หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 415)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Part V: Sentence Completion   (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

 

1. Did the teacher explain what that expression __________________________________?

(ครูอธิบายว่าคำพูดที่แสดงออกมา _________________________ อะไร (อย่างไร) หรือไม่)

(a) meaned    (รูปนี้ไม่มีใช้)

(b) meant    (หมายความถึง, หมายถึง, มีความหมายว่า)

(c) meaning

(d) was mean

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากต้องเป็นกริยา (ของอนุประโยค) ที่แสดงอดีต  (Verb 2)  (Mean, Meant, Meant)  เพื่อให้สอดคล้องกับกริยาที่สร้างคำถามในประโยคใหญ่  (Did)

 

2. If you want to make the bell ring, you must hit it ___________________ with the hammer.

(ถ้าคุณต้องการทำให้ระฆังใบนี้ดัง  คุณจะต้องตีมัน _____________________ ด้วยค้อนนี้)

(a) firm and hard

(b) firm and hardly

(c) firmly and hardly

(d) firmly and hard    (อย่างหนักแน่นและอย่างแรง)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากขยายกริยา   “Hit”  จึงต้องอยู่ในรูปกริยาวิเศษณ์  (Adverb)  สำหรับ  “Hard”  เป็นทั้งคำคุณศัพท์  (หมายถึง  หนัก, แข็ง, ยาก)  และกริยาวิเศษณ์  (หมายถึง  อย่างแรง, อย่างหนัก)  ในคำเดียวกัน  ไม่ต้องเติม  “Ly”  แต่เมื่ออยู่ในรูป  “Hardly”   เป็น  “Adverb of frequency”  หมายถึง  “ไม่ใคร่จะ, แทบจะไม่”  เช่น  ในประโยค

  • He hardly works.

(เขาไม่ใคร่จะทำงาน)

  • They hardly understood what I said.

(พวกเขาไม่ใคร่จะเข้าใจในสิ่งที่ผมพูด)

  • We hardly hear from her.

(เราแทบไม่ได้ข่าวคราวจากเธอเลย)

 

3. I don’t smoke now.  I ________________________ before the tax on tobacco was so high.

(ผมไม่สูบบุหรี่แล้วในปัจจุบัน  ผม ______________________ ก่อนที่ภาษียาสูบจะสูงมาก)

(a) used to smoking

(b) was used to smoke

(c) used to    (เคยสูบ)

(d) was used to smoking    (คุ้นเคยกับการสูบบุหรี่)  (ในอดีต)

ตอบ   –   ข้อ   (c)   เนื่องจากต้องการบอกว่า  ปัจจุบันไม่สูบแล้ว  แต่เคยสูบ (ในอดีต) ก่อนที่ภาษีจะขึ้นสูง   ดูคำอธิบายเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

                                                 ตัวอย่างที่  

  • He ____________ go abroad often for his work, but he has changed jobs and now no longer travels.

(เขา ___________ เดินทางไปต่างประเทศบ่อยในเรื่องงาน  แต่เขาได้เปลี่ยนงานมาหลายงาน  และในปัจจุบัน  มิได้เดินทางต่อไปอีกแล้ว)

(a) uses    (ใช้)

(b) used to    (เคย)

(c) was used    (ถูกใช้ – ในอดีต)

(d) is used to    (คุ้นเคย, เคยชิน – ในปัจจุบัน)

ตอบ   –   ข้อ   (b)   “Used to”   หมายถึงเคยทำในอดีต  ปัจจุบันเลิกทำเช่นนั้นแล้ว  กล่าวคือ   ต้องเป็นเรื่องของอดีตเพียงอย่างเดียว  และต้องตามด้วยกริยาช่องที่    (Used to + Verb 1)  ส่วน   “Be used to”  หรือ  “Get used to”  หมายถึง   “คุ้นเคย, เคยชิน”   ต้องตามด้วย   “คำนาม”   หรือ   “Gerund” (Verb + ing)  โดยจะใช้กับเหตุการณ์ในอดีต, ปัจจุบัน  หรืออนาคต  ก็ได้   เช่น

  • He is used to getting up late.

(เขาคุ้นเคยกับการตื่นสาย)  (ปัจจุบัน)

  • She was used to watching TV late at night.

(เธอคุ้นเคยกับการดูทีวีจนดึกเวลากลางคืน)  (อดีต)

  • They are used to cold weather.

(พวกเขาคุ้นเคยกับอากาศเย็น)  (ปัจจุบัน)

  • We got used to swimming when we were at college.

 (พวกเราคุ้นเคยกับการว่ายน้ำ  ตอนเรียนมหาวิทยาลัย)  (คือไปว่ายน้ำบ่อยๆ)  (เป็นอดีต)

  • She gets used to eating in a Chinese restaurant.

(เธอเคยชินกับการกินอาหารในภัตตาคารจีน – คือไปกินบ่อยๆ)  (เป็นปัจจุบัน)

  • African people are used to hot weather.

(คนแอฟริกันคุ้นเคยกับอากาศร้อน)  (เป็นปัจจุบัน)

  • They will get (be) used to getting up early very soon.

(พวกเขาจะคุ้นเคย (เคยชิน) กับการตื่นแต่เช้าตรู่ในเร็วๆ นี้)  (เป็นอนาคต)

                                                อนึ่ง  เมื่อต้องการทำเป็นประโยคปฏิเสธ  ให้ใส่   “Not” หลัง   “Verb to be”   หรือ ใช้    “Verb to do” (Do, Does, Did)  ช่วยในกรณีของ  “Get used to”  เช่น

  • The manager is not used to speaking in public.

(ผู้จัดการไม่คุ้นเคยกับการพูดในที่สาธารณะ)  (เป็นปัจจุบัน)

  • She did not get used to going shopping when she was young.

(เธอไม่คุ้นเคยกับการไปช้อปปิ้ง  ตอนเธอเป็นเด็ก)  (เป็นอดีต)

                                                 สำหรับรูปปฏิเสธของ   “Used to”  (เคย)   ต้องใช้   “Did not”  เท่านั้น  เช่น

  • We did not use to read a newspaper in the morning.

(เราไม่เคยอ่านหนังสือพิมพ์ในตอนเช้า)  (เป็นอดีต)

  • They didn’t use to walk to school like their classmates.

(พวกเขาไม่เคยเดินไปโรงเรียนเหมือนเพื่อนร่วมชั้น)  (เป็นอดีต)

 

4. I shall come back ________________________________________________________.

(ผมจะกลับมา _______________________________________________________)

(a) long before    (ก่อนหน้า.................................เป็นเวลานาน)

(b) before long    (ในไม่ช้า)

(c) longer

(d) not long

ตอบ   -    ข้อ   (b)   เนื่องจากมีความหมายเหมือน   “Soon”  หรือ   “In a little while”   สำหรับตัวอย่างการใช้    “Long before”   เช่น

  • I have known his parents long before I know him.

(ผมรู้จักพ่อแม่ของเขาก่อนหน้าที่ผมจะรู้จักเขา  เป็นเวลานานทีเดียว)  (คือรู้จักพ่อแม่ของทอมมา  ๑๐  ปีแล้ว แต่เพิ่งรู้จักทอมได้เพียง    ปี)

                                                 สำหรับตัวอย่างอื่นๆ ของ “Before long”  (ในไม่ช้า)  เช่น

  • Class will be over before long.

(ชั้นเรียนจะเลิกเร็วๆนี้แล้ว– คือจะเลิกอีกในไม่ช้า)

  • We were tired of waiting and hoped the bus would come before long.

(เราเบื่อการรอคอยและหวังว่า  รถเมล์จะมาในไม่ช้า)

 

5. _______________________ his poor eyesight, he did not pass the medical examination.

(________________________ สายตาที่แย่ของเขา  เขาไม่ผ่านการตรวจทางการแพทย์)

(a) According to    (สอดคล้องกับ, ตามที่...............................ว่าไว้-กล่าวไว้)

(b) Owing to    (เนื่องมาจาก)

(c) In spite of    (ทั้งๆที่)

(d) In case    (ในกรณีที่)

 

6. I’m sure you enjoy ____________________________________________________ here.

(ผมมั่นใจว่าคุณต้องสนุกสนานกับการ _____________________________________ ที่นี่)

(a) live

(b) to live

(c) to living

(d) living    (อาศัยอยู่)

ตอบ    –    ข้อ   (d)   กริยา   “Enjoy”  ต้องตามด้วยคำนาม  หรือ  “Gerund” (Verb + ing)

 

7. ___________________________________________________ does he earn his living?

(เขาหาเลี้ยงชีพ ____________________________________________________)

(a) What

(b) How    (อย่างไร)

(c) Why

(d) Whether

ตอบ   -   ข้อ   (b)   หรืออาจตอบ   “What does he do?”  (เขาทำงานอะไร, เขาประกอบอาชีพอะไร)  ก็ได้

 

8. These plates were made from ____________________________________________.

(จานเหล่านี้ (ถูก) ทำมาจาก _____________________________________________)

(a) soil    (ดิน)

(b) brick    (อิฐ)

(c) earth    (ดิน, โลก, พื้นโลก, มวลมนุษย์, สรรพสิ่งทั้งหลายบนโลก, ส่วนที่เป็นของแข็งของโลก)

(d) clay    (ดินเหนียว, โคลน, พื้นดิน)

 

9. It is ____________________________________________ to forgive a defeated enemy.

(มัน _____________________________________________ ที่ให้อภัยศัตรูที่พ่ายแพ้)

(a) immoral    (ผิดศีลธรรม)

(b) pure    (บริสุทธิ์)

(c) noble    (สูงส่ง, มีน้ำใจประเสริฐ)

(d) spiritual    (เกี่ยวกับใจ-วิญญาณ-จิตวิญญาณ-ภูตผีปีศาจ-ความรู้สึกนึกคิด)

 

10. John drank so much beer last night that he became very _______________________.

(จอห์นดื่มเบียร์มากมายเมื่อคืนวาน  จนกระทั่งเขา _______________________ อย่างมาก)

(a) furious    (โกรธจัด, มีอารมณ์รุนแรง, รุนแรงมาก, บ้าระห่ำ, อลหม่าน)

(b) impolite    (ไม่สุภาพ, หยาบคาย, ไม่มีมารยาท)

(c) obdurate     (ดื้อรั้น, ดื้อดึง, ไม่ยอมทำตาม, ไม่หวั่นไหวง่ายๆ)

(d) eminent    (โดดเด่น, มีชื่อเสียง, เป็นที่รู้จักกันดีและได้รับความเคารพ)

 

11. Can you lend me your dictionary?  I am always careful with the book I _______________.

(คุณจะให้ผมยืมพจนานุกรมของคุณได้ไหม  ผมระมัดระวังเสมอกับหนังสือที่ผม ___________)

(a) loan    (เงินกู้, ให้กู้, ให้ยืม)

(b) lend    (ให้ยืม)

(c) borrow    (ขอยืม, ยืมมา)

(d) owe    (เป็นหนี้)

 

12. This is the first time that I _________________________________________ your town.

(นี้เป็นครั้งแรกที่ผม _________________________________________ เมืองของคุณ)

(a) visited

(b) have visited    (ได้ไปเยือน)

(c) had visited

(d) was visiting

ตอบ   –   ข้อ   (b)   เนื่องจากอนุประโยค  “That I……….....………your town”  ที่นำหน้าด้วย   “This is the first time”  (นี่เป็นครั้งแรก),  “This is the second time”  (นี่เป็นครั้งที่ ๒),   “This is the last time”  (นี่เป็นครั้งสุดท้าย)  จะใช้รูป   “Present perfect tense”    ในอนุประโยคดังกล่าว  แต่ถ้าข้อความข้างหน้าเปลี่ยนเป็น   “This was the first time”    ในอนุประโยคก็จะเปลี่ยนเป็น   “Past perfect tense”  ตามไปด้วย   เช่น

  • This is the first time I have tried to play tennis.

(นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้พยายามเล่นเทนนิส)

  • This was the first time I had tried to play tennis.

(นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้พยายามเล่นเทนนิส)

 

13. How long ago _______________________________________ the Second World War?

(สงครามโลกครั้งที่  ๒  (เกิดขึ้นมา) ____________________________ นานเท่าใดแล้ว)

(a) was

(b) happened    (เกิดขึ้น)

(c) occurred    (เกิดขึ้น)

(d) took place    (เกิดขึ้น)

ตอบ   –   ข้อ   (a)   เนื่องจากข้อนี้มาจากประโยคบอกเล่า   “The Second World War was 70 years ago.”  ดังนั้น   เมื่อจะสร้างประโยคคำถาม  จึงต้องใช้รูปดังประโยคข้างบน  อย่างไรก็ตาม  ถ้าประโยคบอกเล่าเป็น   “The Second World War happened (occurred, took place) 70 years ago.”  เมื่อเปลี่ยนเป็นประโยคคำถาม  จะต้องใช้ว่า   “How long ago did the Second World War happen (occur, take place)?   กล่าวคือ   ต้องใช้   “Verb to do” (Did)  ในการสร้างประโยคคำถาม

 

14. Did you meet my sister ___________________________________ your stay in Tokyo?

(คุณพบน้องสาวของผม ______________________________ ที่พักในโตเกียวหรือเปล่า)

(a) while

(b) when

(c) during    (ในระหว่าง)

(d) between

ตอบ    –   ข้อ   (c)   เนื่องจาก  “During”   เป็น   “Preposition”   ต้องตามด้วยคำนาม  หรือวลี   ส่วน  “While”   และ  “When”   ต้องตามด้วยประโยค  (Subject + verb)    เช่น

  • During the lecture professor Woods spoke on various topics.

(ในระหว่างเล็คเชอร์  อาจารย์วูดพูดหลายหัวข้อ)

  • While he was giving a lecture, professor Woods spoke on various topics.

(ในขณะที่เขากำลังเล็คเชอร์  อาจารย์วูดพูดหลายหัวข้อ)

  • During the rain Jim went under a tree for a shelter.

 (ระหว่างฝนตก  จิมเข้าใต้ต้นไม้เพื่อหาที่หลบฝน)

  • When it rained, Jim went under a tree for a shelter.

(เมื่อฝนตก  จิมเข้าใต้ต้นไม้เพื่อหาที่หลบฝน)

 

15. I bought this car ________________________________________________________.

(ผมซื้อรถยนต์คันนี้ ____________________________________________________)

(a) for three years    (เป็นเวลา ๓ ปี)

(b) since three years

(c) three years ago    (๓ ปีมาแล้ว)

(d) only three years    (เพียง ๓ ปี)

ตอบ   –   ข้อ   (c)   สังเกตได้จากกริยา  “Bought”   ซึ่งเป็นอดีต  จึงต้องใช้กับ  “Three years ago”   หรืออาจใช้อีกรูปแบบหนึ่ง  คือ   “I own (have owned) this car for 3 years   หรือ   for only 3 years.” (ผมเป็นเจ้าของรถคันนี้ได้    ปี หรือ เพียง    ปี)

 

16. She made her guests ___________________________________________________.

(เธอทำให้แขกของเธอ __________________________________________________)

(a) laugh    (หัวเราะ)

(b) laughed

(c) laughing

(d) to laugh

ตอบ    –   ข้อ   (a)   เนื่องจากอยู่ในรูป   “Subject + Make + กรรม  + Infinitive without to (Verb 1)  ดูเพิ่มเติมการใช้  Make”  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                                   ตัวอย่างที่ 

  • The members of Parliament can make their opinions _________ if there’s any injustice.

(สมาชิกรัฐสภาสามารถทำให้ความคิดเห็นของตน _________ ถ้ามีความ อยุติธรรมใดๆ เกิดขึ้น)

(a) know

(b)  knowing

(c) known    (ถูกล่วงรู้, ได้รับการล่วงรู้)       

(d) to know  

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากเป็นไปตามโครงสร้าง  “Make + กรรม + Verb 1”  (ในกรณีเป็น  “Active voice”  คือ กรรมเป็นผู้กระทำ)  แต่ต้องใช้โครงสร้าง  “Make + กรรม + Verb 3”  (ในกรณีเป็น  “Passive voice”  คือ  กรรมเป็นผู้ถูกกระทำ   เช่น  ในประโยคข้างบน  ที่  “ความคิดเห็น” จะเป็นผู้  “รู้”  ไม่ได้   แต่ต้องเป็นผู้  “ถูกรู้, ถูกทราบ, ถูกล่วงรู้, ได้รับการล่วงรู้”)   ดังตัวอย่างข้างล่าง

  • His story made her laugh (Verb 1) all the time.

(นิทานของเขาทำให้เธอหัวเราะตลอดเวลา)  (เป็น  “Active voice” เนื่องจากเธอเป็นผู้ทำกริยาหัวเราะ)

  • She made him punished (Verb 3) by his parents.

(เธอทำให้เขาถูกลงโทษโดยพ่อแม่ของเขา)  (เป็น  “Passive voice” เนื่องจากเขาเป็นผู้ถูกกระทำ คือ  “ถูกลงโทษ”)

 

17. There are ___________________________________________________ on the desk.

(มี _______________________________________________________ บนโต๊ะเรียน)

(a) several sheets paper

(b) several sheet of paper

(c) several sheets of paper    (กระดาษหลายแผ่น)

(d) several sheets of papers

ตอบ   –   ข้อ   (c)   เนื่องจาก   “Paper” (กระดาษ) เป็นนามนับไม่ได้   จึงไม่สามารถใช้ในรูปพหูพจน์  หรือไม่สามารถ  เติม  “S”  เข้าข้างท้ายได้   ดังนั้น  เวลาจะนับ  จึงต้องนับเป็น  “แผ่น”  (Sheet)   ซึ่งสามารถทำเป็นรูปพหูพจน์ได้   คือ “หลายแผ่น”  หรือ “แผ่นเดียว”  (A sheet of paper)

 

18. When I say ‘I have no idea’, I mean ‘_______________________________________’.

(เมื่อผมพูดว่า ‘I have no idea’ ผมหมายความว่า _____________________________)

(a) I haven’t decided yet    (ผมยังไม่ตัดสินใจเลย)

(b) I have no money left    (ผมไม่มีเงินเหลือ)

(c) I have no doubt    (ผมไม่มีข้อสงสัย)

(d) I don’t know    (ผมไม่ทราบ)

 

19. I don’t know _______________________________________________________ to do.

(ผมไม่ทราบว่าจะทำ ___________________________________________________)

(a) how

(b) whom

(c) what    (อย่างไร, อะไร)

(d) why

ตอบ   –   ข้อ   (c)   ซึ่งมีความหมาย   คือ  “ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร  หรือ ทำอะไร”  คือ  ไม่รู้ว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร   ผู้พูดๆ ในลักษณะที่หมดปัญญาจะทำ  งงสับสนไปหมด   ส่วนถ้าจะตอบข้อ   (a)   ต้องแก้เป็น   “How to do it”   หรือถ้าจะตอบข้อ  (d)  ก็ต้องแก้เป็น  “Why I have to do it”  (ทำไมผมจึงต้องทำมัน)

 

20. Household goods are ____________ furniture for the home, and also things needed for cooking and meals.

(สินค้าครัวเรือนคือ ___________ เฟอร์นิเจอร์สำหรับบ้าน  และรวมถึงสิ่งต่างๆที่จำเป็นสำหรับการปรุงอาหารและมื้ออาหารต่างๆ)

(a) such a thing as

(b) such a thing like

(c) such things like

(d) such things as    (สิ่งต่างๆเช่น)

ตอบ   –   ข้อ   (d)   เนื่องจากเป็นการยกตัวอย่าง  ซึ่งมีมากกว่า   สิ่ง  โดยพิจารณาจากประธานและกริยาของประโยค  (Household goods are)   จึงต้องใช้  “things”   และ  “such”   ใช้คู่กับ   “as

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”                

 

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป