หมวดคำศัพท์ TOEIC (ตอนที่ 6)

                                                     

          

         

Hotels (โรงแรม)

Advanced (a) – ก้าวหน้า, พัฒนาไปอย่างสูง, ทันสมัย, (ตำแหน่ง) ระดับสูงขึ้นไป, แก่ชรามาก

Advance (v – n) – ก้าวไปข้างหน้า, ความก้าวหน้า

Chain (n) – กลุ่มธุรกิจภายใต้การควบคุมหนึ่งเดียว

Check in (v) – ลงทะเบียนเข้าพักในโรงแรม, รายงานตัว

Confirm (v) – ยืนยัน, ทำให้แข็งแรงหรือแน่นแฟ้นขึ้น, ทำให้เข้มข้นขึ้น

Confirmation (n) – การยืนยัน, การทำให้แข็งแรงหรือแน่นแฟ้นขึ้น

Expect (v) – คาดหวัง, คาดหมาย, ทำนาย, หวังว่า, ปรารถนาให้, ตั้งครรภ์

Expectation (n) – การคาดหมาย-คาดหวัง, การคาดคิด, ความหวัง, สิ่งที่คาดหวังไว้

Expectance (= expectancy) – ความคาดหมาย, ความคาดหวัง, ความคาดคิด, สิ่งที่คาดหมาย-คาดหวัง

Expectant (a – n) – ซึ่งคาดหมายไว้-คาดหวังไว้, มีครรภ์, ตั้งครรภ์, คนที่เฝ้าคอย, คนที่คาดหวัง

Housekeeper (n) – คนดูแลบ้าน

Notify (v) – แจ้งความ, แจ้ง, ประกาศ, บอกให้ทราบ

Notification (n) – การแจ้งความ, การประกาศ, การแจ้งล่วงหน้า-เตือนล่วงหน้า

Preclude (v) – ทำให้เป็นไปไม่ได้, ทำให้สิ้นโอกาส, ขัดขวาง, ป้องกัน, ขจัด, ทำให้หมดข้อสงสัย

Preclusion (n) – การทำให้เป็นไปไม่ได้, การขจัด, การทำให้สิ้นโอกาส

Quote (v - n) – อ้างอิง, อ้าง, อ้างคำพูด, เอาคำพูดของ........มา, ใส่เครื่องหมายคำพูด “..........”, การอ้างอิง, คำอ้างอิง

Quotation (โคว-เท้-ชั่น) (n) – สิ่งที่อ้างอิงถึง, การอ้าง, คำอ้างอิง, ราคาปัจจุบัน, ราคาตลาด

Rate (n) – อัตรา, อัตราค่าโดยสาร, อัตราความเร็ว

Rate (v) – ประเมินค่า, ตีราคา, วางราคา

Reservation (n) – การจอง (ตั๋ว, ห้องพัก), การสำรอง, การสงวน, ที่สงวน

Service (n – v) – บริการ, ให้บริการ

การใช้คำศัพท์ในประโยค

1.     a) Since the hotel installed an advanced computer system, all operations have been functioning more smoothly. (ตั้งแต่โรงแรมติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์ที่ทันสมัย  การดำเนินงานทั้งหลายกำลังทำงานราบรื่นมากยิ่งขึ้น)

        b) Bill has been promoted to assistant manager and he is happy with his advanced position. (บิลได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นผู้ช่วยผู้จัดการ  และเขาก็มีความสุขกับตำแหน่งที่สูงขึ้น)

        c) The college offered an advanced course in the writing of plays for television. (มหาวิทยาลัยเปิดสอนหลักสูตรชั้นสูงในด้านการเขียนบทละครสำหรับโทรทัศน์)

        d) Japan is rapidly becoming the most advanced country technologically. (ญี่ปุ่นกำลังกลายเป็นประเทศที่ทันสมัยที่สุดในด้านเทคโนโลยี)

        e) His grandfather is a man of advanced years. (ปู่ของเขาเป็นคนที่ชรามาก)

        f) We are advancing steadily toward our goal of improving customer service at every hotel in the chain. (เรากำลังก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงสู่จุดหมายในการปรับปรุงบริการของลูกค้า ณ ทุกๆโรงแรมในกลุ่มธุรกิจเดียวกับเรา – ที่อยู่ภายใต้การควบคุมเดียวกัน)

        g) Peter booked a room in advance of the hotel’s official opening. (ปีเตอร์จองห้องพักเป็นการล่วงหน้าก่อนการเปิดอย่างเป็นทางการของโรงแรม)

2.     a) The hotel being built in Tokyo is the newest one in the chain. (โรงแรมที่กำลัง (ถูก) สร้างในโตเกียวเป็นโรงแรมที่ใหม่ที่สุดในกลุ่มธุรกิจที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแ ลเดียวกัน – คือเชนเดียวกัน)

        b) Budget-priced hotel chains have made a huge impact in the industry. (กลุ่มธุรกิจโรงแรมราคาประหยัด – ภายใต้การควบคุมเดียวกัน – หลายกลุ่ม ก่อให้เกิดผลกระทบอย่างใหญ่หลวงในอุตสาหกรรมโรงแรม)

3.     a) Clients check in at the hotel immediately upon their arrival. (ลูกค้าลงทะเบียนเข้าพักในโรงแรมในทันทีที่มาถึง)

        b) Knowing that the conference guests have arrived, we ask them to check in at the registration desk. (เมื่อรู้ว่าแขกที่มาประชุมได้มาถึงแล้ว  เราขอให้พวกเขาลงทะเบียนเข้าพัก ณ โต๊ะลงทะเบียน)

4.     a) Jack contacted the hotel to confirm his room reservation. (แจ๊คติดต่อกับโรงแรมเพื่อจะยืนยันการจองห้องพักของเขา)

        b) We automatically send an e-mail to let you know that your travel dates have been confirmed. (เราส่งอีเมลโดยอัตโนมัติเพื่อให้คุณรู้ว่าวันเดินทางของคุณได้รับการยืนยันแล้ว)

        c) For a long time there was neither confirmation nor refutation of these theories. (เป็นเวลานานแล้วที่ไม่มีทั้งการยืนยัน (ยอมรับ) หรือการปฏิเสธทฤษฎีเหล่านี้)

        d) She asked me if it was my car and I confirmed that it was. (เธอถามผมว่ามันเป็นรถของผมหรือไม่  และผมก็ยืนยันว่าใช่)

        e) I neither confirmed nor denied the rumours. (ผมไม่ทั้งยืนยันและ (ไม่) ปฎิเสธข่าวลือต่างๆเหล่านั้น)

5.     a) You can expect a clean room when you check in at a hotel. (คุณสามารถคาดหวังห้องพักที่สะอาดเมื่อคุณลงทะเบียนเข้าพักที่โรงแรม)

        b) Mr. Kim was expecting an important letter from France. (มิสเตอร์คิมกำลังคาดหวัง (รอ) จดหมายสำคัญจากฝรั่งเศส)

        c) Nobody expected the strike to succeed. (ไม่มีใครคาดหวังว่าการนัดหยุดงานจะประสบความสำเร็จ)

        d) The talks are expected to last two or three days. (การพูดคุย-เจรจาถูกคาดหมายว่าจะกินเวลา ๒ หรือ ๓ วัน)

6.     a) Anna’s first job at the hotel was as a housekeeper and now she is the manager. (งานแรกของแอนนาที่โรงแรมคือเป็นคนดูแลบ้าน (โรงแรม)  และในปัจจุบัน เธอเป็นผู้จัดการโรงแรม)

        b) The desk clerk was sending the housekeeper to bring more towels to your room. (เสมียนที่โต๊ะ – รับแขก – กำลังส่งคนดูแลบ้านเพื่อนำผ้าเช็ดตัวเพิ่มขึ้นไป (ให้) ที่ห้องพักของคุณ)

7.     a) They notified the hotel that they had been delayed in traffic and would be arriving late. (พวกเขาแจ้งต่อทางโรงแรมว่า  พวกเขาต้องล่าช้าไปเพราะการจราจร และจะมาถึงช้าหน่อย)

        b) Lydia notified the hotel in writing that she was canceling her reservation (ลิเดียแจ้งต่อทางโรงแรมเป็นลายลักษณ์อักษรว่า  เธอกำลังยกเลิกการจอง – ห้องพัก)

        c) The ministry was notified of all the floods in the area. (กระทรวงได้รับรายงานเกี่ยวกับน้ำท่วมทั้งหมดในพื้นที่)

        d) The worker notified his foreman about his overwork. (คนงานบอกให้หัวหน้าของเขาทราบเกี่ยวกับงานที่หนักเกินไปของเขา)

        e) Mutual notification of naval movements was agreed. (การรายงานร่วมกัน – ทั้ง ๒ ฝ่าย – เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวทางน้ำ (ของกองทัพเรือ) ได้รับการเห็นพ้อง – โดยทั้ง ๒ ฝ่าย)

8.     a) The horrible rainstorm precluded us from traveling any further. (พายุฝนที่น่ากลัวขัดขวางเรามิให้เดินทางต่อไป)

        b) The unexpected cost of the room precluded a gourmet dinner for the travelers. (ราคาที่ไม่คาดฝันของห้องพัก (คือแพงเกิน) ทำให้หมดโอกาส (สำหรับ) อาหารเย็นของนักกินนักดื่ม (ที่มีราคาแพง) สำหรับนักท่องเที่ยว – คือค่าห้องแพงมากจนผู้เข้าพักไม่มีเงินไปกินอาหารเย็นมื้อหรู)

        c) This should not preclude a search for a better hypothesis. (สิ่งนี้ไม่ควรจะขัดขวาง (หรือทำให้เป็นไปไม่ได้สำหรับ) การค้นหาสมมุติฐานที่ดีกว่ากัน)

        d) It sets limits on the powers of the government, and precludes it from acting unconstitutionally. (มันตั้ง – กำหนด – ข้อจำกัดของอำนาจของรัฐบาล  และขัดขวาง (หรือทำให้เป็นไปไม่ได้สำหรับ หรือทำให้หมดโอกาสสำหรับ) รัฐบาลจากการกระทำที่ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ)

9.     a) I will quote only one or two examples. (ผมจะยกมาอ้างเพียง ๑ หรือ ๒ ตัวอย่างเท่านั้น)

        b) They quote the figures to compare the costs of adult education in different countries. (พวกเขาอ้างตัวเลขเพื่อเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายของการศึกษาผู้ใหญ่ในประเทศต่างๆ)

        c) We were quoted a price of $80 for the room for one night. (เราถูกอ้างราคา ๘๐ เหรียญ สำหรับห้องพักเป็นเวลา ๑ คืน – คือทางโรงแรมอ้างราคานี้กับเรา)

        d) Call ahead and get a price quote for a week-long stay. (โทรมาล่วงหน้าและรับการอ้างอิงราคาสำหรับการพักเป็นเวลานาน ๑ สัปดาห์)

10.  a) The rate for the hotel room is too high considering how few services are available on-site. (อัตราสำหรับห้องพักโรงแรมสูง (แพง) เกินไป เมื่อพิจารณาว่ามีบริการน้อยเพียงใดที่สามารถหาได้ ณ สถานที่นั้น – หมายถึงโรงแรม)

       b) The sign in the lobby lists the seasonal rates. (ป้ายในห้องโถงบอกอัตราค่าห้องพัก – ตามฤดูกาล – คือแต่ละซีซั่นราคาไม่เท่ากัน)

11.  a) I know I made a reservation for tonight, but the hotel staff has no record of it in the system. (ผมรู้ว่าผมทำการจองห้องพัก – สำหรับคืนนี้  แต่พนักงานของโรงแรมไม่มีประวัติของมัน (การจอง) ในระบบ)

       b) It is difficult, if not impossible, to get reservations at this hotel at the height of the summer season. (มันยาก – ถ้ามิใช่เป็นไปไม่ได้ – ที่จะได้การจอง (ห้องพัก) ที่โรงแรมนี้ในช่วงสูงสุดของฤดูร้อน – คือช่วงที่มีคนมาพักมากสุด)

12.  a) The hotel has a number of luxury services like the on-site gym, sauna pool, and beauty salon. (โรงแรมมีการบริการเกี่ยวกับการเพลิดเพลินหาความสุขสบายจำนวนมาก เช่น โรงยิมในโรงแรม สระน้ำซาวน่า และห้องเสริมสวย)

       b) Mrs. Smith called room service to order a late-night snack. (นางสมิธโทรไปที่ (หน่วย) บริการห้องพักเพื่อสั่งอาหารว่างช่วงดึก)

 

การใช้คำศัพท์ในพารากราฟ

               People stay in hotels for business and personal travel.  But with room rates being so high, many travelers are staying home.  Since high costs can preclude travel, smart travelers know they can save money and get the best rates for a room by making reservations well in advance of the beginning of their trip.  When you make a reservation, the hotel staff will ask you to notify them as soon as there is any change in your travel plans.  To avoid any surprises, it is a good idea to call and confirm the availability of your room and the rate you were quoted.

               In selecting a hotel, first think about the kinds of service you will need or like to have.  You naturally expect a clean, well-lit room.  You naturally expect that a housekeeper will clean your room daily even in the smallest hotels.  Large hotel chains offer the most services, such as a pool, health club, or money exchange.  The front desk clerks will tell you about such services when you check in at the hotel.

คำแปล    

               ผู้คนพักในโรงแรมสำหรับการเดินทางเพื่อธุรกิจและส่วนตัว  แต่ด้วยอัตรา (rates) ค่าห้องพักสูงมาก นักท่องเที่ยวจำนวนมากกำลังพักที่บ้าน (แบบโฮมสเตย์ แทนที่จะพักโรงแรม) (หรือพักอยู่ที่บ้านตนเองโดยไม่เดินทาง) ทั้งนี้ เนื่องจากค่าใช้จ่ายที่สูงสามารถขัดขวาง (preclude) การเดินทาง (หรือทำให้การเดินทางเป็นไปไม่ได้)  นักท่องเที่ยวที่ฉลาดรู้ว่าพวกเขาสามารถประหยัดเงินและได้อัตราดี (ถูก) ที่สุดสำหรับห้องพักโดยทำการจอง (reservations) (ห้องพัก) เป็นการล่วงหน้า (in advance) ในการเริ่มต้นการเดินทางของพวกเขา  อนึ่ง เมื่อคุณทำการจอง (ห้องพัก) พนักงานโรงแรมจะขอร้องให้คุณแจ้ง (notify) แก่พวกเขาในทันทีที่มีการเปลี่ยนแปลงแผนการเดินทางของคุณ  และเพื่อหลีกเลี่ยงความประหลาดใจใดๆ มันเป็นความคิดที่ดีที่จะสอบถาม (ทางโทรศัพท์) และยืนยัน (confirm) การสามารถหาได้ของห้องพักของคุณ รวมทั้งอัตรา (ค่าห้องพัก) ที่คุณถูกอ้าง (quoted) (ราคา)

               ในการเลือกโรงแรม ประการแรก คิดถึงเกี่ยวกับชนิดของการบริการ (service) ที่คุณจะต้องการหรืออยากได้  คุณมักคาดหวัง (expect) โดยธรรมชาติ (ตามธรรมดา) (จะได้) ห้องพักที่สะอาดแลมีแสงไฟสว่าง และคุณมักคาดหวังโดยธรรมชาติว่าคน(พนักงาน)ดูแลบ้าน(โรงแรม)  (housekeeper) จะทำความสะอาดห้องของคุณเป็นรายวัน  แม้กระทั่งในโรงแรมที่เล็กที่สุด  อนึ่ง กลุ่มธุรกิจโรงแรมขนาดใหญ่ภายใต้การควบคุมเดียวกัน (chains)  เสนอให้บริการมากที่สุด เช่น สระว่ายน้ำ สโมสรสุขภาพ หรือการแลกเปลี่ยนเงินตรา  ทั้งนี้  เสมียนโต๊ะหน้า (ของโรงแรม – ที่แขกมาติดต่อ) (front desk) จะบอกคุณเกี่ยวกับการบริการดังกล่าวเมื่อคุณลงทะเบียนเข้าพัก (check in) ที่โรงแรม

 

คำศัพท์เพิ่มเติม

Exaggerate (อิค-แซ้จ-เจอะ-เรท) (v) – พูดเกินความจริง, โอ้อวด, พูดหรือกล่าวเกินความจริง

Excessive (อิค-เซ้ส-ซิฟ) (a) – มากเกินไป

Exhibit (อิค-ซิ-บิท) (v) – แสดง, แสดงนิทรรศการ

Exhibition (เอค-ซิ-บิ๊-เชิ่น) (n) – การแสดงออก, การแสดงนิทรรศการ, งานมหกรรม, ผลิตภัณฑ์ที่นำมาแสดง

Collide (คะ-ไลด) (v) – ชนกันโครม, ปะทะกันโครม, ขัดแย้ง

Collision (คะ-ลิ-ชั่น) (n) – การชนกันโครม-ปะทะกันโครม, ความขัดแย้ง

Commence (v) – เริ่มต้น, ลงมือทำ

Commencement (n) – การเริ่มต้น-ลงมือทำ

Colleague (ค้อล-ลีก) (n) – เพื่อนร่วมงาน

Bewilder (บิ-วิ้ล-เดอะ(v) – ทำให้งงงวย, ทำให้สับสนอย่างสุดๆ, ทำให้ยุ่งใจ-ลำบากใจ

Bewilderment (n) – ความงงงวย-สับสน, ความยุ่งใจ-ลำบากใจ

Astonish (แอส-ท้อน-นิช) (v) – ทำให้ประหลาดใจ, ทำให้ทึ่ง

Astonishment (n) – ความประหลาดใจ, ความทึ่ง

Astonishing (a) – น่าประหลาดใจ, น่าทึ่ง

Exterminate (อิคส-เท้อ-มิ-เนท) (v) – กำจัดให้สิ้น, ทำลาย, ทำลายอย่างสิ้นซาก, ถอนราก, ขุดรากถอนโคน

Extermination (n) – การกำจัด-ทำลาย-ทำลายอย่างสิ้นซาก

Extinguish (อิคส-ทิ้ง-กวิช) (v) – ดับ (ไฟ, ความกระหาย, ความอยาก), ทำให้สิ้นไป (ความคิด, อารมณ์, ความรู้สึก), ยกเลิก

Extinguishment (n) – การดับ (ไฟ, ความอยาก), การทำให้สิ้น

Extinguisher (n) – เครื่องดับเพลิง, ผู้ทำให้ดับ, ผู้ทำให้สิ้น

Ignore (อิก-นอร์ป (v) – ไม่สนใจ, ละเลย, ไม่ยอมรับรู้, ไม่นำพาต่อ, ไม่พูดจาด้วย, ไม่ทักทาย

Ignorant (อิ๊ก-เนอะ-เริ่นท) (a) – ไม่รู้, ไม่รู้เรื่อง, ไม่รู้ข่าวคราว, ไม่ได้รับการศึกษา

Ignorance (อิ๊ก-เนอะ-เริ่นซ) (n) – ความไม่รู้-ไม่รู้เรื่องราว-ไม่รู้ข่าวคราว, ความโง่, การขาดความรู้-การศึกษา-ประสบการณ์

 

ตัวอย่างการใช้คำในประโยค

1.     a) No one believes him because he exaggerates a great deal.(ไม่มีใครเชื่อเขาเพราะว่าเขาพูดจาคุยโม้โอ้อวดมากเหลือเกิน)

        b) Jake exaggerated his illness in order to get sympathy. (เจ๊คพูดเกินจริงเรื่องความเจ็บไข้ของเขาเพื่อจะได้รับความเห็นใจ)

2.     a) His excessive spending resulted in bankruptcy. (การใช้จ่ายที่มากเกินไปของเขาส่งผลให้เกิดการล้มละลาย)

        b) She makes me nervous when she drives excessively fast. (เธอทำให้ผมวิตกกังวล (ประสาทกิน) เมื่อเธอขับรถเร็วมากเกินไป)

        c) Excessive heat may produce exhaustion. (ความร้อนที่มากเกินอาจสร้างความเหนื่อยล้า-หมดแรงได้)

        d) The price of this equipment is excessive. (ราคาของเครื่องมือชิ้นนี้มากเกิน – หรือสูงเกินไป)

        e) His wife takes an excessive interest in clothes. (ภรรยาของเขาให้ความสนใจมากเกินไปในเรื่องเสื้อผ้า)

3.     a) Several artists will exhibit paintings at the festival. (ศิลปินหลายคนจะแสดง (นิทรรศการ) ภาพเขียนระบายสีที่งานนักขัตฤกษ์)

        b) His work will be on exhibition at the art gallery until the end of this month. (ผลงานของเขาจะนำมาแสดงที่ห้องศิลปะจนกระทั่งปลายเดือนนี้)

        c) Jim exhibited great talent in playing the piano. (จิมแสดงสติปัญญา-ความสามารถอย่างมากในการเล่นเปียโน)

        d) The competition gave her an opportunity for the exhibition of her skill. (การแข่งขันให้โอกาสแก่เธอในการแสดงทักษะของเธอออกมา)

4.     a) Cars often collide on that blind corner. (รถยนต์ชนกันบ่อยที่มุมถนนที่เป็นจุดบอดตรงนั้น)

        b) His car collided with a van. (รถยนต์ของเขาชนกับรถตู้)

        c) He collided with the lamp-post. (เขาเดินชนเสาไฟฟ้า)

        d) There was a violent collision at the junction today. (มีการ (รถ) ชนกันอย่างรุนแรงที่ชุมทางวันนี้)

5.      a) The meeting will commence with prayers. (การประชุมจะเริ่มต้นด้วยการสวดมนตร์)

         b) The teacher told his students to commence writing. (ครูบอกให้นักเรียนเริ่มลงมือเขียน)

         c) All books must be put away before the commencement of the examinations. (หนังสือทั้งหมดจะต้องถูกเอาไปเก็บก่อนการเริ่มต้นการสอบ)

6.      a) She is an old colleague of mine, from the day when we worked in the bank together. (เธอเป็นเพื่อนร่วมงานเก่าของผม  ตั้งแต่วันที่เราทำงานในธนาคารด้วยกัน)

         b) The professor asked his colleagues’ opinions. (โปรเฟสเซ่อร์ถามความเห็นของเพื่อนร่วมงานของเขา)

7.      a) You will bewilder him with such complex orders. (คุณจะทำให้เขาสับสนด้วยการสั่ง (อาหาร) ที่ซับซ้อนเช่นนั้น)

         b) The difficult problem bewildered her. (ปัญหาที่ยากข้อนั้นทำให้เธองงงวย)

         c) He was bewildered by the traffic in the big city. (เธอมีความสับสนกับการจราจรในเมืองใหญ่)

         d) I don’t have a phone, so you can imagine my bewilderment when I received a telephone account. (ผมไม่มีโทรศัพท์ใช้  ดังนั้น คุณคงนึกภาพความงงงวยของผมออก เมื่อผมได้รับบัญชีค่าใช้โทรศัพท์)

8.      a) Your decision will astonish your parents. (การตัดสินใจของคุณจะทำให้พ่อแม่ของคุณประหลาดใจ)

        b) It was an astonishing result.(มันเป็นผลลัพธ์ที่น่าประหลาดใจ- หรือน่าทึ่ง)

        c) He will be astonished when he hears the news. (เขาจะประหลาดใจ- หรือทึ่ง - เมื่อเขาได้ยินข่าวนั้น)

        d) He gasped in astonishment at the trick. (เขาอ้าปากค้างด้วยความประหลาดใจ – หรือความทึ่ง - ในกล (มุข) – ของนักมายากล)

         e) It’s astonishing that the boy can run faster than an adult. (มันน่าทึ่ง หรือน่าประหลาดใจ - ว่าเจ้าเด็กคนนั้นสามารถวิ่งได้เร็วกว่าผู้ใหญ่)

9.      a) Koalas must be protected or they will soon be exterminated. (หมีโคอาล่าจะต้องได้รับความคุ้มครอง หรือมิฉะนั้น พวกมันจะถูกทำลายหมดไปในไม่ช้า)

         b) Their job is to exterminate rats and mice. (งานของพวกเขาคือการกำจัดหนูให้สิ้นซาก)

         c) The inhabitants were tortured to death or exterminated by starvation. (บรรดาพลเมือง – ของประเทศนั้น หรือดินแดนนั้น – ถูกทรมานให้ตาย หรือไม่ก็ถูกทำลายให้สิ้นซากโดยการอดตาย)

         d) We have to think of a way to prevent the extermination of these beautiful creatures. (เราจำเป็นต้องคิดหาวิธีที่จะป้องกันการทำลายหมดไปของสัตว์โลกที่สวยงามเหล่านี้)

10.    a) Someone had extinguished the lights in the kitchen. (ใครบางคนได้ดับไฟปิดไฟ – ในครัว)

         b) An airhostess made him extinguish his cigar. (แอร์โฮสเตททำให้เขาดับซิการ์ – ที่กำลังสูบอยู่)

         c) They have found a new method of extinguishing forest fires. (พวกเขาได้พบวิธีใหม่ในการดับไฟป่า)

         d) We have to extinguish the memory of the defeat. (เราจำเป็นต้องทำให้ความทรงจำของความพ่ายแพ้หมดสิ้นไป)

         e) Her spark of hope was extinguished. (ประกายแห่งความหวังของเธอถูกทำให้หมดสิ้นไป)

         f) The occurrence of a violent storm extinguished the thought of going out for a picnic. (การเกิดขึ้นของพายุที่รุนแรง  ทำให้ความคิดที่จะออกไปปิ๊คนิคข้างนอกหมดไป)

11.    a) If you ignore his rudeness, he will stop provoking you. (ถ้าคุณไม่นำพา – หรือไม่ให้ความสนใจ – ต่อความหยาบคายของเขา  เขาก็จะหยุดยั่วยุคุณไปเอง – คือทำเป็นไม่สนใจเขาซะ  เขาก็จะเลิกยั่วไปเอง)

         b) Jim ignored Jack’s question. (จิมไม่ตอบคำถามของแจ๊ค)

         c) I went on talking and ignored his tears. (ผมพูดต่อไป และไม่สนใจน้ำตาของเขา – แม้จะเห็นว่าเขาร้องไห้อยู่ก็ตาม)

         d) She ignored her neighbors. (เธอไม่พูดไม่จากับ – หรือไม่สนใจ – เพื่อนบ้าน)

         e) The government ignored his advice. (รัฐบาลไม่ทำตามคำแนะนำของเขา)

         f) Settlers in Africa may ignore state laws, but they always respect custom. (ผู้ตั้งรกรากในทวีปแอฟริกาอาจไม่นำพาต่อ – หรือละเลย (ที่จะปฏิบัติตาม) – กฎหมายของรัฐ  แต่พวกเขามักให้ความเคารพขนบธรรมเนียมประเพณีเสมอ)

         g) These proposals tend to ignore the court’s existing power. (ข้อเสนอเหล่านี้มีแนวโน้มที่จะไม่รับรู้ (หรือไม่นำพาต่อ) อำนาจที่มีอยู่ของศาล

12.    a) I was in complete ignorance of your intentions. (ผมขาดความรู้โดยสิ้นเชิงในเจตนาของคุณ – คือไม่รู้ว่าคุณมีเจตนาอย่างไร)

         b) An ignorant person is unlikely to find a good job. (บุคคลที่ไม่มีความรู้ – หรือโง่ – ไม่มีโอกาสที่จะหางานดีๆได้)

         c) I broke the rules only through ignorance, and not intentionally. (ผมฝ่าฝืนกฎระเบียบด้วยความไม่รู้เท่านั้น  และมิใช่โดยเจตนา)

         d) Some foreign ministers are notoriously ignorant about foreign affairs. (รัฐมนตรีต่างประเทศบางคนไม่รู้เรื่องรู้ราวแบบเป็นที่รู้กันโดยทั่วไปเกี่ยวกับกิจการต่างประเทศ)

         e) The masses were largely ignorant of the options open to them. (ประชาชนจำนวนมาก – โดยเฉพาะกรรมกร – ส่วนใหญ่ไม่รู้ถึงทางเลือกต่างๆที่เปิดกว้างสำหรับพวกเขา)

         f) How can they be so ignorant at that age? (ทำไมพวกเขาจึงโง่เง่าเสียจริง ทั้งที่อายุปูนนั้นแล้ว)

         g) Her ignorance of foreign policy was alarming. (การขาดความรู้ – หรือขาดประสบการณ์ – ของเธอด้านนโยบายต่างประเทศน่าตกใจทีเดียว)

         h) Forgive my ignorance, but what is Arista? (ให้อภัยในความไม่รู้ – หรือความโง่ – ของผมด้วย  แต่ว่าอริสต้ามันคืออะไรกันนะ)