หมวดคำศัพท์ IELTS (ตอนที่ 5)

Learning Vacations (วันหยุดพักผ่อนสำหรับการเรียนรู้

                    

          

                    

Acquire (อะ-ไคว้-เอ้อร์) (v) – ได้มา, ได้เรียนรู้, เข้าถือสิทธิ์, เข้ายึด

Acquisition (แอค-คิว-ซิช-ชั่น) (n) – การได้มา, สิ่งที่ได้มา

Acquisitive (อะ-ควิซ-ซิ-ทิฟว) (a) – อยากได้    (วัตถุสิ่งของหรือข้อมูลข่าวสาร), โลภ, สามารถได้ รับ, สามารถได้มาซึ่ง (inquisitive – อิน-ควิช-ซิ-ทิฟว) =  ที่อยากรู้อยากเห็น, ที่ชอบสอบถาม)

Breeze (บรีซ) (n) – ลมอ่อนๆ, ลมโชย (breezy (บรี๊-ซี่) =  มีลมพัดเบาๆ, สดชื่น, สบายใจ, ร่าเริง, ปราดเปรียว, ว่องไว, กระฉับกระเฉง)

คำนามคือ breeziness

Broad (บรอด) (a) – กว้าง, กว้างขวาง, เวิ้งว้าง, (พูด) กว้างกว้าง-ไม่มีรายละเอียด, ทั่วๆไป (broaden (บร๊อด-เดิ้น = ทำให้กว้าง, กว้างขึ้น)

Broadness (n) – ความกว้าง, ความเวิ้งว้าง

Budget (บั๊ด-เจท) (n – a – v) – งบประมาณ, งบประมาณแผ่นดิน, ทำงบประมาณ, ซึ่งประหยัด, ซึ่งมีราคาถูก (เช่น ห้องพัก, การเดินทาง)

Colorful (คั้ล-เล่อร์-ฟูล) (a) – เต็มไปด้วยสีสัน, มีภาพสีสดใส, น่าตื่นเต้น, ตรึงใจ, มีเสน่ห์, น่าสนใจ

Colorfulness (n) – ความมีสีสัน-น่าตื่นเต้น-น่าสนใจ

Content (n - a) – เนื้อหา, สาระ, สิ่งที่บรรจุอยู่ข้างใน, ปริมาณความจุ, ปริมาณ, พอใจ, มีความสุข, เต็มใจ (contentment = ความพอใจ )

Contented (คัน-เท้น-ทิด) (a) – เป็นที่พอใจ, อิ่มอกอิ่มใจ, มักน้อย

Costly (คอส-ลี่) (a) – แพง, มีราคาสูง, มีค่ามาก, ที่ต้องใช้เวลาและความพยายามมาก, เป็นบทเรียนราคาแพง

Cuisine (ควิ-ซีน) (n) – สไตล์การปรุงอาหารของแต่ละประเทศหรือท้องถิ่น, การทำอาหาร, ฝีมือการทำอาหาร, อาหารในภัตตาคารที่ปรุงด้วยทักษะอย่างสูง, การครัว, ห้องครัว, แผนกครัว

Economical (เอค-คะ-น้อม-มิ-เคิ่ล) (a) – ประหยัด, มัธยัสถ์, กระเหม็ดกระแหม่

Economize (อิ-ค้อน-นะ-ไมซ) (v) – ประหยัด, กระเหม็ดกระแหม่, ไม่ใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือย

Economy (อิ-ค้อน-นะ-มี่) (n) – วิธีการทางเศรษฐกิจ, เศรษฐกิจ, การประหยัด, การใช้สิ่งต่างๆอย่างมีประสิทธิภาพ (เงิน, สิ่งของ หรืออื่นๆ)

Economic (เอค-คะ-น้อม-มิค) (a) – เกี่ยวกับเศรษฐกิจ, เกี่ยวกับการผลิต, ที่คุ้มค่าในทางเศรษฐกิจ

Economics (เอค-คะ-น้อม-มิคซ) (n) – (วิชา) เศรษฐศาสตร์, วิชาเกี่ยวกับการผลิต, การพิจารณาทางการเงิน

Endeavor (เอน-เดฟว-เว่อะ) (n – v) – พยายาม, บากบั่น, ความพยายาม-บากบั่น

Enroll (v) – ลงทะเบียน (เรียน)

Enrollment (n) – การลงทะเบียน

Hone (โฮน) (v) – ลับมีด, ทำให้คม, ปรับปรุง, ทำให้ดีขึ้น

Ingredient (n) – ส่วนผสมในอาหาร

Ongoing (a) – ที่ดำเนินต่อไป, ที่กำลังดำเนินอยู่จริงๆ, ต่อเนื่อง, ไม่จบไม่สิ้น

Residential (a) – เกี่ยวกับถิ่นที่อยู่หรือการอยู่อาศัย, สำหรับอยู่อาศัย

Residence (n) – ที่พักอาศัย, ที่อยู่, ถิ่นที่อยู่, การอยู่อาศัย, ช่วงระยะเวลาการอยู่อาศัย

Resident (n) – ผู้อยู่อาศัย, แพทย์ฝึกหัด

Resort (n) – สถานที่พักผ่อนในวันหยุด

Resort (v) – อาศัย, พึ่ง, ใช้, ใช้วิธี

Sponsor (v – n) – อุปถัมภ์, ส่งเสริม, ผู้อุปถัมภ์, ผู้ส่งเสริม, สปอนเซอร์

Supervise (v) – กำกับดูแล, ควบคุม, ดำเนินการ (supervisor =  ผู้ดูแล, ผู้ควบคุม)

Supervision (n) – การกำกับดูแล-ควบคุม-ดำเนินการ

Survey (v – n) – สำรวจ, การสำรวจ

Taste (n – v) – รสนิยม, รสชาติ, ชิม

Reside (รี-ไซด์) (v) – อยู่อาศัย, พักอาศัย, อยู่เป็นเวลานาน, พักอาศัยอย่างถาวร

การใช้คำศัพท์ในประโยค

1.     a) It is fun to acquire new skills while on vacation. (มันสนุกที่จะได้เรียนรู้ทักษะใหม่ๆในขณะที่เดินทางพักผ่อนในวันหยุด)

       b) The acquisition of new skills is just one of the goals of learning vacations. (การได้มาซึ่งทักษะใหม่ๆเป็นเพียงวัตถุประสงค์อันหนึ่งของการเดินทางวันหยุดเพื่อการเรียนรู้)

       c) They may acquire great wealth. (เขาอาจจะได้รับทรัพย์สมบัติมหาศาล)

       d) The newly acquired bicycle is much admired. (รถจักรยานที่ได้มาใหม่ได้รับความชื่นชอบอย่างมาก)

       e) The acquisition of computer knowledge is important. (การได้มาซึ่งความรู้ด้านคอมพิวเตอร์เป็นสิ่งสำคัญ)

       f) He is an acquisitive person who collects all kinds of things. (เขาเป็นคนที่อยากได้ – หรือโลภ – ผู้ซึ่งเก็บสะสมทุกสิ่งทุกอย่าง)

      g) She has an acquisitive mind. (เธอมีจิตใจที่อยากได้ – เช่นวัตถุสิ่งของหรือข้อมูลข่าวสาร หรือมีจิตใจที่โลภอยากได้ ก็ได้ แล้วแต่ความหมายของผู้พูด)

2.   a) A gentle breeze brought some relief from the heat. (ลมอ่อนๆที่แผ่วเบานำมาซึ่งความผ่อนคลายจากความร้อน)

      b) Yesterday was quite a breezy day. (เมื่อวานนี้เป็นวันที่มีลมพัดโชยทีเดียว)

      c) She waved and greeted us breezily. (เธอโบกมือและต้อนรับเราอย่างร่าเริง – หรืออย่างกระฉับกระเฉง)

      d) His breeziness put us all into a good mood. (ความร่าเริงของเขาทำให้พวกเราทุกคนมีอารมณ์ดี)

3.   a) He was tall with broad shoulders. (เขาสูงและมีไหล่กว้าง)

      b) The Sahara is a broad expanse of desert. (ซาฮาร่าเป็นการขยายตัวออกไปอย่างกว้างขวางของทะเลทราย)

      c) He smiled broadly at the joke. (เขายิ้ม (ปาก) กว้างที่การพูด (เล่าเรื่อง) ตลก)

      d) The candidate has broad support from the community. (ผู้สมัครเข้าแข่งขันได้รับการสนับสนุนอย่างกว้างขวางจากชุมชน)

      e) The narrow road is being broadened into a four-lane freeway. (ถนนแคบกำลังถูกขยายออกไปเป็นถนน ๔ เลน ที่ไม่จำกัดความเร็วและไม่เก็บค่าผ่านทาง)

       f) Education broadens the mind. (การศึกษาทำให้จิตใจกว้างขึ้น)

       g) She was robbed in broad day light. (เธอถูกจี้กลางวันแสกๆ)

       h) I’m in a hurry, just give me the plan in broad outline. (ผมกำลังรีบนะ  บอกผมแค่เพียงแผนการที่มีเอ๊าท์ไลน์แบบกว้างๆ ไม่ต้องมีรายละเอียด)

        i) Broadly speaking, it sounds a good idea. (พูดโดยทั่วไป  มันดูเหมือนเป็นความคิดที่ดี)

4.    a) My father helped me to work out a budget, setting out how much money I would need for rent, food, insurance, etc. (พ่อของผมช่วยผมจัดทำงบประมาณ โดยวางแผนว่าผมต้องใช้เงินมากเท่าใดสำหรับค่าเช่าบ้าน อาหาร ประกันภัย และอื่นๆ)

       b) It is sensible to work out a weekly budget. (มันฉลาดที่จะจัดทำแผนการใช้จ่าย – หรืองบประมาณ – รายสัปดาห์)

       c) Education budget has been cut by 10%. (งบประมาณการศึกษาถูกตัดประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์)

       d) The company budgeted for a slight loss this year owing to the recession. (บริษัทตั้งงบประมาณ (หรือจัดทำงบประมาณ) แบบขาดทุนเล็กน้อยในปีนี้ เนื่องมาจากเศรษฐกิจถดถอย)

       e) He could count on a regular salary and thus budget for the future. (เขาสามารถพึ่งพาเงินเดือนประจำ และดังนั้น (สามารถ) วางแผนการใช้จ่ายอย่างระมัดระวังสำหรับอนาคต)

        f) The company’s budgeted expenditure for 2016 came to $ 50,000. (ค่าใช้จ่ายที่ตั้งงบประมาณเอาไว้ของบริษัทสำหรับปี ๒๕๕๙ คือ ๕๐,๐๐๐ เหรียญ)

        g) Through careful budgeting they had equipped the entire school. (ด้วยการวางแผนค่าใช้จ่ายอย่างรอบคอบ  พวกเขาติดตั้งอุปกรณ์ (เช่น แอร์, ทีวี) ได้ทั่วทั้งโรงเรียน)

        h) We don’t eat out any more as we’re on a (tight) budget. (เราไม่ออกไปกินข้างนอกบ้านอีกต่อไป เพราะว่าเรากำลังหลีกเลี่ยงค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น – หรือมีงบประมาณจำกัด)

        i) A budget travel costs you only a small amount of money. (การท่องเที่ยวราคาถูกทำให้คุณจ่ายเงินเพียงเล็กน้อยเท่านั้น)

        j) You can buy the furniture in this shop at budget prices. (คุณสามารถซื้อเฟอร์นิเจอร์ในร้านนี้ในราคาถูก – ต่ำ)

5.    a) It was a colorful room. (มันเป็นห้องที่มีสีสัน – หรือสว่าง)

       b) That eccentric is a colorful character. (เจ้าคนพฤติกรรมประหลาดคนนั้นเป็นตัวละคร – หรือบทบาทในละคร – ที่มีเสน่ห์)

       c) Her description was colorful. (การอธิบายของเธอน่าสนใจ)

6.    a) The content of the lecture was illustrated by slides. (เนื้อหาสาระของการบรรยายถูกแสดงด้วยภาพโดยสไลด์)

       b) You should reduce the fat content in your diet. (คุณควรลดปริมาณไขมันในอาหารเพื่อลดน้ำหนักของคุณ)

       c) When she found her handbag, it had been emptied of its contents. (เมื่อเธอพบกระเป๋าถือของเธอ  มันถูกทำให้ว่างเปล่าจากของที่บรรจุอยู่ภายใน (กระเป๋า) – คือคนล้วงเอาของภายในกระเป๋าไปหมด)

       d) Look at the list of contents and see if that topic is covered. (จงดูรายชื่อสารบัญ  และดูว่ามันครอบคลุมหัวเรื่องนั้นหรือเปล่า)

       e) He grumbles about his salary, but she is quite content. (เขาบ่นเกี่ยวกับเงินเดือนของเขา  แต่เธอมีความพอใจ (กับเงินเดือนของเธอ) มาก)

        f) She was content to live here all her life. (เธอพอใจ – หรือเต็มใจ – ที่จะอาศัยอยู่ที่นี่ตลอดชีวิตของเธอ)

        g) The couple live a contented life in the village. (คู่สามีภรรยาคู่นั้นมีชีวิตที่พอใจ (มีความสุข) อยู่ในหมู่บ้าน)

        h) A contented person does not worry or feel restless. (บุคคลที่มีความพอใจไม่วิตกกังวลหรือรู้สึกกระวนกระวาย)

        i) The baby gurgled contentedly. (เด็กทารกกลั้วคอเสียงดังอย่างพอใจ)

        j) The cat purred with contentment in front of the fire. (เจ้าแมวร้องครางด้วยความพอใจอยู่ข้างหน้ากองไฟ)

7.    a) I’d love to go on an ocean cruise, but it’s very costly. (ผมอยากจะเดินทางไปกับเรือท่องเที่ยวมหาสมุทร  แต่มันมีค่าใช้จ่ายสูงมาก)

       b) It proved a costly, and time-consuming mistake. (มันได้พิสูจน์แล้วว่าเป็นความผิดที่มีราคาแพงและกินเวลามาก)

       c) Air-conditioners are costly. (เครื่องปรับอากาศมีราคาแพง)

       d) The route will be too costly in time. (เส้นทางนี้จะใช้เวลา (เดินทาง) มากเกินไป)

       e) The scandal was costly to his career, as no one would employ him afterwards. (เรื่องอื้อฉาวเป็นบทเรียนราคาแพงแก่อาชีพของเขา  เพราะว่าไม่มีใครว่าจ้างเขาหลังจากนั้น)

8.    a) The delights of the Paris cuisine bring a large number of people to Paris. (ความปลาบปลื้มยินดีในสไตล์การปรุงอาหารแบบปารีสชักนำผู้คนจำนวนมากไปสู่ปารีส – เพื่อไปกินอาหาร)

       b) This restaurant is renowned for its cuisine. (ภัตตาคารแห่งนี้มีชื่อเสียงในเรื่องอาหารที่ปรุงด้วยทักษะอย่างสูง – หรือฝีมือในการปรุงอาหาร)

9.    a) The country’s economy is on an upswing and economists predict an end to the recession. (เศรษฐกิจของประเทศกำลังขาขึ้น  และนักเศรษฐศาสตร์ทำนายการสิ้นสุดของเศรษฐกิจถดถอย)

       b) The mines are facing economic problems. (พวกเหมืองแร่กำลังเผชิญกับปัญหาเศรษฐกิจ)

       c) That nation is still very economically underdeveloped. (ประเทศนั้นยังคงด้อยพัฒนาในทางเศรษฐกิจ)

       d) I am finding that economics is quite a challenging degree at university. (ผมกำลังพบว่า (วิชา) เศรษฐศาสตร์เป็นปริญญาที่ท้าทายอย่างมากในมหาวิทยาลัย)

       e) She has looked at their business proposal and says its economics are sound. (เธอได้ดูข้อเสนอธุรกิจของพวกเขาแล้ว  และกล่าวว่าการบริหารทางการเงิน (ของข้อเสนอฯ) เป็นสิ่งดี)

       f) I like the economy of language in her writing which is clear and concise. (ผมชอบการใช้ภาษาอย่างมีประสิทธิภาพในการเขียน (บทความ, หนังสือ ฯลฯ) ของเธอ ซึ่งชัดเจนและสั้นกะทัดรัด)

       g) This is an economic/economical car to run because it uses very little fuel. (นี่เป็นรถที่ประหยัดสำหรับใช้วิ่ง  เพราะว่ามันใช้เชื้อเพลิงน้อยมาก)

       h) That company could be run far more economically, there is a lot of unnecessary expenditure. (บริษัทนั้นสามารถดำเนินการได้อย่างประหยัดมากขึ้นอีกเยอะ  (เพราะว่า) มีค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นอีกมากมาย – ที่สามารถประหยัดได้)

       i) Their reduced income has forced them to economize. (รายได้ที่ลดลงของพวกเขาบังคับให้พวกเขาต้องประหยัด)

       j) We economized on gas. (เราประหยัดน้ำมัน – ในการใช้รถ)

      k) She economized by buying fewer new dresses. (เธอประหยัดโดยการซื้อเสื้อผ้าอาภรณ์ใหม่น้อยลง)

      l) A way to save money is to travel economy class when you fly. (วิธีหนึ่งที่จะประหยัดเงินคือการเดินทางชั้นประหยัดเมื่อคุณบินไป)

     m) The economy pack contains more. (แพคเก็จประหยัด (เช่น การท่องเที่ยว, บ้านจัดสรร ฯลฯ) มี – หรือให้ – อะไรมากกว่า)

10.  a) John endeavo(u)red to swim across the river. (จอห์นพยายามว่ายข้ามแม่น้ำ)

       b) We must endeavo(u)r to help all we can. (เราต้องพยายามช่วยเหลือทั้งหมดเท่าที่จะช่วยได้)

       c) Please make every endeavo(u)r to arrive on time. (จงทำความพยายามทุกวิถีทางที่จะมาถึงให้ทันเวลา)

11.  a) One way to take a learning vacation is to enroll in a class. (วิธีหนึ่งที่จะเดินทางวันหยุดเพื่อการเรียนรู้คือการลงทะเบียนในชั้นเรียน)

       b) If enrollment is low, they will cancel the class. (ถ้าการลงทะเบียนมีคนน้อย  พวกเขาจะยกเลิกชั้นเรียน – เพราะมีผู้สมัครน้อย ไม่คุ้มค่าการสอน)

       c) Enrollees had to pay a deposit for the class. (ผู้ลงทะเบียนจำเป็นต้องจ่ายเงินมัดจำสำหรับชั้นเรียน)

       d) I am going to enroll for evening classes. (ผมจะลงทะเบียนสำหรับชั้นเรียนเวลากลางคืน)

       e) The school has enrolled 100 new students. (โรงเรียนได้ลงทะเบียนนักเรียนใหม่ ๑๐๐ คน)

       f) The enrollment of first-year students starts tomorrow. (การลงทะเบียนของนักเรียนปีหนึ่งเริ่มต้นวันพรุ่งนี้)

12.  a) The local residents are always helpful to visitors. (ผู้พำนักในท้องถิ่นมักชอบช่วยเหลือผู้มาเยือนเสมอ)

       b) They reside in a large house. (พวกเขาพักอาศัยอยู่ในบ้านหลังใหญ่)

       c) She is a resident in this boarding house. (เธอเป็นผู้พักประจำในหอพักที่จัดอาหารให้พร้อม)

       d) The student residence is simple but comfortable. (ที่พักของนักเรียนเป็นแบบง่ายๆแต่สะดวกสบาย)

       e) Foreigners are allowed only a few months’ residence in some countries. (ชาวต่างประเทศได้รับอนุญาตการอยู่อาศัยเพียง ๒ – ๓ เดือนเท่านั้นในบางประเทศ)         

        f) They have emigrated to Canada and taken up residence there. (พวกเขาได้อพยพไปอยู่แคนาดาและได้ที่พักอาศัยที่นั่น)

        g) Commuters live in residential suburbs which surround most large cities. (ผู้โดยสาร – ที่ต้องต่อรถหลายทอด – อาศัยในตำบลนอกเมืองที่เป็นย่านที่พักอาศัย  ซึ่งล้อมรอบเมืองใหญ่ส่วนมาก)

13.   a) Experienced art teachers will supervise your work. (ครูศิลปะที่มีประสบการณ์จะควบคุมดูแลงานของคุณ)

        b) I’ll personally supervise the builders every day. (ผมจะกำกับ-ควบคุมช่างก่อสร้างเป็นส่วนตัวทุกวัน)

        c) Volunteers taste the new drug under the supervision of a doctor. (อาสาสมัครทดสอบยาตัวใหม่ภายใต้การควบคุมดูแลของแพทย์)

        d) My supervisor suggested how I should tackle my university thesis. (อาจารย์ผู้ควบคุม – หรือที่ปรึกษา - ของผมแนะว่าผมควรจะจัดการกับวิทยานิพนธ์ของมหาวิทยาลัยอย่างไร)

        e) He was promoted to a supervisory position. (เขาได้รับการเลื่อนสู่ตำแหน่งที่เกี่ยวกับการกำกับดูแล)                                         

14.   a) Learning is an ongoing process. (การเรียนรู้เป็นกระบวนการต่อเนื่อง-ไม่จบสิ้น)

        b) What ongoing projects are you involved in now? (โครงการที่กำลังดำเนินอยู่อะไรที่คุณเกี่ยวข้องด้วยในขณะนี้)

15.   a) A bank is the sponsor for the tournament. (ธนาคารเป็นผู้อุปถัมภ์การแข่งขัน)

        b) The athlete needs someone to sponsor his trip to America. (นักกีฬาต้องการใครสักคนเป็นผู้อุปถัมภ์การเดินทางของเขาไปอเมริกา)

        c) The sponsored walk raised money for charity. (การเดินที่มีสปอนเซอร์หาเงินเพื่อการกุศล)

        d) We need sponsorship for the ballet tour. (เราต้องการการอุปถัมภ์ (สปอนเซอร์) สำหรับการเดินทางแสดงของคณะบัลเล่ต์)

        e) Many countries require a sponsor to vouch for a potential immigrant. (หลายประเทศต้องการผู้อุปถัมภ์เพื่อค้ำประกันผู้เดินทางเข้าประเทศที่มีศักยภาพ)

16.   a) From the top of the mountain you can survey the entire city. (จากยอดเขา  คุณสามารถมองเห็นอย่างละเอียด (หรือสำรวจ) เมืองทั้งเมือง)

        b) His survey of the building revealed it to be structurally sound. (การสำรวจอาคารของเขาเปิดเผยว่ามันมีสภาพดีในทางโครงสร้าง)

        c) The book surveyed the latest developments. (หนังสือนี้สำรวจพัฒนาการล่าสุด)

        d) The book contains a useful survey of recent history. (หนังสือรวบรวมการสำรวจที่เป็นประโยชน์ของประวัติศาสตร์ที่เพิ่งผ่านมา)

        e) The company plans to survey the staff to get their opinions. (บริษัทวางแผนที่จะสำรวจพนักงานเพื่อทราบความคิดเห็นของพวกเขา)

        f) A survey shows that 60% of students want to study after school. (การสำรวจแสดงว่า ๖๐ % ของนักเรียนต้องการจะศึกษาหลังโรงเรียนเลิก)

17.   a) Smoking dulls your sense of taste. (การสูบบุหรี่ทำให้ประสาทการรับรสของคุณทื่อ)

        b) The taste buds on your tongue can distinguish sweet, bitter, sour and salty. (ปุ่มรับรสบนลิ้นของคุณสามารถแยกความแตกต่างรสหวาน ขม เปรี้ยว และเค็ม ได้)

        c) Do you like the taste of this new cheese? (คุณชอบรสชาติของเนยใหม่นี้มั๊ย)

        d) This milk tastes sour. (นมนี้มีรสเปรี้ยว)

        e) The starving refugees had not tasted food for days. (ผู้ลี้ภัยที่กำลังอดตายไม่ได้กิน – หรือลิ้มรส - อาหารมาหลายวันแล้ว)

        f) She had a taste of independence when she moved into a flat. (เธอได้รับประสบการณ์ – หรือการลิ้มรส - ของอิสรภาพเมื่อเธอย้ายเข้ามาอยู่ในแฟลต)

        g) He has a taste for fast cars. (เขามีรสนิยม – หรือความชอบ – รถที่วิ่งได้เร็ว)

        h) Her lovely home reflects her good taste. (บ้านที่น่ารักของเธอสะท้อนถึงรสนิยมที่ดีของเธอ)

 

(การใช้คำศัพท์ในพารากราฟ)

Learning Vacations (การหยุดพักผ่อนที่มีการเดินทางสำหรับการเรียนรู้)

               A couple spends a week in Thailand learning to cook in the local style.  A group flies to Turkey to join an ongoing archeological dig for summer.  A history professor leads a tour of historical sites of Europe.

          The participants in these trips are all enjoying a different kind of travel: learning vacations.  Rather than spending their vacations relaxing on a beach or taking a bus tour of ten cities in eight days, they have opted to enjoy their time off by learning something new.  From attending summer camps for adults to studying botany in the rain forest, people everywhere are experiencing the value of a vacation with a purpose.  According to surveys, close to one-third of travelers each year choose learning programs over other types of vacations, and their numbers are growing.

(คำแปล)

          คู่สามีภรรยา (couple) ใช้เวลา ๑ สัปดาห์ในประเทศไทย เรียนรู้การปรุงอาหารในสไตล์ของท้องถิ่น คนกลุ่มหนึ่งบินไปตุรกีเพื่อร่วมการขุดค้น (dig) ทางโบราณคดีที่กำลังดำเนินไป (ongoing) สำหรับหน้าร้อน ส่วนศาสตราจารย์วิชาประวัติศาสตร์นำเที่ยวสถานที่ทางประวัติศาสตร์ของทวีปยุโรป

          ผู้เข้าร่วมในการเดินทางเหล่านี้ล้วนแต่สนุกสนานกับชนิดของการเดินทางท่องเที่ยวที่ต่างกันออกไป หรือ (ที่เรียกว่า) วันหยุดพักผ่อน (ที่มีการเดินทาง) สำหรับการเรียนรู้  ทั้งนี้ แทนที่จะใช้เวลาวันหยุดผ่อนคลาย (relaxing) อยู่ที่ชายหาด หรือทำการท่องเที่ยวโดยรถยนต์โดยสารไปยัง ๑๐ เมืองใน ๘ วัน  พวกเขาเลือก (opted) ที่จะสนุกกับเวลาในวันหยุด (time off) โดยการเรียนรู้บางสิ่งบางอย่างที่ใหม่  อนึ่ง จากการเข้าร่วมแค้มป์ฤดูร้อนสำหรับผู้ใหญ่ ไปจนถึงการศึกษาวิชาพฤกษศาสตร์ (botany) ในเขตป่าฝน  ผู้คนทุกหนทุกแห่งกำลังประสบกับ (experiencing) คุณค่าของวันหยุดพักผ่อนแบบมีวัตถุประสงค์ (purpose)  ทั้งนี้ จากการสำรวจ (พบว่า) เกือบ ๑ ใน ๓ ของผู้เดินทางในแต่ละปีเลือกโปรแกรมการเรียนรู้มากกว่า (กิจกรรม) วันหยุดพักผ่อนประเภทอื่นๆ และจำนวนของพวกเขาก็กำลังเพิ่มขึ้น

 

(พารากราฟเกี่ยวกับ Learning Vacations)

            Many people are interested in the concept of a learning vacation because it is a fun way to acquire skills while traveling.  Learning vacations don’t necessarily cost a great deal, so they are a good option for people on a budget.  If you would like to travel to colorful parts of the world, taste exotic cuisine, and learn something new at the same time, then a learning vacation might be a good choice for you.  If you want to economize, you can plan your vacation on your own.  Enrollment in a short course on a topic of special interest is a common way to spend a learning vacation and an easy one to arrange.  If the school that offers the course also has a residence for students, that will make your plans even easier.  You don’t need the supervision of a professional to organize your vacation.  A little research online might provide you with all the information you need.

(คำแปล)

          ผู้คนจำนวนมากมีความสนใจในแนวคิดของวันหยุดสำหรับการเรียนรู้ เพราะว่ามันเป็นวิธีการที่สนุกที่จะได้เรียนรู้ (acquire) ทักษะในขณะเดินทางท่องเที่ยว  วันหยุดสำหรับการเรียนรู้ไม่จำเป็นต้องมีราคา (cost) สูง ดังนั้น มันจึงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนที่มีงบประมาณจำกัด (on a budget)  ทั้งนี้  ถ้าคุณอยากจะท่องเที่ยวไปยังส่วนต่างๆที่มีสีสันของโลก  ชิมอาหารแปลกๆหรือเป็นของต่างประเทศ  และเรียนรู้บางสิ่งบางอย่างใหม่ๆในขณะเดียวกันด้วยละก็  วันหยุดสำหรับการเรียนรู้อาจจะเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคุณ  อนึ่ง ถ้าคุณต้องการประหยัด (economize) คุณสามารถวางแผนวันหยุดด้วยตัวของคุณเอง  การลงทะเบียน (enrollment) ในหลักสูตรสั้นๆในหัวข้อที่มีความสนใจพิเศษก็เป็นวิธีทั่วไป (ปกติ) ที่จะใช้เวลาวันหยุดสำหรับการเรียนรู้ และก็ง่ายที่จะจัดเตรียมด้วย  และถ้าโรงเรียนที่เสนอ (สอน) หลักสูตรมีที่พัก (residence) สำหรับนักเรียนด้วย  นั่นยิ่งทำให้แผนของคุณยิ่งง่ายขึ้นไปอีก  อนึ่ง คุณมิต้องการการกำกับ(ควบคุม)ดูแล (supervision) ของมืออาชีพในการจัดเตรียมวันหยุด (สำหรับการเรียนรู้) ของคุณ  การค้นคว้าวิจัยออนไลน์นิดหน่อยก็อาจให้คุณด้วยข้อมูลทั้งหมดที่คุณต้องการ