หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 404)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Part V: Sentence Completion   (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

 

1. The secretary in our office, _________ outlook on life is rather pessimistic, is rarely seen smiling.

(เลขานุการในสำนักงานของเรา, __________ ทัศนะ ___________ เกี่ยวกับชีวิต  ค่อนข้างมองโลกในแง่ร้าย (หรือหมดอาลัยตายอยาก), ไม่ใคร่จะถูกเห็นว่ากำลังยิ้มเลย)  (หมายถึง  แทบจะไม่ถูกเห็นว่ายิ้ม)

(a) who

(b) which

(c) where

(d) whose    (ผู้ซึ่ง ........................(ทัศนะ)........................... ของเธอ)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากแสดงความเป็นเจ้าของ  คือ  “ทัศนะของเลขานุการ

 

2. We stopped to shelter under some trees, _________ the heat of the sun had become unbearable.

(เราหยุดเพื่อที่จะหลบเข้าที่กำบังใต้ต้นไม้, _________________ ความร้อนของดวงอาทิตย์ไม่สามารถทนได้)

(a) in spite of    (ทั้งๆ ที่)

(b) instead of    (แทนที่, แทน)

(c) for    (เพราะว่า, เพื่อ, สำหรับ)

(d) unless    (ถ้า.....................................ไม่)

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจาก  “For”  ในที่นี้เป็น  “Conjunction”  (= Because = Since)  หมายถึง   “เพราะว่า”  จึงต้องตามด้วย  “Clause”  (Subject + Verb)  (The heat………..….. + Had become……....…….)     

 

3. _________________, why doesn’t your family move to the country?  The air is cleaner there.

(________________, ทำไมครอบครัวของคุณไม่ย้ายไปอยู่ชนบทล่ะ  อากาศสะอาดกว่านะ  ที่นั่น)

(a) Serious

(b) Being serious

(c) Seriously    (พูดจริงๆ นะ, ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ นะ)

(d) To be serious

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจาก   Seriously”  แทนข้อความที่ตามมาทั้งประโยค  (Why doesn’t your family move to the country?)

 

4. Canadian author Margaret Atwood’s Selected Poems ________________________ in 1978.

(หนังสือ  “กวีนิพนธ์ที่ได้รับเลือกสรร”  ของนักเขียนชาวแคนาเดียน, มาร์กาเร็ต  แอตวูด, _______ ในปี  ๑๙๗๘)       

(a) was publishing

(b) was published    (ถูกตีพิมพ์, ได้รับการตีพิมพ์)

(c) published

(d) had published

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากเป็นกริยาในรูป   “Passive voice”  (ถูกตีพิมพ์)  ของประโยค  สำหรับประธาน   คือ   “Selected Poems”   ซึ่งเป็นชื่อหนังสือ  และถือเป็นเอกพจน์เสมอ  จึงต้องใช้กริยา   “Was published”        

 

5. Desert animals ________ a means of retaining moisture in a hot, dry climate if they are to survive.

(สัตว์ทะเลทราย __________ วิธีการของการเก็บรักษาความชื้น (ในตัวมัน) ในภูมิอากาศที่ร้อนและแห้งแล้ง  ถ้าหากพวกมันมุ่งมั่นที่จะมีชีวิตรอด)

(a) are needed    (ถูกต้องการ)

(b) need    (ต้องการ)

(c) to need

(d) needing

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากเป็นกริยาของประโยค  สำหรับประธานฯ  คือ  Desert animals    

 

6. Orchestral instruments ____________ under the following types: string, woodwind, brass, and percussion.

{อุปกรณ์ในวงดนตรีออเคสตรา ____________ ภายใต้ประเภทต่างๆ ดังต่อไปนี้ คือ (ประเภท) สาย (ดีดหรือสี), เป่าลม (เป่า), ทรัมเปต (เป่า), การเคาะหรือตี (ตี)}

(a) grouped

(b) can group    (สามารถจัดกลุ่ม หรือแบ่งประเภท)

(c) can be grouped    (สามารถถูกจัดกลุ่ม หรือแบ่งประเภท)

(d) to be grouped

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากต้องใช้ในรูป   “Passive voice”  (อุปกรณ์ถูกจัดกลุ่ม หรือถูกแบ่งประเภท)

 

7. _____________ people living on the North American frontier in the mid-1800’s carried a weapon called a bowie knife.

(ผู้คน ___________ ที่อาศัยอยู่ชายแดนของทวีปอเมริกาเหนือ  ในช่วงกลางศตวรรษที่  ๑๘  พกอาวุธซึ่งถูกเรียกว่า  “มีดโบวี่”)

(a) Many    (จำนวนมาก)

(b) It was many

(c) When many    (เมื่อ.........................(ผู้คน)...........................จำนวนมาก)

(d) Even though many    (แม้ว่า..........................(ผู้คน)...........................จำนวนมาก)

ตอบ   -   ข้อ   (a)    เนื่องจาก  “Many people”   เป็นประธานของประโยค   ส่วนกริยาแท้   คือ  Carried

 

8. When a metal is heated it expands, but it _______________________ as it gets cold again.

(เมื่อโลหะถูกให้ความร้อน  มันขยายตัว  แต่มันจะ _______________ เมื่อมันเย็นลงอีกครั้งหนึ่ง)

(a) decreases    (ลดลง, น้อยลง)

(b) extracts    (ถอน, ดึง, สกัด, บีบ, คั้น, เอาออก)

(c) contracts    {หดตัว, หด, ย่น, เกร็ง, ทำสัญญา, ติด (โรค, นิสัย)}

(d) contrasts    (แสดงความแตกต่างโดยการเปรียบเทียบ, เปรียบเทียบความคิดที่แตกต่างกัน)

 

9. The plane couldn’t ____________________________________ because of the dense fog.

(เครื่องบินไม่สามารถ ___________________________________ เพราะว่าหมอกที่หนาทึบ)

(a) take off    (บินขึ้นจากพื้นดิน)

(b) take out

(c) take down

(d) take up

 

10. He always treats his teachers in a most _________________________________ manner.

(เขาปฏิบัติต่อครูของเขาด้วยอากัปกริยาที่ _________________________ มากที่สุดอยู่เสมอ)

(a) respects    (ความเคารพนับถือ)

(b) respective    (แต่ละ, ทุก, ตามลำดับ, เกี่ยวกับแต่ละบุคคลหรือแต่ละสิ่ง)

(c) respectable    (น่านับถือ)

(d) respectful    (มีความเคารพยำเกรง, มีความนับถือ, เต็มไปด้วยความเคารพ, สุภาพเรียบร้อย)

ตอบ   -   ข้อ   (d)    ต้องตอบว่า  ปฏิบัติต่อครูด้วยกริยาท่าทางที่ (แสดงความ) เคารพยำเกรง-นับถือ-สุภาพเรียบร้อย  ซึ่งได้ใจความดีกว่า  “น่านับถือ

 

11. He is the man __________________________________________ lent the money to me.

(เขาเป็นบุคคล _______________________________________________ ให้ผมยืมเงิน)

(a) whom    (ผู้ซึ่ง)  (ทำหน้าที่เป็นกรรม)

(b) who will    (ต้องตามด้วยกริยาช่องที่  ๑  คือ  “Lend”)

(c) who    (ผู้ซึ่ง)  (ทำหน้าที่เป็นประธานของประโยคย่อย คือ  “who lent the money to me” )

(d) that will

 

12. If I were you, I ________________________________________________ without delay.

(ถ้าผมเป็นคุณ (ในขณะนี้ หรือปัจจุบัน) ผม _____________________________ โดยไม่รอช้า)

(a) should have gone    (ควรจะได้ไปแล้ว)  (ในอดีต)

(b) shall go    (จะไป)  (ในอนาคต)

(c) should go    (จะไป)  (ในปัจจุบัน หรือขณะนี้)     

(d) should be going

 

13. ____________________________________ the manager was hoping was not quite clear.

(___________________________________ ผู้จัดการกำลังหวัง  ไม่ค่อยจะชัดเจนมากนัก)

(a) Which

(b) What    (สิ่งที่)

(c) Where

(d) That which

ตอบ   -   ข้อ    (b)  เนื่องจาก   “What the manager was hoping”   เป็น  “Noun clause”   ทำหน้าที่เป็นประธานของกริยา   “Was……...not”   หรือเป็นประธานของประโยคใหญ่  “………………....…….. was not quite clear

 

14. There will be a holiday on Monday ____________________________ the weather worsens.

(จะมีวันหยุดในวันจันทร์ ______________________________________ อากาศเลวลง)

(a) while    (ในขณะที่)

(b) unless    (ถ้า...................ไม่)  (ถ้า..............อากาศ................ไม่.................เลวลง)

(c) otherwise    (หรือ, หรือมิฉะนั้น)

(d) no matter

ตอบ   -   ข้อ   (b)   หรืออาจตอบ   “no matter how……….….........….”   (ไม่ว่าอากาศจะเลวลงอย่างไร)  ก็ได้   ดูเพิ่มเติมการใช้   “Unless”  จากประโยคข้างล่าง

                                                 ตัวอย่างที่  

  • I don’t like to begin writing a letter, ________________________________________.

(ผมไม่ชอบที่จะเริ่มต้นเขียนจดหมาย _______________________________________)

(a) unless I don’t have time

(b) unless I have plenty of time    (ถ้าผมมีเวลาไม่มาก)

(c) If I have plenty of time

(d) unless I have no time

ตอบ   -  ข้อ   (b)

                                                     ตัวอย่างที่  

  • Don’t open a shop ______________________________ to smile.  (Chinese proverb)

(จงอย่าเปิดร้าน (ทำการค้า) ________________________________ ที่จะยิ้ม)  (สุภาษิตจีน)

(a) if you like

(b) as you don’t like

(c) not like

(d) unless you like    (ถ้าคุณไม่ชอบ)

ตอบ   -   ข้อ   (d)

                                                   ตัวอย่างที่  

  • He won’t pass his examination _________________________________________.

(เขาจะสอบไม่ผ่าน ____________________________________________________)

(a) if he is not enough diligent   (ต้องใช้  “diligent enough”)

(b) unless he is not diligent enough   (หลัง  “Unless”  ต้องเป็นรูปบอกเล่า)

(c) unless he is not enough diligent

(d) unless he is diligent enough    (ถ้าเขาไม่ขยันเพียงพอ)

ตอบ    –    ข้อ    (d)   เนื่องจาก  “Unless  =  If………..........…… not”   แต่ต้องอยู่ในโครงสร้าง  “Unless + Subject + Verb  (บอกเล่า)    ทั้งนี้   “อนุประโยคที่ตามหลัง  “Unless”  จะต้องอยู่ในรูปบอกเล่าเสมอ”  เนื่องจาก  “Unless”  มี  “Not”   ซึ่งเป็นปฏิเสธ  รวมอยู่ในคำด้วยแล้ว   ตัวอย่าง  เช่น

  • He will not come unless he has time.

(เขาจะไม่มาถ้าเขาไม่มีเวลา)

  • I shall not help him unless he asks me.

(ผมจะไม่ช่วยเขา ถ้าเขาไม่ขอร้องผม)

  • You couldn’t get a grant unless you had five years’ teaching experience.

(คุณไม่สามารถได้รับเงินช่วยเหลือ  ถ้าคุณไม่มีประสบการณ์สอน ๕ ปี)

  • Unless you work hard, you won’t succeed.

(ถ้าคุณไม่ขยัน  คุณจะไม่ประสบความสำเร็จ)

  • She said nothing unless she was spoken to.

(เธอไม่พูดอะไร  ถ้าเธอไม่ถูกพูดด้วย  -  คือ ถ้าไม่มีใครพูดกับเธอ)

  • Unless they respected us, we wouldn’t care for what they said.

(ถ้าพวกเขาไม่เคารพเรา  เราจะไม่ใส่ใจในสิ่งที่เขาพูด)

 

15. ___________________ I in your position, I should make a decision to buy the entire business.

(ถ้าผม ____________________________ ในสถานะของคุณ  ผมจะตัดสินใจซื้อธุรกิจทั้งหมด)

(a) Was

(b) Am

(c) Were    (อยู่)

(d) Should

ตอบ   -   ข้อ    (c)   ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

                                                 ตัวอย่างที่  

  • If I ______________________________ you, I would think twice before taking the job.

(ถ้าผม _________________________ คุณ  ผมจะพิจารณาอย่างรอบคอบ  ก่อนรับงานมาทำ)

(a) was

(b) were    (เป็น)

(c) should be    (ควรจะ)

(d) might be    (อาจจะ)

ตอบ   -   ข้อ   (b)

                                                     ตัวอย่างที่  

  • If I ___________________________________________ you, I should leave quickly.

(ถ้าผม _______________________________ คุณ  ผมจะจากไป (ออกไป) อย่างรวดเร็ว)

(a) was

(b) am

(c) were    (เป็น)

(d) like

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากเป็น   “If clause”  แบบที่     “Present unreal

                                                     ตัวอย่างที่  

  • This test is in English.  If it were in Thai, I ______________________________ it at all.  

(แบบทดสอบนี้เป็นภาษาอังกฤษ  ถ้ามันเป็นภาษาไทย  ผม ______________________ มันเลย)

(a) shall not mind

(b) am not minding

(c) would not mind    (จะไม่รังเกียจ)

(d) would not be minded

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากเป็น  “If clause”  แบบที่  ๒   “Present unreal”   คือการสมมติที่ไม่เป็นจริงในปัจจุบัน

                                                  ตัวอย่างที่  ๔

  • If you lived closer to the office, you _________________ trouble getting to work on time.

(ถ้าคุณอาศัยอยู่ใกล้กับสำนักงานมากกว่านี้  คุณ ____________ ปัญหาเรื่องไปทำงานทันเวลา)

(a) don’t have

(b)  didn’t have

(c)  won’t have

(d) wouldn’t have    (จะไม่มี)

ตอบ   -   ข้อ   (d)    เนื่องจากประโยคนี้เป็นประโยค  “If clause”  แบบที่     “Present unreal”  (ไม่เป็นจริงในปัจจุบัน)   คือ  “ประโยคเงื่อนไขในปัจจุบันที่ไม่เป็นความจริง”  กล่าวคือ   “ถ้าในปัจจุบัน  คุณอาศัยอยู่ใกล้ออฟฟิศมากกว่านี้  คุณก็จะไม่มีปัญหาเรื่องการมาทำงานสาย”   แต่ในความเป็นจริงคือ   “บ้านคุณอยู่ไกลจากออฟฟิศมาก  คุณก็เลยมาทำงานสายบ่อย”  ประโยคเงื่อนไข  “If clause  แบบที่  ”  (Present unreal)  ในประโยคใหญ่   (Main clause)   จะใช้รูป  “Subject + V.ช่องที่ 2”  และในกรณีมี  “Verb to be”  ให้ใช้   “Were”  กับประธานทุกตัว  (He, She, It, I, We, You, They)  ส่วนในประโยคย่อยหรืออนุประโยค   (Subordinate clause)  จะใช้รูป   “Subject + Would + (Not) + V.ช่องที่ 1

                                                 สำหรับการใช้   “If clause” แบบที่   นี้  มักใช้เมื่อ  ()  เหตุการณ์ไม่เกิดขึ้นจริงในปัจจุบัน  ดังประโยคข้างบน   หรือไม่ก็   ()  ผู้พูดมีความเชื่อว่าข้อความที่พูดออกมามีโอกาสเกิดขึ้นได้ยาก   เช่นในประโยค

  • If you came to the party today  (หรือ  tomorrow), you would meet my wife.

(ถ้าคุณมางานเลี้ยงวันนี้ – หรือพรุ่งนี้ – คุณก็จะได้พบภรรยาผม)  –  ในข้อนี้ผู้พูดค่อนข้างจะเชื่อว่า  “คุณคงจะไม่มาหรอก  และคุณก็จะไม่ได้พบภรรยาผม”  แต่ถ้าผู้พูดมั่นใจว่า  “คุณ”  คงมางานเลี้ยงแน่  และคงได้พบภรรยาผมแน่   ผู้พูดก็จะพูดในรูป  “If clause  แบบที่ 1”   คือ   “If + Subject + Verb 1, Subject + Will + Verb 1”   คือ

  • If you come to the party today, you will meet my wife.

(ถ้าคุณมางานเลี้ยงวันนี้  คุณก็จะได้พบภรรยาผม)  (ผู้พูดมั่นใจว่า “คุณ” จะมางานเลี้ยงแน่ๆ  และก็จะได้พบภรรยาผมแน่)

                                                  ตัวอย่างอื่นๆ ของ  “If clause”  แบบที่    เช่น

  • If I were a poor student, I would not go on holiday as often as I would.

(ถ้าผมเป็นเด็กนักเรียนยากจน (ในขณะนี้)  ผมก็คงจะไม่ไปเที่ยววันหยุดพักผ่อนบ่อยเหมือนกับที่ผมทำอยู่)   (แต่เนื่องจากผมไม่ได้เป็นนักเรียนยากจน  ผมเลยไปเที่ยววันหยุดบ่อยๆ)

  • If I were you, I would not let him say such things.

(ถ้าผมเป็นคุณ (ในขณะนี้)  ผมจะไม่ปล่อยให้เขาพูดเช่นนั้น)   (แต่เพราะว่าผมไม่ได้เป็นคุณ  ผมเลยปล่อยให้เขาพูดเช่นนั้นออกไป)

  • If you met the Queen, how would you address her?

(ถ้าคุณพบราชินี (ในตอนนี้)  คุณจะพูดกับพระองค์อย่างไร)   (แต่ผู้พูดคิดว่า  มีโอกาสน้อยมากที่คุณจะได้พบกับราชินี)

  • If she were a princess, she would be very happy.

(ถ้าเธอเป็นเจ้าหญิง (ในขณะนี้)  เธอคงจะมีความสุขมาก)   (แต่เธอมิได้เป็นเจ้าหญิง (เป็นเรื่องสมมติที่เป็นไปไม่ได้)  เธอเลยไม่มีความสุข)

  • If I were a bird, I would fly to the moon.

(ถ้าผมเป็นนก (ในตอนนี้)  ผมจะบินไปดวงจันทร์)  (เป็นเรื่องสมมติที่เป็นไปไม่ได้  ผมก็เลยไม่ได้บินไปดวงจันทร์)

  • If you ever met the Queen, what would you do?

(ถ้าคุณพบกับราชินี  คุณจะทำอย่างไร)  (ผู้พูดเชื่อว่า  คุณคงไม่มีโอกาสได้พบหรอก  หรือยากเต็มที)

  • I could not possibly go there unless my parents gave me some money.  (Unless  =  if ……………..........……not)

(ผมคงไม่สามารถไปที่นั่นได้ (ในขณะนี้ หรือ อนาคต)  ถ้าพ่อแม่ไม่ให้เงินผม)  (แต่ผมก็ไปได้  เพราะพ่อแม่ให้เงิน)

  • Can you come?  I would if I could but I can’t.  

(คุณมาได้ไหมล่ะ  ผมจะมาถ้าผมสามารถทำได้ (ในปัจจุบัน)  แต่ผมก็ไม่สามารถมาได้)  (ผู้พูดสมมติเหตุการณ์ที่เป็นไปไม่ได้  หรือมีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อยมาก)

                                                  สำหรับใน   “If clause”   ที่มีกริยา  “Were”  เราสามารถใช้โครงสร้าง  “ผกผัน”  (Inversion)   คือเอา  “Were”  มาไว้ข้างหน้าประโยค   แทน  “If”  ได้  ดังประโยคข้างล่าง

  • Were he to leave today, he would be there by Friday.

(= If he were to leave today, he would be there by Friday.)

(ถ้าเขาตั้งใจที่จะออกเดินทางวันนี้ (เป็นการสมมติเหตุการณ์ปัจจุบัน)  เขาคงไปถึงที่นั่นราววันศุกร์)   (แต่เป็นไปได้ยากมาก  หรือเป็นไปไม่ได้เลย  ที่เขาจะออกเดินทางวันนี้)

  • Were it less expensive, we would buy it.

(= If it were less expensive, we would buy it.)

(ถ้ามันราคาแพงน้อยกว่านี้ (ในขณะนี้ หรือ ในอนาคต)   เราจะซื้อมัน)   (แต่เนื่องจากมันราคาแพง  เราเลยไม่ซื้อ)

  • Were I you, I would not let him say such things.

(= If I were you, I would not let him say such things.)

(ถ้าผมเป็นคุณ (ในขณะนี้)  ผมจะไม่ปล่อยให้เขาพูดเช่นนั้น)   (แต่เพราะว่าผมไม่ได้เป็นคุณ  ผมเลยปล่อยให้เขาพูดเช่นนั้นออกไป)

  • I would not go to school every day were I a poor student.

(= I would not go to school every day if I were a poor student.)

(ผมจะไม่ไปโรงเรียนทุกวัน  ถ้าผมเป็นนักเรียนยากจน  -  ในปัจจุบัน)   (แต่ผมไปโรงเรียนทุกวัน  เพราะผมไม่ได้เป็นนักเรียนยากจน)

 

16. I live ___________________________________________________ 286 Satorn Road.

(ผมอาศัยอยู่ _____________________________________________ ๒๘๖  ถนนสาธร)

(a) in

(b) on

(c) at    (บ้านเลขที่)

(d) No.

ตอบ   -   ข้อ   (c)   บ้านเลขที่   ใช้   “At

                                                สำหรับวลีที่ใช้กับ  “At”  ได้แก่  “at a high speed” =  ด้วยความเร็วสูง)  -  “The car is moving at a high speed.”  (รถยนต์กำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง),   “sit at a table”  (นั่งที่โต๊ะ)  “land at a small airport”  (ร่อนลงที่สนามบินเล็กๆ)  “at both ends”  (ที่ปลายทั้ง ๒ ข้าง)  “a knock at the door” (การเคาะที่ประตู)  -  “We heard a knock at the door at late night.”  (เราได้ยินเสียงเคาะที่ประตูตอนดึกมากแล้ว),  “at a beach club” (ที่สโมสร ณ ชาย หาด) “at a funeral” (ที่งานศพ)  “at a press conference” (ที่การให้สัม ภาษณ์หนังสือพิมพ์)  “at a high school dance”  (ที่งานเต้นรำของโรงเรียน)  “at the office” (ณ ที่ทำงาน)  “at breakfast”  (เมื่อเวลาอาหารเช้า)  “to stare at a garage roof” (จ้องมองไปที่หลังคาโรงรถ)  “to wave down at him” (โบกมือให้เขา) “to throw petals at his car”  (โยน – โปรย – กลีบดอกไม้ที่รถของเขา)   “at a distance”  (ในระยะไกล)   “at a standstill”  (หยุดชะงัก, หยุดนิ่งอยู่กับที่)  “at 10:00 a.m.” (ตอน ๑๐ โมงเช้า)  “at dawn” (ตอนรุ่งอรุณ) “at once”  (โดยทันทีทันใด)  “at his wit’s end”  (เขาหมดปัญญา, จนปัญญา, ไม่รู้จะทำอย่างไรดี)  “at loose ends”  (ไม่มีอะไรทำ, ไม่มีงานทำ, ไม่รู้จะทำอะไร ดี, ยังไม่แน่ใจว่าจะทำอะไรต่อไป, ยังไม่ตัดสินใจ)  “at a later stage”  (ในระยะหรือขั้นตอนต่อไป)   “at a time of high unemployment”  (ณ ช่วงเวลาที่มีการว่างงานสูง)  “to start work at sixteen” (เริ่มทำงานตอนอายุ ๑๖)  “to die at eighty-three”  (ตายเมื่ออายุ  ๘๓“to grow at an astonishing rate” (เติบโตในอัตราที่น่าพิศวง)  “to buy or sell it at $ 100”  (ซื้อหรือขายที่ราคา ๑๐๐ เหรียญ)  “at 100 miles per hour” (ที่ ๑๐๐ ไมล์ต่อชั่วโมง)  “the radio playing at full volume” (วิทยุเปิดสุดเสียง)  “to set a pass mark at 60 percent” (ตั้งคะแนนผ่านที่ ๖๐ เปอร์เซ็นต์) “to work harder at his thesis”  (ขยันมากขึ้นกับวิทยานิพนธ์)  “to aim at bringing down the inflation rate” (มีเป้าหมายเพื่อลดอัตราเงินเฟ้อ)  “to go at the invitation of his neighbors” (ไปเพราะการเชื้อเชิญของเพื่อนบ้าน) “to leave at the director’s command” (จากไปเพราะคำสั่งของผู้อำนวยการ) “at liberty” (มีอิสรเสรีที่จะทำอะไร, มิได้ถูกขัดขวางหรือหยุดยั้ง) “to be at war”(ทำสงคราม)  “to put his life at risk” (ทำให้เขาต้องเสี่ยงชีวิต)  “to read at random”  (อ่านแบบสุ่มๆ – คือไม่เฉพาะเจาะจง)  “at gun point” (โดยเอาปืนจี้หัว)  “to fly at their expense”  (บินไปโดยค่าใช้จ่ายของพวกเขา)  “to be at her best”  (อยู่ในช่วงที่ดีที่สุดของเธอ)  “at a guess”  (โดยการเดาหรือทาย)  “at a rough estimate” (โดยประมาณการอย่างคร่าวๆ)  “good at swimming”  (ว่ายน้ำเก่ง)  “clever at mathematics” (เก่งคณิตศาสตร์)  “bad at cooking”  (ปรุงอาหารไม่เก่ง)  “an expert at shooting”  (เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการยิงปืน)  “be delighted at the success” (ปลาบปลื้ม-ยินดี กับความสำเร็จ) “feel sorry at his dismissal” (รู้สึกเสียใจกับการถูกไล่ออกของเขา) “feel glad at a new job”  (รู้สึกดีใจกับงานใหม่)“at first”  (ในตอนแรก)  “at last”  (ในที่สุด)  “at least”  (อย่างน้อยที่สุด)  “at leisure”  (มีเวลาว่าง, ไม่ได้ทำงาน, ไม่ได้มีงานยุ่ง)  “at length”  (อย่างละเอียด, อย่างเต็มที่, ในที่สุด)  “at most, at the most”  (อย่างมากที่สุด)  “at loggerheads”  (ทะเลาะกัน, ต่อสู้กัน, เป็นปฏิปักษ์ต่อกัน)“at present”  (ในปัจจุ บัน)  “at the same address” (ณ ที่อยู่เดิม)  “at 33 Albert Street” (บ้านเลขที่  ๓๓  ถนนอัลเบิร์ต)  “at the hairdresser’s”  (ที่ร้านทำผม)  “at church”  (ที่โบสถ์ – ไปทำพิธี)  “at home” (ที่บ้าน) “to be at work”  (กำลังทำงานหรือยุ่งอยู่กับกิจกรรมอะไรบางอย่าง, สถานการณ์หรือกระบวนการที่กำลังมีผลกระทบ หรืออิทธิ พล)  “at school” (ที่โรงเรียน) “at college”  (ที่มหาวิทยาลัย)  “arrive at the airport” (มาถึงที่สนามบิน) “at night”  (ตอนกลางคืน)  “at Easter” (ช่วงเทศ กาลอีสเตอร์)  “at the weekend”  (ตอนสุดสัปดาห์)  “I don’t understand it at all.”  (ผมไม่เข้าใจมันเลย)  “I can hardly hear you at all.”  (ผมแทบจะไม่ได้ยินเสียงคุณเลย  –  เสียงคุณแผ่วเบามาก)  “It is not at all likely he will come.”  (แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะมา  -  คือมีโอกาสเกิดขึ้นน้อยมาก)  “Can it be done at all?”  (มันจะสามารถทำได้ไหมนี่)  “She will walk with a limp, if she walks at all.”  (เธอจะต้องเดินขากระเผลก-ขาเป๋  ถ้าเธอยังเดินได้  -  หมายถึงเธออาจจะเดินไม่ได้อีกเลย)  “at all costs”  (ไม่ว่าจะต้องเสียเงิน เวลา หรือความพยายามเพียงใด  Carl is determined to succeed in his new job at all costs.”  (คาร์ลมุ่งมั่นที่จะประสบความสำเร็จในงานใหม่ของเขา  โดยไม่สนใจว่าจะต้องทำงานหนักเพียงใด)  “Regardless of the results, Mr. Jackson intended to save his son’s eyesight at all costs.”  (โดยไม่คำนึงถึงผลลัพธ์  มิสเตอร์แจ๊คสันตั้งใจที่จะรักษาสายตาของลูกชายตน  ไม่ว่าจะต้องใช้เวลาหรือเงินมากมายเพียงใด)  “at a loss”  (ในสภาพที่ไม่แน่นอน, ไม่รู้อะไรเลย, งุนงงสับสนไปหมดจนทำอะไรไม่ถูก, จนปัญญา)  “A good salesman is never at a loss for words.”  (นักขายที่ดีไม่เคยจนปัญญาที่จะพูดเพื่อขายสินค้า)  “When Don missed the last bus, he was at a loss to know what to do.”  (เมื่อดอนตกรถเมล์เที่ยวสุดท้าย  เขางุนงงสับสนจนไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร  -  คือไม่รู้ว่าจะหาทางกลับบ้านอย่างไร)“at anchor”  (แอ๊ง-เคอะ  -  จอดลอยลำทอดสมออยู่)  “at any rate”  (อย่างไรก็ตาม, อย่างไรก็ดี)  “keep him at arms length”  (ไม่คบค้าสมาคมกับเขา, ไม่ทำตัวสนิทสนมกับเขา)  “at a snail’s pace”  (อย่างเชื่องช้าอืดอาด, คืบหน้าไปทีละหน่อยเหมือนหอยทาก)  “one at a time”  {(เข้ามาในห้อง, ขึ้นรถเมล์) ทีละคน}  “run up the steps two at a time”  (ขึ้นบันไดทีละ ๒ ขั้น)  “at best, at the best”  (อย่างดีที่สุด)  “at ease”  (สบาย, ไม่มีความเจ็บปวดหรือสิ่งรบกวน)  “at every turn”  (ทุกครั้ง, ตลอดเวลา)  “at fault”  (ถูกตำหนิ, รับผิดชอบต่อความผิดพลาดหรือความล้มเหลว)  “at first glance, at first sight”  (เมื่อแรกเห็น, หลังจากมองครั้งแรกอย่างรวดเร็ว)  “at hand, at close hand”  (อยู่ใกล้ตัว, เอื้อมถึงได้ง่าย, กำลังจะมาถึงเร็วๆนี้)  “at large”  {(คนร้าย) ยังลอยนวล, ยังจับตัวไม่ได้}   เป็นต้น

 

17. Tim and his brother are _________________________________________________.

(ทิมและพี่ชาย (น้องชาย) ของเขา ___________________________________________)

(a) like each other very much

(b) very like each other    (เหมือนกัน-คล้ายกัน อย่างมาก)

(c) like one another very much

(d) very like one another

ตอบ   -   ข้อ    (b)   “Like”  เป็น   “Preposition”  หมายถึง   “เหมือนกัน, คล้ายกัน”  และใช้   “Each other”  (ซึ่งกันและกัน  ระหว่าง   คน หรือ    สิ่ง)  (ส่วน   “One another”  =   “ซึ่งกันและกัน”  ระหว่าง    คน  หรือ    สิ่ง ขึ้นไป)

 

18. __________________________________________________ you get angry with him?

(__________________________________________________ คุณโกรธเขาหรือเปล่า)

(a) Are

(b) Do

(c) Why

(d) Have

ตอบ   -   ข้อ   (b)   ใช้   “Do”  เนื่องจาก   “Get”  เป็นกริยาธรรมดา  เมื่อจะทำเป็นประโยคคำถาม  ต้องใช้   “Verb to do”  (ในประโยคข้างบน  คือ  “Do”)  ช่วย  เพราะประธานฯ คือ  “You

 

19. The demand __________________________________________ our goods is increasing.

(ความต้องการ _____________________________________ สินค้าของเรากำลังเพิ่มขึ้น)

(a) of

(b) in

(c) from

(d) for    (สำหรับ)

ตอบ    –    ข้อ   (d)   เนื่องจาก   “Demand (noun) + For”  เสมอ  สำหรับวลีที่ใช้กับ   “For”  ดูจากพารากราฟข้างล่าง

                                                    สำหรับคำคุณศัพท์ที่ใช้กับ  “For”  ได้แก่   “Responsible”  (He is responsible for the job. = เขารับผิดชอบต่องาน),  “Ready”  (เตรียม พร้อมต่อ)  -  “Are you ready for your new job?”  (คุณเตรียมพร้อมสำหรับงานใหม่หรือเปล่า),  “Qualified”  (มีคุณสมบัติเหมาะสมกับ) – She was qualified for the job.  (เธอมีคุณสมบัติตรงกับงาน),  “Essential”  (จำเป็นอย่างยิ่ง),  “Good”  (เป็นประโยชน์ต่อ)  -  “It is good for you to get up early.”  (มันดีสำหรับคุณที่ตื่นนอนแต่เช้าตรู่), “Suitable”  (เหมาะสม),  “Famous”  (มีชื่อเสียง)  -  “Thailand is famous for the hospitality of its people.”  (เมืองไทยมีชื่อเสียงในเรื่องความเอื้อเฟื้อของผู้คน),  “Eager”  (กระตือรือร้น), “Sorry”  (เสียใจกับ)  “I’m sorry for any damage I may occur.”  (ผมเสียใจสำหรับความเสียหายใดๆ ที่ผมอาจทำให้เกิดขึ้น), “Sufficient”  (เพียงพอ), “Fit”  (เหมาะสม)  -  “These clothes are fit for me.”  (เสื้อผ้าพวกนี้เหมาะสำหรับผม), “Unfit”,  “Perfect”  (สมบูรณ์แบบ), “Grateful”  (ขอบคุณต่อ) -  I am very grateful to you for your assistance.  (ผมขอบคุณคุณอย่างมาก  สำหรับความช่วยเหลือของคุณเป็นต้น

                                                    ส่วนคำกริยาที่ใช้กับ  “For”   เช่น  “Buy something for someone”  (ซื้ออะไรให้ใคร)  -  “I bought a present for her on her birthday.”  (ผมซื้อของขวัญให้เธอสำหรับวันเกิด),  “Wait”  (รอคอย)  -  They were waiting for their old friends at the airport.  (พวกเขากำลังรอคอยเพื่อนเก่าที่สนามบิน),  “Vote”  (ลงคะแนนให้)  -  “They will vote for the Republican only.”  (พวกเขาจะลงคะแนนให้เฉพาะกับพรรครีพับริกันเท่านั้น),  “Pay”  (จ่ายเงินค่า)  -  “I’ ll pay for the meal this time.”  (ผมจะจ่ายค่า อาหารให้มื้อนี้),  “Thank”  (ขอบคุณ)  -  “Thank you for your help.”  (ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือ), “Search  (ค้นหา)  -  “I’ll search for the data in the library.”  (ผมจะค้นหาข้อมูลในห้องสมุด),  “Look”  (ค้นหา)  -  “She is looking for her lost watch.”  (เธอกำลังค้นหานาฬิกาที่หายไป),  “Struggle”  (ต่อสู้ดิ้นรนเพื่อ)  -  “They have to struggle for their survival.” (พวกเขาจำเป็นต้องต่อสู้ดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด),  “Exchange”  (แลกเปลี่ยนเพื่อ),  “Beg”  (ขอร้อง)  -  “The criminals begged for the judge’s mercy.”  (เจ้าอาชญากรขอความเมตตาจากผู้พิพากษา),  “Ask”  (ขอร้อง),  “Call”  (เรียกร้องให้มี, จำเป็นต้องมี)  -  “The country called for peaceful co-existence.”  (ประเทศนั้นเรียกร้องให้อยู่ร่วมกันโดยสันติ),  “Apologize”  (ขอโทษ),  “Charge”  (คิดค่า),  “Provide”  (จัดให้มี, เตรียมไว้สำหรับ)  -  “The company provided for comprehensive training.”  (บริษัทจัดให้มีการฝึก อบรมอย่างกว้างขวาง),  “Substitute”  (เอามาแทน),  “Hope”  (หวังจะได้-มี)  -  “We hope for better life in the future.”  (พวกเราหวังจะมีชีวิตที่ดีขึ้นในอนา คตเป็นต้น

                                                    สำหรับวลีอื่นๆ ที่ใช้กับ  “For”  ได้แก่  “For good”  (อย่างถาวร, ตลอดกาล, ตลอดไป)  -  The lost money was gone for good.  (เงินที่หายไปหาไม่เจออีกเลย  -  คือสาบสูญอย่างถาวร)  -  He hoped that the repairs would stop the leak for good.  (เขาหวังว่าการซ่อมจะทำให้ท่อหยุดรั่วไหลไปตลอดกาล),  “For all I Know  (เท่าที่ผมรู้มา, บางที, เป็นไปได้)  -  For all I know, they had eloped a month before the girl’s parents knew  (บางที หรือ เป็นไปได้ที่ว่า  หนุ่มสาวคู่นั้นได้หนีตามกันไป  ๑ เดือน ก่อนหน้าที่พ่อแม่ของฝ่ายหญิงจะรู้  -  คือ ผมบอกไม่ได้ว่า  เป็นอย่างนั้น จริงๆ  ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์  หรือไม่  แต่คิดว่า บางที  อาจจะเป็นเช่นนั้น),  “For the time being”  (เดี๋ยวนี้, ในขณะนี้, ชั่วขณะ, ชั่วคราว)  -  I haven’t any note paper, but this envelop will do for the time being.  (ผมไม่มีกระดาษโน๊ตเลย  แต่ว่าซองจดหมายนี้ก็ใช้แทนได้  สำหรับในขณะนี้)  -  She hasn’t found an apartment yet; she is staying with her aunt for the time being.  (เธอยังหาห้องเช่าไม่ได้เลย  เธอกำลังพักอยู่กับป้าชั่วคราว  จนกว่าจะห้องเช่าได้)“For instance (= For example)”  (ตัวอย่าง เช่น),   “For sure (= For certain”  (อย่างแน่นอน, อย่างไม่ต้องสงสัยเลย, แน่นอนทีเดียว)  -  He didn’t know for sure ( for certain) which bus to take.  (เขาไม่รู้อย่างแน่ชัดว่าจะต้องขึ้นรถเมล์คันไหน  -  คือ ไม่แน่ใจ),  เป็นต้น

 

20. They washed Jim’s body and made him ready for ________________________________.

(พวกเขาล้าง – ทำความสะอาด – ศพของจิม  และทำให้เขา (ศพ) พร้อมสำหรับ ______________)

(a) bury    (เบ๊-รี่) (ฝัง) (เป็นคำกริยา)

(b) buried

(c) burial    (เบ๊อ-เรี่ยล)  (พิธีฝังศพ, การฝังศพ, สถานที่ฝังศพ)  (เป็นคำนาม)

(d) to bury

ตอบ    –    ข้อ   (c)    เนื่องจากหลัง    Preposition  “For”  ต้องใช้คำนาม

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”                

 

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป