หมวดคำศัพท์ IELTS (ตอนที่ 3)

Major Subways of Europe (รถไฟใต้ดินสายสำคัญของยุโรป)

Pedestrian (พี-เดส-เทรียน) (n – a) – คนเดินเท้า, คนเดินถนน, เดินด้วยเท้า, เกี่ยวกับการเดิน, ขาดรสชาติ, จืดชืด

Utilize (utilise) (v) – ใช้ประโยชน์

Utilization (n) – การใช้ประโยชน์

Utility (n) – ประโยชน์, ความเป็นประโยชน์, การบริการสาธารณะ (เช่น รถไฟ, รถเมล์, โทรศัพท์, ไฟฟ้า, ประปา)

Surface (n – a - v) – พื้นผิวหน้า, ผิว, โฉมภายนอก, ผิวนอก, การขนส่งทางพื้นดินหรือทางเรือ (ไม่ใช่ทางอากาศ ใต้ดิน หรือใต้น้ำ), ผิวดิน, เกี่ยวกับผิวหน้า, ผิวเผิน, ตื้นๆ, เกี่ยวกับทางพื้นดินหรือทางทะเล, โผล่ขึ้นเหนือพื้นน้ำ, กระทำบนผิวหน้า, ราดบนผิวหน้า เช่น ราดยาง

Clog (v – n) – ขัดขวาง, กีดขวาง, อัดแน่นไปด้วย, อุดตัน, เต็มไปด้วย, สิ่งที่ขัดขวาง, สิ่งที่ใช้อุด, อุปสรรค

Decorate (v) – ประดับประดา, ตกแต่ง, ตกแต่งโดยทาสีหรือติดวอลเปเปอร์,  มอบเหรียญตราให้เพื่อเป็นเกียรติ

Decoration (n) – การประดับประดา, เครื่องประดับ, เครื่องยศ, อิสริยาภรณ์, เหรียญกล้าหาญ, หนังสือชมเชย

Decorative (a) – ซึ่งเป็นการประดับ-ตกแต่ง

Headquarters (n) – สำนักงานใหญ่

Expand (v) – ขยาย (เวลา, บริการ), ต่อออกไป (บ้าน, ที่ทำงาน), ทำให้ใหญ่ขึ้น (expandable =  สามารถขยายออกไปได้)

Expansion (n) – การขยายออกไป, การต่อออกไป (expansive = เปิดเผย, เป็นมิตร, คุยจ้อ)

Intrinsic (อิน-ทริ้น-ซิค) (a) – ภายใน, ซึ่งอยู่ภายใน, เกี่ยวกับธรรมชาติหรือตัวของมันเอง โดยมิได้เกี่ยวข้องกับสิ่งอื่น, ซึ่งเป็นพื้นฐาน

Rival (ไร้-เวิ่ล) (n – v - a) – คู่ต่อสู้, คู่แข่งขัน, คู่ ปรับ, คนหรือสิ่งที่พอจะทัดเทียมกันได้, แข่งขัน, ชิงดี, ตีเสมอ, ซึ่งเป็นคู่แข่ง

Rivalry (ไร้-เวิล-รี่) (n) – การแข่งขัน, การเป็นคู่ต่อสู้กัน, การชิงดีชิงเด่น, การตีเสมอ

Operate (v) – ทำงาน, ทำหน้าที่, ดำเนินงาน, ให้บริการ, คุมเครื่องจักร, ผ่าตัด

Operation (n) – การทำงาน, ธุรกิจ, การคุมเครื่องจักร, การผ่าตัด

Shield (ชีลด) (v – n) – โล่, เครื่องป้องกัน, สิ่งคุ้มครอง, ตราประจำโรงเรียน-สมาคม-ตระกูล,ปกป้อง, คุ้มครอง, ป้องกัน, เป็นโล่ป้องกัน

Showcase (n – v)) – ตู้กระจกแสดงสินค้า, ตู้แสดง, สิ่งที่แสดงจุดเด่นของคนหรือสิ่งของ, แสดงให้เห็นจุดเด่น

Centerpiece (n) – ลักษณะหลักๆหรือสำคัญที่สุด, ของประดับที่วางไว้ตรงกลาง โดยเฉพาะตั้งแสดงไว้บนโต๊ะ

Architecture (n) – สถาปัตยกรรม

Destroy (v) – ทำลาย, ผลาญ, ฆ่า, ทำให้ไม่ได้ผล หรือใช้การไม่ได้

Destruction (n) – การทำลาย, วิธีการทำลาย, สาเหตุของการทำลาย

Destructive (a) – ซึ่งเป็นการทำลาย

Disrupt (v) – ขัดขวาง, ขัดจังหวะ, รบกวน, ทำให้ยุ่งเหยิง-วุ่นวาย-ปั่นป่วน, ทำให้สับสน, ทำให้แตกแยกออก

Disruption (n) – การขัดขวาง-รบกวน, การทำให้วุ่นวาย-ปั่นป่วน,  การทำให้แตกแยกออกเป็นชิ้นๆ

Disruptive (a) – ซึ่งขัดขวางหรือรบกวน

Release (v - n) – ปล่อย (ข่าว, นักโทษ), ปลด ปล่อย, แก้, คลาย, จำหน่าย, ให้ (ข่าว, รายละเอียด)

Spring up (v) – ปรากฏ, โผล่ขึ้นมา

Underground (a – adv. - n) – ใต้ดิน, อยู่ใต้ดิน, ระบบรถไฟโดยสารใต้ดิน, ขบวนการใต้ดินที่มุ่งล้มล้างรัฐบาล, ซึ่งเป็นการทำแบบลับๆ

Vent (v – n) – ระบาย (ลม, อากาศ, ไอน้ำ) ออก, เปิดทางออกให้, ขับออก, ช่องระบาย, ช่อง, ทางออก, รูเปิด

Ruin (v – n) – ทำให้พินาศ-ย่อยยับ, ทำลายให้ล่มจม, ทำลายจนเหลือแต่ซาก, ความพินาศ-ย่อยยับ-หายนะ, การทำลาย, ความล่มจม, ซากปรักหักพัง, การสูญเสียตำแหน่งหรือฐานะ, สิ่งที่ทำให้พินาศ หรือล่มจม

ตัวอย่างการใช้คำศัพท์ในประโยค

1.     a) A pedestrian should walk on the pavement, not on the road. (คนเดินเท้าควรเดินบนทางเท้า มิใช่บนถนน)

        b) Cross the street at the pedestrian crossing. (ข้ามถนนที่ทางข้ามของผู้เดินเท้า)

        c) Some island countries have crowded pedestrian traffic. (ประเทศเกาะบางประเทศมีการจราจรของผู้ใช้ถนน – คนเดินเท้า – ที่แออัด – คือเต็มไปด้วยคน มิใช่รถ)

        d) A pedestrian bridge allows only people to cross them, not vehicles. (สะพานคนเดินเท้ายอมให้เฉพาะคนเท่านั้นที่ข้ามมันได้ มิใช่ยวดยาน – คือรถยนต์ห้ามข้ามสะพานนี้)

        e) The lecture was so pedestrian that it put many in the audience to sleep. (การบรรยายจืดชืดมากจนกระทั่งมันทำให้คนฟังจำนวนมากหลับ)

        f) What a dull, pedestrian description of an exciting match! (มันเป็นการบรรยาย – การพากย์ – การแข่งขันน่าตื่นเต้น ที่น่าเบื่อหน่ายและขาดรสชาติเสียนี่กระไร)

2.     a) We’ll have to utilize volunteers to clean up. (เราจำเป็นต้องใช้อาสาสมัครในการทำความสะอาด)

        b) The committee approved the utilization of the spare funds for new equipment. (คณะกรรมการเห็นชอบการใช้เงินทุนสำรองเพื่อ – ซื้อ – อุปกรณ์ใหม่)

        c) We have to pay for the use of utilities such as water and electricity. (เราจำเป็นต้องจ่ายเงินสำหรับการใช้การบริการสาธารณะ เช่น น้ำและไฟฟ้า)

3.     a) The leaf floated on the surface of the water. (ใบไม้ลอยบนผิวน้ำ)

        b) The cleaner dusted all the surfaces. (ผู้ทำความสะอาดปัดฝุ่นออกจากผิวหน้าทั้งหมด)

        c) The surface wound was not serious. (แผลตื้นๆมิได้ร้ายแรงอะไร)

        d) The road was surfaced with tar. (ถนนถูกราดผิวหน้าด้วยยางมะตอย)

        e) Measure the surface of the floor before you buy tiles. (จงวัดพื้นที่ผิวหน้าของพื้นก่อนที่คุณจะซื้อกระเบื้อง – เพื่อใช้ปู)

        f) The company seems profitable on the surface but it has problems. (บริษัทดูเหมือนมีกำไรเมื่อดูจากภายนอก แต่มันกำลังมีปํญหา – คือจริงๆแล้วขาดทุน)

        g) She seems confident, but beneath the surface lies uncertainty. (เธอดูเหมือนว่ามั่นใจ แต่ภายใต้สิ่งที่มองเห็นได้จากตัวเธอ – คือลึกลงไปในใจเธอ – มีความไม่แน่นอน-ไม่แน่ใจ นอนนิ่งอยู่)

        h) Whales surface to breathe. (ปลาวาฬโผล่ขึ้นมาบนผิวน้ำเพื่อหายใจ)

        i) The suspect disappeared but surfaced again in Mexico. (ผู้ตองสงสัย – ผู้ต้องหา – หายตัวไป แต่โผล่มาอีกครั้งในเม็กซิโก)

4.     a) Dead leaves clog the gutters in autumn. (ใบไม้ที่ตายแล้วอุดท่อ – รางน้ำ – ในฤดูใบไม้ร่วง)

        b) The drain is clogged (up) again. (ท่อระบายน้ำถูกทำให้อุดตันอีกแล้ว)

5.     a) Sometimes they decorate the trains for the holidays. (บางทีพวกเขาประดับประดารถไฟสำหรับวันหยุด)

        b) You could decorate the collar of that dress with lace. (คุณอาจจะประดับคอเสื้อของชุดแต่งกายนั้นด้วยลูกไม้)

        c) The Christmas decorations look festive. (การตกแต่งประดับประดาในช่วงคริสต์ มาสดูเหมือนกับเป็นการเฉลิมฉลอง)

        d) Pot plants are very decorative. (ต้นไม้กระถางเป็นสิ่งตกแต่งประดับประดาอย่างมาก)

        e) That column is there for decorative purposes only; it has no real use. (เสานั่นอยู่ตรงนั้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการประดับประดาเท่านั้น มันไม่มีการใช้ประโยชน์ที่แท้จริง)

        f) We are busy decorating our house again. (เรามีธุระยุ่งอยู่กับการแต่งบ้านอีกครั้ง – คือทาสีใหม่หรือติดวอลเปเปอร์)

        g) He is a painter and decorator. (เขาเป็นช่างทาสีและนักตกแต่ง)

        h) The Victoria Cross is Britain’s highest military decoration. (ไม้กางเขนวิคตอเรียเป็นเหรียญอิสริยาภรณ์ทางทหารชั้นสูงสุดของสหราชอาณาจักร)

        i) The soldier was decorated for bravery in the field. (ทหารได้รับมอบเหรียญสำหรับความกล้าหาญในสนามรบ)

6.     a) The multinational company’s headquarters are in New York. (สำนักงานใหญ่ของบริษัทข้ามชาติอยู่ในนิวยอร์ค)

7.     a) Metals expand when heated and contract as they cool down. (โลหะขยายตัวเมื่อถูกความร้อน และหดตัวเมื่อเย็นลง)

        b) By the time they were ready to expand the subway system, a new method for digging tunnels had been developed. (ราวๆเวลาที่พวกเขาพร้อมจะขยายระบบรถไฟใต้ดิน วิธีการใหม่สำหรับขุดอุโมงค์ได้ถูกพัฒนาขึ้นมา)

        c) The expansion of the subway system cost a great deal of money. (การขยายระบบรถไฟใต้ดินมีราคาแพงมาก)

        d) The subway system was designed to be expandable. (ระบบรถไฟใต้ดินถูกออกแบบให้สามารถขยาย – เส้นทาง – ได้)

        e) Elastic is expandable. (ยางหรือวัตถุที่ยืดหยุ่นสามารถขยายออกได้)

        f) More people have been hired because of the rapid expansion of the firm. (พนักงานถูกจ้างเพิ่มขึ้นเนื่องมาจากการขยายตัวอย่างรวดเร็วของบริษัท)

        g) A few drinks put him in an expansive mood. (เหล้าสองสามแก้วทำให้เขาอยู่ในอารมณ์ที่เป็นมิตรและคุยจ้อ – คือเปิดเผย)

8.     a) He believed in the intrinsic superiority of his people. (เขาเชื่อมั่นในความสามารถที่เหนือกว่าที่อยู่ภายในตัว หรือที่เป็นพื้นฐานของคน – ลูกน้อง – ของเขา)

        b) Dependency is an intrinsic part of love. (การพึ่งพาอาศัยกันเป็นส่วนที่เป็นพื้นฐานของความรัก)

        c) The problem of machine intelligence is one of the great intrinsic interest. (ปัญหาของปัญญาของคอมพิวเตอร์เป็นหนึ่งในความสนใจอย่างมากมายในตัวของมันเอง – โดยไม่เกี่ยวข้องกับสิ่งอื่น)

        d) These objects have no intrinsic value. (วัตถุเหล่านี้ไม่มีคุณค่าในตัวของมันเอง)

9.     a) She is the champion’s rival in the tennis championship. (เธอเป็นคู่แข่งของแชมเปี้ยนในการชิงแชมป์เทนนิส)

        b) The contract was awarded to a rival firm. (สัญญา – ธุรกิจ – ถูกมอบให้กับบริษัทคู่แข่ง)

        c) I think Dickens is without rival among novelists. (ผมคิดว่าดิคเค่นส์ปราศจากคู่แข่งในบรรดานักแต่งนิยาย - คือเป็นนักแต่งนิยายที่ดีที่สุด)

        d) Intense rivalry between certain personalities has paralyzed the committee. (การชิงดีชิงเด่นอย่างเข้มข้นระหว่างบุคคลบางคนทำให้คณะกรรมการเป็นอัมพาต – คือทำงานไม่ได้)

        e) Our car can rival any other for speed. (รถของเราสามารถทำได้ทัดเทียมกับรถคันอื่นๆในด้านความเร็ว)

10.    a) Modern subway systems use computers to operate the train. (ระบบรถไฟใต้ดินสมัยใหม่ใช้คอมพิวเตอร์ในการควบคุมรถไฟ)

         b) The tax law operated to our advantage. (กฎหมายภาษีดำเนินงานเป็นประโยชน์กับพวกเรา)

         c) The train operates only at peak tourist season. (รถไฟให้บริการเฉพาะในฤดูกาลที่มีนักท่องเที่ยวมากเท่านั้น)

         d) I understand the operation of a computer. (ผมเข้าใจการทำงานของคอมพิวเตอร์)

         e) The Paris Metro began operation in 1900. (รถไฟใต้ดินในปารีสเริ่มการดำเนินงานในปี ๑๙๐๐)

         f) The new system will come into operation next week. (ระบบใหม่จะมีผลบังคับใช้สัปดาห์หน้า)

         g) The air-conditioner is operational/operative. (เครื่องปรับอากาศเครื่องนั้นทำงานได้ – คือไม่เสีย)

         h) He works for a financial operation. (เขาทำงานกับธุรกิจด้านการเงิน)

11.    a) The warrior defended himself with a wooden shield. (นักรบป้องกันตนเองด้วยโล่ไม้)

         b) The gunman held his hostage in front of him as a human shield. (มือปืนเอาตัวประกันบังไว้ข้างหน้าเป็นโล่มนุษย์)

         c) Insurance is the best shield against financial loss. (ประกันภัยเป็นการป้องกันที่ดีที่สุดต่อความเสียหายทางการเงิน)

         d) Wear dark glasses to shield your eyes against the sun. (สวมแว่นดำเพื่อปกป้องตาของคุณจากดวงอาทิตย์)

         e) She shielded the child with her body. (เธอปกป้องลูกด้วยร่างกายของเธอ)

         f) The school’s shield was above the main gate. (ตราประจำโรงเรียนอยู่เหนือประตูใหญ่ – ประตูทางเข้า)

12.    a) The fossils are in a showcase in the museum. (ฟอสซิลอยู่ในตู้แสดงกระจกในพิพิธภัณฑ์)

         b) The new musical was a showcase for the talented young dancer. (ละครชวนหัวประกอบดนตรีเป็นสิ่งที่แสดงจุดเด่นของนักเต้นรำหนุ่มผู้มีความสามารถคนนั้น)

         c) He bought the boutique to showcase his designs. (เขาซื้อร้านขายเสื้อผ้า – ราคาแพง – เล็กๆเพื่อแสดงจุดเด่นของการออกแบบเสื้อผ้าของเขา)

13.    a) Many cities have an underground rail system as their centerpiece. (หลายเมืองมีระบบรถไฟใต้ดินเป็นลักษณะสำคัญที่สุดของตัวเอง)

         b) The centerpiece of the modern navy is the nuclear submarine. (ลักษณะสำคัญที่สุดของกองทัพเรือสมัยใหม่คือเรือดำน้ำนิวเคลียร์)

         c) A beautiful vase of orchids as a centerpiece is displayed on a table in his house. (แจกันกล้วยไม้ที่สวยงามซึ่งเป็นลักษณะเด่นถูกแสดงอยู่บนโต๊ะในบ้านของเขา)

14.    a) Destroy those documents in the shredder. (ทำลายเอกสารเหล่านั้นในเครื่องทำลายกระดาษ – เอกสาร)

         b) The fire destroyed the house. (ไฟทำลายบ้าน – เผาผลาญบ้าน)

         c) The hurricane caused much destruction in Florida. (พายุเฮอริเคนก่อให้เกิดการทำลายอย่างมากมายในรัฐฟลอริดา)

         d) The injured cat has to be destroyed. (แมวที่บาดเจ็บจำเป็นต้องถูกกำจัด – ฆ่าทิ้ง)

         e) The destruction of buildings was part of the process of creating the subway system. (การทำลายตึก-อาคารเป็นส่วนหนึ่งของขบวนการสร้างระบบรถไฟใต้ดิน)

         f) The destructive storm demolished buildings. (พายุที่ทำลายล้างรื้อทำลายอาคาร-สิ่งก่อสร้าง)

         g) Locusts are notorious destroyers of crops. (ตั๊กแตนเป็นผู้ทำลายพืชที่รู้จักกันไปทั่ว – ที่ดังกระฉ่อน)

15.    a) They try to disrupt traffic as little as possible during subway construction. (พวกเขาพยายามขัดขวางการจราจรให้น้อยที่สุดเท่าที่เป็นได้ระหว่างการก่อสร้างรถไฟใต้ดิน)

         b) Strikers may disrupt the normal life of a community. (ผู้นัดหยุดงานอาจจะทำให้ชีวิตปกติของชุมชนสับสนวุ่นวาย – เช่น การจราจรติดขัด)

         c) Fog caused a disruption of the train service. (หมอกก่อให้เกิดการขัดขวางการบริการของรถไฟ – คือไม่สามารถเดินรถได้)

         d) Building a subway system can cause a lot of disruptions to traffic on the streets. (การก่อสร้างระบบรถไฟใต้ดินสามารถทำให้เกิดการขัดขวางการจราจรอย่างมากมายบนถนน)

         e) That naughty child is disruptive in class. (เจ้าเด็กซนคนนั้นก่อให้เกิดความวุ่นวายในห้องเรียน)

         f) The process of building a subway can be disruptive, but the result is well worth it. (ขบวนการก่อสร้างรถไฟใต้ดินอาจก่อให้เกิดความวุ่นวายไม่เป็นระเบียบ – เพราะeกระ ทบการจราจร – แต่ผลลัพธ์ก็คุ้มค่า)

16.    a) The kidnappers agreed to release the hostages. (ผู้ลักพาตัวตกลงที่จะปล่อยตัวประกัน)

         b) The prisoner was granted an early release for good behavior. (นักโทษได้รับการปล่อยตัวก่อนเวลาสำหรับการประพฤติตัวดี)

         c) He gently released himself from her embrace. (เขาปลดปล่อยตัวเองเป็นอิสระอย่างนุ่มนวลจากการกอดของเธอ)

         d) He released the handbrake and drove away. (เขาปล่อย – คลาย – เบรกมือออกและขับรถออกไป)

         e) The police refuse to release details of the suspect’s identity. (ตำรวจปฏิเสธที่จะให้รายละเอียดเอกลักษณ์ของผู้ต้องหา)

         f) The politician announced his retirement in a press release. (นักการเมืองประกาศการยุติบทบาท – เลิกอาชีพ – ในการให้ข่าวหนังสือพิมพ์)

17.    a) Weeds spring up if you neglect your garden. (วัชพืชโผล่ขึ้นมาถ้าคุณไม่เอาใจใส่สวนของคุณ)

        b) Condominiums and apartments spring up along electric train rails, contributing to the development of the land there. (คอนโดและหอพักโผล่ขึ้นมาตามเส้นทางรถไฟฟ้า ทำให้เกิดการพัฒนาที่ดินบริเวณนั้น)

18.    a) The architecture of the stations is an important part of subway system design. (สถาปัตยกรรมของสถานีรถไฟเป็นส่วนสำคัญของการออกแบบระบบรถไฟใต้ดิน)

        b) The study of architecture includes both engineering and art. (การศึกษาสถาปัตยกรรมรวมไปถึง – ประกอบด้วย – ทั้งด้านวิศวกรรมและศิลปะ)

        c) That farmhouse is a fine example of Tudor architecture. (บ้านไร่หลังนั้นเป็นตัวอย่างที่ดีของสถาปัตยกรรมยุคทิวดอร์)

        d) The architectural beauty of the ancient Greek temple is awe-inspiring. (ความสวยงามทางสถาปัตยกรรมของวัดกรีกโบราณเป็นสิ่งดลใจให้เกิดความน่าเกรงขาม)

        e) The architect drew up the plans for my new house. (สถาปนิกร่างแปลนบ้านหลังใหม่ของผม)

        f) He was the main architect of the expedition. (เขาเป็นคนวางแผนตัวหลักของการเดินทาง)

19.   a) Miners working underground were killed in a rock fall. (คนงานเหมืองซึ่งทำงานใต้ดินตายไปเพราะหินถล่ม)

       b) Take the lift down to the underground car park. (ลงลิฟท์ไปที่จอดรถชั้นใต้ดินสิ)

       c) The first underground to be built was the London Underground. (ระบบรถไฟใต้ดินระบบแรกที่ถูกสร้างขึ้นคือระบบรถไฟใต้ดินในลอนดอน)

       d) The French underground organized resistance against the Nazi occupying forces. (ระบบรถไฟใต้ดินฝรั่งเศสได้จัดให้มีการต่อต้านกองกำลังยึดครองของนาซี)

       e) Students risked imprisonment to produce an underground newspaper critical of the dictatorship. (พวกนักเรียนเสี่ยงต่อการติดคุกจากการผลิตหนังสือพิมพ์ลับ-ต่อต้านรัฐบาล วิพากวิจารณ์ระบบเผด็จการ)

20.   a) The hailstorm has ruined the fruit crop. (พายุลูกเห็บทำลายพืชผลไม้ย่อยยับ)

       b) You are ruining that child by always letting her get her own way. (คุณกำลังทำให้เด็กคนนั้นเสียเด็กโดยการปล่อยให้เธอทำตามใจตัวเองอยู่เป็นประจำ)

       c) Some firms become ruined by mismanagement. (บางบริษัทล้มละลาย – เจ๊ง – โดยการบริหารที่ผิดพลาด)

       d) The old castle is now a moss-covered ruin. (ปราสาทเก่าแก่หลังนั้น ในขณะนี้เป็นซากปรักหักพังที่ปกคลุมไปด้วยตะไคร่)

       e) Have you seen the ruins of Pompei? (คุณเคยเห็นซากปรักหักพังของเมืองปอมเปอีไหม)

       f) The empty house has fallen into ruin. (บ้านว่างเปล่าหลังนั้นอยู่ในสภาพพัง ทลาย)

       g) His career now lies in ruins. (อาชีพของเขาขณะนี้อยู่ในสภาพล่มจม – อาจเป็นด้านค้าขาย ราชการ หรืออาชีพอะไรก็ได้)

       h) The farmers suffered a ruinous drought. (ชาวนาได้รับความเดือดร้อนจากความแห้งแล้งแบบทำให้สิ้นเนื้อประดาตัว)

       i) The new house is ruinously expensive. (บ้านหลังใหม่แพงวินาศสันตโรเลย)

 

พารากราฟเกี่ยวกับรถไฟใต้ดินในยุโรป     

               Paris started designing an underground rail service to rival London’s.  The first of its system was not opened until the World’s Fair and Olympics were held in that city in 1900.  The Paris Metro is shorter than London’s, but it carries more passengers every day, second in Europe only to Moscow.  Whereas London’s Underground is known for its engineering, Paris’s Metro is known for its beauty.  The stations and entrances are examples or art nouveau architecture, and they are decorated with mosaics, sculptures, paintings, and innovative doors and walls.

คำแปล

               กรุงปารีสเริ่มออกแบบการบริการรถไฟใต้ดินเพื่อแข่งขัน (rival) กับรถไฟใต้ดินของลอนดอน ระบบรถไฟใต้ดินครั้งแรกมิได้เปิดให้บริการจนกระทั่งเมื่องานแสดงสินค้า (fair) โลกและกีฬาโอลิมปิคถูกจัดขึ้นในปารีสในปี ๑๙๐๐ รถไฟใต้ดินปารีสสั้นกว่าของลอนดอน แต่มันบรรทุกผู้โดยสารมากกว่าในแต่ละวัน เป็นที่ ๒ ในยุโรปโดยรองจากรัสเซีย (มอสโคว์) เท่านั้น ในขณะที่ (whereas)  รถไฟใต้ดินของลอนดอนเป็นที่รู้จักกันในด้านวิศวกรรม รถไฟใต้ดินของปารีสเป็นที่รู้จักกันในเรื่องความสวยงาม (beauty) สถานีและทางเข้า (สู่รถไฟใต้ดิน) เป็นตัวอย่างของสถาปัตยกรรมทางศิลปะที่เพิ่งจะเกิดเร็วๆนี้ (art nouveau architecture) และมันถูกประดับประดาด้วยรูปหรือลวดลายที่เกิดจากวางแผ่นหินหรือแก้วชิ้นเล็กๆ (mosaics) การแกะสลักและการปั้นรูป (sculptures) ภาพวาดระบายสี (paintings) และประตูและกำแพง (สถานี) ที่เปลี่ยนแปลงใหม่ (innovative)

 

               The Moscow Metro opened in 1935.  It was based on the design of the London Tube, except much of the track is above ground.  When Stalin came to power, he used the stations as showcases of Russian art, culture, and engineering.  The underground Moscow stations are filled with statuary, painting, and mosaics.

คำแปล

               รถไฟใต้ดินในมอสโคว์เปิดทำการในปี ๑๙๓๕  มันมีพื้นฐานมาจากการออกแบบรถไฟใต้ดินในลอนดอน (London Tube) ยกเว้นแต่ว่า  ส่วนใหญ่ของรางรถไฟ (track) อยู่เหนือพื้นดิน  เมื่อสตาลินก้าวขึ้นสู่อำนาจ เขาใช้สถานีรถไฟเป็นสิ่งที่แสดงจุดเด่น (showcases) ของศิลปะ วัฒนธรรม และวิศวกรรมของรัสเซีย  สถานีรถไฟใต้ดินต่างๆในมอสโคว์จะเต็มไปด้วยรูปปั้นหรือรูปสลัก (statuary) ภาพวาดระบายสี และโมเสคส์    

 

พารากราฟอ่านเพิ่มเติม

               The planning and construction of a subway system requires a great deal of time and effort.  In addition to planning the routes, digging the tunnels, and laying the tracks, the stations have to be built.  Architects are hired to plan the stations.  Often, the station plan includes decorative features such as murals showing local scenes, or a station may be used as a showcase for the work of important local artists.  Building a new subway system may require the destruction of buildings on the surface, but attempts are made to cause as little disruption as possible.  The expansion of an already-existing subway system can also be quite disruptive.  Everyone looks forward to the day when the construction is over and the subway begins to operate.  Often businesses spring up in and around a new subway station, contributing to the life of the neighborhood.

คำแปล

               การวางแผนและการก่อสร้างระบบรถไฟใต้ดินต้องการเวลาและความพยายาม (effort) อย่างมาก นอกเหนือจากการวางแผนเส้นทาง ขุดอุโมงค์ และวางรางรถไฟ (laying the tracks) แล้ว สถานีฯจำเป็นจะต้องถูกสร้างขึ้นมา สถาปนิก (architects) ถูกจ้าง (are hired) ให้วางแปลนสถานี บ่อยครั้งทีเดียว แบบแปลนสถานี (station plan) ประกอบไปด้วยลักษณะต่างๆ ที่เป็นการประดับประดา (decorative features) เช่น ภาพหรือจิตรกรรมฝาผนัง (murals) ที่แสดงให้เห็นถึงภาพภูมิประเทศในท้องถิ่น (local scenes) หรือสถานีอาจจะถูกใช้เป็นสิ่งที่แสดงจุดเด่น (showcase) สำหรับผลงานของศิลปินท้องถิ่นคนสำคัญ  การสร้างระบบรถไฟใต้ดินแห่งใหม่อาจต้องการการทำลาย (destruction) อาคาร-สิ่งก่อสร้าง (buildings) บนผิวดิน (surface) แต่ก็ได้มีความพยายามที่จะก่อให้เกิดการขัดขวาง (การจราจร) (disruption) ให้น้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นได้  การขยาย (expansion) ระบบรถไฟใต้ดินที่มีอยู่แล้วก็อาจจะเป็นการขัดขวาง (การจราจร) (disruptive) เป็นอย่างมากด้วยเช่นเดียวกัน ทุกคนตั้งตารอคอย (look forward to) วันที่การก่อสร้างเสร็จสิ้นลง (is over) และรถไฟใต้ดินเริ่มดำเนินการ (ให้บริการ)  บ่อยทีเดียว ธุรกิจต่างๆโผล่ขึ้นมา (spring up) ในและรอบๆสถานีรถไฟแห่งใหม่  ก่อให้เกิด (contributing to) ชีวิตของบริเวณใกล้เคียง (ชุมชนใหม่ที่เกิดมาพร้อมสถานีฯ) (neighborhood)