หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 475)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Part V: Sentence Completion   (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

 

1. Birds that can be eaten are _________________________________________________.

(นกที่สามารถกินได้  คือ _______________________________________________)

(a) lobsters    (กุ้งก้ามกราม)

(b) rabbits    (กระต่าย)

(c) fowls    (เฟาล)  (สัตว์พวกเป็ดไก่, สัตว์ปีก, เนื้อของสัตว์ดังกล่าว, นก)

(d) pseudonym    (ซู้-ดะ-นิม)  (นามแฝง, นามปากกา, ชื่อปลอม)

 

2. If Jim accomplished his plan, he put it ________________________________________.

(ถ้าจิมบรรลุผลสำเร็จในแผนของเขา,  เขา ___________________________________)

(a) out

(b) over

(c) off

(d) through   

ตอบ   -   ข้อ   (d)   “Put something through”  =  ทำได้สำเร็จ, ทำได้แล้วเสร็จ  ส่่วน  "Put out" =  "ดับไฟ"  และ  "Put off"  =  "เลื่อนเวลาออกไป"

 

3. To walk leisurely  (ลี้-เชอ-ลี่) is to ______________________________________________.

(การเดินอย่างไม่รีบร้อน (อย่างสบายๆ)  คือ การ __________________________________)

(a) wade    (ลุย, เดินลุย, ตะลุย, ลุยน้ำ, เล่นน้ำ)

(b) stroll    (เดินทอดน่อง, เดินเล่น, เดินเตร่, ร่อนเร่, พเนจร)

(c) glance    (แกลนซ)  (ชำเลืองมอง, มองผ่านๆ, มองแวบเดียว, มองผาดๆ)

(d) rush    (วิ่ง, วิ่งเข้าไป, พรวดพราด, ถลัน, รีบเร่ง, กรูกันเข้าไป)

 

4. Do you think that that party is capable of ______________________________ the country?

(คุณคิดว่าพรรคการเมืองนั้น   สามารถ ____________________________ ประเทศหรือเปล่า)

(a) government

(b) governed

(c) governing    (ปกครอง, บริหาร)

(d) govern

ตอบ   -   ข้อ   (c)   หลัง  “Preposition” (In, On, At, By, Of, Before, After, Without, etc.)  ต้องตามด้วยคำนาม หรือ  “Gerund” (Verb + ing)    ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

                                                      ตัวอย่างที่

  • She raced by in a car, with her hair __________________________________ behind.

(เธอขับรถผ่านมาด้วยความเร็ว  โดยผมของเธอ __________________________ ไปข้างหลัง)

(a) streamed

(b) streams

(c) streaming   (สะบัดพลิ้ว)

(d) stream

ตอบ  -  ข้อ   (c)   เนื่องจากอยู่หลัง  “Preposition” {“with” (her hair}  จึงต้องตามด้วย  “Gerund” (Verb + ing)

                                                      ตัวอย่างที่

  • I get tired of cleaning the house and __________________ to the market every day.  

(ผมเบื่อการทำความสะอาดบ้านและ (เบื่อ) ________________________ไปตลาดทุกวัน)

(a) ran

(b) run

(c) to run

(d) running    (การวิ่ง)

ตอบ  -   ข้อ   (d)   เนื่องจากต้องใช้ให้สมดุลกับ  “Cleaning”   โดยถือว่าตามหลัง   “Preposition” (Of)  เหมือนกันทั้ง คำ  ดูการใช้  “Gerund” (Verb + ing)  เมื่อตามหลัง  “Preposition” {ทำหน้าที่เป็นกรรมของ  “Preposition”}  จากประโยคตัวอย่างข้างล่าง

  • He is interested in collecting stamps.

(เขาสนใจกับการสะสมแสตมป์)

  • She was surprised at finding her lost ring.

(เธอประหลาดใจกับการพบแหวนที่หาย)

  • They are fond of reading.

(พวกเขาชอบการอ่าน)

  • We came here by taking a taxi.

(เรามาที่นี่โดยการนั่งรถแท็กซี่)

  • This equipment is for gardening.

(อุปกรณ์นี้สำหรับการทำสวน)

  • They kept on playing football till night came.

(พวกเขาเล่นฟุตบอลต่อไปจนกระทั่งราตรีมาเยือน)

  • They left without saying goodbye to us.

(พวกเขาจากไปโดยมิได้กล่าวคำอำลากับเรา)

  • She locked the door before going out.

(เธอล็อคประตูก่อนออกไป)

 

5. My boss asked me to answer the phone, to take all messages, and _________ some letters.

(เจ้านาย  -  หรือหัวหน้า  -  ของผม  ขอร้องให้ผมรับโทรศัพท์,  รับ (จด) ข้อความทั้งหมดไว้,  และ ________ จดหมาย)

(a) typing

(b) type

(c) to type    (พิมพ์)

(d) typewrite    (พิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ดีด)

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากต้องใช้ให้สมดุลกัน  จากโครงสร้าง  “Ask someone to do something”  (ขอร้องให้ใครทำอะไร)  (Asked me to answer…..........…., to take….......……, and to type…….......……)

 

6. A: “The doctor told him to stop taking drugs ____________ he should suffer brain damage.”

(หมอบอกเขาให้เลิกกินยาเสพย์ติด _________________ เขา (อาจ) ได้รับอันตรายทางสมอง)

    B: “I don’t think he’ll listen.”

(ผมไม่คิดว่าเขาจะฟัง (ที่หมอบอก) หรอก)

(a) unless    (ถ้า.....................................ไม่)

(b) nevertheless    (อย่างไรก็ตาม)

(c) in order that    (เพื่อที่ว่า)

(d) lest    (โดยเกรงว่า, เพื่อไม่ให้)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากได้ความหมายดีที่สุด  ดูเพิ่มเติมการใช้   “Lest”   จากประโยคข้างล่าง

  • We watched all night lest the bandits should return.

(เราเฝ้าดูตลอดทั้งคืน  โดยเกรงว่า (เพื่อไม่ให้) พวกโจรจะกลับมา)

  • I had to grab the iron rail at my side lest I slipped off.

(ผมจำเป็นต้องเกาะราวเหล็กข้างตัวเอาไว้  โดยเกรงว่า (เพื่อไม่ให้) ผมจะลื่นล้ม)

  • He was extra polite to his superiors lest something adverse might be written into his records.

(เขาสุภาพเป็นพิเศษกับผู้บังคับบัญชา  โดยเกรงว่า (เพื่อไม่ให้) บางสิ่งบางอย่างในทางลบ  อาจถูกเขียนลงไปในประวัติของเขา)

  • It’s so dark in here.  You’d better be careful, lest you should stumble.

(มันมืดมากเลยในที่นี้  คุณควรระมัดระวัง,  โดยเกรงว่า (เพื่อไม่ให้) คุณ (อาจ) เดินสะดุด-ก้าวพลาด)

 

7. They made a very _______________________________ offer, so we signed the contract.

(พวกเขาให้ข้อเสนอ ________________________ อย่างมาก, ดังนั้น  เราจึงลงนามในสัญญา)

(a) attractive    (ซึ่งมีเสน่ห์, ดึงดูดใจ)

(b) attract    (ดึงดูด, ทำให้หลงเสน่ห์)

(c) attracted 

(d) attraction    (เสน่ห์, แรงหรือสิ่งดึงดูดใจ)

ตอบ   -   ข้อ  (a)   เนื่องจากคำขยายหน้าคำนาม  “Offer”  จึงต้องเป็นคำคุณศัพท์  (Attractive) ส่วนข้อ  (b)  และ  (c)  เป็นคำกริยา  ส่วนข้อ  (d)  เป็นคำนาม

 

8. Once you start using the new software, you will be able to do your work much more ________.

(ในทันทีที่คุณได้เริ่มใช้ซ้อฟแวร์ตัวใหม่,  คุณจะสามารถทำงานของคุณได้ ________ มากขึ้นเป็นอย่างมาก)

(a) ease    (ความง่าย, ความสะดวก)

(b) easier    (ง่ายกว่า)

(c) easement    (ความง่าย-สบาย-ไร้กังวล, สิ่งอำนวยความสะดวก, สิทธิที่บุคคลพึงมี)

(d) easily    (อย่างง่ายดาย)

ตอบ   -   ข้อ  (d)   เนื่องจากคำที่ขยายคำกริยา  (Do)  ต้องเป็นคำกริยาวิเศษณ์  (Adverb)  คือ  “Easily

 

9. Mary worked very hard and put in a lot of overtime hours because she hoped for an ________ in her salary.

(แมรี่ทำงานหนักมาก  และทำงานในชั่วโมงนอกเวลางานอย่างมากมาย  เพราะว่าเธอหวังจะได้ _____ เงินเดือนของเธอ)

(a) inquest    (การสอบสวนคดี, การพิจารณาคดี)

(b) inquiry    (การสอบสวน, การตรวจสอบ)

(c) increase    (การขึ้น, การเพิ่ม)

(d) incursion    (การบุกรุก, การโจมตี, การรุกล้ำ)

ตอบ   -   ข้อ   (c)   “หวังจะได้เงินเดือนขึ้น   

 

10. By the time we got to the train station, the train __________________________________.

(ในตอนที่เราไปถึงสถานีรถไฟ,  รถไฟ ___________________________________________)

(a) has already left

(b) had already left    (ได้จากไปแล้ว)

(c) had already been left

(d) will have already left

ตอบ   -    ข้อ  (b)  เนื่องจากต้องเป็น  “Past perfect tense”  (Had + Verb 3  เพื่อแสดงว่า  "รถไฟได้ออกไปก่อนที่เราจะไปถึงสถานีรถไฟ (ซึ่งเกิดทีหลัง)"  เป็นการใช้  Past perfect tense  (เหตุการณ์ที่เกิดก่อน)  คู่กับ  Past simple tense  (เหตุการณ์ที่เกิดทีหลัง)  คือ  Verb 2 (got to)  ดูเพิ่มเติมจากตัวอย่างข้างล่าง

                                                     ตัวอย่างที่

  • After he ____________________________________ his meal, he drank some water.

(หลังจากเขา ___________________________________ อาหารของเขา,  เขาก็ดื่มน้ำ)

(a) had

(b) has had

(c) had had    (ได้รับประทาน)

(d) was having

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากใช้  “Past perfect tense”  (Subject + Had + Verb 3)  กับเหตุการณ์ที่เกิดก่อน (และจบก่อน)  คือ  “กินอาหาร”  และใช้  “Past simple tense”  (Subject + Verb 2)  กับเหตุการณ์ที่เกิดทีหลัง  (ดื่มน้ำ)

                                                    ตัวอย่างที่

  • Margaret didn’t remember what I _________________________ her the day before.

(มาร์กาเร็ตจำไม่ได้ว่า  ผม ____________________________ อะไรแก่เธอเมื่อวันก่อน)

(a) would tell

(b) had told    (ได้บอก)

(c) had been told

(d) told

ตอบ   -   ข้อ    (b)    เนื่องจากเป็นการใช้   “Past perfect tense”  (Had + Verb 3)  (Had told)  ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อน  (ผมได้บอกเธอฯ)  คู่กับ   “Past simple”  (Verb 2)  (Didn’t remember  -  จำไม่ได้)  ซึ่งเกิดขึ้นทีหลัง

                                                      ตัวอย่างที่

  • After the ice _________________________ for about three days, we could skate on it.

(หลังจากน้ำแข็ง ____________________ เป็นเวลา  ๓  วัน  เราจึงสามารถเล่น สเกตบนมันได้)

(a) was froze

(b) is froze

(c) had been froze

(d) had been frozen    (ถูกทำให้เย็นจัดจนกลายเป็นน้ำแข็ง)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากเหตุการณ์   “น้ำแข็งถูกทำให้เย็นจัดฯ”  เกิดขึ้นก่อนเหตุการณ์  “เราสามารถเล่นสเกตฯ”  จึงต้องใช้รูป  “Past perfect tense”  (Subject + Had + Verb 3)   และในกรณีนี้ต้องอยู่ในรูป  “Passive voice”  (Subject + Had + Been + Verb 3)  (ถูกทำให้เย็นจัดจนแข็ง)  ดูเพิ่มเติมการใช้   “Past perfect tense”  และ  “Past simple tense”  (Subject + Verb 2)  จากประโยคข้างล่าง

                                                    ตัวอย่างที่

  • In his evidence the policeman said that the accused ______________ dismissed from his employment three weeks before.

(จากพยานหลักฐาน  ตำรวจกล่าวว่า  ผู้ถูกกล่าวหา __________ ไล่ออกจากงาน  ๓  สัปดาห์ก่อนหน้านั้น)  (คือ  ก่อนหน้าที่เขาจะก่ออาชญากรรม)

(a) has been

(b) had been   (ได้ถูก)

(c) was being

(d) is

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เป็นการใช้โครงสร้าง   “Past perfect tense”  (Subject + Had + Verb 3)   ในรูป  “Passive voice”  (Subject + Had + Been + Verb 3)   (สำหรับประโยคข้างบน  ผู้ถูกกล่าวหา “ถูกกระทำ”  คือ  ถูกไล่ออกจากงาน)

                                          ตัวอย่างที่      (จงหาข้อที่ผิดหลักไวยากรณ์  จาก ข้อ (๑) – (๔)

  • The front porch was (1) a common feature of (2) wooden houses that (3) had built in the U.S. (4) around 1900.

(ระเบียงหน้าบ้านเป็นลักษณะธรรมดาสามัญของบ้านไม้  ซึ่งถูกสร้างขึ้นในสหรัฐฯ  ราวๆ ปี ๑๙๐๐)  (หมายถึงในยุคนั้น  บ้านไม้ในสหรัฐฯ  ส่วนใหญ่จะมีระเบียงหน้าบ้าน)

ตอบ   -    ข้อ    แก้เป็น   “had been built”  เนื่องจากต้องอยู่ในรูป  “Passive voice”  ของ  “Past perfect tense”  (Subject + Had + Verb 3)   ซึ่งเมื่ออยู่ในรูปของ  “Passive voice”  จะมีโครงสร้าง  “Subject + Had + Been + Verb 3)

                                                        ตัวอย่างที่

  • Cash awards were given to employees who _________ suggestions to improve quality and raise production.

(รางวัลเงินสดถูกมอบให้กับพนักงาน   ผู้ซึ่ง_________ คำแนะนำเพื่อปรับปรุงคุณภาพและยกระดับการผลิต)

(a) had offered    (ได้เสนอ)

(b) had been offered

(c) have offered

(d) are offering

หมายเหตุ    –    ตอบข้อ    (a)   เนื่องจากเป็นการใช้รูป  “Past perfect tense”  (Had offered)  ควบคู่กับ  “Past simple tense”  (Were givenในที่นี้อยู่ในรูป  “Passive voice”)  กล่าวคือ   มีเหตุการณ์ในอดีตเกิดขึ้น    เหตุการณ์  (จบลงไปแล้วทั้งคู่)   เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อน  และจบลงก่อน   ใช้   “Past perfect” (Subject + Had + V. 3)   ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดทีหลัง  และจบทีหลัง   ใช้  “Past simple”  (Subject + V. 2)  ทั้งนี้   ในประโยคข้างบน  ข้อความ  “รางวัลเงินสดถูกมอบให้กับพนักงาน”   เกิดขึ้นภายหลังข้อความ  “(พนักงาน)  ผู้ซึ่งเสนอคำแนะนำเพื่อปรับปรุง .........................”  กล่าวคือ  “เสนอคำแนะนำ”   เกิดขึ้นก่อน   จึงใช้  “Past perfect”  ส่วน  “มอบรางวัล  หรือ  รางวัลถูกมอบ”  เกิดขึ้นทีหลัง  (เพื่อเป็นการตอบแทนพนักงานเหล่านั้น)   จึงใช้   “Past simple”  ประโยคในลักษณะนี้   ส่วนใหญ่จะมีคำ  “Before”, “After”  หรือ  “When”   ปรากฏอยู่ด้วย   ตัวอย่างประโยคลักษณะนี้   ได้แก่

  • Dang had learnt English before he went to England.

(แดงได้เรียนภาษาอังกฤษก่อนแล้ว  ก่อนที่เขาจะไปอังกฤษ)

(การเรียนเกิดก่อน  จึงใช้  “Past perfect”  การไปอังกฤษเกิดทีหลัง  ใช้  “Past simple”)

  • When I called on Jim, his sister told me that he had left home.

(เมื่อผมไปเยี่ยมจิม  น้องสาวของเขาบอกผมว่า  เขาได้ออกจากบ้านไปแล้ว)

(“ออกจากบ้าน”  เกิดก่อน  จึงใช้  “Past perfect”  ส่วน  “บอกผม”  เกิดทีหลัง  จึงใช้  “Past simple”)

  • We went out for a walk after we had eaten dinner.

(เราออกไปเดินเล่น  หลังจากที่เราได้กินอาหารค่ำแล้ว)

(กินอาหารค่ำเกิดก่อน  จึงใช้  “Past perfect”  ออกไปเดินเล่นเกิดทีหลัง  ใช้  “Past simple”)

  • When we reached the theater, the movies had started.

(เมื่อเราไปถึงโรงหนัง  หนังได้เริ่มฉายไปแล้ว)

(ไปถึงโรงหนังเกิดทีหลัง  ใช้  “Past simple”  หนังฉายเกิดขึ้นก่อน  ใช้  “Past perfect”)

 

11. You will find all the pencils you need ________________________________ that drawer.

(คุณจะพบดินสอทั้งหมดที่คุณต้องการ _________________________________ ลิ้นชักนั้น)

(a) in    (ใน)

(b) on    (บน)

(c) under    (ใต้)

(d) through    (ทะลุ, ฝ่า, ตลอด)

ตอบ    -    ข้อ  (a)

                            สำหรับวลีที่ใช้   “In”  ได้แก่   “blind in one eye”  =  (ตาบอดข้างหนึ่ง)  -  She is blind in one eye.  (เธอตาบอดข้างหนึ่ง),  “in a hurry’  (เร่งรีบ, รีบร้อน)  -  Jim was in a hurry to go to his college.  (จิมกำลังรีบเร่งจะไปมหาวิทยาลัย),  “The girl in this photograph”  (เด็กผู้หญิงในภาพถ่ายใบนี้),  “in my opinion”  (ในความเห็นของผม),  “deep in water and mud”  (จมลึกอยู่ในน้ำและโคลน),  “arrive in”  (มาถึงในเมือง หรือ ประเทศ)  (แต่ถ้ามาถึง โรงเรียน, ธนาคาร, วัด, บ้าน ฯลฯ ใช้  “arrive at”),  “interested in”  (สนใจใน), “qualified in”  (มีคุณสมบัติในเรื่อง)  -  She is absolutely qualified in her new job.  (เธอมีคุณสมบัติอย่างเต็มที่ในงานใหม่ของเธอ), “weak in”  (อ่อนในเรื่อง), “deficient in  (ขาดหรือบกพร่องในเรื่อง), “proficient in”  (ชำนาญหรือคล่องแคล่วในเรื่อง), “successful in”  (ประสบความสำเร็จในเรื่อง), “disappointed in”  (ผิดหวังในเรื่อง), “in a box”  (ในกล่อง), “in a pocket”  (ในกระเป๋า), “sit in an armchair”  (นั่งในเก้าอี้ท้าวแขน), “in bed”  (ในเตียงหรือบนเตียง), “in the bath”  (ในอ่างน้ำ), “in her hand”  (ในมือของเธอ), “in each other’s arms” (ในอ้อมแขนของกันและกัน),  “in the area”  (ในพื้นที่), “in the garden” (ในสวน), “in the air”  (ในอากาศ), “in the middle of the room” (ที่กลางห้อง), “in the direction of”  (ในทิศทางของ), “in a restaurant”  (ในภัตตาคาร), “in the bathroom”  (ในห้องน้ำ), “in school”  (ในโรงเรียน), “in hospital”  (ในโรงพยาบาล), “in the kitchen”  (ในครัว),  “in the shop window”  (ในตู้โชว์กระจกของร้าน), “in a mirror”  (ในกระจก), “in a lake”  (ในทะเลสาบ), “in black suit”  (ในชุดดำ), “in the water”  (ในน้ำ), “write in ink”  (เขียนด้วยหมึก), “write in pencil” (เขียนด้วยดินสอ), “in the first chapter”  (ในบทที่ ), “in the film”  (ในภาพยนตร์), “wait in the queue”  (รออยู่ในแถว), “be in a play”  (ร่วมแสดงละคร), “in April”  (ในเดือนเมษายน), “in  2016”  (ในปี ๒๐๑๖), “in the morning (afternoon, evening)”  (ในตอนเช้า-บ่าย-เย็น), “in recent years”  (ในช่วงไม่กี่ปีมานี้), “in the winter (summer, spring)”  (ในหน้าหนาว-ร้อน-ใบไม้ผลิ), “in the meantime”  (ในระหว่างนั้น), “in two months”  (ภายใน ๒ เดือน), “in my absence”  (ตอนที่ผมไม่อยู่), “in the aftermath of the accident”  (ภายหลังจากอุบัติเหตุ), “in half an hour”  (ภายในครึ่งชั่วโมง), “in two minutes”  (ใน ๒ นาที), “in ancient society”  (ในสังคมสมัยโบราณ), “in nature”  (ในธรรม ชาติ), “in these circumstances”  (ในสภาพแวดล้อมเหล่านี้), “in this situation”  (ในสถานการณ์เช่นนี้), “in a state of near chaos”  (อยู่ในสภาวะใกล้จลาจล), “in a position to help others”  (อยู่ในฐานะที่ช่วยคนอื่นได้), “in the sun”  (ท่ามกลางแสงอาทิตย์)  “in the dark”  (ในหรือท่ามกลางความมืด), “in the dim light” (ท่ามกลางแสงสลัวๆ), “in her voice”  (ในน้ำเสียงของเธอ), “in love”  (ในความรัก-ตกหลุมรัก), “in a state of shock”  (อยู่ในสภาวะช้อค), “in low spirits”  (ในสภาพจิตใจหดหู่หรือตกต่ำ), “in a temper”  (ด้วยความโกรธหรือในอารมณ์โกรธ), “in favor of free speech”  (เห็นด้วยกับการพูดแบบมีเสรี), “cry out in pain”  (ร้องด้วยความเจ็บปวด), “look up in surprise”  (เงยหน้ามองด้วยความประหลาดใจ), “in an effort to”  (ในความพยายามที่จะ)  -  She studied very hard in an effort to pass the exam.  (เธอเรียนหนักมาก  ในความพยายามที่จะสอบให้ผ่าน), “in response to”  (เพื่อตอบสนองต่อ),  “in answer to”  (เพื่อเป็นการตอบ), “have confidence in”  (มีความเชื่อมั่นใน)  -  At present the people have no confidence in the government.  (ในปัจจุบัน  ประชาชนไม่มีความเชื่อมั่นในรัฐบาล), “take interest in”  (สนใจใน), “a course in Chinese”  (คอร์สภาษาจีน), “an expert in”  (ผู้เชี่ยวชาญในเรื่อง............................), “make money in business”  (หาเงินในธุรกิจ), “make his career in music”  (ประกอบอาชีพทางดนตรี), “in his old age”  (ในวัยชราของเขา),  “a woman in her twenties”  (ผู้หญิงในวัย ๒๐ – ๒๙), “in my opinion”  (ในความเห็นของผม),  “in her view”   (ในทัศนะของเธอ), “recruit workers in hundreds”  (รับคนงานเป็นร้อยๆคน), “in my experience”  (จากประสบการณ์ของผม), “in her own eyes”  (ในสายตาของเธอ), “speak in Italian”  (พูดภาษาอิตาเลียน), “speak in a calm voice” (พูดด้วยน้ำเสียงที่  สงบ), “his complaints in writing”  (การร้องเรียนของเขาเป็นลายลักษณ์อักษร),  “in financial difficulty”  (ในสภาวะยุ่งยากทางการเงิน), “$100,000 in cash”  (เป็นเงินสด  ๑๐๐,๐๐๐  เหรียญ), “dressed in black”  (ใส่ชุดสีดำ), “in real danger”  (ตกอยู่ในอันตรายอย่างแท้จริง), “in the planning stage”  (ในขั้นตอนการวาง แผน), “10 meters in length”  (ยาว ๑๐ เมตร), “cut it in two”  (ตัดมันออกเป็น ส่วน), “shrink in size”  (มีขนาดเล็กลง-หดลง), “join in”  (ร่วมวงด้วย), “a one in five chance of success”  (โอกาสสำเร็จ ใน ), “the pain in my feet”  (การเจ็บที่เท้าของผม), “the hole in his shirt”  (รู – รอยขาด – ในเสื้อเชิ้ตของเขา), “was shot in the leg”  (ถูกยิงที่ขา),  “in fashion”  (กำลังเป็นที่นิยม), “result in his death”  (ส่งผลให้เขาตาย), “believe in”  (เชื่อมั่น-ศรัท ธาใน), “in the first place”  (ในประการแรก)  (กล่าวเมื่อจะบอกเหตุผลหลายๆ ประ การ  เกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง  แล้วตามด้วยเหตุผลที่ต้องการจะบอก),  “in danger”  (ตกอยู่ในอันตราย),  “in use”  (ใช้งาน),  “in his name”  (โดยใช้ชื่อของเขา,  ในนามของเขา  -  เช่น  เช่ารถยนต์  หรือบริจาคเงิน)  -  The car was rented in his name.  (รถถูกเช่าในนามของเขา),  “in a hurry’  (เร่งรีบ, รีบร้อน, ใจร้อน)  -  He was in a hurry because he was late.  (เขารีบเร่งเพราะเขาสายแล้ว),  “in a jam”  (อยู่ในฐานะลำบาก),  “in a nutshell”  (กล่าวโดยย่อๆ, กล่าวโดยสรุป),  “in a way”  (บางครั้ง, บ้างเหมือนกัน),  “in any case”  (อย่างไรก็ดี, อย่างไรก็ตาม, ในทุกกรณี),  “in any event”  (อย่างไรก็ตาม, ทุกกรณี),  “in advance”  (ล่วงหน้า),  “in bad shape”  (เสื่อมโทรม, ทรุดโทรม, อยู่ในฐานะลำบาก),  “in charge of”  (รับผิดชอบ, ดูแล, จัดการ),  “in fact”  (แท้ที่จริงแล้ว, อันที่จริงแล้ว),  “in order”  (อย่างมีระเบียบ, เรียบร้อย),  “in time (ทันเวลา, ไม่สาย, พอดี, ตามจังหวะ, พอดีจัง หวะ),  “in the bag”  (แน่นอน, แหงแก๋, ของตาย, อยู่ในกำมือแล้ว, สำเร็จเรียบร้อย),  “in the long run (term)”  (ในระยะยาว),  “in the pink”  (สภาพดีเยี่ยม, สม บูรณ์, มีสุขภาพดี),  “in tune with”  (สอดคล้องกับ, ไปกันได้กับ),  “in vain”  (ไม่สำเร็จ, ไร้ประโยชน์, ปราศจากผล), “in each other’s arms” (ในอ้อมแขนของกันและกัน), “write in ink”  (เขียนด้วยหมึก),  “write in pencil”  (เขียนด้วยดิน สอ),  “in the first chapter”  (ในบทที่  ), “in the film”  (ในภาพยนตร์), “wait in the queue”  (รออยู่ในแถว),  “be in a play”  (ร่วมแสดงละคร), “in April”  (ในเดือนเมษายน),  “in  2016”  (ในปี  ๒๐๑๖), “in the morning (afternoon, evening)”  (ในตอนเช้า-บ่าย-เย็น),  “in recent years” (ในช่วงไม่กี่ปีมานี้), “in the winter (summer, spring)”  (ในหน้าหนาว-ร้อน-ใบไม้ผลิ), “in the meantime”  (ในระหว่างนั้น), “in two months”   (ภายใน    เดือน), “in my absence”  (ตอนที่ผมไม่อยู่),  “in the aftermath of the accident”  (ภายหลังจากอุบัติเหตุ),  “in half an hour” (ภายในครึ่งชั่วโมง),  “in two minutes”  (ใน นาที),  “in ancient society” (ในสังคมสมัยโบราณ), “in nature”  (ในธรรมชาติ), “in these circumstances”  (ในสภาพแวดล้อมเหล่านี้), “in this situation”  (ในสถานการณ์เช่นนี้),  “in a state of near chaos”  (อยู่ในสภาวะใกล้จลาจล),  “in a position to help others”  (อยู่ในฐานะที่ช่วยคนอื่นได้),  “in the sun”  (ท่ามกลางแสงอาทิตย์)“in the dark”  (ในหรือท่ามกลางความมืด), “in the dim light” (ท่ามกลางแสงสลัวๆ), “in her voice”  (ในน้ำ เสียงของเธอ),  “in love” (ในความรัก-ตกหลุมรัก), “in a state of shock”  (อยู่ในสภาวะช้อค),  “in low spirits”  (ในสภาพจิตใจหดหู่หรือตกต่ำ), “in a temper”  (ด้วยความโกรธหรือในอารมณ์โกรธ),  “in favor of free speech”  (เห็นด้วยกับการพูดแบบมีเสรี), “cry out in pain”  (ร้องด้วยความเจ็บปวด),  “look up in surprise”  (เงยหน้ามองด้วยความประหลาดใจ),  “in an effort to”  (ในความพยายามที่จะ),  “in response to”  (เพื่อตอบสนองต่อ), “in answer to”  (เพื่อเป็นการตอบ),   “have confidence in”  (มีความเชื่อมั่นใน), “take interest in”  (สนใจใน),  “an expert in”  (ผู้เชี่ยวชาญในเรื่อง...........................),  “make money in business”  (หาเงินในธุรกิจ),  “make his career in music”  (ประกอบอาชีพทางดนตรี), “in his old age”  (ในวัยชราของเขา), “a woman in her twenties”  (ผู้หญิงในวัย ๒๐ – ๒๙)“in my opinion”  (ในความเห็นของผม), “in her view”  (ในทัศนะของเธอ), “recruit workers in hundreds”  (รับคนงานเป็นร้อยๆคน), “in my experience”  (จากประสบการณ์ของผม),  “in her own eyes”  (ในสายตาของเธอ), “speak in a calm voice”  (พูดด้วยน้ำเสียงที่สงบ), “his complaints in writing”  (การร้องเรียนของเขาเป็นลายลักษณ์อักษร),  “in financial difficulty”  (ในสภาวะยุ่งยากทางการเงิน), “$100,000 in cash”  (เป็นเงินสด  ๑๐๐,๐๐๐  เหรียญ), “dressed in black”  (ใส่ชุดสีดำ), “in real danger”  (ตกอยู่ในอันตรายอย่างแท้จริง), “in the planning stage”  (ในขั้นตอนการวางแผน),  “10 meters in length”  (ยาว ๑๐ เมตร),  “cut it in two”  (ตัดมันออกเป็น ส่วน), “shrink in size”   (มีขนาดเล็กลง-หดลง), “join in”  (ร่วมวงด้วย),  “a one in five chance of success”  (โอกาสสำเร็จ ใน ),  “the pain in my feet”  (การเจ็บที่เท้าของผม),  “the hole in his shirt”  (รู – รอยขาด – ในเสื้อเชิ้ตของเขา),  “was shot in the leg”   (ถูกยิงที่ขา),  “in fashion”  (กำลังเป็นที่นิยม),  “result in his death”  (ส่งผลให้เขาตาย),  “believe in”  (เชื่อมั่น-ศรัทธาใน),   “in the first place”  (ในประการแรก)  (กล่าวเมื่อจะบอกเหตุผลหลายๆ ประการ   เกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง   โดยใช้วลีนี้  แล้วตามด้วยเหตุผลประการแรกที่ต้องการจะบอก),   เป็นต้น

 

12. It is necessary to have at least one advanced degree in order to _________ in today’s job market.

(มันเป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องมีอย่างน้อยที่สุดปริญญา  ที่สูงกว่าระดับปริญญาตรีขึ้นไปหนึ่งใบ  เพื่อที่จะ _________ ในตลาดงานในปัจจุบัน)

(a) competent    (มีความสามารถ-ความชำนาญ, มีประสบการณ์)

(b) compete    (แข่งขัน)

(c) competitive    (ซึ่งแข่งขันกัน)

(d) competition    (การแข่งขัน)

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากกริยาหลัง  “In order to”  ต้องเป็น  Verb 1  เสมอ  ส่วนข้อ  (a)  และ  ข้อ  (c)  เป็นคำคุณศัพท์  (Adjective)  ข้อ  (d)  เป็นคำนาม  (Noun)

 

13. A: “We’ve all worked well.”

(พวกเราทั้งหมดทำงานกันได้ดี)

     B: “_______________________________________________________________”

(a) Yes, we have.

(b) We have so.

(c) We have either.

(d) So have we.    (พวกเราก็  –  ทำงานได้ดี  –  เช่นเดียวกัน)

ตอบ   –   ข้อ  (d)   หรือ  อาจใช้อีกแบบ  คือ  “So we have”  ก็ได้เช่นกัน  ดูเพิ่มเติมโครงสร้าง  “So have I”,  “So do I”  ในประโยคข้างล่าง

                                             ตัวอย่างที่       จงหาข้อที่ผิดหลักไวยากรณ์  จาก ข้อ (๑) – (๔)

  • As inevitably as (1) human culture has (2) changed with (3) the passing of time, so (4) does the environment.

(อย่างไม่อาจจะหลีกเลี่ยงได้เหมือนกับวัฒนธรรมของมนุษย์  ที่ได้เปลี่ยนแปลงไปพร้อมกับการผ่านไปของเวลา,  สภาพแวดล้อมก็เช่นเดียวกัน)  (ที่จะต้องเปลี่ยนแปลงไป)

ตอบ   –   ข้อ   (4)   แก้เป็น  “Has”  เนื่องจากต้องใช้กริยาในรูป  “Present perfect tense” {Subject + Has (Have) + Verb 3}  ให้เหมือนกับในประโยคข้างหน้า  และเพราะว่า  “Environment”  อยู่ในรูปเอกพจน์  จึงต้องใช้กริยา  “Has” (changed)   ตัวอย่างอื่นๆ ในแบบเดียวกัน   เช่น

  • He has studied hard, so have they.

(เขาขยันเรียน – พวกเขาก็เช่นกัน)

  • She had gone to the party, so had I.

(เธอได้ไปงานเลี้ยง – ผมก็เช่นกัน)

  • They are working hard, so are we.

(พวกเขากำลังทำงานหนัก – พวกเราก็เช่นเดียวกัน)

  • She is reading. So is he.

(เธอกำลังอ่านหนังสือ – เขาก็เช่นเดียวกัน)

  • I will go to the movies tonight.  So will they.

(ผมจะไปดูหนังคืนนี้ – พวกเขาก็จะไปเช่นเดียวกัน)

  • He would travel by plane to Hong Kong, so would his parents.

(เขาจะเดินทางโดยเครื่องบินไปฮ่องกง – พ่อแม่ของเขาก็เช่นเดียวกัน)

  • We can swim well, so can our neighbors.

(พวกเราสามารถว่ายน้ำได้เก่ง – เพื่อนบ้านของเราก็สามารถเช่นเดียวกัน)

  • He could speak Japanese well.  So could his sister.

(เขาสามารถพูดภาษาญี่ปุ่นได้ดี – น้องสาวของเขาก็เช่นเดียวกัน)

หมายเหตุ   –   ในกรณีที่ประโยคข้างหน้าอยู่ในรูป   “Present simple tense”  หรือ  “Past simple tense”  กริยาในประโยคหลังจะต้องใช้  “Do”,  “Does”  หรือ  “Did”  ทั้งนี้   แล้วแต่  “Tense”  ของประโยคข้างหน้า  และประธานของประโยคหลัง  (ว่าเป็นเอกพจน์หรือพหูพจน์)   ยกเว้นเมื่อประโยคหน้าเป็น  “Past simple”   กริยาในประโยคหลังจะใช้   “Did”  กับประธานทุกตัว   ดังตัวอย่างต่อไปนี้

  • They speak French very fluently, so does he.

(พวกเขาพูดฝรั่งเศสคล่องมาก – เขาก็เช่นเดียวกัน)

  • She sings beautifully, so do her sisters.

(เธอร้องเพลงเพราะ – น้องสาวของเธอก็เช่นเดียวกัน)

  • We get up early in the morning.  So does she.

(พวกเราตื่นแต่เช้า – เธอก็เช่นเดียวกัน)

  • He goes for a walk in the afternoon.  So do his neighbors.

(เขาออกเดินในตอนบ่าย – เพื่อนบ้านของเขาก็เช่นเดียวกัน)

  • They used to play football when they were young, so did we.

(พวกเขาเคยเล่นฟุตบอลตอนเป็นเด็ก – พวกเราก็เช่นเดียวกัน)

  • She liked to play sports when she was in college.  So did her sister.

(เธอชอบเล่นกีฬาตอนเธอเรียนมหาวิทยาลัย – น้องสาวของเธอก็เช่นเดียวกัน)

 

14. I got married __________________________________________________________.

(ผมแต่งงาน _______________________________________________________)

(a) at the age of thirty years old

(b) at the age of thirty    (เมื่ออายุ ๓๐)

(c) at the age of thirty years

(d) at thirty years old

ตอบ   –    ข้อ   (b)   ทั้งนี้อาจใช้รูปแบบ  “at thirty”  และ  “when I was thirty years old  ก็ได้เช่นกัน  ส่วนแบบอื่นใช้ไม่ได้เลย

 

15. Jim was the last ________________________________________ at the party last night.

(จิมเป็นคนสุดท้ายที่ ____________________________________ ที่งานเลี้ยงเมื่อคืนนี้)

(a) came

(b) come

(c) to come    (มา)

(d) coming 

ตอบ    –    ข้อ   (c)    เนื่องจากอยู่ในโครงสร้าง {The first (second, third……........……....last) + To + Verb 1}  =  (เป็นคนแรก, คนที่สอง.......................คนสุดท้าย + ที่ (กริยาคำไหนก็ได้  เช่น  มาถึง, สอบผ่าน, บินเดี่ยวรอบโลก, คิดสร้างโปรแกรมคอมพิว เตอร์ ฯลฯ)  ดูรายละเอียดการใช้   “Infinitive with to” (To + Verb 1) จากประโยคข้างล่าง

                                                       ตัวอย่างที่

  • _________________________________, you must make an appointment with him.

(_______________________________________ , คุณจะต้องทำการนัดหมายกับเขา)

(a) Seeing the doctor at his office

(b) If you see the doctor at his office

(c) You see the doctor at his office

(d) To see the doctor at his office    (เพื่อที่จะพบแพทย์ที่สำนักงานของเขา)

ตอบ   –   ข้อ   (d)   เนื่องจากต้องใช้วลีที่ขึ้นต้นด้วย   “Infinitive with to” (To + Verb 1)  เพื่อแสดงวัตถุประสงค์  หมายถึง   “เพื่อที่จะ.............................”   หรืออาจใช้   “In order to”   หรือ  “So as to”  แทนก็ได้  นอกจากนั้น  ยังสามารถเอาวลีที่ขึ้นต้นด้วย “To + Verb 1”    ไปไว้ข้างท้ายประโยคก็ได้    โดยความหมายเหมือนเดิมทุกประการ  (แต่ควรมีการเปลี่ยนสรรพนามให้เหมาะสม)   ดังเช่นประโยคข้างบน  สามารถเขียนได้ใหม่เป็น

  • You must make an appointment with the doctor to see (so as to see  หรือ  in order to see) him at his office.

                                                     ตัวอย่างประโยคอื่นๆในแบบนี้  เช่น

  • To succeed in life, one must work hard.

(เพื่อจะประสบความสำเร็จในชีวิต  คนเราต้องทำงานหนัก)

(= One must work hard to succeed in life.)

(= In order to succeed in life, one must work hard.)

(= So as to succeed in life, one must work hard.)

(= One must work hard in order to (so as to) succeed in life.)

  • To speak good English, you must practice speaking it every day.

(เพื่อที่จะพูดภาษาอังกฤษได้ดี  คุณจะต้องฝึกพูดมันทุกวัน)

(= You must practice speaking it every day to speak good English.)

  • To be there in time, you must get up early.

(เพื่อที่จะไปที่นั่นให้ทันเวลา  คุณจะต้องตื่นแต่เช้า)

(= You must get up early to be there in time.)

  • To get a scholarship to study abroad, you must spend more time with your study.

(เพื่อให้ได้ทุนไปเรียนต่างประเทศ  คุณจะต้องใช้เวลามากขึ้นในการเรียนของคุณ)

(= You must spend more time with your study to get a scholarship to study abroad.)

                                             นอกจากนั้น  ยังใช้  “Infinitive with to” (To + Verb 1)  ในกรณีต่อไปนี้

                                            ๑. ใช้ขึ้นต้นเป็นประธานของประโยค  เหมือนกับ  “Gerund” (Verb + ing)   เช่น

  • To swim is a good exercise.

(การว่ายน้ำเป็นการออกกำลังกายที่ดี)

(= Swimming is a good exercise.)

  • To learn Japanese is difficult.

(การเรียนภาษาญี่ปุ่นเป็นเรื่องยาก)

(= Learning Japanese is difficult.)

  • To escape from the prison seems impossible.

(การหลบหนีจากคุกดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้)

(= Escaping from the prison seems impossible.)

                                           ๒. ใช้ขึ้นต้นประโยค โดยทำหน้าที่ขยายทั้งประโยคที่ตามมาข้างหลัง  ซึ่งในกรณีนี้ถือว่า  “Infinitive with to”  (To + Verb 1)  ทำหน้าที่อย่างอิสระ  (Absolute)  หรืออาจมีความหมายว่า   “ถ้า...............................”  (เป็นคนละกรณีกับแสดงวัตถุประสงค์ ใน  “To see the doctor at his office,”  -  ซึ่งจะต้องพิจารณาจากความหมายในบริบท)  เช่น

  • To hear him talk, you would think he was a millionaire.

(ถ้าคุณได้ยินเขาพูด  คุณจะต้องคิดว่าเขาเป็นเศรษฐี)

  • To tell you the truth, she has stolen all my money and left with another man.

(บอกคุณเรื่องจริงเลย  เธอขโมยเงินผมไปทั้งหมดและหนีไปกับผู้ชายอีกคนหนึ่ง)

  • To cut the long story short, she was murdered by her own husband.

(พูดกันอย่างรวบรัดนะ  เธอถูกฆาตกรรมโดยสามีของเธอเอง)

                                            ๓.  ใช้ทำหน้าที่เป็น  “กรรม”  ของกริยาในประโยค  (Object of verb)  เช่น

  • They expect to pass the exam next month.

(พวกเขาหวังจะสอบผ่านในเดือนหน้า)

  • She promised to come to my party.

(เธอสัญญาว่าจะมางานเลี้ยงของผม)

  • We want to take a rest.

(เราต้องการพักผ่อน)

  • They plan to marry next year.

(พวกเขาวางแผนจะแต่งงานกันปีหน้า)

  • He hoped to get a good job and save some money.

(เขาหวังจะได้งานที่ดีและเก็บเงินสักก้อนหนึ่ง)

                                           ๔. ​หลังรูป  “Passive voice”  ต้องตามด้วย  “Infinitive with to”  (To + verb 1)   เสมอ  เช่น

  • Tortoises are said to live long.

(เต่าถูกกล่าวว่ามีอายุยืน)

  • She is said to be the most beautiful woman in the country.

(เธอถูกเล่าขานว่าเป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดในประเทศ)

  • They were believed to tell the truth.

(พวกเขาถูกเชื่อว่าพูดความจริง)

  • Customers are advised to arrive early.

(ลูกค้าได้รับการแนะนำให้มาถึงแต่เนิ่นๆ)

  • Job applicants were recommended to bring 3 copies of their resume.

(ผู้สมัครงานได้รับการแนะนำให้นำประวัติโดยย่อมา ชุด)

                                            ๕. ​ใช้ทำหน้าที่เป็นกรรมของบุรพบท  (Object of preposition)  ในประโยค  เช่น

  • He desired nothing except to pass his exam.

(เขาไม่ปรารถนาอะไรนอกจากสอบผ่าน)

  • She wants nothing but to marry a millionaire.

(เธอไม่ต้องการอะไรนอกจากแต่งงานกับเศรษฐี)

  • The sick man was about to die when we first met him.

(คนป่วยใกล้จะตายอยู่แล้วเมื่อเราพบเขาครั้งแรก)

                                            ๖. ใช้วางไว้ข้างหลัง  “Question words” (What, When, Where, Why, How, Who, Whom)  มีความหมายในเชิงอนาคตที่ว่า  “จะกระทำ”  และจะใช้ในรูป  “Active voice”  เท่านั้น  เช่น

  • Tell him when to leave.

(บอกเขาว่าเขาควรจะไปตอนไหน)

  • I don’t know what to do to solve the problem.

(ผมไม่ทราบว่าจะทำอย่างไรเพื่อที่จะแก้ปัญหานี้)

  • She did not know whom (who) to see at the bank.

(เธอไม่รู้ว่าจะต้องไปพบใครที่ธนาคาร)

  • They know how to cook.

(พวกเขารู้วิธีปรุงอาหาร)

  • We were told where to sleep during our trip.

(พวกเราถูกบอกว่าจะนอนที่ไหนในระหว่างการเดินทาง)

                                            ๗. ทำหน้าที่เป็นคุณศัพท์  (Adjective)  ขยายคำนามได้  และต้องวางไว้ข้างหลังคำนามที่มันขยายเสมอ  เช่น

  • I have no money to lend you.

(ผมไม่มีเงินให้คุณยืม)

  • He has no time to waste.

(เขาไม่มีเวลาที่จะเสียไปโดยเปล่าประโยชน์)

  • Get me a chair to sit on, please.

(ได้โปรดเอาเก้าอี้ให้ผมนั่งหน่อย)

  • She had lots of books to read.

(เธอมีหนังสือต้องอ่านมากมาย)

  • They had much work to do last week.

(พวกเขามีงานต้องทำเยอะอาทิตย์ที่แล้ว)

  • That is not the way to speak to your boss.

(นั่นไม่ใช่วิธีที่จะพูดกับเจ้านายของคุณนะ)

                                            ๘. กริยาต่อไปนี้  สามารถตามด้วย  “Infinitive with to”  (To + Verb 1)  หรือ  “Gerund” (V. + ing)  โดยมีความหมายเหมือนกัน  ได้แก่  “begin, start, continue, like, dislike, love, hate, propose (เสนอ), prefer (ชอบมากกว่า), help, intend (ตั้งใจ), fear, attempt, bear (ทน)”  เช่น

  • They started to play football. (= They started playing football.)

(เขาเริ่มเล่นฟุตบอล)

  • She likes to dance. (= She likes dancing.)

(เธอชอบการเต้นรำ)

  • We continued to study for our exam. (= We continued studying for our exam.)

(เราเรียนต่อไปเพื่อการสอบ)

                                            ๙. ใช้   “Infinitive with to”  (To + Verb 1)  และ  “Gerund” (V. + ing)  ตามหลังคำกริยา  “remember, forget, try stop”  มีความหมายต่างกัน  เช่น

  • I remembered to buy him a newspaper.

(ผมจำได้ที่จะซื้อ (ไม่ลืมซื้อ) หนังสือพิมพ์ให้เขา)

  • I remembered buying him a newspaper.

(ผมจำได้ถึงการซื้อหนังสือพิมพ์ให้เขา)  (คือ  ซื้อเมื่อเดือนที่แล้ว  และยังจำได้ว่าซื้อ)

  • She forgot meeting me in New York ten years ago.

(เธอลืมการได้พบกับผมในนิวยอร์กเมื่อ  ๑๐  ปีมาแล้ว)  (คือ  เคยพบกันเมื่อ ๑๐ ปีมาแล้ว  แต่เธอจำไม่ได้แล้วว่าเคยพบ)

  • She forgot to meet me at my office yesterday.

(เธอลืมที่จะมาพบผมที่สำนักงานเมื่อวานนี้)  (สรุปคือ  ไม่ได้มาพบเพราะลืม)

  • He tried to swim across the dangerous river.

(เขาพยายามว่ายข้ามแม่น้ำที่มีอันตราย)

  • He tried eating the food his girlfriend cooked for him.

(เขาทดลองกินอาหารที่แฟนปรุงให้เขากิน)

  • They stopped working and went to a restaurant.

(พวกเขาหยุดการทำงาน  และไปภัตตาคารเพื่อกินอาหาร)

  • They stopped to work until late at night.

(พวกเขาหยุด (กิน, เล่น, พูดคุย ฯลฯ) เพื่อที่จะทำงาน  จนกระทั่งดึกดื่น)

                                             ๑๐.  ใช้  “To + Verb 1”  โดยละ  “Verb”  นั้นไว้  ใช้แต่  “To”  คำเดียว  เพื่อแทนคำกริยาที่พูดไว้ครั้งหนึ่งแล้ว  เพื่อที่จะไม่ต้องกล่าวคำกริยาตัวนั้นซ้ำอีกครั้ง   เช่น

  • I am not going to read this book.  Would you like to (read)?

(ผมจะไม่อ่านหนังสือเล่มนี้นะ  คุณอยากจะอ่านไหมล่ะ)  (ไม่นิยมพูดหรือเขียน  “read”  ต่อท้าย  “to”)

  • She has not finished the work yet, but she has to (finish) very soon.

 (เธอยังทำงานไม่เสร็จเลย  แต่เธอจำเป็นต้องทำให้เสร็จโดยเร็ว)  (ไม่นิยมพูด  หรือเขียน  “finish”  ต่อท้าย  “to”)

                                            ๑๑. ใช้  “To + Verb 1”  ตามหลัง  “Adjective”  หรือ  “Adverb”  ทำหน้าที่เป็นกริยาวิเศษณ์  “Adverb”  ขยายคำที่อยู่ข้างหน้ามัน   เช่น

  • Some people think that the Chinese language is too difficult to understand.

(บางคนคิดว่าภาษาจีนยากเกินไปที่จะเข้าใจ)

  • She is well enough to go out again.

(เธอสบายดีพอที่จะออกไปข้างนอกอีกครั้งหนึ่ง)

  • The news is too good to believe.

(ข่าวนี้ดีเกินไปที่จะเชื่อได้ว่าเป็นจริง)

  • It is easy to say, not to do.

(มันง่ายที่จะพูด  ไม่ใช่ทำ)

  • He walked quickly to catch the bus.

(เขาเดินอย่างเร็วเพื่อให้ทันรถเมล์)

                                            ๑๒.  ใช้   “To + Verb 1”  ขยายหลังคำกริยา  ทำหน้าที่เป็นกริยาวิเศษณ์  (Adverb)  เพื่อบอกว่า  ทำกริยานั้นเพื่อวัตถุประสงค์อะไร   เช่น

  • All students come to school to learn.

(นักเรียนทุกคนมาโรงเรียนเพื่อจะเรียน)

  • People should eat to live, not live to eat.

(คนเราควรกินเพื่ออยู่มิใช่อยู่เพื่อกิน)

  • I went there to meet my old friends.

(ผมไปที่นั่นเพื่อพบเพื่อนเก่า)

  • She studied hard to get a scholarship.

(เขาเรียนหนักเพื่อให้ได้รับทุนการศึกษา)

  • We stopped at the restaurant to eat.

(เราแวะที่ภัตตาคารเพื่อกินอาหาร)

                                            ๑๓. ใช้  “To + Verb 1”  ในโครงสร้าง  {It is (was) + adjective + of + บุคคล  + To + Verb 1}  เช่น

  • It is very kind of you to invite me.

(เป็นความกรุณาของคุณที่เชิญผม)

  • It is stupid of him to do that.

(เป็นความโง่ของเขาที่ทำเช่นนั้น)

  • It is nice of her to help those poor people.

(เป็นความดีของเธอที่ช่วยคนจนพวกโน้น)

  • It was very wrong of you to criticize her.

(เป็นความผิดของคุณอย่างมากที่วิพากษ์วิจารณ์เธอ)

                                            ๑๔. ใช้  “To + Verb 1”  ในโครงสร้าง {It is (was) + Adjective + To + Verb 1}  เช่น

  • It is gullible to believe what he said

(มันถูกต้มได้ง่ายที่จะเชื่อในสิ่งที่เขาพูด)

  • It is hard to do that work alone.

(มันยากที่จะทำงานนั้นตามลำพัง)

  • It was appropriate to apologize for your mistake.

(มันเหมาะสมแล้วที่จะขอโทษสำหรับความผิดของคุณ)

  • It is necessary to take good care of your children.

(มันจำเป็นที่จะต้องดูแลลูกของคุณให้ดี)

  • It was impossible to work in that company if you did not have connection with someone there.

(มันเป็นไปไม่ได้ที่จะทำงานในบริษัทนั้น  ถ้าคุณไม่มีเส้นสาย (ความสัมพันธ์) กับใครบางคนที่นั่น)

                                            ๑๕. ใช้โครงสร้าง  “Question word + To + Verb 1”  แทน  “Noun clause”  ที่ขึ้นต้นด้วย   “What, When, Where, Why, How, Which”  เช่น

  • He asked me where I should stay.

(= He asked me where to stay.)

(เขาถามผมว่าพักที่ไหน)

  • I asked her how she could go there.

(= I asked her how to go there.)

(ผมถามเธอว่าไปที่นั่นได้อย่างไร)

  • She told me when she could come for dinner.

(= She told me when to come for dinner.)

(เธอบอกผมว่าจะมางานเลี้ยงได้เมื่อใด)

  • They don’t know what they should do.

(= They don’t know what to do.)

(พวกเขาไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี)

                                            ๑๖. ใช้  “To + Verb 1”  ในโครงสร้าง {Subject + Verb + Too + Adjective (Adverb) + For + กรรม (บุคคล)  + To + Verb 1}  เช่น

  • The room is too hot for me to sleep in.

(ห้องนี้ร้อนเกินไปสำหรับผมที่จะนอนได้)

  • The girl is too short to reach the top shelf.

(เด็กหญิงคนนั้นเตี้ยเกินไปที่จะเอื้อมมือไปถึงหิ้งชั้นบน)

  • No one is too old to learn.

(ไม่มีใครแก่เกินไปที่จะเรียน)

  • The problem was not too difficult for you to solve.

(ปัญหาไม่ยากเกินไปสำหรับคุณที่จะแก้ได้)

  • She spoke too fast (quickly) for me to understand.

(เธอพูดเร็วเกินไปสำหรับผมที่จะเข้าใจได้)

  • They walked too slowly to catch the bus.

(พวกเขาเดินช้าเกินไปที่จะขึ้นรถเมล์ได้ทัน)

  • We were too excited to say anything.

(เราตื่นเต้นเกินไปที่จะพูดอะไรได้)

                                            ๑๗. ใช้  “To + Verb 1”  ในโครงสร้าง {Subject + Verb + Adjective (Adverb) + Enough + For + กรรม  (บุคคล)  + To + Verb 1}  เช่น

  • He is mature enough to decide by himself.

(เขามีวุฒิภาวะพอที่จะตัดสินใจได้ด้วยตนเอง)

  • She is not old enough to take part in the beauty contest.

(เธอยังไม่โตพอที่จะมีส่วนร่วมในการ  (เข้า) ประกวดนางงาม)

  • We drove fast enough to arrive there in time.

(เราขับรถเร็วพอที่จะมาถึงที่นั่นทันเวลา)

  • They were strong enough to lift that heavy box.

(พวกเขาแข็งแรงพอที่จะยกหีบหนักใบนั้นได้)

  • I did not walk quickly enough to catch up with them.

(ผมเดินไม่เร็วพอที่จะตามพวกเขาได้ทัน)

 

16. Mr. Simpson died last week.  He has left a _____________________ and seven children.

(มิสเตอร์ซิมสันตายเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว  เขาได้ทิ้ง __________________ และลูกอีก    คนไว้)

(a) widower    (พ่อม่าย)

(b) bachelor    (ชายโสด)

(c) spinster    (หญิงโสด, หญิงทึนทึก, สาวแก่)

(d) widow    (หญิงม่าย, แม่ม่าย)

ตอบ   –    ข้อ   (d)   

 

17. It is getting quite late.  You ______________________________________ go home now.

(มันสายมากแล้ว  คุณ ______________________________________ กลับบ้านได้แล้ว)

(a) would better    (รูปนี้ไม่มีใช้)

(b) would rather    (อยากจะ)

(c) had better    (ควรจะ)

(d) should better    (รูปนี้ไม่มีใช้)

ตอบ   –   ข้อ   (c)   เพราะได้ความหมายดีที่สุด

 

18. When Mr. Woods gets here, we ___________________________________ the meeting.

(เมื่อมิสเตอร์วูดส์มาถึงที่นี่  เรา ___________________________________ การประชุม)

(a) start    (เริ่มต้น)

(b) will start    (จะเริ่มต้น)

(c) have started    (ได้เริ่มต้นแล้ว)

(d) are starting    (กำลังเริ่มต้น)

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เพราะเป็นเรื่องอนาคต   คือ  “เมื่อมิสเตอร์วูดส์มาถึง  พวกเราจึงจะเริ่มประชุม”  เป็นการใช้รูป  “Present simple tense”  ในประโยคย่อย (อนุประโยค)  (When Mr. Woods gets here)  คู่กับประโยคใหญ่  ซึ่งอยู่ในรูป  “Future simple tense”  (We will start the meeting)   ตัวอย่างประโยคแบบนี้   ได้แก่

  • When he has enough money, he will buy a new car.

(เมื่อเขามีเงินพอ  เขาจะซื้อรถคันใหม่)

  • When you finish your work, we will go out for dinner.

(เมื่อคุณทำงานเสร็จ  เราจะออกไปกินอาหารเย็นกัน)

  • She will leave the room before we finish the meeting.

(เธอจะออกจากห้อง  ก่อนเราประชุมเสร็จ)

  • We will start our work after we discuss with our boss.

(เราจะลงมือทำงาน  หลังจากเราปรึกษากับหัวหน้าของเรา)

 

19. Requests for extra time off must _____________________ by the employee’s supervisor.

(การร้องขอเวลาหยุดพิเศษจะต้องได้รับ ________________ โดยผู้ควบคุม-ดูแลของพนักงาน)

(a) approve

(b) be approved    (อนุมัติ, เห็นชอบ, ยินยอม)

(c) be approving

(d) approval    (การอนุมัติ, การเห็นชอบ, การยินยอม)

ตอบ    -    ข้อ   (b)   เนื่องจากประธานของประโยคคือ   “Requests” (การร้องขอ)  ส่วน  “for extra time off”   เป็นส่วนขยายประธาน  ดังนั้น  กริยาของประโยค  คือ  “Must + Verb 1”  แต่เนื่องจากต้องอยู่ในรูป   “Passive voice   เพราะประธานฯ เป็นผู้ถูกกระทำ (การร้องขอจะต้องได้รับ (ถูก) อนุมัติ-เห็นชอบโดยผู้ควบคุม)  จึงต้องเปลี่ยนเป็น  “Must + Be + Verb 3”  ซึ่งในที่นี้คือ   “Must be approved

                                        เช่นเดียวกัน   รูป   “Passive voice”  ของกริยาที่ประกอบด้วย  “will, would, shall, should, can, could, may, might, must”  จะต้องอยู่ในรูป “will, would, shall, should……………….+ Be + Verb 3”  เสมอ  เช่น

  • The exam result will be announced next week.

(ผลสอบจะถูกประกาศสัปดาห์หน้า)

  • The work can be done by only 2 people.

(งานนี้สามารถถูกทำได้โดยคนเพียง ๒ คนเท่านั้น)

  • The speech should be completed in 5 minutes.

(สุนทรพจน์ควรจะถูกกล่าวจบใน ๕ นาที)

  • The car may be stolen if its doors are not properly locked.

(รถอาจจะถูกขโมย  ถ้าหากประตูมิได้ถูกล็อกอย่างเหมาะสม)

 

20. It is better for the economy to buy things that are produced _________ rather than bringing in products from far away.

(มันเป็นการดีกว่ากันสำหรับเศรษฐกิจ  ที่จะซื้อสิ่งต่างๆ ที่ถูกผลิต ___________ มากกว่าที่จะนำเข้าผลิตภัณฑ์จากที่ที่อยู่ห่างไกลออกไป)

(a) local    (ในท้องถิ่น, ของท้องถิ่น, ตามท้องถิ่น)  (เป็นคำคุณศัพท์)

(b) localize    (จำกัด, จำกัดวง, ทำให้เป็นเรื่องของท้องถิ่น, ทำให้อยู่เฉพาะส่วนเฉพาะที่)  (เป็นคำกริยา)

(c) locally    (ในท้องถิ่น, เฉพาะแห่ง, เฉพาะที่, เฉพาะส่วน)

(d) location    (สถานที่, ตำแหน่ง, ตำแหน่งที่ตั้ง, การหาตำแหน่งที่ตั้ง)  (เป็นคำนาม)

ตอบ    -     ข้อ   (c)   เนื่องจากขยายคำกริยา  “Produced”   จึงต้องเป็นคำกริยาวิเศษณ์   “locally

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน  เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th

 

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บ-ไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป