หมวดคำศัพท์ TOEFL (ตอนที่ 2)

Abroad (อะ-บร้อด) (adv.) – ไปยังหรือในต่างประเทศ, ต่างประเทศ, แพร่หลายไปทั่ว

Abrupt (อะ-บรั๊พท) (a) – ทันที, ทันใด, ปัจจุบันทันด่วน,  ฉับพลัน, ฉุกเฉิน, หยาบ, หยาบคาย, ชันมาก, (คำพูด) สั้นและห้วน

Accept (แอค-เซ้พท) (v) – รับ, ยอมรับ, ตกลง, เห็นด้วย

Acceptable (แอค-เซ้พ-ทะ-เบิ้ล) (a) – ซึ่งยอม รับได้, น่าพอใจ, เห็นด้วย, ถูกใจ, ยินดีต้อนรับ

Acclaim (อะ-เคลม) (v – n) – เปล่งเสียงด้วยความยินดี, โห่ร้องต้อนรับ, เห็นด้วยหรือสรรเสริญอย่างเปิดเผย, สนับสนุนด้วยการโห่ ร้อง, เสียงไชโยโห่ร้อง, การโห่ร้องต้อนรับ, การสรรเสริญด้วยเสียงอันดัง

Acclaimed (อะ-เคลม-ดึ) (a) – ซึ่งได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น, ซึ่งได้รับการโห่ร้องต้อนรับ, ซึ่งได้รับการยกย่อง-สรรเสริญ

Acclamation (แอค-คละ-เม้-ชั่น) (n) – การเปล่งเสียงด้วยความยินดีหรือสนับสนุน

Actual (แอค-ช่วล) (a) – จริง, ตามความเป็นจริง, ซึ่งเป็นอยู่ในปัจจุบัน, ในสภาพปัจจุบัน

 

Actually (adv.) – ตามความเป็นจริง

Actuality (n) – ความเป็นจริง

Adverse (แอ๊ด-เวอส) (a) – ตรงกันข้าม, เป็นปฏิปักษ์, เป็นผลร้าย, ไม่น่ายินดี, ไม่เอื้ออำนวย, เลว

Adverseness (n) – ความเป็นปฏิปักษ์-เป็นผลร้าย-ไม่น่ายินดี-ไม่เอื้ออำนวย, ความเลวร้าย (ของอากาศ)

Adversity (แอด-เว้อ-ซี-ที) (n) – ความเคราะห์ร้าย, ภัยพิบัติ, ความยากลำบากและปัญหาที่ต้องเผชิญ

Advice (แอด-ไว้ซ) (n) – คำแนะนำ, ข้อคิดเห็น, ความเห็น, การบอกข่าว, รายงาน

 

Advise (แอด-ไว้ส) (v) – แนะนำ, เตือน, ให้ความเห็น, บอกข่าว

Advisable (แอด-ไว้-ซะ-เบิ้ล) (a) – สมควร, ซึ่งแนะนำให้ทำ

Attract (อะ-แทร้คท) (v) – ดึงดูดใจ, จูงใจ, (แม่เหล็ก) ดึงดูด, กระตุ้นความสนใจ, ล่อใจ

Attraction (แอท-แทร้ค-ชั่น) (n) – ความดึงดูด-จูงใจ-ล่อใจ, เสน่ห์, แรงดึงดูด, สิ่งหรือบุคคลที่ดึงดูดความสนใจ

Attractive (อะ-แทร้ค-ทิฟว) (a) – มีเสน่ห์, ซึ่งดึงดูดความสนใจหรือล่อใจ, มีแรงดึงดูด

Autonomous (ออ-ท้อน-โน-มัส) (a) – มีอิสระ, เป็นเอกราช, มีอำนาจปกครองตนเอง

Autonomy (n) – การปกครองตนเอง, เอกราช, อำนาจปกครองตนเอง, สิทธิในการปกครองตัวเอง

Chronic (คร้อน-นิค) (a) – เรื้อรัง, ยาวนาน, เป็นประจำ, เป็นนิสัย

Disapprove (ดิส-อะ-พรู้ฟว)  (v) – ไม่เห็นด้วย, ไม่พอใจ, รัง เกียจ, ไม่อนุญาต

Disapproval (ดิส-อะ-พรู้-เวิ่ล) (n) – ความไม่เห็นด้วย, ความไม่พอใจ, การไม่อนุญาต, สีหน้าหรือคำพูดที่แสดงความไม่เห็นด้วย

Disrupt (ดิส-รั้พท) (v) – ทำให้ยุ่งเหยิง, ทำให้สับสน, รบกวน, ขัดขวาง, ขัดจังหวะ, ทำให้แตกแยกออก

Disruption (n) – การขัดขวาง, การรบกวน, การทำให้ยุ่งเหยิง-สับสน, การทำให้แตกแยกออกเป็นชิ้นๆ, ภาวะที่ถูกทำให้แตกแยกออก

Disruptive (a) – ซึ่งก่อให้เกิดความสับสนหรือ ขัดขวาง-ขัดจังหวะ, ซึ่งรบกวน

Haphazard (แฮพ-แฮ้ซ-เซิร์ด) (a) – โดยบังเอิญ, ตามอำเภอใจ, ไม่มีการวางแผน, ไม่เป็นระเบียบ, ไร้จุดหมาย

Persist (v) – ยืนกราน, ยืนหยัด, ดื้อรั้น, ดื้อ,  เพียร, ทนทาน, ทำต่อไปอย่างดื้อรั้นหรือมุ่งมั่นทั้งๆที่มีอุปสรรค, พากเพียร, คงมีอยู่ต่อไป

Persistent (a) – ซึ่งยืนกราน-ยืนหยัด-ดื้อ-ดื้อรั้น, ต่อเนื่อง, สม่ำเสมอ, ไม่ยอมแพ้, ซึ่งแน่วแน่ในการกระทำหรือตัดสินใจ

Persistence (persistency) (n) – การยืนกราน-ยืนหยัด, ความดื้อรั้น, ความทนทาน, ความต่อเนื่อง, การมีอยู่เรื่อยไป

Postpone (โพสท-โพ่น) (v) – เลื่อนออกไป, เลื่อนเวลา, ยืดเวลา, ถ่วงเวลา, ทำให้ล่าช้า

Postponement (โพสท-โพ้น-เมิ่นท) (n) – การเลื่อนออกไป,  การเลื่อนเวลา-ยืดเวลา, การทำให้ล่าช้า

Withdraw (v) – ถอน (เงิน), ถอนตัว (จากการแข่งขัน), ถอนคืน, เก็บคืน, ดึงกลับ, เอากลับ, ชัก กลับ, หด, เลิกใช้, ปลีกตัวทางสังคมหรือทางอารมณ์

Withdrawal (วิธ-ดร๊อ-เอิ้ล) (n) – การถอนตัว, การเอากลับ, การดึงกลับ, การถอน (เงิน, ทหาร, คำพูด)

Valid (แว้ล-ลิด) (a) – มีเหตุผล, มีมูล, มีหลักฐาน, เป็นไปตามข้อเท็จจริง, ใช้ได้, ฟังขึ้น, ให้ผลที่ต้อง การ, สมบูรณ์, ชอบด้วยกฎหมาย, มีผลทางกฎหมาย, มีผลบังคับใช้, แข็งแรง, มีสุขภาพดี

Validity (n) – ความมีเหตุผล-มีหลักฐาน, ความสมบูรณ์, ความชอบด้วยกฎหมาย, ความใช้ได้-ฟังขึ้น

Validate (แว้ล-ลิ-เดท) (v) – ทำให้มีเหตุผล, ทำให้มีหลักฐาน, ทำให้สมบูรณ์, ทำให้ฟังขึ้น, ทำให้ถูกกฎหมาย, ทำให้มีผล, ทำให้เป็นทางการ

Criticize (คริท-ทิ-ไซส) (= criticise) (v) – วิจารณ์, จับผิด, แสดงความไม่เห็นด้วย

Criticism (คริท-ทิ-ซิส-ซึ่ม) (n) – การวิจารณ์, การติเตียน, การจับผิด, บทวิจารณ์, วิธีการวิจารณ์

Critical (คริท-ทิ-เคิ่ล) (a) – เกี่ยวกับการวิจารณ์-วิเคราะห์, ซึ่งติเตียน, เกี่ยวกับวิกฤติกาล, เกี่ยวกับความเป็นความตาย, อันตราย, สำคัญมาก

Critique (คริ-ที้ค) (n) – บทวิจารณ์, บทวิจารณ์สั้นๆ, วิธีการวิจารณ์

Critic (คริท-ทิค) (n) – นักวิจารณ์, ผู้วิเคราะห์, ผู้ติชม, ผู้ติเตียน, ผู้ชอบนินทา

 

 

การใช้คำศัพท์ในประโยค

1.     a) Her family often travels abroad. (ครอบครัวของเธอเดินทางไปต่างประเทศบ่อยๆ)

       b) Living abroad can be an educational experience. (การอาศัยอยู่ในต่างประเทศสามารถเป็นประสบการณ์ทางการศึกษา)

       c) Traveling abroad is exciting. (การเดินทางไปต่างประเทศน่าตื่นเต้นทีเดียว)

2.     a) A good actor is willing to accept criticism. (นักแสดงที่ดีเต็มใจยอมรับการวิจารณ์) 

        b) She accepted an invitation to my birthday party. (เธอยอมรับการเชิญมางานวันเกิดของผม)

        c) The students immediately accepted their new classmate. (พวกนักเรียนยอมรับเพื่อนร่วมชั้นคนใหม่ของพวกเขาโดยทันที)

        d) The idea was acceptable to everyone. (ความคิดเป็นที่ยอมรับได้กับทุกคน)

        e) The registrar accepted more applicants than he should have. (นายทะเบียน – หรือเหรัญญิก – รับผู้สมัครมากกว่าที่เขาควรทำ – คือจริงๆแล้วควรรับน้อยกว่านี้)

3.     a) There was an abrupt change in the weather. (มีการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันของดินฟ้าอากาศ)

        b) There is an abrupt incline in bird population in this area. (มีการลดลงอย่างฉับพลันของประชากรนกในพื้นที่นี้)

        c)  He gave an abrupt reply. (เขาให้คำตอบอย่างสั้นๆและห้วน – คือไม่สุภาพ)

        d) After the incident everyone left abruptly. (หลังจากเหตุการณ์นั้น ทุกคนจากไปอย่างทันทีทันใด)

        e) She stopped her car abruptly. (เธอหยุดรถอย่างทันทีทันใด)

        f) The slope was so abrupt that we nearly fell. (ทางลาดเอียงชันมากจนกระทั่งเราเกือบหกล้ม)

4.     a) The actual time allotted to complete the test is two hours. (เวลาจริงๆที่จัดสรรให้ตอบแบบทดสอบคือ ๒ ชั่วโมง)

        b) These are his actual words. (เหล่านี้คือคำพูดที่แท้จริงของเขา)

        c) Face up to the actuality of the situation. (จงเผชิญหน้ากับความเป็นจริงของสถานการณ์)

        d) Actually he didn’t go after all. (จริงๆแล้ว เขาไม่ได้ไปแต่อย่างใด)

        e) They were actually very good football player. (พวกเขาเป็นนักฟุตบอลที่ดีอย่างแท้จริง)

        f) That is not actually true. (นั่นไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องอย่างแท้จริง)

5.     a) All the newspaper acclaimed the soldiers for their bravery. (หนังสือพิมพ์ทุกฉบับโห่ร้องต้อนรับทหารในความกล้าหาญของพวกเขา)

        b) The critics acclaim the new play. (นักวิจารณ์ยกย่องสรรเสริญละครเรื่องใหม่อย่างเปิดเผย)

        c) They greeted the winner with loud acclaim. (พวกเขาต้อนรับผู้ชนะด้วยเสียงไชโยโห่ร้องดังสนั่น)

        d) The local band has won acclaim abroad. (วงดนตรีท้องถิ่นได้รับการโห่ร้องต้อนรับในต่างประเทศ)

        e) The acclamations of the crowd were deafening. (เสียงโห่ร้องต้อนรับ – นักร้อง – ของฝูงชนน่าหนวกหู)

         f) Acclaimed authors often win Pulitzer Prizes. (นักเขียนที่ได้รับการยกย่องสรรเสริญมักจะได้รางวัลพิวลิตเซ่อร์)

6.      a) Adverse weather conditions made it difficult to play the game. (สภาพอากาศที่เลวร้ายทำให้ยากที่จะเล่นกีฬา)

         b) The judge gave an adverse decision. (ผู้พิพากษาทำการตัดสินใจในทางร้าย – คือสั่งจำคุกจำเลย)

         c) Paul struggled against adverse circumstances. (พอลต่อสู้ดิ้นรนในสถานการณ์ที่เลวร้าย – หรือไม่เอื้ออำนวย)

         d) An adverse wind delayed the ship. (ลมที่ไม่เอื้ออำนวย – หรือเป็นปฏิปักษ์ – ทำให้เรือออกเดินทางล่าช้า)

         e) His indecision adversely affected his job performance. (การไม่ตัดสินใจของเขามีผลกระทบในทางเลวร้ายต่อการทำงานของเขา)

7.      a) They encountered many days of adversity. (เขาเผชิญหน้ากับความทุกข์ยากลำบากอยู่หลายวัน)

         b) We continue to fight in the face of adversity. (เราต่อสู้ต่อไปในการเผชิญหน้ากับความเคราะห์ร้าย – หรือภัยพิบัติ)

8.       a) I would advise you to save your money. (ผมอยากแนะนำคุณให้ประหยัดเงินของคุณไว้)

         b) The campers were advised about the danger of touching the plants. (นักตั้งแค้มป์ถูกเตือนเกี่ยวกับอันตรายของการสัมผัสพืช – ที่มีพิษ)

         c) Good advice is hard to find. (คำแนะนำดีๆหาได้ยาก)

         d) It is not advisable to stay up late the day before a test. (มันไม่สมควรที่จะอยู่จนดึกในวันก่อนการสอบ)

         e) It is advisable to cross the river by a bridge. (ขอแนะนำให้ข้ามแม่น้ำโดยใช้สะพาน)

9.      a) A magnet attracts iron. (แม่เหล็กดึงดูดเหล็ก)

         b) Light attracts moths. (แสงดึงดูดแมงเม่า)

         c) A courteous man attracts friends easily. (คนสุภาพดึงดูดเพื่อนได้โดยง่าย)

         d) His strange clothes attracted some curious looks. (เสื้อผ้าที่แปลกของเขาดึงความสนใจจากการมองที่อยากรู้อยากเห็น)

         e) Toys have an attraction for children. (ของเล่นมีแรงดึงดูด – หรือสิ่งล่อใจ – สำหรับเด็ก)

         f) The Grand Canyon is a popular tourist attraction. (แกรนด์แคนย่อนเป็นสิ่ดึงดูดใจนักท่องเที่ยวที่เป็นที่นิยม)

         i) The major attraction of the show was a speech by the president. (สิ่งดึงดูดใจที่สำคัญของการแสดงคือสุนทรพจน์ของท่านประธาน)

         j) Going on a cruise is an attractive idea. (การเดินทางบนเรือท่องเที่ยวเป็นความคิดที่มีเสน่ห์ดึงดูดใจ)

         k) She is an attractive girl. (เธอเป็นผู้หญิงที่มีเสน่ห์)

         l) The idea of working four, ten-hour work days was attractive to the employees. (ความคิดของการทำงานในวันทำงานวันละ ๑๐ ชั่วโมง (อาทิตย์ละ) ๔ วัน ดึงดูดใจแก่ลูกจ้าง)

10.    a) The nation consists of a few autonomous states. (ประเทศนั้นประกอบด้วยรัฐที่มีอิสระปกครองตนเองไม่กี่รัฐ)

         b) Mexico became an autonomous state in 1817. (เม็กซิโกเป็นรัฐมีเอกราชในปี ๑๘๑๗)

         c) Although working closely with the government, all businesses function autonomously. (ถึงแม้ทำงานอย่างใกล้ชิดกับรัฐบาล  ธุรกิจทั้งหมดทำงานอย่างเป็นอิสระ)

         d) After the Second World War, Britain granted many of its colonies autonomy. (ภายหลังสงครามโลกครั้งที่ ๒  อังกฤษมอบอำนาจในการปกครองตนเองให้กับอาณานิคมจำนวนมากของตน)

11.     a) John has a chronic cough. (จอห์นมีการไอเรื้อรัง)

         b) Jimmy is a chronic complainer. (จิมมี่เป็นคนชอบร้องเรียนเป็นนิสัย – หรือเป็นประจำ)

         c) The author’s chronic headache prevented her from finishing the chapter. (การปวดหัวแบบเรื้อรังของผู้เขียนขัดขวางเธอจากการเขียนบทนั้นให้จบ)

         d) He is chronically late to class. (เขามาเรียนสายเป็นประจำ)

12.    a) Mary wanted to go out but her mother disapproved. (แมรี่ต้องการออกไปข้างนอก  แต่แม่ของเธอไม่เห็นด้วย)

         b) His father disapproved of his choice of clothes. (พ่อของเขาไม่เห็นด้วย – หรือไม่พอใจ – การเลือกเสื้อผ้าของเขา)

         c) The students disapproved of the plan of study. (นักเรียนไม่เห็นด้วยกับแผนการเรียน)

         d) They viewed the dirty streets with disapproval. (พวกเขามองถนนที่สกปรกด้วยความไม่เห็นด้วย – หรือความไม่พอใจ)

         e) Their disapproval of the plan caused the experiment to be abandoned. (การไม่เห็นด้วยของพวกเขากับแผนการ  เป็นเหตุให้การทดลองต้องถูกละทิ้งไป)

13.     a) Tom disrupted our plan to go fishing. (ทอมขัดขวางแผนการของเราที่จะไปตกปลา)

         b) Strikers may disrupt the normal life of a community. (ผู้ประท้วงอาจจะขัดขวางชีวิตปกติของชุมชน)

         c) Storm caused a disruption in bus service. (พายุก่อให้เกิดการขัดขวาง หรือขัดจังหวะการบริการรถประจำทาง)

         d) Fog caused a disruption of the train service. (หมอกก่อให้เกิดการขัดขวาง – หรือขัดจังหวะ – บริการรถไฟ)

         e) That naughty child is disruptive in class. (เด็กที่ซุกซนคนนั้นทำให้เกิดความสับสนวุ่นวาย – หรือขัดจังหวะ - ในห้องเรียน)

         f) Frequent questioning during lectures can be disruptive. (การถามบ่อยๆในระหว่างการบรรยายสามารถขัดจังหวะได้)

14.     a) Susan completed the assignment in a haphazard way. (ซูซานทำงานที่ได้รับมอบหมายเสร็จในแบบไม่มีการวางแผน)

          b) Those books piled haphazardly on the table. (หนังสือเหล่านั้นวางกองอย่างไม่เป็นระเบียบบนโต๊ะ)

          c) It was obvious that the house was built haphazardly. (เห็นได้ชัดว่าบ้านถูกสร้างอย่างไม่มีการวางแผน – หรือตามอำเภอใจ)

15.     a) Men still persist in the belief that they are superior to women. (ผู้ชายยังคงยืนกรานในความเชื่อที่ว่าพวกเขาเหนือกว่าผู้หญิง)

         b) The children persist in doing what they have been forbidden to do. (เด็กๆดื้อรั้นในการทำในสิ่งที่พวกเขาถูกห้ามไม่ให้ทำ)

         c) Her persistence paid off when she eventually got what she wanted. (ความบากบั่นพยายามของเธอให้ผล  เมื่อเธอได้ในสิ่งที่เธอต้องการในที่สุด)

         d) The persistent salesman wouldn’t stop talking. (นักขายซึ่งมุ่งมั่น -ไม่ยอมแพ้คนนั้นไม่ยอมหยุดพูด – คือจะเสนอขายให้ได้)

         e) The attorney’s persistent questioning weakened the witness. (การถามคำถามอย่างต่อเนื่องของอัยการทำให้ (คำให้การของ) พยานอ่อนลง)

          f) English pronunciations which have died out in Britain persist in the USA. (การออกเสียงภาษาอังกฤษซึ่งเลิกใช้ไปแล้วในอังกฤษยังคงมีอยู่ – หรือมีใช้ – ในสหรัฐฯ)

          g) She has a persistent cold which she can’t shake off. (เธอมีไข้หวัดอย่างต่อเนื่องซึ่งเธอไม่สามารถกำจัดทิ้งได้)

          h) The persistence of the drought threatens this year’s harvest. (ความต่อเนื่องของความแห้งแล้งคุกคามผลหรือปริมาณที่เก็บเกี่ยวได้ของปีนี้)

          i) He persistently denies involvement in the affair. (เขาปฏิเสธอย่างยืนหยัด – หรือแน่วแน่ – กับการเกี่ยวข้องพัวพันในเรื่องนั้น – คือบอกว่าตัวเองไม่เกี่ยวข้องด้วย)

16.    a) The referees decided to postpone the football match. (กรรมการตัดสินใจเลื่อนการแข่งขันฟุตบอลออกไป)

         b) Because of the rain, we had to postpone the match for a week. (เนื่องมาจากฝน  เราจำเป็นต้องเลื่อนการแข่งขันออกไปอีก ๑ สัปดาห์)

         c) Do not postpone caring for your teeth. (จงอย่าผัดผ่อนการดูแลเอาใจใส่ฟันของคุณ)

         d) The postponement of the meeting upset the impatient club members. (การเลื่อนการประชุมออกไปทำให้สมาชิกชมรมที่กระวนกระวาย (หรือไม่อดทน) ไม่พอใจ)

         f) The bride’s illness led to the postponement of the wedding. (การเจ็บป่วยของเจ้าสาวนำไปสู่การเลื่อนการแต่งงานออกไป)

17.    a) The player withdrew from the competition. (ผู้เล่นถอนตัวจากการแข่งขัน)

         b) The firemen had to withdraw from the burning building or be injured. (นักดับเพลิงจำเป็นต้องถอนตัวจากอาคารที่กำลังไฟไหม้  หรือมิฉะนั้นจะได้รับอันตราย)

         c) He had to withdraw unkind words and apologized. (เขาจำเป็นต้องถอนคำพูดและขอโทษ)

         d) The company had to withdraw the faulty goods from the shops. (บริษัทจำเป็นต้องเรียกคืนสินค้าที่ชำรุด-มีตำหนิ จากร้านค้าต่างๆ)

         e) The general withdrew his troops after they lost the battle. (ท่านนายพลถอนทหารของเขาภายหลังที่พวกเขาพ่ายแพ้ในการรบ)

         f) The injured horse was withdrawn from the race. (ม้าที่ได้รับบาดเจ็บถูกถอนตัวจากการแข่งขัน)

         g) She made a withdrawal of $ 300 from her bank account to pay tuition. (เธอทำการถอนเงินจำนวน ๓๐๐ เหรียญจากบัญชีธนาคารของเธอเพื่อจ่ายค่าเล่าเรียน)

         h) He apologized and withdrew his insulting comments. (เขาขอโทษและถอนคำวิจารณ์ที่ดูหมิ่นดูแคลนของเขา)

         i) She withdrew from society when the scandal became public. (เธอปลีกตัวจากสังคมเมื่อเรื่องอัปยศ-อื้อฉาว เปิดเผยสู่สาธารณะ)

         j) He is a shy, withdrawn child. (เขาเป็นเด็กขี้อายและปลีกตัวจากสังคม)

18.   a) The students has a valid reason for missing class. (พวกนักเรียนมีเหตุผลที่ฟังขึ้นสำหรับการไม่เข้าเรียน)

        b) I felt that I had put forward valid arguments but the others felt they were invalid. (ผมรู้สึกว่าผมได้ให้เหตุผล – หรือข้อโต้แย้ง – ที่มีเหตุผลหรือหลักฐาน  แต่ว่าคนอื่นๆรู้สึกว่ามันไม่มีเหตุผลหรือฟังไม่ขึ้น)

        c) The professor questioned the validity of the test results. (อาจารย์ตั้งคำถามถึงความสมบูรณ์ของผลการทดสอบ)

        d) The results of the experiment validate her theory. (ผลของการทดลองทำให้ทฤษฎีของเธอมีความสมบูรณ์หรือถูกต้อง)

        e) You need a valid passport to travel overseas. (คุณต้องการพาสพอร์ตที่สมบูรณ์ (ยังไม่หมดอายุ) เพื่อเดินทางไปต่างประเทศ)

        f) The lawyer questioned the validity of the will which had not been witnessed. (ทนายความซักถามความชอบด้วยกฎหมายของพินัยกรรมซึ่งไม่มีพยานรู้เห็น)

        g) Both sides must sign the contract to validate it. (ทั้งสองฝ่ายจะต้องลงนามในสัญญาเพื่อที่จะทำให้มันสมบูรณ์ – หรือชอบด้วยกฎหมาย)

19.   a) Parents often criticize their children’s behavior. (พ่อแม่มักจะจับผิด – หรือไม่เห็นด้วย - กับพฤติกรรมของลูกๆของตน)

        b) Constructive criticism is meant to encourage, not demoralize. (การวิจารณ์ที่สร้างสรรค์มีความมุ่งหมายที่จะให้กำลังใจ  มิใช่ทำให้เสียขวัญ)

       c) His criticism of my golf game was very helpful. (คำวิจารณ์หรือติเตียนของเขาที่มีต่อเกมกอล์ฟของผมช่วยเหลือผมได้อย่างมาก)

       d) Why is she so critical of her husband? (ทำไมเธอจึงจับผิดสามีของเธอมากจริงๆ)

       e) The film has received critical acclaim. (ภาพยนตร์ได้รับการสรรเสริญ – หรือโห่ร้องต้อนรับ – แบบวิพากษ์วิจารณ์)

       f) The experiment is at a critical stage. (การทดลองอยู่ในขั้นตอนที่สำคัญมาก)

       g) He is critically ill in the intensive-care ward. (เขาเจ็บป่วยอย่างถึงเป็นถึงตายอยู่ในห้องผู้ป่วยหนัก)

       h) The theater critic will review the new play in tomorrow’s newspaper. (นักวิจารณ์ละครจะวิจารณ์ละครเรื่องใหม่ในหนังสือพิมพ์ฉบับวันพรุ่งนี้)

       i) A critique is a critical essay or analysis. (บทวิจารณ์คือเรียงความหรือการวิเคราะห์แบบวิพากษ์วิจารณ์)

คำศัพท์เพิ่มเติม

1.     Each of our workers is trained to give your car a thorough (comprehensive) examination. (คนงานของเราแต่ละคนได้รับการฝึกฝนให้การตรวจสอบอย่างละเอียด (ครอบคลุม) แก่รถของคุณ)

2.     Tom Jones was undoubtedly the best singer in the choir when he was young. (ทอม โจนส์ เป็นนักร้องที่ดีที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัยในคณะนักร้องประสานเสียงในโบสถ์เมื่อเขายังเด็ก)

3.     He could approach the problem from all angles. (เขาสามารถเข้าสู่ปัญหาจากทุกแง่ทุกมุม)

4.     Mrs. Spector always wanted to be popular with her friends. (นางสเป็คเตอร์ต้องการเสมอที่จะเป็นที่นิยมในหมู่เพื่อนของเธอ)

5.     Why did you neglect cleaning your room today? (ทำไมคุณจึงละเลย (ไม่เอาใจใส่) ทำความสะอาดห้องของคุณวันนี้)

6.     The employee bought his boss a birthday present. (ลูกจ้างซื้อของขวัญวันเกิดให้เจ้านายของเขา)

7.     Rocco’s only defect was that he walked with a slight limp. (ข้อบกพร่องเพียงอย่างเดียวของร็อคโค่คือว่าเขาเดินด้วยขากะเผลกนิดหน่อย)

8.     None of the other poker players suspected that their friends would deceive (defraud) them in order to win. (ไม่มีผู้เล่นไพ่โป๊คเก้อร์คนอื่นๆสงสัยว่าเพื่อนของพวกเขาจะโกง (ต้มตุ๋น-หลอกลวง) พวกเขาเพื่อจะชนะ)

9.     When Cynthia realized that nobody liked her, she knew she had been deceived. (เมื่อซินเธียตระหนักว่าไม่มีใครชอบเธอ  เธอรู้ว่าเธอถูกต้ม-หลอกลวง)

10.   I could detect from the tone of his voice that he was in a bad mood. (ผมสามารถสืบหา (จับความ) จากน้ำเสียงของเขาว่าเขากำลังอารมณ์ไม่ดี)

11.   His client was happy with the work Terence had been doing for him. (ลูกความของเขามีความสุขกับงานที่เทอร์เร้นซกำลังทำให้)

12.   I do not want to do anything less than a comprehensive (thorough) job on my term paper. (ผมไม่ต้องการทำอะไรที่น้อยไปกว่างานที่ครอบคลุมกว้างขวาง (ละเอียดละออ) กับรายงานประจำภาคของผม)

 

The Health of Your Car

               The newest approach to automobile repair is the clinic, a place where car doctors go over an automobile in an attempt to detect defects.  Since the clinic does no repairs, its employees do not neglect the truth.  So many automobile owners feel that mechanics deceive them that the clinics, even though they undoubtedly charge high fees, are quite popular.

               The experts do a thorough job for each client.  They explore every part of the engine, body, and brakes; they do all kinds of tests with expensive machines.  Best of all, the comprehensive examination takes only about half an hour.  With the clinic’s report in your hand no mechanic will be able to defraud you by telling you that you need major repairs when only a small repair is necessary.

คำแปล (สุขภาพของรถของคุณ)

               วิธีการ (approach) ใหม่สุดสู่การซ่อมรถยนต์คือคลินิก, สถานที่ซึ่งหมอรถยนต์ตรวจรถด้วยความพยายามที่จะสืบหา (detect) จุดที่รถเสียต่างๆ (defects), เนื่องจากคลินิกไม่ได้ทำการซ่อม ลูกจ้าง (employees) ของคลินิกมิได้มองข้าม (neglect) ข้อเท็จจริงนี้  เจ้าของรถยนต์จำนวนมากรู้สึกว่าช่างเครื่องยนต์ (mechanics) หลอกต้ม (deceive) พวกเขา จนกระทั่งว่าคลินิก, แม้ว่าจะชาร์จค่าธรรมเนียมสูงอย่างไม่ต้องสงสัย (undoubtedly), กลับได้รับความนิยม (popular) อย่างมาก (เพราะจริงๆแล้ว ผู้เชี่ยวชาญของคลินิกเป็นผู้ซ่อมรถ มิใช่ช่างเครื่องยนต์ เหมือนอู่ซ่อมทั่วๆไป)

               ผู้เชี่ยวชาญทำงานที่ละเอียด (thorough) สำหรับลูกค้า (client) แต่ละคน  พวกเขาสำรวจทุกส่วนของเครื่องยนต์ ตัวถัง และเบรก พวกเขาทำการทดสอบทุกประเภทด้วยเครื่องจักรราคาแพง อนึ่ง ที่ดีที่สุด  การตรวจสอบอย่างครอบคลุม-แบบกว้าง (comprehensive) ใช้เวลาเพียงประมาณครึ่งชั่วโมง  ทั้งนี้ ด้วยรายงานของคลินิกในมือของคุณ ไม่มีช่างเครื่องฯคนใดจะสามารถหลอกต้ม (defraud) คุณโดยบอกคุณว่า คุณต้องการการซ่อมใหญ่ เมื่อการซ่อมแต่เพียงเล็กน้อยเท่านั้นที่จำเป็น