หมวดคำศัพท์ TOEFL (ตอนที่ 3)

              

               

               

Alter (อ๊อล-เท่อะ) (v) – เปลี่ยนแปลง, ทำให้แตกต่างออกไป, แก้ไข, ดัดแปลง, ผันแปร

Alteration (ออล-เทอะ-เร้-ชั่น) (n) – การเปลี่ยนแปลง, การแก้ไข-ดัดแปลง

Analyze (= analyse) (v) – วิเคราะห์

Analysis (n) – การวิเคราะห์

Analyst (n) – นักวิเคราะห์

Analytical (a) – เกี่ยวกับการวิเคราะห์

Ancient (แอน-เชี่ยน) (a) – โบราณ

Annoy (อะ-นอย) (v) – ทำให้ขุ่นเคือง, รบกวน, ทำให้รำคาญ-ระคายเคือง (คำนามคือ annoyance  - อะ-น้อย-เอิ้นซ – การรบกวน, ความน่ารำคาญ,       บุคคลหรือสิ่งที่รบกวน)

Annoying (อะ-น้อย-อิ้ง) (a) – น่ารำคาญ, ซึ่งรบกวน, น่าโมโห, น่าขุ่นเคือง

Anticipate (แอน-ทิส-ซิ-เพท) (v) – คาดหมาย, มุ่งหวัง, ทำนาย, เตรียมการณ์ล่วงหน้า

Anticipation (แอน-ทิส-ซิ-เพ-ชั่น) (n) – การคาดหวัง, การทำนาย, การเตรียมการณ์ล่วงหน้า

Ascertain (แอซ-เซอ-เท่น) (v) – เสาะหา, ค้นคว้า, สืบหา, ทำให้แน่ใจหรือชัดเจน

Ascertainment (n) – การทำให้แน่ใจหรือชัดเจน, การเสาะหา-ค้นคว้า-สืบหา

Conform (คัน-ฟอร์ม) (v) – ปฏิบัติตาม (กฎ, ระเบียบ), ทำตาม, ทำให้เหมือนกับ, ทำให้สอดคล้องกับ, ปรับให้เข้ากับ, เหมือนกัน, ตรงกัน

Conformity (คัน-ฟ้อร์-มิ-ที่) (n) – ความลงรอยกัน, ความสอดคล้องกัน, การปฏิบัติตาม (กฎ - ระ เบียบ), การตกลงกัน (conformist (คัน-ฟ้อร์-มิสท) = ผู้ปฏิบัติตาม, ผู้ยอมทำตาม)

Enrich (v) – ทำให้ร่ำรวย, ทำให้มีค่ามากขึ้น, เพิ่มความสำคัญ, ทำให้อุดมสมบูรณ์, ปรับปรุง (คุณภาพ, รสชาติ) ให้ดีขึ้น

 

Enrichment (เอน-ริช-เมิ่นท) (n) – การทำให้ร่ำรวย-อุดมสมบูรณ์-มีค่ามากขึ้น, สิ่งที่เพิ่มคุณค่า

Intensify (v) – ทำให้รุนแรงขึ้น-เข้มข้นขึ้น-หนาแน่นขึ้น, กลายเป็นรุนแรงขึ้น-เข้มข้นขึ้น

 

Intensification (n) – การทำให้รุนแรงขึ้น-เข้มข้นขึ้น

Intensive (a) – เข้มข้น, ละเอียด, (การเพาะ ปลูก) หนาแน่น

Intense (อิน-เท้นซ) (a) – เข้มข้น, หนาแน่น, ลึกซึ้ง, รุนแรง, เร่าร้อน, เอาจริงเอาจัง (คำนามคือ intensity)

Intolerable (อิน-ท้อล-เลอะ-ระ-เบิ้ล) (a) – ไม่อดทน, ไม่สามารถทนได้ (ความเจ็บปวด-ความเห็นที่แตกต่าง), เหลือที่จะทนได้, สุดที่จะทนได้, เกินไป, มากเกินไป

Intolerability (n) – ความไม่สามารถทนได้

Ongoing (a) – ที่ดำเนินต่อไป, ที่กำลังดำเนิน ไป, ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง, ที่ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง

Potential (n –a) – ศักยภาพ, ความสามารถที่ซ่อนเร้นอยู่, เป็นไปได้, มีความสามารถซ่อนเร้นอยู่, ซ่อนแฝง

Propose (โพร-โพซ) (v) – เสนอ, เสนอความ เห็น, ขอแต่งงาน, แนะนำ, แต่งตั้ง

Proposition (พรอพ-โพ-ซิช-ชั่น) (n) – ข้อ เสนอ, แผน, โครงการ, ข้อวินิจฉัย

Proposal (โพร-โพ้-เซิ่ล) (n) – การเสนอ, ข้อเสนอ, แผน, โครงการ, การขอแต่งงาน

Restore (เรส-ทอร์) (v) – ฟื้นฟู, ซ่อมแซม, ทำให้กลับสู่สภาพเดิม, ปฏิสังขรณ์, ทำให้แข็งแรง, บำรุงกำลัง-ร่างกาย, ส่งคืน, นำกลับคืนมา, นำกลับคืนสู่อำนาจหรือตำแหน่ง

Restoration (เรส-ทอ-เร้-ชั่น) (n) – การซ่อมแซม-ปฏิสังขรณ์-ทำให้คืนสู่สภาพเดิม, การทำให้กลับคืนดี

Staple (n) – ส่วนสำคัญ, สินค้าหลัก, สินค้าสำคัญ, วัตถุดิบหรือผลิตภัณฑ์หลัก, สินค้ายืนพื้น, อาหารหลัก, หัวข้อสำคัญ

Turbulent (เท้อร์-บิว-เลิ่นท) (a) – วุ่นวาย, สับ สน, อลหม่าน, (อารมณ์, อากาศ, กระแสน้ำ) ปั่น ป่วน, โกลาหล, พล่าน, ชอบใช้ความรุนแรงและ ทะเลาะวิวาท-ต่อสู้

Turbulence (n) – ความวุ่นวาย-สับสน-อล หม่าน-โกลาหล-พล่าน, ความปั่นป่วน

Vital (ไว้-เทิ่ล) (a) – จำเป็นสำหรับชีวิต, มีชีวิตชีวา, มีพลังงาน, จำเป็น, สำคัญ, ขาดเสียมิได้, เกี่ยวกับความเป็นความตาย

Vitality (ไว-แท้ล-ลิ-ที่) (n) – กำลังกาย-จิต, กำลังวังชา, พลังชีวิต, พลังที่ทำให้สิ่งมีชีวิตดำเนินอยู่ได้

Vitalize (ไว้-เทิ่ล-ไลซ) (v) – ทำให้มีชีวิต, ให้ชีวิตแก่, ให้พลัง, ทำให้มีชีวิตชีวา

Staple (a) – สำคัญ, เป็นหลัก, เป็นแก่น, ซึ่งใช้กันส่วนใหญ่

การใช้คำศัพท์ในประโยค

1.     a) The tailor altered the suit to fit the man. (ช่างตัดเสื้อแก้ไขสูทเพื่อให้เหมาะกับชายคนนั้น)

       b) My opinion altered when I learned all the facts. (ความเห็นของผมเปลี่ยนไปเมื่อผมเรียนรู้ข้อเท็จจริงทั้งหมด)

       c) Nancy hasn’t altered her plans to return to school. (แนนซี่มิได้เปลี่ยนแปลงแผนของเธอที่จะกลับไปโรงเรียน – เพื่อเรียนหนังสือ)

       d) Will the storm alter its course and miss the coast? (พายุจะเปลี่ยนเส้นทางและไม่เข้าชายฝั่งหรือเปล่านะ)

       e) We’ll have to move while the alterations to the house are in progress. (เราจะจำเป็นต้องย้ายออกในขณะที่การแก้ไขเปลี่ยนแปลง – เช่นการต่อเติม – บ้านกำลังดำเนินไป)

       f) Simple alterations improved the construction. (การแก้ไขเปลี่ยนแปลงง่ายๆ ทำให้การก่อสร้างดีขึ้น)

2.    a) Scientists must analyze problems thoroughly. (นักวิทยาศาสตร์จะต้องวิเคราะห์ปัญหาอย่างละเอียด)

       b) The teacher analyzed the sentence by identifying the various clauses and parts of speech. (ครูวิเคราะห์ประโยคโดยการระบุอนุประโยคต่างๆและส่วนของคำ)

       c) We must analyse the reasons behind the recent labor unrest. (เราต้องวิเคราะห์เหตุผลเบื้องหลังการก่อความไม่สงบด้านแรงงานเมื่อเร็วๆนี้)

       d) Analysis of the substance confirms the presence of nitrogen. (การวิเคราะห์สสารยืนยันการมีอยู่ของไนโตรเจน)

       e) An analysis of the water showed it to be polluted with chemicals. (การวิเคราะห์น้ำแสดงว่ามันถูกปนเปื้อนด้วยสารเคมี)

       f) He is a psychological analyst. (เขาเป็นนักวิเคราะห์ด้านจิตวิทยา)

3.    a) We visited the ruins of an ancient fort. (เราไปเยือนซากปรักหักพังของป้อมโบราณ)

       b) Zeus was the supreme god of the ancient Greeks. (ซีอุสเป็นเทพเจ้าสูงสุดของชาวกรีกสมัยโบราณ)

       c) Peter found an ancient Roman coin. (ปีเตอร์พบเหรียญโรมันโบราณ)

       d) Archaeologists analyze ancient civilizations. (นักโบราณคดีวิเคราะห์อารยธรรมโบราณ)

4.    a) She annoyed her parents by coming home late. (เธอทำให้พ่อแม่ขุ่นเคืองโมโหนิดหน่อย – ด้วยการกลับบ้านช้า – หรือดึก)

       b) The flies annoy me. (แมลงวันทำให้ผมรำคาญ – หรือรบกวนผม)

       c) She is annoyed with him because he is late. (เธอขุ่นเคืองเขาเพราะว่าเขามาสาย)

       d) He expressed his annoyance at the confusion. (เขาแสดงความขุ่นเคืองกับความวุ่นวายโกลาหล)

       e) Mosquitos can be an annoying part of a vacation at the beach. (ยุงสามารถเป็นส่วนที่น่ารำคาญของการพักผ่อนวันหยุดที่ชายหาด)

       f) He has an annoying habit of biting his nails. (เขามีนิสัยน่ารำคาญของการกัดเล็บมือ)

5.    a) No one can anticipate the results of the games. (ไม่มีใครสามารถทำนายผลของการแข่งขัน)

       b) We anticipate that the summer will be dry. (เราคาดหวังว่าหน้าร้อนจะแห้งแล้ง)

       c) They planned their vacation with anticipation. (พวกเขาวางแผนวันหยุดด้วยการเตรียมการล่วงหน้า)

       d) She anticipated the fall in the share price and sold early. (เธอคาดหวัง – หรือทำนาย - การหล่นลงของราคาหุ้น และขายมันแต่เนิ่นๆ)

       e) In anticipation of the punch, he moved out of reach. (ด้วยการคาดการว่าจะโดนชก  เขาจึงขยับออกให้พ้นระยะหมัด)

6.    a) I tried to ascertain if he was telling the truth. (ผมพยายามทำให้แน่ใจว่าเขากำลังบอกความจริงหรือเปล่า)

       b) It was difficult to ascertain the true facts. (มันยากที่จะสืบหาข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง)

       c) We ascertained that his first names were John Smith. (เราทำให้แน่ใจว่าชื่อแรกของเขาคือ จอห์น สมิธ)

       d) The jury made a decision based on its ascertainment of the facts. (คณะลูกขุนได้ตัดสินใจบนพื้นฐานของการสืบหา-ค้นหาข้อเท็จจริง)

       e) Are the details easily ascertainable? (รายละเอียดสามารถค้นหาได้ง่ายใช่หรือไม่)

7.    a) You must conform to the rules or leave the club. (คุณจะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบ หรือไม่ก็ต้องออกจากชมรมไป)

       b) The proposed additions to your house must conform to building regulations. (การต่อเติมบ้านของคุณตามที่เสนอมาจะต้องสอดคล้องกับกฎระเบียบการก่อสร้าง)

       c) He is regarded as eccentric because of his refusal to conform. (เขาถูกมองว่า (ถือว่า) แปลกประหลาดเนื่องมาจากการปฏิเสธของเขาที่จะทำตามกฎระเบียบ – หรือทำให้เหมือนกับคนอื่น)

       d) She has always been a conformist. (เธอเป็นผู้ที่ทำตามกฎระเบียบ หรือ ผู้ที่ทำอะไรที่สอดคล้องหรือเหมือนคนอื่นๆเสมอ)

       e) We could never become close friends as his interests do not conform with mine. (เราไม่สามารถเป็นเพื่อนสนิทกันได้  เนื่องจากความสนใจของเขาไม่เหมือนกันกับของผม)

       f) There is too much conformity and not enough individualism in these designs. (มีการเหมือนกันมากจนเกินไป  และไม่มีความเป็นปัจเจกลักษณะ (เอกลักษณ์ของความแตกต่าง) อย่างเพียงพอในการออกแบบเหล่านี้)

8.    a) The fine arts enrich our lives. (วิจิตรศิลป์ทำให้ชีวิตของเราสมบูรณ์ – หรือทำให้มีค่ามากขึ้น)

       b) Some traders enrich themselves by overcharging. (พ่อค้าบางคนทำให้ตัวเองร่ำรวยโดยการขายของแพงเกินไป)

       c) English has been enriched by words from many other languages. (ภาษาอังกฤษถูกทำให้มีรสมีชาติมากขึ้นด้วยคำศัพท์จากภาษาอื่นๆมากมาย)

       d) This cereal is vitamin-enriched. (ธัญพืชชนิดนี้อุดมไปด้วยวิตามิน)

       e) Immigration from many countries has led to the enrichment of our culture. (การอพยพเข้ามาจากหลายประเทศ (สู่ประเทศของเรา) ได้นำไปสู่การทำให้วัฒนธรรมของเรามีความหลากหลายหรือมีค่ามากยิ่งขึ้น)

       f) The discovery of oil was an enrichment for the country. (การค้นพบน้ำมันเป็นการสร้างความร่ำรวยสำหรับประเทศ)

9.    a) The importance of the test will sometimes intensify the nervousness of the students. (ความสำคัญของการทดสอบ บางทีจะทำให้ความวิตกกังวลของนักเรียนเพิ่มมากขึ้น)

       b) We must intensify our efforts to raise more funds. (เราต้องทำความพยายามให้มากขึ้นเพื่อหาเงินทุนเพิ่มขึ้น)

       c) The intensity of the car’s headlights was blinding. (ความแรงของแสงไฟหน้ารถทำให้ (ผู้ขับขี่ที่สวนทางมา) มองไม่เห็น)

       d) The chess match was played with great intensity. (การแข่งขันหมากรุกดำเนินไปด้วยความเข้มข้น-เอาจริงเอาจัง)

       e) The intense heat prevented us from entering the burning building. (ความร้อนที่รุนแรงขัดขวางเรามิให้เข้าไปในอาคารที่เพลิงกำลังลุกไหม้)

       f) The school bully was intensely disliked. (เจ้าเด็กขี้รังแกของโรงเรียนได้รับความเกลียดชังอย่างรุนแรง)

       g) The intensive bombardment reduced the town to rubble. (การทิ้งระเบิดอย่างเข้มข้น-หนาแน่น (แบบปูพรม) ทำให้เมืองลดเหลือเพียงซากปรักหักพัง)

       h) Intensive farming increased food production. (การทำไร่อย่างหนาแน่นทำให้การผลิตอาหารเพิ่มขึ้น)

       i) The hotel industry is very labor-intensive. (อุตสาหกรรมโรงแรมใช้แรงงานอย่างมากมายเหลือเกิน)

10.   a) Any opposition to the rules is intolerable. (การต่อต้านใดๆต่อกฎข้อบังคับเป็นเรื่องที่ไม่สามารถทนได้ – คือไม่ยอมให้ต่อต้าน)

        b) The noise from the disco is intolerable. (เสียงจากไนต์คลับที่เปิดแผ่นให้แขกเต้นสุดที่จะทนได้ – คือดังเกินไป)

        c) They find this situation intolerable. (พวกเขาพบว่าสถานการณ์นี้เหลือที่จะทนได้)

        d) The things that made his life intolerable were too many to elaborate. (สิ่งต่างๆที่ทำให้ชีวิตของเขาไม่สามารถทนได้มีมากเกินกว่าที่จะพูดโดยละเอียด)

        e) It was intolerable that they should order her around. (มันสุดที่จะทนได้ที่พวกเขาสั่งเธอ (ให้ทำโน่นทำนี่) ไปเสียทุกเรื่อง)

        f) Their methods are intolerable to those who care for liberty. (วิธีการของพวกเขาเหลือที่จะทนได้สำหรับคนที่ใส่ใจในเสรีภาพ)

        g) The weather today is intolerably hot. (อากาศวันนี้ร้อนอย่างสุดที่จะทน)

         h) She had become intolerably possessive. (เธอปรารถนาที่จะครอบครอง – หรือครอบงำ – มากเกินไป)

11.    a) Maintaining roads is an ongoing job. (การซ่อมแซมถนนเป็นงานที่ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง – คือไม่มีวันจบสิ้น)

         b) The tutoring project is an ongoing program of the school. (โครงการสอนพิเศษเป็นโครงการต่อเนื่องของทางโรงเรียน)

         c) Learning is an ongoing process. (การเรียนรู้เป็นขบวนการที่ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง)

         d) There is an ongoing discussion within the party about this. (มีการประชุมปรึกษาหารือที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องภายในพรรคเกี่ยวกับเรื่องนี้)

         e) The government is finding ways to cope with an ongoing economic crisis. (รัฐบาลกำลังหาวิธีรับมือกับวิกฤติกาลทางเศรษฐกิจที่ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง – คือวิกฤติฯ เกิดมานานแล้ว และยังคงดำเนินไปในปัจจุบัน)

12.    a) The medical students have shown great potential to become doctors. (นักเรียนแพทย์พวกนั้นได้แสดงศักยภาพอย่างมากที่จะเป็นแพทย์)

        b) She has the potential to be a concert pianist. (เธอมีศักยภาพที่จะเป็นนักเปียโนของคอนเสิร์ต)

        c) This novel is a potential bestseller. (นวนิยายนี้มีศักยภาพพอที่จะเป็นหนังสือขายดีที่สุด)

        d) A potentially profitable business was ruined by poor management and labor unrest. (ธุรกิจที่มีศักยภาพพอที่จะทำกำไร  ถูกทำให้พินาศย่อยยับโดยการบริหารที่ห่วย แตกและความไม่สงบด้านแรงงาน)

13.    a) The governor is going to propose new taxes. (ท่านผู้ว่าฯกำลังจะเสนอภาษีตัวใหม่)

         b) I propose that school holidays should be shortened. (ผมเสนอว่าวันหยุดของโรงเรียนควรจะสั้นลง)

         c) Both sides accepted the peace proposal. (ทั้ง ๒ ฝ่ายยอมรับแผนสันติภาพ)

         d) Who is the proposer of this motion? (ใครคือผู้เสนอญัตตินี้)

         e) We are proposing her as our delegate. (เรากำลังแต่งตั้ง – หรือเสนอชื่อ – เธอเป็นผู้แทนของเรา)

         f) He planned to propose to his girlfriend over a romantic candlelit dinner. (เขาวางแผนที่จะขอแต่งงานกับแฟนของเขาในแบบกินอาหารค่ำใต้แสงเทียนที่โรแมนติก)

         g) After she had accepted his proposal, he bought her an engagement ring. (หลังจากเธอยอมรับการขอแต่งงานของเขา  เขาก็ซื้อแหวนหมั้นให้เธอ)

         h) We propose to go to Hawaii for our annual holiday. (เราตั้งใจจะไปฮาวายสำหรับวันหยุดประจำปีของเรา)

         i) He made a proposition to merge the two companies. (เขายื่นข้อเสนอทางธุรกิจที่จะควบรวม ๒ บริษัทเข้าด้วยกัน)

14.    a) He restored my confidence in him. (เขานำความเชื่อมั่นในตัวเขาของผมกลับคืนมา)

         b) The museum employed an expert to restore the valuable 16th –century oil painting. (พิพิธภัณฑ์จ้างผู้เชี่ยวชาญบูรณะภาพเขียนสีน้ำมันศตวรรษที่ ๑๖ ที่ทรงคุณค่า)

         c) Funds were raised for the restoration of the historical cottage. (เงินทุน ถูกระดมสำหรับการบูรณะ-ปฏิสังขรณ์บ้านในชนบท – หรือกระท่อม – ที่สำคัญทางประวัติ ศาสตร์หลังนั้น)

         d) It is a beautiful restoration of the old table. (มันเป็นการบูรณะที่สวยงามของโต๊ะเก่าแก่ตัวนั้น)

         e) He offered to restore the stolen money to the company. (เขาเสนอที่จะนำเงินที่ถูกขโมยกลับคืนมาให้บริษัท)

         f) The family rejoiced when the sick child was restored to health. (ครอบครัวมีความยินดีเมื่อเด็กที่เจ็บป่วยได้รับการนำกลับคืนมาสู่สุขภาพทีดี)

         g) The top priority is the restoration of order after the riots. (สิ่งสำคัญอันดับแรกคือการนำกลับคืนมาซึ่งความเป็นระเบียบเรียบร้อยภายหลังการจลาจล)

         h) When the coup failed, the deposed president was restored to power. (เมื่อการรัฐประหารล้มเหลว  ท่านประธานาธิบดีที่ถูกปลดจากตำแหน่งได้รับการนำกลับคืนสู่อำนาจ)

15.    a) The main staple of Asian diets is rice. (ผลิตภัณฑ์หลักของอาหารเอเซียคือข้าว)

         b) Milk, bread and eggs are staples of most American grocery stores. (นม ขนมปังและไข่ เป็นสินค้าหลัก (สินค้าสำคัญ) ของร้านขายของชำอเมริกันส่วนใหญ่)

         c) That country’s export staple is coal. (สินค้าหรือผลิตภัณฑ์ส่งออกหลักของประเทศนั้นคือถ่านหิน)

16.    a) The turbulent crowd insisted on a meeting with the prime minister. (ฝูงชนที่โกลาหลอลหม่านยืนกรานที่จะพบกับท่านนายกฯ)

         b) The ship sank in the midst of the turbulent sea and clashing rocks. (เรือจมในท่ามกลางทะเลที่มีคลื่นปั่นป่วนและหินที่มีเสียงดังกระทบกัน)

         c) They are turbulent people who often cause trouble, quarrel and fight. (พวกเขาคือคนที่ชอบใช้ความรุนแรง  ผู้ซึ่งมักจะสร้างปัญหา ทะเลาะวิวาทและต่อสู้)

         d) She tried to calm her turbulent thoughts. (เธอพยายามที่จะสงบความคิดที่พุ่งพล่าน-สับสนวุ่นวายของเธอ)

         e) During the war people lived in a period of fierce and turbulent   struggle. (ในระหว่างสงคราม  ผู้คนมีชีวิตอยู่ด้วยการต่อสู้ดิ้นรนที่รุนแรงและสับสนอลหม่าน – เช่น ต้องคอยหลบระเบิดและการยิงต่อสู้กัน)

         f) The plane flew through an area of turbulence. (เครื่องบินบินผ่านพื้นที่ของความวุ่นวาย-โกลาหลอลหม่านจากการสู้รบ หรืออากาศที่ปั่นป่วน – ทั้งนี้ แล้วแต่ความหมายของผู้พูด)

         g) The turbulence caused the plane to turn over. (ความปั่นป่วนของอากาศเป็นสาเหตุให้เครื่องบินพลิกคว่ำ)

         h) Many African countries had lived through periods of social turbulence(ประเทศในทวีปแอฟริกาจำนวนมากได้มีชีวิตผ่านยุคสมัยของความปั่นป่วนวุ่นวายทางสังคม)

17.    a) Money is vital to the success of the program. (เงินมีความสำคัญอย่างมากต่อความสำเร็จของโครงการนี้)

         b) The vital piece of evidence proved his guilt. (ชิ้นที่จำเป็น – หรือสำคัญ – ของพยานหลักฐานได้พิสูจน์ความผิดของเขา)

         c) The heart performs a vital function. (หัวใจทำหน้าที่ที่จำเป็นแก่ชีวิต)

         d) Water and oxygen are vital for most forms of life. (น้ำและออกซิเจนมีความจำเป็น(แก่ชีวิต)สำหรับรูปแบบส่วนมากของชีวิต)

         e) She is a vital person, full of high spirits. (เธอเป็นบุคคลที่มีร่างกาย-จิตใจเข้มแข็ง  เต็มไปด้วยจิตวิญญาณที่สูงส่ง)

         f) The old man has the vitality of someone half his age. (ชายชราคนนั้นมีความกระชุ่มกระชวย – หรือความแข็งแรง – เท่ากับคนที่อายุครึ่งหนึ่งของเขา)

         g) His intense vitality was easily observable. (พละกำลัง-ความแข็งแรงอย่างเข้มข้นของเขาสามารถสังเกตเห็นได้โดยง่าย)

         h) An enthusiastic teacher can vitalize a class. (ครูที่กระตือรือร้นสามารถให้ความมีชีวิตชีวาแก่ชั้นเรียนได้) (หรือทำให้ชั้นเรียนมีชีวิตชีวาได้)

 

(คำศัพท์เพิ่มเติม)

Abandon (v) – ละทิ้งไป, ทอดทิ้ง, จากไปโดยไม่มีแผนว่าจะกลับ

Abandonment (n) – การทอดทิ้งไป, การละทิ้ง

Keen (a) – (มีด) คม, (ความรู้สึก) ไว, กระตือรือร้น, สนใจ

Keenness (n) – ความคม-ไว-กระตือรือร้น-สนใจ

Jealous (a) – หึงหวง, อิจฉาริษยา

Jealousy (n) – ความหึงหวง-อิจฉาริษยา

Tact (n) – ไหวพริบ, ปฏิภาณ, ความสามารถพูดในสิ่งที่ถูกต้อง

Tactful (a) – มีไหวพริบ-ปฏิภาณดี, ฉลาด

Oath (โอธ) (n) – คำสาบาน, คำสาปแช่ง

Vacant (เว้-เคิ่นท) (a) – ว่าง, ว่างเปล่า, ไม่ได้ถูกครอบครอง

Vacancy (เว้-เคิน-ซี่) (n) – ความว่าง, ความว่างเปล่า, ตำแหน่งว่าง

Hardship (n) – ความยากลำบาก, สิ่งที่ยากที่จะทนได้

Gallant (แก๊ล-เลิ่นท) (a) – กล้าหาญ, ชอบช่วยเหลือผู้อื่น, สง่างาม, สุภาพ, ชอบเอาอกเอาใจผู้หญิง, ให้ความเคารพผู้หญิง

Data (เด๊-ทะ หรือ ด๊า-ทะ) (n) – ข้อมูล

Unaccustomed (อัน-แอ๊ค-คัส-เทิ่ม-ดึ) (a) – ไม่คุ้นเคยหรือเคยชิน

Bachelor (แบ๊ช-เช-เล่อ) (n) – ชายโสด, ผู้ได้รับปริญญาตรี

Qualify (v) – มีคุณสมบัติครบถ้วน, แสดงว่ามีความสามารถที่จะ

Qualification (n) – คุณสมบัติ

 

ตัวอย่างการใช้คำในประโยค

1.     a) When Rob abandoned his family, the police went looking for him. (เมื่อร๊อบทอดทิ้งครอบครัวของเขาไป  ตำรวจจึงได้ออกค้นหาตัวเขา)

       b) The soldier could not abandon his friends who were hurt in battle. (ทหารไม่สามารถทอดทิ้งเพื่อนของเขาผู้ซึ่งได้รับบาดเจ็บในสงคราม)

       c) Because Jane was poor, she had to abandon her idea of going to college. (เพราะว่าเจนยากจน  เธอจำเป็นต้องละทิ้งความคิดที่จะไปเรียนในมหาวิทยาลัย)

2.    a) The butcher’s keen knife cut through the meat. (มีดที่คมของพ่อค้าเนื้อเฉือนทะลุเนื้อ)

       b) My dog has a keen sense of smell. (หมาของผมมีความรู้สึกในการดมกลิ่นที่ไว หรือ ที่เฉียบคม)

       c) Bill’s keen mind pleased all his teachers. (จิตใจที่กระตือรือร้นของบิลทำให้ครูทุกคนพอใจ)

3.     a) A detective was hired by the jealous widow to find the boyfriend who had abandoned her. (นักสืบถูกว่าจ้างโดยแม่ม่ายที่ขี้หึง เพื่อตามหาแฟนของเธอ ซึ่งได้ทอดทิ้งเธอไป)

        b) Although my neighbor just bought a new car, I am not jealous of him. (แม้ว่าเพื่อนบ้านของผมจะเพิ่งซื้อรถคันใหม่  ผมก็ไม่อิจฉาเขา)

        c) Being jealous, Nancy would not let her boyfriend dance with any of the cheerleaders. (เนื่องจากขี้หึง  แนนซี่จะไม่ยอมให้แฟนของเธอเต้นรำกับสาวเชียร์ลีดเดอร์คนใดๆ)

4.     a) My aunt never hurts anyone’s feelings because she always uses tact(ป้าของผมไม่เคยทำร้ายอารมณ์ของใคร เพราะว่าเธอมักจะใช้ไหวพริบปฏิภาณ – เวลาพูด – เสมอ)

         b) By the use of tact, Janet was able to calm her jealous husband. (โดยการใช้ไหวพริบปฏิภาณ  เจเน็ตสามารถปลอบให้สามีขี้หึงของเธอสงบลงได้)

         c) Your friends will admire you if you use tact and thoughtfulness. (เพื่อนๆจะนิยมชมชอบคุณถ้าคุณใช้ไหวพริบปฏิภาณและการนึกถึงอกเขาอกเรา – หรือความเกรงใจ)

5.      a) The President will take the oath of office tomorrow. (ท่านประธานาธิบดีจะสาบานตนเข้ารับตำแหน่งในวันพรุ่งนี้)

         b) In court, the witness took an oath that he would tell the whole truth. (ในศาล  พยานสาบานว่าเขาจะพูดความจริงทั้งหมด)

         c) When Terry discovered that he had been abandoned, he let out an angry oath. (เมื่อเทอรี่ค้นพบว่าเขาถูกทอดทิ้ง  เขาก็ปล่อยคำสาปแช่งที่เกรี้ยวกราดออกมา)

6.       a) Someone is planning to build a house on that vacant lot. (ใครบางคนกำลังวางแผนจะสร้างบ้านบนพื้นดินที่ว่างเปล่าแปลงนั้น)

          b) I put my coat on that vacant seat. (ผมวางเสื้อโค๊ทไว้บนเก้าอี้ที่ว่างตัวนั้น)

          c) When the landlord broke in, he found that apartment vacant. (เมื่อเจ้าของบ้านเช่าพังประตูเข้ามา  เขาพบอพาร์ตเม้น (ของเขา) ว่างเปล่า - คือไม่มีคนอยู่)

7.       a) The fighter had to face many hardships before he became champion. (นักมวยจำต้องพบกับความยากลำบากมากมายก่อนที่เขาจะเป็นแช้มป์)

          b) Abe Lincoln was able to overcome one hardship after another. (อับราฮัม ลินคอล์น สามารถเอาชนะความยากลำบากครั้งแล้วครั้งเล่า)

          c) On account of hardship, Bert was let out of the army to take care of his sick mother. (เนื่องจากความยากลำบาก  เบิร์ตได้รับอนุญาตให้ออกจากกองทัพเพื่อดูแลแม่ที่เจ็บป่วยของเขา)

8.       a) The pilot swore a gallant oath to save his buddy. (นักบินพูดสาบานอย่างกล้าหาญที่จะรักษาชีวิตเพื่อนของเขา)

          b) Many gallant knights entered the contest to win the princess. (อัศวินที่กล้าหาญจำนวนมากเข้าร่วมการแข่งขันเพื่อที่จะเอาชนะได้เจ้าหญิง)

          c) Eddy is so gallant that he always gives up his subway seat to a woman. (เอ๊ดดี้ชอบเอาใจผู้หญิง – หรือให้ความเคารพผู้หญิง - มากจนกระทั่งว่าเขามักจะสละที่นั่งบนรถไฟใต้ดินให้กับผู้หญิงเสมอ)

9.       a) The data about the bank robbery were given to the F.B.I. (ข้อมูลเกี่ยวกับการปล้นธนาคารถูกมอบให้กับเอฟบีไอ)

          b) After studying the data, we were able to finish our report. (หลังจากได้ศึกษาข้อมูล  เราสามารถทำรายงานได้เสร็จ)

          c) Unless you are given all the data, you cannot do the math problem. (ถ้าคุณไม่ได้รับข้อมูลทั้งหมด  คุณจะไม่สามารถแก้ปัญหาคณิตศาสตร์ได้)

10.      a) Coming from Alaska, Jack was unaccustomed to Florida’s heat. (เพราะมาจากอลาสก้า  แจ๊คไม่คุ้นเคยกับอากาศร้อนของฟลอริด้า)

           b) The king was unaccustomed to having people disobey him. (กษัตริย์องค์นั้นไม่คุ้นเคยกับการที่ประชาชนไม่เชื่อฟังพระองค์)

           c) As Paul was unaccustomed to exercise, he quickly became tired. (เพราะพอลไม่คุ้นเคยกับการออกกำลัง  เขาจึงเหนื่อยอย่างรวดเร็ว)

11.      a) My brother took an oath to remain a bachelor. (พี่ชายของผมให้คำสาบานจะเป็นชายโสดตลอดไป)

           b) In the movie, the married man was mistaken for a bachelor. (ในภาพยนตร์  ชายที่แต่งงานแล้วถูกเข้าใจผิดว่าเป็นชายโสด)

           c) Before the wedding, all his bachelor friends had a party. (ก่อนการแต่งงาน  เพื่อนชายโสดของเขาทุกคน (ชอบ) มี (จัด) งานเลี้ยง)

12.      a) I am trying to qualify for the job which is now vacant. (ผมกำลังพยายามที่จะมีคุณสมบัติครบสำหรับงานซึ่งขณะนี้ว่างอยู่)

           b) Since Pauline can’t carry a tune, she is sure that she will never qualify for the Girls Chorus. (เพราะว่าพอลลีนไม่สามารถร้องเข้ากับทำนอง  เธอเลยมั่นใจว่าเธอจะไม่มีวันมีคุณสมบัติเพียงพอสำหรับวงดนตรีประสานเสียง Girls Chorus)

           c) You have to be over 5’ 5” to qualify as a policeman. (คุณจำเป็นต้องสูงกว่า ๕ ฟุต ๕ นิ้ว จึงจะมีคุณสมบัติเป็นตำรวจได้)

 

การใช้คำศัพท์ในพารากราฟ

My Brother, the Gentleman

          The story of Sir Walter Raleigh who spread his cloak on the ground to keep Queen Elizabeth from the hardship of crossing a muddy puddle can qualify that nobleman for an award as a man of tact and good breeding.  My brother Kenny, a bachelor with a keen interest in history, was impressed by that anecdote and thought he might demonstrate his excellent upbringing in a parallel situation.  Accordingly he decided to abandon his subway seat in favor of a woman standing nearby.

          Although unaccustomed to such generous treatment, the young woman was pleased to accept Kenny’s kind offer.  However, her jealous boyfriend swore an oath under his breath because he thought my brother was flirting with his girlfriend.  I don’t have any data on the number of young men who get into similar trouble as a result of a gallant gesture, but it’s probably one in a thousand.  Poor Kenny!  He pointed to the now vacant seat.

(คำแปล)

พี่ชายของผม:  สุภาพบุรุษ

               เรื่องราวของเซอร์วอลเตอร์ ราเล่ย์ ผู้ซึ่งปู (spread) เสื้อคลุม (cloak) ของตนลงบนพื้นดิน เพื่อกันมิให้พระราชีนีอลิซเบธต้องพบความยากลำบาก (hardship) ในการเดินข้ามแอ่งน้ำเล็กๆ (puddle) ที่เป็นโคลน (muddy) สามารถทำให้ขุนนาง (nobleman) ผู้นั้น (เซอร์วอลเตอร์) มีคุณสมบัติพอ (qualify) สำหรับรางวัลในฐานะคนมีไหวพริบปฏิภาณ (tact) และการ(ได้รับ)อบรมเลี้ยงดู (breeding) ที่ดี  พี่ชายของผม, เคนนี่ ซึ่งเป็นชายโสด (bachelor) ที่มีความสนใจอย่างกระตือรือร้น (keen) ในวิชาประวัติศาสตร์ มีความประทับใจ (impressed) ในเกร็ดความรู้ (anecdote) อันนั้น (การที่เซอร์วอลเตอร์ปูเสื้อคลุมลงบนพื้นเพื่อให้ราชินีเหยียบไม่โดนโคลน) และคิดว่าเขา(พี่ชาย)อาจจะแสดงการ(ได้รับ)อบรมเลี้ยงดู (upbringing) อย่างยอดเยี่ยมของเขาในสถานการณ์ที่คู่ขนานกัน (เหมือนที่เซอร์วอลเตอร์ทำ)  ดังนั้น เขา (พี่ชาย) จึงตัดสินใจที่จะสละ (abandon) ที่นั่งบนรถไฟใต้ดินเพื่อเห็นแก่ (in favor of) ผู้หญิงที่ยืนอยู่ข้างๆ

               แม้ว่าจะไม่คุ้นเคย (unaccustomed) กับการปฏิบัติที่เอื้อเฟื้อ (generous) ดังกล่าว  หญิงสาวคนนั้นก็ยินดีรับการเสนอ (สละที่นั่ง) ของเคนนี่  อย่างไรก็ตาม แฟนที่ขี้หึง (jealous) ของเจ้าหล่อนก็สบถ (พูด) คำสาปแช่ง (oath) ผ่านลมหายใจของตัวเอง  เพราะเขาคิดว่าพี่ชายของผมกำลังจีบ (flirting) แฟนของตน ทั้งนี้ ผม (ผู้เขียนเรื่องนี้)ไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับจำนวนของชายหนุ่มผู้ประสบปัญหาที่คล้ายๆกัน(กับของพี่ชายผม) อันเป็นผลมาจากอากัปกิริยา (gesture)  ที่ชอบเอาอกเอาใจ (หรือให้ความเคารพ) ผู้หญิง (gallant)  แต่มันอาจเป็นเพียง ๑ ใน ๑,๐๐๐ (ตัวอย่างของปัญหา) เท่านั้น (คือพยายามเอื้อเฟื้อต่อผู้หญิง แต่แฟนของหล่อนเข้าใจผิด คิดว่าจะไปจีบ)  เคนนี่ที่น่าสงสารเอ๋ย ! เขา (เคนนี่) ชี้ไปที่เก้าอี้ที่ว่างเปล่า (vacant) ในขณะนี้ (อาจเป็นเก้าอี้ในรถไฟใต้ดิน หรือที่บ้านก็ได้ เพราะต้องการให้น้องชายผู้เล่าเรื่องนี้รู้ว่า เก้าอี้แบบนี้แหละ ที่ทำให้เกิดปัญหากับตนเอง)

ตัวอย่างการใช้คำศัพท์ในประโยค (เพิ่มเติม)

1.     As I looked at the data which the salesman showed me, I knew that I was getting more and more mixed up. (ขณะที่ผมมองดูข้อมูลที่พนักงานขายแสดงให้ผมดู ผมก็ยิ่งสับสน (งง) มากขึ้นมากขึ้น)

2.     I used tact when I told my fat uncle that his extra weight made him look better. (ผมใช้ไหวพริบ (ในการพูด) เมื่อผมบอกลุงที่อ้วนของผมว่าน้ำหนักส่วนเกินของแก  ทำให้แกดู (มีลักษณะ) ดีขึ้น)

3.     When the guard saw that the cot was vacant, he realized that the prisoner had left the jail. (เมื่อยามเห็นว่ากรงขังว่างเปล่า  เขาตระหนักว่านักโทษได้ออกจากคุกไปแล้ว)

4.     Although he took an oath on the Bible, Billy lied to the jury. (แม้ว่าเขาจะสาบานต่อคัมภีร์ไบเบิ้ล  บิลลี่ก็ยังโกหกคณะลูกขุน)

5.     My aunt was so jealous of our new couch that she bought one just like it. (ป้าของผมอิจฉาเก้าอี้โซฟา (เก้าอี้นอน) ตัวใหม่ของเรามากจนกระทั่งแกไปซื้อเก้าอี้มา ๑ ตัวเหมือนของเราเลย)

6.     I enjoyed reading the story of the gallant man who put his cloak over a mud puddle so that the queen would not dirty her feet. (ผมสนุกกับการอ่านเรื่องราวของผู้ชายที่ชอบเอาใจผู้หญิง ผู้ซึ่งปูเสื้อคลุมของเขาบนแอ่งน้ำที่เป็นโคลนเพื่อที่ว่าพระราชินีจะได้ไม่ต้องเท้าเปื้อน – เมื่อเดินย่ำไปบนโคลน)

7.     The loss of Kim’s eyesight was a hardship which she learned to live with. (การสูญเสียการมองเห็นของคิมเป็นความยากลำบากซึ่งเธอได้เรียนรู้ที่จะต้องอยู่กับมัน)

8.     The driver was forced to abandon his car when two of the tires became flat. (ผู้ขับขี่ถูกบังคับให้ทิ้งรถของเขาเมื่อยางรถ ๒ เส้นเกิดแบน)

9.     Betty could not qualify for the Miss Teenage America Contest because she was 22 years old. (เบ็ตตี้ไม่สามารถมีคุณสมบัติสำหรับการประกวดมิสทีนเอจอเมริกา  เพราะว่าเธออายุ ๒๒ ปีแล้ว – คืออายุเกิน)

10.   The blade was so keen that I cut myself in four places while shaving. (ใบมีดคมมากจนกระทั่งผมทำมีดบาดตัวเอง ๔ แห่งขณะกำลังโกนหนวด)

11.    Unaccustomed to being kept waiting, the angry woman marched out of the store. (เพราะไม่คุ้นเคยกับการถูกทำให้ต้องรอคอย  ผู้หญิงที่โมโหคนนั้นเลยเดินออกจากร้านไป)

12.    Because he was a bachelor, the movie actor was invited to many parties. (เพราะว่าเขาเป็นชายโสด  นักแสดงหนังคนนั้นจึงได้รับเชิญไปงานเลี้ยงมากมาย)