หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 420)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Part V: Sentence Completion   (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

 

1. __________ inclination to be a dancer, Nellies Sanders’s schooling prepared her for college and a career in the ministry.

(____________ สิ่งที่ชอบ (ของเธอ) คือเป็นนักเต้นรำ, การศึกษาในโรงเรียนของเนลลีส์ แซนเดอร์  เตรียมตัวเธอให้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัย  และมีอาชีพในกลุ่มนักบวช)  (คือ  เป็นแม่ชี)

(a) Although her    (แม้ว่า..................(สิ่งที่ชอบ)...................ของเธอ)  (ตามด้วย “Subject + Verb”)

(b) Her    (ของเธอ)

(c) Despite her    (ทั้งๆ ....................(สิ่งที่ชอบ)..................... ของเธอ)

(d) Due to her    (เนื่องมาจาก..................(สิ่งที่ชอบ)....................ของเธอ)

 

2. I object ____________________________________________________ your proposal.

(ผมคัดค้าน (ไม่เห็นด้วย) _____________________________________ ข้อเสนอของคุณ)

(a) to    (กับ)

(b) against

(c) in

(d) at

(e) on

ตอบ   –    ข้อ   (a)   “Object to”   หมายถึง   “คัดค้าน, ไม่ชอบ, ไม่เห็นด้วย”  เช่น

  • We object to the selection of Tom as our team leader.

(พวกเราไม่เห็นด้วยกับการเลือกทอมเป็นหัวหน้าทีมของพวกเรา)

                                                  สำหรับคำคุณศัพท์  (Adjective)   ที่ใช้กับ   “To”   ได้แก่   kind (กรุณา, ใจดี)  -  He is very kind to me.  (เขากรุณาต่อผมมาก),  “new”  (It is new to me.  –  มัน (เป็นเรื่อง) ใหม่สำหรับผม), close  (ใกล้ชิดกับ),  cruel  (โหดร้ายกับ),  hostile  (มุ่งร้าย หรือเป็นปฏิปักษ์กับ),  obvious  (ชัดเจนแก่),  obedient  (เชื่อฟังต่อ),  peculiar  (แปลกประหลาดแก่, เฉพาะกับ),  equal  (เท่ากันกับ),  grateful  (ขอบคุณ, เป็นหนี้บุญคุณ)  -  I’m very grateful to your kind assistance.  (ผมขอบคุณอย่างมากต่อความช่วยเหลือของคุณ),  harmful  (เป็นอันตรายต่อ),  kind  (กรุณาต่อ),  dear  (เป็นที่รักแก่),  faithful  (ศรัทธาต่อ),  junior  (อาวุโสน้อยกว่า),  senior  (อาวุโสมากกว่า)  -  He is senior to me in the army.  (เขาอาวุโสกว่าผมในกองทัพ  -  คือมียศสูงกว่า),  inferior  (ด้อยกว่า, เลวกว่า, แย่กว่า),  superior  (ดีกว่า, เหนือกว่า),  polite  (สุภาพต่อ)  -  He is polite to everyone he meets.  (เขาสุภาพกับทุกคนที่เขาเจอะเจอ),  familiar  (คุ้นเคยกับ)  -  Most people at the party were familiar to me.  (คนส่วนใหญ่ที่งานเลี้ยงคุ้นเคยกับผม,  useful  (เป็นประโยชน์กับ),  similar  (คล้ายกับ),  rude  (หยาบคายกับ),  previous  (ก่อน),  used  (เคย),  accustomed  (คุ้นเคย, เคยชิน)  -  They are accustomed to hot weather.  (พวกเขาคุ้นเคยกับอากาศร้อน),  clear  (ชัดเจนกับ),  essential  (จำเป็นกับ),  necessary  (จำเป็นต่อ),  good  (ปฏิบัติดีต่อ),  identical  (เหมือนกับ)  -  The material is almost identical to limestone.  (วัตถุชิ้นนั้นเกือบจะเหมือนกันเป๊ะกับหินปูน),  satisfactory (เป็นที่พอใจของ),  important  (สำคัญต่อ),  significant  (สำคัญต่อ),  equivalent  (เท่ากับ, เสมือนกับ),  loyal  (จงรักภักดีต่อ)   เป็นต้น

                                                 สำหรับคำกริยา  (Verb)  ที่ใช้กับ  “To”  ได้แก่   “happen”  (เกิดขึ้น)  -  The accident happened to his family a long time ago.  (อุบัติเหตุเกิดขึ้นกับครอบครัวของเขานานมาแล้ว),  occur  (เกิดขึ้น),  resort  (หันไปใช้)  -  You must never resort to violence.  (คุณจะต้องไม่หันไปใช้ความรุนแรง),  compare  (เปรียบเทียบว่าเหมือนกับ)-  Some people compare sleep to death.  (บางคนเปรียบเทียบการนอนหลับว่าเหมือนกับความตาย),  belong  (เป็นของ)  -  That car belongs to me.  (รถยนต์คันนั้นเป็นของผม),  attend  (เอาใจใส่)  -  You should attend to your teacher’s advice.  (คุณควรเอาใจใส่คำแนะนำของอาจารย์),  see to it  (ดูแลในเรื่อง, จัดการในเรื่อง)  -  I will see to it that you get what you want.  (ผมจะดูแลให้ว่า  คุณได้ทุกอย่างที่คุณต้องการ),  consent  (ยินยอมต่อ)  -  He consented to postponement of the trip.  (เขายินยอมกับการเลื่อนการเดินทางออกไป),  attribute  (มีสาเหตุมาจาก)   -  He attributed the worsening situation to increased conflicts between the government and the people.  (เขาคิดว่าสถานการณ์ที่แย่ลง  มีสาเหตุมาจากความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลและประชาชน),  apply  (สมัคร, ขอ),  reply  (ตอบ),  appeal  (อุทธรณ์, ชวนให้เกิดความสนใจ หรือ หลงใหล),  confine  (จำกัดอยู่ใน),  turn  (หันไปหา, หันไปใช้),  amount  (รวมเป็นจำนวน),  surrender  (ยอมจำนนต่อ),  listen  (ฟัง),  recommend  (แนะนำว่าดี),  devote  (อุทิศแก่),  accustom  (ทำให้คุ้นเคยกับ),  object  (คัดค้าน, ไม่เห็นด้วยกับ),  succumb  (พ่ายแพ้ต่อ, ยอมจำนนกับ)  -  He finally succumbed to injury.  (เขาในที่สุดพ่ายแพ้ต่อการบาดเจ็บ  -  คือตาย),  complain  (บ่น หรือ ร้องเรียนกับ)  They complained to me about the noise.  (เขาร้องเรียนกับผมเกี่ยวกับเรื่องเสียงดัง),  suggest  (แนะนำกับ)   -  I suggested to him that he should work harder.  (ผมแนะนำกับเขาว่า  เขาควรขยันมากขึ้น),  respond  (ตอบสนองต่อ)   - The government should quickly respond to its people’s demand.  (รัฐบาลควรตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนอย่างรวดเร็ว),  look forward to  (ตั้งหน้าตั้งตารอคอย),  refer  (อ้างถึง, แนะนำให้ไปหา),  yield  (จำนน หรือพ่ายแพ้ต่อ),  introduce  (แนะนำให้รู้จักกับ),  reduce  (ลดลงจนต้อง),  be used to  (คุ้นเคยหรือเคยชินกับ),  get used to  (คุ้นเคยหรือเคยชินกับ),  be accustomed to  (คุ้นเคยหรือเคยชินกับ),  get accustomed to  (คุ้นเคยหรือเคยชินกับ),   เป็นต้น

 

3. Though the railways have no competition, most people see that their charges are fair and ___________.

(แม้ว่ารถไฟจะไม่มีการแข่งขัน  คนส่วนมากมองว่าราคา (ค่าบริการของรถไฟ)  เป็นธรรมและ ______________)

(a) reason    (เหตุผล)  (เป็นคำนาม)

(b) reasonable    (ราคาพอสมควร, ไม่แพงเกินไป, มีเหตุผล, เหมาะสม)  (เป็นคำคุณศัพท์)

(c) reasonably    (เป็นกริยาวิเศษณ์)

(d) reasonless    (ปราศจากเหตุผล)

 

4. The sky is cloudy and it looks like ___________________________________________.

(ท้องฟ้ามีเมฆมาก  และมันดูเหมือน _______________________________________)

(a) rain    (ฝน)

(b) to rain

(c) rainy

(d) it will rain

ตอบ   –   ข้อ   (a)   เนื่องจาก  “Like”   ในที่นี้เป็น   “Preposition”  หมายถึง  “เหมือน, คล้าย”  ต้องตามด้วยคำนาม  ซึ่งในที่นี้  คือ   “ฝน

 

5. When Tim heard that he had passed his exam with high marks, he realized that he had been worrying quite ____________.

(เมื่อทิมได้ยินว่าเขาได้สอบผ่านด้วยคะแนนสูง  เขาตระหนักว่า  เขาได้วิตกกังวล _________ อย่างยิ่ง)

(a) unnecessary

(b) unnecessarily    (อย่างไม่จำเป็น, โดยไม่จำเป็น)

(c) not necessary

(d) not necessarily

ตอบ   –   ข้อ   (b)   เนื่องจากขยายกริยา   (worrying)   จึงต้องอยู่ในรูปกริยาวิเศษณ์(Adverb)

 

6. “A corner shoe store” means “_____________________________________________”.

(“ร้านรองเท้าที่หัวมุมถนน”  หมายถึง _______________________________________)

(a) the shoe at the corner of a store    (รองเท้าที่มุมของร้าน)

(b) one corner of a shoe store    (มุมหนึ่งของร้านรองเท้า)

(c) a store selling shoes at the corner    (ร้านขายรองเท้าอยู่ที่หัวมุมถนน)

(d) the shoe at one corner of the store    (รองเท้าที่มุมหนึ่งของร้าน)

ตอบ   –   ข้อ   (c)   เนื่องจากการแปลความหมายของคำนามขยายคำนาม  หรือ   “นามประกอบ”   (Compound noun)   ต้องแปลจากข้างหลังย้อนขึ้นมาข้างหน้า  (ทั้งนี้  มีข้อสังเกต  คือ  คำนามตัวหน้าจะไม่อยู่ในรูปพหูพจน์   คือไม่เติม   s  ต่จะแสดงรูปพหูพจน์ที่คำนามตัวหลัง)  ดูเพิ่มเติม   “นามประกอบ”   จากคำต่อไปนี้

   -  service bus (es)  (รถบริการ – คือรถรับ-ส่งพนักงาน)

   -  bus service (s)   (บริการรถประจำทาง)

   -  flower garden (s)  (สวนดอกไม้)

    -  color television (s)   (ทีวีสี)

   -  room number (s)   (หมายเลขห้อง)

   -  bookstore (s)   (ร้านขายหนังสือ)

   -  development plan (s)   (แผนการพัฒนา)

   -  population increase   (การเพิ่มประชากร)

   -  table lamp (s)   (ตะเกียง-โคมไฟตั้งโต๊ะ)

   -  war criminal (s)   (อาชญากรสงคราม)

   -  traffic jam   (รถติด)

   -  newspaper article   (บทความหนังสือพิมพ์)

   -  conference room   (ห้องประชุม)

   -  peace talk   (การเจรจาสันติภาพ)

   -  car key   (กุญแจรถ)

   -  car park   (ที่จอดรถ)

   -  railway station   (สถานีรถไฟ)

   -  art exhibition   (นิทรรศการศิลปะ)

   -  show room   (ห้องแสดงสินค้า หรือตัวอย่างสินค้า)

   -  show business   (ธุรกิจการแสดง)

   -  flood victim   (เหยื่ออุทกภัย)

   -  energy management   (การบริหารพลังงาน)

   -  drain pipe   (ท่อระบายน้ำ)

   -  wastewater disposal   (การกำจัดน้ำเสีย)

   -  energy conservation   (การอนุรักษ์พลังงาน)

   -  interest rate   (อัตราดอกเบี้ย)

   -  premium payment   (การจ่ายเบี้ยประกัน)

   -  office building   (อาคารสำนักงาน)

   -  rubbish bin   (ถังขยะ)

   -  community development   (การพัฒนาชุมชน)

   -  road safety rally   (การรณรงค์ความปลอดภัยบนถนน)

   -  flood relief center   (ศูนย์บรรเทาน้ำท่วม)

   -  production method   (วิธีการผลิต)

   -  goods outlet  (ตลาด-ช่องทางระบายสินค้า)

   -  distribution channel   (ช่องทางการจำหน่าย)

   -  contract period  (ระยะเวลาของสัญญา)

   -  loan amount limit   (การจำกัดปริมาณเงินกู้)

   -  debt payment   (การชำระหนี้)

   -  audit procedure   (กระบวนการตรวจสอบ)

   -  risk assessment   (การประเมินความเสี่ยง)

   -  reforestation activity   (กิจกรรมการปลูกป่า)

   -  government sector   (ภาครัฐบาล)

   -  tourism sector   (ภาคการท่องเที่ยว)

   -  border patrol police school   (โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน)

   -  toilet construction   (การสร้างห้องน้ำ)

   -  implementation plan   (แผนการดำเนินงาน)

   -  duty performance   (การปฏิบัติหน้าที่)

   -  business partner   (คู่ค้า, หุ้นส่วนธุรกิจ)

   -  business competitor   (คู่แข่งทางธุรกิจ)

   -  business growth   (การเติบโตของธุรกิจ)

   -  emergency use   (การใช้กรณีฉุกเฉิน)

   -  donation reception   (การรับบริจาค)

   -   wood house (s)   (บ้านไม้)

   -  steel table (s)   (โต๊ะเหล็ก)

   -  government policy  (นโยบายรัฐบาล)

   -  personnel development   (การพัฒนาบุคลากร)

   -  insurance policy   (กรมธรรม์ประกันภัย)

   -  growth rate   (อัตราการเติบโต)

    -  oil price rise  (การขึ้นราคาน้ำมัน)

    -  birthday party   (งานเลี้ยงวันเกิด)

    -  dividend payment   (การจ่ายเงินปันผล)

    -  debt payment  (การชำระหนี้)

    -  income tax deduction   (การหักภาษีเงินได้)

    -  motor insurance   (การประกันภัยรถยนต์)

    -  fire insurance   (การประกันอัคคีภัย)

    -  capital market   (ตลาดทุน)

    -  exchange rate (s)   (อัตราการแลกเปลี่ยน)

    -  traffic problem (s)  (ปัญหาจราจร)

    -  greenhouse gas   (กาซเรือนกระจก)

    -  tourism sector   (ภาคการท่องเที่ยว)

    -  climate change   (การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ)

    -  terrorism risk (s)  (การเสี่ยงภัยการก่อการร้าย)

    -  commodity price (s)  (ราคาสินค้า)

    -  price competition   (การแข่งขันด้านราคา)

    -  household debt   (หนี้ครัวเรือน)

    -  car sale (s)   (การขายรถยนต์)

    -  distribution channel   (ช่องทางการจำหน่าย)

    -  accident occurrence   (การเกิดอุบัติเหตุ)

    -  branch office (s)   (สำนักงานสาขา)

    -  insurance company   (บริษัทประกันภัย)

    -  business partner (s)   (คู่ค้า)

    -  leather belt   (เข็มขัดหนัง)

    - business transaction (s)   (การดำเนินธุรกิจ)

    - business mind   (จิตใจคิดแต่เรื่องธุรกิจ)

    - heart disease treatment   (การรักษาโรคหัวใจ)

 

7. ___________________________________________ his visit he did a lot of sightseeing.

(___________________________ การมาเยือนของเขา  เขาได้ทัศนาจรมากมายหลายแห่ง)

(a) While    (ในขณะที่)  (ตามด้วยประโยค  คือ “Subject + Verb”  เช่น “While he was making his visit”)

(b) For

(c) During    (ระหว่าง, ในระหว่าง)  (ตามด้วยวลี หรือคำนาม)

(d) When he makes

ตอบ   -   ข้อ   (c)   หรืออาจตอบ  ข้อ   (d)  แต่ต้องแก้เป็น   “When he made (his visit) (เมื่อเขามาเยือน)  แต่ไม่นิยมใช้เหมือน ข้อ   (c)  เนื่องจากใจความรัดกุมกว่า

 

8. He spoke to ___________________________________________ member of the team.

(เขาพูดกับสมาชิก _____________________________________________ ของทีม)

(a) all    (ทุกคน)  (ตามด้วยคำนามพหูพจน์)  (members)

(b) some    (บางคน)  (ตามด้วยคำนามพหูพจน์)  (members)

(c) both    (ทั้ง  ๒  คน)  (ตามด้วยคำนามพหูพจน์)  (members)

(d) each    (แต่ละคน)  (ตามด้วยคำนามนับได้  เอกพจน์)

 

9. Tom never comes before eight o’clock, _______________________________________?

(ทอมไม่เคยมาก่อน  ๘  โมงเช้า ___________________________________________)

(a) doesn’t he

(b) does he    (ใช่ไหม)

(c) doesn’t Tom

(d) will he

ตอบ   -   ข้อ   (b)   คำต่อไปนี้   ถือว่าอยู่ในกลุ่ม   “Negative”  (ปฏิเสธ)  ได้แก่   “Seldom, Hardly, Scarcely, Rarely  (ทั้ง    คำ หมายถึง  “ไม่ใคร่จะ, แทบจะไม่”), Never  (ไม่เคย), Few, Little  (ทั้ง    คำ หมายถึง  “น้อยมาก), None, Nothing, Nowhere, etc.”   ดังนั้น  ในส่วน  “Tag  จึงต้องอยู่ในรูปบอกเล่า  เช่น   ประโยคใน  ข้อ    และข้างล่าง

  • Nothing has made him delighted, has it?

(ไม่มีสิ่งใดทำให้เขาพอใจ-ยินดี, ใช่ไหม)

  • He rarely comes to work in time, does he?

(เขาแทบจะไม่มาทำงานทันเวลา, ใช่ไหม)

  • Few people like to work late at night, do they?

(น้อยคนนักที่ชอบทำงานอยู่จนดึกดื่น, ใช่ไหม)

  • Little progress has been made, has it?

(ความก้าวหน้ามีน้อยมาก, ใช่ไหม)

 

10. Would you like me __________________________________________ your baggage?

(คุณอยากให้ผม ___________________________________ กระเป๋าเดินทางของคุณไหม)

(a) carry

(b) to carry    (แบก, ถือ)

(c) carrying

(d) to be carried

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากเป็นตามโครงสร้าง   “Subject + Would like + To + Verb 1”  (ประธานฯ อยาก...............................)   หรือ   “Subject + Would like + Object + To + Verb 1”   (ประธานฯ อยากให้กรรม..............................)   เช่น

  • She would like to go shopping this weekend.

(เธออยากจะไปช้อปปิ้งสุดสัปดาห์นี้)

  • He would like me to pick him up at the airport.

(เขาอยากให้ผมไปรับเขาที่สนามบิน)

 

11. Don’t worry, you’ll certainly get there in time.  I’m taking a route without much ______________.

(ไม่ต้องวิตกกังวล  คุณจะต้องไปถึงที่นั่นทันเวลาอย่างแน่นอน  ผมกำลังใช้เส้นทางซึ่งมี ______ ไม่มาก)

(a) traffic    (ยวดยานและผู้คนที่สัญจรไปมา, การจราจร, ยวดยาน, การสัญจรไปมา, การคมนาคม, การค้า, การซื้อขาย)  (เป็นคำนามนับไม่ได้  ใช้กับ  “Much”)     

(b) car    (รถยนต์)

(c) people    (ผู้คน, ประชาชน)  (เป็นคำนามพหูพจน์)

(d) communication    (การสื่อสาร, การติดต่อ, การแลกเปลี่ยนข่าวสาร, การคมนาคม)

ตอบ   -   ข้อ   (a)   “Much”   ใช้กับคำนามนับไม่ได้  (Traffic)

 

12. This train is not fast enough __________________________________ an express train.

(รถไฟคันนี้ไม่เร็วพอ __________________________________________ รถไฟด่วน)

(a) to be calling

(b) for calling

(c) to be called   (ที่จะถูกเรียกว่า)

(d) that can be called

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากอยู่ในโครงสร้าง  “Subject + Is (Are) + (Not) + Adjective + Enough + To + Verb 1”  (ในกรณีที่ประธานประโยคเป็นผู้กระทำ – Active voice)   สำหรับในกรณีที่ประธานประโยคเป็นผู้ถูกกระทำ  (Passive voice)  จะต้องเปลี่ยนโครงสร้างเป็น  “……....……+ Enough + To + Be + Verb 3”   เช่น

  • He is kind enough to love all of his colleagues. (Active voice)

(เขาเมตตากรุณาพอที่จะรักเพื่อนร่วมงานทุกคน)  (เขาเป็นผู้รัก – คือ ผู้กระทำ)

  • He is kind enough to be loved by all of his colleagues. (Passive voice)

(เขาเมตตากรุณาพอที่จะได้รับความรัก (ถูกรัก) จากเพื่อนทุกคน(เขาเป็นผู้ถูกรัก – คือ ถูกกระทำ)

                                                  ตัวอย่างอื่นๆ ในรูป  “Passive voice”  เช่น

  • She is clever enough to be awarded a scholarship.

(เธอฉลาดพอที่จะได้รับมอบทุนเล่าเรียน)

  • They were careless enough to be killed in an accident.

(พวกเขาประมาทพอที่จะตายในอุบัติเหตุ)

  • We worked hard enough to be appreciated by our boss.

(เราทำงานหนัก – หรือขยัน – พอที่จะได้รับการยกย่องชื่นชมจากหัวหน้าของเรา)

 

13. We’re lucky to live in a ____________________________________________ country.

(เราโชคดีที่อาศัยอยู่ในประเทศ ___________________________________________)

(a) democracy    (ระบอบประชาธิปไตย, การปกครองแบบประชาธิปไตย)  (เป็นคำนาม)

(b) democratic    (ที่เป็นประชาธิปไตย, ในระบอบประชาธิปไตย)  (เป็นคำคุณศัพท์)

(c) democrat    (ผู้นิยมระบอบประชาธิปไตย) (เป็นคำนาม)

(d) democracies    (ประเทศที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย) (เป็นคำนาม)

ตอบ   –   ข้อ   (b)   เนื่องจากขยายหน้าคำนาม   (Country)  จึงต้องใช้คำคุณศัพท์

 

14. This book as well as that one ________________________ assigned as outside reading.

(หนังสือเล่มนี้  รวมทั้งเล่มนั้น _______________ มอบหมายให้เป็นหนังสืออ่านนอกเวลาเรียน)

(a) being

(b) will

(c) has been    (ถูก, ได้รับ)

(d) have

ตอบ   –   ข้อ   (c)   เนื่องจากประธานหลายตัวเชื่อมด้วยคำในพารากราฟข้างล่าง   ให้ใช้   “Verb”  ตามประธานตัวหน้า  (นอกจากนี้   “Has been”  เป็นกริยาเพียงข้อเดียวที่อยู่ในรูป   “Passive voice”   (ถูกมอบหมาย)   และใช้ตามประธานตัวหน้า   “This book

                                            As well as, With, Together with, Including, Along with  =  รวมทั้ง, Besides, In addition to  =  นอกจาก, But  =  แต่, Except  =  ยกเว้น, No less than  =  รวมถึง, รวมทั้ง, Excluding  =  ไม่นับ, Accompanied by  =  ติดตามโดย, Not  =  ไม่ใช่, Like  =  เช่นเดียวกัน)   ดังตัวอย่างประโยคข้างล่าง  ซึ่งทุกข้อใช้กริยาตามประธานที่อยู่ข้างหน้าคำเชื่อมข้างบน

  • The manager, along with his secretary, was held responsible for the mismanagement of the fund.

(ผู้จัดการ  รวมทั้งเลขาฯของเขา  ถูกถือว่ารับผิดชอบต่อการบริหารเงินกองทุนที่ผิด พลาด)

  • Currently, young men with technical education are well paid because of the demand for highly skilled workmen.

(ปัจจุบัน  คนหนุ่มที่มีการศึกษาด้านเทคนิค  ได้ค่าจ้างงาม  เนื่องจากความต้องการคนงานที่มีทักษะสูง)

  • My dog as well as my cat eats twice a day.

(หมาของผม  รวมทั้งแมว  กินอาหารวันละ    มื้อ)

  • The boy with his dog is here.

(เด็กชาย  รวมทั้งหมาของเขา  อยู่ที่นี่แล้ว)

  • Jim as well as I spends a great deal of time swimming.

(จิม  รวมทั้งผม  ใช้เวลามากมายในการว่ายน้ำ)

  • A football game, with its color, excitement and struggles always fascinates me.

(กีฬาฟุตบอล  รวมทั้งสีสัน  ความตื่นเต้น  และการต่อสู้  มักทำให้ผมหลงใหลเสมอ)

 

15. Tim expects to graduate from the university _________________________ next month.

 (ทิมคาดหวังว่าจะจะการศึกษาจากมหาวิทยาลัย _______________________ เดือนหน้า)

(a) by    (ราวๆ เวลา,  ใน)

(b) in

(c) at

(d) on

ตอบ   -   ข้อ    (a)    สำหรับวลีที่ใช้   “By”  ได้แก่   “By my watch”  {(เวลา  ๑๐  โมง)  จากนาฬิกาของผม},  “He died by his own hands.  (เขาตายด้วยน้ำมือของตนเอง),  “by chance” (โดยบังเอิญ)  -  I met my own friend at the party by chance.  (ผมเจอเพื่อนเก่าที่งานเลี้ยงโดยบังเอิญ),  “by birth”  (โดยกำเนิด)  -  She is an English by birth.  (เธอเป็นคนอังกฤษโดยกำเนิด),  “by mistake”  (โดยการเข้าใจผิด)  -  He took my book by mistake.  (เขาเอาหนังสือของผมไปโดยเข้าใจผิด  คือ คิดว่าเป็นของเขา),  “by heart”  (โดยการท่องจำ)  -  I learn English vocabularies by heart.  (ผมเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษโดยการท่องจำ),  “by car” (= in a car) (โดยรถยนต์),  “by bus” (= in a bus) (โดยรถประจำทาง),  “by train” (= in a train) (โดยรถไฟ)  “by plane” (= in a plane)(โดยเครื่องบิน)  “by air”  (โดยทางอากาศ) “by sea”  (โดยทางทะเล)  “by telephone”  (โดยทางโทรศัพท์)  “by telegram” (โดยทางโทรเลข)  “by letter”  (โดยทางจดหมาย)  “by trade”  (โดยทางการค้า)  “by radio” (โดยทางวิทยุ)  “by force” (โดยใช้กำลัง)  “I know him (them) by name” (ผมรู้จักเขาแต่ชื่อ  -  ไม่เคยพบตัว)  “by himself/herself”  (โดยตัวเขา/เธอเอง  ตามลำพัง หรือ ไม่มีใครช่วย)  -  He did all the work by himself.  (เขาทำงานทั้งหมดด้วยตนเอง),  “by machinery” (โดยเครื่องจักร)  “by hand” (= with his hands) {(ทำ) ด้วยมือ}  “The room is 20 feet by 10 feet.” (ห้องยาว ๒๐ ฟุต กว้าง ๑๐ ฟุต)  “Sugar is sold by the pound/kilogram.” (= by weight) {น้ำตาลถูกขายเป็นปอนด์/กิโลกรัม = (ขาย) เป็นน้ำหนัก}  “The road was widened by 5 meters.”  (ถนนถูกขยายออกไปอีก ๕ เมตร)  “remarks by Mr. Schmidt”  (คำพูดโดยมิสเตอร์ชมิดท์) “She was brought up by her aunt.” (เธอได้รับการอบรม-เลี้ยงดูโดยป้าของเธอ)  “new legislation announced by the government” (กฎหมายใหม่ประกาศโดยรัฐบาล)  “I was startled by his anger.”  (ผมสะดุ้งตกใจจากความโกรธของเขา)  “by and large” (= on the whole) (โดยทั่วๆ ไป, เมื่อพิจารณาทุกด้านแล้ว),  “by mistake”  (โดยการเข้าใจผิด)  “by accident”  (โดยอุบัติเหตุ, โดยมิได้ตั้งใจ)  “by degrees” (ทีละน้อย)  “by the way”  (อ้อ, เอ้อ, อนึ่ง – ใช้พูดเกริ่นนำ ก่อนจะเข้าเรื่อง)  “by all means”  (โดยแน่นอน)  “by no means” (ไม่โดยแน่นอน)  “by-pass” (= short cut)  (ทางลัด)“passer-by” (ผู้ที่ผ่านไปมา)  “by-gone”  (สิ่งหรือเรื่องที่ผ่านไปแล้ว)  “by-product” (ผลพลอยได้)  “I will pay by cheque.” (ผมจะจ่ายเป็นเช็ค),  “read a book by candlelight”(อ่านหนังสือโดยใช้แสงเทียน)  “by chance” (โดยบังเอิญ)  “She came in by the back door.”  (เธอเข้ามาทางประตูหลัง),  “I sat by her bed.” (ผมนั่งข้าง – หรือใกล้ – เตียงของเธอ)  “by 1960”  (ราวๆ ปี ๑๙๖๐)  “By the time I went to bed, I was absolutely exhausted.”  (ราวๆเวลาที่ผมเข้านอน  ผมเหน็ดเหนื่อยโดยสิ้นเชิง)  “He is rich by Chinese standards.”  (เขาร่ำรวย  โดยมาตรฐานของชาวจีน)  “She was standing by herself in a corner of the room.(เธอกำลังยืนอยู่ตามลำพัง – คนเดียว – ที่มุมห้องด้านหนึ่ง)  “I think I could manage by myself.”  (ผมคิดว่าผมสามารถทำสำเร็จด้วยตัวของผมเอง – โดยไม่ต้องมีคนคอยช่วยเหลือ)  “Twelve divided by three is four.”  (๑๒ หารด้วย    เหลือ  )  “Multiply the amount by three.”  (จงคูณจำนวนนั้นด้วย )   “Cars are now made by the million.” (รถยนต์ในปัจจุบันได้รับการผลิตเป็นล้านๆคัน)  “one by one” (ทีละคน)  “year by year”  (แต่ละปี) “She took him by the hand.”  (เธอจับมือเขา)  “Hold it by the handle!” (จงถือมันไว้ที่ด้าม หรือมือจับ)  “Her salary went up by half.” (เงินเดือนของเธอขึ้นไปครึ่ง หนึ่ง)  “The economic growth increased by 10 %.” (เศรษฐกิจเติบโต  ๑๐ เปอร์เซ็นต์)  “They are Buddhists by birth, not by practice.”  (พวกเขาเป็นชาวพุทธโดยกำเนิด  มิใช่โดยการปฏิบัติ – ศาสนกิจ)  “By night, a number of animals seek their preys, while by day, they tend to sleep.”  (ระหว่างกลางคืน   สัตว์จำนวนมากเสาะหาเหยื่อ  ในขณะที่ตอนกลางวัน  พวกมันมักจะนอน)  “walk side by side”  (เดินเคียงข้างกัน)  “walk hand in hand”  (เดินจูงมือกัน)  “by-election”  (การเลือกตั้งซ่อม)  “by comparison (= in comparison)”  (โดยการเปรียบเทียบ)  -  He made me look, by comparison (= in comparison), a good, calm, reasonable person.  (เขาทำให้ผมดู (มีท่าทาง ), โดยเปรียบเทียบ, เป็นคนดี  เยือกเย็น  และมีเหตุผล)  (หมายถึง  เมื่อเปรียบเทียบผมกับเขา),    เป็นต้น

 

16. ________________________________ Kim was wealthy, she was certainly not happy.

(_______________________________ คิมมั่งคั่งร่ำรวย  เธอไม่ได้มีความสุขอย่างแน่นอน)

(a) Because    (เพราะว่า)

(b) Although    (แม้ว่า)

(c) Since    (ตั้งแต่, เพราะว่า)

(d) When    (เมื่อ)

 

17. I _____________________________________________________ saw this log myself.

(ผมเลื่อยท่อนซุง (ท่อนไม้) ด้วยตัวผมเอง ______________________________________)

(a) did    (จริงๆ, อย่างแท้จริง)

(b) have

(c) had

(d) (No word is needed.)

ตอบ   –   ข้อ   (a)   เนื่องจากเป็นการนำกริยาพิเศษ   (Do, Does, Did)  มานำหน้าคำกริยาทั่วไป   เพื่อ   “เน้นย้ำ”   กริยาตัวนั้น  ว่า   “ทำเช่นนั้นจริงๆ”   หรือ   “เป็นเช่นนั้นจริงๆ”   ซึ่งเป็นการใช้ในประโยคบอกเล่า   หรือประโยคขอร้องเชื้อเชิญ   ทั้งนี้   คำกริยาที่ตามหลัง   “Do, Does, Did”  จะต้องอยู่ในรูป   “Infinitive without to”  (Verb 1)   เช่น

  • People do in fact make mistakes.

(ผู้คนทำผิดกันจริงๆ – คือทำผิดกันเยอะเลย)

  • It does seem a bit cold in here.

(มันดูเหมือนว่าหนาวจริงๆในที่นี้)

  • I did have a map somewhere but I must have lost it.

(ผมมีแผนที่จริงๆอยู่ที่ไหนสักแห่ง  แต่ว่าผมคงทำมันหายแล้วละ)

  • I do agree with him.

(ผมเห็นด้วยกับเขาจริงๆ)

  • They did get a bit worried about me.

(เขาวิตกกังวลนิดหน่อยจริงๆเกี่ยวกับผม)

  • He does come every day.

(เขามาทุกวันจริงๆ)

  • He did come yesterday.

(เขามาเมื่อวานนี้จริงๆ)

  • You do play the piano well.

(คุณเล่นเปียโนได้ดีจริงๆ)

  • Do come in, please.

(เชิญเข้ามาข้างในเลยครับ)

 

18. I ______________________________________________________ to buy a motor-car.

(ผม __________________________________________________ ที่จะซื้อรถยนต์)

(a) have not money enough

(b) have not enough money    (มีเงินไม่เพียงพอ)

(c) have no enough money

(d) have money not enough

ตอบ   –   ข้อ   (b)   เนื่องจาก   “Enough”  ต้องอยู่หน้าคำนาม   “Money”  และนำหน้าด้วย   “Have not”  (Has not)   เมื่อหมายถึง   “ไม่มี”  ทั้งนี้   มีความหมายเหมือนประโยคข้างล่าง   คือ

  • I don’t have enough money to buy a motor-car.

 

19. He is so poor that he has no _________________________________________ to wear.

(เขายากจนมากจนกระทั่ง  เขาไม่มี _________________________________ จะสวมใส่)

(a) cloth    (ผ้าเป็นชิ้นๆ)

(b) cloths    (ผ้าหลายๆ ชิ้น)

(c) clothes    (เสื้อผ้า, เครื่องนุ่งห่ม – เป็นพหูพจน์เสมอ)

(d) clothe    (เป็นคำกริยา หมายถึง สวมเสื้อผ้า, แต่งตัว)

 

20. ________________________ you travel in ideal weather, sea journeys take a long time.

(_______________ คุณเดินทางในสภาพอากาศที่ดีเยี่ยม,  การเดินทางทางทะเลใช้เวลานาน)

(a) Even    (แม้กระทั่ง, แม้แต่)

(b) If    (ถ้า)

(c) Even if    (ถึงแม้ว่า, แม้ว่า)

(d) If even

ตอบ    –    ข้อ    (c)   “Even if  =  Even though  =  Though  =  Although”  (แม้ว่า, ถึงแม้ว่า)    สำหรับ   “Even”   ใช้ดังนี้    คือ

  • The hotel had everything.  There was even a swimming pool.

(โรงแรมมีทุกสิ่งทุกอย่าง  มีแม้กระทั่งสระว่ายน้ำ)

  • She liked him even when she was quarreling with him.

(เธอชอบเขา แม้กระทั่งตอนที่เธอกำลังทะเลาะกับเขา)

  • I will give the details to no one, not even to you.

(ผมจะไม่ให้รายละเอียดกับใคร  ไม่ให้แม้กระทั่งคุณ)

  • No one dared even to whisper.

(ไม่มีใครกล้า (พูด) แม้กระทั่งกระซิบ)

  • Tomorrow might be even better.

(พรุ่งนี้อาจจะแม้กระทั่งดีกว่า – เปรียบเทียบกับสิ่งที่ผมเพิ่งจะพูดมา)

  • People seemed content, even happy.

(ผู้คนดูเหมือนว่าพึงพอใจ  ถึงขนาดมีความสุขเลยทีเดียว)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”                

 

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป