หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 412)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Part V: Sentence Completion   (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

 

1. The cobra is a ______________________________________________________ snake.

(งูเห่าเป็นงู _________________________________________________________)

(a) poisoned

(b) poison    (ยาพิษ, ให้ยาพิษ, วางยาพิษ)  (เป็นทั้งคำนามและกริยา)

(c) poisoning

(d) poisonous    (เป็นพิษ, มีพิษ, มีอันตราย)  (เป็นคำคุณศัพท์)

ตอบ    –    ข้อ   (d)   เนื่องจากขยายหน้าคำนาม  (Snake)   จึงใช้คำคุณศัพท์

 

2. A ______________________________________________ uses force, or a threat of force.

(____________________________________ ใช้กำลัง, หรือการขู่กรรโชกว่าจะใช้กำลัง)

(a) thief    (หัวขโมย, โจรลักทรัพย์)

(b) robber    (โจรปล้น, โจรชิงทรัพย์)

(c) burglar    (โจรงัดแงะ-ย่องเบา)

(d) pick-pocket    (นักล้วงกระเป๋า)

 

3. Please tell me the difference ________________________________ a habit and a custom.

(โปรดบอกผม  ความแตกต่าง _______ นิสัย (หรือธรรมเนียมปฏิบัติ) และขนบธรรมเนียมประเพณี)

(a) of

(b) from

(c) between    (ระหว่าง)

(d) in

ตอบ    –    ข้อ   (c)   เนื่องจากเป็นการใช้  “คำคู่”  “Between”  และ  “And   

 

4. There is someone _______________________________________________ at the door.

(มีใครบางคน ___________________________________________________ ที่ประตู)

(a) knock

(b) knocks

(c) knocking    (เคาะ, กำลังเคาะ)

(d) knocked

ตอบ   –    ข้อ   (d)   เนื่องจากลดรูปมาจากอนุประโยค  ”Who knocks at the door”  หรือ   “Who is knocking at the door”   โดยในที่นี้   “Knocking”  เป็น   “Present participle”  ซึ่งถือเป็นคุณศัพท์ประเภทหนึ่ง  ใช้ขยายข้างหลังหรือหน้าคำนาม  เพื่อที่จะบอกว่าคำนามนั้นเป็นผู้ทำกริยานั้นๆ  ซึ่งในประโยคข้างบน  “ใครบางคนเป็นผู้เคาะ (กำลังเคาะ) ประตู

 

5. The blind ____________________________________________ unable to see anything.

(คนตาบอด _______________________________________ ไม่สามารถมองเห็นอะไรเลย)

(a) is

(b) are

(c) was

(d) were

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากเป็นการใช้   “The”  มานำหน้าคำคุณศัพท์  (Blind)  เพื่อทำให้เป็นคำนาม  พหูพจน์  (คนตาบอด)  จึงต้องใช้กับกริยาพหูพจน์  (Are, Were)  แต่เนื่องจากประโยคข้างบนเป็นข้อเท็จจริง  (Fact)  ซึ่งถือเป็นเหตุการณ์ปัจจุบัน  จึงใช้กริยา  “Are”  (Present simple tense)   ดูเพิ่มเติมการใช้โครงสร้างนี้จากตัวอย่างข้างล่าง

                                                      ตัวอย่างที่ 

  • If there is a problem of youth, I think it is elderly people who create it, ____________.

(ถ้ามีปัญหาของเด็กวัยรุ่น  ผมคิดว่ามันคือผู้สูงอายุนั่นแหละที่สร้างมันขึ้นมา, ______________)

(a) not the young himself

(b) not the youngs themselves

(c) not the youngs himself

(d) not the young themselves    (มิใช่ตัวของเด็กวัยรุ่นเอง)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เป็นการใช้   “The”  นำหน้าคำคุณศัพท์  (Young)  ทำให้กลายเป็นคำนามหมายถึง   “เด็กวัยรุ่น”   ซึ่งถือเป็นพหูพจน์  (โดยไม่ต้องเติม “S”)  จึงต้องใช้รูป  “Reflexive pronoun”  (Himself, Herself, Itself, Myself, Yourself, Yourselves, Themselves, Ourselves)   คือ  คำสรรพนามที่สะท้อนเข้าหาตนเอง  ว่า  “Themselves”  (สำหรับ  “The young”)   ดูเพิ่มเติมการใช้  “The”  นำหน้าคำคุณศัพท์   แล้วกลายเป็นคำนาม   พหูพจน์จากประโยคข้างล่าง

                                                     ตัวอย่างที่  

  • The brave __________________________________________ always honoured.

(ผู้กล้าหาญ ____________________________________ (ผู้) ได้รับเกียรติยศอยู่เสมอ)

(a) is

(b) are    (เป็น)

(c) was

(d) were

ตอบ   -   ข้อ   (b)   “The brave”  =  “ผู้กล้าหาญ”  ถือเป็นคำนาม พหูพจน์  และในประโยคนี้เป็น  “ข้อเท็จจริง”  (Fact)  ที่เป็นความจริงเสมอ  ถือเป็นเรื่องปัจจุบัน  จึงต้องใช้กับ  “Present simple tense”   กริยาจึงเป็น  “Are

                                                  ตัวอย่างที่  

  • In the cities _____________________ live as hard a life as they were in the villages.

(ในเมืองใหญ่ ____________ ดำรงชีวิตที่ยากลำบาก  เท่าๆ กับตอนที่พวกเขาอาศัยอยู่ในหมู่บ้าน)  (คือ  ย้ายมาอยู่ในเมือง  แล้วก็ยังลำบากเหมือนในอดีต  ตอนอยู่บ้านนอก)

(a) poor man

(b) a poor

(c) the poor    (คนจน)

(d) the poor men

ตอบ  -  ข้อ   (c)   “The poor”   หมายถึง   “คนจน”  ถือเป็นคำนามพหูพจน์จึงใช้กับกริยา  “Live

                                                   ตัวอย่างที่            (จงหาที่ผิดหลักไวยากรณ์  จาก ข้อ  (๑) – (๔)

  • The American Red Cross is (1) one of the volunteer (2) organizations (3) which purpose is to help (4) the sick and the needy.

(กาชาดอเมริกันเป็นหนึ่งในบรรดาองค์กรอาสาสมัคร  ซึ่งวัตถุประสงค์ของมันคือ  ช่วยคนเจ็บป่วยและคนยากคนจน)

ตอบ    –     ข้อ      แก้เป็น   “whose”  เนื่องจากแสดงความเป็นเจ้าของ (วัตถุประสงค์ของมัน)   และนำหน้าอนุประโยค   (whose purpose…………………..the needy)   สำหรับข้อ     (the sick and the needy)  ถูกต้องแล้ว  เพราะเราใช้  “The”  นำหน้าคำคุณศัพท์   (sick และ needy)   หมายถึงบุคคลประเภทนั้นๆ   (“คนป่วย”   และ  “คนยากคนจน”)   และถือเป็นคำพหูพจน์ด้วย   ซึ่งต้องใช้กับกริยา  “Are, Were, Have”   (หรือ กริยาตัวอื่นๆ ที่อยู่ในรูปพหูพจน์  -  คือไม่ต้องเติม “s”)   เช่น“The poor”  (คนจน)  “The rich” (คนรวย)  “The blind”   (คนตาบอด)  “The wise”  (คนฉลาด, นักปราชญ์)  “The brave”  (คนกล้าหาญ)  “The elderly” (คนสูงอายุ)  “The young” (คนหนุ่มสาว)  “The old”  (คนแก่)  “The deaf”  (คนหูหนวก)   “The dumb”  (คนเป็นใบ้)   นอกจากนั้น   Verb + ing (Present participle)   และ กริยาช่องที่    (Past participle)  ซึ่งถือเป็นคำคุณศัพท์ประเภทหนึ่ง   แต่เมื่อนำหน้าด้วย  “The”  เช่น “The dying” (คนที่กำลังจะตาย),  หรือ  “The wounded”  (คนเจ็บ),   “The injured”  (คนเจ็บ),  “The handicapped”  (คนพิการ)   ก็ถือเป็นคำนามประเภทหนึ่งเช่นเดียวกัน   และถือเป็นคำพหูพจน์ด้วย   และใช้กับกริยา   “Are, Were, Have”  เช่นกัน   ดังตัวอย่างประโยค

  • The rich are not always happy.

(คนรวยมิใช่ว่าจะมีความสุขเสมอไป)

  • The poor have asked for help from the government

(คนจนได้ขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลแล้ว)

  • In the old days, the elderly were highly respected by the young.

(ในสมัยก่อน  ผู้สูงอายุได้รับความเคารพอย่างสูงจากคนหนุ่มสาว)

  • The wounded were taken to hospital.

(คนเจ็บถูกนำส่งโรงพยาบาล)

  • The dying were being attended by the doctors.

(ผู้ที่กำลังจะตายกำลังได้รับการดูแลจากแพทย์)

  • The wise are cleverer (= more clever) than general people.

(คนฉลาดมีความฉลาดมากกว่าคนทั่วๆไป)

  • The blind do not see what other people see.

(คนตาบอดมองไม่เห็นในสิ่งที่คนอื่นเห็น)

  • The deaf typically need hearing aids.

(คนหูหนวกโดยทั่วไปต้องการเครื่องช่วยฟัง)

 

6. Both of them can drive but Bill drives ________________________________________.

(ทั้ง   คนขับรถเป็น  แต่บิลขับ ___________________________________________)

(a) careful

(b) more careful

(c) more carefully    (ระมัดระวังกว่า)

(d) most carefully    (ระมัดระวังที่สุด)

ตอบ  -  ข้อ   (c)   เนื่องจากขยายกริยา  “Drives”,  “Careful”   จึงต้องอยู่ในรูปกริยาวิเศษณ์  (Adverb)  และขยายด้วย  “More”  เมื่อแสดงการเปรียบเทียบ  “ขั้นกว่า”  (Comparative degree)  (เนื่องจากเป็นคำพยางค์ยาว)  คือ  “บิลขับรถระมัดระวังมากกว่าอีกคนหนึ่ง   

 

7. The house we have rented is __________, so we will have to buy some beds, chairs, tables, and other pieces of furniture.

(บ้านที่เราเช่า _________ ดังนั้น  เราจำเป็นจะต้องซื้อเตียง,  เก้าอี้,  โต๊ะ,  และเฟอร์นิเจอร์ชิ้นอื่นๆ)

(a) repaired    (ถูกซ่อมแซม)

(b) unfinished    (ยังไม่เสร็จ)

(c) unfurnished    (ไม่มีเครื่องเรือน, ปราศจากเครื่องตกแต่งบ้าน)

(d) untidy    (ไม่เรียบร้อย, ไม่เป็นระเบียบ, สกปรก, รุ่มร่าม, จัดเข้ากันไม่ดี)

 

8. We _______________________________________ our friends with a wave of the hand.

(เรา __________________________________________ เพื่อนของเรา  ด้วยการโบกมือ)

(a) embraced    (กอด, รัด)

(b) shouted    (ตะโกน)

(c) greeted    (ต้อนรับ, ทักทาย, คำนับ, รับรอง)

(d) showed     (แสดง)

 

9. The boy’s mother locked up the sweets to take away his ____________ to eat them all at once.

(แม่ของเด็กคนนั้นล็อค (กล่อง) ของหวาน-ขนมหวาน  เพื่อเอา _________ ของเขาไปเสีย  ที่จะกินมันให้หมดในทันที)  (คือ  ล็อคกล่องของหวาน  เพื่อดับความอยากของลูก  ที่จะกินมันให้หมดทีเดียวในทันที)

(a) attempt    (ความพยายาม)

(b) desire    (ความปรารถนา, ความต้องการ, ความอยาก)

(c) temptation    (ความล่อใจ, เครื่องล่อใจ)

(d) trial    (การทดลอง, การสอบสวน, การไต่สวนคดี, การทดสอบ, การซ้อม)

 

10. She is quite happy living by herself, so she never feels __________________________.

(เธอมีความสุขมากในการอยู่ตามลำพัง (คนเดียว)  ดังนั้น  เธอไม่เคยรู้สึก _______________)

(a) lonely    (เหงา, เปล่าเปลี่ยว, ว้าเหว่)  (เป็นคำคุณศัพท์)

(b) loneliness    (ความเหงา, ความเปล่าเปลี่ยว, ความว้าเหว่)  (เป็นคำนาม)

(c) quiet    (เงียบ)

(d) self-conscious    (นึกถึงแต่เรื่องของตัวเอง)

 

11. My mother is __________________________________________________________.

(แม่ของผม ________________________________________________________)

(a) fourty years of age

(b) fourty years old

(c) forty years

(d) forty    (อายุ  ๔๐)

ตอบ    –    ข้อ   (d)   ทั้งนี้  อาจพูดแบบอื่นก็ได้  เช่น   “She is forty years old.”,  “She is forty years of age.”,  “She is a forty-year-old woman.”,  “Her age is forty.”,  และ  “She is forty.”  สำหรับคำว่า  “fourty”  เป็นการใช้คำที่ผิด

 

12. There are two temples and _______________________________ of them are Thai style.

(มีวัด    วัด และ ___________________________________________ เป็นแบบทรงไทย)

(a) one

(b) all

(c) both    (ทั้งคู่)

(d) each

ตอบ   –   ข้อ   (c)   เนื่องจาก  ใช้กับ  “จำนวน  ”  สำหรับ  “All”  ใช้กับจำนวนตั้งแต่    ขึ้นไป   ส่วน ข้อ  (a)  และ  (d)  ถ้าจะใช้   ต้องแก้ข้อความเป็น  “One  หรือ  Each of them is Thai style”  (วัดหนึ่ง  (หรือ แต่ละวัด)  เป็นแบบทรงไทย)

 

13. Silver is _________________________________________________________ gold.

(เงินมี ________________________________________________________ ทอง)

(a) valuable less than

(b) more valuable than    (ค่ามากกว่า)

(c) less valuable than    (ค่าน้อยกว่า)

(d) valuable more than

(e) as valuable as    (ค่าเท่ากัน, ค่าเท่ากับ)

ตอบ   –   ข้อ   (c)   ทั้งนี้  การเรียงคำในแบบข้อ  (b) (c)  และ  (e)  เป็นการเรียงคำที่ถูกต้อง

 

14. The ____________________________________ month of the year is called December.

(เดือน______________________________________ ของปี ถูกเรียกว่าเดือนธันวาคม)

(a) twelve    (๑๒)

(b) twelveth    (รูปนี้ไม่มีใช้)

(c) twelvth    (รูปนี้ไม่มีใช้)

(d) twelfth    (ที่  ๑๒)

ตอบ   –   ข้อ   (d)   เนื่องจากหมายถึง   “ลำดับที่  ๑๒  สำหรับข้อ  (b)  และ  (c)  ไม่มีใช้

 

15. I have drunk ______________________________________________________ today.

(ผมได้ดื่ม _______________________________________________________ วันนี้)

(a) two beer-bottles    (ขวดเบียร์  ๒  ใบ)

(b) two bottles beer

(c) beer two bottles

(d) two bottles of beer    (เบียร์    ขวด)

 

16. I do not object ________________________________________________ his son’s visit.

(ผมไม่คัดค้าน ___________________________________ การมาเยือนของลูกชายของเขา)

(a) in

(b) for

(c) to    (ต่อ, ในเรื่อง)

(d) on

ตอบ   –   ข้อ   (c)   “Object to”  =  คัดค้าน, ไม่เห็นด้วย

                                               สำหรับคำคุณศัพท์  (Adjective)   ที่ใช้กับ  “To”   ได้แก่   kind (กรุณา, ใจดี)  -  He is very kind to me.  (เขากรุณาต่อผมมาก),  “new”  (It is new to me.  –  มัน (เป็นเรื่อง) ใหม่สำหรับผม), close  (ใกล้ชิดกับ),  cruel  (โหดร้ายกับ),  hostile  (มุ่งร้าย หรือเป็นปฏิปักษ์กับ),  obvious  (ชัดเจนแก่),  obedient  (เชื่อฟังต่อ),  peculiar  (แปลกประหลาดแก่, เฉพาะกับ),  equal  (เท่ากันกับ),  grateful  (ขอบคุณ, เป็นหนี้บุญคุณ)  -  I’m very grateful to your kind assistance.  (ผมขอบคุณอย่างมากต่อความช่วยเหลือของคุณ),  harmful  (เป็นอันตรายต่อ),  kind  (กรุณาต่อ),  dear  (เป็นที่รักแก่),  faithful  (ศรัทธาต่อ),  junior  (อาวุโสน้อยกว่า),  senior  (อาวุโสมากกว่า)  -  He is senior to me in the army.  (เขาอาวุโสกว่าผมในกองทัพ  -  คือมียศสูงกว่า),  inferior  (ด้อยกว่า, เลวกว่า, แย่กว่า),  superior  (ดีกว่า, เหนือกว่า),  polite  (สุภาพต่อ)  -  He is polite to everyone he meets.  (เขาสุภาพกับทุกคนที่เขาเจอะเจอ),  familiar  (คุ้นเคยกับ)  -  Most people at the party were familiar to me.  (คนส่วนใหญ่ที่งานเลี้ยงคุ้นเคยกับผม,  useful  (เป็นประโยชน์กับ),  similar  (คล้ายกับ),  rude (หยาบ คายกับ),  previous  (ก่อน),  used  (เคย),  accustomed  (คุ้นเคย, เคยชิน)  -  They are accustomed to hot weather.  (พวกเขาคุ้นเคยกับอากาศร้อน),  clear  (ชัดเจนกับ),  essential  (จำเป็นกับ),  necessary  (จำเป็นต่อ),  good  (ปฏิบัติดีต่อ),  identical  (เหมือนกับ)  -  The material is almost identical to limestone.  (วัตถุชิ้นนั้นเกือบจะเหมือนกันเป๊ะกับหินปูน),  satisfactory (เป็นที่พอ ใจของ),  important  (สำคัญต่อ),  significant  (สำคัญต่อ),  equivalent  (เท่า กับ, เสมือนกับ),  loyal  (จงรักภักดีต่อ)   เป็นต้น

                                               สำหรับคำกริยาที่ใช้กับ  “To”  ได้แก่   “happen”  (เกิดขึ้น)  -  The accident happened to his family a long time ago.  (อุบัติเหตุเกิดขึ้นกับครอบครัวของเขานานมาแล้ว),  occur  (เกิดขึ้น),  resort  (หันไปใช้)  -  You must never resort to violence.  (คุณจะต้องไม่หันไปใช้ความรุนแรง),  compare  (เปรียบเทียบว่าเหมือนกับ)-  Some people compare sleep to death.  (บางคนเปรียบเทียบการนอนหลับว่าเหมือนกับความตาย),  belong  (เป็นของ)  -  That car belongs to me.  (รถยนต์คันนั้นเป็นของผม),  attend  (เอาใจใส่)  -  You should attend to your teacher’s advice.  (คุณควรเอาใจใส่คำ แนะนำของอาจารย์),  see to it  (ดูแลในเรื่อง, จัดการในเรื่อง)  -  I will see to it that you get what you want.  (ผมจะดูแลให้ว่า  คุณได้ทุกอย่างที่คุณต้องการ),  consent  (ยินยอมต่อ)  -  He consented to postponement of the trip.  (เขายินยอมกับการเลื่อนการเดินทางออกไป),  attribute  (มีสาเหตุมาจาก)   -  He attributed the worsening situation to increased conflicts between the government and the people.  (เขาคิดว่าสถานการณ์ที่แย่ลง  มีสาเหตุมาจากความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลและประชาชน),  apply  (สมัคร, ขอ),  reply  (ตอบ),  appeal  (อุทธรณ์, ชวนให้เกิดความสนใจ หรือ หลงใหล),  confine  (จำกัดอยู่ใน),  turn  (หันไปหา, หันไปใช้),  amount  (รวมเป็นจำนวน),  surrender  (ยอมจำนนต่อ),  listen  (ฟัง),  recommend  (แนะนำว่าดี),  devote  (อุทิศแก่),  accustom  (ทำให้คุ้นเคยกับ),  object  (คัดค้าน, ไม่เห็นด้วยกับ),  succumb  (พ่ายแพ้ต่อ, ยอมจำนนกับ)  -  He finally succumbed to injury.  (เขาในที่สุดพ่ายแพ้ต่อการบาด เจ็บ  -  คือตาย),  complain  (บ่น หรือ ร้องเรียนกับ)  They complained to me about the noise.  (เขาร้องเรียนกับผมเกี่ยวกับเรื่องเสียงดัง),  suggest  (แนะนำกับ)   -  I suggested to him that he should work harder.  (ผมแนะนำกับเขาว่า  เขาควรขยันมากขึ้น),  respond  (ตอบสนองต่อ)   - The government should quickly respond to its people’s demand.  (รัฐบาลควรตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนอย่างรวดเร็ว),  look forward to  (ตั้งหน้าตั้งตารอคอย),  refer  (อ้างถึง, แนะนำให้ไปหา),  yield  (จำนน หรือพ่ายแพ้ต่อ),  introduce  (แนะนำให้รู้จักกับ),  reduce  (ลดลงจนต้อง),  be used to  (คุ้นเคยหรือเคยชินกับ),  get used to  (คุ้นเคยหรือเคยชินกับ),  be accustomed to  (คุ้นเคยหรือเคยชินกับ),  get accustomed to  (คุ้นเคยหรือเคยชินกับ),   เป็นต้น

 

17. The government ____________________________ diplomatic relations with that country.

(รัฐบาล _________________________________ ความสัมพันธ์ทางการทูตกับประเทศนั้น)

(a) broke down    {เสีย, ใช้งานไม่ได้ (เครื่องจักร, เครื่องยนต์, คอมพิวเตอร์, ระบบ)}

(b) broke into    (งัดเข้ามา, พังเข้ามา)

(c) broke out    {เกิดขึ้น (ไฟ, สงคราม, โรคระบาด, การโต้เถียง, การต่อสู้)}

(d) broke off    (ตัด, เลิก, ยุติ)   

 

18. We must __________________________ all this rubbish _______________________.

(เราจะต้อง _______________________ ขยะทั้งหมดนี้ ________________________)

(a) throw _________________ up    (“Throw up”  =  อาเจียน)

(b) throw _________________ away    (ทิ้ง ______________ ออกไป)

(c) throw _________________ out

(d) throw _________________ over

ตอบ   -   ข้อ   (b)   “Throw away”  =  “ทิ้งไป

  

19. He asked me _________________________________________________________.

(เขาถามผม (ว่า) _____________________________________________________)

(a) when will Mr. Smith get back

(b) when Mr. Smith will got back

(c) when would Mr. Smith get back

(d) when Mr. Smith would get back    (มิสเตอร์สมิธจะกลับมาเมื่อใด)

ตอบ   –   ข้อ   (d)   เนื่องจากข้อความ  When Mr. Smith would get back”    เป็นอนุประโยคในแบบ  “Noun clause”  ทำหน้าที่เป็นกรรมตรงของกริยา  “Asked”  (กรรมรองคือ  “Me”)  จึงต้องเรียงอนุประโยคแบบบอกเล่า  (When + ประธาน + กริยา + กรรม) 

 

20. He found his trousers but ____________________________________________ clean.

(เขาพบ (ค้นเจอ) กางเกงขายาวของเขา  แต่ _____________________________ สะอาด)

(a) it was not

(b) it is not

(c) they were not    (มันไม่)

(d) they are not

ตอบ   –   ข้อ   (c)   “Trousers”  ถือเป็นคำนาม  พหูพจน์เสมอ  จึงต้องแทนด้วยสรรพนาม   “They”  และใช้กริยา  “Were”   เพื่อให้อยู่ในรูปอดีต  สอดคล้องกับกริยาในประโยคใหญ่  คือ  “Found”  ดูเพิ่มเติมคำนามที่ใช้ในรูปพหูพจน์เสมอ  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                                     ตัวอย่างที่ 

  • I couldn’t find the scissors.  Where _____________________________________?

(ผมหากรรไกรไม่เจอ  _____________________________________________ ที่ไหน)

(a) they are

(b) is it

(c) are they    (มันอยู่)

(d) it is

ตอบ   -   ข้อ   (c)   “Scissors” (กรรไกร)  ถือเป็นคำนามพหูพจน์  และต้องแทนด้วยสรรพนาม  “They”  สำหรับเครื่องมือชนิดอื่นๆ  ที่ต้องใช้เป็นคู่หรือประกอบด้วย    ส่วน ซึ่งจะต้องอยู่ในรูปพหูพจน์   และใช้กับกริยาแบบพหูพจน์   ได้แก่   scissors  (กรรไกร),  glasses (eyeglasses) (แว่นตา),  spectacles  (แว่นตา),  tongs  (ปากคีบ, คีม),  chopsticks  (ตะเกียบ),  pincers  (คีม),  pliers  (คีมปากยาว), dividers  (วงเวียน),  sheers  (กรรไกรตัดต้นไม้),  calipers  (callipers)  (วงเวียนใช้วัด)    เป็นต้น

                                                 นอกจากนั้น   เครื่องแต่งกายที่ต้องใช้ในรูปพหูพจน์เสมอ   คือ  shorts  (กางเกงขาสั้น),  trousers  (กางเกงขายาว),  pants  (กางเกง, กางเกงชั้นใน – ของผู้หญิงหรือเด็ก),  panties  (กางเกงชั้นในของผู้หญิงหรือเด็ก),  clothes  (เสื้อผ้า), breeches  (กางเกงขี่ม้า),  pajamas  (pyjamas) (เสื้อกางเกงชุดนอน)   เป็นต้น

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”                

 

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป