หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 449)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Part V: Sentence Completion   (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

 

1. A: “Do you mind if I turn on the radio?”

(คุณจะรังเกียจไหม  ถ้าผมจะเปิดวิทยุ)

    B: “__________________________________________________________________.”

(a) No, I don’t want to    (ไม่  ผมไม่ต้องการทำอย่างนั้น)

(b) No, go right ahead    (ไม่ครับ  เชิญ (เปิด) ได้เลย)

(c) Yes, let’s go to the movie    (ครับ  เราไปดูหนังกันเถอะ)

(d) I’m sorry to disturb you    (ผมเสียใจที่รบกวนคุณ)

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากได้ความหมายดีที่สุด

 

2. You would never think of spending a week in Las Vegas for  gambling, _______________?

(คุณไม่เคยนึกถึงเรื่องจะใช้เวลา    อาทิตย์ในลาสเวกัส  เพื่อเล่นการพนัน, ______________)

(a) wouldn’t you

(b) won’t you

(c) would you   (ใช่ไหม)

(d) will you

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากประโยคนี้เป็นปฏิเสธอยู่แล้ว  คือมีคำ  “Never”  จึงไม่สามารถเลือก ข้อ  (a)  ได้  เพราะจะเป็นปฏิเสธซ้อน, ในส่วน  “Tag”  จึงต้องใช้รูปบอกเล่า

 

3. There is also a __________________________ local interest in current Western fashions.

(มีความสนใจของท้องถิ่น (ซึ่ง) _____________________ ในเรื่องแฟชั่นตะวันตกในปัจจุบัน)

(a) grow

(b) grown

(c) growth

(d) growing    (เพิ่มมากขึ้น)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจาก  “Local interest”  (ความสนใจของท้องถิ่น)  ทำกริยา  “เพิ่มขึ้น”   ได้เอง  จึงต้องใช้  “growing” {Present participle (Verb + ing)  ซึ่งขยายหน้าหรือหลังคำนามใด  บอกให้รู้ว่านามนั้นเป็นผู้ทำกริยานั้น}

                                สำหรับ  “Present participle” (Verb + ing)  ถือเป็นคำคุณศัพท์ประเภทหนึ่ง  จึงสามารถใช้ขยายคำนามได้เหมือนกับคำคุณศัพท์ทั่วๆ ไป  (โดยอาจอยู่หน้า  หรือ  หลังคำนามที่มันขยาย)   เพื่อที่จะบอกว่า  คำนามนั้นเป็นผู้ทำกริยานั้นๆ   (แสดง  “Active voice”)   เช่น

  • Working men are constructing a bridge.

(คนทำงานกำลังก่อสร้างสะพาน)

  • Drinking horses were seen near the bank of the river.

(ม้าที่ดื่มน้ำถูกมองเห็นใกล้ตลิ่งของแม่น้ำ)

  • The mother took good care of her sleeping baby.

(แม่ดูแลทารกที่นอนหลับเป็นอย่างดี)

  • The audience appreciated the good works of the producing team.

(ผู้ชมยกย่อง-ชื่นชมผลงานที่ดีของทีมผู้สร้าง – ภาพยนตร์)

  • The people working in the office are my colleagues.

(ผู้คนที่ทำงานในสำนักงาน  คือเพื่อนร่วมงานของผม)

  • The woman walking across the street is my sister.

(ผู้หญิงที่เดินข้ามถนนเป็นน้องสาวของผม)

  • The man living next door is a bank manager.

(ชายที่อาศัยอยู่บ้านหลังถัดไปเป็นผู้จัดการธนาคาร)

  • The children playing in the field are my neighbors’ kids.

(เด็กๆที่เล่นอยู่ในสนามเป็นลูกของเพื่อนบ้านของผม)

 

4. You should drive carefully, because accidents _____________________________ easily.

(คุณควรขับรถอย่างระมัดระวัง  เพราะว่าอุบัติเหตุ _____________________ อย่างง่ายดาย)

(a) are occurred

(b) occurring

(c) occur    (เกิดขึ้น)

(d) occurred

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากกริยา  “Occur, Happen, Take place”  =  (เกิดขึ้น)  ต้องใช้ในรูป  “Active voice”  เสมอ  และประโยคนี้เป็นข้อแนะนำโดยทั่วไป  จึงถือเป็นเหตุการณ์ปัจจุบัน  จึงต้องใช้กับ  “Present simple tense”  (จึงไม่เลือก  ข้อ D)

 

5. ______________________ much you may acquire, you will always wish to acquire more.

( ___________ คุณจะได้มามาก ___________, คุณก็จะปรารถนาให้ได้มามากขึ้นอีกอยู่เสมอ)

(a) As long as   (ตราบใดที่, ตราบเท่าที่)

(b) However    (ไม่ว่า .......................................... อย่างไรก็ตาม, แม้ว่า)

(c) Even   (แม้กระทั่ง)

(d) Whatever   (อะไรก็ตาม)

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจาก   “However”  (ใช้กับ    ประโยค หรือ ข้อความที่มีความขัดแย้งกัน)  มีการใช้    โครงสร้าง  คือ

                               ๑. However (อย่างไรก็ตาม), + Subject + Verb  เช่น

  • He is very rich; however, he is never happy.

(เขารวยมาก,  อย่างไรก็ตาม  เขาไม่เคยมีความสุข)

  • They were lazy; however, they passed the exam.

(พวกเขาขี้เกียจ,  อย่างไรก็ตาม  พวกเขาสอบผ่าน)

                                ๒. However (ไม่ว่า…................................อย่างไรก็ตาม, แม้ว่า) + Adjective (Adverb) + Subject + Verb  เช่น

  • However beautiful she is, nobody likes her.

(ไม่ว่าเธอจะสวยอย่างไรก็ตาม  ไม่มีใครชอบเธอ)  (แม้ว่าเธอสวย  ไม่มีใครชอบเธอ)

  • However lazy he is, he behaves well.

(ไม่ว่าเขาจะขี้เกียจอย่างไรก็ตาม  เขาประพฤติตัวดี)  (แม้ว่าเขาขี้เกียจ  เขาประพฤติตัวดี)

  • However rich he is, he is never happy.

(ไม่ว่าเขาจะร่ำรวยเพียงไร  เขาไม่เคยมีความสุข)  (แม้ว่าเขารวย  เขาไม่เคยมีความสุข

  • She didn’t pass her exam however hard-working she was.

(เธอสอบไม่ผ่าน  ไม่ว่าเธอจะขยันเพียงไรก็ตาม)  (เธอสอบไม่ผ่าน  แม้ว่าเธอขยัน)

  • However quickly we walked, we could not catch the bus.

(ไม่ว่าเราจะเดินเร็วเพียงไรก็ตาม  เราไปไม่ทันรถเมล์)  (แม้ว่าเราเดินเร็ว  เราไปไม่ทันรถเมล์) 

  • However carefully she walked, she fell down on a slippery road.

(ไม่ว่าเธอจะเดินระมัดระวังเพียงไรก็ตาม  เธอล้มลงบนถนนที่ลื่น)  (แม้ว่าเธอเดินระวัง  เธอล้มลงบนถนนที่ลื่น)

  • He failed however hard (Adverb) he might try.

(เขาล้มเหลว  ไม่ว่าเขาจะพยายามหนักเพียงไรก็ตาม)  (เขาล้มเหลว  แม้ว่าเขาพยายามอย่างหนัก)

 

6. I had to stand in a _________________________ for hours to get tickets for the performance.

(ผมจำเป็นต้องยืนอยู่ใน (หรือ เข้า) _________ เป็นเวลาหลายชั่วโมง  เพื่อให้ได้ตั๋วสำหรับการแสดง)

(a) turn    (รอบหนึ่ง, พักหนึ่ง, คราวหนึ่ง, เวร, การฝึกซ้อม)

(b) file    (แถวเรียงของทหารหรือตัวหมากรุก, แผงหรือแฟ้มเก็บเอกสาร, ปึกเอกสาร, หมวดเอกสาร, เอกสารของเรื่องๆหนึ่ง)

(c) queue    (แถว, คิว)

(d) procession    (ขบวน, ขบวนแห่)

 

7. I want to go to the library, but I’m afraid I’m not walking in the right ___________________.

(ผมต้องการจะไปห้องสมุด  แต่ผมเกรงว่าผมมิได้กำลังเดินอยู่ใน _______________ ที่ถูกต้อง)

(a) distance    (ระยะทาง, ระยะทางไกล, ทางไกล, ความห่างเหิน)

(b) attitude    (ทัศนคติ)

(c) circumstance    (สถานการณ์, กรณี, สภาวะ, เหตุการณ์, สภาพ, สถานะ, สภาพแวดล้อม, กรณีแวดล้อม, กาลเทศะ)

(d) direction    (ทิศทาง)

 

8. We had hoped that Robert would agree to help us, but he has ____________________ to.

(เราได้หวังว่าโรเบิร์ตจะตกลงช่วยเหลือเรา  แต่เขา ____________________ ที่จะช่วยเหลือ)

(a) desired    (ปรารถนา, ต้องการ, อยาก)

(b) refused    (ปฏิเสธ)

(c) promised    (สัญญา, ให้คำมั่นสัญญา, ทำให้มั่นใจ, เป็นเครื่องบอก, รับปากจะแต่งงาน)

(d) intended    (ตั้งใจ, มีเจตนา, ปรารถนา, มุ่งหมาย, มีความหมาย)

 

9. I’m sorry not ______________________________________ her before she left last week.

(ผมเสียใจที่ไม่ _________________________________ เธอ  ก่อนที่เธอจากไปสัปดาห์ที่แล้ว)

(a) to see

(b) to have seen   (ได้เห็น-พบ-เจอ)

(c) seeing

(d) having seen

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจาก  “Sorry + To + Verb 1”  =  “เสียใจที่ได้...........................ในปัจจุบัน  หรือ  อนาคต”  ส่วน  “Sorry + To + Have + Verb 3”  =   “เสียใจที่ได้............................ในอดีต”   ในทำนองเดียวกัน  “Sorry + Not + To + Verb 1”  =  “เสียใจที่มิได้..............................ในปัจจุบัน  หรือ อนาคต”  ส่วน  “Sorry + Not + To + Have + Verb 3”  =  “เสียใจที่มิได้....................................ในอดีต”  ดังตัวอย่างประโยคข้าง ล่าง

  • I am sorry to go to the party with them.

(ผมเสียใจที่ไปงานเลี้ยงกับพวกเขา)  (เป็นปัจจุบัน  หรืออนาคต  คือไปในตอนนี้ หรือ ไปพรุ่งนี้)  (ถ้าจะให้ชัดเจนเรื่องเวลา  ควรเติม  “Now”  หรือ  “Tomorrow”  หลัง “them”)

  • I am sorry not to go to the party with them.

(ผมเสียใจที่มิได้ไปงานเลี้ยงกับพวกเขา)  (ในขณะนี้  หรือวันพรุ่งนี้)  (ถ้าจะให้ชัดเจนเรื่องเวลา  ควรเติม  “Now”  หรือ  “Tomorrow”  หลัง  “Them”)

  • She is sorry to have blamed them.

(เธอเสียใจ (ในปัจจุบัน) ที่ได้ตำหนิพวกเขาในอดีต)

  • She was sorry to have blamed them.

(เธอเสียใจ (ในอดีต) ที่ได้ตำหนิพวกเขาในอดีต)

  • We are (were) sorry not to have worked harder last term.

(เราเสียใจ (ในปัจจุบัน, อดีต) ที่มิได้ขยันเรียนให้มากขึ้นเมื่อเทอมที่แล้ว)  (พวกเราเลยสอบตก)

  • She is (was) sorry not to have told the truth.

(เธอเสียใจ (ในปัจจุบัน, อดีต) ที่มิได้พูดความจริง)  (เมื่อปีที่แล้ว)

 

10. The Grand Palace is _____________________________________________________.

(พระบรมมหาราชวังอยู่  _________________________________________________)

(a) far about four kilometers from here.

(b) far from here about four kilometers

(c) about four kilometers far from here

(d) about four kilometers from here    (ห่างจากที่นี่ประมาณ    กิโลเมตร)  (แปลตรงตัว   คือ   “ประมาณ    กิโลเมตรจากที่นี่

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากมิได้เรียงตามแบบภาษาไทย  ใน  ข้อ (a) และ (b)  “ไกลประมาณ    ก.ม.  จากที่นี่”   หรือ   “ไกลจากที่นี่ประมาณ   ก.ม.”   แต่ต้องใช้ตามโครงสร้างใน  ข้อ  (d)  (ประมาณ      ก.ม. จากที่นี่)  โดยไม่ต้องมี   “Far”  (ต้องจำโครงสร้างแบบนี้)

 

11. I _________________________________________________ with the result of my exam.

(ผม ________________________________________________ กับผลสอบของผม)

(a) quite satisfy    (ทำให้พึงพอใจอย่างมาก)

(b) am quite satisfying    (น่าพึงพอใจอย่างมาก)

(c) am quite satisfied     (รู้สึกพึงพอใจอย่างมาก)

(d) am quite to satisfy

ตอบ    -    ข้อ   (c)   ดูเพิ่มเติมคำกริยาประเภท   “Satisfy, Excite, Interest, Disappoint, Please, Attract, Frighten, etc.”  จากประโยคตัวอย่างข้างล่าง

                                                       ตัวอย่างที่  

  • I am ___________________________________________ in science, not in English.

(ผม ____________________________________ ในวิทยาศาสตร์  มิใช่ภาษาอังกฤษ)

(a) interest

(b) interesting    (น่าสนใจ)

(c) interested    (มีความสนใจ)

(d) to interest   (ทำให้สนใจ)

ตอบ    -    ข้อ   (c)

                                                       ตัวอย่างที่  

  • He is ________________________________________________________ a house.

(เขา _________________________________________________________ บ้าน)

(a) interest at to rent

(b) interesting in rent

(c) interested at renting

(d) interested in renting    (มีความสนใจในการเช่า)

ตอบ    -    ข้อ   (d)

                                                         ตัวอย่างที่  

  • It will take me quite some time to get him ____________________ in buying your land. 

(ผมจะต้องใช้เวลานานทีเดียวที่จะทำให้เขา _____________________ ในการซื้อที่ดินของคุณ)

(a) to interest    (ทำให้สนใจ)

(b) being interesting

(c) interested     (มีความสนใจ)

(d) interesting     (น่าสนใจ)

ตอบ    -    ข้อ   (c)

                                                      ตัวอย่างที่  

  • The little girl was very ________________ when her father promised to buy her a doll.

(เด็กหญิงเล็กๆคนนั้น ________________ มาก  เมื่อพ่อของเธอสัญญาว่าจะซื้อตุ๊กตาให้เธอ)

(a) exciting    (น่าตื่นเต้น)

(b) excited     (รู้สึกตื่นเต้น)

(c) excite    (ทำให้ตื่นเต้น)

(d) excitable    (สามารถตื่นเต้นได้)

ตอบ    –    ข้อ  (b)   ดูเปรียบเทียบกับประโยคข้างล่าง

  • The results of the traveler preference survey are surprising.

(ผลลัพธ์ของการสำรวจความนิยมของนักเดินทาง – ท่องเที่ยว – น่าประหลาดใจ)

หมายเหตุ   –    ประโยคข้างบนนี้ต้องใช้   “Surprising”   เนื่องจาก “Surprise”  เป็นคำกริยาที่มีความหมายว่า  “ทำให้ประหลาดใจ”  แต่ถ้าใช้ในรูป   “Is (Are, Was, Were) surprising”  จะมีความหมายว่า  “น่าประหลาดใจ”  ส่วนเมื่อใช้ในรูป  “Is (Am, Are, Was, Were) surprised”  จะมีความหมายว่า  “มีความรู้สึกประหลาดใจ”   ดังตัวอย่างประโยค  เช่น

  • The result of the exam surprised her.

(ผลสอบทำให้เธอประหลาดใจ)

  • She was surprised at the result of the exam.

(เธอมีความรู้สึกประหลาดใจกับผลสอบ)

  • The result of the exam was surprising.

(ผลสอบน่าประหลาดใจ)

                                              คำกริยาประเภทเดียวกับ  “Surprise”  ได้แก่

satisfy –ทำให้พอใจ

excite – ทำให้ตื่นเต้น

disappoint –ทำให้ผิดหวัง

attract –ทำให้หลงใหล, ดึงดูด

interest – ทำให้สนใจ

amuse –ทำให้สนุกหรือขบขัน

please –ทำให้ยินดี-พอใจ

annoy –ทำให้รำคาญ-ขุ่นเคือง

bore – ทำให้เบื่อ

tire – ทำให้เหน็ดเหนื่อยหรือเบื่อ

frighten – ทำให้ตกใจ

confuse –ทำให้สับสนหรืองุนงง

surprise –ทำให้ประหลาดใจ

amaze – ทำให้ทึ่ง, ทำให้ตะลึง

delight – ทำให้ยินดี

exhaust –ทำให้หมดแรง

fascinate – ทำให้หลงใหล, ทำให้หลงเสน่ห์

charm – ทำให้หลง

convince – ทำให้เชื่อ

tempt – ทำให้หลงใหล, ยั่วยวน-ล่อใจ

entertain – ทำให้เพลิดเพลิน

embarrass –ทำให้ขวยเขิน-กระดากอาย

puzzle –ทำให้งง

thrill – ทำให้ตื่นเต้น

upset – ทำให้รำคาญ-ไม่สบายใจ

irritate – ทำให้โมโห, ทำให้ระคายเคือง

exasperate –ทำให้โกรธ

astonish –ทำให้ประหลาดใจ, ทำให้ตกใจ

infuriate –ทำให้โกรธ, ทำให้เดือดดาล

horrify –ทำให้กลัว, ทำให้ขนพองสยองเกล้า

 

                                                      กลุ่มคำกริยาข้างบนนี้  มีหลักการใช้  คือ

                              ๑. ​ถ้าใช้ในรูป  “Subject + Verb + Object”  จะมีความหมายว่า  “ทำให้”   คือ  ตัวประธานเป็นผู้ทำให้เกิดอาการนั้นๆขึ้นแก่ผู้อื่น   เช่น

  • The accident frightened the passengers a great deal.  (past tense)

(อุบัติเหตุทำให้ผู้โดยสารตกใจอย่างมาก)

  • The exam result disappointed him so much.  (past tense)

(ผลสอบทำให้เขาผิดหวังมากทีเดียว)

  • The chairman’s speech confused everyone.  (past tense)

(คำพูดของท่านประธานทำให้ทุกคนสับสนงุนงง)

  • The new film interests all viewers.  (present tense)

(หนังเรื่องใหม่ทำให้คนดูทั้งหมดสนใจ)

  • The professor’s lecture bores all the class.  (present tense)

(การบรรยายของศาสตราจารย์คนนั้นทำให้นักเรียนทั้งชั้นเบื่อ)

                            ๒. ถ้าใช้รูป  “Verb + ing” {Subject + Is (Am, Are, Was, Were) + Verb +ing}  หรือ  (Verb +ing + Noun)  มีความหมายว่า “น่า.........................” หรือ  “ซึ่งน่า...............................”  กริยาที่เติม   “Ing”  พวกนี้   ถือเป็นคำคุณศัพท์  จะวางไว้หลัง  Verb to be”  หรือหน้าคำนามก็ได้  เช่น

  • His work is boring.  (present tense)

(งานของเขาน่าเบื่อหน่าย)

  • It is a very exciting football match.  (present tense)

(มันเป็นการแข่งขันฟุตบอลที่น่าตื่นเต้น)

  • The landscape was so fascinating.  (past tense)

(ภูมิประเทศ (ที่นี่) น่าหลงใหลมาก)

  • The employee’s work was disappointing(past tense)

(งานของลูกจ้างรายนั้นน่าผิดหวัง)

  • The children’s table manners were very embarrassing.  (past tense)

(กิริยามารยาทบนโต๊ะอาหารของพวกเด็กๆน่าอับอายมาก)

  • The book is interesting.  (present tense)

(หนังสือน่าสนใจ)

  • Her beauty is charming.  (present tense)

(ความงามของเธอน่าหลงใหล – มีเสน่ห์)

  • It is surprising to see him at his ex-wife’s wedding.   (present tense)

(มันน่าประหลาดใจที่เห็นเขาที่งานแต่งงานของอดีตภรรยา)  {มิได้หมายความว่า  “มันกำลังประหลาดใจ  เหมือนกับประโยค  “He is walking. (เขากำลังเดิน)Present continuous tense}

                              ๓. ถ้าเติม  “Ed”  ข้างหลังคำกริยากลุ่มนี้  แล้ววางตามหลัง  “Verb to be” (is, am, are, was, were)  จะมีลักษณะเป็น  “Passive voice” (Subject + is (am, are, was, were) + Verb + ed)  จะมีความหมายว่า  ประธานเป็นผู้เกิดความรู้สึกนั้นๆ ขึ้นมา  ซึ่งถ้าแปลตรงๆ ก็คือ “...........................ถูกทำให้รู้สึก.............................ตื่นเต้น, ตกใจ, ผิดหวัง, พอใจฯลฯ.............................”   แต่ในภาษาไทยนิยมพูดว่า “..........................มีความ รู้สึก.........................ตื่นเต้น, ตกใจ, ผิดหวัง, พอใจ............................”  เช่น

  • We are interested in German.   (present tense)

(เรามีความสนใจในภาษาเยอรมัน)

  • They are very pleased to see their old friends.   (present tense)

(พวกเขาดีใจมากที่ได้พบเพื่อนเก่า)

  • I was amazed to know of his death.   (past tense)

(ผมตะลึงที่ได้รู้ข่าวการตายของเขา)

  • He was very tired of hard work.   (past tense)

(ผมเหน็ดเหนื่อยมากกับงานหนัก)

  • She was interested in the ballet performance.   (past tense)

(เธอมีความสนใจในการแสดงบัลเล่ต์)

  • We were disappointed to lose the match.  (past tense)

(พวกเราผิดหวังที่แพ้การแข่งขัน)

  • Most people are frightened of the snakes.  (present tense)

(คนส่วนมากกลัวงู)

  • Jim is fascinated by astronomy.  (present tense)

(เขามีความหลงใหลในวิชาดาราศาสตร์)

 

12. Following up on details ___________________________ not what we are concerned with. 

(การติดตามรายละเอียดมิได้ _______________________________ สิ่งที่เราเกี่ยวข้องด้วย)

(ความหมาย  คือ  มิใช่เป็นหน้าที่ของเรา  ที่จะต้องไปติดตามรายละเอียด)

(a) is    (เป็น)

(b) are

(c) has

(d) have

ตอบ   -   ข้อ   (a)   เนื่องจากประธานของประโยค  คือ  “Following up”  โดยมี   “on details”  เป็นส่วนขยาย  ทั้งนี้  “Following up”  เป็น  “Gerund” (Verb + ing)   ซึ่งถือเป็นคำนามประเภทหนึ่ง  ที่ความหมายขึ้นต้นด้วย  “การ.............................”  หรือ  “ความ..........................”  และ  “ถือเป็นคำเอกพจน์เสมอ”  จึงต้องใช้กับกริยา  “Is” (Was)  ดูเพิ่มเติมการใช้  “Gerund” (Verb + ing)  เป็นประธานของประโยค  (หรือของกริยา)  จากตัวอย่างข้างล่าง

  • Swimming is a good exercise.

(การว่ายน้ำเป็นการออกกำลังกายที่ดี)

  • Playing badminton is his favorite hobby.

(การเล่นแบดมินตันเป็นงานอดิเรกที่โปรดปรานของเขา)

  • Working in cool weather is pleasure.

(การทำงานในอากาศที่เย็นเป็นความรื่นรมย์)

  • Breathing is indispensable to all living things.

(การหายใจเป็นสิ่งจำเป็นยิ่งสำหรับสิ่งมีชีวิตทั้งหมด)

  • Sleeping is necessary to health.

(การนอนหลับเป็นสิ่งจำเป็นต่อสุขภาพ)

  • Walking a long distance has made me tired.  

(การเดินระยะทางไกลทำให้ผมเหนื่อย)

  • Scuba diving has become very popular recently.   

(การดำน้ำลึกแบบมีเครื่องช่วยหายใจ  กลายเป็นที่นิยมกันอย่างมากเมื่อเร็วๆ นี้)

 

13. There are _______________________________ apples left.  Let’s have them for dessert.  

(มีแอปเปิ้ลเหลืออยู่ ___________________________ พวกเรามากินมันเป็นของหวานกันเถอะ)

(a) little   (น้อย)  (จนแทบไม่มีเลย – ความหมายเป็นไปในทางลบ)  (ใช้กับคำนามนับไม่ได้ – เอกพจน์เสมอ)

(b) a little   (น้อย)  (แต่พอมีอยู่บ้าง – ความหมายเป็นไปในทางบวก)  (ใช้กับคำนามนับไม่ได้ – เอกพจน์เสมอ)

(c) few    (น้อย) (จนแทบไม่มีเลย – ความหมายเป็นไปในทางลบ)  (ใช้กับคำนามนับได้พหูพจน์)

(d) a few    (น้อย, เล็กน้อย)  (แต่พอมีอยู่บ้าง – ความหมายเป็นไปในทางบวก)  (ใช้กับคำนามนับได้พหูพจน์)

(e) the few    (น้อย  ใช้แสดงการเน้นจำนวนที่เหลือจากจำนวนทั้งหมดที่ได้กล่าวไปแล้ว) (ใช้กับคำนามพหูพจน์)

(f) very few   (น้อยมากๆ)  (ใช้กับคำนามพหูพจน์)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากต้องการบอกว่า   “มีแอปเปิ้ลเหลืออยู่บ้าง  จึงชวนกันกินเป็นของหวาน”   ดังนั้น  การจะเลือกข้อใด  จึงต้องดูว่า  ถ้าใช้ขยายคำนามนับได้  (พหูพจน์) (ใช้   “Few”  หรือ  “A few”)  หรือ  นามนับไม่ได้  (เอกพจน์เสมอ)  (ใช้  “Little”  หรือ  “A little”)   และดูด้วยว่า  ถ้า  “มีน้อยมาก”  (ใช้  “Few”  หรือ  “Little”)  หรือ  “พอมีอยู่บ้าง”  (ใช้  “A few”  หรือ  “A little”)  ดังประโยคตัวอย่างข้างล่าง

  • She has a few friends at school, so she is not lonely.

(เธอมีเพื่อนอยู่บ้างที่โรงเรียน  ดังนั้น  เธอจึงไม่เหงา)

  • She has few friends at school, so she is very lonely.

(เธอมีเพื่อนน้อยมากที่โรงเรียน  ดังนั้น  เธอจึงเหงามาก)

  • I have a little money, so I’ll buy you some coffee.

(ผมพอมีเงินอยู่บ้าง  ดังนั้น  ผมจะเลี้ยงกาแฟคุณ)

  • I have little money, so I can’t lend you some.

(ผมมีเงินน้อยมาก  ดังนั้น  ผมไม่สามารถให้คุณยืมได้)

 

14. Please deal ______________________ this matter without delay as it is extremely urgent.

(โปรดจัดการ ________________ เรื่องนี้โดยไม่ต้องรีรอ  เนื่องจากมันเป็นเรื่องเร่งด่วนอย่างยิ่ง)

(a) about

(b) on

(c) with    (กับ)

(d) over

ตอบ   -   ข้อ   (c)  “Deal with”  =  “จัดการกับ, รับมือกับ, ต่อกรกับ”  สำหรับวลีที่ใช้   “With”  ดูจากพารากราฟข้างล่าง

                          คุณศัพท์  (Adjective)  ที่ใช้กับ  “With”  ได้แก่  “pleased”  (ยินดี, พอใจ)  -  “She is pleased with her new workplace.”  (เธอพอใจ-ยินดีกับที่ทำงานแห่งใหม่),  “popular”  (เป็นที่นิยม) – “Holiday camps are popular with married couples with young children.”  (ค่ายพักแรมวันหยุดเป็นที่นิยมสำหรับคู่สามีภรรยาที่มีลูกเล็กๆ),  “satisfied”  (พอใจ)  -  “The company is satisfied with its employees’ performance.”  (บริษัทพึงพอใจกับการทำงานของพนักงาน),  “angry”  (โกรธ),  “busy”  (มีงานยุ่ง)  -  “She is busy preparing for her exam.”  (เธอยุ่งอยู่กับการเตรียมตัวสอบ),  “familiar”  (คุ้นเคย)  -  “He is not familiar with his new neighbors.”  (เขาไม่คุ้นเคยกับเพื่อนบ้านใหม่),  “patient”  (อดทน)  -  “His parents are very patient with him.”  (พ่อแม่ของเขามีความอดทนกับเขามาก),  “friendly”  (เป็นมิตร)  -  “She is friendly with everyone she meets.”  (เธอเป็นมิตรกับทุกคนที่เธอพบเจอ),  “careful”  (ระมัดระวัง),  “content”  (พอใจ),  “identical”  (เหมือนกัน),  “annoyed”  (ขุ่นเคือง  -  เหตุการณ์, การกระทำ) (ถ้าขุ่นเคืองคน  ใช้  “At”-  “I was annoyed with his statement.”  (ผมขุ่นเคือง (โกรธ) คำพูดของเขา),  เป็นต้น

                            กริยา  (Verb)  ที่ใช้กับ  “With”  ได้แก่   “charge”  (ฟ้องร้อง,  ดำเนินคดี),  compare  (เปรียบเทียบ)  -  “Compare this car with that one.”  (จงเปรียบเทียบรถยนต์คันนี้กับคันนั้น),  compete  (แข่งขัน),  “agree”  (ตกลง, เห็นพ้อง)  -  “I agree with you on this point.”  (ผมเห็นด้วยกับคุณในประเด็นนี้),  “disagree”  (ไม่เห็นด้วย),  “acquaint”  (ทำให้คุ้นเคย หรือเคยชิน)  -  You should acquaint yourself with your new job.”  (คุณควรทำตัวเองให้คุ้นเคยกับงานใหม่ของคุณ),  “begin”  (เริ่มต้น)  -  “I will begin my reading with the first chapter.”  (ผมจะเริ่มต้นการอ่านด้วยบทแรก),  “interfere”  (แทรกแซง, เข้าไปยุ่งเกี่ยว)  -  “We should not interfere with other people’s business.”  (เราไม่ควรไปยุ่งเกี่ยวกับธุระของคนอื่น),  “quarrel”  (ทะเลาะ, วิวาท)  -  “Some people often quarrel with their neighbors.”  (คนบางคนทะเลาะกับเพื่อนบ้านบ่อยๆ),  “argue”  (โต้แย้ง, โต้เถียง),  “help”  (ช่วยเหลือ),  “supply”  (จัดหาให้),  “cooperate”  (ร่วมมือ)  -  “The suspect did not cooperate with the police.  (ผู้ต้องหาไม่ยอมร่วมมือกับตำรวจ),  “deal”  (เกี่ยวข้อง, รับมือ)  -  “I don’t want to deal with that man.”  (ผมไม่ต้องการติดต่อ-เกี่ยวข้องกับเจ้าหมอนั่น),  “contrast”  (ขัดแย้ง, ตรงข้าม, แตกต่างกันอย่างมาก)  -  “This type of machine contrasts sharply with that one.”  (เครื่องจักรชนิดนี้แตกต่างอย่างมากกับชนิดนั้น),  เป็นต้น

 

15. Cheetahs are capable ________________ running at a speed equivalent to that of a car.

(เสือชีต้าสามารถ ______________________ วิ่งด้วยความเร็วเท่ากับความเร็วของรถยนต์)

(a) with

(b) of

(c) at

(d) in

ตอบ   -   ข้อ   (b)   “Be capable of” (สามารถ)  +  Verb + ing  

                                สำหรับคำกริยา,  คุณศัพท์, นาม,  หรือ  วลีที่ใช้กับ  “Of”  ได้แก่  “source of”  (แหล่งของ)  -  Meat is an excellent source of vitamins.  (เนื้อเป็นแหล่งที่ดีเยี่ยมของวิตามิน),  “kind of”  (ค่อนข้างจะ)  -  She is kind of an envious woman.  (เธอเป็นผู้หญิงที่ค่อนข้างจะขี้หึง),  “keep out of”  (อย่ายุ่ง, อยู่ให้ไกล, ออกห่างจาก, ไม่เข้าไปเกี่ยวข้อง)  - Please keep out of my business.  (โปรดอย่าเข้ามายุ่งกับเรื่องของผม),  “in honor of”  (เพื่อเป็นเกียรติแก่)  -  The building was named in honor of the late President.”  (อาคารถูกตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่ท่านประธานาธิบดีผู้ล่วงลับไปแล้ว),  “in charge of” (= take charge of)  (ดูแล, รับผิดชอบ)  -  They are in charge of organizing the meeting.  (พวกเขารับผิดชอบการจัดประชุม), “inform someone of something”  (บอกใครเกี่ยว กับเรื่องอะไร)  -  Please inform me of your decision.  (โปรดบอกผมเกี่ยวกับการตัดสินใจของคุณ),   “of age”  (โตพอที่จะทำอะไรบางอย่าง, อายุมากพอที่จะลงคะแนนเลือกตั้ง  หรือซื้อเหล้า-เบียร์, ได้รับการพัฒนาอย่างเต็มที่)  -  Mary will be of driving age on her next birthday  (แมรี่จะถึงวัยที่ได้รับอนุญาตให้ขับรถได้  ในวันเกิดของเธอปีหน้า),  “of course”  (แน่นอน, ไม่ต้องสงสัยเลย, เป็นเรื่องธรรมดา, เหมือนที่คาดหวังไว้)  -  Of course you know that girl; she is in your class  (แน่นอน  คุณรู้จักเด็กผู้หญิงคนนั้น  เธอเป็นเด็กนักเรียนของคุณ  -  หรือ เธอเรียนอยู่ในชั้นเดียวกับคุณ  –  คือเป็นเพื่อนคุณ),  “remind someone of”  (เตือนใครให้นึกถึงเรื่อง.........................)  -  She reminded me of her mother.  (เธอเตือนให้ผมนึกถึงแม่ของเธอ  -  ด้านรูปร่างหน้าตาหรือนิสัยใจคอ),  “approve”  (อนุมัติ, เห็นชอบ)  -  “The company doses not approve of women smoking.”  (บริษัทไม่เห็น ชอบให้ผู้หญิงสูบบุหรี่),  “boast”  (คุยโม้)  -  “He often boasts of his wealth.”  (เขามักคุยอวดความร่ำรวย), “think”  (คิดถึงเรื่อง)  -  “We are thinking of buying her a present.”  (พวกเรากำลังคิดถึงเรื่องซื้อของขวัญให้เธอ),  “warn”  (เตือน)  -  “She warned me of the danger.”  (เธอเตือนผมถึงอันตราย),   “accuse someone of”  (กล่าวหาใครในเรื่อง.....................)  -  They accused him of stealing their car.  (พวกเขากล่าวหาเขาว่าขโมยรถยนต์),  “suspect”  (สงสัย),  “consist”  (ประกอบด้วย),  “be composed of”  (ประ กอบด้วย)  -  Our team is composed of a number of experts in several fields.   (ทีมของเราประกอบ ด้วยผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากจากหลายสาขา),  “dream”  (ฝัน)  -  She never dreams of traveling abroad.  (เธอไม่เคยฝันว่าจะเดินทางไปต่างประเทศ),  “hear”  (ได้ยิน)  -  “We have never heard of his plan.”  (เราไม่เคยรู้เกี่ยว กับแผนของเขาเลย)  -  “Have you heard of Lewis Baker?”  (คุณรู้จักลูอิส  เบเกอร์ ไหม),  “beware”  (ระวัง)  -  “Beware of dogs !”  (ระวังสุนัข !),  “complain”  (บ่น, ร้องทุกข์)  -  They never complain of their hardship.  (พวกเขาไม่เคยบ่นอุทธรณ์ความยากลำบากเลย),  “convince”  (ทำให้เชื่อ)  -  “These experiences served to convince me of the drug’s harmful effects.”  (ประสบการณ์เหล่านี้ทำให้ผมเชื่อในผลกระทบที่เป็นอันตรายของยา),  “disapprove”  (ไม่อนุมัติ, ไม่เห็นด้วย)  -  “The other members disapproved of his methods.”  (สมาชิกคนอื่นๆ ไม่เห็นด้วยกับวิธีของเขา),  “assure”  (รับรอง, ทำให้มั่นใจ-เชื่อมั่น-  “After he had been assured of his daughter’s safety, he was relaxed.”  (หลังจากที่เขาถูกทำให้เชื่อมั่นในความปลอดภัยของลูกสาว  เขารู้สึกผ่อนคลาย)  -  “Visitors can always be assured of the best in Manhattan Hotel.”  (ผู้มาเยือน (แขก) สามารถจะมั่นใจได้เสมอ  ถึงสิ่งที่ดีที่สุดในโรงแรมแมนฮัตตัน  -  ในด้านการให้บริการ),  “cure”  (รักษา  หรือทำให้หายจากโรคหรืออาการบาง อย่าง,  การรักษาโรค),  -  “I’m interested in the cure of cancer.”  (ผมสนใจในการรักษาโรคมะเร็ง)  -  “The shock of losing my purse cured me of all my former absent-mindedness.”  (ความตกใจจากการทำกระเป๋าสตางค์หาย  ทำให้ผมหายจากอาการใจลอยเมื่อก่อนนี้ทั้งหมดทั้งสิ้น),   “smell”  (กลิ่น, ได้กลิ่น)  -  “We had a smell of fresh bread when we entered the shop.”  (เราได้กลิ่นขนมปังสดเมื่อเราเข้าไปในร้าน)  -  “The room smelled of cigars.”  (ห้องมีกลิ่นซิการ์),  “full”  (เต็มไปด้วย)  - The street was full of water.   (ถนนเจิ่งนองไปด้วยน้ำ), “fond”  (ชอบ, หลงใหล)  -  She is fond of music.  (เธอชอบดนตรี), “careful”  (ระวัง, รอบคอบ)  -  “Be careful of the floor.  I’ve just polished it.”  (ระวังพื้นลื่นนะ  ผมเพิ่งจะขัดมัน),  “frightened”  (ตกใจกลัว)  -  She is frightened of the dark.  (เธอกลัวความมืด), “confident”  (มั่นใจ)  -  You should be confident of yourselves.  (พวกคุณควรมั่นใจในตนเอง), “short”  (ขาดแคลน)  -  They were short of food and water.  (พวกเขาขาดแคลนอาหารและน้ำ),  “tired”  (เบื่อ, เหนื่อย),  “sure”  (มั่นใจ),  “aware”  (ตระหนัก, รู้ดี),  “certain” (มั่นใจ, แน่ นอน),  “free”  (ยกเว้น),  “proud”  (ภูมิใจ),  “hopeful”  (มีความหวัง), “glad”  (ดีใจ),  “capable”  (สามารถ),  “ashamed”  (ละอายใจ), “suspicious”  (สงสัย, ระแว),  “tolerant”   (อดทนต่อ, ใจกว้างต่อ), “considerate”  (เกรงใจ),  “ignorant”  (ไม่รู้),  “convinced”  (เชื่อ), “ahead”  (ล่วงหน้า), “shy”  (อาย, ละอาย), “conscious”  (รู้สึกถึง), “jealous”  (อิจฉา, หึงหวง), “envious”  (อิจฉา, หึงหวง),  “a cup of tea”  (ชา ถ้วย),  “a sheet of paper”  (กระดาษ แผ่น),  “a number of dogs”  (หมาจำนวนมาก),  “the number of students”  (จำนวนนักเรียน),  “a pair of trousers”  (กางเกงขายาว ตัว), “millions of dollars”  (เงินหลายล้านดอลลาร์),  “two gallons of water”  (น้ำ แกลลอน),  “10% of the population”  (๑๐ เปอร์เซ็นต์ของประชากร),  “a town of 2,000 people”  (เมืองที่มีประชากร  ๒,๐๐๐ คน),  “Half of the boats sank.”  (เรือจำนวนครึ่งหนึ่งจมลง),  “Your letter of the 25th ”  (จดหมายของคุณซึ่งลงวันที่  ๒๕),  “a bag of gold”  (ทองถุงหนึ่ง),  “at a rate of 20 dollars a day”  (ในอัตรา ๒๐ เหรียญต่อวัน),  “a boy of sixteen”  (เด็กอายุ ๑๖ ปี),  “at the age of five”  (ตอนอายุ ขวบ),  “a baby of 6 months”  (ทารกอายุ ๖ เดือน),  “the first of a series of movies”  (ตอนแรกของภาพยนตร์ซีรี่ส์),  “one of the problems”  (หนึ่งในหลายปัญหา),  “two of the three”   ( ใน ),  “many of the students”  (นักเรียนหลายคน),  “a meeting of executives”  (การประชุมผู้บริหาร),  “a map of Sweden”  (แผนที่ประเทศสวีเดน),  “a picture of the refugees”  (ภาพของผู้อพยพ),  “an account of the event”  (เรื่องราวของเหตุการณ์),  “a collection of watches”  (การสะสมนาฬิกา),  “a big piece of cake”  (เค้กชิ้นใหญ่),  “Natural gas accounts for about 10% of our total energy consumption.”  (กาซธรรมชาติคิดเป็นประมาณ  ๑๐  เปอร์เซ็นต์  ของการบริโภคพลังงานทั้งหมดของเรา),  “the House of Representatives”  (สภาผู้แทนราษ ฎร),  “We must do it with the approval of the trade unions.”  (เราจะ ต้องทำมันด้วยความเห็นชอบของสหภาพการค้า),  “We need the permission of the judge.”  (เราต้องการการอนุญาตจากผู้พิพากษา),  “the religious beliefs of the ancient people”  (ความเชื่อทางศาสนาของคนโบราณ),  “the average age of participants is over 50”  (อายุเฉลี่ยของผู้เข้าร่วม  คือ  เกินกว่า  ๕๐  ปี),  “the traditional role of women”  (บทบาทดั้งเดิมของสตรี),  “That is a book of mine.”  (นั่นเป็นหนังสือของผม),  She would like to have a house of her own.”  (เธอต้องการจะมีบ้านเป็นของตัวเอง),  “A child of hers was run over by a car.”  (ลูกคนหนึ่งของเธอถูกรถทับ),  “He is a friend of Stephen’s.”  (เขาเป็นเพื่อนของสตีเฟน),  เป็นต้น

 

16. Dolphins are considered to be ______________________________________ mammals.

(ปลาโลมาได้รับการพิจารณาว่าเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ __________________________)

(a) high intelligent

(b) highly intelligent    (เฉลียวฉลาดอย่างยิ่ง)

(c) high intelligently

(d) highly intelligently

ตอบ   -   ข้อ   (b)   ใช้คำคุณศัพท์   “Intelligent”  (ฉลาด)   ขยายคำนาม  “Mammals”  (สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม)  และใช้คำกริยาวิเศษณ์  (Highly)  ขยายคำคุณศัพท์  “Intelligent”  อีกทีหนึ่ง

 

17. It’s really hard to keep pace with our _____________________________ changing world.

(มันยากจริงๆ ที่จะก้าวให้ทันกับโลกที่เปลี่ยนแปลง ________________________ ของเรา)

(a) rapid    (เร็ว)  (เป็นคำคุณศัพท์)

(b) rapidly    (อย่างรวดเร็ว)

(c) rapidity    (ความเร็ว)  (เป็นคำนาม)

(d) being rapid

ตอบ   -   ข้อ   (b)   ใช้คำกริยาวิเศษณ์   (Rapidly)  ขยายกริยา  (Changing)

 

18. It was an _______________ slow train.  I arrived at my destination _________________.

(มันเป็นรถไฟที่เชื่องช้า _______________ ผมมาถึงจุดหมายปลายทาง _______________)

(a) incredible _______________ late

(b) incredible _______________ lately

(c) incredibly _____________ late    (อย่างเหลือเชื่อ-ไม่น่าเชื่อ ........................ ล่าช้า)

(d) incredibly _______________ lately

ตอบ   -   ข้อ   (c)   ใช้กริยาวิเศษณ์  (Incredibly)  ขยายคุณศัพท์  (Slow)  และใช้กริยาวิเศษณ์   (Late)  ขยายกริยา  “Arrived”   สำหรับ  “Late”  เป็นทั้งคำคุณศัพท์และกริยาวิเศษณ์ในคำเดียวกัน  (ไม่ต้องเติม “Ly” ข้างท้าย)  หมายถึง  “สาย, ล่าช้า, ซึ่งล่วงลับไปแล้ว”  ส่วน  “Lately”  เป็นกริยาวิเศษณ์บอกเวลา  (Adverb of time)  หมายถึง  “เมื่อเร็วๆ นี้,  เมื่อไม่นานมานี้,  หมู่นี้”  มักใช้กับ  “Present perfect tense”  {Has (Have) + Verb 3}  เช่น

  • She has worked very hard lately.

(เธอทำงานหนักมากหมู่นี้)

  • The government has lately received a number of complaints about this.

(รัฐบาล  เมื่อเร็วๆ นี้  ได้รับการร้องเรียนมากมายเกี่ยวกับเรื่องนี้)

  • John has seemed very happy lately.

(จอห์นดูเหมือนว่ามีความสุขมากหมู่นี้)

 

19. I’ve lost my handkerchief.  Please give me one of _______________________________.

(ผมได้ทำผ้าเช็ดหน้าของผมหาย,   โปรดให้ผ้าเช็ดหน้า __________________ แก่ผม    ผืน)

(a) your

(b) yours    (ของคุณ)

(c) it

(d) its

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากแทน  “Your handkerchief”  จึงต้องใช้รูป  “Possessive pronoun” (Mine, Yours, His, Hers, Its, Theirs, Ours)

 

20. They will be glad __________________________________________ into a new house.

(พวกเขาจะยินดี-ดีใจ ___________________________________ เข้าอยู่ในบ้านหลังใหม่)

(a) to move    (ที่จะย้าย)

(b) in moving

(c) for moving

(d) moving

ตอบ   -   ข้อ   (a)   ดูคำอธิบายจากประโยคข้างล่าง

                                                       ตัวอย่างที่     

  • We were pleased _____________________________ that the work had been started.  

(เรายินดี-พอใจ____________________________________ ว่า  งานได้ถูกเริ่มต้นแล้ว)

(a) we see

(b) seeing

(c) to see    (ที่ได้เห็น-พบ-ทราบ)

(d) when saw

ตอบ    -    ข้อ   (c)   เนื่องจากมาจากโครงสร้าง  “Subject + Is (Am, Are, Was, Were) + Adjective + To + Verb 1 + ส่วนขยายเช่น

  • I am happy to see my old friends.

(ผมดีใจที่ได้พบเพื่อนเก่า)

  • They were glad to know that we would go to visit them next month.

(พวกเขาดีใจที่รู้ว่า  เราจะไปเยี่ยมพวกเขาเดือนหน้า)

  • She is interested to apply for a job as a model.

(เธอสนใจที่จะสมัครงานเป็นนางแบบ)

  • We are afraid to think that the third word war may take place soon.

(เราหวั่นกลัวที่จะคิดว่า  สงครามโลกครั้งที่   อาจจะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้)

  • He was excited to meet a famous star he appreciated.

(เขาตื่นเต้นที่ได้พบดารามีชื่อเสียงที่เขาชื่นชอบ)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”                

 

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป