หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 413)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Part V: Sentence Completion   (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

 

1. You need a little help, ____________________________________________________?

(คุณต้องการความช่วยเหลือนิดหน่อย _______________________________________)

(a) need you

(b) needn’t you

(c) didn’t you

(d) don’t you    (ใช่ไหม)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   “Need”  เมื่อมีความหมายว่า  “ต้องการ”  จะเป็นกริยาธรรมดา  เหมือน  “Walk, Play, Eat, Write, Swim, etc.”  ดังนั้น  เมื่อจะทำเป็นรูปปฏิเสธ  จึงต้องใช้  “Verb to do”  ช่วย

 

2. If he had told me the truth, I ___________________________________________ him.

(ถ้าเขาได้บอกความจริงแก่ผม  ผม ___________________________________ เขา)

(a) will not punish

(b) would not punish

(c) would not have punished    (คงจะไม่ลงโทษเขา)

(d) would have not punished

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากเป็น   “If clause”  แบบที่     (Past unreal)   คือ  เหตุการณ์ในประโยค  (ซึ่งเป็นอดีต)  มิได้เกิดขึ้นจริง  หรือ  เกิดตรงกันข้ามกับข้อความนั้น  ทั้งนี้  ข้อความที่เกิดขึ้นจริงในประโยคข้างบน  คือ  “เขามิได้บอกความจริงแก่ผม  ผมเลยลงโทษเขา”   โดยใน  “If clause”  ต้องใช้   “Subject + Had + (Not) + Verb 3)   ส่วนใน   “Main clause”  ใช้   “Subject + Would (Should, Could, Might) + (Not) + Have + Verb 3

 

3. The air of the hills is cooler than ____________________________________________.

(อากาศของเนินเขาเย็นกว่า ______________________________________________)

(a) one of the plains

(b) of the plains

(c) that of the plains    (อากาศของที่ราบ)

(d) the plains

ตอบ   –   ข้อ   (c)   เนื่องจาก   “Air”  เป็นคำนามนับไม่ได้   จึงต้องแทนด้วย  “That”  และตามด้วย   “of the plains”   เพื่อให้สมดุลกัน  ในกรณีเป็นนามนับได้   ให้ใช้  “One”  แทน   และถ้าเป็นนามพหูพจน์  ให้ใช้   “Those”  แทน   สำหรับเหตุผลที่ไม่เลือกข้อ   (d)  เนื่องจาก  จะเป็นการเปรียบเทียบระหว่าง   “อากาศ”  และ  “ที่ราบ”   มิใช่   “อากาศของเนินเขา”   และ   “อากาศของที่ราบ”  ซึ่งผิดความหมายที่ต้องการเปรียบเทียบ   ดูเพิ่มเติมการใช้คำแทนคำนามนับได้  เอกพจน์  และคำนามพหูพจน์  จากตัวอย่างข้างล่าง

  • The book you gave me is more informative than the one I bought from a bookstore.

(หนังสือที่คุณให้ผม  ให้ข้อมูลข่าวสารมากกว่าเล่มที่ผมซื้อจากร้านหนังสือ) (book  เป็นนามเอกพจน์นับได้ จึงต้องใช้  one  แทน เมื่อจะกล่าวซ้ำ)

  • The students in this class are more hard-working than those in that class.

(นักเรียนในห้องนี้ขยันมากกว่านักเรียนในห้องนั้น)  (students  เป็นนามพหูพจน์  จึงต้องใช้  those  แทน  เมื่อจะกล่าวซ้ำ)

 

4. He should _________________________________ himself for doing so well in his work.

(เขาควร ______________________________ ในตนเอง  สำหรับการทำงานได้เป็นอย่างดี)

(a) proud of

(b) proud

(c) be proud

(d) be proud of    (ภูมิใจ)

ตอบ   –   ข้อ   (d)   เนื่องจาก   “Proud”   เป็นคำคุณศัพท์   จึงต้องใช้กับ  “Verb to be”   แต่เนื่องจากอยู่หลัง   “Should”   จึงต้องอยู่ในรูป   “Infinitive without to” (Be)  และ  “Proud”  ต้องตามด้วย   Preposition   “Of

 

5. Jimmy will be punished _________________________________________ coming late.

(จิมมี่จะถูกลงโทษ ____________________________________________ การมาสาย)

(a) by

(b) because

(c) for    (สำหรับ)

(d) in

ตอบ   –   ข้อ   (c)   สำหรับวลีที่ใช้กับ   “For”   ดูจากพารากราฟข้างล่าง

                                               สำหรับคำคุณศัพท์ที่ใช้กับ  “For”   ได้แก่   “Responsible”  (He is responsible for the job. = เขารับผิดชอบต่องาน),  “Ready”  (เตรียมพร้อมต่อ)  -  “Are you ready for your new job?”  (คุณเตรียมพร้อมสำหรับงานใหม่หรือเปล่า),  “Qualified”  (มีคุณสมบัติเหมาะสมกับ) – She was qualified for the job.  (เธอมีคุณสมบัติตรงกับงาน),  “Essential”  (จำเป็นอย่างยิ่ง),  “Good”  (เป็นประโยชน์ต่อ)  -  “It is good for you to get up early.”  (มันดีสำหรับคุณที่ตื่นนอนแต่เช้าตรู่), “Suitable”  (เหมาะสม),  “Famous”  (มีชื่อเสียง)  -  “Thailand is famous for the hospitality of its people.”  (เมืองไทยมีชื่อเสียงในเรื่องความเอื้อเฟื้อของผู้คน),  “Eager”  (กระตือรือร้น), “Sorry”  (เสียใจกับ)  -  “I’m sorry for any damage I may occur.”  (ผมเสียใจสำหรับความเสียหายใดๆ ที่ผมอาจทำให้เกิดขึ้น), “Sufficient”  (เพียงพอ), “Fit”  (เหมาะสม)  -  “These clothes are fit for me.”  (เสื้อผ้าพวกนี้เหมาะสำหรับผม), “Unfit”,  “Perfect”  (สมบูรณ์แบบ), “Grateful”  (ขอบคุณต่อ) -  I am very grateful to you for your assistance.  (ผมขอบคุณคุณอย่างมาก  สำหรับความช่วยเหลือของคุณเป็นต้น

                                               ส่วนคำกริยาที่ใช้กับ  “For”  เช่น   “Buy something for someone”  (ซื้ออะไรให้ใคร)  -  “I bought a present for her on her birthday.”  (ผมซื้อของขวัญให้เธอสำหรับวันเกิด),  “Wait”  (รอคอย)  -  They were waiting for their old friends at the airport.  (พวกเขากำลังรอคอยเพื่อนเก่าที่สนามบิน),  “Apply”  (สมัคร-  I applied for the job, but I did not get it.  (ผมสมัครงาน  แต่ผมไม่ได้มัน),  “Vote”  (ลงคะแนนให้)  -  “They will vote for the Republican only.”  (พวกเขาจะลงคะแนนให้เฉพาะกับพรรครีพับริกันเท่านั้น),  “Pay”  (จ่ายเงินค่า)  -  “I’ ll pay for the meal this time.”  (ผมจะจ่ายค่าอาหารให้มื้อนี้),  “Thank”  (ขอบคุณ)  -  “Thank you for your help.”  (ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือ), “Search  (ค้นหา)  -  “I’ll search for the data in the library.”  (ผมจะค้นหาข้อมูลในห้องสมุด),  “Look”  (ค้นหา)  -  “She is looking for her lost watch.”  (เธอกำลังค้นหานาฬิกาที่หายไป),  “Struggle”  (ต่อสู้ดิ้นรนเพื่อ)  -  “They have to struggle for their survival.” (พวกเขาจำเป็นต้องต่อสู้ดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด),  “Exchange”  (แลกเปลี่ยนเพื่อ),  “Beg”  (ขอร้อง)  -  “The criminals begged for the judge’s mercy.”  (เจ้าอาชญากรขอความเมตตาจากผู้พิพากษา),  “Ask”  (ขอร้อง),  “Call”  (เรียกร้องให้มี, จำเป็นต้องมี)  -  “The country called for peaceful co-existence.”  (ประเทศนั้นเรียกร้องให้อยู่ร่วมกันโดยสันติ),  “Apologize”  (ขอโทษ),  “Charge”  (คิดค่า),  “Provide”  (จัดให้มี, เตรียมไว้สำหรับ)  -  “The company provided for comprehensive training.”  (บริษัทจัดให้มีการฝึกอบรมอย่างกว้างขวาง),  “Substitute”  (เอามาแทน),  “Hope”  (หวังจะได้-มี)  -  “We hope for better life in the future.”  (พวกเราหวังจะมีชีวิตที่ดีขึ้นในอนาคตเป็นต้น

                                                สำหรับวลีอื่นๆที่ใช้กับ   “For”   ได้แก่  “For good”  (อย่างถาวร, ตลอดกาล, ตลอดไป)  -  The lost money was gone for good.  (เงินที่หายไปหาไม่เจออีกเลย  -  คือสาบสูญอย่างถาวร)  -  He hoped that the repairs would stop the leak for good.  (เขาหวังว่าการซ่อมจะทำให้ท่อหยุดรั่วไหลไปตลอดกาล),  “For all I Know  (เท่าที่ผมรู้มา, บางที, เป็นไปได้)  -  For all I know, they had eloped a month before the girl’s parents knew  (บางที หรือ เป็นไปได้ที่ว่า  หนุ่มสาวคู่นั้นได้หนีตามกันไป  ๑ เดือน ก่อนหน้าที่พ่อแม่ของฝ่ายหญิงจะรู้  -  คือ ผมบอกไม่ได้ว่า  เป็นอย่างนั้น จริงๆ  ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์  หรือไม่  แต่คิดว่า บางที  อาจจะเป็นเช่นนั้น),  “For the time being”  (เดี๋ยวนี้, ในขณะนี้, ชั่วขณะ, ชั่วคราว)  -  I haven’t any note paper, but this envelop will do for the time being.  (ผมไม่มีกระดาษโน๊ตเลย  แต่ว่าซองจดหมายนี้ก็ใช้แทนได้  สำหรับในขณะนี้)  -  She hasn’t found an apartment yet; she is staying with her aunt for the time being.  (เธอยังหาห้องเช่าไม่ได้เลย  เธอกำลังพักอยู่กับป้าชั่วคราว  จนกว่าจะห้องเช่าได้)“For instance (= For example)”  (ตัวอย่างเช่น),   “For sure (= For certain”  (อย่างแน่นอน, อย่างไม่ต้องสงสัยเลย, แน่นอนทีเดียว)  -  He didn’t know for sure ( for certain) which bus to take.  (เขาไม่รู้อย่างแน่ชัดว่าจะต้องขึ้นรถเมล์คันไหน  -  คือ ไม่แน่ใจ),  เป็นต้น

 

6. He won’t pass his examination ____________________________________________.

(เขาจะสอบไม่ผ่าน ____________________________________________________)

(a) if he is not enough diligent

(b) unless he is not diligent enough

(c) unless he is not enough diligent

(d) unless he is diligent enough    (ถ้าเขาไม่ขยันเพียงพอ)

ตอบ   –   ข้อ  (d)   เนื่องจาก   “Unless  =  “If…………….......… not”   แต่ต้องอยู่ในโครงสร้าง   “Unless + Subject + Verb  (บอกเล่า)”  ทั้งนี้   “อนุประโยคที่ตามหลัง  “Unless”  จะต้องอยู่ในรูปบอกเล่าเสมอ”  เนื่องจาก  “Unless”  มี  “Not”  ซึ่งเป็นปฏิเสธ  รวมอยู่ในคำด้วยแล้ว  (สำหรับประโยคข้างบน  อาจตอบ  “If he is not diligent enough”  -  “ถ้าเขาไม่ขยันเพียงพอ  ก็ได้)   ดูเพิ่มเติมจากตัวอย่างข้างล่าง

                                                       ตัวอย่างที่ 

  • ____________________________ we get some rain, the dying crops will be ruined.

(____________________ เรา (ไม่) ได้รับฝนบ้าง, พืชผลที่กำลังจะตายจะถูกทำลายย่อยยับ)

(a) Only    (เฉพาะ......................................เท่านั้น)

(b) Despite    (ทั้งๆ ที่)  (เป็น  “Preposition”  ต้องตามด้วยคำนาม  หรือวลี)

(c) Unless    (ถ้า ................................(เรา).................................. ไม่)

(d) Whenever    (เมื่อใดก็ตาม)

ตอบ   -   ข้อ   (c)   ดูเพิ่มเติมการใช้   “Unless”  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                                      ตัวอย่างที่ 

  • ____________ economic conditions improve next year, there will be widespread unrest in the United States.

(_______________ สภาวะทางเศรษฐกิจ (ไม่) ดีขึ้นปีหน้า, จะมีความปั่นป่วน-วุ่นวายที่แพร่กระจายไปทั่วในสหรัฐฯ)

(a) Despite    (ทั้งๆ ที่)  (ต้องตามด้วยคำนาม หรือวลี)

(b) If    (ถ้า)

(c) Because    (เพราะว่า)

(d) Unless   (ถ้า ....................(สภาวะทางเศรษฐกิจ)..................... ไม่ ..............ดีขึ้น)

ตอบ   -   ข้อ    (d)   สำหรับ  ข้อ  (b)  และ  (c)   แม้จะถูกหลักไวยากรณ์  แต่ผิดความหมาย  คือ  ไม่เป็นไปตามหลักตรรกะ  คือ  “ถ้า (เพราะว่า) สภาวะทางเศรษฐกิจดีขึ้นปีหน้า, จะมีความปั่นป่วน-วุ่นวายที่แพร่กระจายไปทั่วในสหรัฐฯ”  ซึ่งไม่น่าจะเป็นเช่นนั้น     

                                                       ตัวอย่างที่ 

  • ________________________________ he comes in half an hour, I shall go alone.

(_______________ เขา _____________ มาถึงในอีกครึ่งชั่วโมง  ผมจะไปตามลำพัง)

(a) If    (ถ้า)

(b) Because    (เพราะว่า)

(c) Unless    (ถ้า ..........................(เขา)......................... ไม่)

(d) When    (เมื่อ)

ตอบ   -   ข้อ    (c)

                                                      ตัวอย่างที่ 

  • __________________________ you work harder, you are going to fail your exams.

(_____________________________________ คุณ (ไม่) ขยันมากขึ้น, คุณจะสอบตก)

(a) If    (ถ้า)

(b) Unless    (ถ้า ...........................(คุณ)......................... ไม่)  (ขยันมากขึ้น)

(c) Although    (แม้ว่า)

(d) Because    (เพราะว่า)

ตอบ   -   ข้อ   (b)

                                                       ตัวอย่างที่ 

  • I don’t like to begin writing a letter, _____________________________________.

(ผมไม่ชอบที่จะเริ่มต้นเขียนจดหมาย _____________________________________)

(a) unless I don’t have time

(b) unless I have plenty of time    (ถ้าผมมีเวลาไม่มาก)  (ถ้าผมไม่มีเวลามาก)

(c) If I have plenty of time

(d) unless I have no time

ตอบ    -   ข้อ   (b)

                                                         ตัวอย่างที่ 

  • Don’t open a shop ___________________________ to smile.  (Chinese proverb)

(จงอย่าเปิดร้าน (ทำการค้า) _______________________________ ที่จะยิ้ม)  (สุภาษิตจีน)

(a) if you like

(b) as you don’t like

(c) not like

(d) unless you like    (ถ้าคุณไม่ชอบ)

ตอบ   -   ข้อ   (d)

                                                      ตัวอย่างที่ 

  • You will be late ______________________________________________ you hurry.

(คุณจะสาย ________________________ คุณ _________________________ รีบ)

(a) if

(b) because

(c) except

(d) unless     (ถ้า ............................(คุณ)............................. ไม่)

ตอบ    –    ข้อ    (d)    เนื่องจาก    “Unless”  =  “If not”  (ถ้าไม่)  แต่ต้องใช้ในรูป  “Unless + Subject + Verb”   ทั้งนี้   “Unless”   ต้องตามด้วยประโยคบอกเล่าเสมอ

                                                          ตัวอย่างอื่นๆ ของ  Unless”   เช่น

  • He will not come unless he has time.

(เขาจะไม่มา  ถ้าเขาไม่มีเวลา)

  • I shall not help him unless he asks me.

(ผมจะไม่ช่วยเขา  ถ้าเขาไม่ขอร้องผม)

  • You couldn’t get a grant unless you had five years’ teaching experience.

(คุณไม่สามารถได้รับเงินช่วยเหลือ  ถ้าคุณไม่มีประสบการณ์สอน   ปี)

  • Unless you work hard, you won’t succeed.

(ถ้าคุณไม่ขยัน  คุณจะไม่ประสบความสำเร็จ)

  • She said nothing unless she was spoken to.

(เธอไม่พูดอะไร  ถ้าเธอไม่ถูกพูดด้วย)  (คือ  ถ้าไม่มีใครพูดกับเธอ)

  • Unless they respected us, we wouldn’t care for what they said.

(ถ้าพวกเขาไม่เคารพเรา  เราจะไม่ใส่ใจในสิ่งที่เขาพูด)

  • You will fail in the exam unless you work harder.

(คุณจะสอบตกถ้าคุณไม่ขยันให้มากขึ้น)

  • The burglar will come in unless you lock the door.

(โจรย่องเบาจะเข้ามาในบ้าน  ถ้าคุณไม่ล็อกประตู)

  • Unless you comply to his order, the manager will dismiss you from your job.

(ถ้าคุณไม่ทำตามคำสั่งของเขา  ผู้จัดการจะไล่คุณออกจากงาน)

  • Unless she came to my party, I would not invite her again.

(ถ้าเธอไม่มางานเลี้ยงของผม  ผมจะไม่เชิญเธออีก)

 

7. All doctors ________________________________ their patients before giving treatment.

(แพทย์ทุกคน ________________________________ คนไข้ของตน  ก่อนให้การรักษา)

(a) relieve    (บรรเทา, ปลดเปลื้อง, ทำให้ลดลง)

(b) analyze    (วิเคราะห์)

(c) operate on    (ผ่าตัด)

(d) diagnose    (วินิจฉัยโรค, ตรวจโรค, วิเคราะห์)

 

8. People complain that their newspapers are not ___________________________ on time.

(ผู้คนร้องเรียนว่า  หนังสือพิมพ์ของพวกตนมิได้ถูก _____________________ ตรงตามเวลา)

(a) delivered    (ส่ง)

(b) prescribed    (สั่งยา, ออกคำสั่ง, กำหนด, บัญญัติ, ชี้แนะ, เสนอ)

(c) subscribed    (บอกรับเป็นสมาชิก)

(d) described    (อธิบาย, พรรณนา, บรรยาย, แถลง, ระบุ, วาด, ทำแผนภูมิ)

 

9. He was ___________________ from school because he was a gambler and drug addict.

(เขาถูก ____________________ จากโรงเรียน  เพราะว่าเขาเป็นนักพนันและคนติดยา)

(a) released    (ปล่อย, ปลดปล่อย, ปลดเปลื้อง, แก้, คลาย, จำหน่าย, ทำให้พ้นจาก)

(b) compelled    (บังคับ)

(c) expelled    (ขับไล่, ขับออก, ตัดออกจากการเป็นสมาชิก)

(d) expired    (สิ้นสุด, หมดอายุ)

 

10. I shall complete this work ________________________________________ three days.

(ผมจะทำงานนี้เสร็จสิ้น ___________________________________________   วัน)

(a) for

(b) since

(c) by

(d) in    (ใน)

ตอบ   –    ข้อ   (d)   

                                                    สำหรับวลีที่ใช้   “In”   ได้แก่   “In writing”  (เป็นลายลักษณ์อักษร, เป็นภาษาเขียน)  -  I want your answer in writing.  (ผมต้องการคำตอบจากคุณแบบเป็นลายลักษณ์อักษร  -  คือ  ทำเป็นหนังสือมา),  “Blind in one eye”  =  (ตาบอดข้างหนึ่ง)  -  She is blind in one eye.  (เธอตาบอดข้างหนึ่ง),   “deep in water and mud”  (จมลึกอยู่ในน้ำและโคลน),  “arrive in”  (มาถึงในเมือง หรือ ประเทศ)  (แต่ถ้ามาถึง โรงเรียน, ธนาคาร, วัด, บ้าน ฯลฯ ใช้  “arrive at”),  “interested in”  (สนใจใน), “qualified in”  (มีคุณสมบัติในเรื่อง), “weak in”  (อ่อนในเรื่อง), “deficient in  (ขาดหรือบกพร่องในเรื่อง), “proficient in”  (ชำนาญหรือคล่องแคล่วในเรื่อง), “successful in”  (ประสบความสำเร็จในเรื่อง), “disappointed in”  (ผิดหวังในเรื่อง), “in a box”  (ในกล่อง), “in a pocket”  (ในกระเป๋า), “sit in an armchair”  (นั่งในเก้าอี้ท้าวแขน), “in bed”  (ในเตียงหรือบนเตียง), “in the bath”(ในอ่างน้ำ), “in her hand”  (ในมือของเธอ), “in each other’s arms” (ในอ้อมแขนของกันและกัน),“in the area”  (ในพื้นที่), “in the garden” (ในสวน), “in the air”  (ในอากาศ), “in the middle of the room” (ที่กลางห้อง), “in the direction of”  (ในทิศทางของ), “in a restaurant”  (ในภัตตาคาร), “in the bathroom”  (ในห้อง น้ำ), “in school”  (ในโรงเรียน), “in hospital”  (ในโรงพยาบาล), “in the kitchen”  (ในครัว),“in the shop window”  (ในตู้โชว์กระจกของร้าน), “in a mirror”  (ในกระจก), “in a lake”  (ในทะเลสาบ), “in black suit”  (ในชุดดำ), “in the water”  (ในน้ำ), “write in ink”  (เขียนด้วยหมึก), “write in pencil” (เขียนด้วยดินสอ), “in the first chapter”  (ในบทที่ ๑), “in the film”  (ในภาพยนตร์), “wait in the queue”  (รออยู่ในแถว), “be in a play”  (ร่วมแสดงละคร), “in April”  (ในเดือนเมษายน), “in  2016”  (ในปี ๒๐๑๖), “in the morning (afternoon, evening)”  (ในตอนเช้า-บ่าย-เย็น), “in recent years”  (ในช่วงไม่กี่ปีมานี้), “in the winter (summer, spring)”  (ในหน้าหนาว-ร้อน-ใบไม้ผลิ), “in the meantime”  (ในระหว่างนั้น), “in two months”  (ภายใน ๒ เดือน), “in my absence”  (ตอนที่ผมไม่อยู่), “in the aftermath of the accident”  (ภายหลังจากอุบัติเหตุ), “in half an hour” (ภายในครึ่งชั่วโมง), “in two minutes”  (ใน ๒ นาที), “in ancient society” (ในสังคมสมัยโบราณ), “in nature”  (ในธรรมชาติ), “in these circumstances”  (ในสภาพแวดล้อมเหล่านี้), “in this situation”  (ในสถานการณ์เช่นนี้), “in a state of near chaos”  (อยู่ในสภาวะใกล้จลาจล), “in a position to help others”  (อยู่ในฐานะที่ช่วยคนอื่นได้), “in the sun”  (ท่ามกลางแสงอาทิตย์)  “in the dark”  (ในหรือท่ามกลางความมืด), “in the dim light” (ท่ามกลางแสงสลัวๆ), “in her voice”  (ในน้ำเสียงของเธอ), “in love”  (ในความรัก-ตกหลุมรัก), “in a state of shock”  (อยู่ในสภาวะช้อค), “in low spirits”  (ในสภาพจิตใจหดหู่หรือตกต่ำ), “in a temper”  (ด้วยความโกรธหรือในอารมณ์โกรธ), “in favor of free speech”  (เห็นด้วยกับการพูดแบบมีเสรี), “cry out in pain”  (ร้องด้วยความเจ็บปวด), “look up in surprise”  (เงยหน้ามองด้วยความประหลาดใจ), “in an effort to”  (ในความพยายามที่จะ)  -  She studied very hard in an effort to pass the exam.  (เธอเรียนหนักมาก  ในความพยายามที่จะสอบให้ผ่าน), “in response to”  (เพื่อตอบสนองต่อ), “in answer to”  (เพื่อเป็นการตอบ), “have confidence in”  (มีความเชื่อมั่นใน)  -  At present the people have no confidence in the government.  (ในปัจจุบัน  ประชาชนไม่มีความเชื่อมั่นในรัฐบาล), “take interest in”  (สนใจใน), “a course in Chinese”  (คอร์สภาษาจีน), “an expert in”  (ผู้เชี่ยวชาญในเรื่อง.....), “make money in business”  (หาเงินในธุรกิจ), “make his career in music”  (ประกอบอาชีพทางดนตรี), “in his old age”  (ในวัยชราของเขา), “a woman in her twenties”  (ผู้หญิงในวัย ๒๐ – ๒๙), “in my opinion”  (ในความเห็นของผม), “in her view”   (ในทัศนะของเธอ), “recruit workers in hundreds”  (รับคนงานเป็นร้อยๆคน), “in my experience”  (จากประสบการณ์ของผม), “in her own eyes”  (ในสายตาของเธอ), “speak in Italian”  (พูดภาษาอิตาเลียน), “speak in a calm voice” (พูดด้วยน้ำเสียงที่สงบ), “his complaints in writing”  (การร้องเรียนของเขาเป็นลายลักษณ์อักษร), “in financial difficulty”  (ในสภาวะยุ่งยากทางการเงิน), “$100,000 in cash”  (เป็นเงินสด  ๑๐๐,๐๐๐  เหรียญ), “dressed in black”  (ใส่ชุดสีดำ), “in real danger”  (ตกอยู่ในอันตรายอย่างแท้จริง), “in the planning stage”  (ในขั้นตอนการวาง แผน), “10 meters in length”  (ยาว ๑๐ เมตร), “cut it in two”  (ตัดมันออกเป็น ๒ ส่วน), “shrink in size”  (มีขนาดเล็กลง-หดลง), “join in”  (ร่วมวงด้วย), “a one in five chance of success”  (โอกาสสำเร็จ ๑ ใน ๕), “the pain in my feet”  (การเจ็บที่เท้าของผม), “the hole in his shirt”  (รู – รอยขาด – ในเสื้อเชิ้ตของเขา), “was shot in the leg”  (ถูกยิงที่ขา),  “in fashion”  (กำลังเป็นที่นิยม), “result in his death”  (ส่งผลให้เขาตาย), “believe in”  (เชื่อมั่น-ศรัท ธาใน), “in the first place”  (ในประการแรก)  (กล่าวเมื่อจะบอกเหตุผลหลายๆ ประ การ  เกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง  แล้วตามด้วยเหตุผลที่ต้องการจะบอก),  “in danger”  (ตกอยู่ในอันตราย),“in use”  (ใช้งาน),  “in his name”  (โดยใช้ชื่อของเขา,  ในนามของเขา  -  เช่น  เช่ารถยนต์  หรือบริจาคเงิน)  -  The car was rented in his name.  (รถถูกเช่าในนามของเขา), “in a hurry’  (เร่งรีบ, รีบร้อน, ใจร้อน)  -  He was in a hurry because he was late.  (เขารีบเร่งเพราะเขาสายแล้ว),  “in a jam”  (อยู่ในฐานะลำบาก),  “in a nutshell”  (กล่าวโดยย่อๆ, กล่าวโดยสรุป),  “in a way”  (บางครั้ง, บ้างเหมือนกัน),  “in any case”  (อย่างไรก็ดี, อย่างไรก็ตาม, ในทุกกรณี),  “in any event”  (อย่างไรก็ตาม, ทุกกรณี),  “in advance”  (ล่วงหน้า),  “in bad shape”  (เสื่อมโทรม, ทรุดโทรม, อยู่ในฐานะลำบาก),  “in charge of”  (รับผิดชอบ, ดูแล, จัดการ),  “in fact”  (แท้ที่จริงแล้ว, อันที่จริงแล้ว),  “in order”  (อย่างมีระเบียบ, เรียบร้อย),  “in time (ทันเวลา, ไม่สาย, พอดี, ตามจังหวะ, พอดีจังหวะ),  “in the bag”  (แน่นอน, แหงแก๋, ของตาย, อยู่ในกำมือแล้ว, สำเร็จเรียบร้อย),  “in the long run (term)”  (ในระยะยาว),  “in the pink”  (สภาพดีเยี่ยม, สมบูรณ์, มีสุขภาพดี),  “in tune with”  (สอดคล้องกับ, ไปกันได้กับ),  “in vain”  (ไม่สำเร็จ, ไร้ประโยชน์, ปราศจากผล), “in writing”  (เป็นลายลักษณ์อักษร, เป็นภาษาเขียน)“deep in water and mud” (จมลึกอยู่ในน้ำและโคลน),   “arrive in”  (มาถึงในเมือง หรือ ประเทศ)  (แต่ถ้ามาถึง โรงเรียน, ธนาคาร, วัด, บ้าน ฯลฯ ใช้  “arrive at”),  “interested in”  (สนใจใน), “qualified in”  (มีคุณสมบัติในเรื่อง), “weak in”  (อ่อนในเรื่อง), “deficient in  (ขาดหรือบกพร่องในเรื่อง), “proficient in”  (ชำนาญหรือคล่องแคล่วในเรื่อง), “successful in”  (ประสบความสำเร็จในเรื่อง), “disappointed in”  (ผิดหวังในเรื่อง), “in a box”  (ในกล่อง), “in a pocket”  (ในกระเป๋า),   “sit in an armchair”  (นั่งในเก้าอี้ท้าวแขน), “in bed”  (ในเตียงหรือบนเตียง), “in the bath”  (ในอ่างน้ำ), “in her hand”  (ในมือของเธอ), “in each other’s arms” (ในอ้อมแขนของกันและกัน),  “in the area”  (ในพื้นที่),   “in the garden”  (ในสวน), “in the air”  (ในอากาศ), “in the middle of the room”  (ที่กลางห้อง), “in the direction of”   (ในทิศทางของ),   “in a restaurant”   (ในภัตตาคาร), “in the bathroom”  (ในห้อง น้ำ), “in school”   (ในโรงเรียน), “in hospital” (ในโรงพยาบาล),  “in the kitchen”  (ในครัว),  “in the shop window”  (ในตู้โชว์กระจกของร้าน), “in a mirror”  (ในกระจก), “in a lake”  (ในทะเลสาบ), “in black suit”  (ในชุดดำ), “in the water”  (ในน้ำ), “write in ink”  (เขียนด้วยหมึก), “write in pencil”  (เขียนด้วยดินสอ), “in the first chapter”  (ในบทที่ ๑), “in the film”  (ในภาพยนตร์), “wait in the queue”  (รออยู่ในแถว), “be in a play”  (ร่วมแสดงละคร), “in April”  (ในเดือนเมษายน), “in  2016”  (ในปี ๒๐๑๖), “in the morning (afternoon, evening)”  (ในตอนเช้า-บ่าย-เย็น), “in recent years” (ในช่วงไม่กี่ปีมานี้), “in the winter (summer, spring)”  (ในหน้าหนาว-ร้อน-ใบไม้ผลิ), “in the meantime”  (ในระหว่างนั้น), “in two months”   (ภายใน ๒ เดือน), “in my absence”  (ตอนที่ผมไม่อยู่), “in the aftermath of the accident”  (ภายหลังจากอุบัติเหตุ), “in half an hour” (ภายในครึ่งชั่วโมง),  “in two minutes”(ใน ๒ นาที),  “in ancient society” (ในสังคมสมัยโบราณ), “in nature”  (ในธรรมชาติ), “in these circumstances”  (ในสภาพแวดล้อมเหล่านี้), “in this situation”  (ในสถานการณ์เช่นนี้),  “in a state of near chaos”  (อยู่ในสภาวะใกล้จลาจล), “in a position to help others”  (อยู่ในฐานะที่ช่วยคนอื่นได้), “in the sun”  (ท่ามกลางแสงอาทิตย์)“in the dark”  (ในหรือท่ามกลางความมืด), “in the dim light” (ท่ามกลางแสงสลัวๆ), “in her voice”  (ในน้ำเสียงของเธอ),  “in love” (ในความรัก-ตกหลุมรัก), “in a state of shock”  (อยู่ในสภาวะช้อค), “in low spirits”  (ในสภาพจิตใจหดหู่หรือตกต่ำ), “in a temper”  (ด้วยความโกรธหรือในอารมณ์โกรธ),  “in favor of free speech”  (เห็นด้วยกับการพูดแบบมีเสรี), “cry out in pain”  (ร้องด้วยความเจ็บปวด),  “look up in surprise”  (เงยหน้ามองด้วยความประหลาดใจ),  “in an effort to”  (ในความพยายามที่จะ),  “in response to”  (เพื่อตอบสนองต่อ), “in answer to”  (เพื่อเป็นการตอบ),   “have confidence in”  (มีความเชื่อมั่นใน), “take interest in”  (สนใจใน), “a course in Chinese”  (คอร์สภาษาจีน), “an expert in”  (ผู้เชี่ยวชาญในเรื่อง.....),  “make money in business”  (หาเงินในธุรกิจ),  “make his career in music”  (ประกอบอาชีพทางดนตรี), “in his old age”  (ในวัยชราของเขา), “a woman in her twenties”  (ผู้หญิงในวัย ๒๐ – ๒๙), “in my opinion”  (ในความเห็นของผม), “in her view”  (ในทัศนะของเธอ), “recruit workers in hundreds”  (รับคนงานเป็นร้อยๆคน), “in my experience”  (จากประสบการณ์ของผม),  “in her own eyes”  (ในสายตาของเธอ), “speak in Italian”  (พูดภาษาอิตาเลียน), “speak in a calm voice”  (พูดด้วยน้ำเสียงที่สงบ), “his complaints in writing”  (การร้องเรียนของเขาเป็นลายลักษณ์อักษร),  “in financial difficulty”  (ในสภาวะยุ่งยากทางการเงิน), “$100,000 in cash”  (เป็นเงินสด  ๑๐๐,๐๐๐  เหรียญ), “dressed in black”  (ใส่ชุดสีดำ), “in real danger”  (ตกอยู่ในอันตรายอย่างแท้จริง), “in the planning stage”  (ในขั้นตอนการวางแผน),  “10 meters in length”  (ยาว ๑๐ เมตร), “cut it in two”  (ตัดมันออกเป็น ๒ ส่วน), “shrink in size”   (มีขนาดเล็กลง-หดลง), “join in”  (ร่วมวงด้วย), “a one in five chance of success”  (โอกาสสำเร็จ ๑ ใน ๕),  “the pain in my feet”  (การเจ็บที่เท้าของผม),  “the hole in his shirt”  (รู – รอยขาด – ในเสื้อเชิ้ร์ตของเขา),  “was shot in the leg”   (ถูกยิงที่ขา),  “in fashion”  (กำลังเป็นที่นิยม),  “result in his death”  (ส่งผลให้เขาตาย), “believe in”  (เชื่อมั่น-ศรัทธาใน),  “in the first place”  (ในประการแรก)  (กล่าวเมื่อจะบอกเหตุผลหลายๆ ประการ   เกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง   แล้วตามด้วยเหตุผลที่ต้องการจะบอก)   เป็นต้น

 

11. In some countries today there’s only one party at elections.  No _________________ at all !

(ในบางประเทศในปัจจุบัน  มีพรรคการเมืองเพียงพรรคเดียวตอนเลือกตั้ง  ไม่มี ______ใดๆ เลย)

(a) choose    (เลือก) (กริยาช่องที่ ๑)

(b) chose    (กริยาช่องที่ ๒)

(c) chosen    (กริยาช่องที่ ๓)

(d) choice    (ทางเลือก, การเลือก, สิ่งหรือคนที่ถูกเลือก)  (เป็นคำนาม)

ตอบ   –    ข้อ   (d)   เนื่องจากหลัง   “No”   ต้องเป็นคำนาม  แม้จะมีคำคุณศัพท์มาคั่นก็ตาม  เช่น   “no good food”,  “no appropriate person”  etc.

 

12. American children learn Lincoln’s Gettysburg speech ___________________________.  

(เด็กๆ อเมริกัน  เรียนสุนทรพจน์ที่เมืองเก็ตตีสเบิร์ก  ของประธานาธิบดี ลิงคอล์น ________)  (เป็นสุนทรพจน์ที่กล่าวไว้อาลัยทหารของฝ่ายเหนือ  (ซึ่งต้องการให้เลิกทาส)  ที่ตายในการสู้รบกับทหารของฝ่ายใต้  ในสงครามกลางเมืองของอเมริกาเพื่อเลิกทาส)

(a) in heart

(b) by heart    (โดยการท่องจำ)

(c) with heart

(d) to heart

ตอบ   –   ข้อ   (b)   เนื่องจาก   “by heart”   หมายถึง   “โดยการท่องจำ”  (เด็กๆเรียนสุนทรพจน์ดังกล่าวด้วยการท่องจำ)  สำหรับวลีที่ใช้กับ  “BY” ได้แก่   “by car” (= in a car) (โดยรถยนต์)  “by bus” (= in a bus) (โดยรถประจำทาง)  “by train” (= in a train) (โดยรถไฟ)  “by plane” (= in a plane) (โดยเครื่องบิน)  “by air”  (โดยทางอากาศ)   “by sea” (โดยทางทะเล)  “by telephone” (โดยทางโทรศัพท์)  “by telegram” (โดยทางโทรเลข) “by letter” (โดยทางจดหมาย)  “by trade” (โดยทางการค้า)  “by radio”  (โดยทางวิทยุ)  “by force” (โดยใช้กำลัง)  “I know him (them) by name” (ผมรู้จักเขาแต่ชื่อ - ไม่เคยพบตัว)   “by himself/herself”  (โดยตัวเขา/เธอเอง  ตามลำพัง หรือ ไม่มีใครช่วย)   “by machinery” (โดยเครื่องจักร)  “by hand” (= with his hands) {(ทำ) ด้วยมือ} “The room is 20 feet by 10 feet.”  (ห้องยาว ๒๐ ฟุต กว้าง ๑๐ ฟุต)  “Sugar is sold by the pound/kilogram.”  (= by weight)  {น้ำตาลถูกขายเป็นปอนด์/กิโลกรัม =  (ขาย) เป็นน้ำหนัก}  “remarks by Mr. Schmidt”  (คำพูดโดยมิสเตอร์ชมิดท์)  “She was brought up by her aunt.”  (เธอได้รับการอบรม -เลี้ยงดูโดยป้าของเธอ)  “new legislation announced by the government” (กฎหมายใหม่ประกาศโดยรัฐบาล)  “I was startled by his anger.” (ผมสะดุ้งตกใจจากความโกรธของเขา)  “by and large” (= on the whole) (โดยทั่วๆไป, เมื่อพิจารณาทุกด้านแล้ว)  “by mistake” (โดยการเข้าใจผิด)  “by accident”  (โดยอุบัติเหตุ, โดยมิได้ตั้งใจ)  “by degrees” (ทีละน้อย)  “by the way (อ้อ, เอ้อ, อนึ่ง – ใช้พูดเกริ่นนำ ก่อนจะเข้าเรื่อง)  ‘by all means” (โดยแน่นอน)  “by no means” (ไม่โดยแน่นอน)  “by-pass”  (= short cut)  (ทางลัด)  “passer-by” (ผู้ที่ผ่านไปมา) “by-gone”  (สิ่งหรือเรื่องที่ผ่านไปแล้ว)  “by-product” (ผลพลอยได้)   “I will pay by cheque.”  (ผมจะจ่ายเป็นเช็ค)  “read a book by candlelight” (อ่านหนังสือโดยใช้แสงเทียน)  “by chance” (โดยบังเอิญ)  “She came in by the back door.” (เธอเข้ามาทางประตูหลัง)  “I sat by her bed.”  (ผมนั่งข้าง – หรือใกล้ – เตียงของเธอ)  “by 1960” (ราวๆ ปี  ๑๙๖๐)  “By the time I went to bed, I was absolutely exhausted.”  (ราวๆเวลาที่ผมเข้านอน  ผมเหน็ดเหนื่อยโดยสิ้นเชิง)  “He is rich by Chinese standards.”  (เขาร่ำรวย  โดยมาตรฐานของชาวจีน)  “She was standing by herself in a corner of the room.” (เธอกำลังยืนอยู่ตามลำพัง – คนเดียว – ที่มุมห้องด้านหนึ่ง)  “I think I could manage by myself.”  (ผมคิดว่าผมสามารถทำสำเร็จด้วยตัวของผมเอง  –  โดยไม่ต้องมีคนคอยช่วยเหลือ)  “Twelve divided by three is four.”  (๑๒  หารด้วย  ๓  เหลือ  ๔) “Multiply the amount by three.”  (จงคูณจำนวนนั้นด้วย ๓)  “Cars are now made by the million.” (รถยนต์ในปัจจุบันได้รับการผลิตเป็นล้านๆคัน)  “one by one” (ทีละคน)   “year by year”(แต่ละปี)  “She took him by the hand.” (เธอจับมือเขา)  “Hold it by the handle!”  (จงถือมันไว้ที่ด้าม หรือมือจับ)  “Her salary went up by half.”  (เงินเดือนของเธอขึ้นไปครึ่งหนึ่ง)   “The economic growth increased by 10 %.”  (เศรษฐกิจเติบโต  ๑๐  เปอร์เซ็นต์)  “They are Buddhists by birth, not by practice.”  (พวกเขาเป็นชาวพุทธโดยกำเนิด  มิใช่โดยการปฏิบัติ – ศาสนกิจ)  “By night, a number of animals seek their preys, while by day, they tend to sleep.”  (ระหว่างกลางคืน  สัตว์จำนวนมากเสาะหาเหยื่อ  ในขณะที่ตอนกลางวัน  พวกมันมักจะนอน)  “walk side by side” (เดินเคียงข้างกัน)   “walk hand in hand”  (เดินจูงมือกัน)   “by-election”  (การเลือกตั้งซ่อม)  “by comparison”   (โดยการเปรียบเทียบ)   เป็นต้น

 

13. The best way to learn a new language is ___________________ practice it every day.

(วิธีที่ดีที่สุดที่จะเรียนรู้ภาษาใหม่  คือ __________________________ ฝึกฝนมันทุกๆ วัน)

(a) by

(b) through

(c) to

(d) from

ตอบ    –    ข้อ   (c)   เนื่องจากเป็นการใช้   “Infinitive with to”  (To + Verb 1 ในที่นี้   คือ   “To practice”  ตามหลัง  “Verb to be”  (Is)   ทำหน้าที่เป็น  “Complement”  ของ   “Verb to be”   และกลายเป็นคำนาม   “การฝึกฝน”  สำหรับข้อนี้อาจตอบ   “……….............is practicing it……….........…”  (คือ  การฝึกฝนมัน.....................)   หรืออาจตอบ  {…........….…..by (หรือ  through) practicing it………..............}  (โดยการฝึกฝนมัน)  ก็ได้   ดูเพิ่มเติมการใช้  “Infinitive with to”  (To + Verb 1)   หรือ  “Gerund”  (Verb + ing)  เป็น  “Complement”  หลัง  “Verb to be”  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                                        ตัวอย่างที่ 

  • The primary reason why the Constitution requires a census every ten years ____________ a basis for the apportionment of representatives among the states.

(เหตุผลประการสำคัญ (ที่ว่า) ทำไมรัฐธรรมนูญกำหนดให้ต้องสำรวจสำมโนประชากรทุกๆ สิบปี ____________ พื้นฐานสำหรับการแบ่งสรร (จำนวน) ผู้แทนราษฎรในบรรดารัฐต่างๆ)  (ของสหรัฐฯ)

(a) it is providing

(b) is to provide    (คือการให้)

(c) and it provides

(d) while providing

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากเป็นกริยา  (Is)  และ  “Complement”  ของ  “Verb to be  -  Is”  (To provide)  ของประโยคใหญ่   (The primary reason is to provide a basis for the apportionment of representatives among the states.)  โดยประธานของประโยคใหญ่  คือ  “The primary reason”  สำหรับข้อนี้อาจตอบ  “Is providing”  (คือการให้)  ก็ได้  ดูเพิ่มเติมการใช้  “Infinitive with to”  (To + Verb 1)   และ  “Gerund”  (Verb + ing)  ทำหน้าที่เป็น  “Complement”  ของ  “Verb to be”  จากประโยคข้างล่าง

                                                       ตัวอย่างที่ 

  • The duties of the secretary are to receive visitors, ____________________________.

(หน้าที่ของเลขานุการคือ  รับแขก, ________________________________________)

(a) opening the mail, and she types letters

(b) to open the mail and typing letters

(c) to open the mail and to type letters    (เปิดไปรษณียภัณฑ์  และพิมพ์จดหมาย)

(d) to open the mail, and they type letters

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เป็นการใช้โครงสร้างให้สมดุล  (Balance)  กัน  คือ  “To receive visitors”  และ  “To open the mail”  และ  “And to type letters”  (โดยประ ธานของประโยค   คือ  “The duties”   โดยมี  “Of the secretary”  เป็นส่วนขยายประธาน  และ  “Are”  เป็นกริยาสำหรับข้อนี้  อาจใช้โครงสร้าง  “Gerund”  (Verb + ing)  คือ  “……..........…..secretary are receiving visitors, opening the mail and typing letters”  ก็ได้

                                                   ดูเพิ่มเติมการใช้  “Gerund”  (Verb + ing)   และ  “Infinitive with to” (To + Verb 1)  ทำหน้าที่เป็น  “Complement”  ของ  “Verb to be”  (Is, Are, Was, Were)  จากประโยคข้างล่าง

  • His part-time job is teaching (to teach) in a college.

(งานพาร์ตไทม์ของเขาคือการสอนในมหาวิทยาลัย)

  • Her hobby is collecting (to collect) precious stones.

(งานอดิเรกของเธอคือการสะสมหินมีค่า)

  • What they like to do is swimming (to swim) in a river.

(สิ่งที่พวกเขาชอบทำคือการว่ายน้ำในแม่น้ำ)

  • The only thing that interested me was riding (to ride) on a horseback.

(เพียงสิ่งเดียวที่ทำให้ผมสนใจคือการขี่บนหลังม้า)

 

14. We’ve lived in this town ___________________________________________________.

(เราได้อาศัยในเมืองนี้ ______________________________________________________)

(a) during six years

(b) since six years

(c) six years ago    (๖ ปีล่วงมาแล้ว)

(d) for six years.     (เป็นเวลา   ปี)

ตอบ    –    ข้อ   (d)   เนื่องจาก   “For” + ความยาวของเวลา  ส่วน  “Since” (ตั้งแต่) + จุดเริ่มต้นของเวลา   เช่น   (for a few minutes, for 2hours, for 3 days, for 4 weeks, for 5 months, for 6 years, for a century, for a long/short time, for the whole semester เป็นเวลาทั้งเทอม, for the whole month) (since this morning, since last night, since yesterday, since Monday, since last week/month/year, since (last) January, since noon, since summer/winter, since I was young, since she was in college, since we met last year)

                                                   ทั้งนี้ประโยคใน  ข้อ  ๑๔  เป็น  “Present perfect tense”  (We’ve lived……..............…..)  แสดงความต่อเนื่องของเหตุการณ์  (เราอาศัยอยู่ในเมืองนี้)  ที่เกิดขึ้นในอดีต  ( ปีก่อน)  และต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน  ขณะที่พูดประโยคนี้  สำหรับ  ข้อ  (c)  (  ปีล่วงมาแล้ว)  ใช้กับเหตุการณ์ในอดีต  ซึ่งจบสิ้นไปแล้วโดยสมบูรณ์  ซึ่งต้องใช้กับประโยคที่เป็น  “Past tense”  (Subject + Verb 2)   ดังข้างล่าง

  • We lived in this town six years ago.

(เราอาศัยในเมืองนี้    ปีมาแล้ว)  (ขณะนี้มิได้อยู่แล้ว  เพราะออกจากเมืองนี้ไป    ปีแล้ว  และมิได้บอกว่าอยู่เมืองนี้นานกี่ปี)

 

15. Don’t speak to her ___________________________________________________ that.

(อย่าพูดกับเธอ ___________________________________________________ นั้น)

(a) as    (ตามที่, ในฐานะ, ในขณะที่)

(b) like    (เช่น, แบบ)

(c) alike    (เหมือนกัน, คล้ายกัน)

(d) such as    (ตัวอย่างเช่น)

ตอบ    –    ข้อ    (b)   ในที่นี้    “Like”  เป็น “Preposition”   จึงต้องตามด้วยคำนาม  หรือ   “This, That, These, Those”  สำหรับ  “Alike”  (เหมือนกัน, คล้ายกัน, อย่างเดียวกัน)   เป็นทั้งคำคุณศัพท์และกริยาวิเศษณ์  แต่จะใช้ขยายหน้าคำนามไม่ได้   ต้องขยายหลัง   “Verb to be”  หรือ   กริยาตัวอื่นๆ  เช่น

  • Jane and her sister look alike.

(เจนและพี่สาวของเธอมีลักษณะคล้ายกัน)

  • They all looked alike to me.

(พวกมัน – พวกเขา – ทั้งหมดมีลักษณะเหมือนกันสำหรับผม)

  • The Joneses sisters were remarkably alike in appearance.

(พี่สาวน้องสาวตระกูลโจนเซสมีลักษณะรูปร่างท่าทางคล้ายกันอย่างมาก)

  • They behaved alike.

(พวกเขาประพฤติตัวคล้ายๆกัน)

  • They did everything alike.

(พวกเขาทำทุกอย่างเหมือนกัน)

  • The children are all treated alike.

(เด็กทั้งหมดได้รับการปฏิบัติแบบเดียวกัน)

  • The strike is damaging to managers and workers alike.

(การหยุดงานทำความเสียหายให้ผู้จัดการและคนงานเหมือนๆกัน)

                                                   สำหรับ   “Like”   เป็น   “Preposition”   หมายถึง    “เหมือน”   ต้องตามด้วย   “กรรม”   (คำนาม)   เช่น

  • He is like his father.  (เขาเหมือนพ่อ)
  • She sings like a bird.  (เธอร้องเพลงเหมือนนก)
  • He looks like Donald Trump.  (เขาเหมือนโดนัลด์  ทรัมพ์)
  • I saw a dog like ours on the beach.  (ผมเห็นหมาเหมือนของเราที่ชายหาด)
  • They are so close like brothers.  (พวกเขาสนิทกันเหมือนพี่น้อง)
  • It tastes like a mango.  (มันมีรสชาติเหมือนมะม่วง)
  • You look like you have seen a ghost.  (คุณมีท่าทางเหมือนเจอผีมา)
  • She has nothing like I imagined.  (เธอไม่มีอะไรเหมือนที่ผมคิดไว้เลย)
  • He is like a little baby.  (เขาเหมือนกับทารกตัวน้อยๆ)
  • The lake was like a bright blue mirror.

(ทะเลสาบเหมือนกับกระจกสีน้ำเงินสว่างจ้า)

  • a scream of pain, like a tiny child’s

(เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด  เหมือนเสียงของเด็กเล็กๆ)

                                                  สำหรับ   “As”   เมื่อหมายถึง   “เหมือน”   ต้องตามด้วยประโยค  (Subject + Verb)   เช่น

  • She sings as a bird does.  (เธอร้องเพลงเหมือนนกร้อง)
  • He did as I told him.  (เขาทำเหมือนที่ – ตามที่ – ผมบอกเขา)
  • You may do as you like it. (คุณอาจจะทำเหมือนที่ – ตามที่ – คุณชอบมัน)
  • She likes the freedom to dress herself as she wants to.

(เธอชอบเสรีภาพที่จะแต่งตัวเหมือนที่เธอต้องการจะแต่ง)

 

16. Machines help man to work more __________________________________________.

(เครื่องจักรช่วยให้มนุษย์ (คนเรา) ทำงาน _____________________________ มากยิ่งขึ้น)

(a) permanently    (อย่างถาวร, ตลอดไป)

(b) conspicuously    (อย่างเด่นชัด, อย่างเห็นได้ชัด, สะดุดตา)

(c) efficiently    (อย่างมีประสิทธิภาพ)

(d) confidentially    (อย่างลับๆ, อย่างเป็นความลับ)

 

17. The _______________________________________ in this magazine are very colorful.

(__________________________________ ในแม็กกาซีนฉบับนี้  เต็มไปด้วยสีสันอย่างมาก)

(a) demonstrations    (การสาธิต, การเดินขบวน)

(b) illustrations    (ภาพประกอบ, ภาพอธิบาย, การอธิบายด้วยภาพประกอบ, การยกตัวอย่าง)

(c) resources    (ทรัพยากร)

(d) ingredients    (ส่วนผสม, ส่วนประกอบ)

 

18. Many people feel _____________ before talking in front of large numbers of other people.

(คนจำนวนมากรู้สึก ________________ ก่อนการสนทนา-พูดคุยต่อหน้าคนอื่นๆ จำนวนมาก)

(a) shamed    (ละอาย)

(b) disappointed    (ผิดหวัง)

(c) nervous    (ประหม่า, วิตกกังวล, หงุดหงิด, เป็นประสาท)

(d) grateful    (ขอบคุณ, เป็นหนี้บุญคุณ)

 

19. _____________________________________________________ from her since March.

( _____________________________________________จากเธอตั้งแต่เดือนมีนาคม)

(a) I didn’t receive a letter

(b) I wasn’t receiving a letter

(c) I don’t receive a letter

(d) I haven’t received a letter    (ผมไม่ได้รับจดหมาย)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากอยู่ในรูป   “Present perfect tense” {Subject + Has (Have) + Verb 3}  คือแสดงความต่อเนื่องของเหตุการณ์ที่เกิดในอดีต  (ไม่ได้รับจดหมายตั้งแต่เดือนมีนาฯ)   ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน (ขณะที่พูดประโยคนี้)   สำหรับ  “Present perfect tense”   มักใช้ในกรณีต่อไปนี้

                                                . ใช้กับการกระทำหรือเหตุการณ์ที่เพิ่งสิ้นสุด  หรือจบลงไปไม่นาน  ณ ขณะที่พูดนั้น   สังเกตได้จากคำ   Just =  เพิ่งจะ,  Recently =  เมื่อเร็วๆนี้,  Lately =  หมู่นี้, เมื่อเร็วๆนี้   เช่น

  • I have just finished my assignment.

(ผมเพิ่งจะทำการบ้าน – งานที่ได้รับมอบหมาย – เสร็จ)

  • My friend has recently got married.

(เพื่อนของผมแต่งงานเมื่อเร็วๆนี้)

  • I haven’t seen John lately.

(ผมไม่เห็นจอห์นเลยหมู่นี้)

                                                 ๒. ใช้บอกข้อความว่า  “ทำแล้ว, ยังไม่ได้ทำ, ทำหรือยัง”  มักมีคำว่า  “Already”  (ใช้กับประโยคบอกเล่าและคำถาม)  และ  “Yet” (ใช้กับประโยคปฏิเสธและคำถาม)   ทั้งนี้  อาจไม่ต้องมี   “Already”  และ  “Yet”   ก็ได้  เช่น

  • I have (already) eaten my dinner.

(ผมกินอาหารค่ำแล้ว)

  • She has not (yet) had her breakfast.

(= She has not had her breakfast yet.)

(เธอยังไม่ได้กินอาหารเช้าเลย)

  • Have you (already) done your homework?

(คุณทำการบ้านแล้วหรือยัง)

  • I’ve (already) answered that question.

(ผมได้ตอบคำถามนั้นแล้ว)

  • Have you (already) finished your report?

(= Have you finished your  report already?)

(คุณทำรายงานเสร็จหรือยัง)

                                                 ๓. ใช้กับการกระทำที่เกิดขึ้นในอดีต  และยังคงดำเนินหรือมีผลต่อมาจนถึงปัจจุบัน  และคาดว่าเหตุการณ์นั้นยังจะปรากฏในอนาคตอีก  สังเกตจาก For  =  เป็นเวลา, Since  =  ตั้งแต่,  Up to now, up to the present time, up until now  =  จนถึงบัดนี้,  So far  =  เท่าที่ผ่านมา

  • She has lived here for 10 years.

(เธออาศัยอยู่ที่นี่มา  ๑๐  ปีแล้ว)  (ปัจจุบันก็ยังอยู่)

  • He has been in Chicago since last week.

(เขาอยู่ในชิคาโกตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว)  (ปัจจุบันก็ยังอยู่)

  • We have lived in Bangkok since we were young.

(เราอาศัยอยู่ในกรุงเทพตั้งแต่เรายังเด็ก)  (ปัจจุบันก็ยังอยู่)

  • So far, you have not done your best.

(= You have not done your best so far.)

(เท่าที่ผ่านๆมา  คุณยังไม่ได้ทำดีที่สุดเลย)

  • I have sent him only one letter up to now.

(ผมส่งจดหมายให้เขาเพียงฉบับเดียว  จนถึงบัดนี้)

                                                 ๔.  ใช้กับเหตุการณ์ที่เคยหรือไม่เคยทำในอดีต   แต่ไม่ได้กำหนดเวลาแน่นอน   สังเกตจาก   “Ever”   “Never”   เช่น

  • Have you ever been to Japan?

(คุณเคยไปญี่ปุ่นไหม)

  • Has your father ever played football?

(พ่อของคุณเคยเล่นฟุตบอลไหม)

  • I have never seen him before.

(ผมไม่เคยเห็นเขามาก่อน)

                                                  ๕. ใช้กับการกระทำที่เกิดขึ้นซ้ำๆ  ในอดีต   และยังอาจเกิดขึ้นได้อีก   สังเกตจาก  “Adverb of frequency”  เหล่านี้   “Again and again”  =  ซ้ำแล้วซ้ำอีก,  “Many times”  =  หลายครั้ง,  “Sometimes”  =  บางที,  “Over and over” (= Over and over again)  =  ซ้ำแล้วซ้ำอีก,  “This is the first (second) time”   =   นี่เป็นครั้งแรก (ครั้งที่  )   เช่น

  • He has made the same mistake again and again.

(เขาทำความผิดเดิมๆซ้ำแล้วซ้ำอีก)

  • I have been to New York several times.

(ผมไปนิวยอร์กมาหลายครั้งแล้ว)

  • She has told that story over and over again.

(เธอเล่าเรื่องนั้นซ้ำแล้วซ้ำอีก)

  • This is the first time I have tried to play golf.

(นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้พยายามเล่นกอล์ฟ)

 

20. _______________________________________________ hard, and you will succeed.

(_______________________________________ หนัก  แล้วคุณจะประสบความสำเร็จ)

(a) Work    (จงทำงาน)

(b) Working

(c) To work

(d) Having worked

ตอบ    –    ข้อ   (a)    เนื่องจากประโยคคำสั่งหรือขอร้อง   ต้องขึ้นต้นด้วย   “Infinitive without to” (Verb 1)  ดูเพิ่มเติมประโยคคำสั่ง-ขอร้อง  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                                       ตัวอย่างที่  ๑ 

  • __________________________________________ patient, and you will succeed.

(_______________________________________ อดทน  และคุณจะประสบความสำเร็จ)

(a) Being

(b) Be    (จง)

(c) To be

(d) Are

ตอบ   –   ข้อ   (b)    เนื่องจากเป็นประโยคคำสั่งหรือขอร้อง  จึงต้องขึ้นต้นประโยคด้วย  “Infinitive without to” (Verb 1)  แต่ในกรณีที่สิ่งที่สั่งให้ทำเป็นคำคุณศัพท์  เช่น  “Patient” (อดทน),  “Careful” (ระมัดระวัง)  จะต้องขึ้นต้นประโยคด้วย  “Be”  สำหรับตัวอย่างประโยคคำสั่ง-ขอร้อง อื่นๆ   เช่น

                                                           ตัวอย่างที่ 

  • If you need any help filling out the forms, _____________ somebody at the front desk.

(ถ้าคุณต้องการความช่วยเหลือใดๆ ในการกรอกแบบฟอร์ม  ให้____________ ผู้ที่ (นั่ง) อยู่ที่โต๊ะหน้าเคาเตอร์)

(a) to ask

(b) asking

(c)  asks

(d) ask    (ถาม)

ตอบ   -    ข้อ   (d)   เนื่องจากในประโยคคำสั่งหรือขอร้อง   (ในที่นี้  คือ  “Ask somebody at the front desk)   ให้ถือเสมือนว่ามีประธาน  “You”  ยู่หน้าประโยค  คือ อยู่หน้า  “Ask”  (แต่ละเอาไว้ในานที่เข้าใจ)  จึงต้องตามด้วยกริยาช่องที่    ที่ไม่มี   “To”   นำหน้า  (Verb 1  -  Infinitive without to)   ตัวอย่างอื่นๆ   เช่น

  • Buy me a newspaper.  (ซื้อหนังสือพิมพ์ให้ผมฉบับหนึ่งนะ)
  • Go out.  (ออกไปห่างๆ – ออกไปให้พ้น)
  • Open the window, please.  (กรุณาเปิดหน้าต่างหน่อยครับ)
  • (Please) come into the room.  (โปรดเข้ามาในห้อง)

                                                ในกรณีที่เป็นคำคุณศัพท์  (Adjective)   ให้ขึ้นต้นประโยคด้วย   “Be” เสมอ  เช่น

  • Be careful.   (จงระวัง)
  • Be patient.   (อดทนหน่อยนะ)
  • Be thoughtful to other people.   (จงนึกถึงคนอื่นบ้าง)

                                                 อนึ่ง  ถ้าเป็นประโยคที่สั่งหรือขอร้องไม่ให้ทำ   ก็ยังถือเสมือนว่ามี   “You”  เป็นประธานนำหน้าประโยค   ดังนั้น   จึงต้องขึ้นต้น   “ประโยคคำสั่ง-ขอร้องไม่ให้ทำ”  ด้วย  “Don’t”  เสมอ   เช่น

  • Don’t make a loud noise.   (จงอย่าทำเสียงดัง)
  • Don’t get up late.   (อย่าตื่นสายนะ)
  • Don’t bother me while I’m working.  (อย่ากวนผมในขณะที่ผมกำลังทำงาน)

                                                 ในกรณีที่เป็นคำคุณศัพท์  (Adjective)  ให้ขึ้นต้นประโยคด้วย   “Don’t be”  เสมอ   เช่น

  • Don’t be late for class.   (อย่าเข้าห้องเรียนสายนะ)
  • Don’t be careless while walking across the street.  (จงอย่าประมาทขณะเดินข้ามถนน)
  • Don’t be too serious with your work.   (จงอย่าเอาจริงเอาจังกับงานมากเกินไป)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”                

 

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป