หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 478)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Part V: Sentence Completion   (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

 

1. The baby was dropped out of the bedroom window into a big net ____________ by the firemen.

(เด็กทารกถูกหย่อนลงมานอกหน้าต่างห้องนอน  ลงไปในตาข่ายขนาดใหญ่ที่ ________ โดยพนักงานดับเพลิง)

(a) hold    (จับหรือถือ)

(b) which was to be held

(c) held    (ถูกจับหรือถือ)

(d) which would be held    (ซึ่งจะถูกจับหรือถือ)

ตอบ    –    ข้อ   (c)   เนื่องจากต้องอยู่ในรูป  “Passive voice”  เพราะลดรูปมาจากอนุประโยค  “……...........…..(a big net) which (that) was held by the firemen”  “ตาข่ายซึ่งถูกจับหรือถือไว้โดยพนักงานดับเพลิง

 

2. I object ___________________________________________________ your proposal.

(ผมคัดค้าน (ไม่เห็นด้วย) ___________________________________ ข้อเสนอของคุณ)

(a) to    (กับ)

(b) against

(c) in

(d) at

(e) on

ตอบ   –   ข้อ   (a)   “Object to”  หมายถึง  “คัดค้าน, ไม่ชอบ, ไม่เห็นด้วย”  เช่น

  • We object to the selection of Tom as our team leader.

(พวกเราไม่เห็นด้วยกับการเลือกทอมเป็นหัวหน้าทีมของพวกเรา)

                           สำหรับคำคุณศัพท์  (Adjective)  ที่ใช้กับ  “To”   ได้แก่   kind (กรุณา, ใจดี)  -  He is very kind to me.  (เขากรุณาต่อผมมาก),  “new”  (It is new to me.  –  มัน (เป็นเรื่อง) ใหม่สำหรับผม), close  (ใกล้ชิดกับ),  cruel  (โหด ร้ายกับ),  hostile  (มุ่งร้าย หรือเป็นปฏิปักษ์กับ),  obvious  (ชัดเจนแก่),  obedient  (เชื่อฟังต่อ),  peculiar  (แปลกประหลาดแก่, เฉพาะกับ),  equal  (เท่ากันกับ),  grateful  (ขอบคุณ, เป็นหนี้บุญคุณ)  -  I’m very grateful to your kind assistance.  (ผมขอบคุณอย่างมากต่อความช่วยเหลือของคุณ),  harmful  (เป็นอัน ตรายต่อ),  kind  (กรุณาต่อ),  dear  (เป็นที่รักแก่),  faithful  (ศรัทธาต่อ),  junior  (อาวุโสน้อยกว่า),  senior  (อาวุโสมากกว่า)  -  He is senior to me in the army.  (เขาอาวุโสกว่าผมในกองทัพ  -  คือมียศสูงกว่า),  inferior  (ด้อยกว่า, เลวกว่า, แย่กว่า),  superior  (ดีกว่า, เหนือกว่า),  polite  (สุภาพต่อ)  -  He is polite to everyone he meets.  (เขาสุภาพกับทุกคนที่เขาเจอะเจอ),  familiar  (คุ้นเคยกับ)  -  Most people at the party were familiar to me.  (คนส่วนใหญ่ที่งานเลี้ยงคุ้นเคยกับผม,  useful  (เป็นประโยชน์กับ),  similar  (คล้ายกับ),  rude  (หยาบคายกับ),  previous  (ก่อน),  used  (เคย),  accustomed  (คุ้นเคย, เคยชิน)  -  They are accustomed to hot weather.  (พวกเขาคุ้นเคยกับอากาศร้อน),  clear  (ชัดเจนกับ),  essential  (จำเป็นกับ),  necessary  (จำเป็นต่อ),  good  (ปฏิบัติดีต่อ),  identical  (เหมือนกับ)  -  The material is almost identical to limestone.  (วัตถุชิ้นนั้นเกือบจะเหมือนกันเป๊ะกับหินปูน),  satisfactory (เป็นที่พอ ใจของ),  important  (สำคัญต่อ),  significant  (สำคัญต่อ),  equivalent  (เท่ากับ, เสมือนกับ),  loyal  (จงรักภักดีต่อ)   เป็นต้น

                          สำหรับคำกริยา  (Verb)  ที่ใช้กับ  “To”  ได้แก่   “happen”  (เกิด ขึ้น)  -  The accident happened to his family a long time ago.  (อุบัติเหตุเกิดขึ้นกับครอบครัวของเขานานมาแล้ว),  occur  (เกิดขึ้น),  resort  (หันไปใช้)  -  You must never resort to violence.  (คุณจะต้องไม่หันไปใช้ความรุนแรง),  compare  (เปรียบเทียบว่าเหมือนกับ)-  Some people compare sleep to death.  (บางคนเปรียบเทียบการนอนหลับว่าเหมือนกับความตาย),  belong  (เป็นของ)  -  That car belongs to me.  (รถยนต์คันนั้นเป็นของผม),  attend  (เอาใจใส่)  -  You should attend to your teacher’s advice.  (คุณควรเอาใจใส่คำ แนะนำของอาจารย์),  see to it  (ดูแลในเรื่อง, จัดการในเรื่อง)  -  I will see to it that you get what you want.  (ผมจะดูแลให้ว่า  คุณได้ทุกอย่างที่คุณต้องการ),  consent  (ยินยอมต่อ)  -  He consented to postponement of the trip.  (เขายินยอมกับการเลื่อนการเดินทางออกไป),  attribute  (มีสาเหตุมาจาก)   -  He attributed the worsening situation to increased conflicts between the government and the people.  (เขาคิดว่าสถานการณ์ที่แย่ลง  มีสาเหตุมาจากความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลและประชาชน),  apply  (สมัคร, ขอ),  reply  (ตอบ),  appeal  (อุทธรณ์, ชวนให้เกิดความสนใจ หรือ หลงใหล),  confine  (จำกัดอยู่ใน),  turn  (หันไปหา, หันไปใช้),  amount  (รวมเป็นจำนวน),  surrender  (ยอมจำนนต่อ),  listen  (ฟัง),  recommend  (แนะนำว่าดี),  devote  (อุทิศแก่),  accustom  (ทำให้คุ้นเคยกับ),  object  (คัดค้าน, ไม่เห็นด้วยกับ),  succumb  (พ่ายแพ้ต่อ, ยอมจำนนกับ)  -  He finally succumbed to injury.  (เขาในที่สุดพ่ายแพ้ต่อการบาด เจ็บ  -  คือตาย),  complain  (บ่น หรือ ร้องเรียนกับ)  They complained to me about the noise.  (เขาร้องเรียนกับผมเกี่ยวกับเรื่องเสียงดัง),  suggest  (แนะนำกับ)   -  I suggested to him that he should work harder.  (ผมแนะนำกับเขาว่า  เขาควรขยันมากขึ้น),  respond  (ตอบสนองต่อ)   - The government should quickly respond to its people’s demand.  (รัฐบาลควรตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนอย่างรวดเร็ว),  look forward to  (ตั้งหน้าตั้งตารอคอย),  refer  (อ้างถึง, แนะนำให้ไปหา),  yield  (จำนน หรือพ่ายแพ้ต่อ),  introduce  (แนะนำให้รู้จักกับ),  reduce  (ลดลงจนต้อง),  be used to  (คุ้นเคยหรือเคยชินกับ),  get used to  (คุ้นเคยหรือเคยชินกับ),  be accustomed to  (คุ้นเคยหรือเคยชินกับ),  get accustomed to  (คุ้นเคยหรือเคยชินกับ),   เป็นต้น

 

3. Though the railways have no competition, most people see that their charges are fair and ________.

(แม้ว่ารถไฟจะไม่มีการแข่งขัน  คนส่วนมากมองว่าราคา (ค่าบริการของรถไฟ)  เป็นธรรมและ _______)

(a) reason    (เหตุผล)  (เป็นคำนาม)

(b) reasonable    (ราคาพอสมควร, ไม่แพงเกินไป, มีเหตุผล, เหมาะสม)  (เป็นคำคุณศัพท์)

(c) reasonably    (เป็นกริยาวิเศษณ์)

(d) reasonless    (ปราศจากเหตุผล)

ตอบ   –   ข้อ   (b)   เนื่องจากใช้คำคุณศัพท์  (Reasonable)  ตามหลัง  “Verb to be”  (Are)   เช่นเดียวกับ  “Fair

 

4. I will give you _________________________________________________ details later.

(ผมจะให้รายละเอียด ___________________________________ แก่คุณ  ในภายหลัง)

(a) farer    (คำนี้ไม่มีใช้)

(b) farther    (ไกลกว่า)

(c) further    (เพิ่มเติม, มากขึ้น, ขยายออกไปอีก – เมื่อเป็นคำคุณศัพท์)  (= ต่อไป, ไกลออกไป, นานออกไป – เมื่อเป็นคำกริยาวิเศษณ์)

(d) longer    (ยาวกว่า, นานกว่า)

 

5. “A corner shoe store” means “_______________________________________________”.

(“ร้านรองเท้าที่หัวมุมถนน”  หมายถึง _______________________________________)

(a) the shoe at the corner of a store    (รองเท้าที่มุมของร้าน)

(b) one corner of a shoe store    (มุมหนึ่งของร้านรองเท้า)

(c) a store selling shoes at the corner    (ร้านขายรองเท้าอยู่ที่หัวมุมถนน)

(d) the shoe at one corner of the store    (รองเท้าที่มุมหนึ่งของร้าน)

ตอบ   –   ข้อ   (c)   เนื่องจากการแปลความหมายของคำนามขยายคำนาม  หรือ  “นามประกอบ” (Compound noun)  ต้องแปลจากข้างหลังย้อนขึ้นมาข้างหน้า  (ทั้งนี้  มีข้อสังเกต   คือ  คำนามตัวหน้าจะไม่อยู่ในรูปพหูพจน์  คือไม่เติม  “S”  แต่จะแสดงรูปพหูพจน์ที่คำนามตัวหลัง)  ดูเพิ่มเติม  “นามประกอบ”  จากคำต่อไปนี้

   -  service bus (es)  (รถบริการ – คือรถรับ-ส่งพนักงาน)

   -  bus service   (บริการรถประจำทาง)

   -  flower garden (s)  (สวนดอกไม้)

    -  color television (s)   (ทีวีสี)

   -  room number (s)   (หมายเลขห้อง)

   -  bookstore (s)   (ร้านขายหนังสือ)

   -  development plan (s)   (แผนการพัฒนา)

   -  population increase   (การเพิ่มประชากร)

   -  table lamp (s)   (ตะเกียง-โคมไฟตั้งโต๊ะ)

   -  war criminal (s)   (อาชญากรสงคราม)

   -  traffic jam   (รถติด)

   -  newspaper article   (บทความหนังสือพิมพ์)

   -  conference room   (ห้องประชุม)

   -  peace talk   (การเจรจาสันติภาพ)

   -  desk lamp   (โคมไฟตั้งโต๊ะ)

   -  phone book   (สมุดโทรศัพท์)

   -  language teacher   (ครูสอนภาษา)

   -  wine glass   (แก้วไวน์)

   -  car key   (กุญแจรถ)

   -  car park   (ที่จอดรถ)

   -  railway station   (สถานีรถไฟ)

   -  art exhibition   (นิทรรศการศิลปะ)

   -  show room   (ห้องแสดงสินค้า หรือตัวอย่างสินค้า)

   -  show business   (ธุรกิจการแสดง)

   -  flood victim   (เหยื่ออุทกภัย)

   -  energy management   (การบริหารพลังงาน)

   -  drain pipe   (ท่อระบายน้ำ)

   -  wastewater disposal   (การกำจัดน้ำเสีย)

   -  energy conservation   (การอนุรักษ์พลังงาน)

   -  interest rate   (อัตราดอกเบี้ย)

   -  premium payment   (การจ่ายเบี้ยประกัน)

   -  office building   (อาคารสำนักงาน)

   -  rubbish bin   (ถังขยะ)

   -  community development   (การพัฒนาชุมชน)

   -  road safety rally   (การรณรงค์ความปลอดภัยบนถนน)

   -  flood relief center   (ศูนย์บรรเทาน้ำท่วม)

   -  production method   (วิธีการผลิต)

   -  goods outlet  (ตลาด-ช่องทางระบายสินค้า)

   -  distribution channel   (ช่องทางการจำหน่าย)

   -  contract period  (ระยะเวลาของสัญญา)

   -  loan amount limit   (การจำกัดปริมาณเงินกู้)

   -  debt payment   (การชำระหนี้)

   -  audit procedure   (กระบวนการตรวจสอบ)

   -  risk assessment   (การประเมินความเสี่ยง)

   -  reforestation activity   (กิจกรรมการปลูกป่า)

   -  government sector   (ภาครัฐบาล)

   -  tourism sector   (ภาคการท่องเที่ยว)

   -  border patrol police school   (โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน)

   -  toilet construction   (การสร้างห้องน้ำ)

   -  implementation plan   (แผนการดำเนินงาน)

   -  duty performance   (การปฏิบัติหน้าที่)

   -  business partner   (คู่ค้า, หุ้นส่วนธุรกิจ)

   -  business competitor   (คู่แข่งทางธุรกิจ)

   -  business growth   (การเติบโตของธุรกิจ)

   -  emergency use   (การใช้กรณีฉุกเฉิน)

   -  donation reception   (การรับบริจาค)

   -   wood house (s)   (บ้านไม้)

   -  steel table (s)   (โต๊ะเหล็ก)

   -  government policy  (นโยบายรัฐบาล)

   -  personnel development   (การพัฒนาบุคลากร)

   -  insurance policy   (กรมธรรม์ประกันภัย)

   -  growth rate   (อัตราการเติบโต)

    -  oil price rise  (การขึ้นราคาน้ำมัน)

    -  birthday party   (งานเลี้ยงวันเกิด)

    -  dividend payment   (การจ่ายเงินปันผล)

    -  debt payment  (การชำระหนี้)

    -  income tax deduction   (การหักภาษีเงินได้)

    -  motor insurance   (การประกันภัยรถยนต์)

    -  fire insurance   (การประกันอัคคีภัย)

    -  capital market   (ตลาดทุน)

    -  exchange rate (s)   (อัตราการแลกเปลี่ยน)

    -  traffic problem (s)  (ปัญหาจราจร)

    -  greenhouse gas   (กาซเรือนกระจก)

    -  tourism sector   (ภาคการท่องเที่ยว)

    -  climate change   (การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ)

    -  terrorism risk (s)  (การเสี่ยงภัยการก่อการร้าย)

    -  commodity price (s)  (ราคาสินค้า)

    -  price competition   (การแข่งขันด้านราคา)

    -  household debt   (หนี้ครัวเรือน)

    -  car sale (s)   (การขายรถยนต์)

    -  distribution channel   (ช่องทางการจำหน่าย)

    -  accident occurrence   (การเกิดอุบัติเหตุ)

    -  branch office (s)   (สำนักงานสาขา)

    -  insurance company   (บริษัทประกันภัย)

    -  business partner (s)   (คู่ค้า)

    -  leather belt   (เข็มขัดหนัง)

    - business transaction (s)   (การดำเนินธุรกิจ)

    - business mind   (จิตใจคิดแต่เรื่องธุรกิจ)

    - heart disease treatment   (การรักษาโรคหัวใจ)

 

6. The juice contained in the bristles of the nettle causes an intense itch when ________ a person’s skin.

(น้ำที่บรรจุอยู่ในขนแข็งของพืชที่มีขนคัน  ก่อให้เกิดความคันอย่างรุนแรง  เมื่อ ________ ผิวหนังของคน)

(a) it entering

(b) entering it

(c) it enters    (มันเข้าสู่)

(d) there it enters

ตอบ   –   ข้อ   (c)   เนื่องจากเป็นประธาน  (It)  และกริยา  (Enters)  ของอนุประโยค  (When it enters a person’s skin)

 

7. By studying fossils paleontologists learn _________ forms of life thrived during various periods of the Earth’s history.

(โดยการศึกษาซากพืชและสัตว์ที่กลายเป็นหิน  นักชีววิทยาเกี่ยวกับชีวิตของพืชและสัตว์โบราณเรียนรู้ว่า  รูปแบบของชีวิต _________ เจริญเติบโตในระหว่างช่วงเวลาต่างๆ ของประวัติศาสตร์ของโลก)

(a) the

(b) so

(c) that

(d) what    (ชนิดใด, แบบไหน)

ตอบ   –   ข้อ   (d)   เนื่องจาก  “What forms of life”  เป็นประธานของอนุประโยค  แบบ  “Noun clause”  (What forms of life thrived during various periods of the Earth’s history   ซึ่งทั้งหมด  (ของอนุประโยค)  ทำหน้าที่เป็นกรรมของกริยา  “Learn

 

8. Jacky has been suffering ___________ stress and insomnia since he agreed to take a new job in scientific research.

(แจ๊คกี้กำลังได้รับความทุกข์ทรมาน _________ ความเครียดและโรคนอนไม่หลับ  ตั้งแต่เขาตกลงที่จะทำงานใหม่ในด้านการวิจัยทางวิทยาศาสตร์)

(a) of

(b) from    (จาก)

(c) about

(d) by

ตอบ   –   ข้อ   (b)   

                            สำหรับคำคุณศัพท์  (Adjective)   ที่ใช้กับ  “From”   ได้แก่  “Different”  (แตกต่าง)  -  She is very different from her twin sister.  (เธอแตกต่างอย่างมากมาย  จากน้องสาวฝาแฝด),  “Far”  (ไกล)  -  My house is very far from the office.  (บ้านของผมอยู่ไกลจากที่ทำงานมาก),  “Free”  (เป็นอิสระ),  “Safe”  (ปลอดภัย),  “Immune”  (ปลอดภัยจาก, ได้รับความคุ้มกันจาก),  “Absent”  (ไม่อยู่, ขาดหายไป)  -   Some students are frequently absent from school.  (นักเรียนบางคนขาดเรียนบ่อย),  “Away”  (อยู่ห่าง)  -  Most people don’t like to be away from home for a long time.  (คนส่วนใหญ่ไม่ชอบอยู่ห่างจากบ้านเป็นเวลานานๆ),  “Evident”  (เห็นได้ชัดจาก),  เป็นต้น

                            สำหรับคำกริยา  (Verb)  ที่ใช้กับ  “From”  ได้แก่  “Differ”  (แตกต่าง)  -  Modern cars differ from the early ones in many major ways.  (รถยนต์สมัยใหม่แตกต่างจากรถยุคแรกๆ  ในลักษณะสำคัญๆ หลายประการ),  “Borrow”  (ขอยืม)  -  She borrowed some money from her friend.  (เธอยืมเงินจากเพื่อน),  “Abstain”  (ละเว้น),  “Prevent”  (ขัดขวาง),  “Suffer”  (ป่วยเป็น หรือ เดือดร้อนเพราะ)  -  Seventy-five percent of its population suffers from malnutrition.  (๗๕  เปอร์เซ็นต์ของพลเมืองของมัน (หมู่บ้าน, ตำบล) ได้รับความเดือดร้อน-ทุกข์ยาก  จากการขาดสารอาหาร)  -  A lot of people suffer from cancer today.  (ผู้คนจำนวนมากป่วยเป็นมะเร็งในปัจจุบัน),  “Refrain”  (ละเว้น, หลีกเลี่ยง),  “Stop”  (หยุด, ขัดขวาง),  “Separate”  (แยก, แยกออก, สกัด)  -  Rosa had separated from us, asking for a room by herself.  (โรซ่าได้แยกตัวจากเรา, โดยขอห้องอยู่ตามลำพัง – ส่วนตัว),  “Protect”  (ปกป้อง, คุ้มครอง)  -  Her umbrella helped protect her from the rain.  (ร่มช่วยปกป้องเธอจากฝน),  “Prohibit”  (ห้ามไม่ให้)  -  The country has a law prohibiting employees from striking.  (ประเทศมีกฎหมายห้ามพนักงาน (ลูกจ้าง) มิให้นัดหยุดงาน),  “Hinder”  (ขัดขวางไม่ให้)  -  Floods and landslides hindered the enemy from invading the city.  (น้ำท่วมและแผ่นดินถล่มขัดขวางศัตรูมิให้รุกรานเมือง)  (ขัดขวางมิให้บุกเข้ามาในเมือง),  “Defend”  (ป้องกัน),  “Draw”  (ดึงหรือลากออกมา),  “Recover”  (ฟื้นจากไข้, หายจากประสบการณ์เลวร้าย)  -  It was weeks before she fully recovered from malaria.  (มันเป็นเวลาหลายสัปดาห์  ก่อนที่เธอจะหายขาดจากโรคไข้จับสั่น)  -  They took a long time to recover from this shock.  (พวกเขาใช้เวลานาน  ในการหายจากอาการตื่นตะลึง (ความสะดุ้งตกใจ) นี้)เป็นต้น

                           ส่วนวลีอื่นๆ  ที่ใช้   “From”  ได้แก่  “From now on” =  “นับจากนี้เป็นต้นไป”  -  You will have to study harder from now on.  (คุณจำเป็นจะต้องขยันเรียนให้มากขึ้น  นับจากนี้เป็นต้นไป),  “From time to time”  (เป็นครั้งคราว, เป็นบางโอกาส)  (ความถี่ประมาณ  ๔๐  เปอร์เซ็นต์)  -  We go to the movies from time to time.  (เราไปดูหนังเป็นครั้งคราว),  “Live from hand to mouth”  (ดำรงชีวิตแบบหาเช้ากินค่ำ)  -  Johnny got very little pay, and the family lived from hand to mouth when he had no job.  (จอห์นนี่ได้ค่าจ้างน้อยมาก  และครอบครัวต้องดำรงชีวิตแบบหาเช้ากินค่ำ  เมื่อเขาตกงาน),  “From the beginning”  (จากเริ่มต้น, จากเริ่มแรก),  “From place to place”  (จากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง),  “From one place to another place”  (จากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง),  “From the bottom of one’s heart”  (จากก้นบึ้งหัวใจของคนๆนั้น,  ด้วยความจริงใจ),  “From 2 to 4 p.m.”  (จาก    โมง  ถึง    โมงเย็น),  “From January to April”  (จากเดือนมกราคม  ถึงเมษายน),  “Go from bad to worse”  (เลวร้ายหรือแย่ยิ่งกว่าเดิมที่แย่อยู่แล้ว)  - Jack’s conduct in school has gone from bad to worse.  (ความประพฤติของแจ๊คในโรงเรียนเลวหนักยิ่งกว่าเดิม  ซึ่งก็เลวอยู่แล้ว)  -  Dick’s typing went from bad to  worse when has was tired.  (การพิมพ์ของดิ๊กซึ่งแย่อยู่แล้ว  กลับแย่มากขึ้นไปอีก   เมื่อตอนเขามีอาการเหนื่อยล้า),  “From hand to hand”  (จากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่งและอีกคนหนึ่ง)  -  The box of candy was passed from hand to hand.  (กล่องลูกอมถูกส่งจากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่ง  และอีกคนหนึ่งจนทั่วถึง),  “Fall from grace”  (กลับไปมีนิสัยเลวเหมือนเดิมอีก, ทำสิ่งเลวๆอีกครั้ง)  -  The boy fell from grace when he lied.   (เด็กคนนั้นทำในสิ่งที่ไม่ดี  เมื่อเขาโกหก),   “From pillar to post”  (จากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง  หลายๆครั้ง  แบบระเหเร่ร่อน  -  เปรียบเหมือนนกเกาะเสาต้นหนึ่ง  แล้วโผไปอีกต้นหนึ่ง)  -  Jim’s father changed jobs several times a year, and the family was moved from pillar to post  (พ่อของจิมเปลี่ยนงานหลายครั้งในแต่ละปี  และครอบครัวต้องย้ายบ้านหลายครั้งหลายหน),  “From scratch”  (จากศูนย์, จากไม่มีอะไรเลย, จากมือเปล่า)  -  Tom started his business from scratch.  (ทอมเริ่มต้นธุรกิจของเขาจากที่ไม่มีอะไรเลย  -  หรือจากศูนย์),  “From across the world”  (จากทั่วโลก),  “From door to door”  (จากบ้านหนึ่งไปยังอีกบ้านหนึ่ง)  -  She sells face cream from door to door.  (เธอขายครีมทาหน้าจากบ้านหลังหนึ่ง  สู่บ้านอีกหลังหนึ่ง  และอีกหลังหนึ่ง),  “From head to foot”  (จากหัวถึงเท้า,  อย่างพินิจพิเคราะห์, อย่างรอบคอบ)  -  The stranger looked the boy over from head to foot.  (คนแปลกหน้ามองเด็กคนนั้นอย่างรอบคอบ-ระมัดระวัง),  “From end to end”  (ทั่วทั้งบริเวณ)  -  The dog sniffed the yard from end to end in search of a bone  (หมาสูดดมสนามทั่วทั้งบริเวณ  เพื่อค้นหากระดูก),   “From top to bottom”  (จากบนถึงล่าง, ทั่วทั้งหมด)  -  This new car has been redesigned from top to bottom.  (รถใหม่คันนี้ถูกเปลี่ยนแปลงตลอดทั้งคัน),   เป็นต้น

 

9. ____________________ her elder sister, Mary enjoys buying luxurious clothes and shoes.

(_____________ พี่สาวของเธอ,  แมรี่สนุกสนานกับการซื้อเสื้อผ้าและรองเท้าหรูหรา-ฟุ่ม เฟือย)

(a) Same as

(b) Alike

(c) Like    (เหมือนกับ, เช่นเดียวกับ)

(d) Similar

ตอบ   –   ข้อ   (c)   หรืออาจตอบ  “The same as”  (เหมือนกับ)  หรือ  “Similar to”  (เหมือนกับ, คล้ายกับ)  ก็ได้  ดูเพิ่มเติมการใช้คำเหล่านี้จากตัวอย่างข้างล่าง

                                                      ตัวอย่างที

  • ___________________________________ most beginners, he worried about details.

(______________________ ผู้เริ่มต้น (มือใหม่) ส่วนใหญ่  เขาวิตกกังวลเกี่ยวกับรายละเอียด)

(a) As    (ตามที่, ดังที่, ในฐานะ)

(b) Just as    (ตามที่, ดังที่)

(c) Like    (เหมือนกับ, คล้ายกับ, เป็นลักษณะเฉพาะของ)

(d) Even though    (ถึงแม้ว่า)

ตอบ   -   ข้อ   (c)   “Like”  เมื่อเป็น   “Preposition”  หมายถึง  “เหมือนกับ, คล้ายกับ”  ต้องตามด้วยคำนาม  หรือวลี   (ในข้อนี้  คือ  “most beginners”)  ดูเพิ่มเติมการใช้   “Like, As, Just as”  จากประโยคข้างล่าง

                                                          ตัวอย่างที่  

  • This car has an engine __________________________________ one in an airplane.

(รถยนต์คันนี้มีเครื่องยนต์ _______________________________ เครื่องยนต์ในเครื่องบิน)

(a) as    (= ในฐานะ, เป็น  -  เมื่อเป็น  “Preposition”  ตามด้วยคำนามหรือวลี)  (=เหมือน, เหมือนกับที่, ตามที่, ดังที่  -  เมื่อเป็น  “Conjunction”  = Just as  ตามด้วยประโยค  Subject + Verb)

(b) the same    (เหมือนกัน, อย่างเดียวกัน)

(c) as like as    (โครงสร้างนี้ไม่มีใช้)

(d) like    (เหมือน, คล้าย)  (เป็น  “Preposition”)

ตอบ   -   ข้อ    (d)   เนื่องจาก  “Like  (เหมือน, คล้าย) +  คำนามหรือวลี  ส่วน  “As (ตามที่, ดังที่) + ประโยค”  (As + Subject + Verb)  สำหรับอีกโครงสร้างหนึ่งที่สามารถใช้ได้สำหรับข้อที่   คือ  “This car has the same engine as one in an airplane.”  หรือ  “This car’s engine and one in an airplane are the same.  (หรือ  “are alike, are similar”)  ดูเพิ่มเติมการใช้  “Like, As, Alike” จากประโยคตัวอย่างข้างล่าง

                                                         ตัวอย่างที่  

  • What is the climate ____________________________________ in your home town?

(อากาศ _______________________________ อย่างไร (เช่นไร) ในเมืองบ้านเกิดของคุณ)

(a) alike

(b) likely

(c) like    (เป็นเหมือน, เหมือน, คล้าย)

(d) (No word is needed.)

ตอบ  -  ข้อ   (c)   ในที่นี้  “Like”  เป็น “Preposition”  หมายถึง  “เป็นเหมือน, เหมือน, คล้าย”   ใช้กับ  “Verb to be”  หรือ  “Look”  (มีลักษณะ, มีท่าทาง)  ต้องตามด้วยคำนาม

                                                          ตัวอย่างที่  

  • The sky is cloudy and it looks like ________________________________________.

(ท้องฟ้ามีเมฆมาก  และมันดูเหมือน ________________________________________)

(a) rain    (ฝน)  (เป็นคำนาม)

(b) to rain   (ฝนตก)

(c) rainy   (ซึ่งมีฝนตก)

(d) it will rain

ตอบ   –    ข้อ   (a)   เนื่องจาก  “Like”   ในที่นี้เป็น  “Preposition”  หมายถึง  “เหมือน, คล้าย”   ต้องตามด้วยคำนาม  ซึ่งในที่นี้ คือ  “ฝน

                                                       ตัวอย่างที่  

  • He became a doctor __________________________________________ his father.

(เขาเป็นหมอ _______________________________________________ พ่อของเขา)

(a) same as

(b) like    (เหมือน)

(c) such as

(d) as

ตอบ    –    ข้อ   (b)   เนื่องจาก  “Like”  เมื่อหมายถึง  “เหมือน, คล้าย”   จะเป็น  “Preposition”  จึงต้องตามด้วยคำนามหรือวลี   สำหรับข้อนี้อาจตอบได้อีกอย่าง  คือ  “the same as”  ส่วน   “As”  (เหมือนกับ)  ต้องตามด้วย  “Subject + Verb”  (ดูความแตกต่างการใช้  “Like”  และ  “As”  จากประโยคข้างล่าง)

  • Like the other nations of Eastern Europe, Poland was politically dominated by the Soviet Union during the Cold War.

(เหมือนกับประเทศอื่นๆในยุโรปตะวันออก  โปแลนด์ถูกครอบงำทางการเมืองโดยสหภาพโซเวียต  ในระหว่างสงครามเย็น)

หมายเหตุ  -  ประโยคข้างบนใช้  “Like” เนื่องจาก  “Like”  (หมายถึง “เหมือน, คล้าย”)   ต้องตามด้วยคำนามหรือวลี   เช่น  “the other nations”,  “his father”,  “most hard-working people” (คนทำงานหนักส่วนใหญ่)  ส่วน  “As”  (หมายถึง “เหมือนกับ”)   ต้องตามด้วยอนุประโยค  (As + Subject + Verb)  เช่น

  • He did as (just as) his father had told him to do.

(เขาทำเหมือนที่พ่อของเขาบอกให้ทำ)

  • She smiled as (just as) her mother did when she was young.

(เธอยิ้มเหมือนที่แม่ของเธอยิ้ม  เมื่อตอนที่ (แม่) เป็นเด็ก)

                                          สำหรับ   “As”  เมื่อเป็น  “Preposition”  มีความหมายว่า  “ในฐานะ  หรือ เป็น”  จะต้องตามด้วยคำนามหรือวลี  เช่น

  • She works as a doctor.

(เธอทำงานเป็นหมอ)

  • He is known as a man who keeps his words.

(เขาเป็นที่รู้จักกันในฐานะคนที่รักษาคำพูด)

  • They have been recognized as the men who died for their country.

(พวกเขาได้รับการจดจำในฐานะคนที่ตายเพื่อชาติบ้านเมือง)

  • As a good citizen, everyone has to pay a proper amount of tax each year.

(ในฐานะพลเมืองดี  ทุกคนจำเป็นต้องจ่ายภาษีในจำนวนที่เหมาะสมทุกๆปี)

                                          สำหรับ  “Alike”  เป็นทั้งคำคุณศัพท์และกริยาวิเศษณ์  หมายถึง  “เหมือนกัน, คล้ายกัน, อย่างเดียวกัน”  ดังประโยคข้างล่าง

  • These two things are alike.

(ของ ๒ สิ่งนี้เหมือนกันเลย)

  • Tom and his brother are both alike.

(ทอมและพี่ชายของเขาคล้ายกัน  -  รูปร่างหน้าตาหรือการกระทำ)

  • No two people think or behave alike.

(ไม่มีใคร ๒ คน คิดหรือประพฤติตัวเหมือนกัน)

  • The two sisters are remarkably alike in appearance.

(พี่สาวน้องสาว ๒ คนนั้นคล้ายกันเป็นพิเศษ (อย่างน่าสังเกต) ในด้านรูปร่างหน้าตา-ลักษณะท่าทาง)

  • They did everything alike.

(พวกเขาทำทุกอย่างเหมือนๆกัน)

  • The children are all treated alike.

(เด็กๆได้รับการปฏิบัติเหมือนๆกันทุกคน)

  • The strike is damaging to managers and workers alike.

(การนัดหยุดงานกำลังสร้างความเสียหายให้กับผู้จัดการและคนงานเหมือนๆกัน)

  • The snowstorm affected the southern and northern states alike

 (พายุหิมะมีผลกระทบต่อรัฐทางตอนเหนือและใต้  เหมือนๆ กัน)

 

10. ________ reducing cholesterol, broccoli can contribute to a healthy heart by helping to keep blood vessels strong.

(_________ ลดคอเลสเตอรอล,  ต้นบรอคโคลิสามารถมีส่วนช่วยให้หัวใจแข็งแรง  โดยช่วยทำให้เส้นโลหิตแข็งแรง)

(a) Furthermore    (นอกจากนั้น, ยิ่งกว่านั้น)

(b) Beside    (ข้างเคียง, อยู่ข้าง)

(c) While    (ในขณะที่)

(d) In addition to    (นอกจาก)

ตอบ   –   ข้อ   (d)   สำหรับข้อ  (c)  ก็ถูกหลักไวยากรณ์   แต่ความหมายสู้ ข้อ  (d)  ไม่ ได้  (ต้นบรอคโคลิช่วยทั้งลดคอเลสเตอรอล  และทำให้หัวใจแข็งแรง)  ทั้งนี้  อาจตอบ  “Apart from”  หรือ  “Besides”  (ทั้ง  ๒  คำมีความหมายว่า  “นอกจาก”)  ก็ได้

 

11. _________ took office as the first Superintendent of Public Instruction for the territory of New Mexico.

(__________ ดำรงตำแหน่งเป็นผู้กำกับสถาบันการแนะนำสาธารณะ  สำหรับดินแดนนิวเม็กซิโก)  (ก่อนเข้าร่วมก่อตั้งเป็นประเทศสหรัฐฯ ในเวลาต่อมา)

(a) J. Francisco Chaves, who

(b) J. Francisco Chaves    (เจ ฟรานซิสโก ชาเวส)

(c) If J. Francisco Chaves

(d) When J. Francisco Chaves

ตอบ   –   ข้อ   (b)   เนื่องจากเป็นประธานของประโยค  

 

12. An ultrasonic wave has ________________________ a high frequency that it is inaudible.

(คลื่นเหนือเสียงมีความถี่สูง ________ จนกระทั่งมันไม่สามารถได้ยิน)  (ไม่อาจได้ยินโดยหูมนุษย์)

(a) therefore

(b) above

(c) such    (มาก)

(d) so

ตอบ   –   ข้อ   (c)   ดูเพิ่มเติมโครงสร้างนี้  และโครงสร้างคล้ายๆ กัน (มีความหมายเดียวกัน)  จากตัวอย่างข้างล่าง  

                                                     ตัวอย่างที่

  • The food is ____________________________________________ that I can’t eat it.

(อาหาร _____________________________________ จนกระทั่งผมไม่สามารถกินมัน)

(a) very hot

(b) too hot   (ร้อนเกินไป)

(c) so hot   (ร้อนมาก)

(d) hot enough   (ร้อนพอ)

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากต้องใช้ตามโครงสร้าง  “Subject + Is (Was) + So + Adjective + That + Subject +Verb”  จงเปรียบเทียบกับประโยคตัวอย่างข้างล่าง

                                                        ตัวอย่างที่

  • It was ___________________________________________ that we decided to buy it.

(มันเป็น _______________________________________ จนกระทั่งเราตัดสินใจซื้อมัน)

(a) a such beautiful house

(b) such a beautiful house   (บ้านที่สวยงามมาก)

(c) so beautiful house

(d) so a beautiful house

ตอบ   –    ข้อ   (b)   เนื่องจากเป็นไปตามโครงสร้างข้างล่าง

  • It is (was) + Such + A (An) + Adjective + Noun (นับได้  เอกพจน์+  Subject + Verb  เช่น
  • It is (was) such a small car that we can’t (couldn’t) get into it.

(มันเป็นรถที่เล็กมาก  จนกระทั่งเราไม่สามารถเข้าไปข้างในได้)

  • It is (was) such an expensive house that she can’t (couldn’t) buy it.

(มันเป็นบ้านที่แพงมาก  จนกระทั่งเธอไม่สามารถซื้อมัน)

  • It is (was) such a difficult question that we can’t (couldn’t) answer it.

(มันเป็นคำถามที่ยากมาก  จนกระทั่งเราไม่สามารถตอบมัน)

  • He is (was) such a strong man that he can (could) pull a truck.

(เขาเป็นชายที่แข็งแรงมาก  จนกระทั่งเขาสามารถลากรถบรรทุกได้)

                                           สำหรับอีกโครงสร้างหนึ่ง  คือ

  • It is (was) + So + Adjective + A (An) + Noun  (นับได้  เอกพจน์) + that………........…….. เช่น
  • It is (was) so small a car that we can’t (couldn’t) get into it.

(มันเป็นรถที่เล็กมาก  จนกระทั่งเราไม่สามารถเข้าไปข้างในได้)

  • It is (was) so big an elephant that they are (was) afraid of it.

(มันเป็นช้างที่ตัวใหญ่มาก  จนกระทั่งพวกเขากลัวมัน)

  • She is (was) so beautiful a girl that everyone can’t (couldn’t) help loving her.

(เธอเป็นเด็กสาวที่สวยมาก  จนกระทั่งทุกคนอดไม่ได้ที่จะรักเธอ)

  • The car is (was) so small that we can’t get into it.)

(มันเป็นรถที่เล็กมาก  จนกระทั่งเราไม่สามารถเข้าไปข้างในได้)

                                           เมื่อประธานอยู่ในรูปพหูพจน์  จะมีโครงสร้างประโยคดังนี้

  • They are (were) + Such + Adjective + Noun (พหูพจน์) + That ............................. เช่น
  • They are (were) such small cars that we can’t get into them.

(มันเป็นรถที่เล็กมาก  จนกระทั่งเราไม่สามารถเข้าไปข้างในได้)

  • Subject (พหูพจน์) + are (were) + So + Adjective + That …..................…….
  • The cars are so small that we can’t get into them.

   สรุป  -  ดังนั้น  จึงสามารถใช้ได้หลายรูปแบบ  โดยมีความหมายเหมือนกัน  คือ

  • It was such a beautiful house that we decided to buy it.
  • It was so beautiful a house that we decided to buy it.
  • The house was so beautiful that we decided to buy it.

(บ้านหลังนั้นสวยงามมาก  จนกระทั่งเราตัดสินใจซื้อมัน)

  • It is such a small car that we can’t get into it.
  • It is so small a car that we can’t get into it.
  • The car is so small that we can’t get into it.

(รถคันนั้นเล็กมาก  จนกระทั่งเราไม่สามารถเข้าไปนั่งได้)

(ทั้ง   ประโยคข้างบน  หมายถึง  “มันเป็นรถที่เล็กมาก  จนกระทั่งเราไม่สามารถเข้าไปนั่งได้”)  แต่ในกรณีเป็นรูปพหูพจน์  จะสามารถใช้เพียง    แบบเท่านั้น  คือ

  • They are such small cars that we can’t get into them.
  • The cars are so small that we can’t get into them.

(ไม่สามารถใช้   They are so small cars that we can’t get into them.)

 

13. Recent research has found that people might be able to influence ________ immune systems by practicing certain breathing techniques in combination with spending time in low temperatures.

(การวิจัยเร็วๆ มานี้พบว่า  บุคคลอาจจะสามารถมีอิทธิพลต่อระบบคุ้มภูมิคุ้มกันโรค ________ โดยการปฏิบัติเทคนิคการหายใจบางอย่าง  ร่วมกันกับการใช้เวลาในอุณหภูมิต่ำ)

(a) his

(b) our

(c) your

(d) their    (ของตนเอง)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากเป็นคำแสดงความเป็นเจ้าของ  (Possessive adjective)   ของ  “People” 

 

14. She knows how to ______________________________________________ her children.

(เธอรู้วิธี ___________________________________________________ ลูกๆของเธอ)

(a) manage    (ควบคุม, จัดการกับ)

(b) administer    (บริหาร, ดำเนินการ)

(c) execute    (ประหารชีวิต, บริหาร, ปฏิบัติ, ดำเนินการ)

(d) perform    (แสดง, บรรเลง, กระทำ, ปฏิบัติ, ดำเนินการ, ทำให้บรรลุความสำเร็จ)

ตอบ   -   ข้อ   (a)   โดย  “Manage”  มี    ความหมาย  คือ

                                    ๑. บริหาร, จัดการ, ควบคุม, ดูแล  (Direct, Control, Supervise)

  • If the government wants to manage the economy effectively, it needs their agreement.

(ถ้ารัฐบาลต้องการบริหาร-จัดการเศรษฐกิจอย่างมีประสิทธิผล  มันต้องการความยินยอมจากพวกเขา)

  • Her parents managed a gold shop.

(พ่อแม่ของเธอดำเนินกิจการร้านทอง)

                                    ๒. สามารถ, ประสบความสำเร็จ  (Be able to, Succeed)

  • Did you manage to get anything to eat before you came?

(คุณสามารถหาอะไรกินได้ก่อนคุณจะมาที่นี่หรือเปล่า)

  • I don’t know how he managed to find us.

(ผมไม่ทราบเลยว่าเขาสามารถหาเราพบได้อย่างไร)

  • How did she manage to buy such an expensive house?

(เธอสามารถซื้อบ้านแพงๆ อย่างนั้นได้อย่างไรนะ)

  • We couldn’t catch the first train, but we managed the catch the next one.

(เราไม่ประสบความสำเร็จในการขึ้นรถไฟขบวนแรก  แต่เราสามารถขึ้นรถขบวนถัดไปได้)

 

15. When I say ‘I never drink’, I mean ____________________________________________.

(เมื่อผมพูดว่า  “ผมไม่ดื่มเหล้าเลย – หรือ  ผมไม่ดื่มเหล้าเป็นอันขาด”  ผมหมายความว่า _________)

(a) I’ve never drunk    (ผมไม่เคยดื่มเหล้า)

(b) I drink very little    (ผมดื่มเหล้าน้อยมาก)

(c) I do not drink    (ผมไม่ดื่มเหล้า)

(d) I drink only fresh water    (ผมดื่มเฉพาะน้ำจืด)

ตอบ   –   ข้อ   (c)   เนื่องจาก   “Never”  หมายถึง   “ไม่เคย, ไม่เลย, ไม่เป็นอันขาด”  อย่างไรก็ตาม  เมื่อจะใช้ในความหมาย  “ไม่เคย”  จะต้องใช้ในรูป  “Present perfect tense”  {Subject + Has (Have) + Verb 3}  เสมอ  ดังในข้อ  (a)  สำหรับ  เมื่อใช้ในความหมาย   “ไม่เลย  หรือ ไม่เป็นอันขาด”   จะต้องใช้ในรูป  “Present simple tense”  (ดังประโยคในข้อ ๑๐)   หรือ  “Past simple tense

                                         สำหรับการใช้   “Present perfect tense”  กับเหตุการณ์ที่เคยหรือไม่เคยทำในอดีต  แต่ไม่ได้กำหนดเวลาแน่นอน  สังเกตจาก  “Ever”,  “Never”  เช่น

  • Have you ever been to Japan?

(คุณเคยไปญี่ปุ่นไหม)

  • Has your father ever played football?

(พ่อของคุณเคยเล่นฟุตบอลไหม)

  • I have never seen him before.

(ผมไม่เคยเห็นเขามาก่อน)

 

16. That is _______________________________________________________________.

(นั่นเป็น __________________________________________________________)

(a) a useful information

(b) a useful piece of informations

(c) useful informations

(d) a piece of useful information    (ข้อมูลที่มีประโยชน์    ชิ้น)

ตอบ   –   ข้อ   (d)   เนื่องจาก   “Information”   เป็นคำนามนับไม่ได้   จึงไม่สามารถใช้   “A”  หรือ  “An”  นำหน้าได้  ดังใน  ข้อ  (a)  และไม่สามารถเติม “S”  เข้าข้างท้าย  ดังในข้อ  (b)  และ  (c)  ดังนั้น  เมื่อจะนับ  “ข่าวสาร”  จึงต้องนับเป็น  “ชิ้น”   ดังในข้อ  (d)  หรือนับเป็น  “หัวข้อ  “Item” (An item of information  หรือ  an information item)  อย่างไรก็ตาม  สามารถตอบข้อ  (b)  ได้เช่นเดียวกัน  แต่ต้องแก้เป็น  “a useful piece of information”  สำหรับคำนามนับไม่ได้  (และเป็นเอกพจน์เสมอ)   ที่ใช้ในลักษณะเดียวกับ   “Information”  ได้แก่  paper  (กระดาษ), equipment  (อุปกรณ์, เครื่องมือ), furniture, scenery  (ทิวทัศน์), damage (ความเสียหาย), advice  (คำแนะนำ), traffic, machinery  (เครื่องยนต์กลไก), evidence  (หลักฐาน), bread  (ขนมปัง), clothing  (เสื้อผ้า), work  (งาน), luggage  (กระเป๋าเดินทาง), baggage  (กระเป๋าเดินทาง), knowledge, progress, power, news, fruit, behavior  (พฤติกรรม)  เป็นต้น  คำนามเหล่านี้  ถ้าจะนับเป็นหน่วย  จะต้องใช้  สมุหนาม (Collective noun)  คือนามที่แสดงความเป็นกลุ่มก้อนที่เหมาะสมกับคำนามนั้นๆ   เช่น

  • A piece of paper  (กระดาษ แผ่น)
  • A loaf of bread  (ขนมปัง ปอนด์ หรือก้อน)
  • A branch (field) of knowledge  (ความรู้สาขาหนึ่ง)
  • An item of news  (ข่าว หัวข้อ)
  • A kilo of fruit  (ผลไม้ กิโล)
  • A pound of sugar  (น้ำตาล ปอนด์)
  • A school of fish  (ปลา ฝูง)
  • A troop of soldiers  (ทหาร กอง)
  • A herd of elephants  (ช้าง โขลง)
  • A pride of lions  (สิงโต ฝูง)
  • A bunch of grapes  (องุ่น พวง)
  • A cluster of cottages  (กระท่อม กลุ่ม)  (กระท่อมหลายหลังอยู่ติดๆ กัน)

 

17. This circle has a diameter of two inches.  Its __________________________ is one inch.

(วงกลมนี้มีเส้นผ่าศูนย์กลาง ๒ นิ้ว, ____________________________ ของมัน  คือ    นิ้ว)

(a) side    (ด้าน)

(b) segment    (ส่วนของวงกลม)

(c) radius    (รัศมี)

(d) cord    (เส้นตัดวงกลม)

(e) area    (พื้นที่)

 

18. England _________________________________________ from France by the Channel.

(ประเทศอังกฤษ ________________________________ จากประเทศฝรั่งเศสโดยช่องแคบ)

(a) separates

(b) is separating

(c) is separated    (ถูกแยก)

(d) was separated

ตอบ   -   ข้อ   (c)  เนื่องจากต้องใช้ในรูป  “Passive voice”  เพราะประธานฯ  ถูกกระทำ (อังกฤษถูกแยกจากฝรั่งเศส)  และเป็นข้อเท็จจริง  จึงต้องใช้แบบเหตุการณ์ปัจจุบัน  จึงไม่เลือก  ข้อ  (d)

 

19. A football team ____________________________________________ of eleven players.

(ทีมฟุตบอล _____________________________________________ ผู้เล่น  ๑๑  คน)

(a) consist    (ประกอบด้วย)

(b) composes

(c) is composed    (ประกอบด้วย)

(d) is composing

ตอบ   -   ข้อ   (c)   หรืออาจตอบ  ข้อ  (a)  แต่ต้องแก้เป็น  “Consists”  เนื่องจาก  “A football team”  เป็นประธานฯ เอกพจน์

 

20. There have been many ________ about his bankruptcy lately, though no one really knows what happened.

(มี ________ มากมายเกี่ยวกับการล้มละลายของเขาเมื่อเร็วๆนี้  แม้ว่าไม่มีใครทราบอย่างแท้จริงว่าเกิดอะไรขึ้น)

(a) suggestions    (คำแนะนำ, การชี้แนะ, การบ่งชี้)

(b) incentives    (สิ่งจูงใจ, เครื่องจูงใจ, สิ่งที่ช่วยกระตุ้น)

(c) comments    (ข้อคิดเห็น, ความเห็น, ข้อสังเกต, คำอธิบาย, คำวิจารณ์)

(d) prosecutions    (การฟ้องร้อง, การดำเนินคดี, การติดตาม)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน  เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th

 

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บ-ไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป