หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 444)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Part V: Sentence Completion   (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

 

1. I __________________________________________ a building worker for ten years now.

(ผม ___________________________________ คนงานก่อสร้างเป็นเวลา  ๑๐  ปีแล้วขณะนี้)

(a) was

(b) am

(c) have been    (ได้เป็น)

(d) have been being

ตอบ   -   ข้อ   (c)   ต้องอยู่ในรูป  “Present perfect tense”  (Subject + Has (Have) + Verb 3”  เนื่องจากใช้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต  (เป็นคนงานก่อสร้าง  ตั้งแต่  ๑๐  ปีที่แล้ว)  และต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบันขณะที่พูด

 

2. Are you insured __________________________ fire and burglary and all the other risks?

(คุณได้ประกันภัย __________ ไฟและการโจรกรรม (การขโมยย่องเบา)  และภัย (ความเสี่ยง) อื่นๆทั้งหมด  หรือไม่)

(a) for

(b) of

(c) against

(d) from

ตอบ   -   ข้อ   (c)   ตามโครงสร้าง  “Be insured + Against + ภัยชนิดต่างๆ

 

3. I am very pleased indeed to _________ your marriage, and I offer you my warmest congratulations.

(ผมมีความยินดีมากจริงๆที่ _________ การแต่งงานของคุณ  และผมขอแสดงความยินดีอย่างอบอุ่นที่สุดแก่คุณด้วย)

(a) hear

(b) listen

(c) hear of    (ได้ยินเรื่อง, ได้ยินเกี่ยวกับ)

(d) listen to    (ฟัง)

 

4. The traffic was very heavy, but we managed to __________ the station two minutes before the train left.

(การจราจรแน่นขนัด (ติดขัด) มาก  แต่เราก็สามารถ _____________ สถานี    นาทีก่อนรถไฟออก)

(a) get at

(b) get in

(c) get to    (ไปถึง)

(d) get on

 

5. _____________________________________________ my desk in the last twenty years.

(_____________________________________ โต๊ะทำงานของผมในช่วง  ๒๐  ปีที่ผ่านมา)

(a) Many a letter has crossed    (จดหมายจำนวนมากได้ข้าม)

(b) A many letters have crossed

(c) Many a letter have crossed

(d) Many a letters have crossed

ตอบ   -   ข้อ    (a)   มีความหมายเหมือนกับ  “Many letters have crossed”  ทั้งนี้  ความหมายของประโยคข้างบน  คือ  “มีจดหมายมากมายถูกส่งมาถึงผม  ในช่วง  ๒๐  ปีที่ผ่านมา”  ดูเพิ่มเติมตัวอย่างข้างล่าง

  • Many a man has told the same story.

(= Many men have told the same story.)

(คนจำนวนมากได้เล่าเรื่องซ้ำๆกันนี้)

 

6. I have paid all the bills and accounts.  We’re ____________________________ debt now.

(ผมได้จ่ายเงินค่าบิลทุกใบและบัญชีทุกบัญชี,  เรา __________________ หนี้แล้วในปัจจุบัน)

(a) away from

(b) free of

(c) out of    (ปราศจาก, พ้นจาก)

(d) no

ตอบ   -   ข้อ   (c)   หรืออาจตอบ   “We’re free from debt now.”  หรือ   “We’ve no debt now.”  (ทั้ง  ๒  ประโยค หมายถึง  “เราไม่มีหนี้ในขณะนี้”)  ก็ได้  สำหรับ   “They are (far) away from home.”  (พวกเขาอยู่ห่างไกลจากบ้าน) (เช่น ไปเที่ยว หรือทำอะไรอย่างอื่น)  ส่วน  “The service is free of charge.”  (การบริการไม่คิดมูลค่า)  (คือให้ฟรี  ให้เปล่า)

 

7. The baby takes three ______________________________ of cereal with an ounce of milk.

(เจ้าเด็กทารกคนนั้นกินธัญพืช (ข้าว) ________________________ พร้อมกับนม ออนซ์)

(a) spoons full

(b) spoonsfull

(c) spoonsfuls

(d) spoonfuls    (ช้อนเต็มๆ)  (คือ ปริมาณเต็มช้อนหนึ่งๆ)

ตอบ   -   ข้อ    (d)   ดูคำอธิบายเพิ่มเติมจากข้างล่าง

                          คำที่เขียนติดกัน  ไม่ถือเป็น  "นามขยายนาม"  “Compound noun”  จึงเปลี่ยนเป็นรูปพหูพจน์โดยเติม  “S”  ท้ายคำ  เช่น  “Handfuls”  (ปริมาณเต็มมือ, ปริมาณเล็กน้อย)  -  (“Only a handful of people came to the meeting.”  =  คนจำนวนเพียงเล็กน้อยเท่านั้นที่มาประชุม),  “Spoonfuls”  (ปริมาณเต็มช้อน, ปริมาณเล็กน้อย)   “Shopkeepers”  (เจ้าของร้าน)         

 

8. I shall look forward ___________________________________________ from you soon.

(ผมจะตั้งตารอ ___________________________________________ จากคุณโดยเร็ว)

(a) to hear

(b) for hear

(c) to hearing    (ที่จะได้ยินข่าว – คือ ได้รับจดหมายหรือการติดต่อด้วยวิธีอื่นๆ)

(d) for hearing

ตอบ    -    ข้อ   (c)   ดูคำอธิบายเพิ่มเติมจากตัวอย่างประโยคข้างล่าง

                                                  ตัวอย่างที่ 

  • I wish you and your wife many years of happiness together and look forward _______ you both.

(ผมขออวยพรให้คุณและภรรยามีความสุขด้วยกันตลอดไป  และหวังอย่างยิ่งกับ (หรือ “ตั้งตารอ”) _________ คุณทั้ง คน)  (หมายถึง  ในวันข้างหน้า) 

(a) to see

(b) to seeing    (การได้พบ)

(c) for seeing

(d) to be seeing

ตอบ    -    ข้อ   (b)   เนื่องจาก   “To”   ที่ตามหลังคำกริยาต่อไปนี้   ถือเป็น “Preposition”    จึงต้องตามด้วยคำนามหรือ   “Gerund” (Verb + ing)   ได้แก่  “Look forward to”  (ตั้งตารอคอย),  “Be opposed to”  (คัดค้านหรือไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง), “Object to”  (คัดค้าน, ไม่เห็นด้วย)“Admit”  (ยอมรับ),  “Devote…….........…....to”  (อุทิศ.....................ให้กับ)“Dedicate……….....…to”  (อุทิศ.....................ให้กับ),  “Apply…….......….…to”  (ประยุกต์.......................เข้ากับ)   ดังประโยคตัวอย่าง

  • She looks forward to buying a new home next year.

(เธอตั้งตาคอยซื้อรถคันใหม่ปีหน้า)

  • He looks forward to his  birthday party next week.

(เขาตั้งตารอคอยงานเลี้ยงวันเกิดของเขาในสัปดาห์หน้า)       

  • We object to going to bed late tonight as we will have to start our trip early tomorrow.

(เราไม่เห็นด้วยกับการนอนดึกคืนนี้  เพราะเราจะต้องออกเดินทางแต่เช้าวันพรุ่งนี้)

  • She objected to his plan to move to London after their marriage.

(เธอคัดค้านแผนการของเขาที่จะย้ายไปลอนดอนหลังการแต่งงาน)

  • He admitted to having an extramarital affair that ended in a pregnancy.

(เขายอมรับว่ามีความสัมพันธ์ทางเพศกับคนอื่นที่มิใช่ภรรยา  ซึ่งจบลงด้วยการตั้งครรภ์)

  • He devotes most of his time to studying in the library.

(เขาอุทิศเวลาส่วนใหญ่ให้กับการศึกษาในห้องสมุด)

  • They applied their knowledge gained from training overseas to performing their daily work.

(พวกเขาประยุกต์ความรู้ที่ได้จากการอบรมในต่างประเทศ  เข้ากับการทำงานประจำวัน)

 

9. These books _____________________________ about space travel are very interesting.  

(หนังสือเหล่านี้ (ซึ่ง) ________________ เกี่ยวกับการเดินทางในอวกาศ  น่าสนใจอย่างมาก)

(a) was written

(b) were written

(c) written    (ถูกเขียน)

(d) to be written

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากลดรูปมาจากประโยคย่อย   แบบ  “Adjective clause”  คือ   “Which (That) were written about space travel”  (โดยตัด  “Which were”  หรือ  “That were”  ทิ้งไปสำหรับข้อ  (b)  ไม่สามารถใช้ได้   เนื่องจากประโยคข้างบน  มีกริยาแท้อยู่แล้ว  คือ  “Are”   ดังนั้น  จะใช้กริยาแท้ซ้อนลงไปอีกไม่ได้   นอกจากจะมีคำเชื่อม   เช่น  “And”,  “Or”,  “But”  เป็นต้น  ดูตัวอย่างเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

                                                 ตัวอย่างที่  

  • Early philosophers believed that the mind was divided into three faculties _______ as feeling, intellect and wisdom.

(นักปรัชญาในยุคก่อนๆเชื่อว่าจิตใจ (ของมนุษย์) ถูกแบ่งออกเป็นความสามารถที่จะทำอะไรได้ อย่าง (ซึ่ง) _________ กันว่า (หรือ ในฐานะ) ความรู้สึก (อารมณ์), สติปัญญา  และความเฉลียวฉลาด)

(a) were known

(b) knowing

(c) known    (เป็นที่รู้จัก, ถูกรู้จัก)

(d) knew them

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากประโยคย่อย    “The mind was divided into three …..………………wisdom”  มีกริยาแท้  คือ  “Was divided”  ดังนั้น  จึงไม่สามารถเลือก  ข้อ  (a)  “ Were known”  เพราะเป็นกริยาแท้อีกตัว  (อาจใช้ได้ถ้ามีคำเชื่อม  เช่น  “And, Or”)  จึงต้องเลือกกริยาไม่แท้  ใน  ข้อ  (c)  ซึ่งลดรูปมาจากประโยคย่อยของประโยคย่อยอีกทีหนึ่ง   กล่าวคือ   ลดรูปมาจากประโยคย่อย  “(faculties) which were known as……..........………wisdom”  ซึ่งอยู่ในรูปของ  “Passive voice”  เนื่องจาก  “Faculties”   เป็นผู้ถูกกระทำ  คือ   “ถูกรู้จักหรือเป็นที่รู้จัก”  ซึ่งประโยคย่อยนี้  ถูกลดรูปโดยการตัด  “Which were”  ทิ้งไป  เหลือแต่  “Known

 

10. Due to new developments, it was necessary to _____________ the management team.  

(เนื่องมาจากการพัฒนาการใหม่ๆ   มันเป็นสิ่งจำเป็นที่จะ _______________ คณะผู้บริหาร)

(a) reorganize   (จัดระเบียบใหม่, ปฏิรูป, ปรับปรุง)

(b) reassure    (ทำให้มั่นใจใหม่, ทำให้วางใจใหม่, รับรองใหม่, ประกันใหม่)

(c) require    (ต้องการ, ปรารถนา, ขอร้อง, เรียกร้อง)

(d) relocate    (ย้ายที่ใหม่, หาที่ใหม่, กำหนดตำแหน่งใหม่)

ตอบ    -    ข้อ   (a)   เพราะได้ใจความดีที่สุด

 

11. His reputation has been spoilt; people have no longer a very high opinion _________ him.  

(ชื่อเสียงของเขาได้ถูกทำให้เสื่อมเสีย,  (และ)  ผู้คนมิได้มีทัศนะ-ความคิดเห็นที่สูงส่งอย่างมาก _________ ตัวเขาอีกต่อไป)  (คนมิได้ยกย่องชื่นชมเขา)

(a) for

(b) in

(c) to

(d) of     (ต่อ)

ตอบ    -    ข้อ   (d)   เนื่องจาก   “Have a high opinion of”  =   “มีทัศนะ-ความคิดเห็นที่สูงส่งกับ, ยกย่องอย่างสูงต่อ

 

12. Rarely __________ for more than a few seconds once they enter the Earth’s atmosphere.

(______________ ไม่ใคร่จะเกิน  ๒ – ๓  วินาที  ในทันทีที่พวกมันเข้าสู่ชั้นบรรยากาศของโลก)

(a) while meteors blaze

(b) meteors that blaze

(c) do meteors blaze    (ดาวตกลุกไหม้เป็นเปลวไฟ)

(d) blaze meteors

ตอบ   -   ข้อ    (c)    ดูคำอธิบายโครงสร้าง  “Rarely do meteors blaze”  จากประโยคข้างล่าง

                                                 ตัวอย่างที่ 

  • She said, “__________________________________________________________”

(เธอพูดว่า “ ________________________________________________________

(a) Seldom we hear him sing.

(b) We hear him sing seldom.

(c) Seldom do we hear him sing.    (เราไม่ใคร่ได้ยินเขาร้องเพลง)

(d) We seldom hear him to sing.

ตอบ   –   ข้อ   (c)   เนื่องจากเป็นไปตามโครงสร้าง {Seldom (hardly, scarcely) + Verb (ช่วย)  + Subject + Verb (แท้)}  ดูเพิ่มเติมโครงสร้างแบบนี้จากประโยคข้างล่าง

                                                    ตัวอย่างที่ 

  • ___________________________________________________ with the opposition.

(________________________________________________________ กับฝ่ายค้าน)

(a) The government agrees seldom

(b) Seldom agrees the government

(c) Seldom the government agrees

(d) Seldom does the government agree    (รัฐบาลไม่ใคร่จะเห็นด้วย)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   โดยแปลงมาจากประโยค  “The government seldom agrees with the opposition.”  แต่การนำ  “Seldom”  มาขึ้นต้นประโยค  และเปลี่ยนโครงสร้างประโยคตาม ข้อ  (d)  “Seldom + Verb (พิเศษ) + Subject + Verb 1 (แท้)” (ยกเว้น  “Never have I seen……….....(Verb 3)…….........”  หรือ  “Seldom had she played”)   ก็เพื่อ   ต้องการเน้นย้ำคำว่า  “ไม่ใคร่จะ

                                                     ตัวอย่างที่ 

  • My mother doesn’t drink coffee.  __________________________ does she drink tea.

(แม่ของผมไม่ดื่มกาแฟ  และเธอก็ ___________________________ ดื่มชาด้วยเช่นกัน) 

(a) Not

(b) So

(c) Whether

(d) Neither    (ไม่........................(ดื่มชา).......................เช่นกัน)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เป็นไปตามโครงสร้าง  “Neither (Nor) + Verb (พิเศษ) + Subject + Verb (แท้)

                                                     ตัวอย่างที่  

  • Traveling by air is not cheap.  Neither ___________________________________.

(การเดินทางโดยทางอากาศมิได้ราคาถูก  ____________________________________

(a) it is enjoyable

(b) enjoyable it is

(c) is it enjoyable    (มันมิได้สนุกสนานเช่นเดียวกัน  -  Neither is it enjoyable.)  

(d) enjoyable is it

ตอบ   -   ข้อ  (c)   “Neither + Verb to be + Subject + Adjective”  หรือ  “Neither + Verb (พิเศษ) + Subject + Verb (แท้)

                                                      ตัวอย่างที่  

  • Never before in my life ______________________ with such a wonderful welcome.  

(ไม่เคยมาก่อนเลยในชีวิตของผมที่ ____________________ กับการต้อนรับที่วิเศษเช่นนั้น)

(a) I have met

(b) I meet

(c) have I met   (ผมได้พบ)

(d) I met

ตอบ   -   ข้อ  (c)

                                                  ตัวอย่างที่ 

  • Not only _________________________________________, but he also took his wife.

(ไม่เพียงแต่  _________________________ เท่านั้น  แต่เขายังพาภรรยาไปด้วย)  (= เขาไม่เพียงแต่ไปเท่านั้น  แต่เขายัง..............................)

(a) he went

(b) did he go   (เขาไป)

(c) had he gone

(d) went he

ตอบ  -  ข้อ   (b)   เนื่องจากเป็นไปตามโครงสร้าง  “Not only + Verb (พิเศษ) + Subject + Verb (แท้)”  เช่น  “Not only did she go…………..”  “Not only have they seen……….…”  “Not only will we play……….….”  สำหรับ  “Not only” (ไม่เพียงแต่.................เท่านั้น)   และกลุ่มคำที่ทำหน้าที่เป็นกริยาวิเศษณ์  ที่โดยปกติวางไว้ข้างในประโยค  อาจจะเอามาวางไว้หน้าประโยค  เพื่อแสดงการเน้นคำนั้นๆ  คำเหล่านี้ส่วนใหญ่มีความหมายปฏิเสธ  เช่น  “Never (ไม่เคยเลย), Hardly  (แทบจะไม่, ไม่ใคร่จะ), Seldom  (แทบจะไม่, ไม่ใคร่จะ), Never before  (ไม่เคยมาก่อนเลย), Never in my life   (ไม่เคยเลยในชีวิต), No sooner, In vain   (ล้มเหลว, ไม่สำเร็จ), Not often, Not only  (ไม่เพียงแต่), Not even once  (ไม่แม้แต่ครั้งเดียว), Not until   (ไม่จนกระทั่ง)  อย่างไรก็ตาม  จะต้องเรียงรูปประโยคใหม่  ดังนี้  คือ  {Not only (never, no sooner (ในทันทีที่), hardly, never in my life, not until, etc.) + Verb (ช่วย)  เช่น  (has, have, had, is, are, was, were, will, would, shall, should, can, could, may, might must, etc.) + Subject + Verb (แท้)}  เช่น

  • Never before has she seen such a beautiful place.

(ไม่เคยมาก่อนเลยที่เธอได้เคยเห็นสถานที่ที่สวยงามเช่นนั้น – เน้นตรงคำว่า  “ไม่เคยมาก่อนเลย”)

(= She has never before seen such a beautiful place.)

(= She has never seen such a beautiful place before.)

  • No sooner had he left than she arrived.

(ในทันทีที่เขาจากไป  เธอก็มาถึง  –  เน้นตรงคำว่า  “ในทันทีที่”)

(= He had no sooner left than she arrived.)

  • Hardly have I met my old college friends.

(ผมแทบจะไม่ได้เจอเพื่อนเก่าตอนเรียนมหาวิทยาลัยเลย  –  เน้นตรงคำว่า  “แทบจะไม่”)

(= I have hardly met my old college friends.)      

  • Never before (Never) + have + I + seen + such a beautiful place.   

(ไม่เคยมาก่อนเลย  ที่ผมได้เห็นสถานที่สวยงามเช่นนั้น)

  • Hardly (Seldom) + has + she + met + her old college friends.

(เธอแทบจะไม่ได้เจอเพื่อนเก่าตอนเรียนมหาวิทยาลัยเลย) 

  • Never + กริยาพิเศษ  + Subject  + กริยาแท้  + ส่วนขยาย
  • Never has he seen his father since he divorced his mother.

(เขาไม่เคยได้พบพ่อเลย  ตั้งแต่ที่พ่อหย่าร้างกับแม่)

 

13. The longer you stay here, _________________________________________________.

(ยิ่งคุณพักอยู่ที่นี่นานยิ่งขึ้น  _____________________________________________)

(a) it will be better

(b) it will be the better

(c) the better will it be

(d) the better it will be   (มันก็ยิ่งดีมากขึ้น)

ตอบ  -  ข้อ  (d)   เนื่องจากเป็นไปตามโครงสร้าง  “The + Adjective (ขั้นกว่า)  + Subject + Verb, the + Adjective (ขั้นกว่า)  + Subject + Verb”  ดูคำอธิบายเพิ่มเติมจากประโยคตัวอย่างข้างล่าง

                                                     ตัวอย่างที่  ๑

  • The older he grows, _________________________________________ he becomes.

(ยิ่งเขาอายุมากขึ้น  เขาก็ ______________________________________________)

(a) more foolish

(b) foolish

(c) foolisher   (ไม่มีใช้รูปนี้)

(d) the more foolish   (ยิ่งโง่มากขึ้น)

ตอบ  -  ข้อ  (d)

                                              ตัวอย่างที่       (จงเลือกข้อที่ผิดไวยากรณ์จากข้อ  ๑ – ๔)

  • Sometimes (1) the more we attempt to explain (2) our mistake, the (3) worst our story (4) sounds.  

(บางครั้ง  ยิ่งเราพยายามที่จะอธิบายความผิดของเรา (คือแก้ตัว)  เรื่อง (ที่พูดแก้ตัว) ของเรา  ก็ดูเหมือนว่ายิ่งเลวร้ายมากยิ่งขึ้น)

ตอบ  –  ข้อ   (3)   แก้เป็น  “Worse”  (มาจาก  “Bad,  Worse,  Worst” – แย่-เลวร้าย, แย่กว่า-เลวร้ายกว่า, แย่ที่สุด-เลวร้ายที่สุด)  เนื่องจากมาจากรูป  “ยิ่ง.........................ก็ยิ่ง.....................”   โดยมีโครงสร้าง  คือ  (The + Adjective (ขั้นกว่า)  + Subject + Verb, the + Adjective (ขั้นกว่า) + Subject + Verb)  เช่น

  • The more one has, the more one wants.

(คนเรายิ่งมีมาก  ก็ยิ่งต้องการมาก)

  • The sooner she arrives, the better it is.

(ยิ่งเธอมาถึงเร็ว  ก็ยิ่งดี)

  • The bigger the house is, the more expensive it is.

(ยิ่งบ้านยิ่งหลังใหญ่ขึ้น  ราคาก็ยิ่งแพงขึ้น)

  • The more he tried to explain, the less she understood him.

(ยิ่งเขาพยายามอธิบายมากยิ่งขึ้น  เธอก็ยิ่งเข้าใจเขาน้อยลง)

  • The more the people come to our party, the funnier it will be.

(ยิ่งคนมางานเลี้ยงของเรามากขึ้น  มันก็ยิ่งสนุกมากขึ้น)

  • The heavier the boxes are, the more difficult it is to carry them.

(ยิ่งกล่องยิ่งใหญ่ขึ้น  ก็ยิ่งแบกมันลำบากมากยิ่งขึ้น)

  • The more he loves her, the less she loves him.

(ยิ่งเขารักเธอมากขึ้น  เธอก็ยิ่งรักเขาน้อยลง)

  • The more money we gave them, the more (money) they wanted from us. 

(ยิ่งเราให้เงินเขามากขึ้น  เขาก็ยิ่งต้องการ (เงิน) จากเรามากขึ้น)

  • The more we read, the wiser we become.

(ยิ่งเราอ่านมากขึ้น  เราก็ยิ่งฉลาดมากขึ้น)

  • The more loan he takes, the deeper he is in debt.

(ยิ่งเขากู้เงินมากขึ้น  เขาก็ยิ่งเป็นหนี้มากขึ้น)

 

14. That dress is much cheaper than this, and it’s just __________________________ pretty.

(ชุดนั้นราคาถูกกว่าชุดนี้มาก  และมันก็สวย _________________________________)

(a) like

(b) so

(c) alike

(d) look

(e) as   (เหมือนกัน)

ตอบ   -   ข้อ   (e)   “Just as pretty”  =  “สวยเหมือนกัน”  สำหรับ  “Like, Alike, As”  ดูคำอธิบายเพิ่มเติมจากประโยคตัวอย่างข้างล่าง

                                                  ตัวอย่างที่  ๑

  • What is the climate __________________________________ in your home town?

(อากาศ ____________________________ อย่างไร (เช่นไร)  ในเมืองบ้านเกิดของคุณ)

(a) alike

(b) likely

(c) like    (เป็นเหมือน, เหมือน, คล้าย)

(d) (No word is needed.)

ตอบ   -   ข้อ   (c)   ในที่นี้  “Like” เป็น  “Preposition”  หมายถึง  “เป็นเหมือน, เหมือน, คล้าย”   ใช้กับ  “Verb to be”  หรือ  “Look” (มีลักษณะ, มีท่าทาง)  ต้องตามด้วยคำนาม

                                                    ตัวอย่างที่  

  • The sky is cloudy and it looks like _______________________________________.

(ท้องฟ้ามีเมฆมาก  และมันดูเหมือน _______________________________________)

(a) rain   (ฝน)

(b) to rain

(c) rainy

(d) it will rain

ตอบ  –  ข้อ   (a)   เนื่องจาก  “Like”  ในที่นี้เป็น  “Preposition”  หมายถึง  “เหมือน, คล้าย”  ต้องตามด้วยคำนาม  ซึ่งในที่นี้  คือ  “ฝน

                                                  ตัวอย่างที่  

  • He became a doctor __________________________________________ his father.

(เขาเป็นหมอ _______________________________________________ พ่อของเขา)

(a) same as

(b) like   (เหมือน)

(c) such as

(d) as

ตอบ  –  ข้อ   (b)   เนื่องจาก  “Like”  เมื่อหมายถึง  “เหมือน, คล้าย” จะเป็น  “Preposition”  จึงต้องตามด้วยคำนาม  สำหรับข้อนี้อาจตอบได้อีกอย่าง  คือ “The same as”  ส่วน  “As”  (เหมือนกับ)  ต้องตามด้วย  “Subject + Verb”  ดูความแตกต่างการใช้  “Like”  และ  “As”  จากประโยคข้างล่าง

  • Like the other nations of Eastern Europe, Poland was politically dominated by the Soviet Union during the Cold War.

(เหมือนกับประเทศอื่นๆในยุโรปตะวันออก  โปแลนด์ถูกครอบงำทางการเมืองโดยสหภาพโซเวียต  ในระหว่างสงครามเย็น)

  • Like his father, Tom is the most persevering.

(เหมือนกับพ่อของเขา  ทอมมีความขยันหมั่นเพียรมากที่สุด)

  • Like most hard-working people, the workers had to get up very early and go to bed very late at night.

(เหมือนคนทำงานหนักส่วนใหญ่  พวกคนงานจำเป็นต้องตื่นแต่เช้าตรู่  และเข้านอนดึกมากในตอนกลางคืน)

หมายเหตุ  -  ประโยคข้างบนใช้  “Like”  เนื่องจาก  “Like” (หมายถึง “เหมือน, คล้าย”)  ต้องตามด้วยคำนามหรือวลี   เช่น  “the other nations”  (ประเทศอื่นๆ), “his father”  (พ่อของเขา),  “most hard-working people” (คนทำงานหนักส่วนใหญ่)  ส่วน  “As” (หมายถึง  “เหมือนกับ”)   ต้องตามด้วยอนุประโยค  (As + Subject + Verb)  เช่น

  • He did as his father had told him to do.

(เขาทำเหมือนที่พ่อของเขาบอกให้ทำ)

  • She smiled as her mother did when she was young.

(เธอยิ้มเหมือนที่แม่ของเธอยิ้ม  เมื่อตอนที่ (แม่) เป็นเด็ก)

                              สำหรับ  “As”  เมื่อเป็น  “Preposition”  มีความหมายว่า  “ในฐานะ หรือ  เป็น”  จะต้องตามด้วยคำนามหรือวลี  เช่น

  • She works as a doctor.

(เธอทำงานเป็นหมอ)

  • He is known as a man who keeps his words.

(เขาเป็นที่รู้จักกันในฐานะคนที่รักษาคำพูด)

  • They have been recognized as the men who died for their country.

(พวกเขาได้รับการจดจำในฐานะคนที่ตายเพื่อชาติบ้านเมือง)

  • As a good citizen, everyone has to pay a proper amount of tax each year.

(ในฐานะพลเมืองดี  ทุกคนจำเป็นต้องจ่ายภาษีในจำนวนที่เหมาะสมทุกๆปี)

                               สำหรับ  “Alike”  เป็นทั้งคำคุณศัพท์และกริยาวิเศษณ์  หมายถึง  “เหมือนกัน, คล้ายกัน, อย่างเดียวกัน”  ดังประโยคข้างล่าง

  • These two things are alike.

(ของ    สิ่งนี้เหมือนกันเลย)

  • Tom and his brother are both alike.

(ทอมและพี่ชายของเขาคล้ายกัน)  (รูปร่างหน้าตาหรือการกระทำ)

  • No two people think or behave alike.

(ไม่มีใคร คน คิดหรือประพฤติตัวเหมือนกัน)

  • The two sisters are remarkably alike in appearance.

(พี่สาวน้องสาว    คนนั้นคล้ายกันเป็นพิเศษ (อย่างน่าสังเกต) ในด้านรูปร่างหน้าตา-ลักษณะท่าทาง)

  • They did everything alike.

(พวกเขาทำทุกอย่างเหมือนๆกัน)

  • The children are all treated alike.

(เด็กๆได้รับการปฏิบัติเหมือนๆกันทุกคน)

  • The strike is damaging to managers and workers alike.

(การนัดหยุดงานกำลังสร้างความเสียหายให้กับผู้จัดการและคนงานเหมือนๆกัน)

  • The snowstorm affected the southern and northern states alike.

(พายุหิมะมีผลกระทบต่อรัฐทางตอนเหนือและใต้เหมือนๆกัน)

 

15. I heard them say ________________________________ plenty of gold there in the hills.  

(ผมได้ยินพวกเขาพูดว่า __________________________ ทองมากมายอยู่ที่นั่น  ตรงเนินเขา)

(a) it is

(b) it was

(c) there is   (มี)

(d) have

(e) has

ตอบ   -   ข้อ   (c)   แม้ว่ากริยาในประโยคใหญ่  (Main clause)  คือ  “Heard” (Past simple tense)  เป็นการได้ยินมาในอดีต  แต่เนื่องจากกริยาในประโยคย่อย (Subordinate clause)  เป็นเรื่องเกี่ยวกับข้อเท็จจริง (Fact)  จึงสามารถใช้  “Is” (There is)  ได้  เพราะถือเป็นเรื่องปัจจุบัน  (มีทองที่เนินเขามากมาย)  หรือจะเปลี่ยนเป็น  “There was”  ก็ได้

 

16. This passage is too difficult ________________________________________________.

(ตอนหนึ่งของข้อเขียนนี้ยากเกินไป _________________________________________)

(a) to explain for me

(b) for me to explain it

(c) to explain it for me

(d) for me to explain   (สำหรับผมที่จะอธิบาย)

ตอบ  -  ข้อ  (d)   ตามโครงสร้าง  “Subject + Is (Was) + Too + Adjective + (For someone) + To + Verb 1”  สำหรับประโยคนี้ไม่ต้องมี  “It”  ข้างหลัง  “Explain”  เนื่องจากถือว่ามี  “This passage”  อยู่แล้ว  ดูคำอธิบายเพิ่มเติมจากตัวอย่างข้างล่าง

                                                    ตัวอย่างที่  

  • I am _________________________________________ weak to lift this heavy stone.

(ผมอ่อนกำลัง (อ่อนแอ) __________________________________ ที่จะยกหินหนักก้อนนี้)

(a) so

(b) very

(c) too    (เกินไป, มากเกินไป)

(d) quite

ตอบ   -   ข้อ   (c)

                                                     ตัวอย่างที่  ๒

  • I am too busy ________________________________________________ with you.

(ผมมีธุระยุ่งเกินไปที่จะ _____________________________________________ กับคุณ)

(a) go

(b) going

(c) to go   (ไป)    

(d) that I can’t go

ตอบ  –  ข้อ   (c)   เนื่องจากเป็นการใช้  “To + Verb 1”  ตามหลัง  “Adjective” หรือ  “Adverb”  ทำหน้าที่เป็นกริยาวิเศษณ์  (Adverb)  ขยายคำที่อยู่ข้างหน้ามัน  สำหรับในประโยคข้างบน  ใช้  “To go”  เป็นกริยาวิเศษณ์  (Adverb)  ขยายคำคุณศัพท์  “Busy” {มีธุระยุ่ง (เกินไป) ที่จะไป}  ตัวอย่างอื่นๆ ประเภทนี้   ได้แก่

  • Some people think that the Chinese language is too difficult to understand.  

(บางคนคิดว่าภาษาจีนยากเกินไปที่จะเข้าใจ)

  • The car is too small for us to get into.

(รถยนต์คันนั้นเล็กเกินไปสำหรับเราที่จะเข้าไปนั่งได้)

  • The news is too good to believe.

(ข่าวนี้ดีเกินไปที่จะเชื่อได้ว่าเป็นจริง)

  • She is well enough to go out again.

(เธอสบายดีพอที่จะออกไปข้างนอกอีกครั้งหนึ่ง)

  • It is easy to say, not to do.

(มันง่ายที่จะพูด  ไม่ใช่ทำ)

  • He walked quickly to catch the bus.

(เขาเดินอย่างเร็วเพื่อให้ทันรถเมล์)

หมายเหตุ*****   ทั้งนี้  อย่านำไปปนกับโครงสร้างข้างล่าง

  • Subject + Is (Was) + Busy + Verb + ing

(ประธานฯ มีธุระยุ่งอยู่กับการทำอะไรบางอย่าง)

  • She is busy reading for her exam.

(เธอยุ่งอยู่กับการอ่านหนังสือเพื่อเตรียมสอบ)

  • They were busy arranging for the meeting.

(พวกเขายุ่งอยู่กับการเตรียมการประชุม)

  • He has been busy doing his research.

(เขายุ่งอยู่กับการทำวิจัย)  (ตั้งแต่อดีตจนถึงบัดนี้)

 

17. Because of her ____________, the secretary is able to finish her day’s work in two hours.

(เนื่องมาจาก __________ ของเธอ,  เลขานุการสามารถทำงานประจำวันของเธอ  ได้แล้วเสร็จใน    ชั่วโมง)

(a) virtue    (คุณงามความดี, ศีลธรรม, ความถูกต้อง, ความบริสุทธิ์, คุณสมบัติที่ดีหรือน่าสรรเสริญ)

(b) beauty    (ความสวยงาม)

(c) efficiency    (ประสิทธิภาพ)

(d) impatience    (การขาดความอดทน, ความใจร้อน, ความหุนหันพลันแล่น, ความกระสับกระส่าย)

 

18. When one invests a sum of money, one usually hopes to gain ____________________.

(เมื่อคนเราลงทุนเงินจำนวนหนึ่ง  เขาโดยปกติหวังจะได้รับ ______________________)

(a) experience    (ประสบการณ์)

(b) benefit    (ผลประโยชน์, เงินช่วยเหลือ, เงินสงเคราะห์, เงินเพิ่ม, ส่วนดี, สิทธิพิเศษ, การแสดงการกุศล)

(c) bonus    (เงินโบนัส, เงินตอบแทนพิเศษรายปี)

(d) profit    (กำไร, ผลกำไร, ผลตอบแทน, ผลประโยชน์, ข้อได้เปรียบ)

 

19. I’m sorry not _____________________________________ her before she left last week.

(ผมเสียใจที่มิ ________________________________ เธอ  ก่อนที่เธอจากไปสัปดาห์ที่แล้ว)

(a) to see

(b) to have seen   (ได้เห็น-พบ-เจอ)

(c) seeing

(d) having seen

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจาก  “Sorry + To + Verb 1”  =  “เสียใจที่ได้.......................ในปัจจุบัน  และอนาคต”  ส่วน  “Sorry + To + Have + Verb 3”  =  “เสียใจที่ได้.........................ในอดีต”   ในทำนองเดียวกัน  “Sorry + Not + To + Verb 1”  =  “เสียใจที่มิได้.....................ในปัจจุบันและอนาคต”  ส่วน  “Sorry + Not + To + Have + Verb 3”  =  “เสียใจที่มิได้.............................ในอดีต”  ดังตัวอย่างประโยคข้างล่าง

  • I am sorry to go to the party with them.

(ผมเสียใจที่ไปงานเลี้ยงกับพวกเขา)  (เป็นปัจจุบันหรืออนาคต  คือไปในตอนนี้ หรือ ไปพรุ่งนี้)  (ถ้าจะให้ชัดเจนเรื่องเวลา  ควรเติม  “Now”  หรือ  “Tomorrow”  หลัง “them”)

  • I am sorry not to go to the party with them.

(ผมเสียใจที่มิได้ไปงานเลี้ยงกับพวกเขา)  (ในขณะนี้หรือวันพรุ่งนี้)  (ถ้าจะให้ชัดเจนเรื่องเวลา  ควรเติม  “Now”  หรือ  “Tomorrow”  หลัง  “Them”)

  • She is sorry to have blamed them.

(เธอเสียใจ (ในปัจจุบัน) ที่ได้ตำหนิพวกเขาในอดีต)

  • She was sorry to have blamed them.

(เธอเสียใจ (ในอดีต) ที่ได้ตำหนิพวกเขาในอดีต)

  • We are (were) sorry not to have worked harder last term.

(เราเสียใจ (ในปัจจุบัน, อดีต) ที่มิได้ขยันเรียนให้มากขึ้นเมื่อเทอมที่แล้ว)  (พวกเราเลยสอบตก)

  • She is (was) sorry not to have told the truth.

(เธอเสียใจ (ในปัจจุบัน, อดีต) ที่มิได้พูดความจริง)  (เมื่อปีที่แล้ว)

 

20. The Grand Palace is ____________________________________________________.

(พระบรมมหาราชวังอยู่  _______________________________________________)

(a) far about four kilometers from here.

(b) far from here about four kilometers

(c) about four kilometers far from here

(d) about four kilometers from here    (ห่างจากที่นี่ประมาณ    กิโลเมตร)  (แปลตรงตัว  คือ  “ประมาณ    กิโลเมตรจากที่นี่

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากมิได้เรียงตามแบบภาษาไทย  ใน  ข้อ (a) และ (b)  “ไกลประมาณ    ก.ม.  จากที่นี่”  หรือ  “ไกลจากที่นี่ประมาณ    ก.ม.”   แต่ต้องใช้ตามโครงสร้างใน  ข้อ  (d)  (ประมาณ      ก.ม. จากที่นี่)  โดยไม่ต้องมี   “Far”  (ต้องจำโครงสร้างแบบนี้)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”                

 

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป