หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 422)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Part V: Sentence Completion   (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

 

1. Many of these costumes for the play are torn __________________________________.

(เครื่องแต่งกายสำหรับละครเหล่านี้จำนวนมากฉีกขาด ____________________________)

(a) and mending is required for them

(b) but need mending    (แต่ต้องการการซ่อมแซม  หรือได้รับการซ่อมแซม)

(c) and need to be mended    (และต้องการถูกซ่อมแซม  หรือ  ได้รับการซ่อม แซม)

(d) but require to be mended

ตอบ   -   ข้อ   (c)   “Need”  (ต้องการ)  สามารถตามด้วยโครงสร้าง    แบบ คือ   “Need + Verb + ing”  และ  “Need + To be + Verb 3”   โดยมีความหมายเหมือนกัน   สำหรับประโยคข้างบน   อาจตอบข้อ  (b)  ก็ได้  แต่ต้องแก้เป็น   “and need mending”  (ต้องการการซ่อมแซม  )  ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

                                                     ตัวอย่างที่  ๑

  • That little child will need ______________________________________________.

(เด็กเล็กๆ คนนั้นจะต้องการ _____________________________________________)

(a) looking after    (การดูแล, การเอาใจใส่)

(b) to look after

(c) being looked after

(d) to be looking after

ตอบ   -   ข้อ   (a)   เนื่องจาก  “Need”  (ต้องการ)  สามารถตามด้วยโครงสร้าง แบบ  โดยมีความหมายเหมือนกัน  คือ  “Need + Verb + ing” (Need + Looking after)  และ  “Need + To Be + Verb 3” (Need + To Be + Looked after)  (ต้องการถูกดูแล-เอาใจใส่ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

  • These clothes need washing.

(= These clothes need to be washed.)

(เสื้อผ้าเหล่านี้ต้องการการซักล้าง)  (= ต้องการถูกซักล้าง)

  • The room needs cleaning.

(= The room needs to be cleaned.)

(ห้องต้องการการทำความสะอาด)  (= ต้องการถูกทำความสะอาด)

  • His car needs repairing soon.

(= His car needs to be repaired soon.)

(รถยนต์ของเขาต้องการการซ่อมแซมโดยเร็ว)  (= ต้องการถูกซ่อมแซมฯ)

 

2. Take exercises __________________________________________________________.

(จงออกกำลังกาย  ____________________________________________________)

(a) whenever you will have time    (เมื่อใดก็ตามที่คุณมีเวลา)

(b) or otherwise you will be missing it    (มิฉะนั้น คุณจะพลาดมันไป)

(c) while you shall have to work    (ในขณะที่คุณจำเป็นต้องทำงาน)

(d) if you want to keep well    (ถ้าคุณต้องการมีสุขภาพดี)

ตอบ   -   ข้อ  (d)   เนื่องจากได้ความหมายดีที่สุด   สำหรับ ข้อ  (a)   กริยาในอนุประโยคที่นำด้วย  “Whenever”  (เมื่อใดก็ตาม)  จะอยู่ในรูป  “Simple tense” (Present simple or Past simple)  ขึ้นอยู่กับ  “Tense”   ในประโยคใหญ่  เช่น  “He liked to invite me whenever he had a party.”  (เขาชอบเชิญผม  เมื่อใดก็ตามที่เขามีงานเลี้ยง)   หรือ   “She comes to visit me whenever she has time.”  (เธอมาเยี่ยมผม  เมื่อใดก็ตามที่เธอมีเวลา)   ทั้งนี้  ในข้อ  (a)  ความหมายเป็นปัจจุบัน  เนื่องจากเป็นคำแนะนำทั่วๆ ไป  จึงต้องใช้รูป  “Present simple tense”  ว่า  “Whenever you have time”  ส่วนในข้อ  (b)  เป็นการใช้คำซ้ำ  คือ  “Or  และ  Otherwise”  ซึ่งทั้ง    คำ หมายถึง   “มิฉะนั้น”  จึงเลือกข้อนี้ไม่ได้   ส่วนในข้อ  (c)  ผิดทั้งความหมายและไวยากรณ์  กล่าวคือ  “Shall”  เมื่อใช้กับ  “You, They, He, She, It”  (นอกจาก  “I, We”หมายถึง  “จะต้อง, จำเป็นต้อง”   ถือเป็น   “คำสั่ง หรือ ข้อบังคับ”   ให้ต้องทำเช่นนั้นเช่นนี้   เช่นในประโยค   “All company’s staff shall come to work on time.”   (พนักงานของบริษัททุกคน  จะต้องมาทำงานให้ทันเวลา)  ซึ่งไปซ้ำกับ  “have to  =  จะต้อง, จำเป็นต้อง”  จึงเลือกข้อนี้ไม่ได้

 

3. Mary wanted neither the assignment in Tokyo nor _______________________________.

(แมรี่ไม่ต้องการทั้งงานในโตเกียว  และ _____________________________________)

(a) to be sent to Chicago    (ถูกส่งไปชิคาโก)

(b) did he want to go to the Chicago    {(ไม่) ต้องการไปชิคาโก}

(c) the job in Chicago    (งานในชิคาโก)

(d) at Chicago    (ชื่อเมือง ต้องใช้กับ  “In”)

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากต้องเลือกใช้ข้อความให้สมดุลกัน  ในที่นี้   “The assignment (in Tokyo)”  เป็นกรรม (ตัวแรก  และอยู่ในรูปคำนาม)  ของกริยา  “Wanted”  โดยอยู่หลัง  “Neither”   จึงต้องใช้  “the job (in Chicago)”  ซึ่งอยู่หลัง   “nor”  และเป็นกรรมตัวที่    และอยู่ในรูปคำนามเช่นเดียวกัน  ซึ่งกล่าวได้ว่า   เป็นการใช้กรรม    ตัว ให้มีลักษณะเดียวกัน  หรือสมดุลกันนั่นเอง

 

4. The silence was broken by the clash of the garden gate, a tap at the door, and __________.

(ความเงียบถูกทำให้หมดไปโดยเสียงปะทะกันดังโครมของประตูสวน,  เสียงเคาะเบาๆที่ประตู,  และ ___________)

(a) the door is opened    (ประตูถูกเปิด)

(b) is opened

(c) being opened

(d) its opening    {การเปิดออกของมัน  (ประตู)}

ตอบ   -   ข้อ  (d)   เป็นการใช้   “กรรม”  (คำนาม  ซึ่งในที่นี้มีส่วนขยาย  เรียกว่า “วลี”)  ของ  “By”  ให้สมดุลกันทั้ง    ตัว  คือ  “The clash (of the garden gate)”,  “A tap (at the door)”,  และ  “Its opening”  โดยกรรมทั้ง  ๓  ตัวนี้  ล้วนอยู่ในรูปของวลี  ดูเพิ่มเติมการใช้โครงสร้างในประโยคให้สมดุลกัน  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                                      ตัวอย่างที่ 

  • Manufacturing industries are usually located in regions that have abundant natural resources, good transportation systems, __________, and large populations.

(อุตสาหกรรมการผลิต  ตามปกติแล้วตั้งอยู่ในบริเวณซึ่งมีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์, ระบบการขนส่งที่ดี, ___________ , และประชากรมาก)

(a) the climates are mild

(b) mild climates    (ภูมิอากาศไม่ร้อนหรือหนาวเกินไป)

(c) mild and climates

(d) the climates, when mild

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากเป็นการใช้โครงสร้างในประโยคแบบสมดุล  คือ  เป็นวลี  (คำนาม)  เนื่องจากเป็นกรรมตัวที่    ของกริยา  “Have”  (มี)   คือ  “.........................ในบริเวณซึ่งมี  ๑.  ทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์,  ๒. ระบบการขนส่งที่ดี,  ๓.  ภูมิอากาศไม่ร้อนหรือหนาวเกินไป,  และ  ๔. ประชากรมาก   ดูเพิ่มเติมการใช้โครงสร้างแบบสมดุลจากตัวอย่างข้างล่าง

                                                   ตัวอย่างที่ 

  • The Cabinet consists of secretaries of departments who report to the president, give him advice, and ____________ decisions.

(คณะรัฐบาล (ของสหรัฐฯ)  ประกอบด้วย  รัฐมนตรีของกระทรวงต่างๆ  ผู้ซึ่งรายงาน (ขึ้นตรง)  ต่อประธานาธิบดี,  ให้คำแนะนำกับเขา,  และ ___________  ตัดสินใจ)

(a) helping him making

(b) helping him make

(c) help him making

(d) help him make    (ช่วยเขาทำการ)

ตอบ   –   ข้อ   (d)   เนื่องจากเป็นการใช้คำให้สมดุล  (Balance)  คือ  “Report”  (รายงาน),   “Give”  (ให้)  และ “Help”  (ช่วย)  อย่างไรก็ตาม  สามารถใช้ได้อีกแบบหนึ่ง  คือ  “Help him to make”  ก็ได้  ดูเพิ่มเติมการใช้โครงสร้างประโยคแบบสมดุล  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                                      ตัวอย่างที่ 

  • He is a man of great intelligence and ___________________________________.

(เขาเป็นบุคคลซึ่งมีความเฉลียวฉลาดและ ___________________________ อย่างมาก)

(a) skillful    (เชี่ยวชาญ, ชำนาญ, มีฝีมือ, ช่ำชอง, มีความสามารถ, คล่องแคล่ว)

(b) who is skillful

(c) with skill

(d) skill    (ทักษะ-ความชำนาญ)

ตอบ   -   ข้อ    (d)   เป็นการใช้โครงสร้างในประโยคแบบสมดุล   คือ  หลัง  “Preposition”  (Of)   ตามด้วยคำนามทั้ง    คำ  คือ  “Intelligence”  และ  “Skill 

                                                    ตัวอย่างที่ 

  • My parents always stressed the importance of honesty, fairness, and ______________.

(พ่อแม่ของผมเน้นย้ำอยู่เสมอถึงความสำคัญของความซื่อสัตย์,  ความยุติธรรม,  และ ________)

(a) to be punctual

(b) punctually

(c) punctuality    (การตรงต่อเวลา)  (เป็นคำนาม)

(d) punctual    (ตรงต่อเวลา)  (เป็นคำคุณศัพท์)

ตอบ   -   ข้อ    (c)   เนื่องจากต้องใช้คำในประโยคให้สมดุลกัน  คือ  หลัง   “Of”  เป็นกรรม  ซึ่งต้องเป็นคำนาม  (ความซื่อสัตย์,  ความยุติธรรม,  การตรงต่อเวลา)

                                                    ตัวอย่างที่ 

  • Tanya Holm is a dancer, choreographer, and ______________________________.

(ทานย่า  โฮล์ม  เป็นนักเต้นรำ, นักออกแบบท่าเต้นรำ, และ ______________________)

(a) dance teacher    (ครูสอนเต้นรำ)

(b) teach dancing

(c) she teaches dancing

(d) teacher for dance

ตอบ   -   ข้อ   (a)   เนื่องจากเป็นการใช้โครงสร้างในประโยคให้สมดุลกัน  คือ  ๑. นักเต้นรำ,  ๒. นักออกแบบท่าเต้นรำ,  และ  ๓. ครูสอนเต้นรำ

                                                      ตัวอย่างที่ 

  • That restaurant offers ____________________________________ and the elderly.

(ภัตตาคารแห่งนั้นเสนอ (มอบ) _________________________________ และผู้สูงอายุ)

(a) inexpensive meals and special services for children    (อาหารราคาถูกและบริการพิเศษสำหรับเด็ก)

(b) meals and special services for children that are inexpensive

(c) children to inexpensive meals and special services

(d) inexpensive meals for children and special services for

ตอบ   -   ข้อ    (a)    เนื่องจากเป็นการใช้โครงสร้างในประโยคแบบสมดุล  (กรรมของ  “Offers”)  คือ  (.........................เสนอ.....................” อาหารราคาถูกและบริการพิเศษ”  และ  “สำหรับเด็กและผู้สูงอายุ”)   หรืออาจตอบ  ข้อ  (d)  แต่ต้องแก้เป็น  “Inexpensive meals for children and special services for the elderly”  (อาหารราคาถูกสำหรับเด็ก  และ  บริการพิเศษสำหรับผู้สูงอายุ)   ซึ่งเป็นโครงสร้างแบบสมดุลเช่นเดียวกัน

                                                      ตัวอย่างที่ 

  • The two most important problems facing the country today are _________________.

(ปัญหาสำคัญที่สุด    ประการที่เผชิญหน้ากับประเทศอยู่ในปัจจุบัน  คือ _______________)

(a) crime prevention and controlling pollution

(b) preventing crime and pollution control

(c) crime prevention and pollution control    (การป้องกันอาชญากรรมและการควบคุมมลภาวะ)

(d) preventing crime and the control of pollution

ตอบ   -   ข้อ    (c)   เนื่องจากเป็นการใช้โครงสร้างประโยคแบบสมดุล   คือ  “การป้องกันอาชญากรรม”  และ  “การควบคุมมลภาวะ” 

                                                      ตัวอย่างที่ 

  • The technique of recording, classifying, and ____________ is known as accounting.

(เทคนิคของการบันทึก, แยกประเภท, และ _________ เป็นที่รู้จักกันในฐานะวิชาการทำบัญชี)

(a) an enterprise’s transactions summary

(b) the summarizing of an enterprise’s transactions

(c) transactions of an enterprise are summarized

(d) summarizing the transactions of an enterprise    {สรุปธุรกิจการค้าของกิจการ (บริษัท) แห่งหนึ่ง}

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากเป็นการทำรูปประโยคให้สมดุล  หรือมี  “Format”  เดียวกัน  โดยถือว่าตามหลัง  “Preposition”  (Of)  ต้องอยู่ในรูป  “Verb + ing”  (Of recording, classifying, and summarizing…….........…..…..)

                                                     ตัวอย่างที่ 

  • A lumberjack, or logger, is a worker who cuts down trees in a forest, saws them into logs, and ____________.

(ช่างตัดไม้, หรือคนทำ (ตัด) ไม้, คือคนงานผู้ซึ่งตัด (โค่น) ต้นไม้ในป่า, เลื่อยมันเป็นท่อน, และ ___________)

(a) he takes them to the mill

(b) takes them to the mill    (นำมันไปยังโรงสี)

(c) taking them to the mill

(d) to take them to the mill

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากเป็นการใช้ข้อความในประโยคให้สมดุลกัน  คือ  ช่างตัดไม้ทำหน้าที่  (กริยา)    อย่าง  คือ  ๑. โค่นต้นไม้ในป่า,  ๒. เลื่อยมันเป็นท่อน, และ  ๓. นำมันไปยังโรงสี 

                                                     ตัวอย่างที่  ๑๐

  • Eddy’s classmates at the college still talk about him as an excellent writer ____________.

(เพื่อนร่วมชั้นของเอ็ดดี้ที่มหาวิทยาลัย  ยังคงพูดเกี่ยวกับตัวเขาว่าเป็นนักเขียนยอดเยี่ยม _______)

(a) and he taught at the college, too

(b) who also played football

(c) and a good football player    (และนักฟุตบอลที่เก่ง)

(d) good football player

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เป็นการใช้คำในประโยคให้สมดุลกัน  คือ  “นักเขียนยอดเยี่ยม”  และ  “นักฟุตบอลที่เก่ง

                                                      ตัวอย่างที่  ๑๑

  • Freezing preserves meat because ___________, slows down the rate of enzyme action, and lowers the speed of spoilage.

(การทำให้เย็นจนแข็งตัวรักษาเนื้อไว้ได้  เพราะว่า ___________, ทำให้อัตราการเอนไซม์ (การทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางเคมีในสารอื่น โดยตัวมันเองไม่เปลี่ยนแปลง) ช้าลง, และทำให้ความเร็วของการเน่าเสียลดลง)

(a) the growth of microorganisms is prevented    (การเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์ถูกขัดขวาง)

(b) preventing microorganisms from growing    (ขัดขวางเชื้อจุลินทรีย์จากการเจริญเติบโต)

(c) microorganisms are prevented from growing    (เชื้อจุลินทรีย์ถูกขัดขวางจากการเจริญเติบโต)

(d) it prevents the growth of microorganisms    (มันขัดขวางการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากต้องทำโครงสร้างในอนุประโยค  (ขึ้นต้นด้วย  “Because”ให้มีความสมดุลกัน  คือ  “มัน  (การทำให้เย็นจนแข็ง)  ๑. ขัดขวางการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์,  ๒. ทำให้อัตราการเอนไซม์ช้าลง,  และ  ๓. ทำให้ความเร็วของการเน่าเสียลดลง 

                                                    ตัวอย่างที่  ๑๒

  • Idaho’s natural resources include fertile soil, rich mineral deposits, thick forests, and ___________.

(ทรัพยากรธรรมชาติของรัฐไอดาโฮประกอบด้วยดินดี, แหล่งแร่ธาตุอุดมสมบูรณ์, ป่าทึบ, และ ___________)

(a) water supplies are abundant

(b) abundant water supplies    (แหล่งน้ำอุดมสมบูรณ์)

(c) supplies of water are abundant

(d) supplies abundant water

ตอบ   -   ข้อ    (b)   เนื่องจากต้องใช้รูปคำนาม (วลี)  (แหล่งน้ำอุดมสมบูรณ์)  ซึ่งทำหน้าที่เป็นกรรมของกริยา  “Include”  เพื่อให้สมดุลกับคำนาม-วลี  (ทำหน้าที่กรรม) อื่นๆ อีก  ๓  ตัว  คือ  ๑. ดินดี,  ๒. แหล่งแร่ธาตุอุดมสมบูรณ์,  และ  ๓. ป่าทึบ

                                                    ตัวอย่างที่  ๑๓

  • Before starting on a sea voyage, prudent navigators learn the sea charts, ___________ and memorize lighthouse locations to prepare themselves for any conditions they might encounter.

(ก่อนเริ่มต้นออกเดินทางทางทะเล  นักเดินเรือที่รอบคอบจะเรียนรู้แผนภูมิของทะเล, _______ และจดจำสถานที่ตั้งของประภาคารไฟ  เพื่อเตรียมพร้อมตนเองสำหรับสภาวะใดๆ ที่พวกเขาอาจจะต้องเผชิญ)

(a) sailing directions are studied

(b) to study the sailing directions   

(c) study the sailing directions    (ศึกษาทิศทางการเดินเรือ)

(d) studies direct sailing

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากต้องใช้รูปแบบของกริยาในประโยค  ซึ่งมี    ตัว ให้สมดุลกัน  คือ  “นักเดินเรือที่รอบคอบ (จะ) () เรียนรู้แผนภูมิของทะเล,  () ศึกษาทิศทางการเดินเรือ  และ  () จดจำสถานที่ตั้งของประภาคารไฟ

                                                      ตัวอย่างที่  ๑๔

  • As a physiologist, Ida Hyde showed originality, breadth of interest, and ____________.

(ในฐานะนักสรีรวิทยา, ไอดา ไฮด์  ได้แสดงความคิดริเริ่ม (ความไม่ซ้ำแบบใคร), ความกว้างขวางของความสนใจ, และ ____________)

(a) scientific precision was admirable

(b) admirably scientifically precise

(c) admirable scientific precision    (ความแม่นยำทางวิทยาศาสตร์ที่น่าชมเชย)

(d) that precision was admirably scientific

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากต้องใช้โครงสร้างคำนาม (วลี)  เนื่องจากเป็นกรรมของกริยา  “Showed”  โดยมีความสมดุลกับคำนามอื่นๆ อีก    คำ  ซึ่งเป็นกรรมของกริยา  “Showed”  เช่นเดียวกัน  คือ  ๑. ความคิดริเริ่ม,  ๒. ความกว้างของความสนใจ

                                                      ตัวอย่างที่  ๑๕

  • We turn to books in moments of ________________________________________.

(เราหันไปหา (อ่าน) หนังสือ  ในช่วงเวลาของ ________________________________)

(a) sorrow, having boredom, or solitude is with us

(b) sorrow, boredom, or solitude    (ความเศร้าโศกเสียใจ,  ความเบื่อหน่าย,  หรือ ความโดดเดี่ยวอ้างว้าง)

(c) sorrow and solitude as well as boredom

(d) sorrow that attacks us

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เป็นการใช้กรรม    ตัว  หลัง  “Preposition” (Of)  ให้สมดุลกัน   คือ   Sorrow, Boredom, Solitude”  สำหรับ  ข้อ  (c)  ก็ใช้ได้เช่นกัน  แต่ต้องแก้เป็น   “sorrow, solitude as well as boredom

                                                    ตัวอย่างที่  ๑๖

  • Nearly all trees have seeds that fall to the earth, take root, and eventually _________.

(ต้นไม้เกือบทั้งหมดมีเมล็ดซึ่งหล่นลงสู่พื้นดิน, งอกราก, และ ________________ ในที่สุด)

(a) generate new seeds    (สร้างเมล็ดใหม่)

(b) new seeds generated

(c) by generating new seeds

(d) new seeds generated there

ตอบ   -   ข้อ    (a)   เนื่องจากต้องใช้คำกริยา  ๓  ตัว ในอนุประโยค  (………..............that fall to earth, take root, and eventually generate new seeds)  ให้สมดุลกัน  (Balance)   คือ  “Fall to earth”,  “Take root”  และ  “Generate new seeds” 

                                                     ตัวอย่างที่  ๑๗

  • Among the advantages which Mr. Barlow has given his children  are a good college education and ____________.

(ในบรรดาข้อได้เปรียบต่างๆ ซึ่งมิสเตอร์บาร์โลว์ได้ให้แก่ลูกๆ ของเขา  คือ  การศึกษาอย่างดีในมหาวิทยาลัย  และ ____________)

(a) extensive travel abroad    (การเดินทางอย่างกว้างขวางมากในต่างประเทศ)

(b) to travel extensively abroad

(c) travel extensively abroad

(d) of extensive travelling abroad

ตอบ   -   ข้อ   (a)   ต้องใช้ในรูปคำนาม (วลี)   (“Travel” ในที่นี้เป็นคำนาม)  ให้สมดุลกับคำนาม (วลี)   “A good college education”  ที่อยู่ข้างหน้า  “And

                                                    ตัวอย่างที่  ๑๘

  • James likes reading, hiking, and _______________________________________. 

(เจมส์ชอบการอ่านหนังสือ,  การเดินทางไกลด้วยเท้า,  และ ______________________)

(a) he listens to music

(b) to listen to music

(c) listen to music

(d) listening to music    (การฟังดนตรี)

ตอบ   -   ข้อ    (d)   เนื่องจากต้องให้ข้อความสมดุลกัน   คือ  “Like + Gerund (Verb + ing)”   คือ  “Like reading, hiking and listening……............….”   ทั้งนี้   กริยา  “Like”  อาจตามด้วย  “Infinitive with to” (To + Verb 1  ก็ได้  ดังนั้น  ข้อนี้จึงอาจตอบ  “Like to read, to hike, and to listen to music”  โดยต้องให้สมดุลกัน  คือ  เป็น  “Format”  เดียวกัน

 

5. Along with its mountains, Louisiana’s cities are famous ___________________________.

(เช่นเดียวกันกับภูเขาของมัน (รัฐฯ)  เมืองต่างๆ ของรัฐหลุยเซียน่า  มีชื่อเสียง ____________)

(a) for its beauty

(b) on their beauty

(c) for their beauty    (ในเรื่องความสวยงามของมัน)

(d) in its beauty

ตอบ   -   ข้อ  (c)   “Famous for”  =   “มีชื่อเสียงในเรื่อง หรือในด้าน.........................”  ส่วน  “ความสวยงามของมัน”  หมายถึงของเมืองต่างๆ (หลายๆ เมือง)  จึงต้องใช้   “Their

 

6. It is in this company ________________________________________________ I work.

(มันเป็นในบริษัทแห่งนี้ ___________________________________________ ผมทำงาน) 

(a) where

(b) in which

(c) which

(d) that    (ที่)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   ดูเพิ่มเติมโครงสร้างแบบนี้จากประโยคข้างล่าง

                                                 ตัวอย่างที่  

  • It is because he is very rich _______________________________ she loves him.

(มันเป็นเพราะว่าเขารวยมาก __________________________________ เธอรักเขา)

(a) so    (ดังนั้น, เพราะฉะนั้น)

(b) that    (ที่)

(c) why

(d) therefore    (ดังนั้น, เพราะฉะนั้น)

ตอบ    -    ข้อ   (b)   เนื่องจากเป็นไปตามโครงสร้าง  “It + Is (Was) + วลี {มักนำหน้าด้วย  “Preposition” (in, on, at, with)  หรือ  “Because” + ประโยค} + That + Subject + Verb”  ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

                                                   ตัวอย่างที่  

  • _____________________________ on Saturday morning that we had our meeting.

(_______________________________________ เช้าวันเสาร์  ที่พวกเรามีการประชุมกัน)

(a) There had

(b) It was    (มันเป็น)

(c) It is

(d) There was

ตอบ    -    ข้อ   (b)   ต้องใช้   “It was”   เพราะกริยาในอนุประโยค   คือ   “Had”   และยังเป็นไปตามโครงสร้าง  “It + Is (Was) + วลี  (มักนำหน้าด้วย “Preposition”) + That + Subject + Verb”  เช่น

  • It is in this house that I was born.

(มันเป็นในบ้านหลังนี้แหละ  ที่ผมเกิด)

  • It is at night that we go to bed.

(มันเป็นเวลากลางคืนที่พวกเราเข้านอน)

  • It is on Sunday morning that people go to church.

(มันเป็นเช้าวันอาทิตย์ที่ผู้คนไปโบสถ์)

  • It is in the country that we like to stay.

(มันเป็นในชนบท  ที่พวกเราชอบพัก)

  • It was in January that we went to England.

(มันเป็นในเดือนมกราคม  ที่เราไปอังกฤษ)

  • It was by mistake that she took my book.

(มันเป็นการเข้าใจผิด  ที่เธอเอาหนังสือของผมไป)

  • It was in 1917 that the First World War took place.

(มันเป็นในปี  ๑๙๑๗  ที่สงครามโลกครั้งที่  ๑  เกิดขึ้น)

  • It was because he was lazy that he failed.

(มันเป็นเพราะว่าเขาเกียจคร้าน  ที่เขาล้มเหลว)

  • It was under that sea that the nuclear weapon had been tested.

(มันเป็นใต้ทะเล  ที่อาวุธนิวเคลียร์ถูกทดลอง)

 

7. He came downstairs ______________ and said that his elder brother _____________ him.

(เขาเดินลงบันไดมา _______________ และกล่าวว่าพี่ชายของเขา ______________ เขา)

(a) crying ________________ hit

(b) cry ________________ hit

(c) to cry _________________ had hit

(d) crying ________________ had hit    (ร้องไห้ __________________ ได้ตี)

(e) cry ________________ had hit

ตอบ   -   ข้อ   (d)   ใช้   “Crying”  เนื่องจากขยาย  “Came downstairs”  และใช้  “Past perfect tense”  “Had hit” (ตี)  เนื่องจากเหตุการณ์เกิดก่อน  “ลงบันได”  และ  “ร้องไห้

 

8. ______________________________________________________ to get there on time.

(______________________________________________ ที่จะไปถึงที่นั่นตรงเวลา)

(a) I am impossible

(b) Is it possible for me

(c) It is impossible for me    (มันเป็นไปไม่ได้สำหรับผม)

(d) Am I possible

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เป็นตามโครงสร้าง  “It + Is (Was) + Adjective + For + Someone + To + Verb

 

9. She acts as if she _______________________________________________ his wife.

(เธอทำตัวราวกับว่า (ประหนึ่งว่า) เธอ ____________________________ ภรรยาของเขา)

(a) be

(b) is

(c) was

(d) were    (เป็น)

ตอบ   -   ข้อ   (d)    ดูคำอธิบายเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

                                                      ตัวอย่างที่

  • He rushed into the room, looking as if he___________________ a ghost somewhere.

(เขาวิ่งพรวดพราดเข้ามาในห้อง  มีท่าทาง (อาการ) ประหนึ่งว่า  เขา _______ ผีที่ไหนสักแห่ง)

(a) sees

(b) saw

(c) had seen    (ได้เห็น)

(d) would have seen

ตอบ   -  ข้อ   (c)   สำหรับเหตุการณ์ในอดีต  อนุประโยคที่นำด้วย   “As if, As though”  (ประหนึ่งว่า, ราวกับว่า)  จะต้องตามด้วย   “Past perfect tense” (Had + Verb 3)   แต่ถ้าเป็นเหตุการณ์ปัจจุบัน   ให้ใช้   “Past simple tense” (Verb 2)  และ ในกรณีเป็น   “Verb to be”   ให้ใช้   “Were” กับประธานทุกตัว   (I, He, She, It, They, We, You)

                                                    ตัวอย่างที่  

  • He acted as though he _____________________________________ a mad man.

(เขาทำราวกับว่า  (ประหนึ่งว่า) เขา ____________________________________ คนบ้า)

(a) is

(b) was

(c) were    (เป็น)  (ใช้กับเหตุการณ์ปัจจุบัน)

(d) had been    (เป็น)  (ใช้กับเหตุการณ์ในอดีต)

(e) would have been

ตอบ   -   ข้อ   (d)   ดูคำอธิบาย   “As though,  As if”   (ประหนึ่งว่า, ราวกับว่า)  จากประโยคตัวอย่างข้างล่าง

                                                ตัวอย่างที่          {จงเลือกข้อที่ผิดหลักไวยากรณ์  จาก ข้อ (๑) – (๔)}

(1) Despite its size, a whale can swim (2) as it (3) were (4) almost weightless

(ทั้งๆที่ขนาด (ใหญ่โต) ของมัน  ปลาวาฬสามารถว่ายน้ำได้ราวกับว่า (ประหนึ่งว่า)  มันเกือบจะไร้น้ำหนัก)

ตอบ   -   ข้อ      แก้เป็น   “as if   หรือ  as though”   เพราะมีความหมายว่า  “ประ หนึ่งว่า, ราวกับว่า”  และต้องตามด้วย   “Past simple tense” (Verb 2)  (ถ้าใช้ในความหมายปัจจุบัน   ซึ่งในที่นี้ดูจาก  “Can swim”  และต้องใช้   “Were”  กับประธานทุกตัวในกรณีของ   “Verb to be”)   สำหรับในกรณีที่ใช้กับเหตุการณ์ในอดีต  ให้ใช้   “Past perfect tense”  (Had + Verb 3)   อนึ่ง  ที่ต้องใช้รูป  “Past simple”  (Verb 2)  หรือ  “Past perfect”  (Had + Verb 3)  หลัง  “As if, As though”  เนื่องจากเป็นเพียงการเปรียบเทียบว่า  “ราวกับว่าเป็นเช่นนั้น, ประหนึ่งว่าเป็นเช่นนี้”   ซึ่งมิใช่เรื่องที่เกิดขึ้นจริงๆ   หรือตรงข้ามกับความเป็นจริง  เหมือนกับการใช้   “Wish”  โดยเราเรียกการใช้โครงสร้างแบบนี้ว่า   “Past subjunctive” 

                                                       ตัวอย่างที่  

  • He spends his money _______________________ though he were a very rich man.

(เขาใช้จ่ายเงิน ________________ เขาเป็นคนที่ร่ำรวยมาก)   (แต่จริงๆ แล้วมิได้เป็นคนรวย)

(a) so much

(b) as    (ประหนึ่งว่า, ราวกับว่า)

(c) very little

(d) (No word is needed.)

ตอบ   –   ข้อ   (b)   เนื่องจาก   “As though”  หรือ  “As if”  (นำหน้าอนุประโยค)หมายถึง  “ประหนึ่งว่า, ราวกับว่า”   โดยในกรณีนี้เป็นเหตุการณ์ปัจจุบัน  (สังเกตจากกริยา   “Spends”)  จึงใช้   “Were”  กับประธาน  “He”  (หรือใช้  “Verb 2”  ในกรณีเป็นกริยาตัวอื่นๆ  เช่น  Walk, Like, Play, Eat, Run, etc.)  แต่ถ้าเป็นเหตุการณ์ในอดีต   ต้องเปลี่ยนเป็น  “Had been” (……..........…..…as though he had been a………..........……..)   ตัวอย่างประโยคอื่นๆ    ได้แก่

  • He acts as if he were a millionaire.  (เป็นปัจจุบัน)

(เขาทำตัวราวกับว่าเขาเป็นเศรษฐี)  (ปัจจุบัน)  (แต่จริงแล้วไม่ได้เป็น)

  • He acted as though he had been a millionaire.  (เป็นอดีต)

(เขาทำตัวราวกับว่าเป็นเศรษฐี)  (ในอดีต)  (แต่จริงๆ แล้วไม่ได้เป็น)

  • The boy plays with his toy as if it were a living thing.  (เป็นปัจจุบัน)

(เด็กคนนั้นเล่นกับของเล่น  ราวกับว่ามันเป็นสิ่งมีชีวิต)  (ปัจจุบัน)  (แต่จริงๆ แล้วไม่ได้เป็น)

  • He says as though he loved her.   (เป็นปัจจุบัน)

(เขาพูดราวกับว่าเขารักเธอ)  (ปัจจุบัน)  (แต่จริงๆ แล้วไม่ได้รัก)

  • She acts as if she saw a ghost somewhere.   (เป็นปัจจุบัน)

(เธอทำท่าทางประหนึ่งว่า  เธอเห็นผีที่ไหนสักแห่ง)  (แต่จริงๆ แล้วไม่ได้เห็น)

  • I saw it a long time ago, but I remember it as though I had seen it yesterday(เป็นอดีต)

(ผมเห็นมันเมื่อนานมาแล้ว  แต่ผมจำมันได้  ราวกับว่า  ผมเห็นมันเมื่อวานนี้)  (เป็นอดีต)  (จริงๆ แล้ว  ไม่ได้เห็นเมื่อวานนี้  แต่เห็นนานมาแล้ว)

 

10. As we hadn’t seen each other for years, we spent the first hour together __________ up on the latest gossip.

(เนื่องจากพวกเราไม่ได้พบกันเป็นเวลาหลายปี  เราจึงใช้เวลาชั่วโมงแรก _______ เรื่องซุบซิบล่าสุด)

(a) catching    (ติดตาม)

(b) catch

(c) having caught

(d) to catch

ตอบ   -   ข้อ   (a)   เนื่องจากเป็นตามโครงสร้าง   “Subject + Spend + Time + Verb + ing

 

11. I have attended so many lectures that I find I am becoming _______________________.

(ผมได้เข้าฟังการบรรยายหลายครั้งมาก  จนกระทั่งผมพบว่าผมกำลัง _________________)

(a) boredom    (ความเบื่อหน่าย)

(b) boring    (น่าเบื่อ)

(c) bore    (ทำให้เบื่อ)

(d) bored    (รู้สึกเบื่อ)

 

12. Jim was very popular with the coach at school for his skill in _________________________.

(จิมเป็นที่นิยมอย่างมากกับผู้ฝึกสอนที่โรงเรียน  สำหรับทักษะของเขา (ของจิม) ในด้าน ________)

(a) basketball, a tennis player, and swimming

(b) tennis playing, swimmer, and basketball

(c) basketball, tennis, and swimming    (บาสเกตบอล, เทนนิส, และการว่ายน้ำ)

(d) basketballing, tennis player, and swimmer

ตอบ   -   ข้อ   (c)   ต้องใช้คำให้สมดุล  (Balance)  กัน  คือ  เป็นชื่อกีฬาแต่ละชนิด  ดูเพิ่มเติมการใช้โครงสร้างแบบสมดุลใน  ข้อ    ของข้อสอบชุดนี้

 

13. Who’s the girl ______________________________________________ this photograph?

(เด็กหญิง _____________________________________________ รูปภาพนี้คือใคร)

(a) on

(b) of

(c) at

(d) in    (ใน)

ตอบ   –   ข้อ   (d)   สำหรับวลีที่ใช้   “In”  ได้แก่   “In writing”  (เป็นลายลักษณ์อัก ษร, เป็นภาษาเขียน)  -  I want your answer in writing.  (ผมต้องการคำตอบจากคุณแบบเป็นลายลักษณ์อักษร  -  คือ  ทำเป็นหนังสือมา),  “Blind in one eye”  =  (ตาบอดข้างหนึ่ง)  -  She is blind in one eye.  (เธอตาบอดข้างหนึ่ง),   “deep in water and mud”  (จมลึกอยู่ในน้ำและโคลน),  “arrive in”  (มาถึงในเมือง หรือ ประเทศ)  (แต่ถ้ามาถึง โรงเรียน, ธนาคาร, วัด, บ้าน ฯลฯ ใช้  “arrive at”),  “interested in”  (สนใจใน), “qualified in”  (มีคุณสมบัติในเรื่อง), “weak in”  (อ่อนในเรื่อง), “deficient in  (ขาดหรือบกพร่องในเรื่อง), “proficient in”  (ชำนาญหรือคล่องแคล่วในเรื่อง), “successful in”  (ประสบความสำเร็จในเรื่อง), “disappointed in”  (ผิดหวังในเรื่อง), “in a box”  (ในกล่อง), “in a pocket”  (ในกระเป๋า), “sit in an armchair”  (นั่งในเก้าอี้ท้าวแขน), “in bed”  (ในเตียงหรือบนเตียง), “in the bath”(ในอ่างน้ำ), “in her hand”  (ในมือของเธอ), “in each other’s arms” (ในอ้อมแขนของกันและกัน),“in the area”  (ในพื้นที่), “in the garden” (ในสวน), “in the air”  (ในอากาศ), “in the middle of the room” (ที่กลางห้อง), “in the direction of”  (ในทิศทางของ), “in a restaurant”  (ในภัตตาคาร), “in the bathroom”  (ในห้อง น้ำ), “in school”  (ในโรงเรียน), “in hospital”  (ในโรงพยาบาล), “in the kitchen”  (ในครัว),“in the shop window”  (ในตู้โชว์กระจกของร้าน), “in a mirror”  (ในกระจก), “in a lake”  (ในทะเลสาบ), “in black suit”  (ในชุดดำ), “in the water”  (ในน้ำ), “write in ink”  (เขียนด้วยหมึก), “write in pencil” (เขียนด้วยดินสอ), “in the first chapter”  (ในบทที่ ๑), “in the film”  (ในภาพยนตร์), “wait in the queue”  (รออยู่ในแถว), “be in a play”  (ร่วมแสดงละคร), “in April”  (ในเดือนเมษายน), “in  2016”  (ในปี ๒๐๑๖), “in the morning (afternoon, evening)”  (ในตอนเช้า-บ่าย-เย็น), “in recent years”  (ในช่วงไม่กี่ปีมานี้), “in the winter (summer, spring)”  (ในหน้าหนาว-ร้อน-ใบไม้ผลิ), “in the meantime”  (ในระหว่างนั้น), “in two months”  (ภายใน ๒ เดือน), “in my absence”  (ตอนที่ผมไม่อยู่), “in the aftermath of the accident”  (ภายหลังจากอุบัติเหตุ), “in half an hour” (ภายในครึ่งชั่วโมง), “in two minutes”  (ใน ๒ นาที), “in ancient society” (ในสังคมสมัยโบราณ), “in nature”  (ในธรรม ชาติ), “in these circumstances”  (ในสภาพแวดล้อมเหล่านี้), “in this situation”  (ในสถานการณ์เช่นนี้), “in a state of near chaos”  (อยู่ในสภาวะใกล้จลาจล), “in a position to help others”  (อยู่ในฐานะที่ช่วยคนอื่นได้), “in the sun”  (ท่ามกลางแสงอาทิตย์)  “in the dark”  (ในหรือท่ามกลางความมืด), “in the dim light” (ท่ามกลางแสงสลัวๆ), “in her voice”  (ในน้ำเสียงของเธอ), “in love”  (ในความรัก-ตกหลุมรัก), “in a state of shock”  (อยู่ในสภาวะช็อค), “in low spirits”  (ในสภาพจิตใจหดหู่หรือตกต่ำ), “in a temper”  (ด้วยความโกรธหรือในอารมณ์โกรธ), “in favor of free speech”  (เห็นด้วยกับการพูดแบบมีเสรี), “cry out in pain”  (ร้องด้วยความเจ็บปวด), “look up in surprise”  (เงยหน้ามองด้วยความประหลาดใจ), “in an effort to”  (ในความพยายามที่จะ)  -  She studied very hard in an effort to pass the exam.  (เธอเรียนหนักมาก  ในความพยายามที่จะสอบให้ผ่าน), “in response to”  (เพื่อตอบสนองต่อ), “in answer to”  (เพื่อเป็นการตอบ), “have confidence in”  (มีความเชื่อมั่นใน)  -  At present the people have no confidence in the government.  (ในปัจจุบัน  ประชาชนไม่มีความเชื่อมั่นในรัฐบาล), “take interest in”  (สนใจใน), “a course in Chinese”  (คอร์สภาษาจีน), “an expert in”  (ผู้เชี่ยวชาญในเรื่อง.....), “make money in business”  (หาเงินในธุรกิจ), “make his career in music”  (ประกอบอาชีพทางดนตรี), “in his old age”  (ในวัยชราของเขา), “a woman in her twenties”  (ผู้หญิงในวัย ๒๐ – ๒๙), “in my opinion”  (ในความเห็นของผม), “in her view”   (ในทัศนะของเธอ), “recruit workers in hundreds”  (รับคนงานเป็นร้อยๆคน), “in my experience”  (จากประสบการณ์ของผม), “in her own eyes”  (ในสายตาของเธอ), “speak in Italian”  (พูดภาษาอิตาเลียน), “speak in a calm voice” (พูดด้วยน้ำเสียงที่สงบ), “his complaints in writing”  (การร้องเรียนของเขาเป็นลายลักษณ์อักษร), “in financial difficulty”  (ในสภาวะยุ่งยากทางการเงิน), “$100,000 in cash”  (เป็นเงินสด  ๑๐๐,๐๐๐  เหรียญ), “dressed in black”  (ใส่ชุดสีดำ), “in real danger”  (ตกอยู่ในอันตรายอย่างแท้จริง), “in the planning stage”  (ในขั้นตอนการวาง แผน), “10 meters in length”  (ยาว ๑๐ เมตร), “cut it in two”  (ตัดมันออกเป็น ๒ ส่วน), “shrink in size”  (มีขนาดเล็กลง-หดลง), “join in”  (ร่วมวงด้วย), “a one in five chance of success”  (โอกาสสำเร็จ ๑ ใน ๕), “the pain in my feet”  (การเจ็บที่เท้าของผม), “the hole in his shirt”  (รู – รอยขาด – ในเสื้อเชิ้ตของเขา), “was shot in the leg”  (ถูกยิงที่ขา),  “in fashion”  (กำลังเป็นที่นิยม), “result in his death”  (ส่งผลให้เขาตาย), “believe in”  (เชื่อมั่น-ศรัท ธาใน), “in the first place”  (ในประการแรก)  (กล่าวเมื่อจะบอกเหตุผลหลายๆ ประ การ  เกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง  แล้วตามด้วยเหตุผลที่ต้องการจะบอก),  “in danger”  (ตกอยู่ในอันตราย),“in use”  (ใช้งาน),  “in his name”  (โดยใช้ชื่อของเขา,  ในนามของเขา  -  เช่น  เช่ารถยนต์  หรือบริจาคเงิน)  -  The car was rented in his name.  (รถถูกเช่าในนามของเขา), “in a hurry’  (เร่งรีบ, รีบร้อน, ใจร้อน)  -  He was in a hurry because he was late.  (เขารีบเร่งเพราะเขาสายแล้ว),  “in a jam”  (อยู่ในฐานะลำบาก),  “in a nutshell”  (กล่าวโดยย่อๆ, กล่าวโดยสรุป),  “in a way”  (บางครั้ง, บ้างเหมือนกัน),  “in any case”  (อย่างไรก็ดี, อย่างไรก็ตาม, ในทุกกรณี),  “in any event”  (อย่างไรก็ตาม, ทุกกรณี),  “in advance”  (ล่วงหน้า),  “in bad shape”  (เสื่อมโทรม, ทรุดโทรม, อยู่ในฐานะลำบาก),  “in charge of”  (รับผิดชอบ, ดูแล, จัดการ),  “in fact”  (แท้ที่จริงแล้ว, อันที่จริงแล้ว),  “in order”  (อย่างมีระเบียบ, เรียบร้อย),  “in time (ทันเวลา, ไม่สาย, พอดี, ตามจังหวะ, พอดีจังหวะ),  “in the bag”  (แน่นอน, แหงแก๋, ของตาย, อยู่ในกำมือแล้ว, สำเร็จเรียบร้อย),  “in the long run (term)”  (ในระยะยาว),  “in the pink”  (สภาพดีเยี่ยม, สมบูรณ์, มีสุขภาพดี),  “in tune with”  (สอดคล้องกับ, ไปกันได้กับ),  “in vain”  (ไม่สำเร็จ, ไร้ประโยชน์, ปราศจากผล), “in writing”  (เป็นลายลักษณ์อักษร, เป็นภาษาเขียน)“deep in water and mud” (จมลึกอยู่ในน้ำและโคลน),   “arrive in”  (มาถึงในเมือง หรือ ประเทศ)  (แต่ถ้ามาถึง โรงเรียน, ธนาคาร, วัด, บ้าน ฯลฯ ใช้  “arrive at”),  “interested in”  (สนใจใน), “qualified in”  (มีคุณสมบัติในเรื่อง), “weak in”  (อ่อนในเรื่อง), “deficient in  (ขาดหรือบกพร่องในเรื่อง), “proficient in”  (ชำนาญหรือคล่องแคล่วในเรื่อง), “successful in”  (ประสบความสำเร็จในเรื่อง), “disappointed in”  (ผิดหวังในเรื่อง), “in a box”  (ในกล่อง), “in a pocket”  (ในกระเป๋า),   “sit in an armchair”  (นั่งในเก้าอี้ท้าวแขน), “in bed”  (ในเตียงหรือบนเตียง), “in the bath”  (ในอ่างน้ำ), “in her hand”  (ในมือของเธอ), “in each other’s arms” (ในอ้อมแขนของกันและกัน),  “in the area”  (ในพื้นที่),   “in the garden”  (ในสวน), “in the air”  (ในอากาศ), “in the middle of the room”  (ที่กลางห้อง), “in the direction of”   (ในทิศทางของ),   “in a restaurant”   (ในภัตตาคาร), “in the bathroom”  (ในห้อง น้ำ), “in school”   (ในโรงเรียน), “in hospital” (ในโรงพยาบาล),  “in the kitchen”  (ในครัว),  “in the shop window”  (ในตู้โชว์กระจกของร้าน), “in a mirror”  (ในกระจก), “in a lake”  (ในทะเลสาบ), “in black suit”  (ในชุดดำ), “in the water”  (ในน้ำ), “write in ink”  (เขียนด้วยหมึก), “write in pencil”  (เขียนด้วยดินสอ), “in the first chapter”  (ในบทที่ ๑), “in the film”  (ในภาพยนตร์), “wait in the queue”  (รออยู่ในแถว), “be in a play”  (ร่วมแสดงละคร), “in April”  (ในเดือนเมษายน), “in  2016”  (ในปี ๒๐๑๖), “in the morning (afternoon, evening)”  (ในตอนเช้า-บ่าย-เย็น), “in recent years” (ในช่วงไม่กี่ปีมานี้), “in the winter (summer, spring)”  (ในหน้าหนาว-ร้อน-ใบไม้ผลิ), “in the meantime”  (ในระหว่างนั้น), “in two months”   (ภายใน ๒ เดือน), “in my absence”  (ตอนที่ผมไม่อยู่), “in the aftermath of the accident”  (ภายหลังจากอุบัติเหตุ), “in half an hour” (ภายในครึ่งชั่วโมง),  “in two minutes”(ใน ๒ นาที),  “in ancient society” (ในสังคมสมัยโบราณ), “in nature”  (ในธรรมชาติ), “in these circumstances”  (ในสภาพแวดล้อมเหล่านี้), “in this situation”  (ในสถานการณ์เช่นนี้),  “in a state of near chaos”  (อยู่ในสภาวะใกล้จลาจล), “in a position to help others”  (อยู่ในฐานะที่ช่วยคนอื่นได้), “in the sun”  (ท่ามกลางแสงอาทิตย์)“in the dark”  (ในหรือท่ามกลางความมืด), “in the dim light” (ท่ามกลางแสงสลัวๆ), “in her voice”  (ในน้ำเสียงของเธอ),  “in love” (ในความรัก-ตกหลุมรัก), “in a state of shock”  (อยู่ในสภาวะช้อค), “in low spirits”  (ในสภาพจิตใจหดหู่หรือตกต่ำ), “in a temper”  (ด้วยความโกรธหรือในอารมณ์โกรธ),  “in favor of free speech”  (เห็นด้วยกับการพูดแบบมีเสรี), “cry out in pain”  (ร้องด้วยความเจ็บปวด),  “look up in surprise”  (เงยหน้ามองด้วยความประหลาดใจ),  “in an effort to”  (ในความพยายามที่จะ),  “in response to”  (เพื่อตอบสนองต่อ), “in answer to”  (เพื่อเป็นการตอบ),   “have confidence in”  (มีความเชื่อมั่นใน), “take interest in”  (สนใจใน), “a course in Chinese”  (คอร์สภาษาจีน), “an expert in”  (ผู้เชี่ยวชาญในเรื่อง.....),  “make money in business”  (หาเงินในธุรกิจ),  “make his career in music”  (ประกอบอาชีพทางดนตรี), “in his old age”  (ในวัยชราของเขา), “a woman in her twenties”  (ผู้หญิงในวัย ๒๐ – ๒๙), “in my opinion”  (ในความเห็นของผม), “in her view”  (ในทัศนะของเธอ), “recruit workers in hundreds”  (รับคนงานเป็นร้อยๆคน), “in my experience”  (จากประสบการณ์ของผม),  “in her own eyes”  (ในสายตาของเธอ), “speak in Italian”  (พูดภาษาอิตาเลียน), “speak in a calm voice”  (พูดด้วยน้ำเสียงที่สงบ), “his complaints in writing”  (การร้องเรียนของเขาเป็นลายลักษณ์อักษร),  “in financial difficulty”  (ในสภาวะยุ่งยากทางการเงิน), “$100,000 in cash”  (เป็นเงินสด  ๑๐๐,๐๐๐  เหรียญ), “dressed in black”  (ใส่ชุดสีดำ), “in real danger”  (ตกอยู่ในอันตรายอย่างแท้จริง), “in the planning stage”  (ในขั้นตอนการวางแผน),  “10 meters in length”  (ยาว ๑๐ เมตร), “cut it in two”  (ตัดมันออกเป็น ๒ ส่วน), “shrink in size”   (มีขนาดเล็กลง-หดลง), “join in”  (ร่วมวงด้วย), “a one in five chance of success”  (โอกาสสำเร็จ ๑ ใน ๕),  “the pain in my feet”  (การเจ็บที่เท้าของผม),  “the hole in his shirt”  (รู – รอยขาด – ในเสื้อเชิ้ร์ตของเขา),  “was shot in the leg”   (ถูกยิงที่ขา),  “in fashion”  (กำลังเป็นที่นิยม),  “result in his death”  (ส่งผลให้เขาตาย), “believe in”  (เชื่อมั่น-ศรัทธาใน),  “in the first place”  (ในประการแรก)  (กล่าวเมื่อจะบอกเหตุผลหลายๆ ประการ   เกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง   แล้วตามด้วยเหตุผลที่ต้องการจะบอก)   เป็นต้น

 

14. Do you know __________________________________________________________?

(คุณรู้จัก _________________________________________________________)

(a) those old two men

(b) those old men two

(c) those two old men    (ชายแก่ ๒ คนเหล่านั้นไหม)

(d) those two men old

ตอบ   –   ข้อ    (c)   ดูการเรียงคำกรณีมีคำคุณศัพท์หลายคำขยายหน้าคำนาม  จากประโยคข้างล่าง

                                                     ตัวอย่างที่  

  • I work in __________________________________________________________.

(ผมทำงานใน  _______________________________________________________)

(a) a well-designed, modern factory shoe

(b) a well-designed shoe modern factory

(c) a modern shoe well-designed factory

(d) a modern, well-designed shoe factory    (โรงงานรองเท้าที่ออกแบบอย่างดีและทันสมัย)  (หมายถึง  โรงงานออกแบบอย่างดี  และทันสมัย)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   ดูการเรียงลำดับคำ  “Word order”  จากประโยคข้างล่าง

                                                      ตัวอย่างที่  

  • I shall send her these ______________________________________ dictionaries.

(ผมจะส่งพจนานุกรม _________________________________________ เหล่านี้ให้เธอ)

(a) two German big

(b) big German two

(c) two big German    (ภาษาเยอรมันเล่มใหญ่  ๒  เล่ม)

(d) big two German

(e) German two big

ตอบ  -  ข้อ  (c)

                                                     ตัวอย่างที่  ๓

  • He bought _______________________________________________________.

(เขาซื้อ ___________________________________________________________)

(a) a very blue pretty Italian shirt

(b) a very pretty Italian blue shirt

(c) a very Italian pretty blue shirt

(d) a very pretty blue Italian shirt    (เสื้อเชิ้ตอิตาเลียนสีน้ำเงินที่สวยงามมาก)

ตอบ  –   ข้อ   (d)   เนื่องจากต้องเรียง  “ประเทศที่ผลิต”  อยู่ติดกับคำนามที่มันขยาย  ถัดไปเป็น  “สี”    ถัดไป   ถ้ามี  “ขนาด”  (big, small)  ก็ต่อด้วย  “ขนาด”  แล้วต่อด้วย   “คุณสมบัติอื่นๆ”   เช่น  “สวย”  หรือ  “ไม่สวย”  ดังในประโยคข้างบน  ทั้งนี้  การเรียงคำในภาษาไทย และอังกฤษ  จะเรียงกลับกัน   กล่าวคือ  เวลาแปลภาษาอังกฤษเป็นไทย  จะต้องแปลจากข้างหลัง  ย้อนขึ้นไปข้างหน้า   เช่น  “เสื้อ-อิตาเลียน-สีฟ้า-สวยงาม-มาก”    สำหรับตัวอย่างอื่นๆ    เช่น

(๑) บ้าน  (๒) ทรงไทย  (๓) สีขาว  (๔) หลังใหญ่  (๕) สวยงาม  (๖) มาก  (๗) สองหลัง  (๘) เหล่านั้น

(8) Those (7) two (6) very (5) beautiful (4) big (3) white (2) Thai-style (1) houses

                                                  ตัวอย่างอื่นๆ   ได้แก่

  • I want to buy those two brown wood tables.

(ผมต้องการซื้อโต๊ะไม้สีน้ำตาล ๒ ตัวเหล่านั้น)

  • She is a very sweet little old lady.

(เธอเป็นสุภาพสตรีชราตัวเล็กๆที่หวานมาก)

  • Have you seen this interesting English book?

(คุณได้เห็นหนังสือภาษาอังกฤษที่น่าสนใจเล่มนี้หรือยัง)

  • She wanted to buy these two old brick houses.

(เธอต้องการซื้อบ้านอิฐเก่า ๒ หลังเหล่านี้)

  • There are two small Chinese gold cups in the shop window.

(มีถ้วยทอง (ทำใน) จีนเล็กๆ ๒ ใบ ในตู้โชว์ของร้าน)

  • These old dilapidated houses are not safe.

(บ้านที่ทรุดโทรมเก่าๆเหล่านี้ไม่ปลอดภัย)

  • She gave me a round white plastic drinking cup.

(เธอให้ถ้วย (สำหรับ) ดื่มน้ำพลาสติกสีขาวกลม ๑ ใบ แก่ผม)

  • We have bought two white electric washing machines.

(เราซื้อเครื่องซักผ้าไฟฟ้าสีขาว ๒ เครื่อง)

 

15. There is one teacher in the classroom, _______________________________ his lesson.

(มีครู    คน ในห้องเรียน _________________________________ บทเรียนของเขา)

(a) to prepare

(b) prepares

(c) preparing    (ตระเตรียม, เตรียมตัว)

(d) prepared

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากลดรูปมาจากอนุประโยค  (Adjective clause)  (ขึ้นต้นด้วย   “Who”)  คือ  “……............….classroom, who is preparing his lesson”  หรือ  “………..............who prepares his lesson

 

16. Come indoors.  Don’t stay out in ___________________________________________.

(เข้ามาในบ้าน (ในร่ม) ซิ  อย่าออกไปตาก _______________________________ แบบนั้น)

(a) the coldness

(b) cold

(c) the cold    (อากาศเย็น, อุณหภูมิต่ำ)  (= cold weather = a low temperature)

(d) coldness     (ความหนาว, ความเย็น)

 

17. Not everyone in this country ___________________ a summer holiday away from home.

(ไม่ใช่ทุกคนในประเทศนี้ที่ ___________ กับวันหยุดในหน้าร้อนที่ห่างไกลจากบ้าน)  (หมายถึง  การเดินทางไปเที่ยวไกลๆ  ในวันหยุดหน้าร้อน)

(a) are able to enjoy

(b) can to enjoy

(c) is able to enjoy    (สามารถสนุกสนาน)

(d) can enjoying

ตอบ   -   ข้อ    (c)   เนื่องจากต้องใช้กริยา  “Is”  ตามประธาน ฯ  คือ  “Everyone”  ซึ่งเป็นคำสรรพนามเอกพจน์  หรืออาจตอบ   “Can enjoy”  ก็ได้

 

18. Are you permitted _________________________________________________ here?

(คุณได้รับอนุญาตให้ _______________________________________ ที่นี่หรือเปล่า)

(a) stay

(b) stayed

(c) staying

(d) to stay    (พัก)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากหลังกริยาช่องที่     (Passive voice)   ต้องตามด้วย  “Infinitive with to”  (To + Verb 1)   กล่าวคือ   หลังรูป  “Passive voice”  ต้องตามด้วย   “Infinitive with to” (To + Verb 1)   เสมอ  เช่น

  • Tortoises are said to live long.

(เต่าถูกกล่าวว่ามีอายุยืน)

  • She is said to be the most beautiful woman in the country.

(เธอถูกเล่าขานว่าเป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดในประเทศ)

  • They were believed to tell the truth.

(พวกเขาถูกเชื่อว่าพูดความจริง)

  • Customers are advised to arrive early.

(ลูกค้าได้รับการแนะนำให้มาถึงแต่เนิ่นๆ)

  • Job applicants were recommended to bring 3 copies of their resume.

(ผู้สมัครงานได้รับการแนะนำให้นำประวัติโดยย่อมา ๓ ชุด)

  • She was encouraged to try harder.

(เธอถูกกระตุ้นให้พยายามหนักขึ้น)

  • They were told to leave early.

(พวกเขาถูกแจ้งให้ไปเสียแต่เช้าตรู่)

  • He is forced to accept the proposal.

(เขาถูกบังคับให้ยอมรับข้อเสนอ)

 

19. The snow is already three feet _____________________________________________.

(หิมะ _____________________________________________________  ฟุตแล้ว)

(a) high   (สูง)  (ใช้กับ ต้นไม้, ตึก, อาคาร สิ่งก่อสร้าง)

(b) deep   (ลึก)

(c) tall   (สูง)  (ใช้กับ คน สัตว์)

(d) highly

ตอบ    -    ข้อ   (b)   คนไทยใช้ว่า  “หิมะสูง    ฟุต”  แต่ฝรั่งใช้ว่า   “ลึก    ฟุต

 

20. The food is _______________________________________________ that I can’t eat it.

(อาหาร ______________________________________ จนกระทั่งผมไม่สามารถกินมัน)

(a) very hot

(b) too hot    (ร้อนเกินไป)

(c) so hot    (ร้อนมาก)

(d) hot enough    (ร้อนพอ)

ตอบ    -    ข้อ   (c)   เนื่องจากต้องใช้ตามโครงสร้าง    “Subject + Is + So + Adj. + That + Subject +Verb”   จงเปรียบเทียบกับประโยคตัวอย่างข้างล่าง

                                                       ตัวอย่างที่  

  • It was __________________________________________ that we decided to buy it.

(มันเป็น ______________________________________ จนกระทั่งเราตัดสินใจซื้อมัน)

(a) a such beautiful house

(b) such a beautiful house    (บ้านที่สวยงามมาก)

(c) so beautiful house

(d) so a beautiful house

ตอบ    –    ข้อ   (b)   เนื่องจากเป็นไปตามโครงสร้างข้างล่าง

  • It is (was) + such + a + adjective+ noun (เอกพจน์นับได้)  + that ………......……... เช่น

(It is (was) such a small car that we can’t get into it.

(มันเป็นรถที่เล็กมาก  จนกระทั่งเราไม่สามารถเข้าไปข้างในได้)

  • It is (was) + so + adjective + a + noun (เอกพจน์นับได้) + that …………........…... เช่น

(It is (was) so small a car that we can’t get into it.)

  • Noun (เอกพจน์นับได้)  + is (was) + so + adjective + that …............…..เช่น

(The car is (was) so small that we can’t get into it.)

  • They are (were) + such + adjective + noun (พหูพจน์) + that..........……….. เช่น

(They are (were) such small cars that we can’t get into them.)

  • Noun (พหูพจน์)  are (were) + so + adjective + that ………เช่น

(The cars are so small that we can’t get into them.)

             สรุป  -  ดังนั้น   จึงสามารถใช้ได้หลายรูปแบบ  โดยมีความหมายเหมือนกัน  คือ

  • It was such a beautiful house that we decided to buy it.
  • It was so beautiful a house that we decided to buy it.
  • The house was so beautiful that we decided to buy it.

(บ้านหลังนั้นสวยงามมาก  จนกระทั่งเราตัดสินใจซื้อมัน)

  • It is such a small car that we can’t get into it.
  • It is so small a car that we can’t get into it.
  • The car is so small that we can’t get into it.

(รถคันนั้นเล็กมาก  จนกระทั่งเราไม่สามารถเข้าไปนั่งได้)

                                              ทั้ง    ประโยคข้างบน   หมายถึง   “มันเป็นรถที่เล็กมาก  จนกระทั่งเราไม่สามารถเข้าไปนั่งได้”   แต่ในกรณีเป็นรูปพหูพจน์    จะสามารถใช้เพียง    แบบเท่านั้น   คือ

  • They are such small cars that we can’t get into them.
  • The cars are so small that we can’t get into them.

(ไม่สามารถใช้   They are so small cars that we can’t get into them.)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”                 

 

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป