หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 443)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Part V: Sentence Completion   (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

 

1. ____________________________________________ that I don’t feel like studying.

(_____________________________________ จนกระทั่งผมไม่อยากจะเรียนหนังสือ)

(a) The day is very beautiful

(b) It is so beautiful day

(c) It is a too beautiful day

(d) It is such a beautiful day    (มันเป็นวันที่สวยงามมาก)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  สำหรับข้ออื่นๆ ก็ใช้ได้  แต่ต้องแก้ตามข้างล่าง

(a) The day is so beautiful……….........………(วันนี้สวยงามมาก)

(b) It is so beautiful a day………………..........(มันเป็นวันที่สวยงามมาก)

(c) The day is too beautiful for me to feel like studying.

(วันนี้สวยงามเกินไปสำหรับผมที่จะอยากเรียนหนังสือ)

                                    ดูเพิ่มเติมโครงสร้างแบบนี้จากตัวอย่างข้างล่าง

                                                  ตัวอย่างที่                                   

  • I am ________________________________________ weak to lift this heavy stone.

(ผมอ่อนกำลัง (อ่อนแอ) _______________________________ ที่จะยกหินหนักก้อนนี้)

(a) so

(b) very

(c) too    (เกินไป, มากเกินไป)

(d) quite

ตอบ    -    ข้อ   (c)   สำหรับโครงสร้างที่แตกต่างกัน  แต่มีความหมายเหมือนกันมีดังนี้ คือ

  • I am too weak to lift this heavy stone.
  • I am very (หรือ so, quite) weak and I cannot lift this heavy stone.
  • I am not strong enough to lift this heavy stone.
  • I am so weak that I cannot lift this heavy stone.
  • I am so weak a person that I cannot lift this heavy stone.
  • I am such a weak person that I cannot lift this heavy stone.

( ประโยคข้างบนมีความหมายเดียวกัน  แต่พูดไปคนละแบบ)

                                    ตัวอย่างประโยคอื่นๆ ที่มีโครงสร้างต่างกัน  แต่ความหมายเหมือนกัน  เช่น

  • The car is too small for us to get into(ไม่ต้องมี  “It  เพราะมี  “The car”  อยู่แล้ว)

(รถยนต์คันนั้นเล็กเกินไปสำหรับเราที่จะเข้าไปนั่งได้)

  • The car is very (หรือ so, quite) small and we cannot get into it.     (ต้องมี  “It”  เนื่องจากเป็นกรรมของประโยค  “Simple”  ที่    โดยทั้ง    ประโยคเชื่อมกันด้วย  “And”)
  • The car is not big enough for us to get into.   (ไม่ต้องมี  “It  เพราะมี  “The car”  อยู่แล้ว)
  • The car is so small that we cannot get into it.   (ต้องมี  “Itเพราะเป็นกรรมของอนุประโยค)
  • It is so small a car that we cannot get into it.   (ต้องมี  “Itเพราะเป็นกรรมของอนุประโยค)
  • It is such a small car that we cannot get into it.   (ต้องมี  “Itเพราะเป็นกรรมของอนุประโยค)

หมายเหตุ    -     ประโยคทั้งหมดข้างบนมีความหมายเหมือนกัน

 

2. I spent half a year __________________________________________________ this boat.

(ผมใช้เวลาครึ่งปี ________________________________________________ เรือลำนี้)

(a) to build

(b) building    (สร้าง)

(c) built

(d) on building

ตอบ   -   ข้อ   (b)   ตามโครงสร้าง  “Spend + Time + Verb + ing”  แต่ใช้  “Spend + Money + On + Noun”  เช่น

  • She spent a lot of money on clothes.

(เธอใช้เงินมากมายไปกับ (การซื้อ) เสื้อผ้า)

 

3. She has been living with her aunt since her mother’s _____________________________.

(เธอได้กำลังอาศัยอยู่กับป้าของเธอ  ตั้งแต่ ______________________________ ของแม่เธอ)

(a) died    (ตาย)  (เป็นคำกริยา)

(b) dead    (ตาย, ไม่มีชีวิต, ไม่มีความรู้สึก)  (เป็นคำคุณศัพท์)

(c) death    (การตาย, ความตาย)  (เป็นคำนาม)

(d) dying

ตอบ   -   หลังเครื่องหมาย  “Apostrophe”  (’) ต้องเป็นคำนาม  เช่น  “the boy’s toys”  (ของเล่นของเด็ก),   “the dog’s tail”  (หางของสุนัข),  หรืออาจตอบ  “…………..….. since her mother died.  (ตั้งแต่แม่ของเธอตาย)”   ก็ได้

 

4. Have you read those _________________________________________________ stories?

(คุณได้อ่านนิยาย ___________________________________________ เหล่านั้นหรือไม่)

(a) new two detective

(b) detective two new

(c) two new detective    (นักสืบใหม่    เรื่อง) (หมายถึง นิยายเรื่องใหม่)

(d) new detective two

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากต้องใช้คำนามขยายคำนามก่อนอื่น  (Detective stories)  ถัดมาเป็นคำคุณศัพท์  (New)  ถัดมาเป็นจำนวน  (Two)  ดูเพิ่มเติมคำอธิบายการเรียงลำดับคำ  (คำนามที่มีคำต่างๆ ขยาย)  จากประโยคข้างล่าง

                                                    ตัวอย่างที่  

  • I work in ____________________________________________________________.

(ผมทำงานใน  _______________________________________________________)

(a) a well-designed, modern factory shoe

(b) a well-designed shoe modern factory

(c) a modern shoe well-designed factory

(d) a modern, well-designed shoe factory    (โรงงานรองเท้าที่ออกแบบอย่างดีและทันสมัย)  (หมายถึง  โรงงานออกแบบอย่างดี  และทันสมัย)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   ดูการเรียงลำดับคำ  “Word order”  จากประโยคข้างล่าง

                                                      ตัวอย่างที่  

  • I shall send her these _________________________________________ dictionaries.

(ผมจะส่งพจนานุกรม _________________________________________ เหล่านี้ให้เธอ)

(a) two German big

(b) big German two

(c) two big German    (ภาษาเยอรมันเล่มใหญ่  ๒  เล่ม)

(d) big two German

(e) German two big

ตอบ  -  ข้อ  (c)

                                                         ตัวอย่างที่  ๓

  • He bought __________________________________________________________.

(เขาซื้อ ___________________________________________________________)

(a) a very blue pretty Italian shirt

(b) a very pretty Italian blue shirt

(c) a very Italian pretty blue shirt

(d) a very pretty blue Italian shirt    (เสื้อเชิ้ตอิตาเลียนสีน้ำเงินที่สวยงามมาก)

ตอบ  –   ข้อ   (d)   เนื่องจากต้องเรียง  “ประเทศที่ผลิต” อยู่ติดกับคำนามที่มันขยาย  ถัดไปเป็น  “สี”    ถัดไป  ถ้ามี  “ขนาด”  (big, small)  ก็ต่อด้วย  “ขนาด”  แล้วต่อด้วย   “คุณสมบัติอื่นๆ”   เช่น  “สวย”  หรือ  “ไม่สวย”  ดังในประโยคข้างบน  ทั้งนี้  การเรียงคำในภาษาไทย และอังกฤษ  จะเรียงกลับกัน   กล่าวคือ  เวลาแปลภาษาอังกฤษเป็นไทย  จะต้องแปลจากข้างหลัง  ย้อนขึ้นไปข้างหน้า   เช่น  “เสื้อ-อิตาเลียน-สีฟ้า-สวยงาม-มาก”    สำหรับตัวอย่างอื่นๆ    เช่น

(๑) บ้าน  (๒) ทรงไทย  (๓) สีขาว  (๔) หลังใหญ่  (๕) สวยงาม  (๖) มาก  (๗) สองหลัง  (๘) เหล่านั้น

(8) Those (7) two (6) very (5) beautiful (4) big (3) white (2) Thai-style (1) houses

                                ตัวอย่างอื่นๆ ได้แก่

  • I want to buy those two brown wood tables.

(ผมต้องการซื้อโต๊ะไม้สีน้ำตาล    ตัวเหล่านั้น)

  • She is a very sweet little old lady.

(เธอเป็นสุภาพสตรีชราตัวเล็กๆที่หวานมาก)

  • Have you seen this interesting English book?

(คุณได้เห็นหนังสือภาษาอังกฤษที่น่าสนใจเล่มนี้หรือยัง)

  • She wanted to buy these two old brick houses.

(เธอต้องการซื้อบ้านอิฐเก่า หลังเหล่านี้)

  • There are two small Chinese gold cups in the shop window.

(มีถ้วยทอง (ทำใน) จีนเล็กๆ ใบ ในตู้โชว์ของร้าน)

  • These old dilapidated houses are not safe.

(บ้านที่ทรุดโทรมเก่าๆเหล่านี้ไม่ปลอดภัย)

  • She gave me a round white plastic drinking cup.

(เธอให้ถ้วย (สำหรับ) ดื่มน้ำพลาสติกสีขาวกลม ใบ แก่ผม)

  • We have bought two white electric washing machines.

(เราซื้อเครื่องซักผ้าไฟฟ้าสีขาว เครื่อง)

 

5. Mr. Collins owns his house; he does not _______________________________________ it.

(มิสเตอร์คอลลินส์เป็นเจ้าของบ้านของตนเอง  เขามิได้ ____________________________ มัน)

(a) hire    (จ้าง)

(b) buy    (ซื้อ)

(c) rent    (เช่า)

(d) purchase    (ซื้อ)

 

6. He often changes his address ___________________________ the police should find him.

(เขาเปลี่ยนที่อยู่บ่อยๆ _________________________________ ตำรวจจะหาตัวเขาพบ)

(a) lest    (ด้วยกลัวว่า)

(b) unless    (ถ้า......................................ไม่)

(c) in case of    (ในกรณีที่เกิด, ถ้าหากเกิด)

(d) in order that    (เพื่อที่ว่า)

ตอบ   -   ข้อ    (a)   “Lest”  =  “ด้วยกลัวว่า, ด้วยเกรงว่า”  + Clause  (ที่มี “Should” )  แสดงวัตถุประสงค์  เช่น

  • He ran away lest he should be arrested.

(เขาวิ่งหนีไปด้วยกลัวว่าจะถูกจับ)

                                  ทั้งนี้  อาจจะละ  “Should”  ออก  คงเหลือแต่  Verb 1

  • He ran away lest he be arrested.

                                  อย่างไรก็ตาม  ในปัจจุบัน  มักใช้  “For fear that”  (ด้วยกลัวว่า)  หรือ  “So that.....................not”  (In order that.........................not) (เพื่อที่ว่า......................จะได้ไม่)  แทน  เช่น

  • He ran away for fear that he would be arrested.

(เขาหนีไปด้วยเกรงว่าเขาจะถูกจับ)

  • He ran away so that (in order that) he would not be arrested.

(เขาหนีไปเพื่อที่ว่า  เขาจะได้ไม่ถูกจับ)

 

7. The students ___________________________________ Spanish may come to this lecture.

(นักเรียนผู้ซึ่ง _____________________________ ภาษาสเปนอาจจะมาฟังการบรรยายนี้)

(a) who studies

(b) studied

(c) study

(d) studying    (ศึกษา)

ตอบ   -   ข้อ   (d)    เนื่องจากลดรูปมาจากอนุประโยค “……....….….students who study………........…”   หรือ  “…….........….students who are studying...........................”  สำหรับประโยคที่มีโครงสร้างแบบนี้  เช่น

  • The people working (= people who work) in the office are my colleagues.

(ผู้คนที่ทำงานในสำนักงาน  คือเพื่อนร่วมงานของผม)

  • The woman walking (= woman who walks) across the street is my sister.

(ผู้หญิงที่เดินข้ามถนน  เป็นน้องสาวของผม)

  • The man living (= man who lives) next door is a bank manager.

(ชายที่อาศัยอยู่บ้านหลังถัดไป  เป็นผู้จัดการธนาคาร)

  • The children playing (= children who play) in the field are my neighbors’ kids.

(เด็กๆที่เล่นอยู่ในสนาม  เป็นลูกๆ ของเพื่อนบ้านของผม)     

      

8. She managed to reach the telephone ___________________________ her terrible wound.

(เธอไปถึงโทรศัพท์ได้สำเร็จ _____________________  มีบาดแผล (หรือการบาดเจ็บ) ร้ายแรง)

(a) although    (ถึงแม้ว่า)  (ตามด้วยประโยค “Subject + Verb”)

(b) notwithstanding    (ทั้งๆที่)  (ตามด้วยคำนาม หรือวลี)

(c) because of    (เนื่องมาจาก)  (ตามด้วยคำนาม หรือวลี)

(d) for fear of    (ด้วยเกรงว่า)  (ตามด้วยคำนาม หรือวลี)

ตอบ   -   ข้อ   (b)    ดูตัวอย่างการใช้วลีข้างบน  จากประโยคตัวอย่าง

  • Although he is wrong, everyone can’t help admiring him.

(แม้ว่าเขาจะเป็นฝ่ายผิด  ทุกคนอดไม่ได้ที่จะยกย่องชมเชยเขา)

  • Although he was late, he stopped to buy a sandwich.

(แม้ว่าเขาจะสาย  เขาแวะซื้อแซนด์วิช)

  • Jane kept her coat on although it was warm in the room.

(เจนยังคงสวมเสื้อคลุม  แม้ว่าอากาศในห้องจะอุ่น)

  • Although I advise my children about money, I never actually pay their debts.

(แม้ว่าผมแนะนำลูกๆเกี่ยวกับเรื่องเงิน  ผมไม่เคยใช้หนี้แทนพวกเขาเลย)

  • He hasn’t been able to get a good job notwithstanding his having had an expensive education.

(เขาไม่สามารถหางานดีๆทำได้  ทั้งๆ ที่มีการศึกษาที่แพง)  (ไม่สามารถหางานดีได้  ทั้งๆมีการศึกษาราคาแพง)

  • Notwithstanding (= Despite = In spite of) the bad storm John delivered his papers on time.  

(ทั้งๆที่มีพายุเลวร้าย  ทอมก็ยังไปส่งหนังสือพิมพ์ได้ตรงเวลา)

  • Notwithstanding (= Despite = In spite of) all their differences, Mary and Ann remain friends.

(ทั้งๆที่แตกต่างกันอย่างมากมายอย่างนั้น  แมรี่และแอนยังคงเป็นเพื่อนกันได้)

  • They went out notwithstanding (= despite = in spite of) the heavy rain.

(พวกเขาออกไปข้างนอกทั้งๆที่ฝนตกหนัก)

  • Because of (= On account of = Owing to = Due to) the heavy rain, we could not go out.

(เนื่องมาจากฝนตกหนัก  เราไม่สามารถออกไปข้างนอก)

  • Because of (= On account of = Owing to = Due to) an accident, the train was delayed for 2 hours.  

(เนื่องมาจากอุบัติเหตุ  รถไฟถูกทำให้ล่าช้าไป ๒ ชั่วโมง)

  • He could not go to university because of (=owing to = on account of = due to) his poverty.  

(เขาไม่สามารถเรียนมหาวิทยาลัย  เนื่องมาจากความยากจน) 

  • He left an hour early for fear of missing his train.

(เขาออกไปก่อนเวลา ชั่วโมง  ด้วยเกรงว่าจะตกรถไฟ)

  • She worried for fear of the child’s being hurt.

(เธอวิตกกังวล  ด้วยเกรงว่าเด็กจะได้รับอันตราย)

 

9. There was very little work _____________________________________________ that day.

(มีงานน้อยมาก (ที่)  _____________________________________________ ในวันนั้น)

(a) do

(b) doing

(c) done    (ถูกทำ)

(d) did

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากลดรูปมาจากอนุประโยค“…………..….little work which (that) was done………..…….”  หรือ   “………..….….little work which (that) had been done……….....…….

 

10. Men pass __________________________________________ but the universe remains.

(มนุษย์ ______________________________________________ แต่จักรวาลยังคงอยู่)

(a) out

(b) off

(c) down

(d) away    (“Pass away”  =  ตายจากไป)

 

11. That little child will need _________________________________________________.

(เด็กเล็กๆ คนนั้นจะต้องการ _____________________________________________)

(a) looking after    (การดูแล, การเอาใจใส่)

(b) to look after

(c) being looked after

(d) to be looking after

ตอบ   -   ข้อ   (a)   หรือ  “To be looked after”  เนื่องจาก  “Need” (ต้องการ)  สามารถตามด้วยโครงสร้าง แบบ  โดยมีความหมายเหมือนกัน  คือ  “Need + Verb + ing” (Need + Looking after)  และ  “Need + To + Be + Verb 3” (Need + To + Be + Looked after)

 

12. Please inform me ________________________________________________________.

(กรุณาบอกให้ผมทราบ  ________________________________________________)

(a) your decision

(b) about your decision

(c) on your decision

(d) of your decision    (เรื่องการตัดสินใจของคุณ)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากเป็นไปตามโครงสร้าง  {Subject + Inform + Someone (Object) + Of + Something}  (ประธานฯ บอกใครเกี่ยวกับเรื่องอะไร)

 

13. Will you ______________________________________________________________?

(คุณจะ ___________________________________________________________)

(a) make me a favour

(b) do me a favour    (ช่วยผมหน่อยได้ไหมครับ)

(c) do me any favour

(d) make me any favours

ตอบ   -   ข้อ   (b)   ต้องจำโครงสร้าง  “Do + Someone + A favour”  (...........................ช่วยเหลือใคร......................)   (มักใช้กับประโยคคำถาม)  ดูเพิ่มเติมการใช้  “Do”  และ  “Make”  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                วลีที่ใช้  “Do   

  • do one’s best  (do his/her best)  (ทำดีที่สุด)
  • do one’s duty   (ทำหน้าที่ของตน)
  • do good   (ทำดี)
  • do bad   (ทำชั่ว)
  • do harm   (ทำอันตราย)
  • do someone a favor   (ช่วยเหลือคนอื่น)
  • do someone good   (ทำให้รู้สึกดีขึ้น, ทำประโยชน์ให้)
  • do the right   (wrong)  thing   (ทำในสิ่งที่ถูก-ผิด)
  • do duty   (ทำหน้าที่)
  • do work   (ทำงาน)
  • do things   (ทำสิ่งต่างๆ)
  • do a lot of reading   (อ่านหนังสือเยอะแยะ)
  • do your teeth   (แปรงฟันของคุณ)
  • do the flowers    (จัดดอกไม้)
  • do the cleaning    (ทำความสะอาด)
  • do the washing up    (ซักผ้า-ล้างจาน)
  • do the cooking    (ปรุงอาหาร)
  • do nothing   (ไม่ทำอะไร)
  • do something about a problem    (ลงมือทำเพื่อพยายามแก้ปัญหา)
  • do something about immigration    (แก้ปัญหาการอพยพ)
  • do all we can    (ทำทุกอย่างที่เราสามารถทำได้)
  • There’s nothing I can do about it.

(ไม่มีสิ่งใดที่ผมสามารถทำได้เกี่ยวกับมัน)  (คือ  ช่วยอะไรไม่ได้)

  • That hat does nothing for you.  

(หมวกใบนั้นไม่เหมาะกับคุณ)

  • I wonder what his father does.   

(ผมสงสัยว่าพ่อเขาทำงานอะไร)

  • He didn’t do very well in his exam.

(เขาไม่ประสบความสำเร็จมากนักในการสอบ)

  • Do you do train bookings to London?

(คุณให้บริการจองตั๋วรถไฟไปลอนดอนหรือเปล่า)

  • PWA does tap water for the public.

(กปภ. ให้บริการน้ำประปาแก่ประชาชน)

  • do a subject 

(ศึกษาวิชาที่โรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย)

  • He can do 120 miles per hour in that car.  

(เขาสามารถทำเวลาได้ ๑๒๐ ไมล์ต่อชั่วโมงในรถคันนั้น)

  • This pen will do.  

(ปากกาด้ามนี้ก็ใช้ได้แล้ว – เพียงพอแล้ว)

  • Two thousand dollars will do me very well.

(เงิน  ๒,๐๐๐  เหรียญพอเพียงกับความต้องการของผมเป็นอย่างดี)

  •  What did you do with the keys?

(คุณเอากุญแจไปเก็บไว้ที่ไหน)

  •  What did you do with that Baht 500 I gave you?

(คุณเอาเงิน ๕๐๐ บาทที่ผมให้ไปทำอะไร)

  •  What can I do for you? 

(ผมจะช่วยอะไรคุณได้บ้าง)

  • How are you doing?

(คุณสบายดีหรือครับ)

  • How do you do” 

(ใช้พูดทักทายเมื่อตอนพบกัน  อีกฝ่ายหนึ่งก็จะตอบว่า“How do you do?”เช่นเดียวกัน)

  • This book has (หรือ is) to do with married life.

(หนังสือเล่มนี้เกี่ยวกับชีวิตการแต่งงาน)

  • Easier said than done.    (พูดง่ายกว่าทำ – เป็นสุภาษิต)
  • make do   (อยู่แบบถูไถ หรือ ใช้  –  เงิน, สิ่งของ  –  เท่าที่มีไปพลางๆ ก่อน หรือแก้ขัดไปก่อน)
  • I have only Baht 100.  It is not much but I have to make do with it.)

 (ผมมีเงินแค่  ๑๐๐  เดียว มันไม่มาก แต่ผมก็ต้องถูไถไปกับเงินจำนวนนี้)

  •  He had no hammer to use with the nails but he could make do with this stone.)  

(เขาไม่มีค้อนที่จะใช้ตีตะปู  แต่เขาสามารถใช้หินก้อนนี้  (ตอก)  แทนค้อนแก้ขัดไปก่อน)

  • dos and don’ts    (สิ่งที่ต้องทำและห้ามทำ)
  • There are plenty of dos and don’ts in this contract.

(มีสิ่งที่ต้องทำและห้ามทำมากมายในสัญญานี้)

  • do homework (housework)   (ทำการบ้าน-งานบ้าน)
  • do crossword puzzles    (ทำปริศนาอักษรไขว้)
  • do the exercise   (ออกกำลัง)
  • do the bedroom    (จัดห้องนอน)
  • do away with    (กำจัด, ทำลาย)
  • do the shopping    (ไปซื้อของ-ช้อปปิ้ง)
  • do business    (ทำธุรกิจ)
  • have something to do with    (มีส่วนเกี่ยวข้องกับ)
  • have nothing to do with    (ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ)

                                           วลีที่ใช้  “Make

  • make a mistake   (ทำผิด)
  • make a noise   (ทำเสียงดัง)
  • make a speech    (กล่าวสุนทรพจน์)
  • make a hole   (เจาะรู)
  • make beds   (สร้างเตียง)
  • make the beds  (จัดเตียง, ปูเตียง)
  • be made of gold   (ทำด้วยทอง)  (สามารถเห็นทองในสภาพเดิม)
  • be made from wheat    (ทำมาจากข้าวสาลี)  (แปรสภาพมาแล้ว ดูไม่ออกว่ามาจากข้าวสาลี  เพราะกลายเป็นขนมปังแล้ว)
  • a car (which was) made in China    (รถผลิตในญี่ปุ่น)
  • a Japanese-made car   (รถผลิตในญี่ปุ่น)
  • make a choice    (เลือก)
  • make a discovery   (ค้นพบ)
  • make a statement   (พูด, กล่าว)
  • make a decision    (ตัดสินใจ)
  • make a suggestion   (แนะนำ)
  • make an announcement   (ประกาศ)
  • make up   (กุเรื่อง, แต่งหน้า)
  • make up for   (ชดเชย)
  • make out    (เข้าใจ)
  • make you a good secretary   (เป็นเลขาฯที่ดีของคุณ)
  • make a good doctor   (เป็นหมอที่ดี)
  • sixty minutes make an hour   (๖๐ นาทีเป็น ๑ ชั่วโมง)
  • two and two make four   (๒ บวก ๒ เป็น ๔)
  • make a fool of oneself   (หลอกตัวเอง, ทำให้ตัวเองดูเป็นไอ้โง่)

 

14. We shall die some day; _____________________________________ all men are mortal.

(เราจะต้องตายวันใดวันหนึ่ง;_________________________________ มนุษย์ทุกคนต้องตาย)

(a) therefore    (เพราะฉะนั้น, ดังนั้น)

(b) for    (เพราะว่า)

(c) whereas    (แต่ทว่า, ในทางตรงกันข้าม, อย่างไรก็ตาม)

(d) not    (ไม่, ไม่ใช่)

ตอบ   -   ข้อ   (b)   หรือ   อาจใช้   “Because, Since, As” (เพราะว่า, เนื่องจาก)  ก็ได้

 

15. Your daughter is very ill.  Why didn’t you send ___________________________ a doctor?

(ลูกสาวของคุณป่วยหนัก  ทำไมคุณจึงไม่ _________________________________ หมอ)

(a) to

(b) for    (ตามหา, เรียกหา)

(c) after

(d) her

ตอบ    -     ข้อ   (b)   “Send for”   หมายถึง   ตามตัวมา, เรียกตัวมา, เรียกหา, ตามหา(โดยการส่งข่าวสารไปถึงผู้นั้น)   ในข้อนี้   คือ    “ตามหมอมา

 

16. Did you leave a message _________________________________________ his servant?

(คุณได้ฝากข้อความ __________________________________ คนรับใช้ของเขาหรือเปล่า)

(a) with    (ไว้กับ)

(b) to

(c) by

(d) for

ตอบ     -     ข้อ    (a)   ส่วน   “Leave it to someone”   หมายถึง   “ปล่อยให้ผู้นั้นรับผิดชอบเรื่องนั้น   หรือรับมือกับสถานการณ์นั้น”   เช่น

  • Leave it to the repairman, he will fix your car.

(ปล่อยให้เป็นเรื่องของนายช่างคนนั้น  เขาจะซ่อมรถของคุณเอง)

 

17. The older he grows, ____________________________________________ he becomes.

(ยิ่งเขาอายุมากขึ้น  เขาก็ _______________________________________________)

(a) more foolish

(b) foolish

(c) foolisher   (ไม่มีใช้รูปนี้)

(d) the more foolish   (ยิ่งโง่มากขึ้น)

ตอบ    -    ข้อ   (d)   ดูคำอธิบายเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

                                                    ตัวอย่างที่  

  • Sometimes (1) the more we attempt to explain (2) our mistake, the (3) worst our story (4) sounds.  

(บางครั้ง  ยิ่งเราพยายามที่จะอธิบายความผิดของเรา (คือแก้ตัว)  เรื่อง (ที่พูดแก้ตัว) ของเรา  ก็ดูเหมือนว่ายิ่งเลวร้ายมากยิ่งขึ้น)

ตอบ   –   ข้อ   (3)    แก้เป็น   “Worse”  (มาจาก  “Bad,  Worse,  Worst” – แย่-เลวร้าย,  แย่กว่า-เลวร้ายกว่า,  แย่ที่สุด-เลวร้ายที่สุด)   เนื่องจากมาจากรูป  “ยิ่ง......................ก็ยิ่ง.........................”  โดยมีโครงสร้าง  คือ  (The + Adjective (ขั้นกว่า)  + Subject + Verb, the + Adjective (ขั้นกว่า) + Subject + Verb)   เช่น

  • The more one has, the more one wants.

(คนเรายิ่งมีมาก  ก็ยิ่งต้องการมาก)

  • The sooner she arrives, the better it is.

(ยิ่งเธอมาถึงเร็ว  ก็ยิ่งดี)

  • The bigger the house is, the more expensive it is.

(ยิ่งบ้านยิ่งหลังใหญ่ขึ้น  ราคาก็ยิ่งแพงขึ้น)

  • The more he tried to explain, the less she understood him.

(ยิ่งเขาพยายามอธิบายมากยิ่งขึ้น  เธอก็ยิ่งเข้าใจเขาน้อยลง)

  • The more the people come to our party, the funnier it will be.

(ยิ่งคนมางานเลี้ยงของเรามากขึ้น  มันก็ยิ่งสนุกมากขึ้น)

  • The heavier the boxes are, the more difficult it is to carry them.

(ยิ่งกล่องยิ่งใหญ่ขึ้น  ก็ยิ่งแบกมันลำบากมากยิ่งขึ้น)

  • The more he loves her, the less she loves him.

(ยิ่งเขารักเธอมากขึ้น  เธอก็ยิ่งรักเขาน้อยลง)

  • The more money we gave them, the more (money) they wanted from us. 

(ยิ่งเราให้เงินเขามากขึ้น  เขาก็ยิ่งต้องการ (เงิน) จากเรามากขึ้น)

  • The more we read, the wiser we become.

(ยิ่งเราอ่านมากขึ้น  เราก็ยิ่งฉลาดมากขึ้น)

  • The more loan he takes, the deeper he is in debt.

(ยิ่งเขากู้เงินมากขึ้น  เขาก็ยิ่งเป็นหนี้มากขึ้น)

 

 18. The professor sometimes makes remarks that are not ____________________ the topic. 

(ท่านอาจารย์บางครั้งก็กล่าวคำพูดซึ่งไม่ ___________________________ กับหัวเรื่อง)

(a) relevant with

(b) relevant for

(c) relevant to    (เข้าเรื่องกันกับ, สัมพันธ์กันกับ, ตรงประเด็นกันกับ)

(d) relevant on

 

19. Does Betty object to _______________________________________ for her every night?

(เบ็ตตี้คัดค้าน (ไม่เห็นด้วย) กับ __________ สำหรับเธอทุกๆคืน  ใช่หรือไม่)   (หมายถึง  เบ็ตตี้ไม่ต้องการให้คุณมารอเธอทุกๆ คืน  ใช่หรือเปล่า)

(a) your waiting    (การรอคอยของคุณ)

(b) for waiting

(c) that you wait

(d) because you wait

ตอบ    -    ข้อ   (a)   เนื่องจาก   “To”  ใน  “Object to” (คัดค้าน, ไม่เห็นด้วย)  เป็น  “Preposition”  จึงต้องตามด้วยคำนาม หรือ  “Gerund” (Verb + ing)   ซึ่งก็ถือเป็นคำนามประเภทหนึ่งด้วย   ดังนั้น  จึงสามารถใช้   “Possessive adjective” (His, Her, My, Your, Our, Their, Its)  นำหน้ามันได้เหมือนคำนามทั่วไป  เช่น  “His walking”,  “Her laughing”,  “My singing”,  “Their speaking”,   เป็นต้น

                                   กล่าวโดยสรุป  คือ  “Gerund” (Verb + ing)  อาจมีคำแสดงความเป็นเจ้าของ  (Possessive adjective)  ประกอบข้างหน้าได้  เหมือนคำนามทั่วไป  เช่น

  • His walking quickly makes him tired.

(การเดินเร็วของเขาทำให้เขาเหนื่อย)

  • We appreciated on your coming.

(เราชื่นชม-ยกย่องกับการมาของคุณ)

  • Her being afraid of snakes is well-known.

(การกลัวงูของเธอเป็นที่รู้กันดี)

  • It was no use your telling him to stop smoking.

(ไม่มีประโยชน์กับการบอกเขาของคุณให้หยุดการสูบบุหรี่)

  • The audiences were informed of his being a great scientist.

(ผู้ชมได้รับการบอกเกี่ยวกับการเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ของเขา)

  • I had to postpone my writing to him to a later date.

(ผมจำเป็นต้องเลื่อนการเขียน (จดหมาย) ถึงเขาของผมออกไปอีก)

  • You should not delay your sending of the application form.

(คุณไม่ควรเลื่อน (หรือ ถ่วงเวลา) การส่งใบสมัครของคุณ)

 

20. Whenever we meet, we talk about the days when we were __________________________.

(เมื่อใดก็ตามที่เราพบกัน  เราคุยเกี่ยวกับยุคสมัยเมื่อเรา _____________________________)

(a) at college    (เรียนมหาวิทยาลัย)

(b) at the college

(c) at a college

(d) at our college

ตอบ   –   เมื่อหมายถึง  “เรียนหนังสือ”  ไม่ต้องมี  “Article” (A, An, The)  นำหน้า  “College”  สำหรับอื่นๆ  ที่คล้ายๆ กัน  คือ  “Go to school” (ไปโรงเรียน เพื่อเรียนหนังสือ), “Go to university”  (ไปมหาวิทยาลัย เพื่อเรียนหนังสือ),  “Go to church”  (ไปโบสถ์เพื่อร่วมพิธีเช่น ฟังเทศน์),  “Go to hospital”  (ไปโรงพยาบาล  เพื่อเป็นคนไข้),   ต่างจาก  “Go to the school”  (ไปโรงเรียน  เพื่อไปพบเพื่อน),  “Go to the hospital”  (ไปโรงพยาบาล เพื่อเยี่ยมคนป่วย),  “Go to the church” (ไปโบสถ์  เพื่อคุยกับบาทหลวง),  “Go to the university”  (ไปมหาวิทยาลัย  เพื่อดูกีฬาฟุตบอล)เป็นต้น

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”                

 

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป