หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 416)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Part V: Sentence Completion   (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

 

1. Closed plane figures like the square or the equilateral triangle can be grouped into a class _________ polygons.

(รูปทรงแบนราบแบบปิด  เช่น  สี่เหลี่ยมจัตุรัส หรือ สามเหลี่ยมด้านเท่า  สามารถจัดกลุ่ม (แบ่งประเภท) เป็นประเภท (ซึ่ง) _________ รูปหลายเหลี่ยม)

(a) is called

(b) is calling

(c) called    (ถูกเรียกว่า)

(d) called as

ตอบ    –   ข้อ   (c)   เนื่องจากลดรูปมาจากอนุประโยค  “………........…a class which is called polygons

 

2. Collins Baker, a bridge in the eastern part of Pennsylvania, U.S.A., was named _________ one of the most famous senators of the state.

(คอลลินส์  เบเกอร์, สะพานทางภาคตะวันออกของรัฐเพนซิลเวเนีย  สหรัฐฯ, ได้รับการตั้งชื่อ _____ หนึ่งในบรรดาวุฒิสมาชิกที่มีชื่อเสียงที่สุดของรัฐนี้)

(a) for honor of

(b) in honoring of

(c) in honor of    (เพื่อเป็นเกียรติแก่)

(d) to honoring

 

3. A semiconductor is a substance that seldom conducts electricity, but ___________ under certain circumstances.

(สารกึ่งตัวนำไฟฟ้า (กึ่งตัวนำกึ่งฉนวน) เป็นสารซึ่งไม่ใคร่จะเป็นสื่อนำไฟฟ้า, แต่ ___________ ภายใต้สภาวะบางอย่าง)

(a) so can do

(b) so do can

(c) do so can

(d) can do so    (สามารถทำเช่นนั้นได้)  (สามารถนำไฟฟ้าได้)

 

4. The gymnosperms were ________________________ of water for reproductive purposes.

(จิมโนสเปิร์มเป็น ___________ จากน้ำ  สำหรับวัตถุประสงค์ในการขยายพันธุ์)  (คือ  ไม่ต้องพึ่งพาอาศัยน้ำในการสืบพันธุ์)

(a) the first independent plants to be

(b) the first plants to be independent    {พืช (ต้นไม้) ชนิดแรกที่เป็นอิสระ}

(c) to be the first independent plants

(d) independent to be the first plants

ตอบ    –   ข้อ   (b)   ตามโครงสร้าง  “…………...……..the first + (Adjective) + Noun + To + Verb 1 (หรือ  Be + Adjective)” 

 

5. He pushed the shoes down to the bottom of the hole and filled the hole _________ the earth.

(เขาดันรองเท้าทั้ง    ข้างลงไปที่ก้นหลุม  และอัดเต็ม (กลบ) หลุม ________________ ดิน)

(a) by

(b) below    (ใต้, ข้างใต้, ข้างล่าง)

(c) with    (ด้วย)

(d) under    (ใต้  เช่น  สะพาน, โต๊ะ, เตียง  ฯลฯ)

(e) of

ตอบ    -    ข้อ    (c)   สำหรับวลีที่ใช้   “With”  ดูจากพารากราฟข้างล่าง

                                                 คุณศัพท์  (Adjective)  ที่ใช้กับ  “With”  ได้แก่  “pleased”  (ยินดี, พอใจ)  -  “She is pleased with her new workplace.”  (เธอพอใจ-ยินดีกับที่ทำงานแห่งใหม่),  “popular”  (เป็นที่นิยม) – “Holiday camps are popular with married couples with young children.”  (ค่ายพักแรมวันหยุดเป็นที่นิยมสำหรับคู่สามีภรรยาที่มีลูกเล็กๆ),  “satisfied”  (พอใจ)  -  “The company is satisfied with its employees’ performance.”  (บริษัทพึงพอใจกับการทำงานของพนักงาน),  “angry”  (โกรธ),  “busy”  (มีงานยุ่ง)  -  “She is busy preparing for her exam.”  (เธอยุ่งอยู่กับการเตรียมตัวสอบ),  “familiar”  (คุ้นเคย)  -  “He is not familiar with his new neighbors.”  (เขาไม่คุ้นเคยกับเพื่อนบ้านใหม่),  “patient”  (อดทน)  -  “His parents are very patient with him.”  (พ่อแม่ของเขามีความอดทนกับเขามาก),  “friendly”  (เป็นมิตร)  -  “She is friendly with everyone she meets.”  (เธอเป็นมิตรกับทุกคนที่เธอพบเจอ),  “careful”  (ระมัดระวัง),  “content”  (พอใจ),  “identical”  (เหมือนกัน),  “annoyed”  (ขุ่นเคือง  -  เหตุการณ์, การกระทำ) (ถ้าขุ่นเคืองคน  ใช้  “At”-  “I was annoyed with his statement.”  (ผมขุ่นเคือง (โกรธ) คำพูดของเขา),  เป็นต้น

                                                 กริยา (Verb) ที่ใช้กับ   “With”  ได้แก่   “charge”  (ฟ้องร้อง,  ดำเนินคดี),  compare  (เปรียบเทียบ)  -  “Compare this car with that one.”  (จงเปรียบเทียบรถยนต์คันนี้กับคันนั้น),  compete  (แข่งขัน),  “agree”  (ตกลง, เห็นพ้อง)  “I agree with you on this point.”  (ผมเห็นด้วยกับคุณในประเด็นนี้),  “disagree”  (ไม่เห็นด้วย),  “has trouble”  (มีปัญหา)  -  He often has trouble with his neighbors.  (เขามักมีปัญหากับเพื่อนบ้านอยู่บ่อยๆ),  “acquaint”  (ทำให้คุ้นเคย หรือเคยชิน)  -  “You should acquaint yourself with your new job.”  (คุณควรทำตัวเองให้คุ้นเคยกับงานใหม่ของคุณ),  “begin”  (เริ่มต้น)  -  “I will begin my reading with the first chapter.”  (ผมจะเริ่มต้นการอ่านด้วยบทแรก),  “interfere”  (แทรกแซง, เข้าไปยุ่งเกี่ยว)  -  “We should not interfere with other people’s business.”  (เราไม่ควรไปยุ่งเกี่ยวกับธุระของคนอื่น),  “quarrel”  (ทะเลาะ, วิวาท)  -  “Some people often quarrel with their neighbors.”  (คนบางคนทะเลาะกับเพื่อนบ้านบ่อยๆ),  “argue”  (โต้แย้ง, โต้เถียง),  “help”  (ช่วยเหลือ),  “supply”  (จัดหาให้),  “cooperate”  (ร่วมมือ)  -  “The suspect did not cooperate with the police.  (ผู้ต้องหาไม่ยอมร่วมมือกับตำรวจ),  “deal”  (เกี่ยวข้อง, รับมือ)  -  “I don’t want to deal with that man.”  (ผมไม่ต้องการติดต่อ-เกี่ยวข้องกับเจ้าหมอนั่น),  “contrast”  (ขัดแย้ง, ตรงข้าม, แตกต่างกันอย่างมาก)  -  “This type of machine contrasts sharply with that one.”  (เครื่องจักรชนิดนี้แตกต่างอย่างมากกับชนิดนั้น),  เป็นต้น

 

6. When his father died he thought ____________ his duty _____________ care of his family.

(เมื่อพ่อของเขาตาย  เขาคิด (ว่า) ____________ เป็นหน้าที่ของเขา ____________ ครอบครัว)

(a) that ________________ taking

(b) it ________________ taking

(c) it ________________ to take    (มัน  ________________  ที่จะดูแล)

(d) that ________________ to take

ตอบ    -    ข้อ    (c)   เนื่องจากเป็นไปตามโครงสร้าง   “Subject + Think + It + Noun + To + Verb + กรรม   หรืออาจตอบว่า  “………..........he thought (that) his duty was to take care…….......……”  (เขาคิดว่า  หน้าที่ของเขา  คือการดูแล......................)   หรือ   “……….……. he thought (that) it was his duty to take care……….......…”  (เขาคิดว่า  มันเป็นหน้าที่ของเขา  ที่จะดูแล...........................)   ก็ได้

 

7. Actors have to __________________ their lines many times in order to learn them perfectly.

(นักแสดงจำเป็นต้อง _____ บทพูดในละครของตนหลายๆครั้ง  เพื่อที่จะเรียนรู้มันอย่างสมบูรณ์แบบ)

(a) go in for    (มีส่วนร่วม, พยายามทำ)

(b) go after    (ติดตาม, พยายามให้ได้มา)

(c) go over    (พิจารณาอย่างรอบคอบ, ตรวจสอบอย่างใกล้ชิด, ทบทวน, ทำซ้ำ, อ่าน ซ้ำ, ศึกษา)

(d) go along with    (ไปกับ, ประกอบกับ)

 

8. My shoes are worn _____________________________________________________.

(รองเท้าของผม _____________________________________________________)

(a) in

(b) down

(c) out    (“Be worn out”  =  สึก, สึกหรอ)  (“Wear out” = ทำให้สึก)

(d) (No word is needed.)

 

9. Don’t forget to turn ___________________________________ the light before you leave.

(อย่าลืมที่จะ __________________________________________ ไฟ  ก่อนคุณออกไป)

(a) in    {ส่ง (รายงาน), ส่งกลับคืน, แจ้ง (ตำรวจ), รายงาน, แลกเปลี่ยน, เข้านอน}

(b) up    (เพิ่มเสียงให้ดังขึ้น)

(c) down    (หรี่เสียงให้เบาลง)

(d) out    (ปิด)  (อาจใช้  “Off”  ก็ได้)   

 

10. Please return your application form today, ___________________________________?

(โปรดส่งใบสมัครของคุณในวันนี้  _________________________________________)

(a) do you

(b) won’t you    (ได้ไหม)

(c) would you

(d) don’t you

ตอบ   -   ข้อ    (b)  เนื่องจากคนอเมริกันจะใช้  “Won’t you?” พ่วงท้ายประโยคคำสั่งหรือขอร้อง  (ในส่วน “Tag” ) ส่วนคนอังกฤษนิยมใช้  “Will you?

 

11. _______________________________ found their way into the French spoken in England.

(______________ พบวิถีทางของตนเองเข้าไปสู่ภาษาฝรั่งเศสที่ (ถูก) พูดกันในประเทศอังกฤษ)

(a) Good many English words

(b) A good many English word

(c) A good many English words    (คำในภาษาอังกฤษจำนวนมาก)

(d) A many English good words

 

12. Recently, a number of new rules ____________ in our company to encourage the employees to arrive punctually.

(หมู่นี้  -  เมื่อเร็วๆนี้  -  กฎระเบียบจำนวนมาก ____________ ในบริษัทของเรา  เพื่อกระตุ้นให้พนักงานมาถึง (ที่ทำงาน) ตรงเวลา)

(a) are implementing

(b) have been implemented    (ได้ถูกปฏิบัติ หรือดำเนินการ)

(c) will be implemented

(d) were being implemented

ตอบ   -   ข้อ   (b)   ใช้   “Present perfect tense”  ในรูป   “Passive voice”  {Subject + Has (Have) + Been + Verb 3}  (กฎฯ ถูกปฏิบัติ-ดำเนินการ)  เมื่อมีคำ  “Recently”  (หมู่นี้, เมื่อเร็วๆนี้)   ดูคำอธิบายเพิ่มเติมจากข้างล่าง

                                                  เราใช้   “Present perfect tense”  {Subject + Has (Have) + Verb 3}  กับการกระทำหรือเหตุการณ์ที่เพิ่งสิ้นสุด  หรือจบลงไปไม่นาน  ณ  ขณะที่พูดนั้น   สังเกตได้จาก  Just  =   เพิ่งจะ,  Recently  =  เมื่อเร็วๆนี้,  Lately  =  หมู่นี้, เมื่อเร็วๆ นี้   เช่น

  • I have just finished my assignment.

(ผมเพิ่งจะทำการบ้าน – งานที่ได้รับมอบหมาย – เสร็จ)

  • My friend has recently got married.

(เพื่อนของผมแต่งงานเมื่อเร็วๆนี้)

  • I haven’t seen John lately.

(ผมไม่เห็นจอห์นเลยหมู่นี้)

 

13. Miniskirts are ________________________________________________________.

(กระโปรงสั้นกำลัง ____________________________________________________)

(a) dying down    {ค่อยๆเงียบลงหรือสงบลง (พายุ, ฝน, เสียงดัง)}

(b) dying away

(c) dying out    (หมดสมัย, หมดยุค, ค่อยๆหายไป)

(d) dying back

 

14. The doctor advised him to _______________________________ cigarettes and whisky.

(หมอแนะนำเขาให้ ____________________________________________ บุหรี่และเหล้า)

(a) give in    (ยอมแพ้, ยอมจำนน)

(b) give up    (เลิก, ยุติ, ละทิ้ง, เลิกรอคอย, เลิกหวัง, เลิกพยายาม)

(c) give away

(d) give out    (ให้, แจก, บริจาค)

 

15. We have to ____________________________________________________ the matter.

(เราจำเป็นต้อง _________________________________________________เรื่องนั้น)

(a) think about    (คิดเกี่ยวกับ)

(b) think off

(c) think up

(d) think out    (หาหรือค้นพบโดยการคิด, คิดยาวไปถึงอนาคต, เข้าใจว่าอะไรจะเกิดขึ้นในอนาคต)

ตอบ   -   ข้อ   (a)   หรืออาจตอบ   “Think over”  =   “คิดหรือพิจารณาอย่างรอบคอบ, ศึกษา”  ก็ได้

 

16. It is __________________________________________________________ method.

(มันเป็นวิธีการ _____________________________________________________)

(a) a most common

(b) most common

(c) a commonest

(d) the commonest    (ปกติ, ธรรมดาสามัญ, ทั่วๆไป ที่สุด)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เป็นการเปรียบเทียบ  “ขั้นสูงสุด”  “Superlative degree”  (Common  -  ปกติ, ธรรมดาสามัญ, ทั่วๆไป,  Commoner, Commonest   หรืออาจใช้   More common,  Most common  ก็ได้)   สำหรับข้อนี้อาจตอบ   “The most common”   ได้เช่นกัน

 

17. This road ____________________________________________________ to London.

(ถนนสายนี้ ________________________________________________ สู่ลอนดอน)

(a) leads    (นำไปสู่)

(b) go    (ไป)

(c) runs

(d) is

ตอบ   –   ข้อ   (a)   ทั้งนี้   สามารถใช้ข้อ  (b)  ได้   แต่ต้องแก้เป็น   “goes”  เนื่องจาก  “Road”   เป็นคำเอกพจน์

 

18. I got married ______________________________________________ the age of thirty.

(ผมแต่งงาน ___________________________________________________ อายุ  ๓๐)

(a) in

(b) at    (เมื่อ)

(c) during

(d) when

ตอบ   –    ข้อ   (b)   หรืออาจใช้   “at thirty”   หรือ   “when I was thirty”  หรือ   “when I was thirty years old”  ก็ได้

                                                   สำหรับวลีที่ใช้กับ   “At”  ได้แก่   at a high speed” =  ด้วยความเร็วสูง)  -  “The car is moving at a high speed.”  (รถยนต์กำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง),   “sit at a table”  (นั่งที่โต๊ะ)  “land at a small airport” (ร่อนลงที่สนามบินเล็กๆ)  “at both ends”  (ที่ปลายทั้ง ๒ ข้าง)   “a knock at the door”  (การเคาะที่ประตู)  -   “We heard a knock at the door at late night.”  (เราได้ยินเสียงเคาะที่ประตูตอนดึกมากแล้ว),  “at a beach club” (ที่สโมสร ณ ชายหาด) “at a funeral” (ที่งานศพ) “at a press conference” (ที่การให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์) “at a high school dance” (ที่งานเต้นรำของโรง เรียน) “at the office” (ณ ที่ทำงาน)  “at breakfast”  (เมื่อเวลาอาหารเช้า)  “to stare at a garage roof” (จ้องมองไปที่หลังคาโรงรถ)  “to wave down at him” (โบกมือให้เขา) “to throw petals at his car”  (โยน – โปรย – กลีบดอกไม้ที่รถของเขา)   “at a distance”  (ในระยะไกล)   “at a standstill”  (หยุดชะงัก, หยุดนิ่งอยู่กับที่)  “at 10:00 a.m.” (ตอน ๑๐ โมงเช้า)  “at dawn” (ตอนรุ่งอรุณ) “at once”  (โดยทันทีทันใด)  “at his wit’s end”  (เขาหมดปัญญา, จนปัญญา, ไม่รู้จะทำอย่างไรดี)  “at loose ends”  (ไม่มีอะไรทำ, ไม่มีงานทำ, ไม่รู้จะทำอะไร ดี, ยังไม่แน่ใจว่าจะทำอะไรต่อไป, ยังไม่ตัดสินใจ)  “at a later stage”  (ในระยะหรือขั้นตอนต่อไป)   “at a time of high unemployment”  (ณ ช่วงเวลาที่มีการว่างงานสูง)  “to start work at sixteen” (เริ่มทำงานตอนอายุ ๑๖)  “to die at eighty-three”  (ตายเมื่ออายุ ๘๓)  “to grow at an astonishing rate” (เติบโตในอัตราที่น่าพิศวง)  “to buy or sell it at $ 100”  (ซื้อหรือขายที่ราคา ๑๐๐ เหรียญ)  “at 100 miles per hour” (ที่ ๑๐๐ ไมล์ต่อชั่วโมง)  “the radio playing at full volume” (วิทยุเปิดสุดเสียง)  “to set a pass mark at 60 percent” (ตั้งคะแนนผ่านที่ ๖๐ เปอร์เซ็นต์) “to work harder at his thesis”  (ขยันมากขึ้นกับวิทยา นิพนธ์)  “to aim at bringing down the inflation rate” (มีเป้าหมายเพื่อลดอัตราเงินเฟ้อ)  “to go at the invitation of his neighbors” (ไปเพราะการเชื้อเชิญของเพื่อนบ้าน) “to leave at the director’s command” (จากไปเพราะคำสั่งของผู้อำนวยการ) “at liberty” (มีอิสรเสรีที่จะทำอะไร, มิได้ถูกขัดขวางหรือหยุดยั้ง) “to be at war”(ทำสงคราม)  “to put his life at risk” (ทำให้เขาต้องเสี่ยงชีวิต)  “to read at random”  (อ่านแบบสุ่มๆ – คือไม่เฉพาะเจาะจง)  “at gun point” (โดยเอาปืนจี้หัว)  “to fly at their expense”  (บินไปโดยค่าใช้จ่ายของพวกเขา)  “to be at her best”  (อยู่ในช่วงที่ดีที่สุดของเธอ)  “at a guess”  (โดยการเดาหรือทาย)  “at a rough estimate” (โดยประมาณการอย่างคร่าวๆ)  “good at swimming”  (ว่ายน้ำเก่ง)  “clever at mathematics” (เก่งคณิตศาสตร์)  “bad at cooking”  (ปรุงอาหารไม่เก่ง)  “an expert at shooting”  (เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการยิงปืน)  “be delighted at the success” (ปลาบปลื้ม-ยินดี กับความสำเร็จ) “feel sorry at his dismissal” (รู้สึกเสียใจกับการถูกไล่ออกของเขา) “feel glad at a new job”  (รู้สึกดีใจกับงานใหม่)“at first”  (ในตอนแรก)  “at last”  (ในที่สุด)  “at least”  (อย่างน้อยที่สุด)  “at leisure”  (มีเวลาว่าง, ไม่ได้ทำงาน, ไม่ได้มีงานยุ่ง)  “at length”  (อย่างละเอียด, อย่างเต็มที่, ในที่สุด)  “at most, at the most”  (อย่างมากที่สุด)  “at loggerheads”  (ทะเลาะกัน, ต่อสู้กัน, เป็นปฏิปักษ์ต่อกัน)“at present”  (ในปัจจุบัน)  “at the same address” (ณ ที่อยู่เดิม)  “at 33 Albert Street” (บ้านเลขที่  ๓๓  ถนนอัลเบิร์ต)  “at the hairdresser’s”  (ที่ร้านทำผม)  “at church”  (ที่โบสถ์ – ไปทำพิธี)  “at home” (ที่บ้าน) “to be at work”  (กำลังทำงานหรือยุ่งอยู่กับกิจกรรมอะไรบางอย่าง, สถานการณ์หรือกระบวน การที่กำลังมีผลกระทบหรืออิทธิพล)  “at school” (ที่โรงเรียน) “at college”  (ที่มหาวิทยาลัย)  “arrive at the airport” (มาถึงที่สนามบิน) “at night”  (ตอนกลางคืน)  “at Easter” (ช่วงเทศกาลอีสเตอร์)  “at the weekend”  (ตอนสุดสัปดาห์)  “I don’t understand it at all.”  (ผมไม่เข้าใจมันเลย)  “I can hardly hear you at all.”  (ผมแทบจะไม่ได้ยินเสียงคุณเลย  –  เสียงคุณแผ่วเบามาก)  “It is not at all likely he will come.”  (แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะมา  -  คือมีโอ กาสเกิดขึ้นน้อยมาก)  “Can it be done at all?”  (มันจะสามารถทำได้ไหมนี่)  “She will walk with a limp, if she walks at all.”  (เธอจะต้องเดินขากระ     เผลก-ขาเป๋  ถ้าเธอยังเดินได้  -  หมายถึงเธออาจจะเดินไม่ได้อีกเลย)  “at all costs”  (ไม่ว่าจะต้องเสียเงิน เวลา หรือความพยายามเพียงใด  Carl is determined to succeed in his new job at all costs.”  (คาร์ลมุ่งมั่นที่จะประสบความสำเร็จในงานใหม่ของเขา  โดยไม่สนใจว่าจะต้องทำงานหนักเพียงใด)  “Regardless of the results, Mr. Jackson intended to save his son’s eyesight at all costs.”  (โดยไม่คำนึงถึงผลลัพธ์  มิสเตอร์แจ๊คสันตั้งใจที่จะรักษาสายตาของลูกชายตน  ไม่ว่าจะต้องใช้เวลาหรือเงินมากมายเพียงใด)  “at a loss”  (ในสภาพที่ไม่แน่นอน, ไม่รู้อะไรเลย, งุนงงสับสนไปหมดจนทำอะไรไม่ถูก, จนปัญญา)  “A good salesman is never at a loss for words.”  (นักขายที่ดีไม่เคยจนปัญญาที่จะพูดเพื่อขายสินค้า)  “When Don missed the last bus, he was at a loss to know what to do.”  (เมื่อดอนตกรถเมล์เที่ยวสุดท้าย  เขางุนงงสับสนจนไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร  -  คือไม่รู้ว่าจะหาทางกลับบ้านอย่างไร)“at anchor”  (แอ๊ง-เคอะ  -  จอดลอยลำทอดสมออยู่)  “at any rate”  (อย่างไรก็ตาม, อย่างไรก็ดี)  “keep him at arms length”  (ไม่คบค้าสมาคมกับเขา, ไม่ทำตัวสนิทสนมกับเขา)  “at a snail’s pace”  (อย่างเชื่องช้าอืดอาด, คืบหน้าไปทีละหน่อยเหมือนหอยทาก)  “one at a time”  {(เข้ามาในห้อง, ขึ้นรถเมล์) ทีละคน}  “run up the steps two at a time”  (ขึ้นบันไดทีละ ๒ ขั้น)  “at best, at the best”  (อย่างดีที่สุด)  “at ease”  (สบาย, ไม่มีความเจ็บปวดหรือสิ่งรบกวน)  “at every turn”  (ทุกครั้ง, ตลอดเวลา)  “at fault”  (ถูกตำหนิ, รับผิด ชอบต่อความผิดพลาดหรือความล้มเหลว)  “at first glance, at first sight”  (เมื่อแรกเห็น, หลังจากมองครั้งแรกอย่างรวดเร็ว)  “at hand, at close hand”  (อยู่ใกล้ตัว, เอื้อมถึงได้ง่าย, กำลังจะมาถึงเร็วๆนี้)  “at large”  {(คนร้าย) ยังลอยนวล, ยังจับตัวไม่ได้}   เป็นต้น

 

19. Here ________________________________________________________ from Tokyo.

(นี่ _______________________________________________________ จากโตเกียว)

(a) is an interesting news

(b) are interesting news

(c) is an interesting item of news    (เป็นหัวข้อข่าวที่น่าสนใจหัวข้อหนึ่ง)

(d) are some interesting news item

ตอบ   –    ข้อ   (c)    เนื่องจาก  “News”   เป็นนามเอกพจน์  นับไม่ได้   จึงไม่สามารถใช้  “A”   หรือ    “Are”   นำหน้าได้   ต้องใช้กับ   “Item”  (หัวข้อ)  เพื่อแสดง  “หมวดหมู่”  หรือ  “จำนวนชิ้นข่าว”   เสมอ   สำหรับข้อ   (d)   ก็ใช้ได้   แต่ต้องแก้เป็น   “items”   เนื่องจากใช้กับ   “are”   คือ   มีหลายหัวข้อข่าว   (news items   =   items of news)

 

20. Is there anything wrong ___________________________________________ your car?

(มีอะไรผิดปกติ ____________________________________________ รถของคุณหรือ)

(a) in

(b) about

(c) of

(d) with    (กับ)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”                

 

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป