หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 410)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Part V: Sentence Completion   (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

 

1. I met your landlord today.  He’s going to __________________________ you this evening.

(ผมพบเจ้าของบ้านเช่าของคุณวันนี้  เขาจะ __________________________ คุณเย็น (ค่ำ) นี้)

(a) calling

(b) called on

(c) call on    (แวะมาเยี่ยม)

(d) calling on

 

2. A: _________________________________________ did he pay for his new CD player?

(A: เขาจ่ายเงิน _________________________________ สำหรับเครื่องเล่นซีดีใหม่ของเขา)

    B: Only eighty dollars.

(B: เพียง  ๘๐  ดอลลาร์เท่านั้น)

(a) How often    (บ่อยเท่าใด)

(b) How high    (สูงเท่าใด)

(c) How many    (มากเท่าใด)  (ใช้กับคำนามนับได้  พหูพจน์)

(d) How much    (มากเท่าใด)  (ใช้ถามเกี่ยวกับราคา, จำนวนเงิน, เวลา  หรือคำนามนับไม่ได้อื่นๆ)

 

3. Passing the entrance examination _________________________________ very difficult.

(การสอบผ่านเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย ____________________________ ยากมากนัก)

(a) haven’t been

(b) hasn’t been    (มิได้)

(c) isn’t been    (รูปนี้ไม่มีใช้)

(d) wasn’t been    (รูปนี้ไม่มีใช้)

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากประธานของประโยค  คือ  “Passing”  (Gerund)  (โดยมี  “The entrance examination”  เป็นส่วนขยายประธาน)  ซึ่งถือเป็นเอกพจน์เสมอ   จึงต้องใช้กับกริยาเอกพจน์  (“Is”  หรือ  “Has”)  แต่ในข้อนี้ใช้รูป  “Hasn’t been”  ซึ่งเป็น  “Present perfect tense”   ในแบบ  “Negative”  เพื่อแสดงความต่อเนื่องของเหตุการณ์  ที่เกิดในอดีตและต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน  (ขณะที่พูดประโยคนี้)  ในกรณีนี้   คือ  “การสอบผ่านเข้ามหาวิทยาลัยมิได้ยากมากนัก  ตั้งแต่ในอดีตมาจนถึงปัจจุบัน”  สำหรับประโยคข้างบน  จะตอบ  “Is”  (Present simple tense)  ก็ได้  เพื่อแสดงเหตุการณ์ปัจจุบัน  คือ  “การสอบฯ มิได้ยากมากนักในปัจจุบัน”   

                                                            ดูเพิ่มเติมการใช้  “Verb + ing” (Gerund)   หรือ  “To + Verb 1” (Infinitive with to)  เป็นประธาน (เอกพจน์) ของประโยค  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                               ตัวอย่างที่ 

  • She told me she looked sleepy because ___________ ten hours a day in the hospital was quite tiring.

(เธอบอกผมว่าเธอมีอาการง่วงนอน  เพราะว่า ____________ ๑๐  ชั่วโมงใน   วันในโรงพยาบาล  น่าเหน็ดเหนื่อยมาก)

(a) in working

(b) by working

(c) work

(d) working    (การทำงาน)

ตอบ   -   ข้อ    (d)   เนื่องจากเป็นประธานของประโยคย่อย   “Because working ten hours a day in the hospital was quite tiring”  โดยมี   “Ten hours a day in the hospital”   เป็นส่วนขยายประธาน  และมี   “Was”  เป็นกริยา  และ  “Quite tiring”  เป็น   “Complement”  ของ  “Verb to be”  (Was)  ดูเพิ่มเติมการใช้   “Verb + ing”  (Gerund)   หรือ   “To + Verb 1”  (Infinitive with to)  เป็นประธานของประโยค  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                                     ตัวอย่างที่ 

  • Refrigerating meats ________________________________ the spread of bacteria.

(การแช่เย็นเนื้อ ________________________________ การแพร่กระจายของแบคทีเรีย)

(a) is retarded

(b) retards    (ขัดขวาง, ทำให้ช้า, หน่วงเหนี่ยว)

(c) to retard

(d) retarding

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจาก  “Refrigerating” (การแช่เย็น)  เป็นประธานของประโยค  โดยมี  “Meats”  ขยายประธาน (เป็นกรรมของประธาน)  และมี  “Retards”  เป็นกริยาของประโยค   ซึ่งต้องเติม  “S”  เนื่องจาก  “Refrigerating”  (Gerund)  ถือเป็นคำนามเอกพจน์  ดูเพิ่มเติมการใช้  “Verb + ing”  (Gerund)   หรือ  “To + Verb 1”  (Infinitive with to)  เป็นประธานของประโยค  จากประโยคข้างล่าง

  • Swimming is a good exercise.

(= To swim is a good exercise.)

(การว่ายน้ำเป็นการออกกำลังกายที่ดี)

  • Playing badminton is his favorite hobby.

(= To play badminton is his favorite hobby.)

(การเล่นแบดมินตันเป็นงานอดิเรกที่โปรดปรานของเขา)

  • Working in cool weather is pleasure.

(= To work in cool weather is pleasure.)

(การทำงานในอากาศที่เย็นเป็นความรื่นรมย์)

  • Breathing is indispensable to all living things.

(= To breathe is indispensable to all living things.)

(การหายใจเป็นสิ่งจำเป็นยิ่งสำหรับสิ่งมีชีวิตทั้งหมด)

  • Sleeping is necessary to health.

(= To sleep is necessary to health.)

(การนอนหลับเป็นสิ่งจำเป็นต่อสุขภาพ)

  • Walking for three hours makes him tired.

(= To walk for three hours makes him tired.)

(การเดินเป็นเวลา  ๓  ชั่วโมงทำให้เขาเหนื่อย)

  • Fishing in the river gave them much relaxation.

(= To fish in the river gave them much relaxation.)

(การตกปลาในแม่น้ำให้ความผ่อนคลายกับพวกเขาอย่างมาก)

 

4. Jennifer expects to graduate from the university _________________________ next March.

(เจนนิเฟอร์คาดหวังที่จะเรียนจบจากมหาวิทยาลัย ____________________ เดือนมีนาคมปีหน้า)

(a) in

(b) by    (ใน, ราวๆ)

(c) on

(d) at

ตอบ   -   ข้อ   (b)   หรืออาจตอบ  “……............…..the university next March”  (เดือนมีนาคมปีหน้า)  หรือ  “……..............……the university in March” (ในเดือนมีนาคมปีนี้)  ก็ได้

 

5. I am going to have my garage _______________________________________ tomorrow.

(ผมจะให้โรงเก็บรถของผม ________________ วันพรุ่งนี้)  (แต่นิยมพูดว่า  ผมจะทาสีโรงรถฯ)

(a) painting

(b) paint

(c) paints

(d) painted    (ถูกทาสี)

ตอบ   -   ข้อ    (d)   ดูเพิ่มเติมโครงสร้างแบบ   “Causative use”  {ประธานฯ ใช้ให้ “กรรม” ทำอะไร  (Active voice)   หรือ   ประธานฯ ใช้ให้อะไรถูกทำโดย  “กรรม”  (Passive voice}  จากตัวอย่างข้างล่าง  

                                                       ตัวอย่างที่ 

  • I had this photograph ___________________________________________ in Paris.

(ผมให้ภาพนี้ ____________________________________ (คือ  ให้ผู้อื่นถ่ายให้) ในปารีส)

(a) take

(b) taking

(c) taken    (ถูกถ่าย)

(d) to take

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากเป็นไปตามโครงสร้างแบบ   “Causative Use”   {Subject + Has (Have, Had) + กรรม + Verb 3 + (By someone)  =  ประธานฯ ให้  “กรรม”  ถูกกระทำ (โดยใครบางคน)}  ดูคำอธิบายเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

                                                        ตัวอย่างที่    

  • What would you __________________________________________ me do for you?

(คุณจะ _________________________________________ ให้ผมทำอะไรให้คุณครับ)

(a) want

(b) hope

(c) wish

(d) have

ตอบ    -    ข้อ    (d)   เนื่องจากเป็น  “Causative use”  (ประธานฯ ใช้ให้ใครทำอะไร)  (Subject + have + someone + do + something)   สำหรับ  “Want”  และ  “Wish” จะต้องใช้โครงสร้างเป็น   “What would you want (wish) me to do?

                                                      ตัวอย่างที่  

  • Today if I finish my shopping early enough, I may go and ____________________.

(วันนี้  ถ้าผมไปช้อปปิ้งเสร็จแต่เนิ่นๆ พอ  ผมอาจจะไป  (และ) ______________________)

(a) to have my hair done

(b) have my hair do

(c) have my hair done    (ทำผม)  (ให้ช่างทำผม)

(d) will have my hair done

ตอบ   -   ข้อ   (c)   ต้องใช้   “Have”  เพราะถือว่าอยู่หลัง  “May”  เหมือนกับ  “Go”  และดูคำอธิบายการใช้   “I have my hair done.”  จากประโยคข้างล่าง

                                                      ตัวอย่างที่  

  • He had the cook ______________________________________________ some tea.

(เขาใช้ให้พ่อครัว _________________________________________________ น้ำชา)

(a) make    (ชง)

(b) making

(c) made

(d) did

ตอบ   -   ข้อ  (a)   เนื่องจากเป็นไปตามโครงสร้าง  “Subject + Have + Someone + Do + Something

                                                           ตัวอย่างที่  

  • Please have the porter _________________________ these boxes up to my room.

(โปรดให้พนักงานแบกของ _____________________ ลังเหล่านี้ขึ้นไปบนห้องของผมด้วย)

(a) to carry

(b) carrying

(c) carried

(d) carry     (ยก, แบก, ถือ)

ตอบ   -   ข้อ  (d)   เนื่องจากอยู่ในโครงสร้าง  “Causative use” {Subject + have (has) + someone + do + something}  คือ  {ประธานฯใช้ให้ใครทำอะไร}

                                                        ตัวอย่างที่  

  • What would you have me ______________________________________________?

(คุณจะให้ผม ________________________________________________ อะไรครับ)

(a) mend    (ซ่อม)

(b) mending

(c) mended

(d) to mend

ตอบ   -    ข้อ   (a)   เนื่องจากเป็นการใช้โครงสร้างของ  “Causative use” (Subject + Has (Have) + Someone + Do (Verb 1) + Something)  (ประธานใช้ให้ใครทำอะไรบางอย่าง)   โดยแบ่งออกเป็นโครงสร้างแบบ  “Active voice”  และ “Passive voice

                                                   สำหรับการใช้โครงสร้าง  “Causative use”  ในแบบ  “Active voice”  คือ  “Subject + have + someone +do  (กริยาอะไรก็ได้ช่องที่  ) + something”  หรือ  (= Subject + get +  someone + to do  (กริยาอะไรก็ได้  แต่ต้องมี  “To” นำหน้า) + something)  (ประธานใช้ให้ใครทำอะไรบางอย่าง)  มีดังนี้ คือ

                           ๑. Subject + have + someone + do + something  (กรรมของ  verb “do”)

                           ๒. Subject + get + someone + to do + something  (กรรมของverb do”)

(ประธาน  +  ใช้ให้  +   ใครบางคน  +   ทำ (กริยาอะไรก็ได้)  +  บางสิ่งบางอย่าง)

                                                    ทั้ง    โครงสร้างข้างบน   ถือว่าอยู่ในรูปของ  “Active voice”  เนื่องจากประธานเป็นผู้ใช้ให้ใครบางคนไปทำอะไรบางอย่าง   ดังตัวอย่างประโยคข้างล่าง

  • He had the doctor examine his eyes.

(เขาให้หมอตรวจตา)

  • He got the doctor to examine his eyes.

(เขาให้หมอตรวจตา)

  • She has her maid wash her car every day.

(เธอให้สาวใช้ล้างรถทุกวัน)

  • She gets her maid to wash her car every day.

(เธอให้สาวใช้ล้างรถทุกวัน)

  • We had our neighbors clean our house last week.

(เราให้เพื่อนบ้านทำความสะอาดบ้านของเราสัปดาห์ที่แล้ว)

  • We got our neighbors to clean our house last week.

(เราให้เพื่อนบ้านทำความสะอาดบ้านของเราสัปดาห์ที่แล้ว)

                                                    อย่างไรก็ตาม  ถ้าต้องการใช้ในรูป   “Passive voice”  คือ  {Subject + have (get) + something + done + (by someone)}  {(ประธาน  ใช้ให้บางสิ่ง  ถูกกระทำ  (กริยาอะไรก็ได้ อยู่ในช่องที่ ๓)  +  (โดยบางคน)}  ในกรณีนี้   ทั้ง “Have” และ  “Get”  ในโครงสร้างแบบนี้   จะใช้ในรูปประโยคที่เหมือน กันทุกประการ  ดังตัวอย่าง

  • He had his eyes examined (by the doctor).

(ถ้าแปลตรงๆ ตัว คือ “เขาให้ตาถูกตรวจโดยหมอ” แต่ในภาษาไทยไม่นิยมพูดแบบนี้ โดยนิยมพูดแต่เพียงว่า “เขาไปตรวจตา”)

  • He got his eyes examined (by the doctor).

(เขาไปตรวจตา)

  • She has her car washed (by her maid) every day.

(เธอล้างรถทุกวัน)

  • She gets her car washed (by her maid) every day.

(เธอล้างรถทุกวัน)

  • We had our house cleaned (by our neighbors) last week.

(เราทำความสะอาดบ้านสัปดาห์ที่แล้ว)

  • We got our house cleaned (by our neighbors) last week.

(เราทำความสะอาดบ้านสัปดาห์ที่แล้ว)

  • He has his hair cut once a month.

(= He gets his hair cut one a month.)

(เขาตัดผมเดือนละ ๑ ครั้ง – คือไปให้ช่างตัดให้)

  • She has her room cleaned every day.

(= She gets her room cleaned every day.)

(เธอทำความสะอาดห้องทุกวัน – คือให้คนรับใช้ทำให้)

  • We had our car washed once a week last year.

(= We got our car washed once a week last year.)

(เราล้างรถอาทิตย์ละ    ครั้ง เมื่อปีที่แล้ว – คือให้อู่ล้างให้)

 

6. They __________________________________ that the more one has the more he wants.

(พวกเขา _______________ ว่า  ยิ่งคนเรามีมาก  เขาก็ยิ่งต้องการมาก)  (ยิ่งมีมาก ยิ่งโลภมาก)

(a) tell    (บอก, เล่า)

(b) ask    (ถาม, ขอ, ขอร้อง)

(c) inquire    (ถาม, สอบถาม, สืบสวน, สอบสวน)

(d) say    (พูด, กล่าว)

 

7. We can build buildings hundreds of feet high in a short time by using modern ____________.

(เราสามารถสร้างอาคาร (ตึก) สูงหลายร้อยฟุต ในเวลาอันสั้น  โดยการใช้ __________ สมัยใหม่)

(a) mechanic    (ช่างเครื่องยนต์)

(b) machine    (เครื่องจักร, อุปกรณ์)  (เป็นคำนามนับได้)

(c) machinery    (เครื่องจักร, เครื่องกล, เครื่องกลไก)  (เป็นคำนามนับไม่ได้)

(d) mechanical    (เกี่ยวกับเครื่องยนต์กลไก)  (เป็นคำคุณศัพท์)

ตอบ   -   ข้อ   (c)   หรืออาจตอบ  ข้อ  (b)  แต่ต้องแก้เป็น  Machines”  เนื่องจากคำนามนับได้  เอกพจน์  จะอยู่ลอยๆ ไม่ได้  ต้องนำหน้าด้วย  “Article” (A, An, The)   หรือไม่เช่นนั้น  ก็ต้องทำเป็นรูปพหูพจน์   

 

8. The ______ of electricity has made living much easier for many people, especially the housewife.

(_____________ ของไฟฟ้า  ได้ทำให้การดำรงชีวิตง่ายขึ้นมากสำหรับผู้คนจำนวนมาก  โดยเฉพาะแม่บ้าน)

(a) advent    (การปรากฏขึ้น, การมาถึง)

(b) exhibition    (การนิทรรศการ, การแสดง)

(c) information    (ข้อมูลข่าวสาร)

(d) familiarity    (ความคุ้นเคย, ความเคยชิน, ความสนิทสนม, ความใกล้ชิด, ความไม่มีพิธีรีตอง, ความรอบรู้-ชำนาญ)

 

9. ________________________________________________ you rather have tea or coffee?

(____________________________________________ คุณอยากที่จะดื่มชาหรือกาแฟ)

(a) Do

(b) Will

(c) Would    (“Would rather”   อยากที่จะ)

(d) Why

 

10. It was raining.  _________________________________, we decided to go to the seaside.

(ฝนกำลังตก ____________________________________,  เราตัดสินใจที่จะไปชายทะเล)

(a) So therefore    (ดังนั้น, เพราะฉะนั้น)  (ใช้คำซ้ำกัน)

(b) But however    (แต่, อย่างไรก็ตาม)  (ใช้คำซ้ำกัน)

(c) No matter

(d) However    (อย่างไรก็ตาม, อย่างไรก็ดี, แต่)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากข้อความข้างหลังคำ  “However, Nevertheless, Nonetheless, Anyway, Yet, But”  จะแย้งกับข้อความข้างหน้ามัน  (ฝนกำลังตก  แต่เราจะไปเที่ยวชายทะเล)

 

11. In the old days, the judges in the Old Bailey carried bunches of flowers, to avoid _________ the prison and the prisoners.

(ในสมัยโบราณ  ผู้พิพากษาใน “โอลด์เบลี”  ถือช่อดอกไม้ไปด้วย  เพื่อหลีกเลี่ยง __________ คุกและนักโทษ)  (“โอลด์เบลี”  คือ  ศาลอาญากลางในกรุงลอนดอน  ประเทศอังกฤษ  (๑๖๗๔ – ๑๙๑๓)  ตั้งชื่อตามถนนที่ศาลนี้ตั้งอยู่  ซึ่งอยู่ตามแนวกำแพงเก่าของกรุงลอนดอน (“Bailey” หมายถึง  “กำแพงเมืองชั้นนอก หรือศาล”) ศาลแห่งนี้ตั้งอยู่ห่างจากมหาวิหารเซนต์พอล ประมาณ  ๒๐๐  หลา  มีการบูรณะซ่อมแซมหลายครั้งในช่วงเวลา  ๒๔๐  ปีของอายุศาล  แต่ยังคงรักษาดีไซด์เดิมของศาลเพื่อประสิทธิภาพในการพิจารณาคดี  คือทำให้มีการโต้ตอบกันโดยสะดวกระหว่างจำเลย ผู้ถูกกล่าวหา และผู้พิพากษา  รวมทั้งคณะลูกขุนและพยาน  ทั้งนี้  ก่อนที่จะมีการให้แสงสว่างในศาลโดยใช้เชื้อเพลิงกาซในตอนต้นศตวรรษที่  ๑๙   มีการให้แสงสว่างโดยการวางแผ่นกระจกสะท้อนแสงไว้เหนือบัลลังก์ศาล  เพื่อให้แสงสว่างสะท้อนจากหน้าต่างไปยังหน้าของจำ เลย  เพื่อให้ผู้พิพากษาและคณะลูกขุนสามารถสังเกตการแสดงออกทางใบหน้าของจำเลย  และสามารถประเมินความถูกต้อง หรือสมเหตุสมผลของคำให้การของจำเลยได้อย่างใกล้ชิด  นอกจากนั้น  ยังมีการวางอุปกรณ์บางอย่างไว้บนศีรษะของจำเลย  เพื่อช่วยขยายเสียงพูดของจำเลยอีกด้วย)

(a) smell

(b) to smell

(c) smelling    (การดมกลิ่น, การสูดกลิ่น, การได้กลิ่น)

(d) being smelled

ตอบ   -   ข้อ   (c)   “Avoid + Verb + ing”  ดูเพิ่มเติมคำกริยาที่ต้องตามด้วย  “Verb + ing” (Gerund)  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                                ตัวอย่างที่ 

  • He seems quite unhappy about his colleague’s remark.  It is quite natural for him to resent ____________.

(เขาดูเหมือนว่าไม่มีความสุขอย่างมากเกี่ยวกับคำพูดของเพื่อนร่วมงาน  มันเป็นธรรมดามากสำหรับเขาที่จะไม่พอใจ-ขุ่นเคือง ____________)

(a) insulting    (การดูหมิ่น-เหยียดหยาม)  (ผู้อื่น)

(b) to insult

(c) being insulted    (การถูกดูหมิ่น-เหยียดหยาม)  (ที่ผู้อื่นทำกับตน)

(d) to be insulted

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากกริยา  “Resent”  (ไม่พอใจ-ขุ่นเคือง)  ต้องตามด้วย  “Verb + ing”  (Gerund)  แต่เพราะว่าต้องอยู่ในรูป  “Passive voice”  (Verb to be + Verb 3)  จึงต้องเป็น  “Being insulted”  เพราะหมายถึง  “ถูกดูหมิ่น-เหยียดหยาม”  (ถูกกระทำ)  ดูเพิ่มเติมกริยาที่ต้องตามด้วย  “Verb + ing”  จากประโยคข้างล่าง

                                                     ตัวอย่างที่ 

  • Laura doesn’t appreciate being kept __________, so make sure you get there on time.

(ลอร่าไม่ชื่นชมกับการถูกทำให้ __________ ดังนั้น  จงมั่นใจว่าคุณจะไปถึงที่นั่นตรงเวลา)

(a) to wait

(b) to be waiting

(c) waiting    (รอคอย)

(d) having waited

ตอบ   -   ข้อ    (c)   “Keep” + Verb + ing

                                                    ตัวอย่างที่ 

  • I know you don’t have time, but you should finish _____________ the letter by noon.

(ผมรู้ว่าคุณไม่มีเวลา  แต่คุณควรเสร็จสิ้น __________________ จดหมายในตอนเที่ยง)

(a) to answer

(b) answering    (การตอบ)

(c) by answering

(d) answer

ตอบ   -   ข้อ    (b)   เนื่องจากกริยา  “Finish + Verb + ing  

                                                     ตัวอย่างที่ 

  • Jack has already considered _____________________________________ his studies.

(แจ๊คได้พิจารณา ____________  (ในเรื่อง) การศึกษาของเขาแล้ว)  (คือ  ได้พิจารณาที่จะศึกษาต่อ  เช่น  ระดับปริญญาโท-เอก)

(a) continue

(b) continuing    (การทำต่อไป)

(c) to continue

(d) continues

ตอบ   -   ข้อ    (b)   กริยา  “Consider + Verb + ing

                                                    ตัวอย่างที่ 

  • They practiced _____________________________________________ at our school.

(พวกเขาฝึกหัด _________________________________________ ที่โรงเรียนของเรา)

(a) teach

(b) to teach

(c) teaching    (การสอน)

(d) taught

ตอบ   -   ข้อ    (c)   กริยา   “Practice”   ต้องตามด้วย   “Gerund”  (Verb + ing)

                                                      ตัวอย่างที่ 

  • I can’t stand ___________________________________ the same word many times.

(ผมทนไม่ได้ที่จะ ______________________________________ คำพูดเดิมหลายๆครั้ง)

(a) repeat

(b) to repeat

(c) repeating    (พูดซ้ำ, ทำซ้ำ)

(d) repeated

ตอบ   -   ข้อ   (c)   “Can’t stand + Verb + ing”  =   “ทนไม่ได้ที่จะ..............................

                                                        ตัวอย่างที่ 

  • Don’t risk ________________________________________________ your car here.

(อย่าเสี่ยง ____________________ รถของคุณที่ตรงนี้)  (เพราะอาจโดนใบสั่ง หรือทุบกระจก)

(a) park

(b) to park

(c) parking    (จอด, จอดรถ)

(d) at parking

ตอบ   -   ข้อ    (c)   “Risk + Gerund (Verb + ing)” 

                                                  ตัวอย่างที่ 

  • Do you mind ___________________________________________ for me this time?

(คุณรังเกียจที่จะ ______________________________________ สำหรับผมไหม คราวนี้)

(a) pay

(b) paying    (จ่ายเงิน, ออกเงิน, จ่ายค่าอาหาร)

(c) to pay

(d) to paying

ตอบ   –   ข้อ   (b)   เนื่องจากหลังกริยา  “Mind”  ต้องตามด้วย   “Gerund”  (Verb + ing)   

                                                    ตัวอย่างที่ 

A: Is your brother going to camp?”

(พี่ชายคุณจะไปค่ายพักแรมหรือไม่)

B: He signed up, but he’s considering __________________________________________.

(เขาลงชื่อแล้ว  แต่ว่าเขากำลังพิจารณา _____________________________________)

(a) not going    (จะไม่ไป, ไม่ไป)

(b) to not go

(c) not to go

(d) he doesn’t go

ตอบ   -   ข้อ   (a)   “Consider + Verb + ing”  =   “พิจารณาทำ.........................”  ส่วน  “Consider + Not + Verb + ing”  =   “พิจารณาไม่ทำ..........................” เช่น   “She considered not applying for the job.”  (เธอพิจารณาไม่สมัครงานนั้น)

                                                    ตัวอย่างที่  ๑๐

  • I don’t mind ________________________ to bed early, but I don’t like to get up early.

(ผมไม่รังเกียจ ________________________ นอนแต่หัวค่ำ  แต่ผมไม่ชอบตื่นแต่เช้าตรู่)

(a) go

(b) to go

(c) going    (ไป, เข้า)

(d) gone

ตอบ   -   ข้อ    (c)   “Mind + Verb + ing

                                                 ตัวอย่างที่  ๑๑

  • He keeps _____________________________________ the most outrageous things.

(เขา _____________ ไม่หยุด (ต่อไปเรื่อยๆ) ในสิ่งต่างๆ ที่ทำให้เจ็บแค้นใจ (หรือ ที่เกะกะระราน, ที่รุนแรง) มากที่สุด)

(a) to say

(b) say

(c) saying    (พูด)

(d) having said

ตอบ   -   ข้อ   (c)   กริยา  “Keep”  =  (.......................ต่อไปเรื่อยๆ, ไม่ยอมหยุด)  ต้องตามด้วย   “Gerund”  (Verb + ing)  เช่น  (Keep walking  (เดินต่อไปเรื่อยๆ),  Keep reading  (อ่านหนังสือไปเรื่อยๆ),  Keep talking  (คุยไปเรื่อย  ไม่ยอมหยุด)

                                                 ตัวอย่างที่  ๑๒

  • Instead of playing as a small boy, he enjoyed nothing ____________ the farm machines.

(แทนที่จะเล่นเหมือนเด็กเล็กๆ  เขามิได้สนุกเพลิดเพลินกับอะไร _________ เครื่องจักรกลในไร่นา)

(a) more to fix

(b) more than fix

(c) more than fixing    (มากไปกว่าการซ่อมแซม)

(d) more than having fixed

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจาก   {Enjoy + (nothing more than) + Verb + ing  (Fixing)}

                                                   ตัวอย่างที่  ๑๓

  • I can’t help ______________________________________ him in spite of his faults.

(ผมอดไม่ได้ที่จะ ________________________________ เขา  ทั้งๆ ที่เขามีข้อผิดพลาด)

(a) admire

(b) admired

(c) admiring    (ยกย่อง, ชื่นชม)

(d) to admire

ตอบ   -   ข้อ   (c)    เนื่องจาก  “Can’t help + Verb + ing”  สำหรับคำกริยาที่ต้องตามด้วย  “Gerund” (Verb + ing)  ได้แก่  “Feel like”  (อยาก, ต้องการ)“Avoid”  (หลีกเลี่ยง),  “Consider” (พิจารณา),  “Suggest”  (แนะนำ),  “Enjoy” (สนุกสนาน),  “Finish”  (ทำเสร็จ),  “Keep  หรือ  Keep on”  (ทำต่อไป),  “Go on”  (ทำต่อไป),  “Insist on”  (ยืนกราน),  “Object to”  (คัดค้าน, ไม่เห็นด้วย),  “Look forward to”  (ตั้งตารอคอย),  “Put off”  (เลื่อน, ผัดไป),  “Be opposed to”  (คัดค้าน)“  Appreciate”  (ยกย่อง, เห็นคุณค่า),  “Allow” (อนุญาต), “Permit” (อนุญาต), “Postpone”  (เลื่อนออกไป), Practice”  (ฝึกหัด, ฝึกซ้อม),  “Prohibit”  (ห้าม),   Mind”  (รังเกียจ), “Deny” (ปฏิเสธ),  “Resist”  (ยับยั้ง, ระงับ), “Recall”  (นึกได้, ระลึกได้)“Resent”  (ไม่ชอบ, ไม่พอใจ),  “Cannot stand”  (ทนไม่ได้)“Admit” (ยอมรับ),  “Delay” (ประวิงเวลา), “Confess”  (สารภาพ)“Imagine”  (นึกคิด, จินตนาการ)“Cannot help”  (อดไม่ได้, ช่วยไม่ได้),  “Excuse”  (ให้อภัย), “Forgive” (ให้อภัย), “Dislike”  (ไม่ชอบ),  “Miss”  (พลาดโอกาส)“Discuss”  (ประชุมปรึกษาหารือ, อภิปราย, สาธยาย)    ตัวอย่างประโยค   เช่น

  • She enjoys reading novels.   

(เธอสนุกสนานกับการอ่านนิยาย)

  • I cannot stand listening to his complaints any more.   

(ผมทนการฟังข้อร้องเรียนของเขาไม่ไหวต่อไปอีกแล้ว)

  • We could not avoid meeting him.    

(เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงการพบกับเขา)

  • They enjoyed listening to music.   

(พวกเขาสนุกกับการฟังดนตรี)

  • She dislikes talking a lot.  

(เธอไม่ชอบการพูดมาก)

  • Jim finished writing a report last night.  

(จิมเสร็จสิ้นการเขียนรายงานเมื่อคืนที่ผ่านมา)

  • The man admitted taking the bicycle.  

(นายคนนั้นยอมรับว่าเอารถจักรยานไป)

  • She is sorry that she missed meeting you.  

(เธอเสียใจว่าเธอพลาดโอกาสการได้พบคุณ)

  • They practice speaking French every day.   

(พวกเขาฝึกซ้อมการพูดภาษาฝรั่งเศสทุกวัน)

  • We consider buying a new home.  

(เราพิจารณาจะซื้อบ้านหลังใหม่)

  • They allow smoking in this room.  

(เขาอนุญาตให้สูบบุหรี่ในห้องนี้ได้)

  • Do you mind opening the window?  

(คุณรังเกียจที่จะเปิดหน้าต่างไหมครับ)

  • The teacher suggested working harder.

(ครูแนะนำ   (นักเรียน) ให้ขยันมากขึ้น)

  • They object to smoking.

(พวกเขาไม่เห็นด้วยกับการสูบบุหรี่)

  • We look forward to meeting you soon.

(เราตั้งตารอคอยที่จะพบคุณเร็วๆนี้)

                                                            สำหรับคำคุณศัพท์และวลีที่ต้องตามด้วย  “Verb + ing”  ดูจากประโยคตัวอย่างข้างล่าง

                                               ตัวอย่างที่  ๑๔

  • Victor’s car was too badly damaged to be worth ____________________________.

(รถยนต์ของวิคเตอร์ได้รับความเสียหายมากจนเกินกว่าที่จะคุ้มค่า ___________________)

(a) repaired

(b) repair

(c) to repair

(d) repairing    (การซ่อมแซม)

(e) to be repaired

ตอบ   -   ข้อ   (d)    เนื่องจาก  “To be worth  (คุ้มค่า, ควรค่า) + Verb + ing”  ทั้งนี้   มีคำคุณศัพท์    ตัว  ที่ต้องตามด้วย  “Gerund” (Verb + ing)  คือ  “Worth”  (คุ้มค่า, ควรค่า)   และ “Busy”  (ยุ่งอยู่กับ)  ดังประโยคข้างล่าง

  • She was busy reading in the library. 

(เธอยุ่งอยู่กับการอ่านหนังสือในห้องสมุด)

  • They are busy preparing for the party.

(พวกเขายุ่งอยู่กับการเตรียมงานเลี้ยง)

  • Lots of things in this shop are worth buying.

(หลายสิ่งในร้านนี้ควรค่า (คุ้มค่า) ต่อการซื้อ)

  • These newspapers are not worth reading.

(หนังสือพิมพ์เหล่านี้ไม่ควรค่าต่อการอ่าน)

                                                           นอกจากนั้น  ยังมีอีก    วลี ที่ต้องตามด้วย  “Verb + ing”  คือ  “It is no good”  (ไม่ดีที่จะ)  และ  “It is no use”  (ไม่มีประโยชน์ที่จะ)   เช่น

  • It’s no good crying like a baby.

(ไม่ดีเลยที่จะร้องไห้เหมือนเด็ก)

  • It’s no use talking to him.

(ไม่มีประโยชน์ที่จะคุยกับเขา)

 

12. They _______________________________________________ understood what he said.

(พวกเขาเข้าใจ _______________________________________ ในสิ่งที่นายคนนั้นพูด)

(a) bad

(b) badly    (อย่างผิดพลาด, อย่างเลว, อย่างร้าย, อย่างไม่ดี, อย่างไม่เหมาะสม, อย่างผิดศีลธรรม)

(c) great

(d) ever

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากขยายกริยา  (Understood)  จึงต้องอยู่ในรูปกริยาวิเศษณ์  (Adverb)

 

13. We are ___________________________________________________ with him now.

(เรา ____________________________________________________ เขาแล้วขณะนี้)

(a) tired    (“Tired of”  =  รู้สึกเบื่อ หรือเหนื่อย)

(b) boring    (น่าเบื่อ)

(c) bored    (รู้สึกเบื่อ)

(d) tiring    (น่าเบื่อ, น่าเหนื่อย)

ตอบ   -   ข้อ   (c)   “Bored + With” 

 

14. The whole group played very badly ________________________________ stage fright.

(ทั้งกลุ่มแสดงได้แย่มาก ________________________________________ ประหม่าเวที)

(a) owing to    (เนื่องจาก, เพราะว่า)  (ตามด้วยคำนาม หรือวลี)

(b) because    (เพราะว่า)  (ตามด้วยประโยค “Subject + Verb” )

(c) in spite of    (ทั้งๆที่)  (ตามด้วยคำนาม หรือวลี)

(d) since    (เพราะว่า, ตั้งแต่)  (ตามด้วยประโยค “Subject + Verb” )

ตอบ   -   ข้อ    (a)   ดูเพิ่มเติมการใช้   “Owing to,  In spite of”  จากประโยคข้างล่าง

                                                     ตัวอย่างที่  

  • We shall not play football today __________________________________ the heat.

(เราจะไม่เล่นฟุตบอลวันนี้ ___________________________ ความร้อน  -  หรืออากาศร้อน)

(a) in spite of     (ทั้งๆที่)  (ตามด้วยคำนาม หรือวลี)

(b) according to    (สอดคล้องกับ,  ตามที่........................................กล่าว)

(c) owing to    (เนื่องมาจาก)  (ตามด้วยคำนาม หรือวลี)

(d) because     (เพราะว่า)  (ตามด้วยประโยค)

ตอบ   -   ข้อ   (c)

                                                     ตัวอย่างที่  

  • _______________________ his poor health, he could not work in a tropical country.

(____________________ สุขภาพที่แย่ของเขา  เขาไม่สามารถทำงานในประเทศในเขตร้อน)

(a) Because    (เพราะว่า)

(b) In spite of    (ทั้งๆที่)

(c) Because of    (เนื่องมาจาก)

(d) As    (เพราะว่า, ในขณะที่)

ตอบ   -   ข้อ   (c)

                                                    ตัวอย่างที่  

  • _______________________ her friendly personality, she is admired by all her friends.

(____________________ บุคลิกที่เป็นมิตรของเธอ  เธอได้รับการยกย่องโดยเพื่อนๆ ทุกคน)

(a) Because    (เพราะว่า)  (ตามด้วยประโยค  “Subject + Verb”)

(b) Because of     (เนื่องมาจาก)  (ตามด้วยคำนาม หรือวลี)

(c) In spite of    (ทั้งๆที่)  (ตามด้วยคำนาม หรือวลี)

(d) Although    (ถึงแม้ว่า)  (ตามด้วยประโยค  “Subject + Verb”)

ตอบ   -   ข้อ   (b)   ดูเพิ่มเติมการใช้   “Because of (= Due to = On account of = Owing to)  และ  “In spite of (= Despite = Notwithstanding)  จากประ โยคข้างล่าง

  • Because of (= On account of = Owing to = Due to) the heavy rain, we could not go out.

(เนื่องมาจากฝนตกหนัก  เราไม่สามารถออกไปข้างนอก)

  • Because of (= On account of = Owing to = Due to) an accident, the train was delayed for 2 hours.  

(เนื่องมาจากอุบัติเหตุ  รถไฟถูกทำให้ล่าช้าไป   ชั่วโมง)

  • He could not go to university because of (=owing to = on account of = due to) his poverty.  

(เขาไม่สามารถเรียนมหาวิทยาลัย  เนื่องมาจากความยากจน) 

  • He hasn’t been able to get a good job in spite of (= despite = notwithstanding) his having had an expensive education.

(เขาไม่สามารถหางานดีๆ ทำได้  ทั้งๆ ที่มีการศึกษาที่แพง)  (ไม่สามารถหางานดีได้  ทั้งๆ มีการศึกษาราคาแพง  หรือ เสียค่าเรียนราคาแพง)

  • In spite of  (= Notwithstanding= Despite) the bad storm John delivered his papers on time.  

(ทั้งๆ ที่มีพายุเลวร้าย   ทอมก็ยังไปส่งหนังสือพิมพ์ได้ตรงเวลา)  (ทอมเป็นเด็กส่งหนัง สือพิมพ์)

  • In spite of (= Notwithstanding = Despite) all their differences, Mary and Ann remain friends.

(ทั้งๆ ที่แตกต่างกันอย่างมากมายอย่างนั้น   แมรี่และแอนยังคงเป็นเพื่อนกันได้)

  • They went out in spite of (= notwithstanding = despite) the heavy rain.

(พวกเขาออกไปข้างนอกทั้งๆ ที่ฝนตกหนัก)

 

15. In his cheerful nature, Jim ________________________ his father rather than his mother.

(ในลักษณะ (ธรรมชาติ) ที่ร่าเริงของเขา  จิม ____________________ พ่อของเขามากกว่าแม่)

(a) takes up

(b) takes over    (รับช่วงต่อ, เข้ารับหน้าที่แทน)

(c) takes after    (คล้าย, เหมือน)

(d) takes in    (เข้าใจ, ได้รับ, ยอมให้เข้ามา, เห็นหรือได้ยินด้วยความสนใจ, เอาใจใส่อย่างใกล้ชิด)

 

16. He promised to get ____________________ with us as soon as he returned from Europe.

(เขาสัญญาว่าจะ ______________________________ กับเรา  ในทันทีที่เขากลับจากยุโรป)

(a) within touch

(b) in touch    (“Get in touch with”  =  ติดต่อ, สัมผัส)

(c) on touch

(d) touch

 

17. A sound sleep would do you ________________________________________________.

(การหลับสนิทจะทำให้คุณ ______________________________________________)

(a) goodness

(b) goodly

(c) a good

(d) good    (สบายดี, สบายใจ)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   “Do someone good”  =  “ทำให้สบายดี-สบายใจ

 

18. They built one _____________________________________________ it in eight months.

(พวกเขาสร้าง (สิ่ง, ชิ้น, อัน) หนึ่ง _______________________________ มัน  ใน    เดือน)

(a) as

(b) similar with

(c) analogous    (เหมือน, คล้าย)

(d) like    (เหมือนกับ, คล้ายกับ)  (เป็น  “Preposition”)

ตอบ   -   ข้อ   (d)    โดยลดรูปมาจากอนุประโยค   “Which is like”  หรืออาจตอบ   “Similar to”  (ลดรูปมาจากอนุประโยค  “Which is similar to”)  ก็ได้

 

19. A perfect silence followed, during ____________________________ we sat speechless.

(ความเงียบกริบตามมา, เป็นช่วงเวลา _________________ พวกเรานั่งโดยไม่พูดจากันเลย)

(a) which    (ซึ่ง, ที่)

(b) while

(c) when

(d) that

ตอบ   -   ข้อ   (a)   “During”   เป็น   “Preposition”   ต้องตามด้วย   “Which” เท่านั้น

 

20. She told him what ____________________________________________ during the day.

(เธอบอกเขา (ว่า) อะไร __________________________________ ในระหว่างเวลากลางวัน)

(a) to do

(b) was to do

(c) was to be done    (จะต้องถูกกระทำ)  (เป็น “Passive voice”)

(d) to have been done

ตอบ   -   ข้อ   (c)   หรืออาจตอบ   “What has to be done”  (อะไรจำเป็นต้องถูกกระทำ)  (เป็น “Passive voice”)   หรือ  “What to do”  (จะทำอะไร, จะทำอย่างไร)  (เป็น “Active voice”)  ก็ได้

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”                

 

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป