หมวดคำศัพท์ TOEFL (ตอนที่ 6)

               

          

               

Chief (a –n) – สำคัญที่สุด, หลัก, ผู้นำ, หัวหน้า, นาย, ผู้บังคับบัญชาส่วนสำคัญที่สุด

(chiefly =  ส่วนใหญ่, โดยเฉพาะอย่างยิ่ง)

Coarse (คอร์ซ) (a) – หยาบ (ไม่เรียบ), เลว, มีคุณภาพที่เลว, ธรรมดาๆ, หยาบคาย, ขาดรสนิยม

Coarseness (n) – ความหยาบ-เลว-ธรรมดา-หยาบคาย-ขาดรสนิยม

Commonplace (ค้อม-มัน-เพลซ) (a - n) – ธรรมดา, ปกติ, มีใช้อยู่ทั่วไป, สามัญ, ไม่น่าสนใจ, ซ้ำๆซากๆ, สิ่งธรรมดาๆ, คำพูดซ้ำๆซากๆ

Compare (v) – เปรียบเทียบ

Comparison (n) – การเปรียบเทียบ

Comparable (a) – สามารถเปรียบเทียบได้

Comparative (a) – ซึ่งเป็นการเปรียบเทียบ

Complex (a - n) – สลับซับซ้อน, เข้าใจหรืออธิบายได้ยาก, ประกอบด้วยส่วนต่างๆ, ความซับซ้อน, อาคารชุด, ความกลัว, เงื่อนปมทางจิตใจที่ผิดปกติ

Complexity (n) – ความสลับซับซ้อน, สิ่งที่ซับซ้อน

Convene (คัน-วีน) (v) – รวมกัน, ชุมนุมกัน, ทำให้รวมกัน, เรียกประชุม, เรียกตัว, เรียกตัวมาปรากฏ

Convention (n) – การประชุม, สนธิสัญญา, อนุสัญญา, ระเบียบแบบแผน, จารีตประเพณี, ธรรมเนียมปฏิบัติ

Conventional (a) – เกี่ยวกับธรรมเนียมปฏิบัติหรือประเพณีนิยม, ตามกฎหรือมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับ, ธรรมดา, สามัญ

Curious (คิ้ว-เรียส) (a) – แปลก, พิลึก,  หายาก, ผิดธรรมดา, ซึ่งอยากรู้อยากเห็น

Curiousness (n) – ความแปลก-หายาก-ผิดธรรมดา-อยากรู้อยากเห็น

Curiosity (คิว-ริ-ออส-ซิ-ที่) (n) – ความอยากรู้อยากเห็น, ของหายาก, ของลายคราม, ลักษ ณะที่แปลกและน่ารู้น่าสนใจ, ความแปลก, ความแปลก, ความผิดธรรมดา, คนหรือสิ่งที่แปลก-ผิดธรรมดา

Emit (v) – ปล่อยออกมา, เปล่งออกมา, ฉาย, ส่อง, แพร่กระจาย, เปล่งเสียง

Emission (n) – การแพร่-ฉาย-ปล่อยออกมา, สิ่งที่ถูกปล่อยออกมาหรือแพร่ออกมา

Emissive (a) – ซึ่งถูกปล่อย-แพร่-ฉายออกมา

Exceed (เอค-ซี้ด) (v) – เกินกว่า, มากกว่า, เหนือกว่า, ดีกว่า, ละเมิด, ออกนอกลู่นอกทาง

Excess (อิค-เซ้ส) (n) – ส่วนเกิน, ความมากเกินไป, การกินหรือดื่มมากเกินไป, การกระทำหรือพฤติกรรมที่เกินขอบเขต

Excessive (อิค-เซ้ส-ซิฟว) (= exceeding) (a) – มากเกินปกติ, มากเกินความจำเป็น

Exclude (เอคส-คลู้ด) (v) – กันออกไป, แยกออกไป, กันไม่ให้เข้ามา, ไล่ออก, ขับไล่ออก, ปฏิเสธ, ไม่ถือว่าเป็น

Exclusion (n) – การกันออกไป-แยกออกไป-กันไม่ให้เข้ามา-ไล่ออก

Exclusive (a) – ผูกขาด, เฉพาะตัว, แต่ผู้ เดียว, อย่างเดียว, ซึ่งไม่รวมอย่างอื่น, ซึ่งกีดกัน, ซึ่งกีดกันคนนอก, ซึ่งเป็นชั้นสูงหรือจัดไว้ให้เฉพาะคนรวย

Extinguish (อิคส-ทิ้ง-กวิช) (v) – ดับ (ไฟ, ความอยาก-กระหาย), ทำให้สิ้น, ยกเลิก, ยุติ, ชำระหนี้

Extinguishment (n) – การดับ-ทำให้สิ้น-ยกเลิก-ยุติ

Extinguisher (n) – ผู้ทำให้ดับ-ให้สิ้น, ผู้ยกเลิก, เครื่องดับเพลิง

Immense (อิ-เม่นซ) (a) – ใหญ่โต, มหึมา, มากมาย, กว้างขวาง, ไม่มีขอบเขต, เหลือคณานับ, (ภาษาพูด) ดีมาก-เลิศ-ยอดเยี่ยม

Immenseness (n) – ความใหญ่โต-มากมาย-กว้างขวาง-ไม่มีขอบเขต

Immensity (อิ-เม้นส-ซิ-ที่) (n) – ความกว้างขวาง-ใหญ่โต-มโหฬาร-ไม่มีขอบเขต, สิ่งที่มีขนาดมโหฬาร

Jeopardize (= jeopardise) (เจ๊พ-เพอะ-ได๊ซ) (v) – ทำอันตราย, ทำร้าย, เป็นภัยต่อ, เป็นอันตรายต่อ

Jeopardy (เจ๊พ-เพอะ-ดี้) (n) - ภัย, อันตราย, การเสี่ยงอันตราย, การเสี่ยงต่อความถูกพบความผิด

Rigid (ริจ-จิด) (a) – แข็ง, ไม่โค้งงอง่ายๆ,ตายตัว, ไม่ยอม, ดื้อ, ไม่ยืดหยุ่น, เข้มงวด, กวดขัน

Rigidness (= rigidity) (n) – ความแข็ง-ตายตัว-ดื้อ-ไม่ยืดหยุ่น-เข้มงวดกวดขัน

Routine (รู-ที่น) (a – n) – งานประจำ, หน้าที่ประจำ, กิจวัตรประจำวัน, ระเบียบที่ใช้ประจำ, สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นประจำ, เกี่ยวกับงานประจำ, ประจำวัน, ตามปกติ, เป็นกิจวัตรประจำวัน, น่าเบื่อหน่าย, ธรรมดาๆ, ไม่เรียกร้องอะไร

Stamina (n) – ความแข็งแรง, ความแข็ง แกร่ง, ความทรหดอดทน, สุขภาพ

Sufficient (ซะ-ฟิ้ช-ชั่น) (a) – พอเพียง, พอ, พอใจ, เต็มที่

Sufficiency (ซะ-ฟิช-ชัน-ซี่) (n) – ความพอเพียง, ปริมาณที่พอเพียง

Suffice (ซะ-ไฟ้ซ) (v) – พอเพียง, พอ, พอใจ

Visible (วิส-ซิ-เบิ้ล) (a) – มองเห็นได้, แน่ชัด, ชัดเจน, ชัดแจ้ง

Visibility (วิส-ซิ-บิ๊ล-ลิ-ที่) (n) – ความสามารถที่จะมองเห็นได้, ทัศนวิสัย, ความชัดเจน

Vision (วิ-ชั่น) (n) – สายตา, ความสามารถในการมองเห็น, ความฉลาด, วิสัยทัศน์

 

ตัวอย่างการใช้คำในประโยค

1. (a) Corn is the chief crop of the Midwest. (ข้าวโพดเป็นพืชที่สำคัญที่สุดของภาคตะวันตกตอนกลางของสหรัฐ)

    (b) General Collin Powell was the Joint Chief of Staff of the United States in the Bush administration. (พลเอกคอลลิน เพาเวลเป็นประธานคณะเสนาธิการร่วมของสหรัฐในสมัยของประธานาธิบดีบุช)

    (c) Chief Black Eagle of the Sioux Indians was killed in 1890. (หัวหน้าเหยี่ยวดำของอินเดียนแดงเผ่าซีอุ๊กถูกฆ่าตายในปี ๑๘๙๐)

    (d) Our chief concern is to relieve poverty. (ความวิตกกังวลหลักๆของเราคือการบรรเทาความยากจน)

    (e) The culprits are chiefly boys. (ผู้กระทำผิดเป็นเด็กผู้ชายเสียส่วนใหญ่)

    (f) Houses are made chiefly of wood products. (บ้านถูกสร้างส่วนใหญ่ด้วยผลิตภัณฑ์ไม้)

2. (a) Sandpaper is an extremely coarse material. (กระดาษทรายเป็นวัสดุที่หยาบอย่างมาก)

    (b) Coarse cloth is used to make sacks. (ผ้าหยาบถูกใช้ทำกระสอบ)

    (c) Chop the onions coarsely. (หั่นหัวหอมแบบหยาบๆนะ – ไม่ต้องหั่นละเอียด)

    (d) Gardening without gloves may coarsen your hands. (การทำสวนโดยไม่ใส่ถุงมืออาจทำให้มือของคุณหยาบกระด้าง – หรือสาก)

    (e) Wool clothing has a certain coarseness in texture. (ผ้าขนสัตว์มีความหยาบในเนื้อผ้า)

    (f) The coarseness of his jokes offends many people. (ความหยาบคายของคำพูดตลกของเขาทำให้หลายคนโกรธ)

3. (a) Female lawyers are commonplace in the United States. (นักกฎหมายสตรีเป็น (ของ) ธรรมดาในสหรัฐฯ)

    (b) In some parts of the world, text messaging is more commonplace than voice calling. (ในบางส่วนของโลก  การส่งข้อความเป็นตัวหนังสือเป็นธรรมดาทั่วไปมากกว่าการโทรศัพท์)

    (c) Air travel has now become commonplace. (การเดินทางทางอากาศในปัจจุบันกลายเป็นธรรมดา)

    (d) The most commonplace things excited her interest. (สิ่งที่ธรรมดาๆที่สุดยังปลุกเร้าความสนใจของเธอ)

    (e) In earlier centuries the death of children was a commonplace. (ในช่วงศตวรรษก่อนหน้านี้  การตายของเด็กๆเป็นสิ่งธรรมดา)

    (f) It is a commonplace that it always rains in Manchester. (มันเป็นคำพูดที่ซ้ำซากที่กล่าวว่าฝนตกเป็นประจำในแมนเชสเตอร์ – เพราะใครๆก็รู้ว่าแมนเชสเตอร์มีฝนตกชุก)

4. (a) If you compare algebra and trigonometry, you’ll discover that algebra is less complex. (ถ้าคุณเปรียบเทียบพีชคณิตและตรีโกณมิติ  คุณจะค้นพบว่าพีชคณิตมีความสลับซับซ้อนน้อยกว่า)

    (b) You could compare the sound of an exploding bomb to a clap of thunder. (คุณสามารถเปรียบเทียบเสียงของระเบิดที่กำลังระเบิดกับเสียงลั่นดังเปรี๊ยะของฟ้าร้อง)

    (c) This brand of toothpaste is comparable with any other brand. (ยาสีฟันยี่ห้อนี้เปรียบเทียบได้กับ (คือดีพอๆกันกับ) ยาสีฟันชนิดอื่นๆ)

    (d) A simile is the use of a comparison, as in “he is as brave as a lion”. (การอุปมาอุปไมยคือการใช้การเปรียบเทียบ  เช่นใน “เขากล้าหาญเหมือนกับสิงห์โต”)

    (e) Taxes are exorbitant, compared with only a few years ago. (ภาษีสูงลิ่ว  เปรียบเทียบกับเพียงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้)

    (f) A comparison of the handwriting showed that the two letters were both written by the same person. (การเปรียบเทียบลายมือแสดงว่าจดหมาย ๒ ฉบับ ถูกเขียนด้วยคนคนเดียวกัน)

     (g) The medical faculty is doing comparative research into the health of smokers and non-smokers. (คณะแพทยศาสตร์กำลังทำการวิจัยเปรียบเทียบเรื่องสุขภาพของผู้สูบบุหรี่และผู้ไม่สูบบุหรี่)

     (h) Rabies in humans is comparatively rare. (โรคพิษสุนัขบ้าในมนุษย์ค่อนข้างหายาก – หรือหายากโดยเปรียบเทียบ – หมายถึงเมื่อเปรียบเทียบกับโรคอื่นๆ)

     (i) It was comparatively easy for him to learn baseball because he had been a cricket player. (มันค่อนข้างง่ายสำหรับเขาที่จะเรียนรู้เบสบอล  เพราะว่าเขาเป็นนักคริกเก็ตมาก่อน)

5. (a) The businessmen astutely approached the complex production problem. (นักธุรกิจพวกนั้นเข้าสู่ (หรือหาวิธีแก้) ปัญหาที่สลับซับซ้อนด้านการผลิตอย่างชาญฉลาด)

    (b) This knitting pattern is very complex. (รูปแบบการถักนี้สลับซับซ้อนมาก)

    (c) The complexity of the working of a computer baffles many people. (ความสลับซับซ้อนของการทำงานของคอมพิวเตอร์ทำให้หลายคนงุนงง)

    (d) The new recreational complex includes a gym, swimming pool and tennis courts. (อาคารชุดสันทนาการหลังใหม่รวมไปถึงโรงยิม  สระว่ายน้ำและสนามเทนนิส)

    (e) The universe has a complexity beyond comprehension. (จักรวาลมีความสลับซับซ้อนเหนือความเข้าใจ – ของมนุษย์)

    (f) She has a complex about her weight and only pecks at her food. (เธอมีความกลัว – หรือเงื่อนปมทางใจที่ผิดปกติ - เกี่ยวกับน้ำหนักของเธอและกินอาหารนิดหน่อยเท่านั้น – แบบไก่จิกอาหารกิน)

6. (a) The chairman will convene a meeting tomorrow. (ท่านประธานจะเรียกประชุมวันพรุ่งนี้)

    (b) It was such a conventional film, with a ‘boy meets girl – boy loses girl – boy marries girl’ theme. (มันเป็นภาพยนตร์โบราณ-ตามจารีตประเพณีอย่างมาก  โดยมีธีมแบบ “หนุ่มพบสาว” – “หนุ่มสูญเสียเด็กสาวไป” – “หนุ่มแต่งงานกับสาว”)

    (c) Scientists do not all agree with the conventional theory about the origin of the universe. (นักวิทยาศาสตร์ไม่ได้เห็นพ้องต้องกันไปเสียทุกคนกับทฤษฎีเก่าแก่-ดั้งเดิมเกี่ยวกับการกำเนิดของจักรวาล)

    (d) The bride was conventionally dressed in a white gown. (เจ้าสาวสวมใส่ในแบบดั้งเดิม-ตามประเพณีนิยมในชุดเสื้อคลุมสีขาว)

    (e) He defied convention and wore shorts to the formal dinner. (เขาท้าทายระเบียบแบบแผนและสวมกางเกงขาสั้นมาที่งานเลี้ยงอาหารค่ำแบบเป็นทางการ)

    (f) To become integrated in a society, you must learn the conventions of that society. (เพื่อที่จะประสานเข้าในสังคมแห่งหนึ่ง  คุณจะต้องเรียนรู้จารีตประเพณี-ธรรมเนียมปฏิบัติของสังคมนั้น)

    (g) There are strict conventions governing the buying and selling of shares. (มีระเบียบแบบแผนที่เข้มงวดซึ่งควบคุมการซื้อและขายหุ้น)

    (h) Convention dictates how cutlery should be laid on a table. (ธรรมเนียมปฏิบัติกำหนด (สั่ง) ว่า มีด ช้อน และส้อม ควรจะได้รับการวางอย่างไรบนโต๊ะอาหาร)

7. (a) A curious object was discovered in the remains. (วัตถุที่แปลกถูกค้นพบในซากศพ – หรือซากพืชหรือสัตว์)

    (b) She looks rather curious in that weird outfit. (เธอมีท่าทางค่อนข้างแปลกๆในเสื้อผ้าประหลาดๆชุดนั้น)

    (c) Curiously enough, we have the same name. (แปลกนะ  เรามีชื่อเหมือนกัน)

    (d) He is so unconventional that he is regarded as a curiosity. (เขาไม่ทำตามประเพณีปฏิบัติทั่วไปมากเสียจนกระทั่งเขาถูกมองว่าเป็นคนแปลก-ผิดธรรมดา)

    (e) The boy was curious to know about the planets. (เด็กคนนั้นอยาก-กระหายที่จะรู้เกี่ยวกับดาวเคราะห์)

    (f) I’m full of curiosity about his new girlfriend. (ผมเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับแฟนใหม่ของเขา)

    (g) Mary was curiously interested in the history of Alaska. (แมรี่มีความสนใจอย่างผิดธรรมดาในประวัติศาสตร์ของรัฐอลาสก้า)

8. (a) The raging forest fire emitted a dense, white smoke. (ไฟป่าที่กำลังโหมลุกไหม้ปล่อยควันสีขาวที่หนาแน่นออกมา)

    (b) The old heater doesn’t emit much warmth. (เครื่องทำความร้อนเก่าตัวนั้นมิได้แพร่กระจายความอบอุ่นมากนัก)

    (c) The explosion was caused by an emission of gas from a leaking valve. (การระเบิดมีสาเหตุมาจากการปล่อยแกสออกมาจากวาล์วที่รั่ว)

    (d) Modern telescopes can detect the faintest light emitted by distant stars. (กล้องส่องทางไกลสมัยใหม่สามารถสืบหา (ค้นหา) แสงที่จางที่สุดที่ถูกปล่อยออกมาจากดวงดาวที่อยู่ห่างไกลออกไป)

    (e) She emitted a shrill scream. (เธอเปล่งเสียงกรีดร้องที่โหยหวนออกมา)

9. (a) It is not safe to exceed the speed limit. (มันไม่ปลอดภัยที่จะ (ขับรถเร็ว) เกินกว่าความเร็วจำกัด)

    (b) Edison’s genius exceeded that of the other inventors of his time. (อัจฉริยภาพของเอดิสันมีมากกว่าของนักประดิษฐ์คนอื่นๆในยุคของเขา)

    (c) Make sure the cost doesn’t exceed the budget. (จงแน่ใจนะว่าค่าใช้จ่ายไม่สูงเกินกว่างบประมาณ)

    (d) A traffic officer fined me for exceeding the speed limit. (ตำรวจจราจรปรับผมในเรื่อง (ขับรถเร็ว) เกินกว่าความเร็วจำกัด)

    (e) The success of the project exceeded our expectations. (ความสำเร็จของโครงการสูงกว่าความคาดหมายของเรา)

    (f) She works exceedingly fast. (เธอทำงานเร็วมาก)

    (g) In tropical zones, it is exceedingly hot and humid. (ในเขตร้อน  อากาศร้อนมากและชื้น)

    (h) Good people should not exceed conventional rules. (คนดีไม่ควรละเมิดกฎระเบียบที่เป็นประเพณีนิยม)

10. (a) They excluded everyone under 21 from the contest. (พวกเขากันทุกคนที่อายุต่ำกว่า ๒๑ ออกไปจากการแข่งขัน)

      (b) It would be regarded as sexist to exclude women from membership of the club. (มันจะถูกมองว่าเป็นคนเพศนิยมที่จะกันผู้หญิงออกไปจากการเป็นสมาชิกของสโมสร)

       (c) This is the cost of dinner excluding drinks. (นี่เป็นค่าใช้จ่ายของอาหารมื้อค่ำ ไม่รวมเครื่องดื่ม)

       (d) His exclusion from the team was due to his poor form. (การกันเขาออกไปจากทีมก็เนื่องมาจากฟอร์ม (การเล่น) ที่ห่วยแตกของเขา)

       (e) The doctor excluded food poisoning as the cause of the illness. (หมอปฏิเสธ – หรือไม่ถือว่า – อาหารเป็นพิษเป็นสาเหตุของความเจ็บป่วย)

       (f) That publisher has the exclusive publishing rights to several well-known authors. (ผู้ตีพิมพ์รายนั้นมีสิทธิการพิมพ์แต่เพียงผู้เดียวกับ (หนังสือของ) ผู้เขียนที่มีชื่อเสียงหลายคน)

       (g) This room is used exclusively by the faculty. (ห้องนี้ถูกใช้เฉพาะโดยเหล่าอาจารย์ – คณาจารย์ - เท่านั้น)

       (h) He goes to an exclusive private school which only the very rich can afford. (เขาเข้าโรงเรียนเอกชนที่จัดไว้เฉพาะคนร่ำรวย  ซึ่งคนที่รวยมากๆเท่านั้นจะสามารถมีปัญญาเรียนได้)

11. (a) The firefighters quickly extinguished the flames. (นักดับเพลิงดับเปลวไฟอย่างรวดเร็ว)

      (b) Modern medicine has extinguished many previously serious illnesses. (ยาสมัยใหม่ได้ทำให้โรคร้ายแรงเมื่อก่อนนี้จำนวนมากหมดไป)

      (c) The air steward asked everyone to extinguish their cigarettes before  landing. (สจ๊วตขอร้องให้ทุกคนดับบุหรี่ก่อนเครื่องบินจะร่อนลง)

      (d) I keep an extinguisher in my car in case of fire. (ผมเก็บเครื่องดับเพลิงไว้ในรถเพื่อเตรียมไว้ในกรณีมีไฟไหม้)

      (e) Poor eyesight extinguished his ambition to be a pilot. (สายตาที่แย่ทำให้ความทะเยอทยานของเขาที่จะเป็นนักบินสูญสิ้นไป)

12. (a) From the mountaintop you can see the immense valley. (จากยอดเขา  คุณสามารถมองเห็นหุบเขาขนาดมหึมา)

      (b) She was immensely interested in the idea of teaching a foreign language. (เธอมีความสนใจอย่างมากในความคิดที่จะสอนภาษาต่างประเทศ)

      (c) The Pacific Ocean is an immense body of water. (มหาสมุทรแปซิฟิกเป็นผืนน้ำมหึมา)

      (d) The immensity of our task only became evident after we had started. (ความมโหฬารของงานของเราเริ่มปรากฏเด่นชัดเพียงแต่เมื่อเราเริ่มลงมือเท่านั้น – คือพอเริ่มลงมือทำจึงรู้ว่าเป็นงานใหญ่โตจริงๆ)

      (e) My parents derive immense satisfaction from my success. (พ่อแม่ของผมได้รับความพึงพอใจอย่างล้นเหลือจากความสำเร็จของผม)

      (f) We enjoyed the film immensely. (เราสนุกสนานกับภาพยนตร์อย่างมโหฬาร)

13. (a) You jeopardize your chances of passing if you do not study. (คุณสุ่มเสี่ยง – หรือทำอันตราย – ต่อโอกาสที่จะสอบผ่าน  ถ้าคุณไม่เรียนหนังสือ)

      (b) Soldiers sometimes jeopardize their lives. (บางครั้งทหารก็ทำให้ชีวิตของตนตกอยู่ในอันตราย – คือเสี่ยงชีวิตของตน)

      (c) He jeopardized his fortune by making bad investments. (เขาเสี่ยงต่อการสูญเสียทรัพย์สมบัติโดยการลงทุนที่ไม่ดี)

      (d) His health was in jeopardy after years of smoking. (สุขภาพของเขาตกอยู่ในอันตรายหลังจากการสูบบุหรี่อยู่หลายปี)

      (e) The explorers’ lives are constantly in jeopardy. (ชีวิตของพวกนักสำรวจตกอยู่ในอันตรายตลอดเวลา)

14. (a) The teacher was very rigid in his ideas about class attendance. (ครูเข้มงวดกวดขันมากในเรื่องความคิดของแกเกี่ยวกับการเข้าเรียนในชั้นของเด็กนักเรียน)

      (b) He adhered rigidly to his opinions about marriage. (เขายึดมั่นอย่างดื้อดึงกับความเห็นของตนเองเกี่ยวกับการแต่งงาน)

      (c) When traveling by air, a rigid suitcase is better than a soft bag. (เมื่อเดินทางโดยทางอากาศ  กระเป๋าเดินทางที่แข็ง (ไม่บิดงอง่าย) ดีกว่ากระเป๋าอ่อนนุ่ม)

      (d) The rigidity of metal makes it useful in building. (ความแข็ง-ทนทานของโลหะทำให้มันมีประโยชน์ในการก่อสร้าง)

      (e) Despite her pleas, her parents were rigid in their refusal. (ทั้งๆที่เธออ้อนวอนขอร้อง  พ่อแม่ของเธอไม่ยืดหยุ่นในการปฏิเสธของพวกเขา – คือปฏิเสธไม่ยอมทำตามใจลูก)

      (f) They are rigidly opposed to abortion. (พวกเขาต่อต้านอย่างดื้อรั้น-ไม่ใจอ่อนต่อการทำแท้ง)

15. (a) He jogs before work – it’s part of his daily routine. (เขาวิ่งเหยาะๆก่อนทำงาน – มันเป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรประจำวันของเขา)

      (b) She goes to the doctor for a routine check-up twice a year. (เธอไปพบแพทย์เพื่อการตรวจร่างกายตามปกติ  ปีละ ๒ ครั้ง)

      (c) Lifts must be routinely inspected for faults. (ลิฟต์จะต้องได้รับการตรวจอย่างสม่ำเสมอ (ตามปกติ) เพื่อหาจุดบกพร่อง – หรือชำรุด เพื่อจะได้ทำการซ่อมแซม)

      (d) She routinely gets a physical examination. (เธอได้รับการตรวจร่างกายเป็นกิจวัตร – หรืออย่างสม่ำเสมอ)

      (e) It is routine for students to become homesick at times. (มันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นประจำสำหรับนักเรียนที่จะคิดถึงบ้านเป็นครั้งคราว)

      (f) It’s just a routine job, mostly filming and copy typing. (มันเป็นเพียงงานที่น่าเบื่อหน่าย – ส่วนใหญ่คือพวกฉาย (หรือถ่าย) ภาพยนตร์และพิมพ์สำเนา)

16. (a) The Olympic runner demonstrated incredible stamina. (นักวิ่งโอลิมปิกแสดงพลกำลัง-ความแข็งแกร่งอย่างเหลือเชื่อ)

      (b) The horse lacked the stamina to win the race. (เจ้าม้าตัวนั้นขาดความทรหดที่จะชนะการแข่งขัน)

17. (a) Her income is sufficient for her needs. (รายได้ของเธอพอเพียงกับความต้องการ)

      (b) Leave sufficient time for the journey. (เผื่อเวลาให้เพียงพอกับการเดินทางนะ)

      (c) Jenny is sufficiently mature to make her own decisions. (เจนนี่เป็นผู้ใหญ่เพียงพอที่จะตัดสินใจด้วยตัวของเธอเอง)

      (d) Make sure you have a sufficiency of fuel to last the winter. (แน่ใจนะว่าคุณมีปริมาณเชื้อเพลิงที่เพียงพอที่จะอยู่ไปได้ถึงหน้าหนาว)

     (e) This money will suffice for our trip. (เงินนี้จะพอเพียงสำหรับการเดินทางของเรา)

     (f) That will not suffice for my needs. (นั่นจะไม่พอเพียงกับความต้องการของผมหรอก)

     (g) They have sufficient funds to pay their bills. (พวกเขามีเงินทุนเพียงพอที่จะจ่ายค่าบิล)

     (h) We have sufficient coal for the winter. (เรามีถ่านหินเพียงพอสำหรับหน้าหนาว)

18. (a) Stars are more visible on a clear fall evening. (ดวงดาวสามารถมองเห็นได้ชัดยิ่งขึ้นในคืนฤดูใบไม้ร่วงที่แจ่มใส)

      (b) The crescent moon was visible just after sunset. (พระจันทร์ครึ่งดวงสามารถมองเห็นได้หลังพระอาทิตย์ตก)

      (c) He was visibly upset by their mockery. (เขาว้าวุ่นใจ-สับสนอย่างเห็นได้ชัดจากการเยาะเย้ย-เย้ยหยันของพวกเขา)

      (d) There has been a visible improvement in the weather. (มีการปรับปรุงที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในสภาพอากาศ)

      (e) The scar has faded so it is almost invisible. (แผลเป็นได้จางลงไป  ดังนั้น  มันเกือบจะไม่สามารถมองเห็นได้)

19. (a) Eating carrots is supposed to improve night vision. (การกินแคร็อทถูกคาดว่าจะช่วยให้การมองเห็นในตอนกลางคืนดีขึ้น)

      (b) Have your vision tested to find out if you need glasses? (สายตาของคุณได้รับการทดสอบเพื่อจะหาว่ามันต้องการแว่นสายตาหรือเปล่า)

      (c) A great statesman is a man of vision. (รัฐบุรุษผู้ยิ่งใหญ่เป็นผู้ที่มีวิสัยทัศน์)

      (d) She had the vision to invest wisely. (เธอมีความฉลาดหลักแหลมที่จะลงทุนอย่างฉลาด)