หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 421)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Part V: Sentence Completion   (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

 

1. The magnetic compass does not operate satisfactorily near the magnetic poles, nor _________ near the geographic poles.

(เข็มทิศแม่เหล็กมิได้ทำงานอย่างน่าพึงพอใจ (เมื่ออยู่) ใกล้ขั้วแม่เหล็ก, (และ) _______ ก็มิได้ทำงานอย่างน่าพึงพอใจเช่นกัน (เมื่ออยู่) ใกล้ขั้วภูมิศาสตร์)

(a) the marine gyrocompass does

(b) the marine gyrocompass operates

(c) does the marine gyrocompass    (เข็มทิศระบบลูกข่างที่ใช้ในการเดินเรือทะเล)

(d) with the marine gyrocompass

ตอบ   –   ข้อ   (c)    ดูเพิ่มเติมการใช้  “Nor (Neither) + Verb (พิเศษ หรือ ช่วย) + Subject + Verb (แท้) + ส่วนขยาย”  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                                  ตัวอย่างที่ 

  • My mother doesn’t drink coffee.  _________________________ does she drink tea.

{แม่ของผมไม่ดื่มกาแฟ  และเธอก็ ___________________________ ดื่มชาด้วย (เช่นกัน)}

(a) Not

(b) So

(c) Whether

(d) Neither    (ไม่ ......................(ดื่มชาด้วย)........................ เช่นกัน)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เป็นไปตามโครงสร้าง   “Neither (Nor) + Verb (พิเศษ) + Subject + Verb (แท้)  ดูคำอธิบายเพิ่มเติมจากข้างล่าง

                                                     ตัวอย่างที่ 

  • Traveling by air is not cheap.  Neither ____________________________________.

(การเดินทางโดยทางอากาศมิได้ราคาถูก  ___________________________________

(a) it is enjoyable

(b) enjoyable it is

(c) is it enjoyable   (มันมิได้สนุกสนานเช่นเดียวกัน  -  Neither is it enjoyable.)  

(d) enjoyable is it

ตอบ   -   ข้อ  (c)   “Neither + Verb to be + Subject + Adjective”   หรือ   “Neither + Verb (พิเศษ) + Subject + Verb (แท้)

                                                ตัวอย่างที่  

  • Never before in my life ______________________ with such a wonderful welcome.  

(ไม่เคยมาก่อนเลยในชีวิตของผมที่ ___________________ กับการต้อนรับที่วิเศษเช่นนั้น)

(a) I have met

(b) I meet

(c) have I met   (ผมได้พบ)

(d) I met

ตอบ   -   ข้อ  (c)

                                                  ตัวอย่างที่  

  • Not only ________________________________________, but he also took his wife.

(ไม่เพียงแต่  ___________________ เท่านั้น  แต่เขายังพาภรรยาไปด้วย)  ( เขาไม่เพียงแต่ไปเท่านั้น  แต่เขายัง ....................................)

(a) he went

(b) did he go    (เขาไป)

(c) had he gone

(d) went he

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากเป็นไปตามโครงสร้าง  “Not only + Verb (พิเศษ) + Subject + Verb (แท้)”   เช่น   “Not only did she go……........……..”  “Not only have they seen………........……”  “Not only will we play……...........…….”  สำหรับ  “Not only”  (ไม่เพียงแต่. ............................เท่านั้น)   และกลุ่มคำที่ทำหน้าที่เป็นกริยาวิเศษณ์  ที่โดยปกติวางไว้ข้างในประโยค   อาจจะเอามาวางไว้หน้าประโยค  เพื่อแสดงการเน้นคำนั้นๆ   คำเหล่านี้ส่วนใหญ่มีความหมายปฏิเสธ   เช่น   “Never (ไม่เคยเลย), Hardly  (แทบจะไม่, ไม่ใคร่จะ), Seldom  (แทบจะไม่,  ไม่ใคร่จะ),  Never before  (ไม่เคยมาก่อนเลย), Never in my life   (ไม่เคยเลยในชีวิต),  No sooner,  In vain   (ล้มเหลว, ไม่สำเร็จ),  Not often, Not only  (ไม่เพียงแต่),  Not even once  (ไม่แม้แต่ครั้งเดียว),  Not until   (ไม่จนกระทั่ง)  อย่างไรก็ตาม  จะต้องเรียงรูปประโยคใหม่  ดังนี้ คือ   {Not only (neither, never, no sooner (ในทันทีที่), hardly, never in my life, not until, etc.) + helping verb  (has, have, had, is, are, was, were, will, would, shall, should, can, could, may, might must, etc.) + subject + verb (แท้)}  เช่น

  • Never before has she seen such a beautiful place.

(ไม่เคยมาก่อนเลยที่เธอได้เคยเห็นสถานที่ที่สวยงามเช่นนั้น – เน้นตรงคำว่า  “ไม่เคยมาก่อนเลย”)

(= She has never before seen such a beautiful place.)

(= She has never seen such a beautiful place before.)

  • No sooner had he left than she arrived.

(ในทันทีที่เขาจากไป  เธอก็มาถึง  –  เน้นตรงคำว่า  “ในทันทีที่”)

(= He had no sooner left than she arrived.)

  • Hardly have I met my old college friends.

(ผมแทบจะไม่ได้เจอเพื่อนเก่าตอนเรียนมหาวิทยาลัยเลย  –  เน้นตรงคำว่า  “แทบจะไม่”)

(= I have hardly met my old college friends.)

                                                ทั้งนี้  สามารถสรุปโครงสร้างประโยคที่มีการเน้นแบบนี้   คือ

  • Never before (Never) + have + I + seen + such a beautiful place.  

(ไม่เคยมาก่อนเลย  ที่ผมได้เห็นสถานที่สวยงามเช่นนั้น)

  • Hardly (Seldom) + has + she + met + her old college friends.

(เธอแทบจะไม่ได้เจอเพื่อนเก่าตอนเรียนมหาวิทยาลัยเลย)

  • Never + กริยาพิเศษ  + subject  + กริยาแท้  +ส่วนขยาย
  • Never has he seen his father since he divorced his mother.

(เขาไม่เคยได้พบพ่อเลย  ตั้งแต่ที่พ่อหย่าร้างกับแม่)

 

2. He spends his money ___________________________ though he were a very rich man.

(เขาใช้จ่ายเงิน ____________________________________ เขาเป็นคนที่ร่ำรวยมาก)

(a) so much

(b) as    (ประหนึ่งว่า, ราวกับว่า)

(c) very little

(d) (No word is needed.)

ตอบ   –   ข้อ   (b)   เนื่องจาก  “As though”   หรือ   “As if”   หมายถึง   “ประหนึ่งว่า, ราวกับว่า”  ดูเพิ่มเติมการใช้   “As if, As though”  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                                   ตัวอย่างที่ 

  • He acted as though he ______________________________________ a mad man.

(เขาทำราวกับว่า  (ประหนึ่งว่า) เขา _____________________________________ คนบ้า)

(a) is

(b) was

(c) were    (เป็น)  (ใช้กับเหตุการณ์ปัจจุบัน)

(d) had been    (เป็น)  (ใช้กับเหตุการณ์ในอดีต)

(e) would have been

ตอบ   -   ข้อ   (d)   ดูคำอธิบาย   “As though, As if”   (ประหนึ่งว่า, ราวกับว่า)  จากประโยคตัวอย่างข้างล่าง

                                                    ตัวอย่างที่         {จงเลือกข้อที่ผิดหลักไวยากรณ์  จาก ข้อ (๑) – (๔)}

(1) Despite its size, a whale can swim (2) as it (3) were (4) almost weightless

(ทั้งๆที่ขนาด (ใหญ่โต) ของมัน  ปลาวาฬสามารถว่ายน้ำได้ราวกับว่า (ประหนึ่งว่า)  มันเกือบจะไร้น้ำหนัก)

ตอบ   -   ข้อ     แก้เป็น   “as if  หรือ  as though”  เพราะมีความหมายว่า   “ประหนึ่งว่า, ราวกับว่า”   และต้องตามด้วย   “Past simple tense” (Verb 2)  (ถ้าใช้ในความหมายปัจจุบัน  และต้องใช้  “Were”  กับประธานทุกตัวในกรณีของ  “Verb to be”)   สำหรับในกรณีที่ใช้กับเหตุการณ์ในอดีต  ให้ใช้   “Past perfect tense”  (Had + Verb 3)   อนึ่ง  ที่ต้องใช้รูป  “Past simple”  (Verb 2)  หรือ  “Past perfect”  (Had + Verb 3)   หลัง  “As if, As though”  เนื่องจากเป็นเพียงการเปรียบเทียบว่า  “ราวกับว่าเป็นเช่นนั้น, ประหนึ่งว่าเป็นเช่นนี้”   ซึ่งมิใช่เรื่องที่เกิดขึ้นจริงๆ  หรือตรงข้ามกับความเป็นจริง  เหมือนกับการใช้   “Wish”  โดยเราเรียกการใช้โครงสร้างแบบนี้ว่า   “Past subjunctive” 

                                                       ตัวอย่างที่  

  • He spends his money ________________________ though he were a very rich man.

(เขาใช้จ่ายเงิน _________________ เขาเป็นคนที่ร่ำรวยมาก)  (แต่จริงๆ แล้วมิได้เป็นคนรวย)

(a) so much

(b) as     (ประหนึ่งว่า, ราวกับว่า)

(c) very little

(d) (No word is needed.)

ตอบ    –     ข้อ   (b)   เนื่องจาก   “As though”   หรือ  “As if”   หมายถึง  “ประหนึ่งว่า, ราวกับว่า”   โดยในกรณีนี้เป็นเหตุการณ์ปัจจุบัน  (สังเกตจากกริยา  “Spends”)  จึงใช้   “Were”  กับประธาน   “He”  ในประโยคย่อย   แต่ถ้าเป็นเหตุการณ์ในอดีต  ต้องเปลี่ยนเป็น  “Had been” (………............…as though he had been a……..............…..)   ตัวอย่างประโยคอื่นๆ   ได้แก่

  • He acts as if he were a millionaire.   (เป็นปัจจุบัน)

(เขาทำตัวราวกับว่าเขาเป็นเศรษฐี)  (ปัจจุบัน)  (แต่จริงๆ แล้วไม่ได้เป็น)

  • He acted as though he had been a millionaire.   (เป็นอดีต)

(เขาทำตัวราวกับว่าเป็นเศรษฐี)  (ในอดีต)  (แต่จริงๆ แล้วไม่ได้เป็น)

  • The boy plays with his toy as if it were a living thing.  (เป็นปัจจุบัน)

(เด็กคนนั้นเล่นกับของเล่น  ราวกับว่ามันเป็นสิ่งมีชีวิต)  (ปัจจุบัน)  (แต่จริงๆ แล้วไม่ได้เป็น)

  • He says as though he loved her.   (เป็นปัจจุบัน)

(เขาพูดราวกับว่าเขารักเธอ)  (ปัจจุบัน)  (แต่จริง ๆ แล้วไม่ได้รัก)

  • I saw it a long time ago, but I remember it as though I had seen it yesterday.   (เป็นอดีต)

(ผมเห็นมันเมื่อนานมาแล้ว  แต่ผมจำมันได้  ราวกับว่า  ผมเห็นมันเมื่อวานนี้)  (เป็นอดีต)  (จริงๆ แล้ว  ไม่ได้เห็นเมื่อวานนี้  แต่เห็นนานมาแล้ว)

 

3. The teacher is busy ________________________________________________ a book.

(ครูมีธุระยุ่งกับ ________________________________________________ หนังสือ)

(a) to write

(b) having written

(c) writing    (การเขียน)

(d) write

ตอบ   –   ข้อ   (c)   เนื่องจากคำคุณศัพท์   “Busy”  (มีธุระยุ่งกับ)  และ  “Worth”  (คุ้มค่า, ควรค่า)  ต้องตามด้วย  “Gerund” (Verb + ing)   เช่น

  • She is busy reading in the library.

(เธอมีธุระยุ่งอยู่กับการอ่านหนังสือในห้องสมุด)

  • The book is worth reading.

(หนังสือเล่มนี้ควรค่าต่อการอ่าน)

  • The film is worth watching.

(หนังเรื่องนี้คุ้มค่าต่อการชม)

  • His sound morality was worth mentioning about.

(คุณธรรม-จริยธรรมของเขาควรค่าต่อการกล่าวถึง)

 

4. They waited two hours for the bus.  __________________ they gave up and went home.

(พวกเขารอรถเมล์ ชั่วโมง, ______________________ พวกเขาเลิกคอยและกลับบ้าน)

(a) However    (อย่างไรก็ตาม)

(b) Unfortunately    (โชคไม่ดี)

(c) Finally    (ในที่สุด)

(d) Furthermore    (ยิ่งไปกว่านั้น)

 

5. There was a ___________________________________________ of water in the north.

(มี ____________________________________________________ น้ำในภาคเหนือ)

(a) short    (ขาดแคลน, สั้น, เตี้ย)

(b) shortness    (ความสั้น, ความเตี้ย)

(c) shortage    (ความขาดแคลน)

(d) shortest    (สั้นหรือเตี้ยที่สุด)

 

6. The food __________________________ by my mother tastes better than anyone else’s.

(อาหาร (ซึ่ง) __________________ โดยแม่ของผม  มีรสชาติดีกว่า (อาหาร) ของคนอื่นใด)

(a) is cooked

(b) was cooked

(c) cooking

(d) cooked    (ถูกปรุง)

ตอบ    –    ข้อ   (d)   เนื่องจากลดรูปมาจากอนุประโยค   “……….......…….. which (that) is cooked by my mother

 

7. I want to be ______________________________________________________ you are.

(ผมต้องการ _________________________________________________ ที่คุณสูง)

(a) quite so tall as

(b) so tall that

(c) so tall as

(d) as tall as    (สูงเท่ากับ, สูงเท่ากัน)

ตอบ   –   ข้อ   (d)   เนื่องจาก   “As…….....……..as”  (......................เหมือนกันกับ, ......................เท่ากันกับ)   ใช้ได้ทั้งในประโยคบอกเล่าและปฏิเสธ   ส่วน  “So…….......……as” (......................... เหมือนกันกับ, ............................ เท่ากันกับ)   ใช้ในประโยคปฏิเสธพียงอย่างเดียว   (ห้ามใช้ในประโยคบอกเล่า)   เช่น

  • He is as clever as his brother.

 (เขาฉลาดเท่าๆกับพี่ชาย)

  • She is not as beautiful as her sister.

 (เธอไม่สวยเท่ากับน้องสาว)

  • Jim was not as (so) hard-working as his colleagues.

 (จิมไม่ขยันเท่าๆกับเพื่อนร่วมงาน)

***** (ห้ามใช้)  We are so diligent as our neighbors. (ปฏิเสธ)

  (เราเพียรพยายามเท่าๆกับเพื่อนบ้านของเรา)

  ******   (ต้องใช้)   They are as economical as we are. (บอกเล่า)

  (พวกเขาประหยัดเท่าๆ กับพวกเรา)

 

8. Do you come to school ___________________________________________________?

(คุณมาโรงเรียนโดย _____________________________________________ ใช่ไหม)

(a) by foot

(b) with foot

(c) on foot    (ทางเท้า, เดินมา)

(d) by feet

ตอบ   –   ข้อ   (c)   เนื่องจากต้องใช้รูปแบบนี้   หรืออาจใช้   “by walking”  แทนก็ได้

 

9. My sister got home ___________________________________________________ ago.

(น้องสาวของผมกลับถึงบ้าน _________________________________________ ที่ผ่านมา)

(a) a half of hour

(b) an hour’s half

(c) half an hour    (ครึ่งชั่วโมง)

(d) a half hour

ตอบ   –   ข้อ    (c)   ต้องใช้รูปแบบนี้เสมอ

 

10. Bill is ________________________________________ on tennis than his elder brother.

(บิล ______ กับกีฬาเทนนิสกว่าพี่ชายของเขา)  (คือ  สนใจกับเทนนิส มากกว่าพี่ชายเยอะเลยทีเดียว)

(a) very keen

(b) more keener

(c) much keener    (ขะมักเขม้นหรือใจจดจ่อมากกว่า มากมาย)

(d) more keener

ตอบ   –   ข้อ   (c)   ต้องใช้   “keener”   เนื่องจากเป็นคำพยางค์สั้น  ส่วนคำว่า  “มาก”  ที่จะมาขยายคำคุณศัพท์   “ขั้นกว่า”  มี   คำ  คือ   “Much”  และ  “Far”  (ห้ามใช้  “Very”  หรือ   “So”เช่น   “Much bigger” (ใหญ่กว่ามาก),  “Much older” (แก่กว่ามาก),  “Much more important”  (สำคัญกว่ามาก),  “Far smaller”  (เล็กกว่ามาก),  “Far thinner”  (ผอมหรือบางกว่ามาก),  “Far more beautiful”  (สวยกว่ามาก)

                                                   แต่ถ้าต้องการจะบอกว่า   “ร้อนกว่าเล็กน้อย”   ให้ใช้รูป   “A little hotter”  “A bit hotter”  หรือ  “A little bit hotter

 

11. Don’t leave the children alone _________________________________; he’ll be afraid.

(อย่าทิ้งเด็กไว้ ________________________________ ตามลำพัง (เพราะว่า) แกจะกลัว)

(a) in a dark

(b) in the dark    (ในที่มืด)

(c) in darkness

(d) in the darkness

ตอบ   –   ข้อ  (b)   ต้องใช้รูปนี้เสมอ

 

12. He has wasted __________________________________________________________.

(เขาได้ใช้ __________________________________________ ไปโดยเปล่าประโยชน์)

(a) many times

(b) much times

(c) many time

(d) much time    (เวลามากมาย)

ตอบ   –   ข้อ   (d)   ส่วน   “times”   หมายถึง   “หลายครั้งหลายหน”  หรือ  “ยุคสมัย

 

13. He told one of the men ___________________________ with his back against the wall. 

(เขาบอกชายคนหนึ่งให้ ________________________ โดยเอาหลังชิด (หรือพิง) กำแพง)

(a) turn and sit

(b) to turn and sit    (หันมาและนั่ง)

(c) turned and sat

(d) turning and sitting

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจาก   “Subject + Tell + กรรม  + To + Verb 1”  กล่าวคือ   กริยาที่อยู่หลังกรรมรอง  (บุคคลหรือสิ่งของ)  ของคำกริยาต่อไปนี้  จะต้องเป็นรูป   “Infinitive with to”  เสมอ  ได้แก่   “Cause,  Force,  Compel,  Invite,  Advise,  Instruct,  Persuade,  Allow,  Permit,  Encourage,  Press,  Warn,  Order,  Request,  Tempt,  Teach,  Tell,  Oblige”    ตัวอย่างประโยค   เช่น

  • We ordered him to leave

(เราสั่งให้เขาไปซะ)

  • She forced her servant to finish the work by noon.

(เธอบังคับให้สาวใช้ทำงานให้เสร็จในตอนบ่าย)

  • They invited her to go to their party. 

(พวกเขาเชิญเธอไปร่วมงานเลี้ยง)

  • The teacher instructed him to study hard.

(ครูแนะนำเขาให้ขยันเรียน)

  • I told him to play outside. 

(ผมบอกให้เขาไปเล่นข้างนอก)

  • She taught him (how) to cook.

(หล่อนสอนเขา (วิธี) ปรุงอาหาร)

  • We encouraged her to fight against cancer.

(พวกเราให้กำลังใจเธอต่อสู้กับมะเร็ง)

  • The flood caused the train to move slowly. 

(น้ำท่วมเป็นเหตุให้รถไฟเคลื่อนไปอย่างช้าๆ)

  • She requested him to buy her a new dress.

(เธอขอร้องเขาให้ซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่ให้เธอ)

  • The manager advised his staff to work harder.

(ผู้จัดการแนะให้สตาฟของเขาทำงานให้หนักขึ้น)

 

14. The flood waters are _____________________________________________________.

(น้ำท่วม ___________________________________________________________)

(a) out from control

(b) out off control

(c) out of control    (ไม่สามารถควบคุมได้)

(d) away from control

 

15. The heat of the sun ________________________ transmitted to the earth by radiation.

(ความร้อนของดวงอาทิตย์ _______________________ ส่งผ่านมายังโลกโดยการแผ่รังสี)

(a) had

(b) was

(c) has

(d) is    (ได้รับการ, ถูก)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากเป็นข้อเท็จจริง   (Fact)   จึงถือเป็นเหตุการณ์ปัจจุบัน  (Present simple tense)   และต้องอยู่ในรูปในรูปของ  “Passive voice”  เพราะประธานของประโยค  คือ   “The heat”   ซึ่งเป็นคำนามนับไม่ได้  (เอกพจน์เสมอ)  (และมี   “Of the sun”  เป็นส่วนขยาย)   เป็นผู้   “ถูกกระทำ”  (ถูกส่งผ่านมายังโลก)   จึงต้องใช้โครงสร้าง   “Subject + Is + Verb 3”  (The heat……….......…….is transmitted ……...............……)

 

16. You can learn ___________________________________ the word from the dictionary.

(คุณสามารถเรียนรู้ ______________________________________ คำจากพจนานุกรม)

(a) pronunciation    (การออกเสียง, วิธีการออกเสียง)

(b) pronouncing

(c) to pronounce   (ที่จะออกเสียง)

(d) pronounce

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจาก   “Learn + To + Verb 1”  ดูคำอธิบายเพิ่มเติมจากตัวอย่างข้างล่าง

                                                     ตัวอย่างที่  ๑

  • I’ll try ______________________________________________________ my best.

(ผมจะพยายาม _______________________________________________ ดีที่สุด)

(a) to make

(b) to work

(c) to show

(d) to do    (ทำ)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   “Do one’s best”  =  “ทำดีที่สุด” และหลังกริยา  “Try”  ต้องตามด้วย   “Infinitive with to” (To + Verb 1)   สำหรับกลุ่มคำกริยาที่ต้องตามด้วย   “Infinitive with to”  (To + Verb 1)  ได้แก่   “promise  (สัญญา),  offer  (เสนอ),   want  (ต้องการ),   hope  (หวัง),   plan (วางแผน),   hesitate  (รีรอ, ลังเลใจ),   fail  (ล้มเหลว),   learn  (เรียนรู้),   expect  (คาดหวัง),   refuse  (ปฏิเสธ), need  (ต้องการ),  dare  (กล้า),  claim  (อ้าง),   agree  (ตกลง),  demand  (เรียกร้อง),  wish  (ปรารถนา),   intend  (ตั้งใจ),  seem  (ดูเหมือนว่า),  resolve  (ตกลงใจ),  determine  (ตัดสินใจ),  decide  (ตัดสินใจ),  pretend  (แสร้งทำ),  afford  (มีฐานะพอ, สามารถหามาได้),  happen  (บังเอิญ),  appear  (ดูเหมือนว่า), prove  (พิสูจน์ว่า),   ask  (ขอร้อง),  beg  (ขอร้อง),  choose  (เลือก),  manage  (ประสบความสำเร็จ),   hurry  (เร่งรีบ),   tend  (มักจะชอบ),   arrange (จัดแจง, เตรียมการ),   care (สนใจ),  come (มา)   ดังตัวอย่างประโยคข้างล่าง

  • They want to take a rest.

(พวกเขาต้องการพักผ่อน)

  • She expects to arrive there in time.

(เธอคาดหวังว่าจะไปถึงที่นั่นทันเวลา)

  • He pretended not to see me.

(เขาแสร้งทำเป็นไม่เห็นผม)

  • We decided to buy a new home.

(เราตัดสินใจซื้อบ้านใหม่)

  • He came to see me late at night.

(เขามาพบผมเวลากลางคืนตอนดึก)

  • We must learn to work hard and to save money.

(เราจะต้องเรียนรู้เรื่องการทำงานหนักและออมเงิน)

  • She refused to go out with him.

(เธอปฏิเสธที่จะออกไปข้างนอกกับเขา

  • She affords to buy an expensive car.

(เธอมีฐานะพอที่จะซื้อรถยนต์ราคาแพง)

  • They agreed to take a vacation this summer.

(พวกเขาตกลงที่จะเดินทางวันหยุดพักผ่อนหน้าร้อนนี้)

  • We wish to graduate in a few months and to get a job.

(เราปรารถนาที่จะเรียนจบในอีก  ๒ – ๓  เดือนข้างหน้าและได้งานทำ)

  • He asked to play a role in the school play.

(เขาขอร้องที่จะแสดงในบทในละครของโรงเรียน)

  • They promised to come and they did come.

(พวกเขาสัญญาว่าจะมา และก็มาจริงๆ)

  • The team failed to win a place in the finals.

(ทีมนั้นไม่สามารถที่จะได้เข้ารอบสุดท้าย)

  • They hoped to meet their parents after separating with them for years.

(พวกเขาหวังจะได้พบกับพ่อแม่หลังจากแยกกับพ่อแม่เป็นเวลาหลายปี)

  • Did you manage to get anything to eat before you came?

(คุณประสบความสำเร็จ (สามารถ) หาอะไรกินก่อนมาที่นี่หรือเปล่า)

 

17. How old must one __________________________________________ in an election?

(คนเราจะต้องอายุเท่าใด _____________________________________ ในการเลือกตั้ง)

(a) to vote

(b) to be voted

(c) to be to vote

(d) be to vote   (ที่จะลงคะแนนเสียง)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากมาจากประโยคบอกเล่า   “One must be 20 years old to vote in an election.”  (คนเราจะต้องอายุ  ๒๐  ปี ถึงจะลงคะแนนในการเลือกตั้งได้)   และ   “Must”   ต้องตามด้วย   “Infinitive without to”  (Verb 1)   ดังนั้น  จึงต้องใช้   “One must be 20 years……………......….”   จะใช้   “Must is, Must are”  ไม่ได้   และเมื่อเป็นประโยคคำถาม   จึงต้องใช้ว่า   “How old must one be to vote………............……..?”   (คนเราจะต้องอายุเท่าใด  จึงจะลงคะแนน............................)

 

18. I phoned the doctor __________________________________ make an appointment.

(ผมโทรศัพท์ไปหาหมอ ________________________ ทำการนัดหมาย)  (เพื่อไปพบหมอ)

(a) in order for

(b) so that to    (รูปนี้ไม่มีใช้)

(c) in order to    (เพื่อที่จะ)

(d) due to    (เพราะว่า, เนื่องจาก)  (ตามด้วยคำนาม หรือวลี) 

ตอบ   -   ข้อ    (c)   หรืออาจตอบ   “So as to”  หรือ   “To”  ก็ได้  สำหรับ   “In order for”   มีที่ใช้ดังในประโยคข้างล่าง

  • In order for you to get admitted to the university, you’ll have to take a competitive examination.

(เพื่อที่คุณจะเข้ามหาวิทยาลัย  คุณจำเป็นจะต้องสอบแข่งขัน)

 

19. When you arrived at the railway station, you _________________________ taken a taxi.

(เมื่อคุณมาถึงสถานีรถไฟ (เมื่อวานนี้) คุณ ____________________________ ขึ้นรถแท็กซี่)

(a) will have

(b) should have    (ควรจะได้)

(c) would

(d) have

ตอบ   -   ข้อ    (b)   “Should + Have + Verb 3”  =  “ควรจะได้ทำเช่นนั้นแล้ว  (ในอดีต)”  แต่ก็มิได้ทำ  คือ จริงๆ แล้ว  มิได้ขึ้นรถแท็กซี่  (ทั้งๆ ที่ควรจะได้ทำเช่นนั้น)

 

20. Jane’s dress is similar in appearance __________________________________ her sister’s.

(เสื้อผ้าอาภรณ์-เครื่องแต่งตัวของเจน  มีความคล้ายคลึงในด้านรูปโฉมภายนอก _______ (เสื้อผ้า) ของน้องสาวของเธอ)

(a) with

(b) like

(c) as

(d) to    (กับ)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   “Be similar to”  =  “คล้ายกับ, เหมือนกับ”  สำหรับวลีที่ใช้กับ   “To”  ดูจากพารากราฟข้างล่าง

                                               สำหรับคำคุณศัพท์  (Adjective)   ที่ใช้กับ   “To”   ได้แก่   kind (กรุณา, ใจดี)  -  He is very kind to me.  (เขากรุณาต่อผมมาก),  “new”  (It is new to me.  –  มัน (เป็นเรื่อง) ใหม่สำหรับผม), close  (ใกล้ชิดกับ),  cruel  (โหดร้ายกับ),  hostile  (มุ่งร้าย หรือเป็นปฏิปักษ์กับ),  obvious  (ชัดเจนแก่),  obedient  (เชื่อฟังต่อ),  peculiar  (แปลกประหลาดแก่, เฉพาะกับ),  equal  (เท่ากันกับ),  grateful  (ขอบคุณ, เป็นหนี้บุญคุณ)  -  I’m very grateful to your kind assistance.  (ผมขอบคุณอย่างมากต่อความช่วยเหลือของคุณ),  harmful  (เป็นอันตรายต่อ),  kind  (กรุณาต่อ),  dear  (เป็นที่รักแก่),  faithful  (ศรัทธาต่อ),  junior  (อาวุโสน้อยกว่า),  senior  (อาวุโสมากกว่า)  -  He is senior to me in the army.  (เขาอาวุโสกว่าผมในกองทัพ  -  คือมียศสูงกว่า),  inferior  (ด้อยกว่า, เลวกว่า, แย่กว่า),  superior  (ดีกว่า, เหนือกว่า),  polite  (สุภาพต่อ)  -  He is polite to everyone he meets.  (เขาสุภาพกับทุกคนที่เขาเจอะเจอ),  familiar  (คุ้นเคยกับ)  -  Most people at the party were familiar to me.  (คนส่วนใหญ่ที่งานเลี้ยงคุ้นเคยกับผม,  useful  (เป็นประโยชน์กับ),  similar  (คล้ายกับ),  rude  (หยาบคายกับ),  previous  (ก่อน),  used  (เคย),  accustomed  (คุ้นเคย, เคยชิน)  -  They are accustomed to hot weather.  (พวกเขาคุ้นเคยกับอากาศร้อน),  clear  (ชัดเจนกับ),  essential  (จำเป็นกับ),  necessary  (จำเป็นต่อ),  good  (ปฏิบัติดีต่อ),  identical  (เหมือนกับ)  -  The material is almost identical to limestone.  (วัตถุชิ้นนั้นเกือบจะเหมือนกันเป๊ะกับหินปูน),  satisfactory (เป็นที่พอใจของ),  important  (สำคัญต่อ),  significant  (สำคัญต่อ),  equivalent  (เท่ากับ, เสมือนกับ),  loyal  (จงรักภักดีต่อ)   เป็นต้น

                                              สำหรับคำกริยา  (Verb)  ที่ใช้กับ  “To”  ได้แก่   “happen”  (เกิดขึ้น)  -  The accident happened to his family a long time ago.  (อุบัติเหตุเกิดขึ้น กับครอบครัวของเขานานมาแล้ว),  occur  (เกิดขึ้น),  resort  (หันไปใช้)  -  You must never resort to violence.  (คุณจะต้องไม่หันไปใช้ความรุนแรง),  compare  (เปรียบเทียบว่าเหมือนกับ)-  Some people compare sleep to death.  (บางคนเปรียบเทียบการนอนหลับว่าเหมือนกับความตาย),  belong  (เป็นของ)  -  That car belongs to me.  (รถยนต์คันนั้นเป็นของผม),  attend  (เอาใจใส่)  -  You should attend to your teacher’s advice.  (คุณควรเอาใจใส่คำแนะนำของอาจารย์),  see to it  (ดูแลในเรื่อง, จัดการในเรื่อง)  -  I will see to it that you get what you want.  (ผมจะดูแลให้ว่า  คุณได้ทุกอย่างที่คุณต้องการ),  consent  (ยินยอมต่อ)  -  He consented to postponement of the trip.  (เขายินยอมกับการเลื่อนการเดินทางออกไป),  attribute  (มีสาเหตุมาจาก)   -  He attributed the worsening situation to increased conflicts between the government and the people.  (เขาคิดว่าสถานการณ์ที่แย่ลง  มีสาเหตุมาจากความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลและประชาชน),  apply  (สมัคร, ขอ),  reply  (ตอบ),  appeal  (อุทธรณ์, ชวนให้เกิดความสนใจ หรือ หลงใหล),  confine  (จำกัดอยู่ใน),  turn  (หันไปหา, หันไปใช้),  amount  (รวมเป็นจำนวน),  surrender  (ยอมจำนนต่อ),  listen  (ฟัง),  recommend  (แนะนำว่าดี),  devote  (อุทิศแก่),  accustom  (ทำให้คุ้นเคยกับ),  object  (คัดค้าน, ไม่เห็นด้วยกับ),  succumb  (พ่ายแพ้ต่อ, ยอมจำนนกับ)  -  He finally succumbed to injury.  (เขาในที่สุดพ่ายแพ้ต่อการบาด เจ็บ  -  คือตาย),  complain  (บ่น หรือ ร้องเรียนกับ)  They complained to me about the noise.  (เขาร้องเรียนกับผมเกี่ยวกับเรื่องเสียงดัง),  suggest  (แนะนำกับ)   -  I suggested to him that he should work harder.  (ผมแนะนำกับเขาว่า  เขาควรขยันมากขึ้น),  respond  (ตอบสนองต่อ)   - The government should quickly respond to its people’s demand.  (รัฐบาลควรตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนอย่างรวดเร็ว),  look forward to  (ตั้งหน้าตั้งตารอคอย),  refer  (อ้างถึง, แนะนำให้ไปหา),  yield  (จำนน หรือพ่ายแพ้ต่อ),  introduce  (แนะนำให้รู้จักกับ),  reduce  (ลดลงจนต้อง),  be used to  (คุ้นเคยหรือเคยชินกับ),  get used to  (คุ้นเคยหรือเคยชินกับ),  be accustomed to  (คุ้น เคยหรือเคยชินกับ),  get accustomed to  (คุ้นเคยหรือเคยชินกับ),   เป็นต้น

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”                

 

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป