หมวดสำนวน(Idiom) ในภาษาอังกฤษ (ตอนที่19)

·        Make someone feel (หรือ look) small = ตั้งใจพูดหรือทำอะไรเพื่อให้ผู้อื่นดูมีทีท่าหรือรู้สึกว่าโง่ โดยเฉพาะต่อหน้าผู้อื่น, ทำให้ผู้อื่นเสียหน้าโดยถูกมองว่าเป็นคนโง่ (แปลตรงๆคือ ทำให้ผู้อื่นรู้สึกหรือดูว่าตัวเล็ก)

       He made me feel small, like an idiot. (เขาทำให้ผมดูเหมือนเป็นไอ้งั่ง คล้ายคนปัญญาอ่อน)

When your children misbehave, tell them without making them feel small.(เมื่อลูกๆของคุณประพฤติตนไม่ดี จงบอกพวกเขาโดยที่ไม่ทำให้เขารู้สึกเสียหน้าหรือว่าตนเองเป็นคนโง่)

I could see he was going to do whatever he could to make me look small.(ผมเห็นเลยว่าเขากำลังทำอะไรก็ตามที่พอจะทำได้เพื่อทำให้ผมดูเหมือนเป็นไอ้งั่ง)

·        A snow job = คำพูดไม่จริงใจ (โกหก) หรือโอ้อวดเพื่อสร้างความนิยมให้กับตนเองหรือเป็นการประจบประแจงหรือหลอกลวงผู้อื่น, การใช้คำศัพท์หรือสำนวนสวยหรูเพื่อให้คนอื่นมองตนเองว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านใดด้านหนึ่งทั้งๆที่ไม่มีความรู้จริงในด้านนั้น (แปลตรงๆคืองานหิมะหมายถึงการนำหิมะมาปั้นเป็นรูปทรงต่างๆ ซึ่งประเดี๋ยวเดียวก็ละลายหายไปหมด ไม่มีสาระแก่นสารอะไร เป็นเหมือนสิ่งหลอกลวงไม่น่าเชื่อถือ)

Jim gave Mary a snow job and she believed every word of it.(จิมประจบประแจงแมรี่ด้วยถ้อยคำที่เกินจริง แต่เธอก็เชื่อทุกคำที่เขาพูด)

They have the experience to know the difference between getting information and getting a snow job.  James can lie to them once, and that is all.  They won’t believe him again after that.(พวกเขามีประสบการที่จะรู้ความแตกต่างระหว่างการได้ข้อมูลจริงกับของเก๊ เจมส์อาจจะโกหกพวกเขาได้ครั้งหนึ่ง และก็ได้แค่นั้นแหละ เพราะพวกเขาจะไม่เชื่อเจมส์อีกแล้วหลังจากนั้น)

The talk by Peter on biology sounded very impressive, but I will not hire him because it was essentially a snow job.(การพูดคุยของปีเตอร์ในเรื่องชีววิทยาดูเหมือนว่าน่าประทับใจมาก แต่ว่าผมจะไม่จ้างเขาหรอก เพราะว่ามันเป็นเพียงการใช้คำศัพท์สวยหรูเพื่ออำพรางความไม่รู้จริงของเขา)

·        A snake in the grass = คนที่แสร้งทำเป็นมิตรแต่จริงๆแล้วเป็นศัตรูและทรยศหักหลังคนอื่น (แปลตรงๆคืองูในพงหญ้า)

Jill would tell Alice everything about that snake in the grass, the manager’s wife.(จิลจะคุยให้อลิซฟังทุกสิ่งทุกอย่างเกี่ยวกับยายหน้าเนื้อใจเสือคนนั้น – เมียของผู้จัดการนั่นเอง)

·     Not the only pebble on the beach = ไม่ได้เป็นเพียงคนสำคัญหรือจะได้รับการพิจารณาเพียงคนเดียวในเรื่องใดเรื่องหนึ่งแต่ยังมีคนอื่นๆอีกที่จะได้รับการพิจารณาด้วยเช่นกันคือมีcandidate อื่นๆด้วย(แปลตรงๆคือไม่ได้เป็นกรวดหรือหินเพียงก้อนเดียวบนชายหาด)

You should encourage him to understand that he is very definitely not the only pebble on the beach.(คุณควรจะกระตุ้นให้เขาเข้าใจว่าเขาไม่ใช่ผู้สมัคร – ผู้จะได้รับการพิจารณาหรือเป็น candidate – เพียงคนเดียว)

·     Back (หรือbet หรือpick) the wrong horse = สนับสนุนผิดคนหรือผิดตัว (แปลตรงๆคือ หนุนหรือแทงม้าผิดตัว)

We think they are backing the wrong horse if they support the Obama administration.(เราคิดว่าพวกเขากำลังสนับสนุนผิดคนถ้าเขาสนับสนุนรัฐบาลของโอบาม่า)

Many companies have lost millions of dollarsplacing bets on the wrong horses.(หลายบริษัทขาดทุนไปหลายล้านเหรียญเพราะซื้อหุ้นผิดตัว – หรือผลิตสินค้าที่คนไม่นิยม หรือลงทุนผิดประเภท)

·    Babe (เบ๊บ) in the woods = คนที่ขาดประสบการหรือไร้เดียงสาในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง(แปลตรงๆ คือ ทารกหรือเด็กไร้เดียงสาในป่า)

He is a good driver, but as a mechanic, he is just a babe in the woods.(เขาเป็นนักขับรถที่ดี แต่ว่าในฐานะช่างเครื่องยนต์ เขาแทบไม่มีความรู้ทางด้านนี้เลย คือซ่อมไม่เป็นถ้าเครื่องยนต์เสีย)

·     Back and forth (หรือto and fro) = กลับไปกลับมา (ระหว่างสองที่)

The chair is rocking back and forth.(เก้าอี้โยกไปโยกมา – โยกมาข้างหน้าแล้วก็กลับไปข้างหลัง)

The tiger is pacing back and forth in his cage.(เสือเดินไปเดินมาอยู่ในกรง)

He always travels to and fro (back and forth) from Bangkok to Chiang Mai. (เขามักเดินทางไปๆมาๆระหว่างกรุงเทพและเชียงใหม่)

·     Bad blood = ความโกรธเคืองหรือความไม่ไว้วางใจ ความแคลงใจเนื่องมาจากความสัมพันธ์ที่ไม่ดีในอดีตระหว่างบุคคลหรือกลุ่มคน (แปลตรงๆคือเลือดเสีย)

There is a lot of bad blood between Jack and Jim; I bet they will never talk to each other again.(มีความโกรธเคืองกันอย่างมากเนื่องจากเรื่องในอดีตระหว่างแจ๊คและจิม ผมพนันได้เลยว่าสองคนนี้จะไม่ยอมคุยกันอีก)

·      Bad egg = คนไม่เอาถ่านไม่เอาไหน, คนทำผิดเป็นประจำ

The judge sent the bad egg to prison at last.(ในที่สุด ผู้พิพากษาก็ส่งเจ้าคนที่ชอบทำผิดกฎหมายเป็นประจำเข้าตะรางไป)

·      Bad news = คน เหตุการณ์ หรือสิ่งที่เป็นเรื่องประหลาดใจที่น่าเบื่อน่ารำคาญ หรือมีอารมณ์ร้าย (แปลตรงๆคือข่าวร้าย)

A: What is the new professor like? (อาจารย์คนใหม่เป็นอย่างไรบ้างล่ะ)

B: He is all bad news to me.(แกเป็นข่าวร้ายสำหรับผมเลยละ – คือผมไม่ชอบอาจารย์คนนี้  เพราะแกเป็นคนน่าเบื่อน่ารำคาญหรืออารมณ์ร้าย)

·     Bad paper = เช็คเด้งไม่มีเงิน, แบ๊งค์ปลอม

A: Why are you so mad? (ทำไมคุณถึงโกรธเป็นฟืนเป็นไฟนักล่ะ)

B: I was paid with some bad paper. (ก็ผมได้รับเช็คเด้ง– หรือแบ๊งค์ปลอม – นี่ครับ)

·     Next to no time = เกือบจะทันทีทันใด

You won’t have to wait long.  I’ll back in next to no time. (คุณไม่ต้องรอนานหรอก ผมจะกลับมาในอีกอึดใจเดียวเท่านั้น)

·     Next to nothing = เกือบจะไม่มีอะไรเลย

She was wearing next to nothing. (เธอแทบจะไม่ได้สวมใส่เสื้อผ้าอะไรเลย – มีกางเกงในเพียงตัวเดียว)

·      In the nick of time = ในนาทีสุดท้ายเพื่อที่จะประสบความสำเร็จ หรือหลีกเลี่ยงความหายนะหรือความสูญเสีย

The hero arrived in the nick of time, just as the villain was about to kill the girl. (พระเอกมาถึงในนาทีสุดท้าย ในขณะที่ไอ้สารเลวกำลังจะฆ่าเด็กหญิง คือมาช่วยได้ทันเวลาพอดี)

·     Talk nineteen to the dozen = พูดอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง จนคนอื่นไม่มีโอกาสได้พูด, คุยจ้อไม่ยอมหยุด (แปลตรงๆคือ คุยสิบเก้าถึงหนึ่งโหล)

Whenever Hilary met her old friends at college, she talked nineteen to the dozen. (เมื่อใดก็ตามที่ฮิลารี่พบเพื่อนเก่าตอนเรียนมหา’ลัย เธอจะคุยจ้อไม่ยอมหยุด จนเพื่อนแทบไม่มีโอกาสได้พูด)

·     Leave a bad taste in one’s mouth = ทำให้เกิดความประทับใจในทางลบ, ทำให้เกลียดขยะแขยง (แปลตรงๆคือ ทิ้งรสชาติไม่ดีไว้ในปากคน)

Seeing a man beat his horse leaves a bad taste in her mouth.(การเห็นนายคนนั้นทุบตีม้าของเขาทำให้เธอรู้สึกเกลียดขยะแขยง)

His rudeness to the teacher left a bad taste in my mouth.(ความหยาบคายของเขาที่มีต่ออาจารย์ทำให้ผมเกิดความประทับใจในทางลบต่อตัวเขา)

·     Leave no stone unturned = พยายามหรือทำในทุกวิถีทางเท่าที่จะทำได้, พยายามสุดความสามารถ (แปลตรงๆคือ ไม่ปล่อยให้หินก้อนไหนไม่ถูกพลิก – เพื่อค้นหาสิ่งใดสิ่งหนึ่ง)

The police will leave no stone unturned in their search for the bank robbers.(ตำรวจจะพยายามทุกวิถีทางเพื่อค้นหา – ตามจับ- โจนปล้นธนาคาร)

·     Music to one’s ears = สิ่งที่คนเราอยากได้ยิน, เรื่องที่น่าปลาบปลื้มยินดี (แปลตรงๆคือ เสียงดนตรีสำหรับหูคน)

When the manager phoned to say I got the job, it was music to my ears. (เมื่อผู้จัดการโทรมาบอกว่าผมได้งาน มันเป็นเรื่องที่น่ายินดีสำหรับผม)

·     Nothing to write home about = ไม่น่าสนใจหรือน่าตื่นเต้นมากนัก (แปลตรงๆคือ ไม่มีอะไรที่จะเขียนบอกทางบ้าน)

A: Is she very pretty?(เธอสวยมากเลยใช่ไหม)

B: Nothing to write home about.(ไม่มาก – ไม่น่าตื่นเต้นมาก – นักหรอก)

·     Under one’s nose = อยู่ตรงหน้าพอดีหรืออยู่ตำตา ซึ่งสามารถมองเห็นได้ง่าย (แปลตรงๆคือ อยู่ใต้จมูก)

I spent ten minutes looking for the book and in the end found it under my nose.(ผมใช้เวลาสิบนาทีค้นหาหนังสือ และในที่สุดก็พบว่ามันวางอยู่ตรงหน้าผมนั่นเอง)

Why do they want to import coal into Newcastle, when they have so much under their verynoses?(ทำไมพวกเขาจึงต้องการนำเข้าถ่านหินมายังนิวคาสเซิล เมื่อพวกเขามีถ่านหินอยู่มากมายตรงหน้าพวกเขา – ในนิวคาสเซิลนั่นเอง)

·     Off the point หรือ beside the point = ไม่ตรงเรื่องตรงประเด็น, นอกเรื่อง

His remarks were off the point. (คำพูดของเขาออกนอกเรื่อง)

·     Come to the point = เข้าสู่ประเด็นสำคัญหรือข้อเท็จจริงในการโต้แย้งหรือถกปัญหา

He took so long to come to the point that people were too bored to understand it when it arrived. (เขาใช้เวลานานมากที่จะเข้าสู่ประเด็นสำคัญ จนกระทั่งคนฟังเบื่อหน่ายเกินไปที่จะเข้าใจมัน เมื่อประเด็นนั้นมาถึง)

·     The powers that be = ผู้ที่อยู่ในอำนาจ, ผู้ถือครองอำนาจอยู่ในมือ

The powers that be said that it must be done that way, and so it must. (ผู้มีอำนาจกล่าวว่ามันจะต้องทำในแบบนั้น และมันก็จะต้องทำแบบนั้น –คือแบบที่ผู้มีอำนาจว่า)

·     One’s opposite number = บุคคลผู้ถือครองตำแหน่งที่มีหน้าที่หรือความรับผิดชอบคล้ายๆกัน(กับอีกคนหนึ่ง)ในอีกองค์กรหรือประเทศหนึ่ง(แปลตรงๆคือ เบอร์ตรงกันข้ามของบุคคลหนึ่ง)

The Foreign Secretary has been having talks with his opposite number in France (French Foreign Minister). (ท่านรัฐมนตรีต่างประเทศกำลังเจรจากับผู้มีตำแหน่งเดียวกับเขาในประเทศฝรั่งเศส – คือ รัฐมนตรีต่างประเทศฝรั่งเศส)

·     Step up = เพิ่ม (ความระมัดระวัง, การผลิต)

We must step up production to meet the growing demand. (เราต้องเพิ่มการผลิตเพื่อสนองตอบความต้องการที่เพิ่มขึ้น)

·     Stay put = อยู่กับที่, อยู่ในสถานที่เดิม

I have been trying to get in touch with him all day, but he never seems to stay put. (ผมพยายามติดต่อกับเขาตลอดทั้งวัน แต่เขาดูเหมือนว่าไม่เคยอยู่กับที่หรือสถานที่เดิมเลย)

Stay put and don’t move until I tell you. (อยู่กับที่และอย่าเคลื่อนไหว จนกว่าผมจะบอกให้ move ได้)

·      Not in the same street as = ไม่ดีเท่ากันกับ, ยังอยู่ห่างไกลกันกับ (แปลตรงๆคือ ไม่ได้อยู่ในถนนสายเดียวกันกับ)

He is a good football player, but not in the same street as David Beckham. (เขาเป็นนักฟุตบอลที่ดี แต่ฝีมือยังห่างไกลกันกับเดวิด เบคแฮ่ม)

·      In store (for) = เตรียมพร้อม, สำรองไว้ (สำหรับ)

I think he has a surprise in store for you. (ผมคิดว่าเขามีสิ่งน่าประหลาดใจเตรียมพร้อมไว้ให้คุณดู)

Who knows what the future has in store for us? (ใครจะรู้ว่าอนาคตมีอะไรเตรียมไว้สำหรับพวกเรา – เป็นนัยว่าโชคชะตาของพวกเราถูกกำหนดไว้ล่วงหน้า)

·      In full swing = ดำเนินไปอย่างสนุกสนานสุดเหวี่ยง

We arrived when the party was in full swing. (พวกเรามาถึงเมื่องานเลี้ยงกำลังดำเนินไปอย่างสุดเหวี่ยง)

·      In sympathy with = เห็นด้วยกับ (ประเด็นใดประเด็นหนึ่งหรือในหลักการ), เห็นอกเห็นใจด้วยความรู้สึกฉันเพื่อน (แปลตรงๆคือด้วยความเห็นอกเห็นใจกับ)

I’m in sympathy with your proposals, but I don’t see how they would work in practice. (ผมเห็นด้วยกับข้อเสนอของคุณ แต่ผมมองไม่เห็นเลยว่ามันจะดำเนินไปได้ในทางปฏิบัติ)

The London dockers have decided to strike in sympathy with Liverpool dockers (who are already on strike). (กรรมกรท่าเรือในลอนดอนตัดสินใจนัดหยุดงานด้วยความเห็นอกเห็นใจกรรมกรท่าเรือในลิเว่อร์พูล– ซึ่งได้นัดหยุดงานอยู่ก่อนแล้ว)

·      Turn the tables on = (คู่ต่อสู้) พลิกสถานการณ์ทำให้ตนเป็นฝ่ายได้เปรียบ, ล้างแค้นความพ่ายแพ้, ทำให้บางสิ่งบางอย่างเกิดขึ้นในทางตรงกันข้ามกับด้านที่มันน่าจะเกิด(แปลตรงๆคือ พลิกโต๊ะใส่)

He beat me the last time we played but today I hope to turn the tables on him. (เขาชนะผมเมื่อเราแข่งขันกันหนที่แล้ว แต่วันนี้ผมหวังจะได้ล้างแค้นความพ่ายแพ้)

The boys turned the tables on John when they took his squirt gun away and squirted him. (เด็กๆเหล่านั้นพลิกสถานการณ์ใส่จอห์นเมื่อพวกเขาแย่งปืนฉีดน้ำมาจากจอห์น และเป็นฝ่ายฉีดน้ำใส่จอห์นเสียเองแทนที่จะเป็นฝ่ายถูกฉีด)

·      Turn the tide = เปลี่ยนสิ่งที่ดูเหมือนจะพ่ายแพ้ให้เป็นชัยชนะ (แปลตรงๆคือ พลิกกระแสน้ำ)

We were losing the game until Jack got there.  His coming turned the tide for us, and we won. (เรากำลังจะพ่ายแพ้ในการแข่งขันจนกระทั่งได้แจ๊คมาช่วย การมาของเขาช่วยให้เราเปลี่ยนความพ่ายแพ้เป็นชัยชนะ)

·      Touch down = (เครื่องบิน)แล่นลงจอดหรือแตะพื้น

The plane touched down 5 minutes ago. (เครื่องบินแล่นลงจอดเมื่อห้านาทีมานี้เอง)

·      The tip of the iceberg = ส่วนย่อยของปัญหาที่ใหญ่มากหรือสถานการณ์ที่รุนแรงมาก ถึงแม้ว่าส่วนที่เหลืออาจจะมองเห็นได้ไม่ชัดเจน หรือไม่มีใครรู้กันมากนัก(แปลตรงๆคือ ยอดหรือปลายสุดของภูเขาน้ำแข็งซึ่งโผล่พ้นน้ำเพียงหน่อยเดียว ส่วนที่เหลืออีกใหญ่โตมโหฬารซ่อนอยู่ใต้น้ำ)

It is thought that the outbreak of violence against the Government in this city is only the tip ofthe iceberg.  A revolution throughout the country is feared.(ผู้คนคิดว่าการปะทุขึ้นของความรุนแรงเพื่อต่อต้านรัฐบาลในเมืองนี้เป็นเพียงส่วนย่อยของสถานการณ์ใหญ่ เป็นที่หวั่นเกรงกันว่าอาจจะมีการปฏิวัติ – การก่อความรุนแรง – ขึ้นทั่วประเทศ)

We get about 2,000 complaints every year and we are just the tip of the iceberg.  Most people just suffer in silence. (เราได้รับการร้องเรียนสองพันรายทุกปี และนี่เป็นเพียงส่วนน้อยของปัญหาใหญ่– เมื่อเทียบกับจำนวนของผู้เดือดร้อนแต่มิได้ร้องเรียน -ขณะที่ผู้คนส่วนใหญ่ได้รับความเดือดร้อนอยู่ในความเงียบ – คือมิได้ร้องเรียน)

Many people believed that “Mor Yong” case investigation only touched the tip of an iceberg of corruption. (หลายคนเชื่อว่าการสอบสวนคดีหมอหยองสัมผัสแค่เพียงส่วนย่อยของปัญหาใหญ่ของการคอร์รัปชั่น – คือยังมีการคอร์รัปชั่นมากกว่านี้อีกมากมาย)

·      Touch and go (touch-and-go) = ไม่แน่นอนว่าจะเป็นเช่นนั้นหรือไม่(แปลตรงๆคือ แตะแล้วก็ไป)

It was touch and gowhich team would win until the last minute of the game. (มันเป็นเรื่องไม่แน่นอนว่าทีมไหนจะชนะ จนกระทั่งนาทีสุดท้ายของการแข่งขัน)

It is touch-and-go whether he will live or die. (เป็นความไม่แน่นอนว่าเขาจะรอดหรือตาย)

I thought I was going to win the race, but it was still touch and go. (ผมคิดว่าผมจะชนะกานแข่งขัน แต่ว่ามันเป็นสิ่งไม่แน่นอน)

·      Leave (something) over = ปล่อย (เรื่อง, ปัญหา) ค้างไว้จนกระทั่งเวลาต่อมา

There is no time to discuss the remaining items, so we’ll leave them over until the next meeting. (ไม่มีเวลาที่จะพูดคุยประเด็น – ปัญหา – ที่เหลือ ดังนั้น เราจะปล่อยมันไว้จนกระทั่งการประชุมคราวหน้า – คือจะเก็บไว้พูดในการประชุมครั้งต่อไป)

·      Pull someone’s leg = ล้อเล่นโดยทำให้อีกฝ่ายเชื่อในเรื่องที่ไม่เป็นความจริง(แปลตรงๆคือ ดึงขาคนอื่น)

Hey, John, your house is on fire.  It’s all right, I was only pulling your leg. (เฮ่ จอห์น บ้านคุณกำลังไฟไหม้น่ะ………………… ตกลงๆ ผมล้อคุณเล่นน่ะ– คือจริงๆแล้วไฟมิได้ไหม้ แต่พูดหลอกเล่น)

·      Pull one’s punches = ไม่ได้ชกหรือวิจารณ์มากเท่าที่จะทำได้, ออมมือให้โดยไม่ชกหรือวิจารณ์อย่างเต็มที่ (แปลตรงๆคือ ดึงหมัดเอาไว้)

When he asked me what I thought of his book, I pulled my punches because I like him. (เมื่อเขาถามผมว่าผมคิดอย่างไรกับหนังสือที่เขาเขียน ผมมิได้วิจารณ์อย่างเต็มที่เพราะว่าผมชอบเขา)

·      I’m easy = ผม/ฉันไม่รังเกียจ (ว่าจะเป็นจำนวนเท่าใดหรือทางเลือกแบบไหน), ผม/ฉันแบบไหนก็ได้

You take whichever you prefer and leave the other one for me.  I’m easy. (คุณเลือกอันที่คุณชอบไป แล้วทิ้งอีกอัน – ที่เหลือ – ไว้ให้ผม ผมอันไหนก็ได้ทั้งนั้น)

·      Take it easy = ผ่อนคลาย, เลิกเครียดหรือจริงจังจนเกินไป, ควบคุมตนเองในการทำบางสิ่งบางอย่าง

I’m going to shut the office, go down to the beach and take it easy.(ผมกำลังจะปิดสำนักงาน ลงไปที่ชายหาด และผ่อนคลาย – พักผ่อน)

Take it easy (with the salt)!  You’ll make the food inedible. (เพราๆมือหน่อยน่ะ– กับเกลือ – คุณจะทำให้อาหารกินไม่ได้นะ– ถ้าใส่เกลือมากเกินไป)

·      Easy-going = ตามสบาย, ไปเรื่อยๆ, ไม่สนใจรายละเอียดหรือกฎระเบียบมากนัก, สงบและไร้กังวล

My boss does not mind if I arrive late.  He’s very easy-going.(เจ้านายไม่ว่าอะไรถ้าผมไปถึงที่ทำงานสาย เขาไม่เคร่งครัดกฎระเบียบมากนัก)

You’re too easy-going with the children.  They do just as they please. (คุณหย่อนกฎระเบียบกับลูกๆมากเกินไป พวกเขามักทำอะไรก็ได้ตามที่ต้องการ)

·      Easy money = เงินที่หามาได้ง่ายๆโดยไม่ต้องทำงานหนักหรือไม่ต้องใช้ความพยายามแต่อย่างใด

Young people who look for easy money are usually disappointed. (คนหนุ่มสาวที่มองหาเงินแบบได้มาอย่างง่ายๆไม่ต้องทำงานหนักอะไร มักจะผิดหวังเสมอ คือ เป็นเรื่องยากที่จะได้เงินมาถ้าไม่ขยันทำงาน)

·      Pride oneself on = ภูมิใจตนเองในเรื่อง, มีความยินดีหรือพอใจในเรื่อง…..

She prided herself on her beauty. (เธอภูมิใจตนเองในเรื่องความสวยงาม)

He prided himself on his strength and toughness. (เขาภูมิใจตนเองในเรื่องความแข็งแรงและทรหดอดทน)

·         Pull oneself together = สงบสติอารมณ์ตนเองได้หลังจากมีอาการตื่นเต้นหรือถูกรบกวน, ควบคุม(อารมณ์)ตนเองได้ ไม่ตื่นเต้นตกใจ (แปลตรงๆคือ ดึงตนเองเข้าไว้ด้วยกัน)

It had been a disturbing moment, but he was able to pull himself together. (มันเป็นช่วงเวลาที่วุ่นวายไม่สงบ แต่เขาก็สามารถควบคุมสติอารมณ์ไว้ได้)

Pull yourself together.  It is no use crying any more. (สงบสติอารมณ์หน่อย ไม่มีประโยชน์หรอกที่จะร้องไห้ต่อไป)

·      A conversation piece = สิ่งที่ทำให้คนสนใจและพูดถึง, สิ่งซึ่งดูประหลาดๆ น่าขันหรือแปลก (แปลตรงๆคือ ชิ้นของการสนทนา)

Fred keeps a glass monkey on top of his piano as a conversation piece. (เฟรดเก็บลิงทำด้วยแก้วไว้บนหลังเปียโนเพื่อให้คนสนใจและพูดถึง – คือเก็บไว้ในที่คนมองเห็นได้ และจะหัวเราะและคุยเกี่ยวกับลิงแก้วตัวนี้)

·      Do a job on = ทำให้เสียหายอย่างรุนแรง, ทำอันตรายต่อ, ทำให้น่าเกลียดหรือไม่มีประโยชน์

The baby did a job on Mary’s book. (เจ้าทารกนั่นฉีกหนังสือของแมรี่ซะเละตุ้มเป๊ะเลย)

Jane cut her hair and really did a job on herself. (เจนตัดผมเอง เลยทำให้ผมเธอแหว่งเสียทรงไปเลย)

·      Fly-by-night (เป็นคำนาม) = บริษัทที่ขายสินค้าราคาถูกเพื่อกำไรงาม และต่อมาก็ปิดร้านหายไป ทำให้ลูกค้าไม่สามารถร้องเรียนคุณภาพของสินค้าได้, บุคคลที่ไม่จ่ายค่าห้องพักโรงแรมและหนีหายไป (โดยเฉพาะเวลากลางคืน)

(แปลตรงๆคือ บินเวลากลางคืน)

A dependable company honors its guarantees, but a fly-by-night only wants your money. (บริษัทที่เชื่อถือได้รักษาสัญญารับประกันสินค้า แต่บริษัทขายของราคาถูกต้องการแต่สตางค์ของคุณเท่านั้น)

Hotels are bothered by fly-by-nights. (โรงแรมได้รับความเดือดร้อนจากพวกลูกค้าที่เข้ามาพักแล้วไม่จ่ายค่าห้อง แต่หลบหนีออกไปเวลากลางคืน)

·      Fly-by-night (เป็นคำคุณศัพท์) = (บริษัท)ที่ตั้งขึ้นมาเพื่อทำกำไรแบบรีบด่วน แต่ต่อมาก็ปิดบริษัทหายหน้าไป ทำให้ลูกค้าไม่สามารถร้องเรียนคุณภาพของสินค้าได้, ไม่น่าไว้ใจ, ไม่น่าเชื่อถือ

Mrs. Pauline bought her washing machine from a new company; when she tried to have it fixed, she found it was a fly-by-night business. (นางพอลลีนซื้อเครื่องซักผ้าจากบริษัทใหม่แห่งหนึ่ง แต่เมื่อถึงคราวที่เธอจะเอามันไปซ่อม เธอก็พบว่ามันเป็นธุรกิจแบบทำกำไรด่วนและบริษัทปิดร้านหนีไปแล้ว)

·      Flying high = มีความสุขมาก, ร่าเริงสนุกสนาน (แปลตรงๆคือ บินสูง)

John was flying high after his team won the game. (จอห์นมีความสุขมากหลังจากทีมของเขาชนะการแข่งขัน)

·      Time of one’s life = ช่วงเวลาที่มีความสุขหรือวิเศษมาก

Jim had the time of his life at the party. (จิมสนุกสนานมากที่งานเลี้ยง)

I could see that she was having the time of her life. (ผมเห็นได้ว่าเธอกำลังมีความสุขอย่างเต็มที่)

·      Time is ripe = ช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่จะทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง (แปลตรงๆคือ เวลาสุกงอม)

The Prime Minister will hold elections when the time is ripe. (ท่านนายกฯจะจัดเลือกตั้งเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม – คือช่วงเวลาที่เห็นว่าตนจะชนะเลือกตั้ง)

Peter saw his mother was upset, so he decided the time was not ripe to tell her about the broken window. (ปีเตอร์เห็นว่าแม่ยังโมโหอยู่ ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจว่าเวลายังไม่เหมาะสมที่จะบอกแม่ว่าเขาทำกระจกหน้าต่างแตก)

·      Baby of the family = ลูกคนสุดท้อง(คนเล็ก)ของครอบครัว แม้ว่าจะอายุมากเท่าใดก็ตาม

    Bill is the baby of the family; he had just celebrated his 50th birthday anniversary last week.         (บิลเป็นลูกคนสุดท้องของครอบครัว เขาเพิ่งจะฉลองครบรอบวันเกิดห้าสิบปีเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา)

·      Old boy = ศิษย์เก่าของโรงเรียนหรือมหาลัย

Ex-president Bill Clinton is an old boy of Oxford University. (อดีตประธานาธิบดีบิล คลินตันเป็นศิษย์เก่าของมหาวิทยาลัยอ๊อกฟอร์ด)