หมวดคำศัพท์ TOEIC (ตอนที่ 1)

Travel (การเดินทาง)

                        

          

          

1.     General Travel

Agent (n) – ตัวแทนบริษัท, ตัวแทนจำหน่าย

Luggage (n) – กระเป๋าเดินทาง, สัมภาระ, หีบห่อสิ่งของต่างๆที่หอบหิ้วไปเวลาเดินทาง

Delay (v – n) – ทำให้ล่าช้า, เลื่อนเวลาออกไป, ความล่าช้า

Depart (v) – จากไป (คน, เครื่องบิน, รถไฟ), ทำแตกต่างหรือเปลี่ยนแปลงไปจากแนวทางปฏิบัติปกติ (คำนามคือdeparture = การจากไป, การเปลี่ยนแปลงไปจากแนวทางปฏิบัติปกติ)

Valid (แว้ล-ลิด) (a) – ชอบด้วยกฎหมาย, มีเหตุผล, มีมูล,ใช้ได้, ฟังขึ้น, ถูกต้อง, สมบูรณ์ (คำนาม คือ validity)

Beverage (เบฟ-เวอ-เรจ)  (n) – เครื่องดื่ม (นอกเหนือจากน้ำเปล่า)

Claim (เคลม) (v – n) – อ้างสิทธิ, เรียกร้อง สิทธิ, เรียกค่าเสียหาย, เรียกคืน, ก่อให้เกิดความสูญ เสีย, เอา (ชีวิต) ไป, อ้างความรับผิดชอบ, คำกล่าวอ้าง, การเรียกร้อง, การอ้างสิทธิ, เงินที่เรียกร้องให้จ่าย, ค่าเสียหาย

Prohibit (โพร-ฮิบ-บิท) (v) – ห้าม, ขัดขวาง, ป้องกัน คำนามคือ prohibition (โพร-ฮิ-บิ้ช-ชั่น) = การห้าม, ข้อห้าม, คำสั่งห้าม, ข้อละเว้น)

Itinerary (ไอ-ที้น-เนอะ-รา-รี่) (n) – รายละเอียดของการเดินทาง, คู่มือหรือบันทึกการเดินทาง

Board (บอร์ด) (v) – ขึ้น (เครื่องบิน, รถไฟ, เรือ)

Embarkation (n) – การลงเรือ, การขึ้นเครื่องบิน, การเริ่มดำเนินการ คำกริยาคือ embark =  ลงเรือ, ขึ้นเครื่องบิน, เริ่มดำเนินการ

Announcement (n) – การประกาศหรือแจ้งให้ทราบ (เวลาเครื่องบิน-รถไฟ ออกเดินทาง) คำ กริยาคือ announce = ประกาศ

 

ตัวอย่างคำศัพท์ที่ใช้ในประโยค (Sample Sentences)

1.     - Book your trip through a travel agent. (จองการเดินทางของคุณผ่านตัวแทนบริษัทท่องเที่ยวนะ)

        - You can buy your ticket from the ticket agent at the train station right before you get on the train. (คุณสามารถซื้อตั๋วจากตัวแทนจำหน่ายตั๋วที่สถานีรถไฟได้ทันทีก่อนที่คุณจะขึ้นรถไฟ)

2.     - In the train, we can put the cases on the luggage rack. (ในรถไฟ เราสามารถเอากระเป๋าเดินทางวางไว้บนราววางกระเป๋า-สัมภาระได้)

        - Traveling is a lot easier if you bring less luggage with you. (การเดินทางง่ายขึ้นเยอะเลยถ้าคุณเอากระเป๋าเดินทางไปให้น้อยลง)

        - Will the luggage fit into the boot (= trunk) of the car? (กระเป๋าพวกนี้จะใส่ลงไปในที่เก็บของท้ายรถได้ไหม)

3.     - The plane was delayed because of the bad weather. (เครื่องบินถูกทำให้ล่าช้าเนื่องจากอากาศที่เลวร้าย)

        -  The heavy traffic delayed our arrival at the airport. (การจราจรที่ติดหนึบทำให้การมาถึงสนามบินของเราต้องล่าช้าออกไป)

        - There was a two-hour delay. (มีการล่าช้าไปสองชั่วโมง)

4.     - The train will depart now from platform 25. (รถไฟจะออกจากชานชลาที่ 25 ในขณะนี้แล้ว)

        - After the wedding, the married couple departed for their honeymoon in New Zealand. (หลังการแต่งงาน คู่สมรสจากไปเพื่อดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ที่นิวซีแลนด์)

        - The departure of the plane has been delayed. (การออกเดินทางของเครื่องบินถูกทำให้ล่าช้าออกไป)

        - This is a departure from our normal procedure. (นี่เป็นการเปลี่ยนแปลง-หันเหไปจากกระบวนการปกติของเรา)

        - We’re going to depart from our usual policy and allow you to leave work early one day a week. (เรากำลังจะทำแตกต่างไปจากนโยบายปกติและอนุญาตให้พวกคุณออกจากที่ทำงาน – กลับบ้าน – ได้เร็วขึ้นสัปดาห์ละ ๑ วัน)

5.     - You need a valid passport to travel overseas. (คุณต้องมีพาสพอร์ตที่ยังใช้งานได้ – ยังไม่หมดอายุ – เพื่อจะเดินทางไปต่างประเทศ)

        - I felt that I had put forward valid arguments to convince them. (ผมรู้สึกว่าผมได้เสนอเหตุผลที่สมบูรณ์-ถูกต้องเพื่อให้พวกเขาเชื่อ)

        - These tickets are no longer valid after the date printed on the back. (ตั๋วพวกนี้จะใช้ไม่ได้ – ไม่สมบูรณ์ – อีกต่อไปหลังจากวันที่ที่พิมพ็ไว้หลังตั๋ว)

        - Many people question the validity of statistics. (หลายคนซักถามถึงความถูกต้องของสถิติ)

6.     - Orange juice is a refreshing beverage. (น้ำส้มเป็นเครื่องดื่มที่ทำให้สดชื่น – ให้พลังกลับคืนมา)

       - Hot and cold beverages are for sale in the train’s dining car. (เครื่องดื่มร้อนและเย็นมีขายในตู้เสบียงของรถไฟ)

       - The flight attendant offered all passengers a cold beverage during the flight. (พนักงานบริการบนเครื่องบินเสิร์ฟเครื่องดื่มเย็นๆแก่ผู้โดยสารทุกคนระหว่างเที่ยวบิน)

7.     - He claims that he is innocent. (เขาอ้างว่าเขาบริสุทธิ์)

        - She claims to be the tallest woman in the world. (เธออ้างว่าเป็นผู้หญิงที่สูงที่สุดในโลก)

        - You can claim damages for the injury you received. (คุณสามารถเรียกร้องค่าเสียหายจากการบาดเจ็บที่คุณได้รับ)

        - Has anyone claimed the stray dog? (มีใครมาอ้างสิทธิหมาที่พลัดหลงตัวนั้นไม๊)

        - None has claimed responsibility for the terrorist attack. (ไม่มีผู้อ้างความรับผิดชอบต่อการโจมตีก่อการร้ายนั้น)

        - The war claimed many lives. (สงครามทำให้สูญเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก)

        - Lost luggage can be claimed at the airline office. (ไปเรียกคืนกระเป๋าเดินทางที่สูญหายได้ที่สำนักงานสายการบิน)

        - Please proceed directly to the baggage arrival area to claim your luggage. (โปรดเดินตรงไปที่บริเวณที่กระเป๋าเดินทางมาถึงเพื่อเรียกคืนกระเป๋าของคุณ)

        - He submitted his insurance claim. (เขายื่นเรียกค่าเสียหายจากประกันภัย)

        - We don’t believe their claim that they can reduce the price and still make a profit. (เราไม่เชื่อคำกล่าวอ้างของพวกเขาที่ว่าเขาสามารถลดราคาและยังคงทำกำไรได้)

8.     -  We need a law that will prohibit the testing of nuclear weapons. (เราต้องการกฎหมายซึ่งห้ามการทดลองอาวุธนิวเคลียร์)

        - A vaccination prohibits the contraction of smallpox. (การฉีดวัคซินป้องกันการติดต่อของไข้ทรพิษ (ฝีดาษ)

        - There is a prohibition against the picking of wild flowers. (มีการห้าม – คำสั่งห้าม – เด็ดดอกไม้ป่า)

        - The bus company prohibits people without tickets from boarding the bus. (บริษัทรถเมล์ห้ามคนที่ไม่มีตั๋วมิให้ขึ้นรถ)

        - Airline regulations prohibit the passengers from having beverages open during takeoff and landing. (กฎของสายการบินห้ามผู้โดยสารมีเครื่องดื่ม – เป็นขวดหรือกระป๋อง – ที่เปิดอยู่ในระหว่างเครื่องบินบินขึ้นและร่อนลงจอด)

9.     -  The travel agent will give you an itinerary for your overseas trip.  (ตัวแทนบริษัทท่องเที่ยวจะให้หมายกำหนดการ (รายละเอียด) การเดินทางสำหรับการเดินทางต่างประเทศของคุณ)

        - She planned her itinerary after visiting several travel websites. (เธอวางแผนรายละเอียดการเดินทางของเธอหลังจากเข้าชมเว็บไซต์การเดินทางหลายเว็บฯ)

        - We had to change our itinerary when we decided to add two more countries to our vacation. (เราจำเป็นต้องเปลี่ยนรายละเอียดการเดินทางเมื่อเราตัดสินใจเพิ่มอีกสองประเทศเข้าไปในการเดินทางพักผ่อนของเรา)

10.    -  We boarded the plane late, after a frantic search for my boarding pass. (เราขึ้นเครื่องบินล่าช้า ภายหลังการค้นหาแทบเป็นบ้าสำหรับบัตรผ่านขึ้นเครื่องของผม)

        - They will board the train for London in half an hour. (พวกเขาจะขึ้นรถไฟไปลอนดอนในอีกครึ่งชั่วโมง)

        - For security reasons, visitors are not allowed in the area of the airport where passengers board the planes. (ด้วยเหตุผลด้านความมั่นคง ผู้มาส่งไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปในบริเวณของสนามบินซึ่งผู้โดยสารขึ้นเครื่อง)

11.    - Passengers must embark at least an hour before the ship sails. (ผู้โดยสารจะต้องขึ้นเรืออย่างน้อย ๑ ชั่วโมงก่อนเรือออกเดินทาง)

        - The port of embarkation is New York, where your cruise begins. (ท่าสำหรับขึ้นเรือคือนิวยอร์ค ที่ซึ่งการเดินทางเรือของคุณเริ่มต้น)

        - Cruise passengers are given a pass for embarkation when they check in at the dock. (ผู้โดยสารเรือ – ท่องเที่ยว – ได้รับบัตรผ่านสำหรับขึ้นเรือเมื่อพวกเขาเช็คอินที่ท่าเรือ)

        - The flight crew must check the passengers’ documents before embarkation. (ลูกเรือของสายการบินจะต้องตรวจเอกสารของผู้โดยสารก่อนขึ้นเครื่อง)

        - Why shouldn’t I embark on (upon) a new career at my age? (ทำไมผมจึงไม่ควรเริ่มอาชีพใหม่เมื่ออายุปูนนี้ – จริงๆแล้วผมสามารถทำได้นะ)

12.   -  He will announce the results of the election. (เขาจะประกาศผลการเลือกตั้ง)

        - The announcement of their engagement was in the paper. (การประกาศการหมั้นของพวกเขาอยู่ในหนังสือพิมพ์)

        - Did you hear an announcement about our new departure time? (คุณได้ยินการประกาศเกี่ยวกับเวลาเครื่องบินออกเดินทาง(เวลา)ใหม่หรือเปล่า)

        - We expect an announcement any time now about a snow emergency at the airport. (เราคาดหวังว่าจะมีการประกาศออกมาเวลาใดในขณะนี้เกี่ยวกับสถานการณ์ฉุกเฉินหิมะตกที่สนามบิน)

 

2.     Airlines

Distinguish (v) – แสดงความแตกต่าง, จำแนก, ทำให้เด่น, ทำให้แตกต่าง, สังเกตได้

Extend (v) – ขยายออก, ยืดออก, กางออก, แผ่ออก, ยืดแขนหรือขาออก, ขยาย (เวลา, ขอบเขต, พื้น ที่), แสดงความเคารพหรืออวยพรต่อ, ยืดเวลาชำระหนี้, ต่อเติม (บ้าน), ให้ (การต้อนรับ), แสดง (ความยินดี-เสียใจ)

Extension (เอคส-เทน-ชั่น) (n) – การขยายออก-ยืดออก-กางออก-แผ่ออก, การยืดเวลาออก, สิ่งที่ขยายออก, โทรศัพท์พ่วง, การยืดเวลาชำระหนี้, การแสดงความเคารพหรืออวยพรต่อ

Situation (n) – สถานการณ์, สถานะ, สภาพ, สภาวะ, ฐานะ, ตำแหน่ง

Expense (n) – ค่าใช้จ่าย

Economize (อิ-ค้อน-โน-ไมซ) (v) – ประหยัด, กระเหม็ดกระแหม่, ไม่ให้มีการสูญเสีย

Economy (อิ-ค้อน-โน-มี่) (n) – การประหยัด, มาตรการประหยัด, เศรษฐกิจ, ระบบการจัดการ, วิธีการทางเศรษฐกิจ

Destination (n) – จุดหมายปลายทาง, จุดมุ่งหมาย

System (n) – ระบบ

Systematic (a) – เป็นระบบ

Equivalent (อิ-ควิฟ-วะ-เล่นท) (a - n) – เท่า กัน, ซึ่งมีค่าเท่ากัน, เสมอภาค, สิ่งที่เท่ากัน, สิ่งที่มีค่าเท่ากัน

Excursion (เอคส-เคอร์-ชั่น) (n) – การเดินทางท่องเที่ยว, การเดินทางในราคาลดพิเศษ, การเที่ยว, คณะเดินทางท่องเที่ยว, การเดินทางหรือไปเที่ยวเป็นกลุ่มช่วงสั้นๆ

Substantial (a) – สำคัญ, มาก, (อาหาร) เพียง พอ, ช่วยบำรุงร่างกาย, ส่วนมาก-ส่วนใหญ่, (ธุรกิจ) ซึ่งมั่งคั่ง – รุ่งเรือง

Prospective (a) – ซึ่งหวังไว้, ซึ่งคาดคะเนไว้อนาคต

Deal with (v) – ติดต่อ, เกี่ยวข้อง, จัดการ, เอาใจใส่, รับใช้, ติดต่อธุรกิจ

 

ตัวอย่างคำศัพท์ที่ใช้ในประโยค (Sample Sentences)

1.     -  A color-blind person cannot distinguish between certain colors. (คนตาบอดสีไม่สามารถแยกความแตกต่างระหว่างสีบางสีได้)

        - The photograph was poor and few details could be distinguished. (รูปภาพนั้นแย่ – เบลอ – มากและสามารถสังเกตรายละเอียดได้เพียงเล็กน้อย)

        - This airline has distinguished itself as one of the most outstanding in the business. (สายการบินนี้ทำให้ตัวเองโดดเด่นในฐานะที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในธุรกิจ)

        - She has distinguished herself as a concert pianist. (เธอทำให้ตัวเองโดดเด่นขึ้นมาในฐานะนักเปียโนคอนเสิร์ต)

2.     -  We want to extend the house by adding a room. (เราต้องการต่อเติมบ้านโดยเพิ่มห้องอีกห้องหนึ่ง)

        - You will need to apply to the relevant government department for an extension to your permit. (คุณจำเป็นต้องยื่นใบสมัครต่อหน่วยงานรัฐบาลที่เกี่ยวข้องเพื่อต่อใบอนุญาตของคุณ)

        - His working day often extends into the night. (วันทำงานของเขามักจะขยายออกไปถึงเวลากลางคืน)

        - We enjoyed the beach so much that we extended our stay another day. (เราสนุกสนานกับชายหาดมากจนกระทั่งเราขยายเวลาพักออกไปอีก ๑ วัน)

        - Does this property extend as far as the river? (ที่ดินนี้ขยายออกไปถึงแม่น้ำหรือเปล่า)

        - He extended his hand in greeting to the newcomer. (เขายื่นมือออกไปเพื่อทักทาย – เพื่อนบ้าน – ผู้มาใหม่)

        - The consequences of unemployment extend well beyond the labor market. (ผลที่ตามมาของการว่างงานขยายเกินออกไปเกินกว่าตลาดแรงงาน – คือมีผลกระทบเรื่องอื่นๆด้วย)

        - Fans were at the airport to extend a warm welcome to the visiting singer. (แฟนๆมาที่สนามบินเพื่อให้การต้อนรับที่อบอุ่นแก่นักร้องผู้มาเยือน)

        - They extended an invitation to their daughter’s new boyfriend.  (พวกเขาให้การเชื้อเชิญแก่เพื่อนชายคนใหม่ของลูกสาว)

        - My extension at work is 1800. (หมายเลขเบอร์โทรต่อที่ทำงานของผมคือ ๑๘๐๐)

3.     -  The situation in the Middle East could lead to war. (สถานการณ์ในตะวันออกกลางสามารถนำไปสู่สงคราม)

        - It was a very embarrassing situation to find (that) I had no money on me to pay for my bus fare. (มันเป็นสถานการณ์ – สภาวะ – ที่น่าอับอาย – กระอักกระอ่วน – เมื่อพบว่าผมไม่มีเงินติดตัวสำหรับค่ารถเมล์)

        - A noisy corner is a poor situation for a house. (มุมที่มีเสียงดัง – ในบ้าน – เป็นสภาวะที่แย่สำหรับบ้านหลังหนึ่ง) (ข้อนี้อาจหมายถึงมุมหนึ่งในบ้านหรือมุมถนนนอกบ้านก็ได้)

        - The airline suggested I check with the State Department concerning the political situation in the country I’m flying to.

        (สายการบินแนะนำว่าผมควรตรวจสอบกับกระทรวงการต่างประเทศเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศที่คุณกำลังจะบินไป)

        - The situation was beginning to frighten her. (สถานการณ์เริ่มทำให้เธอตกใจ) 

        - The situation is that everyone in the family is satisfied with his or her income. (สภาพการณ์ก็คือว่า ทุกคนในครอบครัวพึงพอใจกับรายได้ของตน)

4.     -  She claims back all her traveling expenses from the company. (เธอเรียกร้องค่าใช้จ่ายเดินทางทั้งหมดคืนจากบริษัท)

        - At the moment my expense is exceeding my income. (ณ เวลานี้ ค่าใช้จ่ายของผมเกินกว่ารายได้)

        - We could refurnish this room at little expense. (เราสามารถตกแต่งห้องนี้ด้วยค่าใช้จ่ายเพียงเล็กน้อย)

        - They cannot afford the expense of staying at that hotel. (พวกเขาไม่มีเงินพอค่าใช้จ่ายสำหรับพักในโรงแรมนั้น)

        - A luxury vacation involves many expenses. (การเดินทางวันหยุดแบบหรูหราเกี่ยวข้องกับค่าใช้จ่ายจำนวนมาก)

        - If they keep their expenses down, they might have enough money to take a longer trip. (ถ้าพวกเขาลดค่าใช้จ่ายลง พวกเขาอาจมีเงินพอที่จะเดินทางได้ไกลขึ้น)

5.     -  If he is really going to buy a car, he will have to economize on other things. (ถ้าเขากำลังจะซื้อรถยนต์จริงๆละก็ เขาจะต้องประหยัดในสิ่งอื่นๆ)

        - She economizes by buying fewer new dresses. (เธอประหยัดโดยการซื้อเสื้อผ้าใหม่ๆน้อยลง)

        - The poor country has to economize on gas because it is entirely imported. (ประเทศยากจนนั้นจำเป็นต้องประหยัดน้ำมัน เพราะว่ามันถูกนำเข้าทั้งหมด)

        - We decided to economize this year and take our vacation during the off season, when prices are lower. (เราตัดสินใจประหยัดปีนี้ และเดินทางท่องเที่ยววันหยุดช่วงนอกฤดูท่องเที่ยว เมื่อราคา – โรงแรม, อาหาร – ถูกกว่าช่วง high season )

        - The country’s economy is on an upswing and economists predict an  end to the recession. (เศรษฐกิจของประเทศอยู่ในภาวะขาขึ้นและนักเศรษฐศาสตร์ทำนายการสิ้นสุดของภาวะเศรษฐกิจถดถอย)

        - I like the economy of language in her writing which is clear and concise. (ผมชอบประสิทธิภาพ – การประหยัดการใช้คำ – ของภาษาในการเขียนของเธอ ซึ่งชัดเจนและกะทัดรัด)

       - A way to save money is to travel economy class when you fly. (วิธีหนึ่งที่จะออมเงินคือเดินทางชั้นประหยัดเมื่อคุณนั่งเครื่องบิน)

       - Cambodia’s economy is still largely based on agriculture. (เศรษฐกิจของกัมพูชาส่วนใหญ่ยังคงมีพื้นฐานทางภาคเกษตร)

6.    -  The hitchhiker’s destination was Vienna. (จุดหมายปลายทางของนักโบกรถคือเวียนนา)

        - I reached my destination around 4 p.m. (ผมถึงปลายทางประมาณ ๔ โมงเย็น)

        - Phuket island is a popular tourist destination for most foreign visitors. (เกาะภูเก็ตเป็นปลายทางท่องเที่ยวที่คนนิยมสำหรับผู้มาเยือนชาวต่างประเทศส่วนใหญ่)

        - Once you have determined your desired destination, we can work toward getting the best airfare. (เมื่อคุณได้กำหนดจุดหมายปลายทางที่ประสงค์แล้ว เราสามารถดำเนินการให้คุณได้ตั๋วเครื่องบินที่ราคาถูกที่สุด)

7.     -  She organizes a system for storing her papers. (เธอจัดระบบขึ้นมาสำหรับเก็บเอกสาร)

        - Many countries use the decimal system. (หลายประเทศใช้ระบบทศนียม)

        - The road system links the suburbs to the city centre. (ระบบถนนเชื่อมโยงตำบลนอกเมืองเข้ากับใจกลางเมือง)

        - The airline system covers the entire world with flights. (ระบบสายการบินครอบคลุมโลกทั้งใบด้วยเที่ยวบินต่างๆ)

        - A systematic worker is more efficient. (คนทำงานเป็นระบบจะมีประสิทธิภาพมากกว่า)

        - He worked systematically through his tasks. (เขาทำงานทั้งหมดอย่างเป็นระบบ)

8.     -  Women were paid less than men doing equivalent work. (ผู้หญิงได้ค่าจ้างน้อยกว่าผู้ชายที่ทำงานปริมาณเท่ากัน)

        - I wonder if they have equivalent institutions in other countries. (ผมประหลาดใจว่าพวกเขามีสถาบันแบบเดียวกันในประเทศอื่นหรือไม่)

        - His job is roughly equivalent to that of a division director. (งาน – ตำแหน่ง – ของเขาเทียบเท่าโดยประมาณกับงานของผู้อำนวยการกอง)

        - A good quilt can be the equivalent (n) of at least 3 blankets. (ผ้านวม – ผ้าสำลี – ดีๆผืนหนึ่งสามารถเทียบเท่ากับผ้าห่มอย่างน้อยสามผืน – ในแง่ของราคาหรือการช่วยให้อบอุ่น)

        - The food the airline serves in economy class is equivalent to that served in business class. (อาหารที่สายการบินเสิร์ฟในชั้นประหยัดเทียบเท่ากับอาหารที่เสิร์ฟในชั้นธุรกิจ)

9.     -  Her class is going on an excursion to the zoo. (ชั้นเรียนของเธอกำลังจะไปเที่ยวสวนสัตว์)

        - She made a shopping excursion when she arrived in Tokyo. (เธอออกไปเที่ยวหาซื้อของเมื่อมาถึงโตเกียว)

        - You could go on a day excursion to a nearby island of Cebu. (คุณสามารถออกเที่ยวตอนกลางวันไปยังเกาะเซบูที่อยู่ใกล้เคียง)

        - With some time between meetings in London, the company president enjoyed an excursion to Stonehenge. (ด้วยมีเวลาว่างระหว่างการประชุมในลอนดอน ท่านประธานบริษัทสนุกกับการเดินทางไปเที่ยวสโตนเฮนจ์)

10.     -  He has built up his business into a substantial empire. (เขาได้สร้างธุรกิจขึ้นเป็นอาณาจักรที่มั่งคั่ง-รุ่งเรือง)

         - After that substantial breakfast, I won’t want any lunch. (ภายหลังอาหารเช้าที่พอเพียง – ช่วยบำรุงร่างกาย – ผมไม่ต้องการอาหารกลางวันใดๆเลย)

        - The police don’t arrest such an important person without substantial evidence. (ตำรวจไม่จับกุมบุคคลสำคัญเช่นนั้นโดยปราศจากหลักฐานที่มากพอ)

        - The airfares charged by different airlines are not substantially different. (ค่าโดยสารเครื่องบินที่ชาร์จโดยสายการบินต่างๆไม่แตกต่างกันมากมาย)

        - She changes the plan substantially so it’s now totally different. (เธอเปลี่ยนแผนอย่างมาก ดังนั้น ตอนนี้มันเลยแตกต่างไป – จากเดิม – อย่างสิ้นเชิง)

11.    - The salesman showed the car to the prospective buyer. (ผู้ขายโชว์รถแก่ผู้ที่คาดว่าจะซื้อ)

        - I narrowed my list of prospective destinations to my 3 top choices. (ผมจำกัดรายชื่อจุดหมายปลายทางที่คาดว่าจะเดินทางไปให้เหลือน้อยลงเพียง ๓ ช้อยส์แรก)

         - Airlines advertise on travel websites to attract prospective customers. (สายการบินโฆษณาบนเว็บไซต์ท่องเที่ยวเพื่อดึงดูดผู้ที่คาดหวังว่าจะเป็นลูกค้า – ในอนาคต)

12.     -  This book deals with the Holy Roman Empire. (หนังสือเล่มนี้เกี่ยวกับอาณาจักรโรมันอันศักดิ์สิทธิ์)

         - We have dealt with him for years. (เราได้ค้าขายกับเขามาหลายปีแล้ว)

         - When can you deal with this matter? (คุณจะเอาใจใส่กับเรื่องนี้ได้เมื่อใด)

         - I’ll deal with you later. (ผมจะดู – เอาใจใส่ – เรื่องของคุณในภายหลัง)

        - Ticket agents must deal politely with irate customers. (ตัวแทนจำหน่ายตั๋วจะต้องบริหารจัดการอย่างสุภาพกับลูกค้าที่โมโห)

        - Sick passengers, frightened children, and rude pilots are just a few of the things cabin attendants have to deal with. (ผู้โดยสารที่ป่วย เด็กๆที่ตกใจกลัว และนักบินที่หยาบคาย เป็นเพียงไม่กี่อย่างที่พนักงานบริการบนเครื่องบินจำเป็นต้องเกี่ยวข้องด้วย)