already been given what he needs. (จริงๆนะ เขาได้ในสิ่งที่เขาต้องการแล้ว)

· common touch = ความสามารถที่จะเป็นมิตร (เข้ากันได้) กับชาวบ้านหรือคนทั่วไป, กิริยาท่าทางเป็นมิตรกับทุกคน

          - Voters like a candidate who has the common touch. (ผู้ลงคะแนนชอบผู้สมัครที่เป็นมิตรกับประชาชนทั่วไป)

· come true = เกิดขึ้นจริง, เปลี่ยนจากความฝันหรือแผนเป็นความจริง

          - When I got married, all my dreams came true.(เมื่อผมได้แต่งงาน ความฝันทั้งหมดของผมก็กลายเป็นความจริงขึ้นมา)

          - Coming to the big city was like having my wish come true.(การได้มา – เที่ยวหรืออาศัย – ในเมืองใหญ่เหมือนกับความปรารถนาของผมกลายเป็นความจริง)

          - It was a dream come true when he met the President.(ความฝันของเขากลายเป็นจริงเมื่อเขาได้พบท่านประธานาธิบดี)

          - His hope of living to 100 did not come true.(ความหวังของเขาที่จะมีอายุถึงร้อยปีไม่กลายเป็นจริง –คือเขาตายก่อนอายุครบร้อยปี)

          - It took years of planning and saving, but their seagoing vacation came true at last.(พวกเขาวางแผนและเก็บหอมรอมริบกันหลายปี ในที่สุดความฝันที่จะได้ไปเที่ยวทะเลก็กลายเป็นจริงขึ้นมา – คือได้ไปเที่ยวทะเลจริงๆ)

· can’t (or cannot) see beyond the end of one’s nose (แปลตรงๆคือ ไม่สามารถมองเห็นไกลเกินไปกว่าปลายจมูกของตนเอง) = ไม่ตระหนักหรือรู้ถึงสิ่งต่างๆที่จะเกิดขึ้นในอนาคต, ไม่มีสายตายาวไกล, คิดแต่เรื่องของตนเอง

          -   John is a very poor planner.  He can’t see beyond the end of his nose.(จอห์นเป็นนักวางแผนที่ห่วยแตก เขาไม่มีสายตายาวไกลหรือมองไม่ทะลุอนาคต)

          -      Ann can’t see beyond the end of her nose.  She is very self-centered.(แอนไม่สามารถมองเห็นไกลถึงอนาคต เธอคิดเป็นหรือห่วงแต่เรื่องของตัวเอง)

· can’t (or cannot) see one’s hand in front of one’s face (แปลตรงๆคือ ไม่สามารถมองเห็นมือตนเองที่อยู่ต่อหน้าต่อตาของตน) = ไม่สามารถมองไปได้ไกล มักจะเป็นเพราะว่าความมืดหรือมีหมอกลง

          -      It was so dark that I couldn’t see my hand in front of my face.(มันมืดมากจนกระทั่งผมมองไม่เห็นมือที่อยู่ข้างหน้าตัวเอง)

          -      Bob said that the fog was so thick that he couldn’t see his hand in front of his face.(บ๊อบกล่าวว่าหมอกลงหนามากจนกระทั่งเขามองไม่เห็นมือตนเอง)

· in brief = โดยสรุป, โดยย่อ (ใช้พูดเพื่อไม่ต้องอธิบายในรายละเอียด)

          -      There are strikes in the factories, outbreaks of violence in the streets……In brief, the country is in a serious situation.(มีการนัดหยุดงานในโรงงาน มีการเกิดขึ้นของความรุนแรงตามท้องถนน โดยสรุปก็คือ ประเทศอยู่ในสถานการวิกฤตร้ายแรง)

· bring about = เป็นเหตุให้เกิด (ทีละน้อย), สร้าง, นำไปสู่

          -      His kindness brought about a change in her attitude towards him. (ความกรุณาของเขาทำให้ทัศนคติของเธอที่มีต่อเขาเปลี่ยนไป)

          -      The war had brought about great changes in living.(สงครามก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างมากมายในวิถีชีวิตของผู้คน – คือรูปแบบที่ผู้คนปฏิบัติต่อกัน)

          -      Drink brought about his downfall.(การดื่มนำไปสู่ความหายนะของเขา – ทำให้เขาล้มเหลวในชีวิต)

· take one’s breath (เบรธ) away (เอาลมหายใจของผู้ใดผู้หนึ่งไป) = ทำให้ประหลาดใจมากจนพูดไม่ออก

          -      When his girlfriend suddenly told him that she was going away for a year, it took his breath away.(เมื่อแฟนของเขาบอกว่าเธอจะไป – อยู่ที่อื่น – เป็นเวลาหนึ่งปี มันทำให้เขางงเต้กจนพูดไม่ออก)

· bring in = 1. สร้าง, ให้ผล (ตอบแทน)

          -      His shares bring (him) an income of $ 10,000 a year.(หุ้นของเขาให้ผลกำไรปีละหมื่นเหรียญ)

                  2. นำเข้ามาใช้ (แฟชั่นใหม่ๆ)

          -  This is the biggest change in women’s clothes since they brought in the mini-skirt.(นี่เป็นความเปลี่ยนแปลงที่ใหญ่โตที่สุดในเรื่องเสื้อผ้าสตรี ตั้งแต่ที่พวกเขานำ (แฟชั่น) กระโปรงสั้นเข้ามา)

· broke = ถังแตก, ไม่มีเงิน

          -         I can’t lend you anything.  I’m broke myself.(ผมไม่มีตังค์ให้คุณยืมหรอก ตัวผมเองก็ถังแตก)

·  to the best of = ดีเท่าที่จะสามารถทำได้, เท่าที่ทราบ

          -    I shall serve you to the best of my ability.(ผมจะขอรับใช้คุณให้สุดความสามารถเลยครับ)

          -    To the best of my knowledge, he has not worked here for over 10 years.(เท่าที่ผมรู้นะ เขาไม่ได้ทำงานที่นี่มากว่าสิบปีแล้ว)

· few and far between = มีไม่มาก, หายาก, มีน้อยและอยู่กระจัดกระจาย, มิได้พบหรือเจอบ่อย

          -         Petrol stations are few and far between on these country roads.(ปั๊มน้ำมันหายากตามถนนในชนบท)

          -         Good people like Jim are few and far between.(คนดีดีอย่างจิมหาได้ยาก)

          -         Places where you can get water are few and far between in the desert.(ที่ๆคุณจะหาน้ำได้มีอยู่น้อยและกระจัดกระจายในทะเลทราย)

          -         Really exciting games are few and far between.(เกมส์ที่น่าตื่นเต้นจริงๆหาไม่ค่อยเจอหรอก)

· let things slide (ปล่อยให้สิ่งต่างๆลื่นไถล) =ไม่เอาใจใส่, ปล่อยให้เสื่อม, ไม่ทำอะไรกับสิ่งเหล่านั้น

          -      The farm is not what it was in old Jack’s time.  His sons have let thingsslide.(ฟาร์มไม่เป็นเหมือนในสมัยแจ๊คผู้ชรา ลูกๆของเขาไม่เอาใจใส่มันเลย)

· not in my line = ไม่ใช่สิ่งที่ตนเองคุ้นเคย

          -   Stamp collecting is not in my line.  I prefer outdoor amusements.(การสะสมแสตมป็มิใช่สิ่งที่ผมคุ้นเคยหรอก ผมชอบความสนุกสนานกลางแจ้งมากกว่า)

· last but not least (ท้ายสุดแต่ไม่น้อยที่สุด) = มาถึงหรือถูกกล่าวถึงเป็นคนสุดท้าย แต่ไม่ใช่สำคัญน้อยที่สุด

          -  Last but not least I must thank my parents, who have helped us so much.(ขอกล่าวถึง – พ่อแม่ – เป็นคนสุดท้าย แต่มิใช่ว่าจะสำคัญน้อยที่สุด ผมต้องขอบคุณพ่อแม่ของผม ผู้ซึ่งได้ให้ความช่วยเหลือผมมากมายเหลือเกิน)

          -      Billy will bring sandwiches, Alice will bring cake, Susan will bring cookies, John will bring potato chips, and last but not least, Sally will bring the lemonade. (บิลลี่จะเอาแซนวิชมา อลิซจะเอาเค็กมา ซูซานจะเอาขนมคุกกี้มา จอห์นจะเอามันฝรั่งทอดมา และท้ายสุดแต่มิใช่ว่าสำคัญน้อยสุด แซลลี่จะเอาน้ำมะนาวมา – แซลลี่ถูกกล่าวถึงเป็นคนสุดท้าย แต่น้ำมะนาวของเธอก็มีความสำคัญต่อการปิคนิคเท่ากับสิ่งของอื่นๆ)

· from hand to mouth (จากมือถึงปาก) = ชักหน้าไม่ถึงหลัง, หาเช้ากินค่ำ, หามาได้เท่าไรก็ใช้ไปจนหมด ทำให้ไม่อาจเก็บออมไว้ได้ (หมายถึงหามาได้เท่าไรก็เอาเข้าปากกินทันที ไม่มีพอที่จะเก็บออมไว้)

          - I’m tired of living from hand to mouth.  I want a job where I can save  money.(ผมเบื่อที่จะมีชีวิตแบบหาเช้ากินค่ำ ผมอยากได้งานที่สามารถเก็บหอมรอมริบได้)

· out of hand = บานปลาย, ควบคุมไม่อยู่

          -  You must be firm with the boys or they will get out of hand(คุณต้องเด็ดขาดกับเด็กพวกนั้นนะ มิฉะนั้นพวกเขาจะคุมไม่อยู่)

          -   Peter’s birthday party got out of hand and the children were naughty.(งานเลี้ยงวันเกิดปีเตอร์คุมไม่อยู่ – เละตุ้มเป๊ะ – เพราะเด็กๆซุกซนกันมากแบบจับปูใส่กระด้ง)

          -  Small puppies often get out of hand.(ลูกหมาเล็กๆมักจะคุมไม่ค่อยอยู่ – เพราะซนมาก)

· lose one’s shirt (เสียเสื้อไป, ทำเสื้อหาย) = เสียเงินไปทั้งหมดหรือเกือบทั้งหมด

          - Uncle Joe spent his life savings (เงินออม) to buy a store, but it failed, and he lost his shirt.(ลุงโจใช้จ่ายเงินที่ออมมาทั้งชีวิตซื้อร้าน (ขายของ) แต่ทว่า (ร้าน) ล้มเหลว และเขาต้องสูญเสียเงินไปทั้งหมด)

          - Tom lost his shirt betting on the horses. (ทอมพนันเงินก้อนโตที่สนามแข่งม้า และเสียพนันไปทั้งหมด)

· chalk and cheese (ชอล์กและเนยเหลว) = แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

          -  Mary and Tom are not compatible, they are like chalk and cheese.  She is a serious, conscientious type while he is erratic and care-free.(แมรี่และทอมไปด้วยกันไม่ได้เลย เขาทั้งสองแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง แมรี่เป็นคนประเภทเอาจริงเอาจัง(serious) และมีสติรอบคอบ(conscientious) ในขณะที่ทอมเป็นคนเอาแน่ไม่ได้ (ไม่มีหลักมีเกณฑ์)(erratic) และไม่กังวลห่วงใยอะไร care-free)

          -   Our relationship works because we are aware of our differences, we accept that we are chalk and cheese.(ความสัมพันธ์ของเราไปได้ดีเพราะว่าเราตระหนักถึงความแตกต่างของกันและกัน เรายอมรับว่าเราแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง)

· get through = ผ่านพ้นไปได้ (ปัญหา, ความยุ่งยาก, ความเจ็บไข้), ทำสำเร็จ (งาน, หน้าที่), ผ่าน (การสอบ)

          - Does the doctor think that the man will get through?(คุณหมอคิดว่านายคนนั้นจะหายป่วยหรือเปล่าครับ)

          -  These laborers are getting through their work slowly.(กรรมกรเหล่านี้กำลังทำงานผ่านไปได้ – สำเร็จ – อย่างช้าๆ)

          -  John has got through the examination.  He has passed it.(จอห์นสอบเสร็จไปแล้ว และเขาสอบผ่านด้วย)

· make peace = ปรองดอง, นำมาซึ่งสันติภาพ

          -  There had been feuds for ages between the two countries; they finally decided to make peace.(มีเรื่องพิพาทบาดหมางกันมานมนานแล้วระหว่างสองประเทศนี้ แต่ในที่สุดทั้งสองก็ตัดสินใจปรองดองกัน)

          -  The United States tried to make peace between itself and Cuba.(สหรัฐฯพยายามนำมาซึ่งความปรองดองระหว่างตนเองและคิวบา)

· give the show away = ปล่อยให้ความลับถูกเปิดเผย

          -  A : Is that what you’ve bought Mother for her birthday?

                 (นั่นคือสิ่งที่คุณซื้อให้แม่สำหรับวันเกิดใช่ไหม)

          -   B : Yes, but don’t give the show away.

                  (ใช่แล้วแต่อย่าบอกความลับนี้ให้ใครรู้นะ – ว่าผมซื้อของสิ่งนี้มาให้แม่)

· on the right side of = (อายุ, ตัวเลข) ต่ำกว่านิดหน่อย

         -       He is on the right side of 50. (เขาอายุต่ำกว่าห้าสิบเล็กน้อย)

· on the wrong side of = (อายุ, ตัวเลข) เกินกว่าเล็กน้อย

         -       She is on the wrong side of 30. (เธออายุเกินกว่าสามสิบนิดหน่อย)

· come to terms = บรรลุข้อตกลง

         -      Management and the labor union came to termsabout a new wage agreement and a strike was avoided.(ฝ่ายบริหารและสหภาพแรงงานบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับสัญญา (ข้อตกลง) ค่าจ้างฉบับใหม่ และการนัดหยุดงานก็เลยถูกเลี่ยง (ระงับ) ไป)

· come to one’s senses = ตั้งสติ, ประพฤติตนอย่างมีเหตุผล–ฉลาด, ทำตัวตามปกติหรืออย่างที่ควรทำ, คิดอย่างกระจ่าง

          -      Don’t act so foolishly.  Come to your senses.(อย่าทำอะไรโง่ๆน่ะ ทำตัวแบบมีเหตุผลหน่อย)

          -      A boy threw a snowball at me and before I could come to mysenses he ran away.(เจ้าเด็กนั่นขว้างก้อนหิมะใส่ผม และก่อนที่ผมจะตั้งสติได้ มันก็เผ่นแน่บไปแล้ว)

· a heavy heart = ความรู้สึกเศร้าโศก ไม่มีความสุข

          -      They had very heavy hearts as they went to the funeral. (พวกเขาเศร้าโศก ไม่มีความสุขขณะที่ไปงานศพ)

· come hell or high water = ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น

          -       Grandfather said he would go to the fair, come hell or high water. (คุณปู่บอกว่าแกจะไปตลาดนัด – ตลาดแสดงและขายสินค้า – ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม – คืออยากไปมากๆ ต้องไปให้ได้) (แปลตรงๆคือ ไม่ว่านรกหรือน้ำขึ้นสูงจะโผล่มา)

· a labor of love = สิ่งที่ทำไปเพื่อความสำราญ – เพลิดเพลิน – มิใช่เพื่อเงินหรือกำไร (แปลตรงๆคือ แรงงานแห่งความรัก)

         -   Building the model railroad was a labor of love for that retired engineer. (การสร้างรางรถไฟจำลองเป็นความเพลิดเพลินของวิศกรเกษียณอายุแล้วคนนั้น – เขาสนุกกับการทำมัน มิใช่เพื่อเงิน)

· laugh off = ทำให้เป็นเรื่องไม่สำคัญหรือจริงจังโดยการหัวเราะออกมา (อาจเป็นการแกล้งหัวเราะเพื่อกลบเกลื่อนความอับอายหรือทำให้เรื่องร้ายแรงดูเป็นเรื่องไม่สำคัญ)

          -   You should not laugh off a ticket for speeding.  (คุณไม่ควรหัวเราะใส่ใบสั่งข้อหาขับรถเร็วนะ -  คือควรคิดว่าเป็นเรื่องร้ายแรง ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ)

          -   He had a bad fall while ice skating but he laughed it off. (เขาล้มกลิ้งไม่เป็นท่าระหว่างเล่นสเก๊ตน้ำแข็ง แต่ก็หัวเราะออกมาเพื่อให้ (คนอื่น) เห็นว่ามิใช่เรื่องร้ายแรงอะไร – คือไม่ยอมให้การหกล้มมารบกวนใจ)

· lead someone by the nose = จูงจมูก, ควบคุมเต็มที่, ทำให้หรือชวนให้ผู้อื่นทำอะไรตามที่ตนต้องการ

          -      Don’t let anyone lead you by the nose; use your own judg(e)mentand do the right thing.(อย่าให้ใครก็ตามมาจูงจมูกคุณ จงใช้วิจารณญานของคุณเองและทำในสิ่งที่ถูกต้อง)

· leave hanging (or leave hanging in the air) = ปล่อยทิ้งไว้โดยยังไม่ตัดสินใจหรือแก้ปัญหาให้เสร็จสิ้น (แปลตรงๆคือ ปล่อยให้แขวนหรือห้อยไว้ – ในอากาศ)

           -  Because the committee could not decide on a time and place, the matter of the spring dance was left hanging.(เนื่องจากว่าคณะกรรมการไม่สามารถตัดสินใจเกี่ยวกับเรื่องเวลาและสถานที่ เรื่องของงานเต้นรำในฤดูใบไม้ผลิจึงถูกปล่อยทิ้งไว้ก่อน)

           -   Ted’s mother did not know what to do about the broken window, so punishment was left hanging in the air until his father came home. (แม่ของเท็ดทำอะไรไม่ถูกเกี่ยวกับหน้าต่างกระจกที่แตก – จากฝีมือของเท็ด – ดังนั้นการลงโทษเท็ดจึงถูกพักเอาไว้ก่อนจนกว่าพ่อจะกลับมา) (แม่จะปรึกษาพ่อว่าควรลงโทษเท็ดอย่างไรดี)

· leave holding the bag (หรือ sack) = ปล่อยให้รับผิดชอบหรือรับคำตำหนิแต่ผู้เดียว ทั้งๆที่คนอื่นควรมีส่วนด้วย (แปลตรงๆคือ ปล่อยให้ถือถุงหรือกระสอบ)

           -       When the ball hit the glass, the team scattered and left Tom holding the bag.(เมื่อลูกบอลไปโดนกระจกแตก สมาชิกของทีมก็กระจายแยกย้ายกันไป ปล่อยให้ทอมโดนด่าอยู่คนเดียว)

· leave (หรือ abandon ) someone in the lurch = ทอดทิ้งในยามยาก, ปฏิเสธที่จะช่วยหรือสนับสนุน, ปล่อยทิ้งให้อยู่ในสภาพที่ลำบากใจ (แปลตรงๆคือ ทอดทิ้งใครสักคนในขณะที่กำลังเซถลา) (lurch – เลิร์ช - = การเซถลา, การซวนเซ, การเอียงวูบ)

          -       The big bully caught Eddie, andJim left him in the lurch.(เจ้าขี้รังแกตัวใหญ่จับตัวเอ๊ดดี้ไว้ และจิมก็ทิ้งเอ๊ดดี้ไปในยามยาก) (จิมและเอ๊ดดี้ไปด้วยกัน เมื่อเอ๊ดดี้ถูกจับตัวไป จิมหนีเอาตัวรอดไปคนเดียว)

· not have a leg to stand on = ไม่มีข้อโต้เถียงที่มีเหตุผล, เหตุผลหรือพยานหลักฐานอ่อน (แปลตรงๆคือ ไม่มีขาจะยืน)

           -       He sued for damage, but did not have a leg to stand on. (เขาฟ้องร้องเพื่อเรียกค่าเสียหาย แต่พยานหลักฐานอ่อน เลยแพ้คดีในศาล ไม่ได้ค่าเสียหาย)

· let bygones be bygones = ปล่อยให้เรื่องที่ผ่านไปแล้วก็แล้วกันไป คือลืมเรื่องในอดีต

           -  After a long, angry quarrel the two boys agree to let bygones be bygones and made friends again. (หลังจากการทะเลาะเบาะแว้งอย่างโกรธเคืองและยาวนาน เด็กสองคนก็ตกลงกันที่จะลืมเรื่องในอดีต และกลับมาเป็นเพื่อนกันอีก)

· let grass grow under one’s feet (ปล่อยให้หญ้างอกใต้ฝ่าเท้า) = เกียจคร้าน, ใช้เวลาให้เสียไปโดยเปล่าประโยชน์ (มักใช้ในประโยคปฏิเสธ เงื่อนไข หรือคำถาม)

          -       The new boy joined the football team, worked part-time in the school cafeteriaand found a girlfriend during the first month of school.  He certainlydid not let grass grow under his feet.

(เด็ก – นักเรียน – ใหม่คนนั้นเข้าร่วมทีมฟุตบอล ทำงานพาร์ตไทม์ในห้องอาหารของโรงเรียน และได้แฟนคนหนึ่งในเดือนแรกของการไปโรงเรียน แน่นอนเขาไม่ปล่อยให้เวลาเสียไปโดยเปล่าประโยชน์) (เขาขยันและใช้เวลาทุกนาทีให้เป็นประโยชน์)

· carrot and stick (แคร็อตและไม้) = การสัญญาว่าจะให้รางวัลและขู่ว่าจะลงโทษ ทั้งสองอย่างในเวลาเดียวกัน

          -       John’s father used the carrot and stick when he talked about his low grades. (พ่อของจอห์นสัญญาว่าจะให้รางวัลถ้าเขาเรียนได้เกรดเพิ่มขึ้น และจะลงโทษเขาถ้ายังคะแนนต่ำเหมือนเดิม)

· go through changes (ผ่านทะลุความเปลี่ยนแปลง) =  มีปัญหา, พบความยุ่งยาก, ติดบ่วงหรือจมปลักในสถานการณ์ที่ไม่เอื้ออำนวย

          -       A : What’s the matter with Joe? (โจเป็นอะไรไปหรือ)

                  B : He’s going through changes.(เขาอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่สู้จะดี และมีความยุ่งยากในการจะคลี่คลายปัญหานั้น)(โจกำลังมีปัญหา พบความยุ่งยาก)

· (a) case in point (กรณีในประเด็น) =  ตัวอย่างซึ่งพิสูจน์อะไรบางอย่าง หรือช่วยให้อะไรบางอย่าง (เช่นเรื่องที่กำลังกล่าวถึง) ชัดเจนยิ่งขึ้น

          -       An Americancan rise from the humblest beginnings to become President.  Abraham Lincoln is a case in point. (คนอเมริกันสามารถก้าวขึ้นมาจากการเริ่มต้นที่ต่ำต้อยที่สุด จนเป็นประธานาธิบดีได้ อับราฮัม ลินคอล์น เป็นตัวอย่างของประเด็นที่พูดถึง) (ชีวิตของเขาแสดงให้เห็นว่าคนที่เริ่มต้นจากจุดต่ำสุดสามารถเป็นประธานาธิบดีได้)