หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 405)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Part V: Sentence Completion   (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

 

1. Dried legumes (เลก-กูม หรือ ลิ-กูม) contain a large proportion of proteins and ____________.

(พืชฝักเลกกูมตากแห้งมีอัตราส่วนโปรตีนสูง  และ ______________________________)

(a) used as meat substitutes

(b) are substitute for meat    (เป็นสิ่งทดแทนสำหรับเนื้อ)

(c) can be substituting for meat

(d) can be used as meat substitutes    (สามารถถูกใช้เป็นสิ่งทดแทนเนื้อได้)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   หรืออาจตอบ  ข้อ  (b)  แต่ต้องแก้เป็น  “Substitutes”  (รูปพหูพจน์)

 

2. Yarrow, a perennial plant, is cultivated in Eurasia but occurs _______________________.

(แยโรว์, พืชยืนต้นชนิดหนึ่ง, ได้รับการเพาะปลูกในยูเรเซีย  แต่เกิดขึ้น ____________)  (คือ  ปลูกในยูเรเซียเป็นพืชเกษตร  แต่ขึ้นที่อื่นเป็นวัชพืช)

(a) elsewhere a weed

(b) where else are weeds    (where else  ไม่มีใช้)

(c) as a weed elsewhere    (ในฐานะวัชพืชที่อื่น)

(d) or else that are weeds    (or else  =  มิฉะนั้น)

 

3. The chief foods eaten in any country depend largely on ___________ best in its climate and soil.

(อาหารหลักซึ่งถูกรับประทานในประเทศใดๆ  ส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับว่า ____________ ดีที่สุดในภูมิอากาศและพื้นดินของประเทศนั้น)  (หมายถึง  พืชอะไรที่เติบโตดีที่สุดในประเทศหนึ่ง  ก็จะเป็นอาหาร (พืช) หลักของประเทศนั้น)

(a) it grows

(b) what grows    {สิ่งใด (อะไร) เจริญเติบโต}

(c) does it grow
(d) what does it grow

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจาก  “What grows best in its climate and soil”  เป็น   “Noun clause”   ทำหน้าที่เป็นกรรมของ   “Preposition”  (On)

 

4. The great Chicago fire in October 1871 ___________ much of the city and left about 100,000 people homeless.

(ไฟไหม้ครั้งใหญ่ในชิคาโก (สหรัฐฯ) ในเดือนตุลาคม ปี ๑๘๗๑ ___________ ส่วนใหญ่ของเมือง  และทิ้งให้ผู้คนประมาณ  ๑๐๐,๐๐๐  คนไร้ที่อยู่อาศัย)

(a) that destroyed

(b) that it destroyed

(c) was destroyed    (ถูกทำลาย)

(d) destroyed    (ทำลาย)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากเป็นกริยาตัวแรกของประโยค  สำหรับกริยาตัวที่    คือ  “Left”  (ทิ้งให้)

 

5. Silver nitrate stains _______________________________________________ it touches.

(ซิลเวอร์ไนเตรททำให้เปรอะเปื้อน (ทำให้มัวหมอง) กับ _____________________ ซึ่งมันสัมผัส)

(a) somewhere    (บางแห่ง, บางที่)

(b) where else    (รูปนี้ไม่มีใช้)

(c) everything    (ทุกสิ่ง)

(d) them

ตอบ   -   ข้อ   (c)    เนื่องจากเป็นกรรมของประโยค

 

6. Manufacturing industries are usually located in regions that have abundant natural resources, good transportation systems, ___________, and large populations.

(อุตสาหกรรมการผลิต  ตามปกติแล้วตั้งอยู่ในบริเวณซึ่งมีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์, ระบบการขนส่งที่ดี, ____________ , และประชากรมาก)

(a) the climates are mild

(b) mild climates    (ภูมิอากาศไม่ร้อนหรือหนาวเกินไป)

(c) mild and climates

(d) the climates, when mild

ตอบ   -   ข้อ   (b)    เนื่องจากเป็นการใช้โครงสร้างในประโยคแบบสมดุล  คือ  เป็นวลี  (คำนาม)  เนื่องจากเป็นกรรมตัวที่    ของกริยา  “Have”  (มี)   คือ  “....................ในบริเวณซึ่งมี  ๑.  ทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์,  ๒. ระบบการขนส่งที่ดี,  ๓.  ภูมิอากาศไม่ร้อนหรือหนาวเกินไป,  และ  ๔. ประชากรมาก   ดูเพิ่มเติมการใช้โครงสร้างแบบสมดุลจากตัวอย่างข้างล่าง

                                                        ตัวอย่างที่ 

  • The Cabinet consists of secretaries of departments who report to the president, give him advice, and ____________ decisions.

(คณะรัฐบาล (ของสหรัฐฯ)  ประกอบด้วย  รัฐมนตรีของกระทรวงต่างๆ  ผู้ซึ่งรายงาน (ขึ้นตรง)  ต่อประธานาธิบดี,  ให้คำแนะนำกับเขา,  และ ___________ ตัดสินใจ)

(a) helping him making

(b) helping him make

(c) help him making

(d) help him make    (ช่วยเขาทำการ)

ตอบ   –   ข้อ   (d)   เนื่องจากเป็นการใช้คำให้สมดุล  (Balance)  คือ  “Report” (รายงาน),   “Give” (ให้)  และ  “Help” (ช่วย)  อย่างไรก็ตาม  สามารถใช้ได้อีกแบบหนึ่ง  คือ  “Help him to make”  ก็ได้

                                                      ตัวอย่างที่ 

  • He is a man of great intelligence and ______________________________________.

(เขาเป็นบุคคลซึ่งมีความเฉลียวฉลาดและ _____________________________ อย่างมาก)

(a) skillful    (เชี่ยวชาญ, ชำนาญ, มีฝีมือ, ช่ำชอง, มีความสามารถ, คล่องแคล่ว)

(b) who is skillful

(c) with skill

(d) skill    (ทักษะ-ความชำนาญ)

ตอบ   -   ข้อ    (d)    เป็นการใช้โครงสร้างในประโยคแบบสมดุล  คือ  หลัง   “Preposition”  (Of)  ตามด้วยคำนามทั้ง  ๒  คำ  คือ  “Intelligence”  และ  “Skill”  ดูเพิ่มเติมโครงสร้างแบบสมดุลจากตัวอย่างข้างล่าง  

                                                    ตัวอย่างที่ 

  • My parents always stressed the importance of honesty, fairness, and ________________.

(พ่อแม่ของผมเน้นย้ำอยู่เสมอถึงความสำคัญของความซื่อสัตย์, ความยุติธรรม, และ __________)

(a) to be punctual

(b) punctually

(c) punctuality    (การตรงต่อเวลา)  (เป็นคำนาม)

(d) punctual    (ตรงต่อเวลา)  (เป็นคำคุณศัพท์)

ตอบ   -   ข้อ    (c)   เนื่องจากต้องใช้คำในประโยคให้สมดุลกัน  คือ  หลัง   “Of”  เป็นกรรม  ซึ่งต้องเป็นคำนาม  (ความซื่อสัตย์,  ความยุติธรรม,  การตรงต่อเวลา)

                                                      ตัวอย่างที่ 

  • Tanya Holm is a dancer, choreographer, and _________________________________.

(ทานย่า  โฮล์ม  เป็นนักเต้นรำ, นักออกแบบท่าเต้นรำ, และ ___________________________)

(a) dance teacher    (ครูสอนเต้นรำ)

(b) teach dancing

(c) she teaches dancing

(d) teacher for dance

ตอบ   -   ข้อ   (a)   เนื่องจากเป็นการใช้โครงสร้างในประโยคให้สมดุลกัน  คือ  ๑. นักเต้นรำ,  ๒. นักออกแบบท่าเต้นรำ,  และ  ๓. ครูสอนเต้นรำ

                                                        ตัวอย่างที่ 

  • That restaurant offers ______________________________________ and the elderly.

(ภัตตาคารแห่งนั้นเสนอ (มอบ) ________________________________ และผู้สูงอายุ)

(a) inexpensive meals and special services for children    (อาหารราคาถูกและบริการพิเศษสำหรับเด็ก)

(b) meals and special services for children that are inexpensive

(c) children to inexpensive meals and special services

(d) inexpensive meals for children and special services for

ตอบ   -   ข้อ    (a)    เนื่องจากเป็นการใช้โครงสร้างในประโยคแบบสมดุล  (กรรมของ  “Offers”)   คือ   (..................เสนอ..................”อาหารราคาถูกและบริการพิเศษ”  และ  “สำหรับเด็กและผู้สูงอายุ”)   หรืออาจตอบ  ข้อ  (d)  แต่ต้องแก้เป็น  “Inexpensive meals for children and special services for the elderly”  (อาหารราคาถูกสำหรับเด็ก  และ  บริการพิเศษสำหรับผู้สูงอายุ)

                                                       ตัวอย่างที่ 

  • The two most important problems facing the country today are _________________.

(ปัญหาสำคัญที่สุด    ประการที่เผชิญหน้ากับประเทศอยู่ในปัจจุบัน  คือ ______________)

(a) crime prevention and controlling pollution

(b) preventing crime and pollution control

(c) crime prevention and pollution control    (การป้องกันอาชญากรรมและการควบคุมมลภาวะ)

(d) preventing crime and the control of pollution

ตอบ   -   ข้อ    (c)   เนื่องจากเป็นการใช้โครงสร้างประโยคแบบสมดุล   คือ  “การป้องกันอาชญากรรม”  และ  “การควบคุมมลภาวะ”  

                                                        ตัวอย่างที่ 

  • The technique of recording, classifying, and ________________ is known as accounting.

(เทคนิคของการบันทึก, แยกประเภท, และ _________ เป็นที่รู้จักกันในฐานะวิชาการทำบัญชี)

(a) an enterprise’s transactions summary

(b) the summarizing of an enterprise’s transactions

(c) transactions of an enterprise are summarized

(d) summarizing the transactions of an enterprise    {สรุปธุรกิจการค้าของกิจการ (บริษัท) แห่งหนึ่ง}

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากเป็นการทำรูปประโยคให้สมดุล  หรือมี  “Format”  เดียวกัน  โดยถือว่าตามหลัง   “Preposition”  (Of)  ต้องอยู่ในรูป  “Verb + ing”  (Of recording, classifying, and summarizing……...............…..)

                                                        ตัวอย่างที่ 

  • A lumberjack, or logger, is a worker who cuts down trees in a forest, saws them into logs, and ____________.

(ช่างตัดไม้, หรือคนทำ (ตัด) ไม้, คือคนงานผู้ซึ่งตัด (โค่น) ต้นไม้ในป่า, เลื่อยมันเป็นท่อน, และ ______)

(a) he takes them to the mill

(b) takes them to the mill    (นำมันไปยังโรงสี)

(c) taking them to the mill

(d) to take them to the mill

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากเป็นการใช้ข้อความในประโยคให้สมดุลกัน   คือ  ช่างตัดไม้ทำหน้าที่  (กริยา)    อย่าง  คือ  ๑. โค่นต้นไม้ในป่า,  ๒. เลื่อยมันเป็นท่อน, และ  ๓. นำมันไปยังโรงสี   ดูเพิ่มเติมการใช้ข้อความให้สมดุลจากประโยคข้างล่าง

                                                      ตัวอย่างที่ 

  • Eddy’s classmates at the college still talk about him as an excellent writer _____________.

(เพื่อนร่วมชั้นของเอ็ดดี้ที่มหาวิทยาลัย  ยังคงพูดเกี่ยวกับตัวเขาว่าเป็นนักเขียนยอดเยี่ยม ________)

(a) and he taught at the college, too

(b) who also played football

(c) and a good football player    (และนักฟุตบอลที่เก่ง)

(d) good football player

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เป็นการใช้คำในประโยคให้สมดุลกัน  คือ  “นักเขียนยอดเยี่ยม”  และ  “นักฟุตบอลที่เก่ง”

                                                        ตัวอย่างที่  ๑๐

  • Freezing preserves meat because ___________, slows down the rate of enzyme action, and lowers the speed of spoilage.

(การทำให้เย็นจนแข็งตัวรักษาเนื้อไว้ได้  เพราะว่า ___________, ทำให้อัตราการเอนไซม์ (การทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางเคมีในสารอื่น โดยตัวมันเองไม่เปลี่ยนแปลง) ช้าลง, และทำให้ความเร็วของการเน่าเสียลดลง)

(a) the growth of microorganisms is prevented    (การเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์ถูกขัดขวาง)

(b) preventing microorganisms from growing    (ขัดขวางเชื้อจุลินทรีย์จากการเจริญเติบโต)

(c) microorganisms are prevented from growing    (เชื้อจุลินทรีย์ถูกขัดขวางจากการเจริญเติบโต)

(d) it prevents the growth of microorganisms    (มันขัดขวางการเจริญเติบ โตของเชื้อจุลินทรีย์)

ตอบ   -   ข้อ   (d)    เนื่องจากต้องทำโครงสร้างในอนุประโยค  (ขึ้นต้นด้วย  “Because”)   ให้มีความสมดุลกัน  คือ  “มัน (การทำให้เย็นจนแข็ง)  ๑. ขัดขวางการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์,  ๒. ทำให้อัตราการเอนไซม์ช้าลง,  และ  ๓. ทำให้ความเร็วของการเน่าเสียลดลง

                                                         ตัวอย่างที่  ๑๑

  • Idaho’s natural resources include fertile soil, rich mineral deposits, thick forests, and ___________.

(ทรัพยากรธรรมชาติของรัฐไอดาโฮประกอบด้วยดินดี, แหล่งแร่ธาตุอุดมสมบูรณ์, ป่าทึบ, และ _______)

(a) water supplies are abundant

(b) abundant water supplies    (แหล่งน้ำอุดมสมบูรณ์)

(c) supplies of water are abundant

(d) supplies abundant water

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากต้องใช้รูปคำนาม (วลี)  (แหล่งน้ำอุดมสมบูรณ์)  ซึ่งทำหน้าที่เป็นกรรมของกริยา  “Include”  เพื่อให้สมดุลกับคำนาม-วลี (ทำหน้าที่กรรม) อื่นๆ อีก  ๓  ตัว  คือ  ๑. ดินดี,  ๒. แหล่งแร่ธาตุอุดมสมบูรณ์,  และ  ๓. ป่าทึบ

                                                     ตัวอย่างที่  ๑๒

  • Before starting on a sea voyage, prudent navigators learn the sea charts, ___________ and memorize lighthouse locations to prepare themselves for any conditions they might encounter.

(ก่อนเริ่มต้นออกเดินทางทางทะเล  นักเดินเรือที่รอบคอบจะเรียนรู้แผนภูมิของทะเล, _________ และจดจำสถานที่ตั้งของประภาคารไฟ  เพื่อเตรียมพร้อมตนเองสำหรับสภาวะใดๆ ที่พวกเขาอาจจะต้องเผชิญ)

(a) sailing directions are studied

(b) to study the sailing directions   

(c) study the sailing directions    (ศึกษาทิศทางการเดินเรือ)

(d) studies direct sailing

ตอบ   -   ข้อ   (c)    เนื่องจากต้องใช้รูปแบบของกริยาในประโยค  ซึ่งมี    ตัว ให้สมดุลกัน  คือ  “นักเดินเรือที่รอบคอบ (จะ) () เรียนรู้แผนภูมิของทะเล,  () ศึกษาทิศทางการเดินเรือ  และ  () จดจำสถานที่ตั้งของประภาคารไฟ

                                                     ตัวอย่างที่  ๑๓

  • As a physiologist, Ida Hyde showed originality, breadth of interest, and _______________.

(ในฐานะนักสรีรวิทยา, ไอดา ไฮด์  ได้แสดงความคิดริเริ่ม (ความไม่ซ้ำแบบใคร), ความกว้างขวางของความสนใจ, และ ____________)

(a) scientific precision was admirable

(b) admirably scientifically precise

(c) admirable scientific precision    (ความแม่นยำทางวิทยาศาสตร์ที่น่าชมเชย)

(d) that precision was admirably scientific

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากต้องใช้โครงสร้างคำนาม (วลี)  เนื่องจากเป็นกรรมของกริยา  “Showed”   โดยมีความสมดุลกับคำนามอื่นๆอีก  ๒  คำ ซึ่งเป็นกรรมของกริยา  “Showed”  เช่นเดียวกัน  คือ  ๑. ความคิดริเริ่ม,  ๒. ความกว้างของความสนใจ

                                                     ตัวอย่างที่  ๑๔

  • We turn to books in moments of __________________________________________.

(เราหันไปหา (อ่าน) หนังสือ  ในช่วงเวลาของ ___________________________________)

(a) sorrow, having boredom, or solitude is with us

(b) sorrow, boredom, or solitude    (ความเศร้าโศกเสียใจ  ความเบื่อหน่าย  หรือ ความโดดเดี่ยวอ้างว้าง)

(c) sorrow and solitude as well as boredom

(d) sorrow that attacks us

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เป็นการใช้กรรม    ตัว  หลัง  “Preposition” (Of)  ให้สมดุลกัน  คือ   Sorrow, Boredom, Solitude”  สำหรับ  ข้อ  (c)  ก็ใช้ได้เช่นกัน  แต่ต้องแก้เป็น   “sorrow, solitude as well as boredom

                                                   ตัวอย่างที่  ๑๕

  • Nearly all trees have seeds that fall to the earth, take root, and eventually ____________.

(ต้นไม้เกือบทั้งหมดมีเมล็ดซึ่งหล่นลงสู่พื้นดิน, งอกราก, และ __________________ ในที่สุด)

(a) generate new seeds    (สร้างเมล็ดใหม่)

(b) new seeds generated

(c) by generating new seeds

(d) new seeds generated there

ตอบ   -   ข้อ    (a)   เนื่องจากต้องใช้คำกริยา    ตัว ในอนุประโยค  (………..............that fall to earth, take root, and eventually generate new seeds)  ให้สมดุลกัน  (Balance)  คือ  “Fall to earth”,  “Take root”  และ  “Generate new seeds” 

                                                    ตัวอย่างที่  ๑๖

  • Among the advantages which Mr. Barlow has given his children  are a good college education and ____________.

(ในบรรดาข้อได้เปรียบต่างๆ ซึ่งมิสเตอร์บาร์โลว์ได้ให้แก่ลูกๆ ของเขา  คือ  การศึกษาอย่างดีในมหาวิทยาลัย  และ ____________)

(a) extensive travel abroad   (การเดินทางอย่างกว้างขวางมากในต่างประเทศ)

(b) to travel extensively abroad

(c) travel extensively abroad

(d) of extensive travelling abroad

ตอบ   -   ข้อ   (a)   ต้องใช้ในรูปคำนาม (วลี)   (“Travel” ในที่นี้เป็นคำนาม)  ให้สมดุลกับคำนาม (วลี)   “A good college education”  ที่อยู่ข้างหน้า  “And

                                                        ตัวอย่างที่  ๑๗

  • James likes reading, hiking, and __________________________________________. 

(เจมส์ชอบการอ่านหนังสือ,  การเดินทางไกลด้วยเท้า,  และ _________________________)

(a) he listens to music

(b) to listen to music

(c) listen to music

(d) listening to music    (การฟังดนตรี)

ตอบ   -   ข้อ    (d)   เนื่องจากต้องให้ข้อความสมดุลกัน   คือ  “Like + Gerund (Verb + ing)”    คือ  “Like reading, hiking and listening……..........….”   ทั้งนี้   กริยา  “Like”  อาจตามด้วย  “Infinitive with to” (To + Verb 1    ก็ได้   ดังนั้น  ข้อนี้จึงอาจตอบ  “Like to read, to hike, and to listen to music”   โดยต้องให้สมดุลกัน   คือ  เป็น  “Format”  เดียวกัน

 

7. A new ____________ will be built there to reduce the traffic congestion in that area of Bangkok.

(_____________ ตัวใหม่จะถูกสร้างขึ้นที่ตรงนั้น  เพื่อลดความแออัดของการจราจร  ในพื้นที่บริเวณนั้นของกรุงเทพฯ)

(a) escalator    (บันไดเลื่อน)

(b) bridge    (สะพาน  -  ข้ามคลอง, แม่น้ำ)

(c) flyover    (สะพานลอยข้ามแยก)  (สำหรับรถวิ่ง  หรือคนเดินข้ามถนน)

(d) elevator    (ลิฟต์)  (พาคนขึ้น-ลงในอาคารสูง)

 

8. The ____________ of the Dramatic Club members was so good that the audience applauded for three minutes.

(__________________ ของสมาชิกชมรมละครดีมาก  จนกระทั่งผู้ชมปรบมือเป็นเวลา    นาที)

(a) attendance    (การเข้าชม-เข้าฟัง, การเข้าเรียน, การเข้าร่วมประชุม)

(b) contribution    (การมีส่วนร่วมหรือช่วยเหลือ, คุณูปการ, การบริจาค)

(c) expedition    (การเดินทางเพื่อสำรวจหรือทำอย่างอื่น, คณะผู้เดินทางดังกล่าว)

(d) performance    (การแสดง)

 

9. It was so cold that his fingers became ___________________ and he couldn’t hold his spoon.

(อากาศหนาวมากจนกระทั่ง  นิ้วมือของเขา _____________ และเขาไม่สามารถถือช้อนกินข้าวของเขาไว้ได้)

(a) stale    (ขึ้นรา, เหม็นอับ, เก่า, ไม่สด, ชื้น)

(b) pale    (ซีด, จาง, หน้าซีด, ตัวซีด)

(c) numb    (ชา, ไม่มีความรู้สึก)

(d) itchy    (คัน)

 

10. Sally is two years ______________________________________________ than her sister.

(แซลลี่อายุ ________________________________________ น้องสาวของเธอ    ปี)

(a) elder    (อาวุโสกว่า)  (มักใช้ขยายหน้านาม  เช่น  “Elder brother”  =   “พี่ชาย”)

(b) older    (แก่กว่า)

(c) more older

(d) older more

 

11. _______________________________________________ are there in this room?

(มี ________________________________________________________ ในห้องนี้)

(a) How many furnitures

(b) How many furniture

(c) How much furnitures

(d) How many pieces of furniture    (เฟอร์นิเจอร์กี่ชิ้น)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   “Furniture”  เป็นคำนามนับไม่ได้  (จึงต้องเป็นเอกพจน์เสมอ  และไม่สามารถเติม  “S”  ข้างท้ายได้)   และต้องใช้กับ   “Much”   หรือถ้าต้องการนับ  ก็ต้องบอกเป็นชิ้นๆ  (Piece)  และเติม  “S”  ที่   “Piece”  (ในกรณีมากกว่า    ชิ้น)  สำหรับข้อนี้อาจตอบอีกอย่างหนึ่งว่า  “How much furniture is there in this room?”

 

12. I’m going to repair the __________________________________________ chair.

(ผมจะซ่อมเก้าอี้ที่ ___________________________________________ ตัวนั้น)

(a) break

(b) broke

(c) broken    (พัง, แตกหัก)

(d) breaking

ตอบ   -   ข้อ   (c)    ต้องใช้ในรูป  “Passive voice”  (Verb 3)  (Break, Broke, Broken)   เนื่องจากเก้าอี้  “ถูกกระทำ”  คือ  “ถูกทำให้พัง  หรือแตกหัก

 

13. English is spoken all _______________________________________________ the world.

(ภาษาอังกฤษถูกพูด ___________________________________________ โลก)

(a) over    (All over  =  ทั่ว)

(b) in

(c) on

(d) through

ตอบ    –    ข้อ    (a)    หมายถึง   “ทั่ว”  เช่น   “All over the country”  (ทั่วประเทศ), “All over the building”  (ทั่วตึก)   เป็นต้น

                                                       สำหรับความหมายของ    “All over”   คือ

                                       ๑.  ในทุกส่วน, ทุกหนทุกแห่ง   เช่น      

  • He has a fever and aches (เอค) all over.

(เขาเป็นไข้  และปวดไปทั้งตัว)

  • I’ve looked all over for my glasses.

(ผมค้นหาแว่นตา (ที่หายไป) ของผม  ทุกหนทุกแห่ง)

                                        ๒. ในทุกๆประการ, อย่างสมบูรณ์   เช่น

  • She is her mother all over.

(เธอเหมือนกับเป็นแม่ของเด็กคนนั้นทุกประการ)  (คือ ทำตัวเหมือนเป็นแม่ทุกๆอย่าง)

 

14. “A rich man ought to help a poor man.”

(คนรวยควรช่วยเหลือคนจน)

How many ________________________________________ are there in the sentence above?

(มีคำว่า ____________________________________________ กี่ตัวในประโยคข้างบน)

(a) man

(b) men

(c) man’s    (คน)

(d) men’s

ตอบ    –    ข้อ    (c)   เนื่องจากถามว่า   “มีคำว่า   “คน”   กี่คำ”  มิได้ถามว่า  “มีผู้ชายกี่คน”   ซึ่งในกรณีหลังนี้   ต้องตอบข้อ   (b)   และหากถามว่า   “มีคำว่า  “men”  กี่คำในประโยค”  ก็จะต้องตอบว่า   “men’s

 

15. We thanked Mr. Nelson ___________________________________________ us.

(เราขอบคุณมิสเตอร์เนลสัน ____________________________________________ เรา)

(a) to help

(b) helped

(c) is helping

(d) for helping    (สำหรับการช่วยเหลือ, ที่ช่วยเหลือ)

 

16. Mother ________________________________ very badly for the last few months.

(แม่ __________________________________ ไม่หลับเลยในช่วง ๒ – ๓ เดือนที่แล้วมา)

(a) sleeps

(b) slept

(c) has been sleeping    (นอน)

(d) had slept

ตอบ       ข้อ   (c)    นื่องจากอยู่ในรูป   “Present perfect continuous tense”   คือ   “Subject + Has (Have) + Been + Verb + ing”   เพื่อบอกถึงเหตุการณ์ที่เกิดในอดีต   และดำเนินต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน   และแสดงความยาวนานของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วย   คือ   “แม่นอนไม่หลับเลยในช่วง  ๒ – ๓  เดือนที่ผ่านมา

 

17. Pisa is famous ____________________________________________ its Leaning Tower.

(ปิซา มีชื่อเสียง __________________________________________ หอเอียงของมัน)

(a) as

(b) in

(c) for    (ในเรื่อง, ในด้าน)

(d) by

(e) because

ตอบ       ข้อ   (c)    (ดูคำอธิบายเพิ่มเติม  “Famous for”  (โด่งดังในเรื่อง)  และ  “Famous as”  (โด่งดังในฐานะ)   โดยเทียบเคียงกับ   “Known for”  (เป็นที่รู้จักในเรื่อง)  และ   “Known as”  (เป็นที่รู้จักในฐานะ)   ดังตัวอย่างข้างล่าง

  • He is famous for his language proficiency.

 (เขามีชื่อเสียงในเรื่องความสามารถด้านภาษา)

  • Jim is famous as a kind and devoted doctor.

 (จิมมีชื่อเสียงในฐานะหมอที่ใจบุญและอุทิศตัว)

 

18. I suggested that he ______________________________ to the Dean as soon as possible.

 (ผมแนะนำว่าเขา _____________________________ กับคณบดี ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้)

(a) speaks

(b) speak    {(ควรจะ) พูด}

(c) spoke

(d) would speak

ตอบ       ข้อ   (b)    โดย  “Speak”  ไม่ต้องเติม  s”  แม้ประธานของอนุประโยคจะเป็น  “He”  ก็ตาม  และไม่ต้องเปลี่ยนเป็น  “Spoke”   เนื่องจากข้อนี้อยู่ในรูป  “Present subjunctive”    โดยดูจากกริยาในประโยคใหญ่   “Suggested”  ดูเพิ่มเติม  “Present subjunctive”   จากตัวอย่างข้างล่าง

                                                        ตัวอย่างที่ 

  • Bill’s uncle insists ___________________________________________ in this hotel.

(ลุงของบิลยืนกราน __________________________________________ ในโรงแรมนี้)

(a) not staying

(b) not to stay

(c) that he not stay    {เขาไม่ (ควรจะ) พัก}

(d) staying not

ตอบ   -   ข้อ    (c)   เนื่องจากอยู่ในโครงสร้าง   “Present subjunctive”  โดยลดรูปมาจาก  “That he should not stay”  โดยพิจารณาจากกริยา  “Insist”  (ยืนกราน)

                                                      ตัวอย่างที่ 

  • Abraham Lincoln insisted that __________ not just on mere opinion but on moral purpose.

(อับราฮัม  ลิงคอล์น  ยืนกรานว่า ____________ ไม่เพียงแต่บนความคิดเห็น (ของประชาชน) เท่านั้น  แต่บนวัตถุประสงค์ด้านศีลธรรมด้วย)

(a) to base democracy

(b) for democracy to be based

(c) democracy be based    {ประชาธิปไตย (ควรจะ) มีพื้นฐาน}

(d) whenever democracy is based

ตอบ   -   ข้อ    (c)    เนื่องจากอยู่ในโครงสร้างแบบ   “Present subjunctive”  โดยพิจารณาจากกริยา  “Insist”  (ยืนกราน)

                                                          ตัวอย่างที่ 

  • She is about half an hour late already.  It is necessary that she ___________ immediately.

(เธอล่าช้าไปประมาณครึ่งชั่วโมงแล้ว  มันจำเป็นที่ว่าเธอ __________________ ในทันทีทันใด)

(a) went

(b) goes

(c) go    {(ควร) ไป}

(c) will go

ตอบ   -   ข้อ    (c)    เนื่องจากเป็นโครงสร้างแบบ  “Present subjunctive”   โดยพิจารณาจากวลี  “It is necessary that………..........…..

                                                       ตัวอย่างที่ 

  • I’m in a hurry because the librarian said it was important that I _____________ this book.

(ผมกำลังรีบเร่ง (เอาหนังสือไปคืน) เพราะบรรณารักษ์กล่าวว่า  มันเป็นเรื่องสำคัญว่าผม ______ หนังสือเล่มนี้)

(a) returned

(b) was returning

(c) had returned

(d) return    {(ควร) นำไปคืน, ส่งคืน}

ตอบ   -   ข้อ    (d)   เนื่องจาก  “Clause”  ที่ตามหลัง  “It is (was) + Important  (Necessary, Essential, Imperative, etc.)”   กริยาต้องอยู่ในรูป   “Infinitive without to”  (Verb 1)   เนื่องจากเป็นโครงสร้างแบบ   “Present subjunctive”  คือ  เหมือนกับมี  “Should”  นำหน้าคำกริยานั้นๆ 

                                                           ตัวอย่างที่ 

  • In 1978, the Soviets demanded that China _________________ its forces from Vietnam.

(ในปี  ๑๙๗๘  โซเวียตเรียกร้องให้จีน _________________ กองกำลังของตนออกจากเวียดนาม)

(a) withdrew

(b) withdraws

(c) withdraw    (ถอน)

(d) withdrawing

ตอบ   -   ข้อ    (c)    เนื่องจากกริยาใน  “Clause” (อนุประโยค)  ที่ตามหลัง  “Demand, Require, Suggest, Request, etc.”  ต้องอยู่ในรูป   “Infinitive without to”  (Verb 1)   เนื่องจากเป็นโครงสร้างแบบ  “Present subjunctive” 

                                                         ตัวอย่างที่ 

  • He suggested ___________________________________________ to a holiday camp.

(เขาแนะนำ ___________________________________ ที่ค่ายพักแรมวันหยุดพักผ่อน)

(a) Mary that she should go

(b) to Mary that she should go    (แก่แมรี่ว่าเธอควรไป)

(c) for Mary that she go

(d) to Mary to go

ตอบ   -   ข้อ   (b)    หรืออาจตอบ  “………….....…to Mary that she go…….............…”  ก็ได้  เนื่องจากเป็นโครงสร้างแบบ   “Present subjunctive

                                                          ตัวอย่างที่ 

  • It is essential that the needle _________________________________________ first.

(มันจำเป็นว่า  เข็ม _________________________________________ เป็นประการแรก)

(a) sterilize

(b) is sterilized

(c) be sterilized    (ถูกทำให้ปราศจากเชื้อโรค)

(d) sterilizes

ตอบ   -   ข้อ    (b)    เนื่องจากข้อความ  “It is essential that”  เป็นประโยคใหญ่  กริยาของอนุประโยคที่ตามหลังมัน  จะอยู่ในโครงสร้าง  “Present subjunctive”   คือ  อยู่ในรูป   “Infinitive without to”  (Verb 1)  เสมอ  ในกรณีเป็นกริยาในแบบ  “Passive voice”   จะต้องใช้กริยารูป  “Be + Verb 3”  เสมอ  และในกรณีของกริยา  “Verb to be”   ให้ใช้   “Be”  กับประธานฯ ทุกตัว  ทั้งนี้  ถือเสมือนว่า  กริยาในอนุประโยคเหล่านี้  มี  “Should”  มานำหน้า  (เพื่อแนะว่าประธานของอนุประโยคควรทำอย่างนั้นอย่างนี้)  เพียงแต่ละเอาไว้   คือ  มิได้เขียนลงไป 

                                                           ตัวอย่างที่ 

  • I suggest that the matter _____________________________________ reconsidered.

(ผมแนะนำว่า  เรื่องนี้ ____________________________ ได้รับการพิจารณาใหม่อีกครั้ง)

(a) is

(b) being

(c) be    (ควร)

(d) has

ตอบ   -   ข้อ   (c)    เนื่องจากอยู่ในโครงสร้างแบบ   “Present subjunctive”   โดยดูจากกริยา  “Suggest

                                                           ตัวอย่างที่ 

  • Prior to our conference, the executive director had requested that everyone _________ well prepared.

(ก่อนการประชุมของเรา  ผู้อำนวยการบริหารได้ขอร้องว่า  ทุกคน ________ เตรียมตัวเป็นอย่างดี)

(a) be    (ควร)

(b) is

(c) was

(d) will be

ตอบ   -   ข้อ    (a)   เนื่องจากเป็นการใช้โครงสร้างแบบ   “Present subjunctive”  สังเกตจากกริยา  “Requested

                                                            ตัวอย่างที่  ๑๐

  • The teacher suggested that ____________________________________________.

(ครูแนะนำว่า ______________________________________________________)

 (a) everybody studied harder

 (b) everybody studies harder

 (c) everybody study harder    {(นักเรียน) ทุกคนควรเรียนให้หนักยิ่งขึ้น}

 (d) everybody would study harder

ตอบ   –   ข้อ   (c)   เนื่องจากอยู่ในโครงสร้าง   “Present subjunctive”  กล่าวคือ  กริยา  “Study”  เหมือนมีคำว่า  “Should”  อยู่ข้างหน้า  แต่ละเอาไว้ในฐานที่เข้าใจ

                                                             ตัวอย่างที่  ๑๑

  • The company states that it is necessary that an employee __________ his work on time.

(บริษัทกล่าวว่า  มันจำเป็นที่พนักงาน _________________________ งานของตนให้ทันเวลา)

(a) finishes

(b) finished

(c) finish    (ทำให้เสร็จ)  (คือ  ทำงานให้เสร็จทันเวลา)

(d) can finish

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากโครงสร้าง  “It + Is (Was) + Necessary + (That) + Subject + Verb 1”  เป็น  “Present subjunctive

                                                           ตัวอย่างที่  ๑๒

  • He recommended that I ________________________________________ there early.

(เขาแนะนำว่าผม _______________________________ ที่นั่นแต่เช้าตรู่  -  หรือแต่เนิ่นๆ)

(a) be    {(ควร) ไป}

(b) am

(c) was

(d) would be

ตอบ   -   ข้อ    (a)   เนื่องจากอยู่ในรูป   “Present subjunctive”  คือ  คำกริยาในโครงสร้างนี้   ไม่ว่าจะใช้กับประธานตัวใด  หรืออยู่ใน   “Tense”  ใด  จะต้องเป็น   “Verb 1”  (Infinitive without to)  เสมอ   และในกรณีของกริยา  “Verb to be”   ก็ให้ใช้   “Be”  ทุกครั้งไป  คือ  เสมือนกับมี   “Should”   อยู่ข้างหน้ากริยานั้น  แต่ละเอาไว้ในฐานที่เข้าใจ  ไม่พูดหรือเขียนเติมลงไป  (หรืออาจจะใส่   “Should"   ลงไปข้าง หน้าก็ได้)

                                                           ตัวอย่างที่  ๑๓

  • I suggested to her that her husband ______________________________ a long rest.

(ผมแนะนำเธอว่า  สามีของเธอ __________________________ การพักผ่อนเป็นเวลานาน)

(a) has

(b) have    (มี)

(c) would have

(d) must have

ตอบ    -    ข้อ   (b)    เนื่องจากเป็นไปตามโครงสร้าง   “Subject + Suggest + (To someone) + That + Subject + Verb 1

                                                 ตัวอย่างที่  ๑๔

  • It was in 1934 that an official government report recommended that trade priority ________ to Southeast Asia.

(มันเป็นในปี  ๑๙๓๔  ที่รายงานของรัฐบาล (สหรัฐฯ) อย่างเป็นทางการ  แนะนำว่า  ความสำคัญด้านการค้า (ควร)__________ กับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้)   (หมายถึง  รายงานฯ แนะนำว่า  สหรัฐฯ ควรให้ความสำคัญด้านการค้าแก่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้)

(a) is given

(b) was given

(c) were given

(d) be given    (ถูกให้)

ตอบ   -   ข้อ  (d)   เนื่องจากลดรูปมาจาก  “Should be given”  (ละ  “Should”  ไว้ในฐานที่เข้าใจ)

                                                       ตัวอย่างที่  ๑๕

  • I will recommend that the student ______________________________ to the director.

(ผมจะแนะนำว่าเด็กนักเรียนคนนั้น ________________________ กับผู้อำนวยการโรงเรียน)

(a) speak    (พูดคุย)

(b) will speak

(c) had better speak

(d) would speak

ตอบ   -   ข้อ   (a)    เนื่องจากกริยาของอนุประโยค  (ในที่นี้ คือ  “Speak”)  ที่ตามหลังกริยา  “Recommend, Suggest, Demand, Ask, etc.”  จะต้องอยู่ในรูป   “Infinitive without to” (Verb 1)  ซึ่งเรียกโครงสร้างแบบนี้ว่า  “Present Subjunctive

                                                         ตัวอย่างที่  ๑๖

  • Many customers have requested that we _________________ them notice of our sales.

(ลูกค้าจำนวนมากได้ร้องขอว่า ให้เรา ___________ โนติส (เอกสารแจ้งเหตุหรือข้อมูลล่วงหน้า) แก่พวกเขาในเรื่องการลดราคาสินค้าของเรา)   (หมายความว่า  ถ้าจะมีการลดราคาสินค้าเมื่อใด  ให้แจ้งลูกค้าทราบล่วงหน้า)

(a) send    (ส่ง)

(b) sends

(c) sent

(d) sending

หมายเหตุ   –   ตอบข้อ   (a)   เนื่องจากเป็นการใช้   “Present subjunctive”  คือการใช้กริยาช่องที่    ที่ไม่มี  “To” นำหน้า  (Infinitive without to)  และไม่มีการเติม  “S  หรือ  “Ed”  เข้าข้างหลังคำกริยาที่อยู่ใน  “Noun clause”   ที่เป็นอนุประโยค   (ซึ่งมักมี  “That” นำหน้า  “Clause”)  ที่ตามหลังกลุ่มคำกริยาประเภท   “Present subjunctive”   ไม่ว่าประธานของกริยาตัวนี้  จะเป็นเอกพจน์หรือพหูพจน์ก็ตาม  และไม่ว่ากริยาตัวข้างหน้า  (กริยาใน  “Main clause”   หรือประโยคใหญ่)  จะอยู่ใน   “Tense”  ใดก็ตาม  จะไม่มีการเติม  “S”  รือ  Ed”  หรือเปลี่ยนรูปที่กริยาตัวนี้   (เนื่องจากเสมือนมี   “Should”   นำหน้า  แต่ไม่เขียนลงไป  คือละไว้ในฐานที่เข้าใจ   เป็นการแนะนำว่า   “ควรทำเช่นนั้น เช่นนี้”)   สำหรับในกรณีที่เป็น   “Verb to be”    ให้ใช้   “Be”  ตลอดไป   (เพราะเสมือนว่า มี   “Should”  นำหน้า)  อนึ่ง  เราใช้รูป   “Present subjunctive”  ใน    กรณี   คือ

                                              ๑. อยู่หลัง  “กริยา + That”   ซึ่งได้แก่  คำกริยาต่อไปนี้

  • demand that   (เรียกร้อง-ต้องการว่า)
  • require that   (ขอร้อง-เรียกร้อง-ต้องการ-กำหนดว่า)
  • propose that   (เสนอว่า)
  • request that   (ขอร้องว่า)
  • recommend that   (แนะนำว่า)
  • ask that   (ขอร้องว่า)
  • order that   (สั่งว่า)
  • urge that   (เร่งเร้า-กระตุ้น-เสนอว่า)
  • suggest that   (แนะนำว่า)
  • advise that   (แนะนำว่า)
  • insist that   (ยืนกรานว่า)
  • prefer that   (เห็นสมควรว่า)

                                                          ดังตัวอย่างประโยคต่อไปนี้

  • The doctor advised (that) I take a rest.

(หมอแนะนำว่าผมควรพักผ่อน)

  • He suggested (that) she not go there alone.

(เขาแนะนำว่าเธอไม่ควรไปที่นั่นตามลำพัง)

  • The father demands (that) Peter go to see a doctor at once.

(พ่อเรียกร้องให้ปีเตอร์ไปหาหมอในทันที)

  • I suggest (that) he come early.

(ผมแนะนำว่าเขาควรจะมาแต่เช้า)

  • The hostess urged (that) we all stay for dinner.

(เจ้าของบ้านรบเร้าให้อยู่กินอาหารเย็นก่อน)

  • The teacher recommended (that) every student buy a dictionary.

(ครูแนะนำให้นักเรียนทุกคนซื้อพจนานุกรม)

  • The doctor recommends (that) she take this medicine.

(หมอแนะนำว่าเธอควรกินยานี้)

  • She requested (that) he telephone her family.

(เธอขอร้องให้เขาโทรฯไปหาครอบครัวของเธอ)

  • The teacher advised (that) students not speak loudly in the class.

(ครูแนะนำว่านักเรียนไม่ควรพูดเสียงดังในชั้น)

  • I suggested (that) he be more careful.

(ผมแนะนำว่าเขาควรระวังให้มากขึ้น)

  • He suggested (that) she be punctual.

(เขาแนะนำว่าเธอควรตรงต่อเวลา)

  • Our mother suggests (that) we not be lazy.

(แม่ของเราแนะนำว่าเราไม่ควรขี้เกียจ)

  • They requested (that) the contract be signed.

(พวกเขาร้องขอว่าสัญญาควรได้รับการลงนาม)  (เป็น  Passive voice  =  สัญญาถูกลงนาม)

  • She asks (that) she be allowed to see her ailing mother.

(เธอขอร้องว่าเธอควรได้รับอนุญาตให้พบแม่ของเธอที่กำลังป่วย)  (เป็น  Passive voice  =  เธอได้รับอนุญาต)

หมายเหตุ   –   เหตุผลที่คำกริยาในอนุประโยค  ที่เป็น  “Noun clause”  อยู่ในรูป  “Present Subjunctive”   คือ  กริยาเหล่านี้เสมือนกับว่ามี   “Should”   นำหน้า  แต่ละเอาไว้ในฐานที่เข้าใจ  ซึ่งจริงๆ แล้วอาจจะเขียนหรือพูดเติม  “Should”  ลงไปด้วยก็ได้   เช่น

  • I suggested (that) he (should) be more careful.
  • She asks (that) she (should) be allowed to go to the party.

 

                                                ๒. “Noun clause”  ที่ตามหลังคำคุณศัพท์ต่อไปนี้  (มักอยู่ในรูป   “It is + Adjective + That + Subject + Verb 1  ที่ไม่มี  “To” นำหน้า)  กริยาใน  “Noun clause”   นั้นจะต้องอยู่ในรูป   “Present subjunctive”  เช่นเดียวกัน  คุณศัพท์ดังกล่าว  คือ  “Important” (สำคัญ),  “Necessary” (จำเป็น), “Urgent(จำเป็นด่วน),  “Imperative”  (จำเป็น),  “Essential” (จำเป็น), “Advisable”  (ควร),   “Crucial”  (สำคัญยิ่ง)   ดังตัวอย่าง   เช่น

  • It is advisable that she study harder.

(เธอควรเรียนหรือขยันให้มากขึ้น)

  • It was essential that we buy food yesterday.

(เป็นสิ่งจำเป็นที่เราต้องซื้ออาหารเมื่อวานนี้)

  • It is advisable that he take exercise every morning.

(เป็นการสมควรที่เขาออกกำลังกายทุกเช้า)

  • It is necessary that she go home at once.

(เป็นเรื่องจำเป็นที่เธอจะต้องกลับบ้านในทันที)

  • It is imperative that Jim practice driving a car.

(เป็นเรื่องจำเป็นที่จิมจะต้องฝึกหัดขับรถ)

  • It is crucial that Tom find a new job.

(เป็นเรื่องจำเป็นยิ่งที่ทอมจะต้องหางานใหม่)

  • It is important that he be brave.

(เป็นสิ่งจำเป็นที่เขาจะต้องกล้าหาญ)

  • It is urgent that everyone be on time for work.

(เป็นเรื่องเร่งด่วนที่ทุกคนจะต้องมาทำงานให้ทันเวลา)

 

19. The teacher permitted him _________________________________________ by himself.

(ครูอนุญาตให้เขา ________________________ ด้วยตนเอง)  (คือ คิดเอง  ไม่ต้องให้ใครมาสั่ง)

(a) to think    (คิด)

(b) to thinking

(c) think

(d) thinking

ตอบ   -   ข้อ    (a)    “Subject + Permit + กรรม + To + Verb 1”  ดูเพิ่มเติมกลุ่มคำกริยาประเภทเดียวกันกับ  “Permit”  จากประโยคข้างล่าง

                                                     ตัวอย่างที่  

  • I want you ___________________________________ on an errand for me tomorrow.

(ผมต้องการให้คุณ ____________________________________ ทำธุระให้ผมวันพรุ่งนี้)

(a) go

(b) to do

(c) to go    (ไป)

(d) going

ตอบ   -   ข้อ   (c)   “Want + กรรม + To + Verb 1”  และ   “Go on an errand” =  ไปทำธุระ  สำหรับคำกริยาประเภทเดียวกับ   “Want”   ดูจากประโยคข้างล่าง

                                                      ตัวอย่างที่  

  • We don’t allow anyone ______________________________________ in this pond.

(เราไม่อนุญาตให้ใครก็ตาม ____________________________________ ในสระน้ำนี้)

(a) swim

(b) swimming

(c) to swim    (ว่ายน้ำ)

(d) for swimming

ตอบ  -  ข้อ   (c)    เนื่องจาก   “Allow + กรรม + To + Verb 1

                                                        ตัวอย่างที่  

  • He told one of the men ________________________ with his back against the wall. 

(เขาบอกชายคนหนึ่งให้ _______________________ โดยเอาหลังชิด (หรือพิง) กำแพง)

(a) turn and sit

(b) to turn and sit    (หันมาและนั่ง)

(c) turned and sat

(d) turning and sitting

ตอบ   -    ข้อ   (b)    เนื่องจาก   “Subject + Tell + กรรม  + To + Verb 1”  กล่าวคือ  กริยาที่อยู่หลังกรรมรอง  (บุคคลหรือสิ่งของ)  ของคำกริยาต่อไปนี้   จะต้องเป็นรูป   “Infinitive with to” (To + Verb 1)  เสมอ  ได้แก่   “Expect, Want, Cause,  Force,  Compel,  Invite,  Advise,  Instruct, Persuade,  Allow,  Permit,  Encourage,  Press,  Warn,  Order,  Request,  Tempt,  Teach,  Tell,  Oblige”   ตัวอย่างประโยค   เช่น

  • We ordered him to leave.

(เราสั่งให้เขาไปซะ)

  • She forced her servant to finish the work by noon.

(เธอบังคับให้สาวใช้ทำงานให้เสร็จในตอนบ่าย)

  • They invited her to go to their party.

(พวกเขาเชิญเธอไปร่วมงานเลี้ยง)

  • The teacher instructed him to study hard.

(ครูแนะนำเขาให้ขยันเรียน)

  • I told him to play outside.

(ผมบอกให้เขาไปเล่นข้างนอก)

  • She taught him (how) to cook.

(หล่อนสอนเขา (วิธี) ปรุงอาหาร)

  • We encouraged her to fight against cancer.

(พวกเราให้กำลังใจเธอต่อสู้กับมะเร็ง)

  • The flood caused the train to move slowly.

(น้ำท่วมเป็นเหตุให้รถไฟเคลื่อนไปอย่างช้าๆ)

  • She requested him to buy her a new dress.

(เธอขอร้องเขาให้ซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่ให้เธอ)

  • The manager advised his staff to work harder.

(ผู้จัดการแนะให้สตาฟของเขาทำงานให้หนักขึ้น)

 

20. _______________________________________ doubtful whether we shall win the match.

(______________________________ น่าสงสัย (ไม่แน่นอน)  ว่าเราจะชนะการแข่งขันหรือไม่)

(a) There is

(b) It is    (มัน)

(c) There was

(d) It was

ตอบ   -   ข้อ   (b)   ใช้   “It is”  + Adjective (Doubtful)  เพื่อให้สอดรับกับกริยาในอนุประโยค   “Shall win

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”                

 

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป