หมวดคำศัพท์ TOEIC (ตอนที่ 3)

          

          

Airlines (สายการบิน)

พารากราฟเกี่ยวกับสายการบิน

          If you travel, you most likely will have to deal with flying.  Flying is the quickest, most convenient means of travel between countries, and often between different parts of one country.  Flying is expensive, but when all costs are taken into account for traveling any substantial distance, air travel is usually less expensive than driving by car.  It is also the most economical way to go in terms of time.  You’ll miss the scenery en route, but you’ll have more time at your vacation destination with air travel.

          Airlines sell seats at a variety of prices under a system of requirements and restrictionsFull-fare tickets are the most expensive, but give you the most flexibility in terms of making changes.  A prospective traveler can buy a ticket up to takeoff time as long as a seat is available

          Fares change rapidly, and even travel experts find it difficult to keep up.  The changing situation is due to many factors, including increased competition.  As a general rule, the less you pay for the ticket, the more restrictions you can expect.  If you are trying to save money, look for excursion fares.  These are equivalent to a special sale.  Most excursion fares are for round-trip travel and have strict regulations and a minimum and maximum length of stay, so don’t count on extending your vacation or staying less time than required.  However, once you are on the plane, you are not distinguishable from passengers who paid higher fares.

คำแปล

          ถ้าคุณเดินทาง คุณมีแนวโน้ม (likely) จำเป็นต้องเกี่ยวข้องกับ (deal with) การบินมากที่สุด การบินเป็นวิธี (means) ที่เร็วที่สุดและสะดวก (convenient) ที่สุดของการเดินทางระหว่างประเทศ และระหว่างส่วนต่างๆของประเทศหนึ่งๆด้วย การบินมีราคาแพง แต่เมื่อค่าใช้จ่ายทั้งหมดถูกนำมาพิจารณา (are taken into account) สำหรับการเดินทางเป็นระยะทางมากๆ (ไกลๆ) (substantial distance) แล้ว การเดินทางๆอากาศมักจะแพงน้อยกว่าการขับรถยนต์ และมันยังเป็นวิธีที่ประหยัด (economical) ที่สุดในการเดินทางในแง่ของ (in terms of ) เวลา คุณจะพลาดจาก (ไม่ได้ดู) (miss) ทิวทัศน์ (ภูมิประเทศ) (scenery) ระหว่างทาง (en route) (ถ้าเดินทางโดยเครื่องบิน) แต่ว่าคุณจะมีเวลามากขึ้นที่จุดหมายปลายทาง (destination) ของการเดินทางวันหยุดพักผ่อน (vacation) กับการเดินทางๆอากาศ

          สายการบินขายที่นั่ง (บนเครื่องบิน) ในราคาที่มีความหลากหลาย (variety) ภายใต้ระบบของข้อกำหนด (requirements) และข้อห้าม (restrictions) ตั๋วโดยสารเต็มราคา (full-fare tickets) จะมีราคาแพงที่สุด แต่ก็ให้ความยืดหยุ่น (flexibility) กับคุณมากที่สุดในแง่ของการเปลี่ยนแปลง (ตั๋ว) นักเดินทางที่คาดว่าจะทำการเดินทาง (prospective traveler) สามารถซื้อตั๋วได้จนกระทั่งถึงเวลาเครื่องออก (takeoff time) ตราบใดที่ที่นั่งบนเครื่องบินยังสามารถหาได้ (available)

          ค่าโดยสาร (fares) เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และแม้กระทั่งผู้เชี่ยวชาญการเดินทาง (travel experts) พบว่าเป็นเรื่องยากที่จะตามทัน (keep up)  (กับค่าโดยสารที่เปลี่ยนไป) สถานการณ์ (situation) ที่เปลี่ยนแปลงสืบเนื่องมาจาก (due to) หลายปัจจัย (factors) รวมทั้งการแข่งขัน (competition) ที่เพิ่มขึ้น มีกฎทั่วไปอยู่ว่า (as a general rule) ยิ่งคุณจ่ายค่าตั๋วน้อยเท่าใด คุณก็สามารถคาดหวัง (จะเจอ) ข้อห้าม-ข้อจำกัด มากขึ้นเท่านั้น และถ้าคุณกำลังพยายามประหยัดเงินละก็ ให้มองหาค่าโดยสารการเดินทางท่องเที่ยวที่จัดขึ้นเป็นพิเศษ (เช่นในโอกาสต่างๆ) (excursion) สิ่งเหล่านี้เทียบเท่ากันกับ (equivalent) การขายพิเศษ ค่าโดยสารการท่องเที่ยวพิเศษส่วนมากมักสำหรับการเดินทางไป-กลับ (round-trip travel) และมีกฎข้อบังคับที่เข้มงวด (strict regulations) และความยาว (length) ต่ำสุด-สูงสุดของการพัก (ณ ที่ใดที่หนึ่ง) ดังนั้น จงอย่าหวังพึ่งพา (count on) การขยายเวลา (extending) การเดินทางวันหยุดของคุณ หรือพักอยู่โดยใช้เวลาสั้นลงกว่าที่ (ตั๋ว) กำหนดไว้ อย่างไรก็ตาม เมื่อคุณอยู่บนเครื่องบินแล้ว คุณก็ไม่สามารถ (ถูก) แยกความแตกต่างได้ (distinguishable) จากผู้โดยสารที่จ่ายค่าโดยสารมากกว่าคุณ (คือทุกคนเท่ากันหมด)

 

General Travel (การเดินทางทั่วไป)

พารากราฟเกี่ยวกับการเดินทางทั่วไป

          When Mary is planning a business trip, she prefers to act as her own travel agent.  If she is traveling to another country, first she checks her passport to make sure it is still valid.  Then she goes online and checks several travel websites to find out about airline flights and hotels.  She likes to plan her own itinerary, to choose when she will arrive at each place, how she will get there, and which hotels she will stay at.  On the day her trip begins, she looks at the airline’s website to make sure that her flight is on time and not delayed.

          At the airport, Mary checks her suitcases at the check-in counter since she is prohibited from taking more than one piece of carry-on luggage with her onto the plane.  At the same time, she receives her embarkation card.

          She will present this at the gate when it is time to board her flight.  She is told to be at the gate15 minutes before the flight is to depart.  During the flight, the attendant may offer her a beverage, and a snack or meal.  The captain will make announcements during the flight to let the passengers know at which altitude they are flying, and when they may expect to arrive at their destination.

          Once the flight has landed, Mary disembarks and must go through customs after she claims her baggage.  After this, she will take a cab to the hotel where she is staying, so she can rest and prepare for her meeting the next day.  She will also reconfirm her return flight a day or two before she leaves to return home.

คำแปล

          เมื่อแมรี่กำลังวางแผนการเดินทางเพื่อธุรกิจ (business trip) เธอชอบ(มากกว่า) (prefer) ที่จะทำตัวในฐานะ (act as) ตัวแทนท่องเที่ยว (travel agent) ของตนเอง และถ้าเธอกำลังเดินทางไปอีกประเทศหนึ่ง ประการแรก เธอจะตรวจสอบพาสปอร์ตเพื่อทำให้มั่นใจ (make sure) ว่ามันยังคงใช้การได้-ไม่หมดอายุ (valid) ต่อจากนั้น เธอก็จะดำเนินการออนไลน์ (goes online) และตรวจสอบเว็บไซต์ท่องเที่ยวหลายแห่งเพื่อค้นหา (find out) เกี่ยวกับเที่ยวบิน (flight) ของสายการบินและโรงแรม และเธอยังชอบที่จะวางแผนหมายกำหนดการเดินทาง (itinerary) เพื่อจะเลือกว่าเธอจะไปถึงแต่ละที่เมื่อใด จะไปถึงที่นั่นอย่างไร และเธอจะพักที่โรงแรมใด สำหรับในวันที่การเดินทางของเธอเริ่มต้น เธอจะดูเว็บไซต์ของสายการบินเพื่อให้มั่นใจว่าเที่ยวบินของเธอตรงเวลา (on time) และไม่ (ถูกทำให้) ล่าช้า (delayed)

          ที่สนามบิน แมรี่ตรวจสอบกระเป๋าเดินทาง (suitcases) ของเธอที่เคาน์เตอร์เช็คอินเนื่องจากเธอถูกห้าม (is prohibited) มิให้นำสัมภาระที่ถือติดตัวขึ้นเครื่อง (carry-on luggage) มากกว่า ๑ ชิ้น ขึ้นไปบนเครื่องบิน ในเวลาเดียวกัน เธอก็ได้รับบัตรผ่านขึ้นเครื่อง (embarkation card) (= boarding pass)

          เธอจะแสดง (present) สิ่งนี้ (บัตรผ่านฯ) ที่เกต – ประตูผ่านไปขึ้นเครื่อง – เมื่อถึงเวลาขึ้นเครื่อง (time to board her flight) เธอถูกบอกให้ไปที่เกต ๑๕ นาทีก่อนที่เครื่องบิน (flight) ของเธอจะออกเดินทาง (depart) และในระหว่างการบิน พนักงานบริการ (attendant) อาจจะเสิร์ฟเครื่องดื่ม (beverage) และอาหารว่าง (snack) หรืออาหาร กัปตันจะทำการประกาศ (announcements) ระหว่างการบินเพื่อให้ผู้โดยสารทราบว่ากำลังบินอยู่ที่ความสูง (altitude) เท่าใด และเมื่อใดที่ผู้โดยสารอาจจะคาดหวังเดินทางถึงจุดหมายปลายทาง

          เมื่อเครื่องบินลงจอด (landed) แล้ว แมรี่ลงจากเครื่อง (disembarks) และจะต้องผ่านพิธีการศุลกากร (go through customs) ภายหลังจากที่เธอเรียกคืน (claims) กระเป๋าเดินทาง (baggage) หลังจากนี้ เธอจะนั่งรถแท็กซี่ (cab) ไปยังโรงแรมที่เธอพัก เพื่อที่เธอจะได้พักผ่อนและเตรียมตัวสำหรับการประชุมในวันถัดไป เธอจะยืนยันซ้ำ (reconfirm) เที่ยวบินขากลับ (return flight) ๑ วันหรือ ๒ วัน ก่อนที่เธอจะออกเดินทางกลับบ้าน

 

Trains (รถไฟ)

Fare (n) – ค่าโดยสาร

Duration (n) – ระยะเวลา, ช่วงเวลา

Operate (v) – ดำเนินการ, คุมเครื่องจักร, ทำหน้าที่, ปฏิบัติ

Operation (n) – การปฏิบัติการ, การทำหน้าที่

Remote (a) – อยู่ห่างไกล (ผู้คน-บ้านเรือน), โดดเดี่ยว, (เวลา) ห่างไกลออกไป (ในอดีต), (ญาติ)ห่างๆ, เล็กน้อย, เบาบาง, เย็นชา-ไม่เป็นมิตร

Remainder (n) – ส่วนที่เหลือ, จำนวนที่เหลือ, เศษที่เหลือ, เศษ, ซาก, ของตกค้าง

Relative (a – n) – เกี่ยวข้อง, สัมพันธ์, ญาติพี่น้อง

Relatively (adv) – ค่อนข้างจะ

Entitle (v) – ให้สิทธิ, ให้ตำแหน่ง, ทำให้มีคุณสมบัติครบ, ตั้งชื่อว่า

Offset (v – n) – ชดเชย, หักล้าง, การชดเชย, การหักล้าง, สิ่งชดเชย

Deluxe (ดิ-ลุคซ) (a) – หรูหรา, หรูหราอย่างน่าสังเกต

Comprehensive (a) – ที่กินวงกว้าง, ครอบคลุมไปทั่ว

Punctual (พั้ง-ช่วล) (a) – ตรงเวลา

Punctuality (n) – การตรงต่อเวลา

Directory (n) – หนังสือรวบรวมรายชื่อบุคคลหรือข้อมูล

Incentive (n - a) – แรงจูงใจ, สิ่งดลใจ, ซึ่งกระตุ้น, ซึ่งดลใจ

Farewell (n) – การกล่าวคำอำลา, การอำลา

Remain (v) – ยังคง, ยังอยู่. ค้าง, พักอยู่

Remains (n) – เศษอาหาร, เศษ, ซากศพ, ซากสัตว์หรือพืช

Impassable (a) – ไม่สามารถผ่านไปได้

ตัวอย่างการใช้คำศัพท์ในประโยค

     1.  a) Pay your fare to the bus driver when you board the bus. (จ่ายค่าโดยสารกับพนักงานขับรถเมื่อคุณขึ้นรถประจำทาง)

          b) Adults pay full fare, children pay half fare. (ผู้ใหญ่จ่ายค่าโดยสารเต็มราคา  เด็กจ่ายครึ่งราคา)

     2.  a) Farewell, until we meet again! (ลาก่อนนะ จนกว่าเราจะพบกันอีก)

          b) She said a sad farewell and left. (เธอกล่าวอำลาแบบเศร้าและจากไป)

          c) I’m giving a farewell party before I go overseas. (ผมกำลังจะจัดงานเลี้ยงอำลาก่อนไปต่างประเทศ)

     3.  a) The train operates on a punctual schedule. (รถไฟดำเนินกิจการ – ให้บริการ – ตามตารางเวลาที่เที่ยงตรง)

          b) The train only operates in this area at the height of the tourist season. (รถไฟให้บริการในพื้นที่นี้เฉพาะช่วงเวลาท่องเที่ยวที่เป็นไฮซีซั่นเท่านั้น)

          c) Can you operate the machinery? (คุณเดิน – ควบคุม – เครื่องจักรเป็นหรือเปล่า)

          d) I understand the operation of a car engine. (ผมเข้าใจการทำงานของเครื่องยนต็รถยนต์)

          e) He is a computer operator. (เขาเป็นผู้ปฏิบัติงานด้านคอมพิวเตอร์)

     4.  a) Mother lent me her spare jacket for the duration of the trip. (แม่ให้ผมยืมเสื้อแจ๊กเก็ตสำรองของเธอสำหรับช่วงเวลาการเดินทาง)

          b) We enjoyed ourselves so much for the duration of the train ride. (เราสนุกมากสำหรับช่วงเวลาของการนั่งรถไฟ)

     5.  a) They live on a farm remote from any town or village. (พวกเขาอาศัยอยู่ในไร่ ห่างไกลจากเมืองหรือหมู่บ้านใดๆ)

          b) The remoteness of the village means they don’t have yet electricity. (ความห่างไกลของหมู่บ้านหมายความว่าพวกเขายังไม่มีไฟฟ้าใช้)

          c) In the remote past, dinosaurs roamed the Earth. (ในอดีตอันห่างไกล ไดโนเสาร์ท่องเที่ยวไปบนโลก)

          d) She is a remote cousin of mine. (เธอเป็นญาติห่างๆของผม)

          e) He is so far behind that his chances of winning now are remote. (เขา – นักวิ่ง – อยู่รั้งท้ายอย่างมากจนกระทั่งโอกาสที่จะชนะมีเพียงเล็กน้อย)

          f) Her remote manner makes people rather nervous. (ท่าทางเย็นชา-ไม่เป็นมิตรของเธอทำให้ผู้คนค่อนข้างวิตกกังวล)

      6.  a) The town has train service in the summer, but for the remainder of the year the tracks are impassable. (เมืองนี้มีบริการรถไฟในหน้าร้อน แต่สำหรับช่วงเวลาที่เหลือของปี ทางรถไฟไม่สามารถผ่านได้ – เนื่องจากมีหิมะตก)

          b) Divide five into twelve and the answer is two, remainder two. (เอา ๕ ไปหาร ๑๒ จะได้คำตอบ ๒ เหลือเศษ ๒)

          c) What shall we do with the remainder of the day? (เราจะทำอะไรกันดีกับช่วงเวลาที่เหลือของวัน)

           d) I ate part of the apple and my friend ate the remainder. (ผมกินแอปเปิ้ลไปส่วนหนึ่ง และเพื่อนของผมกินส่วนที่เหลือ)

          e) If you take 4 oranges from 6 oranges, the remainder is 2. (ถ้าคุณเอาส้ม ๔ ผลไปจาก ๖ ผล ส่วนที่เหลือคือ ๒ ผล)

     7.  a) It is safer for all passengers to remain in their seats until the train comes to a complete stop. (มันจะปลอดภัยกว่ากันสำหรับผู้โดยสารทั้งหมดที่จะยังคงอยู่ในที่นั่ง จนกระทั่งรถไฟจอดสนิท)

          b) He has gone away, but I will remain here. (เขาไปแล้ว แต่ผมจะยังคงพักอยู่ที่นี่)

          c) Not much of the house remained after the tornado. (บ้านหลังนั้นเหลืออยู่ไม่มากหลังจากพายุทอร์นาโด – คือส่วนใหญ่ของบ้านถูกทำลายไป)

          d) If you subtract four from eight, four remains. (ถ้าคุณหัก ๔ ออกจาก ๘ จะยังเหลือ ๔)

          e) The remains of an unfinished meal were still on the table. (เศษที่เหลือของมื้ออาหารที่ยังกินไม่เสร็จยังคงอยู่บนโต๊ะ)

          f) The contractors had to stop excavating once human remains had been uncovered at the site. (ผู้รับเหมาจำเป็นต้องยุติการขุดค้นเมื่อซากศพมนุษย์ได้ถูกเปิดเผยออกมาที่สถานที่แห่งนั้น)                  

      8.  a) The train station is not near any of the deluxe hotels, so we will have to take a taxi. (สถานีรถไฟมิได้อยู่ใกล้โรงแรมหรูใดๆหรอก ดังนั้น เราจำเป็นต้องไปรถแท็กซี่ – คือ สถานีๆมักอยู่นอกเมือง ดังนั้น จากโรงแรมที่พัก จะต้องไปรถแท็กซี่)

           b) Her parents decided to spend wastefully on deluxe accommodations for their trip. (พ่อแม่เธอตัดสินใจใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือยกับที่พักหรูหราสำหรับการเดินทางของพวกเขา)

      9.  a) During the holiday rush, a train ticket entitled the passenger to a ride, but not necessarily a seat. (ระหว่างการแห่เดินทางวันหยุด ตั๋วรถไฟให้สิทธิผู้โดยสารนั่งรถไฟก็จริง แต่ไม่จำเป็นว่าจะได้ที่นั่งด้วย – เพราะคนแน่นมาก)

           b) The job will entitle you to an annual bonus. (งานนี้จะให้คุณได้สิทธิรับโบนัสประจำปี)

           c) I’ve worked hard – I’m entitled to a break. (ผมทำงานหนักนะ ผมมีสิทธิที่จะพัก)

           d) She reads a story entitled “The Eagle”. (เธออ่านนิยายมีชื่อว่า “นกอินทรีย์”)

    10.  a) The high cost of the hotel room offset the savings we made by taking the train instead of the plane. (ค่าใช้จ่ายที่แพงของโรงแรมหักล้างเงินออมที่เราเก็บโดยวิธีนั่งรถไฟแทนเครื่องบิน – คือประหยัดโดยนั่งรถไฟ แต่เงินก็หมดไปกับค่าโรงแรมที่แพง)

    11.  a) The bonus is an incentive to boost productivity. (โบนัสเป็นสิ่งจูงใจในการเพิ่มความสามารถในการผลิต)

           b) The company introduced a profit-sharing incentive scheme. (บริษัทได้นำโครงการแรงจูงใจแบบแบ่งปันผลกำไรมาใช้ – เพื่อให้คนงานขยันทำงาน)

 

การใช้คำศัพท์ในพารากราฟ

               Trains are among the best ways to see a lot of a country in a relatively short amount of time.  In addition to the consideration of time, traveling by train allows you to really see the country you are passing through.  You need only get to the station on time; after that, you can relax and watch from the window.

               Most trains are on time and run on a punctual scheduleRoutes, schedules, and fares are listed in a timetable available at a train station, in many travel directories, or posted on the Internet.  Directories that are comprehensive list all the trains, the cities they serve, the stations they depart from, and the class of services available.  A few remote travel destinations are accessible only during the peak tourist season; the train does not operate there the remainder of the year.

               The fare is based on how far you travel and the quality of your accommodations.  The basic fare buys you a seat for the duration of the trip.  To be more precise, an unreserved seat guarantees a passenger transportation only; seats are located on a first-come, first-served basis.  On busy holidays, it is possible that you could stand for at least some of your trip.  For long trips, you will want to reserve a seat.

               If you are traveling overnight, the cost of your room accommodation will depend on how deluxe your room is.  Although taking the train is less expensive than flying, the savings may be offset by the cost of booking a sleeping room.

               Travelers coming to the United States can take advantage of special rates not available in the United States.  These passes entitle the bearer to unlimited coach travel on trains for a fixed period of days, usually a month.

คำแปล

               รถไฟอยู่ในบรรดาวิธีที่ดีที่สุดที่จะได้เห็นอะไรมากมายของประเทศหนึ่งในระยะเวลาที่ค่อนข้าง (relatively) สั้น นอกจากการพิจารณา (consideration) เรื่องเวลาแล้ว การเดินทางโดยรถไฟทำให้คุณสามารถ (allows) เห็นประเทศหรือท้องถิ่นชนบท (the country) ที่คุณกำลัง (เดินทาง) ผ่านไป คุณเพียงแต่ต้องไปที่สถานีให้ตรงเวลา และหลังจากนั้น คุณก็สามารถผ่อนคลายและดู (วิว) จากหน้าต่าง (รถไฟ)

               รถไฟส่วนมากตรงเวลา (on time) และวิ่งตามตารางเวลา (schedule) ที่ตรงต่อเวลา (punctual) เส้นทาง (routes) ตารางเวลา และค่าโดยสาร จะถูกลิสท์ไว้ในตารางเวลาที่สามารถหาได้ (available) ที่สถานีรถไฟ ในหนังสือรวบรวมข้อมูลท่องเที่ยว (travel directories) ที่มีอยู่มากมาย หรือที่โพสท์ลงในอินเตอร์เน็ท หนังสือรวบรวมข้อมูลซึ่งครอบคลุมเนื้อหากว้างขวาง (comprehensive) จะลิสท์ขบวนรถไฟทั้งหมด เมืองที่รถไฟให้บริการ สถานีที่รถไฟออกเดินทาง และชั้นของบริการที่สามารถหาได้ (ชั้น ๑, ๒ หรือ ๓) จุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวที่อยู่ห่างไกล (remote travel destinations) ไม่กี่แห่งสามารถเข้าถึงได้ (accessible) เฉพาะระหว่างเวลาที่เป็นฤดูท่องเที่ยว (tourist season) ที่มีคนมามากสุด (peak) และรถไฟจะไม่ให้บริการ (operate) ที่นั่นในช่วงเวลาที่เหลือของปี (เพราะอาจไม่คุ้มค่า)

               ค่าโดยสารมีพื้นฐานอยู่ที่ว่าคุณเดินทางไกลเท่าใดและคุณภาพของสิ่งอำนวยความสะ ดวกของคุณ (หรือที่พัก) (accommodations) ค่าโดยสารพื้นฐานซื้อที่นั่งให้คุณสำหรับช่วงเวลา (duration) ของการเดินทาง (พูด) ให้ตรง (precise) มากยิ่งขึ้น ที่นั่งที่ไม่ได้จอง (unreserved seat) ให้หลักประกันเฉพาะการขนส่งผู้โดยสาร (passenger transportation) เท่านั้น ที่นั่งจะถูกจัดไว้ (located)  บนพื้นฐานมาก่อน-ได้รับบริการก่อน (first-come, first-served basis) ในวันหยุดที่มีนักท่องเที่ยวมาก (busy holidays) เป็นไปได้ว่าคุณสามารถยืน (บนรถไฟ) อย่างน้อยก็บางช่วงของการเดินทาง แต่สำหรับการเดินทางไกลๆ คุณจะต้องจองที่นั่ง (เพราะยืนไม่ไหว)

               ถ้าคุณกำลังเดินทางข้ามคืน(ค้างคืน) (overnight) ราคาของสิ่งอำนวยความสะดวกพวกห้องพัก (room accommodation) จะขึ้นอยู่กับว่าห้องของคุณหรูหรา (deluxe) อย่างไร แม้ว่าการโดยสารรถไฟแพงน้อยกว่าการนั่งเครื่องบิน เงินที่ออมได้ (savings) อาจจะถูกหักล้าง (offset) โดยราคาของการจองห้องนอน (บนรถไฟ) (คือประหยัดโดยนั่งรถไฟ แต่สิ้นเปลืองกับค่าใช้จ่ายจากรถนอน)

               นักเดินทางที่มาอเมริกาสามารถหาความได้เปรียบจาก (take advantage of) อัตรา (ค่าโดยสาร) (rates) พิเศษที่ไม่สามารถหาได้ในอเมริกา (คือให้ตั๋วพิเศษกับนักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่ไม่ให้กับคนอเมริกัน) บัตรผ่าน (ตั๋ว) (passes) เหล่านี้ให้สิทธิ (entitle) ผู้ถือบัตร (bearer) ในการเดินทางโดยรถไฟโดยสารชั้นถูกที่สุดแบบไม่จำกัด (unlimited coach travel) (เดินทางมากเท่าใดก็ได้ตลอดช่วงเวลาที่ระบุไว้ในตั๋ว) บนรถไฟสำหรับช่วงเวลาของวันที่ระบุไว้ (fixed) ซึ่งมักจะเป็น ๑ เดือน