หมวดคำศัพท์ IELTS (ตอนที่ 4)

Ecotourism (การท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์)

               

               

Accommodation (อะ-คอม-โม-เด๊-ชั่น) (n) – ที่พัก (เช่นโรงแรม), การปรับตัว, การต้อนรับ, สิ่งที่อำนวยความต้องการหรือความสะดวก

Accommodate (อะ-ค้อม-โม-เดท) (v) – (ห้อง)  จุคนได้, จัดที่ให้อยู่, ช่วย, จัดให้, ปรับ (ตัว), ทำให้เหมาะ, ปรองดอง, ทำให้คุ้นเคย

Accommodating (อะ-ค้อม-โม-เดท-ทิ่ง) (a) – โอนอ่อนผ่อนตาม, ซึ่งยินดีช่วย, ใจดี

Avoid (อะ-วอยด) (v) – หลีกเลี่ยง, ออกห่างจาก, หลบหลีก, ทำให้ไม่ได้ผล, ยกเลิก, ทำให้เป็นโมฆะ

Avoidance (อะ-ว้อย-เดิ้นซ) (n) – การหลีก เลี่ยง, การหลบหลีก, การยกเลิก, การทำให้เป็นโมฆะ

Avoidable (a) – สามารถหลีกเลี่ยงได้

Barrier (แบ๊ร์-รี-เออะ) (n) – สิ่งกีดขวาง, สิ่งกีดขวางทางผ่าน, อุปสรรค, ด่านศุลกากร

Category (แค้ท-ทิ-กอ-รี่) (n) – ประเภท, ชนิด, ลำดับชั้น

Categorize (แค้ท-ทิ-กอ-ไรซ) (= categorise) (v) – จัดเป็นหมวดหมู่, แบ่งออกเป็นประเภท, เรียงลำดับชั้น

Categorical (= categoric) (a) – อย่างไม่มีเงื่อนไข, สมบูรณ์, (คำพูด) ชัดเจน, เน้นย้ำ หรือในทางบวก

Concept (ค้อน-เซพท) (n) – แนวความคิด, ข้อคิดเห็น, ความคิด

Conceive (คัน-ซี้ฟว) (v) – คิด, นึกคิด, มีความ คิด, จินตนาการ, ก่อขึ้นในใจ, ตั้งครรภ์

Conceptual (a) – ซึ่งเป็นแนวความคิด, เกี่ยวกับแนวความคิด, เกี่ยวกับการสร้างความคิด

Conception (คัน-เซ้พ-ชั่น) (n) – การคิด, การสร้างมโนคติ, ภาวะตั้งครรภ์, การตั้งต้น

Conceivable (v) – ที่สามารถนึกคิดได้

Culprit (คั้ล-พริท) (n) – ผู้กระทำผิด, ผู้ร้าย, จำเลยในคดีอาญา, สาเหตุของปัญหาหรือความยุ่งยาก

Delicate (เด๊ล-ลิ-เคท) (a) – ละเอียดอ่อน, ประณีต, บรรจง, เปราะบาง, แตกง่าย, อ่อนแอ, ยากที่จะจัดการ, ลำบาก, (ผิวหนัง) อ่อนนุ่ม, บอบบาง

Delicacy (= delicateness) (n) – ความละเอียดอ่อน-เปราะบาง-แตกง่าย, ความประณีต, ความอ่อนแอ, ความลำบาก, อาหารอันโอชะหรือราคาแพง

Destination (n) – จุดหมายปลายทาง, จุดมุ่งหมาย

Destine (เดส-ทิน) (v) – กำหนด, กำหนดล่วงหน้า, วางจุดมุ่งหมาย

Destined (เดส-ทิน-ดึ) (a) – ซึ่งมีจุดมุ่งหมาย, ซึ่งกำหนดไว้ล่วงหน้า, ซึ่งมุ่งไปที่

Destiny (n) – ชะตากรรม, โชคชะตา, เคราะห์กรรม, พรหมลิขิต

Dump (v –n) – ทิ้งขยะ, ทิ้ง, เท, ทุ่มเทสินค้าเข้ามาขาย, กองขยะ, ที่ทิ้งขยะ, การทิ้ง

Injure (อิ๊น-เจอะ) (v) – ทำให้ได้รับบาดเจ็บ, ทำให้เสียหาย, ทำอันตราย, ทำร้ายจิตใจ, ประทุษร้าย

Injury (อิ๊น-จู-รี่) (n) – การบาดเจ็บ, บาดแผล, ความเสีย หาย, การประทุษร้าย, อันตราย, ภัย

Injurious (อิน-จั๊ว-เรียส) (a) – ที่ทำให้บาดเจ็บ, ที่เป็นอันตราย

Pleasure (เพล้ช-เช่อะ) (n) – ความสนุกสนาน, ความสุข, ความพอใจ, ความยินดี, ความสบาย, ความปรารถนา, ความสำราญ

Pleasant (เพล้ซ-เซิ่นท) (a) – สบายใจ, พอใจ, ถูกใจ, ร่าเริง, ให้ความพอใจ, มีมิตรไมตรีจิต, สุภาพ, เรียบร้อย

Please (พลีซ) (v) – ทำให้เพลิดเพลิน, ทำให้พอใจ-ถูกใจ, ทำให้ยินดี, ให้ความเพลิดเพลิน, กรุณา, โปรด

Pleasurable (a) – น่าสนุก, น่าพอใจ, เป็นที่ถูกใจ, น่าสบายใจ

Practice (n) – การปฏิบัติ, วิธีปฏิบัติ, การฝึกฝน, การกระทำเป็นปกติวิสัย, ประเพณีหรือระบบ

Practise (v) – ปฏิบัติ, ฝึกหัด, ฝึกฝน

Principle (n) – หลัก, หลักการ, กฎ, ศีลธรรม, ความจริงหรือกฎพื้นฐานทั่วไป

Publicity (พับ-ลิซ-ซิ-ที่) (n) – การโฆษณา, การเผยแพร่, การประชาสัมพันธ์, ชื่อเสียง

Publicize (พั้บ-ลิ-ไซซ) (v) – โฆษณา, ประกาศ, เผยแพร่, ประชาสัมพันธ์

Public (a – n) – เกี่ยวกับหรือเปิดเผยแก่สาธารณชน, เพื่อประชาชน, โดยส่วนรวม, สาธารณชน, ประชาชน, ชุมชน

Recycle (รี-ไซ้-เคิ่ล) (v) – ทำให้หมุนเวียน, ทำให้นำมาใช้ประโยชน์ได้อีก

Remote (ริ-โม้ท) (a) – ซึ่งอยู่ห่างไกล, ไกล, ไกลโพ้น, นานมาแล้ว, โดดเดี่ยว, ห่างๆ, ห่างเหิน, เล็กน้อย, เย็นชาและไม่เป็นมิตร

Strive (สไทร้ฟว) (v) – พยายามหนัก, มุ่งมั่น, ฝ่าฟัน, ดิ้นรน, ต่อสู้, แข่งขัน (กริยา ๓ ช่อง คือ strive strove   striven)

Striver (สไทร้ฟ-เว่อ) (n) – ผู้บากบั่น-พากเพียร-มุ่งมั่น-ดิ้นรนต่อสู้

Volunteer (ว้อล-เลิน-เทียร์) (n – v) – อาสาสมัคร, ผู้กระทำโดยสมัครใจ, ทหารอาสา สมัคร, อาสาสมัคร, บอกโดยใจสมัคร

Voluntary (ว้อล-เลิน-เทอ-รี่) (a) – สมัครใจ, ตั้งใจ, ไม่ได้รับค่าจ้าง, จงใจ, โดยเจตนา, มีอิสระในการเลือก, เกิดขึ้นเอง, โดยธรรมชาติ

Wary (แว้-รี่) (a) – ระมัดระวัง, ระวังตัว, คอยเฝ้าดู, รอบคอบ

Wariness (แว้-รี่-นิส) (n) – ความระมัดระวัง, ความรอบคอบ, การเฝ้าดู, การรู้ตัว

Wilderness (วิ้ล-เดอะ-นิส) (n) – บริเวณรกร้างว่างเปล่า, ที่ที่ไม่มีคนอยู่อาศัยหรือเพาะปลูก, บริเวณกว้างใหญ่ไพศาล, จำนวนมหาศาล

 

การใช้คำศัพท์ในประโยค

1.   a) We have room to accommodate the family. (เรามีห้องที่จะให้ที่พักแก่ครอบครัว ของเขาหรือของเรา – ได้)

      b) It’s a small hotel that can accommodate only about fifty guests. (มันเป็นโรงแรมเล็กๆที่สามารถจุ (ให้ที่พัก) แขกได้เพียงประมาณ ๕๐ คนเท่านั้น)

      c) The accommodations on our trip were very comfortable. (ที่พักระหว่างการเดินทางของเราสะดวกสบายมาก)

      d) The hotel has accommodation for 100 guests. (โรงแรมมีที่พักสำหรับแขก ๑๐๐ คน)

      e) Jim will accommodate me with the use of his car. (จิมจะจัดให้ผมได้ใช้รถยนต์ของเขา)

      f) Can you accommodate me with a loan? (คุณช่วยจัดหาเงินกู้ให้ผมได้ไหม)

     g) She is an accommodating person. (เธอเป็นคนที่โอนอ่อนผ่อนตาม – หรือซึ่งยินดีช่วยคนหรือใจดี)

     h) An accommodating host sees to the needs of his guests. (เจ้าของบ้านที่ใจดีจะคอยดูแลความต้องการของแขก)

     i) You must accommodate yourself to the situation. (คุณต้องปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์นะ)

     j) The accommodation of the eye to light occurs automatically. (การปรับตัวของตาต่อแสงเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ)

2.  a) We can avoid damaging the environment if we are careful to follow certain practices. (เราสามารถหลีกเลี่ยงการทำให้สภาพแวดล้อมเสียหาย  ถ้าเราคอยระวังที่จะทำตามข้อปฏิบัติบางประการ)

     b) You must avoid eating chocolates. (คุณต้องหลีกเลี่ยงการกินช็อกโกแลต)

     c) We try to avoid our argumentative neighbors. (เราพยายามที่จะออกห่างจาก (หลบหลีก) เพื่อนบ้านที่ชอบโต้เถียง)

     d) Avoidance of environmental damage is an important part of ecotourism. (การหลีกเลี่ยงการทำลายสภาพแวดล้อมเป็นส่วนสำคัญของการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์)

     e) He is known for his avoidance of responsibility. (เขาเป็นที่รู้จักในเรื่องการหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบ)

      f) We must cut out all avoidable expenditure. (เราจะต้องตัดรายจ่ายที่สามารถหลีกเลี่ยงได้)

3.   a) The police erected a barrier to control the crowds. (ตำรวจตั้งสิ่งกีดขวางเพื่อควบคุมฝูงชน)

      b) The language barrier can be a problem when traveling. (อุปสรรคด้านภาษาสามารถเป็นปัญหาขณะเดินทาง)

4.   a) In which category of animals is the panda? (แพนด้าเป็นสัตว์ในกลุ่ม – ประเภท – ใด)

      b) The librarian will categorize the books by their subject matter. (บรรณารักษ์จะจัดหมวดหมู่หนังสือตามหัวเรื่องของมัน)

      c) He made a categorical denial of the charge of rape. (เขาให้การปฏิเสธอย่างชัดเจน – หรือแบบเน้นย้ำ – ในข้อกล่าวหาข่มขืน)

5.   a) Fertility clinics help women who find it difficult to conceive. (คลินิคเจริญพันธุ์ช่วยผู้หญิงที่พบว่ายากลำบากที่จะตั้งครรภ์)

      b) Approximately nine months elapse between conception and birth in humans. (โดยประมาณ  เวลา ๙ เดือนล่วงไประหว่างการตั้งครรภ์และการคลอดในมนุษย์)

      c) The politician conceived a way to win votes. (นักการเมืองนึกคิดวิธีการที่จะได้รับคะแนนเสียงโหวต)

      d) It is not hard to conceive of ways to protect the environment. (มันยากที่จะนึกคิดวิธีการที่จะปกป้องสิ่งแวดล้อม)

      e) The concept of evolution is not acceptable to all. (แนวความคิดเรื่องวิวัฒนาการไม่เป็นที่ยอมรับแก่ทุกคน)

       f) Ecotourism is a concept that is growing in popularity. (การท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์เป็นแนวความคิดที่ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น)

      g) We cannot conceive why he ran away. (ผมไม่อาจจินตนาการได้เลยว่าทำไมเขาจึงวิ่งหนี)

      h) The whole conception of that TV car commercial is brilliant. (การสร้างความคิดทั้งหมดของโฆษณารถยนต์ทางทีวีเรื่องนั้นฉลาดมาก)

       i) Graphic designers must have good conceptual abilities. (นักออกแบบกราฟฟิคจะต้องมีความสามารถเกี่ยวกับการสร้างแนวคิดที่ดี)

       j) I’ve tried every conceivable method, but I still cannot get this stain out. (ผมได้พยายามทุกวิธีที่สามารถนึกคิดได้  แต่ผมยังคงไม่สามารถกำจัดรอยเปื้อนนี้ออกไป)

6.    a) The main culprits were caught and heavily sentenced. (ผู้กระทำความผิดตัวหลักถูกจับได้และถูกตัดสินลงโทษอย่างหนัก)

       b) The judge told the culprit that he had no excuse whatever. (ผู้พิพากษาบอกผู้กระทำผิดว่าเขาไม่มีข้อแก้ตัว  ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม)

       c) Fat is a major culprit in causing cancers of the bowel. (ไขมันเป็นผู้ร้าย – สาเหตุของโรค – ในการทำให้เกิดมะเร็งของลำไส้)

7.    a) A watch has a delicate mechanism. (นาฬิกามีกลไกที่ละเอียดอ่อน)

       b) The body is a delicate machine. (ร่างกายคือเครื่องจักรที่ละเอียดอ่อน)

       c) Treat this delicate glass carefully. (ใช้แก้วที่แตกง่ายใบนี้อย่างระมัดระวังนะ)

       d) We admired the delicacy of the woodcarving. (เราชื่นชมความประณีตบรรจงของงานแกะสลักไม้ชิ้นนี้)

       e) This china is too delicate for everyday use. (ถ้วยชามกระเบื้องชิ้นนี้เปราะบางเกินไปสำหรับการใช้ประจำวัน)

        f) A delicate operation was performed on her eye. (การผ่าตัดที่ละเอียดอ่อน – ต้องใช้ความระมัดระวังมาก – ถูกทำขึ้นกับดวงตาของเธอ)

        g) A baby’s delicate skin has to be treated gently. (ผิวหนังที่อ่อนนุ่ม-บอบบางของทารกจำเป็นต้องได้รับการปฏิบัติอย่างนุ่มนวล)

        h) I’m not keen on delicacies, I prefer plain food. (ผมไม่สนใจอาหารที่หรูหรา-ราคาแพง  แต่ผมชอบอาหารธรรมดาๆมากกว่า)

8.     a) The hitchhiker’s destination was Vienna. (จุดหมายปลายทางของนักโบกรถคือเวียนนา)

        b) We were destined never to meet again. (เราถูกกำหนดไว้ – โดยโชคชะตา – ให้ไม่ต้องมาเจอกันอีก)

        c) The train was destined for Paris. (รถไฟขบวนนี้มุ่งสู่ปารีส)

        d) Coming from a legal family, I was destined for a career as a lawyer. (เนื่องจากมาจากครอบครัวที่เกี่ยวกับด้านกฎหมาย  ผมถูกกำหนด – คือวางแผนไว้ล่วงหน้า – ให้ต้องประกอบอาชีพเป็นนักกฎหมาย – หรือทนายความ)

9.     a) Death in foreign land was his destiny. (การตายในดินแดนต่างประเทศเป็นชะตากรรมของเขา)

        b) It seems destiny that we should meet. (มันเหมือนเป็นโชคชะตา – หรือพรหมลิขิต – ที่ว่าเราควรจะมาเจอกัน)

10.   a) His job is to dump earth from a truck. (งานของเขาคือการเทดินลงจากรถบรรทุก)

       b) Dump that load of gravel over there. (จงเทกรวดทรายกองนั้นลงที่ตรงนั้น)

       c) The refuse was discarded on the town dump. (ขยะถูกทิ้งไว้ที่ที่ทิ้งขยะของเมือง)

11.   a) Ecotourists try not to injure the environment. (นักท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ หรือ อนุรักษ์พยายามที่จะไม่ทำให้สภาพแวดล้อมเสียหาย)

        b) Frost will injure the fruit. (น้ำค้างแข็งจะทำให้ผลไม้เสียหาย)

        c) Don’t injure yourself with that sharp knife. (อย่าทำให้ตัวคุณเองบาดเจ็บด้วยมีดที่คมด้ามนั้น)

        d) The scandal injure the minister’s reputation. (เรื่องอัปยศ-อื้อฉาวทำให้ชื่อเสียงของท่านรัฐมนตรีเสื่อมเสีย)

        e) The injured were taken to hospital. (ผู้ได้รับบาดเจ็บถูกนำส่งโรงพยาบาล)

        f) She suffered a serious back injury in the accident. (เธอทนทุกข์กับการบาดเจ็บสาหัสที่หลัง  จากอุบัติเหตุ)

        g) He was lucky to escape with minor injuries. (เขาโชคดีที่รอดมาได้ โดยการบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย)

        h) Smoking is injurious to health. (การสูบบุหรี่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ)

12.   a) We request the pleasure of your company at our wedding. (เราร้องขอความสุข-สำราญจากกลุ่มของท่านในการมาร่วมงานแต่งงานของเรา)

        b) Yes, you may use my pen, with pleasure. (ใช่แล้ว  คุณใช้ปากกาของผมได้เลย  ด้วยความยินดี)

        c) This gift should please him. (ของขวัญชิ้นนี้คงจะทำให้เขาพอใจ – หรือยินดี)

        d) That was a pleasant (= pleasing) meal, light but filling. (นั่นเป็นมื้ออาหารที่ถูกใจ  แม้จะเป็นมื้อเบาๆแต่ก็อิ่ม)

        e) Diving into the cold water was a very pleasurable sensation. (การดำลงไปในน้ำเย็นเป็นความรู้สึกที่น่าสนุก-น่าพอใจ)

        f) Her chief pleasure is gardening. (ความสุข – หรือความพอใจ – หลักของเธอคือการทำสวน)

        g) What a pleasant young man! (เขาช่างเป็นชายหนุ่มที่สุภาพและเป็นมิตรเสียนี่กระไร)

13.   a) Jane practises the piano daily. (เจนฝึกซ้อมเปียโนทุกวัน)

        b) If you’re part of a team, you must attend team practice. (ถ้าคุณเป็นส่วนหนึ่งของทีม  คุณจะต้องเข้าร่วมการฝึกซ้อมของทีม)

        c) Some countries maintain the practice of trial by jury. (บางประเทศยังคงดำรงประเพณี – หรือระบบ – การไต่สวนโดยคณะลูกขุน)

        d) Practise what you preach. (จงทำในสิ่งที่คุณสั่งสอน)

        e) He was unable to put his plans into practice. (เขาไม่สามารถนำแผนของเขาไปสู่การปฏิบัติ)

        f) A tolerant society permits everyone to practise their religion. (สังคมที่อดทนยอมให้ทุกคนปฏิบัติศาสนาของตน)

        g) The practice of religion is permitted in our country. (การปฏิบัติศาสนาได้รับอนุญาตในประเทศของเรา)

14.   a) Free speech is an established principle of democracy. (การพูดอย่างอิสระเป็นหลักการ – หรือกฎเกณฑ์ทั่วไป – ที่ถูกสร้างขึ้นของระบอบประชาธิปไตย)

        b) Grammar teaches us the principles of a language. (ไวยากรณ์สอนเราเรื่องหลักหรือกฎเกณฑ์ทั่วๆไปของภาษา)

        c) Her principle is to treat others with courtesy and politeness. (หลักการของเธอคือการปฏิบัติต่อผู้อื่นด้วยความเคารพและสุภาพ)

        d) She is a cheat and has no principles. (เธอเป็นนักต้มตุ๋นหลอกลวงและไม่มีหลักการอะไรเลย)

        e) The boss has agreed in principle to a wage increase, but has not fixed the amount yet. (เจ้านายได้เห็นด้วยในหลักการในการเพิ่มค่าจ้าง  แต่ยังมิได้ระบุจำนวนที่แน่นอนลงไป)

15.   a) Christmas Day is a public holiday. (วันคริตสมาสเป็นวันหยุดของประชาชนทั่วไป)

        b) The public has a right to know the facts about this project. (ประชาชนทั่วไปมีสิทธิที่จะทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับโครงการนี้)

        c) There will be a public inquiry into the causes of the crash. (จะมีการไต่สวนอย่างเปิดเผยถึงสาเหตุของเครื่องบินตก)

        d) At a rally he publicly criticized the government. (ที่การชุมนุม  เขาวิจารณ์รัฐบาลอย่างเปิดเผย)

        e) As we don’t have a car, we have to use public transport. (เนื่องจากเราไม่มีรถ  เราจำเป็นต้องใช้ขนส่งสาธารณะ)

         f) Is there a public convenience near here? (มีห้องน้ำสาธารณะอยู่ใกล้ๆแถวนี้บ้างมั๊ย)

16.    a) This vase is made of recycled glass. (แจกันนี้ถูกทำด้วยแก้วรีไซเคิ่ล)

        b) They recycled the waste water and used it once again. (พวกเขารีไซเคิ่ลน้ำเสียและใช้มันอีกครั้ง)

17.    a) In remote times people lived in caves. (ในยุคที่ไกลออกไป  ผู้คนอาศัยอยู่ในถ้ำ)

        b) They live on a farm remote from any town or village. (เขาอาศัยในฟาร์มที่ห่างไกล – หรือโดดเดี่ยว – จากเมืองหรือหมู่บ้านใดๆ)

        c) She is a remote cousin of mine. (เธอเป็นญาติห่างๆของผม)

        d) He is so far behind that his chances of winning now are remote. (เขา –นักวิ่ง – ถูกทิ้งห่างไว้ข้างหลังมากจนกระทั่งโอกาสชนะในขณะนี้มีน้อย)

        e) Her remote manner makes people rather nervous. (อากัปกิริยาที่เย็นชาและไม่เป็นมิตรของเธอทำให้ผู้คนค่อนข้างวิตกกังวล)

18.   a) We can end the violence if we all strive for peace. (เราสามารถยุติความรุนแรงได้  ถ้าเราทุกคนพยายามอย่างหนักเพื่อสันติภาพ)

        b) The conscientious student has striven to do her best. (นักเรียนที่มีคุณธรรมคนนั้นพยายามอย่างยิ่งที่จะทำให้ดีที่สุด)

        c) The union strove to improve wages for its members. (สหภาพมุ่งมั่นฟันฝ่าในการปรับปรุงค่าจ้างของสมาชิก)

        d) A true artist is a striver for perfection. (ศิลปินที่แท้เป็นผู้ที่มุ่งมั่นดิ้นรนเพื่อความสมบูรณ์แบบ)

        e) He was striving with his brother to get his father’s approval. (เขากำลังต่อสู้ (ขัดแย้ง) กับพี่ชายเพื่อให้ได้รับความยินยอมจากพ่อ)

19.   a) The man volunteered to help put out the fire. (ชายคนนั้นอาสาสมัครเพื่อช่วยดับไฟ)

        b) Men volunteered to serve in the army and navy. (ผู้ชายอาสาสมัครเป็นทหารในกองทัพบกและทัพเรือ)

        c) She made a voluntary donation to charity. (เธอทำการบริจาคอย่างสมัครใจ – หรือเต็มใจ – แก่การกุศล)

        d) Did he resign voluntarily or was he sacked? (เขาลาออกโดยสมัครใจ  หรือเขาถูกไล่ออก)

        e) We need a volunteer to serve tea at the meeting. (เราต้องการอาสาสมัคร ๑ คนเพื่อคอยเสิร์ฟน้ำชาที่การประชุม)

        f) She is a voluntary helper at the orphanage. (เธอเป็นผู้ช่วยที่ไม่ได้รับเงินค่าจ้างที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า)

        g) The charity is run on a voluntary basis. (งานการกุศลถูกดำเนินไปบนพื้นฐานสมัครใจ – คือไม่มีค่าจ้างหรือการบังคับ)

        h) Biting your nail is a voluntary action that must be controlled. (การกัดเล็บของคุณเป็นการกระทำโดยธรรมชาติ – หรือที่เกิดขึ้นเอง – ซึ่งจะต้องถูกควบคุม)

20.  a) The deer kept a wary eye open for predators. (เจ้ากวางตัวนั้นมีตาที่เปิดและเฝ้าระวังสำหรับนักล่า – หมายถึงสัตว์ เช่น เสือ)

       b) He approached the stray dog warily. (เขาเข้าไปใกล้หมาจรจัดด้วยความระวัง)

       c) An animal’s survival in the wild depends on constant wariness. (การอยู่รอดของสัตว์ในป่าขึ้นอยู่กับการเฝ้าระวังอยู่เป็นประจำ)

       d) The tiger and lion eyed each other with wariness. (เจ้าเสือและสิงห์โตจ้องมองซึ่งกันและกันด้วยความระมัดระวัง)

       e) The unwary woman had her bank card stolen. (ผู้หญิงที่ไม่ระวังคนนั้นถูกขโมยบัตรธนาคารของเธอไป)

 21.  a) The desert is a barren wilderness with no water. (ทะเลทรายเป็นที่ว่างเปล่าที่แห้งแล้งซึ่งปราศจากน้ำ)

        b) The garden of the abandoned house turned into a wilderness. (สวนของบ้านที่ถูกทิ้งร้างกลายเป็นที่รกร้างว่างเปล่า)

 

พารากราฟเกี่ยวกับ Ecotourism (การท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์หรืออนุรักษ์)

               The types of vacations that fit into the category of ecotourism vary widely.  Ecotourism might involve travel to a natural destination such as a national park or a nature preserve to learn about the natural environment and, in some cases, to volunteer on environmental protection projects.  It could be a few weeks spent with local artisans learning how to do a traditional craft.  Trips that involve hiking or rafting through wilderness areas with no regard for the natural habitats one passes through would not be included in the definition of ecotourism.  Neither, of course, would be trips with a focus on hunting.

(คำแปล)    ประเภทของวันหยุดที่มีการเดินทาง (vacations) ซึ่งเหมาะที่จะอยู่ใน (fit into) ประเภท (category) ของการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ แตกต่างกัน (vary) อย่างกว้างขวาง  การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์อาจจะเกี่ยวข้องกับการเดินทางไปสู่จุดหมายปลายทาง (destination) ที่เป็นธรรมชาติ เช่น อุทยานแห่งชาติ หรือบริเวณป่าสงวน (preserve) ธรรมชาติ เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ และในบางกรณี ก็เพื่อเป็นอาสาสมัคร (volunteer) ในโครงการปกป้องสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ มันอาจเป็นเวลา ๒ - ๓ สัปดาห์ที่ใช้ไปกับช่างฝีมือ (artisans) ในท้องถิ่น เพื่อเรียนรู้วิธีทำงานฝีมือ (craft) แต่ดั้งเดิม (โบราณ) (traditional)   อนึ่ง การเดินทางที่เกี่ยวกับการเดินทางไกลโดยทางเท้า (hiking) หรือการล่องแพ (rafting) ผ่านไปตามบริเวณที่รกร้างว่างเปล่า (หรือไม่มีคนอยู่อาศัย-เพาะปลูก) (wilderness) โดยไม่คำนึงถึง (with no regard for) ที่อยู่อาศัยของสัตว์ (habitats) ในธรรมชาติในขณะที่ผู้นั้นเดินทางผ่านไป จะไม่รวมอยู่ในคำจำกัดความของการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และ แน่ละ การเดินทางที่มุ่งเน้นการล่าสัตว์ (hunting) ก็ไม่รวมอยู่ด้วยเช่นกัน

(พารากราฟ 2)     Ecotourism companies operate on the principle that avoidance of harm to the environment is not only possible but an important part of pleasure trips.  The basic concept of ecotourism is to respect the places you visit, in terms of both the culture and the natural environment.  Ecotourism companies offer a wide range of tours.  Some include stays in luxury hotels, whereas others take travelers to remote destinations where only the simplest accommodations are available.  On some trips, travelers learn about the wild plants and animals that live in the area.  On others, they learn about the local traditions.  On all trips, travelers are careful not to cause any type of injury to the environment.  Where environmental harm is concerned, they don’t want to be among the culprits.  If you are interested in ecotourism, it’s easy to find out about trips being offered.  Ecotourism companies publicize their trips in travel magazines and on travel websites.

(คำแปล)     บริษัทท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ดำเนินงานบนหลักการที่ว่า  การหลีกเลี่ยง (avoidance) การทำอันตราย (harm) แก่สิ่งแวดล้อม  ไม่เพียงแต่จะเป็นไปได้ แต่ยังเป็นส่วนสำคัญของการท่องเที่ยวเพื่อความเพลิดเพลิน-สนุกสนาน (pleasure)  แนวความคิด (concept) พื้นฐานของการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ คือการเคารพสถานที่ที่คุณไปเยือนในแง่ของทั้งด้านวัฒนธรรมและสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ  บริษัทท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์เสนอการท่องเที่ยวในหลายระดับ  บางรายการรวมไปถึงการพักในโรงแรมหรู (luxury hotels) ในขณะที่ (รายการ) การท่องเที่ยวอื่นๆพานักเดินทางไปสู่จุดหมายปลายทาง (destinations) ที่อยู่ห่างไกล (remote) ที่ซึ่งเพียงแต่ที่พัก (accommodations) ที่ง่ายๆและธรรมดาที่สุด (simplest) เท่านั้นที่สามารถหาได้ (available)  ในการท่องเที่ยวบางครั้ง  ผู้เดินทางเรียนรู้เกี่ยวพืชและสัตว์ป่า (wild) ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ แต่ในบางครั้ง (ครั้งอื่นๆ) พวกเขาได้เรียนรู้เกี่ยวกับจารีตประเพณี (traditions) ท้องถิ่น แต่ทั้งนี้ ในการเดินทางทุกครั้ง (ของการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์) ผู้เดินทางมีความระมัดระวังไม่ก่อให้เกิดการทำอันตราย (injury) ประเภทใดๆต่อสภาพแวดล้อม  สำหรับในที่ที่เกี่ยวข้องกับการทำอันตรายสภาพแวดล้อม  นักท่องเที่ยวประเภทนี้ไม่ต้องการอยู่ในกลุ่มผู้กระทำความผิด (culprits) (คือไม่ทำลายสภาพแวดล้อม)  ถ้าคุณสนใจในการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์  มันง่ายที่จะค้นหา (find out) เกี่ยวกับการท่องเที่ยวที่ถูกเสนอให้ (โดยบริษัทฯ)   บริษัทท่องเที่ยวฯ โฆษณา-ประชาสัมพันธ์ (publicize) การเดินทางของตนในวารสารท่องเที่ยวและในเว็บไซต์ท่องเที่ยว