หมวดคำศัพท์ TOEFL (ตอนที่ 5)

                                                

          

                        

Baffle (แบ๊ฟ-เฟิ่ล) (v) – ทำให้งงงวย, ทำให้ฉงนสนเท่ห์, ทำให้ยุ่งเหยิง, ทำให้ล้มเหลว, สกัดกั้น

identify (ไอ-เด๊น-ทิ-ไฟ) (v) – ระบุ, ชี้ตัว, บอกชื่อ, จำแนกแยกแยะ, หาหรือพิสูจน์เอกลักษณ์, แสดงหรือพิสูจน์ตนว่าเป็นใคร

identification (n) – การชี้ตัว-ระบุ-บอกชื่อ-แยกแยะ-หาหรือพิสูจน์เอกลักษณ์

Identity (n) – เอกลักษณ์, รูปพรรณสันฐาน

Bear (v) – คลอด, ให้กำเนิด, (ต้นไม้) ให้ผล, ให้ผลลัพธ์, อดทน, ทนทาน, รับผิดชอบต่อ, ถือ, นำมา,ค้ำยัน-หนุน (เป็นคำนามหมายถึง หมี)

Bearable (a) - ซึ่งสามารถทนได้

Blur (v- n) – ทำให้มองเห็นไม่ชัด, ทำให้ฝ้า-มัว-เปรอะเปื้อน, พร่า, มัว, เลอะ, รอยเปื้อน-เปรอะ-สกปรก, สิ่งที่พร่า-มัว-มองเห็นไม่ชัด

Brilliant (บริ๊ล-เยิ่นท) (a) – สว่างจ้าหรือเต็มไปด้วยสีสัน, สุกใส, แวววาว, โชติช่วง, ฉลาดมาก, โดดเด่น, สามารถมาก

Brilliance (บริ๊ล-เยิ่นซ) (n) – ความโชติช่วง-สุกใสมาก-หลักแหลมมาก-ฉลาดมาก-สามารถมาก-โดดเด่น

Caution (ค้อ-ชั่น) (v – n) – เตือนให้ระวังอันตรายหรือเอาใจใส่, ตักเตือน, ความระมัดระวัง-รอบคอบ, การตักเตือน-เตือนสติ, การคาดโทษ

Cautious (ค้อ-ชัส) (a) – ระมัดระวัง, รอบคอบ, ละเอียด

Precaution (พรี-ค้อ-ชั่น) (n) – การระวังล่วง หน้า

Cautionary (ค้อ-ชัน-เนอ-รี่) (a) – เกี่ยวกับการเตือน, มีลักษณะของการเตือน

 

Delicate (เด๊ล-ลิ-เคท) (a) – ละเอียดอ่อน, ประ ณีต, อ่อนช้อย, บรรจง, แตกง่าย, (ผิวหนัง) อ่อนนุ่ม, ซึ่งต้องใช้ทักษะ-ความระมัดระวัง

Delicateness (n) – ความละเอียดอ่อน-ประ ณีต-อ่อนช้อย, ความเปราะบาง-แตกง่าย

Delicacy (เด๊ล-ลิ-คา-ซี่) (n) – ความละเอียด อ่อน-ประณีต, ความอ่อนช้อย, ความแตกได้ง่าย, สิ่งบอบบางที่ต้องใช้ความระมัดระวัง, ไหวพริบ, การไวต่อความรู้สึก, อาหารอันโอชะ

Enhance (เอน-ฮ้านซ หรือ แฮ้นซ) (v) – ทำให้มากขึ้นหรือสูงขึ้น, เพิ่ม, เสริม, ยกระดับ, ทำให้ดูดีขึ้น, ปรับปรุง

Enhancement (n) – การทำให้มากขึ้น-สูงขึ้น, การทำให้ดีขึ้น-ปรับปรุง, การเพิ่ม-เสริม-ยกระดับ

Facilitate (ฟะ-ซิ้ล-ลิ-เทท) (v) – ทำให้ง่ายขึ้น, ทำให้สะดวก, สนับสนุน, ส่งเสริม, ช่วยความก้าว หน้าของ

Facilitation (n) – การทำให้ง่ายขึ้น-สะดวก, การสนับสนุน-ส่งเสริม

Facility (ฟะ-ซิ้ล-ลิ-ที่) (n) – ความสะดวก-ง่าย-คล่องแคล่ว-ว่องไว, สิ่งอำนวยความสะดวก, เครื่องทำให้สะดวกหรือง่ายขึ้น

Incessant (อิน-เซ้ส-เซิ่นท) (a) – ต่อเนื่อง, ไม่หยุดยั้ง, ติดต่อกัน, ไม่หยุด, ไม่จบสิ้น

In conjunction with (prep.) – ร่วมกับ, ควบคู่กันกับ, เช่นเดียวกันกั, นอกเหนือจาก

Intrigue (อิน-ทรี้ก) (v – n) – ทำให้สนใจอย่างมาก, ทำให้หลงใหลและอยากรู้อยากเห็น, วางอุบาย, วาง แผนร้าย, ได้มาโดยกลอุบาย, อุบาย, แผนร้าย, การใช้กลอุบายเพื่อให้ได้มา

Obstruct (v) – ขัดขวาง, สกัดกั้น, เป็นอุปสรรคต่อ, ปิดบัง-ซ่อนเร้น (ทำให้มองไม่เห็น), บัง

Obstruction (n) – อุปสรรค, สิ่งกีดขวาง-ขัดขวาง

Obstructive (a) – ซึ่งเป็นอุปสรรค-กีดขวาง-ขัดขวาง

Persuade (เพอร์-สเว้ด) (v) – ชักชวน, ชักจูง, จูงใจ, กล่อม,แนะนำ, ทำให้เชื่อ

Persuasion (เพอร์-สเว้-ชั่น) (n) – การชักชวน-ชักจูง-จูงใจ, อำนาจหรือความสามารถในการชัก ชวนหรือจูงใจ, ความมั่นใจ, ความเชื่อ

Persuasive (เพอร์-สเว้-ซิฟว) (a) – ซึ่งชักจูง-โน้มน้าวใจ-สามารถชักจูงได้

Persuadable (= persuadible) (a) – ที่สา มารถจูงใจได้, ที่ถูกจูงใจได้

Recompense (เร็ค-เคิม-เพ่นซ) (v – n) – ตอบแทน, ชดเชย, ชดใช้, การชดเชย-ชดใช้, ค่าชดเชย-ชดใช้, รางวัล, ค่าตอบแทน

Shed (เชด) (v) – ลอกคราบ, สลัด, ปล่อย, กระจาย (แสง, ความสุข), หลุด, ร่วง, หล่น, ให้, ร้องไห้ (ปล่อยน้ำตา), ฆ่า, ทำให้เลือดตกยางออก, ถอดออกหรือโยนทิ้ง(เสื้อผ้า), ปล่อยหรือสาดแสง

Unique (ยู-นี้ค) (a) – หาที่เปรียบมิได้, ไม่มีที่เหมือน, มีลักษณะเฉพาะ, พิเศษ, พิเศษเฉพาะ

Uniqueness (n) – ความพิเศษ-หาที่เปรียบมิได้, ความมีลักษณะเฉพาะ-ไม่มีสิ่ง (คน) ใดเสมอเหมือน

Well-suited (เวล-ซุ้ท-ทิด) (a) – เหมาะสม, ช่วยทำให้สมบูรณ์-ช่วยเสริม, เข้ากันได้ดี

การใช้คำศัพท์ในประโยค

1.     a) The fox baffled the hounds. (เจ้าหมาจิ้งจอกทำให้หมาไล่เนื้องงงวย)

        b) The problem baffles me. (ปัญหานั้นทำให้ผมงงงวย)

        c) The murder has baffled the police for months. (การฆาตกรรมทำให้ตำรวจงงงวยไปหลายเดือน)

        d) That was a baffling question. (นั่นเป็นคำถามที่น่างง)

        e) The causes of many harmful diseases have baffled doctors for centuries. (สาเหตุของโรคที่เป็นอันตรายจำนวนมากทำให้พวกหมองงงวย (ฉงนสนเท่ห์) เป็นเวลาหลายศตวรรษ)

2.     a) The policeman told the man to identify himself. (ตำรวจบอกให้ชายคนนั้นระบุตนเองออกมา – คือบอกว่าตัวเองเป็นใคร)

         b) You must identify yourself before you can enter. (คุณต้องระบุตนเองก่อนจะเข้ามาข้างใน)

         c) Can you identify this butterfly? (คุณจัดประเภทผีเสื้อนี้ได้ไหม)

         d) We don’t know the identity of the thief. (เราไม่รู้รูปพรรณสันฐานของขโมย)

         e) Can you identify your attacker? (คุณสามารถระบุตัวคนที่ทำร้ายคุณได้ไหม)

         f) A case of mistaken identity led to the innocent man’s arrest. (กรณีของรูปพรรณสันฐานผิดพลาดนำไปสู่การจับกุมผู้บริสุทธิ์)

         g) Shops demand some form of identification when you pay by cheque. (ร้านค้าต้องการการระบุเอกลักษณ์ – ของตัวคุณ – บางอย่างเมื่อคุณจ่ายเงินเป็นเช็ค)

3.      a) This orchard bears many fine harvests of apples. (สวนนี้ให้ผลการเก็บเกี่ยวที่ดีจำนวนมากมาย – หลายครั้ง - ของลูกแอปเปิ้ล)

         b) That tree always bears a lot of plums. (ต้นไม้นั้นมักให้ผลพลัมเป็นจำนวนมากเสมอ)

         c) Our promotions are beginning to bear fruit because sales are rising. (การส่งเสริม – การขาย – ของเรากำลังเริ่มให้ผลเพราะว่ายอดขายกำลังเพิ่มขึ้น)

         d) She has borne him three daughters. (เธอให้กำเนิดลูกสาวแก่เขา ๓ คน)

         e) She bore her misfortune courageously.  (เธออดทนโชคร้ายของเธออย่างกล้าหาญ)

         f) I can’t bear snakes. (ผมทนงูไม่ได้นะ – คือเกลียดงู)

         g) Although stock prices declined, losses have been bearable for most investors. (แม้ว่าราคาหุ้นลดลง  ความสูญเสียสามารถทนได้สำหรับนักลงทุนส่วนใหญ่)

         h) She must bear the consequences of her actions. (เธอจะต้องรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ของการกระทำของเธอ)

         i) My neighbor has borne the cost of the repairs. (เพื่อนบ้านของผมรับผิดชอบค่าใช้จ่ายการซ่อมแซม)

         j) My parents arrived, bearing presents for the whole family. ( พ่อแม่ของผมมาถึง  (พร้อมกับ) ถือของขวัญสำหรับทุกคนในครอบครัว)

         k) His smile showed he was the bearer of good news. (การยิ้มของเขาแสดงว่าเขาเป็นผู้ถือข่าวดีมา)

         l) Will those beams bear the weight of a roof? (เสาเหล่านั้นจะค้ำยันน้ำหนักหลังคาไหวไหม)

4.     a) The rain blurred everyone’s view of the valley. (ฝนทำให้การมองเห็นหุบเขาของทุกคนไม่ชัดเจน)

        b) The whole accident was just a blur in my mind. (อุบัติเหตุทั้งหมดเป็นเพียงภาพ (สิ่ง) ที่พร่ามัวในใจของผม)

5.     a) Einstein was a brilliant thinker. (ไอน์สไตน์เป็นนักคิดที่ฉลาดมาก)

        b) She brilliantly produced a solution to the problem. (เธอสร้างวิธีการแก้ปัญหาได้อย่างฉลาดมาก)

        c) The brilliance of his piano playing was impressive. (ความสามารถอย่างมากในการเล่นเปียโนของเขาเป็นที่น่าประทับใจ)

        d) The rug was a brilliant red. (พรมมีสีแดงสดใส – แดงจ้า)

        e) The brilliant sunshine hurts my eyes. (แสงอาทิตย์ที่โชติช่วงทำอันตรายตาของผม)

6.     a) The officer cautioned the motorist to slow down. (เจ้าหน้าที่ตำรวจตักเตือนนักขับรถให้ (ระวังอันตรายโดย) ขับช้าลง)

        b) He cautioned me against spending a lot of money. (เขาเตือนผมมิให้ใช้จ่ายเงินมากมาย)

        c) Caution!  Slippery road ahead. (จงระวัง – ถนนลื่นอยู่ข้างหน้านะ)

        d) They entered into the negotiations cautiously. (พวกเขาเข้าสู่การเจรจาอย่างรอบคอบ-ระมัดระวัง)

        e) He crossed the busy street with caution. (เขาข้ามถนนที่มีรถมากด้วยความระมัดระวัง)

        f) Be cautious about showing your anger so openly. (จงระมัดระวังเกี่ยวกับการแสดงความโกรธของคุณอย่างเปิดเผยมากเกินไป)

        g) He put up a cautionary poster about the dangers of smoking. (เขาติดโปสเตอร์ซึ่งเตือนให้ระวังเกี่ยวกับอันตรายของการสูบบุหรี่)

        h) Vaccination is a precaution against smallpox. (การฉีดวัคซีนเป็นการระวังล่วงหน้าไข้ทรพิษ)

7.     a) You must handle the antique delicately. (คุณจะต้องถือวัตถุโบราณนี้ด้วยความระมัดระวัง)

        b) A watch has a delicate mechanism. (นาฬิกามีกลไกที่ละเอียดอ่อน-แบบบาง)

        c) Due to its controversial nature, it was a challenge to discuss such a delicate issue in public. (เนื่องมาจากลักษณะที่มีความขัดแย้งของมัน  มันจึงเป็นสิ่งท้าทายที่จะประชุมปรึกษาประเด็นที่ละเอียดอ่อนเช่นนั้นในที่สาธารณะ)

        d) We admired the delicacy of the woodcarving. (เรายกย่องชื่นชมความประณีตบรรจงของงานแกะสลักไม้)

        e) This china is too delicate for everyday use. (เครื่องกระเบื้องชิ้นนี้แตกง่ายเกินไปสำหรับการใช้งานประจำวัน)

        f) A baby’s delicate skin has to be treated gently. (ผิวหนังที่อ่อนนุ่มของเด็กทารกจำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างนุ่มนวล)

        g) Sex education must be handled with some delicacy. (การศึกษาเรื่องเพศจะต้องได้รับการจัดการด้วยไหวพริบ – หรือการไวต่อความรู้สึก (ของทั้งผู้สอนและผู้เรียน)

8.     a) The computer enhanced our productivity. (คอมพิวเตอร์เพิ่มความสามารถในการผลิตของเรา)

         b) Passing the exam should enhance your chances of being admitted to college. (การสอบผ่านจะเพิ่มโอกาสของคุณในการได้รับเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย)

         c) These new curtains will enhance the room. (ม่านผืนใหม่เหล่านี้จะทำให้ห้องดูดีขึ้น)

         d) The renovations are necessary for the enhancement of the restaurant. (การตกแต่งเสียใหม่มีความจำเป็นสำหรับการปรับปรุงภัตตาคาร)

         e) You can see the details more clearly in this computer-enhanced photograph. (คุณสามารถเห็นรายละเอียดชัดเจนยิ่งขึ้นในภาพถ่ายที่ถูกทำให้ดูดีขึ้นโดยคอมพิวเตอร์ภาพนี้)

9.      a) His careful planning facilitated the completion of the project. (การวางแผนที่รอบคอบของเขาทำให้การทำสำเร็จของโครงการง่ายขึ้น)

         b) Good teaching strategies facilitate student learning. (ยุทธศาสตร์การสอนที่ดีสนับสนุน-ส่งเสริมการเรียนรู้ของนักเรียน)

         c) Postal codes facilitate the handling of bulk mail. (ระหัสไปรษณีย์ทำให้การจัดการกับจดหมาย หีบห่อหรือวัสดุที่ส่งทางไปรษณีย์ง่ายขึ้น – หรือเป็นไปโดยสะดวก)

         d) He shows great facility in learning languages. (เขาแสดงความคล่องแคล่วว่องไวอย่างมากในการเรียนรู้ภาษาต่างๆ)

         e) Are there cooking facilities at the camp? (มีเครื่องอำนวยความสะดวกในการปรุงอาหาร (เครื่องครัว) หรือไม่)

10.    a) The woman’s incessant talking disturbed everyone watching the movie. (การพูดคุยที่ไม่จบสิ้นของผู้หญิงคนนั้นรบกวนทุกคนที่กำลังดูหนัง)

         b) The dog’s incessant barking kept the whole neighborhood up all night. (การเห่าที่ไม่หยุดของสุนัขทำให้คนที่อาศัยในละแวกบ้านทั้งหมดตื่นอยู่ทั้งคืน)

         c) The American people made an incessant demand for change. (คนอเมริกันทำการเรียกร้องอย่างต่อเนื่องเพื่อความเปลี่ยนแปลง)

         d) She drank coffee incessantly and chain-smoked. (เธอดื่มกาแฟอย่างต่อเนื่องและสูบบุหรี่มวนต่อมวน)

         e) His telephone rang incessantly. (โทรศัพท์ของเขาดังไม่รู้จักหยุดหย่อน)

         f) Human beings have passed through long centuries of almost incessant warfare. (มนุษย์ได้ผ่านศตวรรษที่ยาวนานของสงครามที่เกือบจะไม่จบไม่สิ้น)

11.    a) The architects planned the building in conjunction with the engineers. (สถาปนิกวางแปลนอาคารร่วมกับวิศวกร)

         b) Exercise, in conjunction with a nourishing diet, contributes to a healthy lifestyle. (การออกกำลัง – ร่วมกับ (ควบคู่กันกับ) อาหารบำรุงสุขภาพ – ก่อให้เกิดวิถีชีวิตที่มีสุขภาพสมบูรณ์)

12.    a) He was intrigued by the acclaim that he received. (เขาถูกทำให้หลงใหลปลาบปลื้มไปกับเสียงโห่ร้องต้อนรับที่เขาได้รับ)

         b) Anything colorful intrigued the little boy. (สิ่งใดๆที่มีสีสัน – หรือมีภาพสีสดใส – ทำให้เจ้าเด็กตัวเล็กคนนั้นสนใจ – หรือทำให้หลงใหล)

         c) The idea seemed to intrigue him. (ความคิดนี้ดูเหมือนว่าทำให้เขาสนใจ)

13.    a) A huge building obstructed the ocean view from the apartment. (ตึกหลังใหญ่ปิดบังวิวมหาสมุทรจากอพาร์ตเม้นต์ – ที่เราอยู่ – คือตึกบังมิให้มองเห็นวิวทะเล)

         b) Just after the storm, downed trees obstructed many roads in the community. (เพียงแค่หลังพายุสงบเท่านั้น  ต้นไม้ที่ล้มได้ขวางถนนหลายสายในชุมชน)

         c) We must get that wrecked car moved so it doesn’t obstruct the traffic. (เราจะต้องเอารถที่พังคันนั้นย้ายออกไป เพื่อว่ามันจะได้ไม่กีดขวางการจราจร)

         d) We have complained to the council that the new skyscraper will obstruct our view of the sea. (เราได้ร้องเรียนต่อสภา – ท้องถิ่น – ว่าตึกระฟ้าหลังใหม่จะปิดบังการมองเห็นทะเลของเรา)

         e) The strikers were accused of being obstructive by blocking the road. (ผู้ประท้วงถูกกล่าวหาว่ากีดขวางโดยการปิดถนน)

         f) The player was penalized for obstruction on the football field. (ผู้เล่นถูกลงโทษเรื่องการขัดขวาง (สกัดกั้นผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม) ในสนามฟุตบอล)

         g) An obstruction on the line caused our train to be delayed. (อุปสรรคในเส้นทางเป็นเหตุให้รถไฟของเราต้องล่าช้าออกไป)

14.    a) Bill presented a persuasive argument for his salary increase. (บิลนำเสนอเหตุผลที่จูงใจสำหรับการขึ้นเงินเดือนของเขา)

         b) They couldn’t persuade their critics to see their point of view. (พวกเขาไม่สามารถชักจูงนักวิจารณ์ให้มองเห็นข้อคิดเห็นของเขาได้)

         c) Can’t you persuade your sister to change your mind and come to the party?  (คุณไม่สามารถโน้มน้าวน้องสาวให้เปลี่ยนใจและมางานเลี้ยงใช่ไหม)

         d) The judge was not persuaded that the accused was sincerely remorseful. (ผู้พิพากษาไม่ได้ถูกทำให้เชื่อว่าผู้ถูกกล่าวหารู้สึกสำนึกผิดอย่างจริงใจ)

         e) After much persuasion, he signed the lease. (หลังจากการโน้มน้าว-ชักจูงอย่างมากมาย  เขาก็ลงนามในสัญญาเช่า)

         f) She is not easily persuadable.(เธอไม่สามารถถูกชักจูงได้โดยง่าย – คือไม่ทำตามใครบอกอย่างง่ายๆ)

        g) The salesman put forward a very persuasive case so we bought the TV despite its high price. (พนักงานขายเสนอกรณีที่โน้มน้าว-จูงใจอย่างมาก  ดังนั้นเราเลยซื้อทีวีทั้งๆที่มีราคาแพง)

        h) Her persuasiveness won me over to her way of thinking. (ความสามารถในการจูงใจของเธอเอาชนะผมได้ในเรื่องวิธีคิดของเธอ)

        i) He argued very persuasively. (เขาให้เหตุผลอย่างโน้มน้าวใจมากเลย)

15.   a) The boss assured him that he would be recompensed for his extra efforts. (เจ้านายให้ความมั่นใจแก่เขาว่า  เขาจะได้รับการตอบแทนสำหรับความพยายามเป็นพิเศษของเขา)

        b) The bank was recompensed for the loan. (ธนาคารได้รับการชดใช้สำหรับการกู้ยืม)

        c) Bill was recompensed for his good deeds. (บิลได้รับการตอบแทนสำหรับการทำความดีของเขา)

        d) The company recompensed Jim for his leg injury. (บริษัทชดใช้ให้จิมสำหรับการบาดเจ็บที่ขาของเขา)

        e) The knight received gold as recompense for saving the kingdom. (อัศวินได้รับทองคำเป็นรางวัล-สิ่งตอบแทนสำหรับการช่วยเหลืออาณาจักรเอาไว้ได้)

16.   a) In order to grow, crabs must shed their shells. (เพื่อที่จะเจริญเติบโต  ปูจะต้องลอกคราบของมัน)

        b) The experiments shed no new information on the cause of the disease. (การทดลองมิได้ให้ (หรือปล่อย)ข้อมูลใหม่ในเรื่องสาเหตุของโรค)

        c) Many trees shed their leaves in autumn. (ต้นไม้จำนวนมากสลัดใบของมันในฤดูใบไม้ร่วง)

        d) A snake sheds its skin when it grows. (งูลอกคราบของมันเมื่อมันเติบโต)

        e) She’ll shed tears when she hears that her pet is dead. (เธอจะร้องไห้ (ปล่อยน้ำตา) เมื่อเธอได้ยินว่าสัตว์เลี้ยงของเธอตาย)    

        f) Some fanatics are prepared to shed blood for their belief. ผู้คลั่งไคล้บางคนพร้อมจะหลั่งเลือด (หรือฆ่าคน) เพื่อความเชื่อของตนเอง)

        g) The men are shedding their jackets because it’s hot. (พวกผู้ชายกำลังถอดเสื้อแจ็กเก็ต เพราะว่าอากาศร้อน)

        h) A duck’s feathers shed water. (ขนของเป็ดปล่อยน้ำ – คือน้ำไม่เกาะ)

         i) People shed their inhibitions after they’ve had a few drinks. (ผู้คนโยนทิ้งความยับยั้งชั่งใจ – หรือความเก็บกด – ของตน หลังจากพวกเขาดื่มเหล้าไป ๒ ถึง ๓ แก้ว)

         j) The deeply loved baby sheds happiness around her. (เด็กทารกที่น่ารักอย่างมากคนนั้นปลดปล่อย (กระจาย) ความสุขออกมารอบๆตัวเธอ)

         k) Position the lamp so it sheds light on your book. (ตั้งวางตะเกียง (โป๊ะไฟ) เพื่อให้มันสาดแสงมาที่หนังสือของคุณ)

17.    a) He was presented with a unique opportunity to attend the conference. (เขาได้รับเสนอโอกาสพิเศษ (ไม่มีที่เปรียบ) ให้ไปร่วมประชุม)

         b) His style of writing is unique. (วิธีการเขียนของเขาไม่มีใครเหมือน)

         c) Only one applicant is uniquely suited for the job.(ผู้สมัครเพียงคนเดียวเท่านั้นที่มีความเหมาะสมเป็นพิเศษเฉพาะสำหรับงาน)

         d) A person can be identified by the uniqueness of his or her fingerprints. (บุคคลสามารถได้รับการระบุโดยความไม่มีที่เหมือนของลายนิ้วมือของเขาหรือของเธอ)

  18.  a) The design of the house is well-suited to its surrounding. (การออกแบบบ้านมีความเหมาะสมกับสภาพแวดล้อม)

         b) The experienced principal was well-suited for the job of superintendent of schools. (ครูใหญ่ผู้มีประสบการณ์คนนั้นมีความเหมาะสมกับงานของผู้กำกับดูแลโรงเรียน)