หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 477)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Part V: Sentence Completion   (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

 

1. During the eighteenth century, communication within and between cities _________ difficult at first. 

(ในระหว่างศตวรรษที่ ๑๘  การสื่อสาร-คมนาคมภายในและระหว่างเมืองต่างๆ _______ ยากลำบากในเบื้องต้น)

(a) were

(b) they were

(c) was

(d) which were

ตอบ   –   ข้อ   (c)   เนื่องจากเป็นกริยาของประโยค  โดยมีประธานฯ  คือ  “Communication”   ซึ่งเป็นคำนามเอกพจน์  สำหรับ  “Within and between cities”  เป็นส่วนขยายประธาน

 

2. He had an accident last month and broke his leg, so he ______________ walk since then.

(เขาประสบอุบัติเหตุเมื่อเดือนที่แล้วและขาหัก  ดังนั้น  เขา ______________ เดินตั้งแต่นั้นมา)

(a) couldn’t

(b) shouldn’t

(c) hasn’t been able to    (ไม่สามารถ)

(c) won’t be able to

ตอบ   –   ข้อ   (c)   เนื่องจากต้องใช้รูป  “Present perfect tense”  {Subject + Has (Have) + Verb 3  หรือ  Subject + Has (Have) + Been + Adjective}  เนื่องจากแสดงความต่อเนื่องของเหตุการณ์จากอดีตถึงปัจจุบัน  คือ  เดินไม่ได้ตั้งแต่เมื่อเดือนที่แล้ว (ตอนขาหักเพราะอุบัติเหตุ)  จนกระทั่งบัดนี้

 

3. Mr. Brown is going to watch _________________________________________________.

(มิสเตอร์บราวน์กำลังจะดู ________________________________________________)

(a) television    (โทรทัศน์)

(b) the television

(c) a television

(d) the televisions

ตอบ   –   ข้อ  (a)   “ดูทีวี”   ไม่ต้องใช้  “Article” ใดๆ นำหน้า  “ทีวี

 

4. People here do not ________________________________ as much as we do in Europe.

(ผู้คนที่นี่ไม่ ___________________________ มากเหมือนกับที่พวกเราทำ (จับมือ) ในยุโรป)

(a) shake hand

(b) shake hands    (จับมือ)  (เช่นเมื่อเวลาพบกัน)

(c) shake the hand

(d) shake the hands

ตอบ   –   ข้อ   (b)  “Shake hands”   ต้องเติม  “S”  ที่  “Hand”  เสมอ

 

5. ________________________________________________________ here this morning?

(________________________________________________________ ที่นี่เมื่อเช้านี้)

(a) Who did come

(b) Who did came

(c) Did who come

(d) Who came    (ใครมา)

ตอบ   –   ข้อ   (d)   เนื่องจาก   “Who”   เป็นประธานของประโยค  จึงตามด้วยคำกริยา  “Came”  ได้เลย  ไม่ต้องใช้  “Verb to do”  มาช่วยสร้างประโยคคำถาม  เหมือนในกรณีทั่วๆ ไป   หรือในประโยคที่ขึ้นต้นด้วย   “Question words” (What, When, Where, Why, How) อื่นๆ  เช่น

  • When did you arrive this morning?

(คุณมาถึงเวลาใดเมื่อเช้านี้)

  • Where do you live in England?

 (คุณอาศัยอยู่ที่ไหนในประเทศอังกฤษ)

  • Why did she leave in a hurry?

 (ทำไมเธอจึงจากไปอย่างรีบเร่ง)

  • What did they tell Jim before he left?

 (พวกเขาบอกอะไรจิม  ก่อนที่เขา (จิม) จะจากไป)

  • How do you feel about today’s weather?

(คุณรู้สึกอย่างไรกับอากาศวันนี้)

หมายเหตุ   -   ในกรณีของ  “What”  ถ้าเป็นประธานของประโยค  สามารถตามด้วยคำกริยาได้เลย  โดยไม่ต้องใช้   “Do, Does, Did”  ในการสร้างประโยค  เช่น

  • What made her laugh?

(อะไรทำให้เธอหัวเราะ)

  • What makes them so happy?

(อะไรทำให้พวกเขามีความสุขเหลือเกิน)

                                    แต่ถ้าเป็นกรรมของประโยค  (หรือของกริยา)  ต้องใช้  “Verb to do”  (Do, Does, Did)  ในการสร้างคำถาม  (ในกรณีเหตุการณ์ปัจจุบัน  หรืออดีต)  เช่น

  • What did he say when he knew the truth?

(เขาพูดว่ากระไร  เมื่อเขารู้ความจริง)  (“What”  เป็นกรรมของกริยา  “Say”)

  • What do you like about the movie?

(คุณชอบอะไรบ้างเกี่ยวกับหนังเรื่องนั้น)  (“What”  เป็นกรรมของกริยา  “Like”)

  • What does she give you when you ask for her help?

(เธอให้อะไรคุณ  เมื่อคุณขอความช่วยเหลือจากเธอ)  (“What”  เป็นกรรมของกริยา  “Give”)

                                    แต่ในกรณีเป็นเหตุการณ์อนาคต  ใช้  “Will, Shall”   ในการสร้างประโยคคำถาม  เช่น

  • What will you do if you lose your job?

(คุณจะทำอย่างไร  ถ้าคุณตกงาน)

  • What will she buy when she goes shopping?

(เธอจะซื้ออะไร  เมื่อเธอไปจ่ายตลาด)

 

6. The work of painters in the United States during the early twentieth century is noted for _____ as well as telling stories.

(งานของช่างเขียนภาพ (จิตรกร) ในสหรัฐฯ  ในระหว่างต้นศตวรรษที่  ๒๐  มีชื่อเสียงในด้าน _____ เช่นเดียวกับการเล่าเรื่องราวต่างๆ)

(a) it is representing of images

(b) which images representing

(c) the images representing

(d) representing images    {การเป็นตัวแทนภาพถ่าย (หรือจินตนาการ)}

ตอบ   –   ข้อ   (d)   เนื่องจากหลัง  “Preposition”  (For)  ต้องตามด้วย  “Gerund”  (Verb + ing)  ซึ่งจะมีรูปที่สมดุล  หรือ  คู่ขนาน  (Parallel)  กับ  “Telling stories

 

7. Charles Lindbergh told reporters ________ never been deterred from attempting to cross the Atlantic alone even though others had failed.

(ชาร์ลส์ ลินเบิร์ก  บอกผู้สื่อข่าว ___________ ไม่เคยถูกสะกัดกั้นจากความพยายามที่จะบินข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกตามลำพัง  แม้ว่าคนอื่นๆ ได้ล้มเหลวมาแล้ว)

(a) that he had it

(b) that he had    (ว่าเขา)

(c) had it

(d) his having

ตอบ   –   ข้อ   (b)   เนื่องจากเป็นประธาน  (He)  และกริยา  {Had (never) been deterred}  ของอนุประโยค  ซึ่งอยู่ในรูป  “Past perfect tense ที่เป็น  “Passive voice”  (Had + Been + Verb 3)  เนื่องจากประธานของอนุประโยคเป็นผู้ถูกกระทำ  กล่าวคือ  “เขา (ไม่เคย) ถูกสะกัดกั้น”    ทั้งนี้  “That”  จะมีหรือไม่ก็ได้

 

8. Only recently ____________ possible to separate the components of fragrant substances and to determine their chemical composition.

(เพิ่งเร็วๆ มานี้เองที่ ________ เป็นไปได้ที่จะแยกองค์ประกอบของสารที่หอม  และกำหนดส่วนประกอบทางเคมีของมัน)

(a) it becomes

(b) it has become

(c) has it become    (มันได้)

(d) which becomes

ตอบ   –   ข้อ   (c)   เนื่องจากเป็นไปตามโครงสร้าง  “Only recently + Verb (พิเศษ) + Subject + Verb (แท้) + ส่วนขยาย  ซึ่งโครงสร้างในประโยคข้างบน  ผกผันมาจากโครงสร้างธรรมดา  คือ  “It has only recently become possible to ……...…….”  แต่เมื่อนำ  “Only recently”  มาขึ้นต้นประโยค  เพื่อต้องการเน้นย้ำว่า  “เพิ่งเร็วๆ มานี้เอง”   จึงต้องเปลี่ยนโครงสร้างเป็นดังข้างบน  ดูเพิ่มเติมการใช้โครง สร้างประโยคใน  ข้อ    จากตัวอย่างข้างล่าง   

                                                   ตัวอย่างที่

  •  ________ was the Panama Canal an engineering triumph, it quickly proved a financial success as well.

(_________ คลองปานามาจะเป็นชัยชนะทางด้านวิศวกรรม  มันได้พิสูจน์อย่างรวดเร็วว่า  เป็นความสำเร็จทางการเงินด้วยเช่นกัน)

(a) Only    (เพียง..........................เท่านั้น)   

(b) Not only    (ไม่เพียงแต่ ................(คลองปานามา.............วิศวกรรม).................. เท่านั้น)

(c) It

(d) Neither    (ไม่ทั้ง  ๒  คนหรือสิ่ง)

ตอบ   -   ข้อ   (b)   ใช้โครงสร้างแบบนี้เนื่องจากต้องการเน้นย้ำคำว่า  “Not only”  (ไม่เพียงแต่....................เท่านั้น)  หรืออาจตอบ  “Not only was the….......…… triumph, but it also quickly proved a financial success”   โดยมาจากโครงสร้างปกติ  คือ  “The Panama Canal was not only an engineering triumph, but it also quickly proved a financial success.”  ก็ได้

                                                     ตัวอย่างที่

  • Hardly ____________________________________ speaking when the door opened.

(ยังไม่ทันที่ _________ การพูด  เมื่อประตูเปิดออก)  (หมายถึง  ผมพูดยังไม่ทันจบ  เมื่อประตูเปิดออก)

(a) I finished

(b) I had finished

(c) would I finish

(d) had I finished    (ผมได้เสร็จ)

ตอบ   -   ข้อ  (d)   ตามโครงสร้าง  “Hardly (Never, Scarcely) + Verb (พิเศษ) + Subject + Verb (แท้)”  ดูเพิ่มเติมโครงสร้างแบบนี้จากประโยคข้างล่าง

                                                       ตัวอย่างที่ 

  • Seldom _____________________________________________________________.

(____________________________ ไม่ใคร่จะ ____________________________)

(a) he arrives on time

(b) arrives he on time

(c) does he arrive on time    (เขา  ...................(ไม่ใคร่จะ)...................  มาถึงตรงเวลา)

(d) arrive does he on time

ตอบ   -   ข้อ    (c)   เนื่องจากเป็นการใช้โครงสร้างแบบต้องการเน้นคำว่า  “Seldom” (ไม่ใคร่จะ)  (โครงสร้างปกติ  คือ   “He seldom arrives on time.”)  จึงต้องเรียงประโยคดังนี้   คือ

  • Seldom + Verb (พิเศษ) + Subject + Verb (แท้) + ส่วนขยาย  
  • Seldom did I receive news from her.

(= I seldom received news from her.)

(ผมแทบจะไม่ได้รับข่าวจากเธอเลย)

  • Seldom does he talk to her.

(= He seldom talks to her.)

(เขาไม่ใคร่จะพูดคุยกับเธอ)

                                                    ตัวอย่างที่ 

  • My mother doesn’t drink coffee.  ___________________________ does she drink tea.

(แม่ของผมไม่ดื่มกาแฟ  และเธอก็ ___________________________ ดื่มชาด้วยเช่นกัน) 

(a) Not

(b) So

(c) Whether

(d) Neither    (ไม่  .....................................  เช่นกัน)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เป็นไปตามโครงสร้าง  “Neither (Nor) + Verb (พิเศษ) + Subject + Verb (แท้)

                                                         ตัวอย่างที่ 

  • Traveling by air is not cheap.  Neither ____________________________________.

(การเดินทางโดยทางอากาศมิได้ราคาถูก ___________________________________

(a) it is enjoyable

(b) enjoyable it is

(c) is it enjoyable   (มันมิได้สนุกสนานเช่นเดียวกัน  -  Neither is it enjoyable.)  

(d) enjoyable is it

ตอบ   -   ข้อ  (c)   “Neither + Verb to be + Subject + Adjective”   หรือ  “Neither + Verb (พิเศษ) + Subject + Verb (แท้)

                                                       ตัวอย่างที่  

  • Never before in my life _______________________ with such a wonderful welcome.  

(ไม่เคยมาก่อนเลยในชีวิตของผมที่ ____________________ กับการต้อนรับที่วิเศษเช่นนั้น)

(a) I have met

(b) I meet

(c) have I met   (ผมได้พบ)

(d) I met

ตอบ   -   ข้อ  (c)

                                                      ตัวอย่างที่  

  • Not only _________________________________________, but he also took his wife.

(ไม่เพียงแต่  __________________ เท่านั้น  แต่เขายังพาภรรยาไปด้วย)  (=  เขาไม่เพียงแต่ไปเท่านั้น  แต่เขายัง ....................................)

(a) he went

(b) did he go    (เขาไป)

(c) had he gone

(d) went he

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากเป็นไปตามโครงสร้าง  “Not only + Verb (พิเศษ) + Subject + Verb (แท้)”  เช่น  “Not only did she go…................”  “Not only have they seen…….........…”  “Not only will we play…….........….”  สำหรับ  “Not only” (ไม่เพียงแต่.....................เท่านั้น)   และกลุ่มคำที่ทำหน้าที่เป็นกริยาวิเศษณ์  ที่โดยปกติวางไว้ข้างในประโยค   อาจจะเอามาวางไว้หน้าประโยค  เพื่อแสดงการเน้นคำนั้นๆ   คำเหล่านี้ส่วนใหญ่มีความหมายปฏิเสธ  เช่น  “Never (ไม่เคยเลย), Hardly  (แทบจะไม่, ไม่ใคร่จะ), Seldom  (แทบจะไม่,  ไม่ใคร่จะ),  Never before  (ไม่เคยมาก่อนเลย), Never in my life   (ไม่เคยเลยในชีวิต),  No sooner,  In vain   (ล้มเหลว, ไม่สำเร็จ),  Not often, Not only  (ไม่เพียงแต่),  Not even once  (ไม่แม้แต่ครั้งเดียว),  Not until   (ไม่จนกระทั่ง)  อย่างไรก็ตาม  จะต้องเรียงรูปประโยคใหม่  ดังนี้ คือ   {Not only (neither, never, no sooner (ในทันทีที่), hardly, never in my life, not until, etc.) + helping verb  (has, have, had, is, are, was, were, will, would, shall, should, can, could, may, might must, etc.) + subject + verb (แท้)}  เช่น

  • Never before has she seen such a beautiful place.

(ไม่เคยมาก่อนเลยที่เธอได้เคยเห็นสถานที่ที่สวยงามเช่นนั้น – เน้นตรงคำว่า  “ไม่เคยมาก่อนเลย”)

(= She has never before seen such a beautiful place.)

(= She has never seen such a beautiful place before.)

  • No sooner had he left than she arrived.

(ในทันทีที่เขาจากไป  เธอก็มาถึง  –  เน้นตรงคำว่า  “ในทันทีที่”)

(= He had no sooner left than she arrived.)

  • Hardly have I met my old college friends.

(ผมแทบจะไม่ได้เจอเพื่อนเก่าตอนเรียนมหาวิทยาลัยเลย  –  เน้นตรงคำว่า  “แทบจะไม่”)

(= I have hardly met my old college friends.)

                                          ทั้งนี้  สามารถสรุปโครงสร้างประโยคที่มีการเน้นแบบนี้  คือ

  • Never before (Never) + have + I + seen + such a beautiful place.  

(ไม่เคยมาก่อนเลย  ที่ผมได้เห็นสถานที่สวยงามเช่นนั้น)

  • Hardly (Seldom) + has + she + met + her old college friends.

(เธอแทบจะไม่ได้เจอเพื่อนเก่าตอนเรียนมหาวิทยาลัยเลย)

  • Never + กริยาพิเศษ  + Subject  + กริยาแท้  + ส่วนขยาย
  • Never has he seen his father since he divorced his mother.

(เขาไม่เคยได้พบพ่อเลย  ตั้งแต่ที่พ่อหย่าร้างกับแม่)

 

9. I need to get ____________________________________________________________.

(ผมต้องการ _______________________________________________________)

(a) polishing my shoes

(b) my shoes polishing

(c) my shoes polished    (ขัดรองเท้าของผม)  (คือ ให้คนอื่นขัดให้)

(d) polished my shoes

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากอยู่ในรูป  “Causative use”   ที่เป็น  “Passive voice”  คือ  “ใครใช้ให้อะไรถูกทำ (โดยใคร)”  {Subject + Get (Have) + Something + Done (Verb 3) + (By someone)}  ซึ่งในประโยคข้างบน  คือ  “I (need to) + get (have) + my shoes + polished”  (ผมต้องการให้รองเท้าถูกขัด  -  โดยผู้อื่น)  แต่ในภาษาไทย  นิยมพูดว่า  “ผมต้องการขัดรองเท้า”  แต่ในกรณีที่เป็น  “Active voice”  (ใครใช้ให้คนอื่นทำอะไร)  จะใช้ว่า  {Subject + Get + Someone + To do + Something}  หรือ  {Subject + Have + Someone + Do + Something}  เช่น

  • I get John to wash my car.

(= I have John wash my car.)

(ผมใช้ให้จอห์นขัดรถให้ผม)

  • She got her servant to clean her room.

(= She had her servant clean her room.)

(เธอใช้ให้คนรับใช้ทำความสะอาดห้อง)

  • We’ll get the garage man to fix our car tomorrow.

(= We’ll have the garage man fix our car tomorrow.)

(เราจะใช้ให้ช่างซ่อมรถของเราวันพรุ่งนี้)

 

10. He says he ______________________________________________ come if he was free.

(เขาพูด (ว่า) เขา ______________________________________ มา  ถ้าเขามีเวลาว่าง)

(a) would    (จะ)

(b) will

(c) must

(d) need

ตอบ   -   ข้อ   (a)   เนื่องจากเป็น  “If clause”  แบบที่    หรือ  “Present unreal”  (เกิดได้ยาก  หรือไม่เป็นจริง  ในปัจจุบัน)  ในกรณีของประโยคข้างบน  ถือเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ยากในปัจจุบัน  (แม้จะมีรูปเป็นอดีตก็ตาม)  คือ  เขาจะมา (ในปัจจุ บัน)  ถ้าเขามีเวลาว่าง  แต่จริงๆ แล้ว  ผู้พูดเชื่อว่า  “ตัวเขาเองคงจะไม่มา  เพราะเขาคงไม่มีเวลาว่าง”  (คือ  โอกาสที่จะมามีน้อย)  ดูเพิ่มเติม  “If clause”  แบบที่   จากประโยคข้างล่าง

                                                   ตัวอย่างที่ 

  • Mother could have more time for rest if the family ____________ a washing machine.

(แม่สามารถมีเวลาพักผ่อนมากขึ้น  ถ้าครอบครัว ______________________ เครื่องซักผ้า)

(a) has

(b) had    (มี)

(c) has had

(d) would have

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากเป็น  “If clause”  แบบที่    หรือ  “Present unreal”  (เกิดได้ยาก  หรือ  ไม่เป็นจริง  ในปัจจุบัน)   คือ  เป็นการกล่าวถึงเงื่อนไขของเหตุการณ์ในปัจจุบัน  ซึ่งเกิดขึ้นได้ยาก  หรือไม่เกิดขึ้นจริง  (เช่น  ถ้าเขาเป็นนก................, ถ้าเธอเป็นราชินี.................., ถ้าพวกเขาเป็นเศรษฐี...................  ซึ่งทั้งหมดไม่เกิดขึ้นจริง)  ในกรณีของประโยคข้างบน  ถือเป็นเหตุการณ์ที่เกิดได้ยากในปัจจุบัน  {โอกาสที่จะเกิดขึ้นมีน้อย  อย่างไรก็ตาม  ถ้าเหตุการณ์ในประโยคย่อย  (If clause)  เกิดขึ้นจริง   เหตุการณ์ในประ โยคใหญ่  (Main clause)  ก็จะเกิดขึ้นตามไปด้วย}  เนื่องจากเหตุการณ์ที่เป็นจริงในขณะนี้  คือ  แม่มีเวลาพักผ่อนน้อย  เพราะครอบครัวไม่มีเครื่องซักผ้า  ทั้งนี้  โครงสร้างของประโยค  “If clause”  แบบที่    คือ  ในประโยคใหญ่  (Main clause)  ประ กอบด้วย  “Subject + Would (Should, Could, Might) + Verb 1”   ส่วนในประโยคย่อย  (If clause)  ประกอบด้วย  “If + Subject + Verb 2”  จึงต้องตอบข้อ  (b)  “Had

                                                     ตัวอย่างที่ 

  • Provided Jimmy ______________ time and money, he would travel around the world.

(ถ้าจิมมี่ ________________________________ เวลาและเงิน  เขาจะเดินทางรอบโลก)

(a) had had

(b) would have

(c) had    (มี)

(d) would have had

ตอบ   -    ข้อ   (c)   “Provided Jimmy  =  If Jimmy”  จึงเป็น  “If clause”  แบบที่    (Present unreal)   คือ  เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ยาก  (หรือไม่เป็นจริง)  ในปัจจุบัน  เนื่องจาก  เหตุการณ์ที่เป็นจริงในขณะนี้  คือ   “จิมมี่ไม่มีเวลาและเงิน  เขาจึงมิได้เดินทางรอบโลก”  (ดังนั้น  เหตุการณ์ที่จิมมี่จะเดินทางรอบโลกคงเกิดได้ยาก  เนื่อง จากเขาไม่มีเวลาและเงิน  ในปัจจุบัน)  (แต่ถ้ามี ฯ  ก็จะเดินทาง ฯ  แต่คงเป็นไปได้ยาก)  ทั้งนี้  ใน  “If clause”  ใช้  “Provided (If) + Subject + Verb 2”  ในกรณีของประโยคข้างบน  คือ  “Had” (Verb 2)

 

11. How many people ______________________________________________ to the party?

(__________________________________________________ คนกี่คนมาที่งานเลี้ยง)

(a) you will invite

(b) you have invited

(c) will you invite    (คุณจะเชิญ)

(d) you invite

 

12. A person with a good education is _________ happier than a person with a poor education.

(บุคคลที่มีการศึกษาดี __________________ มีความสุขมากกว่าบุคคลที่มีการศึกษาต่ำต้อย)

(a) likely to be more

(b) likely to be    (เป็นไปได้ว่า, น่าจะเป็นไปได้ว่า, เหมาะสม, สมควร)

(c) as likely as    (เป็นไปได้เท่าๆกัน, เหมาะสมพอๆกัน)

(d) as likely

ตอบ   –   ข้อ   (b)   เนื่องจาก   “Likely + To + Verb 1

 

13. What is wrong ___________________________________________________ your car?

(มีอะไรผิดปกติ ___________________________________________ รถของคุณหรือ)

(a) to

(b) of

(c) with    (กับ)

(d) in

ตอบ    –    ข้อ   (c)   สำหรับวลีที่ใช้   “With”  ดูจากพารากราฟข้างล่าง

                          คุณศัพท์  (Adjective)  ที่ใช้กับ  “With”  ได้แก่  “pleased”  (ยินดี, พอใจ)  -  “She is pleased with her new workplace.”  (เธอพอใจ-ยินดีกับที่ทำงานแห่งใหม่),  “popular”  (เป็นที่นิยม) – “Holiday camps are popular with married couples with young children.”  (ค่ายพักแรมวันหยุดเป็นที่นิ ยมสำหรับคู่สามีภรรยาที่มีลูกเล็กๆ),  “satisfied”  (พอใจ)  -  “The company is satisfied with its employees’ performance.”  (บริษัทพึงพอใจกับการทำงานของพนักงาน),  “angry”  (โกรธ),  “busy”  (มีงานยุ่ง)  -  “She is busy preparing for her exam.”  (เธอยุ่งอยู่กับการเตรียมตัวสอบ),  “familiar”  (คุ้นเคย)  -  “He is not familiar with his new neighbors.”  (เขาไม่คุ้นเคยกับเพื่อนบ้านใหม่),  “patient”  (อดทน)  -  “His parents are very patient with him.”  (พ่อแม่ของเขามีความอดทนกับเขามาก),  “friendly”  (เป็นมิตร)  -  “She is friendly with everyone she meets.”  (เธอเป็นมิตรกับทุกคนที่เธอพบเจอ),  “careful”  (ระมัดระวัง),  “content”  (พอใจ),  “identical”  (เหมือนกัน),  “annoyed”  (ขุ่นเคือง  -  เหตุการณ์, การกระทำ) (ถ้าขุ่นเคืองคน  ใช้  “At”)  -  “I was annoyed with his statement.”  (ผมขุ่นเคือง (โกรธ) คำพูดของเขา),  เป็นต้น

                         กริยา (Verb) ที่ใช้กับ  “With”  ได้แก่   “charge”  (ฟ้องร้อง, ดำ เนินคดี),  compare  (เปรียบเทียบ)  -  “Compare this car with that one.”  (จงเปรียบเทียบรถยนต์คันนี้กับคันนั้น),  compete  (แข่งขัน),  “agree”  (ตกลง, เห็นพ้อง)  -  “I agree with you on this point.”  (ผมเห็นด้วยกับคุณในประเด็นนี้),  “disagree”  (ไม่เห็นด้วย),  “acquaint”  (ทำให้คุ้นเคย หรือเคยชิน)  -  You should acquaint yourself with your new job.”  (คุณควรทำตัวเองให้คุ้นเคยกับงานใหม่ของคุณ),  “begin”  (เริ่มต้น)  -  “I will begin my reading with the first chapter.”  (ผมจะเริ่มต้นการอ่านด้วยบทแรก),  “interfere”  (แทรก แซง, เข้าไปยุ่งเกี่ยว)  -  “We should not interfere with other people’s business.”  (เราไม่ควรไปยุ่งเกี่ยวกับธุระของคนอื่น),  “quarrel”  (ทะเลาะ, วิวาท)  -  “Some people often quarrel with their neighbors.”  (คนบางคนทะเลาะกับเพื่อนบ้านบ่อยๆ),  “argue”  (โต้แย้ง, โต้เถียง),  “help”  (ช่วยเหลือ),  “supply”  (จัดหาให้),  “cooperate”  (ร่วมมือ)  -  “The suspect did not cooperate with the police.  (ผู้ต้องหาไม่ยอมร่วมมือกับตำรวจ),  “deal”  (เกี่ยว ข้อง, รับมือ)  -  “I don’t want to deal with that man.”  (ผมไม่ต้องการติดต่อ-เกี่ยวข้องกับเจ้าหมอนั่น),  “contrast”  (ขัดแย้ง, ตรงข้าม, แตกต่างกันอย่างมาก)  -  “This type of machine contrasts sharply with that one.”  (เครื่องจักรชนิดนี้แตกต่างอย่างมากกับชนิดนั้น),  เป็นต้น

 

14. Very few people live ________________________________________ the age of ninety.

(น้อยคนนักที่มีชีวิต __________________________________________ อายุ  ๙๐  ปี)

(a) at

(b) in

(c) to    (ถึง)

(d) after

ตอบ    –    ข้อ   (c)  “Live to  =  มีอายุถึง  ส่วน   “Die at  =  ตายเมื่ออายุ  เช่น   “He died at the age of sixty.”   (เขาตายเมื่ออายุ  ๖๐  ปี)  สำหรับวลีที่ใช้กับ   “To”  ดูจากพารากราฟข้างล่าง

                          สำหรับคำคุณศัพท์  (Adjective)  ที่ใช้กับ  “To”   ได้แก่   kind (กรุณา, ใจดี)  -  He is very kind to me.  (เขากรุณาต่อผมมาก),  “new”  (It is new to me.  –  มัน (เป็นเรื่อง) ใหม่สำหรับผม), close  (ใกล้ชิดกับ),  cruel  (โหด ร้ายกับ),  hostile  (มุ่งร้าย หรือเป็นปฏิปักษ์กับ),  obvious  (ชัดเจนแก่),  obedient  (เชื่อฟังต่อ),  peculiar  (แปลกประหลาดแก่, เฉพาะกับ),  equal  (เท่ากันกับ),  grateful  (ขอบคุณ, เป็นหนี้บุญคุณ)  -  I’m very grateful to your kind assistance.  (ผมขอบคุณอย่างมากต่อความช่วยเหลือของคุณ),  harmful  (เป็นอัน ตรายต่อ),  kind  (กรุณาต่อ),  dear  (เป็นที่รักแก่),  faithful  (ศรัทธาต่อ),  junior  (อาวุโสน้อยกว่า),  senior  (อาวุโสมากกว่า)  -  He is senior to me in the army.  (เขาอาวุโสกว่าผมในกองทัพ  -  คือมียศสูงกว่า),  inferior  (ด้อยกว่า, เลวกว่า, แย่กว่า),  superior  (ดีกว่า, เหนือกว่า),  polite  (สุภาพต่อ)  -  He is polite to everyone he meets.  (เขาสุภาพกับทุกคนที่เขาเจอะเจอ),  familiar  (คุ้นเคยกับ)  -  Most people at the party were familiar to me.  (คนส่วนใหญ่ที่งานเลี้ยงคุ้นเคยกับผม,  useful  (เป็นประโยชน์กับ),  similar  (คล้ายกับ),  rude  (หยาบคายกับ),  previous  (ก่อน),  used  (เคย),  accustomed  (คุ้นเคย, เคยชิน)  -  They are accustomed to hot weather.  (พวกเขาคุ้นเคยกับอากาศร้อน),  clear  (ชัดเจนกับ),  essential  (จำเป็นกับ),  necessary  (จำเป็นต่อ),  good  (ปฏิบัติดีต่อ),  identical  (เหมือนกับ)  -  The material is almost identical to limestone.  (วัตถุชิ้นนั้นเกือบจะเหมือนกันเป๊ะกับหินปูน),  satisfactory (เป็นที่พอ ใจของ),  important  (สำคัญต่อ),  significant  (สำคัญต่อ),  equivalent  (เท่ากับ, เสมือนกับ),  loyal  (จงรักภักดีต่อ)   เป็นต้น

                          สำหรับคำกริยา  (Verb)  ที่ใช้กับ  “To”  ได้แก่   “happen”  (เกิด ขึ้น)  -  The accident happened to his family a long time ago.  (อุบัติเหตุเกิดขึ้นกับครอบครัวของเขานานมาแล้ว),  occur  (เกิดขึ้น),  resort  (หันไปใช้)  -  You must never resort to violence.  (คุณจะต้องไม่หันไปใช้ความรุนแรง),  compare  (เปรียบเทียบว่าเหมือนกับ)-  Some people compare sleep to death.  (บางคนเปรียบเทียบการนอนหลับว่าเหมือนกับความตาย),  belong  (เป็นของ)  -  That car belongs to me.  (รถยนต์คันนั้นเป็นของผม),  attend  (เอาใจใส่)  -  You should attend to your teacher’s advice.  (คุณควรเอาใจใส่คำ แนะนำของอาจารย์),  see to it  (ดูแลในเรื่อง, จัดการในเรื่อง)  -  I will see to it that you get what you want.  (ผมจะดูแลให้ว่า  คุณได้ทุกอย่างที่คุณต้องการ),  consent  (ยินยอมต่อ)  -  He consented to postponement of the trip.  (เขายินยอมกับการเลื่อนการเดินทางออกไป),  attribute  (มีสาเหตุมาจาก)   -  He attributed the worsening situation to increased conflicts between the government and the people.  (เขาคิดว่าสถานการณ์ที่แย่ลง  มีสาเหตุมาจากความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลและประชาชน),  apply  (สมัคร, ขอ),  reply  (ตอบ),  appeal  (อุทธรณ์, ชวนให้เกิดความสนใจ หรือ หลงใหล),  confine  (จำกัดอยู่ใน),  turn  (หันไปหา, หันไปใช้),  amount  (รวมเป็นจำนวน),  surrender  (ยอมจำนนต่อ),  listen  (ฟัง),  recommend  (แนะนำว่าดี),  devote  (อุทิศแก่),  accustom  (ทำให้คุ้นเคยกับ),  object  (คัดค้าน, ไม่เห็นด้วยกับ),  succumb  (พ่ายแพ้ต่อ, ยอมจำนนกับ)  -  He finally succumbed to injury.  (เขาในที่สุดพ่ายแพ้ต่อการบาด เจ็บ  -  คือตาย),  complain  (บ่น หรือ ร้องเรียนกับ)  They complained to me about the noise.  (เขาร้องเรียนกับผมเกี่ยวกับเรื่องเสียงดัง),  suggest  (แนะนำกับ)   -  I suggested to him that he should work harder.  (ผมแนะนำกับเขาว่า  เขาควรขยันมากขึ้น),  respond  (ตอบสนองต่อ)   - The government should quickly respond to its people’s demand.  (รัฐบาลควรตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนอย่างรวดเร็ว),  look forward to  (ตั้งหน้าตั้งตารอคอย),  refer  (อ้างถึง, แนะนำให้ไปหา),  yield  (จำนน หรือพ่ายแพ้ต่อ),  introduce  (แนะนำให้รู้จักกับ),  reduce  (ลดลงจนต้อง),  be used to  (คุ้นเคยหรือเคยชินกับ),  get used to  (คุ้นเคยหรือเคยชินกับ),  be accustomed to  (คุ้นเคยหรือเคยชินกับ),  get accustomed to  (คุ้นเคยหรือเคยชินกับ),   เป็นต้น

 

15. He should try _______________________________ his best to make his family proud.

(เขาควรจะพยายาม __________________________ ดีที่สุด  เพื่อให้ครอบครัวภาคภูมิใจ)

(a) to make

(b) to work

(c) to show

(d) to do    (ทำ)

ตอบ   –   ข้อ   (d)  “Do one’s best”  =  “ทำดีที่สุด”  และหลังกริยา  “Try”  ต้องตามด้วย   “Infinitive with to” (To + Verb 1)  สำหรับกลุ่มคำกริยาที่ต้องตามด้วย  “Infinitive with to”  (To + Verb 1)   ได้แก่  promise (สัญญา), offer (เสนอ), want (ต้องการ), hope (หวัง), plan (วางแผน), hesitate (รีรอ, ลังเลใจ), fail (ล้มเหลว), learn (เรียนรู้), expect (คาดหวัง), refuse (ปฏิเสธ), need (ต้องการ), dare (กล้า), claim (อ้าง), agree (ตกลง), demand (เรียกร้อง), wish (ปรารถนา), intend (ตั้งใจ), seem (ดูเหมือนว่า), resolve (ตกลงใจ), determine (ตัดสินใจ), decide (ตัดสินใจ), pretend (แสร้งทำ), afford (มีฐานะพอ, สามารถหามาได้), happen (บังเอิญ), appear (ดูเหมือนว่า), prove (พิสูจน์ว่า), ask (ขอร้อง), beg (ขอร้อง), choose (เลือก), manage (ประสบความสำเร็จ), hurry (เร่งรีบ), tend (มักจะชอบ), arrange (จัดแจง, เตรียมการ), care (สนใจ), come (มา),  ดังตัวอย่างประโยคข้างล่าง

  • They want to take a rest.

(พวกเขาต้องการพักผ่อน)

  • She expects to arrive there in time.

(เธอคาดหวังว่าจะไปถึงที่นั่นทันเวลา)

  • He pretended not to see me.

(เขาแสร้งทำเป็นไม่เห็นผม)

  • We decided to buy a new home.

(เราตัดสินใจซื้อบ้านใหม่)

  • He came to see me late at night.

(เขามาพบผมเวลากลางคืนตอนดึก)

  • We must learn to work hard and to save money.

(เราจะต้องเรียนรู้เรื่องการทำงานหนักและออมเงิน)

  • She refused to go out with him.

(เธอปฏิเสธที่จะออกไปข้างนอกกับเขา)

  • She affords to buy an expensive car.

(เธอมีฐานะพอที่จะซื้อรถยนต์ราคาแพง)

  • They agreed to take a vacation this summer.

(พวกเขาตกลงที่จะเดินทางวันหยุดพักผ่อนหน้าร้อนนี้)

  • We wish to graduate in a few months and to get a job.

(เราปรารถนาที่จะเรียนจบในอีก ๒ – ๓ เดือนข้างหน้าและได้งานทำ)

  • He asked to play a role in the school play.

(เขาขอร้องที่จะแสดงในบทในละครของโรงเรียน)

  • They promised to come and they did come.

(พวกเขาสัญญาว่าจะมา และก็มาจริงๆ)

  • The team failed to win a place in the finals.

(ทีมนั้นไม่สามารถที่จะได้เข้ารอบสุดท้าย)

  • They hoped to meet their parents after separating with them for years.

(พวกเขาหวังจะได้พบกับพ่อแม่หลังจากแยกกับพ่อแม่เป็นเวลาหลายปี)

  • Did you manage to get anything to eat before you came?

(คุณประสบความสำเร็จ (สามารถ) หาอะไรกินก่อนมาที่นี่หรือเปล่า)

                                   สำหรับวลีที่ใช้   “Do”  และ  “Make”  ได้แก่

                                                      Do         

         - do one’s best (do his/her best) (ทำดีที่สุด)

        - do one’s duty (ทำหน้าที่ของตน)

        - do good (ทำดี)

        - do bad (ทำชั่ว)

        - do harm (ทำอันตราย)

        - do someone a favor (ช่วยเหลือคนอื่น)

        - do someone good (ทำให้รู้สึกดีขึ้น, ทำประโยชน์ให้)

        - do the right (wrong) thing (ทำในสิ่งที่ถูก-ผิด)

        - do duty (ทำหน้าที่)

        - do work (ทำงาน)

        - do things (ทำสิ่งต่างๆ)

        - do a lot of reading (อ่านหนังสือเยอะแยะ)

        - do your teeth (แปรงฟันของคุณ)

        - do the flowers (จัดดอกไม้)

        - do the cleaning (ทำความสะอาด)

        - do the washing up (ซักผ้า-ล้างจาน)

        - do the cooking (ปรุงอาหาร)

        - do nothing (ไม่ทำอะไร)

        - do something about a problem (ลงมือทำเพื่อพยายามแก้ปัญหา)

        - do something about immigration (แก้ปัญหาการอพยพ)

        - do all we can (ทำทุกอย่างที่เราสามารถทำได้)

        - There’s nothing I can do about it.

  (ไม่มีสิ่งใดที่ผมสามารถทำได้เกี่ยวกับมัน – คือ  ช่วยอะไรไม่ได้)

        - That hat does nothing for you.  (หมวกใบนั้นไม่เหมาะกับคุณ)

        - I wonder what his father does. (ผมสงสัยว่าพ่อเขาทำงานอะไร)

        - He didn’t do very well in his exam.

(เขาไม่ประสบความสำเร็จมากนักในการสอบ)

        - Do you do train bookings to London?

  (คุณให้บริการจองตั๋วรถไฟไปลอนดอนหรือเปล่า)

        - PWA does tap water for the public.

(กปภ. ให้บริการน้ำประปาแก่ประชาชน)

        - do a subject  (ศึกษาวิชาที่โรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย)

        -  He can do 120 miles per hour in that car.  (เขาสามารถทำเวลาได้ ๑๒๐ ไมล์ต่อชั่วโมงในรถคันนั้น)

         - This pen will do.  (ปากกาด้ามนี้ก็ใช้ได้แล้ว – เพียงพอแล้ว)

        - Two thousand dollars will do me very well.

 (เงิน ๒,๐๐๐ เหรียญพอเพียงกับความต้องการของผมเป็นอย่างดี)

         - What did you do with the keys?

 (คุณเอากุญแจไปเก็บไว้ที่ไหน)

        - What did you do with that Baht 500 I gave you?

(คุณเอาเงิน ๕๐๐ บาทที่ผมให้ไปทำอะไร)

         - What can I do for you?  (ผมจะช่วยอะไรคุณได้บ้าง)

        - How are you doing?  (คุณสบายดีหรือครับ)

        - How do you do”  (ใช้พูดทักทายเมื่อตอนพบกัน  อีกฝ่ายหนึ่งก็จะตอบว่า  “How do you do?” เช่นเดียวกัน)

        - This book has (หรือ is) to do with married life.

(หนังสือเล่มนี้เกี่ยวกับชีวิตการแต่งงาน)

       - Easier said than done.  (พูดง่ายกว่าทำ – เป็นสุภาษิต)

       - make do  (อยู่แบบถูไถ หรือ ใช้ – เงิน, สิ่งของ – เท่าที่มีไปพลางๆ ก่อน หรือแก้ขัดไปก่อน)

(I have only Baht 100.  It is not much but I have to make do with it.)  (ผมมีเงินแค่  ๑๐๐  เดียว  มันไม่มาก แต่ผมก็ต้องถูไถไปกับเงินจำนวนนี้)

(He had no hammer to use with the nails but he could make do with this stone.)

(เขาไม่มีค้อนที่จะใช้ตีตะปู  แต่เขาสามารถใช้หินก้อนนี้ (ตอก) แทนค้อนแก้ขัดไปก่อน)

        - dos and don’ts (สิ่งที่ต้องทำและห้ามทำ)

(There are plenty of dos and don’ts in this contract.

(มีสิ่งที่ต้องทำและห้ามทำมากมายในสัญญานี้)

       - do homework (housework) (ทำการบ้าน-งานบ้าน)

       - do crossword puzzles (ทำปริศนาอักษรไขว้)

       - do the exercise (ออกกำลัง)

       - do the bedroom (จัดห้องนอน)

       - do away with (กำจัด, ทำลาย)

        -  do the shopping (ไปซื้อของ-ช้อปปิ้ง)

        -  do business (ทำธุรกิจ)

        - have something to do with (มีส่วนเกี่ยวข้องกับ)

        - have nothing to do with (ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ)

                                             Make

  • make a mistake  (ทำผิด)
  • make a noise  (ทำเสียงดัง)
  • make a speech  (กล่าวสุนทรพจน์)
  • make a hole  (เจาะรู)
  • make beds  (สร้างเตียง)
  • make the beds  (จัดเตียง, ปูเตียง)
  • be made of gold  (ทำด้วยทอง) (สามารถเห็นทองในสภาพเดิม)
  • be made from wheat  (ทำมาจากข้าวสาลี) (แปรสภาพมาแล้ว ดูไม่ออกว่ามาจากข้าวสาลี  เพราะกลายเป็นขนมปังแล้ว)
  • a car (which was) made in China  (รถผลิตในญี่ปุ่น)
  • a Japanese-made car  (รถผลิตในญี่ปุ่น)
  • make a choice  (เลือก)
  • make a discovery  (ค้นพบ)
  • make a statement  (พูด, กล่าว)
  • make a decision   (ตัดสินใจ)
  • make a suggestion  (แนะนำ)
  • make an announcement  (ประกาศ)
  • make up  (กุเรื่อง, แต่งหน้า)
  • make up for  (ชดเชย)
  • make out  (เข้าใจ)
  • make you a good secretary  (เป็นเลขาฯที่ดีของคุณ)
  • make a good doctor  (เป็นหมอที่ดี)
  • sixty minutes make an hour  (๖๐ นาทีเป็น ๑ ชั่วโมง)
  • two and two make four  (๒ บวก ๒ เป็น ๔)
  • make a fool of oneself  (หลอกตัวเอง, ทำให้ตัวเองดูเป็นไอ้โง่)

 

16. There was a ___________________________________________ of water in the north.

(มี _____________________________________________________ น้ำในภาคเหนือ)

(a) short    (ขาดแคลน, สั้น, เตี้ย)  (เป็นคำคุณศัพท์)

(b) shortness    (ความสั้น, ความเตี้ย)

(c) shortage    (ความขาดแคลน)

(d) shortest    (สั้นหรือเตี้ยที่สุด)

 

17. The food _________________________ by my mother tastes better than anyone else’s.

(อาหารซึ่ง ____________________ โดยแม่ของผม  มีรสชาติดีกว่า (อาหาร) ของคนอื่นใด)

(a) is cooked

(b) was cooked

(c) cooking

(d) cooked    (ถูกปรุง)

ตอบ   –   ข้อ   (d)    เนื่องจากลดรูปมาจากอนุประโยค  “Which (That) is cooked by my mother

 

18. I want to be _____________________________________________________ you are.

(ผมต้องการ __________________________________________________ ที่คุณสูง)

(a) quite so tall as

(b) so tall that

(c) so tall as

(d) as tall as    (สูงเท่ากับ, สูงเท่ากัน)

ตอบ    –    ข้อ   (d)   เนื่องจาก  “As…….....……..as”  (................เหมือนกันกับ, ................เท่ากันกับ)   ใช้ได้ทั้งในประโยคบอกเล่าและปฏิเสธ  ส่วน   “So……....……as” (...................... เหมือนกันกับ, ................... เท่ากันกับ)   ใช้ในประโยคปฏิเสธพียงอย่างเดียว   (ห้ามใช้ในประ โยคบอกเล่า)   เช่น

  • He is as clever as his brother.

(เขาฉลาดเท่าๆ กับพี่ชาย)

  • She is not as (so) beautiful as her sister.

(เธอไม่สวยเท่ากับน้องสาว)

  • Jim was not as (so) hard-working as his colleagues.

(จิมไม่ขยันเท่าๆ กับเพื่อนร่วมงาน)

***** (ห้ามใช้We are so diligent as our neighbors. (ปฏิเสธ)

 (เราเพียรพยายามเท่าๆ กับเพื่อนบ้านของเรา)

  ******   (ต้องใช้)   They are as economical as we are. (บอกเล่า)

  (พวกเขาประหยัดเท่าๆ กับพวกเรา)

 

19. He won’t pass his examination _____________________________________________.

(เขาจะสอบไม่ผ่าน ____________________________________________________)

(a) if he is not enough diligent

(b) unless he is not diligent enough

(c) unless he is not enough diligent

(d) unless he is diligent enough    (ถ้าเขาไม่ขยันเพียงพอ)

ตอบ   –   ข้อ   (d)   เนื่องจาก  “Unless  =  If not”  แต่ต้องอยู่ในโครงสร้าง  “Unless + Subject + Verb  (บอกเล่า)”  ทั้งนี้  “อนุประโยคที่ตามหลัง  “Unless”  จะต้องอยู่ในรูปบอกเล่าเสมอ”  เนื่องจาก  “Unless”  มี  “Not”  ซึ่งเป็นปฏิเสธ   รวมอยู่ในคำด้วยแล้ว

 

20. There are ____________________________________________________ on the desk.

(มี ______________________________________________________ บนโต๊ะเรียน)

(a) several sheets paper

(b) several sheet of paper

(c) several sheets of paper    (กระดาษหลายแผ่น)

(d) several sheets of papers

ตอบ   –   ข้อ   (c)   เนื่องจาก  “Paper” (กระดาษ)  เป็นนามนับไม่ได้  จึงไม่สามารถใช้ในรูปพหูพจน์  หรือ  เติม  “S”  เข้าข้างท้ายได้  ดังนั้น  เวลาจะนับ  จึงต้องนับเป็น  “แผ่น”  (Sheet)  ซึ่งสามารถทำเป็นรูปพหูพจน์ได้   คือ “หลายแผ่น”  หรือ “แผ่นเดียว” (A sheet of paper)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน  เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th

 

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บ-ไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป