หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 435)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Part V: Sentence Completion   (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

 

1. Machines help man to work more _____________________________________________.

(เครื่องจักรช่วยให้มนุษย์ (คนเรา) ทำงาน ________________________________ มากยิ่งขึ้น)

(a) permanently    (อย่างถาวร, ตลอดไป)

(b) conspicuously    (อย่างเด่นชัด, อย่างเห็นได้ชัด, สะดุดตา)

(c) efficiently    (อย่างมีประสิทธิภาพ)

(d) confidentially    (อย่างลับๆ, อย่างเป็นความลับ)

 

2. The _________________________________________ in this magazine are very colorful.

(___________________________________ ในแม็กกาซีนฉบับนี้  เต็มไปด้วยสีสันอย่างมาก)

(a) demonstrations    (การสาธิต, การเดินขบวน)

(b) illustrations    (ภาพประกอบ, ภาพอธิบาย, การอธิบายด้วยภาพประกอบ, การยกตัวอย่าง)

(c) resources    (ทรัพยากร)

(d) ingredients    (ส่วนผสม, ส่วนประกอบ)

 

3. ___________________________ you be interested, I will send you a copy of my book.

(_______________________ คุณมีความสนใจ  ผมจะส่งหนังสือของผมไปให้คุณเล่มหนึ่ง)

(a) Should    (ถ้า)

(b) Were

(c) If

(d) Since

ตอบ   -   ข้อ   (a)   “Should you be interested”  =  “If you are interested

 

4. Do you know ___________________________________________________________?

(คุณทราบไหมว่า ____________________________________________________)

(a) where does Dick live

(b) where is Dick living    (ใช้ได้ถ้าแก้เป็น  “where Dick is living”)

(c) where Dick lives    (ดิ๊คอาศัยอยู่ที่ไหน)

(d) that where Dick lives

 

5. The fight was cancelled because both boxers hurt ______________ in training before the fight.

(การต่อสู้ถูกยกเลิกไป  เพราะว่านักมวยทั้ง   คน  ทำ __________ ได้รับบาดเจ็บในการฝึกซ้อม  ก่อนการต่อสู้)

(a) each other    (ซึ่งกันและกัน)  (ระหว่าง  ๒  คน)

(b) one another    (ซึ่งกันและกัน)  (ตั้งแต่  ๓  คนขึ้นไป)

(c) himself    (ตัวเอง)  (คนเดียว)

(d) themselves    (ตัวเอง, ตนเอง)  (ตั้งแต่    คนขึ้นไป)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   ไม่เลือก ข้อ  (a)  เนื่องจากนักมวยทั้ง  ๒  คน  ยังไม่ได้ชกกัน  เพียงแต่ได้รับบาดเจ็บทั้งคู่ระหว่างฝึกซ้อม  (ต่างคนต่างซ้อม)

 

6. He thinks of nothing __________________________________________ making money.

(เขาไม่คิดถึงอะไร _______________________________________________ หาเงิน)

(a) for

(b) to

(c) but    (นอกจาก)

(d) than

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากถือว่าตามหลัง  “Preposition”  (Of)  คือ  “But of making”  

 

7. The girl has no interests, _________________________________ from her school work.

(เด็กหญิงคนนั้นไม่สนใจอะไร ________________ จากงานที่โรงเรียนของเธอ)  (เช่น  การบ้าน)

(a) except    (ยกเว้น)

(b) differing    (แตกต่าง)

(c) far

(d) apart    (นอกเหนือ)

 

8. I knew nothing about the new teacher _________________________ what I had been told.

(ผมไม่ทราบอะไรเลยเกี่ยวกับครูคนใหม่ ___________ สิ่งที่ผมได้รับการบอกเล่า)  (คือ  รู้เฉพาะส่วนที่มีคนเล่าให้ฟัง)

(a) further

(b) but

(c) and

(d) beyond    (มากไปกว่า, เกินไปกว่า)

 

9. He cut himself _______________________________________________________.

(เขาทำมีดโกนบาดตัวเอง _______________________________________________)

(a) having shaved

(b) shaved

(c) while shaving    (ขณะกำลังโกนหนวด)

(d) for shaving

ตอบ   -   ข้อ   (c)   โดยลดรูปมาจาก   “Adverb clause of time”  (While he was shaving)

 

10. It is harder to walk uphill than downhill because we must ___________ the weight of our body.

(มันยากที่จะเดินขึ้นเขามากกว่าเดินลงเขา  เพราะว่าเราจะต้อง ______ น้ำหนักของร่างกายของเรา)

(a) rise    (ขึ้น, เพิ่มขึ้น, มากขึ้น, สูงขึ้น)  (ไม่ต้องมีกรรมมารับข้างท้าย)

(b) increase    (เพิ่มขึ้น, ทำให้เพิ่มขึ้น)

(c) lift    (ยก)

(d) promote    (ส่งเสริม, กระตุ้น)

 

11. Bring a ___________________________________________ sheet of paper for your test.

(ให้นำกระดาษ __________________ มาด้วย    แผ่น  สำหรับการทดสอบ (การสอบ) ของคุณ)

(d) dark    (มืด, มืดมน, มัว, ดำคล้ำ, เร้นลับ, คลุมเครือ, ชั่วช้า, อัปรีย์, ป่าเถื่อน)

(b) torn    (ฉีกขาด, ถูกทำให้ฉีกขาด)

(c) damp    (ชื้น, หมาด, ไม่กระตือรือร้น, หดหู่, ไร้ชีวิตชีวา)

(d) blank    (ว่าง, ว่างเปล่า, ยังไม่ได้เขียนหรือพิมพ์อะไร, ที่ปราศจากเรื่องราว, จืดชืด, ไม่น่าสนใจ)

 

12. The high cost of living is one of the Thai people’s major __________________________.

(ค่าครองชีพที่สูง  เป็นหนึ่งใน _________________________ ที่สำคัญของประชาชนคนไทย)

(a) luxuries    (ความหรูหราฟุ่มเฟือย)

(b) characters    (ลักษณะ, อุปนิสัย, คุณสมบัติ, ลักษณะพิเศษ, ตัวอักษร, อักขระ)

(c) complaints    (การร้องเรียน, การร้องทุกข์, ข้อร้องเรียน)

(d) entertainments    (ความบันเทิง, ความเพลิดเพลิน)

 

13. He was treated ____________________ a friend, not ___________________ a stranger.

(เขาได้รับการปฏิบัติ ______________ เพื่อนคนหนึ่ง  มิใช่ ______________ คนแปลกหน้า)

(a) as _______________ as    (ในฐานะที่เป็น .............................  ในฐานะที่เป็น)

(b) for _______________ for

(c) by _______________ as

(d) as _______________ by

ตอบ   -   ข้อ   (a)   “As”  เมื่อเป็น  “Preposition”  หมายถึง  “ในฐานะที่เป็น, เป็น”  ต้องตามด้วยคำนาม หรือวลี  เช่น

  • He worked as a doctor in a small hospital.

(เขาทำงานเป็นแพทย์ในโรงพยาบาลเล็กๆ)

  • She is known as a person who keeps her words.

(เธอเป็นที่รู้จักกันในฐานะเป็นบุคคลผู้รักษาคำพูด)

 

14. I’ll take some money with me ________________________________________ I need it.

(ผมจะเอาเงินติดตัวไปบ้าง ___________________________________ ผมจำเป็นต้องใช้มัน)

(a) if    (ถ้า)

(b) in case    (เผื่อว่า, ในกรณีที่)   

(c) otherwise    (มิฉะนั้น) 

(d) however    (อย่างไรก็ตาม, อย่างไรก็ดี)   

(e) in addition to    (นอกเหนือจาก)  (ตามด้วยคำนาม หรือวลี)

ตอบ   -   ข้อ   (b)   “In case”  อยู่หน้าอนุประโยค  หมายถึง  “เผื่อว่า, ในกรณีที่”  และให้สังเกตว่า  อนุประโยคที่ตามหลังมัน  จะไม่ใช้รูปอนาคต  “Future tense”  เช่น

  • In case I forget please remind me about it.

(ในกรณีที่ผมลืม  กรุณาเตือนผมเกี่ยวกับมันด้วย)

  • You don’t have to wait for me in case I come back after 4 p.m.

(คุณไม่จำเป็นต้องรอผม  เผื่อว่าผมกลับมาหลัง    โมงเย็น)

  • Set the alarm-clock in case you don’t wake up in time.

(ตั้งนาฬิกาปลุกเอาไว้  เผื่อว่าคุณจะตื่นไม่ทันเวลา)

  • Take an umbrella in case it rains.

(เอาร่มติดไปด้วย  เผื่อว่าฝนมัน (จะ) ตก)

                                            ในกรณีที่   “In case”  อยู่หลังอนุประโยค  มันจะมีความหมาย  “เผื่อไว้”  เช่น

  • It may rain; you’d better take an umbrella just in case.

(ฝนอาจจะตก  คุณควรเอาร่มติดไปด้วย  เผื่อไว้)

  • The bus is usually on time, but (you should) start early, just in case.

(รถประจำทางมักจะตรงเวลา  แต่ (คุณควร)  ออกจากบ้านแต่เนิ่นๆ  เผื่อเอาไว้)  (คือ  ถ้ารถบังเอิญมาเร็วกว่าปกติ  คุณก็จะยังขึ้นรถได้ทัน)

                                            สำหรับ   “In case of”  ต้องตามด้วยคำนาม  หรือวลี  หมายถึง  “ในกรณีที่มี, ถ้าเกิดมี”  เช่น

  • In case of fire, ring the alarm bell.

(ในกรณีที่มีไฟไหม้  ให้สั่นกระดิ่งเตือนภัย)

  • In case of an accident, call the police.

(ถ้าเกิดมีอุบัติเหตุ  ให้เรียกตำรวจ)

  • In case of failure, try again.

(ในกรณีที่ล้มเหลว  ให้พยายามอีกครั้ง)

  • I’ll sell this house in case of a flood.

(ผมจะขายบ้านหลังนี้ทิ้ง  ถ้าเกิดมีน้ำท่วม)  (คือ  ขายบ้านเพื่อหนีน้ำ)

 

15. A: “How much _______________________________________________ in that can?”

(_______________________________________________ มากเท่าใด ในกระป๋องนั้น)

      B: “About five pounds.”

(ประมาณ    ปอนด์)

(a) there is sugar

(b) sugar there is

(c) is there sugar

(d) sugar is there    (มีน้ำตาล)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจาก  “How much + นามนับไม่ได้  และ  “How many + นามนับได้  พหูพจน์”  แล้วตามด้วยกริยาพิเศษ  + ประธาน + กริยาแท้   เช่น

  • How much money do you have?

(คุณมีเงินมากเท่าใด)

  • How much information does he need?

(เขาต้องการข้อมูลข่าวสารมากเพียงใด)

  • How much furniture did she buy?

(เธอซื้อเฟอร์นิเจอร์มากเท่าใด)

  • How many cars did the company sell last year?

(บริษัทขายรถไปจำนวนเท่าใดเมื่อปีที่แล้ว)

  • How many people are there in your country?

(มีประชากรมากเท่าใดในประเทศของคุณ)

  • How many books do the students read each month (= in a month)?

(นักเรียนอ่านหนังสือมากเท่าใดในแต่ละเดือน)

 

16. A: “________________________________________________________ do you have?”

(คุณมี ___________________________________________________________)

      B: “About two hours.”

(ประมาณ    ชั่วโมง)

(a) How many times    (กี่ครั้ง, มากกี่ครั้ง)

(b) How much hour    (“How many hours”  =  “กี่ชั่วโมง”)

(c) How much time    (เวลามากเท่าใด)

(d) How long  time    (“How long”  =   นานเท่าใด  ไม่ต้องมี“Time” )

ตอบ   -   ข้อ  (c)   ดูตัวอย่างจากประโยคข้างล่าง

  • How many times (= How often) do you go to the movies in a year (= each year)?

(คุณไปดูหนังกี่ครั้ง (บ่อยเท่าใด) ใน    ปี)

  • How many times (= How often) do you go swimming each month (= in a month)?

(คุณไปว่ายน้ำกี่ครั้ง (บ่อยเท่าใด) แต่ละเดือน)

  • How much time (= How long) did it take you to do your term paper?

(มันใช้เวลาคุณมากเท่าใด (นานเท่าใด) ในการทำรายงานประจำเทอม)

 

17. They are _________________________________________ you the captain of the team.

(พวกเขา _______________________________________________ คุณเป็นหัวหน้าทีม)

(a) considering to make

(b) considering making    (กำลังพิจารณาแต่งตั้ง)

(c) considered making

(d) considered to make

ตอบ   -   ข้อ   (b)   ประโยคนี้อยู่ในรูป  “Present continuous tense” (Subject + Is (Am, Are) + Verb + ing)  และกริยาแท้  คือ  “Consider”  ต้องตามด้วยคำนาม  หรือ  “Gerund” (Verb + ing)  ดูเพิ่มเติมคำกริยาที่ต้องตามด้วย  “Verb + ing”  จากประโยคข้างล่าง

                                                     ตัวอย่างที่  

  • Instead of playing as a small boy, he enjoyed nothing ___________ the farm machines.

(แทนที่จะเล่นเหมือนเด็กเล็กๆ  เขามิได้สนุกเพลิดเพลินกับอะไร ________ เครื่อง จักรกลในไร่นา)

(a) more to fix

(b) more than fix

(c) more than fixing    (มากไปกว่าการซ่อมแซม)

(d) more than having fixed

ตอบ   -   ข้อ   (c)    เนื่องจาก  {Enjoy + (Nothing more than) + Verb + ing (Fixing)}

                                                    ตัวอย่างที่  

  • I can’t help _______________________________________ him in spite of his faults.

(ผมอดไม่ได้ที่จะ ___________________________________ เขา  ทั้งๆ ที่เขามีข้อผิดพลาด)

(a) admire

(b) admired

(c) admiring    (ยกย่อง, ชื่นชม)

(d) to admire

ตอบ  -  ข้อ   (c)   เนื่องจาก  “Can’t help + Verb + ing”  สำหรับคำกริยาที่ต้องตามด้วย  “Gerund” (Verb + ing)  ได้แก่  “Feel like”(อยาก, ต้องการ)“Avoid”  (หลีกเลี่ยง),  “Consider” (พิจารณา),  “Suggest”  (แนะนำ),  “Enjoy” (สนุกสนาน),  “Finish”  (ทำเสร็จ),  “Keep on”  (ทำต่อไป),  “Go on”  (ทำต่อไป),  “Insist on”  (ยืนกราน),  “Object to”  (คัดค้าน, ไม่เห็นด้วย),  “Put off”  (เลื่อน, ผัดไป),  “Be opposed to”  (คัดค้าน)“Appreciate”  (ยกย่อง, เห็นคุณค่า),  “Allow” (อนุญาต),  “Permit”  (อนุญาต)“Postpone”  (เลื่อนออกไป)Practice” (ฝึกหัด, ฝึกซ้อม),  “Prohibit”  (ห้าม)Mind” (รังเกียจ), “Deny” (ปฏิเสธ),  “Resist”  (ยับยั้ง, ระงับ),  “Recall”  (นึกได้, ระลึกได้)“Resent”  (ไม่ชอบ, ไม่พอใจ),  “Cannot stand”  (ทนไม่ได้)“Admit” (ยอมรับ),  “Delay”  (ประวิงเวลา),  “Confess”  (สารภาพ)“Imagine”  (นึกคิด, จินตนาการ)“Cannot help”  (อดไม่ได้, ช่วยไม่ได้),  “Excuse”  (ให้อภัย), “Forgive”  (ให้อภัย),  “Dislike”  (ไม่ชอบ),  “Miss”  (พลาดโอกาส)“Discuss”  (ประชุมปรึกษาหารือ, อภิปราย, สาธยาย)  ตัวอย่างประโยค  เช่น

  • She enjoys reading novels.

(เธอสนุกสนานกับการอ่านนวนิยาย)

  • I cannot stand listening to his complaints any more.

(ผมทนการฟังข้อร้องเรียนของเขาไม่ไหวต่อไปอีกแล้ว)

  • We could not avoid meeting him.

(เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงการพบกับเขา)

  • They enjoyed listening to music.

(พวกเขาสนุกกับการฟังดนตรี)

  • She dislikes talking a lot.

(เธอไม่ชอบการพูดมาก)

  • Jim finished writing a report last night.

(จิมเสร็จสิ้นการเขียนรายงานเมื่อคืนที่ผ่านมา)

  • The man admitted taking the bicycle.

(นายคนนั้นยอมรับว่าเอารถจักรยานไป)

  • She is sorry that she missed meeting you.

(เธอเสียใจว่าเธอพลาดโอกาสการได้พบคุณ)

  • They practice speaking French every day.

(พวกเขาฝึกซ้อมการพูดภาษาฝรั่งเศสทุกวัน)

  • We consider buying a new home.

(เราพิจารณาจะซื้อบ้านหลังใหม่)

  • They allow smoking in this room.

(เขาอนุญาตให้สูบบุหรี่ในห้องนี้ได้)

  • Do you mind opening the window?

(คุณรังเกียจที่จะเปิดหน้าต่างไหมครับ)

  • The teacher suggested working harder.

(ครูแนะนำ (นักเรียน) ให้ขยันมากขึ้น)

                                                          สำหรับคำคุณศัพท์และวลีที่ต้องตามด้วย  “Verb + ing”  ดูจากประโยคตัวอย่างข้างล่าง

                                               ตัวอย่างที่  

  • Victor’s car was too badly damaged to be worth _____________________________.

(รถยนต์ของวิคเตอร์ได้รับความเสียหายมากจนเกินกว่าที่จะคุ้มค่า _____________________)

(a) repaired

(b) repair

(c) to repair

(d) repairing    (การซ่อมแซม)

(e) to be repaired

ตอบ  -  ข้อ   (d)   เนื่องจาก  “To be worth  (คุ้มค่า, ควรค่า) + Verb + ing”  ทั้งนี้  มีคำคุณศัพท์    ตัว  ที่ต้องตามด้วย  “Gerund” (Verb + ing)   คือ  “Worth”  (คุ้มค่า, ควรค่า)  และ  “Busy”  (ยุ่งอยู่กับ)  ดังตัวอย่างประโยคข้างล่าง

  • She was busy reading in the library. 

(เธอยุ่งอยู่กับการอ่านหนังสือในห้องสมุด)

  • They are busy preparing for the party.

(พวกเขายุ่งอยู่กับการเตรียมงานเลี้ยง)

  • Lots of things in this shop are worth buying.

(หลายสิ่งในร้านนี้ควรค่า (คุ้มค่า) ต่อการซื้อ)

  • These newspapers are not worth reading.

(หนังสือพิมพ์เหล่านี้ไม่ควรค่าต่อการอ่าน)

                                                         นอกจากนั้น  ยังมีอีก    วลี  ที่ต้องตามด้วย  “Verb + ing”  คือ  “It is no good” (ไม่ดีที่จะ)  และ  “It is no use”  (ไม่มีประโยชน์ที่จะ)  เช่น

  • It’s no good crying like a baby.

(ไม่ดีเลยที่จะร้องไห้เหมือนเด็ก)

  • It’s no use talking to him.

(ไม่มีประโยชน์ที่จะคุยกับเขา)

 

18. A: “Why isn’t John studying?”

(ทำไมจอห์นไม่ได้กำลังอ่านหนังสืออยู่ล่ะ)

     B: “He ____________________________________________________________.”

(เขา _____________________________________________________________)

(a) too tired to study

(b) is too tired for studying

(c) is too tired to study    (เหนื่อยเกินไปที่จะอ่านหนังสือ – หรือเรียนหนังสือ)

(d) is tired too much to study

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากเป็นไปตามโครงสร้าง  “Subject + Is (Am, Are, Was, Were) + Too + Adjective + To + Verb 1”  ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

                                                    ตัวอย่างที่  

  • This passage is too difficult _____________________________________________.

(ตอนหนึ่งของข้อเขียนนี้ยากเกินไป _______________________________________)

(a) to explain for me

(b) for me to explain it

(c) to explain it for me

(d) for me to explain    (สำหรับผมที่จะอธิบาย)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   ไม่ต้องมี  “It”  ข้างหลัง  “Explain”  เนื่องจากถือว่ามี  “Passage”  อยู่แล้ว

                                                      ตัวอย่างที่  ๒

  • I am too busy ________________________________________________ with you.

(ผมมีธุระยุ่งเกินไปที่จะ _______________________________________________ กับคุณ)

(a) go

(b) going

(c) to go    (ไป)  

(d) that I can’t go

ตอบ   –   ข้อ   (c)   เนื่องจากเป็นการใช้  “To + Verb 1”  ตามหลัง  “Adjective” หรือ  “Adverb”,  ทำหน้าที่เป็นกริยาวิเศษณ์  (Adverb)  ขยายคำที่อยู่ข้างหน้ามัน(คือ  คำคุณศัพท์ หรือ คำกริยาวิเศษณ์)  สำหรับในประโยคข้างบน   ใช้  “To go”  เป็นกริยาวิเศษณ์  (Adverb)  ขยายคำคุณศัพท์  “Busy”  {มีธุระยุ่ง (เกินไป) ที่จะไป}  ตัวอย่างอื่นๆ ประเภทนี้   ได้แก่

  • Some people think that the Chinese language is too difficult to understand.

(บางคนคิดว่าภาษาจีนยากเกินไปที่จะเข้าใจ)

  • She is too arrogant to talk to us.

(เธอหยิ่งยโสเกินไปที่จะพูดคุยกับเรา)

  • His house is too far to walk.

(บ้านของเขาไกลเกินไปที่จะเดิน)

  • She is well enough to go out again.

(เธอสบายดีพอที่จะออกไปข้างนอกอีกครั้งหนึ่ง)

  • The news is too good to believe.

(ข่าวนี้ดีเกินไปที่จะเชื่อได้ว่าเป็นจริง)

  • It is easy to say, not to do.

(มันง่ายที่จะพูด  ไม่ใช่ทำ)

  • He walked quickly to catch the bus.

(เขาเดินอย่างเร็วเพื่อให้ทันรถเมล์)

 

19. There was a ________________________ over; it would have fed a dozen more people. 

(มี_____________ มันสามารถเลี้ยงคนได้อีกเป็นโหล)  (แต่ก็ไม่ได้เลี้ยง  คือ ทิ้งไปเสียเปล่าๆ)

(a) lot of food leaving

(b) lots of food left

(c) lot of food left    (อาหารมากมายเหลือทิ้งไว้)

(d) few of food leaving

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากลดรูปมาจากอนุประโยค (Adjective clause) “………. ……food which was left  หรือ……...…..food which had been left”   สำหรับ  “A lot of  =  Lots of”  (มากมาย)  สามารใช้กับทั้งนามนับไม่ได้ (เอกพจน์เสมอ)  และนามนับได้  พหูพจน์  ส่วน  “A few  (น้อย  แต่พอมีอยู่บ้าง), Few  (น้อยมากจนแทบไม่มีเลย)   ต้องตามด้วยนามนับได้  พหูพจน์เท่านั้น  ในที่นี้  “Food” (อาหาร) เป็นนามนับไม่ได้  เช่น

  • There is a lot of (= lots of) furniture (food) in the room.

(มีเฟอร์นิเจอร์  (อาหาร)  มากมายในห้อง)

  • There are a lot of (= lots of) books on the table.

(มีหนังสือมากมายบนโต๊ะ)

  • There are a few (few) cars in the street.

{มีรถอยู่บ้าง (น้อยมาก) บนถนน}

                                        สำหรับคำนามนับไม่ได้  (Uncountable noun)  อื่นๆ  เช่นInformation  (ข้อมูล, ข่าวสาร), Paper  (กระดาษ), Equipment  (อุปกรณ์, เครื่องมือ), Furniture  (เครื่องเรือน), Scenery  (ทิวทัศน์), Damage  (ความเสียหาย), Advice  (คำแนะนำ), Traffic, Machinery  (เครื่องยนต์กลไก), Evidence  (หลักฐาน), Bread  (ขนมปัง), Clothing  (เสื้อผ้า), Work  (งาน), Luggage  (กระเป๋าเดินทาง), Baggage  (กระเป๋าเดินทาง), Knowledge  (ความรู้), Progress  (ความก้าวหน้า), Power  (อำนาจ), News, Fruit, Behavior  (พฤติกรรม)  เป็นต้น   อนึ่ง  คำนามเหล่านี้  ถ้าจะนับเป็นหน่วย  จะต้องใช้  สมุหนาม (Collective noun)  คือ  นามที่แสดงความเป็นกลุ่มก้อน  ที่เหมาะสมกับคำนามนั้นๆ  เช่น

  • a kind of food   (อาหารชนิดหนึ่ง)
  • a piece of paper   (กระดาษ    แผ่น)
  • a loaf of bread   (ขนมปัง   ปอนด์ หรือก้อน)
  • a branch (field) of knowledge   (ความรู้สาขาหนึ่ง)
  • an item of news   (ข่าว   หัวข้อ)
  • a kilo of fruit   (ผลไม้   กิโล)
  • a bunch of fruit   (ผลไม้    พวง)
  • a piece of luggage (baggage)   (กระเป๋าเดินทาง    ใบ หรือ ชิ้น)
  • a subject of knowledge   (ความรู้    เรื่อง หรือ วิชา)

 

20. Just see if that water is becoming hot, _____________________________________?

(ไปดูหน่อยซิว่า  น้ำกำลังร้อน (เดือด) หรือไม่, _______________________________)

(a) do you

(b) don’t you

(c) won’t you

(d) will you    (ได้ไหม)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากเป็นประโยคคำสั่ง  หรือ ขอร้อง  ในส่วน  “Tag”   จึงต้องใช้  “Will you”  สำหรับ  “If”   ในประโยคนี้  เท่ากับ  “Whether”  (หรือไม่)  ดูเพิ่มเติมประโยคคำสั่ง-ขอร้อง  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                                         ตัวอย่างที่ 

  • Do it at once, _______________________________________________________?

(จงทำมันโดยทันที ____________________________________________________)

(a) don’t you

(b) shall we

(c) do you

(d) will you    (ได้ไหม)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจาก  “Question tag”  ที่ตามหลังข้อความที่เป็นประโยค   “คำสั่ง, ขอร้อง, เชื้อเชิญ”  ในส่วน  “Tag”  ให้ใช้  “……………...........…., will you ?”  เช่น

  • Help me carry this box, will you?

(ช่วยผมแบกกล่องใบนี้หน่อย – ได้ไหม)

  • Open the window, will you?

(เปิดหน้าต่างหน่อย – ได้ไหม)

  • Turn off the light, will you?

(ปิดไฟหน่อย – ได้ไหม)

  • Don’t smoke in the room, will you?

(อย่าสูบบุหรี่ในห้องนะ)

  • Come and see me tomorrow, will you?

(มาพบผมวันพรุ่งนี้ – ได้ไหม)

                                                สำหรับในประโยคเชิญชวน  ที่ขึ้นต้น  “Let’s (Let us)”  ในส่วน  Tag ต้องใช้   “Let’s …………….........…….., shall we?”  เช่น

  • Let’s go for a picnic tomorrow, shall we?

(เราไปปิกนิกกันวันพรุ่งนี้ – เอาไหม)

  • Let’s go for a walk in the evening, shall we?

(เราไปเดินเล่นกันตอนเย็น – เอาไหม)

  • Let’s go swimming next week, shall we?

(เราไปว่ายน้ำกันสัปดาห์หน้า – เอาไหม)

  • Let’s not make a loud noise, shall we?

(เราอย่าส่งเสียงดังกันเลย – เอาไหม)

                                                 แต่สำหรับประโยคที่ขึ้นต้นด้วย  “Let me”, “Let him”,  “Let her”  ต้องถือว่าเป็นประโยคขอร้อง  (คือ  ขออนุญาตให้ผู้พูด  หรือผู้ที่ถูกกล่าวถึง  ได้กระทำอะไรบางอย่าง)  ดังนั้น  ในส่วน Tag  ต้องใช้  “Will you?” เหมือนในประโยคขอร้องทั่วไป  เช่น

  • Let me tell you something, will you?

(ให้ผมบอกอะไรคุณหน่อยได้ไหม)

  • Let me leave the room now, will you?

(ให้ผมออกจากห้องตอนนี้ได้ไหม)

  • Let him do this for me, will you?

(ให้เขาทำสิ่งนี้แทนผมได้ไหม)

  • Let her do as she likes, will you?

(ให้เธอทำตามที่เธอชอบได้ไหม)

  • Let Kim come in first, will you?

(ให้คิมเข้ามาเป็นคนแรกได้ไหม)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”                

 

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป