หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 437)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Part V: Sentence Completion   (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

 

1. A: “____________________________________________ coffee have you drunk today?”

(คุณดื่มกาแฟ ____________________________________________________ วันนี้)

   B: “Three cups.”

( ถ้วยครับ)

(a) How many cups   (มากกี่ถ้วย)

(b) What kind of   (ชนิดใด)

(c) How many   (มากเท่าใด)   (ใช้กับคำนามพหูพจน์)

(d) How much    (มากเท่าใด)   (ใช้กับคำนามนับไม่ได้ – เป็นเอกพจน์เสมอ)

ตอบ   -   ข้อ  (d)   เนื่องจาก  “Coffee”  เป็นนามนับไม่ได้   จึงต้องใช้กับ  “Much”  หรืออาจตอบ ข้อ  (a)  ก็ได้   แต่ต้องแก้เป็น   “How many cups of”  (มากกี่ถ้วย)

 

2. _________________________________________________ there were bears in England.

(___________________________________________________ มีหมีอยู่ในประเทศอังกฤษ)

(a) Many hundreds years ago    (เมื่อหลายร้อยปีมาแล้ว)

(b) A hundred of years ago    (เมื่อ ๑๐๐ ปีมาแล้ว)

(c) Hundreds of years ago    (เมื่อหลายร้อยปีมาแล้ว)

(d) One hundred of years ago    (เมื่อ ๑๐๐ ปีมาแล้ว)

ตอบ    -    ข้อ   (c)  หรือ ข้อ   (a)  แต่ต้องแก้เป็น  “Many hundred years ago”  หรือตอบ  ข้อ  (b)   แต่ต้องแก้เป็น  “A hundred years ago”  หรือ ข้อ  (d)  แต่ต้องแก้เป็น   “One hundred years ago

 

3. I hope you will try ____________________________________________ harder next time.

(ผมหวังว่าคุณจะพยายามมากขึ้น ___________________________________ ในคราวหน้า)

(a) less

(b) more

(c) some

(d) a little   (เล็กน้อย, นิดหน่อย)

(e) very

ตอบ    -    ข้อ  (d)   เมื่อขยายการเปรียบเทียบ   “ขั้นกว่า”  (Comparative degree)  เช่น   ใหญ่กว่า, ร้อนกว่า, แพงกว่า  และต้องการบอกว่า  “เล็กน้อย, นิดหนึ่ง”   ให้ใช้  “A little, A bit  หรือ  A little bit”  ขยาย   เช่น  “A little bigger” (ใหญ่กว่านิดหน่อย),  A little hotter” (ร้อนกว่าเล็กน้อย),  “A bit colder”  (หนาวกว่านิดหน่อย),  “A little more expensive”  (แพงกว่าเล็กน้อย),  “A bit more interesting”  (น่าสนใจกว่านิดหน่อย),  “A little bit more important (สำคัญกว่าเล็กน้อย)    เป็นต้น

                                                ในกรณีที่ต้องการบอกว่า   “ใหญ่กว่ามาก”,  “เล็กกว่ามาก”,  “ร้อนกว่ามาก”,  “สวยกว่ามาก”   ให้ใช้  “Much” และ  “Far”  ขยาย   (ห้ามใช้ “Very”)  ดังประโยคตัวอย่างข้างล่าง

                                                   ตัวอย่างที่

  • She looks much _____________________________________________ this morning.

(เธอมีท่าทาง __________________________________________ อย่างมากเช้าวันนี้)

(a) happy

(b) happily

(c) happier    (มีความสุขมากขึ้น)

(d) happiness    (ความสุข)

(e) happiest    (มีความสุขที่สุด)

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากเป็นการเปรียบเทียบ  “ขั้นกว่า”  (Comparative degree)   เพียงแต่ไม่มี   “Than”  ปรากฏให้เห็น   แต่จริงๆ แล้วเป็นการเปรียบเทียบกับอดีต  เช่น   เมื่อวานนี้   หรือ  สัปดาห์ที่แล้ว  ข้อสังเกตอีกอย่างคือ  ถ้าไม่มีการเปรียบ เทียบ  จะต้องใช้   “Very”  แทน   “Much”   เพื่อขยาย  “Happy”   ส่วนการจะบอกว่า  มีความสุขมากขึ้น  “อย่างมาก”   ให้ใช้  “Much”  และ  “Far”  เท่านั้น  (สำหรับความหมาย    “อย่างมาก”)   ห้ามใช้   “Very

                                                          ตัวอย่างที่  

  • The scenery looks ________________________________ in December than in April.

(ภูมิประเทศ – ทิวทัศน์ – มีลักษณะ ________________ ในเดือนธันวาคม  กว่าเดือนเมษายน)

(a) far pleasant

(b) much more pleasant    (น่ารื่นรมย์มากกว่ากัน (อย่าง) มากมาย)

(c) very pleasant

(d) much more pleasantly

ตอบ  –   ข้อ   (b)   เนื่องจากการเปรียบเทียบ   “ขั้นกว่า”  (Comparative degree)  ถ้าต้องการบอกว่า   “มากกว่าอย่างมากมาย”   เช่น  “ใหญ่กว่ามาก”,  “เล็กกว่ามาก”,  “หนาวกว่ามาก”  ฯลฯ  สามารถใช้คำแทนคำว่า   “อย่างมากมาย”   ได้      คำ  คือ  “Much”  และ  “Far”  ห้ามใช้  “Very”   สำหรับในประโยคข้างบน  จะใช้  “Far more pleasant”   ก็ได้

                                               ตัวอย่างอื่นๆ  เช่น  “Much bigger” (ใหญ่กว่ามาก),  “Much older” (แก่กว่ามาก),   “Far hotter”  (ร้อนกว่ามาก),  “Far colder”  (หนาวกว่ามาก),  “Much more important”  (สำคัญกว่ามาก),  “Much more complicated” (ยุ่งยากหรือสลับซับซ้อนกว่ามาก),  “Far smaller” (เล็กกว่ามาก),  “Far thinner” (ผอมหรือบางกว่ามาก),  “Far more beautiful”  (สวยกว่ามาก),  เป็นต้น

 

4. He will do it if he _________________________________________________________.

(เขาจะทำมันถ้าเขา ____________________________________________________)

(a) can to

(b) is able

(c) is possible    (เป็นไปได้)

(d) is able to    (สามารถ)

ตอบ    -    ข้อ   (d)   “Is (Am, Are) + Able + To + (Verb 1)”   เสมอ   ส่วน “Can”   ไม่ต้องตามด้วย   “To”  สำหรับข้อ  (c)  ก็อาจใช้ได้เช่นกัน  ถ้าเปลี่ยนรูปประโยคเป็น  “He will do it if (it is) possible.” (เขาจะทำมันถ้าหากเป็นไปได้)

 

5. I wish I could _________________________________________________ drinking.

(ผมปรารถนาว่าผมสามารถ __________________________________ การดื่มเหล้า)

(a) give way

(b) give away    (ยกให้ไป)

(c) give up    (ยุติ, เลิก)

(d) give out    (แจก, แจกจ่าย)

 

6. I am _____________________________________________ weak to lift this heavy stone.

(ผมอ่อนกำลัง (อ่อนแอ) __________________________________ ที่จะยกหินหนักก้อนนี้)

(a) so

(b) very

(c) too    (เกินไป, มากเกินไป)

(d) quite

ตอบ    -    ข้อ   (c)   สำหรับโครงสร้างที่แตกต่างกัน  แต่มีความหมายเหมือนกันมีดังนี้  คือ

  • I am too weak to lift this heavy stone.
  • I am very (หรือ so, quite) weak and I cannot lift this heavy stone.
  • I am not strong enough to lift this heavy stone.
  • I am so weak that I cannot lift this heavy stone.
  • I am such a weak person that I cannot lift this heavy stone.

( ประโยคข้างบนมีความหมายเดียวกัน  แต่พูดไปคนละแบบ)

                                                ตัวอย่างประโยคอื่นๆ ที่มีโครงสร้างต่างกัน  แต่ความหมายเหมือนกัน  เช่น

  • The car is too small for us to get into(ไม่ต้องมี  “It  เพราะมี  “The car”  อยู่แล้ว)

(รถยนต์คันนั้นเล็กเกินไปสำหรับเราที่จะเข้าไปนั่งได้)

  • The car is very (หรือ so, quite) small and we cannot get into it.
  • The car is not big enough for us to get into.   (ไม่ต้องมี  “It  เพราะมี  “The car”  อยู่แล้ว)
  • The car is so small that we cannot get into it.   (ต้องมี  “Itเพราะเป็นกรรมของอนุประโยค)
  • It is so small a car that we cannot get into it.   (ต้องมี  “Itเพราะเป็นกรรมของอนุประโยค)
  • It is such a small car that we cannot get into it.   (ต้องมี  “Itเพราะเป็นกรรมของอนุประโยค)

หมายเหตุ    -     ประโยคทั้งหมดข้างบนมีความหมายเหมือนกัน

 

7. Jim always helps his parents ___________________________________ he has a chance.

(จิมช่วยเหลือพ่อแม่ของเขาอยู่เสมอ __________________________________ เขามีโอกาส)

(a) whenever    (เมื่อใดก็ตาม, ทุกครั้งที่)

(b) while    (ในขณะที่)  (มักตามด้วยรูป “Continuous tense”)

(c) because    (เพราะว่า)

(d) until    (จนกระทั่ง)

ตอบ   -   ข้อ   (a)   ตัวอย่างอื่นๆ  เช่น

  • Whenever they meet, they stop to talk.

(เมื่อใดก็ตามที่พวกเขาพบกัน  พวกเขาจะหยุดเพื่อสนทนากัน)

  • We can start whenever you are ready.

(เราสามารถเริ่มต้นได้  เมื่อใดก็ตามที่คุณพร้อม)

  • Whenever she has money, she goes shopping.

(ทุกครั้งที่เธอมีเงิน  เธอจะไปช้อปปิ้ง)

  • Kim always has a cold whenever I see her.

(คิมเป็นไข้หวัดเสมอ  ทุกครั้งที่ผมพบเธอ)

(= Whenever I see Kim, she always has a cold.)

 

8. You can borrow my bicycle ______________________ you bring it back before this Friday.

(คุณจะยืมรถจักรยานของผมก็ได้นะ _________________ คุณนำมันมาคืนผมก่อนวันศุกร์นี้)

(a) unless    (ถ้า.......................................ไม่)

(b) because    (เพราะว่า)

(c) on condition that    (โดยมีเงื่อนไขว่า,  โดยมีข้อแม้ว่า,  ถ้า)

(d) whenever    (เมื่อใดก็ตาม, ทุกครั้งที่)

 

9. ____________________________, our daughter does not work hard enough to succeed.

(___________________________ ลูกสาวของเรามิได้ขยันเพียงพอที่จะประสบความสำเร็จ)

(a) Frank

(b) Frankly    (อย่างเปิดเผย, อย่างตรงไปตรงมา, อย่างไม่อ้อมค้อม, ด้วยน้ำใสใจจริง)

(c) Being frank

(d) To be frankly

ตอบ   -   ข้อ   (b)   ต้องใช้รูปกริยาวิเศษณ์  (Adverb)  เนื่องจากขยายข้อความทั้งประโยค  (Our daughter…………………........…… succeed)

 

10. Bangkok has become ________________________________________ in recent years.

(กรุงเทพฯ ได้ ______________________________________ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้)

(a) considerable polluting

(b) considerably polluting

(c) considerable polluted

(d) considerably polluted    (มีมลภาวะ (สกปรก, เปรอะเปื้อน) อย่างมากมาย)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  เนื่องจาก  “Polluted”  =  “มีมลภาวะ, สกปรก, เปรอะเปื้อน”  และใช้   “Considerably” (Adverb)  เนื่องจากขยายกริยา  “Polluted”  ซึ่งอยู่ในรูป  “Passive voice

 

11. ___________________________________________ my opinion, he is a very good actor.

(___________________________________ ความคิดเห็นของผม  เขาเป็นนักแสดงที่ดีมาก)

(a) By

(b) In    (ใน)

(c) On

(d) With

ตอบ   -   ข้อ   (b)

                                          สำหรับวลีที่ใช้   “In”  ได้แก่  “blind in one eye”  =  (ตาบอดข้างหนึ่ง)  -  She is blind in one eye.  (เธอตาบอดข้างหนึ่ง),  “the girl in this photograph”  (เด็กผู้หญิงในภาพถ่ายใบนี้),  “deep in water and mud”  (จมลึกอยู่ในน้ำและโคลน),  “arrive in”  (มาถึงในเมือง หรือ ประเทศ)  (แต่ถ้ามาถึง โรงเรียน, ธนาคาร, วัด, บ้าน ฯลฯ ใช้  “arrive at”),  “interested in”  (สนใจใน), “qualified in”  (มีคุณสมบัติในเรื่อง)  -  She is absolutely qualified in her new job.  (เธอมีคุณสมบัติอย่างเต็มที่ในงานใหม่ของเธอ), “weak in”  (อ่อนในเรื่อง), “deficient in  (ขาดหรือบกพร่องในเรื่อง), “proficient in”  (ชำนาญหรือคล่องแคล่วในเรื่อง), “successful in”  (ประสบความสำเร็จในเรื่อง), “disappointed in”  (ผิดหวังในเรื่อง), “in a box”  (ในกล่อง), “in a pocket”  (ในกระเป๋า), “sit in an armchair”  (นั่งในเก้าอี้ท้าวแขน), “in bed”  (ในเตียงหรือบนเตียง), “in the bath”  (ในอ่างน้ำ), “in her hand”  (ในมือของเธอ), “in each other’s arms” (ในอ้อมแขนของกันและกัน),“in the area”  (ในพื้นที่), “in the garden” (ในสวน), “in the air”  (ในอากาศ), “in the middle of the room” (ที่กลางห้อง), “in the direction of”  (ในทิศทางของ), “in a restaurant”  (ในภัตตาคาร), “in the bathroom”  (ในห้องน้ำ), “in school”  (ในโรงเรียน), “in hospital”  (ในโรงพยาบาล), “in the kitchen”  (ในครัว),“in the shop window”  (ในตู้โชว์กระจกของร้าน), “in a mirror”  (ในกระจก), “in a lake”  (ในทะเลสาบ), “in black suit”  (ในชุดดำ), “in the water”  (ในน้ำ), “write in ink”  (เขียนด้วยหมึก), “write in pencil” (เขียนด้วยดินสอ), “in the first chapter”  (ในบทที่ ๑), “in the film”  (ในภาพยนตร์), “wait in the queue”  (รออยู่ในแถว), “be in a play”  (ร่วมแสดงละคร), “in April”  (ในเดือนเมษายน), “in  2016”  (ในปี ๒๐๑๖), “in the morning (afternoon, evening)”  (ในตอนเช้า-บ่าย-เย็น), “in recent years”  (ในช่วงไม่กี่ปีมานี้), “in the winter (summer, spring)”  (ในหน้าหนาว-ร้อน-ใบไม้ผลิ), “in the meantime”  (ในระหว่างนั้น), “in two months”  (ภายใน ๒ เดือน), “in my absence”  (ตอนที่ผมไม่อยู่), “in the aftermath of the accident”  (ภายหลังจากอุบัติเหตุ), “in half an hour” (ภายในครึ่งชั่วโมง), “in two minutes”  (ใน ๒ นาที), “in ancient society” (ในสังคมสมัยโบราณ), “in nature”  (ในธรรม ชาติ), “in these circumstances”  (ในสภาพแวดล้อมเหล่านี้), “in this situation”  (ในสถานการณ์เช่นนี้), “in a state of near chaos”  (อยู่ในสภาวะใกล้จลาจล), “in a position to help others”  (อยู่ในฐานะที่ช่วยคนอื่นได้), “in the sun”  (ท่ามกลางแสงอาทิตย์)  “in the dark”  (ในหรือท่ามกลางความมืด), “in the dim light” (ท่ามกลางแสงสลัวๆ), “in her voice”  (ในน้ำเสียงของเธอ), “in love”  (ในความรัก-ตกหลุมรัก), “in a state of shock”  (อยู่ในสภาวะช้อค), “in low spirits”  (ในสภาพจิตใจหดหู่หรือตกต่ำ), “in a temper”  (ด้วยความโกรธหรือในอารมณ์โกรธ), “in favor of free speech”  (เห็นด้วยกับการพูดแบบมีเสรี), “cry out in pain”  (ร้องด้วยความเจ็บปวด), “look up in surprise”  (เงยหน้ามองด้วยความประหลาดใจ), “in an effort to”  (ในความพยายามที่จะ)  -  She studied very hard in an effort to pass the exam.  (เธอเรียนหนักมาก  ในความพยายามที่จะสอบให้ผ่าน), “in response to”  (เพื่อตอบสนองต่อ), “in answer to”  (เพื่อเป็นการตอบ), “have confidence in”  (มีความเชื่อมั่นใน)  -  At present the people have no confidence in the government.  (ในปัจจุบัน  ประชาชนไม่มีความเชื่อมั่นในรัฐบาล), “take interest in”  (สนใจใน), “a course in Chinese”  (คอร์สภาษาจีน), “an expert in”  (ผู้เชี่ยวชาญในเรื่อง.....................), “make money in business”  (หาเงินในธุรกิจ), “make his career in music”  (ประกอบอาชีพทางดนตรี), “in his old age”  (ในวัยชราของเขา), “a woman in her twenties”  (ผู้หญิงในวัย ๒๐ – ๒๙), “in my opinion”  (ในความเห็นของผม), “in her view”   (ในทัศนะของเธอ), “recruit workers in hundreds”  (รับคนงานเป็นร้อยๆคน), “in my experience”  (จากประสบการณ์ของผม), “in her own eyes”  (ในสายตาของเธอ), “speak in Italian”  (พูดภาษาอิตาเลียน), “speak in a calm voice” (พูดด้วยน้ำเสียงที่สงบ), “his complaints in writing”  (การร้องเรียนของเขาเป็นลายลักษณ์อักษร),  “in financial difficulty”  (ในสภาวะยุ่งยากทางการเงิน), “$100,000 in cash”  (เป็นเงินสด  ๑๐๐,๐๐๐  เหรียญ), “dressed in black”  (ใส่ชุดสีดำ), “in real danger”  (ตกอยู่ในอันตรายอย่างแท้จริง), “in the planning stage”  (ในขั้นตอนการวาง แผน), “10 meters in length”  (ยาว ๑๐ เมตร), “cut it in two”  (ตัดมันออกเป็น ส่วน), “shrink in size”  (มีขนาดเล็กลง-หดลง), “join in”  (ร่วมวงด้วย), “a one in five chance of success”  (โอกาสสำเร็จ ใน ), “the pain in my feet”  (การเจ็บที่เท้าของผม), “the hole in his shirt”  (รู – รอยขาด – ในเสื้อเชิ้ตของเขา), “was shot in the leg”  (ถูกยิงที่ขา),  “in fashion”  (กำลังเป็นที่นิยม), “result in his death”  (ส่งผลให้เขาตาย), “believe in”  (เชื่อมั่น-ศรัท ธาใน), “in the first place”  (ในประการแรก)  (กล่าวเมื่อจะบอกเหตุผลหลายๆ ประ การ  เกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง  แล้วตามด้วยเหตุผลที่ต้องการจะบอก),  “in danger”  (ตกอยู่ในอันตราย),  “in use”  (ใช้งาน),  “in his name”  (โดยใช้ชื่อของเขา,  ในนามของเขา  -  เช่น  เช่ารถยนต์  หรือบริจาคเงิน)  -  The car was rented in his name.  (รถถูกเช่าในนามของเขา),  “in a hurry’  (เร่งรีบ, รีบร้อน, ใจร้อน)  -  He was in a hurry because he was late.  (เขารีบเร่งเพราะเขาสายแล้ว),  “in a jam”  (อยู่ในฐานะลำบาก),  “in a nutshell”  (กล่าวโดยย่อๆ, กล่าวโดยสรุป),  “in a way”  (บางครั้ง, บ้างเหมือนกัน),  “in any case”  (อย่างไรก็ดี, อย่างไรก็ตาม, ในทุกกรณี),  “in any event”  (อย่างไรก็ตาม, ทุกกรณี),  “in advance”  (ล่วงหน้า),  “in bad shape”  (เสื่อมโทรม, ทรุดโทรม, อยู่ในฐานะลำบาก),  “in charge of”  (รับผิดชอบ, ดูแล, จัดการ),  “in fact”  (แท้ที่จริงแล้ว, อันที่จริงแล้ว),  “in order”  (อย่างมีระเบียบ, เรียบร้อย),  “in time (ทันเวลา, ไม่สาย, พอดี, ตามจังหวะ, พอดีจัง หวะ),  “in the bag”  (แน่นอน, แหงแก๋, ของตาย, อยู่ในกำมือแล้ว, สำเร็จเรียบร้อย),  “in the long run (term)”  (ในระยะยาว),  “in the pink”  (สภาพดีเยี่ยม, สม บูรณ์, มีสุขภาพดี),  “in tune with”  (สอดคล้องกับ, ไปกันได้กับ),  “in vain”  (ไม่สำเร็จ, ไร้ประโยชน์, ปราศจากผล), “in each other’s arms” (ในอ้อมแขนของกันและกัน), “write in ink”  (เขียนด้วยหมึก), “write in pencil”  (เขียนด้วยดิน สอ), “in the first chapter”  (ในบทที่ ), “in the film”  (ในภาพยนตร์), “wait in the queue”  (รออยู่ในแถว), “be in a play”  (ร่วมแสดงละคร), “in April”  (ในเดือนเมษายน), “in  2016”  (ในปี ๒๐๑๖), “in the morning (afternoon, evening)”  (ในตอนเช้า-บ่าย-เย็น), “in recent years” (ในช่วงไม่กี่ปีมานี้), “in the winter (summer, spring)”  (ในหน้าหนาว-ร้อน-ใบไม้ผลิ), “in the meantime”  (ในระหว่างนั้น), “in two months”   (ภายใน เดือน), “in my absence”  (ตอนที่ผมไม่อยู่), “in the aftermath of the accident”  (ภายหลังจากอุบัติเหตุ), “in half an hour” (ภายในครึ่งชั่วโมง),  “in two minutes”(ใน ๒ นาที),  “in ancient society” (ในสังคมสมัยโบราณ), “in nature”  (ในธรรมชาติ), “in these circumstances”  (ในสภาพแวดล้อมเหล่านี้), “in this situation”  (ในสถานการณ์เช่นนี้),  “in a state of near chaos”  (อยู่ในสภาวะใกล้จลาจล), “in a position to help others”  (อยู่ในฐานะที่ช่วยคนอื่นได้), “in the sun”  (ท่ามกลางแสงอาทิตย์)“in the dark”  (ในหรือท่ามกลางความมืด), “in the dim light” (ท่ามกลางแสงสลัวๆ), “in her voice”  (ในน้ำเสียงของเธอ),  “in love” (ในความรัก-ตกหลุมรัก), “in a state of shock”  (อยู่ในสภาวะช้อค), “in low spirits”  (ในสภาพจิตใจหดหู่หรือตกต่ำ), “in a temper”  (ด้วยความโกรธหรือในอารมณ์โกรธ),  “in favor of free speech”  (เห็นด้วยกับการพูดแบบมีเสรี), “cry out in pain”  (ร้องด้วยความเจ็บปวด),  “look up in surprise”  (เงยหน้ามองด้วยความประหลาดใจ),  “in an effort to”  (ในความพยายามที่จะ),  “in response to”  (เพื่อตอบสนองต่อ), “in answer to”  (เพื่อเป็นการตอบ),   “have confidence in”  (มีความเชื่อมั่นใน), “take interest in”  (สนใจใน),  “an expert in”  (ผู้เชี่ยวชาญในเรื่อง.....),  “make money in business”  (หาเงินในธุรกิจ),  “make his career in music”  (ประกอบอาชีพทางดนตรี), “in his old age”  (ในวัยชราของเขา), “a woman in her twenties”  (ผู้หญิงในวัย ๒๐ – ๒๙), “in my opinion”  (ในความเห็นของผม), “in her view”  (ในทัศนะของเธอ), “recruit workers in hundreds”  (รับคนงานเป็นร้อยๆคน), “in my experience”  (จากประสบการณ์ของผม),  “in her own eyes”  (ในสายตาของเธอ), “speak in a calm voice”  (พูดด้วยน้ำเสียงที่สงบ), “his complaints in writing”  (การร้องเรียนของเขาเป็นลายลักษณ์อักษร),  “in financial difficulty”  (ในสภาวะยุ่งยากทางการเงิน), “$100,000 in cash”  (เป็นเงินสด  ๑๐๐,๐๐๐  เหรียญ), “dressed in black”  (ใส่ชุดสีดำ), “in real danger”  (ตกอยู่ในอันตรายอย่างแท้จริง), “in the planning stage”  (ในขั้นตอนการวางแผน),  “10 meters in length”  (ยาว ๑๐ เมตร), “cut it in two”  (ตัดมันออกเป็น ๒ ส่วน), “shrink in size”   (มีขนาดเล็กลง-หดลง), “join in”  (ร่วมวงด้วย), “a one in five chance of success”  (โอกาสสำเร็จ ๑ ใน ๕),  “the pain in my feet”  (การเจ็บที่เท้าของผม),  “the hole in his shirt”  (รู – รอยขาด – ในเสื้อเชิ้ตของเขา),  “was shot in the leg”   (ถูกยิงที่ขา),  “in fashion”  (กำลังเป็นที่นิยม),  “result in his death”  (ส่งผลให้เขาตาย), “believe in”  (เชื่อมั่น-ศรัทธาใน),  “in the first place”  (ในประการแรก)  (กล่าวเมื่อจะบอกเหตุผลหลายๆ ประการ   เกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง   แล้วตามด้วยเหตุผลที่ต้องการจะบอก),   เป็นต้น

 

12. The bank is ____________________________________________ the police station.

(ธนาคารอยู่ ____________________________________________ (กับ) สถานีตำรวจ)

(a) near to    (ใกล้)  (ไม่ต้องตามด้วย  “To”)

(b) close    (ใกล้)  (ต้องตามด้วย  “To”)      

(c) opposite to

(d) opposite    (ตรงกันข้าม)

ตอบ   -   ข้อ    (d)   “Opposite”  =  “ตรงกันข้าม”,  เมื่อเป็น  “Preposition”   ไม่ต้องมี   “To”  ต่อท้าย  มีที่ใช้  คือ

                                                ๑. เป็น  “Preposition

  • The hotel is opposite a railway station.

(โรงแรมอยู่ตรงข้ามกับสถานีรถไฟ)

  • Jenny was sitting opposite Jim.

(เจนนี่กำลังนั่งตรงข้ามกับจิม)

  • His office is opposite a bank.

(ที่ทำงานของเขาอยู่ตรงข้ามกับธนาคาร)

                                                 ๒. เมื่อเป็นคำคุณศัพท์  ต้องตามด้วย  “To”  ในบางกรณี

  • Black is opposite to white.

(สีดำตรงข้ามกับสีขาว)

  • Boring is opposite to interesting.

(น่าเบื่อตรงข้ามกับน่าสนใจ)

  • Her house is on the opposite side of the street.

(บ้านของเธออยู่ถนนฝั่งตรงข้าม)

  • She burst in through the opposite door.

(เธอพรวดพราดเข้ามาทางประตูฝั่งตรงข้าม)

                                                . เป็นคำนาม  หมายถึง  “สิ่งที่ตรงกันข้าม”  หรือ  “สิ่งที่แตกต่างกันอย่างมากที่สุด  หรือโดยสิ้นเชิง”   ต้องตามด้วย   “Of

  • Boring is the opposite of interesting.

(น่าเบื่อเป็นสิ่งที่ตรงกันข้ามกับน่าสนใจ)

  • My brother is just the opposite (of me).

(พี่ชายของผมเป็นผู้ที่แตกต่างกับผมอย่างสุดๆ)

  • In many ways, passion is the opposite of love.

(ในหลายๆประการ  ตัณหา-ความใคร่เป็นสิ่งที่แตกต่างกันอย่างสุดๆ กับความรัก)

 

13. If a man is paid for boxing, he is a _______________________________________ boxer.

(ถ้าชายคนหนึ่งได้รับเงินค่าจ้างสำหรับการชกมวย  เขาเป็นนักมวย ____________________)

(a) amateur    (สมัครเล่น)

(b) expert    (เชี่ยวชาญ, ชำนาญ)  (ถ้าเป็นคำนาม หมายถึง ผู้เชี่ยวชาญ)

(c) fighting    (ที่ต่อสู้, ที่สู้รบ)

(d) professional    (อาชีพ)

 

14. He is a very ____________ writer.  He is always writing about journeys to the moon and such things.

(เขาเป็นนักเขียนที่ ___________ มาก  เขามักเขียนเกี่ยวกับการเดินทางไปดวงจันทร์  และเรื่องอะไรทำนองนั้น  อยู่เสมอ)

(a) sensible    (ฉลาด, มีเหตุผล, มีไหวพริบ, มีสติสัมปชัญญะ)  

(b) imaginative    (ช่างจินตนาการ, ช่างคิดช่างฝัน, ซึ่งนึกเอาเอง)

(c) sensitive    (ไวต่อความรู้สึก, อ่อนไหว, หวั่นไหวง่าย)

(d) impressive    (น่าประทับใจ)

 

15. She had _____________________________ for a job in America.  She hopes she will get it.

(เธอได้ _________________________________ งานในอเมริกา  เธอหวังว่า เธอจะได้งานนั้น)

(a) appointed    (แต่งตั้ง, ตั้งให้เป็น, บงการ, กำหนด, นัดหมาย)

(b) implied    (แสดงเป็นนัย, บอกเป็นนัย, มีความหมายว่า)

(c) applied    (สมัคร, ใช้, ใช้เป็นประโยชน์, ประยุกต์)

(d) admitted    (ยอมรับ, รับให้เข้ามา, ยอมให้เข้ามา)

 

16. Men aren’t _______________________________________________ to cry in public.

(ผู้ชายมิได้ถูก __________ (ว่าจะ)  ร้องไห้ในที่สาธารณะ)  (หมายถึง  ต่อหน้าฝูงชน)  (คือ  คนทั่วไปคิดว่าผู้ชายต้องไม่ร้องไห้ในที่สาธารณะ)

(a) thought    (คิด)

(b) imagined    (จินตนาการ, นึกคิด)

(c) assumed    (สันนิษฐาน, นึกเอา, สมมติ)

(d) supposed    (คาดว่า, คาดคะเน, คาดคิด, คิด, อนุมาน, จินตนาการ, กำหนดว่า)

 

17. You _________________________ with us to the cinema tomorrow if you are a good boy.

(เธอ ______________________________ กับเรายังโรงภาพยนตร์วันพรุ่งนี้  ถ้าเธอเป็นเด็กดี)

(a) go

(b) will go

(c) shall go    (จะต้องไป)

(d) would go

ตอบ   -   ข้อ   (c)   ตามปกติ  ใช้  “I”  และ  “We”  กับ  “Shall + Verb 1”  แต่เมื่อใช้โครงสร้างนี้กับสรรพนามตัวอื่น  (You, They, He, She)   หมายถึง  “ประธานฯจะต้องทำกริยานั้นๆ”  ดังประโยคข้างบน  หรือตัวอย่างข้างล่าง

  • Those who break the law shall be responsible for their action.

(บุคคลผู้ซึ่งละเมิดกฎหมาย  จะต้องรับผิดชอบกับการกระทำของตน)

 

18. Her mother has not seen her ______________________________________ five months.

(แม่ของเธอไม่ได้พบเธอ ______________________________________   เดือนแล้ว)

(a) during    (ระหว่าง, ในระหว่าง)

(b) since    (ตั้งแต่)

(c) in

(d) for    (เป็นเวลา)

ตอบ   -   ข้อ    (d)   “For”  +  “ความยาวของเวลา”,   “Since”  +   “จุดเริ่มต้นของเวลา”  ดูจากประโยคข้างล่าง

  • They have lived here for ten years.

(พวกเขาอยู่ที่นี่มา ๑๐ ปีแล้ว)  (เน้นว่าต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน  คือ  ปัจจุบันก็ยังอยู่)

  • We have not seen each other since 2010.

(เราไม่ได้เจอกันตั้งแต่ปี  ๒๐๑๐)  (เน้นว่าต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน  คือ  ปัจจุบันก็มิได้เจอ)

  • They have been playing since the morning.

(พวกเขาเล่นกันมาตั้งแต่เช้าแล้ว)  (เน้นว่าต่อเนื่องจนถึงปัจจุบันขณะที่พูด  และความยาวของเวลาว่าหลายชั่วโมง)

  • They have been waiting here for two hours.

(พวกเขารอคอยอยู่ที่นี่มา ชั่วโมงแล้ว)  (เน้นความต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน  (ว่ายังคงรอคอยอยู่)  และความนานของเวลาคือ ชั่วโมง)

  • We have been living here since we were born.

(เราอาศัยอยู่ที่นี่ตั้งแต่เราเกิด)  (เน้นความต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน  และความยาวนานของการอาศัยที่นี่  คือหลายสิบปีแล้ว)

 

19. Don’t let that dirty dog __________________________________________________ in!

(อย่าปล่อยให้หมาสกปรกตัวนั้น _______________________________________ ข้างในนี้)

(a) coming

(b) to come

(c) come    (เข้ามา)

(d) comes

ตอบ   -   ข้อ   (c)   “Let + กรรม + Verb 1”  ดูเพิ่มเติมกริยาประเภทเดียวกับ  “Let”  จากประโยคข้างล่าง

                                                     ตัวอย่างที่  

  • Let us ___________________________________________________ for a moment.

(พวกเราจง _____________________________________________ สักชั่วครู่ชั่วยาม)

(a) keep quietly

(b) keeping quiet

(c) keep quietness

(d) keep quiet   (ไม่ปริปาก, เงียบเข้าไว้)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจาก   “Let + กรรม + Verb 1”  และ  “Keep + Adjective

                                                     ตัวอย่างที่ 

  • I felt the house ______________________________________________________.

(ผมรู้สึกว่าบ้าน _______________________________________________________)

(a) to move

(b) moving    (ไหว, สะเทือน)

(c) be moving

(d) to be moved

ตอบ   -   ข้อ   (b)   หรือ  “Move”  ก็ได้  สำหรับกริยาที่ต้องตามด้วย  “Infinitive without to”  (Verb 1)  ยกเว้นบางตัว  เช่น  “Feel, Watch, See, Hear”  อาจตามด้วย  “Present participle”  (Verb + ing)  ได้เช่นกัน  ดูจากประโยคข้างล่าง

                                                         ตัวอย่างที่ 

  • Every morning he could hear the birds _____________________________________.

(ทุกเช้า  เขาสามารถได้ยินนก ____________________________________________)

(a) song

(b) sing    (ร้องเพลง)

(c) sang

(d) sung

ตอบ   -   ข้อ    (b)   ตามโครงสร้าง  “Subject + Hear + กรรม + Verb 1”  ดูเพิ่มเติมกริยาประเภทเดียวกับ  “Hear”  จากประโยคข้างล่าง

                                                       ตัวอย่างที่ 

  • It makes you ___________________________________ with delight to think of that.

(มันทำให้คุณ _______________________________ ด้วยความปลาบปลื้มเมื่อคิดถึงเรื่องนั้น)

(a) to laugh

(b) laughed

(c) laughing

(d) laugh    (หัวเราะ)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจาก  “Subject + Make + กรรม + Verb 1” 

                                                            ตัวอย่างที่ 

  • She made her guests ________________________________________________.

(เธอทำให้แขกของเธอ ____________________________________________________)

(a) laugh    (หัวเราะ)

(b) laughed

(c) laughing

(d) to laugh

ตอบ   –   ข้อ   (a)   เนื่องจากอยู่ในรูป  “Subject + Make + กรรม  + Infinitive without to (Verb 1)

                                                      ตัวอย่างที่ 

  • Professor Collins _____________________________________________ about him.

(อาจารย์คอลลินส์ _________________________________________ เกี่ยวกับตัวเขา)

(a) heard the students to talk

(b) heard the talk by the students

(c) heard the students’ talking

(d) heard the students talk    (ได้ยินนักเรียนพูดคุย)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   ดูเพิ่มเติมการใช้คำกริยาประเภทเดียวกับ  “Hear”  จากประโยคข้างล่าง

                                                      ตัวอย่างที่ 

  • We begged him to let us _______________________________ through the telescope.

(เราขอร้องเขาให้อนุญาตให้เรา ____________ ผ่านกล้องโทรทัศน์ (กล้องส่องทางไกล) ตัวนั้น)

(a) look    (มอง, ดู)

(b) to look

(c) looking

(d) looked

ตอบ   -   ข้อ   (a)   เนื่องจาก  “Let + กรรม + Verb 1

                                                          ตัวอย่างที่ 

  • What she saw made her _____________________________________________ pale.

(สิ่งที่เธอเห็นทำให้เธอ _______________________________________ หน้าซีดเผือด)

(a) turn    (กลายเป็น)

(b) turning

(c) to turn

(d) turned

ตอบ   -   ข้อ  (a)   เนื่องจาก  “Make + กรรม + Verb 1

                                                            ตัวอย่างที่ 

  • The manager let everyone ________________ the office early to attend the convention.

(ผู้จัดการปล่อย (ยอม) ให้ทุกคน_____________ สำนักงานแต่เนิ่นๆ  เพื่อไปเข้าร่วมการประชุม)

(a) to leave

(b) leaves

 (c) left

(d) leave    (ออกจาก)

ตอบ   -   ข้อ   (d)    เนื่องจากหลังกรรมของ  “Make, Let, Have (ใช้), See, Hear, Feel, Watch”  ต้องอยู่ในรูป   “Infinitive without to”  คือ กริยาช่องที่    ที่ไม่มี  “To”  นำหน้า (Verb 1)  ยกเว้นกริยา  “See, Hear, Feel, Watch”  ที่อาจตามด้วย  “Present participle” (Verb + ing)  ก็ได้  โดยความหมายต่างกันเล็กน้อย  ดังตัวอย่างประโยค  เช่น

  • She lets them play in the field.

(เธอปล่อยให้พวกเขาเล่นในสนาม)

  • We made them laugh.

(เราทำให้พวกเขาหัวเราะ)

  • I heard her sing.

(ผมได้ยินเธอร้องเพลง)

  • She heard him singing.

(เธอได้ยินเขากำลังร้องเพลง)

  • He saw her walk in the street.

(เขาเห็นเธอเดินในถนน)

  • I saw him reading in the library.

(ผมเห็นเขากำลังอ่านหนังสือในห้องสมุด)

  • She had them clean her room.

(เธอให้พวกเขาทำความสะอาดห้อง)

  • We watched them play in the field.

(เราดูพวกเขาเล่นในสนาม)

  • I watched her walking along the road.

(ผมเฝ้าดูเธอกำลังเดินไปตามถนน)

  • She felt the wind blow.

(เธอรู้สึกว่าลมพัด)

  • We felt the train moving from the station.

(เรารู้สึกว่ารถไฟกำลังเคลื่อนออกจากสถานี)

 

20. I can’t understand ____________________________________________________.

(ผมไม่สามารถเข้าใจเลยว่า ______________________________________________)

(a) why did she marry him

(b) why she married with him

(c) why she married to him

(d) why she got married to him    (ทำไมเธอจึงแต่งงานกับเขา)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   หรืออาจตอบ  “Why she married him”  ก็ได้  โดยทั้ง    ข้อความเป็น  “Noun clause”  ทำหน้าที่เป็นกรรมของกริยา  “Understand

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”                

 

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป