หมวดคำศัพท์ GRE (ตอนที่ 2)

              

               

Sentence Completion (Sentence Equivalent)

(การเติมคำในประโยคให้สมบูรณ์ :  คำที่มีความหมายเหมือนกัน)

จงเลือกคำ ๒ คำ (จากทั้งหมด ๖ คำ) ที่มีความหมายใกล้เคียงกันเพื่อเติมลงในประโยคให้สมบูรณ์

1. The reasoning in this editorial is so __________ that we cannot see how anyone can be deceived by it.

a) Unsound (มีข้อบกพร่อง, ไม่มีความสามารถ, ไม่สมบูรณ์-แข็งแรง, มีสุขภาพไม่ดี, มีฐานะการเงินไม่ดี)

b) Coherent (สอดคล้องกัน, เชื่อมโยงกัน, มีเหตุผล, เกาะติดกัน, เกี่ยวข้องกัน)

c) Astute (ฉลาด, มีเชาว์, มีเล่ห์)

d) Dispassionate (ใจสงบ, ใจเย็น, ไม่มีอคติ, เป็นกลาง)

e) Scrupulous (คำนึงถึงศีลธรรมจรรยา, กระดากใจ, ละเอียดรอบคอบ, ระมัดระวัง)

f) Specious (ดูเรียบร้อยหรือน่าชมภายนอก, หน้าเนื้อใจเสือ, ปากอย่างใจอย่าง, ดูคล้ายมีเหตุผลแต่จริงๆไม่ใช่, เป็นเท็จ)

คำตอบ – การให้เหตุผลของบทบรรณาธิการ ___________ มากจนกระทั่งเราไม่สามารถเห็นว่าจะมีใครถูหลอกต้มได้อย่างไรโดยเหตุผลนั้น (คำตอบคือข้อ  a และ f) (ความหมายคือ เหตุผลมีข้อบกพร่องมากหรือเป็นเท็จมากๆ จนใครๆก็รู้  ดังนั้นเลยไม่มีใครหลงเชื่อเหตุผลดังกล่าว เพราะรู้ข้อเท็จจริงนั่นเอง)

 

2. Because Inspector Billy could not contain his scorn for the police commissioner, he was imprudent enough to make _________ remarks about his superior officer.

a) Ambiguous (คลุมเครือ, ไม่ชัดเจน, มีสองนัย, มีสองความหมาย)

b) Impartial (ไม่ลำเอียง, ไม่มีอคติ, มีใจเป็นธรรม)

c) Unfathomable (ไม่อาจวัดความลึกได้, ซึ่งหยั่งไม่ถึง, ซึ่งไม่อาจเข้าใจได้, ซึ่งไม่อาจวัดปริมาณได้)

d) Contemptuous (ซึ่งดูหมิ่นดูแคลน, เต็มไปด้วยความเหยียดหยาม, น่าดูถูก, น่าชัง, โอหัง, หยิ่งยโส)

e) Scathing (เจ็บแสบ, เผ็ดร้อน, รุนแรง, ทำอันตราย, ทำร้าย, ทำให้บาดเจ็บ)

f) Pertinent (ตรงจุด, ตรงประเด็น, ไม่นอกเรื่อง)

คำตอบ – เพราะว่าสารวัตบิลลี่ไม่สามารถเก็บ (ซ่อน) ความเหยียดหยามของตนที่มีต่อผู้บัญชาการตำรวจ  เขาจึงบุ่มบ่าม (ประมาท, ไม่รอบคอบ, เลินเล่อ) พอที่จะกล่าวคำพูด ____________ เกี่ยวกับตำรวจซึ่งเป็นนายของตน (หมายถึงผู้บัญชาการ) (คำตอบคือข้อ d และ e หมายถึงคำพูดที่ดูหมิ่นดูแคลน หรือเจ็บแสบ-เผ็ดร้อน)

 

3. Though he was theoretically a friend of labor, his voting record in Congress __________ that impression.

a) Implied (แสดงให้เห็นเป็นนัย, ส่อให้เห็นว่า)

b) Confirmed (ยืนยัน, สนับสนุน, ทำให้แข็งแรงหรือแน่นแฟ้นขึ้น)

c) Created (สร้าง, ก่อให้เกิด)

d) Belied (แสดงให้เห็นว่าไม่จริง, ขัดแย้ง, ไม่ตรงกับ, ทำให้คนอื่นเข้าใจผิด)

e) Tallied (นับ, ตรวจนับ, ทำเครื่องหมายนับ, บันทึก, ลงบัญชี, สอดคล้อง, ตรงกัน)

f) Contradicted (โต้แย้ง, เถียง, ปฏิเสธ, กล่าวแย้ง)

คำตอบ – แม้ว่าเขาจะเป็นเพื่อนกับพรรคแรงงานโดยทางทฤษฎี  ประวัติการลงคะแนนเสียงของเขาในรัฐสภา _____________ ความประทับใจ (หรือรอยจารึกแห่งความคิด) อันนั้น – คือความเข้าใจที่ว่าเขานิยมพรรคแรงงาน (คำตอบคือข้อ  d และ  f – ความหมายคือแม้จะเป็นเพื่อน (สนับสนุน) พรรคแรงงาน  แต่เวลาลงคะแนนเสียง กลับไม่โหวตให้พรรคแรงงาน  ประวัติการโหวตจึงขัดแย้งกับความคิดที่ว่าเขาสนับสนุนพรรคแรงงาน)

 

4. Modern architecture has discarded ______________ trimming on buildings and has concentrated on an almost Greek simplicity of line.

a) Flamboyant (หรูหรา, สวยหรู, มีสีสัน)

b) Ornate (ซึ่งประดับอย่างหรูหราหรือมากเกินไป, ฉูดฉาด, หรูหรา, ฟุ่มเฟือย)

c) Austere (เคร่งครัดในวินัย, สมถะมาก, เข้มงวด, มัธยัสถ์, อดออม)

d) Inconspicuous (ที่ไม่เด่น, ทีไม่เตะตา)

e) Aesthetic (เกี่ยวกับความงาน, เกี่ยวกับอารมณ์และความรู้สึกที่บริสุทธิ์)

f) Derivative (ซึ่งได้มาจากที่อื่น, ซึ่งแตกกิ่งก้านสาขา, ไม่ใช่ต้นฉบับ)

คำตอบ – สถาปัตยกรรมสมัยใหม่ได้ละทิ้งสิ่งประดับ_____________ บนตัวอาคาร และได้มุ่งเน้นที่ความเกือบจะเรียบง่ายแบบกรีกของพวกลายเส้นต่างๆ (คำตอบคือข้อ a  และ  b ซึ่งหมายถึง หรูหรา  มีสีสันฉูดฉาด)

 

5. The young clerk was quickly promoted when his employers saw how _____________ he was.

a) Indigent (ยากจน, ขัดสน)

b) Assiduous (ขยัน, พากเพียร)

c) Autocratic (ซึ่งชอบใช้อำนาจ, เป็นเผด็จการ)

d) Industrious (ขยันหมั่นเพียร, อุตสาหะ)

e) Intractable (ไม่เชื่อง, ดื้อ, หัวแข็ง, ว่ายาก, ที่ควบคุมยาก-รักษาได้ยาก)

f) Self-serving (ซึ่งรับใช้หรือบริการตัวเอง)

คำตอบ – เสมียนหนุ่มได้รับการเลื่อนตำแหน่งอย่างรวดเร็วเมื่อนายจ้างของเขาเห็นว่าเขา ___________ เพียงใด (คำตอบคือข้อ b และ d หมายถึงขยัน)

 

6. Because it arrives so early in the season, before many other birds, the robin has been called the ______________ of spring.

a) Prototype (ต้นแบบ)

b) Hostage (ตัวประกัน)

c) Harbinger (สิ่งที่บ่งบอกเหตุการณ์ล่วงหน้า, ผู้คาดการณ์ล่วงหน้า)

d) Herald (ผู้ถือสาร, ผู้นำข่าวสารมาแจ้ง, สิ่งที่นำมาก่อน)

e) Progeny (ลูกหลาน, ทายาท, ดอกผล, พืชรุ่นหลัง)

f) Newcomer (ผู้มาใหม่)

คำตอบ – เพราะว่ามันมาถึงแต่เนิ่นๆมากในฤดู -  ก่อนนกอื่นๆจำนวนมาก -  นกกางเขนได้ถูกเรียกว่า ____________ แห่งฤดูใบไม้ผลิ (คำตอบคือข้อ c และ d – หมายถึงสิ่งที่บอกล่วงหน้าว่าฤดูใบไม้ผลิกำลังจะมาถึงแล้ว)

 

7. Truculent in defending their individual rights of sovereignty under the Articles of Confederation, the newly formed states ____________ constantly.

a) Digressed (วกวนนอกเรื่อง, พูดหรือเขียนนอกประเด็น)

b) Conferred (ประสาทให้ – เช่นปริญญา, มอบให้เป็นเกียรติ, ปรึกษาหารือ, ประชุม)

c) Bickered (ทะเลาะวิวาท, โต้เถียง)

d) Dismembered (ตัดออกเป็นชิ้นๆหรือส่วนๆ, ตัดมือตัดขาออก)

e) Rebuffed (บอกปัด, ปฏิเสธ, หยุดยั้ง, ขับออก)

f) Squabbled (เถียงกัน, มีปากเสียงกัน, ทะเลาะ, ต่อล้อต่อเถียง)

คำตอบ – ห้าวหาญ-ก้าวร้าวในการป้องกันสิทธิส่วนบุคคลแห่งอำนาจอธิปไตยภายใต้มาตราต่างๆของสมาพันธ์  รัฐที่เพิ่งตั้งขึ้นใหม่ (ของอเมริกาก่อนสงครามกลางเมือง) ทะเลาะวิวาท-โต้เถียงกันเป็นประจำ (คำตอบคือข้อ c และ f – ดูจากคำ truculent  ซึ่งหมายถึง ห้าวหาญ  ก้าวร้าว  หยาบคาย)

 

8. In Anglo Saxon times, the monastic scribes made _____________ distinction between Latin texts and texts in the vernacular by assigning the former an Anglo-Caroline script and reserving the pointed insular script for texts in Old English.

a) a nice (ประณีต, พิถีพิถัน, ละเอียด, ดีงาม)

b) a subtle (ละเอียด, เข้าใจยาก, ลึกลับ, ลี้ลับ)

c) a pointless (ไร้ความหมาย, ไร้จุด, ทื่อ, ไร้กำลัง, ไม่ได้คะแนนหรือแต้ม)

d) an obvious (ซึ่งเห็นได้ชัดเจน)

e) an unconventional (ไม่เป็นไปตามกฎทั่วไป)

f) a judgmental (เกี่ยวกับการตัดสิน-พิจารณา-วินิจฉัย-ชี้ขาด-ลงความเห็น)       

คำตอบ – ในยุคสมัยแองโกลแซ้กซั่น  ผู้คัดลอก (อาลักษณ์) ของวัด สร้างความแตกต่าง ___________ ระหว่างตัวอักษรในคัมภีร์ไบเบิ้ลที่เป็นภาษาละตินและตัวอักษรที่เป็นภาษาพื้นเมืองหรือท้องถิ่นโดยการให้ตัวอักษรละตินมีระบบการขียนแบบแองโกล-แคโรไลน์  และสงวนระบบการเขียนแบบแหลมและแยก (คำ) เป็นตัวโดดๆสำหรับตัวอักษรในภาษาอังกฤษเดิม (คือภาษาพื้นเมืองหรือท้องถิ่น) (คำตอบคือข้อ  a และ  b – ดูจากข้อความที่แสดงการแบ่งอักษรทั้ง ๒ ประเภท คือ ภาษาละตินที่ใช้ในคัมภีร์ไบเบิ้ลและภาษาอังกฤษธรรมดาแบบเก่า จึงเห็นได้ว่าเป็นความแตกต่างที่ละเอียด-พิถีพิถัน)                    

 

9. Written in an amiable style, the book provides a comprehensive overview of European wines that should prove ___________ to both the virtual novice and the experienced connoisseur.

a) Inviting (ซึ่งเชื้อเชิญให้ดื่ม-กิน)

b) Tedious (น่าเบื่อหน่าย)

c) Engaging (เป็นที่ดึงดูดใจ, มีเสน่ห์, น่ารัก, ทำให้คนติด)

d) Inspirational (เป็นการดลใจ, เกี่ยวกับการดลใจ)

e) Perplexing (น่าฉงนสนเท่ห์, น่างงงวย)

f) Opaque (ทึบ, มืด, ทึบแสง, อับแสง, ไม่โปร่งแสง, คลุมเครือ, เข้าใจยาก)

คำตอบ – ถูกเขียนในสไตล์แบบเป็นกันเอง  หนังสือ (เล่มนี้) ให้การสำรวจแบบกว้างๆที่ครอบคลุมกว้างขวางในเรื่องไวน์ยุโรปซึ่งน่าจะพิสูจน์ว่า ___________ ทั้งกับพวกมือใหม่จริงๆ (คือคนที่เพิ่งเริ่มดื่มไวน์) และผู้เชี่ยวชาญ (ไวน์) ที่มีประสบการณ์ (ในการดื่มมามากแล้ว) (คำตอบคือข้อ  aและ  c – หมายถึงหนังสือแนะนำไวน์ที่เมื่ออ่านแล้ว เป็นการเชื้อเชิญหรือดึงดูดให้คนมาลองดื่มไวน์ยุโรปนั่นเอง)

 

10. Shy and hypochondriacal, Madison was uncomfortable at public gatherings; his character made him a most ___________ orator and practicing politician.

a) Conscientious (รู้ผิดรู้ชอบ, มีคุณธรรม, รอบคอบ, ระมัดระวัง)

b) Unlikely (ไม่น่าเป็นไปได้, ไม่น่าจะเกิดขึ้น, ไม่แน่)

c) Fervent (ร้อนรน, เร่าร้อน, กระตือรือร้น, มีศรัทธาสูง)

d) Gregarious (ขอบคบหาสมาคม, ชอบออกงานสังคม)

e) Improbable (ไม่น่าจะเป็นไปได้, ไม่น่าจะเกิดขึ้น)

f) Effective (มีประสิทธิผล)

คำตอบ – ขี้อายและวิตกจริตเกี่ยวกับสุขภาพ  เมดิสันรู้สึกไม่สบายใจเมื่อต้องไปรวมอยู่ในที่สาธารณะ – นิสัย (แบบนี้) ของเขาทำให้เขาเป็นนักกล่าวสุนทรพจน์และนักการเมืองฝึกหัดที่ _______________ อย่างมากที่สุด (คำตอบคือข้อ  b และ e – ดูจากนิสัยขี้อายที่ไม่ชอบเข้าไปอยู่ในฝูงชน และชอบวิตกโดยไม่มีสาเหตุ  แต่เมดิสันกลายเป็นนักพูดในที่สาธารณะที่โด่งดัง จึงต้องเลือกคำตอบ “ที่ไม่น่าเป็นไปได้”)

 

11. Alec Guinness has few equals among English-speaking actors, and in his autobiography he reveals himself to possess an uncommonly _____________ prose style as well.

a) Ambivalent (สองจิตสองใจ, เดี๋ยวรักเดี๋ยวชัง, อารมณ์เปลี่ยนกลับไปกลับมา)

b) Infamous (เสียชื่อเสียง, เลวทราม, น่าเกลียดชัง, แย่มาก)

c) Felicitous (สุข, เป็นมงคล, ถูกกาลเทศะ)

d) Happy (มีความสุข)

e) Redundant (ที่ใช้คำพูดเยิ่นเย้อ, น้ำท่วมทุ่ง, มากเกินไป, มากเกินจำเป็น)

f) Ephemeral (ชั่วคราว, ไม่จีรัง)

คำตอบ – อเล็ค กินเนส มีคนเหมือนเขาเพียงไม่กี่คนในบรรดานักแสดงที่พูดภาษาอังกฤษ  และในหนังสืออัตชีวประวัติของเขา  เขาเปิดเผยตัวเองว่ามีสไตล์ (การเขียน) ร้อยแก้วที่มีความสุขอย่างไม่ธรรมดาเช่นเดียวกัน (คำตอบคือข้อ  c และ  d – มีคำ ๒ คำนี้เท่านั้นที่มีความหมายเดียวกัน และเหมาะสมที่สุด คือเป็นสไตล์แบบหนึ่งของเขาซึ่งมีความสุข)

 

12. Because Pauling stubbornly continued to believe in the power of Vitamin C to cure cancer despite much evidence to the contrary, his colleague felt he had lost his scientific ___________ .

a) Tenacity (ความดื้อดึง-ดื้อรั้น, การยืนหยัด-ถือทิฐิ, ความเหนียว)

b) Inventiveness (ความเป็นนักประดิษฐ์คิดค้น)

c) Contrariness (ความขัดแย้งกัน, ความตรงกันข้าม)

d) Impartiality (ความยุติธรรม-ไม่เอนเอียง-ไม่เข้าข้างใคร, ความมีใจเป็นธรรม-ไม่มีอคติ)

e) Hypothesis (สมมติฐาน)

f) Objectivity (ความไม่ลำเอียง-ไม่มีอคติ)

คำตอบ – เพราะว่าพอลลิ่งเชื่อต่อไปอย่างดื้อรั้นในอำนาจของวิตามินซีว่ารักษาโรคมะเร็งได้  ทั้งๆที่มีหลักฐานมากมายที่บ่งบอกว่าเป็นเรื่องตรงกันข้าม  เพื่อนร่วมงานของเขารู้สึกว่าพอลลิ่งได้สูญเสีย _____________ ทางวิทยาศาสตร์ของเขาไปเสียแล้ว (คำตอบคือข้อ d  และ f - คือมีหลักฐานมากมายที่บ่งบอกว่าวิตามินซีรักษามะเร็งไม่ได้  แต่พอลลิ่งกลับเชื่อว่าได้ จึงถือว่าได้สูญเสีย “ความไม่มีอคติ” ไปแล้ว คือเชื่อแบบดันทุรัง มีอคติ)

 

13. The distinctive qualities of African music were not appreciated or even ___________ by Westerners until fairly recently.

a) Deprecated (ไม่เห็นด้วย, คัดค้าน, ติเตียน, ดูถูก)

b) Discerned (มองเห็นได้, สังเกตเห็นได้)

c) Ignored (เพิกเฉย, ละเลย, มองข้าม, ไม่เอาใจใส่, ไม่สนใจหรือพูดคุยด้วย)

d) Revered (เคารพ, นับถือ)

e) Remarked on (สังเกตเห็น, เอ่ย, พูด, กล่าว)

f) Neglected (ไม่สนใจ, ไม่เอาใจใส่, ละเลย, ทอดทิ้ง)

คำตอบ – คุณสมบัติที่เด่นชัดหรือแตกต่างของดนตรีแอฟริกันไม่ได้รับการยกย่องชื่นชม  หรือแม้แต่ ______________ โดยชาวตะวันตกจนกระทั่งเมื่อเร็วๆมานี้ (จึงได้รับการยกย่อง) (คำตอบคือข้อ  b และ  e – หมายถึงไม่ได้รับการสังเกตเห็น จนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้)

 

14. Bored by the verbose and rambling prose of the typical Victorian novelist, the student welcomed the change to the __________ prose of Ernest Hemingway.

a) Consistent (มั่นคง, คงเส้นคงวา, สม่ำเสมอ)

b) Terse (สั้นแต่ได้ใจความ, ได้ใจความดี, กะทัดรัด)

c) Florid (หรูหรา, ประดับมากเกินไป, เต็มไปด้วยดอกไม้)

d) Equivocal (กำกวม, คลุมเครือ, มีสองนัย)

e) Pithy (สั้นกะทัดรัดและรัดกุม, สละสลวยไพเราะน่าฟัง)

f) Discursive (อ้อมค้อม, ไกลประเด็น, สับสน)

คำตอบ – เบื่อหน่ายกับร้อยแก้วที่ใช้คำฟุ่มเฟือย-เยิ่นเย้อและพูดหรือเขียนเรื่อยเปื่อยของนักแต่งนิยายสมัยวิคตอเรียโดยทั่วไป  นักเรียน (คนนั้น) ยินดีต้อนรับการเปลี่ยนแปลงสู่ร้อยแก้วที่ ___________  ของเออร์เนสต์  เฮมมิ่งเวย์ (คำตอบคือข้อ  b และ e - ต้องเลือก “สั้นกะทัดรัด” เพราะตรงข้ามกับ “ฟุ่มเฟือย-เยิ่นเย้อ”)

 

15. She is a pragmatist, as __________ to base her future on impractical dreams as she would be to build a castle on shifting sand.

a) Determined (มุ่งมั่น, แน่วแน่, เด็ดเดี่ยว)

b) Disinclined (ไม่เต็มใจ, ไม่สมัครใจ, ไม่ยินยอม)

c) Loath (ลังเล, ไม่เต็มใจ)

d) Quick (รวดเร็ว)

e) Diligent (ขยัน, พากเพียร)

f) Foolhardy (บ้าบิ่น)

คำตอบ- เธอเป็นนักปฎิบัติ –  ____________ ที่จะวางพื้นฐานอนาคตของตนไว้กับความฝันที่ทำไม่ได้  พอๆกันกับที่เธอ (ไม่เต็มใจ) จะสร้างปราสาทลงบนทรายที่เคลื่อนย้าย (คำตอบคือข้อ b  และ c  - หมายถึง “ไม่เต็มใจ” ให้ดูจาก  as ________as คือ ไม่เต็มใจในทั้ ๒ เรื่องพอๆกัน แต่มีข้อความยาวมาขยายระหว่าง as ________as  จึงทำให้เข้าใจความหมายยาก)