หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 432)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Part V: Sentence Completion   (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

 

1. I buy that newspaper every day because I find its ______________________ interesting.

(ผมซื้อหนังสือพิมพ์ฉบับนั้นทุกวัน  เพราะว่าผมพบว่า _________________ ของมันน่าสนใจ)

(a) passages    (ตอนหนึ่งของข้อเขียน, ข้อปลีกย่อย, การผ่าน, การข้าม, การย้าย, การก้าวผ่าน)

(b ingredients    (ส่วนผสม, ส่วนประกอบ)

(c) comments    (ข้อคิดเห็น     

(d) articles    (บทความ)

 

2. Do not ______________________________________ the butter too thickly on the bread.

(อย่า ______________________________________ เนยหนามากเกินไปบนขนมปัง)

(a) space    (เว้นช่อง, เว้นระยะ, เว้นวรรค, เว้นช่องบรรทัด)

(b) spill    (ทำหก)

(c) spread    (ทา, ละเลง, กาง, คลี่, ปู, แผ่, แพร่, กระจาย, ทำให้กระจาย)

(d) scatter    (ทำให้กระจัดกระจาย, กระจัดกระจาย)

 

3. The __________________________________ at the football match cheered their team on.

(_____________________________________ ที่การแข่งขันฟุตบอล  เชียร์ทีมของฝ่ายตน)

(a) audience    (ผู้ชม, ผู้ฟัง  -  ใช้กับหนัง  ละคร  ปาฐกถา  ฯลฯ)

(b) congregation    (การชุมนุม, การจับกลุ่มกัน, กลุ่มคน, กลุ่มคนที่มาชุมนุมกัน)

(c) demonstrators    (ผู้สาธิต, ผู้ทดลองให้ดู, ผู้เดินขบวนเพื่อเรียกร้องทางการเมือง)

(d) spectators    (ผู้ชม, ผู้ดู  -  กีฬา, หมัดมวย, การแข่งขัน, ผู้สังเกต, ผู้ดูเหตุการณ์)

 

4. Her ____________ in education is to obtain a bachelor’s degree in Thailand and a master’s degree in America.

(_____________ ของเธอในการศึกษา  คือ  การได้รับปริญญาตรีในประเทศไทย  และปริญญาโทในอเมริกา)

(a) objective    (วัตถุประสงค์, เป้าหมาย)

(b) objection    (การคัดค้าน, การไม่เห็นด้วย)

(c) obstacle    (อุปสรรค, สิ่งกีดขวาง, ปัญหา)

(d) obligation    (พันธะ, หน้าที่, ข้อผูกพัน, ความจำเป็น, หนี้, การบังคับ, บุญคุณ, ความรู้สึกเป็นหนี้บุญคุณ)

 

5. I don’t do the typing myself.  I _________________________________ by my secretary.

(ผมไม่ได้พิมพ์ดีดเอง  ผมใช้ให้เลขาฯ ______________________________________)

(a) have typed my letters

(b) have my letter typed    (พิมพ์จดหมายของผม)  

(c) do type my letters

(d) am typing my letters

ตอบ   –    ข้อ    (b)   เป็นโครงสร้างแบบ  “Causative use”  {Subject + Have (Get) + Something + Done (Verb 3) + (By someone)}

 

6. Mother has finished her ____________________________________________ for today.

(แม่ได้ทำ ______________________________________ ของเธอเสร็จแล้วสำหรับวันนี้)

(a) home work

(b) house work

(c) homework    (การบ้าน)

(d) housework    (งานบ้าน)

 

7. Whenever we meet, we stop _______________________________________________.

(เมื่อใดก็ตามที่เราพบกัน  เราจะหยุด _________________________________________)

(a) talking

(b) talk

(c) to talk    (เพื่อที่จะคุยกัน)

(d) to talking

ตอบ   –   ข้อ   (c)   เนื่องจาก  “Stop + To + Verb 1”  หมายถึง  “หยุดเพื่อที่จะทำกริยานั้นๆ”   ส่วน  “Stop + Verb + ing”   หมายถึง    “หยุดการกระทำกริยานั้นๆ”   เช่น

  • We stop to have lunch at 11.30 a.m. every day.

(เราหยุด (ทำงาน) เพื่อกินอาหารเที่ยง ตอน ๑๑.๓๐ น. ทุกๆวัน)

  • We stopped having lunch when the fire broke out.

(เราหยุดการกินอาหารเที่ยง เมื่อเกิดไฟไหม้ขึ้น)

  • They stopped to work until late at night.

(พวกเขาหยุด (กิน, เล่น, พูดคุย) เพื่อทำงานจนกระทั่งดึก)

  • They stopped working and went to a restaurant.

(พวกเขาหยุดการทำงาน  และไปภัตตาคารเพื่อกินอาหาร)

 

8. You had best ___________________________________________________ it yourself.

(คุณควรจะ _________________________________________ มันด้วยตัวคุณเองดีที่สุด)

(a) do    (ทำ)

(b) to do

(c) done

(d) doing

ตอบ   –   ข้อ   (a)   เนื่องจาก   “Had best”   (ทำ.....................เป็นดีที่สุด)  และ  “Had better”  (ควรจะ.........................ดีกว่า)  ต้องตามด้วย   “Infinitive without to”  (Verb 1- ไม่มี “To”)  เสมอ

 

9. This machine is ________________________________________________________.

(เครื่องจักรเครื่องนี้ __________________________________________________)

(a) can fold paper

(b) for fold paper

(c) for folding paper    (สำหรับพับกระดาษ)

(d) to folding paper

ตอบ   –   ข้อ   (c)   เนื่องจากตามหลัง  Preposition  “For”  กริยา  “Fold”  จึงต้องอยู่ในรูปคำนาม  หรือ  “Gerund”  (Verb + ing)

 

10. An announcer in a __________ station is a man or a woman who announces the items in the programs. 

(โฆษก  –  หรือผู้ประกาศ  -  ในสถานี (วิทยุ, โทรทัศน์) ___________ คือชายหรือหญิง  ผู้ซึ่งประกาศเรื่องต่างๆ ในรายการ)

(a) broadcast

(b) broadcasted

(c) broadcasting    (กระจายเสียง)

(d) broad cast

ตอบ   -   ข้อ    (c)   “Broadcasting”  ทำหน้าที่เป็น   “Present participle” (Verb + ing)  เนื่องจาก  “Station”  เป็นผู้ทำกริยา  กระจายเสียง-ภาพ  ออกไปสู่ผู้ชม-ผู้ฟัง   ทั้งนี้   “Present participle”  มีรูปซ้ำกับ  “Gerund” (Verb + ing)   แต่มีหน้าที่ต่างกัน  คือ   “Gerund”  ขยายหน้าคำนาม  เพื่อบ่งบอกว่า  นามนั้นมีไว้เพื่อทำกริยานั้นๆ   (มักมีขีดคั่น (-) อยู่ระหว่างกลาง)  เช่น   “Dancing-hall” =  โรง (สำหรับ) เต้นรำ  อนึ่ง  เรานิยมใช้   “Gerund”  ประกอบหน้าคำนาม  คล้ายกับเป็นคำคุณศัพท์  แต่ไม่ใช่คุณศัพท์  เป็นเพียงนามขยายนาม  (Compound noun)  เท่านั้น   และมักนิยมใช้   “hyphen” (-) มาคั่นไว้ระหว่างคำ  เช่น

  • a sleeping-room  (ห้องนอน) (แต่ถ้า  “a sleeping dog”  หมายถึง  “หมาที่นอนอยู่”)  (ไม่ต้องมีเครื่องหมาย  “hyphen” (-) คั่นกลาง)
  • a dancing-hall  (ห้องเต้นรำ) (แต่ถ้า  a dancing girl  หมายถึง  “เด็กผู้หญิงที่ (กำลัง) เต้นรำ”)
  • a dancing-teacher  (ครูสอนเต้นรำ)  (แต่ถ้า  a dancing teacher”  ที่ไม่ต้องมีเครื่องหมาย (-)  หมายถึง  “ครูที่ (กำลัง) เต้นรำ”
  • a reading-room  (ห้องอ่านหนังสือ)  (แต่ถ้า  “a reading boy หมายถึง  “เด็กที่อ่านหนังสือ”)
  • a swimming-pool   (สระว่ายน้ำ)  (แต่ถ้า  “a swimming girl”  หมายถึง  “เด็กหญิงที่ว่ายน้ำ”)
  • a walking-stick  (ไม้เท้า -ไม้สำหรับเดิน)  (แต่ถ้า  a walking boy  หมายถึง  “เด็กที่ (กำลัง) เดิน”)
  • drinking-water  (น้ำสำหรับดื่ม)  (แต่ถ้า  “a drinking horse”  หมายถึง  “ม้าที่ดื่มน้ำ”)
  • a knitting-needle  (เข็มถัก)  (แต่ถ้า  a knitting woman  หมายถึง  “ผู้หญิงที่ (กำลัง) ถัก”)
  • a cooking-utensil  (เครื่องมือสำหรับทำครัว)  (แต่  “a cooking woman  หมายถึง  “ผู้หญิงที่ปรุงอาหาร”)
  • a killing-field  (ทุ่งสำหรับสังหาร)  (แต่  “a killing man  หมายถึง  “ผู้ฆ่า, มือสังหาร”)
  • looking-glasses   (แว่นตา – แว่นสำหรับใส่มอง)  (แต่ถ้า  a looking boy  หมายถึง  “เด็กที่ (กำลัง) มอง”)

หมายเหตุ    –    “Verb + ing” (Gerund)  ขยายหน้าคำนาม  มีความหมายว่า  คำนามนั้น  มีไว้เพื่อทำกริยานั้นๆ  “A swimming-pool” (สระ – สำหรับ - ว่ายน้ำ)  แต่สำหรับ  “Verb + ing”  ในวงเล็บข้างหลัง  ที่ขยายหน้าคำนาม  มีความหมายว่า  คำนามนั้นเป็นผู้ทำกริยานั้นๆ   ในกรณีนี้  เราเรียก  “Verb + ing”  นั้นว่า    “Present participle”   เช่น  “A drinking horse”  (ม้าที่ดื่มน้ำ)   (ไม่ต้องมีเครื่องหมาย (-)  คั่นกลาง)

 

11. The elephant is ________________________________________ larger than the horse.

(ช้างตัวใหญ่กว่าม้า __________________________________________________)

(a) so    (ดังนั้น)

(b) far    (มาก)

(c) quite    (มาก)

(d) more

ตอบ   –   ข้อ   (b)   มีคำว่า  “มาก”    คำ ที่ใช้ขยายในการเปรียบเทียบ   “ขั้นกว่า” (Comparative degree)  คือ  “Much”  และ   “Far”  เช่น   “Much bigger(ใหญ่กว่ามาก),  “Much colder” (หนาวกว่ามาก),  “Far smaller” (เล็กกว่ามาก),  “Far hotter” (ร้อนกว่ามาก)

 

12. Mr. Johnson arrived in Bangkok ___________________________________ November 15.

(คุณจอห์นสันมาถึงกรุงเทพ _____________________________ วันที่ ๑๕ เดือนพฤศจิกายน)

(a) in

(b) on    (เมื่อ)

(c) at

(d) during

ตอบ   –   ข้อ  (b)  วันที่ต้องใช้  “On

                                             สำหรับวลี-สำนวนที่ใช้กับ  “On”  ได้แก่  “Waste his time on(ใช้เวลาอย่างสิ้นเปลือง-สุรุ่ยสุร่ายกับ), on business  (ด้วยเรื่องธุรกิจ), keep on (ดำเนินต่อไป), rely on  (ไว้วางใจ, เชื่อใจ, พึ่งพาอาศัย), depend on (upon) (พึ่งพาอาศัย, ขึ้นอยู่กับ, อยู่ที่), insist on  (ยืนกราน, ยืนหยัด, เรียกร้อง), on the floor  (บนพื้น), on a hill  (บนเนินเขา), on the top shelf  (บนชั้นบนของหิ้ง), on a sofa  (บนเก้าอี้โซฟา), to turn his back on his country  (หันหลังให้กับประเทศของตน  -  หมายถึงละทิ้งประเทศ  เช่น  หนีการเกณฑ์ทหาร  หรือไปเข้ากับฝ่ายศัตรู), on the contrary  (ในทางตรงกันข้าม), on the drawing board  (กำลังอยู่ในขั้นวางแผนหรือเตรียมการ  คือยังไม่ได้ลงมือทำ หรือนำมาใช้งานจริงๆ ),  on the dot (on the button)  (ตรงเวลาเผ็ง, ตรงเวลาเป๊ะ)  -  Susan arrived at the party at 3:00 p.m. on the dot.  (ซูซานมาถึงที่งานเลี้ยงเวลาบ่าย ๓ โมงตรงเป๊ะ)get (climb, jump) on the bandwagon  (ทำตามอย่างที่คนอื่นทำ  แม้จะไม่ใช่เรื่องที่จำเป็น, เข้าร่วมในกิจกรรมที่มีคนนิยมทำกันมาก  และล่าสุด  เช่น ถีบจักรยาน หรือ เล่นฟิตเนส,  โยคะ  -  แปลตรงๆ ตัว คือ ปีนหรือกระโดดขึ้นไปบนรถดนตรีในขบวนแห่)  -  When all Jim’s friends decided to vote for Bill, Jim climbed on the bandwagon too.  (เมื่อเพื่อนทุกคนของจิมตัดสินใจลงคะแนนให้บิล  จิมก็ตัดสินใจลงคะแนนให้บิลเช่นเดียวกัน  -  คือทำตามเพื่อนๆ แบบไม่ต้องมีเหตุผล),  on the (an) average  (โดยเฉลี่ย),   a dog peeing (pissing) on a tree  (หมาเยี่ยวรดต้นไม้),  on condition that  (โดยมีเงื่อนไขว่า)  -  I will lend you the money on condition that  you pay it back in one month.  (ผมจะให้คุณยืมเงินโดยมีเงื่อนไขว่า  คุณต้องใช้คืนภายใน เดือน),  on deck  (อยู่บนดาดฟ้าเรือ, เตรียมพร้อมที่จะทำอะไรบางอย่าง, มาปรากฏตัว หรือมาถึงที่นัดหมาย)  –  The passengers are relaxing on deck.  (ผู้โดยสารกำลังพักผ่อนหย่อนใจอยู่บนดาดฟ้าเรือ)  -  The scout leader told the boys to be on deck at 8:00 Saturday morning for the hike.  (ผู้นำลูกเสือบอกให้ลูกเสือมาถึงที่นัดหมายเวลา ๘.๐๐ น. เช้าวันเสาร์  เพื่อออกเดินทางไกล),  on deposit  (ในธนาคาร)  -  I have $ 500 on deposit in my account. (ผมมีเงินอยู่  ๕๐๐ ดอลลาร์ในบัญชีธนาคาร),  on duty  (อยู่ปฏิบัติหน้าที่, ขณะปฏิบัติหน้าที่)  -  There is always one teacher on duty during study hour.  (มีครูอยู่   คนเสมอ  อยู่ปฏิบัติหน้าที่ในระหว่างชั่วโมงเรียน  -  คือคอยให้คำแนะนำปรึกษาแก่นักเรียน)on earth (= in the world(ใน หรือ บนโลกนี้, เกิดขึ้นได้ หรือเป็นไปได้อย่างไร  มักใช้แสดงการเน้นในประโยคคำถาม) - Where on earth did I put my wallet?  (ไม่รู้ว่าผมเอากระเป๋าสตางค์ไปวางไว้ตรงไหนในโลกนี้   -   คือบ่นคร่ำครวญเนื่องจากหากระเป๋าสตางค์ไม่เจอ)  -  The boys wondered how on earth the mouse got out of the cage.  (พวกเด็กๆสงสัยว่า เป็นไปได้อย่างไรที่หนูออกจากกรงไป  -  ทั้งๆ ที่ล็อคทางออกไว้อย่างแน่นหนา)have, keep, with) one eye on  (คอยเฝ้าดูหรือเอาใจใส่  -  บุคคลหรือสิ่งของ  -  ในขณะที่กำลังทำสิ่งอื่นไปด้วย)  -  Mother had one eye on baby as she ironed.  (แม่รีดผ้าและดูแลลูกน้อยไปด้วยในเวลาเดียวกัน)  -  Chris tried to study with one eye on the TV set.  (คริสพยายามอ่านหนังสือ  และดูทีวีไปด้วยในในเวลาเดียวกัน), on account of(เนื่องมาจาก, เพราะว่า),  -  The picnic was held in the gym on account of the rain.  (ปิกนิกถูกจัดในโรงยิม  -  แทนในสนาม  -  เนื่องมาจากฝนตก),  on a shoestring  (ด้วยเงินจำนวนเล็กน้อยสำหรับใช้จ่าย, ด้วยงบประมาณที่น้อยมาก  -  แปลตรงๆตัว คือ ด้วยเชือกผูกรองเท้า)  -  The couple was seeing Europe on a shoestring.  (สามี-ภรรยาคู่นั้นกำลังเที่ยวยุโรป  ด้วยเงินจำนวนเพียงนิดเดียว  -  คือ  แบบประหยัดสุดๆ),  to walk on air  (รู้สึกมีความสุขและตื่นเต้น)  -  Kim has been walking on air since she won the prize.  (คิมมีความสุขและตื่นเต้นมาโดยตลอด  ตั้งแต่ที่เธอได้รับรางวัล),  to wait on (upon)  (รับใช้, ให้บริ การ)  -  The clerk in the store waits on all customers.  (เสมียนในร้านนั้นให้บริการ (รับใช้) ลูกค้าทุกคน),  (sitting) on top of the world  (ปลาบปลื้มยินดีและมีความสุข, รู้สึกประสบความสำเร็จ)  -  John was (sitting) on top of the world when he found out that he got into college.  (จอห์นดีใจและมีความสุข  เมื่อเขาพบว่าเขาสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้),  on behalf of  (ในนามของ),  on board  (บนเรือ)  -  A ship was leaving the harbor, and we saw the people on board waving.  (เรือลำหนึ่งกำลังออกจากท่า  และเราเห็นผู้คนบนเรือโบกไม้โบกมือ  -  เพื่ออำลาญาติพี่น้องที่มาส่ง),  off and on (= on and off)  (ไม่สม่ำเสมอ, เป็นครั้งคราว หรือบางโอกาส)  -  It rained off and on all day.  (ฝนตกๆหยุดๆตลอดทั้งวัน  -  คือ ตกแล้วหยุด  แล้วก็ตกแล้วหยุดอีก  สลับกันไปแบบนี้ตลอดทั้งวัน),  the posters on the walls  (โปสเตอร์บนกำแพง), a sticker on her car  (สติ๊กเกอร์ติดรถของเธอ), pictures on the screen  (รูปภาพบนจอ), on the ceiling  (บนเพดาน), on the roof  (บนหลังคา), on all fours  (คลาน ๔ เท้า), get on a bus  (ขึ้นรถเมล์), on a highway  (บนทางหลวง), on the plane  (บนเครื่องบิน), on foot  (โดยทางเท้าหรือเดินไป), to walk on tiptoe  (เดินบนปลายเท้าหรือเขย่งส้นเท้า), on horseback  (บนหลังม้า), on a bicycle  (โดยรถจักร ยาน), on Monday  (ในวันจันทร์), on a Sunday afternoon  (ตอนบ่ายวันอาทิตย์), on an occasion like this  (ในโอกาสเช่นนี้), on April10th  (ในวันที่ ๑๐ เมษายน), on Thursday night  (ในคืนวันพฤหัสฯ), on the first day of term  (ในวันแรกของภาคการศึกษา), books on art and religion  (หนังสือเกี่ยวกับศิลปะและศาสนา), on the subject of rents  (ในเรื่องเกี่ยวกับค่าเช่า), ideas on how films should be made  (ความคิดเกี่ยวกับว่าควรจะสร้างหนังอย่างไร), to comment on the issue  (แสดงความคิดเห็นในประเด็นนั้น), a talk on agriculture  (การสนทนาเกี่ยวกับเกษตรกรรม), cars running on petrol  (รถยนต์ที่วิ่งด้วยน้ำมัน), appear on TV  (ปรากฏตัวทางทีวี), to hear it on the radio  (ได้ยินมันทางวิทยุ), on stage  (บนเวที), on the phone  (ทางโทรศัพท์ หรือกำลังพูดโทรศัพท์), on and on  (ไม่รู้จักจบสิ้น, ไม่หยุดหย่อน, ไม่สิ้นสุด), on edge  (รุ่มร้อน, กระวนกระวาย, ตื่นเต้น, ประสาทเสีย, ปวดสมอง), on one’s own  (ด้วยตนเอง, เป็นอิสระ, หาเลี้ยงตนเอง), on purpose  (โดยเจตนา, โดยตั้งใจทำ), on the carpet  (ดุด่าว่ากล่าว, สวด), on the fence  (ยังไม่แน่ใจ, ยังไม่ตัดสินใจ-ตกลงใจ), on the hook  (อยู่ในฐานะลำบาก), on the spot  (ที่กำลังพูดถึง-เอ่ยถึง), to be on  (กำลังปรากฏ, กำลังฉายอยู่. กำลังแสดง),  on the go  (มีธุระยุ่ง, เคลื่อนไหวทำโน่นทำนี่อยู่ตลอด) – I’m usually on the go all day long.  (ผมมักมีธุระยุ่งตลอดทั้งวัน), on the market  (มีขาย, เสนอขาย) – I had to put my car on the market.  (ผมจำเป็นต้องเอารถออกขาย) - This is the finest home computer on the market.  (นี่เป็นคอมพิวเตอร์ประจำบ้านที่ดีที่สุดที่วางขายในตลาด), on the mend  (สบายดี, หายป่วยไข้) – My cold was terrible, but I’m on the mend now.  (ไข้หวัดของผมย่ำแย่มากเลย  แต่ตอนนี้ผมหายไข้แล้ว) –What you need is some hot chicken soup.  Then you’ll really be on the mend.  (สิ่งที่คุณต้องการ คือ ซุปไก่ร้อนๆ  แล้วคุณจะหายป่วยจริงๆเลย), on the tip of one’s tongue  (ติดอยู่แค่ริมฝีปาก  คือ เกือบจะพูดออกมาแล้ว หรือ เกือบจะนึกออกแล้ว) – I have his name right on the tip of my tongue.  I’ll think of it in a second  (ผมมีชื่อของเขาติดอยู่ที่ริมฝีปาก  ผมจะนึกมันออกในอีกวินาทีเดียว) – John had the answer on the tip of his tongue, but Ann said it first  (จอห์นเกือบจะบอกคำตอบออกมาแล้ว  แต่แอนพูดออกมาเสียก่อน  -  คือชิงบอกคำตอบก่อน), on the wrong track  (ไปหรือเดินผิดลู่หรือราง, ทำตามสมมติฐานที่ผิด) –You’ll never get the right answer.  You’re on the wrong track.  (คุณไม่มีวันจะได้คำตอบที่ถูกต้องหรอก คุณเดินผิดทางนี่ หรือ คุณตั้งสมมติฐานไว้ผิดนี่), be (skate) on thin ice  (อยู่ในสถานการณ์ที่เสี่ยงหรือมีอันตราย) – If you try that, you’ll really be on thin ice.  That’s too risky.  (ถ้าคุณลองทำสิ่งนั้น  คุณจะตกอยู่ในอันตรายอย่างแท้จริง  มันเสี่ยงเกินไป) – If you don’t want to find yourself (skating) on thin ice, you must be sure of your facts  (ถ้าคุณไม่ต้องการพบตัวเองตกอยู่ในอันตราย  คุณต้องมั่นใจในข้อเท็จจริง  - ไม่เช่นนั้นคุณอาจแพ้คดีและต้องจ่ายเงินมากมาย), on tiptoe  (เดินเขย่างเท้า), on vacation  (เดินทางไปเที่ยวในวันหยุดพักผ่อน) – Where are you going on vacation this year?  (คุณจะเดินทางไปพักผ่อนที่ไหนในวันหยุดปีนี้) – I’ll be away on vacation for three weeks.  (ผมจะเดินทางไปพักผ่อนวันหยุดเป็นเวลา สัปดาห์),  เป็นต้น

 

13. I would rather __________________________________________________________.

(ผมอยากจะ ________________________________________________________)

(a) die than beg.    (ตายมากกว่าที่จะขอทาน)

(b) dying than begging

(c) dying to begging

(d) to die than beg

ตอบ    –    ข้อ   (a)   “Would rather”  (อยากที่จะ)   ต้องตามด้วย   “Infinitive without to”  (Verb 1)   และ ใช้กับ   “Than”   (มากกว่า)

 

14. When I was a boy, we had no _____________________________________ in the village.

(ตอนผมเป็นเด็ก  เราไม่มี __________________________________________ ในหมู่บ้าน)

(a) electric    (ซึ่งใช้ไฟฟ้า, เกี่ยวกับไฟฟ้า) (เป็นคำคุณศัพท์)

(b) electrical    (ซึ่งใช้ไฟฟ้า, ด้านไฟฟ้า) (เป็นคำคุณศัพท์)

(c) electrify    (อัดไฟฟ้า, ปล่อยกระแสไฟฟ้า, ทำให้มีกระแสไฟฟ้าใช้, ทำให้ตื่นเต้น-ตกใจ) (เป็นคำกริยา)

(d) electricity    (ไฟฟ้า, กระแสไฟฟ้า, วิชาไฟฟ้า) (เป็นคำนาม)

ตอบ   –   ข้อ   (d)   เนื่องจากได้ความหมายดีที่สุด

 

15. I have spent _______________________________________________________ today.

(ผมได้ใช้เงิน ___________________________________________________ วันนี้)

(a) money ten dollars

(b) ten dollars money

(c) ten dollars of money

(d) ten dollars    (๑๐ เหรียญ)

ตอบ    –    ข้อ   (d)   ให้บอกจำนวนเงิน  และสกุลเงิน  โดยไม่ต้องมีคำว่า  “Money

 

16. You ________________________________________________ that tooth pulled out.

(คุณ __________________________________ ถอนฟันนั้นออกเสีย  -  โดยหมอฟัน)

(a) have better had

(b) have better have

(c) had better have    (ควรจะ)

(d) have better to have

ตอบ   -   ข้อ  (c)   “Had better”  =   “ควรจะ.......................ดีกว่า”  ใช้กับประธานฯ ทุกตัว  (I, He, She, It, You, We, They)  และต้องตามด้วย  “Verb 1”  เสมอ  ความหมายเป็นปัจจุบันและอนาคต  ส่วน  “Have that tooth pulled out”  (ไปถอนฟัน  หรือ  ให้ฟันถูกถอน  -  โดยทันตแพทย์)  ดูเพิ่มเติมจากประโยคจากข้างล่าง

                                                       ตัวอย่างที่  

  • If you have a bad tooth ____________________________ out, it won’t hurt you again. 

(ถ้าคุณให้หมอ ____________ ฟันที่ปวด – หรือผุ – ออกเสีย  มันก็จะไม่ทำให้คุณเจ็บปวดอีก)

(a) pull

(b) pulling

(c) pulled    (ถอน)

(d) being pulled

ตอบ  -  ข้อ   (c)

 

17. Everything will come right __________________________________________________.

(ทุกสิ่งทุกอย่างจะเรียบร้อย ______________________________________________)

(a) at the end

(b) in the end    (ในตอนท้าย, ในตอนจบ)

(c) to the end

(d) from the end

ตอบ   –   ข้อ   (b)   

                                                สำหรับวลีที่ใช้   “In”  ได้แก่  “In writing”  (เป็นลายลักษณ์อักษร, เป็นภาษาเขียน)  -  I want your answer in writing.  (ผมต้องการคำตอบจากคุณแบบเป็นลายลักษณ์อักษร  -  คือ  ทำเป็นหนังสือมา),  “blind in one eye”  =  (ตาบอดข้างหนึ่ง)  -  She is blind in one eye.  (เธอตาบอดข้างหนึ่ง),   “the girl in this photograph”  (เด็กผู้หญิงในภาพถ่ายใบนี้),  “deep in water and mud”  (จมลึกอยู่ในน้ำและโคลน),   “arrive in”  (มาถึงในเมือง หรือ ประเทศ)  (แต่ถ้ามาถึง โรงเรียน, ธนาคาร, วัด, บ้าน ฯลฯ ใช้  “arrive at”),  “interested in”  (สนใจใน), “qualified in”  (มีคุณสมบัติในเรื่อง)  -  She is absolutely qualified in her new job.  (เธอมีคุณสมบัติอย่างเต็มที่ในงานใหม่ของเธอ), “weak in”  (อ่อนในเรื่อง),  “deficient in  (ขาดหรือบกพร่องในเรื่อง), “proficient in”  (ชำนาญหรือคล่องแคล่วในเรื่อง), “successful in”  (ประสบความสำเร็จในเรื่อง), “disappointed in”  (ผิดหวังในเรื่อง), “in a box”  (ในกล่อง),  “in a pocket”  (ในกระเป๋า), “sit in an armchair”  (นั่งในเก้าอี้ท้าวแขน),  “in bed”  (ในเตียงหรือบนเตียง),  “in the bath”  (ในอ่างน้ำ), “in her hand”  (ในมือของเธอ),  “in each other’s arms” (ในอ้อมแขนของกันและกัน),  “in the area”  (ในพื้นที่),  “in the garden” (ในสวน),  “in the air”  (ในอากาศ),  “in the middle of the room” (ที่กลางห้อง),  “in the direction of”  (ในทิศทางของ),  “in a restaurant”  (ในภัตตาคาร),  “in the bathroom”  (ในห้องน้ำ),  “in school”  (ในโรงเรียน),  “in hospital”  (ในโรงพยาบาล),  “in the kitchen”  (ในครัว)“in the shop window”  (ในตู้โชว์กระจกของร้าน),  “in a mirror”  (ในกระจก),  “in a lake”  (ในทะเลสาบ),  “in black suit”  (ในชุดดำ), “in the water”  (ในน้ำ), “write in ink”  (เขียนด้วยหมึก),  “write in pencil” (เขียนด้วยดินสอ), “in the first chapter”  (ในบทที่ ๑),  “in the film”  (ในภาพยนตร์), “wait in the queue”  (รออยู่ในแถว),  “be in a play”  (ร่วมแสดงละคร), “in April”  (ในเดือนเมษายน), “in  2016”  (ในปี ๒๐๑๖),  “in the morning (afternoon, evening)”  (ในตอนเช้า-บ่าย-เย็น),  “in recent years”  (ในช่วงไม่กี่ปีมานี้), “in the winter (summer, spring)”  (ในหน้าหนาว-ร้อน-ใบไม้ผลิ), “in the meantime”  (ในระหว่างนั้น),  “in two months”  (ภายใน ๒ เดือน), “in my absence”  (ตอนที่ผมไม่อยู่),  “in the aftermath of the accident”  (ภายหลังจากอุบัติเหตุ),  “in half an hour” (ภายในครึ่งชั่วโมง),  “in two minutes”  (ใน ๒ นาที),  “in ancient society” (ในสังคมสมัยโบราณ),  “in nature”  (ในธรรม ชาติ),  “in these circumstances”  (ในสภาพแวดล้อมเหล่านี้),  “in this situation”  (ในสถานการณ์เช่นนี้),  “in a state of near chaos”  (อยู่ในสภาวะใกล้จลาจล),  “in a position to help others”  (อยู่ในฐานะที่ช่วยคนอื่นได้),  “in the sun”  (ท่ามกลางแสงอาทิตย์),  “in the dark”  (ในหรือท่ามกลางความมืด),  “in the dim light” (ท่ามกลางแสงสลัวๆ),  “in her voice”  (ในน้ำเสียงของเธอ), “in love”  (ในความรัก-ตกหลุมรัก), “in a state of shock”  (อยู่ในสภาวะช็อค), “in low spirits”  (ในสภาพจิตใจหดหู่หรือตกต่ำ), “in a temper”  (ด้วยความโกรธหรือในอารมณ์โกรธ),  “in favor of free speech”  (เห็นด้วยกับการพูดแบบมีเสรี),  “cry out in pain”  (ร้องด้วยความเจ็บปวด), “look up in surprise”  (เงยหน้ามองด้วยความประหลาดใจ),  “in an effort to”  (ในความพยายามที่จะ)  -  She studied very hard in an effort to pass the exam.  (เธอเรียนหนักมาก  ในความพยายามที่จะสอบให้ผ่าน),  “in response to”  (เพื่อตอบสนองต่อ),  “in answer to”  (เพื่อเป็นการตอบ),  “have confidence in”  (มีความเชื่อมั่นใน)  -  At present the people have no confidence in the government.  (ในปัจจุบัน  ประชาชนไม่มีความเชื่อมั่นในรัฐบาล),  “take interest in”  (สนใจใน),  “a course in Chinese”  (คอร์สภาษาจีน),  “an expert in”  (ผู้เชี่ยวชาญในเรื่อง.....),  “make money in business”  (หาเงินในธุรกิจ),  “make his career in music”  (ประกอบอาชีพทางดนตรี), “in his old age”  (ในวัยชราของเขา),  “a woman in her twenties”  (ผู้หญิงในวัย  ๒๐ – ๒๙),  “in my opinion”  (ในความเห็นของผม),  “in her view”   (ในทัศนะของเธอ),  “recruit workers in hundreds”  (รับคนงานเป็นร้อยๆคน),  “in my experience”  (จากประสบการณ์ของผม),  “in her own eyes”  (ในสายตาของเธอ),  “speak in Italian”  (พูดภาษาอิตาเลียน),  “speak in a calm voice” (พูดด้วยน้ำเสียงที่สงบ),  “his complaints in writing”  (การร้องเรียนของเขาเป็นลายลักษณ์อักษร),  “in financial difficulty”  (ในสภาวะยุ่งยากทางการเงิน), “$100,000 in cash”  (เป็นเงินสด  ๑๐๐,๐๐๐  เหรียญ),  “dressed in black”  (ใส่ชุดสีดำ),  “in real danger”  (ตกอยู่ในอันตรายอย่างแท้จริง), “in the planning stage”  (ในขั้นตอนการวาง แผน),  “10 meters in length”  (ยาว ๑๐ เมตร),  “cut it in two”  (ตัดมันออกเป็น ๒ ส่วน),  “shrink in size”  (มีขนาดเล็กลง-หดลง),  “join in”  (ร่วมวงด้วย),  “a one in five chance of success”  (โอกาสสำเร็จ ๑ ใน ๕), “the pain in my feet”  (การเจ็บที่เท้าของผม), “the hole in his shirt”  (รู – รอยขาด – ในเสื้อเชิ้ตของเขา), “was shot in the leg”  (ถูกยิงที่ขา),  “in fashion”  (กำลังเป็นที่นิยม), “result in his death”  (ส่งผลให้เขาตาย), “believe in”  (เชื่อมั่น-ศรัท ธาใน), “in the first place”  (ในประการแรก)  (กล่าวเมื่อจะบอกเหตุผลหลายๆ ประ การ  เกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง  แล้วตามด้วยเหตุผลที่ต้องการจะบอก),  “in danger”  (ตกอยู่ในอันตราย),“in use”  (ใช้งาน),  “in his name”  (โดยใช้ชื่อของเขา,  ในนามของเขา  -  เช่น  เช่ารถยนต์  หรือบริจาคเงิน)  -  The car was rented in his name.  (รถถูกเช่าในนามของเขา), “in a hurry’  (เร่งรีบ, รีบร้อน, ใจร้อน)  -  He was in a hurry because he was late.  (เขารีบเร่งเพราะเขาสายแล้ว),  “in a jam”  (อยู่ในฐานะลำบาก),  “in a nutshell”  (กล่าวโดยย่อๆ, กล่าวโดยสรุป),  “in a way”  (บางครั้ง, บ้างเหมือนกัน),  “in any case”  (อย่างไรก็ดี, อย่างไรก็ตาม, ในทุกกรณี),  “in any event”  (อย่างไรก็ตาม, ทุกกรณี),  “in advance”  (ล่วงหน้า),  “in bad shape”  (เสื่อมโทรม, ทรุดโทรม, อยู่ในฐานะลำบาก),  “in charge of”  (รับผิดชอบ, ดูแล, จัดการ),  “in fact”  (แท้ที่จริงแล้ว, อันที่จริงแล้ว),  “in order”  (อย่างมีระเบียบ, เรียบร้อย),  “in time (ทันเวลา, ไม่สาย, พอดี, ตามจังหวะ, พอดีจัง หวะ),  “in the bag”  (แน่นอน, แหงแก๋, ของตาย, อยู่ในกำมือแล้ว, สำเร็จเรียบร้อย),  “in the long run (term)”  (ในระยะยาว),  “in the pink”  (สภาพดีเยี่ยม, สม บูรณ์, มีสุขภาพดี),  “in tune with”  (สอดคล้องกับ, ไปกันได้กับ),  “in vain”  (ไม่สำเร็จ, ไร้ประโยชน์, ปราศจากผล),  “in each other’s arms” (ในอ้อมแขนของกันและกัน),  “write in ink”  (เขียนด้วยหมึก),  “write in pencil”  (เขียนด้วยดิน สอ),  “in the first chapter”  (ในบทที่ ๑),  “in the film”  (ในภาพยนตร์),  “wait in the queue”  (รออยู่ในแถว),  “be in a play”  (ร่วมแสดงละคร),  “in April”  (ในเดือนเมษายน),  “in  2016”  (ในปี ๒๐๑๖),  “in the morning (afternoon, evening)”  (ในตอนเช้า-บ่าย-เย็น),  “in recent years” (ในช่วงไม่กี่ปีมานี้),  “in the winter (summer, spring)”  (ในหน้าหนาว-ร้อน-ใบไม้ผลิ),  “in the meantime”  (ในระหว่างนั้น), “in two months”   (ภายใน ๒ เดือน),  “in my absence”  (ตอนที่ผมไม่อยู่),  “in the aftermath of the accident”  (ภายหลังจากอุบัติเหตุ),  “in half an hour” (ภายในครึ่งชั่วโมง),  “in two minutes”  (ใน ๒ นาที),  “in ancient society” (ในสังคมสมัยโบราณ),  “in nature”  (ในธรรมชาติ),  “in these circumstances”  (ในสภาพแวดล้อมเหล่านี้),  “in this situation”  (ในสถานการณ์เช่นนี้),  “in a state of near chaos”  (อยู่ในสภาวะใกล้จลาจล),  “in a position to help others”  (อยู่ในฐานะที่ช่วยคนอื่นได้),  “in the sun”  (ท่ามกลางแสงอาทิตย์)“in the dark”  (ในหรือท่ามกลางความมืด),  “in the dim light” (ท่ามกลางแสงสลัวๆ),  “in her voice”  (ในน้ำเสียงของเธอ),  “in love” (ในความรัก-ตกหลุมรัก),  “in a state of shock”  (อยู่ในสภาวะช้อค),  “in low spirits”  (ในสภาพจิตใจหดหู่หรือตกต่ำ),  “in a temper”  (ด้วยความโกรธหรือในอารมณ์โกรธ),  “in favor of free speech”  (เห็นด้วยกับการพูดแบบมีเสรี),  “cry out in pain”  (ร้องด้วยความเจ็บปวด),  “look up in surprise”  (เงยหน้ามองด้วยความประหลาดใจ),  “in an effort to”  (ในความพยายามที่จะ),  “in response to”  (เพื่อตอบสนองต่อ),  “in answer to”  (เพื่อเป็นการตอบ),   “have confidence in”  (มีความเชื่อมั่นใน),  “take interest in”  (สนใจใน), “a course in Chinese”  (คอร์สภาษาจีน), “an expert in”  (ผู้เชี่ยวชาญในเรื่อง..............),  “make money in business”  (หาเงินในธุรกิจ),  “make his career in music”  (ประกอบอาชีพทางดนตรี),  “in his old age”  (ในวัยชราของเขา),  “a woman in her twenties”  (ผู้หญิงในวัย ๒๐ – ๒๙),  “in my opinion”  (ในความเห็นของผม),  “in her view”  (ในทัศนะของเธอ),  “recruit workers in hundreds”  (รับคนงานเป็นร้อยๆคน), “in my experience”  (จากประสบการณ์ของผม),  “in her own eyes”  (ในสายตาของเธอ),  “speak in Italian”  (พูดภาษาอิตาเลียน),  “speak in a calm voice”  (พูดด้วยน้ำเสียงที่สงบ),  “his complaints in writing”  (การร้องเรียนของเขาเป็นลายลักษณ์อักษร),  “in financial difficulty”  (ในสภาวะยุ่งยากทางการเงิน),  “$100,000 in cash”  (เป็นเงินสด  ๑๐๐,๐๐๐  เหรียญ),  “dressed in black”  (ใส่ชุดสีดำ),  “in real danger”  (ตกอยู่ในอันตรายอย่างแท้จริง),  “in the planning stage”  (ในขั้นตอนการวางแผน),  “10 meters in length”  (ยาว ๑๐ เมตร),  “cut it in two”  (ตัดมันออกเป็น ๒ ส่วน),  “shrink in size”   (มีขนาดเล็กลง-หดลง),  “join in”  (ร่วมวงด้วย),  “a one in five chance of success”  (โอกาสสำเร็จ ๑ ใน ๕),  “the pain in my feet”  (การเจ็บที่เท้าของผม),  “the hole in his shirt”  (รู – รอยขาด – ในเสื้อเชิ้ตของเขา),  “was shot in the leg”   (ถูกยิงที่ขา),  “in fashion”  (กำลังเป็นที่นิยม),  “result in his death”  (ส่งผลให้เขาตาย), “believe in”  (เชื่อมั่น-ศรัทธาใน),  “in the first place”  (ในประการแรก)  (กล่าวเมื่อจะบอกเหตุผลหลายๆ ประการ   เกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง   แล้วตามด้วยเหตุผลที่ต้องการจะบอก)   เป็นต้น

 

18. He is in the habit of scratching ________________________________ when he is puzzled.

(เขามีนิสัยชอบเกา ______________________________________ เมื่อเขารู้สึกฉงนสนเท่ห์)

(a) his head    (ศีรษะของเขา)

(b)on his head

(c) at his head

(d) in his head

ตอบ   -   ข้อ   (a)   “Scratch” (เกา)  ตามด้วย  “กรรม”  (ในที่นี้  คือ  “His head”)  โดยไม่ต้องมี  “Preposition” (In, On, At)

 

19. I ____________________________________________ about his ability to do the work.

(ผม ________________________________ เกี่ยวกับความสามารถของเขาในการทำงาน)

(a) feel doubt

(b) have doubtful

(c) am wondered

(d) feel doubtful    (รู้สึกไม่แน่ใจ-ไม่มั่นใจ-สงสัย)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจาก  “Feel + Adjective”  สำหรับโครงสร้างอื่นๆ  ที่สามารถใช้ได้เช่นกัน  ได้แก่  “I have (a) doubt about…….........……”  (ผมมีข้อสงสัย-กังขา เกี่ยวกับ.........................)  และ  “I wonder about……...........……”  (ผมรู้สึกกังขา-สงสัย เกี่ยวกับ....................)  สำหรับกริยาตัวอื่นๆ  ที่ใช้แบบเดียวกับ   “Feel”  ดูจากประโยคข้างล่าง

                                                      ตัวอย่างที่  

  • Everything looks _____________________________________________________.

(ทุกสิ่งทุกอย่างมีลักษณะ ______________________________________________)

(a) differently

(b) different    (แตกต่าง  -  ไปจากเดิม)  (เป็นคำคุณศัพท์)

(c) difference    (ความแตกต่าง)  (เป็นคำนาม)

(d) differ    (แตกต่าง)  (เป็นคำกริยา)

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจาก  “Look” (ในที่นี้เป็น  “Linking Verb”  มีความหมายว่า  “มีลักษณะ, มีท่าทาง”)  ต้องตามด้วยคำคุณศัพท์  (Adjective)  มิใช่กริยาวิเศษณ์  (Adverb)

                                                       ตัวอย่างที่  

  • One who does good feels _____________________________________________.

(บุคคลผู้ซึ่งทำดี  รู้สึก _________________________________________________)

(a) happily    (อย่างมีความสุข)  (เป็นกริยาวิเศษณ์)

(b) happy    (มีความสุข)  (เป็นคำคุณศัพท์)

(c) happiness    (ความสุข)  (เป็นคำนาม)

(d) more happily

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจาก  “Feel + Adjective”  เช่น  Happy, Quick, Slow, Careful)   มิใช่  “Adverb”  เช่น  Happily, Quickly, Slowly, Carefully)

                                                          ตัวอย่างที่  

  • The air in that spot smells ______________________________________________.

(อากาศตรงบริเวณนั้นมีกลิ่น ___________________________________________)

(a) sweetness    (ความสดชื่น, ความหวาน, ความไพเราะ, ฯลฯ)  (เป็นคำนาม)

(b) sweetly    (เป็นกริยาวิเศษณ์)

(c) sweet    (สดชื่น, หวาน, มีรสหวาน, มีรสดี, สด, ไพเราะ, มีกลิ่นดี, หอม, น่าพอใจ, งดงาม)  (เป็นคำคุณศัพท์)

(d) sweeten    (ทำให้หวาน-หอม-อ่อนนิ่ม-เป็นกรดน้อยลง, หวานขึ้น, หอมขึ้น, ไพเราะขึ้น, นิ่มนวลขึ้น, กลมกล่อมขึ้น)  (เป็นคำกริยา)

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจาก  “Smell + Adjective

                                             ตัวอย่างที่      {จงหาข้อที่ผิดหลักไวยากรณ์  จากข้อ  (๑) – (๔)}

  • When compared with its (2) graceful manner in the water, a penguin’s progress (3) on land seems (4) awkwardness.

(เมื่อเปรียบเทียบกับกริยาท่าทางที่งามสง่าของมันในน้ำ  การก้าวเดินไปข้างหน้าของนกเพ็นกวินบนบก  ดูเหมือนว่าจะงุ่มง่าม-เชื่องช้า-เก้งก้าง)

ตอบ   -   ข้อ      แก้เป็น  “Awkward”  เนื่องจาก  “Seem + Adjective

                                                   ตัวอย่างที่  

  • I saw the coach on the field after the game, and he seemed ___________________.

(ผมเห็นผู้ฝึกสอนที่สนามหลังการแข่งขัน  และเขาดูเหมือนว่า _______________________)

(a) real angry

(b) angrily

(c) anger

(d) angry    (โกรธ)

ตอบ   –   ข้อ   (d)   เนื่องจาก  “Seem + Adjective”  (หรืออาจตอบ  “really angry”  (โกรธอย่างแท้จริง)   ก็ได้)   เนื่องจากหลังกลุ่มคำกริยาต่อไปนี้  (Look, Feel,  Become,  Grow,  Get,  Seem,  Appear, Taste,  Prove,  Sound, Remain,  Turn)  แม้จะไม่ต้องมีกรรมมารับโดยตรง  แต่ก็ต้องอาศัยคำหรือกลุ่มคำอื่นมาช่วยขยายตามหลังมัน  เพื่อให้ได้ใจความชัดเจนขึ้น  คำที่มาขยายคำกริยาเหล่านี้มิได้เป็นกรรม  (Object)  แต่มาช่วยทำให้กริยามีความหมายดีขึ้น  หรือทำให้ประธานของประโยคมีใจความสมบูรณ์  คำที่ตามหลังคำกริยาประเภทนี้จะอยู่ในรูปคำคุณศัพท์  (Adjective)  เท่านั้น  มิใช่คำกริยาวิเศษณ์  (Adverb)  ทั้งนี้  เราเรียกส่วนขยายคำกริยาพวกนี้ว่า  “Subjective Complement”  หมายถึง  “ตัวขยายอกรรมกริยา  เพื่อให้ประธานของประโยคมีใจความสมบูรณ์”  และเรียกกริยาประเภทนี้ว่า  “Linking Verb”  คือช่วยเชื่อมระหว่าง  ประธานของประโยค  และ  ส่วนที่มาขยายคำกริยา  เพื่อทำให้ประโยคมีใจความสมบูรณ์  ดังตัวอย่างประโยคข้างล่าง

  • She felt good after a long sleep.

  (เธอรู้สึกสบายดีหลังจากนอนหลับยาว)

  • He looked happy when his friends came to see him.

  (เขาดูท่าทีมีความสุข  เมื่อเพื่อนมาเยี่ยม)

  • The milk in that glass tasted sour.

  (นมในแก้วใบนั้นมีรสเปรี้ยว)

  • They seem tired after a hard day’s work.

(พวกเขาดูเหมือนเหนื่อย  หลังจากทำงานตรากตรำมาทั้งวัน)

สรุป  -   คำที่ตามหลังคำกริยาจำพวก  “Linking verb ได้แก่  Be (is, am, are, was, were)  (เป็น, อยู่, คือ), Become, Seem  (ดูเหมือนว่า), Appear  (มีลักษณะท่าทาง), Feel  (รู้สึก), Get, Grow, Keep, Look  (มีท่าทาง), Smell  (มีกลิ่น), Sound, Taste  (มีรสชาติ), Turn  (กลายเป็น) จะต้องเป็นคำคุณศัพท์ (Adjective)  เสมอ  เช่น

  • Tom became rich.   (ทอมร่ำรวยขึ้นมา)
  • Ann seems happy.   (แอนดูเหมือนว่าจะมีความสุข)
  • Jim felt cold.   (จิมรู้สึกหนาว)
  • He got/grew impatient.   (เขารู้สึกกระวนกระวาย)
  • The idea sounds interesting.  (ความคิดนี้ดูน่าสนใจ)
  • She looked calm.   (เธอมีอาการสงบ)
  • He turned pale.   (เขาตัวซีด หรือหน้าซีด)
  • The soup tasted sweet.   (ซุปมีรสหวาน)

 

20. Please pass ______________________________________________________ the salt.

(โปรดส่งเกลือให้ __________________________________ หน่อย)  (โดยใช้มือส่งให้)

(a) me    (ผม, ฉัน)

(b) to me

(c) for me

(d) myself

ตอบ   -   ข้อ   (a)   เนื่องจากมาจากโครงสร้าง  “Pass someone something”  หรือ  “Pass something to someone”  ดังประโยคตัวอย่างข้างล่าง

  • She passed me her glass.

(เธอส่งแก้ว  -  น้ำ, เหล้า  -  ของเธอมาให้ผม)

  • Pass me Philip’s card, would you?

(ส่งการ์ดของฟิลิปให้ผมหน่อย ได้ไหม)

  • Photos were passed from hand to hand.

(ภาพถูกส่งจากมือสู่มือ)  (เพื่อได้ดูกันทั่วๆ)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”                

 

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป