หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 465)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Part V: Sentence Completion   (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

 

1. __________________ long pantaloons to draw attention to the woman suffrage movement.

(_______ กางเกงขี่ม้ารัดรูปตัวยาว  เพื่อดึงดูดความสนใจต่อขบวนการสิทธิในการออกเสียงของสตรี)

(a) Amelia Bloomer to wear

(b) Amelia Bloomer wore    (อมีเลีย  บรูมเมอร์  สวม)

(c) Amelia Bloomer’s wearing

(d) Amelia Bloomer, who wore    (อมีเลีย  บรูมเมอร์,  ผู้ซึ่งสวม)

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากเป็นประธาน  (Amelia Bloomer)  และกริยา  (Wore)  ของประโยค   

 

2. All marble is composed of crystals of the minerals calcite or dolomite, ________, are perfectly white.

(หินอ่อนทั้งหมดประกอบด้วยผลึกของแร่แคลไซต์  หรือโดโลไมท์, _________ , มีสีขาวอย่างสมบูรณ์ – ไร้มลทิน)

(a) when, which pure

(b) when, pure which

(c) which, pure when

(d) which, when pure    (ซึ่ง, เมื่อบริสุทธิ์)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   โดยลดรูปมาจากอนุประโยค  “which, when they are pure”  

 

3. Plants react markedly to ___________________________________________________.

(พืชมีปฏิกิริยาอย่างเห็นได้ชัดต่อ ______________________________________________)

(a) illumination is changing

(b) changes that illumination

(c) changing illumination    (การส่องสว่าง (แสงสว่าง) ที่เปลี่ยนไป)

(d) illumination that changing

ตอบ   -   ข้อ   (c)   หรืออาจตอบ  “illumination that is changing”  (การส่องสว่างซึ่งกำลังเปลี่ยนแปลง)  ก็ได้

 

4. _____________________________, Thomas Paine aroused both admiration and hatred.

(___________, โทมัส เพน  ปลุกเร้าทั้งการยกย่องชื่นชม  และความเกลียดชัง)  (ในตัวของเขา)

(โทมัส เพน  เป็นนักเคลื่อนไหวทางการเมือง, นักปรัชญา, และนักปฏิวัติชาวอเมริกัน  เชื้อสายอังกฤษในศตวรรษที่  ๑๘,  เขาเป็นหนึ่งในบรรดาผู้ก่อตั้งประเทศสหรัฐฯ  และผู้นำในการประกาศเอกราชจากอังกฤษ)

(a) The most widely read author being of his day

(b) Of his day was the most widely read author

(c) The most widely read author of his day    (เป็นนักเขียนซึ่งมีผู้อ่านมากที่สุดในยุคของเขา)

(d) He was the most widely read author of his day

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เป็นการใช้วลีขึ้นต้นประโยค  เพื่อขยายประธานฯ ซึ่งอยู่หลังเครื่องหมายคอมม่า  (Thomas Paine)  ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

  • The son of a carpenter, Jim worked very hard since he was young.

(เป็นลูกชายของช่างไม้, จิมทำงานหนักมากตั้งแต่ยังเป็นเด็ก)

  • A famous movie star, Peter hopes to win an Oscar Award in the future.

(เป็นดาราภาพยนตร์ที่มีชื่อเสียง, ปีเตอร์หวังว่าเขาจะได้รางวัลออสการ์ในอนาคต)

  • The best student in her class, Susan got a scholarship to study abroad.

(เป็นนักเรียนที่ดีที่สุดในชั้น, ซูซานได้รับทุนไปเรียนต่างประเทศ)

 

5. For nearly 800 years, at least, British people have protested in _________ about the pollution of air through the burning of soft coal.

(เป็นเวลาเกือบ  ๘๐๐  ปี, อย่างน้อยที่สุด, ชาวอังกฤษได้ประท้วงด้วย _________ เกี่ยวกับมลภาวะทางอากาศ  ที่เกิดจากการเผาถ่านที่ใช้ในการทำอาหาร)

(a) one way or other

(b) one way or others

(c) one way or the other

(d) one way or another   (วิธีใดวิธีหนึ่ง)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   ดูคำอธิบายจากประโยคข้างล่าง

                                                 ตัวอย่างที่ ๑

  • Almost everyone has a headache at _____________________________________.

(เกือบทุกคน (เป็นไข้) ปวดศีรษะ  (ไม่) ณ  __________________________________)

(a) one time or other

(b) one time or another   (เวลาใด (ก็) เวลาหนึ่ง)

(c) one time or the other

(d) one time or others

ตอบ   -   ข้อ  (b)   เนื่องจากเราใช้   “Another”  คู่กับ  “One”  ความหมายรวมกัน  =  “ (ไม่)......................ใดก็.......................หนึ่ง”  เช่น

  • We tried to solve the problem by one way or another.

(เราพยายามแก้ปัญหา  ไม่โดยวิธีใดก็วิธีหนึ่ง)

                                        สำหรับ  “Another”  (อีกหนึ่ง)   ใช้ในแบบไม่ชี้เฉพาะ + Noun   นับได้เอกพจน์  ตัวอย่างการใช้  “Another”  เช่น

  • We need another week to complete our project.

(เราต้องการอีก    สัปดาห์  เพื่อทำโครงการให้เสร็จสิ้น)

  • She got another cat from her neighbor.

(เธอได้แมวอีก    ตัว  จากเพื่อนบ้าน)

  • He bought another car.

(เขาซื้อรถอีก    คัน)

                                      อย่างไรก็ตาม  สามารถใช้   “Another + Noun  (พหูพจน์)  ได้  ถ้าคำนามนั้น  มีคำแสดงจำนวนนับขยาย  =   “อีก................................”

  • They need another twenty people for the job.

(พวกเขาต้องการอีก  ๒๐  คน  สำหรับงานนั้น)

  • We will stay here for another ten days.

(เราจะพักที่นี่อีก  ๑๐  วัน)

  • The project will take another two years.

(โครงการจะใช้เวลาอีก    ปี)

 

6. After 1945, Australia became ________________________ in the Southeast Asian market.

(หลังปี  ๑๙๔๕  ออสเตรเลียเริ่ม _____________________ ในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้)

(a) interesting    (น่าสนใจ)

(b) interested    (มีความสนใจ, รู้สึกสนใจ)

(c) interest    (ทำให้สนใจ)

(d) to interest

ตอบ   -   ข้อ   (b)   ดูเพิ่มเติมคำกริยาประเภทเดียวกับ  “Interest”  เช่น  “Excite, Surprise, Attract, Disappoint, etc.”  จากประโยคข้างล่าง

                                                  ตัวอย่างที่

  • The lecturer used so many long and difficult words that I felt very _______________.

(ผู้บรรยายใช้คำที่ยืดยาวและยากจำนวนมาก  จนกระทั่งผมรู้สึก _____________ อย่างมาก)

(a) confuse    (ทำให้งุนงง-สับสน)

(b) confusing    (น่างุนงง-สับสน)

(c) confused    (งุนงง-สับสน)

(d) confusion    (ความงุนงง-สับสน)

ตอบ   -   ข้อ   (c)

                                                     ตัวอย่างที่

  • The food was delicious.  That was a ___________________________________ meal.

(อาหารอร่อย  นั่นเป็นมื้ออาหารที่ _________________________________________)

(a) satisfied    (รู้สึกพอใจ)

(b) satisfying    (น่าพึงพอใจ)

(c) satisfy    (ทำให้พอใจ)

(d) satisfaction    (ความพึงพอใจ)

ตอบ   -   ข้อ  (b)

                                                      ตัวอย่างที่

  • Bill heard that he had won a scholarship.  The news _________________________. 

(บิลได้ยินว่าเขาได้รับทุนการศึกษา  ข่าวนี้ __________________________________)

  1. were excited

(b) was exciting    (น่าตื่นเต้น)

(c) was excited    (รู้สึกตื่นเต้น)

(d) were exciting

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจาก  “News”  เป็นคำนามนับไม่ได้   และถือเป็นเอกพจน์เสมอ   จึงต้องใช้กับ  “Was

                                                   ตัวอย่างที่

  • My friend _________________________________ when his requests were refused.

(เพื่อนของผม ___________________________ เมื่อคำร้องขอของเขาได้รับการปฏิเสธ)

(a) upset

(b) was upset    (รู้สึกสับสน-ว้าวุ่น-ไม่สบายใจ)

(c) was upsetting

(d) had upset

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจาก  “To upset”  หมายถึง  “ทำให้สับสน-ว้าวุ่น-ไม่สบายใจ”  (กริยา  ๓  ช่อง  คือ  “Upset, Upset, Upset”)  ส่วน  “To be upset”  =  “รู้สึกสับสน-ว้าวุ่น-ไม่สบายใจ”  และ  “To be upsetting”  =   “น่าสับสน-ว้าวุ่น-ไม่สบายใจ”   ดูเพิ่มเติมคำกริยาประเภทเดียวกับ   “Upset”   จากประโยคข้างล่าง

                                                      ตัวอย่างที่  

  • My letter is very long.  I hope you won’t find it _______________________________.

(จดหมายของผมยาวมาก  ผมหวังว่า  คุณคงจะไม่พบว่ามัน ________________________)

(a) bore

(b) bored    (รู้สึกเบื่อหน่าย)

(c) boring    (น่าเบื่อหน่าย)

(d) to bore    (ทำให้เบื่อหน่าย)

ตอบ    -    ข้อ   (c)    ดูเพิ่มเติมกริยาประเภทเดียวกับ   “Bore”  จากประโยคข้างล่าง

                                                   ตัวอย่างที่  

  • She was very _________________________________________ to meet her friend.

(เธอ ___________________________________________ มากที่ได้พบเพื่อนของเธอ)

(a) delight    (ทำให้ยินดี-ปลาบปลื้ม-สุขใจ,  ความยินดี-ปลาบปลื้ม-สุขใจ)

(b) delighting    (น่ายินดี-ปลาบปลื้ม-สุขใจ)

(c) delighted    (รู้สึกยินดี-ปลาบปลื้ม-สุขใจ)

(d) delightful    (น่ายินดีมาก, น่าสุขใจมาก)

ตอบ   -   ข้อ  (c)

                                                     ตัวอย่างที่  

  • I _____________________________________________ with the result of my exam.

(ผม_________________________________________________ กับผลสอบของผม)

(a) quite satisfy    (ทำให้พึงพอใจอย่างมาก)

(b) am quite satisfying    (น่าพึงพอใจอย่างมาก)

(c) am quite satisfied     (รู้สึกพึงพอใจอย่างมาก)

(d) am quite to satisfy

ตอบ   -   ข้อ   (c)

                                                         ตัวอย่างที่  

  • I am ___________________________________________ in science, not in English.

(ผม ______________________________________ ในวิทยาศาสตร์  มิใช่ภาษาอังกฤษ)

(a) interest

(b) interesting    (น่าสนใจ)

(c) interested    (มีความสนใจ)

(d) to interest   (ทำให้สนใจ)

ตอบ   -   ข้อ   (c)

                                                        ตัวอย่างที่  

  • He is ________________________________________________________ a house.

(เขา _________________________________________________________ บ้าน)

(a) interest at to rent

(b) interesting in rent

(c) interested at renting

(d) interested in renting     (มีความสนใจในการเช่า)

ตอบ   -   ข้อ   (d)

                                                     ตัวอย่างที่  ๑๐

  • It will take me quite some time to get him ___________________ in buying your land. 

(ผมจะต้องใช้เวลานานทีเดียวที่จะทำให้เขา ___________________ ในการซื้อที่ดินของคุณ)

(a) to interest    (ทำให้สนใจ)

(b) being interesting

(c) interested     (มีความสนใจ, รู้สึกสนใจ)

(d) interesting    (น่าสนใจ)

ตอบ   -   ข้อ   (c)

                                                     ตัวอย่างที่  ๑๑

  • The little girl was very _______________ when her father promised to buy her a doll.

(เด็กหญิงเล็กๆคนนั้น ________________ มาก  เมื่อพ่อของเธอสัญญาว่าจะซื้อตุ๊กตาให้เธอ)

(a) exciting    (น่าตื่นเต้น)

(b) excited    (รู้สึกตื่นเต้น, มีความตื่นเต้น)

(c) excite    (ทำให้ตื่นเต้น)

(d) excitable    (สามารถตื่นเต้นได้)

ตอบ    –    ข้อ   (b)   ดูเปรียบเทียบกับประโยคข้างล่าง

  • The results of the traveler preference survey are surprising.

(ผลลัพธ์ของการสำรวจความนิยมของนักเดินทาง – ท่องเที่ยว – น่าประหลาดใจ)

หมายเหตุ   –    ประโยคข้างบนนี้ต้องใช้   “Surprising”  เนื่องจาก   “Surprise”  เป็นคำกริยาที่มีความหมายว่า  “ทำให้ประหลาดใจ”   แต่ถ้าใช้ในรูป  “is (are, was, were) surprising”  จะมีความหมายว่า   “น่าประหลาดใจ”,  ส่วนเมื่อใช้ในรูป  “is (am, are, was, were) surprised”  จะมีความหมายว่า   “มีความรู้สึกประหลาดใจ”  ดังตัวอย่างประโยค  เช่น

  • The result of the exam surprised her.

(ผลสอบทำให้เธอประหลาดใจ)

  • She was surprised at the result of the exam.

(เธอมีความรู้สึกประหลาดใจกับผลสอบ)

  • The result of the exam was surprising.

(ผลสอบน่าประหลาดใจ)

                                                      คำกริยาประเภทเดียวกับ  “Surprise”  ได้แก่

satisfy –ทำให้พอใจ

excite – ทำให้ตื่นเต้น

disappoint –ทำให้ผิดหวัง

attract –ทำให้หลงใหล, ดึงดูด

interest – ทำให้สนใจ

amuse –ทำให้สนุกหรือขบขัน

please –ทำให้ยินดี-พอใจ

annoy –ทำให้รำคาญ-ขุ่นเคือง

bore – ทำให้เบื่อ

tire – ทำให้เหน็ดเหนื่อยหรือเบื่อ

frighten – ทำให้ตกใจ

confuse –ทำให้สับสนหรืองุนงง

surprise –ทำให้ประหลาดใจ

amaze – ทำให้ทึ่ง, ทำให้ตะลึง

delight – ทำให้ยินดี

exhaust –ทำให้หมดแรง

fascinate – ทำให้หลงใหล, ทำให้หลงเสน่ห์

charm – ทำให้หลง

convince – ทำให้เชื่อ

tempt – ทำให้หลงใหล, ยั่วยวน-ล่อใจ

entertain – ทำให้เพลิดเพลิน

embarrass –ทำให้ขวยเขิน-กระดากอาย

puzzle –ทำให้งง

thrill – ทำให้ตื่นเต้น

upset – ทำให้รำคาญ-ไม่สบายใจ

irritate – ทำให้โมโห, ทำให้ระคายเคือง

exasperate –ทำให้โกรธ

astonish –ทำให้ประหลาดใจ, ทำให้ตกใจ

infuriate –ทำให้โกรธ, ทำให้เดือดดาล

horrify –ทำให้กลัว, ทำให้ขนพองสยองเกล้า

 

                                               กลุ่มคำกริยาข้างบนนี้ มีหลักการใช้คือ

                                    ๑. ถ้าใช้ในรูป  “Subject + Verb + Object”   จะมีความหมายว่า  “ทำให้”  คือ  ตัวประธานเป็นผู้ทำให้เกิดอาการนั้นๆ ขึ้นแก่ผู้อื่น  เช่น

  • The accident frightened the passengers a great deal.  (past tense)

(อุบัติเหตุทำให้ผู้โดยสารตกใจอย่างมาก)

  • The exam result disappointed him so much.(past tense)

(ผลสอบทำให้เขาผิดหวังมากทีเดียว)

  • The chairman’s speech confused everyone.(past tense)

(คำพูดของท่านประธานทำให้ทุกคนสับสนงุนงง)

  • The new film interests all viewers.(present tense)

(หนังเรื่องใหม่ทำให้คนดูทั้งหมดสนใจ)

  • The professor’s lecture bores all the class.(present tense)

(การบรรยายของศาสตราจารย์คนนั้นทำให้นักเรียนทั้งชั้นเบื่อ)

                                    ๒. ถ้าใช้รูป  “Verb + ing” {Subject + is (am, are, was, were) + Verb +ing}  หรือ  (Verb +ing + Noun)  มีความหมายว่า “น่า........................”  หรือ  “ซึ่งน่า.......................”  กริยาที่เติม  “ing”  พวกนี้  ถือเป็นคำคุณศัพท์  จะวางไว้หลัง  Verb to be”  หรือหน้าคำนามก็ได้   เช่น

  • His work is boring.  (present tense)

(งานของเขาน่าเบื่อหน่าย)

  • It is a very exciting football match.   (present tense)

(มันเป็นการแข่งขันฟุตบอลที่น่าตื่นเต้น)

  • The landscape was so fascinating.  (past tense)

(ภูมิประเทศ (ที่นี่) น่าหลงใหลมาก)

  • The employee’s work was disappointing.   (past tense)

(งานของลูกจ้างรายนั้นน่าผิดหวัง)

  • The children’s table manners were very embarrassing.  (past tense)

(กิริยามารยาทบนโต๊ะอาหารของพวกเด็กๆน่าอับอายมาก)

  • The book is interesting.  (present tense)

(หนังสือน่าสนใจ)

  • Her beauty is charming.  (present tense)

(ความงามของเธอน่าหลงใหล – มีเสน่ห์)

  • It is surprising to see him at his ex-wife’s wedding.   (present tense)

(มันน่าประหลาดใจที่เห็นเขาที่งานแต่งงานของอดีตภรรยา)

{มิได้หมายความว่า  “มันกำลังประหลาดใจ  เหมือนกับประโยค  “He is walking. (เขากำลังเดิน)  –  present continuous tense}

                                    ๓. ถ้าเติม  “Ed”  ข้างหลังคำกริยากลุ่มนี้   แล้ววางตามหลัง  “Verb to be” (is, am, are, was, were)   จะมีลักษณะเป็น   “Passive voice” (Subject + is (am, are, was, were) + Verb + ed)  จะมีความหมายว่า  ประธานเป็นผู้เกิดความรู้สึกนั้นๆ ขึ้นมา  ซึ่งถ้าแปลตรงๆ ก็คือ “......................ถูกทำให้รู้สึก.......................ตื่นเต้น, ตกใจ, ผิดหวัง, พอใจฯลฯ........................”   แต่ในภาษาไทยนิยมพูดว่า   “.........................มีความรู้สึก.........................ตื่นเต้น,  ตกใจ,  ผิดหวัง,  พอใจ...................”  เช่น

  • We are interested in German.   (present tense)

(เรามีความสนใจในภาษาเยอรมัน)

  • They are very pleased to see their old friends.   (present tense)

(พวกเขาดีใจมากที่ได้พบเพื่อนเก่า)

  • I was amazed to know of his death.   (past tense)

(ผมตะลึงที่ได้รู้ข่าวการตายของเขา)

  • He was very tired of hard work.   (past tense)

(ผมเหน็ดเหนื่อยมากกับงานหนัก)

  • She was interested in the ballet performance.   (past tense)

(เธอมีความสนใจในการแสดงบัลเล่ต์)

  • We were disappointed to lose the match.   (past tense)

(พวกเราผิดหวังที่แพ้การแข่งขัน)

  • Most people are frightened of the snakes.   (present tense)

(คนส่วนมากกลัวงู)

  • Jim is fascinated by astronomy.   (present tense)

(เขามีความหลงใหลในวิชาดาราศาสตร์)

 

7. Experienced drivers have ______________________________ accidents than beginners.

(นักขับรถที่มีประสบการณ์  ประสบอุบัติเหตุ _______________ ผู้เริ่มขับรถ หรือมือใหม่หัดขับ)

(a) lesser    (น้อยกว่า, เล็กน้อย)

(b) fewer    (น้อยกว่า)  (ขยายคำนามพหูพจน์)

(c) not many    (ไม่มาก)  (ขยายคำนามพหูพจน์)

(d) very few    (น้อยมาก)  (ขยายคำนามพหูพจน์)

ตอบ  -   ข้อ   (b)  เนื่องจากเป็นการเปรียบเทียบ  “ขั้นกว่า”  (Comparative degree)   และ   “Accidents”  เป็นคำนามพหูพจน์  จึงต้องใช้   “Fewer        

 

8. After a _______________________________________ breakfast, he ran to the bus stop.

(หลังจากอาหารเช้าที่ ____________________________________ เขาวิ่งไปที่ป้ายรถเมล์)

(a) hurry   (รีบเร่ง, ความรีบเร่ง)  (เป็นคำกริยา และคำนาม)

(b) hurrying

(c) hurried   (เฮ้อ-รีด)  (เป็นคำคุณศัพท์)  (รีบเร่ง, รีบร้อน, ฉุกละหุก, ด่วน)

(d) hurry’s

ตอบ   -   ข้อ   (c)   ใช้คำคุณศัพท์ขยายหน้าคำนาม  “Breakfast

 

9. His favourite subject is ____________________________________________________.

(วิชาที่โปรดปรานของเขา  คือ ___________________________________________)

(a) mathematic    (mathematics  =  วิชาคณิตศาสตร์)

(b) arithmetic    (วิชาเลขคณิต, เกี่ยวกับเลขคณิต)

(c) physic   (ฟิซ-ซิค)  (ยาถ่าย, ยาเวชภัณฑ์, แพทยศาสตร์, อาชีพแพทย์)   (physics (ฟิซ-ซิคซ)  =  วิชาฟิสิกส์)

(d) economic   (เกี่ยวกับเศรษฐกิจ, ด้านเศรษฐกิจ)  (economics  =  วิชาเศรษฐศาสตร์)

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากเป็นเพียงข้อเดียวที่เป็น  “วิชา

 

10. She forgot to ____________________________ us ____________________________.

(เธอลืมที่จะ ____________________________________________________ ถึงเรา)

(a) drop ______________ a letter

(b) drop ______________ a line   (เขียนจดหมาย)

(c) drop ______________ by

(d) drop ______________ out

ตอบ   -   ข้อ   (b)   “Drop someone a line   หรือ  a few lines”  =   “เขียนจดหมาย  หรือ โน้ต  ถึงผู้นั้น”   Line (s)  ในที่นี้  หมายถึง  “บรรทัดของหนังสือ

 

11. In 34 years, Dickens wrote 15 books plus ________ of ________ and ________, and every one became a best-seller.

(ในช่วงเวลา  ๓๔  ปี,  ดิ๊กเค่น  เขียนหนังสือ  ๑๕  เล่ม  กับ ________ และ ________ จำนวน ________ เรื่อง  และทุกๆ เล่ม (เรื่อง)  ได้กลายเป็นหนังสือที่ขายดีที่สุด)

(a) hundred _________ stories _________ article

(b) hundreds _________ stories _________ articles   (นิยาย _________ บทความ _________ หลายร้อย)

(c) hundreds _________ stories _________ article

(d) hundred ________ story _________ articles

ตอบ   -   ข้อ   (b)   ต้องเติม   “S”  ข้างท้าย   “Hundred, Story, Article”   ทั้ง   คำ  เนื่องจากอยู่ในรูปพหูพจน์

 

12. As a mass production method, it ___________________ great advances in the last few years.

(ในฐานะวิธีการผลิตสินค้าเป็นจำนวนมาก,  มัน (วิธีการ) _________ ความก้าวหน้าอย่างยิ่ง  ในช่วง    ถึง    ปีที่ผ่านมา)

(a) makes

(b) is making

(c)made

(d) has made    (ได้ทำให้เกิด)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากข้อความ   “In the last few years”  (ในช่วง    ถึง    ปีที่ผ่านมา)  แสดงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต  และต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน (ขณะที่พูด)   จึงใช้  “Present perfect tense”  {Subject + Has (Have) + Verb 3}  ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

                                                   ตัวอย่างที่  

  • __________ impressive increases in expenditure on the advertising of tobacco goods in recent years.

(____________ การเพิ่มขึ้นอย่างน่าประทับใจ  ในค่าใช้จ่ายด้านการโฆษณาสินค้ายาสูบ  ในช่วงไม่กี่ปีที่เพิ่งผ่านมานี้)

(a) There are

(b) There were

(c) There have been   (มี, ได้มี)

(d) There has been

ตอบ   -   ข้อ  (c)   ใช้รูป  “Present perfect tense”  {Subject + Has (Have) + Verb 3}  (ต้องใช้  “Have been”  เนื่องจาก  “Impressive increases” อยู่ในรูปพหูพจน์)   และนื่องจากบอกการกระทำ  หรือเหตุการณ์  ที่เกิดขึ้นในอดีต  และยังคงดำเนินหรือมีผลต่อมาจนถึงปัจจุบัน  (ขณะที่พูดประโยคนี้)   และคาดว่าเหตุการณ์นั้น  ยังจะปรากฏในอนาคตอีก   สังเกตจาก   “For” = (เป็นเวลา)  (For + ความยาวของเวลา),  “Since” = (ตั้งแต่),  (Since + จุดเริ่มต้นของเวลา),  “Up to now”     (= Up to the present time = Up until now) =  (จนถึงบัดนี้),  “So far” =   ( เท่าที่ผ่านมา, หมู่นี้),  “Lately” (= Recently) = (หมู่นี้, เร็วๆ นี้),  “Over the past years”  (ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา),  “In recent years”  (ในช่วงไม่กี่ปีที่เพิ่งผ่านมา),  ดังตัวอย่างประโยคข้างล่าง

  • She has lived here for10 years.

(เธออาศัยอยู่ที่นี่มา ๑๐ ปีแล้ว)  (ปัจจุบันก็ยังอยู่)

  • He has been in Chicago since last week. (= He has gone to Chicago since last week.)

(เขาอยู่ในชิคาโกตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว)  (ปัจจุบันก็ยังอยู่)

  • We have lived in Bangkok since we were young.

(เราอาศัยอยู่ในกรุงเทพตั้งแต่เรายังเด็ก)  (ปัจจุบันก็ยังอยู่)

  • So far, you have not done your best. (= You have not done your best so far.)

(เท่าที่ผ่านๆ มา  คุณยังไม่ได้ทำดีที่สุดเลย)

  • I have sent him only one letter up to now.

(ผมส่งจดหมายให้เขาเพียงฉบับเดียว  จนถึงบัดนี้)

  • The climate has changed a great deal over the past years.

(ภูมิอากาศได้เปลี่ยนแปลงอย่างมากมายในช่วงหลายปีที่ผ่านมา)  (จนถึงปัจจุบัน  ขณะที่พูด)

  • Crime has significantly increased in recent years.

(อาชญากรรมได้เพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา)

 

13. I shall expect you every day; _______________________________________________.

(ผมจะรอคอยที่จะพบคุณทุกๆ วัน; _________________________________________)

(a) don’t disappoint

(b) do not be disappointing

(c) don’t disappoint me   (อย่าทำให้ผมผิดหวังนะ)

(d) disappoint not

ตอบ   -   ข้อ   (c)   ดูคำอธิบายกริยา  “Disappoint”  และในกลุ่มเดียวกัน  (Interest, Excite, Satisfy, Surprise, Frighten, etc.)   ในข้อ  ๖  ของข้อสอบชุดนี้

 

14. Searching in the library, I came ______________________ an old forgotten manuscript.

(ค้นคว้าในห้องสมุด  ผม __________________________ ต้นฉบับเก่าแก่ที่ถูกลืมไปแล้ว)

(a) off

(b) without

(c) over

(d) across   (Come across  =  พบหรือเจอโดยบังเอิญ)

ตอบ   -   ข้อ   (d)

 

15. Another explosion occurred seconds after the first.

(การระเบิดอีกครั้งหนึ่งเกิดขึ้นไม่กี่วินาทีหลังจาก (การระเบิด) ครั้งแรก) 

(a) There were three explosions.    (มีการระเบิด  ๓  ครั้ง)

(b) The first explosion was louder than the second.    (การระเบิดครั้งแรกมีเสียงดังมากกว่าครั้งที่  ๒)

(c) Two explosions happened in rapid succession.    (การระเบิด    ครั้งเกิดขึ้นติดต่อกันไปอย่างรวดเร็ว)

(d) There was one explosion.    (มีการระเบิด  ๑  ครั้ง)

 

16. Jim is leaving London for good.

(จิมจะจากลอนดอนไปอย่างถาวร  หรือตลอดกาล)

(a) Jim is leaving London permanently.    (จิมจะจากลอนดอนไปอย่างถาวร)

(b) Jim is leaving London for the good of his family.    (จิมจะจากลอนดอนไป  เพื่อประโยชน์ของครอบครัวของเขา)

(c) Jim is leaving London for a good reason.    (จิมจะจากลอนดอนไป  ด้วยเหตุผลที่ดี)

(d) Jim is leaving London for his own good.    (จิมจะจากลอนดอนไป  เพื่อประโยชน์ของตัวเขาเอง)

ตอบ   -   ข้อ   (a)   “For good”  =  “Forever”  =  “ตลอดไป, ตลอดกาล, อย่างถาวร, ชั่วนิรันดร, ต่อเนื่อง, ไม่สิ้นสุด

 

17. “I’m afraid that John’s firm is in the red again.”

(“ผมเกรงว่าบริษัทของจอห์นขาดทุนอีกแล้ว)  (คือ  ตัวเลขในบัญชีเป็นสีแดง)

(a) John’s company no longer exists.    (บริษัทของจอห์นไม่มีอยู่ต่อไปอีกแล้ว)  (คือ  ปิดกิจการไปแล้ว)

(b) John’s company has just started operation.    (บริษัทของจอห์นเพิ่งเริ่มดำเนินการ)

(c) John’s company is making a profit.    (บริษัทของจอห์นกำลังทำกำไร)

(d) John’s company is operating at a loss.    (บริษัทของจอห์นกำลังดำเนินการขาดทุน)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   “In the red”  =  “ขาดทุน”  มีที่มาจากในอดีต  ที่พ่อค้าฝรั่งนิยมบันทึกรายการทางธุรกิจด้วยตัวเลขสีแดง  (ใช้หมึกแดง)  เพื่อบอกว่าธุรกิจขาดทุนไปเท่าใด  และจะบันทึกตัวเลขเป็นสีดำ  (In the black)  โดยใช้หมึกสีดำ  เพื่อบอกว่าธุรกิจทำเงินได้เท่าใด  (กำไรเท่าใด)  ตัวอย่างอื่นๆ  เช่น

  • A large number of American radio stations operate in the red.

(สถานีวิทยุอเมริกันจำนวนมาก  ดำเนินการในแบบขาดทุน)

  • In America a rich man who has a farm or ranch often runs it in the red, but makes his money with his factory or business.

(ในอเมริกา  ชายผู้ร่ำรวยที่มีฟาร์มหรือปศุสัตว์  มักบริหารมันในแบบขาดทุน  แต่หาเงิน (ทำกำไร)  จากโรงงานหรือธุรกิจของเขา)  (คือ  ทำฟาร์มหรือปศุสัตว์เพื่อความเพลิดเพลินเท่านั้น  จึงขาดทุน,  แต่ทำกำไรทดแทนจากโรงงานหรือธุรกิจอื่นของตน)

 

18. This new law will not be popular with the man in the street.

(กฎหมายใหม่นี้จะไม่เป็นที่นิยมชมชอบแก่คนธรรมดาสามัญทั่วไป)  (คือ  ชาวบ้านทั่วไปจะไม่ชอบมัน)

(a) Poor men will not like the law.    (คนยากจนจะไม่ชอบกฎหมายนี้)

(b) Traders will not like the law.    (พ่อค้าจะไม่ชอบกฎหมายนี้)

(c) Pedestrians will not like the law.    (ผู้เดินเท้า (คนเดินถนน) จะไม่ชอบกฎหมายนี้)

(d) Ordinary men will not like the law.    (คนธรรมดาสามัญ-ชาวบ้านทั่วไป  จะไม่ชอบกฎหมายนี้)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  “Man in the street”  =   “คนซึ่งเหมือนกับคนอื่นๆ ส่วนใหญ่, คนโดยเฉลี่ย, คนธรรมดา-สามัญ”  (แปลตรงๆ คือ  “คนใน หรือ บนถนน”)  ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

  • The newspaper took a poll of the man in the street.

(หนังสือพิมพ์สอบถามผู้คนธรรมดาสามัญ (คนรากหญ้า) จำนวนมาก  ว่าพวกเขาคิดอย่างไรเกี่ยวกับปัญหาใดปัญหาหนึ่ง)

 

19. A: Do you have much work to do this week-end?

(A: คุณมีงานทำเยอะใช่ไหมปลายสัปดาห์นี้)

     B: Yes, I have to write a _____________________________________________ paper.

(B: ใช่แล้วครับ  ผมจำเป็นต้องเขียนรายงาน (ยาว) _____________________________)

(a) two-thousand-words

(b) two-thousand-word    (๒,๐๐๐ คำ)

(c) two-thousands-word

(d) two-thousands-words

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เมื่อใช้เป็นคุณศัพท์  ขยายคำนาม  “Thousand”  และ  “Word”  ไม่ต้องเติม   “S”  ลงข้างท้าย,  แต่ต้องมีเครื่องหมาย  “Hyphen” (-)  ขีดคั่นระหว่างคำคุณศัพท์เหล่านั้น  ดังตัวอย่างข้างล่าง

  • She gave me two hundred-dollar bills.

(เธอให้ธนบัตรใบละ  ๑๐๐  ดอลลาร์  แก่ผม    ใบ)

  • It is a fifty-mile journey.

(มันเป็นการเดินทางระยะ  ๕๐  ไมล์)

(สำหรับเรื่องระยะทาง  สามารถเขียนได้อีกแบบ  คือ   “It is a 50 miles’ journey.  =  “การเดินทางของ  ๕๐  ไมล์”)

 

20. The mountain was a _________________________________________ from the village.

(ภูเขานั้นเป็น ______________________________________________ จากหมู่บ้าน)

(a) day’s journey    (การเดินทาง (ระยะ)    วัน)

(b) journey of a day

(c) journey for a day

(d) journey in a day

ตอบ   -   ข้อ  (a)   เป็นการใช้ในแบบ  “Apostrophe S”  คือ  แสดงความเป็นเจ้าของ  “การเดินทางของ    วัน”  หรือ  อาจเขียนได้อีกแบบ  คือ  “a one-day journey from…................…..”  ดูเพิ่มเติมจากตัวอย่างข้างล่าง

                                                    ตัวอย่างที่       

  • I’m looking forward to ________________________________________________.

(ผมกำลังตั้งตารอคอย  _______________________________________________)

(a) a vacation’s week

(b) a week’s vacation    (การไปเที่ยววันหยุด    สัปดาห์)

(c) a vacation of the week

(d) a week of the vacation

ตอบ   -   ข้อ   (b)

                                                        ตัวอย่างที่ 

  • The bus station is ten _____________________________________ walk from here.

(สถานีรถประจำทาง  เดินสิบ _____________ จากที่นี่)  (คือ  อยู่ห่างออกไปโดยเดิน  ๑๐  นาที)

(a) minutes

(b) minutes’    (นาที)

(c) minute

(d) minutes by

ตอบ   -   ข้อ   (b)

                                                     ตัวอย่างที่ 

  • The landlord said that the tenant owed several ______________________________.

(เจ้าของบ้านกล่าวว่า  ผู้เช่าบ้านเป็นหนี้ ____________________________________)

(a) rent weeks

(b) weeks rent

(c) week rent

(d) weeks’ rent    (ค่าเช่าหลายสัปดาห์)

ตอบ   -   ข้อ   (d)

                                                      ตัวอย่างที่ 

  • They understood the problem after half an ________________________ explanation.

(พวกเขาเข้าใจปัญหา  หลังจากการอธิบายครึ่ง ______________________________)

(a) hours

(b) day’s

(c) hour’s    (ชั่วโมง)

(d) our

ตอบ   -   ข้อ   (c)   ดูตัวอย่างเพิ่มเติมจากข้างล่าง

  • A moment’s pause    (การหยุดชั่วครู่หนึ่ง)
  • A month’s rent    (ค่าเช่า   เดือน)
  • A week’s holiday   (วันหยุด    สัปดาห์)
  • Two months’ notice  (การแจ้งให้ทราบล่วงหน้า    เดือน)
  • Three weeks’ journey   (การเดินทางนาน    สัปดาห์)
  • Four years’ time   (ระยะเวลา    ปี)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน  เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th

 

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บ-ไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป