หมวดคำศัพท์ TOEIC (ตอนที่ 5)

Ordering Lunch (การสั่งอาหารกลางวัน)

          

                    

                    

                                                 

Burden (เบ๊อร์-เดิ้น) (n - v) – ภาระ, น้ำหนักที่แบก, ภาระหน้าที่, ความยากลำบาก, ทำให้ยุ่งยากหรือเป็นภาระ, บรรทุกอย่างหนัก

Burdensome (เบ๊อร์-เดิน-เซิ่ม) (a) – ยากลำ บาก, ยุ่งยาก, เป็นภาระ

Common (ค้อม-เมิ่น) (a - n) – ร่วมกัน, ธรรม ดา, สามัญ, สาธารณะ, เหมือนกัน, รู้จักกันดีในทางเลว, หยาบคาย, (กิริยา) กระด้าง, เป็นประจำ, เป็นนิสัย, เป็นปกติ, คนสามัญ, สมาชิกสภาล่าง, ห้องอาหารขนาดใหญ่ (ในมหาวิทยาลัย)

Commonplace (a - n) – ธรรมดา, สามัญ, ไม่น่าสนใจ, ซ้ำๆซากๆ, สิ่งธรรมดาๆ, คำพูดซ้ำๆซากๆ

Deliver (ดิ-ลิฟ-เว่อะ) (v) – ส่ง, นำส่ง, ส่งจด หมาย, กล่าว (สุนทรพจน์, เทศนา), คลอดลูก, ช่วยคลอดลูก, ปล่อย, มอบ

Delivery (ดิ-ลิฟ-เวอะ-รี่) (n) – การส่ง, การนำส่ง, การกล่าวสุนทรพจน์, การส่งสินค้าจากผู้ขายไปยังผู้ซื้อ, การปล่อย, การปลดปล่อย, การคลอดบุตร (delivery room =  ห้องคลอด)

Elegant (เอ๊ล-ลิ-เกิ้นท) (a) – งดงาม, เก๋, สละ สลวย, สวยงาม, สง่างาม,  เรียบร้อย, ดีเลิศ

Elegance (เอ๊ล-ลิ-เกิ้นซ) (n) – ความงดงาม, ความเก๋, ความสละสลวย, สิ่งที่สวยงาม-เรียบร้อย, ความสง่างาม, ความดีเลิศ

Fall to (v) – กลายมาเป็นความรับผิดชอบของบุคคล, เป็นความรับผิดชอบของ

Impress (v) – ทำให้ประทับใจ, กด, ทำร่องรอย

Impression (n) – ความประทับใจ, สิ่งที่ประทับใจ, รอยประทับ, รอยกด, ความคิดหรือความเชื่อ

Impressive (a) – น่าประทับใจ

Individual (อิน-ดิ-วิจ-จ้วล) (a – n) – แต่ละบุคคล, เฉพาะราย, ส่วนบุคคล, ส่วนตัว, โดยลำพัง, บุคคล, คนๆเดียว, ปัจเจกชน

Individualize (อิน-ดิ-วิจ-จวล-ไลซ) (v) – ทำให้เป็นเฉพาะรายหรือบุคคล, ปรับให้เหมาะกับแต่ละบุคคล

Individuality (อิน-ดิ-วิจ-จู-แอ๊ล-ลิ-ที่) (n) – คุณสมบัติหรือลักษณะเฉพาะของบุคคล, สภาพหรือ ลักษณะที่แบ่งแยกไม่ได้, ความเป็นปัจเจกบุคคล

Multiple (มั้ล-ทิ-เพิ่ล)  (a - n) – หลาย, หลายเท่า, มาก, ผลคูณ

Multiplicity (มัล-ทิ-พลิซ-ซิ-ที่) (n) – ความมากมาย-หลากหลาย, ความทับทวีคูณ, ความซับ ซ้อน

Multiply (v) – คูณ, เพิ่มจำนวน, ทำให้เพิ่มขึ้นมากหรือหลายเท่า  (คำนาม คือ multiplication)

Reasonable (รี้-เซิน-นะ-เบิ้ล) (a) – เหมาะสม, มีเหตุผล, พอสมควร, ราคาพอสมควร, ไม่เกินไป, ไม่แพงไป

Settle (v) – จ่ายเงิน, ชำระ, เลือก, ตั้งถิ่นฐาน, ตั้งรกราก, แก้ปัญหา, ไกล่เกลี่ย (ข้อพิพาท), ประนีประนอม, (ตะกอน) จมลง, (ฝุ่น) สงบลงหรือจางลง

Settlement (n) – การจ่ายเงิน, การเลือกเอาจากตัวเลือกจำนวนมาก, การตั้งรกราก-ถิ่นฐาน, การตกลงแก้ปัญหาหรือไกล่เกลี่ยข้อพิพาท

Impressionable (a) – ที่ประทับใจง่าย, ที่โน้มน้าวจิตใจได้ง่าย

Narrow (แน้-โร่) (a – v) – แคบ, มีเนื้อที่จำกัด, อย่างจำกัด, หวุดหวิด, เกือบไม่สำเร็จ, เกือบไม่พอ, ทำให้แคบลง, จำกัดให้เหลือน้อยลง

Pick up (v) – เก็บขึ้นมา, หยิบ, เก็บหรือรวบด้วยมือ, ยกหรืออุ้มขึ้นมา, ไปรับ (คน, สิ่งของ), รับคนขึ้นรถ (คือให้ติดรถไปด้วย), ช่วยชีวิต, เพิ่ม, สุขภาพดีขึ้น, ดีขึ้น, เรียนรู้หรือได้มา (เช่น ภาษา หรืออื่นๆ), ติดหรือป่วยเป็นโรค, ลุกขึ้นยืน, ทำต่อไปหรือเริ่มอีกครั้ง

Narrowness (n) – ความคับแคบ

 

การใช้คำศัพท์ในประโยค

1.     a) The donkey struggled under its heavy burden. (เจ้าลาต่อสู้ดิ้นรน (บรรทุก) สัมภาระที่หนักอึ้งของมัน)

        b) I don’t want to be a burden to my family in my old age. (ผมไม่ต้องการเป็นภาระแก่ครอบครัวในวัยชรา)

        c) The secretary usually takes on the burden of ordering lunch for business meetings. (เลขาฯ มักจะรับภาระสั่งอาหารกลางวันสำหรับการประชุมธุรกิจ)

        d) The deliveryman’s back ached from the heavy burden he carried. (หลังของคนส่งของมีอาการปวดจากสัมภาระอันหนักอึ้งที่เขาแบก)

        e) In addition to all her other responsibilities, Maria had the burden of picking up her kids at school. (นอกจากความรับผิดชอบอื่นๆทุกอย่างแล้ว  มาเรียยังมีภารกิจไปรับลูกๆที่โรงเรียน)

        f) I’ll not burden you with my troubles. (ผมจะไม่ทำให้เป็นภาระแก่คุณด้วยปัญหาของผม)

        g) Don’t burden others with your problems. (อย่าทำให้คนอื่นยุ่งยากด้วยปัญหาของท่าน)

        h) All this extra work is too burdensome. (งานพิเศษชิ้นนี้เป็นภาระ – หรือยุ่งยาก – เกินไป)

        i) Bathing 5 dogs every day can be a burdensome task. (การอาบน้ำหมา ๕ ตัวทุกวัน  อาจเป็นงานที่ยากลำบาก)

2.     a) We should work closely together for our common interests. (เราควรทำงานด้วยกันอย่างใกล้ชิดเพื่อผลประโยชน์ร่วมกัน)

        b) Short sight is very common when people become old. (สายตาสั้นเป็นธรรมดาอย่างมากเมื่อคนเริ่มแก่)

        c) Those people have many things in common. (คนพวกนี้มีอะไรหลายๆอย่างที่เหมือนกัน)

        d) Jack has such common manners that no one will associate with him. (แจ๊คมีกิริยาเลว (กระด้าง) มากจนกระทั่งไม่มีใครจะคบหาสมาคมกับเขา)

        e) The people who work in this building commonly order their lunch from the sandwich shop on the first floor. (คนที่ทำงานในอาคารนี้สั่งอาหารกลางวันเป็นประจำจากร้านแซนวิชที่ชั้น ๑)

        f) The restaurants in this area commonly serve office workers and are only open during the week. (ภัตตาคารในย่านนี้เสิร์ฟคนทำงานออฟฟิศเป็นปกติ  และเปิดเฉพาะระหว่างวันทำงานเท่านั้น)

3.     a) Air travel has now become commonplace. (การเดินทางทางอากาศในปัจจุบันเป็นธรรมดาเสียแล้ว)

        b) The most commonplace things excited her interests. (สิ่งที่ธรรมดาที่สุดกระตุ้นความสนใจของเธอได้)

        c) In the old days the death of children was a commonplace. (ในสมัยโบราณ  การตายของเด็กๆเป็นธรรมดาสามัญ)

        d) It is a commonplace that haste makes waste. (มันเป็นคำพูดซ้ำๆซากๆที่ว่า  ความรีบร้อนก่อให้เกิดความสูญเปล่า)

4.     a) He asked the florist to deliver the flowers to her office. (เขาขอร้องให้คนขายดอกไม้ส่งดอกไม้ไปที่ออฟฟิศของเธอ)

        b) That restaurant delivers food at no extra charge. (ภัตตาคารนั้นส่งอาหารให้โดยไม่มีการชาร์จ (ค่าส่ง) เป็นพิเศษ)

        c) We all got very hungry waiting for the delivery to arrive. (เราทุกคนหิวมากในการรอคอยให้การส่งอาหารมาถึง)

        d) The restaurant is reluctant to make deliveries, but makes an exception for our office. (ภัตตาคารนั้นไม่เต็มใจที่จะทำการส่งอาหาร  แต่ว่ามีการยกเว้นที่ออฟฟิศของเรา)

        e) There is no delivery of post over the weekend. (ไม่มีการส่งไปรษณีย์ตอนสุดสัปดาห์)

         f) She was delivered of a healthy girl. (เธอ – หมายถึงแม่ – ถูกทำคลอดเป็นเด็กหญิงสุขภาพแข็งแรง)

         g) Her baby was delivered by a midwife. (เด็กทารก (ลูก) ของเธอถูกช่วยทำคลอดโดยหมอตำแย) (คือ เด็กมิได้ถูกทำคลอด แต่ถูกช่วยทำคลอด  ผู้ถูกทำคลอดคือแม่เด็ก)

         h) She delivered a talk on her recent trip to Japan. (เธอกล่าวปาฐกถาเรื่องการเดินทางไปญี่ปุ่นเมื่อเร็วๆมานี้ของเธอ)

         i) The judge delivered a stern warning to the offender. (ผู้พิพากษากล่าวเตือนอย่างจริงจังแก่ผู้กระทำความผิด)

         j) The car was delivered over to its new owner. (รถยนต์ถูกส่งมอบให้กับเจ้าของคนใหม่ของมัน)

5.     a) Most foreigners appreciate the elegant manners of the Thai women. (ชาวต่างประเทศส่วนมากชื่นชมกิริยามารยาทที่งดงาม-เรียบร้อยของผู้หญิงไทย)

        b) You look extremely elegant in that dress. (คุณดูสวยงาม-เก๋อย่างมากในชุดนั้น – ที่คุณสวม)

        c) The stately mansion was furnished with great elegance. (คฤหาสน์ที่โอ่อ่าหลังนั้นถูกตกแต่งด้วยความสง่างาม – หรือความงดงาม –  อย่างยิ่ง)

        d) The elegance of the restaurant made it a pleasant place to eat. (ความสง่างามของภัตตาคารทำให้มันเป็นสถานที่น่าเพลิดเพลินในการกิน)

        e) A sandwich may lack elegance, but it makes a convenient and inexpensive lunch. (แซนวิชอาจขาดความดีเลิศ  แต่มันเป็นอาหารกลางวันที่สะดวกและใม่แพง)

6.     a) The task of preparing the meal fell to the assistant chef when the chief chef was ill. (งานเตรียมมื้ออาหารเป็นความรับผิดชอบของผู้ช่วยหัวหน้าพ่อครัวเมื่อหัวหน้าฯ ป่วย)

        b) The menu was in Japanese, so ordering for us fell to Anna, who spoke Japanese. (เมนูเป็นภาษาญี่ปุ่น  ดังนั้น การสั่งอาหารสำหรับเราเป็นความรับผิดชอบของแอนนา  ผู้ซึ่งพูดภาษาญี่ปุ่นได้)

7.     a) He tried to impress the teacher with his knowledge. (เขาพยายามทำให้ครูประทับใจในความรู้ของเขา)

        b) The candidate has an impressive CV. (ผู้สมัครแข่งขันมีประวัติการศึกษาและทำงานที่น่าประทับใจ)

        c) He created a good impression. (เขาสร้างความประทับใจที่ดี – คือทำให้คนอื่นประทับใจในตัวเขา)

        d) The Grand Canyon is a most impressive sight. (แกรนด์แคนยอนเป็นภาพที่น่าประทับใจที่สุด)

        e) What are your impressions of France? (ความประทับใจของคุณต่อประเทศฝรั่งเศสคืออะไร)

         f) She had the impression that he was not telling her the truth. (เธอมีความเชื่อ – หรือความคิด – ว่าเขามิได้บอกความจริงแก่เธอ)

        g) Children are at an impressionable age. (เด็กๆอยู่ในวัยที่โน้มน้าวจิตใจได้ง่าย)

8.     a) In a true democracy, every individual has equal rights. (ในประเทศประชาธิปไตยที่แท้จริง  บุคคลทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกัน)

        b) The portions are large enough to feed two individuals. (ส่วนแบ่ง – ของอาหาร – ใหญ่หรือมากพอที่จะเลี้ยงบุคคลได้ ๒ คน)

        c) In a small class, each student can receive individual attention. (ในชั้นเรียนเล็กๆ  นักเรียนแต่ละคนสามารถได้รับความเอาใจใส่ (จากครู) เป็นส่วนบุคคล – หรือแบบส่วนตัว – คือตัวต่อตัว)

        d) Each page must be numbered individually. (แต่ละหน้า – ของหนังสือ – จะต้องลงเลขเป็นรายหน้า – คือ ๑ ตัวเลขต่อ ๑ หน้า)

        e) The individually marked boxes made it easy for us to claim our orders. (กล่องที่ทำเครื่องหมายไว้แต่ละใบทำให้ง่ายสำหรับเราที่จะเรียกเอาออร์เด้อร์ – หรือ ของที่เราสั่งซื้อและส่งมาในกล่อง – ของเรา)

         f) He has an individual style of dress. (เขามีสไตล์เฉพาะตัวสำหรับชุดที่สวมใส่)

         g) Her individuality distinguishes her from other actresses. (ลักษณะเฉพาะตัวของเธอทำให้เธอต่างไปจากนักแสดงหญิงคนอื่น)

         h) We try to individualize our offices with pictures. (เราพยายามทำให้ออฟฟิศของเรามีลักษณะเฉพาะตัวด้วย (การประดับด้วย) รูปภาพต่างๆ)

9.     a) We have received multiple requests for this book. (เราได้รับการร้องขอมากมายสำหรับหนังสือเล่มนี้ – คือมีคนมาขอเป็นจำนวนมาก)

        b) It takes multiple steps to get into this building, which frustrates all our employees. (มันมีหลายขั้นตอนที่จะเข้าไปในอาคารหลังนี้  ซึ่งทำให้ลูกจ้างของเราทุกคนคับข้องใจ)

        c) Several cars were damaged in the multiple crash. (รถหลายคันได้รับความเสียหายในการชนกันแบบหลายๆคัน)

        d) 12 is a multiple of 2, 3, 4 and 6. (๑๒ เป็นผลคูณของ ๒, ๓, ๔ และ ๖ คือจับคู่คูณกันให้ได้ ๑๒)

        e) There was a multiplicity of activities at the fair. (มีความมากมายหลายหลากของกิจกรรมที่ตลาดนัด)

        f) Mice multiply quickly. (หนูเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็ว)

        g) Our profits have multiplied over the last year. (ผลกำไรของเราเพิ่มเป็นทวีคูณจากปีที่แล้ว)

        h) If you multiply 2 by 3, you get 6. (ถ้าคุณคูณ ๒ ด้วย ๓  คุณจะได้ ๖)

         i) This process is called multiplication (กระบวนการนี้เรียกว่าการคูณ)

         j) The multiple-choice exam is easy. (การสอบแบบเลือกคำตอบ ๑ ข้อ จากตัวเลือกหลายๆข้อเป็นเรื่องง่าย)

10.    a) That’s a reasonable price, let’s buy it. (นั่นเป็นราคาที่ไม่แพงเกิน – หรือราคาพอสมควร – พวกเราซื้อมันเถอะ)

         b) The lunches at this place are not top quality, but they’re reasonable(อาหารกลางวันที่ร้านนี้ไม่ได้มีคุณภาพสูงมากมาย  แต่มันราคาไม่แพง)

         c) I usually have lunch at the company cafeteria because of the convenient location and the reasonable prices. (ผมมักกินอาหารกลางวันที่โรงอาหารของบริษัท  เนื่องมาจากทำเลที่สะดวก (ไม่ต้องออกไปกินข้างนอก) และราคาไม่แพง)

11.     a) We settled the bill with the cashier. (เราจ่ายค่าบิลกับแคชเชียร์)

          b) Customers must settle their accounts within 30 days. (ลูกค้าต้องจ่ายบัญชีของพวกเขา (ที่ค้างชำระอยู่) ภายใน ๓๐ วัน)

          c) He sent a cheque in settlement of his debt. (เขาส่งเช็คเพื่อการชำระหนี้ของเขา)            

          d) After much debate, we finally settled on the bistro on the corner. (หลังจากถกเถียงกันอย่างมากมาย  ในที่สุดเราก็เลือกภัตตาคารเล็กๆที่มุมถนน – เพื่อไปทานอาหาร)

          e) I wasn’t sure which dress to buy but settled on the blue one. (ผมไม่แน่ใจว่าจะซื้อชุดไหนดี แต่ก็เลือกชุดสีน้ำเงิน)

          f) They left Jamaica to settle in Canada. (เขาออกจากจาไมก้าเพื่อไปตั้งถิ่นฐานในแคนาดา)

          g) The first settlers had to adapt to a strange country. (ผู้ตั้งถิ่นฐาน-รกรากรุ่นแรกจำเป็นต้องปรับตัวให้เข้ากับประเทศที่แปลกถิ่น – หรือไม่คุ้นเคย)

          h) In the 19th century, Australia was used as a convict settlement. (ในศตวรรษที่ ๑๙ ออสเตรเลียถูกใช้เป็นที่ตั้งรกราก-ถิ่นฐานของผู้กระทำผิด – คือนักโทษ)

          i) The plaintiff and defendant agreed to settle out of court. (โจทก์และจำเลยตกลงที่จะไกล่เกลี่ย-ประนีประนอม นอกศาล)

         j) There can be no settlement to the dispute until both sides agree. (ไม่มีทางที่จะแก้ปัญหาความขัดแย้งได้ จนกระทั่งทั้ง ๒ ฝ่ายเห็นพ้องต้องกัน)

         k) Allow the sediment to settle. (ปล่อยให้ตะกอนจมลงเบื้องล่าง)

         l) We had to wait until the dust settled before we could see what happened. (เราจำเป็นต้องรอจนกระทั่งฝุ่นสงบ (หรือจางลง) ก่อนที่เราจะสามารถเห็นว่าอะไรเกิดขึ้น)

  12.  a) The path is too narrow to walk two abreast. (ทางเดินแคบเกินไปที่จะเดิน ๒ คนคู่กันไป)

         b) Drive slowly due to the narrowness of the street. (ขับช้าๆนะเนื่องจากความคับแคบของถนน)

         c) We narrowed the restaurant possibilities down to three. (เราจำกัดความเป็นไปได้ของภัตตาคาร (ที่จะไปกินอาหาร) ให้เหลือ ๓ แห่ง)

         d) This restaurant delivers only pizza and sandwiches, so this certainly narrows down the choices. (ภัตตาคารนี้จัดส่งอาหารเฉพาะแต่พิซซาและแซนวิชเท่านั้น  ดังนั้น สิ่งนี้จึงแน่นอนที่จะจำกัดทางเลือก – ของลูกค้า – คือมีอาหารหลายอย่าง แต่จัดส่งให้ลูกค้าเพียง ๒ อย่าง)

         e) If they widen the road, they’ll have to narrow the pavement. (ถ้าเขาขยายถนนให้กว้างขึ้น  เขาก็จำเป็นต้องทำให้ทางเท้าแคบลง)

         f) Conversation with him is difficult because he has such a narrow range of topics. (การสนทนากับเขามีความยากลำบาก เพราะว่าเขามีหัวข้อ (สนทนา) อย่างจำกัด – คือมีหัวข้อที่จะพูดคุยน้อย)

         g) She narrowly missed crashing into the barrier. (เธอรอดการชนกำแพง – หรือสิ่งกีดขวาง – อย่างหวุดหวิดหรือเฉียดฉิว)

13.  a) The delivery man picks up lunch orders on his motor scooter. (คนส่งของ – หรืออาหาร – ไปรับออร์เดอร์อาหารกลางวันโดยใช้รถสคู้ตเตอร์)

        b) Some parents pick up their children from school. (พ่อแม่บางคนไปรับลูกจากโรงเรียน)

        c) Can you pick up some bread on your way home? (คุณช่วยไปเอา (ซื้อ) ขนมปังระหว่างทางกลับบ้านหน่อยได้ไหม)

        d) Pick up your toys and put them away. (หยิบของเล่นของหนูขึ้นมาและเอาไปเก็บซะ)

        e) She picked up the baby from its pram. (เธออุ้มเด็กขึ้นมาจากรถเข็นเด็ก)

        f) Motorists should be careful when picking up hitchhikers. (นักขับรถควรระวังเมื่อรับนักโบกรถขึ้นรถ)

        g) The lifeboat picked up some survivors from the sea. (เรือกู้ภัยช่วยชีวิตผู้รอดตายบางคนจากทะเล)

        h) Since abandoning her diet, she has picked up weight. (ตั้งแต่ละทิ้งอาหารช่วยลดน้ำหนัก  เธอมีน้ำหนักเพิ่มขึ้น)

        i) The doctor says she is picking up nicely after her operation. (หมอบอกว่าเธอสุขภาพดีขึ้นอย่างมากหลังการผ่าตัด)

        j) The bookings always pick up in season. (การจอง – ห้องพัก – เพิ่มขึ้นเสมอในฤดูกาล – ท่องเที่ยว)

       k) If you live in a country, you pick up the language easily. (ถ้าคุณอาศัยอยู่ในประเทศหนึ่ง  คุณจะเรียนรู้ – หรือได้ – ภาษา (ของประเทศนั้น) อย่างง่ายดาย)

        l) He picked up flu while visiting his sick friend. (เขาติด – หรือป่วยเป็น – ไข้หวัดใหญ่เมื่อไปเยี่ยมเพื่อนที่ป่วย)

       m) She picked herself up after the fall. (เธอลุกขึ้นยืนหลังจากหกล้ม)

        n) We’ll pick up where we left off yesterday. (เราจะทำต่อไป (งาน, การอ่านหนังสือ, การประชุม) จากตรงที่เราค้างไว้เมื่อวานนี้)

 

พารากราฟเกี่ยวกับ Ordering Lunch

               As the office manager, it usually falls to Amanda to order the food for a working lunch or an office party.  Amanda finds ordering food for a working lunch to be especially burdensome.  First, in order to avoid placing multiple small orders from different food establishments, she must narrow down the choice to one kind of food.  It’s best to keep the ordering as simple as possible since each individual has his or her own tastes.  The lunches that she orders most commonly consist of sandwiches and pizza.

(คำแปล)

              ในฐานะผู้จัดการสำนักงาน มันมักจะเป็นความรับผิดชอบ (falls to) ของอแมนด้า ในการสั่งอาหารสำหรับอาหารกลางวันของที่ทำงาน หรือไม่ก็งานเลี้ยงที่ออฟฟิศ  อแมนด้าพบว่าการสั่งอาหารสำหรับอาหารกลางวันของที่ทำงานมีความยุ่งยาก(หรือเป็นภาระ) (burdensome) เป็นพิเศษ  ในประการแรก เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงการสั่ง (อาหาร) มื้อเล็กๆ จำนวนมาก (multiple) (คือหลายออร์เดอร์) จากร้าน (establishments) ขายอาหารต่างๆหลายแห่ง  เธอจะต้องจำกัด (narrow) การเลือกให้เหลืออาหารชนิดเดียว  มันจะเป็นการดีที่สุดที่จะทำให้การสั่ง (อาหาร) ง่ายที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะว่าบุคคล (individual) แต่ละคน มีรสนิยมของตนเอง อาหารกลางวันที่อแมนด้าสั่งเป็นปกติธรรมดา (commonly) มากที่สุด ประกอบด้วยแซนวิชและพิซซา

              Once she has settled on a good choice, she calls a restaurant on her approved list.  Usually she needs the food delivered so she does not have to leave the office and pick up the order herself.

(คำแปล) 

                 เมื่อเธอได้เลือก (settled) ตัวเลือกที่ดีแล้ว เธอก็โทรๆไปที่ภัตตาคาร ตามรายชื่อ (อาหาร) ที่ได้รับความเห็นชอบ (approved) โดยปกติแล้ว เธอต้องการให้อาหารถูกส่งมา (delivered) (ที่ออฟฟิศ)  ดังนั้น เธอจึงไม่จำเป็นต้องเดินทางจากออฟฟิศ และไปรับ (pick up) ออร์เดอร์ (อาหารที่สั่ง) ด้วยตัวเอง

              In case of a more formal lunch, where her boss is trying to impress new clients, for example, Amanda will call a catering service that can provide a more elegant meal.  Even though the meal is a fancy one, it still must be reasonably priced to fit the company’s entertainment budget.

(คำแปล)

               ในกรณีของอาหารกลางวันที่เป็นทางการมากขึ้น ซึ่งเจ้านายของเธอกำลังพยายามทำให้ลูกค้า (clients) รายใหม่ประทับใจ (impress) – เป็นตัวอย่าง – อแมนด้าจะโทรๆหาบริการจัดหาและส่งอาหาร (catering) ที่สามารถจัดหาอาหารที่เริดหรู (elegant) มากขึ้น  แม้ว่าอาหารนั้นจะเป็นอาหารที่มีสีสันแพรวพราว (หรือในจินตนาการ) (fancy)  มันจะต้องยังคงมีราคาพอสมควร (ไม่แพงเกินไป) (reasonably) เพื่อให้เหมาะกับงบประมาณการจัดเลี้ยง (entertainment) ของบริษัท