หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 431)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Part V: Sentence Completion   (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

 

1. Many people feel ______________ before talking in front of large numbers of other people.

(คนจำนวนมากรู้สึก ___________________ ก่อนการสนทนา-พูดคุยต่อหน้าคนอื่นๆจำนวนมาก)

(a) shamed    (ละอาย)

(b) disappointed    (ผิดหวัง)

(c) nervous    (ประหม่า, วิตกกังวล, หงุดหงิด, เป็นประสาท)

(d) grateful    (ขอบคุณ, เป็นหนี้บุญคุณ)

 

2. A _________________________ earthquake struck the country and destroyed many cities.

(แผ่นดินไหว _________________________ กระหน่ำประเทศนี้  และทำลายเมืองไปหลายเมือง)

(a) strict    (เข้มงวด, เคร่งครัด, กวดขัน, แม่นยำ, แน่นอน)

(b) rough    (หยาบ, กระด้าง, สาก, ขรุขระ, ไม่เรียบ, หยาบคาย, เกเร, ไม่ได้ตกแต่ง, คร่าวๆ)

(c) unique    (ไม่มีเสมอเหมือน, ไม่มีที่เปรียบ, ดีเลิศ)

(d) severe    (รุนแรง, เข้มงวด, กวดขัน, เคร่ง, เคร่งขรึม, เคร่งครัด, เอาจริงเอาจัง)

 

3. The police finally arrested the __________________________________________ criminal.

(ตำรวจในที่สุดได้จับกุมอาชญากร ___________________________________________)

(a) famous    (มีชื่อเสียง, โด่งดัง)

(b) renowned    (มีชื่อเสียง)

(c) notorious    (มีชื่อเสียงในทางไม่ดี, ดังกระฉ่อน, รู้จักกันทั่วไป  -  ในทางลบ)

(d) respectable    (น่านับถือ)

 

4. If that firm wants to attract workers, it must ________________________________ the pay.

(ถ้าบริษัทนั้นต้องการดึงดูดคนทำงาน  มันจะต้อง ______________________ เงินเดือน-ค่าจ้าง)

(a) rise    (ปรากฏขึ้น, ลอยขึ้น, ผุดขึ้น, กำเนิดขึ้น, เพิ่มขึ้น, สูงขึ้น, ลุกขึ้น, ยืนขึ้น, ตื่นขึ้น, ยืนตรง, ลุกขึ้นต่อสู้, เจริญเติบโต)  (ไม่ต้องมีกรรมมารับ)

(b) raise    (เพิ่ม, ยก, ยกขึ้น, ชูขึ้น, ทำให้สูงขึ้น, ยกระดับ)  (ต้องตามด้วยกรรม)

(c) lower    (ลดต่ำลง, ทำให้ลดลง)

(d) identify    (ระบุ, ชี้ตัว, บอกชื่อ, จำแนกแยกแยะ, หาหรือพิสูจน์เอกลักษณ์)

 

5. Peter eats ________________________________________________ of all his friends.

(ปีเตอร์กิน __________________________________ ในบรรดาเพื่อนทั้งหมดของเขา)

(a)  most slowly

(b)  the most slowly    (อย่างเชื่องช้าที่สุด)

(c)  more slowly

(d)  as slowly as

ตอบ   –   ข้อ   (b)   เนื่องจากเป็นการเปรียบเทียบ  “ขั้นสุด” (Superlative degree)   จึงต้องใช้   “The most”  นำหน้า  “Slowly”  (เป็นการเปรียบเทียบตั้งแต่   คนขึ้นไป)

 

6. The weather is ___________________________ at this time of the year than in the spring.

(อากาศ ____________________________ ในช่วงเวลานี้ของปี   เมื่อเทียบกับในฤดูใบไม้ผลิ)

(a) calm    (สงบ)

(b) calmest    (สงบมากที่สุด)

(c) calmer    (สงบมากกว่า)

(d) more calmer

ตอบ   –   ข้อ   (c)   เนื่องจากเป็นการเปรียบเทียบ   “ขั้นกว่า”  (Comparative degree) (สังเกตจาก  “Than”)   และ  เมื่อใช้   “Calmer”  แล้ว  ไม่ต้องใช้   “More”  นำอีก   สำหรับ   “More”   ใช้นำหน้าคำคุณศัพท์พยางค์ยาว   เช่น  “important, necessary, correct, detailed (มีรายละเอียด), diligent (ขยัน), helpful (ช่วยเหลือ), manageable (จัดการได้), active, dangerous etc.)

 

7. Termites can do ______________________ to the wood in homes before they are detected.

(ปลวกสามารถทำ ____________________________ ให้แก่ไม้ในบ้าน  ก่อนที่มันจะถูกค้นเจอ)

(a) an extensive damage

(b) extensive damages

(c) the extensive damage

(d) extensive damage    (ความเสียหายอย่างกว้างขวาง)

ตอบ    –    ข้อ   (d)   เนื่องจาก   “Damage”  เมื่อหมายถึง  “ความเสียหาย”  ถือเป็นนามนับไม่ได้  แต่เมื่อเติม  “S”  หมายถึง  “ค่าเสียหาย, เงินชดเชยค่าเสียหาย”  ส่วน  ข้อ  (c)  ไม่ควรใช้  เพราะแสดงการเน้นว่าเป็น   “ความเสียหายที่นั่น ที่นี่”  (นำด้วย  “The”)  แต่ในกรณีนี้   เป็นความเสียหายแก่ไม้ทั่วๆ ไป

 

8. Wolves, which are known to travel in packs, both provide for and defend ___________ through group cooperation.

(หมาป่า  ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าเดินทางเป็นฝูง  จะจัดหาสิ่งของจำเป็นให้แก่ (ตนเอง) และ ป้องกัน ______ โดยการร่วมมือกันทั้งฝูง)

(a) himself

(b) itself

(c) theirselves    (รูปนี้ไม่มีใช้)

(d) themselves    (ตัวเอง, ตนเอง)

ตอบ    –    ข้อ   (d)   เนื่องจากประธานของประโยค  (Wolves)  อยู่ในรูปพหูพจน์  สำหรับข้อ  (a)  ใช้กับคนเพศชาย  (คนเดียว)  ส่วนข้อ (c)  ไม่มีรูปนี้ใช้

 

9. The United States and Canada have many trade agreements that benefit ______________. 

(สหรัฐฯ และแคนาดา   มีข้อตกลงทางการค้าจำนวนมาก  ซึ่งให้ประโยชน์ ________________)

(a) other

(b) other one

(c) one the other

(d) each other     (ซึ่งกันและกัน)

ตอบ    –    ข้อ   (d)   เนื่องจากใช้กับ  คน,  สัตว์,  สิ่งของ  ที่มีจำนวน    แต่ถ้ามีจำนวน  ตั้งแต่    ขึ้นไป  ใช้   “one another

 

10. ________________ earlier about your coming, we would have prepared something to eat.

(_______ แต่เนิ่นๆเกี่ยวกับการมาของคุณ   เราคงจะได้เตรียมอะไรบางอย่างไว้  (ให้คุณ)  กินแล้ว)

(a) If we had informed

(b) If we were informed

(c) Had we informed

(d) Had we been informed    (ถ้าเราได้รับการแจ้ง  หรือบอก)

ตอบ   –   ข้อ   (d)   เนื่องจากเป็น   “If clause  แบบที่  (Past unreal)  (ไม่เป็นจริงในอดีต)  คือการสมมติเหตุการณ์ในอดีต  ที่เกิดตรงกันข้ามกับข้อความในประโยค   ที่ผู้พูดสมมติย้อนหลังเหตุการณ์ที่ได้ผ่านไปแล้ว  ทั้งนี้  ความหมายของประโยคข้างบน  คือ  “เรามิได้รับการแจ้งแต่เนิ่นๆ  ดังนั้น  เราจึงไม่ได้เตรียมอาหารไว้ให้คุณกิน”   สำหรับข้อความ   “Had we been informed”  แปลงมาจาก   “If we had been informed”   (เรียกโครงสร้างแบบนี้ว่า  “Reverse”  หรือ  “Inversion”  หรือ  “ผกผัน” )   ซึ่งทั้ง    ข้อความมีความหมายเหมือนกันทุกประการ

 

11. Nowadays, one of the most popular forms of risky sports _________________ car racing.

(ในปัจจุบัน  หนึ่งในบรรดารูปแบบที่เป็นที่นิยมมากที่สุดของกีฬาเสี่ยงภัย (มีอันตราย) ________ การแข่งรถยนต์)

(a) are

(b) is    (คือ)

(c) was

(d) have been

ตอบ    –    ข้อ   (b)   เนื่องจาก ประธานของประโยค  คือ  “One”  ที่ขยายด้วย  “Adjective phrase”  (of the most popular forms of risky sports)  ซึ่งเป็นเอกพจน์  (หมายถึง  “One”)   และใช้กับ  “Is”   เพราะเป็นเหตุการณ์ปัจจุบัน  ส่วนข้อ  (a)  และ  (d)  ใช้กับประธานพหูพจน์

 

12. Judy’s husband asked her to buy ______________________________________ for him.

(สามีของจูดี้ขอร้องให้เธอซื้อ ________________________________________ ให้เขา)

(a) a very blue pretty Italian shirt

(b) a very pretty Italian blue shirt

(c) a very Italian pretty blue shirt

(d) a very pretty blue Italian shirt    (เสื้อเชิ้ตอิตาเลียนสีน้ำเงินที่สวยงามมาก)

ตอบ    –    ข้อ   (d)   เนื่องจากต้องเรียง  “ประเทศที่ผลิต”  อยู่ติดกับคำนามที่มันขยาย  ถัดไปเป็น   “สี”  ถัดไปถ้ามี   “ขนาด” (big, small)   ก็ต่อด้วย  “ขนาด”  แล้วต่อด้วย  “คุณสมบัติอื่นๆ”  เช่น  “สวย”  หรือ  “ไม่สวย”  ดังในประโยคข้างบน,  ซึ่งในการเรียงคำในภาษาไทย  และอังกฤษ  จะเรียงกลับกัน   กล่าวคือ  เวลาแปลภาษาอังกฤษเป็นไทย  จะต้องแปลจากข้างหลังย้อนขึ้นไปข้างหน้า   เช่น  “เสื้อ-อิตาเลียน-สีฟ้า-สวยงาม-มาก”  สำหรับตัวอย่างอื่นๆ  เช่น

(๑) บ้าน  (๒) ทรงไทย  (๓) สีขาว  (๔) หลังใหญ่  (๕) สวยงาม  (๖) มาก  (๗) สองหลัง  (๘) เหล่านั้น

(8) Those (7) two (6) very (5) beautiful (4) big (3) white (2) Thai-style (1) houses

                                                ตัวอย่างอื่นๆ  ได้แก่

  • I want to buy those two brown wood tables.

(ผมต้องการซื้อโต๊ะไม้สีน้ำตาล ๒ ตัวเหล่านั้น)

  • She is a very sweet little old lady.

(เธอเป็นสุภาพสตรีชราตัวเล็กๆที่หวานมาก)

  • Have you seen this interesting English book?

(คุณได้เห็นหนังสือภาษาอังกฤษที่น่าสนใจเล่มนี้หรือยัง)

  • She wanted to buy these two old brick houses.

(เธอต้องการซื้อบ้านอิฐเก่า หลังเหล่านี้)

  • There are two small Chinese gold cups in the shop window.

(มีถ้วยทอง (ทำใน) จีนเล็กๆ ใบ ในตู้โชว์ของร้าน)

  • These old dilapidated houses are not safe.

(บ้านที่ทรุดโทรมเก่าๆเหล่านี้ไม่ปลอดภัย)

  • She gave me a round white plastic drinking cup.

(เธอให้ถ้วย (สำหรับ) ดื่มน้ำพลาสติกสีขาวกลม ๑ ใบ แก่ผม)

  • We have bought two white electric washing machines.

(เราซื้อเครื่องซักผ้าไฟฟ้าสีขาว ๒ เครื่อง)

 

13. __________________________________________________ break your promise.

(____________________________________________________ ผิดคำมั่นสัญญา)

(a) You’d not better

(b) You had not better

(c) You’d better not    (คุณไม่ควร)

(d) You would better not

ตอบ    –    ข้อ   (c)   เนื่องจากต้องใช้รูป   “Subject + Had better + Not + Verb 1”   เสมอ  ในรูปปฏิเสธของ  “Had better

 

14. She is looking for ________________________________________________________.

(เธอกำลังมองหา _____________________________________________________)

(a) employ    (จ้าง, ว่าจ้าง, ใช้, ใช้สอย, ใช้เวลา)  (เป็นคำกริยา)

(b) employed

(c) employment    (การจ้าง, การว่าจ้าง, การงาน, อาชีพ, ธุรกิจ)  (เป็นคำนาม)

(d) employing

ตอบ   –    ข้อ   (c)   เนื่องจากหลัง    Preposition   “For”   ต้องใช้คำนาม

 

15. We all know __________________________________________ Peter is at playing golf.

(เราทุกคนรู้ว่า  ปีเตอร์ ________________________________________ ในการเล่นกอล์ฟ)

(a) how well

(b) how badly

(c) how much

(d) how good    (เก่งขนาดไหน)

ตอบ    –    ข้อ   (d)   เพราะมาจาก   “Good at”  (เก่ง)  ทั้งนี้  ความหมายของประโยคข้างบน  คือ   “เราทุกคนรู้ว่า  ปีเตอร์เล่นกอล์ฟได้เก่งมาก”   เช่นในประโยค

  • He is good at playing tennis.

(เขาเล่นเทนนิสเก่ง)

  • She is good at cooking.

(เธอปรุงอาหารเก่ง)

  • They were good at playing football when they were in college.

(พวกเขาเล่นฟุตบอลเก่ง ตอนเรียนอยู่มหาวิทยาลัย)

                                                อย่างไรก็ตาม  เราต้องใช้รูปแบบตามประโยคข้างล่าง

  • We all know how well Peter can play golf.

(เราทุกคนรู้ว่า  ปีเตอร์เล่นกอล์ฟได้เก่งขนาดไหน)

(ในประโยคข้างบน  เราต้องใช้    “How well”  (กริยาวิเศษณ์)  เนื่องจากขยายกริยา  “can play”)

 

16. He asked me _____________________________________________________ a match.

(เขาขอไม้ขีดไฟ __________________________________________________ ผม)

(a) of

(b) about

(c) for    (จาก)

(d) (No word is needed.)

ตอบ        ข้อ    (c)   นื่องจาก   “Ask for something”   หมายถึง  ขอสิ่งนั้น   เพราะอยากได้มัน   หรืออยากจะทำมัน  เช่น

  • She asked for a drink of water.

(เธอขอดื่มน้ำ)

  • I asked for help with my project.

(ผมขอความช่วยเหลือในโครงการของผม)

  • My wife asked for one of my shirts for poor man.

(ภรรยาของผมขอเสื้อเชิ้ตผม      ตัว ให้ชายที่น่าสงสารคนนั้น)

                                                 สำหรับ  “Ask for someone”  หมายถึง   “อยากจะพูดคุยกับผู้นั้น”  เช่นประโยค

  • My mother said that Tom had called asking for me.

(แม่ของผมกล่าวว่า   ทอมโทรศัพท์มาจะขอพูดกับผม)

                                                สำหรับคำคุณศัพท์  (Adjective)  ที่ใช้กับ   “For”  ได้แก่  “Responsible”  (He is responsible for the job. = เขารับผิดชอบต่องาน),  “Ready”  (เตรียมพร้อมต่อ)  -  “Are you ready for your new job?”  (คุณเตรียมพร้อมสำหรับงานใหม่หรือเปล่า),  “Qualified”  (มีคุณสมบัติเหมาะสมกับ) – She was qualified for the job.  (เธอมีคุณสมบัติตรงกับงาน),  “Essential”  (จำเป็นอย่างยิ่ง),  “Good”  (เป็นประโยชน์ต่อ)  -  “It is good for you to get up early.”  (มันดีสำหรับคุณที่ตื่นนอนแต่เช้าตรู่), “Suitable”  (เหมาะสม),  “Famous”  (มีชื่อเสียง)  -  “Thailand is famous for the hospitality of its people.”  (เมืองไทยมีชื่อเสียงในเรื่องความเอื้อเฟื้อของผู้คน),  “Eager”  (กระตือรือร้น), “Sorry”  (เสียใจกับ)  -  “I’m sorry for any damage I may occur.”  (ผมเสียใจสำหรับความเสียหายใดๆ ที่ผมอาจทำให้เกิดขึ้น), “Sufficient”  (เพียงพอ), “Fit”  (เหมาะสม)  -  “These clothes are fit for me.”  (เสื้อผ้าพวกนี้เหมาะสำหรับผม), “Unfit”,  “Perfect”  (สมบูรณ์แบบ), “Grateful”  (ขอบคุณต่อ) -  I am very grateful to you for your assistance.  (ผมขอบคุณคุณอย่างมาก  สำหรับความช่วยเหลือของคุณเป็นต้น

                                                 ส่วนคำกริยา  (Verb)  ที่ใช้กับ  “For”  เช่น  “Buy something for someone”  (ซื้ออะไรให้ใคร)  -  “I bought a present for her on her birthday.”  (ผมซื้อของขวัญให้เธอสำหรับวันเกิด),  “Wait”  (รอคอย)  -  They were waiting for their old friends at the airport.  (พวกเขากำลังรอคอยเพื่อนเก่าที่สนามบิน),  “Vote”  (ลงคะแนนให้)  -  “They will vote for the Republican only.”  (พวกเขาจะลงคะแนนให้เฉพาะกับพรรครีพับริกันเท่านั้น),  “Pay”  (จ่ายเงินค่า)  -  “I’ ll pay for the meal this time.”  (ผมจะจ่ายค่าอาหารให้มื้อนี้),  “Thank”  (ขอบคุณ)  -  “Thank you for your help.”  (ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือ), “Search  (ค้นหา)  -  “I’ll search for the data in the library.”  (ผมจะค้นหาข้อมูลในห้องสมุด),  “Look”  (ค้นหา)  -  “She is looking for her lost watch.”  (เธอกำลังค้นหานาฬิกาที่หายไป),  “Struggle”  (ต่อสู้ดิ้นรนเพื่อ)  -  “They have to struggle for their survival.” (พวกเขาจำเป็นต้องต่อสู้ดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด),  “Exchange”  (แลกเปลี่ยนเพื่อ),  “Beg”  (ขอร้อง)  -  “The criminals begged for the judge’s mercy.”  (เจ้าอาชญากรขอความเมตตาจากผู้พิพากษา),  “Ask”  (ขอร้อง),  “Call”  (เรียกร้องให้มี, จำเป็นต้องมี)  -  “The country called for peaceful co-existence.”  (ประเทศนั้นเรียกร้องให้อยู่ร่วมกันโดยสันติ),  “Apologize”  (ขอโทษ),  “Charge”  (คิดค่า),  “Provide”  (จัดให้มี, เตรียมไว้สำหรับ)  -  “The company provided for comprehensive training.”  (บริษัทจัดให้มีการฝึกอบรมอย่างกว้างขวาง),  “Substitute”  (เอามาแทน),  “Hope”  (หวังจะได้-มี)  -  “We hope for better life in the future.”  (พวกเราหวังจะมีชีวิตที่ดีขึ้นในอนาคตเป็นต้น

                                             สำหรับวลี  (Phrase)  อื่นๆ ที่ใช้กับ  “For”  ได้แก่   “For good”  (อย่างถาวร, ตลอดกาล, ตลอดไป)  -  The lost money was gone for good.  (เงินที่หายไปหาไม่เจออีกเลย  -  คือสาบสูญอย่างถาวร)  -  He hoped that the repairs would stop the leak for good.  (เขาหวังว่าการซ่อมจะทำให้ท่อหยุดรั่วไหลไปตลอดกาล),  “For all I Know  (เท่าที่ผมรู้มา, บางที, เป็นไปได้)  -  For all I know, they had eloped a month before the girl’s parents knew  (บางที หรือ เป็นไปได้ที่ว่า  หนุ่มสาวคู่นั้นได้หนีตามกันไป  ๑ เดือน ก่อนหน้าที่พ่อแม่ของฝ่ายหญิงจะรู้  -  คือ ผมบอกไม่ได้ว่า  เป็นอย่างนั้น จริงๆ  ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์  หรือไม่  แต่คิดว่า บางที  อาจจะเป็นเช่นนั้น),  “For the time being”  (เดี๋ยวนี้, ในขณะนี้, ชั่วขณะ, ชั่วคราว)  -  I haven’t any note paper, but this envelop will do for the time being.  (ผมไม่มีกระดาษโน๊ตเลย  แต่ว่าซองจดหมายนี้ก็ใช้แทนได้  สำหรับใน ขณะนี้)  -  She hasn’t found an apartment yet; she is staying with her aunt for the time being.  (เธอยังหาห้องเช่าไม่ได้เลย  เธอกำลังพักอยู่กับป้าชั่ว คราว  จนกว่าจะห้องเช่าได้)“For instance (= For example)”  (ตัวอย่างเช่น),   “For sure (= For certain”  (อย่างแน่นอน, อย่างไม่ต้องสงสัยเลย, แน่นอนทีเดียว)  -  He didn’t know for sure ( for certain) which bus to take.  (เขาไม่รู้อย่างแน่ชัดว่าจะต้องขึ้นรถเมล์คันไหน  -  คือ ไม่แน่ใจ),  เป็นต้น

 

17. I remember Margaret Field very well – the girl with _______________________________.

(ผมจำมาร์กาเร็ต ฟิล์วด  ได้ดีมาก   เด็กหญิงที่มี ________________________________)

(a) that red wonderful hair

(b) that wonderful red hair    (ผมสีแดงน่าพิศวง-มหัศจรรย์คนนั้น)

(c) those red wonderful hairs

(d) those wonderful red hairs

ตอบ       ข้อ    (b)   ดูคำอธิบายการเรียงคำคุณศัพท์ขยายหน้าคำนาม ในข้อ  ๑๒  ของข้อสอบชุดนี้

 

18. _________________________________________________ blind can see nothing.

(________________________________________ ตาบอดไม่สามารถมองเห็นอะไร)

(a) The    (คน)

(b) A

(c) All

(d) Every

ตอบ   –   ข้อ   (a)   เนื่องจากเป็นการใช้   “The”  นำหน้าคำคุณศัพท์   หมายถึง  “บุคคลประเภทนั้นๆ”   เช่น   “The blind” (คนตาบอด),  “The deaf” (คนหูหนวก),  “The dumb” (คนเป็นใบ้),   “The rich”  (คนรวย),  “The poor”   (คนจน),  ฯลฯ  ดูเพิ่มเติมจากตัวอย่างข้างล่าง

                                                        ตัวอย่างที่ 

  • If there is a problem of youth, I think it is elderly people who create it, _____________.

(ถ้ามีปัญหาของเด็กวัยรุ่น  ผมคิดว่ามันคือผู้สูงอายุนั่นแหละที่สร้างมันขึ้นมา, ______________)

(a) not the young himself

(b) not the youngs themselves

(c) not the youngs himself

(d) not the young themselves    (มิใช่ตัวของเด็กวัยรุ่นเอง)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เป็นการใช้   “The”  นำหน้าคำคุณศัพท์  (Young)  ทำให้กลายเป็นคำนามหมายถึง   “เด็กวัยรุ่น”   ซึ่งถือเป็นพหูพจน์  (โดยไม่ต้องเติม  “S”)  จึงต้องใช้รูป  “Reflexive pronoun”  (Himself, Herself, Itself, Myself, Yourself, Yourselves, Themselves, Ourselves)  คือ   คำสรรพนามที่สะท้อนเข้าหาตนเอง  ว่า  “Themselves”   (สำหรับ  “The young”)  ดูเพิ่มเติมการใช้  “The”  นำหน้าคำคุณศัพท์   แล้วกลายเป็นคำนาม  พหูพจน์จากประโยคข้างล่าง

                                                      ตัวอย่างที่  

  • The brave ____________________________________________ always honoured.

(ผู้กล้าหาญ _______________________________________ (ผู้) ได้รับเกียรติยศอยู่เสมอ)

(a) is

(b) are    (เป็น)

(c) was

(d) were

ตอบ   -   ข้อ   (b)   “The brave”  =  “ผู้กล้าหาญ”  ถือเป็นคำนาม  พหูพจน์  และในประโยคนี้เป็น  “ข้อเท็จจริง”  (Fact)  ที่เป็นความจริงเสมอ  ถือเป็นเรื่องปัจจุบัน  จึงต้องใช้กับ  “Present simple tense”  (Subject + Verb 1)  กริยาจึงเป็น  “Are

                                                        ตัวอย่างที่  

  • In the cities ______________________ live as hard a life as they were in the villages.

(ในเมืองใหญ่ ___________ ดำรงชีวิตที่ยากลำบาก  เท่าๆ กับตอนที่พวกเขาอาศัยอยู่ในหมู่บ้าน)  (คือย้ายมาอยู่ในเมือง  แล้วก็ยังลำบากเหมือนในอดีต  ตอนอยู่บ้านนอก)

(a) poor man

(b) a poor

(c) the poor    (คนจน)

(d) the poor men

ตอบ  -  ข้อ   (c)   “The poor”   หมายถึง   “คนจน”  ถือเป็นคำนามพหูพจน์จึงใช้กับกริยา  “Live

                                                  ตัวอย่างที่        (จงหาที่ผิดหลักไวยากรณ์  จาก ข้อ  (๑) – (๔)

  • The American Red Cross is (1) one of the volunteer (2) organizations (3) which purpose is to help (4) the sick and the needy.

(กาชาดอเมริกันเป็นหนึ่งในบรรดาองค์กรอาสาสมัคร  ซึ่งวัตถุประสงค์ของมันคือ  ช่วยคนเจ็บป่วยและคนยากคนจน)

ตอบ    –     ข้อ      แก้เป็น   “Whose”  เนื่องจากแสดงความเป็นเจ้าของ (วัตถุประ สงค์ของมัน)   และนำหน้าอนุประโยค   (whose purpose…………………..the needy)  สำหรับข้อ    (The sick and the needy)  ถูกต้องแล้ว  เพราะเราใช้  “The”  นำหน้าคำคุณศัพท์   (Sick และ needy)   หมายถึงบุคคลประเภทนั้นๆ   (“คนป่วย”   และ  “คนยากคนจน”)   และถือเป็นคำพหูพจน์ด้วย   ซึ่งต้องใช้กับกริยา  “Are, Were, Have”   (หรือ กริยาตัวอื่นๆ ที่อยู่ในรูปพหูพจน์  -  คือไม่ต้องเติม “s”)   เช่น  “the poor”  (คนจน),  “the rich” (คนรวย),  “the blind”   (คนตา บอด),  “the wise”  (คนฉลาด, นักปราชญ์),  “the brave”  (คนกล้าหาญ),  “the elderly” (คนสูงอายุ),  “the young” (คนหนุ่มสาว),  “the old”  (คนแก่),  “the deaf”  (คนหูหนวก),   “the dumb”  (คนเป็นใบ้),   นอกจากนั้น   Verb + ing (Present participle)   และ กริยาช่องที่     (Past participle)  ซึ่งถือเป็นคำคุณศัพท์ประเภทหนึ่ง   แต่เมื่อนำหน้าด้วย  “The”  เช่น  “The dying” (คนที่กำลังจะตาย)   หรือ  “The wounded”  (คนเจ็บ),   “The injured”  (คนเจ็บ),  “The handicapped”  (คนพิการ),   ก็ถือเป็นคำนามประเภทหนึ่งเช่นเดียวกัน   และถือเป็นคำพหูพจน์ด้วย   และใช้กับกริยา   “are, were, have”  เช่นกัน   ดังตัวอย่างประโยค

  • The rich are not always happy.

(คนรวยมิใช่ว่าจะมีความสุขเสมอไป)

  • The poor have asked for help from the government

(คนจนได้ขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลแล้ว)

  • In the old days, the elderly were highly respected by the young.

(ในสมัยก่อน  ผู้สูงอายุได้รับความเคารพอย่างสูงจากคนหนุ่มสาว)

  • The wounded were taken to hospital.

(คนเจ็บถูกนำส่งโรงพยาบาล)

  • The dying were being attended by the doctors.

(ผู้ที่กำลังจะตายกำลังได้รับการดูแลจากแพทย์)

  • The wise are cleverer (= more clever) than general people.

(คนฉลาดมีความฉลาดมากกว่าคนทั่วๆไป)

  • The blind do not see what other people see.

(คนตาบอดมองไม่เห็นในสิ่งที่คนอื่นเห็น)

  • The deaf typically need hearing aids.

(คนหูหนวกโดยทั่วไปต้องการเครื่องช่วยฟัง)

 

19. The director took two hours ________________________________________________.

(ผู้อำนวยการใช้เวลา ชั่วโมง _____________________________________________)

(a) explaining us the new plan

(b) to explain us the new plan

(c) explaining the new plan to us

(d) to explain the new plan to us    (ในการอธิบายแผนการใหม่ให้พวกเราฟัง)

ตอบ   –   ข้อ  (d)   เนื่องจาก {Take + “เวลา” + To + Verb 1} สำหรับข้อ  (b)  ไม่มีการใช้โครงสร้างแบบนี้

 

20. ______________________________________ your examination, you must work harder.

(______________________________________ การสอบของคุณ  คุณจะต้องขยันมากขึ้น)

(a) Passing

(b) To pass    (เพื่อที่จะผ่าน)

(c) Having passed

(d) Passed

ตอบ   –   ข้อ    (b)   ดูเพิ่มเติมการใช้   “Infinitive with to” (To + Verb) + ส่วนขยาย  เพื่อแสดงวัตถุประสงค์  ว่าประธานฯ ที่อยู่ข้างในประโยค  (หลังเครื่องหมายคอม ม่า)  ทำกริยาโดยมีวัตถุประสงค์อะไร   จากประโยคข้างล่าง

                                                      ตัวอย่างที่  

A: “Why did they go up the mountain?”

(ทำไมพวกเขาจึงขึ้นไปบนเขา)

B: “__________________________________________________ the eclipse of the moon.”

(________________________________________________________ จันทรคราส)

(a) Watched

(b) Watching

(c) Had watched

(d) To watch    (เพื่อจะดู)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   ใช้   “Infinitive with to”  (To + Verb 1)  นำหน้าประโยค  (หรือ  ไว้ข้างในประโยคก็ได้)  เพื่อแสดงวัตถุประสงค์  ว่าประธานฯ ทำกริยานั้นๆ เพื่ออะไร  ในกรณีของประโยคข้างบน  “ขึ้นไปบนเขา  เพื่อดูจันทรคราส” 

                                       ตัวอย่างที่      จงเลือกข้อที่ผิดหลักไวยากรณ์  จาก ข้อ  (๑)  -  (๔)

  • Designers of (1) consumer products consult research personnel to (2) be determine public (3) reaction to new designs and to (4) obtain new ideas.

(นักออกแบบสินค้าบริโภค  จะปรึกษากับบุคลากรด้านการวิจัย  เพื่อกำหนดปฏิกิริยาของสาธารณชน  ที่มีต่อรูปแบบสินค้าใหม่ๆ  และเพื่อให้ได้รับความคิดใหม่ๆด้วย)

ตอบ   –   ข้อ  (2)   แก้เป็น   “Determine”  เนื่องจากตามหลัง  “To”  จึงต้องอยู่ในรูป  “Infinitive” (Verb 1)  (ปรึกษากับ........................เพื่อ...........................)   กล่าวคือ  “ประธานของประโยค   ทำกริยา  เพื่อวัตถุประสงค์อย่างหนึ่ง”  ซึ่งในกรณีนี้เป็นการใช้“  To + Verb 1”  ขยายหลังคำกริยา   ทำหน้าที่เป็นกริยาวิเศษณ์  (Adverb)  เพื่อบอกว่า  ทำกริยานั้นเพื่อวัตถุประสงค์อะไร   เช่น

  • All students come to school to learn.

(นักเรียนทุกคนมาโรงเรียนเพื่อจะเรียน)

  • People should eat to live, not live to eat.

(คนเราควรกินเพื่ออยู่มิใช่อยู่เพื่อกิน)

  • I went there to meet my old friends.

(ผมไปที่นั่นเพื่อพบเพื่อนเก่า)

  • She studied hard to get a scholarship.

(เขาเรียนหนักเพื่อให้ได้รับทุนการศึกษา)

  • We stopped at the restaurant to eat.

(เราแวะที่ภัตตาคารเพื่อกินอาหาร)

  • He works hard to pass the exam.

(เขาขยันเรียนเพื่อจะได้สอบผ่าน)

  • She gets up early to catch the bus.

(เธอตื่นแต่เช้าเพื่อให้ทันรถเมล์)

  • They stayed up late to study for their exam.

(พวกเขาอยู่จนดึกเพื่อศึกษาสำหรับการสอบ)

                                               ในหลายๆ กรณี  นิยมนำ  “To + Verb 1”   มาวางไว้ข้างหน้าประโยค  เพื่อแสดงวัตถุประสงค์ของประธานฯ  ที่อยู่ข้างในประโยค  (หลังเครื่องหมายคอมม่า)  ว่า  (ประธานฯ)  ทำกริยาด้วยวัตถุประสงค์ใด  ดังประโยคข้างล่าง

  • To see the doctor at his office, you must make an appointment with him.

(เพื่อที่จะพบแพทย์ที่สำนักงานของเขา, คุณจะต้องทำการนัดหมายกับเขา)

(ใช้วลีที่ขึ้นต้นด้วย  “Infinitive with to” (To + verb 1)  วางไว้ข้างหน้าประโยค  เพื่อแสดงวัตถุประสงค์  หมายถึง   “เพื่อที่จะ..........................”  หรืออาจใช้  “In order to”  หรือ  “So as to”   แทนก็ได้   นอกจากนั้น   ยังสามารถเอาวลีที่ขึ้นต้นด้วย  “To + Verb 1”   ไปไว้ข้างท้ายประโยคก็ได้   โดยความหมายเหมือนเดิมทุกประการ  (แต่ควรมีการเปลี่ยนสรรพนามให้เหมาะสม)  ดังเช่นประโยคข้างบน  สามารถเขียนได้ใหม่เป็น

  • You must make an appointment with the doctor to see (so as to see  หรือ  in order to see) him at his office.

                                                ตัวอย่างประโยคอื่นๆ ในแบบนี้ เช่น

  • To succeed in life, one must work hard.

(เพื่อจะประสบความสำเร็จในชีวิต  คนเราต้องทำงานหนัก)  (ประโยคนี้มีความหมายเหมือนอีก    ประโยคข้างล่าง)

(= One must work hard to succeed in life.)

(= In order to succeed in life, one must work hard.)

(= So as to succeed in life, one must work hard.)

(= One must work hard in order to (so as to) succeed in life.)

  • To speak good English, you must practice speaking it every day.

(เพื่อที่จะพูดภาษาอังกฤษได้ดี  คุณจะต้องฝึกพูดมันทุกวัน)  (ประโยคนี้มีความหมายเหมือนอีก    ประโยคข้างล่าง)

(= In order to speak good English, you must practice speaking it every day.)

(= So as to speak good English, you must practice speaking it every day.)

(= You must practice speaking it every day to (in order to, so as to) speak good English.)

  • To be there in time, you must get up early.

(เพื่อที่จะไปที่นั่นให้ทันเวลา  คุณจะต้องตื่นแต่เช้า)

(= So as (In order) to be there in time, you must get up early.

(= You must get up early to (in order to, so as to) be there in time.)

  • To get a scholarship to study abroad, you must spend more time with your study.

(เพื่อให้ได้ทุนไปเรียนต่างประเทศ  คุณจะต้องใช้เวลามากขึ้นในการเรียนของคุณ)

(= In order (So as) to get a scholarship, you must…………..........……….

(= You must spend more time with your study to get (in order to get, so as to get) a scholarship to study abroad.)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”                

 

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป